ep104 ผังเวลา 43 ช่วง
พระธรรมกายประจำตัว (49) แต่งเนื้อแต่งตัว (45) วันคุ้มครองโลก 2549 (44) มหาธรรมกายเจดีย์ (33) ออกแบบชีวิต (31) ยมโลก (30) กรรมดื่มสุรา (21) กรรมเจ้าชู้ (21) ภุมมเทวา (18) พระถังซัมจั๋ง (16) พุทธศาสนาในจีน (13) ดาวดึงส์เฟส 3 (10) พระของขวัญ (10) กุมภัณฑ์ (9) ท่านต้าเอิน (7) ถุงลมโป่งพอง (6) นักโทษประหาร (6) รายนามเจ้าภาพ (6) วัดต้าฉือ (6) เส้นทางสายไหม (6) ไซอิ๋ว (5) ประหารชีวิตด้วยการตัดคอ (3) เจ้าหน้าที่ยมโลก (3) เพชฌฆาต (3) กรรมรมควันสัตว์ (2) พระเจ้าศีลาทิตย์ (2) พ่อม่าย (2) มหาวิทยาลัยนาลันทา (2) อู๋เฉิงเอิน (2) เจ้าพ่อเห้งเจีย (2) เจ้าแม่พุ่มพวง (2) เฉิงตู (2) แปลพระไตรปิฎกเป็นภาษาจีน (2) ชื่อพระภิกษุจีน (1) ประจาน (1) พระไวโรจนพุทธเจ้า (1) พุ่มพวง ดวงจันทร์ (1) ภาพพระในฟิล์มเอกซเรย์ (1) มันตรยาน (1) วัดทับกระดาน (1) หญิงชาววังหน้า (1) เจ้าพ่อขี้หมา (1)
ไฟล์เริ่มที่ช่วงเปิดรายการครบ ไม่ขาดต้นรายการ นักเรียนว่าคาถาสำเร็จ แม้มืดตื้อมืดมิดก็มีสิทธิ์เข้าถึงธรรม ท่องเนื้อนาบุญศูนย์เจ็ดสอง มหาธรรมกายเจดีย์เป็นเนื้อนาบุญของโลก มหาจุฬามณีเป็นเนื้อนาบุญของสวรรค์ พระในบ้านเป็นเนื้อนาบุญของครอบครัว พระในตัวเป็นเนื้อนาบุญของเรา แล้วว่าคำขวัญเมื่อเราสว่างโลกก็สว่างด้วยสามรอบ
นักเรียนท่องการบ้านสิบข้อตามแบบประจำ ตั้งแต่เอาบุญไปฝากคนที่บ้าน จดบันทึกผลการปฏิบัติธรรม นึกถึงบุญก่อนนอน หลับและตื่นในอู่ทะเลบุญ รวมใจกับองค์พระหนึ่งนาทีหลังตื่น ทำความรู้สึกว่าตัวเราอยู่ในองค์พระ ขอหนึ่งนาทีทุกชั่วโมง นึกถึงดวงหรือองค์พระทุกกิจกรรม จนถึงข้อสิบสร้างบรรยากาศด้วยรอยยิ้มและปิยวาจา
ถามว่ายิ้มกันไปทั่วโลกแล้วหรือยัง นับได้วันที่ร้อยสี่สิบสองนับจากวันออกพรรษา เหลืออีกร้อยยี่สิบห้าวันจะเข้าพรรษา ผ่านปีใหม่มาหกสิบเจ็ดวัน แล้วทบทวนว่าเราเกิดมาทำพระนิพพานให้แจ้ง แสวงบุญสร้างบารมี พระนิพพานอยู่ภายในตัว เริ่มที่ศูนย์กลางกายฐานที่เจ็ดด้วยการทำใจหยุดนิ่ง คนที่ทำไม่ได้คือคนตาย คนบ้า และคนที่ไม่ได้ทำ ครูไม่ใหญ่ย้ำให้ตอบซ้ำจนขึ้นใจ นักเรียนใหม่ต้องศึกษาไว้เพราะความผิดพลาดมีอบายรองรับอยู่
ครูไม่ใหญ่บอกว่าเกรงจะเลิกดึกเหมือนเมื่อวาน จึงถือโอกาสเลื่อนกรณีศึกษาที่ค้างจากเมื่อวานมาเล่าวันนี้ คือเรื่องการประหารชีวิตด้วยการฟันคอที่เข้าช่วงท้ายรายการ (ชื่อเรื่องถอดได้ราวเพชรขาดฟันคอ ยังไม่ยืนยันเพราะช่วงเปิดเคสและเฉลยไม่ได้เอ่ยชื่อซ้ำ) ก่อนจะไปถึงเรื่องนั้นให้มาแต่งเนื้อแต่งตัวให้เสร็จเรียบร้อยก่อน แล้วเข้าเพลงยิ้ม
เพลงชวนยิ้มให้กัน ท่อนที่ถอดได้พอจับความคือยิ้มแย้มยามถามข่าวสวัสดีมีน้ำใจต่อกัน โปรดยิ้มไว้นาน ๆ เป็นสะพานสื่อสารไมตรี ฝากยิ้มไว้เหมือนน้องพี่ ยิ้มทั้งคืนทั้งวัน ยิ้มเป็นสิ่งดีนิรันดร์ เนื้อเพลงถอดเสียงเพี้ยนและปนภาษาอังกฤษมั่วเป็นส่วนใหญ่ ต่อท้ายด้วยบรรทัด jingle ก็กลับมาแล้วซ้ำหลายบรรทัด
