เข้าสู่ระบบด้วย Facebook เข้าสู่ระบบด้วย Google

ทศชาติชาดก

tag ที่มักมาด้วยกัน: มโหสถบัณฑิต พระเตมีย์ พระเจ้าวิเทหราช อาจารย์เสนกะ พระเนมิราช พระเจ้ากาสิกราช สุนันทสารถี ท้าวสักกะ

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 16 ก.พ. 2549

  • 1:22:21 จบเรื่องพญาโปริสาท เกริ่นเรื่องพระเจ้าสิบชาติต่อไป
    บอกว่าจบเรื่องพญาโปริสาทแล้ว ต่อไปจะมีเรื่องราวของพระเจ้าสิบชาติที่เคยได้ยินมานานแต่ไม่ค่อยรู้เรื่องหรืออ่านแล้วลืมไปหมด เช่นเตมีย์ ชนก เป็นต้นเรื่อยมา ซึ่งท่านคัดชาดกเด่น ๆ มาเป็นตัวอย่างการสร้างบารมี ไล่ชื่อบารมีสิบทัศ ทาน ศีล เนกขัมมะ ปัญญา วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐาน เมตตา อุเบกขา ว่าชวนติดตามน่าสนุก แล้วบอกว่าตอนนี้เข้าสู่ช่วงกรณีศึกษา

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 20 ก.พ. 2549

  • 28:57 ทศชาติคือสิบชาติที่ย่อจากนับชาติไม่ถ้วน พระพุทธเจ้าสร้างความดีไม่ใช่สร้างโลก และอุปมาลูกศร
    บอกว่าจะไปศึกษาทศชาติ สิบชาติที่คัดย่อมาจากนับชาติไม่ถ้วนที่พระพุทธเจ้าสร้างบารมีเป็นพระบรมโพธิสัตว์ คนรักพระพุทธศาสนาเพราะมีเหตุผล พระพุทธเจ้าเป็นผู้สร้างความดีในตัว ไม่ได้สร้างโลกหรือสรรพสิ่ง แต่เห็นว่าสรรพสิ่งเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และเสื่อมสลายอย่างไร แล้วสอนให้รู้เห็นตามได้ ท่านตอบได้ทุกคำถามยกเว้นคำถามที่ไม่เกิดประโยชน์ เช่นใครสร้างโลก เพราะผู้ถามยังไม่รู้เรื่อง อุปมาคนถูกลูกศรปักอกแล้วมัวถามว่าหัวลูกศรทำด้วยอะไร ใครยิง พ่อแม่ปู่ย่าของคนยิงชื่ออะไร ก็ตายเสียก่อน หน้าที่คือรีบถอนศรและรักษาแผล ดับทุกข์ก่อนแล้วจะเห็นเองว่าใครสร้างโลก
  • 37:15 ละครพระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี ตอนที่ 1 บทนำเรื่องบารมีสามสิบทัศ
    ไตเติ้ลมินิซีรีส์เตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี ตอนที่ 1 ตามด้วยบรรทัดคั่นที่ Whisper ถอดซ้ำ แล้วบทนำว่าวิชาชีพเปลี่ยนได้ไม่ยาก แต่วิชาชีวิตคนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่าต้นแบบชีวิตที่ดีที่สุดเป็นอย่างไร ต้องศึกษาผู้ประสบความสำเร็จสูงสุดคือพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่าในอดีตชาติดำเนินชีวิตอย่างไร บารมีคือบุญที่กลั่นตัวเป็นพลังความบริสุทธิ์ มีสิบประการ ทาน ศีล เนกขัมมะ ปัญญา วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐาน เมตตา อุเบกขา แต่ละข้อแบ่งสามระดับ บารมี อุปบารมี ปรมัตถบารมี รวมเป็นบารมีสามสิบทัศ ผู้ปรารถนาเป็นพระอรหันตสาวก พระปัจเจกพุทธเจ้า และพระสัมมาสัมพุทธเจ้าต้องบำเพ็ญในระดับต่างกัน พระเตมีย์เป็นชาติหนึ่งในทศชาติชาดกที่บำเพ็ญเนกขัมมบารมีอย่างยิ่งยวดโดยเอาชีวิตเป็นเดิมพัน
  • 47:49 ละครพระเตมีย์ ภิกษุสนทนาเรื่องการออกผนวชที่ธรรมสภาพระเชตวัน
    หลังบรรทัดคั่นช่วงพักราวสองนาที เทปละครเล่าต่อว่าในธรรมสภาภายในพระเชตวันมหาวิหาร ภิกษุหมู่ใหญ่มาประชุมสนทนากันว่าการเสด็จออกผนวชของพระบรมโพธิสัตว์ขณะยังเป็นเจ้าชายที่พร้อมด้วยมนุษย์สมบัติและทุกคนหวังให้เสวยสมบัติจักรพรรดินั้นน่าอัศจรรย์ พระบรมศาสดาทรงสดับด้วยทิพยโสตแล้วเสด็จมาประทับ ตรัสว่าการที่ตถาคตผู้มีบารมีเต็มเปี่ยมสละราชสมบัติออกผนวชในชาตินี้ไม่น่าอัศจรรย์ แต่เมื่อครั้งยังบำเพ็ญบารมีอยู่แล้วสละราชสมบัติออกบวชนั้นน่าอัศจรรย์ยิ่งกว่า ภิกษุจึงทูลขอให้ทรงเล่า แล้วเทปตัดจบว่าโปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 21 ก.พ. 2549

  • 23:05 ละครพระเตมีย์ตอนที่สอง บทนำ ทุกคนต้องสร้างบารมี และภิกษุทูลถามเรื่องสละราชสมบัติ
    เทปละครทศชาติชาดกพระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมีตอนที่สอง บทนำว่าคนยังไม่รู้ว่าต้นแบบชีวิตที่ดีที่สุดเป็นอย่างไร ผู้ประสบความสำเร็จสูงสุดไม่มีใครเกินพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงควรศึกษาอดีตชาติของพระองค์ และตัดความสงสัยว่าคนธรรมดาไม่ต้องสร้างบารมี ที่จริงทั้งผู้ปรารถนาพุทธภูมิ ปัจเจกพุทธเจ้า และอรหันตสาวกต้องสร้างบารมีทั้งหมด ต่างกันที่ความเข้มข้น เลือกเรื่องพระเตมีย์ก่อนเพราะเนกขัมมบารมีทำได้ยากและสวนกระแสกิเลส แล้วทวนว่าภิกษุทูลถามพระพุทธองค์เรื่องการสละราชสมบัติออกบวช
  • 25:53 ละครพระเตมีย์ พระเจ้ากาสิกราชไม่มีรัชทายาท ชาวเมืองชุมนุมขอให้ปรารถนาพระโอรส
    ในอดีตกาลที่นครพาราณสีแคว้นกาสี พระเจ้ากาสิกราชตั้งมั่นในทศพิธราชธรรมและเสด็จตรวจตราทุกข์สุขของราษฎรจนเป็นที่รัก มีพระสนมหนึ่งหมื่นหกพันนาง แต่ไม่มีใครให้กำเนิดรัชทายาท แม้พระนางจันทาเทวีพระอัครมเหสี จึงทรงกังวลว่าราชวงศ์จะสิ้นและเมืองจะถูกกษัตริย์อื่นยึด วันหนึ่งชาวเมืองมาชุมนุมที่ลานหลวง พระองค์เสด็จไปฟังเองที่สถานรับร้องทุกข์ ชาวเมืองทูลว่าทุกข์ร้อนที่ไม่มีพระโอรส เกรงบ้านเมืองจะระส่ำระสายเมื่อไร้กษัตริย์ ขอให้ตั้งจิตอธิษฐานปรารถนาพระโอรส
  • 32:00 ละครพระเตมีย์ พระสนมบวงสรวงไม่สำเร็จ พระนางจันทาเทวีรักษาอุโบสถศีลแล้วตั้งสัจจาธิษฐาน
    พระราชาทรงนิ่งด้วยเป็นปมด้อยในใจที่ครองราชย์มานานยังไม่มีโอรสธิดา รับสั่งว่าเรื่องนั้นให้เป็นหน้าที่ของพระองค์ แล้วเรียกพระสนมทั้งหมดให้ตั้งความปรารถนาพระโอรส และให้พราหมณ์จัดพิธีบวงสรวงเทวดา พระสนมต่างไปบนบานเทวดา พระจันทร์ พระอาทิตย์ หลายเดือนก็ไม่สำเร็จ ฝ่ายพระนางจันทาเทวีผู้พร้อมด้วยศีลดำริว่านอกจากบุญแล้วไม่มีที่พึ่งอื่น วันอุโบสถขึ้นสิบห้าค่ำจึงสรงสนาน นุ่งผ้าขาว รักษาอุโบสถศีลตลอดวันคืน รุ่งเช้าระลึกถึงศีลด้วยปีติ ตั้งสัจจาธิษฐานขอบุตร ละครจบตอนด้วยคำถามว่าจะร้อนไปถึงเทวดาองค์ใดหรือไม่ โปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 22 ก.พ. 2549

  • 1:11:10 ละครพระเตมีย์ตอนที่สาม พระนางจันทาเทวีอธิษฐาน ท้าวสักกะเชิญเทพบุตรโพธิสัตว์ลงมาเกิด
    ละครทศชาติชาดก พระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี ตอนที่สาม ทบทวนว่าพระเจ้ากาสิกราชแห่งกรุงพาราณสีไม่มีโอรสธิดา ชาวเมืองร้องเรียน พระสนมทำพิธีบวงสรวงไม่สำเร็จ พระนางจันทาเทวีอัครมเหสีสมาทานอุโบสถศีลในวันเพ็ญแล้วตั้งสัจจาธิษฐานขอพระโอรส อานุภาพศีลทำให้บัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ของท้าวสักกะร้อน ท้าวสักกะเห็นเหตุแล้วพิจารณาหาเทพบุตรผู้มีบุญ พบเทพบุตรที่ชาติก่อนเป็นพระเจ้ากรุงพาราณสียี่สิบปี สั่งลงโทษประหารนักโทษจึงไปเกิดในอุสสุทนรกบริวารของสัญชีวมหานรกแปดหมื่นปี แล้วมาเกิดในดาวดึงส์และใกล้จุติ ท้าวสักกะเสด็จไปเชิญให้ลงไปเกิดในครรภ์พระนางจันทาเทวีเพื่อบำเพ็ญบารมี เทพบุตรโพธิสัตว์รับคำ และเทพบุตรบริวารห้าร้อยองค์ขออาสาลงไปเกิดเป็นบริวาร
  • 1:17:36 ละครพระเตมีย์ โพธิสัตว์จุติลงครรภ์ ประสูติพร้อมกุมารบุตรอำมาตย์ห้าร้อยคน
    คืนนั้นเทพบุตรโพธิสัตว์จุติลงสู่ครรภ์พระนางจันทาเทวี เทพบุตรบริวารห้าร้อยองค์ลงไปเกิดในครรภ์ภรรยาของอำมาตย์ พระนางรู้สึกว่าพระอุทรเต็มไปด้วยแก้ววิเชียร จึงแน่พระทัยว่าทรงครรภ์ แล้วกราบทูลพระราชสวามี พระเจ้ากาสิกราชดีพระทัยยิ่ง พระราชทานเครื่องบริหารพระครรภ์และให้นางสนมดูแล ชาวเมืองปลื้มปีติทั่วหน้า ครบสิบเดือนพระนางประสูติพระราชกุมารผู้สมบูรณ์ด้วยบุญลักษณะ พระราชาดำริว่าผู้มีบุญย่อมมีบริวารตามมา จึงให้เสนาบดีตรวจเรือนอำมาตย์ ก็พบว่าวันนั้นมีกุมารเกิดพร้อมกันห้าร้อยคน พระราชายินดียิ่ง ละครจบตอนด้วยคำว่าโปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 23 ก.พ. 2549

  • 1:14:56 ละครพระเตมีย์ตอนที่สี่ ท้าวสักกะเชิญเทพบุตรลงจุติ ประสูติพร้อมกุมารห้าร้อย และคุณสมบัติแม่นมสิบประการ
    ละครทศชาติชาดกเรื่องพระเตมีย์ตอนที่สี่ ท้าวสักกะร้อนอาสน์ด้วยเดชศีลและสัจจาธิษฐานของพระนางจันทาเทวี จึงเลือกเทพบุตรที่ชาติก่อนเป็นพระเจ้ากรุงพาราณสี ตกอุสสทนรกแปดหมื่นปีแล้วมาเกิดในดาวดึงส์ ให้ลงมาเกิดในพระครรภ์ เทพบุตรรับคำพร้อมบริวารห้าร้อยองค์ที่ไปเกิดในครรภ์ภรรยาอำมาตย์ พระนางรู้สึกเหมือนพระครรภ์เต็มด้วยแก้วใส สิบเดือนต่อมาประสูติพระโอรส มีทารกเกิดวันเดียวกันห้าร้อยคน พระเจ้ากาสิกราชพระราชทานเครื่องประดับและแม่นมห้าร้อยนาง ส่วนพระกุมารได้แม่นมหกสิบสี่นางที่ปราศจากโทษสิบประการ ไม่ขาวหรือดำเกินไป ไม่ผอมไม่อ้วน ไม่สูงไม่เตี้ย น้ำนมรสหวานกลมกล่อม ถันไม่หย่อนยาน ไม่เป็นโรคหืดหอบและโรคไอ
  • 1:21:41 ละครพระเตมีย์ พยากรณ์บุญลักษณะ ตั้งพระนามเตมีย์ และพระกุมารเห็นพระราชบิดาลงโทษโจรสี่คน
    พราหมณ์ปุโรหิตและโหราจารย์พยากรณ์ว่าพระกุมารจะเป็นพระราชาธิราชเหนือมหาทวีปทั้งสี่ พระเจ้ากาสิกราชตั้งพระนามว่าเตมียกุมาร เพราะวันประสูติฝนตกชุ่มฉ่ำทั่วพระนคร เมื่อพระกุมารอายุหนึ่งเดือนถูกอุ้มขึ้นเฝ้าในท้องพระโรงขณะว่าราชการ พระราชาอุ้มไว้บนตักแล้วตัดสินมหาโจรสี่คน ให้โบยด้วยหวายหนามแช่น้ำเกลือพันครั้งจนตาย จองจำให้ตายในเรือนจำ แทงด้วยหอก และเสียบหลาวทั้งเป็นประจานหน้าประตูเมือง พระเตมีย์ผู้สั่งสมปัญญาบารมีมาดีสะดุ้งสลดใจ ดำริว่าพระราชบิดาทำบาปใหญ่คงไม่พ้นนรก และถ้าตนครองราชย์ก็ต้องตัดสินคดีเช่นเดียวกัน จบตอนด้วยให้ติดตามว่าจะทำอย่างไรกับชีวิต

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 24 ก.พ. 2549

  • 45:26 ละครพระเตมีย์ตอนที่ห้า พระราชทานแม่นมหกสิบสี่นาง และพระเตมีย์สลดใจเมื่อพระราชบิดาลงโทษมหาโจรสี่คน
    ครูไม่ใหญ่บอกว่าต่อไปเป็นทศชาติชาดก พระชาติที่เป็นพระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี ตอนที่ห้า เทปละครเล่าต่อจากตอนที่แล้วว่ามีกุมารเกิดวันเดียวกันห้าร้อยคน พระราชาพระราชทานเครื่องประดับและแม่นมให้ ส่วนพระราชกุมารได้แม่นมงดงามหกสิบสี่นางที่เว้นจากโทษสิบประการ ไม่สูงไม่ต่ำ ไม่ดำไม่ขาว ไม่อ้วนไม่ผอม ถันไม่แบนไม่หย่อน ไม่เป็นโรคหืดและโรคไอ เมื่อพระกุมารอายุหนึ่งเดือนประทับบนพระเพลาพระราชบิดาขณะว่าราชการ พระราชาสั่งลงโทษมหาโจรสี่คน โบยด้วยหวายหนามแช่น้ำเกลือจนตาย จองจำด้วยขื่อคา ประหารด้วยหอก และเสียบหลาวทั้งเป็น พระเตมีย์สะดุ้งสลดใจว่าพระราชบิดาทำบาปใหญ่คงต้องตกนรก และตนเองก็ต้องตัดสินคดีเช่นเดียวกันในภายหน้า ผู้บรรยายชี้ว่าแม้ตัดสินโดยไม่ลำเอียงด้วยอคติสี่ การประหารและทำร้ายผู้อื่นก็ไม่พ้นบาปตามกฎแห่งกรรม ช่วงต้นมีบรรทัดที่ Whisper ถอดเป็นภาษาอังกฤษปน
  • 50:06 ละครพระเตมีย์ ระลึกชาติได้ว่าเคยเป็นกษัตริย์แล้วตกนรกแปดหมื่นปี เทพธิดาที่เศวตฉัตรแนะให้แสร้งเป็นง่อย หูหนวก และใบ้
    วันรุ่งขึ้นนางนมนำพระกุมารไปบรรทมใต้เศวตฉัตร ทอดพระเนตรเห็นราชสมบัติแล้วนึกว่าเรามาจากไหน ด้วยบุญเก่าจึงระลึกชาติได้ว่าเคยเป็นกษัตริย์ครองนครนี้ยี่สิบปี ตัดสินประหารคนไว้มาก ตายแล้วไปเกิดในอุสสุทนรกแปดหมื่นปี พ้นแล้วไปเกิดในดาวดึงส์ก่อนกลับมาเกิดที่นี่ ทรงหวาดกลัวว่าถ้าได้ครองราชย์ต่อจะต้องทำบาปแล้วตกนรกอีก เห็นพระราชบิดาสั่งลงโทษโจรด้วยวาจาหยาบคาย จึงคิดหาทางพ้นจากราชมณเฑียรที่เปรียบเหมือนเรือนโจร พระกายซูบซีดเหมือนดอกบัวถูกขยำ เทพธิดาผู้สถิตที่เศวตฉัตรซึ่งเคยเป็นพระมารดาในอดีตชาติปรากฏตัวปลอบ แนะให้แสร้งทำเป็นคนง่อยเปลี้ย หูหนวก และใบ้ อย่าแสดงว่าเป็นบัณฑิต ให้คนเห็นว่าเป็นกาลกิณีแล้วจะถูกขับไล่ออกไป พระเตมีย์ยินดีและตั้งจิตอธิษฐานแน่วแน่ว่าจะทำตามจนกว่าจะสำเร็จ
  • 56:33 ละครพระเตมีย์ ไม่ตรัส ไม่ขยับ ไม่ร้องไห้ขอนม แม้พระราชาให้นำกุมารห้าร้อยคนมาเป็นเพื่อนเล่น
    นับจากนั้นพระกุมารไม่ตรัสอะไรอีก ไม่ขยับพระหัตถ์และพระบาท แม้เมื่อยล้าก็อดกลั้นยึดมั่นคำอธิษฐาน ไม่ร้องไห้ ไม่แสดงอาการหิวนม เสวยนมเฉพาะเวลาที่นางนมถวาย คนทั้งหลายฉงนและเศร้าแทน พระราชบิดามารดาแปลกพระทัยเพราะไม่มีลักษณะคนง่อยเปลี้ยเลย (บรรทัดราว 3486-3518 ถอดซ้ำเพี้ยน) พระเจ้ากาสิกราชรับสั่งให้นำกุมารที่เกิดวันเดียวกันมาอยู่ในวังเป็นเพื่อนเล่น พระกุมารแม้อยากหัวเราะเล่นด้วยก็อดทน กุมารอื่นหิวก็ร้องไห้ได้ดื่มนม แต่พระกุมารนึกถึงภัยในนรก สอนตนว่าจะไม่ร้องไห้เพื่อดื่มนมแม้ร่างกายจะซูบผอมตายไปก็ประเสริฐกว่า นางนมทั้งสงสารและกังวล จบตอนด้วยการให้ติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 1 มี.ค. 2549

  • 1:36:00 ละครพระเตมีย์ ทศชาติชาดก ตอนที่ 8 ทดลองด้วยผลไม้ ของเล่น อาหาร ไฟ ช้าง และงู
    เทปละครเรื่องพระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี ตอนที่ 8 ต่อจากตอนที่แล้ว อำมาตย์แนะนำพระเจ้ากาสิกราชให้ทดลองด้วยผลไม้ใส่ถาดอยู่หนึ่งปีพระราชกุมารก็ไม่แสดงอาการ ต่อด้วยของเล่นตุ๊กตาช้าง ตุ๊กตาหมา รถ เรือเล็ก ๆ กุมารห้าร้อยคนแย่งกันแต่พระราชกุมารไม่ทอดพระเนตร อายุสี่ขวบทดลองด้วยอาหารรสเลิศ พระนางจันทาเทวีต้องป้อนด้วยพระหัตถ์เอง อายุห้าขวบจุดไฟเรือนใบตาลที่ประทับ พระราชกุมารบรรทมนิ่งจนอำมาตย์ต้องอุ้มออกจากเปลวไฟ อายุหกขวบปล่อยพญาช้างที่ฝึกดีแล้วมาจับชูพระองค์ขึ้นก็ไม่ขยับมือเท้า อายุเจ็ดขวบปล่อยงูที่ถอนเขี้ยวเย็บปากมาพันพระกายแผ่พังพานบนพระเศียร พระราชกุมารระงับความกลัวด้วยนึกว่าตายในปากสัตว์ร้ายยังดีกว่าตกนรก ทดลองนานนับปีก็ไม่เห็นความเคลื่อนไหว
  • 1:43:29 ละครพระเตมีย์ ตอนที่ 8 ต่อ ทดลองด้วยการฟ้อนรำ ดาบ แมลงวัน และของโสโครก
    เทปละครพระเตมีย์ตอนที่ 8 ต่อ อายุแปดขวบอำมาตย์ทดลองด้วยการฟ้อนรำ กุมารห้าร้อยสนุกสนานแต่พระราชกุมารนึกว่าในนรกไม่มีความรื่นเริงแม้ขณะเดียว ผู้บรรยายสอนว่าสัตบุรุษจะยินดีในสิ่งชวนหลงแต่พองามโดยนึกถึงทุกข์ในอดีตและอนาคต อายุเก้าขวบให้บุรุษร่างใหญ่ถือดาบทำทีจะตัดศีรษะเด็กกาลกิณีที่ง่อยเปลี้ยใบ้ คมดาบจดพระศอก็ไม่สะดุ้ง จากนั้นเอาน้ำอ้อยปนข้าวยาคูทาทั่วพระวรกายแล้ววางไว้ในที่มีแมลงวันมาก อายุสิบขวบทดลองด้วยของโสโครก ไม่สรงสนานให้ ปล่อยให้ถ่ายหนักเบาในที่บรรทมจนแมลงวันรุมตอม พระเจ้ากาสิกราชกับพระนางจันทาเทวีทุกข์ทรมานไม่น้อยกว่าพระโอรส ละอายต่อข้าราชบริพารจนพระทัยแทบแตกสลาย จบตอนด้วยโปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 2 มี.ค. 2549

  • 1:02:38 ละครพระเตมีย์ ทดลองด้วยการฟ้อนรำ ดาบ แมลงวัน และสิ่งปฏิกูล พระมารดาวิงวอน ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์
    เทปละครทศชาติชาดกเรื่องพระเตมีย์ เข้าหลังช่วงพักกลางเรื่อง (ไม่มีบรรทัดขึ้นต้นหรือเลขตอน) ทดลองด้วยการฟ้อนรำขับร้อง พระราชกุมารนึกว่าในนรกไม่มีความรื่นรมย์จึงนิ่งเฉย ปีถัดมาให้บุรุษกำยำเงื้อดาบทำทีจะตัดศีรษะ ต่อมาทาน้ำอ้อยให้แมลงวันไต่ตอม และไม่สรงสนานปล่อยให้อยู่กับสิ่งปฏิกูล พระราชบิดามารดาทุกข์และละอายจนแหวกฝูงแมลงวันเข้าไปกอด วิงวอนว่ารู้ว่าลูกไม่ได้พิการ การครองเรือนเป็นทุกข์ ไม่มีลูกก็ทุกข์ มีลูกก็ทุกข์ ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์ พระโพธิสัตว์ทรงวางอารมณ์เป็นกลางด้วยนึกถึงกลิ่นเหม็นของคูถนรก และอดกลั้นเพื่อเป้าหมายจะออกบวช เนื้อหาช่วงนี้ตรงกับละครที่ออกอากาศในตอนวันที่ 1 มี.ค. 2549
  • 1:08:57 ละครพระเตมีย์ ทดลองด้วยกระเบื้องไฟใต้แท่นบรรทม ความร้อนในนรกร้อยเท่าพันเท่า ผ่านไปสิบห้าปี
    ปีต่อมาอำมาตย์วางกระเบื้องเต็มด้วยไฟไว้ใต้พระแท่นบรรทม พระราชกุมารรับทุกขเวทนาแต่ไม่ขยับพระหัตถ์พระบาท สอนพระองค์เองว่าความร้อนในนรกแผ่ไปร้อยโยชน์ ไฟนี้ยังดีกว่าร้อยเท่าพันเท่าแสนเท่า นิ่งเหมือนพระเถระเข้านิโรธสมาบัติ พระราชชนกชนนีวิงวอนอีกว่าอย่าให้ต้องอัปยศต่อพระราชาทั่วชมพูทวีป (กลางช่วงราว 4239-4269 มีบรรทัด jingle ถอดซ้ำแทรก) แต่พระโพธิสัตว์ยังบรรทมนิ่ง อำมาตย์เพียรทดลองทุกวิถีทางผ่านไปสิบห้าปีไม่เกิดผล
  • 1:12:36 ละครพระเตมีย์ อำมาตย์เสนอทดลองด้วยหญิงนักฟ้อน พระเจ้ากาสิกราชสัญญาตำแหน่งอัครมเหสี โปรดติดตามตอนต่อไป
    เมื่อพระราชกุมารมีพระชนมายุสิบหกพรรษา อำมาตย์ผู้ฉลาดเสนอว่าชายแรกหนุ่มย่อมยินดีในกาม และยอดแห่งกามคุณสำหรับบุรุษคือสตรี จึงควรทดลองด้วยนางสนมนักฟ้อน ที่ประชุมเห็นด้วยและกราบทูลพระเจ้ากาสิกราชผู้ท้อพระทัย พระราชารับสั่งให้เรียกหญิงนักฟ้อนรูปงามดังนางอัปสร และตรัสว่าหญิงใดทำให้พระราชกุมารร่าเริงและผูกพันด้วยตัณหาได้จะอภิเษกเป็นอัครมเหสี นางนมสรงสนานด้วยน้ำหอม แต่งองค์ให้บรรทมในห้องประดับดังทิพยวิมาน แล้วให้หญิงนักฟ้อนนวดเฟ้นเล้าโลมด้วยการฟ้อนรำขับร้อง พระโพธิสัตว์ยังไม่หมดกิเลสจะทรงทำอย่างไร ละครจบด้วยคำว่าโปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 4 มี.ค. 2549

