ep105 ผังเวลา 27 ช่วง
ทศชาติชาดก (153) ผลการปฏิบัติธรรม (136) พระเตมีย์ (74) แต่งตัวด้วยรอยยิ้ม (64) พระธรรมกายประจำตัว (49) แต่งเนื้อแต่งตัว (45) วันคุ้มครองโลก 2549 (44) ออกแบบชีวิต (31) มหาสุวรรณนิธิ (29) พระเจ้ากาสิกราช (17) พระถังซัมจั๋ง (16) ชีวิตหลังความตาย (13) พุทธศาสนาในจีน (13) ศรีลังกา (12) ประสบการณ์ภายในเป็นของสากล (10) สุนันทสารถี (10) แสงสว่างภายใน (10) พระโพธิสัตว์ (9) พระนางจันทาเทวี (8) ท่านต้าเอิน (7) วัดต้าฉือ (6) เถรวาท (6) ไซอิ๋ว (5) ดวงใสเหมือนฟองสบู่ (4) พุทธพยากรณ์ (4) เหอเจียหย่ง (4) นิยตโพธิสัตว์ (3) มหายาน (3) ลีเหม่ย (3) ศูนย์ปฏิบัติธรรมไทเป (3) ฉือจี้ (2) ท่านคุณานันทะ (2) พระเจ้าศีลาทิตย์ (2) มหาวิทยาลัยนาลันทา (2) มารดาเป็นพรหมของบุตร (2) อู๋เฉิงเอิน (2) เจ้าพ่อเห้งเจีย (2) เฉิงตู (2) เพลงรักคังติ้ง (2) แปลพระไตรปิฎกเป็นภาษาจีน (2) คนรุ่นใหม่ (1) ผู้ดูที่ดี (1) มาสว่าง อยู่สว่าง ไปสว่าง (1) ยิ้มสยาม (1) หนังสือเคารพคนไทย (1) โต้วาทะกู้พระศาสนา (1)
ไฟล์ขาดต้นรายการ: 27 วินาทีแรกถอดเสียงเพี้ยนปนภาษาอังกฤษ ไม่มีช่วงคำขวัญ คาถาสำเร็จ เนื้อนาบุญ และการบ้าน 10 ข้อ ที่ตอนอื่นมีตามปกติ เริ่มที่นับได้วันที่ร้อยสี่สิบสามนับจากวันออกพรรษา เหลืออีกร้อยยี่สิบสี่วันจะเข้าพรรษา ผ่านปีใหม่มาหกสิบแปดวัน แล้วทบทวนว่าเราเกิดมาทำพระนิพพานให้แจ้ง แสวงบุญสร้างบารมี พระนิพพานอยู่ภายในตัว เริ่มที่ศูนย์กลางกายฐานที่เจ็ดด้วยการทำใจหยุดนิ่ง คนที่ทำไม่ได้คือคนตาย คนบ้า และคนที่ไม่ได้ทำ นักเรียนใหม่ต้องศึกษาไว้เพราะความผิดพลาดมีอบายรองรับอยู่
ครูไม่ใหญ่บอกว่าวันนี้มีเรื่องราวกรณีศึกษาที่จะทำให้เข้าใจเรื่องกฎแห่งกรรมมากขึ้น แล้วบอกชื่อเรื่องซึ่งถอดเสียงได้ไม่ชัด (ได้ยินคล้าย เกิดนอกโตไหน ยังไม่ยืนยัน) และให้ไปแต่งเนื้อแต่งตัวให้เรียบร้อยก่อน ตามด้วยช่วงถอดเสียงเพี้ยนปนภาษาอังกฤษและบรรทัด jingle
ถามว่ายิ้มกันหรือยัง ยิ้มกันไปทั่วโลกหรือยัง ถ้ายังไม่ยิ้มแปลว่ายังแต่งตัวไม่เสร็จ เหมือนใส่สูทแต่สวมรองเท้าแตะหรือเขียนคิ้วข้างเดียว จึงต้องแต่งเนื้อแต่งตัวให้เสร็จด้วยการนำรอยยิ้มมาปรากฏบนใบหน้าทั้งในบ้านและนอกบ้าน ช่วงนี้ถอดเสียงซ้ำและปนเนื้อร้องเพลงบางส่วน