ถ้ายังไม่ยิ้มแปลว่ายังแต่งตัวไม่เสร็จ เหมือนใส่สูทนุ่งผ้าขาวม้า ใส่รองเท้าแตะ หรือเขียนคิ้วข้างเดียวออกไปทำงาน แล้วนับว่าอีกสี่สิบห้าวันจะถึงวันคุ้มครองโลก ให้รักษาใจให้ใสด้วยการทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนาสม่ำเสมอ ใจจะได้เหมาะเป็นภาชนะรองรับบุญใหญ่ การหล่อพระครั้งละแสนองค์ไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ๆ พระธรรมกายประจำตัวจะนำไปประดิษฐานในมหาธรรมกายเจดีย์ซึ่งตั้งใจไว้หนึ่งล้านองค์ ภายนอกสามแสนองค์เสร็จแล้ว ภายในอีกเจ็ดแสนองค์หล่อไปแล้วส่วนหนึ่งและจะทยอยหล่อจนเสร็จ ถามว่าอยากหล่อไหม
ต่อจากคำถามว่าอยากหล่อพระไหม มีเสียงเพลงราวหนึ่งนาทีครึ่ง ท่อนที่ถอดได้เพี้ยนมากและปนภาษาอังกฤษ พอได้ยินคำว่ารวย ยิ้มสวย ไม่ได้ประกาศชื่อเพลง ตอน 4 และ 6 มี.ค. 2549 เปิดเพลงหล่อทุกทีต่อจากเรื่องเดียวกัน แต่ถ้อยคำที่ถอดได้ในตอนนี้ไม่ตรงกับเพลงนั้นจึงไม่ยืนยันชื่อ
การมาสั่งสมบุญด้วยตัวเองคือการออกแบบชีวิตที่ดี บุญทำแทนกันไม่ได้ ละโลกไปแล้วได้แค่บุญที่คนอุทิศไปให้นิดหน่อย การสั่งสมบุญทำได้เฉพาะกายมนุษย์เท่านั้น เทวดา พรหม สัตว์นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉานหมดสิทธิ์ เราคือผู้ออกแบบชีวิต ที่ว่าพรหมลิขิตหรือฟ้าลิขิตไม่จริง อยากเป็นอะไรต้องประกอบเหตุด้วยการสั่งสมบุญ ยกตัวอย่างพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่สร้างบารมีด้วยทรัพย์ อวัยวะ และชีวิตนับชาติไม่ถ้วน พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอรหันต์ พระอัครสาวก พระเจ้าจักรพรรดิ จนถึงบรมเศรษฐีอย่างชฎิลเศรษฐี โชติกเศรษฐี เมณฑกเศรษฐี ที่สมบัติเกิดขึ้นอย่างอัศจรรย์ ล้วนต้องสั่งสมบุญมาก่อน ไม่มีพรหมองค์ไหนสั่งให้เป็นได้
ครูไม่ใหญ่บอกให้รีบไปต่อ เพราะเกรงจะดึกแบบเมื่อคืนแล้วไม่มีโอกาสไปศึกษาเรื่องที่เลื่อนมาจากเมื่อวาน พูดติดตลกเรื่องการฟันคอว่ารำก่อนฟันหรือฟันก่อนรำ แล้วพาเข้าสู่แผ่นดินจีนที่กว้างใหญ่ คนมาก ประวัติศาสตร์ยาวนาน โดยจะเน้นทางพระพุทธศาสนา และชวนไปฟังเรื่องพระถังซัมจั๋ง ตามด้วยบรรทัด jingle ช่วงพัก
ไซอิ๋วแปลว่าการเดินทางไปทิศตะวันตก คือจากจีนไปอินเดีย เป็นวรรณกรรมที่อู๋เฉิงเอินแต่งในสมัยราชวงศ์หมิง ราวห้าร้อยปีก่อน ร่วมยุคกรุงศรีอยุธยา ห่างจากยุคพระถังซัมจั๋งราวแปดร้อยปี นำความยากลำบากในการเดินเท้าไปอินเดียมาแต่งผสม ครูไม่ใหญ่เทียบลิงของจีนกับหนุมานของอินเดียที่เกิดก่อน แล้วเล่าว่าบางเมืองไหว้ลิง บางเมืองไหว้งู เอานมใส่ภาชนะบูชางูเห่า บางเมืองไหว้วัว แต่ครูไม่ใหญ่ชอบไหว้พระ เพราะไหว้ทั้งทีต้องไหว้พระ ช่วงกลางถอดเสียงเพี้ยนหลายบรรทัด
อู๋เฉิงเอินมีแรงบันดาลใจจากความกดดันในสังคม ทำธุรกิจไม่สำเร็จจึงหันมาเขียนนิยาย อยากปราบสิ่งชั่วร้ายในบ้านเมืองผ่านตัวละคร แต่ที่ครูไม่ใหญ่ไม่เห็นด้วยคือนำชื่อพระถังซัมจั๋งผู้มีพระคุณต่อพระพุทธศาสนามาเกี่ยว ทั้งที่ท่านเดินเท้าไปศึกษาที่อินเดียสิบกว่าปี กลับมาแปลคัมภีร์อีกสิบเก้าปีจนมรณภาพ เป็นการเอาของไม่ควรไปอยู่กับของควร เจตนาดีแต่ปนโมหะ ไม่คิดถึงผลต่อลูกหลานหลายร้อยปีข้างหน้า ปัจจุบันคนแทบไม่เชื่อว่ามีพระถังซัมจั๋งจริง แต่เชื่อว่ามีเห้งเจีย ตือโป๊ยก่าย ซัวเจ๋ง ไซอิ๋วมีสองมิติคือความสนุก และเป็นวรรณกรรมศาสนาที่ใช้ตัวละครเป็นสัญลักษณ์ เห้งเจียคือโทสะ ตือโป๊ยก่ายคือโลภะ ซัวเจ๋งคือโมหะ คนมีทุกข์อยากมีที่พึ่ง เห็นเห้งเจียเก่งจึงนับถือเป็นเจ้าพ่อเห้งเจีย
