ep131 ผังเวลา 49 ช่วง
ทศชาติชาดก (153) ผลการปฏิบัติธรรม (136) ภุมเทวา (85) สี่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (80) ยุวกัลยาณมิตร (76) มโหสถบัณฑิต (73) แต่งตัวด้วยรอยยิ้ม (64) อนุโมทนาบุญ (57) อุทกภัยภาคเหนือ 2549 (55) ตัวเล็ก ๆ ก็ช่วยได้ (54) พระเจ้าวิเทหราช (44) วันคุ้มครองโลก 2549 (44) อาจารย์เสนกะ (30) คลุมถุงชน (21) บวชตลอดชีวิต (20) ป่วยทั้งครอบครัว (14) มหาเศรษฐีทุกคน (13) บุญสงเคราะห์ญาติ (11) DMC ช่องนี้ช่องเดียว (9) บูชาธรรม (8) รูปสมบัติทรัพย์สมบัติคุณสมบัติ (8) ถุงลมโป่งพอง (6) กรุงมิถิลา (5) คริสตินา (5) ปัญญาบารมี (4) กระดูกคอทับเส้นประสาท (3) โรคกระเพาะ (3) นึกถึงไอศกรีมจนเป็นดวงใส (2) บาดทะยัก (2) พระสุบินกองเพลิงห้ากอง (2) ไวรัสขึ้นสมอง (2) กฎแห่งกรรมหลีกเลี่ยงไม่ได้ (1) ขายผลไม้ตามปั๊ม (1) ขายไอศกรีม (1) ดึงคอ (1) ถามพระได้ (1) ผมร่วงตอนหนุ่ม (1) ผู้ประกาศข่าวธรรมะ (1) พี่น้องสิบสามคน (1) ลูกจ้างตั้งแต่เด็ก (1) ล้างห้องน้ำที่วัด (1) สถานีวิทยุยานเกราะ (1) สังขารไม่เที่ยง (1) หมอแมะ (1) หิ่งห้อย (1) หิ่งห้อยกะพริบพร้อมกัน (1) เลิกเตะน้อง (1) แม่บนให้บวชเณร (1) โรคดีซ่าน (1) ไร่ยาสูบ (1)
ไฟล์เริ่มกลางรายการ ไม่มีช่วงเปิดรายการ คาถา และการบ้าน ประโยคแรกเริ่มที่คำว่า เป็นมนุษย์กันนะจ๊ะ ครูไม่ใหญ่เกริ่นว่าวันนี้มีผลการปฏิบัติธรรมจากหนูน้อยคริสตินาจากประเทศอังกฤษ มีมินิซีรีส์เรื่องมโหสถ ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่สอง และถ้ามีเวลาจะไปต่อที่กรณีศึกษา แต่ก่อนนั้นให้แต่งเนื้อแต่งตัวด้วยรอยยิ้มให้เรียบร้อยก่อน
เพลงชวนให้ยิ้มให้กันทุกวัน ไม่ได้ประกาศชื่อเพลง ถอดท่อนร้องได้ว่า อยากดูสวยแค่ต้องยิ้ม จะยากอะไร พวกเรามายิ้มให้กันได้ไหม ยิ้มให้กันตลอดไป ให้โลกเราได้สดใส จากวันนี้และทุก ๆ วันมีแต่ยิ้ม ชื่อเพลงอนุมานจากท่อนร้องที่ตรงกับเพลงยิ้มกันทุกวันอย่าเก็บไว้ที่คลังมีอยู่
เพลง Do You Love Me? บอก ถอดได้ท่อน Do you love me บ่า ไอเลิฟยูหลายเด้อ และท่อนต้อนรับสู่เมืองไทย ส่วนท่อนอื่น Whisper ถอดเพี้ยนเป็นภาษาปน ๆ ต่อจากเพลงเป็นบรรทัดที่ถอดไม่ได้และบรรทัด jingle ช่วงพัก
ถอดเสียงเริ่มกลางคำอธิษฐานที่ให้ว่าตามกัน ขอให้มีรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ และคุณสมบัติเป็นอุปกรณ์ในการสร้างบารมีให้ได้มาก ๆ พร้อมด้วยจิตใจที่สูงส่งมีมโนปณิธานแน่วแน่ มาเกิดเพื่อสร้างบารมีตั้งแต่วันแรกเกิดไปทุกวันไม่ขาดแม้วันเดียวจนหมดอายุขัย ครูไม่ใหญ่บอกว่านี่คือสิ่งที่ชวนกัน เป็นเรื่องดีเท่านั้น
ครูไม่ใหญ่เล่าว่าว่าตามกันมาหลายวันแล้ว เด็กตัวเล็ก ๆ ก็ว่าตามมาตลอด จนไม่ทราบว่าน้ำเลิกท่วมแล้วหรือยัง ถึงน้ำจะแห้งอย่างไรก็ตาม แต่เราจะไม่แล้งน้ำใจ และต้องเตรียมงานใหญ่ทีเดียว แล้วเข้าเพลงเรื่องเด็กตัวเล็ก ๆ ก็ช่วยได้ ช่วงท้ายถอดเสียงเพี้ยนปนภาษาอังกฤษ
