ep112 ผังเวลา 40 ช่วง
ทศชาติชาดก (153) จานดาวธรรม (110) พระเตมีย์ (74) แต่งตัวด้วยรอยยิ้ม (64) พระธรรมกายประจำตัว (49) วันคุ้มครองโลก 2549 (44) ออกแบบชีวิต (31) มหาสุวรรณนิธิ (29) พระมหาชนก (24) พระเจ้ากาสิกราช (17) ภรรยาคนไทยในอิตาลี (14) ยุคบุกเบิกสร้างวัดพระธรรมกาย (14) สามีชาวอิตาลี (12) เรือติดดาวธรรม (12) หลวงพี่องค์ยิ้ม (10) พระโพธิสัตว์ (9) ชวนบวช (8) รูปสมบัติทรัพย์สมบัติคุณสมบัติ (8) อวยพรวันเกิด (8) อดีตชาติ (7) เนกขัมมบารมี (6) สามีเจอช่อง DMC (5) นิยายปรัมปรา (4) ปลีกวิเวก (3) มหาชิโต (3) แปลให้สามีชาวต่างชาติฟัง (3) ประชุมชาดก (2) DMC เป็นเข็มทิศชีวิต (1) ขันติบารมี (1) ต่อเรือเอง (1) ท้าวสามนตราช (1) นกยูงขาว (1) บุดดาบอกให้พูดค่อย ๆ (1) ปรับเวลารายการ (1) พระยอดเสา (1) สอนกราบ (1) สอนธรรมะเด็กใต้ต้นมะขาม (1) หัวหิน (1) อยู่วัดต้องเลี้ยงง่าย (1) ออกบวชตามทั้งเมือง (1)
ไฟล์เริ่มที่ท้ายประโยคว่าเป็นมนุษย์กันนะจ๊ะ ช่วงเปิดรายการและบทประจำต้นรายการไม่อยู่ในไฟล์นี้ ครูไม่ใหญ่บอกว่าวันนี้เป็นละครพระเตมีย์ตอนสุดท้าย จากทั้งหมดยี่สิบสองตอน ยาวราวยี่สิบนาที ตอนต่อไปจะเป็นเรื่องพระมหาชนก ผู้ยิ่งด้วยวิริยบารมี และอาจปรับเวลาของรายการฝันในฝันให้ร่นกลับมาราวครึ่งชั่วโมง เพื่อให้มีโอกาสนั่งสมาธิได้นานขึ้น ได้พักผ่อน แล้วมาใส่บาตรตอนเช้า เพราะทางวัดพระธรรมกายเลื่อนเวลาฉันมาเป็นหกโมงครึ่ง และอาจสลับวันหนึ่งเป็นเคสสตัดดี้ อีกวันหนึ่งเป็นเรื่องอื่น ก่อนจะไปถึงตรงนั้นให้มาแต่งเนื้อแต่งตัวให้เสร็จเรียบร้อยก่อน
ต่อจากคำชวนแต่งเนื้อแต่งตัว ไม่มีบรรทัดถอดเสียงราวครึ่งนาที แล้ว Whisper ถอดเป็นคำมั่วปนภาษาต่างประเทศยาวราวสามนาทีครึ่ง มีคำว่ายิ้มปนอยู่บ้าง น่าจะเป็นเพลงเรื่องรอยยิ้มที่เปิดในช่วงแต่งตัวด้วยรอยยิ้มตามปกติ แต่ถอดท่อนร้องไม่ได้จึงระบุชื่อเพลงไม่ได้
ครูไม่ใหญ่ถามว่ายิ้มกันไปทั่วโลกแล้วหรือยัง ถ้ายังไม่ยิ้มแปลว่ายังแต่งตัวไม่เสร็จ เหมือนใส่สูทแต่นุ่งผ้าขาวม้า สวมรองเท้าแตะ หรือเขียนคิ้วข้างเดียวแล้วออกจากบ้านไปทำงาน จึงต้องแต่งเนื้อแต่งตัวให้เสร็จทุกแห่ง ทั้งในบ้านและนอกบ้าน ด้วยการนำรอยยิ้มมาปรากฏบนใบหน้า แล้วบอกว่าเวลาจะหมด ต้องตัดอะไรออกบ้าง เพราะอยู่ในช่วงปรับเวลา
ครูไม่ใหญ่ให้ว่าบทประจำวันไปก่อนเพราะอยู่ในช่วงปรับเวลา นักเรียนท่องซ้ำสามจบว่า สิ่งที่ต้องสั่งสมคือบุญกุศล สิ่งที่ต้องแสวงหาคือพระรัตนตรัยภายใน เป้าหมายชีวิตคือที่สุดแห่งธรรม ที่พักระหว่างทางคือดุสิตบุรี วงบุญพิเศษ เขตบรมโพธิสัตว์
หลังบทประจำวัน Whisper ถอดเป็นคำมั่ว ช่องว่างราวหนึ่งนาทีครึ่ง บรรทัดคำซ้ำยาวครึ่งนาที คำว่าสาธุซ้ำเกือบครึ่งนาที แล้วเป็นบรรทัด jingle ว่าพักสักหน่อย กลับมาแล้ว เป็นช่วงพักคั่นรายการ ไม่มีท่อนร้องให้ระบุชื่อเพลง