  • 1:26:01 ละครพระเตมีย์ ตอนที่ 10 ทดลองด้วยไฟใต้แท่นบรรทม และหญิงนักฟ้อนจนพระกายแข็งเหมือนท่อนไม้
    ละครทศชาติชาดกเรื่องพระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี ตอนที่สิบ ทวนตอนที่แล้วที่ทดลองด้วยสิ่งปฏิกูลจนแมลงวันรุมตอม ปีต่อมาทดลองด้วยกระเบื้องไฟใต้พระแท่นบรรทม พระราชกุมารร้อนทั่วกายแต่ไม่ขยับ พระราชบิดาพระราชมารดาทนไม่ได้เข้าไปอุ้มออกมา ผ่านไปสิบห้าปีไม่เป็นผล อำมาตย์เห็นว่าพระกุมารอายุสิบหกแล้วจึงเสนอทดลองด้วยหญิงนักฟ้อน พระเจ้ากาสิกราชสัญญาว่าหญิงใดผูกใจได้จะอภิเษกเป็นอัครมเหสี พระโพธิสัตว์พิจารณาเห็นร่างกายเป็นเพียงกระดูกเนื้อเลือดเอ็นหนังหุ้มด้วยอาภรณ์ เหมือนบ่วงที่เนื้อเห็นแล้วหนี แล้วอธิษฐานด้วยบารมีไม่ให้หญิงเหล่านั้นแตะต้องกาย กลั้นลมหายใจจนพระสรีระแข็งเหมือนท่อนไม้ หญิงนักฟ้อนตกใจคิดว่าเป็นยักษ์จำแลงแล้ววิ่งหนี ทดลองสลับกันอยู่หนึ่งปีเต็มก็ไม่หวั่นไหว
  • 1:33:06 ละครพระเตมีย์ ตอนที่ 10 ต่อ โหราจารย์ทูลเท็จว่าพระกุมารเป็นกาลกิณี ต้องกำจัด ไฟล์จบที่คำว่าพักสักหน่อย
    พระเจ้ากาสิกราชสิ้นหวังว่าราชวงศ์จะดับสูญ จึงเรียกโหราจารย์มาถามด้วยความพิโรธว่าเหตุใดพระกุมารไม่เป็นไปตามคำทำนายว่าจะเป็นใหญ่เหนือทวีปทั้งสี่ โหราจารย์ตอบไม่ตรงคำถามจนทรงกริ้วหนัก สุดท้ายโหราจารย์คนหนึ่งเอาตัวรอดด้วยการทูลเท็จว่ารู้แต่แรกว่าพระกุมารเป็นกาลกิณี แต่ไม่กล้าทูลเพราะเกรงพระทัย ละครสอดแทรกว่าคนพูดเท็จมักอ้างความจำเป็นโดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของผู้อื่น แล้วโหราจารย์ยกเมฆต่อว่าถ้ายังเลี้ยงไว้จะเกิดอาเพทสามประการ อันตรายต่อพระชนม์ชีพ ราชบัลลังก์ล่มสลาย และพระอัครมเหสีสิ้นพระชนม์ ต้องรีบกำจัด พระราชาทรงเชื่อ แต่ยังตัดสินไม่ได้เพราะมีพระนางจันทาเทวีผู้เป็นพระมารดา ละครจบด้วยคำว่าโปรดติดตามตอนต่อไป ไฟล์จบที่ 6156 ตรงคำว่าพักสักหน่อย ไม่มีกรณีศึกษาที่เกริ่นไว้ตอนต้นรายการ ไม่มีบทประจำวันและช่วงปิดรายการในไฟล์ จึงเป็นไฟล์ที่ขาดท้ายรายการ (ต้นรายการครบ)

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 6 มี.ค. 2549

  • 1:18:30 ละครพระเตมีย์ พระกายแข็งเหมือนท่อนไม้ต่อหน้าหญิงนักฟ้อน และโหราจารย์ทูลเท็จว่าพระกุมารเป็นกาลกิณี
    ละครทศชาติชาดกเรื่องพระเตมีย์ ต้นช่วงไม่มีบรรทัดถอดเสียงจึงไม่รู้ว่าละครเริ่มตรงไหนและเป็นตอนที่เท่าไร ส่วนที่ถอดได้เริ่มที่พระโพธิสัตว์พิจารณาหญิงงามว่าเป็นเพียงเนื้อเลือดกระดูกหนัง อธิษฐานไม่ให้หญิงเหล่านั้นแตะต้องกาย กลั้นลมหายใจจนพระสรีระแข็งกระด้าง หญิงงามคิดว่าเป็นยักษ์จำแลงแล้ววิ่งหนี พระเจ้ากาสิกราชสิ้นหวังและขัดเคืองคำทำนายว่าพระกุมารจะเป็นใหญ่เหนือทวีปทั้งสี่ เรียกพราหมณ์ปุโรหิตมาถาม โหราจารย์คนหนึ่งเอาตัวรอดด้วยการทูลว่าพระกุมารเป็นกาลกิณี ถ้าเลี้ยงไว้จะเกิดอาเพทต่อพระชนม์ชีพ ราชบัลลังก์ และพระอัครมเหสี ละครสอดแทรกว่าความกลัวทำให้คนทำผิดได้ทุกอย่างแม้เสียสัจจะ ขาดความจงรักภักดี และทำบาปโดยไม่รู้ตัว
  • 1:23:01 ละครพระเตมีย์ โหราจารย์ทูลให้นำพระกุมารไปฝังทั้งเป็นที่ป่าช้า พระราชาลังเลแล้วทรงยอม
    พระราชาหวาดหวั่นภัยจึงถามว่าควรทำอย่างไร โหราจารย์คิดว่าตนเกือบไม่รอดเพราะพระกุมาร ละครสอดแทรกว่าทุกคนรักตน การโยนความทุกข์ให้ผู้อื่นโดยไม่คำนึงว่าเขาก็รักตัวเองไม่เป็นธรรม โหราจารย์ทูลขอพระราชทานอภัยแล้วเสนอให้นำพระเตมิยกุมารขึ้นบรรทมบนรถเทียมม้าอัปมงคล ให้สารถีขับออกประตูทิศตะวันตก ไปฝังทั้งเป็นที่ป่าช้านอกเมือง แล้วสวัสดิมงคลจะเกิดแก่พระองค์ พระราชาสะเทือนพระทัยเพราะเท่ากับยอมให้ฆ่าพระโอรสเอง ทรงลังเล พระพักตร์หมองและพระเนตรแดงก่ำ โหราจารย์เร่งถามอีก พระเจ้ากาสิกราชจึงตั้งสติ ลุกขึ้นตรัสว่าความสงบสุขของบ้านเมืองสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ให้ทำตามที่เห็นสมควร แล้วเสด็จกลับพระตำหนัก เหล่าอำมาตย์สรรเสริญ (ช่วงนี้ถอดเสียงเพี้ยน) แล้วโหราจารย์กับเสนาบดีปรึกษากันเพื่อทำตามรับสั่ง
  • 1:30:10 ละครพระเตมีย์ พระนางจันทาเทวีทูลขอชีวิตพระโอรส พระราชายืนกรานไม่คืนคำ
    พระนางจันทาเทวีทรงทราบเรื่องก็ตกพระทัยแทบสิ้นสติ รีบเข้าเฝ้าพระสวามีทูลทั้งน้ำตาขอให้ยับยั้งไว้ก่อน พระเจ้ากาสิกราชปฏิเสธว่ากษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำ พระนางต่อรองว่าพระโอรสไม่เคยทำความเดือดร้อนให้ใคร มีแต่พวกเราที่ทำทุกข์ให้พระกุมาร ขอเลี้ยงดูพระโอรสเองโดยไม่ให้ระคายเคือง แต่พระราชายืนกรานว่าถ้าไม่ทำตามคำที่ตรัสไว้คนทั้งหลายจะไม่เชื่อถือ ละครจบด้วยว่าพระเทวีจะมีวิธีการอย่างไรโปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 9 มี.ค. 2549

  • 1:49:35 ละครพระเตมีย์ตอนที่ 13 พระนางจันทาเทวีต่อรองขอราชสมบัติให้พระโอรสเจ็ดวัน
    มินิซีรีส์ทศชาติชาดก พระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี ตอนที่ 13 พระนางจันทาเทวีทราบว่าพระราชาจะให้นำพระโอรสไปฝังจึงเข้าเฝ้าขอให้ยับยั้ง แต่ถูกปฏิเสธ จึงทูลขอพรที่พระราชาเคยพระราชทานไว้ ขอให้ราชสมบัติแก่พระเตมียกุมาร พระราชาปฏิเสธว่าลูกเป็นกาลกิณีเป็นมิ่งขวัญของแว่นแคว้นไม่ได้ พระนางต่อรองลดจากตลอดชีวิตเป็นเจ็ดปี หกปี จนครึ่งเดือนก็ถูกปฏิเสธ สุดท้ายขอเจ็ดวันจึงได้รับอนุญาต จัดพิธีราชาภิเษกให้พระกุมารประทับหลังช้างเลียบพระนคร แต่พระนางยังทุกข์เพราะพระโอรสยังไม่กลับเป็นปกติ ผู้บรรยายกล่าวถึงใจแม่ที่ทุกข์สุขตามลูก และมารดาเป็นพรหมของบุตร เป็นเทวดาในเรือน เป็นบุรพาจารย์ ควรเคารพบูชาดุจพระอรหันต์
  • 1:56:39 พระนางจันทาเทวีวิงวอนพระเตมีย์ทั้งคืน พระโพธิสัตว์มั่นในปณิธานออกผนวช
    หลังพิธีราชาภิเษก พระนางจันทาเทวีให้เชิญพระกุมารขึ้นพระแท่นบรรทม สวมกอดคลำพระกายวิงวอนทั้งคืนทั้งวันว่าตลอดสิบหกปีแม่ไม่เป็นอันหลับนอน ร้องไห้จนตาช้ำ แม่รู้ว่าลูกไม่ใช่คนง่อยเปลี้ย ไม่ใช่คนใบ้ ไม่ใช่คนหูหนวก ขอให้พูดอะไรบ้าง พระโพธิสัตว์รับรู้ความทุกข์ของพระมารดาทุกอย่าง ยิ่งรักและสงสาร สำนึกในพระคุณเกินประมาณ แต่มั่นคงในมหาปณิธานที่จะออกผนวชบำเพ็ญเนกขัมมบารมี จึงบรรทมนิ่ง นึกขออภัยพระมารดาที่ต้องแกล้งทำเป็นไม่รับรู้เพื่อรอวันที่จะถูกนำออกจากพระราชวัง และนึกว่าพรุ่งนี้ความพยายามสิบหกปีจะถึงที่สุดแล้ว
  • 2:01:02 พระเจ้ากาสิกราชสั่งสุนันทสารถีนำพระเตมีย์ไปฝังที่ป่าช้า
    ถึงวันที่หกใกล้ครบกำหนด พระเจ้ากาสิกราชเรียกสุนันทสารถีเข้าเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์ มอบหมายให้เตรียมรถเทียมม้าอัปมงคล รุ่งเช้ามารับพระเตมียกุมารออกทางประตูทิศตะวันตก ประกาศไปตลอดทางว่านำตัวกาลกิณีไปป่าช้าผีดิบ แล้วขุดหลุม ใช้จอบทุบศีรษะให้สิ้นพระชนม์ก่อนกลบดินเพื่อไม่ให้ทรมานจากการถูกฝังทั้งเป็น แล้วอาบน้ำเปลี่ยนชุดกลับมารายงาน สุนันทสารถีหน้าซีดไม่สบายใจที่ต้องทำหน้าที่เพชฌฆาตต่อพระกุมารผู้ไม่เคยทำร้ายใคร แต่ด้วยความจงรักภักดีจึงรับพระบัญชา นอนกระสับกระส่ายทั้งคืน รุ่งเช้าเดินเข้าโรงเก็บราชรถ ละครจบตอนด้วยคำว่าโปรดติดตามตอนต่อไป ไฟล์จบที่ 7561 ตรงจุดนี้พอดี จึงไม่มีช่วงบทประจำวัน รายนามเจ้าภาพ และปิดรายการที่ตอนอื่นมี ไฟล์น่าจะขาดท้ายรายการ

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 11 มี.ค. 2549

  • 1:13:11 ละครพระเตมีย์ตอนที่ 15 สุนันทสารถีพาไปขุดหลุม พระวิสสุกรรมนำเครื่องประดับทิพย์มาประดับ
    มินิซีรีส์ทศชาติชาดก พระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี ถอดเสียงได้ว่าตอนที่สิบห้า สุนันทสารถีเลือกรถแต่เช้า เทวดาดลใจให้เลือกรถมงคลเทียมม้ามงคล ขึ้นปราสาทกราบทูลขอพระราชทานอภัยพระนางจันทาเทวี แล้วอุ้มพระราชกุมารลงไป พระโพธิสัตว์ได้ยินพระมารดากันแสงก็ต้องตัดใจนิ่งด้วยนึกถึงความพยายามสิบหกปี รถแล่นออกจากพระนครสามโยชน์ถึงชายป่า สารถีจอดรถแล้วลงมือขุดหลุมสี่เหลี่ยม พระโพธิสัตว์เห็นว่าถึงเวลาเคลื่อนไหว จึงลูบพระหัตถ์ นวดพระบาท ลงจากรถเดินกลับไปกลับมา แล้วทดลองยกรถได้อย่างอัศจรรย์ ทรงดำริจะแต่งเครื่องประดับก่อนออกบวช วิมานท้าวสักกะร้อนขึ้น ท้าวสักกะจึงให้พระวิสสุกรรมเทพบุตรนำเครื่องประดับทิพย์ลงมาประดับพระกายให้งดงามดุจท้าวสักกะ
  • 1:17:57 พระเตมีย์เผยตัวต่อสารถีที่ปากหลุม ผู้อาศัยร่มไม้ไม่หักกิ่ง ผู้ประทุษร้ายมิตรเป็นคนเลว
    พระโพธิสัตว์ยืนที่ปากหลุมถามสารถีว่าขุดหลุมไปทำไม สารถีตอบโดยไม่เงยหน้าว่าพระราชาให้ฝังพระโอรสที่เป็นง่อยเปลี้ยเหมือนไม่มีจิตใจ พระโพธิสัตว์ตรัสว่าเราไม่ได้หนวก ไม่ได้ใบ้ ไม่ได้ง่อยเปลี้ย ถ้าฝังเราก็ทำสิ่งไม่เป็นธรรม สารถีเงยหน้าเห็นรูปงามดุจท้าวสักกะก็อัศจรรย์และจำไม่ได้ ถามว่าเป็นเทวดาหรือคนธรรพ์ พระโพธิสัตว์ตรัสว่าเราเป็นโอรสพระเจ้ากาสิกราชผู้ที่ท่านอาศัยร่มพระบารมีเลี้ยงชีวิต บุคคลนั่งนอนใต้ร่มไม้ใดไม่พึงหักรานกิ่งไม้นั้น ผู้ประทุษร้ายมิตรเป็นคนเลว พระราชาเหมือนต้นไม้ เราเหมือนกิ่ง ท่านเหมือนผู้อาศัยร่มเงา ผู้บรรยายเล่าธรรมเนียมโบราณที่ไม่ตัดต้นไม้ที่เคยอาศัยร่มเงา และชาวนาที่ไม่ฆ่าไม่ขายวัวควายแก่ที่เคยทำงานให้ เพราะผู้ประทุษร้ายผู้มีพระคุณเป็นคนอกตัญญู ชีวิตไม่เจริญ
  • 1:25:06 พระเตมีย์ตรัสคาถาบูชาคุณมิตรสิบคาถา ยกพระสีวลี สามเณรสังกิจจะ โชติกเศรษฐีเป็นตัวอย่าง
    สารถียังไม่เชื่อ พระโพธิสัตว์จึงประกาศพระบารมีจนชัฏป่ากึกก้องด้วยเสียงสาธุการของเทวดา แล้วตรัสคาถาบูชาคุณของมิตรสิบคาถา ละครยกตัวอย่างประกอบ คาถาที่หนึ่งผู้ไม่ประทุษร้ายมิตรไปที่ไหนย่อมมีอาหารมาก เช่นพระสีวลีที่ชาติก่อนชวนคนรักษาศีลห้าและแจกทาน ไปถิ่นกันดารก็อุดมสมบูรณ์ คาถาที่สองย่อมได้รับการบูชาจากชนทุกถิ่น เช่นสามเณรสังกิจจะที่บวชตั้งแต่เจ็ดขวบ บรรลุอรหันต์วันที่แปด โจรจะฆ่าบูชายัญก็ฆ่าไม่สำเร็จจนทิ้งดาบมอบตัวเป็นศิษย์ คาถาที่สามโจรและกษัตริย์เบียดเบียนไม่ได้ เช่นโชติกเศรษฐีที่พระเจ้าอชาตศัตรูยกทัพมายึดปราสาทแต่ถูกยักษ์เฝ้าสมบัติขับไล่ คาถาที่สี่ย่อมเป็นผู้สูงสุดในหมู่ญาติและได้รับความยินดีในสภา คาถาที่ห้าสักการะผู้อื่นย่อมได้รับสักการะตอบ ละครจบตอนโดยคาถายังไม่ครบ ครูไม่ใหญ่บอกให้คอยฟังคาถาที่เหลือในวันจันทร์

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 13 มี.ค. 2549

  • 1:13:42 ละครพระเตมีย์: เผยตัวที่ปากหลุม ทบทวนคาถาบูชาคุณมิตรห้าคาถาแรก มิตรภาพที่ดีสร้างยาก
    มินิซีรีส์ทศชาติชาดก พระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี ตอนต่อจากวันเสาร์ ช่วงต้นถอดเสียงเพี้ยนปนภาษาอังกฤษ พระโพธิสัตว์ประทับยืนริมปากหลุม ตรัสถามสารถีว่าขุดหลุมทำไม แล้วตรัสว่าเราไม่ได้ใบ้ ไม่ได้ง่อยเปลี้ย ถ้าฝังเราในป่าเท่ากับทำสิ่งไม่เป็นธรรม ทรงเหยียดพระหัตถ์ให้ดูแขนขาและฟังคำพูด สุนันทสารถีเงยหน้าเห็นผู้แต่งกายงามดุจเทวดาก็อัศจรรย์ ถามว่าเป็นเทวดา คนธรรพ์ หรือท้าวสักกะ พระโพธิสัตว์ตรัสว่าเป็นโอรสพระเจ้ากาสิกราช ผู้อาศัยร่มไม้ไม่พึงหักกิ่ง ผู้ประทุษร้ายมิตรเป็นคนเลว สารถียังไม่เชื่อ จึงตรัสคาถาบูชาคุณของมิตร ห้าคาถาแรกว่าผู้ไม่ประทุษร้ายมิตรไปที่ใดย่อมมีอาหารมาก ได้รับการบูชา โจรไม่ทำร้าย กษัตริย์เบียดเบียนไม่ได้ เข้าที่ประชุมย่อมได้รับการยกย่อง ผู้บรรยายเสริมว่ามิตรภาพที่ดีสร้างยาก ต้องใช้เวลานาน แม้มีมิตรดีเพียงคนเดียวแต่รักษาไว้ได้ย่อมมีที่พึ่งอันอบอุ่นดุจบุตรกลับสู่อ้อมอกมารดา
  • 1:17:40 ละครพระเตมีย์: คาถาบูชาคุณมิตรที่หกถึงสิบ ผู้บูชามิตรย่อมเกิดในตระกูลสูง
    พระเตมิยราชกุมารเห็นสารถียังฟังอยู่จึงตรัสคาถาต่อ คาถาที่หกผู้ไม่ประทุษร้ายมิตร บูชาผู้อื่นย่อมได้รับการบูชาตอบ ไหว้ผู้อื่นย่อมได้รับการไหว้ตอบ ได้เกียรติยศมาก คาถาที่เจ็ดย่อมรุ่งเรืองดังกองเพลิง ดุจเทวดาผู้มีสิริ คาถาที่แปดโคย่อมตกลูกบ่อย พืชที่หว่านย่อมงอกงามได้บริโภคผล คาถาที่เก้าแม้ตกเหว ตกภูเขา หรือตกต้นไม้ย่อมมีที่พึ่ง ไม่เป็นอันตราย คาถาที่สิบเหล่าอมิตรย่ำยีไม่ได้ ดุจต้นไทรใหญ่ที่รากงอกงามซึ่งพายุพัดไม่ล้ม ผู้บรรยายสรุปว่าผู้มีปกติสักการะบูชากัลยาณมิตร มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นต้น ในชาติต่อไปย่อมเกิดในตระกูลสูงและได้รับการสักการะบูชา
  • 1:20:28 ละครพระเตมีย์: สารถีจำได้ หมอบทูลเชิญกลับไปครองราชย์ อ้างรางวัลจากทุกฝ่าย
    สุนันทสารถีฟังสิบคาถาแล้วยังสงสัย จึงขึ้นจากหลุมไปดูที่รถ ไม่เห็นพระโพธิสัตว์ กลับมาแลดูจึงจำได้ว่าเป็นพระเตมิยราชกุมารแน่ หมอบลงแทบพระบาท ทูลวิงวอนให้เสด็จกลับพระนครครองราชสมบัติ พระโพธิสัตว์ตรัสว่าไม่ต้องการราชสมบัติที่พรั่งพร้อมด้วยญาติและโภคทรัพย์ซึ่งต้องได้มาพร้อมกับการประพฤติอธรรม สารถียังหวังว่าจะเสด็จกลับเพื่อให้ตนได้รางวัล จึงทูลซ้ำว่าพระชนกพระชนนี นางสนม กุมาร พ่อค้า พราหมณ์ กองทัพช้าง ม้า รถ ราบ ชาวนิคมชาวชนบท จะยินดีให้รางวัลแก่ตน ผู้บรรยายชี้ว่าเป็นธรรมดาของคนที่พูดหรือทำอะไรก็หวังผลตอบแทน
  • 1:24:20 ละครพระเตมีย์: พ่อแม่สละเราแล้ว จะบวชอยู่ในป่า อุทานว่าความหวังของผู้ไม่รีบร้อนย่อมสำเร็จ
    พระราชกุมารผู้หลุดพ้นจากพันธนาการแห่งราชสมบัติมาได้อย่างแสนลำบาก ตรัสบอกสารถีว่าพระชนกพระชนนี ชาวเมือง ชาวนิคม และกุมารที่เป็นเพื่อนสละเราแล้ว เราไม่มีเหย้าเรือนของตน จะบวชอยู่คนเดียวในป่า ไม่ปรารถนากามคุณ ทรงเกิดปีติโสมนัสล้นพ้นจึงเปล่งอุทานว่า ความหวังของบุคคลผู้ไม่รีบร้อนย่อมสำเร็จแน่นอน ความประพฤติชอบที่พยายามมาเนิ่นนานบัดนี้สำเร็จผลแล้ว เราออกบวชแล้วมีแต่ความปลอดโปร่งใจ ไม่มีภัยจากที่ไหน ผู้บรรยายว่าความปรารถนาที่ตั้งไว้สิบหกปีสำเร็จถึงที่สุด แม้ต้องลำบากนานแต่ความสำเร็จนั้นงดงาม ควรค่าแก่การรอคอย สุนันทสารถียังไม่สิ้นหวังที่จะเชิญเสด็จกลับ โปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 14 มี.ค. 2549