เพลงชวนเด็กตัวเล็ก ๆ ช่วยดูแลโลก ท่อนร้องว่า สิ่งแวดล้อมที่ดีขอให้เริ่มที่เรา น้ำใจเราเพื่อสิ่งแวดล้อม โลกนี้เป็นของเรา ทุกคนดูแลโลกที่รักของเรา ตัวเล็ก ๆ อย่างเราก็ช่วยได้ เริ่มจากสิ่งใกล้ตัว ร้องซ้ำสองรอบ แล้วตามด้วยบรรทัด jingle ช่วงพัก
ครูไม่ใหญ่บอกว่าน้ำไม่ท่วมแต่น้ำใจท่วมท้น แล้วอ่านจดหมายหนูน้อยตัวเล็ก ๆ ชื่อเล่นน้องพริม อายุหกขวบ (ชื่อจริงยาวจนครูไม่ใหญ่แซว สะกดจากเสียงยังไม่ยืนยัน) ไปชวนพ่อแม่เข้าวัดตอนสี่ขวบ ได้ยินหลวงพ่อบอกว่าภาคเหนือเกิดน้ำท่วม มีคนเดือดร้อนมาก จึงขอร่วมบุญหนึ่งพันบาท ท้ายจดหมายเขียนว่าฉันจะเป็นแสงสว่างให้กับเธอ ครูไม่ใหญ่ชมว่าลายมือสวย วาดรูปสวย เขียนเต็มบรรทัดคุ้มพื้นที่ หน้าตาน่ารักมีบุญลักษณะ ทั้งเก่ง ทั้งดี ทั้งฉลาด
จดหมายเด็กชายชื่อเล่นจั๊กกะจี้ ครูไม่ใหญ่แซวว่าชื่อดีใครตั้ง เรียนอยู่ชั้น ม.3 โรงเรียนในจังหวัดนนทบุรี (ชื่อคนและชื่อโรงเรียนถอดเสียงเพี้ยน ยังไม่ยืนยันการสะกด) เนื้อความตอนกลางที่เล่าว่าดูข่าวทางทีวีแล้วรู้สึกสงสาร ถอดเสียงเพี้ยนเป็นภาษาปนจนอ่านไม่ได้ จดหมายร่วมบุญพันบาท ครูไม่ใหญ่ชมว่าลายมือสวยมาก อนาคตอย่างน้อยนายก อบต. ขึ้นไป เขียนได้ตรงแม้ไม่มีบรรทัด และคำว่าครับเขียนแน่นแปลว่ารักแน่นเลย ไม่มีรูปหน้าตาให้ดู ให้จินตนาการเอาเอง
จดหมายเด็กชายอีกคน ชื่อจริงคล้ายชื่อนักร้องจนครูไม่ใหญ่แซวว่าคนละวง ชื่อเล่นน้องสี่ ครูไม่ใหญ่แซวว่าเลขสองดังไปทั่วโลกแล้ว สี่ก็อยากดังบ้าง อายุเก้าขวบ เรียนชั้น ป.3 โรงเรียนวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม (ชื่อโรงเรียนถอดเสียงเพี้ยน ยังไม่ยืนยัน) ดูข่าวน้ำท่วมภาคเหนือแล้วเศร้าใจมาก สงสารเด็ก ๆ ที่พ่อแม่เสียชีวิต จึงขอร่วมบุญช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคเหนือ 300 บาท ต่อจากนั้นครูไม่ใหญ่ดูรูปที่แนบมา แซวเรื่องสองคูณสอง และสงสัยว่ารูปถ่ายคู่เป็นน้องพริมคนเดียวกับจดหมายก่อนหน้าหรือไม่ (ช่วงนี้มีบรรทัดถอดเสียงซ้ำและเพี้ยนปนอยู่มาก)
ครูไม่ใหญ่บอกว่าชื่นใจที่เห็นเด็ก ๆ มีวิญญาณของนักสร้างบารมีตั้งแต่ยังเยาว์วัย เด็กในโลกมีเป็นพันล้านคน แต่ที่คิดสร้างบารมีตั้งแต่เล็กมีไม่กี่คน น่าชื่นชมอนุโมทนา แล้วบอกว่าเดี๋ยวจะไปพบหนูน้อยคริสตินาซึ่งปฏิบัติได้ดี ก่อนนั้นเปิดเพลงนั่งเครียดไปทำไม
เพลงนั่งเครียดไปทำไมฉบับภาษาอังกฤษ สอนว่าไม่ต้องนั่งเครียด ให้นั่งสบาย ๆ ง่วงก็หลับไป ฟุ้งก็ลืมตา อย่าบังคับอย่าเพ่งจ้อง ทำตามคำแนะนำเท่านั้น นั่ง นอน หรือเดินก็อยู่ที่ศูนย์กลางกาย แล้วจะสำเร็จ ท่อน Be still, be still, still your mind ครูไม่ใหญ่บอกหลังเพลงว่าเปิดภาษาอังกฤษให้ฟังก่อน
เพลงนั่งเครียดไปทำไมฉบับภาษาไทย ท่อนร้องว่า นั่งเครียดไปทำไม ก็เคยบอกไว้ให้นั่งใจสบาย บอกให้นั่งเฉย ๆ ส่วนที่เหลือ Whisper ถอดเป็นบรรทัดซ้ำและบรรทัด jingle ช่วงพักจนอ่านเนื้อไม่ได้