ครูไม่ใหญ่บอกว่าวันนี้เป็นการบูชาธรรมถวายพระครูปลัดรูปหนึ่ง (ชื่อและฉายาถอดเสียงได้ว่าพระครูปลัดภูเบศ ชนะพินโย ยังไม่ยืนยันการสะกด ท่อนต้นประโยคมีตัวเลข 139 ที่ถอดได้ไม่ชัดว่าหมายถึงอะไร) เนื่องในวาระวันคล้ายวันเกิด แล้วนำนักเรียนอนุโมทนาสาธุการ ขอให้ท่านมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่เจ็บไม่ป่วย อายุยืนยาว ได้สร้างบารมีไปนาน ๆ เป็นเนื้อนาบุญในพระศาสนา ทำวิชชาธรรมกายได้ มีบุญบารมีที่จะแสดงธรรมให้ญาติโยมงามทั้งเบื้องต้น ท่ามกลาง และเบื้องปลาย บริสุทธิ์บริบูรณ์ทั้งอรรถและพยัญชนะ ทั้งหมดต่อไปในรายการเป็นเรื่องเล่าชีวิตของท่านรูปนี้
ครูไม่ใหญ่บอกว่าอีกสามสิบสามวันจะถึงวันคุ้มครองโลก ซึ่งจะมีบุญใหญ่คือการหล่อพระธรรมกายประจำตัวหนึ่งแสนองค์ เพื่อนำไปประดิษฐานภายในมหาธรรมกายเจดีย์ คู่กับพระธรรมกายประจำตัวที่ประดิษฐานภายนอกมหาธรรมกายเจดีย์ เมื่อพันปีล่วงไปแล้วก็จะมีประโยชน์ต่อไป (ท่อนนั้นถอดเสียงไม่ชัด) แล้วชวนให้มาเอาบุญ มาหล่อพระกัน ต่อจากนั้นไม่มีบรรทัดถอดเสียงราวหนึ่งนาทีครึ่ง
ครูไม่ใหญ่สอนให้ตรึงไว้ที่ศูนย์กลางกายทั้งหลับตาและลืมตา ทั้งนั่ง นอน ยืน เดิน ให้ใจใส ถ้าใจใส สุวรรณนิธิและมหาสุวรรณนิธิในตัวก็จะใส ปรากฏที่ศูนย์กลางกายคล้ายดวงธรรมหรือดวงแก้วใส ๆ เมื่อเป็นอย่างนี้ได้ ใจก็เหมาะเป็นภาชนะรองรับบุญใหญ่ที่จะเกิดขึ้น บุญไม่หกไม่หล่น ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย เวลาสมบัติใหญ่เกิดขึ้นก็จะได้อย่างง่าย ๆ สบาย ๆ อย่าลืมว่าบุญเป็นบ่อเกิดของความสุขและความสำเร็จในชีวิตทุกระดับ ตั้งแต่ปุถุชนจนเป็นพระอริยเจ้า เพราะเราคือผู้ออกแบบชีวิต ไม่ใช่พรหม ไม่ใช่ฟ้า หรือใคร ให้จำประโยคนี้ไว้ให้ดี ต่อจากนั้นไม่มีบรรทัดถอดเสียงราวสองนาที
เรื่องเริ่มหลังช่องว่างที่ไม่มีบรรทัดถอดเสียงราวสองนาที ต้นเรื่องจึงขาดไป ครูไม่ใหญ่เล่าว่าตัวเองบวชตอนอายุยี่สิบห้า ส่วนท่านบวชตอนอายุยังไม่ถึงนั้น ตอนนั้นท่านยังหนุ่ม รูปงาม ขับรถบีเอ็ม จบวิศวะ เสน่ห์แรงมาก คารมคมคาย เป็นที่หมายปองของหลายคน แต่เสน่ห์ของครูไม่ใหญ่แรงกว่า จึงได้คุยกับท่านว่าจะอยู่ทางโลกไปทำไม ไม่มีประโยชน์ ชาติที่ผ่านมาเราก็เคยเป็นมาหมดแล้ว ถ้าดีจริงชาตินี้ก็ไม่ต้องมาอีก ต้องมีชีวิตที่ประเสริฐกว่านั้น มาบวชเถอะ ท่านตอบสั้น ๆ ว่าครับ แล้วออกแบบชีวิตของท่านเป็นสมณะ ชีวิตในเพศสมณะงดงามทั้งเบื้องต้น ท่ามกลาง และเบื้องปลาย ตอนนี้ปลายเส้นผมบางเส้นเป็นสีดอกเลาแล้ว
ตลอดชีวิตที่ผ่านมาท่านมีแต่งานสร้างบารมี คู่กับท่านมหาชิโตซึ่งจบวิศวะเหมือนกันแต่คนละสถาบัน ทั้งคู่รักกันมากแต่เป็นคู่กัด เพราะทำงานดูแลการก่อสร้างวัดพระธรรมกายมาตั้งแต่ต้น ต่างมีไอเดียของตัวเองแต่ก็ประนีประนอมกันได้ ลึก ๆ รักกันและร่วมสร้างบารมีกันมาก เวลาผ่านไปวัดได้สามสิบหกปีแล้ว อายุท่านก็น่าจะขึ้นเลขห้า แปลว่าครึ่งศตวรรษผ่านมาไม่เคยว่างเว้นจากการสร้างบารมีเลย ไม่ว่าในฐานะนายช่างควบคุมการก่อสร้างอารามและสถานที่ปฏิบัติธรรม หรือในฐานะพระอาจารย์สอนธรรมะ คำที่ออกจากปากท่านมีแต่เรื่องงานพระศาสนากับงานสอนธรรมะ ทั้งกับทีมงาน คนงาน และช่าง ท่านขวนขวายศึกษาพระไตรปิฎก ฝึกฝนเรียนรู้แล้วนำมาถ่ายทอด ค่อย ๆ แนะนำกันไป