  • 1:09:00 ละครพระเตมีย์ ตอน 17: ทวนคาถาที่หกถึงสิบ สารถีจำได้ หมอบทูลเชิญกลับพระนครเพื่อหวังรางวัล
    มินิซีรีส์พระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี ตอนที่ 17 ทวนเรื่องจากตอนที่แล้วว่าพระเตมิยราชกุมารตรัสคาถาที่หกถึงสิบ ผู้ไม่ประทุษร้ายมิตรไหว้ผู้อื่นย่อมได้รับการไหว้ตอบ รุ่งเรืองดุจเทวดา โคตกลูกบ่อย พืชงอกงาม ตกเขาหรือต้นไม้ไม่เป็นอันตราย อมิตรย่ำยีไม่ได้ดุจต้นไทรที่ลมพัดไม่ล้ม สุนันทสารถียังไม่แน่ใจ ขึ้นจากหลุมไปดูที่รถไม่เห็นพระโพธิสัตว์ กลับมาจึงจำได้ หมอบลงแทบพระบาททูลเชิญเสด็จกลับพระนคร พระโพธิสัตว์ตรัสว่าไม่ต้องการราชสมบัติที่ได้มาพร้อมการประพฤติอธรรม สารถียังหวังว่าจะเสด็จกลับจึงทูลว่าพระชนกพระชนนีจะพระราชทานรางวัลให้ตน
  • 1:12:16 ละครพระเตมีย์: พ่อแม่สละเราแล้ว จะบวชอยู่ในป่า ความหวังของผู้ไม่รีบร้อนย่อมสำเร็จ
    พระราชกุมารผู้หลุดพ้นจากพันธนาการแห่งราชสมบัติมาอย่างแสนลำเค็ญ ตรัสบอกสารถีว่าพระชนกพระชนนี ชาวแว่นแคว้น ชาวนิคม และกุมารที่เป็นเพื่อนสละเราแล้ว เราจะบวชอยู่คนเดียวในป่า ไม่ปรารถนากามคุณ เมื่อทรงนึกถึงความสำเร็จแห่งความเพียรที่ทำมายาวนานก็เกิดปีติโสมนัส ทรงเปล่งอุทานว่าความหวังของผู้ไม่รีบร้อนย่อมสำเร็จแน่นอน ความประพฤติชอบที่พยายามมาเนิ่นนานสำเร็จผลแล้ว เราออกบวชแล้วย่อมปลอดโปร่งใจ ไม่มีภัยจากที่ไหนอีก
  • 1:13:58 ละครพระเตมีย์: สารถีไม่เห็นคุณค่าการบวช ทูลว่าพูดไพเราะขนาดนี้ทำไมไม่พูดกับพ่อแม่
    สุนันทสารถียังมองไม่เห็นคุณค่าของการบวชอยู่ผู้เดียว เที่ยวกินใบไม้ผลไม้ในป่า ไร้ทรัพย์สมบัติ เห็นแต่ประโยชน์ที่จะเกิดแก่พระราชา พระราชเทวี และประเทศชาติ ถ้าพระราชกุมารเสด็จกลับไปครองราชย์ ประเทศจะรุ่งเรือง ราชาต่างเมืองข่มขี่ไม่ได้ ราชสมบัติประจำตระกูลที่ใคร ๆ ปรารถนาก็รออยู่แต่กลับไม่เอา จึงทูลว่าพระวาจาไพเราะสละสลวยถึงเพียงนี้ เหตุใดก่อนนี้ไม่ตรัสกับพระชนกพระชนนีเลย ขอให้เสด็จกลับ อยู่ป่าคนเดียวจะมีประโยชน์อะไร
  • 1:16:04 ละครพระเตมีย์: เล่าว่าระลึกชาติได้ เคยครองราชย์ยี่สิบปีแล้วตกนรกแปดหมื่นปี จึงแกล้งใบ้สิบหกปี
    พระเตมียราชกุมารเห็นว่าสารถียังไม่เข้าใจมโนปณิธาน จึงตรัสอธิบายว่าไม่ได้เป็นง่อยเปลี้ย หูหนวก หรือใบ้ ที่ต้องแกล้งทำเช่นนั้นเพราะระลึกชาติหนหลังได้ว่าเคยครองราชย์ในพระนครนี้เพียงยี่สิบปี แต่เมื่อละโลกไปกลับตกนรก ถูกทรมานเร่าร้อนหมกไหม้อยู่ถึงแปดหมื่นปี จึงไม่ปรารถนาจะพูดกับพระชนกพระชนนี อดทนมาสิบหกปีเพียงเพื่อพ้นจากความเป็นกษัตริย์ บัดนี้ทำสำเร็จแล้ว จะไม่หวนคืนพระนคร แต่จะบวชบำเพ็ญพรตอยู่ในป่า
  • 1:18:01 ละครพระเตมีย์: เพศนักบวชไม่มีภัยเพราะไม่แสวงโลกิยทรัพย์ สารถีแย้งว่าครองราชย์ก็ทำบุญได้
    สุนันทสารถีเกรงว่าประทับในป่าลำพังจะลำบากและมีอันตราย พระโพธิสัตว์ตรัสว่าผู้ออกบวชต้องสละทุกสิ่ง ทั้งทรัพย์ บุตรภรรยา ยศถาบรรดาศักดิ์ แล้วมุ่งแสวงอริยทรัพย์ภายใน ไม่แสวงผลประโยชน์อันเป็นโลกิยทรัพย์ จึงไม่คิดเบียดเบียนใคร ไม่กระทบกระทั่ง ไม่มีศัตรูมาทำร้าย เพศนักบวชจึงเป็นเพศของผู้ไม่มีภัยจากที่ไหน สารถีแย้งว่าบวชอยู่ป่าไร้ทรัพย์ ไร้บุตรภรรยาที่เอาใจให้ความอบอุ่นจะมีความสุขได้อย่างไร ถ้าครองราชย์มีทรัพย์มากก็ทำบุญให้ทาน รักษาศีล ทำทางสวรรค์ให้กระจ่างได้ บวชแต่ยังหนุ่มจะมีประโยชน์อะไร
  • 1:20:04 ละครพระเตมีย์: พระบิดาอุ้มบนตักแล้วสั่งประหารโจร ชีวิตน้อยนิดไม่ควรก่อเวรใหม่ การบวชเป็นทางว่าง
    พระโพธิสัตว์เล่าว่าครั้งยังเป็นทารก พระชนกอุ้มให้นั่งบนตักแล้วตรัสสั่งให้ฆ่าโจรคนหนึ่งด้วยหอก จองจำโจรคนหนึ่งด้วยขื่อคา เฆี่ยนโจรคนหนึ่งด้วยหวายหนาม และเสียบโจรคนหนึ่งบนหลาว ได้ฟังแล้วสะดุ้งกลัว ไม่ต้องการเสวยราชสมบัติ จึงแกล้งทำเป็นง่อยเปลี้ย ใบ้ หูหนวก เพื่อพ้นราชมณเฑียร ชีวิตนี้เป็นของน้อย มีความปลื้มใจนิดหน่อยแต่ทุกข์มาก จะอาศัยชีวิตนิดเดียวก่อเวรใหม่แล้วไปตกอบายนานเพื่ออะไร การบวชเป็นหนทางว่างที่ทำให้พ้นจากอกุศลกรรม มีปาณาติบาตเป็นต้น และมีโอกาสบำเพ็ญฌานและอภิญญา พรหมจรรย์ของเราสำเร็จแล้ว
  • 1:22:19 ละครพระเตมีย์: สารถีเลื่อมใส ขอบวชตาม พระราชกุมารลังเลเพราะพ่อแม่จะโศกเศร้า
    สุนันทสารถีใคร่ครวญตามพระดำรัสแล้วเห็นจริงทุกประการ เกิดความเลื่อมใสแรงกล้า เตือนตนว่าพระราชกุมารทิ้งราชสมบัติไม่มีเยื่อใยเหมือนบ้วนก้อนเขฬะ ยอมทนทุกข์นานเพื่อพ้นราชมณเฑียร แล้วตัวเราจะมัวห่วงชีวิตที่บ่ายหน้าไปสู่ความตายทำไม จึงตัดสินใจทูลขอบวชตามในวันนั้น พระราชกุมารทรงทราบว่าเขาต้องการบวชจริง แต่ถ้าอนุญาต ทั้งสองจะหายสาบสูญจากพระนครเหมือนตายจากไป พระราชบิดาพระราชมารดาจะเศร้าโศกเหมือนเดิม โปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 15 มี.ค. 2549

  • 1:21:19 ละครพระเตมีย์ ตอน 18: ทวนเรื่องที่ไม่ยอมกลับพระนคร เล่าเหตุที่แกล้งใบ้ สารถีเลื่อมใสขอบวชตาม
    มินิซีรีส์พระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี ตอนที่ 18 ทวนจากตอนที่แล้วว่าพระเตมิยราชกุมารไม่ยินดีกลับพระนครเพราะมุ่งจะผนวช ตรัสว่าพระชนกพระชนนีสละเราแล้ว จะบวชอยู่คนเดียวในป่า สุนันทสารถีมองไม่เห็นคุณค่าการบวช เห็นแต่ประโยชน์ที่ประเทศจะรุ่งเรืองถ้าพระราชกุมารกลับไปครองราชย์ พระราชกุมารจึงอธิบายว่าที่แกล้งเป็นง่อยเปลี้ยเพราะระลึกชาติหนหลังได้ (ช่วงนี้ถูกบรรทัด jingle กลบราวครึ่งนาที) ครั้งยังเป็นทารกพระชนกอุ้มนั่งบนตักแล้วสั่งฆ่าโจรสี่คนด้วยเครื่องประหารต่าง ๆ ได้ฟังแล้วสะดุ้งกลัว ไม่ต้องการราชสมบัติ ชีวิตนี้น้อยนัก จะก่อเวรใหม่แล้วตกอบายนานทำไม สุนันทสารถีเข้าใจและเลื่อมใส เห็นว่าแม้รัชทายาทยังจะผนวช ตัวเราจะครองเรือนไปทำไม จึงทูลขอบวชตาม
  • 1:25:29 ละครพระเตมีย์: ทรงยับยั้งการบวชของสารถี ต้องนำราชรถไปคืนก่อนเพราะคนไม่มีหนี้จึงบวชได้
    พระโพธิสัตว์ยินดีแต่ทรงดำริว่า ถ้าให้สารถีบวชเสียตอนนี้ ผู้คนจะคิดว่าพระราชกุมารหายสาบสูญไปพร้อมสารถี คงถูกยักษ์จับกินแล้ว พระชนกพระชนนีจะไม่สร่างจากความเศร้าโศก การบวชจะไม่เกิดประโยชน์ยิ่งใหญ่ ควรบอกข่าวแก่พระชนก พระชนนี พระพี่เลี้ยงนางนม และกุมารห้าร้อยผู้เป็นสหาย เมื่อพระประยูรญาติทราบก็จะรีบเสด็จมา จะได้แสดงธรรมโปรดให้เจริญในกุศลธรรม จึงตรัสยับยั้งว่าเธอยังไม่ควรบวช เพราะยังเป็นหนี้หลวงอยู่ ให้นำราชรถกลับไปคืนและกราบทูลความจริงก่อน ถ้ายังศรัทธาค่อยกลับมาบวช เพราะคนไม่มีหนี้จึงบวชได้ บวชโดยความเป็นไทคนจะไม่นินทา ผู้แสวงหาคุณธรรมก็สรรเสริญ
  • 1:28:19 ละครพระเตมีย์: สารถีขอปฏิญญาให้ประทับรอ พระโพธิสัตว์ถวายบังคมพระชนกชนนีทางทิศพาราณสี
    สุนันทสารถียังหวั่นว่าถ้าพระเจ้ากาสิกราชและพระราชมารดาทราบความจริงคงเสด็จมาพบพระราชกุมาร ตนต้องนำเสด็จ ถ้าได้พบก็เป็นความดีความชอบ แต่ถ้ามาแล้วไม่พบคงถูกลงพระราชอาญา จึงทูลขอปฏิญญาให้ประทับอยู่ที่นี่จนกว่าจะนำเสด็จพระราชบิดาพระราชมารดามาถึง พระโพธิสัตว์ตรัสรับ เพราะพระองค์เองก็ปรารถนาจะเห็นพระชนกพระชนนีเสด็จมาเช่นกัน ให้แจ้งว่ายังมีชีวิตอยู่และร่างกายสมบูรณ์ดี แล้วฝากกราบบังคมทูล ทรงหันพระพักตร์ไปทางพระนครพาราณสี ถวายบังคมพระชนกพระชนนีด้วยเบญจางคประดิษฐ์ สารถีกระทำประทักษิณ ถวายบังคม แล้วขับราชรถกลับพระนครพาราณสีโดยเร็ว
  • 1:31:44 ละครพระเตมีย์: พระนางจันทาเทวีรอข่าวที่ช่องพระแกล เห็นรถเปล่ากลับมาก็กันแสง สารถีทูลว่าพระราชกุมารเดินได้
    พระนางจันทาเทวีนับแต่ถูกพรากพระราชกุมารก็กันแสงร่ำไห้ แทบไม่เสวยจนพระกายซูบซีด ไม่ตรัสกับพระเจ้ากาสิกราชเลย ประทับที่ช่องพระแกลคอยทอดพระเนตรการกลับมาของสุนันทสารถี เมื่อเห็นเขากลับมาลำพังกับราชรถว่างเปล่าก็ยิ่งกันแสง คร่ำครวญว่าลูกรักคงถูกฝังทั้งเป็นแล้ว รับสั่งให้เข้าเฝ้าแล้วซักถามว่าลูกเป็นใบ้เป็นง่อยหรือเปล่า ตอนฝังลูกร้องหรือขยับมือเท้าบ้างไหม สารถีขอพระราชทานอภัยแล้วกราบทูลความจริงว่าพระราชกุมารที่ไม่ขยับกายมาสิบหกปี บัดนี้เดินได้คล่องแคล่ว อวัยวะสมบูรณ์ รูปโฉมงามสง่า ตรัสไพเราะน่าฟัง พระนางตรัสถามย้ำด้วยความตื่นเต้นระคนสงสัย เพราะทรงทดลองพระราชกุมารอย่างอุกฤษฏ์มาตลอดก็ไม่เคยเห็นขยับ โปรดติดตามตอนต่อไป ไฟล์จบที่ท้ายละครตอนนี้พอดี ไม่มีช่วงปิดรายการ

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 17 มี.ค. 2549

  • 1:01:46 ละครพระเตมีย์: สารถีทูลพระนางจันทาเทวีว่าพระราชกุมารไม่ได้ง่อยเปลี้ย พระเจ้ากาสิกราชจัดขบวนสามวันเสด็จไปชายป่า
    มินิซีรีส์พระเตมีย์ ถอดเสียงเริ่มกลางฉาก (ช่วงเปิดละครไม่มีบรรทัดถอดเสียง) สุนันทสารถีกราบทูลพระนางจันทาเทวีว่าพระราชกุมารมิได้เป็นง่อยเปลี้ย แต่ไม่ปรารถนาครองราชสมบัติเพราะระลึกชาติได้ว่าชาติก่อนเคยครองราชย์แล้วต้องไปชดใช้กรรมในนรกถึงแปดหมื่นปี จึงอดทนนิ่งเฉยไม่ขยับพระหัตถ์พระบาท ไม่ตรัสอะไร ให้คนเข้าใจว่าง่อยเปลี้ยใบ้ เพื่อจะได้ออกจากพระนครไปผนวช ตอนนี้ปลอดภัยดีและรับปฏิญญาว่าจะรออยู่ที่ชายป่า สารถีรับอาสานำเสด็จ พระเจ้ากาสิกราชทรงดีพระทัย รับสั่งอำมาตย์เสนาบดีเตรียมรถ ประดับช้าง ป่าวประกาศชวนชาวพระนคร จัดขบวนอยู่สามวันจึงเคลื่อนพลไปพร้อมชาวเมืองเกือบทั้งหมด ถึงราวป่าสารถีชี้บรรณศาลาที่ประทับของพระเตมีย์
  • 1:04:28 ละครพระเตมีย์: พระเตมีย์ฤๅษีต้อนรับพระราชบิดาที่หน้าอาศรม ต่างไต่ถามทุกข์สุข ทูลถามว่ายังรักษาศีลห้างดสุราอยู่หรือ
    พระเจ้ากาสิกราชรีบเสด็จเข้าอาศรมก่อน พระนางจันทาเทวีกับนางสนมตามมาภายหลัง พระเตมีย์ซึ่งบัดนี้ผนวชเป็นฤๅษีแล้วเสด็จลงมาต้อนรับหน้าอาศรม ตรัสถามพระพลานามัย พระราชาตอบว่าสบายดี แล้วถามว่าเคยสุขสบายในวัง มาอยู่ป่าเปลี่ยวลำบากจะอยู่ได้อย่างไร พระเตมีย์ตอบว่าป่าสงบสงัดทำให้สงัดทั้งกายและใจ โรคภัยไม่เบียดเบียน ละครอธิบายว่าเป็นธรรมเนียมบัณฑิตที่พบกันแล้วถามทุกข์สุข เพราะรู้ว่าชีวิตเป็นทุกข์ ความทุกข์เป็นพื้นฐานของชีวิต จากนั้นพระเตมีย์ทูลถามว่ายังรักษาศีลห้า งดสุราเมรัยได้ดีอยู่หรือ ชนบท เมืองหลวง และท้องพระคลังยังบริบูรณ์หรือ พระราชาตอบว่ามั่นคงในศีลห้า ไม่ได้ดื่มสุรา บ้านเมืองสมบูรณ์ดี
  • 1:08:26 ละครพระเตมีย์: พระราชาไม่ยอมประทับบนอาสนะด้วยความเคารพ พระเตมีย์ถวายใบหมากเม่านึ่ง อยู่ในที่สงัดกินอะไรก็มีรส
    พระเตมีย์เห็นพระราชบิดายืนนานแล้วจึงเชิญขึ้นอาศรม ให้เจ้าพนักงานจัดพระราชบัลลังก์ แต่พระราชาไม่ประทับด้วยความเคารพในพระฤๅษี จึงให้ปูอาสนะใบไม้ถวาย พระราชาก็ยังไม่ประทับ นั่งที่พื้นแทน พระเตมีย์นำใบหมากเม่าที่นึ่งสุกแล้ว ไม่มีรสเปรี้ยวรสเค็ม มาถวายแขกผู้มาไกล พระราชาปฏิเสธว่ามีอาหารรสโอชาเตรียมมาแล้ว แต่ก็หยิบใบหมากเม่ามากำไว้ด้วยความเคารพแล้วถามว่าลูกกินอาหารอย่างนี้หรือ พระเตมีย์ตรัสว่าบุคคลอยู่ในที่สงัด มีใจสงบ แม้บริโภคอาหารเช่นไรก็ย่อมมีรสโอชา
  • 1:11:17 ละครพระเตมีย์: พระนางจันทาเทวีกันแสงที่พระบาท พระราชาถามว่าทำไมผิวพรรณผ่องใส เพราะไม่เศร้าถึงอดีตไม่หวังอนาคต
    พระนางจันทาเทวีกับนางสนมตามมาถึง เห็นพระโอรสก็ตื้นตันสุดพรรณนา คลานเข้าไปจับพระบาทของพระเตมีย์ แลดูด้วยความรัก ตรัสอะไรไม่ออกได้แต่กันแสง พระราชาสังเกตว่าพระวรกายของพระเตมีย์ผุดผ่องแจ่มใส จึงถามว่ากินแต่พืชผักผลไม้ในป่าแต่ทำไมผิวพรรณผุดผ่อง แล้วชี้ใบหมากเม่าให้พระราชเทวีดูว่านี่คืออาหารของลูกเธอ พระเตมีย์ตอบว่านอนบนใบไม้ผู้เดียว ยินดีในการอยู่คนเดียว ไม่ต้องมีองครักษ์ถือดาบคอยเฝ้าก็อยู่อย่างปลอดภัย ไม่หวาดระแวง ไม่ห่วงทรัพย์สิน ไม่เศร้าโศกถึงอดีต ไม่คาดหวังความสุขในอนาคต ใช้ชีวิตในปัจจุบันรักษาใจให้ผ่องใส ส่วนคนพาลผิวพรรณซูบซีดเหมือนไม้อ้อที่ถูกตัดทิ้งกลางแดด เพราะมัวรอคอยอนาคตและเศร้าโศกถึงอดีต
  • 1:14:51 ละครพระเตมีย์: พระราชาชวนกลับไปครองราชย์ สัญญาหาพระชายาให้ ครองราชย์ก่อนแล้วค่อยบวช พระเตมีย์ยังยืนยันจะบวช
    พระราชาชื่นชมว่าลูกทำสิ่งที่ใครทำได้ยาก แต่อย่าลืมว่าเป็นลูกพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ จะอยู่ป่าผู้เดียวได้อย่างไร จึงเชิญให้กลับไปครองราชสมบัติพร้อมเสนาสี่เหล่า มีนางสนมผู้ฉลาดฟ้อนรำขับร้องคอยบำเรอ ลูกยังหนุ่มแน่นแข็งแรง ควรเป็นที่พึ่งของราษฎร อยากอภิเษกกับเจ้าหญิงองค์ใดก็เลือกได้ พ่อจะหาพระชายาให้ เมื่อครองราชย์มีโอรสธิดาแล้วค่อยออกบวชภายหลัง ยังอยู่ในปฐมวัยจะมาบวชอยู่ป่าผู้เดียวมีประโยชน์อะไร พระเตมีย์ยังยืนยันจะถือเพศดาบสประพฤติพรหมจรรย์ต่อไป แต่ทั้งพระราชบิดา พระราชมารดา และพระประยูรญาติต่างหวังให้พระองค์เพียงองค์เดียวกลับไปครองราชย์ ละครจบตอนด้วยคำถามว่าจะตรัสอธิบายให้ทุกคนเข้าใจได้อย่างไร โปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 18 มี.ค. 2549

  • 58:38 ละครพระเตมีย์: ทวนฉากหน้าอาศรม พระราชาชวนกลับไปครองราชย์ พระเตมีย์ว่าควรบวชตั้งแต่ปฐมวัย ชาติก่อนครองราชย์ 20 ปีตกนรก 8 หมื่นปี
    มินิซีรีส์พระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี (ช่วงเปิดถอดเสียงหลุดเป็นคำมั่ว) ทวนฉากที่พระเจ้ากาสิกราชเสด็จถึงอาศรมด้วยขบวนทัพยิ่งใหญ่ พระเตมีย์ฤๅษีลงมาต้อนรับ ต่างถามทุกข์สุข พระเตมีย์ว่าป่าสงบสงัดทำให้สงัดกายใจ แล้วนำใบหมากเม่านึ่งมาถวาย บุคคลอยู่ในที่สงัดมีใจสงบ บริโภคอะไรก็มีรส พระนางจันทาเทวีเสด็จมาถึง พระราชาชวนพระเตมีย์กลับไปครองราชย์เพราะยังหนุ่มรูปงาม ควรเป็นที่พึ่งของราษฎร จะหาเจ้าหญิงให้อภิเษก มีโอรสธิดาแล้วค่อยบวช พระเตมีย์ทูลว่าผู้จะบวชประพฤติพรหมจรรย์ควรบวชตั้งแต่ปฐมวัย นักปราชญ์มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นต้นสรรเสริญการบวชของคนหนุ่ม ราชสมบัติเป็นเหตุให้ก่ออกุศลกรรมมาก ชาติก่อนพระองค์เคยเป็นกษัตริย์ครองราชย์เพียงยี่สิบปี แต่ต้องเสวยทุกข์ในนรกนานแปดหมื่นปี เห็นภัยนั้นน่ากลัว ชีวิตมนุษย์น้อยนัก ทุกคนต้องบ่ายหน้าสู่ความตาย จึงปรารถนาจะพ้นจากภัย
  • 1:04:14 ละครพระเตมีย์: โลกถูกความตายครอบงำ ถูกชรารุมล้อม วันคืนไม่ล่วงไปเปล่า อุปมาช่างหูกทอผ้าและห้วงน้ำไหลไม่หวนกลับ
    พระเตมีย์แสดงธรรมชี้แจงสภาพสัตว์โลกแก่พระราชบิดา คนบางคนตายตั้งแต่ยังเด็ก บางคนตายตอนหนุ่ม บางคนตายตอนแก่ ที่ไม่ตายเลยยังไม่มี โลกมนุษย์ถูกพญามัจจุราชครอบงำให้เวียนเกิดเวียนตายในสังสารวัฏ ความเป็นหนุ่มสาวเหมือนฝูงปลาในแอ่งน้ำที่กำลังแห้งกลางแดด จะมามัวเมาในชีวิตอันน้อยนิดทำไม พระราชาถามว่าโลกถูกอะไรครอบงำ ถูกอะไรรุมล้อม วันคืนไม่ล่วงไปเปล่าอย่างไร พระเตมีย์ตอบว่าโลกถูกความตายครอบงำ ถูกชรารุมล้อม วันคืนผ่านไปพร้อมความเสื่อมของผิวพรรณและกำลังวังชา อุปมาเหมือนช่างหูกทอผ้า ยิ่งทอไปเส้นด้ายที่เหลือก็น้อยลง ห้วงน้ำที่ไหลไปไม่ย้อนกลับฉันใด อายุมนุษย์ก็ไม่หวนคืนฉันนั้น กระแสน้ำเชี่ยวพัดต้นไม้ริมฝั่งให้โค่นลง สัตว์โลกก็ถูกชราและมรณะพัดพาไปฉันนั้น ขอพระองค์อย่าประมาทมัวเมาในชีวิต
  • 1:09:01 ละครพระเตมีย์: พระเจ้ากาสิกราชเบื่อหน่ายโลกอยากบวชเอง แต่ยังขอให้พระเตมีย์กลับไปครองราชย์ก่อน พระเตมีย์ยืนยันไม่กลับสู่เครื่องผูก
    พระราชาฟังธรรมแล้วเบื่อหน่ายในกามคุณ น้อมใจไปในการบรรพชา ดำริว่าตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยฟังคติธรรมจากใครแจ่มแจ้งเท่าที่ฟังจากลูกวันนี้ ตนเข้าสู่วัยชราแล้วสมควรบวชที่นี่ไม่กลับพระนคร แต่พระโอรสยังหนุ่มควรกลับไปครองราชย์ มีพระชายา มีบุตรธิดาก่อนแล้วค่อยบวช จึงมอบราชสมบัติ สนมนารี และราชนิเวศให้ พระเตมีย์ตรัสว่าทรัพย์สมบัติ ปราสาท ช้างม้าวัวควาย ไร่นา บางคราวจากเราไปก่อน บางทีเราก็จากไปก่อน พระชายาอาจสิ้นก่อนหรือเราอาจสิ้นก่อน ความเป็นหนุ่มสาวต้องแก่ทุกวันคืน บุตรธิดาก็ต้องพลัดพรากกันในที่สุด สัตว์ที่เกิดมาต้องตายเหมือนผลไม้แก่ต้องหล่น เห็นกันตอนเช้า ตอนเย็นตายจากกันก็มี ผู้พ้นจากเครื่องผูกคือราชสมบัติแล้วไม่ปรารถนากลับไปอีก ขอพระองค์ออกผนวชประพฤติพรหมจรรย์เถิด ละครจบด้วยคำถามว่าพระเจ้ากาสิกราชจะมีพระราชดำรัสอย่างไร โปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 20 มี.ค. 2549