ครูไม่ใหญ่ให้ทบทวนว่านั่งเครียดหรือเปล่า บอกไปสองรอบแล้ว แล้วเข้าผลการปฏิบัติธรรมของเด็กหญิงคริสตินา ชื่อเล่นทีนา อายุ 15 ปี เรียนชั้น ม.3 ที่เมือง Southport ประเทศอังกฤษ (นามสกุลถอดได้ไม่ชัด) แม่เป็นคนไทย พ่อเป็นชาวอังกฤษ มีน้องชายแสนซนสองคนคือแซม 13 ขวบ กับวิลเลียม 8 ขวบ ก่อนเข้าวัดที่แมนเชสเตอร์เป็นเด็กชอบว่าน้องและชอบเตะน้องมาก ใจร้อน ไม่ฟังใคร ปี 2547 ได้มาวัด พระอาจารย์สอนนั่งสมาธิ จึงนึกถึงสิ่งที่ชอบคือไอศกรีมกลม ๆ หลายสีหลายรส สีค่อย ๆ หายไป ไอศกรีมเปลี่ยนเป็นดวงกลมใสลงมาอยู่กลางท้อง มีความสุขตลอดเวลา
หลังนั่งสมาธิคริสตินาเปลี่ยนไปมาก เรียบร้อยขึ้น ใจนิ่งคิดอะไรก็ออก จำแม่น เรียนเก่งขึ้น ใช้ได้สี่ภาษาคืออังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน และไทย ครูไม่ใหญ่แทรกว่าภาษาเป็นสื่อของใจ ได้ใบประกาศเรียนดีตลอด โรงเรียนเอาผลการเรียนไปประกวดกับโรงเรียนอื่นและยกเป็นตัวอย่าง ตอนนี้ช่วยแม่ล้างจาน ดูดฝุ่น อ่านหนังสือให้น้องฟัง เลิกเตะน้องแล้ว เวลาน้องดื้อก็ให้ขนม ให้ดู DMC ร้องเพลงให้ฟัง หรือให้น้องนั่งสมาธิแทนการโดนเตะ ก่อนนอนพาน้องสวดมนต์และกราบคุณแม่ ครอบครัวไม่ทะเลาะกัน เข้าใจและรักกันมากขึ้น
ช่วงคั่นระหว่างผลการปฏิบัติธรรม ต้นช่วงเป็นบรรทัดถอดเสียงเพี้ยนอ่านไม่ได้ แล้วเป็นเพลงภาษาอังกฤษท่อน Be still, be as happy as can be ร้องซ้ำ ชวนให้ใจนิ่งแล้วมีความสุข ไม่ได้ประกาศชื่อเพลง
วันหยุดเสาร์อาทิตย์คริสตินาชอบไปนอนค้างที่วัดเพราะสงบ สะอาด ชอบช่วยล้างห้องน้ำ ดูดฝุ่นที่วัดเพราะอยากได้บุญเยอะ ๆ เมื่อก่อนทะเลาะกับน้องชายเรื่องแย่งดูทีวี ตัวเองอยากดูช่องเพลง น้องอยากดูช่องการ์ตูน คุณแม่เป็นกรรมการตัดสิน (ตรงนี้ถอดเสียงเพี้ยนและแทรกสปอต DMC ช่องนี้ช่องเดียว) ครูไม่ใหญ่สรุปว่าแม่ให้ไปดูช่องที่สนองความต้องการได้ดี มีทั้งเพลงและการ์ตูนคือช่อง DMC เลยเลิกทะเลาะกัน
คริสตินาเล่าว่าเห็นหลวงพ่อครั้งแรกรู้สึกอบอุ่นจนบอกไม่ถูก แล้วบรรยายว่าหลวงพ่อหน้าตาดี ดูหนุ่ม สุขภาพดี น้ำเสียงสตรองแข็งแรงแต่นุ่มมาก ครูไม่ใหญ่แซวว่าถ้าอ่านต่อจะพูดทั้งคืน หลวงพ่อมีเทคนิคการสอนที่สนุกและได้สาระ เมื่อ 22 เมษายน 2549 มาที่วัดพระธรรมกาย เห็นเจดีย์สวยมาก ไม่เคยเห็นแบบนี้มาก่อน ชอบการจัดดอกไม้ สวน และน้ำตก ขอบคุณหลวงพ่อที่สอนคนให้เป็นคนดี อยากมาถวายภัตตาหารและช่วยล้างห้องน้ำที่วัด อยากเป็นผู้ประกาศข่าวธรรมะเพราะชอบพูดชอบเล่าข่าววัด อยากเป็นพิธีกรและดารา อยากเรียนนิติศาสตร์เป็นทนาย และโตขึ้นไม่อยากแต่งงาน
เพลงประเทศของฉัน ถอดท่อนร้องได้ว่า ผู้คนที่มีมิตรไมตรี มีรอยยิ้มละมัย ดั่งเอาสวรรค์มาไว้บนผืนแผ่นดิน แผ่นดินถิ่นเกิดของฉันไม่ธรรมดา ท่อนภาษาอังกฤษ Get happy with my love และท่อน ฉันมีความสุขมากมาย พร้อมจะมอบความรักและหวังดีให้ทุกคน บางท่อนถอดเสียงเพี้ยน