ครูไม่ใหญ่เล่าว่าฐานะทางบ้านของท่านดีมาก อยู่ระดับคหบดี พูดง่าย ๆ คือเศรษฐี ท่านมีทั้งรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติพร้อมหมด ไม่ใช่ว่าไม่มีโอกาสจึงมาบวช ท่านมีโอกาสมากที่จะไปเรียนต่อทางโลกหรือเป็นเจ้าของธุรกิจ เพราะที่บ้านมีธุรกิจส่วนตัว แต่ก็ไม่สนใจ ปลีกตัวมาทำงานใหญ่เพื่อมวลมนุษยชาติ ไม่มีที่ไหนในวัดที่ท่านไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้อง ตั้งแต่หน้าประตูวัดจนถึงหลังวัด ข้างวัด รวมทั้งต่างจังหวัด นั่นคือทางมาแห่งบุญของท่าน
สมัยหนึ่งครูไม่ใหญ่ชวนท่านไปปลีกวิเวกจากงาน (สถานที่ถอดเสียงได้ไม่ชัด) และเกือบจะไม่ได้ท่านกลับมา ต่างนั่งอยู่โคนไม้คนละต้น ครูไม่ใหญ่อยู่โคนต้นมะขาม ที่นั่นมีเด็กเยอะมาก เล่นปีนต้นไม้ ครูไม่ใหญ่กลัวเด็กจะตกลงมาและกลัวจะเป็นบาป จึงหาวิธีรวบรวมเด็กมาเล่าธรรมะให้ฟัง ไม่นึกว่าเด็กซน ๆ ก็อยากฟังธรรมะ ครูไม่ใหญ่ได้เป็นครูฝึกสอนธรรมะตั้งแต่ตอนนั้น มีเด็กมาร่วมเหมือนนักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาทั่วโลกทุกวันนี้ ได้ฝึกสอนให้หัดกราบ เหมือนที่หลวงพ่อทัตตชีโวสอนนักเรียนกราบเมื่อวาน เพราะมีนักเรียนใหม่มาเรื่อย ๆ ยังกราบไม่เป็น ไม่พร้อม ไม่รู้วิธี ต้องสอนให้กราบพร้อมกันอย่างงดงาม ใครเห็นก็จะเกิดศรัทธา ที่ศรัทธาแล้วก็ยิ่งศรัทธามากขึ้น
ครูไม่ใหญ่ว่าเด็กรักเพราะเรารักเด็กก่อน เด็ก ๆ แบ่งเป็นสองก๊ก คือก๊กครูไม่ใหญ่กับก๊กของพระครูรูปนี้ (ชื่อถอดเสียงเพี้ยนเป็นหลายแบบ) เด็ก ๆ เรียกท่านว่าหลวงพี่องค์ยิ้ม ตอนนั้นยังไม่มีงานก่อสร้าง ท่านยังยิ้มหวาน ครูไม่ใหญ่สงสัยว่าองค์ไหนเพราะมีหลวงพี่หลายองค์ ให้เด็กพาไปดู ก็พบท่านนั่งยิ้มอยู่โคนไม้ รูปหล่อ ชีวิตเรียบง่ายแต่มีความสุข ผิวพรรณผ่องใส ดูแล้วสบายใจ ไม่ได้หล่อแบบพระเอกหนังที่ต้องมองไกล ๆ แต่เห็นแล้วชื่นใจ ยิ้มสวย ยิ้มหล่อ สดชื่น
ขากลับท่านขออนุญาตไปเดินธุดงค์ต่อ เพราะใจติดอยู่ที่ศูนย์กลางกาย ไม่อยากกลับวัด ครูไม่ใหญ่ลำบากใจเพราะโยมแม่ของท่านฝากฝังให้ดูแล ท่านออกไปถึงหัวหิน ปฏิบัติธรรมอยู่อย่างที่ครูไม่ใหญ่เคยเล่า ครูไม่ใหญ่ต้องตามไป พบท่านอยู่นิ่ม ๆ สบาย มีแย้เป็นเพื่อน เพราะดินปนทรายแถวนั้นมีรูแย้ ครูไม่ใหญ่ไม่รู้จักแย้ นึกว่าเป็นกิ้งก่า แย้ออกจากรูเดินเข้ามาห่างราวหนึ่งเมตร เงยคอดูหน้าครูไม่ใหญ่ แล้วผงกหัวงึก ๆ เหมือนบอกว่าหล่อจริง ๆ แล้วท่านก็ยอมกลับมา
เมื่อกลับมาวัด จากหลวงพี่องค์ยิ้มก็กลายเป็นหลวงพี่อีกแบบหนึ่ง (คำเรียกถอดเสียงได้ไม่ชัด) เพราะงานมาสารพัด ต้องทันทุกเรื่อง ทั้งฝนตกแดดออก ฝนเพิ่มขันติบารมีให้มากในยุคนั้น ช่วงนี้ถอดเสียงขาดเป็นท่อน ๆ มีเรื่องที่ต้องไปกราบเรียนคุณยายอาจารย์และคุณยายเตรียมกับข้าว ท่านสร้างทั้งงานและตัวเองมาจนถึงวันนี้ ครูไม่ใหญ่ว่าชื่นใจ แล้วว่าไปฝันดูแต่ฝันไม่ได้เกี่ยวกับท่าน การไปรู้เรื่องของคนอื่นก็เพื่อจะได้มีกำลังใจในการสร้างบารมี