ถามว่าเหลือกี่วันจะถึงวันคุ้มครองโลก นักเรียนตอบสี่สิบสี่วัน ให้รักษาใจให้ใสเพื่อเป็นภาชนะรองรับบุญใหญ่ในวันคุ้มครองโลกที่จะหล่อพระธรรมกายประจำตัวประดิษฐานภายในมหาธรรมกายเจดีย์หนึ่งแสนองค์ ตั้งใจให้มหาธรรมกายเจดีย์มีพระธรรมกายประจำตัวหนึ่งล้านองค์ ภายนอกสามแสนองค์เสร็จแล้ว ภายในเจ็ดแสนองค์ค่อย ๆ ทยอยสร้างไว้ไปอีกพันปีข้างหน้า ใครยังไม่ได้ทำก็มาทำ ตามด้วยบรรทัด jingle ซ้ำยาว
เกิดมาหายใจได้ มีอาหาร เสื้อผ้า เพื่อนดี ได้เรียนหนังสือ การงานดี มีรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข จนถึงพระนิพพานและวิชชาธรรมกาย ก็เพราะบุญ บุญเราใช้ทุกอนุวินาที ไม่สร้างใหม่หมดบุญก็หมดลม หมดสิทธิ์ครอบครองสิ่งที่มี มีบุญมากอุปสรรคน้อย ชีวิตในสังสารวัฏไม่ใช่เกิดทีเดียวแล้วไปสวรรค์เลย จึงต้องสั่งสมบุญไว้เผื่อ ชีวิตหลังตายในปรโลกไม่มีการค้าขาย ไม่มีตลาด ไม่ได้ใช้เงินทองหรือความสามารถในเมืองมนุษย์ ใช้แต่บุญกับบาป บาปพาไปอบาย บุญพาไปสุคติโลกสวรรค์
ให้จำไว้ว่าเราคือผู้ออกแบบชีวิต แล้วพูดถึงมหาสุวรรณนิธิที่จะใช้หล่อพระธรรมกายประจำตัวในวันคุ้มครองโลก 22 เมษายน มารับได้ทุกวันโดยติดต่อผู้ประสานงาน ยิ่งรับเร็วยิ่งได้นำไปอธิษฐานจิต นึกถึงมหาสุวรรณนิธิไว้กลางกาย กลั่นให้ใสในใจที่หยุดนิ่งทุกวัน บุญเกิดตั้งแต่วินาทีนั้นไปจนถึงวันหล่อ หลับตาลืมตา นั่งนอนยืนเดินก็เห็นมหาสุวรรณนิธิอยู่ตรงกลาง จากดวงสีทองค่อย ๆ แปรเป็นดวงใส ช่วง 752-876 ถอดเสียงรวบเป็นบรรทัดเดียวจึงอาจมีเนื้อหาที่ไม่ได้ถอดออกมา
ความสว่างที่ศูนย์กลางกายสว่างกว่าดวงตะวันแต่ไม่มีอุณหภูมิ ไม่รู้จะเอาเทอร์โมมิเตอร์อะไรไปวัด ไม่ใช่เย็นอย่างขั้วโลกเหนือหรือเย็นแบบแอร์ เราควรสว่างก่อนหล่อพระธรรมกายประจำตัว ชีวิตต้องมาสว่าง อยู่อย่างสว่าง แล้วไปอย่างสว่าง ความสว่างเป็นความบันเทิงของชีวิตที่ไม่มีขอบเขตจำกัด ไม่มีอะไรมาทดแทนได้และทำแทนกันไม่ได้ ต้องทำในตัวเอง ให้นึกมหาสุวรรณนิธิไว้กลางกายทุกอิริยาบถให้ชัดใสสว่าง ถ้าทุกคนในโลกทำได้โลกก็จะถูกคุ้มครองด้วยใจที่ใสนี้
ได้ยินท่อนเพลง เหนื่อยไหมหนอ มีพ่อแบบนี้ เป็นเพลงลูกเหนื่อยไหมหนอที่คลังมีอยู่ ว่าด้วยความรักความห่วงใยของพ่อที่มีต่อลูกผู้สร้างบารมี ถอดเสียงได้เพียงท่อนเดียว ตามด้วยบรรทัด jingle