ต้นช่วงเป็นเสียงพูดคุยที่ถอดเพี้ยน แล้วเป็นคลิปที่เด็กหญิงคริสตินาพูดเอง อายุ 15 ปี เรียนชั้น ม.3 ที่ Stanley High School เมือง Southport ประเทศอังกฤษ (ชื่อโรงเรียนถอดจากเสียง ยังไม่ยืนยัน) มีความสามารถพิเศษด้านคอมพิวเตอร์ เก่งจนครูให้ทำเว็บไซต์ของโรงเรียน เก่งศิลปะและการแสดง ทั้งเล่นเป็นคนดี คนร้าย คนบ้า สัตว์ เต้น ร้องเพลง เล่นเปียโน ตอนแรกคุณแม่พาเข้าวัด พระอาจารย์สอนให้นึกพระจันทร์กลม ๆ ขาว ๆ แต่บอกว่านึกอะไรก็ได้ จึงนึกไอศกรีมกลม ๆ หลายสี เห็นเล็ก ๆ ไกล ๆ ทีละนิด ต่อมาคุณแม่บวชเป็นอุบาสิกาแก้ว ใจนิ่งขึ้น รักษาศีลแปด นั่งจนเห็นลูกแก้วกลม ๆ สีขาว มองไปมองมาก็ลงมาอยู่กลางท้อง มีความสุขตลอดเวลา เรียนเก่งขึ้น จำแม่น ใจเย็นขึ้น (ช่วงท้ายมีบรรทัด jingle และบรรทัดเพี้ยนคั่น) ปิดท้ายว่ารักหลวงพ่อมาก
สปอตสั้นชวนให้ปฏิบัติธรรมจนเข้าถึงพระภายใน ถอดได้เพียงว่า ใคร ๆ เขาถึงกราบภายในกันแล้ว แล้วคุณล่ะ
ท่องบทประจำวันซ้ำหลายรอบ สิ่งที่ต้องสั่งสมคือบุญกุศล สิ่งที่ต้องแสวงหาคือพระรัตนตรัยภายใน เป้าหมายชีวิตคือที่สุดแห่งธรรม ที่พักระหว่างทางคือดุสิตบุรี วงบุญพิเศษ เขตบรมโพธิสัตว์
ช่วงอนุโมทนารายนามที่ถอดเสียงเพี้ยนและมีบรรทัด jingle คั่นมาก จับได้ว่ามีผู้ร่วมบุญถวายไทยธรรมวัดในจังหวัดชายแดนภาคใต้ วัดละหนึ่งร้อยสิบสองบาท ครูไม่ใหญ่บอกว่าเริ่มกันใหม่อีกแล้ว ต้องไปดูแลพุทธบุตรที่ชายแดนภาคใต้ มีรายนามผู้ร่วมบุญช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคเหนือ และลำดับผู้บูชาธรรมที่ 225 226 ซึ่งมีทั้งพระอาจารย์และสาธุชนจากศูนย์โตเกียว ญี่ปุ่น ชมรมต่าง ๆ และศูนย์ในสหรัฐอเมริกา (รายนามถอดเสียงไม่ชัด) ท้ายช่วงครูไม่ใหญ่ย้ำว่าเราเกิดมาสร้างบารมี ต้องเป็นมหาเศรษฐีกันทุกคน
มินิซีรีส์ทศชาติชาดก เรื่องมโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่สอง ทบทวนตอนที่แล้วว่าการแสวงหาปัญญาสำคัญยิ่ง มีผลต่อชีวิตนี้และชาติหน้า จึงควรหาอาจารย์ที่มีคุณธรรมให้พบ ฟังคำสอน ไตร่ตรอง แล้วฝึกฝนให้ได้อย่างท่าน การเพิ่มพูนปัญญาบารมีเปรียบเหมือนภิกษุออกบิณฑบาตไม่เลือกชนชั้น พระโพธิสัตว์ก็ไปถามผู้รู้ไม่เลือกเช่นกัน แล้วเข้าเรื่อง ภิกษุสนทนาสรรเสริญพระปัญญาของพระพุทธองค์ในธรรมสภาที่พระเชตวันมหาวิหาร พระพุทธองค์เสด็จมาตรัสว่ามิใช่แต่ในชาตินี้ แม้ในอดีตขณะบำเพ็ญบารมีก็มีปัญญามาก ภิกษุจึงทูลอาราธนาให้ตรัสเล่า
บรรยายแผ่นดินอุดมสมบูรณ์อันเป็นที่ตั้งแคว้นวิเทหะ ราชธานีชื่อกรุงมิถิลา มหานครคับคั่งด้วยผู้คนค้าขาย ปราสาทราชฐานงดงามดั่งทิพยวิมาน พระราชาทรงพระนามว่าพระเจ้าวิเทหราช โปรดให้แต่งตั้งปุโรหิตาจารย์ที่ปรึกษาราชการแผ่นดินในฐานะราชบัณฑิตประจำราชสำนักสี่ท่าน ตามลำดับอาวุโสคืออาจารย์เสนกะ อาจารย์ปุกกุสะ อาจารย์กามินทะ และอาจารย์เทวินทะ บ้านเมืองสงบร่มเย็นรุ่งเรือง แต่พระองค์ยังใฝ่หานักปราชญ์ผู้มีปัญญามาช่วยทำนุบำรุงแว่นแคว้นอยู่เสมอ
ราตรีหนึ่งใกล้รุ่ง พระเจ้าวิเทหราชทรงพระสุบินว่าที่มุมพระลานทั้งสี่ทิศมีกองเพลิงสี่กองลุกโชติช่วงสูงเทียมกำแพงเมือง แล้วมีกองเพลิงกองที่ห้าผุดขึ้นกลาง แรกเป็นจุดเล็กเท่าหิ่งห้อย แต่ไม่ช้าก็พุ่งสว่างกลบกองเพลิงทั้งสี่ แสงเจิดจ้าทั่วจักรวาลถึงพรหมโลก แต่เป็นแสงเย็นฉ่ำนวลตาดั่งแสงจันทร์ เทวดาและมนุษย์มาแวดล้อมนำดอกไม้ของหอมมาสักการะ พระราชาสะดุ้งตื่น พระพักตร์ชุ่มเหงื่อ ทรงกังวลว่าเป็นนิมิตร้ายต่อแว่นแคว้นหรือราชบัลลังก์
