มโหสถบัณฑิต
tag ที่มักมาด้วยกัน:
ทศชาติชาดก
พระเจ้าวิเทหราช
อาจารย์เสนกะ
ปัญหาส่งสระโบกขรณี
ปัญหาโคตัวผู้ตกลูก
ปัญหาชิงช้าเชือกทราย
มโหสถตัดสินคดีแย่งลูก
แก้วมณีในสระ
-
50:40
ทศชาติชาดก มโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่สอง ภิกษุสรรเสริญพระปัญญาในธรรมสภา
มินิซีรีส์ทศชาติชาดก เรื่องมโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่สอง ทบทวนตอนที่แล้วว่าการแสวงหาปัญญาสำคัญยิ่ง มีผลต่อชีวิตนี้และชาติหน้า จึงควรหาอาจารย์ที่มีคุณธรรมให้พบ ฟังคำสอน ไตร่ตรอง แล้วฝึกฝนให้ได้อย่างท่าน การเพิ่มพูนปัญญาบารมีเปรียบเหมือนภิกษุออกบิณฑบาตไม่เลือกชนชั้น พระโพธิสัตว์ก็ไปถามผู้รู้ไม่เลือกเช่นกัน แล้วเข้าเรื่อง ภิกษุสนทนาสรรเสริญพระปัญญาของพระพุทธองค์ในธรรมสภาที่พระเชตวันมหาวิหาร พระพุทธองค์เสด็จมาตรัสว่ามิใช่แต่ในชาตินี้ แม้ในอดีตขณะบำเพ็ญบารมีก็มีปัญญามาก ภิกษุจึงทูลอาราธนาให้ตรัสเล่า
-
54:20
มโหสถบัณฑิต กรุงมิถิลาแคว้นวิเทหะ พระเจ้าวิเทหราชกับปุโรหิตาจารย์สี่ท่าน เสนกะ ปุกกุสะ กามินทะ เทวินทะ
บรรยายแผ่นดินอุดมสมบูรณ์อันเป็นที่ตั้งแคว้นวิเทหะ ราชธานีชื่อกรุงมิถิลา มหานครคับคั่งด้วยผู้คนค้าขาย ปราสาทราชฐานงดงามดั่งทิพยวิมาน พระราชาทรงพระนามว่าพระเจ้าวิเทหราช โปรดให้แต่งตั้งปุโรหิตาจารย์ที่ปรึกษาราชการแผ่นดินในฐานะราชบัณฑิตประจำราชสำนักสี่ท่าน ตามลำดับอาวุโสคืออาจารย์เสนกะ อาจารย์ปุกกุสะ อาจารย์กามินทะ และอาจารย์เทวินทะ บ้านเมืองสงบร่มเย็นรุ่งเรือง แต่พระองค์ยังใฝ่หานักปราชญ์ผู้มีปัญญามาช่วยทำนุบำรุงแว่นแคว้นอยู่เสมอ
-
56:55
พระเจ้าวิเทหราชทรงสุบินเห็นกองเพลิงสี่มุมพระลาน และกองที่ห้าเล็กเท่าหิ่งห้อยแต่สว่างถึงพรหมโลก
ราตรีหนึ่งใกล้รุ่ง พระเจ้าวิเทหราชทรงพระสุบินว่าที่มุมพระลานทั้งสี่ทิศมีกองเพลิงสี่กองลุกโชติช่วงสูงเทียมกำแพงเมือง แล้วมีกองเพลิงกองที่ห้าผุดขึ้นกลาง แรกเป็นจุดเล็กเท่าหิ่งห้อย แต่ไม่ช้าก็พุ่งสว่างกลบกองเพลิงทั้งสี่ แสงเจิดจ้าทั่วจักรวาลถึงพรหมโลก แต่เป็นแสงเย็นฉ่ำนวลตาดั่งแสงจันทร์ เทวดาและมนุษย์มาแวดล้อมนำดอกไม้ของหอมมาสักการะ พระราชาสะดุ้งตื่น พระพักตร์ชุ่มเหงื่อ ทรงกังวลว่าเป็นนิมิตร้ายต่อแว่นแคว้นหรือราชบัลลังก์
-
59:41
อาจารย์เสนกะทูลถามความสุขในการบรรทม แล้วทำนายพระสุบินว่าเป็นมหามงคล (ติดตามตอนต่อไป)
รุ่งเช้าปุโรหิตาจารย์ทั้งสี่นำโดยอาจารย์เสนกะเข้าเฝ้า อาจารย์เสนกะเห็นพระพักตร์หมองหม่นจึงทูลถามว่าทรงบรรทมเป็นสุขดีหรือ พระราชาตรัสว่าจะหลับเป็นสุขได้อย่างไร แล้วเล่าพระสุบินให้ช่วยทำนาย อาจารย์เสนกะพิจารณาดวงชะตาของพระองค์และดวงเมืองแล้วทูลว่าเป็นมหามงคล ไม่มีภัยใดแก่พระองค์และราชอาณาจักร พระราชาทรงให้ตรวจดูอีกครั้งให้ถี่ถ้วน โดยมีปุโรหิตาจารย์อีกสามคนคอยเชียร์อยู่ข้าง ๆ แล้วจบตอนว่าอาจารย์เสนกะจะกราบทูลอย่างไร โปรดติดตามตอนต่อไป
-
38:41
ทศชาติชาดก มโหสถบัณฑิต ตอนที่ห้า สหายพันคน ชวนกันสร้างศาลาหลบฝน มโหสถขึงเชือกแทนนายช่าง
มินิซีรีส์ทศชาติชาดก เรื่องมโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่ห้า ท่านสิริวัฒกเศรษฐีทราบว่าบ้านอนุเศรษฐีมีกุมารเกิดวันเดียวกับมโหสถถึงหนึ่งพันคน จึงส่งของและนางนมไปดูแลให้มาเป็นเพื่อนเล่นและบริวาร มโหสถเติบโตจนอายุเจ็ดปี เกียรติคุณเรื่องความฉลาดเลื่องลือ วันหนึ่งฝนตกเพื่อน ๆ วิ่งหนีฝนชนกันหกล้มเข่าแตก มโหสถจึงชวนกันออกเงินคนละหนึ่งกหาปณะสร้างศาลา นายช่างขึงเชือกผิดแบบ มโหสถทักสองครั้งนายช่างก็ไม่ใส่ใจเพราะเห็นเป็นเด็ก จนมโหสถรับเชือกมาขึงเอง ด้วยบุญญานุภาพของพระโพธิสัตว์เชือกที่ขึงเหมือนท้าววิสสุกรรมมาขึงให้ นายช่างทั้งหลายยอมรับในความสามารถ
-
44:19
มโหสถวางผังศาลาแบ่งห้องให้คนยากไร้ นักบวช คนเดินทาง พ่อค้า หญิงคลอดบุตร และขุดสระโบกขรณีพันคุ้ง
มโหสถวางแผนและควบคุมการก่อสร้างเองทุกขั้นตอน แบ่งศาลาเป็นห้องสำหรับคนยากไร้ นักบวชอาคันตุกะจากแดนไกล คนเดินทาง ห้องเก็บสินค้าของพ่อค้าวาณิช และห้องให้หญิงอนาถาคลอดบุตร มีห้องโถงเป็นสนามเล่น โรงวินิจฉัยคดี และธรรมสภา ผนังมีจิตรกรรมงดงาม แล้วให้ขุดสระโบกขรณีคดเคี้ยวนับพันคุ้งรอบศาลา มีท่าน้ำร้อยท่า ปลูกไม้ดอกไม้ผล โดยขอทรัพย์เพิ่มจากท่านสิริวัฒกเศรษฐีผู้เป็นบิดาอีกหลายพันกหาปณะ ศาลาจึงงามเปรียบสุธรรมาเทวสภาบนสวรรค์
-
48:00
ศาลาเป็นประโยชน์แก่มหาชน มโหสถชี้แจงกรณียกิจให้ผู้มาพัก พระเจ้าวิเทหราชยังรอบัณฑิตน้อยเจ็ดปี
ประชาชนมาพักที่ศาลาเนืองแน่นทุกวัน คนสัญจรได้รับความสะดวก มโหสถบัณฑิตยังชี้แจงข้ออรรถข้อธรรม แนะนำสิ่งที่ควรทำคือกรณียกิจ และให้เว้นอกรณียกิจที่เป็นเหตุแห่งความเสื่อม มหาชนอนุโมทนาสรรเสริญ เกียรติคุณของพระโพธิสัตว์ขจรไปทั่วทิศ ได้รับความเคารพเหมือนพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์น้อยเสด็จอุบัติ ย้อนไปที่พระเจ้าวิเทหราช นับแต่อาจารย์เสนกะทำนายพระสุบิน ก็ทรงปรารภถึงบัณฑิตน้อยบ่อยครั้ง แม้ล่วงมาเจ็ดปีก็ยังเฝ้ารอให้มาสู่ราชสำนัก จบตอนด้วยโปรดติดตามตอนต่อไป
-
56:35
มโหสถยังเด็กก็แสดงธรรมได้ วันพระให้เด็กตัวเล็ก ๆ มาแสดงธรรมเรื่องกุศลกรรมบถ
ครูไม่ใหญ่เชื่อมเรื่องมโหสถที่เพิ่งฟังว่าตอนเป็นพระโพธิสัตว์ยังเด็กก็แสดงธรรมได้ เหมือนเด็กตัวเล็ก ๆ ในเทปที่แสดงธรรมเรื่องกุศลกรรมบถและอกุศลกรรมบถ ซึ่งชาวโลกอีกหลายพันล้านคนไม่รู้เรื่องเลย จึงเป็นเรื่องสำคัญ วันพระมีเวลาก็ให้เด็ก ๆ ตัวเล็ก ๆ ก็ช่วยได้มาแสดงธรรม จะได้มั่นใจว่าที่มโหสถแสดงธรรมในศาลาที่ชวนเด็ก ๆ สร้างเป็นเรื่องจริง แล้วชวนว่าบทประจำวัน
-
1:06:05
ทศชาติชาดก มโหสถบัณฑิต ตอนที่แปด มโหสถแย่งชิ้นเนื้อจากเหยี่ยวด้วยการวิ่งตามเงา
มินิซีรีส์ทศชาติชาดก เรื่องมโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่แปด เหยี่ยวโฉบชิ้นเนื้อของคนขายเนื้อบินผ่านสนามที่มโหสถกุมารกับสหายเล่นอยู่ เด็ก ๆ วิ่งไล่ตะโกนจนสะดุดตอไม้ ตกหลุม ขาถลอก มโหสถห้ามเพื่อนแล้วอาสาวิ่งไล่เองโดยสังเกตเงาเหยี่ยวบนพื้น เหยียบเงาแล้วตบมือร้องเสียงดังจนเหยี่ยวตกใจทิ้งชิ้นเนื้อ มโหสถดูเงาแล้วเอามือรองรับไว้ได้ มหาชนโห่ร้องปรบมือ อำมาตย์ที่เฝ้าดูส่งทูตไปกราบทูลพระเจ้าวิเทหราช แต่อาจารย์เสนกะทูลค้านให้รอดูต่อไปก่อน พระราชาจึงจำยอมรอ
-
1:09:14
มโหสถบัณฑิต คดีโค โจรลักโคขณะเจ้าของหลับใต้ต้นไม้ แล้วอ้างว่าเป็นโคของตน