คนไปกราบไหว้แล้วบังเอิญบุญเก่าตามมาทันก็เล่าต่อ ส่วนที่ไม่สำเร็จไม่เล่า ล่าสุดมีเจ้าแม่ใหม่เกิดขึ้นคือเจ้าแม่พุ่มพวง ราชินีเพลงลูกทุ่งพุ่มพวง ดวงจันทร์ อ่านหนังสือไม่ออกแต่ร้องเพลงเป็นที่รักของแฟนเพลง เสียชีวิตอายุไม่มาก แฟนเพลงจัดงานระลึกถึงทุกปีที่วัดทับกระดาน จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเก็บอัฐิ ตอนแรกแค่ระลึกถึงซึ่งไม่เสียหาย แต่พอสร้างรูปหุ่นขี้ผึ้ง คนที่ไม่ได้สร้างบารมีมาแต่อยากรวยทางลัดก็ไปจุดธูปขอหวยเผื่อฟลุก ได้ก็คุยต่อ เสียก็เก็บเงียบเพราะอาย คนหนึ่งทำคนหลังก็ทำตาม
ครูไม่ใหญ่ยกเรื่องที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อเล่า มีกองขี้หมาอยู่ คนเดินผ่านนึกสนุกเอาพวงมาลัยไปคล้อง คนต่อมานึกว่าเป็นของสูงก็เอาพวงมาลัยมาเพิ่มจนกองโต คนไปไหว้ขอหวย ร่างทรงได้ช่องหากิน สร้างศาลขึ้น ทั้งที่จุดเริ่มคืออาหารเก่าที่สุนัขถ่ายทิ้ง แล้วเล่าว่าครูไม่ใหญ่เคยสงสารขอทานจึงนัดเพื่อนไปมุงรอบขอทาน พักเดียวคนมามุงเป็นแถว มีคนมุงก็มีคนมามุงต่อ ปิดท้ายด้วยข่าวจากหนังสือพิมพ์บ้านเมืองฉบับวันที่สองมีนาคม 2549 ว่าคนพากันไปบนบานเพราะลือว่าให้หวยแม่น นำดอกไม้ธูปเทียนไปบูชาจนพุ่มพวงได้รับยกย่องเป็นเจ้าแม่ของคอหวยทั่วประเทศ ช่วงอ่านข่าวถอดเสียงเพี้ยนปนภาษาอังกฤษ
ทบทวนประวัติพระถังซัมจั๋งต่อจากเมื่อวาน ฉายาเสวียนจั้ง เป็นพระภิกษุจีนสมัยราชวงศ์ถัง ชื่อที่ถูกคือถังซานจั้งฝ่าซือ ซานจั้งแปลว่าพระไตรปิฎก ฝ่าซือแปลว่าธรรมาจารย์ ท่านฉลาดและสนใจธรรมะแต่เยาว์วัย สมัยนั้นจะบวชต้องผ่านการสอบที่ฮ่องเต้อนุญาตให้เปิด ท่านอายุสิบสามซึ่งน้อยกว่าเกณฑ์จึงไปยืนอยู่หน้าประตูห้องสมัคร ครูไม่ใหญ่ยกเทียบพระเถระในศรีลังกาที่บวชเป็นสามเณรแต่เด็กแล้วพิทักษ์พระพุทธศาสนาเถรวาทไว้ในยามศึกศาสนา (ชื่อถอดได้ราวคุณานันทะ ยังไม่ยืนยันการสะกด) หัวหน้าผู้คุมสอบถามเหตุผล ท่านตอบว่าอยากบวชเพื่อสืบทอดอายุพระพุทธศาสนา หัวหน้าเห็นความตั้งใจจริงจึงให้สอบเป็นกรณีพิเศษ ท่านสอบผ่านได้เป็นสามเณร อีกเจ็ดปีต่อมาอุปสมบทที่วัดต้าฉือ มณฑลเสฉวน
วัดต้าฉือปัจจุบันมีท่านต้าเอินฝ่าซือเป็นเจ้าอาวาส ประวัติย่อคือบวชเป็นพระภิกษุเมื่อ พ.ศ. 2524 จบการศึกษารุ่นแรกของวิทยาลัยสงฆ์ในปักกิ่ง ใน พ.ศ. 2529 เดินทางมาวัดพระธรรมกายครั้งแรกพร้อมคณะชาวจีนเจ็ดสิบห้าคน เริ่มปฏิบัติธรรมวางใจที่ศูนย์กลางกายฐานที่เจ็ด ท่านคิดเผยแผ่ธรรมะสู่คนรุ่นใหม่โดยเพิ่มภาคปฏิบัติจากเดิมที่มีแต่ภาคปริยัติ ส่งลูกศิษย์มาบวช นั่งสมาธิ และร่วมงานบุญที่วัดพระธรรมกายเสมอ เหมือนวัดเสี่ยววัดพี่วัดน้อง ครูไม่ใหญ่เรียนท่านว่าให้ถือว่าวัดพระธรรมกายเป็นวัดของท่าน ท่านอยากให้ชาวจีนได้ฝึกสมาธิ จึงนิมนต์ให้วัดพระธรรมกายไปจัดปฏิบัติธรรมที่วัดต้าฉือและเตรียมห้องปฏิบัติธรรมไว้ให้ ไม่นานนี้พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโวไปเยี่ยมวัดต้าฉือ แล้วชวนชมเทปพิเศษ ช่วงกลางถอดเสียงปนภาษาอังกฤษมั่ว