รุ่งเช้าปุโรหิตาจารย์ทั้งสี่นำโดยอาจารย์เสนกะเข้าเฝ้า อาจารย์เสนกะเห็นพระพักตร์หมองหม่นจึงทูลถามว่าทรงบรรทมเป็นสุขดีหรือ พระราชาตรัสว่าจะหลับเป็นสุขได้อย่างไร แล้วเล่าพระสุบินให้ช่วยทำนาย อาจารย์เสนกะพิจารณาดวงชะตาของพระองค์และดวงเมืองแล้วทูลว่าเป็นมหามงคล ไม่มีภัยใดแก่พระองค์และราชอาณาจักร พระราชาทรงให้ตรวจดูอีกครั้งให้ถี่ถ้วน โดยมีปุโรหิตาจารย์อีกสามคนคอยเชียร์อยู่ข้าง ๆ แล้วจบตอนว่าอาจารย์เสนกะจะกราบทูลอย่างไร โปรดติดตามตอนต่อไป
ครูไม่ใหญ่แทรกหลังเทปว่าทุกยุคต้องมีผู้ที่รวบรวมข้อมูลมาคาดการณ์เพื่อคลายกังวล แล้วเล่าว่าถ้าเราฝันเห็นไฟลุกสี่ทิศก็ต้องนึกว่ามีเรื่องร้อนมาแน่ แต่กองที่ห้าตรงกลางเริ่มจากแสงเท่าหิ่งห้อย แล้วเล่าว่าเคยส่งทีมงานไปดูหิ่งห้อยนับสิบล้านตัวตามคลอง ได้ความรู้ว่าหิ่งห้อยน้ำกร่อยกะพริบพร้อมกันเหมือนมีความสามัคคี ใช้คำภาษาฝรั่งเศสเรียกว่าเอสปรีเดอกอร์ ส่วนหิ่งห้อยน้ำจืดต่างตัวต่างกะพริบ หิ่งห้อยชอบเกาะต้นลำพูเพราะใบอร่อย (บางประโยคถอดเสียงเพี้ยน)
ครูไม่ใหญ่บอกว่าเข้าสู่ช่วงกรณีศึกษา ชวนช่วยกันเลือกชื่อเรื่อง เพราะทั้งเรื่องมีแต่เรื่องป่วย ตัวเลือกคือ ป่วยระดับโลก (ถอดเสียงไม่ชัด) ป่วยเป็นอาชีพ ป่วย Professional ป่วย ป่วย แล้วก็ป่วย และป่วย ป่วย ป่วย ป่วย เสียงในห้องส่งตอบกันหลายชื่อ สรุปว่าเอาทุกชื่อเลย แล้วเปิดเพลงยิ้มแล้วรวย
เพลงยิ้มแล้วรวยคั่นก่อนเข้ากรณีศึกษา ส่วนใหญ่ถอดเสียงเป็นบรรทัด jingle ซ้ำ ๆ จับท่อนร้องได้เพียงว่า ใครยิ้มขอให้รวย
เปิดจดหมายกรณีศึกษา ผู้เขียนเป็นชาย เล่าว่าฟังรายการธรรมะทางสถานีวิทยุยานเกราะ AM 540 (ต้นประโยคถอดเสียงเพี้ยน) มีพี่น้องร่วมท้องสิบสามคน ผู้เขียนเป็นคนที่เก้า โยมแม่เป็นคนจังหวัดราชบุรี อายุได้ 15 ปี โยมยายพามาฝากเป็นลูกจ้างของเพื่อนที่ตลาดท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี เพราะยายมีลูกมากและยากจน จึงส่งลูก ๆ ไปเป็นลูกจ้างตามจังหวัดต่าง ๆ โยมแม่ขยัน ซัก ถู ปัด กวาด เช็ด ทำได้ทุกอย่าง นายจ้างรักเหมือนลูก ครูไม่ใหญ่แซวว่าแม่แจ๋วจริง ๆ
เพลงคั่นเรื่องแม่บ้านแจ๋วที่ทำงานบ้านเก่ง เสื้อผ้ากองโตก็ซักได้ ล้างจานทีละสิบ รับประกันไม่เกี่ยงงาน ไม่ต้องรีรอรีบติดต่อแจ๋ว ต่อด้วยบรรทัด jingle ช่วงพัก
พ่อแม่แต่งงานกันแล้วไปทำไร่ยาสูบในกงสีของลุงคนหนึ่ง (ชื่อถอดเสียงไม่ชัด) ผลผลิตตกเป็นของลุงทั้งหมด แบ่งเงินให้ครอบครัวผู้เขียนเพียงบางส่วน ครูไม่ใหญ่บอกว่าเรื่องนี้มีเหตุทั้งสิ้น ไม่ใช่พรหมลิขิตแต่เป็นการออกแบบชีวิตของตนเองมา ทำได้ไม่กี่ปีก็ย้ายไปเช่าที่ทำไร่ผักสวนครัว พ่อห่วงว่าลูกสามคนจะไม่ได้เรียนหนังสือเพราะอยู่ห่างชุมชน จึงย้ายเข้าเขตตลาด เร่ขายเสื้อผ้า แล้วสังเกตเห็นว่าในตลาดยังไม่มีใครขายไอศกรีมตัดและไอศกรีมหวานเย็น จึงยึดอาชีพขายไอศกรีมมากว่า 20 ปี ครูไม่ใหญ่แซวว่าอยู่ใกล้ของเย็นทำให้เย็นอกเย็นใจ