ต่อในตอนที่แปด ต้นฤดูฝน ชายหนุ่มในปาจีนยวมัชฌคามซื้อโคจากตำบลอื่นมาเลี้ยงเตรียมไถนา พาไปกินหญ้าที่ชายทุ่งแล้วเผลอหลับใต้โคนไม้ โจรคนหนึ่งเอาดอกหญ้าแหย่จมูกทดสอบว่าหลับสนิทแล้วจูงโคไป ชายหนุ่มตื่นมาเห็นรอยเท้าคนจูงโคจึงวิ่งตามจนทัน ทวงโคคืน โจรตีหน้าเฉยอ้างว่าเป็นโคของตน ทั้งสองเถียงกันจวนจะลงไม้ลงมือ มหาชนมามุงดู
-
1:13:56
มโหสถสอบสวนคดีโค ถามว่าให้โคกินอะไร โจรตอบยาคู งา แป้ง ขนม เจ้าของตอบหญ้าอย่างเดียว
มโหสถบัณฑิตได้ยินเสียงวิวาทจึงเรียกทั้งสองมาที่ศาลา เห็นหน้าตากิริยาก็รู้ทันทีว่าใครเป็นโจร แต่ต้องการสอบสวนให้ความจริงปรากฏแก่มหาชน เจ้าของโคเล่าว่าซื้อมาแล้วถูกลักขณะหลับ มีเจ้าของเดิมและชาวบ้านเป็นพยานได้ โจรยืนยันว่าเป็นโคของตน มโหสถให้ทั้งสองรับคำว่าจะยอมฟังคำวินิจฉัยตามมติมหาชน แล้วถามว่าให้โคกินและดื่มอะไร โจรตอบว่าให้ดื่มยาคู กินงา แป้ง และขนม เจ้าของโคตอบว่าให้กินหญ้าอย่างเดียว คนจนจะหายาคู งา แป้ง ขนมมาจากไหน ตอนจบค้างไว้ว่ามโหสถจะตัดสินอย่างไร โปรดติดตามตอนต่อไป
-
54:41
ทศชาติชาดก มโหสถบัณฑิต ตอนที่เก้า คดีโค ให้โคกินใบประยงค์จนสำรอกออกมาเป็นหญ้าล้วน
มินิซีรีส์ทศชาติชาดก เรื่องมโหสถบัณฑิตผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่เก้า เล่าคดีโคต่อจากตอนที่แล้ว ชายหนุ่มในปาจีนยวมัชฌคามซื้อโคมาเตรียมไถนา พาไปกินหญ้าแล้วเผลอหลับ ตื่นมาโคหายเห็นรอยเท้าคนจูงโคจึงวิ่งตามทัน โจรอ้างว่าเป็นโคของตน มโหสถให้ทั้งสองมาที่ศาลาแล้วถามว่าให้โคกินอะไร โจรตอบยาคู งา แป้ง และขนม เจ้าของโคตอบว่าให้กินหญ้าอย่างเดียวเพราะเป็นคนจน มโหสถให้ตำใบประยงค์ขยำน้ำกรอกปากโค โคสำรอกออกมาเป็นหญ้าล้วน โจรจำต้องรับสารภาพ มหาชนรุมทุบตีจนบอบช้ำ มโหสถห้ามไว้แล้วสอนด้วยเมตตาว่าโทษชาตินี้ยังน้อยกว่าทุกข์ในนรก ให้ละกรรมนั้นและรักษาศีล โจรรับคำและกลับตัวทำมาหากินสุจริต
-
1:01:34
พระเจ้าวิเทหราชพอพระทัยคดีโค แต่อาจารย์เสนกะทูลทัดทานว่ายังเป็นเหตุเล็กน้อย ให้รอดูต่อไป
มโหสถบัณฑิตต่อ พระเจ้าวิเทหราชทรงสดับรายงานคดีโคด้วยความปราโมทย์ แต่ยังไม่ตรัสชมมาก ทรงถามอาจารย์เสนกะว่าควรรับมโหสถเข้าวังได้หรือยัง เสนกะเห็นพระราชาชื่นชมมโหสถมากก็ขุ่นเคืองและกลัวว่าตนกับสหายจะหมดความสำคัญ จึงทูลว่าคดีตู่ความเป็นเจ้าของทรัพย์เป็นคดีธรรมดา บัณฑิตที่มีปัญญาเพียงเล็กน้อยก็วินิจฉัยได้ มโหสถอาจฉลาดกว่าเด็กทั่วไปแต่ยังไม่ใช่ยอดบัณฑิต ขอให้รอพิจารณาปรีชาญาณต่อไปก่อน พระราชาคล้อยตามและสั่งให้อำมาตย์เฝ้าสังเกตต่อ ผู้บรรยายว่าเสนกะคงไม่ยอมให้มโหสถเข้าวังง่าย ๆ เพราะจะทำให้รัศมีของตนอ่อนลง โปรดติดตามตอนต่อไป
-
56:44
ทศชาติชาดก มโหสถบัณฑิต ตอนที่สิบเอ็ด นางยักษิณีแปลงกายมาแย่งทารกจากมารดา
ทศชาติชาดก เรื่องมโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่สิบเอ็ด หญิงคนหนึ่งเพิ่งคลอดบุตรคนแรกได้ไม่กี่เดือน อุ้มลูกไปเที่ยวชมศาลาของมโหสถ ปูผ้าให้ลูกนั่งใต้ต้นไม้ริมสระแล้วลงไปล้างหน้า นางยักษิณีตนหนึ่งอยากกินทารกจึงแปลงเป็นหญิงชาวบ้านมาขออุ้ม พอแม่อนุญาตก็คว้าทารกวิ่งหนี แม่วิ่งตามไปคว้าผ้านุ่งไว้ได้ ต่างทะเลาะกันว่าเป็นลูกของตนจนถึงประตูศาลา มโหสถให้พูดทีละคน ต่างยืนยันว่าตนเป็นแม่ มหาชนที่มุงดูก็ยิ่งสงสัย
-
1:00:41
มโหสถให้ยื้อแย่งเด็กข้ามเส้น แม่แท้ปล่อยมือเพราะสงสารลูก เปิดโปงนางยักษิณี
มโหสถพิจารณาแล้วรู้ว่าใครเป็นแม่ เห็นว่านางยักษิณีตาแดงไม่กะพริบและไม่มีเงา แต่เพื่อให้มหาชนประจักษ์ จึงให้ทั้งสองยอมรับคำตัดสิน ขีดเส้นบนพื้น วางทารกตรงกลาง ให้ยักษิณีจับมือ แม่จับเท้า ใครดึงข้ามเส้นได้ถือเป็นลูกของผู้นั้น ทารกถูกยื้อจนร้องไห้จ้า แม่ทนไม่ได้จึงปล่อยมือแล้วยืนร้องไห้ มโหสถถามฝูงชนว่าใจใครอ่อนไหวไปตามลูก ฝูงชนตอบว่าใจแม่ มโหสถสรุปว่าแม่รักลูกสุดจิตสุดใจ ลูกเจ็บป่วยแม่ทุกข์ยิ่งกว่า แล้วประกาศว่าหญิงที่แย่งไปได้คือยักษิณีจะเอาเด็กไปกินเป็นอาหาร นางยักษ์สะดุ้งก้มหน้า ส่วนจะยอมคืนเด็กหรือไม่ โปรดติดตามตอนต่อไป
-
1:01:00
ทศชาติชาดก มโหสถบัณฑิต ตอนที่สิบสอง มโหสถชี้ว่านางยักษิณีตาแข็งไม่กะพริบ ไม่มีเงา นางสารภาพว่าจะเอาเด็กไปกิน
มินิซีรีส์ทศชาติชาดก เรื่องมโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่สิบสอง ทวนตอนที่แล้วว่ามโหสถให้หญิงทั้งสองยื้อแย่งทารกข้ามเส้น แม่แท้ทนเสียงร้องของลูกไม่ได้จึงปล่อยมือ มโหสถถามฝูงชนว่าใจของใครจะอ่อนไหวไปตามอาการของลูก ทุกคนตอบว่าใจแม่ จึงชี้ไปที่หญิงอีกคนแล้วถามว่าเจ้าเป็นใคร นางสารภาพว่าเป็นยักษิณี ฝูงชนแตกตื่นถอยห่าง มโหสถอธิบายว่ารู้เพราะนางตาแข็งไม่กะพริบ ตาแดงก่ำ และไม่มีเงา แม่ที่ไหนจะใจโหดได้ถึงเพียงนี้ นางยักษิณีตอบว่าจะเอาเด็กไปกินให้หายอยาก มโหสถตำหนิว่านางไม่เคยสำนึกเลยว่าที่ต้องเกิดเป็นยักษิณีเพราะผลบาปในอดีต ซึ่งบีบคั้นให้ทำบาปไม่รู้จบ
-
1:06:29
มโหสถสอนนางยักษิณีด้วยเมตตา ใครก็รักชีวิต นางคืนเด็กให้แม่และรับศีลห้าไปตลอดชีวิต
มโหสถเห็นนางนิ่งเงียบจึงพูดเบา ๆ ด้วยเมตตาว่าใครก็รักชีวิตและหวงแหนทรัพย์สมบัติของตัว การพรากลูกจากอ้อมอกแม่ก็เท่ากับพรากชีวิตแม่ ถ้ายังทำกรรมชั่วต่อไปจะพ้นจากกำเนิดยักษิณีได้อย่างไร นางยักษิณีตัดสินใจยื่นเด็กคืนให้แม่ ใคร่ครวญแล้วละอายใจ มโหสถจึงให้โอวาทให้สมาทานศีลห้า รักษาให้บริสุทธิ์ตลอดชีวิต เว้นจากการเบียดเบียนชีวิตและทรัพย์สินผู้อื่น นางคิดว่าเกิดเป็นยักษิณีก็ต่ำพอแล้ว ไม่ควรซ้ำเติมตัวเองให้ตกต่ำในชาติหน้า จึงรับปาก มโหสถบอกว่าศีลนี้จะพาให้ประสบความสุขแล้วปล่อยนางไป ส่วนแม่ได้ลูกคืนก็ดีใจร่ำไห้รำพันถึงพระคุณของมโหสถ
-
1:09:59
พระเจ้าวิเทหราชชมบัณฑิตน้อยอยากรับตัวมา อาจารย์เสนกะทูลทัดทานว่าคดีนี้แค่ดูว่าใครปล่อยเด็กก่อน
ทูตกราบทูลเรื่องจบ พระเจ้าวิเทหราชทรงเปล่งอุทานว่าบัณฑิตน้อยช่างหลักแหลม ควรรับตัวมาเสียที แล้วหันไปทางอาจารย์เสนกะ อาจารย์เสนกะรู้ว่าจะตรัสอะไรและตระหนี่ในลาภยศ จึงทูลให้รอก่อน อ้างว่าคดีนางยักษิณีแม้ซ่อนเงื่อนแต่เงื่อนสำคัญไม่มีอะไรพิเศษ แค่ดูว่าใครปล่อยเด็กก่อน ถ้านางยักษิณีมีปัญญาแกล้งปล่อยบ้างจะเอาอะไรตัดสิน ที่มโหสถดูฉลาดเพราะนางยักษิณีโง่เพราะความหิว ควรหรือที่จะยกย่องใครว่ามีปัญญาโดยเอาคนโง่เป็นมาตรวัด พระเจ้าวิเทหราชทรงเข้าพระทัยว่าอย่างไรเสนกะก็จะทูลให้รอ จึงตรัสให้ทูตกลับไปบอกอำมาตย์ให้เฝ้าดูต่อไป โปรดติดตามตอนต่อไป
-
1:07:39
ทศชาติชาดก มโหสถบัณฑิต ตอนที่สิบสี่ ชายรูปร่างเตี้ยดำยากจนรับใช้พ่อแม่หญิงงามเจ็ดปี แล้วถูกชายอื่นลวงเอาภรรยากลางแม่น้ำ