เทปสารคดีผู้บรรยายหญิง วัดต้าฉือมีประวัติยาวนานกว่าพันหกร้อยปี เป็นที่พระถังซัมจั๋งอุปสมบท ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเฉิงตู สมัยรุ่งเรืองมีเนื้อที่ราวครึ่งเมืองและรองรับพระภิกษุได้สามหมื่นรูป เมื่อจีนเปลี่ยนการปกครองและมีการปฏิวัติวัฒนธรรม วัดกลายเป็นพิพิธภัณฑ์เก็บโบราณวัตถุ จน พ.ศ. 2546 ทางการคืนพื้นที่ให้สมาคมพระพุทธศาสนาแห่งเมืองเฉิงตู เปิดวัดอย่างเป็นทางการเดือนเมษายน 2547 วันที่ 25 มิถุนายน 2548 สมาคมมีมติอาราธนาท่านต้าเอินเป็นเจ้าอาวาส ท่านวางแผนบูรณะวัด ตลอดสิบกว่าปีที่เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสอีกวัดหนึ่ง (ถอดได้ราววัดมันชูศรี) ได้พาศิษย์มาร่วมงานวันมาฆบูชาและบวชเรียนที่วัดพระธรรมกายจนหลายท่านมีประสบการณ์ภายในดี และเล่าว่า พ.ศ. 2538 วัดพระธรรมกายเคยส่งพระประธานสูง 2.4 เมตร หน้าตัก 1.2 เมตร หนึ่งองค์ไปถวาย ปิดท้ายด้วยคำขวัญพุทธบุตรต้องเป็นหนึ่งเดียวกันเหมือนดวงตะวันที่มีดวงเดียว
ช่วงราว 3099-3278 ไม่มีบรรทัดถอดเสียง ครูไม่ใหญ่เล่าต่อว่าพระถังซัมจั๋งศึกษาธรรมะจากหลายสำนักแล้วพบว่าคำสอนและคัมภีร์แตกต่างกันจนไม่รู้จะยึดอะไรเป็นหลัก ความแตกต่างคือการแตกแยก จึงตั้งใจไปศึกษาที่แหล่งกำเนิดพระพุทธศาสนาในอินเดียและอัญเชิญพระไตรปิฎกกลับมาเพื่อให้ปฏิบัติไปทางเดียวกัน ชวนเพื่อนพระไปด้วยแต่ฮ่องเต้ไม่อนุญาตด้วยเหตุผลทางการปกครอง ไปแล้วอาจถูกตัดหัว เพื่อนพระทักท้วง แต่ท่านคิดว่าถ้าท่านไม่ทำแล้วใครจะทำ ตัดสินใจเมื่ออายุยี่สิบหก ตรงกับ พ.ศ. 1172 เดินเท้าผ่านทะเลทราย ขึ้นเขาลงห้วย ชาวบ้านช่วยพาไปส่งเป็นช่วง ๆ และขอให้ปิดเป็นความลับ บางช่วงไม่มีน้ำจนเป็นลมหลายครั้ง เจอโจร ท่านบันทึกไว้และกลายเป็นข้อมูลที่นำไปแต่งไซอิ๋ว เส้นทางสายไหมสมัยนั้นมีอิทธิพลกรีกและโรมัน
ถึงอินเดียแล้วท่านไปสังเวชนียสถานที่ประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน และแสดงปฐมเทศนา แล้วศึกษาธรรมกับพระอาจารย์ศีลภัทรที่มหาวิทยาลัยนาลันทาห้าปีจนเข้าใจภาษาสันสกฤตและธรรมะลึกซึ้ง ครูไม่ใหญ่ขยายว่ายุคนั้นศาสนาพราหมณ์และฮินดูพยายามกลืนพระพุทธศาสนา เช่นยกพระพุทธเจ้าเป็นปางอวตารหนึ่งของพระนารายณ์ คนอ่านรุ่นหลังเคลิ้มตามเหมือนอ่านวรรณกรรม นาลันทามีนักศึกษานับหมื่นทั้งเถรวาทและมหายาน คัมภีร์ที่ท่านศึกษาและนำกลับมาจึงมีความเชื่อของพราหมณ์ฮินดูเจือปนมาก่อนแล้ว ช่วงกลางถอดเสียงเพี้ยนบางบรรทัด
พระเจ้าศีลาทิตย์จัดงานชุมนุมทุกศาสนา มีเจ้าเมืองสิบแปดแคว้น ภิกษุสามเณรสามพัน พราหมณ์และนักบวชนิครนถ์อีกราวสองพัน นาลันทาส่งพระภิกษุไปพันกว่ารูป พระถังซัมจั๋งเป็นตัวแทนฝ่ายภิกษุแสดงธรรมเป็นภาษาสันสกฤต ครูไม่ใหญ่ชวนนึกภาพพระจีนตาเรียวยาวพูดสันสกฤตต่อหน้าผู้ฟังตากลมโต ท่านเรียนสันสกฤตห้าปีจนแตกฉานเพราะความรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเก็บไว้ในภาษานั้น แสดงธรรมหนึ่งพันหกร้อยโศลก แล้วประกาศให้ทุกศาสนามาโต้แย้งวันละหลายครั้งติดต่อกันสิบแปดวัน ไม่มีใครคัดค้าน แสดงว่าธรรมที่แสดงงามทั้งเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุด ชื่อเสียงของท่านจึงขจรขจายทั่วอินเดีย