ขึ้นช่วงเมืองจีนด้วยเพลงรักคังติ้ง เมื่อเพลงดังขึ้นแปลว่าเราจะไปเมืองจีน แผ่นดินใหญ่ คนเยอะ ประวัติศาสตร์ยาว แล้วครูไม่ใหญ่อ่านจดหมายที่เพิ่งส่งมาจากเมืองจีน เล่าว่าพระในวัดสิบสองรูปกับญาติโยมอีกสี่คนดู DMC พร้อมกัน ขอบคุณความรู้เรื่องประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาโดยเฉพาะพระถังซัมจั๋งที่ชาวจีนเคารพ บอกว่าการเขียนวรรณกรรมกับประวัติศาสตร์ควรแยกกันให้ชัด และถามว่าพระถังซัมจั๋งมาจากที่ใด ทำไมตั้งใจบวชตั้งแต่เด็ก และปัจจุบันอยู่ที่ไหน ครูไม่ใหญ่ถ่อมตัวว่าไม่เก่งเรื่องนี้ ความรู้แค่นักธรรมตรี ที่นี่เป็นโรงเรียนอนุบาลเรียนรู้ไปด้วยกัน ใครอยากรู้ลึกให้ไปศึกษากับผู้รู้ แล้วรับว่าจะเล่าให้ฟังแบบเรื่องฝัน ๆ ผู้เขียนจดหมายคือหลวงพ่อที่ครูไม่ใหญ่เรียกว่าต้าเอินฝ่าซือ (ท้ายเรื่องครูไม่ใหญ่บอกว่าเล่าเพื่อตอบท่านโดยเฉพาะ)
ครูไม่ใหญ่ย้ำว่าเป็นเรื่องฝัน ๆ เล่าว่าพระถังซัมจั๋งมีมโนปณิธานคล้ายท่านคุณานันทะที่ประเทศศรีลังกา ผู้มาฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในยามที่มีภัยจนแทบไม่เหลือร่องรอยคำสอนดั้งเดิม เพราะพระโพธิสัตว์มักมาเกิดในช่วงเช่นนี้ ท่านคุณานันทะบวชเป็นสามเณรตั้งแต่เล็ก บวชวันเดียวก็เทศได้ทั้งคืน คนฟังล้นหลามไม่มีใครง่วง ต่างปีติที่สามเณรแตกฉานคำสอนราวศึกษามาข้ามชาติ เหมือนผู้ใหญ่ในร่างเด็ก ได้ชื่อว่าผู้กู้พระพุทธศาสนาในยามมีภัย ช่วงกลางมีบรรทัดถอดเสียงซ้ำเพี้ยน
ท่านคุณานันทะเป็นนิยตโพธิสัตว์ที่ได้รับพุทธพยากรณ์แล้ว เมื่อพระพุทธศาสนาในศรีลังกามีภัยจนแทบล่มสลาย เทวดาที่เคยเป็นชาวพุทธทั้งภุมเทวา รุกขเทวา อากาสเทวา ปรึกษาต่อ ๆ กันขึ้นไปจนถึงดาวดึงส์ เทวดาชั้นดุสิตที่มาบูชามหาจุฬามณีนำความไปประชุมในเทวสภาชั้นดุสิต มีมติอาราธนาเทพบุตรองค์หนึ่งซึ่งรับด้วยความยินดี กลับวิมานอธิษฐานจิตแล้วลงมาเกิดที่ศรีลังกาด้วยใจแน่วแน่จะกู้พระศาสนา ได้บวช ได้เทศ ศึกษาคำสอน เมื่อเป็นพระแล้วโต้วาทะกับผู้นับถือศาสนาอื่นที่มีอิทธิพลทางการเมือง ซึ่งบังคับว่าใครอยากเจริญในราชการต้องเปลี่ยนศาสนา โต้กันห้าครั้งเป็นเวลาเก้าปี (ตัวเลขปี พ.ศ. ถอดเสียงไม่ชัด) จนอีกฝ่ายหมดข้อโต้แย้ง พระพุทธศาสนาฟื้นกลับขึ้นมา มนุษย์และเทวดาอนุโมทนา เมื่อมรณภาพกลับไปดุสิตบุรี ได้รับการต้อนรับอย่างดีในเทวสภา ครูไม่ใหญ่ย้ำว่าเป็นเรื่องฝัน ๆ เป็นนิยายปรัมปรา