มินิซีรีส์ มโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่สิบสี่ ทวนจากตอนที่แล้วว่ามีชายหนุ่มชื่อนายโคลกาล (ชื่อตัวละครตามที่ถอดได้) รูปร่างเตี้ย ผิวดำ ยากจน ตกหลุมรักสาวงามชื่อนางทีฆตาลา ยอมไปรับใช้พ่อแม่ของนางอยู่เจ็ดปีจนได้นางเป็นภรรยา วันหนึ่งพาภรรยาไปเยี่ยมพ่อแม่ ถึงแม่น้ำที่ไม่ลึกแต่ทั้งคู่กลัวไม่กล้าข้าม ชายชื่อทีฆปิฏฐิอาสาพาข้าม พาภรรยาและเสบียงไปก่อน ถึงกลางน้ำก็เกี้ยวว่าจะเลี้ยงดูอย่างดี มีทาสหญิงชายรับใช้ นางหลงเชื่อ ตัดรักสามี ไปถึงฝั่งโน้นก็กินขนมกันต่อหน้าสามีที่ชะเง้อรออยู่อีกฝั่ง แล้วพากันเดินจากไป
-
1:10:28
สามีวิ่งลงน้ำกลับไปกลับมาเพราะกลัว สุดท้ายยอมตายข้ามไปตามทัน ยื้อแย่งภรรยาจนมาถึงศาลาของมโหสถ
นายโคลกาลเห็นภรรยาถูกพาหนีต่อหน้าต่อตาก็ร้อนใจ ตะโกนให้กลับมารับ วิ่งกลับไปกลับมาบนฝั่ง วิ่งลงน้ำไปหน่อยก็กลับขึ้นมาเพราะกลัว สุดท้ายรวบรวมความกล้าด้วยความโกรธ ปลงใจว่าจะเป็นหรือตายก็ช่าง พอลงไปจึงรู้ว่าน้ำตื้น รีบข้ามไปตามทัน ด่าว่าจะพาเมียไปไหน อีกฝ่ายกลับว่านางเป็นเมียตัวเองแล้วผลักล้ม ทั้งสามยื้อแย่งทะเลาะกันไปจนถึงที่ใกล้ศาลาของมโหสถบัณฑิต
-
1:12:41
มโหสถแยกถามชื่อภรรยาและพ่อแม่ทั้งสองฝ่าย คำของนางตรงกับสามีตัวจริง ชายผู้ลวงรับสารภาพว่าเป็นโจร
มโหสถบัณฑิตได้ยินเสียงทะเลาะจึงเรียกทั้งสามมา ถามว่าจะยอมรับคำตัดสินหรือไม่ แล้วแยกถามทีละคน ชายผู้ลวงบอกชื่อตัวเองถูก แต่ไม่รู้ชื่อภรรยาและพ่อแม่ของนางจึงบอกชื่ออื่นไปเรื่อย ๆ ให้คนจดถ้อยคำไว้ ส่วนสามีตัวจริงบอกชื่อทุกคนตามความจริง นางเองบอกชื่อพ่อแม่ตัวเองถูก แต่ไม่รู้ชื่อชายผู้ลวงและพ่อแม่ของเขา มโหสถถามมหาชนว่าคำของนางตรงกับใคร มหาชนตอบว่าตรงกับสามีตัวจริง จึงตัดสินว่าเขาเป็นสามี อีกคนเป็นโจร ซึ่งรับสารภาพ สามีได้ภรรยาคืนดีใจเหมือนได้แก้วคืน ชื่นชมมโหสถ ส่วนโจรถูกตักเตือนว่าอย่าทำอีกแล้วปล่อยตัวไป
-
1:17:13
พระเจ้าวิเทหราชถามอาจารย์เสนกะ ถูกทัดทานอีก ความอิจฉาริษยาทำให้เกิดมาอับวาสนา แก้ด้วยมุทิตา
อำมาตย์ที่เฝ้าดูส่งสารทูลพระเจ้าวิเทหราช พระราชาตรัสถามอาจารย์เสนกะว่าควรนำบัณฑิตมาได้หรือยัง อาจารย์เสนกะทูลว่าคดีนี้ใครก็วินิจฉัยได้ ไม่ได้ชื่อว่าเป็นบัณฑิตด้วยเหตุเพียงเท่านี้ ขอให้รอไปก่อน สารคดีชี้ว่านิสัยอิจฉาริษยาของอาจารย์เสนกะเริ่มปรากฏชัด ช่วงแรกยังชมพระโพธิสัตว์ แต่ภายหลังเกรงว่าตนจะหมดความสำคัญจึงกีดกันทุกเรื่อง ผลของนิสัยอิจฉาคือชาติต่อไปจะเป็นคนอาภัพอับวาสนา ยศศักดิ์น้อย แก้ได้ด้วยการแสดงมุทิตา พลอยยินดีกับผู้อื่นที่ได้ดีมีสุขทันที อย่าให้ความริษยาเข้าครองใจ และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นแห่งการสร้างปัญญาบารมีของมโหสถบัณฑิต
-
1:05:17
ทศชาติชาดก มโหสถบัณฑิต ตอนที่สิบห้า ถามชื่อพ่อแม่แยกกัน คำตอบไม่ตรงกัน สามีได้ภรรยาคืน
ละครทศชาติชาดก เรื่องมโหสถบัณฑิตผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่สิบห้า ต่อจากตอนที่แล้ว สามีที่ถูกหลอกพาภรรยาข้ามแม่น้ำหนีไปต่อหน้ารวบรวมความกล้าวิ่งลงน้ำ พบว่าน้ำตื้นจึงลุยตามไปทัน ถูกชายอีกคนผลักล้มและอ้างว่าเป็นภรรยาของตน ทั้งสองทะเลาะกันจนถึงศาลาของมโหสถ มโหสถสัมภาษณ์เดี่ยว ถามชื่อพ่อแม่และชื่อคู่ครองของแต่ละคน ชายผู้ลักพาและหญิงไม่รู้จักชื่อกันและพ่อแม่ของอีกฝ่ายจึงตอบไม่ตรงกัน ส่วนสามีตอบตรงกับภรรยา จึงได้ภรรยาคืน (ชื่อตัวละครถอดเพี้ยน)
-
1:07:58
พระเจ้าวิเทหราชปลื้มพระทัยถามอาจารย์เสนกะว่าควรนำบัณฑิตมาหรือยัง ถูกทัดทานอีกครั้ง
พระเจ้าวิเทหราชได้สดับเรื่องการตัดสินคดีทั้งหมดแล้วทรงปลื้มพระทัย ตรัสถามเสนกะปุโรหิตว่าควรนำบัณฑิตนั้นมาได้หรือยัง อาจารย์เสนกะทูลว่าคดีนี้ใครก็วินิจฉัยได้ บุคคลไม่ชื่อว่าเป็นบัณฑิตด้วยเหตุเพียงเท่านี้ ขอให้ทรงรอไปก่อน
-
1:08:41
ท้าวสักกะแปลงเป็นชายยากจนขอเป็นสารถี แล้วขับรถม้าหนีเจ้าของไปต่อหน้า
ท้าวสักกเทวราชตรวจดูโลกมนุษย์ด้วยทิพยเนตร ทราบว่าพระโพธิสัตว์มาเกิดเป็นมโหสถกุมารอายุเจ็ดขวบในหมู่บ้านปาจีนยวมัชฌคาม เห็นเป็นโอกาสประกาศปัญญาของพระองค์ให้ขจรขจาย จึงแปลงกายเป็นชายยากจนเข็ญใจ มาจับท้ายรถม้าของชายหนุ่มที่แวะดื่มน้ำที่สระโบกขรณีหน้าศาลาที่มโหสถสร้างไว้ ขอไปรับใช้ ชายหนุ่มให้เป็นสารถีขับรถ ส่วนตนนอนพักในรถ ครู่หนึ่งชายหนุ่มสั่งจอดรถเข้าไปทำธุระส่วนตัวในพุ่มไม้ ท้าวสักกะแปลงรอให้เสร็จแล้วแกล้งขับรถหนีไปต่อหน้า ชายหนุ่มรีบวิ่งไล่ตาม
-
1:13:24
สองคนเถียงกันว่ารถม้าเป็นของใคร มโหสถเรียกมาไต่สวนและรู้ว่าผู้ก่อคดีคือท้าวสักกะ
มโหสถกุมารกำลังเล่นกับเหล่าสหายได้ยินเสียงวิวาท เจ้าของรถตะโกนให้คืนรถ ท้าวสักกะแปลงร้องสวนว่ารถของตนต่างหาก มโหสถคิดว่าคงมีคดีเกิดขึ้นอีก จึงให้คนไปเรียกทั้งสองมาที่ศาลา พินิจแล้วรู้ว่าผู้หนึ่งคือท้าวสักกเทวราช เพราะองอาจไม่เกรงกลัวและนัยน์ตาไม่กะพริบ ส่วนคนที่วิ่งตามคือเจ้าของรถ รู้ว่าเป็นคดีไม่ธรรมดาเพราะท้าวสักกะเสด็จมาทดลองปัญญา แล้วจบตอนว่ามโหสถจะตัดสินให้ปรากฏต่อมหาชนอย่างไร โปรดติดตามตอนต่อไป
-
1:12:36
ทศชาติชาดก มโหสถบัณฑิต ตอนที่สิบแปด ท้าวสักกะยอมรับตัวตน ชมปัญญามโหสถแล้วเสด็จกลับ
ต่อจากตอนที่แล้ว มโหสถบอกมหาชนว่าชายเข็ญใจคือท้าวสักกะเทวราช เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ มโหสถจึงถามชายนั้นตรง ๆ ท้าวเธอตอบว่าใช่ มโหสถทูลว่าเสด็จมาเพียงเพื่อรถม้าที่มีค่าเล็กน้อยไม่สมเหตุ ท้าวสักกะตรัสว่ามาเพื่อประกาศปัญญานุภาพของมโหสถให้มหาชนประจักษ์ แล้วกลับร่างเป็นเทวราชทรงเหาะไปประทับกลางอากาศ ชมว่าทั่วผืนปฐพีไม่มีผู้มีปัญญายิ่งกว่า แล้วเสด็จกลับเวชยันตปราสาท
-
1:15:17
มหาอำมาตย์กลับมาทูลเรื่องท้าวสักกะ อาจารย์เสนกะทักท้วง อำมาตย์สาบานยืนยันและทูลให้รีบเรียกมโหสถ
มหาอำมาตย์อยากกลับไปทูลเองแต่ต้องรอรับสั่ง จึงส่งรายงานผ่านทูตคนสนิท พระเจ้าวิเทหราชอัศจรรย์พระทัยจึงเรียกตัวกลับพระนคร ขณะทูลในท้องพระโรง เหล่าอำมาตย์ราชบัณฑิตพากันวิพากษ์ อาจารย์เสนกะทักท้วงว่าทูลเพ้อพกไม่ได้ อำมาตย์สาบานด้วยสัจวาจาว่าจริงทุกประการ ชาวปาจีนยวมัชฌคามเป็นพยานได้ พระราชาทรงเชื่อเพราะอำมาตย์รับใช้มานานไม่เคยบกพร่อง อำมาตย์ทูลเปรียบว่าแก้วมณีอันล้ำค่าถ้าพบแล้วไม่รีบคว้าไว้อาจไม่มีโอกาสอีก ขอให้รีบเรียกมโหสถเข้าเฝ้า
-
1:21:32
พระเจ้าวิเทหราชหารืออาจารย์เสนกะ เสนกะริษยาจึงทูลทัดทานให้รอดูก่อน