ครูไม่ใหญ่เล่าต่อว่าท่าน (ชื่อที่เรียกในช่วงนี้ถอดเสียงเพี้ยนเป็นหลายแบบ น่าจะเป็นพระครูรูปเดียวกัน) มีหน้าที่เอาใจชาวบ้านตั้งแต่สร้างวัด จนถึงเอาใจนกยูง เมื่อวานก็เพิ่งอบรมนกยูง นกยูงขนขาวทั้งตัวมาที่หน้ากุฏิขณะท่านออกกำลังกาย มันยืนมองหน้าอยู่ห่างราวสองเมตรไม่พูดไม่จา ท่านนึกว่าหิวจึงไปหยิบกล้วยน้ำว้ามาให้ มันดมแล้วมองหน้าเฉย ท่านจึงอบรมว่ามาอยู่วัดต้องเลี้ยงง่าย มีอะไรให้กินก็ต้องกิน ไม่ใช่เลือกกิน ให้เชื่อเถอะว่าอร่อย มันก็ผงกหัวงึก ๆ แล้วค่อยกิน ครูไม่ใหญ่ว่าอยู่วัดต้องเลี้ยงง่าย มีอะไรก็กินอย่างนั้น แม้แต่แมวก็ต้องหัด มีพระอีกรูปหนึ่งฝึกลูกแมวให้นอนไขว่ห้าง เอาขาหน้าก่ายหน้าผาก แล้วอบรมให้หัดคิด เป็นแมวชาตินี้แล้วอย่าเป็นต่อไป
Whisper ถอดเป็นบรรทัด jingle ว่าพักสักหน่อย แล้วเป็นคำว่าเออซ้ำยาวราวครึ่งนาที เป็นช่วงพักคั่นสั้น ๆ ก่อนครูไม่ใหญ่เล่าเรื่องอดีตชาติของท่าน ไม่มีท่อนร้องให้ระบุชื่อเพลง
ครูไม่ใหญ่บอกว่าไปดูมาหลายที แล้วกลับมาเล่า ย้ำว่าเป็นนิยายปรัมปรา เป็นผังเก่าของท่าน ในพุทธันดรที่ผ่านมาท่านเป็นขุนนางผู้ใหญ่ของพระราชาองค์หนึ่งที่ต่อมาออกบวช มีหน้าที่ดูแลคุมงานก่อสร้างเมือง เพราะพระราชาองค์นั้นชอบสร้างนั่นสร้างนี่ เมื่อพระราชาออกบวช ขุนนางผู้ใหญ่ก็บวชตามเพราะไม่มีชีวิตใดสู้ชีวิตสมณะได้ ทำความเพียร ดูแลการก่อสร้างอาราม ปฏิบัติธรรม สอนธรรมะเผยแผ่ จนวันหนึ่งหลานสาวของพระราชาองค์นั้นไปเป็นมเหสีของพระราชาแคว้นที่ติดกัน และทำให้พระราชาและพระบรมวงศานุวงศ์ในแคว้นนั้นเข้าใจเรื่องการสร้างบารมี พระราชาแคว้นนั้นเกิดศรัทธา มาพบพระมหาเถระซึ่งเคยเป็นพระราชาที่ออกบวช ศึกษาธรรมะ แล้วว่าจะกลับไปสร้างอารามในแคว้นของตนให้เป็นศูนย์กลางเผยแผ่พระพุทธศาสนาและวิชชาธรรมกาย พระมหาเถระจึงส่งท่านไปเป็นที่ปรึกษาการก่อสร้างอารามจนเสร็จ แล้วอยู่สอนธรรมะฉลองศรัทธาที่แคว้นนั้นระยะหนึ่ง ก่อนกลับคืนสู่อารามเดิมมาเผยแผ่ธรรมะ อบรมการปฏิบัติธรรม และบวชจนตลอดชีวิต จบด้วยเสียงสาธุซ้ำราวครึ่งนาที
ครูไม่ใหญ่ว่าผังเดิมนี้ติดตัวท่านมา มาถึงชาตินี้ก็ต้องมีเรื่องการก่อสร้างอีก ย้ำว่าเป็นนิยายปรัมปรา แล้วแซวว่ารอบหน้าไม่ต้องก่อสร้าง ทำวิชชากับเผยแผ่อย่างเดียวคงสนุกสนาน แล้วนับว่าอายุท่านตอนนี้ห้าสิบห้า ห้าหน้าห้าหลัง พรรษาสามสิบสาม เป็นเลขคู่ทั้งอายุและพรรษา ซึ่งว่ากันว่าจะดังและประสบความสำเร็จ นักเรียนหัวเราะกันสนุกสนาน เรื่องทั้งหมดเล่าสู่กันฟังเป็นนิยายปรัมปรา ถวายท่านในวาระวันคล้ายวันเกิด จบด้วยสาธุ
ต่อจากเรื่องเล่าถวายในวันคล้ายวันเกิด เปิดเพลงลูกเหนื่อยไหมหนอ ถอดท่อนร้องได้ว่า ลูกเหนื่อยไหมหนอ ที่มีพ่อแบบนี้ ชวนสร้างความดีจนไม่มีเวลาพัก แล้วไม่มีบรรทัดถอดเสียงอีกราวสองนาที เป็นเพลงที่พ่อถามลูกผู้ร่วมสร้างบารมีว่าเหนื่อยไหมที่ต้องสร้างความดีไม่หยุดพัก
ช่วงแรกราวครึ่งนาที Whisper ถอดเป็นคำมั่วปนภาษาอังกฤษ จับความได้เพียงคำว่าอายุสิบเจ็ดปี แล้วครูไม่ใหญ่เกริ่นเรื่องการสร้างบารมีของพระเตมีย์ พระบรมโพธิสัตว์ ซึ่งในอดีตชาติพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเกิดเป็นพระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี พระโพธิสัตว์หมายถึงผู้สร้างบารมีเพื่อจะไปเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อหมดกิเลสแล้วไม่มีกิจอื่นอีก ไม่ต้องกลับมาเกิดอีก ต่างจากผู้ที่ยังไม่หมดกิเลส แล้วบอกว่าวันนี้เป็นตอนที่ยี่สิบสอง ตอนสุดท้าย