ครูไม่ใหญ่เล่าถึงนิยตโพธิสัตว์อีกองค์หนึ่งจากดุสิตบุรี ต่างจากองค์แรกที่รับอาราธนา องค์นี้สมัครใจมาเอง ถามนักเรียนว่าอยากฟังไหม ตามด้วยบรรทัดถอดเสียงซ้ำยาว แล้วเล่าว่าท่านได้รับพุทธพยากรณ์จากพระพุทธเจ้าในอดีตไม่กี่พระองค์ ครั้งล่าสุดราวหนึ่งหมื่นสองพันห้าร้อยกว่าปี คือตอนที่พระพุทธเจ้าเสด็จไปดาวดึงส์แสดงพระอภิธรรมโปรดพุทธมารดา เทพบุตรจากดุสิตองค์นี้ลงมาฟังธรรมและได้รับพยากรณ์ว่าจะเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอนาคต ครูไม่ใหญ่ไม่ระบุพระนามและอัครสาวก บอกเพียงว่าว่ากันไปตามพุทธธรรมเนียม เทพบุตรกลับไปดุสิตด้วยความปีติ
เล่าต่อว่าพระพุทธศาสนาเข้าสู่แผ่นดินจีนพร้อมภิกษุสองรูปชาวเอเชียกลางผสมอินเดีย เจริญรุ่งเรืองดี แต่ต่อมาการศึกษาธรรมวินัยหย่อนยาน ข้อวัตรปฏิบัติและคำสอนแตกต่างจนสงฆ์ไม่รวมกัน เทวดาจึงปรึกษากันว่าถึงเวลาที่พระโพธิสัตว์ต้องลงมาเกิด เทพบุตรที่ได้รับพุทธพยากรณ์ที่ดาวดึงส์ก็อาสาลงมาเกิดในแผ่นดินจีน คือพระถังซัมจั๋ง ใฝ่ธรรมตั้งแต่เด็ก อายุสิบสามขอสอบบวชทั้งที่อายุไม่ถึงจนผู้คุมสอบซักถามแล้วเปิดโอกาสให้ ไปอินเดียสิบแปดปี แตกฉานคำสอนภาษาสันสกฤต ในที่ประชุมของพระเจ้าศีลาทิตย์ มหาวิทยาลัยนาลันทาส่งท่านแสดงธรรมและประกาศให้ใครคัดค้านได้ สิบแปดวันไม่มีใครขึ้นเวที พระราชาอาราธนาให้อยู่แต่ท่านกลับไปแปลพระไตรปิฎกสิบเก้าปี มรณภาพเมื่อราวหนึ่งพันสามร้อยปีก่อน เทวดาแห่ขบวนอัญเชิญกลับสวรรค์ชั้นดุสิต วิมานใหญ่และสว่างกว่าเดิม (ตัวเลขอายุบางช่วงถอดเสียงไม่ชัด)
ราวห้าร้อยปีก่อนมีการนำเรื่องไซอิ๋วไปผสมกับประวัติ โดยเจตนาดีของอู๋เฉิงเอินที่อยากให้คนสนใจศึกษา เพราะสิ่งที่พระถังซัมจั๋งถ่ายทอดเป็นวิชาการคนไม่ค่อยอ่าน พอผสมไซอิ๋วเข้าไปคนอ่านกันใหญ่จนถือเป็นจริงว่ามีลิง หมู และซัวเจ๋งร่วมเดินทาง คนรู้จักสามตัวนั้นมากกว่าตัวท่าน จนมีศาลเจ้าพ่อเห้งเจีย ครูไม่ใหญ่ว่าเอาของไม่ควรคือวรรณกรรมไปผสมกับของควรจึงไม่ควร ที่จริงควรยกท่านไว้บนหิ้งบูชาที่สูงส่งเพราะมีคุณูปการต่อจีนและชาวพุทธมาก เมื่อหกสิบปีก่อนจีนมีวัดเป็นแสนวัด ท่านบวชตั้งแต่เยาว์วัย ศึกษาธรรมะอยู่ห้าปีที่วัดต้าฉือ แล้วลักลอบเดินทางไปอินเดียตามลำพังเสี่ยงถูกประหารชีวิต ปัจจุบันท่านอยู่ดุสิตบุรี ครูไม่ใหญ่ย้ำว่าเป็นเรื่องฝันและเล่าเพื่อตอบหลวงพ่อต้าเอินฝ่าซือโดยเฉพาะ