พระเจ้าวิเทหราชยังไม่ทรงตัดสินเองเพราะเห็นว่าควรปรึกษาอาจารย์เสนกะหัวหน้าปุโรหิตก่อน อาจารย์เสนกะได้ยินว่าท้าวสักกะเสด็จมาประกาศปัญญามโหสถก็ยิ่งขุ่นเคือง ภายนอกนิ่งสุขุมแต่ภายในร้อนด้วยไฟริษยา ทูลทัดทานว่ามโหสถมีปัญญาจริงแต่ยังอยู่ในแว่นแคว้นของพระองค์อยู่แล้ว บ้านเมืองสงบไม่มีราชศัตรูมาช้านาน ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน ขอให้รอดูอีกสักพัก พระราชาถึงกับนิ่งอึ้ง จบด้วยโปรดติดตามตอนต่อไป
-
53:22
ทศชาติชาดก มโหสถบัณฑิต ตอนที่สิบเก้า อาจารย์เสนกะทูลว่าช้าเป็นการนานเป็นคุณ ให้ทดลองปัญญามโหสถก่อน
สารคดีทศชาติชาดก เรื่องมโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่สิบเก้า พระเจ้าวิเทหราชได้ยินรายงานว่าท้าวสักกะมาทดลองปัญญามโหสถ จึงเรียกมหาอำมาตย์กลับมาเล่า มหาอำมาตย์ทูลว่าแก้วมณีเมื่อพบแล้วไม่รีบคว้าไว้หากสูญหายจะน่าเสียดาย ให้เรียกมโหสถเข้าเฝ้าโดยเร็ว พระราชาหารืออาจารย์เสนกะ ซึ่งยิ่งขุ่นเคืองใจที่ท้าวสักกะมาประกาศปัญญาของมโหสถ จึงทูลทัดทานว่าบ้านเมืองเป็นปกติสุขไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน เมื่อพระราชาแย้งว่าคดีที่ผ่านมามีหลักฐานชัดแล้ว เสนกะก็อ้างว่าช้าเป็นการนานเป็นคุณ แล้วทูลให้ถือโอกาสทดลองปัญญามโหสถไปด้วย เหมือนกำลังม้ารู้ได้จากฝีเท้า กำลังโครู้ได้จากการบรรทุก กำลังบัณฑิตรู้ได้จากการงาน ถ้ามโหสถเป็นบัณฑิตจริงก็จะผ่านได้ดุจทองชมพูนุท พระราชาคล้อยตามและให้เสนกะเป็นผู้คิดปัญหาทดลอง
-
1:02:24
ราชบุรุษนำท่อนไม้ตะเคียนมาถามชาวบ้านปาจีนยวมัชฌคามว่าทางไหนโคนทางไหนปลาย
สารคดีมโหสถบัณฑิตตอนที่สิบเก้าต่อ วันหนึ่งราชบุรุษจากราชสำนักมาที่หมู่บ้านปาจีนยวมัชฌคาม (สะกดตามที่ถอดได้ ยังไม่ยืนยัน) พร้อมท่อนไม้ตะเคียนกลมยาวหนึ่งคืบ ประกาศพระบรมราชโองการของพระเจ้าวิเทหราชแห่งมิถิลานครให้ตอบว่าทางไหนเป็นโคน ทางไหนเป็นปลาย ภายในหนึ่งวันหนึ่งคืน ไม่งั้นถูกปรับพันกหาปณะ ปัญหานี้อาจารย์เสนกะตั้งขึ้นเพื่อทดลองปัญญามโหสถโดยเฉพาะ จบตอนด้วยคำถามว่ามโหสถจะแก้อย่างไร โปรดติดตามตอนต่อไป
-
1:07:49
มโหสถบัณฑิต ไขปัญหาท่อนไม้ตะเคียนด้วยการหย่อนท่อนไม้ลงน้ำ ส่วนโคนหนักกว่าจึงจมมากกว่า
มินิซีรีส์มโหสถบัณฑิตในทศชาติชาดก (ไฟล์เข้าเรื่องกลางตอน) มโหสถรู้ว่าพระราชาทดลองปัญญาจึงผูกปริศนาส่งมา แม้จับท่อนไม้ตะเคียนก็รู้ทันทีว่าทางไหนโคนทางไหนปลาย แต่เพื่อให้มหาชนเห็นเอง จึงให้นำภาชนะใส่น้ำเต็ม ผูกเชือกตรงกึ่งกลางท่อนไม้แล้วหย่อนลงผิวน้ำ ข้างหนึ่งจมมากกว่า อธิบายว่าส่วนโคนเกิดก่อนเจริญก่อน เนื้อไม้จึงแน่นและหนักกว่า ชาวบ้านสรรเสริญแล้วส่งตัวแทนไปกราบทูลพระเจ้าวิเทหราชว่าด้านที่ทำเครื่องหมายไว้เป็นโคน พระราชาตรัสถามว่าใครไขปริศนา ตัวแทนทูลว่ามโหสถกุมารบุตรสิริวัฒกเศรษฐี พระองค์แย้มพระสรวลแล้วตรัสกับอาจารย์เสนกะว่าอย่างไรเสียมโหสถก็ต้องรู้ แล้วปรึกษาแผนทดลองปัญญาครั้งต่อไป
-
1:14:22
มโหสถบัณฑิต ไขปัญหากะโหลกศีรษะบุรุษสตรี และงูตัวผู้ตัวเมีย ติดตามปัญหาเรื่องโคตอนต่อไป
พระเจ้าวิเทหราชส่งปัญหาไปทดสอบชาวบ้านปาจีนยวมัชฌคามต่อเนื่อง เพราะอยากวัดปัญญาของมโหสถคนเดียวแต่ไม่อยากเจาะจงเกินไป ปัญหายากขึ้นเรื่อย ๆ คราวหนึ่งส่งกะโหลกศีรษะบุรุษและสตรีมาให้ตัดสิน ตอบไม่ได้ต้องถูกปรับหนึ่งพันกหาปณะ มโหสถตอบว่ากะโหลกที่มีรอยประสานตรงกลางเป็นแสกตรงคือของบุรุษ ของสตรีรอยแสกจะคด ต่อมาส่งงูสองตัวมาถามว่าตัวไหนตัวผู้ตัวเมีย มโหสถแยกว่างูตัวผู้นัยน์ตาโต หัวและหางใหญ่ ลวดลายต่อเนื่อง ตัวเมียหัวและลำตัวเรียว หางเล็ก นัยน์ตาเล็ก ลวดลายขาดไม่ต่อเนื่อง จบตอนด้วยการเกริ่นว่ามีปัญหาเรื่องโคตามมาติด ๆ โปรดติดตามตอนต่อไป
-
48:41
ทศชาติชาดก มโหสถบัณฑิต ตอนที่ 25 มโหสถใช้น้ำผึ้งล่อมดร้อยด้ายใหม่เข้าแก้วมณีแปดคด
หลังดนตรีเปิด เป็นเทปทศชาติชาดก เรื่องมโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่ 25 ชาวบ้านปาจีนยวมัชฌคามลองสอดเชือกเส้นเล็กเข้ารูแก้วมณีที่เป็นเกลียวแปดคดไม่สำเร็จ จึงไปแจ้งสิริวัฑฒกะเศรษฐี มโหสถขอดูแก้ว แล้วขอน้ำผึ้งมาหยดที่รูทั้งสองด้าน ชุบปลายขนสัตว์สีทองด้วยน้ำผึ้ง แล้ววางไว้ที่รังมดคันไฟ มดถูกน้ำผึ้งล่อก็คลานเข้าไปกัดกินด้ายเก่าและดึงด้ายใหม่ไปตามเกลียวจนโผล่อีกด้าน ส่งแก้วมณีคืนพระเจ้าวิเทหราช ซึ่งเป็นสมบัติตกทอดจากพระเจ้ากุสราช พระราชาทรงพอพระทัย แต่อาจารย์เสนกะก็ยังทูลแนะให้หาอุบายทดลองปัญญามโหสถต่อ
-
54:21
มโหสถบัณฑิต: พระราชาส่งโคมงคลตัวผู้ขุนจนท้องโตมาสั่งให้ทำให้ตกลูก
พระเจ้าวิเทหราชทดลองด้วยปัญหาแปลกพิสดาร ให้เลือกโคมงคลตัวผู้มาขุนด้วยอาหารอย่างดีจนท้องโตเหมือนแม่โคท้องแก่ ขัดเขาทาน้ำมัน ชุบขมิ้นเหลืองทั้งตัว แล้วส่งไปให้ชาวปาจีนยวมัชฌคาม พร้อมพระบรมราชโองการว่าโคตั้งท้องใกล้ตกลูก ให้ช่วยทำให้ตกลูกแล้วส่งกลับพร้อมลูก ถ้าทำไม่ได้ปรับพันกหาปณะ ชาวบ้านบางคนหัวเราะ บางคนไม่พอใจว่ารู้ทั้งรู้ว่าเป็นโคตัวผู้ ผู้เฒ่าเตือนให้ใจเย็นค่อย ๆ คิด ในที่สุดตกลงมอบให้มโหสถ ไปรวมตัวที่เรือนสิริวัฑฒกะเศรษฐี การทำวัวตัวผู้ให้ออกลูกพ้นวิสัย มโหสถจะแก้อย่างไรติดตามตอนต่อไป (กลางเทปมีบรรทัด jingle ช่วงพักแทรกและต่อท้ายหลังจบตอน)
-
26:27
มินิซีรีส์มโหสถเมื่อคืนยังค้างคาใจ วัวตัวผู้จะตกลูกได้อย่างไร
บอกว่าวันนี้เรื่องดี ๆ เยอะ เพราะมินิซีรีส์มโหสถบัณฑิตเมื่อคืนยังค้างคาใจ ทดสอบสติปัญญาด้วยการเอาวัวตัวผู้ขุนให้ท้องโตเหมือนวัวตัวเมียตั้งท้อง ส่งไปให้ชาวบ้านทำอย่างไรก็ได้ให้มีลูกออกมาจากวัวตัวผู้ พอจะรู้เรื่องก็ขึ้นโปรดติดตามตอนต่อไป เล่าติดตลกว่าอยากเข้าห้องน้ำช่วงนั้นแต่กลัวพลาดคำเฉลย ต่อด้วยบรรทัด jingle ช่วงพัก
-
1:14:42
มโหสถบัณฑิต: พระเจ้าวิเทหราชส่งโคมงคลตัวผู้ขุนจนท้องโตให้ชาวบ้านทำคลอด มโหสถว่าต้องแก้ด้วยการย้อนปัญหา
มินิซีรีส์ทศชาติชาดก มโหสถบัณฑิต ต่อจากตอนที่แล้ว พระเจ้าวิเทหราชได้แก้วมณีพร้อมกลวิธีร้อยด้ายแล้วทรงยินดีเมื่อรู้ว่าเป็นความคิดของมโหสถกุมาร ต่อมาทรงทดลองปัญญาด้วยการให้ขุนโคมงคลตัวผู้จนพุงกางเหมือนแม่โคท้องแก่ ส่งไปให้ชาวบ้านปาจีนยวมัชฌคามทำคลอดแล้วส่งกลับพร้อมลูก ไม่อย่างนั้นถูกปรับพันกหาปณะ มโหสถบอกว่าปัญหานี้แก้ได้ด้วยการย้อนปัญหาเท่านั้น มีชายคนหนึ่งอาสาไปเข้าเฝ้า มโหสถเรียกเข้าไปบอกอุบายในห้องเพียงลำพัง วันต่อมาพระราชาได้ยินเสียงคนร้องห่มร้องไห้ มหาดเล็กพาชายผมเผ้ารุงรังเนื้อตัวมอมแมมเข้าไปคุกเข่าต่อหน้าพระพักตร์ ชายกราบทูลว่าตนสบายดี แต่บิดาปวดท้องคลอดมาเจ็ดวันแล้วยังไม่คลอด ขอให้ทรงแนะวิธีทำคลอด พระราชาตรัสว่าพ่อเป็นผู้ชายจะคลอดลูกได้อย่างไร แล้วทรงพระสรวลลั่นท้องพระโรง เหล่าอำมาตย์หัวเราะตาม จบตอนที่ว่าทูตชาวปาจีนยวมัชฌคามจะกราบทูลอย่างไรต่อ โปรดติดตาม