เพลงคั่นต่อจากเรื่องครอบครัวขายไอศกรีม ไม่ได้ประกาศชื่อเพลง ถอดท่อนร้องได้ว่า รสไอติมอร่อย หอมหวานเย็น เย็นชื่นใจ รักเป็นเช่นไอติม เมื่อไม่รักตาก็จะลอย สุขไม่น้อยยามเริ่มรักใคร บางท่อนถอดเสียงเพี้ยน
ครอบครัวยึดอาชีพขายไอศกรีม โยมพ่อเสียชีวิตเมื่ออายุ 87 ปีด้วยโรคถุงลมโป่งพองและโรคหัวใจ พี่คนที่สองนิสัยซื่อ ๆ เรียนจบ ป.4 เป็นช่างไม้ทำตู้โต๊ะเตียง แรก ๆ เป็นลูกจ้าง ต่อมารับเหมาเอง พอมีฐานะก็เริ่มป่วยเป็นไวรัสขึ้นสมอง รักษาอยู่หนึ่งปีแล้วเสียชีวิตเมื่ออายุ 55 ปี ครูไม่ใหญ่แซวว่าเดี๋ยวพ่อป่วย เดี๋ยวพี่ป่วยอีก พี่คนที่ห้า เมื่ออายุสามขวบกว่าเกิดแผลที่เท้า พ่อพาไปล้างแผลที่สุขศาลาหนึ่งวันแล้วล้างให้เองเกือบสองอาทิตย์ แผลใกล้หายก็ไม่สบายกะทันหันและเสียชีวิตที่บ้าน พี่สาวบอกว่าแผลเป็นบาดทะยัก ครูไม่ใหญ่นับว่าป่วยไปสามคนแล้ว
ครูไม่ใหญ่ถามว่าน้องสาวคนที่ 11 จะป่วยอีกหรือเปล่า แล้วบอกว่าไม่ใช่ น้องสาวอายุน้อยกว่าผู้เขียนสองปี นิสัยเรียบร้อยเงียบขรึม เรียนจบรัฐศาสตร์ แต่มีอาชีพขายผลไม้ตามปั๊มน้ำมัน สามีขายข้าวแกงอยู่อีกปั๊มหนึ่ง แบ่งกันคนละปั๊ม ปัจจุบันทั้งสองยังไม่มีบ้านของตัวเอง แม้อุปสรรคจะมีมากเท่าไรก็ยังส่งใจส่งยิ้มให้กันด้วยความไม่หวั่นไหว เพราะการส่งยิ้มคือยาใจคนจน แล้วเข้าเพลง
เพลงคั่นในกรณีศึกษา ไม่ได้ประกาศชื่อเพลง ถอดท่อนร้องได้ว่า เป็นแฟนคนจนต้องทนหน่อยน้อง พี่นี้ไม่มีเงินทอง ต้องทำงานหนัก ถ้าไม่มีใจรักใครหนอจะร่วมทางได้ เมื่อเจอปัญหาอย่าตัดสายสัมพันธ์ อยู่เป็นแรงใจเติมไฟให้กันและกัน ยืนเคียงคอยยิ้มให้เป็นยาชูใจคนจน ท้ายเพลงครูไม่ใหญ่แซวว่าหวานกันอย่างนี้
ผู้เขียนเล่าว่าวัยเด็กเป็นเด็กบ้านนอก ชอบเที่ยวยิงนก ตกปลา ตีงูกับเพื่อน แต่ทำกรรมปาณาติบาตไม่ขึ้น ยิงนกไม่แม่น นกตายเพราะบินมาชนเอง ตกปลาไม่ค่อยได้เพราะลืมใส่เหยื่อ เรียนเก่งอยู่ห้องคิงทั้งประถมและมัธยม แต่มักป่วยเป็นโรคต่าง ๆ บ่อย ๆ จนโยมแม่บนบานกับพระพุทธรูปในบ้านว่าถ้าลูกชายหายจากโรคดีซ่านจะให้บวชเป็นสามเณร ครูไม่ใหญ่แซวคำว่าดีซ่าน แล้วอธิบายว่าการบวชไม่ใช่เพื่อแก้บน แต่เพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง ผู้เขียนหายป่วยแล้วบวชเณร ชอบชีวิตนักบวชมาก แต่ในที่สุดก็ลาสิกขา
ครูไม่ใหญ่แทรกว่าโลกสอนแต่วิชาที่ติดอยู่ในโลก ผู้เขียนเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้วทำงานบ้าง ไม่ได้ทำบ้างเพราะเขาไม่จ้าง ช่วงว่างงานเกิดความรู้สึกเบื่อชีวิตครองเรือนอยากบวชพระ เหตุผลข้อหนึ่ง งานที่อยากทำไม่ได้ทำ ครูไม่ใหญ่แซวว่าอยากเป็นนายกไม่ได้ทำเลยบวชดีกว่า ข้อสอง ตอนอายุ 23 ปีกำลังหนุ่มผมร่วงเร็วมาก ทั้งที่ตอนเด็กผมดกขนาดหนึ่งรูขุมขนมีสามสี่เส้น จึงเกิดปัญญาว่าสังขารไม่เที่ยง รีบออกบวชดีกว่า ข้อสาม เห็นความไม่จริงใจของเพื่อนรอบข้าง ต่างคนต่างใส่หน้ากากเข้าหากัน หลอกกันไปหลอกกันมา
