เข้าสู่ระบบด้วย Facebook เข้าสู่ระบบด้วย Google

มโหสถตัดสินคดีแย่งลูก

tag ที่มักมาด้วยกัน: ทศชาติชาดก มโหสถบัณฑิต ใจแม่รักลูก ศีลห้า

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 26 มิ.ย. 2549

  • 56:44 ทศชาติชาดก มโหสถบัณฑิต ตอนที่สิบเอ็ด นางยักษิณีแปลงกายมาแย่งทารกจากมารดา
    ทศชาติชาดก เรื่องมโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่สิบเอ็ด หญิงคนหนึ่งเพิ่งคลอดบุตรคนแรกได้ไม่กี่เดือน อุ้มลูกไปเที่ยวชมศาลาของมโหสถ ปูผ้าให้ลูกนั่งใต้ต้นไม้ริมสระแล้วลงไปล้างหน้า นางยักษิณีตนหนึ่งอยากกินทารกจึงแปลงเป็นหญิงชาวบ้านมาขออุ้ม พอแม่อนุญาตก็คว้าทารกวิ่งหนี แม่วิ่งตามไปคว้าผ้านุ่งไว้ได้ ต่างทะเลาะกันว่าเป็นลูกของตนจนถึงประตูศาลา มโหสถให้พูดทีละคน ต่างยืนยันว่าตนเป็นแม่ มหาชนที่มุงดูก็ยิ่งสงสัย
  • 1:00:41 มโหสถให้ยื้อแย่งเด็กข้ามเส้น แม่แท้ปล่อยมือเพราะสงสารลูก เปิดโปงนางยักษิณี
    มโหสถพิจารณาแล้วรู้ว่าใครเป็นแม่ เห็นว่านางยักษิณีตาแดงไม่กะพริบและไม่มีเงา แต่เพื่อให้มหาชนประจักษ์ จึงให้ทั้งสองยอมรับคำตัดสิน ขีดเส้นบนพื้น วางทารกตรงกลาง ให้ยักษิณีจับมือ แม่จับเท้า ใครดึงข้ามเส้นได้ถือเป็นลูกของผู้นั้น ทารกถูกยื้อจนร้องไห้จ้า แม่ทนไม่ได้จึงปล่อยมือแล้วยืนร้องไห้ มโหสถถามฝูงชนว่าใจใครอ่อนไหวไปตามลูก ฝูงชนตอบว่าใจแม่ มโหสถสรุปว่าแม่รักลูกสุดจิตสุดใจ ลูกเจ็บป่วยแม่ทุกข์ยิ่งกว่า แล้วประกาศว่าหญิงที่แย่งไปได้คือยักษิณีจะเอาเด็กไปกินเป็นอาหาร นางยักษ์สะดุ้งก้มหน้า ส่วนจะยอมคืนเด็กหรือไม่ โปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 27 มิ.ย. 2549

  • 1:01:00 ทศชาติชาดก มโหสถบัณฑิต ตอนที่สิบสอง มโหสถชี้ว่านางยักษิณีตาแข็งไม่กะพริบ ไม่มีเงา นางสารภาพว่าจะเอาเด็กไปกิน
    มินิซีรีส์ทศชาติชาดก เรื่องมโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่สิบสอง ทวนตอนที่แล้วว่ามโหสถให้หญิงทั้งสองยื้อแย่งทารกข้ามเส้น แม่แท้ทนเสียงร้องของลูกไม่ได้จึงปล่อยมือ มโหสถถามฝูงชนว่าใจของใครจะอ่อนไหวไปตามอาการของลูก ทุกคนตอบว่าใจแม่ จึงชี้ไปที่หญิงอีกคนแล้วถามว่าเจ้าเป็นใคร นางสารภาพว่าเป็นยักษิณี ฝูงชนแตกตื่นถอยห่าง มโหสถอธิบายว่ารู้เพราะนางตาแข็งไม่กะพริบ ตาแดงก่ำ และไม่มีเงา แม่ที่ไหนจะใจโหดได้ถึงเพียงนี้ นางยักษิณีตอบว่าจะเอาเด็กไปกินให้หายอยาก มโหสถตำหนิว่านางไม่เคยสำนึกเลยว่าที่ต้องเกิดเป็นยักษิณีเพราะผลบาปในอดีต ซึ่งบีบคั้นให้ทำบาปไม่รู้จบ
  • 1:06:29 มโหสถสอนนางยักษิณีด้วยเมตตา ใครก็รักชีวิต นางคืนเด็กให้แม่และรับศีลห้าไปตลอดชีวิต
    มโหสถเห็นนางนิ่งเงียบจึงพูดเบา ๆ ด้วยเมตตาว่าใครก็รักชีวิตและหวงแหนทรัพย์สมบัติของตัว การพรากลูกจากอ้อมอกแม่ก็เท่ากับพรากชีวิตแม่ ถ้ายังทำกรรมชั่วต่อไปจะพ้นจากกำเนิดยักษิณีได้อย่างไร นางยักษิณีตัดสินใจยื่นเด็กคืนให้แม่ ใคร่ครวญแล้วละอายใจ มโหสถจึงให้โอวาทให้สมาทานศีลห้า รักษาให้บริสุทธิ์ตลอดชีวิต เว้นจากการเบียดเบียนชีวิตและทรัพย์สินผู้อื่น นางคิดว่าเกิดเป็นยักษิณีก็ต่ำพอแล้ว ไม่ควรซ้ำเติมตัวเองให้ตกต่ำในชาติหน้า จึงรับปาก มโหสถบอกว่าศีลนี้จะพาให้ประสบความสุขแล้วปล่อยนางไป ส่วนแม่ได้ลูกคืนก็ดีใจร่ำไห้รำพันถึงพระคุณของมโหสถ