-
7:48
มินิซีรีส์มโหสถที่ค้างคาใจ เฉลยปัญหาโคตัวผู้ตกลูก พ่อเจ็บท้องจะคลอดลูก
เล่าต่อมินิซีรีส์ทศชาติชาดก มโหสถบัณฑิต ที่เล่าไม่จบสองวันติดจนค้างคาใจ พระราชาส่งวัวตัวผู้ที่ขุนจนท้องย้อยเหมือนตั้งครรภ์มาทดสอบปัญญามโหสถซึ่งตอนนั้นยังเป็นเด็ก สั่งให้ทำให้คลอดลูก ถ้าทำไม่ได้จะถูกปรับทั้งตำบล มโหสถหัวเราะเมื่อได้ยินคำถาม แล้วเรียกชาวบ้านคนหนึ่งมากระซิบสั่ง ให้ไปร้องห่มร้องไห้ต่อหน้าพระราชาว่าพ่อนอนเจ็บท้องอยู่เจ็ดวันแล้วเพราะจะคลอดลูก พระราชาหัวเราะจนทั้งท้องพระโรงหัวเราะกันไปหมด (ช่วงนี้ถอดเพี้ยนหลายคำ)
-
9:51
ชาดกเป็นเรื่องจริงที่พระพุทธเจ้าตรัสเล่าอดีตชาติ บอกเหตุและผลการสั่งสมบารมี
อธิบายว่าเรื่องมโหสถเป็นเรื่องจริงที่พระบรมศาสดาตรัสเล่าถึงพระชาติที่เป็นพระโพธิสัตว์ แสดงปัญญาบารมีที่สั่งสมมานับภพนับชาติไม่ถ้วน เพื่อให้มนุษย์และเทวดาศึกษาเป็นตัวอย่างการดำเนินชีวิตในสังสารวัฏ ปิดอบายไปสวรรค์ จนถึงการเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ยังไม่เคยเห็นความเชื่ออื่นที่เล่าเรื่องพระชาติที่ผ่านมาว่าทำเหตุอย่างนี้แล้วมีผลอย่างนี้ ที่อื่นปุ๊บปั๊บมาอยู่มนุษย์แล้วไปอยู่สวรรค์เลย ชีวิตไม่ง่ายขนาดนั้นแต่สลับซับซ้อน แล้วชวนติดตามให้ดี (ท้ายช่วงถอดเพี้ยน)
-
1:39:00
มโหสถบัณฑิต ตอนที่ 27: ชาวบ้านกราบทูลว่าพ่อปวดท้องจะคลอด พระเจ้าวิเทหราชยอมรับปัญหาโคตัวผู้
ทศชาติชาดก เรื่องมโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่ 27 มโหสถกุมารเห็นโคมงคลของพระราชาก็ขำในใจ ถามว่าใครกล้าอาสาไปกราบทูลพระราชา ชายคนหนึ่งรับอาสา มโหสถซักซ้อมแผนการ วันต่อมาพระเจ้าวิเทหราชได้ยินเสียงร้องไห้ ชายผู้นั้นกราบทูลว่าบิดาปวดท้องคลอดมาเจ็ดวันแล้วยังไม่คลอด พระราชาตรัสว่าพ่อเป็นผู้ชายจะคลอดลูกได้อย่างไร ชายนั้นจึงทูลย้อนว่าถ้าอย่างนั้นโคมงคลตัวผู้ที่ส่งไปให้ชาวบ้านปาจีนยวมัชฌคามทำให้ตกลูกจะสมเหตุสมผลหรือ ท้องพระโรงเงียบกริบ พระราชารู้ทันทีว่าเป็นอุบายของมโหสถ ชื่นชมว่าคมคาย แต่ยังรับตัวเข้าวังไม่ได้เพราะติดคำทัดทานของอาจารย์เสนกะ จึงให้ส่งโคมงคลคืน ลูกโคจะมีหรือไม่ไม่ติดใจ ชาวบ้านพากันสรรเสริญมโหสถ
-
1:46:35
มโหสถบัณฑิต: พระเจ้าวิเทหราชสั่งให้หุงข้าวเปรี้ยวที่ถึงพร้อมด้วยองค์แปด
ต่อมาพระเจ้าวิเทหราชคิดอุบายทดลองมโหสถอีก ให้หุงข้าวพิเศษที่ไม่มีใครเคยลิ้มลอง ให้ราชบุรุษไปประกาศแก่ชาวบ้านปาจีนยวมัชฌคามซึ่งแปลกใจที่คราวนี้มาตัวเปล่า พระบรมราชโองการว่าจะเสวยข้าวเปรี้ยวรสเลิศที่ถึงพร้อมด้วยองค์แปด คือไม่หุงด้วยข้าวสาร ไม่หุงด้วยน้ำปกติ ไม่หุงด้วยหม้อข้าว ไม่หุงด้วยเตา ไม่หุงด้วยไฟปกติ ไม่หุงด้วยฟืน ไม่ให้หญิงหรือชายเป็นผู้ยกมา และไม่ให้นำมาตามทางเดิน ถ้าหุงส่งมาไม่ได้จะถูกปรับพันกหาปณะ ชาวบ้านมึนงง ปัญหาคงต้องถึงมโหสถอีก โปรดติดตามตอนต่อไป
-
52:33
มโหสถบัณฑิต ตอนที่ 29: หุงข้าวเปรี้ยวองค์แปดสำเร็จ ให้พวกกะเทยนำไปถวาย
มินิซีรีส์ทศชาติชาดกเรื่องมโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่ 29 ต่อจากตอนที่แล้วที่พระเจ้าวิเทหราชสั่งให้ชาวปาจีนยวมัชฌคามหุงข้าวเปรี้ยวที่ประกอบด้วยองค์แปดมาถวาย ไม่เช่นนั้นจะปรับพันกหาปณะ ชาวบ้านไปปรึกษามโหสถ มโหสถยิ้มแล้วบอกว่าเรื่องเล็ก แนะวิธีทีละข้อ สิริวัฑฒกเศรษฐีจัดกำลังชาวบ้านหุงข้าวเปรี้ยวได้สำเร็จ เช่นหุงด้วยข้าวป่นแทนข้าวสาร และข้อที่ห้ามผู้ชายหรือผู้หญิงยกมาก็ให้พวกกะเทยทูนไปถวาย พระราชาทรงแย้มพระสรวล ทรงซักจนทราบว่าเป็นอุบายของมโหสถ ทรงพอพระทัยแล้วให้พวกนางกลับไปบอกชาวบ้านว่าไม่ช้าจะมีงานให้สนองอีก
-
57:44
มโหสถบัณฑิต: พระราชาให้ฟั่นเชือกทรายมาทำสายชิงช้า มโหสถแนะให้ย้อนถาม
พระเจ้าวิเทหราชเรียกอาจารย์เสนกะมาปรึกษาอุบายทดลองปัญญามโหสถครั้งต่อไป แล้วประกาศแก่ชาวปาจีนยวมัชฌคามว่าพระราชาปรารถนาจะเล่นชิงช้าที่ทำด้วยเชือกทราย เพราะเชือกทรายเส้นเก่าในพระราชสำนักเริ่มผุ ให้ชาวบ้านฟั่นเชือกทรายเส้นใหม่มาถวาย ไม่เช่นนั้นจะปรับพันกหาปณะ ซึ่งเป็นปัญหานามธรรมที่แม้พระราชาเองก็มองไม่เห็นทางแก้ ชาวบ้านกลุ้มใจแต่ผู้เฒ่ามั่นใจว่ามโหสถจะบอกว่าเรื่องเล็ก มโหสถเห็นว่าต้องย้อนถาม จึงเรียกตัวแทนชาวบ้านมาสอนวิธีย้อนปัญหาและกำชับให้กราบทูลตามนั้นโดยไม่หวั่นเกรง จบตอนให้ติดตามตอนต่อไป ท้ายช่วงผู้ดำเนินรายการบอกว่าต้องรออีก 24 ชั่วโมงกว่าปัญหานี้จะเฉลย
-
1:13:29
มโหสถบัณฑิต ตอนที่ 30: พระราชาให้ฟั่นเชือกทรายทำสายชิงช้า ชาวบ้านนำปัญหาไปหามโหสถ
ทศชาติชาดก มโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่สามสิบ ทวนตอนที่แล้วว่าพระเจ้าวิเทหราชพอพระทัยวิธีหุงข้าวเปรี้ยวประกอบด้วยองค์แปด ต่อมาราชบุรุษมาที่บ้านปาจีนยวมัชฌคาม แจ้งว่าพระราชามีชิงช้าสายเชือกทรายคันหนึ่งแต่เชือกเก่าขาด ให้ชาวบ้านฟั่นเชือกทรายเส้นใหม่มาถวาย ไม่ได้จะปรับพันกหาปณะ ชาวบ้านปวดเศียรเวียนเกล้ายิ่งกว่าทุกครั้ง ไม่เคยได้ยินว่ามีเชือกทราย จึงพากันไปขอความช่วยเหลือจากมโหสถ มโหสถว่าไม่ยาก เรียกชายผู้เป็นตัวแทนมาแนะวิธีย้อนปัญหา กำชับว่าอย่าแสดงอาการพรั่นพรึงต่อหน้าพระราชา
-
1:16:27
มโหสถบัณฑิต: ตัวแทนชาวบ้านเข้าเฝ้า ขอพระราชทานเชือกทรายเส้นเก่าเป็นตัวอย่าง
วันรุ่งขึ้นชายผู้เป็นตัวแทนชาวบ้านปาจีนยวมัชฌคามเข้าเฝ้าพระราชาอย่างองอาจ พระราชาแปลกพระทัยที่มาเร็วเพียงชั่วข้ามคืน ถามว่าเชือกทรายสำเร็จแล้วหรือ เขาทูลว่ากำลังเร่งทำ แต่พระองค์ยังไม่ได้กำหนดขนาดว่าฟั่นกี่เกลียวแบบใด จึงขอพระราชทานเชือกทรายเส้นเก่าไปดูเป็นตัวอย่างสักคืบหนึ่ง พระราชาอุทานว่าในวังไม่เคยมีเชือกทรายแม้แต่คืบเดียว ชายนั้นทูลอ้อนวอน พระราชาขุ่นเคืองตรัสว่าไม่มีและไม่เคยมีมาก่อน
-
1:21:32
มโหสถบัณฑิต: ย้อนปัญหาเชือกทรายสำเร็จ พระราชาพอพระทัย แต่อาจารย์เสนกะทูลยับยั้งอีก
ชายนั้นดีใจที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผนของมโหสถ จึงทูลย้อนถามว่าเมื่อในวังยังไม่เคยมีเชือกทราย ก็ไม่เคยมีใครเล่นชิงช้าสายเชือกทราย พระองค์มั่นพระทัยหรือว่าชาวบ้านจะหามาถวายได้จริง พระราชาอึกอักแล้วตรัสว่าย้อนปัญหาได้คมคาย ถามว่าใครส่งมา ทูลว่ามโหสถบัณฑิตบุตรท่านสิริวัฒกะ พระราชาปีติโสมนัส ให้กลับไปบอกมโหสถว่าพอพระทัย พระราชทานรางวัล แล้วเรียกอาจารย์เสนกะมาหารือว่าจะรับมโหสถเข้าราชสำนัก แต่ถูกอาจารย์เสนกะทูลขอให้ยับยั้งไว้ก่อนอีกเช่นเคย โปรดติดตามตอนต่อไป
