-
1:09:00
ละครพระเตมีย์ ตอน 17: ทวนคาถาที่หกถึงสิบ สารถีจำได้ หมอบทูลเชิญกลับพระนครเพื่อหวังรางวัล
มินิซีรีส์พระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี ตอนที่ 17 ทวนเรื่องจากตอนที่แล้วว่าพระเตมิยราชกุมารตรัสคาถาที่หกถึงสิบ ผู้ไม่ประทุษร้ายมิตรไหว้ผู้อื่นย่อมได้รับการไหว้ตอบ รุ่งเรืองดุจเทวดา โคตกลูกบ่อย พืชงอกงาม ตกเขาหรือต้นไม้ไม่เป็นอันตราย อมิตรย่ำยีไม่ได้ดุจต้นไทรที่ลมพัดไม่ล้ม สุนันทสารถียังไม่แน่ใจ ขึ้นจากหลุมไปดูที่รถไม่เห็นพระโพธิสัตว์ กลับมาจึงจำได้ หมอบลงแทบพระบาททูลเชิญเสด็จกลับพระนคร พระโพธิสัตว์ตรัสว่าไม่ต้องการราชสมบัติที่ได้มาพร้อมการประพฤติอธรรม สารถียังหวังว่าจะเสด็จกลับจึงทูลว่าพระชนกพระชนนีจะพระราชทานรางวัลให้ตน
-
1:12:16
ละครพระเตมีย์: พ่อแม่สละเราแล้ว จะบวชอยู่ในป่า ความหวังของผู้ไม่รีบร้อนย่อมสำเร็จ
พระราชกุมารผู้หลุดพ้นจากพันธนาการแห่งราชสมบัติมาอย่างแสนลำเค็ญ ตรัสบอกสารถีว่าพระชนกพระชนนี ชาวแว่นแคว้น ชาวนิคม และกุมารที่เป็นเพื่อนสละเราแล้ว เราจะบวชอยู่คนเดียวในป่า ไม่ปรารถนากามคุณ เมื่อทรงนึกถึงความสำเร็จแห่งความเพียรที่ทำมายาวนานก็เกิดปีติโสมนัส ทรงเปล่งอุทานว่าความหวังของผู้ไม่รีบร้อนย่อมสำเร็จแน่นอน ความประพฤติชอบที่พยายามมาเนิ่นนานสำเร็จผลแล้ว เราออกบวชแล้วย่อมปลอดโปร่งใจ ไม่มีภัยจากที่ไหนอีก
-
1:13:58
ละครพระเตมีย์: สารถีไม่เห็นคุณค่าการบวช ทูลว่าพูดไพเราะขนาดนี้ทำไมไม่พูดกับพ่อแม่
สุนันทสารถียังมองไม่เห็นคุณค่าของการบวชอยู่ผู้เดียว เที่ยวกินใบไม้ผลไม้ในป่า ไร้ทรัพย์สมบัติ เห็นแต่ประโยชน์ที่จะเกิดแก่พระราชา พระราชเทวี และประเทศชาติ ถ้าพระราชกุมารเสด็จกลับไปครองราชย์ ประเทศจะรุ่งเรือง ราชาต่างเมืองข่มขี่ไม่ได้ ราชสมบัติประจำตระกูลที่ใคร ๆ ปรารถนาก็รออยู่แต่กลับไม่เอา จึงทูลว่าพระวาจาไพเราะสละสลวยถึงเพียงนี้ เหตุใดก่อนนี้ไม่ตรัสกับพระชนกพระชนนีเลย ขอให้เสด็จกลับ อยู่ป่าคนเดียวจะมีประโยชน์อะไร
-
1:16:04
ละครพระเตมีย์: เล่าว่าระลึกชาติได้ เคยครองราชย์ยี่สิบปีแล้วตกนรกแปดหมื่นปี จึงแกล้งใบ้สิบหกปี