หลังช่วงไม่มีถ้อยคำถอดเสียง ครูไม่ใหญ่บอกว่าเวลามีจำกัด ต้องเลือกระหว่างละครพระเตมีย์ตอนที่ 13 กับผลการปฏิบัติธรรมของสองแผ่นดิน คือตัวแทนจากจีนแผ่นดินใหญ่กับตัวแทนจีนเล็กที่ไต้หวัน (สุดท้ายได้ออกอากาศทั้งสองอย่างในตอนนี้) แล้วพูดถึงวัดต้าฉือก่อนเข้าเทป ช่วงท้ายถอดเสียงเพี้ยนปนภาษาอังกฤษ
เทปสารคดีเล่าว่าวัดต้าฉือกลางเมืองเฉิงตูเป็นวัดที่พระถังซัมจั๋งเคยศึกษา เคยรุ่งเรืองมีเนื้อที่ถึงครึ่งเมืองรองรับพระได้สามหมื่นรูป หลังปฏิวัติวัฒนธรรมกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ ปี 2546 ทางการคืนพื้นที่ให้สมาคมพุทธศาสนาเมืองเฉิงตู เปิดวัดอย่างเป็นทางการเมษายน 2547 และวันที่ 25 มิถุนายน 2548 สมาคมมีมติอาราธนาท่านต้าเอินเป็นเจ้าอาวาส ท่านเคยเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมันซูซื่อ สัมพันธ์ดีกับวัดพระธรรมกาย ส่งพระและศิษย์มาร่วมงานมาฆบูชาและบวชเรียนปฏิบัติธรรม ปี 2538 วัดพระธรรมกายเคยมอบพระประธานสูง 2.4 เมตรและองค์พระอีกสององค์ให้วัดนั้น ในพิธีสถาปนาครั้งนี้พระราชภาวนาวิสุทธิ์มอบหมายให้พระภาวนาวิริยคุณนำคณะไปร่วม จบด้วยคำขวัญพุทธบุตรต้องเป็นหนึ่งเดียวกันเหมือนดวงตะวันที่มีดวงเดียว (เทปชุดเดียวกับที่ออกอากาศในตอนวันก่อน)
หลังคำทักทายผู้ชมรายการ DMC เทปผลการปฏิบัติธรรมของหญิงชาวจีนแผ่นดินใหญ่ชื่อลีเหม่ย กรรมการสมาคมพุทธเฉิงตู มณฑลเสฉวน บอกว่าแม้เป็นชาวจีนแต่รู้สึกว่าวัดพระธรรมกายคือบ้าน มาร่วมงานบุญทุกครั้งพูดว่ากลับถึงบ้านแล้ว เล่าวิธีทำสมาธิคล้ายกวาดบ้าน กวาดจากข้างในออกข้างนอก ส่องดูตามซอกมุมว่ายังมีความตึงของร่างกายหรือขยะของใจหรือไม่แล้วกวาดออก รู้สึกเบาสบาย ต่อมาร่างกายหายไปกลืนกับบรรยากาศ ใจสงบว่างไม่ฟุ้งซ่าน มีความสุขมาก ครูไม่ใหญ่อ่านถ้อยคำและแทรกความเห็นเป็นระยะ ตามด้วยบรรทัด jingle ซ้ำยาว
ลีเหม่ยเล่าต่อว่าเห็นความสว่างผุดขึ้นกลางใจส่องออกมาจนร่างกายสว่างไปด้วย ตัวกลายเป็นพระเหมือนพระประธานองค์ใหญ่ ขยายออกไปไม่สิ้นสุดจนมองเห็นโลกเล็กนิดเดียว หลังนั่งสมาธิความคิดเฉียบคมขึ้น ทำอะไรก็ง่ายและมีประสิทธิภาพอย่างเป็นธรรมชาติเหมือนหายใจ ครูไม่ใหญ่ขยายความว่าถ้าทุกคนในโลกเข้าถึงตรงนี้จะไม่ทำสิ่งไม่ดีเอง โดยไม่ต้องมีกฎหมายหรือใครมาบังคับ รู้เองว่าอะไรควรไม่ควร ชีวิตสมบูรณ์ขึ้นและเชื่อมั่นเรื่องบุญมากขึ้นว่าบุญเป็นบ่อเกิดของความสุขและความสำเร็จ ช่วงกลางถอดเสียงเพี้ยนปนภาษาอังกฤษ