พ.ศ. 1186 ท่านตัดสินใจกลับจีนเพราะรวบรวมคัมภีร์ได้พอจะแปลเป็นภาษาจีนแล้ว เข้าลาพระเจ้าศีลาทิตย์ซึ่งทัดทานและจะสร้างวัดให้ถึงร้อยแห่ง แต่ท่านยืนยันจะนำธรรมกลับไปเผยแผ่ พระราชาจึงจัดคน ช้าง ม้า ลา ล่อ ขนคัมภีร์ พระพุทธรูป และเสบียงไปส่ง ใช้เวลาเดินทางกลับราวหนึ่งปี รวมอยู่อินเดียและเดินทางสิบแปดปี ฮ่องเต้ที่เคยห้ามออกนอกประเทศเสด็จมารับเอง ฟังเทศน์แล้วซาบซึ้งและนิมนต์ให้ลาสิกขามารับราชการ ท่านปฏิเสธอย่างนอบน้อมว่าบวชมาเพื่อสืบทอดอายุพระศาสนา ขอสนองพระคุณในเพศสมณะ แล้วเป็นหัวหน้าทีมแปลพระไตรปิฎกจากสันสกฤตเป็นภาษาจีนใช้เวลาเกือบยี่สิบปี ได้รับการจารึกว่าเป็นผู้อัญเชิญพระไตรปิฎกสู่จีนสมัยราชวงศ์ถัง
ครูไม่ใหญ่ชี้ว่าสิ่งที่ผสมอยู่ติดเข้ามาในคัมภีร์ด้วยจนแยกไม่ออก คือแนวคิดเทวนิยม ความเชื่อเรื่องเทพเจ้า เจ้าพ่อเจ้าแม่ ภิกษุยุคหลังพระถังซัมจั๋งนำคัมภีร์นิกายมันตรยานจากอินเดียเข้ามาอีก นิกายนี้เกิดจากพิธีกรรมและอาถรรพเวทของพราหมณ์รวมกับพระพุทธศาสนา สร้างพระพุทธเจ้าองค์ใหม่ขึ้นแทนพระศากยมุนีโดยไม่ต้องสร้างบารมี ชื่อพระไวโรจนพุทธเจ้า อธิบายว่าเป็นผู้ปกครองดูแลสรรพสิ่ง คล้ายความเชื่อของพราหมณ์ที่ว่าพรหมอยู่เบื้องหลังสรรพสิ่ง ยุคนี้จึงต้องค่อย ๆ ศึกษาว่าอะไรของแท้อะไรไม่ใช่ เพื่อแยกออกและปฏิบัติในคำสอนเดียวกัน ตามด้วยบรรทัด jingle ช่วงพักยาว
พระภิกษุทุกรูปในจีนบวชแล้วใช้แซ่เดียวกันคือซื่อ มาจากคำเรียกพระศากยมุนีในภาษาจีน บ่งบอกว่าเป็นลูกของพระพุทธเจ้าเหมือนกัน บวชแล้วไม่คงชื่อนามสกุลเดิม แสดงว่าออกจากเรือนแล้ว เหมือนมะม่วงหล่นจากต้นแล้ว ลืมอดีตหมด ส่วนการดูว่าเป็นศิษย์ของใคร ใช้ชื่อสองตัวหลังให้คล้ายกันเพื่อยกย่องพระอุปัชฌาย์ นักบวชจีนหลายรูปจบปริญญาตรี โท เอกก่อนบวช แต่บวชแล้วไม่นำวุฒิการศึกษาทางโลกมาคุยยกตัว เพราะไม่เกี่ยวกับทางโลกอีกแล้ว ตามด้วยช่วงที่ถอดได้แต่คำว่าโปรดติดตามตอนต่อไป
ครูไม่ใหญ่บอกว่าพรุ่งนี้จะมีเรื่องผลการติดตามอีกเรื่องหนึ่ง (ถอดเสียงชื่อเรื่องไม่ชัด) วันนี้เข้าสู่กรณีศึกษา เปิดด้วยเพลงยิ้มแล้วรวย มีบรรทัด jingle คั่นก่อน แล้วเป็นท่อนร้องบางคนไม่สวยได้ยิ้มมาช่วยก็ดูสวย ความรู้ไม่มีแต่ยิ้มดีพารวย ยิ้มแล้วรวย
ผู้เขียนติดตาม DMC ทุกวันและชอบฟังกรณีศึกษา จึงส่งเรื่องของครอบครัวมา ท่านพ่อสืบเชื้อสายจากพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว พระอนุชาร่วมพระชนกชนนีกับพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ใช้คำนำหน้าหม่อมเจ้ามาแต่เกิด แต่เพราะซื่อตรงไม่คดโกงจึงเป็นหม่อมเจ้าที่จนที่สุดในราชนิกูลวังหน้า รับราชการกรมราชทัณฑ์ กระทรวงนครบาล ตำแหน่งเทียบผู้บัญชาการเรือนจำ ควบคุมจองจำลงโทษและดูแลการประหารชีวิตนักโทษ ซึ่งสมัยนั้นยังใช้ดาบตัดคอ ก่อนเปลี่ยนเป็นยิงเป้าเมื่อ พ.ศ. 2477 ขั้นแรกจัดอาหารคาวหวานมื้อสุดท้ายและนิมนต์พระมาเทศน์ ครูไม่ใหญ่แทรกว่านักโทษคงไม่มีอารมณ์กินหรือฟัง แล้วสาธิตว่าถ้าเทศน์ให้นักโทษฟังจะให้ลืมอดีตที่ผิดพลาดเพื่อใจใส คนเราต้องตายทุกคนต่างกันแค่วิธี ให้นึกถึงพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์ปิดอบายไปสวรรค์ ลองหลับตานึกดวงอาทิตย์ เพราะคนใกล้ตายนึกง่าย ช่วงราว 5134-5254 ไม่มีบรรทัดถอดเสียง