มินิซีรีส์พระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี ตอนอวสาน ทวนความจากตอนที่แล้วว่าพระเตมีย์ราชฤๅษีถูกพระราชบิดาเชื้อเชิญให้กลับไปครองราชย์เพราะยังหนุ่ม พระเตมีย์ทูลว่าผู้จะบวชควรบวชตั้งแต่ยังหนุ่ม ราชสมบัติเป็นเหตุให้ก่ออกุศลกรรมมาก ชาติก่อนเคยครองราชย์ยี่สิบปีแต่ต้องเสวยทุกข์ในนรกแปดหมื่นปี พระราชาฟังธรรมแล้วน้อมใจไปในการบรรพชา ดำริว่าจะบวชเสียแต่ในบัดนี้ไม่กลับพระนคร แต่ยังห่วงว่าพระโอรสควรกลับไปครองราชย์ มีพระชายาและบุตรธิดาก่อนแล้วค่อยบวช จึงมอบราชสมบัติ สนมนารี และราชนิเวศให้ พระเตมีย์ทูลว่าอย่าเชื้อเชิญด้วยราชสมบัติเลย เพราะบางคราวทรัพย์ก็พลัดพรากจากเราไปก่อน บางทีเราก็พลัดพรากจากทรัพย์ไปก่อน สัตว์ที่เกิดมาล้วนต้องตาย เหมือนผลไม้แก่ต้องหล่น เห็นกันเวลาเช้า เวลาเย็นตายจากกันก็มี
พระเจ้ากาสิกราชทรงทราบว่าพระโอรสไม่มีเยื่อใยในราชสมบัติเลย จึงตัดอาลัยในราชบัลลังก์ ตั้งใจออกผนวชอย่างแน่วแน่ รับสั่งให้ตีกลองป่าวประกาศทั่วพระนครว่าผู้ใดศรัทธาจะบวชตามพระเตมีย์ก็จงบวชเถิด แล้วให้เปิดท้องพระคลังทั้งหมด จารึกแผ่นทองคำติดไว้ที่ท้องพระโรงว่าผู้ใดต้องการทรัพย์ก็จงมาขนไป แต่ไม่มีใครต้องการ ชาวเมืองกลับทิ้งบ้านทิ้งเมืองไปสู่สำนักพระเตมีย์เป็นจำนวนมาก พระราชา พระอัครมเหสี เสนามหาอำมาตย์ และมหาชนชาวพาราณสีพากันออกบวชเป็นฤๅษีและฤๅษิณีทั้งหมด ในพื้นที่ราวหนึ่งโยชน์ที่ท้าวสักกเทวราชประทานให้ ซึ่งมีป่าไม้ออกดอกออกผลไม่จำกัดฤดูกาล พระโพธิสัตว์ให้ฤๅษิณีสร้างอาศรมอยู่ตอนกลาง ฤๅษีชายอยู่รอบนอก เมื่อผู้ใดเกิดความคิดในกามหรือพยาบาท พระเตมีย์จะประทับนั่งบนอากาศประทานโอวาท ผู้ทำตามต่างสำเร็จอภิญญาห้า สมาบัติแปด ส่วนพาราณสีเมื่อไร้พระราชาและรัชทายาทก็กลายเป็นเมืองร้าง เหลือแต่เด็ก คนแก่ และนักเลงสุราที่ยังตกอยู่ในความประมาท
ท้าวสามนตราช กษัตริย์เมืองใกล้เคียง ทราบว่าพระเจ้ากาสิกราชสละราชสมบัติออกผนวชพร้อมอำมาตย์และชาวเมือง จึงยกทัพมาประชิดหมายยึดพาราณสี แต่พบว่ากลายเป็นเมืองร้าง เสด็จขึ้นปราสาทเห็นกองรัตนะถูกทิ้งไว้ไม่มีคนเหลียวแล ทรงสงสัยว่าคงมีภัยเพราะทรัพย์ จึงเรียกพวกนักเลงสุรามาถามว่ามีภัยเกิดแก่พระราชาหรือ พวกนั้นทูลว่าไม่มีภัยอะไร แล้วเล่าเรื่องทั้งหมดและบอกทางที่พระราชาเสด็จไป ท้าวสามนตราชตามไปถึงอาศรม เห็นพระราชา พระราชินี และข้าราชบริพารทั้งปวงทรงเพศฤๅษีบำเพ็ญพรตอยู่มากมาย ได้ฟังเหตุผลและโอวาทของพระเตมีย์แล้วเกิดศรัทธา ขอบวชพร้อมบริวาร ต่อมามีกษัตริย์ต่างเมืองอีกสามพระองค์สละราชสมบัติทิ้งแก้วแหวนเงินทองมาบวชในทำนองเดียวกัน ช้างม้าพาหนะที่ไม่มีใครดูแลกลายเป็นช้างป่าม้าป่าที่คุ้นเชื่องและเลื่อมใสในหมู่ฤๅษี สิ้นอายุแล้วไปเกิดในสวรรค์หกชั้นตามกำลังความเลื่อมใส ป่าที่ฤๅษีอยู่ขยายกว้างออกไปถึงสิบโยชน์ กลายเป็นเมืองฤๅษี ทุกคนตั้งใจประพฤติพรหมจรรย์ สำเร็จอภิญญาสมาบัติ ดับจิตแล้วไปเกิดในพรหมโลก