ลีเหม่ยอยากนำความประทับใจไปเขียนเป็นหนังสือแบ่งปันพี่น้องชาวจีน โดยเฉพาะเมื่อปีก่อนมาช่วยงานแฟร์ DMC ภาคภาษาจีน สิ่งที่ชนะใจคือรอยยิ้มและความเรียบง่ายของคนไทย ครูไม่ใหญ่ขยายว่ารอยยิ้มเกิดจากความสุขบนชีวิตเรียบง่ายที่พระพุทธศาสนาหล่อหลอม ถ้าห่างพระศาสนายิ้มสยามจะกลายเป็นยิ้มสยอง เธอประทับใจความขยัน ความอดทน อ่อนน้อม กตัญญู การทำบุญถวายสังฆทานทุกวัน และความเคารพพระรัตนตรัย ครูไม่ใหญ่ชี้ว่าการทำความดีของเราอยู่ในสายตาคนที่แสวงหาต้นแบบ และคุณธรรมเหล่านี้มีอยู่ในตัวทุกคน ไม่ต้องไปเบิกหรือยืมใคร จนเธอเขียนหนังสือชื่อเคารพคนไทย เพื่อเผยแผ่ความดีงามของวัดพระธรรมกายให้ชาวจีน และบอกว่าได้ศึกษาธรรมะที่ครูไม่ใหญ่ย่อยให้ง่ายแบบฟรีสไตล์จนเข้าใจความจริงของชีวิตมากขึ้น
หลังบรรทัด jingle ยาว ครูไม่ใหญ่อธิบายว่าผู้สร้างบารมีเพื่อหมดกิเลสจะเป็นพระอรหันต์หรือพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ได้ แต่คำว่าพระโพธิสัตว์ในเถรวาทหมายถึงผู้ที่ยังมีกิเลสแต่ตั้งปณิธานเป็นพระพุทธเจ้า นับตั้งแต่ตั้งความปรารถนา เช่นพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันตั้งปรารถนาครั้งว่ายน้ำกลางทะเลเพราะเรือแตก จะเกิดเป็นอะไรแม้เป็นนกก็ยังเรียกพระโพธิสัตว์ บารมีสามสิบทัศ ประเภทปัญญาธิกะ ศรัทธาธิกะ วิริยาธิกะ ใช้เวลา 20 40 80 อสงไขยแสนมหากัป ส่วนพระโพธิสัตว์ในมหายานหมายถึงผู้หมดกิเลสแล้วแต่สงสารสรรพสัตว์จึงกลับมาเกิดโดยนิรมิตกาย มีชื่อเรียกหลากหลายคล้ายอวตารในคำสอนพราหมณ์ ความต่างนี้เกิดตั้งแต่สมัยนาลันทาถูกปล้นจากสงครามแย่งชิงศาสนิกที่มีผลทางการเมือง คัมภีร์ภาษาสันสกฤตที่ไปถึงจีนจึงแตกต่าง นักเรียนทั่วโลกต้องทำความเข้าใจตรงนี้ให้ดี
ผลการปฏิบัติธรรมตัวแทนจีนเล็ก ชายชื่อเหอเจียหย่ง ชาวจีนมาเลเซียอายุ 23 ปี พูดได้ห้าภาษา เคยเป็นผู้นำนักศึกษาทำกิจกรรมฉือจี้ องค์กรพุทธในไต้หวันที่มีสมาชิกกว่าห้าล้านคน ย้ายไปเรียนต่อไต้หวันเพราะอยากพบภิกษุณีเจิ้งเหยียนผู้ก่อตั้งมูลนิธิ ได้เป็นประธานเยาวชนชมรมพุทธฉือจี้ภาคใต้ของไต้หวัน พาเยาวชนดูแลเด็ก คนพิการ ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคที่สังคมรังเกียจ วันหนึ่งอาจารย์ในมหาวิทยาลัยพูดขึ้นว่าได้ไปเรียนสมาธิกับพระอาจารย์จากเมืองไทย ครูไม่ใหญ่เปรียบประโยคเด็ดนี้กับน้ำที่รดลงไป ต้นไม้รับแล้วแตกดอก ตอไม้เฉย ๆ ไม่งอก แมวสลัดน้ำหนี คนมีบุญฟังแล้วสะดุดใจ เขาดีใจมากจนมองกระดานไม่เห็นวิชาเรียน จึงไปขอฝึกสมาธิ บอกพระอาจารย์ว่าการเป็นพระโพธิสัตว์ขาดสมาธิไม่ได้ พระอาจารย์ให้เอาขนตาชนกัน