เพลงคั่นเรื่องคนที่ใส่หน้ากากหลอกกัน ถอดท่อนร้องได้ว่า หน้าตาก็ดูซื่อ ๆ หลอกกันไปหลอกกันมา คนเรานั้นดูกันลำบาก พวกใส่หน้ากากมากมายนักหนา ใจเสือแต่หน้าเป็นหมู ไม่มีทางรู้ถ้าดูด้วยตา ต่อด้วยบรรทัด jingle ช่วงพัก
ผู้เขียนซึ่งบวชเป็นพระแล้วเล่าว่าประสบอุบัติเหตุกระดูกคอสามครั้งใหญ่ ครั้งแรกออกกำลังกายแบบโยคะท่านอนหงายยกเท้าพิงผนังจนเท้าชี้ฟ้า คอทำมุมฉากกับลำตัว ขยับส้นเท้าสูงขึ้นแล้วรู้สึกเส้นเอ็นคอบิด ครูไม่ใหญ่เตือนว่าใครจะฝึกต้องศึกษาให้ดี (ช่วงนี้ถอดเสียงเพี้ยนปนภาษาอังกฤษหลายบรรทัด) หมอให้ดึงคอวันละสิบนาทีเป็นคอร์สละสิบวันถึงสามคอร์ส คอร์สที่สามได้เจ้าหน้าที่คนใหม่ ใกล้เวลาฉันเพลจึงให้ดึงในท่านอนและใช้ชุดน้ำหนักสำหรับยืดกระดูกสันหลังมายืดคอแทน ดึงได้ห้านาทีก็ร้อนชาแผ่นหลังมาก เจ้าหน้าที่คนเก่ามาเห็นรีบลดน้ำหนักออก ต้องฉันยาต่ออีกหลายเดือนจนได้โรคกระเพาะเพิ่มอีกโรค ครูไม่ใหญ่สอนว่ากรรมเก่ามีมากพอแล้ว อย่าทำกรรมใหม่ที่เป็นบาป ให้ทำความดี
เพลงคั่นในกรณีศึกษา ไม่ได้ประกาศชื่อเพลง ถอดท่อนร้องได้ว่า ความดีตกน้ำไม่ไหล ความดีตกไฟไม่ไหม้ ความดีให้สุขทางใจ ความดีมีพลังยิ่งใหญ่ ทุกคนต้องการความดี สร้างทุนสู้ทนแก้ไข ตั้งใจทำดีต่อไป ความดีลิขิตยาวไกล ความดีให้ได้ทั้งความสุข
หมอบอกว่าคอหายแล้วแต่ไม่แข็งแรงเหมือนเดิม คอแข็งเกร็ง จะหันต้องหันทั้งตัว เดินทางด้วยรถยนต์ต้องใส่เฝือกอ่อนรอบคอ รักษาที่โรงพยาบาลสามแห่งจนดีขึ้นบ้าง ครั้งที่สองปี 2541 นั่งรถยนต์แล้วเผลอหลับโดยลืมใส่เฝือก รู้สึกปวดที่ต้นคอ ไปตรวจพบว่ากระดูกคอทับเส้นประสาทอีก รักษาด้วยการดึงคอและฉันยาหกเดือนจนมีโรคแทรกซ้อน จึงหันไปรักษากับหมอแมะที่ใช้สมุนไพรและจับชีพจรที่มือ ครั้งที่สามปลายปี 2548 นั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างกลับวัด รถวิ่งผ่านรางรถไฟสะเทือนจนรู้สึกกระดูกคอดังกึ๊ก กลับถึงวัดก็เป็นไข้อ่อนเพลีย ไปหาหมอแมะและฉันยาสมุนไพรมาจนปัจจุบัน ครูไม่ใหญ่ชวนอนุโมทนาขอให้ท่านหายโรค
ช่วงคั่นก่อนชุดคำถาม ต้นช่วงถอดเสียงเป็นคำว่าโอ้ยซ้ำยาว ๆ แล้วมีท่อนร้องว่า ทุกวันคอยพบให้เจอแต่คนดี ๆ ไม่มีร้อนใจ ไม่ได้ประกาศชื่อเพลง
ครูไม่ใหญ่ทักพุทธบุตรทั่วโลก แล้วอ่านชุดคำถาม วิบากกรรมอะไรทำให้พ่อแม่แต่งงานแบบคลุมถุงชนและต้องทำงานในกงสีของลุงโดยได้เงินเพียงบางส่วน พ่อเสียชีวิตแล้วไปภพภูมิใด มีอะไรฝากบอกลูก ๆ พ่อตายเมื่ออายุ 87 ปี แม่ปัจจุบันอายุ 84 ปี ทั้งสองทำกรรมใดไว้จึงอายุยืน แม่ปวดท้องประจำหมอบอกเป็นโรคกระเพาะจริงหรือไม่และแก้ไขอย่างไร วิบากกรรมใดทำให้พี่สาวคนที่สามได้ดูแลพ่อแม่ตลอดมาและบุญนี้จะส่งผลอย่างไร พี่คนที่สองเป็นไวรัสขึ้นสมองเพราะกรรมใดและไปอยู่ภพภูมิไหน