พระบรมศาสดาตรัสเล่าเตมิยชาดกจบแล้วตรัสแก่ภิกษุทั้งหลายว่า มิใช่ในบัดนี้เท่านั้นที่เราสละราชสมบัติออกบวช แม้ในกาลก่อนก็เคยสละราชสมบัติออกบวชมาแล้ว แล้วประกาศอริยสัจและประชุมชาดกว่า เทพธิดาผู้สถิตที่เศวตฉัตรในกาลนั้นมาเป็นภิกษุณีอุบลวรรณาเถรี นายสุนันทสารถีมาเป็นพระสารีบุตรเถระ ท้าวสักกะมาเป็นพระอนุรุทธเถระ พระชนกและพระชนนีมาเป็นมหาราชสกุล ข้าราชบริพารมาเป็นพุทธบริษัท ส่วนพระเตมีย์ราชกุมารผู้แสร้งทำเป็นใบ้ทำเป็นง่อยเปลี้ยคือพระตถาคตเอง
บทสรุปท้ายมินิซีรีส์ว่าเรื่องพระเตมีย์เป็นการบำเพ็ญเนกขัมมบารมีขั้นสูงสุดที่เรียกว่าปรมัตถบารมี แม้ยังทรงพระเยาว์ก็มีพระทัยแน่วแน่จะออกบรรพชา ทนบททดสอบที่ยากยิ่งและรอคอยยาวนาน ไม่ละขันติธรรม จนออกผนวชสำเร็จและผู้คนพากันบวชตาม พวกเราเคยสร้างบารมีเป็นทีมใหญ่มาหลายชาติ เมื่อหวังบุญบารมีอันไพบูลย์ต้องเข้มแข็งหนักแน่น ไม่ละความตั้งใจเดิม การสร้างบารมีให้ดีที่สุดควรอยู่ในเพศนักบวชซึ่งเป็นอุดมเพศ ผู้ไม่มีภาระครอบครัวจึงควรออกบวช ส่วนผู้มีภาระครอบครัวและสังคมให้ตั้งตนในทางที่ชอบ มีศีลห้าบริสุทธิ์ ไม่ยุ่งเกี่ยวอบายมุข เว้นอคติสี่ ขวนขวายสร้างมหาทานบารมีเต็มกำลัง เพราะทานบารมีเป็นอุปการะทั้งแก่มนุษย์ เทวดา และบรรพชิต จึงขอเชิญนักสร้างบารมีทุกท่านมาร่วมพิธีหล่อพระธรรมกายหนึ่งแสนองค์เพื่อประดิษฐานภายในมหาธรรมกายเจดีย์ วันที่ 22 เมษายน 2549 เพื่อขยายสันติสุขในใจมนุษย์และสร้างสันติภาพที่แท้จริงแก่โลก
หลังจบละครพระเตมีย์ Whisper ถอดเป็นบรรทัด jingle ว่านี่คือประโยคแรก พักสักหน่อยก็กลับมาแล้ว ตามด้วยช่วงที่ไม่มีบรรทัดถอดเสียงราวหนึ่งนาทีครึ่ง เป็นช่วงพักคั่นก่อนเข้าเรื่องจากอิตาลี ไม่มีท่อนร้องให้ระบุชื่อเพลง
ครูไม่ใหญ่ทักทายอิตาลี แล้วบอกว่าเรื่องนี้ไม่ได้อ่านมาก่อน ได้ยินพร้อมนักเรียนเลย เพราะเขาชอบส่งมาสด ๆ เป็นเรื่องเรือติดดาวลำแรก เรือแห่งความฝันที่เจ้าของใฝ่ฝันว่าจะเดินเรือทางทะเลมาเมืองไทย ผ่านมหาสมุทรต่าง ๆ แวะเมืองท่าต่าง ๆ เพียรฝันมาหลายปีและจะสมหวังในปีนี้ และไม่ได้ไปเปล่าแต่ติดจานดาวธรรมไปด้วย ไม่ทราบว่าเป็นเรือติดดาวธรรมลำแรกของโลกหรือเปล่า
ผู้เขียนเป็นหญิงไทยที่อยู่อิตาลี (ชื่อถอดเสียงได้ว่าแอลต้า ยังไม่ยืนยันการสะกด ครูไม่ใหญ่อ่านสดแล้วงงกับชื่อและนามสกุลอยู่ครู่หนึ่ง ช่วงนั้นถอดเสียงปนคำมั่ว) อยู่อิตาลีมาหลายปี สามีบอกว่าชาตินี้อยากสร้างเรือขึ้นมาเองแล้วใช้เรือลำนี้ท่องไปประเทศต่าง ๆ เธอคิดในใจว่าอีตาคนนี้ท่าจะบ้า เป็นเรื่องเพ้อฝัน จนเก้าปีก่อนสามีเริ่มใช้วันหยุดเสาร์อาทิตย์ซื้ออุปกรณ์และหาที่ต่อเรือเพื่อทำความฝันให้เป็นจริง เธอเห็นว่าเขาเอาจริงจึงเข้าไปอยู่ใกล้ ๆ เป็นกำลังใจ ตอนนี้เรือใกล้สร้างเสร็จแล้ว ครูไม่ใหญ่ว่าฝันอะไรก็ฝันไป แต่ทำให้ได้ก็แล้วกัน เหมือนความฝันที่จะหล่อพระแสนองค์