  • 44:31 ละครพระเตมีย์ตอนอวสาน: พระเจ้ากาสิกราชมอบราชสมบัติให้กลับไปครองก่อน พระเตมีย์ตอบว่าทรัพย์กับเราต้องพลัดพรากกัน สัตว์เกิดมาต้องตาย
    มินิซีรีส์พระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี ตอนอวสาน ทวนความจากตอนที่แล้วว่าพระเตมีย์ราชฤๅษีถูกพระราชบิดาเชื้อเชิญให้กลับไปครองราชย์เพราะยังหนุ่ม พระเตมีย์ทูลว่าผู้จะบวชควรบวชตั้งแต่ยังหนุ่ม ราชสมบัติเป็นเหตุให้ก่ออกุศลกรรมมาก ชาติก่อนเคยครองราชย์ยี่สิบปีแต่ต้องเสวยทุกข์ในนรกแปดหมื่นปี พระราชาฟังธรรมแล้วน้อมใจไปในการบรรพชา ดำริว่าจะบวชเสียแต่ในบัดนี้ไม่กลับพระนคร แต่ยังห่วงว่าพระโอรสควรกลับไปครองราชย์ มีพระชายาและบุตรธิดาก่อนแล้วค่อยบวช จึงมอบราชสมบัติ สนมนารี และราชนิเวศให้ พระเตมีย์ทูลว่าอย่าเชื้อเชิญด้วยราชสมบัติเลย เพราะบางคราวทรัพย์ก็พลัดพรากจากเราไปก่อน บางทีเราก็พลัดพรากจากทรัพย์ไปก่อน สัตว์ที่เกิดมาล้วนต้องตาย เหมือนผลไม้แก่ต้องหล่น เห็นกันเวลาเช้า เวลาเย็นตายจากกันก็มี
  • 48:32 ละครพระเตมีย์: พระเจ้ากาสิกราชออกผนวช เปิดท้องพระคลังให้ขนไปแต่ไม่มีใครเอา ชาวเมืองพาราณสีออกบวชเป็นฤๅษีทั้งหมด เมืองกลายเป็นเมืองร้าง
    พระเจ้ากาสิกราชทรงทราบว่าพระโอรสไม่มีเยื่อใยในราชสมบัติเลย จึงตัดอาลัยในราชบัลลังก์ ตั้งใจออกผนวชอย่างแน่วแน่ รับสั่งให้ตีกลองป่าวประกาศทั่วพระนครว่าผู้ใดศรัทธาจะบวชตามพระเตมีย์ก็จงบวชเถิด แล้วให้เปิดท้องพระคลังทั้งหมด จารึกแผ่นทองคำติดไว้ที่ท้องพระโรงว่าผู้ใดต้องการทรัพย์ก็จงมาขนไป แต่ไม่มีใครต้องการ ชาวเมืองกลับทิ้งบ้านทิ้งเมืองไปสู่สำนักพระเตมีย์เป็นจำนวนมาก พระราชา พระอัครมเหสี เสนามหาอำมาตย์ และมหาชนชาวพาราณสีพากันออกบวชเป็นฤๅษีและฤๅษิณีทั้งหมด ในพื้นที่ราวหนึ่งโยชน์ที่ท้าวสักกเทวราชประทานให้ ซึ่งมีป่าไม้ออกดอกออกผลไม่จำกัดฤดูกาล พระโพธิสัตว์ให้ฤๅษิณีสร้างอาศรมอยู่ตอนกลาง ฤๅษีชายอยู่รอบนอก เมื่อผู้ใดเกิดความคิดในกามหรือพยาบาท พระเตมีย์จะประทับนั่งบนอากาศประทานโอวาท ผู้ทำตามต่างสำเร็จอภิญญาห้า สมาบัติแปด ส่วนพาราณสีเมื่อไร้พระราชาและรัชทายาทก็กลายเป็นเมืองร้าง เหลือแต่เด็ก คนแก่ และนักเลงสุราที่ยังตกอยู่ในความประมาท
  • 52:24 ละครพระเตมีย์: ท้าวสามนตราชยกทัพมาพบพาราณสีเป็นเมืองร้าง ตามไปขอบวชที่อาศรม กษัตริย์อีกสามพระองค์ออกผนวช ป่ากลายเป็นเมืองฤๅษี
    ท้าวสามนตราช กษัตริย์เมืองใกล้เคียง ทราบว่าพระเจ้ากาสิกราชสละราชสมบัติออกผนวชพร้อมอำมาตย์และชาวเมือง จึงยกทัพมาประชิดหมายยึดพาราณสี แต่พบว่ากลายเป็นเมืองร้าง เสด็จขึ้นปราสาทเห็นกองรัตนะถูกทิ้งไว้ไม่มีคนเหลียวแล ทรงสงสัยว่าคงมีภัยเพราะทรัพย์ จึงเรียกพวกนักเลงสุรามาถามว่ามีภัยเกิดแก่พระราชาหรือ พวกนั้นทูลว่าไม่มีภัยอะไร แล้วเล่าเรื่องทั้งหมดและบอกทางที่พระราชาเสด็จไป ท้าวสามนตราชตามไปถึงอาศรม เห็นพระราชา พระราชินี และข้าราชบริพารทั้งปวงทรงเพศฤๅษีบำเพ็ญพรตอยู่มากมาย ได้ฟังเหตุผลและโอวาทของพระเตมีย์แล้วเกิดศรัทธา ขอบวชพร้อมบริวาร ต่อมามีกษัตริย์ต่างเมืองอีกสามพระองค์สละราชสมบัติทิ้งแก้วแหวนเงินทองมาบวชในทำนองเดียวกัน ช้างม้าพาหนะที่ไม่มีใครดูแลกลายเป็นช้างป่าม้าป่าที่คุ้นเชื่องและเลื่อมใสในหมู่ฤๅษี สิ้นอายุแล้วไปเกิดในสวรรค์หกชั้นตามกำลังความเลื่อมใส ป่าที่ฤๅษีอยู่ขยายกว้างออกไปถึงสิบโยชน์ กลายเป็นเมืองฤๅษี ทุกคนตั้งใจประพฤติพรหมจรรย์ สำเร็จอภิญญาสมาบัติ ดับจิตแล้วไปเกิดในพรหมโลก
  • 58:23 ละครพระเตมีย์: ประชุมชาดก สุนันทสารถีคือพระสารีบุตร ท้าวสักกะคือพระอนุรุทธะ เทพธิดาที่เศวตฉัตรคือพระอุบลวรรณาเถรี พระเตมีย์คือพระพุทธเจ้า
    พระบรมศาสดาตรัสเล่าเตมิยชาดกจบแล้วตรัสแก่ภิกษุทั้งหลายว่า มิใช่ในบัดนี้เท่านั้นที่เราสละราชสมบัติออกบวช แม้ในกาลก่อนก็เคยสละราชสมบัติออกบวชมาแล้ว แล้วประกาศอริยสัจและประชุมชาดกว่า เทพธิดาผู้สถิตที่เศวตฉัตรในกาลนั้นมาเป็นภิกษุณีอุบลวรรณาเถรี นายสุนันทสารถีมาเป็นพระสารีบุตรเถระ ท้าวสักกะมาเป็นพระอนุรุทธเถระ พระชนกและพระชนนีมาเป็นมหาราชสกุล ข้าราชบริพารมาเป็นพุทธบริษัท ส่วนพระเตมีย์ราชกุมารผู้แสร้งทำเป็นใบ้ทำเป็นง่อยเปลี้ยคือพระตถาคตเอง

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 21 มี.ค. 2549

  • 5:31 เกริ่นเคสสตัดดี้วันนี้ และมินิซีรีส์ทศชาติชาดกเริ่มเรื่องพระมหาชนกตอนที่หนึ่ง
    ครูไม่ใหญ่ว่าต้องตอบย้ำซ้ำเดิมให้คล่องปากขึ้นใจ โดยเฉพาะนักเรียนใหม่ต้องศึกษาไว้ เพื่อดำเนินชีวิตไม่ผิดพลาด เพราะความผิดพลาดมีอบายภูมิ ทั้งนรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉานรองรับอยู่ วันนี้มีเรื่องราวดี ๆ ของเคสสตัดดี้ที่ทำให้เข้าใจกฎแห่งกรรมดีขึ้น ชื่อเรื่องที่ถอดได้ว่าปล่อยเงินเพราะสุดขีด (ถอดไม่ชัด ดูชื่อจริงในช่วงเคส) และมีมินิซีรีส์ทศชาติชาดก วันนี้เป็นตอนที่หนึ่งของพระมหาชนก ผู้ยิ่งด้วยวิริยบารมี ก่อนจะไปถึงตรงนั้นให้มาแต่งเนื้อแต่งตัวให้เสร็จเรียบร้อยก่อน
  • 1:05:18 ทศชาติชาดก ทบทวนพระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี แล้วเกริ่นพระมหาชนกผู้ยิ่งด้วยวิริยบารมี
    หลังคำถามเคสไม่มีบรรทัดถอดเสียงราวสองนาทีครึ่ง แล้วเริ่มเทปมินิซีรีส์ทศชาติชาดก ผู้บรรยายทบทวนพระชาติที่ผ่านมาคือพระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี ที่เกรงกลัวภัยในมหานรกยิ่งกว่ากลัวตาย แม้ถูกทดลองอย่างหนักก็ไม่ละทิ้งมโนปณิธาน จนอายุสิบหกพรรษาได้เสด็จออกผนวช มีพระญาติ ข้าราชบริพาร และกษัตริย์ต่างเมืองบวชตามจำนวนมาก วันนี้จะศึกษาพระมหาชนกผู้ยิ่งด้วยวิริยบารมี ความเพียรอย่างเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ถ้าถามว่าทำไมต้องเพียรอย่างอุกฤษฏ์ แม้เพียรไปก็ตายเปล่า คำตอบคือความเพียรเป็นอุปนิสัยที่ฝังแน่นในใจพระโพธิสัตว์ เพราะความเพียรเท่านั้นที่เอาชนะความเกียจคร้านที่ฝังลึกในใจมนุษย์ได้ ถ้าชีวิตยังไม่สิ้นก็ต้องเพียรต่อไปจนสำเร็จ
  • 1:09:32 ใจคุ้นกับกิเลสเหมือนปลาคุ้นน้ำ ความเพียรต้องมีความกล้า ละชั่วที่ทำอยู่ เริ่มดีที่ยังไม่ทำ
    เทปทศชาติชาดกต่อ ใจมนุษย์คุ้นกับกิเลสเหมือนปลาคุ้นน้ำ จะหักดิบจากนิสัยไม่ดีต้องอาศัยความกล้าหาญอย่างแรงกล้า เพราะใจจะดิ้นรนกลับไปทำสิ่งที่คุ้นเคยและต่อต้านความดี ผู้มีความเพียรจึงต้องมีความกล้าในตัว นิสัยไม่ดีที่ยังไม่เคยทำก็สงวนตนไว้ ที่ทำอยู่รู้ว่าไม่ดีก็ต้องเพียรเลิกให้ได้ นิสัยดีที่ยังไม่เคยทำต้องเริ่มทำ ที่ทำอยู่แล้วก็ทำให้ยิ่งขึ้นไป บารมีจะก่อตัวขึ้นและใจนิ่งมากขึ้น เรียกว่าวิริยบารมีเริ่มเกิด อุปมาดังพญาราชสีห์ที่ไม่ย่อหย่อนในอิริยาบถทั้งปวง นักสร้างบารมีต้องเพิ่มพูนความเพียรจนกว่าจะสมปรารถนา ไม่สำเร็จไม่เลิก
  • 1:17:41 พระมหาชนกเริ่มเรื่อง ภิกษุสนทนาที่ธรรมสภาเชตวันเรื่องการเสด็จออกผนวช พระพุทธองค์ตรัสว่าในอดีตก็เคยออกบวชด้วยความเพียร
    เรื่องพระมหาชนกเริ่มที่ธรรมสภาภายในพระเชตวันมหาวิหาร วันหนึ่งภิกษุสงฆ์สนทนากันถึงการเสด็จออกบำเพ็ญเนกขัมมบารมีของพระพุทธองค์ ที่ทรงละเบญจกามคุณ ออกบำเพ็ญเพียรเอาชีวิตเป็นเดิมพันจนบรรลุสัมมาสัมโพธิญาณ พระบรมศาสดาทรงสดับด้วยทิพโสตจึงเสด็จมาประทับแล้วตรัสถาม เมื่อทราบแล้วตรัสว่ามิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้น แม้ในกาลก่อนที่ยังเป็นพระโพธิสัตว์ก็ได้ออกบวชด้วยความเพียรอันยิ่งใหญ่ แล้วประทับนิ่ง ภิกษุจึงกราบทูลอาราธนาให้เล่าเรื่องในอดีตที่ทรงสละราชสมบัติออกผนวช เทปจบตอนที่หนึ่งด้วยคำว่าโปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 22 มี.ค. 2549

  • 45:50 ทศชาติชาดก พระมหาชนกตอนที่สอง ทบทวนว่าความเพียรต้องอาศัยความกล้า
    มินิซีรีส์ทศชาติชาดก เรื่องพระมหาชนกผู้ยิ่งด้วยวิริยบารมี ตอนที่สอง ทบทวนตอนแรกว่าความเพียรเป็นอุปนิสัยที่ฝังแน่นในใจพระโพธิสัตว์ เพราะความเพียรเท่านั้นเอาชนะความเกียจคร้านได้ ใจคนคุ้นกับกิเลสเหมือนปลาคุ้นน้ำ จะพรากจากนิสัยไม่ดีต้องอาศัยความกล้า กล้าตัดใจเลิกสิ่งไม่ดี ฝึกนิสัยดีที่ยังไม่มี และทำนิสัยดีที่มีอยู่ให้ยิ่งขึ้น ทำได้เรื่อยไปวิริยบารมีก็เริ่มเกิด ความเพียรแบบเอาชีวิตเป็นเดิมพันอุปมาดังพญาราชสีห์ที่ไม่ย่อหย่อนในอิริยาบถทั้งปวง

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 23 มี.ค. 2549

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 19 พ.ค. 2549

  • 1:04:45 ทศชาติชาดก สุวรรณสาม ตอนที่ 16 พระราชาสารภาพกับฤๅษีตาบอดว่าฆ่าสามะ
    มินิซีรีส์ทศชาติชาดก เรื่องสุวรรณสาม ผู้ยิ่งด้วยเมตตาบารมี ตอนที่สิบหก พระเจ้าปิลยักขราช (ถอดได้ว่า ปิละยักขรา) ถือหม้อน้ำไปอาศรมตั้งใจจะเลี้ยงดูฤๅษีตาบอดทั้งสองโดยปิดเรื่องที่ฆ่าสุวรรณสาม แต่ทุกูลฤๅษีฟังเสียงฝีเท้าแล้วรู้ว่าไม่ใช่สามะ พระราชาจึงสารภาพว่าเป็นกษัตริย์ชาวกาสีและได้ยิงสามะตายที่ริมแม่น้ำ ปาริกาฤๅษีณีตกใจแทบสิ้นสติ ทุกูลฤๅษีสอนให้ไม่โกรธผู้ฆ่าลูก เพราะผู้รักษาเมตตาจิตไม่หวั่นไหวด้วยโทสะบัณฑิตย่อมสรรเสริญ นางคร่ำครวญถึงคุณของลูก พระราชาสงสารจึงขอสละราชสมบัติมาเลี้ยงดูทั้งสองในป่า ฤๅษีทูลว่าไม่สมควร พระราชาเลื่อมใสที่ไม่มีคำหยาบแม้แต่น้อยจึงขอให้เป็นบิดามารดา ฤๅษีขอเพียงให้ทรงจูงปลายไม้เท้าพาไปหาสุวรรณสาม จบด้วยโปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 20 พ.ค. 2549

  • 1:07:42 ทศชาติชาดก สุวรรณสาม ตอนต่อ สองฤษีตาบอดรู้ว่าพระราชายิงสามะ ขอให้พาไปหาศพลูก
    เทปทศชาติชาดกเรื่องสุวรรณสามตอนต่อจากตอนที่แล้ว ปาริกาฤษินีได้ยินพระราชาตรัสว่าฆ่าสุวรรณสามก็ตกใจ ทุกูลฤษีบอกว่าท่านผู้นี้คือพระเจ้ากาสี ยิงสามะด้วยลูกศรอาบยาพิษ อย่าโกรธพระองค์เลย สองฤษีร่ำไห้ พระเจ้าปิลยักษราชสงสาร ขอเลี้ยงดูแทน ทุกูลฤษีทูลว่าพระราชาไม่ต้องลำบากปรนนิบัติ ขอเพียงถือปลายไม้เท้าพาไปหาสุวรรณสาม ปาริกาขอสัมผัสเท้าและใบหน้าลูกอีกครั้งแล้วจะตายตาม พระราชาเกรงว่าหากเห็นศพเปื้อนเลือดในป่าหัวใจสองฤษีจะแตกสลาย และพระองค์จะตกนรก จึงอ้างว่าใกล้ค่ำ ป่ามีสัตว์ร้าย ขอให้รออยู่ที่อาศรม แต่ฤษีทั้งสองไม่กลัวเพราะอานุภาพเมตตาจิตที่เจริญอยู่เนืองนิตย์ทำให้สัตว์ร้ายอ่อนโยน
  • 1:14:50 สุวรรณสาม สองฤษีร่ำไห้กับร่างลูกที่ท่าน้ำ ความโศกเกิดจากสิ่งอันเป็นที่รัก
    ต่อจากบรรทัด jingle สั้น ๆ พระราชาจูงมือสองฤษีตาบอดคลำทางเข้าป่าจนถึงที่สุวรรณสามนอนนิ่งริมหาดทรายท่าน้ำมิคสัมมตา ฤษีผู้บิดาช้อนศีรษะขึ้นประคองบนตัก ฤษินีผู้มารดากอดเท้าทั้งสองแนบอก ร่ำรำพันว่าเหมือนดวงจันทร์ดวงอาทิตย์ตกลงสู่ผืนดิน ต่อไปใครจะชำระชฎา ใครจะกวาดอาศรม พ่อแม่จะหาผลไม้กินอย่างไร ผู้บรรยายสรุปว่าชีวิตมีสุขบ้างทุกข์บ้าง ความรักผูกพันระหว่างพ่อแม่กับลูกทำให้เศร้าโศกเมื่อพลัดพราก ยกพุทธพจน์ว่าความโศกย่อมเกิดจากสิ่งอันเป็นที่รัก ผู้ตัดความผูกพันได้แล้วย่อมไม่มีความโศก สองฤษีคิดว่าออกบวชเพื่อตัดอาลัยแต่ท้าวสักกเทวราชยังประทานบุตรมาให้แล้วต้องพลัดพราก จบด้วยโปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 22 พ.ค. 2549

  • 1:08:56 สุวรรณสาม ตอนที่ 18 สองฤษีตาบอดตามพระราชาไปหาร่างลูก ร่ำไห้ แล้วนางปาริกาสัมผัสว่ากายลูกยังอุ่น
    ทศชาติชาดก สุวรรณสาม ผู้ยิ่งด้วยเมตตาบารมี ตอนที่ 18 ต่อจากตอนที่แล้ว นางปาริกาปฏิเสธที่พระเจ้าปิลยักษ์จะอยู่รับใช้ พระราชาทัดทานว่าใกล้มืดและป่าเต็มไปด้วยสัตว์ร้าย แต่สองฤษียืนยันจะไปหาลูก พระราชาจึงจูงมือพาไป เมื่อถึงร่างลูก ทุกูลฤษีช้อนศีรษะขึ้นวางบนตัก นางปาริกากอดเท้าลูกรำพันว่าเจ้าโกรธใครจึงไม่พูดกับแม่ ต่อไปใครจะคอยปัดกวาดอาศรม ใครจะชำระชฎา นางคลำหน้าและร่างลูก แล้วสัมผัสความอบอุ่นที่อกจึงรู้ว่าลูกยังไม่ตาย ช่วงกลางมีบรรทัดถอดซ้ำ นี่คือประโยคแรก ราวครึ่งนาที
  • 1:13:55 สุวรรณสาม นางปาริกา ทุกูลฤษี และเทพธิดาพหุสุนทรีตั้งสัจจกิริยา พิษหาย ตาบอดหาย ทั้งหมดไปปรากฏที่อาศรม
    ด้วยความรักลูก นางปาริกาประนมมือระลึกถึงบุญของสุวรรณสามแล้วตั้งสัจจกิริยาว่าลูกเป็นผู้ประพฤติธรรม ประพฤติพรหมจรรย์ กล่าวคำสัตย์ เลี้ยงดูบิดามารดา ยำเกรงผู้ใหญ่ในตระกูล ด้วยสัจวาจานี้ขอพิษจงหายไป ร่างที่แข็งเริ่มอ่อนนุ่มและขยับได้ ทุกูลฤษีตั้งสัจจกิริยาซ้ำ ร่างพลิกตัวแต่ยังไม่ฟื้น เทพธิดาที่เคยเป็นมารดาในอดีตชาติ อยู่ที่ภูเขาคันธมาทน์ (ชื่อถอดได้ว่าพหุสุนทรี) มาปรากฏบนอากาศแล้วกล่าวสัจวาจาอีกคน จึงเกิดอัศจรรย์พร้อมกันคือ พิษและบาดแผลจากลูกศรหายไป ฤษีทั้งสองได้ดวงตาคืน ทุกคนหายจากริมแม่น้ำมิคสัมมตาไปปรากฏที่อาศรม พร้อมกับแสงอรุณรุ่ง
  • 1:20:38 สุวรรณสามฟื้นขึ้นกล่าวกับบิดามารดา อานุภาพความดีผนวกสัจจกิริยาขับไล่พิษ ความดีจึงควรทำ
    ทุกคนร่าเริงยินดี สุวรรณสามฟื้นคืนสติแล้วกล่าวครั้งแรกว่าขอความเจริญจงมีแก่ท่านพ่อท่านแม่ พยุงกายลุกขึ้นบอกว่าลุกขึ้นได้แล้วโดยสวัสดี ขออย่าคร่ำครวญอีก ผู้บรรยายสรุปว่าอานุภาพคุณความดีที่บำเพ็ญมาผนวกกับสัจจกิริยาเกิดพลังขับไล่พิษร้ายของลูกศรอาบยาพิษ ความดีจึงควรทำ เพราะหากปราศจากความดีแล้ว ยามทุกข์เข็ญจะกล่าวอ้างสิ่งใด แล้วบอกให้ติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 23 พ.ค. 2549

  • 53:07 สุวรรณสาม ตอนสุดท้าย นางปาริกา ทุกูลฤษี และเทพธิดาพหุสุนทรีตั้งสัจจกิริยา สุวรรณสามฟื้น พ่อแม่หายตาบอด
    ครูไม่ใหญ่บอกว่าติดตามสุวรรณสามตอนสุดท้าย เทปเล่าต่อจากตอนก่อนว่านางปาริกาเอามืออังที่อกสุวรรณสามแล้วรู้สึกไออุ่น จึงตั้งสัจจกิริยาว่าลูกประพฤติธรรม กล่าวคำสัตย์ เลี้ยงดูบิดามารดา ขอให้พิษหายไป ร่างที่แข็งก็อ่อนและขยับได้ ทุกูลฤษีตั้งสัจจกิริยาตาม พระโพธิสัตว์พลิกตัว เทพธิดาพหุสุนทรีแห่งเขาคันธมาทน์ตั้งสัจจกิริยาเป็นคนสุดท้าย ร่างกลับเป็นปกติ รอยแผลเลือนหาย ฤษีทั้งสองมองเห็นดังเดิม ทุกคนปรากฏที่อาศรมพร้อมแสงอรุณ สุวรรณสามทักทายบิดามารดาแล้วทูลปฏิสันถารพระราชาด้วยมหากรุณาไม่มีความแค้นเคือง เชิญเสวยผลไม้และน้ำจากแม่น้ำมิคสัมมตา
  • 57:54 สุวรรณสาม ผู้เลี้ยงดูบิดามารดาโดยธรรมเทวดาคุ้มครอง ถวายโอวาททศพิธราชธรรมและศีลห้าแก่พระเจ้าปิลยักขราช
    พระเจ้าปิลยักขราชอัศจรรย์ว่าสุวรรณสามตายไปแล้วมิใช่หรือ สุวรรณสามทูลว่าผู้ใดเลี้ยงดูบิดามารดาโดยธรรม เทวดาและมนุษย์ย่อมคุ้มครอง นักปราชญ์สรรเสริญ ละโลกไปแล้วย่อมบันเทิงในสวรรค์ พระราชาเพิ่งประจักษ์อานุภาพของความกตัญญูกตเวที ขอถึงสุวรรณสามเป็นสรณะ พระโพธิสัตว์ถวายโอวาทให้ประพฤติธรรมในพระชนกชนนี บุตรภรรยา มิตรอำมาตย์ ชาวบ้าน สมณพราหมณ์ และฝูงเนื้อฝูงนก ชี้ว่าพระอินทร์และเทพพรหมเข้าถึงทิพยสถานด้วยธรรมที่ประพฤติ แล้วถวายศีลห้า พระราชาขอขมาแล้วเสด็จกลับกรุงพาราณสี ปกครองด้วยทศพิธราชธรรม ทำทานรักษาศีลจนสวรรคตไปสุคติ
  • 1:04:37 สุวรรณสามบำเพ็ญสมณธรรมไปเกิดในพรหมโลก ภิกษุผู้เลี้ยงบิดามารดาบรรลุโสดาบัน และประชุมชาดก
    แม้บิดามารดาได้ดวงตาคืนแล้ว สุวรรณสามยังปฏิบัติบำรุงเหมือนเดิม ทั้งสามบำเพ็ญสมณธรรม เจริญเมตตาภาวนาจนได้อภิญญาห้าและสมาบัติ ละอัตภาพแล้วไปเกิดในพรหมโลก พระบรมศาสดาตรัสว่าการเลี้ยงดูบิดามารดาเป็นวงศ์ของบัณฑิต แล้วทรงประกาศอริยสัจสี่ ภิกษุผู้เลี้ยงบิดามารดาบรรลุโสดาปัตติผล จากนั้นประชุมชาดก พระเจ้าปิลยักขราชมาเป็นพระอานนท์ เทพธิดาพหุสุนทรีเป็นพระอุบลวรรณาเถรี ท้าวสักกะเป็นพระอนุรุทธะ ทุกูลฤษีเป็นพระมหากัสสปะ นางปาริกาเป็นพระภัททากาปิลานีเถรี และสุวรรณสามคือพระพุทธองค์
  • 1:11:16 สุวรรณสามจบแล้ว เรื่องต่อไปเป็นผู้ยิ่งด้วยอธิษฐานบารมี จะต่อกันไปเรื่อย ๆ
    ครูไม่ใหญ่บอกว่าสุวรรณสามจบไปแล้ว เรื่องต่อไปเป็นเรื่องของผู้ยิ่งด้วยอธิษฐานบารมี (ไม่ได้เอ่ยชื่อเรื่อง ช่วงนี้ถอดเสียงปนภาษาอังกฤษเพี้ยน) แล้วถามว่าจะต่อกันไปอย่างนี้เรื่อย ๆ ดีไหม นักเรียนตอบว่าดี

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 24 พ.ค. 2549

  • 1:06:43 ทศชาติชาดก พระเนมิราชตอนที่หนึ่ง ทบทวนสามพระชาติ และความหมายของอธิษฐานบารมี
    มินิซีรีส์ทศชาติชาดก เรื่องเนมิราช ผู้ยิ่งด้วยอธิษฐานบารมี ตอนที่หนึ่ง ทบทวนสามพระชาติที่ศึกษามาแล้ว พระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมีที่ระลึกชาติได้ว่าเคยตกอุสสุทนรกจึงแกล้งทำเป็นใบ้ พระมหาชนกผู้ยิ่งด้วยวิริยบารมีที่ว่ายน้ำในทะเลเจ็ดวันและได้ข้อคิดจากต้นมะม่วงสองต้น และสุวรรณสามผู้ยิ่งด้วยเมตตาบารมีที่ไม่โกรธพระเจ้ากบิลยักขราชที่ยิงด้วยศรอาบยาพิษ วันนี้เป็นพระเจ้าเนมิราชผู้ยิ่งด้วยอธิษฐานบารมี คือความตั้งใจมั่นแน่วแน่ในการทำความดี ตั้งใจแล้วต้องทำให้สำเร็จ ไม่เลิกกลางคันไม่ลดเป้าหมาย เหมือนภูเขาหินที่ไม่หวั่นไหวด้วยแรงพายุ ยอมตายไม่ยอมเปลี่ยนใจ