นักโทษนั่งเหยียดขาบนใบตองสามยอด มัดแขนไพล่หลังติดหลักไม้กางแขนที่ปักแน่น มือพนมมีดอกไม้ธูปเทียนไว้ระหว่างอก เพื่อให้นึกถึงพระรัตนตรัยหรือพระจุฬามณี มีผ้าปิดตา เพชฌฆาตสวมเสื้อแขนสั้นกางเกงขายาวสีแดงลงยันต์คาถาอาคม สวมมงคลเหมือนนักมวย เชื่อว่ากันวิญญาณอาฆาต มีบรรทัด jingle คั่น แล้วกำหนดแนวลงดาบที่ต้นคอ ครูไม่ใหญ่เปรียบเหมือนวางปลาบนเขียงแล้วขีดดินสอ ใช้ดินเหนียวเสกคาถาอุดหูอุดปาก เพชฌฆาตดาบสองดาบสามรำดาบรอบ ๆ ตามจังหวะปี่กลองจนจิตนักโทษสงบ แล้วเพชฌฆาตดาบหนึ่งฟันคอทันทีโดยมีกฎว่าต้องขาดในดาบแรกเพื่อไม่ให้นักโทษทรมาน ถ้าไม่ขาดดาบสองฟันซ้ำ ครูไม่ใหญ่เล่าว่าเคยเห็นอดีตเพชฌฆาตสมัยตัดคออายุเก้าสิบกว่าปียังนั่งตัวตรงแข็งแรงที่หอของหลวงปู่ เสร็จแล้วใช้มีดสับส้นเท้าถอดตรวน แล้วชวนฟังเพลงที่ใช้ประกอบการประหาร
ช่วงราว 5510-5586 เกือบไม่มีบรรทัดถอดเสียง ต่อจากที่ครูไม่ใหญ่บอกว่าจะให้ฟังเพลงที่ใช้รำดาบประหารจนนักโทษใจสงบ ซึ่งทีมงานค้นจากประวัติศาสตร์ย้อนไปก่อน พ.ศ. 2477 และแซวว่าใครนั่งสมาธิไม่สงบลองเอาไปฟัง ท้ายช่วงครูไม่ใหญ่พูดชื่อเพลงแต่ถอดเสียงไม่ชัด
ครั้งหนึ่งมีนักโทษคดีฆ่าลูกตนเองถูกประหาร เพชฌฆาตดาบหนึ่งดื่มเหล้าย้อมใจหนักเพราะการฆ่าคนไม่ง่าย พอเงื้อดาบจะฟันก็เรี่ยวแรงแผ่วจนบั่นคอไม่ขาด และเสียหลักเพราะฟันผิดจังหวะ ล้มไปขวางทางที่เพชฌฆาตดาบสองกำลังเงื้อดาบจะฟันซ้ำ ท่านพ่อซึ่งยืนคุมอยู่ใกล้ชิดรีบถลันเข้าไปใช้ปลายเท้าถีบเพชฌฆาตดาบหนึ่งให้พ้นวงดาบได้ทัน เพชฌฆาตดาบสองฟันซ้ำสำเร็จ เลือดจากคอนักโทษพุ่งใส่ท่านพ่อจนเปรอะทั้งตัว ถือว่าโชคยังช่วย ไม่งั้นคนที่ถูกฟันคอคงเป็นเพชฌฆาตดาบหนึ่งแทน
บั้นปลายท่านพ่อมีความสุขตามอัตภาพ อายุห้าสิบกว่าปีก็สิ้นชีวิตอย่างสงบ นอนหลับไปเฉย ๆ โดยไม่ได้ป่วยมาก่อนและไม่ทันสั่งเสีย คุณแม่เกิดที่จังหวัดชัยภูมิ อายุเก้าขวบพลิกชีวิตจากสามัญชนมาเป็นหญิงชาววัง เพราะพี่ชายรู้จักเจ้านายผู้ใหญ่ที่ท่าช้างวังหน้า จึงพาไปฝากไว้ ท่านเมตตารับเลี้ยงและส่งเรียนจนจบประถมหก โตเป็นสาวผิวพรรณดีจนเป็นที่หมายตาของหนุ่ม ๆ และหม่อมเจ้าท่านนั้นก็เอ็นดูเป็นพิเศษ ช่วงราว 5758-5858 ถอดเสียงเพี้ยนปนภาษาอังกฤษ ครูไม่ใหญ่พูดว่าเพลงนี้คุ้น ๆ แล้วเป็นบรรทัด jingle ช่วงพักยาว
หม่อมเจ้าตบแต่งคุณแม่เป็นภรรยาคนที่สาม มีลูกด้วยกันสี่คน ชายสามหญิงหนึ่ง ผู้เขียนเป็นลูกสาวคนเล็กซึ่งอายุเพียงขวบเดียวตอนท่านพ่อจากไป คุณแม่สอนลูกไม่ให้ถือตัวว่าเป็นหม่อมราชวงศ์ ให้อ่อนน้อมถ่อมตน หลังท่านพ่อสิ้น หม่อมยายภรรยาใหญ่ให้เลือกว่าจะอยู่ต่อหรือรับเงินแล้วย้ายออก คุณแม่เลือกอยู่ด้วยความจงรักภักดี แต่ได้อุปถัมภ์แค่เรื่องกินอยู่ จึงไปเป็นหัวหน้าแม่ครัวร้านอาหารไทยสำหรับชาวต่างชาติ และได้จัดสำรับคาวหวานไปถวายสมเด็จพระสังฆราชองค์ก่อนหลายครั้ง อายุหกสิบกว่าเริ่มป่วยเป็นโรคถุงลมโป่งพอง หมอพบว่าเกิดจากไอระเหยของน้ำมันที่ทอดหมี่กรอบทุกวันสะสมในปอด อาการหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนเสียชีวิตอายุเจ็ดสิบปีโดยลูกคอยเตือนให้นึกถึงบุญ ช่วงกลางถอดเสียงปนภาษาอังกฤษ