หลังบรรทัด jingle เหอเจียหย่งเล่าว่าเพียงหลับตาก็มีความสุขจึงนั่งบ่อยและนานขึ้น คืนหนึ่งหลังนั่งหลายชั่วโมงกำลังจะเข้านอน ใจไม่คิดอะไรเลย ดวงสว่างก็ปรากฏขึ้นเอง เขามองเฉย ๆ สบาย ๆ ดวงนั้นหายแล้วกลายเป็นดวงใสผุดขึ้นคล้ายฟองสบู่เร็วมากเป็นชุด ๆ จนนับไม่ทัน ตกใจดวงก็หายเพราะใจตกจากดวง แต่ได้ความมั่นใจว่าเดินมาถูกทาง ครูไม่ใหญ่ชี้ว่าสิ่งเหล่านี้มีอยู่ในตัวแต่ละเอียด หน้าที่เราคือทำใจให้ละเอียดเท่ากัน และเทียบว่าชาวโซโลมอนไม่เคยคุยกับเขาแต่มีประสบการณ์เหมือนกัน เขาเล่าว่าเดิมเข้าใจว่านั่งสมาธิต้องนั่งตัวตรงสง่า ต้องมีความรู้มาก พอทำแล้วกลับเครียด ช่วงท้ายถอดเสียงเพี้ยนและมีบรรทัด jingle
เหอเจียหย่งยอมรับว่าเคยไม่เชื่อจึงนั่งเครียด จนเห็นดวงใสก่อนนอนจึงเปลี่ยนความคิด รู้ว่าสมาธิไม่เกี่ยวกับไอคิวขอเพียงถูกวิธี วันหนึ่งทำใจสบายนิ่งเป็นธรรมชาติที่กลางท้องก็เห็นองค์พระใสมากนั่งบนแผ่นกลม ๆ มีแสงสว่างออกมา มีความสุขมาก เดิมเห็นพระประธานที่ศูนย์ไทเปมีฐานแบบนี้นึกว่าเป็นแค่ศิลปะ จึงเข้าใจเองว่าพระประธานของวัดพระธรรมกายสร้างจากการเห็นองค์พระภายใน ปัจจุบันนั่งเฉลี่ยวันละสี่ชั่วโมงเช้าและก่อนนอน วันแรกที่ทำการบ้าน 10 ข้อนั่งได้ถึงหกชั่วโมง อ่านหนังสือเมื่อไม่รู้จะอ่านอะไรฉบับภาษาจีนทุกวัน ชอบคำสอนให้เป็นผู้ดูที่ดีอย่าเป็นผู้กำกับ ตั้งสโลแกนว่าอยากเข้าถึงเร็วให้ทำช้า ๆ ใจเย็น ๆ จัดตารางเรียนเหลือสามวัน อีกสี่วันเดินทางไปช่วยงานอาสาสมัครที่ศูนย์ไทเป ดู DMC ทุกวัน อธิษฐานขอสร้างบารมีติดตามหลวงพ่อไปดุสิตบุรี ครูไม่ใหญ่แทรกว่าคนต่างชาติต่างที่เห็นเหมือนกัน แปลว่าพระธรรมกายเป็นของสากล
ครูไม่ใหญ่ให้ดูภาพเหอเจียหย่ง บอกว่าเป็นผู้รักการสร้างบารมีตั้งแต่ก่อนมาเป็นนักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา เป็นผู้นำนักศึกษาตั้งแต่อายุสิบกว่าเหมือนชมรมพุทธ แต่ของเขามุ่งทางสงเคราะห์โลก จากมาเลเซียไปไต้หวันเพื่อพบประธานมูลนิธิฉือจี้ แล้วได้พบหมู่คณะที่ศูนย์ไทเปจนได้ผลการปฏิบัติธรรม เป็นตัวอย่างที่ดีของคนรุ่นใหม่ โลกฝากไว้ในมือคนรุ่นใหม่แบบนี้ แล้วบอกให้ติดตามมินิซีรีส์ทศชาติชาดก