-
1:00:02
มโหสถบัณฑิต ตอนที่ 31: ตัวแทนชาวบ้านขอเชือกทรายเก่าเป็นแบบ พระราชาไม่มีให้ ย้อนปัญหาสำเร็จ
ทศชาติชาดก เรื่องมโหสถบัณฑิต ตอนที่ 31 ตัวแทนชาวบ้านปาจีนยวมัชฌคามเข้าเฝ้า ทูลว่ากำลังฟั่นเชือกทรายอยู่แต่ไม่รู้ว่าจะให้ฟั่นกี่เกลียว เส้นใหญ่และยาวเท่าไร ขอพระราชทานเชือกทรายเก่าไปเป็นแบบสักคืบหนึ่ง พระราชาตรัสว่าในวังไม่เคยมีเชือกทราย ชายผู้นั้นจึงทูลย้อนว่าเมื่อพระองค์หาแบบให้ไม่ได้ ชาวบ้านจะฟั่นถวายได้อย่างไร พระราชาทรงทราบว่ามโหสถเป็นผู้คิด ก็พอพระทัย พระราชทานรางวัล แล้วหารือกับอาจารย์เสนกะจะรับมโหสถเข้าราชสำนัก แต่ถูกทัดทานไว้เช่นเคย
-
1:02:39
มโหสถบัณฑิต: พระราชารับสั่งให้ส่งสระโบกขรณีดารดาษด้วยบัวห้าชนิดมาถวายในเจ็ดวัน ชาวบ้านบ่นกันวุ่น
พระเจ้าวิเทหราชอยากได้มโหสถเข้ามาใกล้ชิด จึงผูกปัญหาใหม่ ให้ราชบุรุษไปประกาศแก่ชาวบ้านปาจีนยวมัชฌคามว่าพระองค์จะเล่นน้ำในสระ ให้ส่งสระโบกขรณีที่ดารดาษด้วยบัวเบญจพรรณมาไว้ในพระราชวังภายในเจ็ดวัน ไม่เช่นนั้นปรับพันกหาปณะ ชาวบ้านเดือดร้อน ชายหนุ่มคนหนึ่งบ่นว่าพระราชาแกล้งและสระเคลื่อนที่ไม่ได้ ผู้เฒ่าเตือนให้เงียบ บอกว่าหมู่บ้านยังมีมโหสถ และเคยแก้ปัญหาเชือกทรายมาแล้ว ชาวบ้านจึงพากันไปแจ้งมโหสถที่เรือนของสิริวัฒกเศรษฐี
-
1:08:54
มโหสถบัณฑิต: เห็นทางแก้ทันทีเพราะสั่งสมปัญญาบารมีมาสี่อสงไขย ขอชายร่างกำยำห้าหกคนเป็นตัวแทน
มโหสถฟังปัญหาจบก็เห็นอุบายแก้ชัดในใจเหมือนเห็นฝูงปลาในน้ำใส ผู้บรรยายอธิบายว่าเพราะท่านสั่งสมปัญญาบารมีข้ามภพข้ามชาติมาสี่อสงไขย จึงมีปัญญาติดตัวมาแต่เกิดที่เรียกว่าสหชาติปัญญา มองเห็นทางออกทุกปัญหา ตรงข้ามคนเขลาที่เห็นแต่ปัญหา เราแม้ปัญญาไม่เท่ามโหสถก็ควรสั่งสมด้วยการอ่าน ฟัง สังเกต คิด พิจารณา จดบันทึก จากนั้นมโหสถขอบิดาหาชายร่างกายกำยำ พูดจาคล่องแคล่ว กล้าหาญ ห้าหกคนไปเป็นตัวแทนกราบทูลพระราชา อุบายต่อไปติดตามตอนหน้า
-
1:06:20
มโหสถบัณฑิต ตอนที่ 32: พระราชาสั่งส่งสระโบกขรณี มโหสถให้หาชายหนุ่มห้าหกคนเป็นตัวแทน
ทศชาติชาดก เรื่องมโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่ 32 ทวนจากตอนที่แล้วว่าพระเจ้าวิเทหราชคิดอุบายทดลองปัญญามโหสถอีก ให้ราชบุรุษไปประกาศแก่ชาวบ้านปาจีนยวมัชฌคามให้ส่งสระโบกขรณีไปไว้ในพระราชวังภายในเจ็ดวัน ไม่เช่นนั้นปรับพันกหาปณะ ชาวบ้านเดือดร้อนจึงไปขอความช่วยเหลือจากมโหสถ มโหสถฟังจบก็เห็นอุบายชัดด้วยอานุภาพสหชาติปัญญา เหมือนเห็นฝูงปลาในน้ำใส จึงขอบิดาหาชายร่างกำยำ พูดจาคล่องแคล่ว กล้าหาญห้าหกคน เศรษฐีหามาให้ มโหสถชี้แจงอุบายอย่างละเอียด
-
1:09:50
มโหสถบัณฑิต: ชายหนุ่มลุยโคลนเนื้อตัวมอมแมมเข้าวัง ปากไวกับนายประตูเรื่องหวายพระราชทาน
ก่อนเข้าประตูพระราชวัง ชายหนุ่มเหล่านั้นลงเล่นน้ำจนตาแดงก่ำ เสื้อผ้าเปียกโชก ผมยุ่งเหยิง ตัวเปรอะโคลนตม ถือเชือก ก้อนดิน ท่อนไม้ เดินดุ่ม ๆ เหมือนคนวิกลจริต นายทวารบาลตะโกนถาม ชายหนุ่มคนหนึ่งตอบห้วน ๆ หัวหน้าจึงบอกว่ามาจากบ้านปาจีนยวมัชฌคาม นายประตูก็ให้ผ่านเพราะพระราชาเคยรับสั่งให้ชาวบ้านนี้เข้าเฝ้าได้เสมอ นายประตูแซวว่าได้รางวัลแล้วอย่าลืมแบ่ง ชายหนุ่มตอบโดยไม่คิดว่าถ้าได้หวายพระราชทานจะแบ่งให้ นายประตูสะดุ้งถามซ้ำ หัวหน้าต้องรีบแก้ว่าถ้าได้รางวัลพระราชทานจะแบ่งให้แน่นอน
-
1:13:26
มโหสถบัณฑิต: เข้าเฝ้าในสภาพเปียกปอน ทูลว่าทำตามรับสั่งเรื่องส่งสระ พระราชายังไม่เข้าใจ
ชาวบ้านมาถึงท้องพระโรงวินิจฉัยกราบถวายบังคม พระราชาทรงแปลกพระทัยที่เนื้อตัวเปรอะโคลนตม ตรัสถามว่ามาจากบ้านปาจีนยวมัชฌคามหรือ ไปทำอะไรมาจึงสกปรกเพียงนี้ ชาวบ้านทูลว่าทำตามรับสั่งของพระองค์ พระราชาตรัสว่าไม่ได้สั่งให้ลุยโคลน หัวหน้าทูลอย่างองอาจว่าพระองค์ไม่ได้สั่งให้ลุยโคลน แต่มีพระบรมราชโองการให้ชาวบ้านส่งสระมาถวายไม่ใช่หรือ พวกเขาทำตามพระบัญชาจึงอยู่ในสภาพเปียกปอน พระราชายังไม่ทรงทราบว่าพวกเขาไปทำอะไรมา โปรดติดตามตอนต่อไป
-
1:00:19
มโหสถบัณฑิต ตอนที่ 33: ชายหนุ่มเนื้อตัวเปียกปอนเข้าเฝ้า ทูลว่าทำตามรับสั่งเรื่องส่งสระโบกขรณี
ละครทศชาติชาดกเรื่องมโหสถบัณฑิตผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่ 33 จากตอนที่แล้วท่านสิริวัฒกะเศรษฐีจัดคนหนุ่มตามจำนวนที่มโหสถต้องการ มโหสถชี้แจงอุบายอย่างละเอียด ชายเหล่านั้นลงเล่นน้ำจนตาแดง สวมเสื้อผ้าเปียก ตัวเลอะโคลน ถือเชือก ก้อนดิน ท่อนไม้ เดินเข้าพระนคร นายประตูรู้ว่าเป็นชาวบ้านปาจีนยวมัชฌคามจึงปล่อยเข้าไปตามที่พระราชาเคยรับสั่ง พระเจ้าวิเทหราชทรงแปลกพระทัย หัวหน้าทูลว่าที่เปียกปอนก็เพราะทำตามรับสั่งให้นำสระโบกขรณีมาถวาย
-
1:03:38
มโหสถบัณฑิต: ทูลว่าสระใหม่ตื่นกลัวหนีเข้าป่า ขอสระเก่าไปผูกควบ พระราชากริ้ว
หัวหน้าทูลตามอุบายว่านำสระมาแล้วโดยผูกเชือกเส้นใหญ่ แต่สระโบกขรณีเคยอยู่แต่ในป่า เห็นพระราชวังอลังการก็ตื่นกลัว ดิ้นจนเชือกขาดหนีกลับเข้าป่า ไล่ตามโบยตีก็นำกลับมาไม่ได้ จึงขอพระราชทานสระโบกขรณีเก่าที่พระองค์นำมาจากป่าไปผูกควบกับสระใหม่ พระราชาตรัสปฏิเสธว่าไม่เคยนำสระจากป่ามา เมื่อถูกอ้อนวอนซ้ำก็ทรงกริ้ว ขู่จะให้ลงหวาย ชาวบ้านที่ตามมาใจคอไม่ดี แต่หัวหน้ายังมีสีหน้าปกติ
-
1:07:17
มโหสถบัณฑิต: ย้อนถามว่าใครก็ผูกสระไม่ได้ แล้วจะนำสระเข้าวังได้อย่างไร พระราชารู้ว่าเป็นอุบายมโหสถ
หัวหน้าทูลด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นว่าชาวปาจีนยวมัชฌคามจงรักภักดี พยายามทุกทางแต่ด้อยปัญญาจึงคิดว่าผูกสระเก่ากับสระใหม่ได้ แล้วขอให้พระองค์ยืนยันว่าใครก็ผูกสระให้ติดกันไม่ได้ พระราชาตรัสรับว่าแม้แต่คิดก็ไม่ควรคิด เขาจึงย้อนถามว่าเมื่อไม่มีใครผูกสระได้ ชาวบ้านจะนำสระเข้าวังได้อย่างไร พระราชาทรงนิ่งอึ้ง รู้ทันทีว่าเป็นอุบายของมโหสถ ตรัสว่าพวกเจ้าเข้าใจถูกแล้ว พระราชทานรางวัลแล้วส่งกลับ ชาวบ้านโห่ร้องยินดีที่ผ่านปัญหาได้อีกครั้ง ตอนต่อไปพระเจ้าวิเทหราชจะเสด็จไปหามโหสถที่ปาจีนยวมัชฌคามด้วยพระองค์เอง
-
59:30
มโหสถบัณฑิต: ทูลขอสระเก่าไปผูกควบ ย้อนถามจนพระราชารู้ว่าเป็นอุบายมโหสถ