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 25 พ.ค. 2549

  • 1:10:19 ทศชาติชาดก พระเนมิราชตอนที่สอง พระพุทธเจ้าแย้มพระโอษฐ์ที่อัมพวัน เล่าเรื่องพระเจ้ามฆเทวราชเห็นผมหงอกเส้นเดียวออกบวช
    ทศชาติชาดก เรื่องเนมิราช ผู้ยิ่งด้วยอธิษฐานบารมี ตอนที่สอง ทบทวนว่าอธิษฐานบารมีคือความตั้งใจมั่นเหมือนภูเขาหินไม่หวั่นไหวด้วยแรงลม ยอมตายไม่ยอมเปลี่ยนใจ พระพุทธเจ้าเสด็จในอัมพวัน สวนมะม่วงของพระเจ้ามฆเทวราช ทรงแย้มพระโอษฐ์ พระอานนท์ทูลถามเหตุ ตรัสว่าเคยเกิดเป็นพระเจ้ามฆเทวราช กษัตริย์กรุงมิถิลา ยุคที่มนุษย์อายุสี่แสนปี เป็นพระราชกุมาร ครองราชย์ และเป็นมหาราชอย่างละแปดหมื่นสี่พันปี วันหนึ่งเห็นพระเกศาหงอกเพียงเส้นเดียวก็ตัดสินพระทัยออกบวช อภิเษกพระโอรสองค์โตพร้อมโอวาทว่าเมื่อผมหงอกให้บวชเหมือนพ่อ แล้วอธิษฐานให้วงศ์กษัตริย์สืบเชื้อสายวงศ์บรรพชิตตลอดไป ออกบวชเป็นฤๅษีเจริญพรหมวิหารสี่ ได้ฌานอภิญญาแล้วไปเกิดในพรหมโลก พระโอรสก็ถือนิมิตผมหงอกออกบวชตาม สืบต่อกันมาราวแปดหมื่นสี่พันพระองค์
  • 1:15:28 ท้าวมฆเทวราชในพรหมโลกเห็นวงศ์จะขาด จึงจุติลงมาเกิดเอง พราหมณ์ทำนาย และได้พระนามเนมิราชกุมาร ผู้เหมือนล้อรถ
    ท้าวมฆเทวราชที่อยู่ในพรหมโลกตรวจดูพระวงศ์ เห็นว่าสืบการออกบวชไม่ขาดสายถึงแปดหมื่นสี่พันพระองค์ก็ปีติ แต่เห็นด้วยฌานว่ากษัตริย์องค์ต่อไปจะรักษาประเพณีนี้ไม่ได้ จึงดำริจะสืบวงศ์เอง อธิษฐานจิตจุติจากพรหมโลกลงมาปฏิสนธิในพระครรภ์พระอัครมเหสีของพระราชากรุงมิถิลา ครบสิบเดือนก็ประสูติ วันขนานพระนาม พราหมณ์ทำนายว่าพระกุมารจะมาสืบวงศ์บรรพชิต และหลังจากพระองค์จะไม่มีพระราชาองค์ใดออกบวชอีก พระราชาปีติ เปรียบว่าลูกมาเกิดเพื่อสืบวงศ์เหมือนล้อรถที่หมุนตามกันมา จึงขนานพระนามว่าเนมิราชกุมาร แปลว่ากุมารผู้เป็นเหมือนล้อรถที่หมุนเวียนมารักษาประเพณีอันดีงามของวงศ์ตระกูล
  • 1:18:36 เนมิราชกุมารรักการทำบุญตั้งแต่เยาว์ พระชนกเห็นผมหงอกแล้วมอบราชสมบัติออกบวช กษัตริย์ทั้งวงศ์ไม่เคยพบพระพุทธเจ้า ได้โอกาสบวชจงฉวยไว้
    เนมิราชกุมารรักการบำเพ็ญบุญ ให้ทาน รักษาศีลห้าและอุโบสถศีลตั้งแต่ทรงพระเยาว์ เจริญวัยก็ไม่ยินดีในเบญจกามคุณ เมื่อพระชนกครองราชย์ได้แปดหมื่นสี่พันปี ทอดพระเนตรเห็นพระเกศาหงอก เห็นความไม่เที่ยงของสังขารว่าความตายคืบคลานเข้ามา จึงพระราชทานบ้านส่วยแก่ช่างกัลบก มอบราชสมบัติแก่เนมิราชกุมาร แล้วออกผนวชเป็นดาบสในอัมพวัน เจริญภาวนาแปดหมื่นสี่พันปี แล้วไปเกิดในพรหมโลก การที่กษัตริย์ทุกองค์ออกบวชตามกันเป็นเพราะคำอธิษฐานของพระเจ้ามฆเทวราชและวาสนาบารมีที่สั่งสมมาทางเดียวกัน แต่ตลอดเวลาอันยาวนานนั้นไม่มีกษัตริย์องค์ใดได้พบพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและบวชในพระพุทธศาสนาเลย ได้แต่บวชเป็นดาบสแล้ววนเวียนไปพรหมโลก ช่วงที่พระสัทธรรมดำรงอยู่นั้นสั้นนักเหมือนฟ้าแลบแปลบเดียวในคืนมืด ผู้ที่ได้มาพบคำสอนแล้วหากมีโอกาสบวชก็จงฉวยโอกาสนั้นไว้ โปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 26 พ.ค. 2549

  • 1:16:28 ทศชาติชาดก พระเนมิราชตอนที่สาม มฆเทวราชจุติจากพรหมโลกมาสืบวงศ์ และอธิมุตตกาลกิริยาทำได้เฉพาะพระโพธิสัตว์บารมีแก่กล้า
    สารคดีทศชาติชาดก ผู้ยิ่งด้วยอธิษฐานบารมี ตอนที่สาม ทบทวนว่าพระเจ้ามฆเทวราชออกผนวชเป็นดาบส เจริญพรหมวิหารสี่ได้ฌานสมาบัติ แล้วไปบังเกิดในพรหมโลก ตรวจดูวงศ์กษัตริย์ที่ออกบวชสืบต่อมาแปดหมื่นสี่พันพระองค์ เห็นว่าองค์ต่อไปจะรักษาประเพณีไม่ได้ จึงอธิษฐานจุติลงมาเกิดในครรภ์พระอัครมเหสีแห่งกรุงมิถิลา พราหมณ์ทำนายว่าเป็นผู้มาสืบวงศ์ จึงได้พระนามเนมิราชกุมาร ผู้เหมือนล้อรถที่หมุนมาตามรอยเดิม พระชนกเห็นพระเกศาหงอกแล้วมอบราชสมบัติออกผนวชในอัมพวัน ผู้บรรยายอธิบายว่าอธิมุตตกาลกิริยา คือการอธิษฐานจิตดับชีพลงมาเกิดสร้างบารมี ปกติทำได้เฉพาะพระโพธิสัตว์ในสวรรค์ชั้นดุสิต พรหมทั่วไปทำไม่ได้ แต่มหาพรหมเนมิราชเป็นพระโพธิสัตว์ที่อธิษฐานบารมีแก่กล้าใกล้เต็มเปี่ยมจึงทำได้
  • 1:20:33 พระเจ้าเนมิราชสร้างโรงทานห้าแห่ง บริจาควันละห้าแสนกหาปณะ รักษาอุโบสถศีล ชักชวนมหาชนจนนรกว่างเปล่า
    พระเจ้าเนมิราชครองราชย์แล้วโปรดให้สร้างโรงทานห้าแห่ง ที่ประตูพระนครสี่ทิศและกลางพระนคร พระราชทานทรัพย์แห่งละแสนกหาปณะทุกวัน รวมวันละห้าแสนกหาปณะไม่เคยขาด ทรงรักษาศีลห้าเป็นปกติและอุโบสถศีลทุกวันพระ ชักชวนมหาชนให้ทำทาน สอนทางสวรรค์และให้ห่างอบาย ประชาชนส่วนมากตั้งอยู่ในพระราชโอวาท ตายแล้วไปเกิดในเทวโลกจนสวรรค์แน่นด้วยเทวดา ผู้ประมาททำบาปมีน้อย นรกจึงว่างเปล่าเหมือนห้องโถงร้าง พระเกียรติแผ่ไปทั่วชมพูทวีป ใครกล่าวพระนามก็ประนมมือไหว้ จนพระนามเป็นสัญลักษณ์แห่งการทำความดีและชักชวนคนทำดี
  • 1:23:51 เทวดาในสุธรรมาเทวสภาสรรเสริญพระเจ้าเนมิราช และพระเนมิราชสงสัยว่าทานกับศีลพรหมจรรย์อย่างไหนอานิสงส์มากกว่า
    มหาชนรักษาศีลห้าและสรรเสริญพระเกียรติคุณจนแพร่ถึงสวรรค์ เทวดาในดาวดึงส์ที่ประชุมกันในสุธรรมาเทวสภาล้วนเคยสั่งสมบุญเพราะพระเจ้าเนมิราชชักชวน ต่างสนทนาว่าพระเจ้าเนมิราชสอนอะไรวิมานจึงสว่างไสว แล้วผลัดกันเล่ากุศลกรรมและสรรเสริญพระคุณผู้เป็นต้นบุญ (มีบรรทัดถอดซ้ำคั่นช่วงหนึ่ง) ครั้งหนึ่งพระเจ้าเนมิราชทรงสมาทานอุโบสถศีลวันขึ้นสิบห้าค่ำ ทรงชุดขาว ตื่นในปัจฉิมยามนั่งสมาธิแล้วดำริว่า ทานที่ให้โดยไม่เสียดายกับการรักษาศีลประพฤติพรหมจรรย์ อย่างไหนมีอานิสงส์มากกว่า ขจัดความสงสัยไม่ได้ จนทิพยอาสน์ของท้าวสักกะเกิดร้อน ท้าวสักกะทอดพระเนตรเห็นต้นเหตุ จะเสด็จลงมาแก้ปัญหาอย่างไรโปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 27 พ.ค. 2549

  • 54:46 ทศชาติชาดก เนมิราชชาดก ตอนที่สี่ พระเจ้าเนมิราชสงสัยว่าทานกับพรหมจรรย์อย่างไหนอานิสงส์มากกว่า ท้าวสักกะเสด็จมาตอบ
    สารคดีทศชาติชาดก ผู้ยิ่งด้วยอธิษฐานบารมี ตอนที่สี่ ต่อจากตอนที่แล้ว พระเจ้าเนมิราชครองราชย์ต่อจากพระราชบิดา โปรดให้สร้างโรงทานห้าแห่ง พระราชทานทรัพย์แห่งละหนึ่งแสนกหาปณะทุกวัน ทรงรักษาศีลห้าและอุโบสถศีลทุกวันพระ ชักชวนมหาชนให้สั่งสมบุญ ประชาชนตายไปเกิดในเทวโลกจนสวรรค์เนืองแน่นด้วยเทวดา พระเกียรติคุณแผ่ขึ้นไปถึงสวรรค์ทุกชั้น ครั้งหนึ่งในวันอุโบสถขึ้นสิบห้าค่ำ ทรงดำริว่าการให้ทานที่ไม่มีประมาณกับการรักษาศีลประพฤติพรหมจรรย์อย่างไหนมีอานิสงส์มากกว่า ขจัดความสงสัยไม่ได้ ทำให้ทิพยอาสน์ของท้าวสักกะร้อน ท้าวสักกะจึงเสด็จมาเพียงลำพัง ทำพระราชนิเวศน์ให้สว่างไสว ประทับยืนกลางอากาศในห้องบรรทม พระเจ้าเนมิราชทูลถามปัญหา ท้าวสักกะตอบว่าประพฤติพรหมจรรย์อย่างต่ำได้เกิดในตระกูลกษัตริย์ อย่างกลางได้เกิดเป็นเทวดา อย่างสูงสุดย่อมหลุดพ้น การประพฤติพรหมจรรย์มีอานิสงส์มากกว่าทานพันเท่าแสนเท่า
  • 1:01:26 ท้าวสักกะยกเรื่องในอดีต ฤๅษีหมื่นตนที่กาญจนบรรพต และปุโรหิตกรุงพาราณสีที่อยากบวชเป็นฤๅษี
    ท้าวสักกะยกเรื่องในอดีตมาเป็นตัวอย่าง ป่าหิมพานต์เป็นที่บำเพ็ญพรตของฤๅษีดาบส ทางเหนือมีแม่น้ำสีทาที่ลึกกว้างข้ามยากแต่ใสสะอาด ใกล้กันมีกาญจนบรรพตภูเขาทองสีเหมือนเปลวไฟ มีฤๅษีหนึ่งหมื่นตนบำเพ็ญเพียรภาวนา ศีลบริสุทธิ์ มุ่งเจริญสมาธิ วันหนึ่งฤๅษีตนหนึ่งเหาะมากรุงพาราณสีเพื่อบิณฑบาต ปุโรหิตเห็นอาการสงบก็เลื่อมใส นิมนต์เข้าเรือนถวายอาหารอยู่สองสามวัน เมื่อทราบว่าที่กาญจนบรรพตมีฤๅษีนับหมื่นตนล้วนได้อภิญญาสมาบัติเหาะเหินได้ ก็อยากบวชเป็นฤๅษีบ้าง แต่ฤๅษีปฏิเสธเพราะปุโรหิตเป็นผู้สนองงานของพระราชา ยังไม่เป็นอิสระแก่ตน ความปรารถนาจะบวชของปุโรหิตก็ไม่เสื่อมคลาย โปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 29 พ.ค. 2549

  • 23:24 ทศชาติชาดก เนมิราชชาดก ตอนที่ห้า ท้าวสักกะตอบว่าพรหมจรรย์มีอานิสงส์มากกว่าทาน และเล่าเรื่องปุโรหิตอยากบวชเป็นฤๅษี
    ทศชาติชาดก เรื่องพระเนมิราช ผู้ยิ่งด้วยอธิษฐานบารมี ตอนที่ 5 ท้าวสักกะทราบความสงสัยของพระเจ้าเนมิราช จึงเสด็จมาห้องบรรทม แผ่รัศมียืนกลางอากาศ พระเนมิราชถามว่าระหว่างทานกับการประพฤติพรหมจรรย์อย่างไหนมีอานิสงส์มากกว่า ท้าวสักกะตอบว่าพรหมจรรย์อย่างต่ำให้เกิดในตระกูลกษัตริย์ อย่างกลางให้เกิดในสวรรค์ อย่างสูงให้บริสุทธิ์หลุดพ้น พรหมจรรย์มีอานิสงส์มากกว่าทานหลายแสนเท่า แล้วเล่าเรื่องในอดีตว่ามีฤๅษีหลายหมื่นตนอยู่ที่กาญจนบรรพตในป่าหิมพานต์ ฤๅษีตนหนึ่งเหาะมาบิณฑบาตที่กรุงพาราณสี ปุโรหิตเลื่อมใส นิมนต์เข้าเรือน อยากบวชเป็นฤๅษีบ้าง ฤๅษีห้ามว่าเป็นคนของพระราชา ปุโรหิตจึงขอไปทูลลาพระราชาก่อนและนัดให้มารับวันรุ่งขึ้น
  • 27:26 ปุโรหิตทูลลาพระราชาเพราะเห็นโทษในกาม มอบสมบัติแก่บุตรภรรยา แล้วฤๅษีพาเหาะไปบวชที่หิมพานต์
    ปุโรหิตเข้าเฝ้าพระราชา ทูลว่าเห็นโทษในกามทั้งหลายและเห็นอานิสงส์ของเนกขัมมะ ทางฆราวาสคับแคบเป็นทางมาแห่งธุลีคือกิเลส ทางบรรพชาปลอดโปร่งกว่า พระราชาทรงอนุญาตและขอให้บวชแล้วมาเยี่ยมบ้าง ปุโรหิตกลับเรือนสอนบุตรภรรยาให้ไม่ประมาท ตั้งมั่นในกุศล มอบสมบัติทั้งหมดให้ รุ่งขึ้นเตรียมภัตตาหารถวายฤๅษีและเตรียมบริขารรอไว้ ฤๅษีพาเดินออกนอกเมือง จับข้อมือเหาะไปป่าหิมพานต์และบวชให้ในวันนั้น ผ่านไปสองสามวันฤๅษีใหม่ทำอภิญญาห้าและสมาบัติแปดให้เกิดขึ้น
  • 30:53 ฤๅษีอดีตปุโรหิตไปโปรดพระเจ้าพาราณสี พระราชาไปประทับริมแม่น้ำถวายภิกษาแก่ฤๅษีหมื่นตนตลอดหมื่นปี
    ฤๅษีอดีตปุโรหิตนึกถึงคำปฏิญญาที่ให้ไว้แก่พระราชา จึงเหาะไปกรุงพาราณสี พระราชาจำได้ ปีติ นิมนต์เข้าพระราชนิเวศน์ ถวายอาหารประณีต และอยากถวายภิกษาแก่ฤๅษีทั้งหมื่นตน ฤๅษีทูลว่าฤๅษีเหล่านั้นไม่ยินดีในรสอาหาร นำมาในเมืองไม่ได้ แนะให้พระราชาเสด็จออกไปประทับริมฝั่งแม่น้ำ (Whisper ถอดชื่อแม่น้ำว่า ศรีธา ยังไม่ยืนยันการสะกด) แล้วถวายทานที่นั่น พระราชาตั้งค่ายหลวงริมแม่น้ำ ฤๅษีทั้งหลายรับนิมนต์มาฉัน พระราชาเลื่อมใสในอิริยาบถและคุณวิเศษ นิมนต์ต่อทุกวันและถวายภัตตาหารตลอดพระชนมชีพเป็นเวลาหมื่นปี ท้าวสักกะเล่าอุทาหรณ์นี้จบแล้วจะสรุปอย่างไรให้ติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 31 พ.ค. 2549

  • 52:21 ทศชาติชาดก เนมิราชชาดก ตอนที่เจ็ด ท้าวสักกะส่งมาตลีเทพสารถีนำเวชยันตราชรถมารับพระเนมิราช
    สารคดีทศชาติชาดก เรื่องพระเนมิราชผู้ยิ่งด้วยอธิษฐานบารมี ตอนที่เจ็ด ต่อจากตอนก่อน ท้าวสักกะสรุปว่าพระเจ้ากรุงพาราณสีคือตนเอง แต่ไม่อาจก้าวล่วงกามภพไปเกิดในพรหมโลก ส่วนฤๅษีทั้งหมดไปได้ พรหมจรรย์จึงประเสริฐกว่าทาน แล้วกลับเทวโลกเล่าให้เทวดาฟัง เทวดาอยากเห็นพระเนมิราชผู้เป็นอาจารย์ ท้าวสักกะจึงให้มาตลีเทพสารถีนำเวชยันตราชรถลงมารับ ชาวพาราณสีเห็นรถทิพย์ในคืนวันเพ็ญนึกว่าดวงจันทร์ขึ้นอีกดวง พระเนมิราชสั่งมหาชนอย่าประมาท หมั่นสั่งสมบุญแล้วเสด็จขึ้นรถ มาตลีทูลว่าทางไปดาวดึงส์มีสองทาง คือผ่านนรกก่อนหรือตรงไปสวรรค์ พระเนมิราชเลือกดูนรกก่อนเพื่อนำมาสอนประชาชน
  • 1:00:41 พระเนมิราชชมนรก แม่น้ำเวตรณีในอุสสทนรกขุมแรกของสัญชีวมหานรก เถาวัลย์หนาม หลาวเหล็ก ใบบัวเหล็ก น้ำกรด
    มาตลีเทพบุตรนำพระเนมิราชไปแม่น้ำเวตรณี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอุสสทนรก (Whisper ถอดได้ อุสุธานรก) นรกบริวารขุมที่หนึ่งของสัญชีวมหานรก มหานรกขุมบนสุดจากแปดขุม สัตว์นรกอายุเฉลี่ยห้าร้อยปีนรกแล้วแต่กำลังวิบากกรรม อุสสทนรกล้อมมหานรกทิศละสี่ขุม รวมทั้งหมด 128 ขุม แม่น้ำเวตรณีข้ามยาก น้ำเค็มแสบร้อนเดือดพล่าน มีเถาวัลย์หนามแหลมไฟลุก หลาวเหล็กเท่าลำตาล ใบบัวเหล็กคมเหมือนมีดโกน และเครื่องประหารใต้น้ำ สัตว์นรกที่พ้นจากกำแพงสัญชีวมหานรกนึกว่าเป็นน้ำเย็นจึงกระโจนลง ถูกบาดเฉือนเป็นชิ้น ถูกเสียบหลาว ตกลงใบบัว แล้วเจอน้ำกรดกัดกิน เกิดตายนับครั้งไม่ถ้วน จบตอนด้วยโปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 1 มิ.ย. 2549

  • 1:04:13 ทศชาติชาดก เนมิราชชาดก ตอนที่แปด พระเนมิราชขอไปดูนรกก่อน แม่น้ำเวตรณีในอุสสทนรก
    เทปทศชาติชาดก เรื่องพระเนมิราช ผู้ยิ่งด้วยอธิษฐานบารมี ตอนที่แปด มาตลีเทพสารถีขับเทวรถมาจอดที่สีหบัญชร พระเจ้าเนมิราชทรงปีติรับคำเชิญ มาตลีทูลถามว่าจะไปนรกหรือสวรรค์ก่อน พระองค์เลือกดูนรกก่อนเพื่อนำมาสอนประชาชน มาตลีนำไปที่แม่น้ำเวตรณีในอุสสทนรกขุมบริวารขุมที่หนึ่งของสัญชีวมหานรก เต็มไปด้วยเถาวัลย์หนามคม หลาวเหล็กและใบดาบลุกเป็นไฟ สัตว์นรกหิวกระหายกระโจนลงน้ำแล้วถูกเฉือนร่าง นายนิรยบาลยืนริมฝั่งพุ่งหอกหลาวเหมือนแทงปลา เอาเบ็ดเหล็กร้อนเกี่ยวขึ้นมางัดปากยัดก้อนเหล็กแดง ไหม้ตั้งแต่ปากจนไส้ มาตลีทูลว่าสัตว์นรกเหล่านี้สมัยเป็นมนุษย์มีเรี่ยวแรงมากแต่ใช้เบียดเบียนรังแกผู้อ่อนแอกว่า
  • 1:12:19 พระเนมิราชชมนรกขุมสุนัขนรกและฝูงแร้งกาเหล็ก กรรมของคนปากกล้าด่าบิดามารดา แล้วไปสโชตินรก
    เนมิราชชาดกตอนที่แปดต่อ มาตลีนำชมนรกขุมที่สองของอุสสทนรก สุนัขนรกไล่กัดทึ้งเนื้อสัตว์นรกจนเหลือแต่กระดูก ฝูงแร้ง กา และนกตะกรุมที่ปากและตีนเป็นเหล็กลุกเป็นไฟจิกตาและแหวกอกสัตว์นรก ตายแล้วเกิดวนตามกระแสกรรม กรรมคือมนุษย์ปากกล้า ด่าบิดามารดา ปู่ย่าตายาย พี่ชายพี่สาว ด้วยคำหยาบ ด่าไม่เว้นแม้สมณพราหมณ์ และห้ามผู้อื่นให้ทาน จากนั้นไปสโชตินรกขุมที่สาม สัตว์นรกเหยียบแผ่นดินเหล็กร้อน ถูกนายนิรยบาลเอาท่อนเหล็กลุกเป็นไฟตีจนแหลก จบด้วยโปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 2 มิ.ย. 2549

  • 1:07:23 ทศชาติชาดก เนมิราชชาดก ตอนที่เก้า เบ็ดเหล็กเกี่ยวสัตว์นรกจากแม่น้ำ นรกฝูงสุนัข และสโชตินรกของคนใส่ร้ายผู้มีศีล
    เทปทศชาติชาดก เรื่องพระเนมิราชผู้ยิ่งด้วยอธิษฐานบารมี ตอนที่เก้า ทบทวนว่าสัตว์นรกในแม่น้ำลอยไปตามกระแสกรรม นายนิรยบาลริมฝั่งคอยทิ่มให้กลับลงน้ำ ตนใดวิบากเบาบางก็ถูกเบ็ดเหล็กเกี่ยวขึ้นมานอนบนแผ่นเหล็กร้อน งัดปากยัดก้อนเหล็กแดงจนไส้ทะลัก มาตลีเทพสารถีทูลว่าเป็นกรรมของคนชอบประทุษร้ายคนและสัตว์ ต่อมาถึงอุสสทนรกขุมที่สองซึ่งมีสุนัขนรกหลายฝูงเหยียบอกกัดกินเนื้อจนเหลือแต่กระดูก และขุมที่สามสโชตินรก สัตว์นรกถูกไล่ตีด้วยท่อนเหล็กร้อนบนแผ่นดินเหล็กลุกเป็นไฟจนแหลกเป็นจุณ เป็นกรรมของคนที่ใส่ร้ายผู้มีศีลมีธรรมที่บริสุทธิ์ ทำให้คนอื่นเข้าใจผิดติฉินนินทาจนท่านได้รับความอับอาย
  • 1:11:46 พระเนมิราชชมนรกขุมที่สี่หลุมถ่านเพลิงของคนยักยอกเงินทำบุญ และขุมที่ห้าหม้อโลหกุมภีของคนด่าสมณพราหมณ์
    มาตลีนำเวชยันตรถชมนรกต่อ ถึงอุสสทนรกขุมที่สี่ (ถอดได้ว่าอังคารกาสุนรก) นายนิรยบาลไล่ตีสัตว์นรกให้ตกลงหลุมถ่านเพลิงที่ท่วมถึงสะดือ แล้วโปรยถ่านเพลิงบนหัวซ้ำ เป็นกรรมของคนที่เรี่ยไรทรัพย์ผู้อื่นอ้างว่าจะนำไปทำบุญสร้างวิหาร แต่กลับนำไปใช้ตามใจ สร้างหลักฐานเท็จปกปิดการใช้จ่ายและหลอกเรี่ยไรต่อ ขุมที่ห้าโลหกุมภีนรก มีหม้อเหล็กใหญ่เท่าภูเขาเต็มด้วยน้ำเหล็กแดง นายนิรยบาลจับเท้าสัตว์นรกโยนหัวลงไป เป็นกรรมของคนที่ด่าสมณพราหมณ์ผู้มีศีล และตีสัตว์เลี้ยงของตนโดยไม่ปรานี
  • 1:15:23 นรกขุมที่หกตัดคอคนฆ่าสัตว์ ขุมที่เจ็ดแม่น้ำแกลบของพ่อค้าข้าวเปลือกปลอมปน ขุมที่แปดของคนขโมยทรัพย์ โปรดติดตามตอนต่อไป
    พระเนมิราชทอดพระเนตรอุสสทนรกขุมที่หก นายนิรยบาลเอาเชือกเหล็กลุกเป็นไฟผูกคอสัตว์นรกดึงจนคอขาด แต่ไม่ตาย ถูกไล่ให้ตกน้ำร้อนแล้วหัวงอกใหม่ เป็นกรรมของคนที่ตัดปีกผูกคอนกฆ่าสัตว์ด้วยการตัดหัวไว้กินและขาย ขุมที่เจ็ดเป็นแม่น้ำที่ดูน่ารื่นรมย์ สัตว์นรกหิวกระหายวิ่งลงไป น้ำกลับกลายเป็นแกลบและใบไม้ลุกเป็นไฟ กินเข้าไปแล้วเผาทั้งตัว เป็นกรรมของพ่อค้าข้าวเปลือกที่ผสมใบไม้ แกลบ ดินลงในข้าวเปลือกหลอกขาย ขุมที่แปด นายนิรยบาลล้อมสัตว์นรกเหมือนพรานล้อมเนื้อแล้วทิ่มแทงจนพรุนทั้งร่าง เป็นกรรมของคนขโมยทรัพย์ เงินทอง แพะแกะวัวควายของผู้อื่น พระเนมิราชสลดพระทัย ตรัสให้มาตลีรีบไปข้างหน้า แล้วบอกให้ติดตามตอนต่อไป ชื่อนรกแต่ละขุมถอดเสียงเพี้ยน