เธอเล่าว่าชายอิตาลีที่รักการเดินทางในทะเลมักซื้อเรือส่วนตัวไว้พักผ่อนหรือขับเล่น โดยเฉพาะเมืองที่เธออยู่มีเจ้าของเรือชาวมิลานและตูรินมาพักผ่อนช่วงสุดสัปดาห์ บางคนใช้ชีวิตอยู่บนเรือเลยเพราะชอบความโคลงเคลงที่ละมุนเหมือนนอนเปล ครูไม่ใหญ่แซวว่าเรือทุกลำที่นั่นมีเจ้าของ เห็นจอดเฉย ๆ อย่าเข้าไปขับ เหมือนที่ดินเปล่าที่นึกว่าไม่มีเจ้าของ ลงไปปลูกบ้านเดี๋ยวเจ้าของมาพร้อมตำรวจ จนวันที่ 4 พฤษภาคม 2547 ขณะเธอยังอยู่บ้านบนบก สามีที่ชอบดูทีวีมากร้องเรียกด้วยเสียงตื่นเต้นว่าดาร์ลิง มาดูเร็ว ครูไม่ใหญ่หยุดเรื่องไว้ว่าเพิ่งส่งข้อมูลใหม่มา แล้วไม่มีบรรทัดถอดเสียงราวหนึ่งนาทีครึ่ง
ข้อมูลที่ส่งมาใหม่ว่าปัจจุบันเธออยู่เมืองซานเรโม ประเทศอิตาลี เป็นคนขอนแก่น สามีเรียกให้มาดูช่องใหม่ที่มีพระพูดอยู่รูปเดียว เธอรีบมาด้วยความตื่นเต้นยิ่งกว่าเขา เห็นแล้วชอบท่านมาก ชอบใบหน้าท่าน ท่านหัวเราะตลอดทำให้หัวใจสดชื่น ที่สำคัญคือสอนดี พูดเข้าใจ ไม่รู้สึกเบื่อ (ช่วงนี้มีบรรทัดครางยาวและคำภาษาอังกฤษปนที่ Whisper หลุด) สามีเห็นเธอดูอย่างมีความสุข พอไปบ้านเพื่อนคนไหนก็จูนช่องให้เอง อยากให้คนอื่นดูช่องนี้ด้วย บอกพวกเขาว่ามีช่องไทยนะ
ไม่กี่เดือนที่ผ่านมาถึงเวลาเอาเรือลงท่า แสดงว่าเรือเสร็จระดับหนึ่งแล้ว เธอกับสามีจึงย้ายมาใช้ชีวิตบนเรือเหมือนเป็นบ้าน อยู่ไปตกแต่งไป เรือมีห้องนอนหนึ่งห้อง ห้องรับแขกหนึ่งห้อง ห้องแยกอีกหนึ่งห้อง จุคนได้ราวแปดคน มีครัวและห้องน้ำในตัว และสิ่งสำคัญที่สุดที่ขาดไม่ได้คือจานดาวธรรม เธอรบเร้าให้สามีรีบติดจานดาวธรรมที่เรือ ซึ่งสามีก็โอเค ครูไม่ใหญ่ว่าเป็นคู่บุญคู่บารมีที่มีศรัทธาเสมอกัน
ช่วงที่รายการฝันในฝันออกอากาศตรงกับเวลาข่าวของอิตาลี เธอบอกสามีว่าข่าวมีทั้งวัน ไปหาเวลาอื่นดู เวลานี้ขอดูรายการพระ DMC สามีจึงต้องดูด้วยเพราะอยู่ในเรือหนีไปไหนไม่ได้ และค่อย ๆ ซึมซับธรรมะทีละน้อย ตอนหลังเขาถามเสมอว่าหลวงพ่อหัวเราะอะไร ครูไม่ใหญ่ยกตัวอย่างเรื่องสอนนกยูงกินกล้วยที่เล่าต้นรายการ เธอต้องรีบแปลให้ฟังแล้วเขาก็หัวเราะตาม เหมือนคลื่นลูกแรกหัวเราะไปก่อน คลื่นลูกหลังหัวเราะตาม ต้องแปลประโยคต่อประโยค ปัจจุบันเขามานั่งดูด้วยกันตลอด บอกว่าหลวงพ่อดีนะ อิ่มเอิบ หน้าตาแจ่มใส แต่ยังไม่รู้ว่าหลวงพ่อชื่ออะไร (ครูไม่ใหญ่แซวชื่อหนึ่งที่ฟังไม่ชัด) ต่อจากนั้นไม่มีบรรทัดถอดเสียงเป็นช่วง ๆ ราวหนึ่งนาทีครึ่ง
เมื่อมานั่งดู DMC ด้วยกัน สามีก็เริ่มเปลี่ยนไป วันหนึ่งเธอขึ้นเสียงใส่เขาเรื่อย ๆ แทนที่เขาจะขึ้นเสียงกลับ กลับพูดเบา ๆ ว่า softly gently ดาร์ลิง บุดดาบอกให้พูดค่อย ๆ นะ เขาเรียกครูไม่ใหญ่ว่าบุดดา เธออึ้งไปเลย ครูไม่ใหญ่ชี้ว่าเขาฟังธรรมะผ่านการแปล เธอได้ฟังก่อน แต่เขากลับเข้าใจก่อนและนำมาปฏิบัติได้มากกว่า ในที่สุดเธอก็คิดได้ ทั้งสองเลิกโมโหและเลิกขึ้นเสียงไปโดยปริยาย ปกติวันหยุดลูกชายจะมาเยี่ยมและทานข้าวกับสองคนที่เรือ เพราะที่เรือมี DMC เวลานั้นจึงกลายเป็นเวลาของครอบครัวที่ได้ดู DMC พร้อมกัน ลูกชายบอกว่าสนใจพระพุทธศาสนา ถ้าแม่จะมาเมืองไทยให้บอกด้วย อยากไปไหว้พระ