ละครทศชาติชาดกเรื่องมโหสถบัณฑิต (ต้นช่วงเริ่มกลางฉาก เป็นฉากเดียวกับที่เล่าในตอนก่อน) หัวหน้าชาวบ้านทูลว่าสระโบกขรณีที่รับสั่งให้ส่งมา เห็นพระนครอันยิ่งใหญ่ก็ตื่นกลัวดิ้นจนเชือกขาดหนีกลับเข้าป่า จึงขอพระราชทานสระโบกขรณีเก่าที่พระองค์นำมาจากป่าไปผูกควบ พระราชาตรัสปฏิเสธว่าไม่เคยนำสระมาจากไหน ใครจะผูกสระให้ติดกันได้ แม้แต่คิดก็ไม่ควรคิด เขาจึงย้อนถามว่าเมื่อไม่มีใครผูกได้ ชาวปาจีนยวมัชฌคามจะส่งสระมาถวายได้อย่างไร พระราชาทรงทราบทันทีว่าเป็นอุบายของมโหสถ ตรัสว่าคงไม่มีใครชะลอสระมาไว้ในวังได้ แล้วพระราชทานรางวัลส่งกลับ (มีบรรทัด jingle แทรกกลางเทป)
-
1:01:57
มโหสถบัณฑิต: พระเจ้าวิเทหราชตั้งพระทัยรับมโหสถเข้าวัง เรียกอาจารย์เสนกะเข้าเฝ้า
อุบายย้อนปัญหาครั้งนี้ยิ่งทำให้พระเจ้าวิเทหราชพอพระทัยในความฉลาดของมโหสถ ทรงระลึกถึงบททดสอบแต่ละข้อที่มโหสถแก้ได้ทุกครั้ง ทรงดำริว่าบัณฑิตน้อยชื่อมโหสถได้ครองหัวใจของเราไว้แล้ว คราวนี้ไม่ว่าอาจารย์เสนกะจะเห็นด้วยหรือไม่ก็จะรับมโหสถเข้าราชสำนักให้ได้ จึงรับสั่งให้เรียกอาจารย์เสนกะมาเข้าเฝ้า เสนกะเห็นพระพักตร์เคร่งขรึมต่างจากทุกครั้ง แม้ตระหนักในปัญญาของมโหสถ แต่ความริษยาครอบงำจึงคิดแต่หาทางประวิงเวลาให้พระราชาเลิกล้มพระดำริ เมื่อเหตุการณ์ไม่เป็นดังคาด จึงทูลว่ามโหสถปรีชาหลักแหลมสมควรเป็นราชบัณฑิตโดยแท้ พระราชาจึงตรัสถามว่าควรรับตัวมาในวันนี้เลยใช่หรือไม่
-
1:05:54
มโหสถบัณฑิต: อาจารย์เสนกะทูลทัดทานว่าเด็กยกย่องเร็วจะทะนงตน เหมือนก่อกองทรายแล้วทำลายด้วยเท้า
อาจารย์เสนกะทูลว่าคนในโลกแม้ฉลาดเพียงใด หากยังเป็นเด็กก็ยากจะรู้จักระวังยับยั้งอย่างผู้ใหญ่ ถ้าถูกยกย่องสูงก่อนถึงเวลาอันควร อาจสำคัญตนเหนือผู้อื่น เกิดความทะนงเหิมเกริมในลาภยศ พระราชาถามว่าหมายถึงมโหสถหรือ เสนกะรีบปฏิเสธแล้วทูลยืดยาวว่ามั่นใจในปัญญาของมโหสถ แต่ยังรับรองคุณธรรมไม่ได้ว่าเมื่อโตขึ้นจะดำรงตนเป็นราชบัณฑิตผู้ทรงธรรมได้นานเพียงใด หากภายหลังทำผิดจนต้องลงพระราชอาญาก็จะทำได้ไม่ถนัดเพราะรับมาเป็นกรณีพิเศษ เหมือนคนก่อกองทรายด้วยมือทั้งสอง แต่สุดท้ายไม่พอใจก็ต้องทำลายด้วยเท้า เสนกะทูลเช่นนี้ให้ดูเป็นผู้รักษาพระเกียรติ แต่พระราชาทรงนิ่ง ในพระทัยมีแต่มโหสถ จบด้วยโปรดติดตามตอนต่อไป
-
1:09:11
มโหสถบัณฑิต ตอนที่ 35: พระเจ้าวิเทหราชตั้งพระทัยรับมโหสด อาจารย์เสนกะทูลทัดทานเรื่องก่อกองทราย
ทศชาติชาดก มโหสถบัณฑิต ตอนที่สามสิบห้า ทวนจากตอนที่แล้วว่าพระเจ้าวิเทหราชทรงทราบว่าปัญหาส่งสระเป็นอุบายของมโหสถ ทรงระลึกถึงบททดสอบที่มโหสถแก้ได้ทุกข้อ ทรงโสมนัสว่าบัณฑิตน้อยได้หัวใจของพระองค์ไปแล้ว ตัดสินพระทัยว่าไม่ว่าอาจารย์เสนกะจะเห็นด้วยหรือไม่จะรับมโหสถเข้าวัง รับสั่งเรียกอาจารย์เสนกะเข้าเฝ้า เสนกะยิ่งกระอักกระอ่วนใจ ทูลว่าคนฉลาดแค่ไหนถ้ายังเป็นเด็กก็ยากจะรู้จักยับยั้ง หากรีบแต่งตั้งเป็นราชบัณฑิต ภายหลังอาจทะนงตนจนทำผิดต้องลงพระราชอาญา เหมือนก่อกองทรายด้วยมือแล้วต้องทำลายด้วยเท้า พระราชาทรงนิ่งฟัง ในพระทัยมีแต่มโหสถ คำทูลแม้มีเหตุผลก็ยับยั้งพระประสงค์ไม่ได้
-
1:12:25
มโหสถบัณฑิต: พระราชาเสด็จไปรับมโหสถที่บ้านปาจีนยวมัชฌคาม เสนกะกับปุโรหิตทั้งสามหมดปัญญา
พระเจ้าวิเทหราชไม่ใส่พระทัยคำทัดทานของเสนกะอีก วันต่อมาตัดสินพระทัยเด็ดขาดจะเสด็จไปรับมโหสถที่บ้านปาจีนยวมัชฌคามด้วยพระองค์เอง รับสั่งราชวัลลภจัดขบวนม้า แล้วเสด็จนำขบวนออกจากพระนครไปโดยไม่รอสิ่งใด ขณะนั้นอาจารย์เสนกะกับปุโรหิตทั้งสาม คือปุกกุสะ กามินทะ และเทวินทะ กำลังปรึกษากันว่าจะประวิงพระราชาไว้ไม่ให้รับมโหสถ โดยไม่รู้ว่าพระราชาเสด็จไปแล้ว เสนกะถามอย่างร้อนรนว่ามีลู่ทางดี ๆ บ้างไหม ทั้งที่รู้ว่าไม่มีใครหลักแหลมกว่าตน ปุโรหิตทุกคนส่ายหน้า ปุกกุสะผู้อาวุโสสูงสุดว่าท่านเป็นที่พึ่งของพวกเรา ถ้าท่านสิ้นปัญญาแล้วพวกเราจะเอาปัญญามาจากไหน เสนกะห่อเหี่ยวใจแต่ยังไม่สิ้นหวัง
-
1:15:57
มโหสถบัณฑิต: คนในวังแจ้งข่าวว่าพระราชาเสด็จไปแล้ว เสนกะตกใจแล้วกลบเกลื่อน และโทษของความริษยา
เสนกะได้ยินเสียงพนักงานในวังที่ชอบพอกันมานานส่งเสียงมาแต่ไกล มาบอกอย่างกระหืดกระหอบว่าพระราชาเสด็จไปบ้านปาจีนยวมัชฌคามแล้ว ปุโรหิตทั้งหมดตื่นตะลึง เสนกะแทบหัวใจวาย พนักงานแปลกใจว่าทำไมตกใจขนาดนั้น เสนกะได้สติจึงกลบเกลื่อนว่าไม่คิดว่าพระองค์จะตัดสินพระทัยเร่งด่วนเช่นนี้ ขอบใจและกำชับให้นำข่าวคืบหน้ามาบอก ผู้บรรยายสรุปว่าความริษยาเมื่อครอบงำใจทำให้ทนไม่ได้เมื่อเห็นผู้อื่นได้ดีกว่า จากคนมีปัญญาสง่าผ่าเผยต้องปิดบังการกระทำที่ไม่ซื่อจนไร้ยศศักดิ์ ยกพุทธพจน์ว่าผู้มีใจริษยามุ่งร้ายในลาภสักการะของผู้อื่น ตายไปย่อมเข้าถึงอบาย เกิดเป็นมนุษย์ย่อมมีศักดาน้อย จึงไม่ควรริษยาใครแม้นิด ส่วนพระราชาที่กำลังเสด็จไปรับมโหสถจะราบรื่นหรือไม่โปรดติดตามตอนต่อไป ท้ายเทปครูไม่ใหญ่บ่นสั้น ๆ ว่าฟังไม่จบสักที
-
1:37:16
มโหสถบัณฑิต ตอนที่ 36: พระเจ้าวิเทหราชเสด็จไปรับมโหสถ แต่กีบเท้าม้าพระที่นั่งแตกจนต้องเสด็จกลับ
ทศชาติชาดกเรื่องมโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่ 36 พระเจ้าวิเทหราชทรงตั้งพระทัยรับมโหสถเข้าราชสำนัก ไม่ฟังคำทัดทานของเสนกะอีก ทรงให้ราชบุรุษเตรียมขบวนม้าแล้วเสด็จมุ่งสู่บ้านปาจีนยวมัชฌคาม ขณะนั้นอาจารย์เสนกะกับสหายปุโรหิตทั้งสามกำลังปรึกษาว่าจะกีดกันมโหสถอย่างไร พนักงานในวังมาแจ้งว่าพระราชาเสด็จไปแล้ว เสนกะตกใจแทบหัวใจวายแล้วกลบเกลื่อนว่าไม่คิดว่าจะทรงรีบเช่นนี้ ฝ่ายพระราชาทรงควบม้ามงคลอัสดรไปได้เพียงทอดเดียว กีบเท้าม้าถลำลงร่องระแหงดินกระแทกก้อนหินจนแตกเลือดออก วิ่งต่อไม่ได้ จึงต้องเสด็จกลับพระนครด้วยความเสียพระทัย
-
1:41:24
มโหสถบัณฑิต: เสนกะทูลว่าม้าบาดเจ็บเป็นลางว่ามโหสถยังไม่คู่ควรตำแหน่งราชบัณฑิต พระราชาทรงนิ่ง
เสนกะกับสหายปุโรหิตรู้ข่าวว่าพระราชาเสด็จกลับก่อนถึงหมู่บ้าน ก็ดีใจที่ประวิงเวลาได้ จึงรีบเข้าเฝ้าทูลถาม เมื่อพระราชาตรัสเล่าอุบัติเหตุ เสนกะนึกกระหยิ่มว่าคราวนี้เป็นทีของเรา ทูลด้วยน้ำเสียงแสดงความจงรักภักดีว่าที่ทัดทานไว้แต่แรกเพราะเหตุนี้ การเสด็จไปโดยไม่รอจึงมีเหตุให้กีบเท้าม้าบาดเจ็บสาหัส แปลว่าการนี้ยังไม่เหมาะ หรือบุคคลนั้นยังไม่คู่ควรแก่ตำแหน่งราชบัณฑิต พระเจ้าวิเทหราชทรงนิ่งเฉย แต่ไม่ได้ทรงเห็นด้วย เพียงยังเสียพระทัยที่พระประสงค์ยังไม่สำเร็จ
-
1:45:43
มโหสถบัณฑิต: เสนกะเลิกคัดค้าน รอใช้เรื่องกีบเท้าม้าแตกเป็นปริศนาเล่นงานมโหสถ โปรดติดตามตอนต่อไป