ครูไม่ใหญ่แทรกระหว่างคำถามว่าทุกอย่างมีวิบากกรรม การยกยอดให้เป็นความประสงค์ของพระเจ้าหรือเทพเจ้าองค์ใด หรือเป็นบททดสอบนั้นไม่ควร ไม่เมกเซนส์ แล้วอ่านคำถามต่อ พี่คนที่ห้าเป็นบาดทะยักตายตั้งแต่สามขวบกว่าเพราะกรรมใดและอยู่ภพไหน น้องสาวคนที่ 11 เรียนจบปริญญาตรีแต่ยากจน ทำอาชีพอื่นก็ขาดทุน ต้องขายผลไม้ตามปั๊ม ไม่มีบ้าน จะแก้ไขอย่างไร ครูไม่ใหญ่บอกว่าถ้าตอบว่าเป็นบททดสอบก็จบ แต่ที่ถามมาเพราะยังค้างคาใจ ทุกคนตกอยู่ใต้กฎสากล กฎหมายยังหลีกเลี่ยงได้บางครั้ง แต่กฎแห่งกรรมหลีกเลี่ยงไม่ได้ อยู่ในน้ำ บนบก ในภพภูมิไหนก็เจอ อย่าบอกว่าห้ามถามถามแล้วบาป ให้ถามผู้รู้หรือศึกษาด้วยตัวเองซึ่งดีที่สุด และไม่ควรรังเกียจที่จะถามพระ
คำถามเรื่องตัวผู้เขียน ทำกรรมใดจึงเรียนเก่งและได้เรียนสูงกว่าพี่น้องจนจบมหาวิทยาลัย หายจากโรคดีซ่านเพราะแม่บนไว้กับพระพุทธรูปว่าจะให้บวชเณรใช่หรือไม่ วิบากกรรมใดทำให้บวชได้นาน และต้องระวังเรื่องใดมากที่สุดจึงจะบวชได้ตลอดชีวิต ด้วยกรรมใดจึงประสบอุบัติเหตุที่กระดูกคอสามครั้ง เป็นกรรมเดียวกันหรือไม่ จะแก้ไขอย่างไร และยังมีโอกาสหายไหม พระรุ่นพี่และรุ่นน้องที่เป็นเจ้าอาวาสทำกรรมใดร่วมกันมาจึงได้อยู่ร่วมสร้างบารมีด้วยกัน และเคยร่วมสร้างบารมีกับครูไม่ใหญ่บ้างไหม ครูไม่ใหญ่สรุปว่าเป็นคำถามสิบสองข้อสั้น ๆ
เพลงประเทศของฉันเปิดซ้ำก่อนช่วงเฉลย ถอดท่อนร้องได้ว่า ที่ไหนก็ไม่สดใสเท่าที่นี่ ทุกคนมีมิตรไมตรี มีรอยยิ้มละมัย ดั่งเอาสวรรค์มาไว้บนผืนแผ่นดิน แผ่นดินถิ่นเกิดของฉันไม่ธรรมดา และท่อน ฉันมีความสุขมากมาย พร้อมจะมอบความรักและหวังดีให้ทุกคน กลางเพลงถอดเสียงเป็นคำซ้ำ ๆ
ครูไม่ใหญ่ถามว่าจำคำถามได้ไหม แล้วแซวว่าหลับตาฝันแล้วนำมาเล่าเป็นนิยายปรัมปรา ก่อนเฉลยว่าพ่อแม่แต่งงานแบบคลุมถุงชนเพราะในอดีตชาติเคยเกิดในสังคมเกษตรกรรมที่มีธรรมเนียมคลุมถุงชน และเคยคลุมถุงชนลูกหลานตัวเองมาเหมือนกัน อีกทั้งเคยเป็นสามีภรรยากันมา จึงเป็นคลุมถุงชนแต่คลุมถูกคน ส่วนที่ต้องทำงานในกงสีของลุงและได้เงินเพียงบางส่วน เพราะในอดีตทำทานน้อยและไม่ค่อยทำบุญสงเคราะห์ญาติเท่าที่ควร ชาตินี้จึงไม่ได้รับการสงเคราะห์จากญาติ สมบัติขึ้นอยู่กับเรา ทำบุญมากก็มีบุญมาก มีบุญมากก็มีสมบัติมาก
เฉลยว่าพ่อตายแล้วไปเป็นภุมเทวาระดับทั่วไปในหมู่บ้านภุมเทวาแห่งหนึ่ง เพราะไม่ค่อยมีความรู้เรื่องบุญ เป็นคนดีแบบชาวโลกที่คิดว่าไม่เบียดเบียนใครก็เพียงพอแล้ว ไม่ได้ทำทาน บางครั้งก็สงเคราะห์ญาติบ้าง หรือมีคนชวนก็ทำบ้างเพราะเกรงใจ ภุมเทวาระดับทั่วไปจึงเหมือนคนจนในภพภูมินั้น ตอนนี้ได้รับบุญที่ลูก ๆ อุทิศไปให้แล้ว ไฟล์จบกลางช่วงเฉลย บรรทัดสุดท้ายถอดเสียงเพี้ยน เฉลยข้อที่เหลือ (อายุยืนของพ่อแม่ โรคกระเพาะของแม่ พี่สาวที่ดูแลพ่อแม่ พี่ที่ตายด้วยไวรัสขึ้นสมองและบาดทะยัก น้องสาวที่ยากจน และคำถามเรื่องตัวผู้เขียน) ไม่อยู่ในไฟล์นี้
เวลาเริ่มของช่วง คำสะกด tag ที่ขาด ช่วงที่ยังไม่มีในผัง หรือลิงก์เสีย บอกได้ที่นี่ - คนที่ฟังจริงเห็นสิ่งที่คลังนี้มองไม่เห็น
เข้าสู่ระบบด้วยปุ่มด้านบนของหน้าก่อน แล้วช่องเขียนถึงผู้ดูแลจะขึ้นที่นี่