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 15 มิ.ย. 2549

  • 50:40 ทศชาติชาดก มโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่สอง ภิกษุสรรเสริญพระปัญญาในธรรมสภา
    มินิซีรีส์ทศชาติชาดก เรื่องมโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่สอง ทบทวนตอนที่แล้วว่าการแสวงหาปัญญาสำคัญยิ่ง มีผลต่อชีวิตนี้และชาติหน้า จึงควรหาอาจารย์ที่มีคุณธรรมให้พบ ฟังคำสอน ไตร่ตรอง แล้วฝึกฝนให้ได้อย่างท่าน การเพิ่มพูนปัญญาบารมีเปรียบเหมือนภิกษุออกบิณฑบาตไม่เลือกชนชั้น พระโพธิสัตว์ก็ไปถามผู้รู้ไม่เลือกเช่นกัน แล้วเข้าเรื่อง ภิกษุสนทนาสรรเสริญพระปัญญาของพระพุทธองค์ในธรรมสภาที่พระเชตวันมหาวิหาร พระพุทธองค์เสด็จมาตรัสว่ามิใช่แต่ในชาตินี้ แม้ในอดีตขณะบำเพ็ญบารมีก็มีปัญญามาก ภิกษุจึงทูลอาราธนาให้ตรัสเล่า
  • 54:20 มโหสถบัณฑิต กรุงมิถิลาแคว้นวิเทหะ พระเจ้าวิเทหราชกับปุโรหิตาจารย์สี่ท่าน เสนกะ ปุกกุสะ กามินทะ เทวินทะ
    บรรยายแผ่นดินอุดมสมบูรณ์อันเป็นที่ตั้งแคว้นวิเทหะ ราชธานีชื่อกรุงมิถิลา มหานครคับคั่งด้วยผู้คนค้าขาย ปราสาทราชฐานงดงามดั่งทิพยวิมาน พระราชาทรงพระนามว่าพระเจ้าวิเทหราช โปรดให้แต่งตั้งปุโรหิตาจารย์ที่ปรึกษาราชการแผ่นดินในฐานะราชบัณฑิตประจำราชสำนักสี่ท่าน ตามลำดับอาวุโสคืออาจารย์เสนกะ อาจารย์ปุกกุสะ อาจารย์กามินทะ และอาจารย์เทวินทะ บ้านเมืองสงบร่มเย็นรุ่งเรือง แต่พระองค์ยังใฝ่หานักปราชญ์ผู้มีปัญญามาช่วยทำนุบำรุงแว่นแคว้นอยู่เสมอ
  • 56:55 พระเจ้าวิเทหราชทรงสุบินเห็นกองเพลิงสี่มุมพระลาน และกองที่ห้าเล็กเท่าหิ่งห้อยแต่สว่างถึงพรหมโลก
    ราตรีหนึ่งใกล้รุ่ง พระเจ้าวิเทหราชทรงพระสุบินว่าที่มุมพระลานทั้งสี่ทิศมีกองเพลิงสี่กองลุกโชติช่วงสูงเทียมกำแพงเมือง แล้วมีกองเพลิงกองที่ห้าผุดขึ้นกลาง แรกเป็นจุดเล็กเท่าหิ่งห้อย แต่ไม่ช้าก็พุ่งสว่างกลบกองเพลิงทั้งสี่ แสงเจิดจ้าทั่วจักรวาลถึงพรหมโลก แต่เป็นแสงเย็นฉ่ำนวลตาดั่งแสงจันทร์ เทวดาและมนุษย์มาแวดล้อมนำดอกไม้ของหอมมาสักการะ พระราชาสะดุ้งตื่น พระพักตร์ชุ่มเหงื่อ ทรงกังวลว่าเป็นนิมิตร้ายต่อแว่นแคว้นหรือราชบัลลังก์
  • 59:41 อาจารย์เสนกะทูลถามความสุขในการบรรทม แล้วทำนายพระสุบินว่าเป็นมหามงคล (ติดตามตอนต่อไป)
    รุ่งเช้าปุโรหิตาจารย์ทั้งสี่นำโดยอาจารย์เสนกะเข้าเฝ้า อาจารย์เสนกะเห็นพระพักตร์หมองหม่นจึงทูลถามว่าทรงบรรทมเป็นสุขดีหรือ พระราชาตรัสว่าจะหลับเป็นสุขได้อย่างไร แล้วเล่าพระสุบินให้ช่วยทำนาย อาจารย์เสนกะพิจารณาดวงชะตาของพระองค์และดวงเมืองแล้วทูลว่าเป็นมหามงคล ไม่มีภัยใดแก่พระองค์และราชอาณาจักร พระราชาทรงให้ตรวจดูอีกครั้งให้ถี่ถ้วน โดยมีปุโรหิตาจารย์อีกสามคนคอยเชียร์อยู่ข้าง ๆ แล้วจบตอนว่าอาจารย์เสนกะจะกราบทูลอย่างไร โปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 19 มิ.ย. 2549

  • 38:41 ทศชาติชาดก มโหสถบัณฑิต ตอนที่ห้า สหายพันคน ชวนกันสร้างศาลาหลบฝน มโหสถขึงเชือกแทนนายช่าง
    มินิซีรีส์ทศชาติชาดก เรื่องมโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่ห้า ท่านสิริวัฒกเศรษฐีทราบว่าบ้านอนุเศรษฐีมีกุมารเกิดวันเดียวกับมโหสถถึงหนึ่งพันคน จึงส่งของและนางนมไปดูแลให้มาเป็นเพื่อนเล่นและบริวาร มโหสถเติบโตจนอายุเจ็ดปี เกียรติคุณเรื่องความฉลาดเลื่องลือ วันหนึ่งฝนตกเพื่อน ๆ วิ่งหนีฝนชนกันหกล้มเข่าแตก มโหสถจึงชวนกันออกเงินคนละหนึ่งกหาปณะสร้างศาลา นายช่างขึงเชือกผิดแบบ มโหสถทักสองครั้งนายช่างก็ไม่ใส่ใจเพราะเห็นเป็นเด็ก จนมโหสถรับเชือกมาขึงเอง ด้วยบุญญานุภาพของพระโพธิสัตว์เชือกที่ขึงเหมือนท้าววิสสุกรรมมาขึงให้ นายช่างทั้งหลายยอมรับในความสามารถ
  • 44:19 มโหสถวางผังศาลาแบ่งห้องให้คนยากไร้ นักบวช คนเดินทาง พ่อค้า หญิงคลอดบุตร และขุดสระโบกขรณีพันคุ้ง
    มโหสถวางแผนและควบคุมการก่อสร้างเองทุกขั้นตอน แบ่งศาลาเป็นห้องสำหรับคนยากไร้ นักบวชอาคันตุกะจากแดนไกล คนเดินทาง ห้องเก็บสินค้าของพ่อค้าวาณิช และห้องให้หญิงอนาถาคลอดบุตร มีห้องโถงเป็นสนามเล่น โรงวินิจฉัยคดี และธรรมสภา ผนังมีจิตรกรรมงดงาม แล้วให้ขุดสระโบกขรณีคดเคี้ยวนับพันคุ้งรอบศาลา มีท่าน้ำร้อยท่า ปลูกไม้ดอกไม้ผล โดยขอทรัพย์เพิ่มจากท่านสิริวัฒกเศรษฐีผู้เป็นบิดาอีกหลายพันกหาปณะ ศาลาจึงงามเปรียบสุธรรมาเทวสภาบนสวรรค์
  • 48:00 ศาลาเป็นประโยชน์แก่มหาชน มโหสถชี้แจงกรณียกิจให้ผู้มาพัก พระเจ้าวิเทหราชยังรอบัณฑิตน้อยเจ็ดปี
    ประชาชนมาพักที่ศาลาเนืองแน่นทุกวัน คนสัญจรได้รับความสะดวก มโหสถบัณฑิตยังชี้แจงข้ออรรถข้อธรรม แนะนำสิ่งที่ควรทำคือกรณียกิจ และให้เว้นอกรณียกิจที่เป็นเหตุแห่งความเสื่อม มหาชนอนุโมทนาสรรเสริญ เกียรติคุณของพระโพธิสัตว์ขจรไปทั่วทิศ ได้รับความเคารพเหมือนพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์น้อยเสด็จอุบัติ ย้อนไปที่พระเจ้าวิเทหราช นับแต่อาจารย์เสนกะทำนายพระสุบิน ก็ทรงปรารภถึงบัณฑิตน้อยบ่อยครั้ง แม้ล่วงมาเจ็ดปีก็ยังเฝ้ารอให้มาสู่ราชสำนัก จบตอนด้วยโปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 22 มิ.ย. 2549

  • 1:06:05 ทศชาติชาดก มโหสถบัณฑิต ตอนที่แปด มโหสถแย่งชิ้นเนื้อจากเหยี่ยวด้วยการวิ่งตามเงา
    มินิซีรีส์ทศชาติชาดก เรื่องมโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่แปด เหยี่ยวโฉบชิ้นเนื้อของคนขายเนื้อบินผ่านสนามที่มโหสถกุมารกับสหายเล่นอยู่ เด็ก ๆ วิ่งไล่ตะโกนจนสะดุดตอไม้ ตกหลุม ขาถลอก มโหสถห้ามเพื่อนแล้วอาสาวิ่งไล่เองโดยสังเกตเงาเหยี่ยวบนพื้น เหยียบเงาแล้วตบมือร้องเสียงดังจนเหยี่ยวตกใจทิ้งชิ้นเนื้อ มโหสถดูเงาแล้วเอามือรองรับไว้ได้ มหาชนโห่ร้องปรบมือ อำมาตย์ที่เฝ้าดูส่งทูตไปกราบทูลพระเจ้าวิเทหราช แต่อาจารย์เสนกะทูลค้านให้รอดูต่อไปก่อน พระราชาจึงจำยอมรอ
  • 1:09:14 มโหสถบัณฑิต คดีโค โจรลักโคขณะเจ้าของหลับใต้ต้นไม้ แล้วอ้างว่าเป็นโคของตน
    ต่อในตอนที่แปด ต้นฤดูฝน ชายหนุ่มในปาจีนยวมัชฌคามซื้อโคจากตำบลอื่นมาเลี้ยงเตรียมไถนา พาไปกินหญ้าที่ชายทุ่งแล้วเผลอหลับใต้โคนไม้ โจรคนหนึ่งเอาดอกหญ้าแหย่จมูกทดสอบว่าหลับสนิทแล้วจูงโคไป ชายหนุ่มตื่นมาเห็นรอยเท้าคนจูงโคจึงวิ่งตามจนทัน ทวงโคคืน โจรตีหน้าเฉยอ้างว่าเป็นโคของตน ทั้งสองเถียงกันจวนจะลงไม้ลงมือ มหาชนมามุงดู
  • 1:13:56 มโหสถสอบสวนคดีโค ถามว่าให้โคกินอะไร โจรตอบยาคู งา แป้ง ขนม เจ้าของตอบหญ้าอย่างเดียว
    มโหสถบัณฑิตได้ยินเสียงวิวาทจึงเรียกทั้งสองมาที่ศาลา เห็นหน้าตากิริยาก็รู้ทันทีว่าใครเป็นโจร แต่ต้องการสอบสวนให้ความจริงปรากฏแก่มหาชน เจ้าของโคเล่าว่าซื้อมาแล้วถูกลักขณะหลับ มีเจ้าของเดิมและชาวบ้านเป็นพยานได้ โจรยืนยันว่าเป็นโคของตน มโหสถให้ทั้งสองรับคำว่าจะยอมฟังคำวินิจฉัยตามมติมหาชน แล้วถามว่าให้โคกินและดื่มอะไร โจรตอบว่าให้ดื่มยาคู กินงา แป้ง และขนม เจ้าของโคตอบว่าให้กินหญ้าอย่างเดียว คนจนจะหายาคู งา แป้ง ขนมมาจากไหน ตอนจบค้างไว้ว่ามโหสถจะตัดสินอย่างไร โปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 23 มิ.ย. 2549

  • 54:41 ทศชาติชาดก มโหสถบัณฑิต ตอนที่เก้า คดีโค ให้โคกินใบประยงค์จนสำรอกออกมาเป็นหญ้าล้วน
    มินิซีรีส์ทศชาติชาดก เรื่องมโหสถบัณฑิตผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่เก้า เล่าคดีโคต่อจากตอนที่แล้ว ชายหนุ่มในปาจีนยวมัชฌคามซื้อโคมาเตรียมไถนา พาไปกินหญ้าแล้วเผลอหลับ ตื่นมาโคหายเห็นรอยเท้าคนจูงโคจึงวิ่งตามทัน โจรอ้างว่าเป็นโคของตน มโหสถให้ทั้งสองมาที่ศาลาแล้วถามว่าให้โคกินอะไร โจรตอบยาคู งา แป้ง และขนม เจ้าของโคตอบว่าให้กินหญ้าอย่างเดียวเพราะเป็นคนจน มโหสถให้ตำใบประยงค์ขยำน้ำกรอกปากโค โคสำรอกออกมาเป็นหญ้าล้วน โจรจำต้องรับสารภาพ มหาชนรุมทุบตีจนบอบช้ำ มโหสถห้ามไว้แล้วสอนด้วยเมตตาว่าโทษชาตินี้ยังน้อยกว่าทุกข์ในนรก ให้ละกรรมนั้นและรักษาศีล โจรรับคำและกลับตัวทำมาหากินสุจริต
  • 1:01:34 พระเจ้าวิเทหราชพอพระทัยคดีโค แต่อาจารย์เสนกะทูลทัดทานว่ายังเป็นเหตุเล็กน้อย ให้รอดูต่อไป
    มโหสถบัณฑิตต่อ พระเจ้าวิเทหราชทรงสดับรายงานคดีโคด้วยความปราโมทย์ แต่ยังไม่ตรัสชมมาก ทรงถามอาจารย์เสนกะว่าควรรับมโหสถเข้าวังได้หรือยัง เสนกะเห็นพระราชาชื่นชมมโหสถมากก็ขุ่นเคืองและกลัวว่าตนกับสหายจะหมดความสำคัญ จึงทูลว่าคดีตู่ความเป็นเจ้าของทรัพย์เป็นคดีธรรมดา บัณฑิตที่มีปัญญาเพียงเล็กน้อยก็วินิจฉัยได้ มโหสถอาจฉลาดกว่าเด็กทั่วไปแต่ยังไม่ใช่ยอดบัณฑิต ขอให้รอพิจารณาปรีชาญาณต่อไปก่อน พระราชาคล้อยตามและสั่งให้อำมาตย์เฝ้าสังเกตต่อ ผู้บรรยายว่าเสนกะคงไม่ยอมให้มโหสถเข้าวังง่าย ๆ เพราะจะทำให้รัศมีของตนอ่อนลง โปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 26 มิ.ย. 2549

  • 56:44 ทศชาติชาดก มโหสถบัณฑิต ตอนที่สิบเอ็ด นางยักษิณีแปลงกายมาแย่งทารกจากมารดา
    ทศชาติชาดก เรื่องมโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่สิบเอ็ด หญิงคนหนึ่งเพิ่งคลอดบุตรคนแรกได้ไม่กี่เดือน อุ้มลูกไปเที่ยวชมศาลาของมโหสถ ปูผ้าให้ลูกนั่งใต้ต้นไม้ริมสระแล้วลงไปล้างหน้า นางยักษิณีตนหนึ่งอยากกินทารกจึงแปลงเป็นหญิงชาวบ้านมาขออุ้ม พอแม่อนุญาตก็คว้าทารกวิ่งหนี แม่วิ่งตามไปคว้าผ้านุ่งไว้ได้ ต่างทะเลาะกันว่าเป็นลูกของตนจนถึงประตูศาลา มโหสถให้พูดทีละคน ต่างยืนยันว่าตนเป็นแม่ มหาชนที่มุงดูก็ยิ่งสงสัย
  • 1:00:41 มโหสถให้ยื้อแย่งเด็กข้ามเส้น แม่แท้ปล่อยมือเพราะสงสารลูก เปิดโปงนางยักษิณี
    มโหสถพิจารณาแล้วรู้ว่าใครเป็นแม่ เห็นว่านางยักษิณีตาแดงไม่กะพริบและไม่มีเงา แต่เพื่อให้มหาชนประจักษ์ จึงให้ทั้งสองยอมรับคำตัดสิน ขีดเส้นบนพื้น วางทารกตรงกลาง ให้ยักษิณีจับมือ แม่จับเท้า ใครดึงข้ามเส้นได้ถือเป็นลูกของผู้นั้น ทารกถูกยื้อจนร้องไห้จ้า แม่ทนไม่ได้จึงปล่อยมือแล้วยืนร้องไห้ มโหสถถามฝูงชนว่าใจใครอ่อนไหวไปตามลูก ฝูงชนตอบว่าใจแม่ มโหสถสรุปว่าแม่รักลูกสุดจิตสุดใจ ลูกเจ็บป่วยแม่ทุกข์ยิ่งกว่า แล้วประกาศว่าหญิงที่แย่งไปได้คือยักษิณีจะเอาเด็กไปกินเป็นอาหาร นางยักษ์สะดุ้งก้มหน้า ส่วนจะยอมคืนเด็กหรือไม่ โปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 27 มิ.ย. 2549

  • 1:01:00 ทศชาติชาดก มโหสถบัณฑิต ตอนที่สิบสอง มโหสถชี้ว่านางยักษิณีตาแข็งไม่กะพริบ ไม่มีเงา นางสารภาพว่าจะเอาเด็กไปกิน
    มินิซีรีส์ทศชาติชาดก เรื่องมโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่สิบสอง ทวนตอนที่แล้วว่ามโหสถให้หญิงทั้งสองยื้อแย่งทารกข้ามเส้น แม่แท้ทนเสียงร้องของลูกไม่ได้จึงปล่อยมือ มโหสถถามฝูงชนว่าใจของใครจะอ่อนไหวไปตามอาการของลูก ทุกคนตอบว่าใจแม่ จึงชี้ไปที่หญิงอีกคนแล้วถามว่าเจ้าเป็นใคร นางสารภาพว่าเป็นยักษิณี ฝูงชนแตกตื่นถอยห่าง มโหสถอธิบายว่ารู้เพราะนางตาแข็งไม่กะพริบ ตาแดงก่ำ และไม่มีเงา แม่ที่ไหนจะใจโหดได้ถึงเพียงนี้ นางยักษิณีตอบว่าจะเอาเด็กไปกินให้หายอยาก มโหสถตำหนิว่านางไม่เคยสำนึกเลยว่าที่ต้องเกิดเป็นยักษิณีเพราะผลบาปในอดีต ซึ่งบีบคั้นให้ทำบาปไม่รู้จบ
  • 1:06:29 มโหสถสอนนางยักษิณีด้วยเมตตา ใครก็รักชีวิต นางคืนเด็กให้แม่และรับศีลห้าไปตลอดชีวิต
    มโหสถเห็นนางนิ่งเงียบจึงพูดเบา ๆ ด้วยเมตตาว่าใครก็รักชีวิตและหวงแหนทรัพย์สมบัติของตัว การพรากลูกจากอ้อมอกแม่ก็เท่ากับพรากชีวิตแม่ ถ้ายังทำกรรมชั่วต่อไปจะพ้นจากกำเนิดยักษิณีได้อย่างไร นางยักษิณีตัดสินใจยื่นเด็กคืนให้แม่ ใคร่ครวญแล้วละอายใจ มโหสถจึงให้โอวาทให้สมาทานศีลห้า รักษาให้บริสุทธิ์ตลอดชีวิต เว้นจากการเบียดเบียนชีวิตและทรัพย์สินผู้อื่น นางคิดว่าเกิดเป็นยักษิณีก็ต่ำพอแล้ว ไม่ควรซ้ำเติมตัวเองให้ตกต่ำในชาติหน้า จึงรับปาก มโหสถบอกว่าศีลนี้จะพาให้ประสบความสุขแล้วปล่อยนางไป ส่วนแม่ได้ลูกคืนก็ดีใจร่ำไห้รำพันถึงพระคุณของมโหสถ
  • 1:09:59 พระเจ้าวิเทหราชชมบัณฑิตน้อยอยากรับตัวมา อาจารย์เสนกะทูลทัดทานว่าคดีนี้แค่ดูว่าใครปล่อยเด็กก่อน
    ทูตกราบทูลเรื่องจบ พระเจ้าวิเทหราชทรงเปล่งอุทานว่าบัณฑิตน้อยช่างหลักแหลม ควรรับตัวมาเสียที แล้วหันไปทางอาจารย์เสนกะ อาจารย์เสนกะรู้ว่าจะตรัสอะไรและตระหนี่ในลาภยศ จึงทูลให้รอก่อน อ้างว่าคดีนางยักษิณีแม้ซ่อนเงื่อนแต่เงื่อนสำคัญไม่มีอะไรพิเศษ แค่ดูว่าใครปล่อยเด็กก่อน ถ้านางยักษิณีมีปัญญาแกล้งปล่อยบ้างจะเอาอะไรตัดสิน ที่มโหสถดูฉลาดเพราะนางยักษิณีโง่เพราะความหิว ควรหรือที่จะยกย่องใครว่ามีปัญญาโดยเอาคนโง่เป็นมาตรวัด พระเจ้าวิเทหราชทรงเข้าพระทัยว่าอย่างไรเสนกะก็จะทูลให้รอ จึงตรัสให้ทูตกลับไปบอกอำมาตย์ให้เฝ้าดูต่อไป โปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 29 มิ.ย. 2549

  • 1:07:39 ทศชาติชาดก มโหสถบัณฑิต ตอนที่สิบสี่ ชายรูปร่างเตี้ยดำยากจนรับใช้พ่อแม่หญิงงามเจ็ดปี แล้วถูกชายอื่นลวงเอาภรรยากลางแม่น้ำ
    มินิซีรีส์ มโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่สิบสี่ ทวนจากตอนที่แล้วว่ามีชายหนุ่มชื่อนายโคลกาล (ชื่อตัวละครตามที่ถอดได้) รูปร่างเตี้ย ผิวดำ ยากจน ตกหลุมรักสาวงามชื่อนางทีฆตาลา ยอมไปรับใช้พ่อแม่ของนางอยู่เจ็ดปีจนได้นางเป็นภรรยา วันหนึ่งพาภรรยาไปเยี่ยมพ่อแม่ ถึงแม่น้ำที่ไม่ลึกแต่ทั้งคู่กลัวไม่กล้าข้าม ชายชื่อทีฆปิฏฐิอาสาพาข้าม พาภรรยาและเสบียงไปก่อน ถึงกลางน้ำก็เกี้ยวว่าจะเลี้ยงดูอย่างดี มีทาสหญิงชายรับใช้ นางหลงเชื่อ ตัดรักสามี ไปถึงฝั่งโน้นก็กินขนมกันต่อหน้าสามีที่ชะเง้อรออยู่อีกฝั่ง แล้วพากันเดินจากไป
  • 1:10:28 สามีวิ่งลงน้ำกลับไปกลับมาเพราะกลัว สุดท้ายยอมตายข้ามไปตามทัน ยื้อแย่งภรรยาจนมาถึงศาลาของมโหสถ
    นายโคลกาลเห็นภรรยาถูกพาหนีต่อหน้าต่อตาก็ร้อนใจ ตะโกนให้กลับมารับ วิ่งกลับไปกลับมาบนฝั่ง วิ่งลงน้ำไปหน่อยก็กลับขึ้นมาเพราะกลัว สุดท้ายรวบรวมความกล้าด้วยความโกรธ ปลงใจว่าจะเป็นหรือตายก็ช่าง พอลงไปจึงรู้ว่าน้ำตื้น รีบข้ามไปตามทัน ด่าว่าจะพาเมียไปไหน อีกฝ่ายกลับว่านางเป็นเมียตัวเองแล้วผลักล้ม ทั้งสามยื้อแย่งทะเลาะกันไปจนถึงที่ใกล้ศาลาของมโหสถบัณฑิต
  • 1:12:41 มโหสถแยกถามชื่อภรรยาและพ่อแม่ทั้งสองฝ่าย คำของนางตรงกับสามีตัวจริง ชายผู้ลวงรับสารภาพว่าเป็นโจร
    มโหสถบัณฑิตได้ยินเสียงทะเลาะจึงเรียกทั้งสามมา ถามว่าจะยอมรับคำตัดสินหรือไม่ แล้วแยกถามทีละคน ชายผู้ลวงบอกชื่อตัวเองถูก แต่ไม่รู้ชื่อภรรยาและพ่อแม่ของนางจึงบอกชื่ออื่นไปเรื่อย ๆ ให้คนจดถ้อยคำไว้ ส่วนสามีตัวจริงบอกชื่อทุกคนตามความจริง นางเองบอกชื่อพ่อแม่ตัวเองถูก แต่ไม่รู้ชื่อชายผู้ลวงและพ่อแม่ของเขา มโหสถถามมหาชนว่าคำของนางตรงกับใคร มหาชนตอบว่าตรงกับสามีตัวจริง จึงตัดสินว่าเขาเป็นสามี อีกคนเป็นโจร ซึ่งรับสารภาพ สามีได้ภรรยาคืนดีใจเหมือนได้แก้วคืน ชื่นชมมโหสถ ส่วนโจรถูกตักเตือนว่าอย่าทำอีกแล้วปล่อยตัวไป
  • 1:17:13 พระเจ้าวิเทหราชถามอาจารย์เสนกะ ถูกทัดทานอีก ความอิจฉาริษยาทำให้เกิดมาอับวาสนา แก้ด้วยมุทิตา
    อำมาตย์ที่เฝ้าดูส่งสารทูลพระเจ้าวิเทหราช พระราชาตรัสถามอาจารย์เสนกะว่าควรนำบัณฑิตมาได้หรือยัง อาจารย์เสนกะทูลว่าคดีนี้ใครก็วินิจฉัยได้ ไม่ได้ชื่อว่าเป็นบัณฑิตด้วยเหตุเพียงเท่านี้ ขอให้รอไปก่อน สารคดีชี้ว่านิสัยอิจฉาริษยาของอาจารย์เสนกะเริ่มปรากฏชัด ช่วงแรกยังชมพระโพธิสัตว์ แต่ภายหลังเกรงว่าตนจะหมดความสำคัญจึงกีดกันทุกเรื่อง ผลของนิสัยอิจฉาคือชาติต่อไปจะเป็นคนอาภัพอับวาสนา ยศศักดิ์น้อย แก้ได้ด้วยการแสดงมุทิตา พลอยยินดีกับผู้อื่นที่ได้ดีมีสุขทันที อย่าให้ความริษยาเข้าครองใจ และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นแห่งการสร้างปัญญาบารมีของมโหสถบัณฑิต