ครั้งแรกที่คุณแม่เอกซเรย์ที่โรงพยาบาลภูมิพล ท่านไม่ได้ถอดสร้อยที่แขวนพระเครื่องสามองค์ออก ในฟิล์มองค์หนึ่งปรากฏภาพพระธรรมกายนั่งขัดสมาธินูนเด่นชัด อีกสององค์ดำสนิทเห็นแต่รูปทรง หมอถามว่าเป็นพระอะไร ผู้เขียนตอบว่าองค์ที่ชัดคือพระของขวัญจากวัดพระธรรมกาย ส่วนอีกสององค์ได้มาจากวัดอื่น หมอว่าแปลกดี ผู้เขียนยิ่งอัศจรรย์เพราะพระผงของขวัญรุ่นแรกด้านหนึ่งเป็นพระธรรมกาย อีกด้านเป็นหลวงปู่ ผ่านเอกซเรย์ไม่น่าเห็นเป็นภาพ หรือถ้าเห็นก็ควรเป็นภาพซ้อนกัน แต่เห็นเฉพาะพระธรรมกายด้านเดียว ครูไม่ใหญ่แทรกว่าก็แล้วแต่ท่าน
พี่ชายได้ทุนรัฐบาลไปเรียนญี่ปุ่น กลับมาเป็นพนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค แต่มีปัญหาความประพฤติเพราะติดสุราและผู้หญิงจึงต้องออกจากงาน ไปเป็นพนักงานเชียร์แขกในสถานอาบอบนวดหลายปีจนแก่ แล้วเป็นพนักงานบริษัทแอร์ เป็นคนอ่อนโยนแต่เจ้าชู้ เปลี่ยนผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ภายหลังกลับถูกภรรยาทิ้ง กลายเป็นพ่อม่ายเลี้ยงลูกสามคนตามลำพัง ช่วงราว 6257-6397 ไม่มีบรรทัดถอดเสียง ต่อมาพี่ชายมีปัญหาการเงิน ผู้เขียนช่วยเหลือและเจียดปัจจัยทำบุญให้แล้วบอกให้อนุโมทนา แต่ไม่เห็นพี่ชายขวนขวายทำบุญเอง ปลายปี 2548 ป่วยหนักด้วยโรคปอด ผู้เขียนกระซิบให้นึกถึงบุญที่เคยบวชหนึ่งพรรษาและบุญบูชาข้าวพระ ถวายสังฆทาน ปล่อยปลา เสียชีวิตอย่างสงบอายุหกสิบสอง ไม่นานผู้เขียนฝันเห็นพี่ชายสวมเสื้อสีขาวสว่างตา จึงดุว่าบอกให้ไปเวียนประทักษิณที่วัดพระธรรมกายแล้วทำไมไม่ไป พี่ชายเงียบ ครูไม่ใหญ่แทรกว่าต้องฝึกนึกตั้งแต่เป็นมนุษย์ ไม่งั้นนึกไม่ออก
ผู้เขียนกับสามีสงสัยจึงตั้งคำถาม ท่านพ่อเป็นผู้บัญชาการเรือนจำเพราะอะไรและจะมีวิบากกรรมอย่างไร การทำตามหน้าที่รักษาความสงบของบ้านเมืองเป็นบุญบ้างไหม ในแง่กฎแห่งกรรมการตัดสินประหารชีวิตถูกต้องเพียงใด ครูไม่ใหญ่แทรกว่าถามกฎแห่งกรรมไม่ได้ถามกฎหมาย เพชฌฆาตจะมีวิบากกรรมไหม นักโทษมีโอกาสไปสุคติไหม การประหารด้วยดาบตัดคอกับการฉีดยาอย่างปัจจุบันให้ผลต่อผู้ฆ่าและผู้ถูกฆ่าต่างกันอย่างไร การลงทัณฑ์ด้วยอุปกรณ์พิเศษ คือยัดนักโทษใส่ตะกร้อหวายให้ช้างเตะกลิ้งไปให้เหล็กแหลมทิ่มแทง ใช้เบ็ดเหล็กเกี่ยวใต้คางทะลุถึงใต้ลิ้นแล้วชักรอกจนเท้าลอย และให้นอนในหีบปิดฝาตั้งกลางแดด เป็นเพราะเคยทำกรรมใด ครูไม่ใหญ่แทรกว่าฟังแล้วยังกับในยมโลก ช่วงหนึ่งถอดเสียงซ้ำคำเพี้ยน