พระเตมียราชกุมารเห็นว่าสารถียังไม่เข้าใจมโนปณิธาน จึงตรัสอธิบายว่าไม่ได้เป็นง่อยเปลี้ย หูหนวก หรือใบ้ ที่ต้องแกล้งทำเช่นนั้นเพราะระลึกชาติหนหลังได้ว่าเคยครองราชย์ในพระนครนี้เพียงยี่สิบปี แต่เมื่อละโลกไปกลับตกนรก ถูกทรมานเร่าร้อนหมกไหม้อยู่ถึงแปดหมื่นปี จึงไม่ปรารถนาจะพูดกับพระชนกพระชนนี อดทนมาสิบหกปีเพียงเพื่อพ้นจากความเป็นกษัตริย์ บัดนี้ทำสำเร็จแล้ว จะไม่หวนคืนพระนคร แต่จะบวชบำเพ็ญพรตอยู่ในป่า
-
1:18:01
ละครพระเตมีย์: เพศนักบวชไม่มีภัยเพราะไม่แสวงโลกิยทรัพย์ สารถีแย้งว่าครองราชย์ก็ทำบุญได้
สุนันทสารถีเกรงว่าประทับในป่าลำพังจะลำบากและมีอันตราย พระโพธิสัตว์ตรัสว่าผู้ออกบวชต้องสละทุกสิ่ง ทั้งทรัพย์ บุตรภรรยา ยศถาบรรดาศักดิ์ แล้วมุ่งแสวงอริยทรัพย์ภายใน ไม่แสวงผลประโยชน์อันเป็นโลกิยทรัพย์ จึงไม่คิดเบียดเบียนใคร ไม่กระทบกระทั่ง ไม่มีศัตรูมาทำร้าย เพศนักบวชจึงเป็นเพศของผู้ไม่มีภัยจากที่ไหน สารถีแย้งว่าบวชอยู่ป่าไร้ทรัพย์ ไร้บุตรภรรยาที่เอาใจให้ความอบอุ่นจะมีความสุขได้อย่างไร ถ้าครองราชย์มีทรัพย์มากก็ทำบุญให้ทาน รักษาศีล ทำทางสวรรค์ให้กระจ่างได้ บวชแต่ยังหนุ่มจะมีประโยชน์อะไร
-
1:20:04
ละครพระเตมีย์: พระบิดาอุ้มบนตักแล้วสั่งประหารโจร ชีวิตน้อยนิดไม่ควรก่อเวรใหม่ การบวชเป็นทางว่าง
พระโพธิสัตว์เล่าว่าครั้งยังเป็นทารก พระชนกอุ้มให้นั่งบนตักแล้วตรัสสั่งให้ฆ่าโจรคนหนึ่งด้วยหอก จองจำโจรคนหนึ่งด้วยขื่อคา เฆี่ยนโจรคนหนึ่งด้วยหวายหนาม และเสียบโจรคนหนึ่งบนหลาว ได้ฟังแล้วสะดุ้งกลัว ไม่ต้องการเสวยราชสมบัติ จึงแกล้งทำเป็นง่อยเปลี้ย ใบ้ หูหนวก เพื่อพ้นราชมณเฑียร ชีวิตนี้เป็นของน้อย มีความปลื้มใจนิดหน่อยแต่ทุกข์มาก จะอาศัยชีวิตนิดเดียวก่อเวรใหม่แล้วไปตกอบายนานเพื่ออะไร การบวชเป็นหนทางว่างที่ทำให้พ้นจากอกุศลกรรม มีปาณาติบาตเป็นต้น และมีโอกาสบำเพ็ญฌานและอภิญญา พรหมจรรย์ของเราสำเร็จแล้ว
-
1:22:19
ละครพระเตมีย์: สารถีเลื่อมใส ขอบวชตาม พระราชกุมารลังเลเพราะพ่อแม่จะโศกเศร้า
สุนันทสารถีใคร่ครวญตามพระดำรัสแล้วเห็นจริงทุกประการ เกิดความเลื่อมใสแรงกล้า เตือนตนว่าพระราชกุมารทิ้งราชสมบัติไม่มีเยื่อใยเหมือนบ้วนก้อนเขฬะ ยอมทนทุกข์นานเพื่อพ้นราชมณเฑียร แล้วตัวเราจะมัวห่วงชีวิตที่บ่ายหน้าไปสู่ความตายทำไม จึงตัดสินใจทูลขอบวชตามในวันนั้น พระราชกุมารทรงทราบว่าเขาต้องการบวชจริง แต่ถ้าอนุญาต ทั้งสองจะหายสาบสูญจากพระนครเหมือนตายจากไป พระราชบิดาพระราชมารดาจะเศร้าโศกเหมือนเดิม โปรดติดตามตอนต่อไป