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 30 มิ.ย. 2549

  • 1:05:17 ทศชาติชาดก มโหสถบัณฑิต ตอนที่สิบห้า ถามชื่อพ่อแม่แยกกัน คำตอบไม่ตรงกัน สามีได้ภรรยาคืน
    ละครทศชาติชาดก เรื่องมโหสถบัณฑิตผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่สิบห้า ต่อจากตอนที่แล้ว สามีที่ถูกหลอกพาภรรยาข้ามแม่น้ำหนีไปต่อหน้ารวบรวมความกล้าวิ่งลงน้ำ พบว่าน้ำตื้นจึงลุยตามไปทัน ถูกชายอีกคนผลักล้มและอ้างว่าเป็นภรรยาของตน ทั้งสองทะเลาะกันจนถึงศาลาของมโหสถ มโหสถสัมภาษณ์เดี่ยว ถามชื่อพ่อแม่และชื่อคู่ครองของแต่ละคน ชายผู้ลักพาและหญิงไม่รู้จักชื่อกันและพ่อแม่ของอีกฝ่ายจึงตอบไม่ตรงกัน ส่วนสามีตอบตรงกับภรรยา จึงได้ภรรยาคืน (ชื่อตัวละครถอดเพี้ยน)
  • 1:07:58 พระเจ้าวิเทหราชปลื้มพระทัยถามอาจารย์เสนกะว่าควรนำบัณฑิตมาหรือยัง ถูกทัดทานอีกครั้ง
    พระเจ้าวิเทหราชได้สดับเรื่องการตัดสินคดีทั้งหมดแล้วทรงปลื้มพระทัย ตรัสถามเสนกะปุโรหิตว่าควรนำบัณฑิตนั้นมาได้หรือยัง อาจารย์เสนกะทูลว่าคดีนี้ใครก็วินิจฉัยได้ บุคคลไม่ชื่อว่าเป็นบัณฑิตด้วยเหตุเพียงเท่านี้ ขอให้ทรงรอไปก่อน
  • 1:08:41 ท้าวสักกะแปลงเป็นชายยากจนขอเป็นสารถี แล้วขับรถม้าหนีเจ้าของไปต่อหน้า
    ท้าวสักกเทวราชตรวจดูโลกมนุษย์ด้วยทิพยเนตร ทราบว่าพระโพธิสัตว์มาเกิดเป็นมโหสถกุมารอายุเจ็ดขวบในหมู่บ้านปาจีนยวมัชฌคาม เห็นเป็นโอกาสประกาศปัญญาของพระองค์ให้ขจรขจาย จึงแปลงกายเป็นชายยากจนเข็ญใจ มาจับท้ายรถม้าของชายหนุ่มที่แวะดื่มน้ำที่สระโบกขรณีหน้าศาลาที่มโหสถสร้างไว้ ขอไปรับใช้ ชายหนุ่มให้เป็นสารถีขับรถ ส่วนตนนอนพักในรถ ครู่หนึ่งชายหนุ่มสั่งจอดรถเข้าไปทำธุระส่วนตัวในพุ่มไม้ ท้าวสักกะแปลงรอให้เสร็จแล้วแกล้งขับรถหนีไปต่อหน้า ชายหนุ่มรีบวิ่งไล่ตาม
  • 1:13:24 สองคนเถียงกันว่ารถม้าเป็นของใคร มโหสถเรียกมาไต่สวนและรู้ว่าผู้ก่อคดีคือท้าวสักกะ
    มโหสถกุมารกำลังเล่นกับเหล่าสหายได้ยินเสียงวิวาท เจ้าของรถตะโกนให้คืนรถ ท้าวสักกะแปลงร้องสวนว่ารถของตนต่างหาก มโหสถคิดว่าคงมีคดีเกิดขึ้นอีก จึงให้คนไปเรียกทั้งสองมาที่ศาลา พินิจแล้วรู้ว่าผู้หนึ่งคือท้าวสักกเทวราช เพราะองอาจไม่เกรงกลัวและนัยน์ตาไม่กะพริบ ส่วนคนที่วิ่งตามคือเจ้าของรถ รู้ว่าเป็นคดีไม่ธรรมดาเพราะท้าวสักกะเสด็จมาทดลองปัญญา แล้วจบตอนว่ามโหสถจะตัดสินให้ปรากฏต่อมหาชนอย่างไร โปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 5 ก.ค. 2549

  • 1:12:36 ทศชาติชาดก มโหสถบัณฑิต ตอนที่สิบแปด ท้าวสักกะยอมรับตัวตน ชมปัญญามโหสถแล้วเสด็จกลับ
    ต่อจากตอนที่แล้ว มโหสถบอกมหาชนว่าชายเข็ญใจคือท้าวสักกะเทวราช เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ มโหสถจึงถามชายนั้นตรง ๆ ท้าวเธอตอบว่าใช่ มโหสถทูลว่าเสด็จมาเพียงเพื่อรถม้าที่มีค่าเล็กน้อยไม่สมเหตุ ท้าวสักกะตรัสว่ามาเพื่อประกาศปัญญานุภาพของมโหสถให้มหาชนประจักษ์ แล้วกลับร่างเป็นเทวราชทรงเหาะไปประทับกลางอากาศ ชมว่าทั่วผืนปฐพีไม่มีผู้มีปัญญายิ่งกว่า แล้วเสด็จกลับเวชยันตปราสาท
  • 1:15:17 มหาอำมาตย์กลับมาทูลเรื่องท้าวสักกะ อาจารย์เสนกะทักท้วง อำมาตย์สาบานยืนยันและทูลให้รีบเรียกมโหสถ
    มหาอำมาตย์อยากกลับไปทูลเองแต่ต้องรอรับสั่ง จึงส่งรายงานผ่านทูตคนสนิท พระเจ้าวิเทหราชอัศจรรย์พระทัยจึงเรียกตัวกลับพระนคร ขณะทูลในท้องพระโรง เหล่าอำมาตย์ราชบัณฑิตพากันวิพากษ์ อาจารย์เสนกะทักท้วงว่าทูลเพ้อพกไม่ได้ อำมาตย์สาบานด้วยสัจวาจาว่าจริงทุกประการ ชาวปาจีนยวมัชฌคามเป็นพยานได้ พระราชาทรงเชื่อเพราะอำมาตย์รับใช้มานานไม่เคยบกพร่อง อำมาตย์ทูลเปรียบว่าแก้วมณีอันล้ำค่าถ้าพบแล้วไม่รีบคว้าไว้อาจไม่มีโอกาสอีก ขอให้รีบเรียกมโหสถเข้าเฝ้า
  • 1:21:32 พระเจ้าวิเทหราชหารืออาจารย์เสนกะ เสนกะริษยาจึงทูลทัดทานให้รอดูก่อน
    พระเจ้าวิเทหราชยังไม่ทรงตัดสินเองเพราะเห็นว่าควรปรึกษาอาจารย์เสนกะหัวหน้าปุโรหิตก่อน อาจารย์เสนกะได้ยินว่าท้าวสักกะเสด็จมาประกาศปัญญามโหสถก็ยิ่งขุ่นเคือง ภายนอกนิ่งสุขุมแต่ภายในร้อนด้วยไฟริษยา ทูลทัดทานว่ามโหสถมีปัญญาจริงแต่ยังอยู่ในแว่นแคว้นของพระองค์อยู่แล้ว บ้านเมืองสงบไม่มีราชศัตรูมาช้านาน ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน ขอให้รอดูอีกสักพัก พระราชาถึงกับนิ่งอึ้ง จบด้วยโปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 6 ก.ค. 2549

  • 53:22 ทศชาติชาดก มโหสถบัณฑิต ตอนที่สิบเก้า อาจารย์เสนกะทูลว่าช้าเป็นการนานเป็นคุณ ให้ทดลองปัญญามโหสถก่อน
    สารคดีทศชาติชาดก เรื่องมโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่สิบเก้า พระเจ้าวิเทหราชได้ยินรายงานว่าท้าวสักกะมาทดลองปัญญามโหสถ จึงเรียกมหาอำมาตย์กลับมาเล่า มหาอำมาตย์ทูลว่าแก้วมณีเมื่อพบแล้วไม่รีบคว้าไว้หากสูญหายจะน่าเสียดาย ให้เรียกมโหสถเข้าเฝ้าโดยเร็ว พระราชาหารืออาจารย์เสนกะ ซึ่งยิ่งขุ่นเคืองใจที่ท้าวสักกะมาประกาศปัญญาของมโหสถ จึงทูลทัดทานว่าบ้านเมืองเป็นปกติสุขไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน เมื่อพระราชาแย้งว่าคดีที่ผ่านมามีหลักฐานชัดแล้ว เสนกะก็อ้างว่าช้าเป็นการนานเป็นคุณ แล้วทูลให้ถือโอกาสทดลองปัญญามโหสถไปด้วย เหมือนกำลังม้ารู้ได้จากฝีเท้า กำลังโครู้ได้จากการบรรทุก กำลังบัณฑิตรู้ได้จากการงาน ถ้ามโหสถเป็นบัณฑิตจริงก็จะผ่านได้ดุจทองชมพูนุท พระราชาคล้อยตามและให้เสนกะเป็นผู้คิดปัญหาทดลอง
  • 1:02:24 ราชบุรุษนำท่อนไม้ตะเคียนมาถามชาวบ้านปาจีนยวมัชฌคามว่าทางไหนโคนทางไหนปลาย
    สารคดีมโหสถบัณฑิตตอนที่สิบเก้าต่อ วันหนึ่งราชบุรุษจากราชสำนักมาที่หมู่บ้านปาจีนยวมัชฌคาม (สะกดตามที่ถอดได้ ยังไม่ยืนยัน) พร้อมท่อนไม้ตะเคียนกลมยาวหนึ่งคืบ ประกาศพระบรมราชโองการของพระเจ้าวิเทหราชแห่งมิถิลานครให้ตอบว่าทางไหนเป็นโคน ทางไหนเป็นปลาย ภายในหนึ่งวันหนึ่งคืน ไม่งั้นถูกปรับพันกหาปณะ ปัญหานี้อาจารย์เสนกะตั้งขึ้นเพื่อทดลองปัญญามโหสถโดยเฉพาะ จบตอนด้วยคำถามว่ามโหสถจะแก้อย่างไร โปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 12 ก.ค. 2549

  • 1:07:49 มโหสถบัณฑิต ไขปัญหาท่อนไม้ตะเคียนด้วยการหย่อนท่อนไม้ลงน้ำ ส่วนโคนหนักกว่าจึงจมมากกว่า
    มินิซีรีส์มโหสถบัณฑิตในทศชาติชาดก (ไฟล์เข้าเรื่องกลางตอน) มโหสถรู้ว่าพระราชาทดลองปัญญาจึงผูกปริศนาส่งมา แม้จับท่อนไม้ตะเคียนก็รู้ทันทีว่าทางไหนโคนทางไหนปลาย แต่เพื่อให้มหาชนเห็นเอง จึงให้นำภาชนะใส่น้ำเต็ม ผูกเชือกตรงกึ่งกลางท่อนไม้แล้วหย่อนลงผิวน้ำ ข้างหนึ่งจมมากกว่า อธิบายว่าส่วนโคนเกิดก่อนเจริญก่อน เนื้อไม้จึงแน่นและหนักกว่า ชาวบ้านสรรเสริญแล้วส่งตัวแทนไปกราบทูลพระเจ้าวิเทหราชว่าด้านที่ทำเครื่องหมายไว้เป็นโคน พระราชาตรัสถามว่าใครไขปริศนา ตัวแทนทูลว่ามโหสถกุมารบุตรสิริวัฒกเศรษฐี พระองค์แย้มพระสรวลแล้วตรัสกับอาจารย์เสนกะว่าอย่างไรเสียมโหสถก็ต้องรู้ แล้วปรึกษาแผนทดลองปัญญาครั้งต่อไป
  • 1:14:22 มโหสถบัณฑิต ไขปัญหากะโหลกศีรษะบุรุษสตรี และงูตัวผู้ตัวเมีย ติดตามปัญหาเรื่องโคตอนต่อไป
    พระเจ้าวิเทหราชส่งปัญหาไปทดสอบชาวบ้านปาจีนยวมัชฌคามต่อเนื่อง เพราะอยากวัดปัญญาของมโหสถคนเดียวแต่ไม่อยากเจาะจงเกินไป ปัญหายากขึ้นเรื่อย ๆ คราวหนึ่งส่งกะโหลกศีรษะบุรุษและสตรีมาให้ตัดสิน ตอบไม่ได้ต้องถูกปรับหนึ่งพันกหาปณะ มโหสถตอบว่ากะโหลกที่มีรอยประสานตรงกลางเป็นแสกตรงคือของบุรุษ ของสตรีรอยแสกจะคด ต่อมาส่งงูสองตัวมาถามว่าตัวไหนตัวผู้ตัวเมีย มโหสถแยกว่างูตัวผู้นัยน์ตาโต หัวและหางใหญ่ ลวดลายต่อเนื่อง ตัวเมียหัวและลำตัวเรียว หางเล็ก นัยน์ตาเล็ก ลวดลายขาดไม่ต่อเนื่อง จบตอนด้วยการเกริ่นว่ามีปัญหาเรื่องโคตามมาติด ๆ โปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 19 ก.ค. 2549

  • 48:41 ทศชาติชาดก มโหสถบัณฑิต ตอนที่ 25 มโหสถใช้น้ำผึ้งล่อมดร้อยด้ายใหม่เข้าแก้วมณีแปดคด
    หลังดนตรีเปิด เป็นเทปทศชาติชาดก เรื่องมโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่ 25 ชาวบ้านปาจีนยวมัชฌคามลองสอดเชือกเส้นเล็กเข้ารูแก้วมณีที่เป็นเกลียวแปดคดไม่สำเร็จ จึงไปแจ้งสิริวัฑฒกะเศรษฐี มโหสถขอดูแก้ว แล้วขอน้ำผึ้งมาหยดที่รูทั้งสองด้าน ชุบปลายขนสัตว์สีทองด้วยน้ำผึ้ง แล้ววางไว้ที่รังมดคันไฟ มดถูกน้ำผึ้งล่อก็คลานเข้าไปกัดกินด้ายเก่าและดึงด้ายใหม่ไปตามเกลียวจนโผล่อีกด้าน ส่งแก้วมณีคืนพระเจ้าวิเทหราช ซึ่งเป็นสมบัติตกทอดจากพระเจ้ากุสราช พระราชาทรงพอพระทัย แต่อาจารย์เสนกะก็ยังทูลแนะให้หาอุบายทดลองปัญญามโหสถต่อ
  • 54:21 มโหสถบัณฑิต: พระราชาส่งโคมงคลตัวผู้ขุนจนท้องโตมาสั่งให้ทำให้ตกลูก
    พระเจ้าวิเทหราชทดลองด้วยปัญหาแปลกพิสดาร ให้เลือกโคมงคลตัวผู้มาขุนด้วยอาหารอย่างดีจนท้องโตเหมือนแม่โคท้องแก่ ขัดเขาทาน้ำมัน ชุบขมิ้นเหลืองทั้งตัว แล้วส่งไปให้ชาวปาจีนยวมัชฌคาม พร้อมพระบรมราชโองการว่าโคตั้งท้องใกล้ตกลูก ให้ช่วยทำให้ตกลูกแล้วส่งกลับพร้อมลูก ถ้าทำไม่ได้ปรับพันกหาปณะ ชาวบ้านบางคนหัวเราะ บางคนไม่พอใจว่ารู้ทั้งรู้ว่าเป็นโคตัวผู้ ผู้เฒ่าเตือนให้ใจเย็นค่อย ๆ คิด ในที่สุดตกลงมอบให้มโหสถ ไปรวมตัวที่เรือนสิริวัฑฒกะเศรษฐี การทำวัวตัวผู้ให้ออกลูกพ้นวิสัย มโหสถจะแก้อย่างไรติดตามตอนต่อไป (กลางเทปมีบรรทัด jingle ช่วงพักแทรกและต่อท้ายหลังจบตอน)

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 20 ก.ค. 2549

  • 1:14:42 มโหสถบัณฑิต: พระเจ้าวิเทหราชส่งโคมงคลตัวผู้ขุนจนท้องโตให้ชาวบ้านทำคลอด มโหสถว่าต้องแก้ด้วยการย้อนปัญหา
    มินิซีรีส์ทศชาติชาดก มโหสถบัณฑิต ต่อจากตอนที่แล้ว พระเจ้าวิเทหราชได้แก้วมณีพร้อมกลวิธีร้อยด้ายแล้วทรงยินดีเมื่อรู้ว่าเป็นความคิดของมโหสถกุมาร ต่อมาทรงทดลองปัญญาด้วยการให้ขุนโคมงคลตัวผู้จนพุงกางเหมือนแม่โคท้องแก่ ส่งไปให้ชาวบ้านปาจีนยวมัชฌคามทำคลอดแล้วส่งกลับพร้อมลูก ไม่อย่างนั้นถูกปรับพันกหาปณะ มโหสถบอกว่าปัญหานี้แก้ได้ด้วยการย้อนปัญหาเท่านั้น มีชายคนหนึ่งอาสาไปเข้าเฝ้า มโหสถเรียกเข้าไปบอกอุบายในห้องเพียงลำพัง วันต่อมาพระราชาได้ยินเสียงคนร้องห่มร้องไห้ มหาดเล็กพาชายผมเผ้ารุงรังเนื้อตัวมอมแมมเข้าไปคุกเข่าต่อหน้าพระพักตร์ ชายกราบทูลว่าตนสบายดี แต่บิดาปวดท้องคลอดมาเจ็ดวันแล้วยังไม่คลอด ขอให้ทรงแนะวิธีทำคลอด พระราชาตรัสว่าพ่อเป็นผู้ชายจะคลอดลูกได้อย่างไร แล้วทรงพระสรวลลั่นท้องพระโรง เหล่าอำมาตย์หัวเราะตาม จบตอนที่ว่าทูตชาวปาจีนยวมัชฌคามจะกราบทูลอย่างไรต่อ โปรดติดตาม

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 21 ก.ค. 2549

  • 9:51 ชาดกเป็นเรื่องจริงที่พระพุทธเจ้าตรัสเล่าอดีตชาติ บอกเหตุและผลการสั่งสมบารมี
    อธิบายว่าเรื่องมโหสถเป็นเรื่องจริงที่พระบรมศาสดาตรัสเล่าถึงพระชาติที่เป็นพระโพธิสัตว์ แสดงปัญญาบารมีที่สั่งสมมานับภพนับชาติไม่ถ้วน เพื่อให้มนุษย์และเทวดาศึกษาเป็นตัวอย่างการดำเนินชีวิตในสังสารวัฏ ปิดอบายไปสวรรค์ จนถึงการเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ยังไม่เคยเห็นความเชื่ออื่นที่เล่าเรื่องพระชาติที่ผ่านมาว่าทำเหตุอย่างนี้แล้วมีผลอย่างนี้ ที่อื่นปุ๊บปั๊บมาอยู่มนุษย์แล้วไปอยู่สวรรค์เลย ชีวิตไม่ง่ายขนาดนั้นแต่สลับซับซ้อน แล้วชวนติดตามให้ดี (ท้ายช่วงถอดเพี้ยน)
  • 1:39:00 มโหสถบัณฑิต ตอนที่ 27: ชาวบ้านกราบทูลว่าพ่อปวดท้องจะคลอด พระเจ้าวิเทหราชยอมรับปัญหาโคตัวผู้
    ทศชาติชาดก เรื่องมโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่ 27 มโหสถกุมารเห็นโคมงคลของพระราชาก็ขำในใจ ถามว่าใครกล้าอาสาไปกราบทูลพระราชา ชายคนหนึ่งรับอาสา มโหสถซักซ้อมแผนการ วันต่อมาพระเจ้าวิเทหราชได้ยินเสียงร้องไห้ ชายผู้นั้นกราบทูลว่าบิดาปวดท้องคลอดมาเจ็ดวันแล้วยังไม่คลอด พระราชาตรัสว่าพ่อเป็นผู้ชายจะคลอดลูกได้อย่างไร ชายนั้นจึงทูลย้อนว่าถ้าอย่างนั้นโคมงคลตัวผู้ที่ส่งไปให้ชาวบ้านปาจีนยวมัชฌคามทำให้ตกลูกจะสมเหตุสมผลหรือ ท้องพระโรงเงียบกริบ พระราชารู้ทันทีว่าเป็นอุบายของมโหสถ ชื่นชมว่าคมคาย แต่ยังรับตัวเข้าวังไม่ได้เพราะติดคำทัดทานของอาจารย์เสนกะ จึงให้ส่งโคมงคลคืน ลูกโคจะมีหรือไม่ไม่ติดใจ ชาวบ้านพากันสรรเสริญมโหสถ
  • 1:46:35 มโหสถบัณฑิต: พระเจ้าวิเทหราชสั่งให้หุงข้าวเปรี้ยวที่ถึงพร้อมด้วยองค์แปด
    ต่อมาพระเจ้าวิเทหราชคิดอุบายทดลองมโหสถอีก ให้หุงข้าวพิเศษที่ไม่มีใครเคยลิ้มลอง ให้ราชบุรุษไปประกาศแก่ชาวบ้านปาจีนยวมัชฌคามซึ่งแปลกใจที่คราวนี้มาตัวเปล่า พระบรมราชโองการว่าจะเสวยข้าวเปรี้ยวรสเลิศที่ถึงพร้อมด้วยองค์แปด คือไม่หุงด้วยข้าวสาร ไม่หุงด้วยน้ำปกติ ไม่หุงด้วยหม้อข้าว ไม่หุงด้วยเตา ไม่หุงด้วยไฟปกติ ไม่หุงด้วยฟืน ไม่ให้หญิงหรือชายเป็นผู้ยกมา และไม่ให้นำมาตามทางเดิน ถ้าหุงส่งมาไม่ได้จะถูกปรับพันกหาปณะ ชาวบ้านมึนงง ปัญหาคงต้องถึงมโหสถอีก โปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 26 ก.ค. 2549

  • 52:33 มโหสถบัณฑิต ตอนที่ 29: หุงข้าวเปรี้ยวองค์แปดสำเร็จ ให้พวกกะเทยนำไปถวาย
    มินิซีรีส์ทศชาติชาดกเรื่องมโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่ 29 ต่อจากตอนที่แล้วที่พระเจ้าวิเทหราชสั่งให้ชาวปาจีนยวมัชฌคามหุงข้าวเปรี้ยวที่ประกอบด้วยองค์แปดมาถวาย ไม่เช่นนั้นจะปรับพันกหาปณะ ชาวบ้านไปปรึกษามโหสถ มโหสถยิ้มแล้วบอกว่าเรื่องเล็ก แนะวิธีทีละข้อ สิริวัฑฒกเศรษฐีจัดกำลังชาวบ้านหุงข้าวเปรี้ยวได้สำเร็จ เช่นหุงด้วยข้าวป่นแทนข้าวสาร และข้อที่ห้ามผู้ชายหรือผู้หญิงยกมาก็ให้พวกกะเทยทูนไปถวาย พระราชาทรงแย้มพระสรวล ทรงซักจนทราบว่าเป็นอุบายของมโหสถ ทรงพอพระทัยแล้วให้พวกนางกลับไปบอกชาวบ้านว่าไม่ช้าจะมีงานให้สนองอีก
  • 57:44 มโหสถบัณฑิต: พระราชาให้ฟั่นเชือกทรายมาทำสายชิงช้า มโหสถแนะให้ย้อนถาม
    พระเจ้าวิเทหราชเรียกอาจารย์เสนกะมาปรึกษาอุบายทดลองปัญญามโหสถครั้งต่อไป แล้วประกาศแก่ชาวปาจีนยวมัชฌคามว่าพระราชาปรารถนาจะเล่นชิงช้าที่ทำด้วยเชือกทราย เพราะเชือกทรายเส้นเก่าในพระราชสำนักเริ่มผุ ให้ชาวบ้านฟั่นเชือกทรายเส้นใหม่มาถวาย ไม่เช่นนั้นจะปรับพันกหาปณะ ซึ่งเป็นปัญหานามธรรมที่แม้พระราชาเองก็มองไม่เห็นทางแก้ ชาวบ้านกลุ้มใจแต่ผู้เฒ่ามั่นใจว่ามโหสถจะบอกว่าเรื่องเล็ก มโหสถเห็นว่าต้องย้อนถาม จึงเรียกตัวแทนชาวบ้านมาสอนวิธีย้อนปัญหาและกำชับให้กราบทูลตามนั้นโดยไม่หวั่นเกรง จบตอนให้ติดตามตอนต่อไป ท้ายช่วงผู้ดำเนินรายการบอกว่าต้องรออีก 24 ชั่วโมงกว่าปัญหานี้จะเฉลย