มินิซีรีส์ทศชาติชาดก พระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี ตอนที่ 13 พระนางจันทาเทวีทราบว่าพระราชาจะให้นำพระโอรสไปฝังจึงเข้าเฝ้าขอให้ยับยั้ง แต่ถูกปฏิเสธ จึงทูลขอพรที่พระราชาเคยพระราชทานไว้ ขอให้ราชสมบัติแก่พระเตมียกุมาร พระราชาปฏิเสธว่าลูกเป็นกาลกิณีเป็นมิ่งขวัญของแว่นแคว้นไม่ได้ พระนางต่อรองลดจากตลอดชีวิตเป็นเจ็ดปี หกปี จนครึ่งเดือนก็ถูกปฏิเสธ สุดท้ายขอเจ็ดวันจึงได้รับอนุญาต จัดพิธีราชาภิเษกให้พระกุมารประทับหลังช้างเลียบพระนคร แต่พระนางยังทุกข์เพราะพระโอรสยังไม่กลับเป็นปกติ ผู้บรรยายกล่าวถึงใจแม่ที่ทุกข์สุขตามลูก และมารดาเป็นพรหมของบุตร เป็นเทวดาในเรือน เป็นบุรพาจารย์ ควรเคารพบูชาดุจพระอรหันต์
หลังพิธีราชาภิเษก พระนางจันทาเทวีให้เชิญพระกุมารขึ้นพระแท่นบรรทม สวมกอดคลำพระกายวิงวอนทั้งคืนทั้งวันว่าตลอดสิบหกปีแม่ไม่เป็นอันหลับนอน ร้องไห้จนตาช้ำ แม่รู้ว่าลูกไม่ใช่คนง่อยเปลี้ย ไม่ใช่คนใบ้ ไม่ใช่คนหูหนวก ขอให้พูดอะไรบ้าง พระโพธิสัตว์รับรู้ความทุกข์ของพระมารดาทุกอย่าง ยิ่งรักและสงสาร สำนึกในพระคุณเกินประมาณ แต่มั่นคงในมหาปณิธานที่จะออกผนวชบำเพ็ญเนกขัมมบารมี จึงบรรทมนิ่ง นึกขออภัยพระมารดาที่ต้องแกล้งทำเป็นไม่รับรู้เพื่อรอวันที่จะถูกนำออกจากพระราชวัง และนึกว่าพรุ่งนี้ความพยายามสิบหกปีจะถึงที่สุดแล้ว
ถึงวันที่หกใกล้ครบกำหนด พระเจ้ากาสิกราชเรียกสุนันทสารถีเข้าเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์ มอบหมายให้เตรียมรถเทียมม้าอัปมงคล รุ่งเช้ามารับพระเตมียกุมารออกทางประตูทิศตะวันตก ประกาศไปตลอดทางว่านำตัวกาลกิณีไปป่าช้าผีดิบ แล้วขุดหลุม ใช้จอบทุบศีรษะให้สิ้นพระชนม์ก่อนกลบดินเพื่อไม่ให้ทรมานจากการถูกฝังทั้งเป็น แล้วอาบน้ำเปลี่ยนชุดกลับมารายงาน สุนันทสารถีหน้าซีดไม่สบายใจที่ต้องทำหน้าที่เพชฌฆาตต่อพระกุมารผู้ไม่เคยทำร้ายใคร แต่ด้วยความจงรักภักดีจึงรับพระบัญชา นอนกระสับกระส่ายทั้งคืน รุ่งเช้าเดินเข้าโรงเก็บราชรถ ละครจบตอนด้วยคำว่าโปรดติดตามตอนต่อไป ไฟล์จบที่ 7561 ตรงจุดนี้พอดี จึงไม่มีช่วงบทประจำวัน รายนามเจ้าภาพ และปิดรายการที่ตอนอื่นมี ไฟล์น่าจะขาดท้ายรายการ
เวลาเริ่มของช่วง คำสะกด tag ที่ขาด ช่วงที่ยังไม่มีในผัง หรือลิงก์เสีย บอกได้ที่นี่ - คนที่ฟังจริงเห็นสิ่งที่คลังนี้มองไม่เห็น
เข้าสู่ระบบด้วยปุ่มด้านบนของหน้าก่อน แล้วช่องเขียนถึงผู้ดูแลจะขึ้นที่นี่