เสนกะมั่นใจว่าพระราชาคงรับมโหสถเข้าราชสำนักแน่ ใคร่ครวญว่าถ้าขืนคัดค้านต่อไปจะไม่เป็นที่พอพระทัย การอยู่ในราชสำนักจะไม่ปลอดภัย และการแสดงความในใจโจ่งแจ้งไม่ใช่วิธีของผู้ฉลาด จึงปล่อยไปตามสถานการณ์ก่อน รอมโหสถเข้ามาแล้วค่อยหาทางจัดการ และคิดจะใช้เงื่อนเรื่องกีบเท้าม้าพระที่นั่งแตกเป็นปริศนานำร่องให้มโหสถ สองสามวันต่อมาพระเจ้าวิเทหราชเสด็จออกท้องพระโรง ตรัสกับเสนกะก่อนถึงเรื่องจะรับมโหสถเข้าราชสำนักเป็นครั้งที่สอง เสนกะเตรียมอุบายไว้แล้วจึงรีบทูลสนับสนุน แต่จะทูลว่าอย่างไรโปรดติดตามตอนต่อไป
-
1:03:56
มโหสถบัณฑิต ตอนที่ 38: อาจารย์เสนกะทูลให้ส่งทูตไปพร้อมปัญหาเรื่องม้าอัสดร มโหสถวางแผนให้บิดาไปก่อน
เทปทศชาติชาดก เรื่องมโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่สามสิบแปด ต่อจากตอนที่แล้ว อาจารย์เสนกะทูลพระเจ้าวิเทหราชว่าถ้าจะรับมโหสถเข้ามาอยู่ในราชสำนักจริง ก็อย่าเสด็จไปเอง เพียงส่งทูตไปพร้อมตั้งปัญหาทดสอบอีกข้อ คือให้มโหสถส่งม้าอัสดรมาถวาย ถ้าจะส่งม้ามาก็จงมาด้วย หากจะส่งม้าตัวประเสริฐมาก็จงส่งบิดามาด้วย เมื่อทูตไปถึงเรือนของสิริวัฑฒกเศรษฐี ท่านเศรษฐีเข้าใจว่าพระราชาต้องการม้าพันธุ์ดีจึงเตรียมคัดม้า มโหสถห้ามไว้ว่ามีปมปัญหาอยู่ พระราชาเพียงอยากพบลูกกับพ่อ ขอให้บิดาพร้อมอนุเศรษฐีพันคนเดินทางไปเฝ้าก่อน เมื่อลูกไปถึงแล้วพระราชาให้เลือกที่นั่ง ลูกจะชำเลืองดูพ่อ ให้พ่อลุกจากที่นั่งแล้วเรียกลูกมานั่งตรงนั้น ปัญหาวันนี้ก็จะจบ
-
1:07:20
มโหสถบัณฑิต ตอนที่ 38 (ต่อ): สิริวัฑฒกเศรษฐีเข้าเฝ้าพระเจ้าวิเทหราช พระราชาถามหามโหสถ ไฟล์จบกลางเรื่อง
ท่านเศรษฐีรับทำตามทุกประการ จัดเตรียมของถวายให้สมพระเกียรติแล้วออกเดินทางไปก่อน ส่วนมโหสถกับเหล่าสหายเตรียมตามไปทีหลัง เมื่อไปถึงประตูพระราชนิเวศน์ แจ้งนายทวารบาลขอเข้าเฝ้า ได้รับพระบรมราชานุญาตแล้วเข้าไปยังท้องพระโรง พระเจ้าวิเทหราชทรงปฏิสันถารด้วยพระอัธยาศัยอันดีเหมือนมิตรสหายที่พลัดพรากกันไปนาน แล้วตรัสถามว่ามโหสถบุตรชายอยู่ไหน ไม่ได้มาด้วยหรือ ท่านเศรษฐีทูลว่าจะตามมาภายหลัง พระราชาทรงเบิกบานพระทัย ไฟล์จบกลางประโยคตรงนี้ ละครตอนนี้ยังไม่จบ
-
57:46
มโหสถบัณฑิต ตอนที่ 42 พระเจ้าวิเทหราชเลือกระหว่างลากับม้าอัศดร อาจารย์เสนกะจำนน
มินิซีรีส์ทศชาติชาดก มโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่ 42 ทวนจากตอนที่แล้วที่มโหสถทูลถามพระเจ้าวิเทหราชว่าถ้าทรงเห็นว่าบิดาย่อมประเสริฐกว่าบุตร (มีบรรทัด jingle ถอดซ้ำแทรกราวครึ่งนาที) แล้วทูลให้ทรงเลือกระหว่างลากับม้าอัศดร พระเจ้าวิเทหราชทรงเห็นจริงตามนั้น พระพักตร์ที่โศกสลดกลับเปล่งปลั่ง ข้าราชบริพารปรบมือ อาจารย์เสนกะนิ่งอึ้งหน้าซีดเพราะแทนที่จะได้หยามมโหสดกลับต้องยอมจำนน พระราชาหลั่งน้ำจากสุวรรณภิงคารลงในมือสิริวัฒกเศรษฐีบิดาของมโหสถ ประกาศให้ปกครองปาจีนยวมัชฌคามเยี่ยงพระราชา แล้วทรงขอรับมโหสถไว้เป็นราชบุตร
-
1:00:38
สิริวัฒกเศรษฐีถวายมโหสถแก่พระราชาและให้โอวาทลูกน้อย
เศรษฐีบิดาคาดไว้แต่ต้นว่าพระราชาคงขอบุตรไว้ จึงทูลว่ามโหสถยังเด็กนัก กลิ่นน้ำนมยังฟุ้งอยู่ในปาก ขอให้โตก่อนจึงจะถวาย พระราชาตรัสรับรองว่าจะเลี้ยงดูอย่างดี เศรษฐีจึงถวายบังคมแล้วสวมกอดมโหสถ ให้โอวาทว่าเจ้าเป็นดุจแก้วตาดวงใจของพ่อ เป็นที่พึ่งอันสูงสุด ขอให้ปรนนิบัติพระราชาและเอาใจใส่ราชกิจอย่าประมาท มโหสถกราบบิดา ขอให้วางใจ และฝากบอกมารดาว่าแม้ไม่ได้กราบลาก็จะประพฤติตามครรลองบัณฑิต เศรษฐีเบาใจแล้วทูลลากลับปาจีนยวมัชฌคาม
-
1:05:49
มโหสถขอเป็นข้าหลวงฝ่ายนอก และต้องระวังอาจารย์ทั้งสี่ที่มีเสนกะเป็นผู้นำ
พระเจ้าวิเทหราชถามว่ามโหสถจะเป็นข้าหลวงฝ่ายในหรือฝ่ายนอก มโหสถคิดว่าบริวารมีมากถ้าอยู่ในวังจะแออัด จึงขอเป็นข้าหลวงเรือนนอก พระราชาพระราชทานเคหสถานและเครื่องอุปโภคบริโภคให้มโหสถและกุมารบริวารหนึ่งพันคน นับแต่นั้นมโหสถเข้าเฝ้าช่วยราชกิจเป็นประจำ แต่ต้องเผชิญอาจารย์ทั้งสี่ที่มีอาจารย์เสนกะเป็นผู้นำ ซึ่งคอยหาทางเล่นงานอยู่ทุกขณะ จึงต้องระวังตัวไม่ให้พลาดพลั้ง ส่วนพระราชาก็อยากทดลองปรีชาสามารถของมโหสถด้วยพระเนตรของพระองค์เอง
-
1:09:09
ราชบุรุษทูลว่ามีดวงแก้วมณีส่องแสงอยู่ในสระโบกขรณีทิศใต้ แต่ไม่มีใครนำขึ้นมาได้
วันหนึ่งราชบุรุษกราบทูลว่าในสระโบกขรณีทางทิศทักษิณไม่ไกลจากประตูเมือง ปรากฏดวงแก้วมณีส่องแสงเจิดจ้า พระเจ้าวิเทหราชทรงโสมนัสเพราะแก้วมณีเป็นของมงคลหาได้ยาก รับสั่งให้นำมาถวาย แต่แก้วมณีนั้นปรากฏแค่แสงวาววาว ยังไม่มีใครนำขึ้นมาได้ ราชบุรุษอึกอักกราบทูลไม่ถูก แล้วจบตอนว่าโปรดติดตามตอนต่อไป
-
1:06:30
มโหสถบัณฑิต ตอนที่ 43 พระราชาพระราชทานที่อยู่ให้มโหสถ และราชบุรุษทูลว่าเห็นแสงแก้วมณีในสระ
ทศชาติชาดก มโหสถบัณฑิตผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่ 43 ทวนว่าท่านสิริวัฒกเศรษฐีรักและห่วงบุตร เคยทูลขอให้มโหสถโตอีกหน่อย แต่เมื่อพระเจ้าวิเทหราชยืนยันจะชุบเลี้ยง จึงสวมกอดให้โอวาทแล้วกลับปาจีนยวมัชฌคาม พระราชาพระราชทานเคหสถานและเครื่องอุปโภคบริโภคที่ประณีตแก่มโหสถและบริวาร วันหนึ่งราชบุรุษทูลว่าในสระโบกขรณีทางทิศใต้ใกล้ประตูเมืองมีแสงแก้วมณีแวววาว พระราชาโสมนัสอยากทอดพระเนตร แต่ราชบุรุษทูลอย่างอึกอักว่าเห็นเพียงแสง ยังไม่ได้นำขึ้นมา
-
1:09:47
พระราชาหารืออาจารย์เสนกะ ซึ่งรับอาสาวิดน้ำในสระหาแก้วมณีให้ได้ภายในวันเดียว
พระเจ้าวิเทหราชให้ไปเรียกอาจารย์เสนกะมาหารือว่าควรให้คนไปนำแก้วมณีมาหรือไม่ อาจารย์เสนกะทูลว่าเป็นมงคล แก้วมณีคู่ควรกับพระราชาผู้มีบารมี พระราชากังวลว่าเห็นแต่แสง แก้วมณีคงอยู่ลึกถึงก้นสระ อาจารย์เสนกะเห็นโอกาสจะสนองงานให้พอพระทัย จึงรับอาสาว่าไม่ยาก แค่ให้คนช่วยกันวิดน้ำออกแล้วค้นหา คาดว่าภายในวันเดียวจะนำมาถวายได้ พระราชาจึงรับสั่งให้รีบไปโดยเร็ว
-
1:12:40
อาจารย์เสนกะเกณฑ์คนนับร้อยวิดน้ำจนสระแห้ง ลอกโคลนแล้วก็ยังไม่พบแก้วมณี เกรงจะเสียหน้าอีกครั้ง
อาจารย์เสนกะเกณฑ์ทหารและชาวเมืองชายฉกรรจ์นับร้อยไปชุมนุมที่ริมสระ ชี้แจงพระราชโองการแล้วสั่งให้เริ่มวิดน้ำ ใช้เวลาครึ่งค่อนวันจนน้ำแห้งขอด แต่ไม่มีใครเห็นแก้วมณี จึงสั่งให้ลอกโคลนตมขึ้นอีกชั้นก็ยังไม่พบ คนเริ่มบ่นท้อใจและกังขา อาจารย์เสนกะขุ่นเคืองว่าเมื่อครู่ยังเห็นแสงแวววาวอยู่แท้ ๆ สีหน้าผิดหวัง เกรงจะต้องเสียหน้าอีกคราว แต่ยังสั่งให้ค้นต่อราวกับคุ้ยโคลนหาเกล็ดทอง ผู้คนยังทำตามด้วยความเคารพในพระราชา ส่วนผลการค้นหาจะเป็นอย่างไร โปรดติดตามตอนต่อไป