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 28 ก.ค. 2549

  • 1:13:29 มโหสถบัณฑิต ตอนที่ 30: พระราชาให้ฟั่นเชือกทรายทำสายชิงช้า ชาวบ้านนำปัญหาไปหามโหสถ
    ทศชาติชาดก มโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่สามสิบ ทวนตอนที่แล้วว่าพระเจ้าวิเทหราชพอพระทัยวิธีหุงข้าวเปรี้ยวประกอบด้วยองค์แปด ต่อมาราชบุรุษมาที่บ้านปาจีนยวมัชฌคาม แจ้งว่าพระราชามีชิงช้าสายเชือกทรายคันหนึ่งแต่เชือกเก่าขาด ให้ชาวบ้านฟั่นเชือกทรายเส้นใหม่มาถวาย ไม่ได้จะปรับพันกหาปณะ ชาวบ้านปวดเศียรเวียนเกล้ายิ่งกว่าทุกครั้ง ไม่เคยได้ยินว่ามีเชือกทราย จึงพากันไปขอความช่วยเหลือจากมโหสถ มโหสถว่าไม่ยาก เรียกชายผู้เป็นตัวแทนมาแนะวิธีย้อนปัญหา กำชับว่าอย่าแสดงอาการพรั่นพรึงต่อหน้าพระราชา
  • 1:16:27 มโหสถบัณฑิต: ตัวแทนชาวบ้านเข้าเฝ้า ขอพระราชทานเชือกทรายเส้นเก่าเป็นตัวอย่าง
    วันรุ่งขึ้นชายผู้เป็นตัวแทนชาวบ้านปาจีนยวมัชฌคามเข้าเฝ้าพระราชาอย่างองอาจ พระราชาแปลกพระทัยที่มาเร็วเพียงชั่วข้ามคืน ถามว่าเชือกทรายสำเร็จแล้วหรือ เขาทูลว่ากำลังเร่งทำ แต่พระองค์ยังไม่ได้กำหนดขนาดว่าฟั่นกี่เกลียวแบบใด จึงขอพระราชทานเชือกทรายเส้นเก่าไปดูเป็นตัวอย่างสักคืบหนึ่ง พระราชาอุทานว่าในวังไม่เคยมีเชือกทรายแม้แต่คืบเดียว ชายนั้นทูลอ้อนวอน พระราชาขุ่นเคืองตรัสว่าไม่มีและไม่เคยมีมาก่อน
  • 1:21:32 มโหสถบัณฑิต: ย้อนปัญหาเชือกทรายสำเร็จ พระราชาพอพระทัย แต่อาจารย์เสนกะทูลยับยั้งอีก
    ชายนั้นดีใจที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผนของมโหสถ จึงทูลย้อนถามว่าเมื่อในวังยังไม่เคยมีเชือกทราย ก็ไม่เคยมีใครเล่นชิงช้าสายเชือกทราย พระองค์มั่นพระทัยหรือว่าชาวบ้านจะหามาถวายได้จริง พระราชาอึกอักแล้วตรัสว่าย้อนปัญหาได้คมคาย ถามว่าใครส่งมา ทูลว่ามโหสถบัณฑิตบุตรท่านสิริวัฒกะ พระราชาปีติโสมนัส ให้กลับไปบอกมโหสถว่าพอพระทัย พระราชทานรางวัล แล้วเรียกอาจารย์เสนกะมาหารือว่าจะรับมโหสถเข้าราชสำนัก แต่ถูกอาจารย์เสนกะทูลขอให้ยับยั้งไว้ก่อนอีกเช่นเคย โปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 29 ก.ค. 2549

  • 1:00:02 มโหสถบัณฑิต ตอนที่ 31: ตัวแทนชาวบ้านขอเชือกทรายเก่าเป็นแบบ พระราชาไม่มีให้ ย้อนปัญหาสำเร็จ
    ทศชาติชาดก เรื่องมโหสถบัณฑิต ตอนที่ 31 ตัวแทนชาวบ้านปาจีนยวมัชฌคามเข้าเฝ้า ทูลว่ากำลังฟั่นเชือกทรายอยู่แต่ไม่รู้ว่าจะให้ฟั่นกี่เกลียว เส้นใหญ่และยาวเท่าไร ขอพระราชทานเชือกทรายเก่าไปเป็นแบบสักคืบหนึ่ง พระราชาตรัสว่าในวังไม่เคยมีเชือกทราย ชายผู้นั้นจึงทูลย้อนว่าเมื่อพระองค์หาแบบให้ไม่ได้ ชาวบ้านจะฟั่นถวายได้อย่างไร พระราชาทรงทราบว่ามโหสถเป็นผู้คิด ก็พอพระทัย พระราชทานรางวัล แล้วหารือกับอาจารย์เสนกะจะรับมโหสถเข้าราชสำนัก แต่ถูกทัดทานไว้เช่นเคย
  • 1:02:39 มโหสถบัณฑิต: พระราชารับสั่งให้ส่งสระโบกขรณีดารดาษด้วยบัวห้าชนิดมาถวายในเจ็ดวัน ชาวบ้านบ่นกันวุ่น
    พระเจ้าวิเทหราชอยากได้มโหสถเข้ามาใกล้ชิด จึงผูกปัญหาใหม่ ให้ราชบุรุษไปประกาศแก่ชาวบ้านปาจีนยวมัชฌคามว่าพระองค์จะเล่นน้ำในสระ ให้ส่งสระโบกขรณีที่ดารดาษด้วยบัวเบญจพรรณมาไว้ในพระราชวังภายในเจ็ดวัน ไม่เช่นนั้นปรับพันกหาปณะ ชาวบ้านเดือดร้อน ชายหนุ่มคนหนึ่งบ่นว่าพระราชาแกล้งและสระเคลื่อนที่ไม่ได้ ผู้เฒ่าเตือนให้เงียบ บอกว่าหมู่บ้านยังมีมโหสถ และเคยแก้ปัญหาเชือกทรายมาแล้ว ชาวบ้านจึงพากันไปแจ้งมโหสถที่เรือนของสิริวัฒกเศรษฐี
  • 1:08:54 มโหสถบัณฑิต: เห็นทางแก้ทันทีเพราะสั่งสมปัญญาบารมีมาสี่อสงไขย ขอชายร่างกำยำห้าหกคนเป็นตัวแทน
    มโหสถฟังปัญหาจบก็เห็นอุบายแก้ชัดในใจเหมือนเห็นฝูงปลาในน้ำใส ผู้บรรยายอธิบายว่าเพราะท่านสั่งสมปัญญาบารมีข้ามภพข้ามชาติมาสี่อสงไขย จึงมีปัญญาติดตัวมาแต่เกิดที่เรียกว่าสหชาติปัญญา มองเห็นทางออกทุกปัญหา ตรงข้ามคนเขลาที่เห็นแต่ปัญหา เราแม้ปัญญาไม่เท่ามโหสถก็ควรสั่งสมด้วยการอ่าน ฟัง สังเกต คิด พิจารณา จดบันทึก จากนั้นมโหสถขอบิดาหาชายร่างกายกำยำ พูดจาคล่องแคล่ว กล้าหาญ ห้าหกคนไปเป็นตัวแทนกราบทูลพระราชา อุบายต่อไปติดตามตอนหน้า

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 31 ก.ค. 2549

  • 1:06:20 มโหสถบัณฑิต ตอนที่ 32: พระราชาสั่งส่งสระโบกขรณี มโหสถให้หาชายหนุ่มห้าหกคนเป็นตัวแทน
    ทศชาติชาดก เรื่องมโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่ 32 ทวนจากตอนที่แล้วว่าพระเจ้าวิเทหราชคิดอุบายทดลองปัญญามโหสถอีก ให้ราชบุรุษไปประกาศแก่ชาวบ้านปาจีนยวมัชฌคามให้ส่งสระโบกขรณีไปไว้ในพระราชวังภายในเจ็ดวัน ไม่เช่นนั้นปรับพันกหาปณะ ชาวบ้านเดือดร้อนจึงไปขอความช่วยเหลือจากมโหสถ มโหสถฟังจบก็เห็นอุบายชัดด้วยอานุภาพสหชาติปัญญา เหมือนเห็นฝูงปลาในน้ำใส จึงขอบิดาหาชายร่างกำยำ พูดจาคล่องแคล่ว กล้าหาญห้าหกคน เศรษฐีหามาให้ มโหสถชี้แจงอุบายอย่างละเอียด
  • 1:09:50 มโหสถบัณฑิต: ชายหนุ่มลุยโคลนเนื้อตัวมอมแมมเข้าวัง ปากไวกับนายประตูเรื่องหวายพระราชทาน
    ก่อนเข้าประตูพระราชวัง ชายหนุ่มเหล่านั้นลงเล่นน้ำจนตาแดงก่ำ เสื้อผ้าเปียกโชก ผมยุ่งเหยิง ตัวเปรอะโคลนตม ถือเชือก ก้อนดิน ท่อนไม้ เดินดุ่ม ๆ เหมือนคนวิกลจริต นายทวารบาลตะโกนถาม ชายหนุ่มคนหนึ่งตอบห้วน ๆ หัวหน้าจึงบอกว่ามาจากบ้านปาจีนยวมัชฌคาม นายประตูก็ให้ผ่านเพราะพระราชาเคยรับสั่งให้ชาวบ้านนี้เข้าเฝ้าได้เสมอ นายประตูแซวว่าได้รางวัลแล้วอย่าลืมแบ่ง ชายหนุ่มตอบโดยไม่คิดว่าถ้าได้หวายพระราชทานจะแบ่งให้ นายประตูสะดุ้งถามซ้ำ หัวหน้าต้องรีบแก้ว่าถ้าได้รางวัลพระราชทานจะแบ่งให้แน่นอน
  • 1:13:26 มโหสถบัณฑิต: เข้าเฝ้าในสภาพเปียกปอน ทูลว่าทำตามรับสั่งเรื่องส่งสระ พระราชายังไม่เข้าใจ
    ชาวบ้านมาถึงท้องพระโรงวินิจฉัยกราบถวายบังคม พระราชาทรงแปลกพระทัยที่เนื้อตัวเปรอะโคลนตม ตรัสถามว่ามาจากบ้านปาจีนยวมัชฌคามหรือ ไปทำอะไรมาจึงสกปรกเพียงนี้ ชาวบ้านทูลว่าทำตามรับสั่งของพระองค์ พระราชาตรัสว่าไม่ได้สั่งให้ลุยโคลน หัวหน้าทูลอย่างองอาจว่าพระองค์ไม่ได้สั่งให้ลุยโคลน แต่มีพระบรมราชโองการให้ชาวบ้านส่งสระมาถวายไม่ใช่หรือ พวกเขาทำตามพระบัญชาจึงอยู่ในสภาพเปียกปอน พระราชายังไม่ทรงทราบว่าพวกเขาไปทำอะไรมา โปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 1 ส.ค. 2549

  • 1:00:19 มโหสถบัณฑิต ตอนที่ 33: ชายหนุ่มเนื้อตัวเปียกปอนเข้าเฝ้า ทูลว่าทำตามรับสั่งเรื่องส่งสระโบกขรณี
    ละครทศชาติชาดกเรื่องมโหสถบัณฑิตผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่ 33 จากตอนที่แล้วท่านสิริวัฒกะเศรษฐีจัดคนหนุ่มตามจำนวนที่มโหสถต้องการ มโหสถชี้แจงอุบายอย่างละเอียด ชายเหล่านั้นลงเล่นน้ำจนตาแดง สวมเสื้อผ้าเปียก ตัวเลอะโคลน ถือเชือก ก้อนดิน ท่อนไม้ เดินเข้าพระนคร นายประตูรู้ว่าเป็นชาวบ้านปาจีนยวมัชฌคามจึงปล่อยเข้าไปตามที่พระราชาเคยรับสั่ง พระเจ้าวิเทหราชทรงแปลกพระทัย หัวหน้าทูลว่าที่เปียกปอนก็เพราะทำตามรับสั่งให้นำสระโบกขรณีมาถวาย
  • 1:03:38 มโหสถบัณฑิต: ทูลว่าสระใหม่ตื่นกลัวหนีเข้าป่า ขอสระเก่าไปผูกควบ พระราชากริ้ว
    หัวหน้าทูลตามอุบายว่านำสระมาแล้วโดยผูกเชือกเส้นใหญ่ แต่สระโบกขรณีเคยอยู่แต่ในป่า เห็นพระราชวังอลังการก็ตื่นกลัว ดิ้นจนเชือกขาดหนีกลับเข้าป่า ไล่ตามโบยตีก็นำกลับมาไม่ได้ จึงขอพระราชทานสระโบกขรณีเก่าที่พระองค์นำมาจากป่าไปผูกควบกับสระใหม่ พระราชาตรัสปฏิเสธว่าไม่เคยนำสระจากป่ามา เมื่อถูกอ้อนวอนซ้ำก็ทรงกริ้ว ขู่จะให้ลงหวาย ชาวบ้านที่ตามมาใจคอไม่ดี แต่หัวหน้ายังมีสีหน้าปกติ
  • 1:07:17 มโหสถบัณฑิต: ย้อนถามว่าใครก็ผูกสระไม่ได้ แล้วจะนำสระเข้าวังได้อย่างไร พระราชารู้ว่าเป็นอุบายมโหสถ
    หัวหน้าทูลด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นว่าชาวปาจีนยวมัชฌคามจงรักภักดี พยายามทุกทางแต่ด้อยปัญญาจึงคิดว่าผูกสระเก่ากับสระใหม่ได้ แล้วขอให้พระองค์ยืนยันว่าใครก็ผูกสระให้ติดกันไม่ได้ พระราชาตรัสรับว่าแม้แต่คิดก็ไม่ควรคิด เขาจึงย้อนถามว่าเมื่อไม่มีใครผูกสระได้ ชาวบ้านจะนำสระเข้าวังได้อย่างไร พระราชาทรงนิ่งอึ้ง รู้ทันทีว่าเป็นอุบายของมโหสถ ตรัสว่าพวกเจ้าเข้าใจถูกแล้ว พระราชทานรางวัลแล้วส่งกลับ ชาวบ้านโห่ร้องยินดีที่ผ่านปัญหาได้อีกครั้ง ตอนต่อไปพระเจ้าวิเทหราชจะเสด็จไปหามโหสถที่ปาจีนยวมัชฌคามด้วยพระองค์เอง

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 3 ส.ค. 2549

  • 59:30 มโหสถบัณฑิต: ทูลขอสระเก่าไปผูกควบ ย้อนถามจนพระราชารู้ว่าเป็นอุบายมโหสถ
    ละครทศชาติชาดกเรื่องมโหสถบัณฑิต (ต้นช่วงเริ่มกลางฉาก เป็นฉากเดียวกับที่เล่าในตอนก่อน) หัวหน้าชาวบ้านทูลว่าสระโบกขรณีที่รับสั่งให้ส่งมา เห็นพระนครอันยิ่งใหญ่ก็ตื่นกลัวดิ้นจนเชือกขาดหนีกลับเข้าป่า จึงขอพระราชทานสระโบกขรณีเก่าที่พระองค์นำมาจากป่าไปผูกควบ พระราชาตรัสปฏิเสธว่าไม่เคยนำสระมาจากไหน ใครจะผูกสระให้ติดกันได้ แม้แต่คิดก็ไม่ควรคิด เขาจึงย้อนถามว่าเมื่อไม่มีใครผูกได้ ชาวปาจีนยวมัชฌคามจะส่งสระมาถวายได้อย่างไร พระราชาทรงทราบทันทีว่าเป็นอุบายของมโหสถ ตรัสว่าคงไม่มีใครชะลอสระมาไว้ในวังได้ แล้วพระราชทานรางวัลส่งกลับ (มีบรรทัด jingle แทรกกลางเทป)

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 4 ส.ค. 2549

  • 1:09:11 มโหสถบัณฑิต ตอนที่ 35: พระเจ้าวิเทหราชตั้งพระทัยรับมโหสด อาจารย์เสนกะทูลทัดทานเรื่องก่อกองทราย
    ทศชาติชาดก มโหสถบัณฑิต ตอนที่สามสิบห้า ทวนจากตอนที่แล้วว่าพระเจ้าวิเทหราชทรงทราบว่าปัญหาส่งสระเป็นอุบายของมโหสถ ทรงระลึกถึงบททดสอบที่มโหสถแก้ได้ทุกข้อ ทรงโสมนัสว่าบัณฑิตน้อยได้หัวใจของพระองค์ไปแล้ว ตัดสินพระทัยว่าไม่ว่าอาจารย์เสนกะจะเห็นด้วยหรือไม่จะรับมโหสถเข้าวัง รับสั่งเรียกอาจารย์เสนกะเข้าเฝ้า เสนกะยิ่งกระอักกระอ่วนใจ ทูลว่าคนฉลาดแค่ไหนถ้ายังเป็นเด็กก็ยากจะรู้จักยับยั้ง หากรีบแต่งตั้งเป็นราชบัณฑิต ภายหลังอาจทะนงตนจนทำผิดต้องลงพระราชอาญา เหมือนก่อกองทรายด้วยมือแล้วต้องทำลายด้วยเท้า พระราชาทรงนิ่งฟัง ในพระทัยมีแต่มโหสถ คำทูลแม้มีเหตุผลก็ยับยั้งพระประสงค์ไม่ได้

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 5 ส.ค. 2549

  • 1:37:16 มโหสถบัณฑิต ตอนที่ 36: พระเจ้าวิเทหราชเสด็จไปรับมโหสถ แต่กีบเท้าม้าพระที่นั่งแตกจนต้องเสด็จกลับ
    ทศชาติชาดกเรื่องมโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่ 36 พระเจ้าวิเทหราชทรงตั้งพระทัยรับมโหสถเข้าราชสำนัก ไม่ฟังคำทัดทานของเสนกะอีก ทรงให้ราชบุรุษเตรียมขบวนม้าแล้วเสด็จมุ่งสู่บ้านปาจีนยวมัชฌคาม ขณะนั้นอาจารย์เสนกะกับสหายปุโรหิตทั้งสามกำลังปรึกษาว่าจะกีดกันมโหสถอย่างไร พนักงานในวังมาแจ้งว่าพระราชาเสด็จไปแล้ว เสนกะตกใจแทบหัวใจวายแล้วกลบเกลื่อนว่าไม่คิดว่าจะทรงรีบเช่นนี้ ฝ่ายพระราชาทรงควบม้ามงคลอัสดรไปได้เพียงทอดเดียว กีบเท้าม้าถลำลงร่องระแหงดินกระแทกก้อนหินจนแตกเลือดออก วิ่งต่อไม่ได้ จึงต้องเสด็จกลับพระนครด้วยความเสียพระทัย

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 8 ส.ค. 2549

  • 1:03:56 มโหสถบัณฑิต ตอนที่ 38: อาจารย์เสนกะทูลให้ส่งทูตไปพร้อมปัญหาเรื่องม้าอัสดร มโหสถวางแผนให้บิดาไปก่อน
    เทปทศชาติชาดก เรื่องมโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่สามสิบแปด ต่อจากตอนที่แล้ว อาจารย์เสนกะทูลพระเจ้าวิเทหราชว่าถ้าจะรับมโหสถเข้ามาอยู่ในราชสำนักจริง ก็อย่าเสด็จไปเอง เพียงส่งทูตไปพร้อมตั้งปัญหาทดสอบอีกข้อ คือให้มโหสถส่งม้าอัสดรมาถวาย ถ้าจะส่งม้ามาก็จงมาด้วย หากจะส่งม้าตัวประเสริฐมาก็จงส่งบิดามาด้วย เมื่อทูตไปถึงเรือนของสิริวัฑฒกเศรษฐี ท่านเศรษฐีเข้าใจว่าพระราชาต้องการม้าพันธุ์ดีจึงเตรียมคัดม้า มโหสถห้ามไว้ว่ามีปมปัญหาอยู่ พระราชาเพียงอยากพบลูกกับพ่อ ขอให้บิดาพร้อมอนุเศรษฐีพันคนเดินทางไปเฝ้าก่อน เมื่อลูกไปถึงแล้วพระราชาให้เลือกที่นั่ง ลูกจะชำเลืองดูพ่อ ให้พ่อลุกจากที่นั่งแล้วเรียกลูกมานั่งตรงนั้น ปัญหาวันนี้ก็จะจบ
  • 1:07:20 มโหสถบัณฑิต ตอนที่ 38 (ต่อ): สิริวัฑฒกเศรษฐีเข้าเฝ้าพระเจ้าวิเทหราช พระราชาถามหามโหสถ ไฟล์จบกลางเรื่อง
    ท่านเศรษฐีรับทำตามทุกประการ จัดเตรียมของถวายให้สมพระเกียรติแล้วออกเดินทางไปก่อน ส่วนมโหสถกับเหล่าสหายเตรียมตามไปทีหลัง เมื่อไปถึงประตูพระราชนิเวศน์ แจ้งนายทวารบาลขอเข้าเฝ้า ได้รับพระบรมราชานุญาตแล้วเข้าไปยังท้องพระโรง พระเจ้าวิเทหราชทรงปฏิสันถารด้วยพระอัธยาศัยอันดีเหมือนมิตรสหายที่พลัดพรากกันไปนาน แล้วตรัสถามว่ามโหสถบุตรชายอยู่ไหน ไม่ได้มาด้วยหรือ ท่านเศรษฐีทูลว่าจะตามมาภายหลัง พระราชาทรงเบิกบานพระทัย ไฟล์จบกลางประโยคตรงนี้ ละครตอนนี้ยังไม่จบ

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 12 ส.ค. 2549

  • 57:46 มโหสถบัณฑิต ตอนที่ 42 พระเจ้าวิเทหราชเลือกระหว่างลากับม้าอัศดร อาจารย์เสนกะจำนน
    มินิซีรีส์ทศชาติชาดก มโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่ 42 ทวนจากตอนที่แล้วที่มโหสถทูลถามพระเจ้าวิเทหราชว่าถ้าทรงเห็นว่าบิดาย่อมประเสริฐกว่าบุตร (มีบรรทัด jingle ถอดซ้ำแทรกราวครึ่งนาที) แล้วทูลให้ทรงเลือกระหว่างลากับม้าอัศดร พระเจ้าวิเทหราชทรงเห็นจริงตามนั้น พระพักตร์ที่โศกสลดกลับเปล่งปลั่ง ข้าราชบริพารปรบมือ อาจารย์เสนกะนิ่งอึ้งหน้าซีดเพราะแทนที่จะได้หยามมโหสดกลับต้องยอมจำนน พระราชาหลั่งน้ำจากสุวรรณภิงคารลงในมือสิริวัฒกเศรษฐีบิดาของมโหสถ ประกาศให้ปกครองปาจีนยวมัชฌคามเยี่ยงพระราชา แล้วทรงขอรับมโหสถไว้เป็นราชบุตร
  • 1:00:38 สิริวัฒกเศรษฐีถวายมโหสถแก่พระราชาและให้โอวาทลูกน้อย
    เศรษฐีบิดาคาดไว้แต่ต้นว่าพระราชาคงขอบุตรไว้ จึงทูลว่ามโหสถยังเด็กนัก กลิ่นน้ำนมยังฟุ้งอยู่ในปาก ขอให้โตก่อนจึงจะถวาย พระราชาตรัสรับรองว่าจะเลี้ยงดูอย่างดี เศรษฐีจึงถวายบังคมแล้วสวมกอดมโหสถ ให้โอวาทว่าเจ้าเป็นดุจแก้วตาดวงใจของพ่อ เป็นที่พึ่งอันสูงสุด ขอให้ปรนนิบัติพระราชาและเอาใจใส่ราชกิจอย่าประมาท มโหสถกราบบิดา ขอให้วางใจ และฝากบอกมารดาว่าแม้ไม่ได้กราบลาก็จะประพฤติตามครรลองบัณฑิต เศรษฐีเบาใจแล้วทูลลากลับปาจีนยวมัชฌคาม

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 14 ส.ค. 2549

  • 1:06:30 มโหสถบัณฑิต ตอนที่ 43 พระราชาพระราชทานที่อยู่ให้มโหสถ และราชบุรุษทูลว่าเห็นแสงแก้วมณีในสระ
    ทศชาติชาดก มโหสถบัณฑิตผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่ 43 ทวนว่าท่านสิริวัฒกเศรษฐีรักและห่วงบุตร เคยทูลขอให้มโหสถโตอีกหน่อย แต่เมื่อพระเจ้าวิเทหราชยืนยันจะชุบเลี้ยง จึงสวมกอดให้โอวาทแล้วกลับปาจีนยวมัชฌคาม พระราชาพระราชทานเคหสถานและเครื่องอุปโภคบริโภคที่ประณีตแก่มโหสถและบริวาร วันหนึ่งราชบุรุษทูลว่าในสระโบกขรณีทางทิศใต้ใกล้ประตูเมืองมีแสงแก้วมณีแวววาว พระราชาโสมนัสอยากทอดพระเนตร แต่ราชบุรุษทูลอย่างอึกอักว่าเห็นเพียงแสง ยังไม่ได้นำขึ้นมา

510101 โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา(เต็มตอน) วันอังคารที่ 1 ม.ค. 2551 โดยหลวงพ่อธัมมชโย

  • 1:00:31 ทศชาติชาดก วิธุรบัณฑิต: ปุณณกยักษ์ท้าพนันสกา
    เรื่องทศชาติชาดก วิธุรบัณฑิต หลังท้าวเวสสุวรรณตัดสินคดีแย่งวิมานของเทพบุตรยักษ์สองตน ปุณณกยักษ์ถือโอกาสอ้างว่าได้รับอนุญาต แล้วไปเอาดวงแก้วมณีมโนหรจินดา สมบัติพระเจ้าจักรพรรดิที่วิบุลบรรพตซึ่งมีกุมภีระยักษ์รักษา จากนั้นแปลงกายเป็นมานพหนุ่มอ้างนามว่ากัจจายนะ เข้าเฝ้าพระเจ้าธนัญชัยโกรัพยราชผู้ชอบเล่นสกา ท้าพนันโดยเดิมพันด้วยแก้วมณีวิเศษและม้าสินธพอาชาไนย หวังหลอกล่อเอาตัววิธุรบัณฑิต โปรดติดตามตอนต่อไป