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วคณะพระอาจารย์เดินทางมาเยี่ยมที่เรือติดดาว เธอและสามีดีใจมาก โดยเฉพาะสามีที่ยกมือไหว้พระได้อย่างถูกต้อง แล้วหันมาถามเธอว่าขอเข้าไปจับมือพระได้ไหม และต้องนั่งต่ำกว่าที่ท่านนั่งใช่ไหม ทั้งคู่ได้ถวายปัจจัยแด่พระภิกษุ เมื่อสามีได้เหรียญพระมา เธอบอกว่าดาร์ลิง สิ่งนี้เป็นของสูง ต้องไว้ในที่สูง สามีจึงนำเหรียญไปติดไว้ที่จุดสูงสุดของเสากระโดงเรือ ครูไม่ใหญ่ชมว่าถูกต้อง ด้วยความเคารพ แซวว่าปกติมีพระยอดธง แต่นี่เป็นพระยอดเสา
มีบรรทัดสวัสดีค่ะ แล้วไม่มีบรรทัดถอดเสียงราวครึ่งนาที ตามด้วยบรรทัด jingle ว่ากลับมาแล้ว จากนั้นท้ายจดหมายเธอว่าแม้จะเดินเรือไปไกล (ท่อนต้นถอดเสียงไม่ชัด) ก็จะไม่พลาดที่จะได้เห็นหลวงพ่อ DMC จะเป็นเข็มทิศทั้งในการเดินทางครั้งนี้และในชีวิตจริง เป็นเข็มทิศชีวิตและเป้าหมายที่เรือลำนี้จะเดินทางไปให้ถึง ขอบคุณหลวงพ่อที่เปิด DMC ทำให้คนรักและสามัคคีกัน ชีวิตครอบครัวอบอุ่นและเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี ได้เข้าใจวิถีการดำเนินชีวิตแล้ว
ต่อจากจดหมายเรือติดดาว ถอดท่อนร้องได้ว่า ค่ำคืนนี้ช่างงดงาม เมื่อดวงดาวสีเงินสะท้อนแสงอยู่ในทะเล สายลมอ่อน ๆ พัดไปมาบนเรือน้อยในทะเลสีเงิน ฉันมีความสุขอยู่ภายในกับดวงดาวที่สว่างอยู่บน ท่อนท้ายถอดได้ไม่ชัด ยาวราวหนึ่งนาทีครึ่ง เป็นเพลงบรรยากาศเรือกลางทะเลยามค่ำคืนกับความสุขภายใน ไม่ได้ประกาศชื่อเพลง tag ใช้ท่อนที่ได้ยิน
ครูไม่ใหญ่ว่าโรแมนติก ดูคู่แล้วเหมาะกัน เอ่ยถึงคุณแอลต้าและสามีชื่อโรแบร์โต (ช่วงนี้ถอดเสียงปนคำมั่วมาก ชื่อยังไม่ยืนยันการสะกด) ว่าเรือน้อยลำนี้จะต้องแล่นข้ามมหาสมุทรมาเมืองไทย ถ้ามาใช้ชีวิตในเมืองไทยก็จะได้ใกล้พระพุทธศาสนาและศึกษาธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อเดินทางไปสู่ดุสิตบุรี วงบุญพิเศษ แล้วชี้ภาพการสร้างมหาทานบารมีของสามี ความเคารพในพระรัตนตรัยและพุทธบุตร นักรบกองทัพธรรมผู้ไม่มีวันปลดประจำการ และภาพเธอยืนส่งยิ้มหน้าจานดาวธรรม ยิ้มที่ไหนก็ไม่งดงามเท่ายิ้มหน้าจานดาวธรรม แล้วถ่ายรูปทั้งครอบครัวเป็นที่ระลึกกับพระอาจารย์ พุทธบุตรแนวหน้าที่ประกาศธรรมะบนเรือในฝัน
หลังคำมั่วสั้น ๆ ถอดท่อนร้องได้ว่า หลับตาเบา ๆ และดูเข้าไปภายใน ดูไปด้วยใจสบาย ดูไปไม่ต้องคิดอะไร ภาพภายในจะค่อย ๆ เปลี่ยนไป ภาพสุดท้ายจะเป็นดวงแก้วใสที่ศูนย์กลางกาย เป็นเพลงสอนวิธีวางใจนั่งสมาธิ
นักเรียนว่าคำขวัญปิดรายการซ้ำหลายจบ พุทธบริษัทสี่ต้องเป็นหนึ่งเดียวกันเหมือนดวงตะวันที่มีดวงเดียว เรื่องส่วนตัวให้วางอุเบกขา เรื่องพระศาสนาให้เอาอุเบกขาวาง จิตสดใสเมื่อใจสิ้นระแวง เหมือนดวงจันทร์ส่องแสงในคืนวันเพ็ญ ธรรมกายคือพระในตัวคุณ ที่คุณสามารถเข้าถึงได้ด้วยการทำใจหยุดนิ่ง ครูไม่ใหญ่ให้ย้ำซ้ำจนคล่องปากขึ้นใจ แล้วชวนสวดสรรเสริญคุณพระรัตนตรัยโดยหันลำโพงไปทางสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไฟล์จบตรงคำเชิญให้นักเรียนทั่วโลกตั้งใจสวดพร้อมเพรียงกัน ตัวบทสวดไม่อยู่ในไฟล์นี้
เวลาเริ่มของช่วง คำสะกด tag ที่ขาด ช่วงที่ยังไม่มีในผัง หรือลิงก์เสีย บอกได้ที่นี่ - คนที่ฟังจริงเห็นสิ่งที่คลังนี้มองไม่เห็น
เข้าสู่ระบบด้วยปุ่มด้านบนของหน้าก่อน แล้วช่องเขียนถึงผู้ดูแลจะขึ้นที่นี่