ท่านพ่อละโลกแบบหลับไปเฉย ๆ ขณะนั้นใจใสหรือหมอง ไปไหน ได้รับบุญที่ลูกอุทิศไหม มีอะไรฝากบอกไหม ทำไมเกิดตระกูลสูงแต่เป็นหม่อมเจ้าที่จนที่สุด คุณแม่อยู่ในวังสุขสบายแต่ภายหลังลำบากเพราะอะไร ทั้งสองเคยสร้างบุญร่วมกันหรือไม่และต่างกันอย่างไร โรคถุงลมโป่งพองของคุณแม่เกิดจากเคยสูบบุหรี่หรือจากทอดหมี่กรอบทุกวัน คุณแม่ตายแล้วไปไหน บุญถวายอาหารประณีตแด่สมเด็จพระสังฆราชส่งผลอย่างไร ภาพพระในฟิล์มเอกซเรย์เป็นอานุภาพพระของขวัญหรือไม่ ทำไมไม่เห็นภาพหลวงปู่ และเอกซเรย์ครั้งหลังยังเห็นพระธรรมกายเหมือนเดิม บุญที่ลูกเจียดทำให้พี่ชายแล้วให้อนุโมทนา พี่ชายได้รับไหม ช่วยตัดรอนกรรมเจ้าชู้ ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ได้หรือไม่ ขณะละโลกพี่ชายนึกถึงบุญที่เคยบวชได้ไหม ตายแล้วไปไหน ฝันนั้นเป็นเรื่องจริงไหม และพี่ชายทำตามหลักวิชาได้หรือไม่
ช่วงราว 6792-6848 ไม่มีบรรทัดถอดเสียง ต่อด้วยท่อนร้องอย่าเพิ่งพักผ่อนเลยนะคนดี เพียงไม่กี่ปีรู้ไหมคนดี ทุกหน้าที่มีความสำคัญ ทุกภารกิจจงถูกใจ ส่งยิ้มให้กัน ร่วมสร้างสวรรค์บนปฐพี แล้วไปสวรรค์ดุสิตบุรี เป็นเพลงให้กำลังใจคนสร้างบารมีไม่ให้หยุดพัก ถ้อยคำตรงกับเพลงลูกเหนื่อยไหมหนอที่เปิดในตอน 6 มี.ค. 2549 แต่ไม่ได้ประกาศชื่อเพลงในช่วงนี้
ถามว่าจำเรื่องและคำถามได้ไหม แล้วเฉลยว่าในอดีตท่านพ่อเคยเป็นกุมภัณฑ์ เจ้าหน้าที่ลงทัณฑ์สัตว์นรกในยมโลก จึงอยู่ในวงจรนั้น ตายไปก็ต้องกลับไปเป็นผู้ลงทัณฑ์ ผู้พิพากษา หรือเจ้าหน้าที่คุมโซนในยมโลก นอกจากท่านมาเกิดเป็นมนุษย์แล้วทำบุญพิเศษ หรือญาติทำบุญพิเศษไปให้จึงตัดวงจรได้ ครูไม่ใหญ่ขยายว่าเจ้าหน้าที่ใหม่ ๆ ต้องถือหอก พอญาติทำบุญไปให้รูปร่างทรงผมดีขึ้นไม่ต้องถือหอก เลื่อนเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษา อาชีพนี้บุญปนบาป บาปคือการฆ่า บุญคือรักษาความสงบของโลก ในแง่กฎแห่งกรรมการตัดสินประหารชีวิตยังผิดศีลข้อหนึ่งเพราะมีเจตนาสั่งฆ่า แม้ถูกกฎหมายแต่ผิดกฎแห่งกรรม กฎแห่งกรรมไม่มีใครตั้ง พระพุทธเจ้าเพียงรู้เห็นแล้วนำมาถ่ายทอด ความยุติธรรมหาได้ในกฎหมายที่สมมติขึ้นเพื่อให้สังคมอยู่เย็นเป็นสุข ท้ายช่วงถอดเสียงปนภาษาอังกฤษมั่ว
ใครในขบวนการประหารดื่มสุราย้อมใจก็มีกรรมดื่มสุราติดไปอีก นอกจากอายุสั้นแล้วยังเป็นใบ้ บ้า ปัญญาอ่อน การที่นักโทษได้กินอาหารจนอิ่ม ได้ฟังเทศน์ และเพชฌฆาตขอขมาก่อนประหารจนนักโทษอโหสิกรรม ทำให้วิบากเบาลงคือไม่มีกรรมจากการจองเวรอาฆาตต่อไป แต่ยังมีวิบากให้อายุสั้นเพราะชื่อว่าฆ่ามนุษย์ ช่วงหนึ่งถอดเสียงเพี้ยนปนภาษาอังกฤษ ส่วนการตัดคอกับการฉีดยา ใช้ความพยายามในการฆ่าไม่เท่ากัน การฟันคอให้ขาดต้องใช้ความพยายามมาก ส่วนฉีดยาคิดแค่ทำให้หลับ จึงตัดคอมีวิบากมากกว่า เมื่อวิบากส่งผลเพชฌฆาตจะตายด้วยวิธีที่ร้ายแรงกว่าและอายุสั้นหลายชาติกว่า สมมติตัวเลขว่าฉีดยาร้อยชาติ ตัดคอสองร้อยชาติ
นักโทษที่ถูกยัดใส่ตะกร้อหวายให้ช้างเตะให้เหล็กแหลมทิ่มแทงจนตาย มีกรรมหลายอย่างรวมกันส่งผล เช่นเคยทรมานคนด้วยวิธีคล้ายกัน กรรมปาณาติบาตฆ่าสัตว์ และกรรมปัจจุบันที่ฆ่าคนอย่างทารุณ ส่วนการใช้เบ็ดเหล็กเกี่ยวใต้คางชักรอกจนเท้าลอย มาจากเคยทรมานคนหรือสัตว์คล้ายกัน และวจีกรรมอีกแบบคือพูดประจานให้เขาเจ็บช้ำใจ ชักชวนคนมารุมด่า ครูไม่ใหญ่เตือนว่าบางประเทศกำลังประจานกันอยู่ต้องระวัง ต่างจากกรณีช้างเตะตะกร้อที่เป็นวจีกรรมทิ่มแทงเขา ส่วนการนอนในหีบปิดฝาตั้งกลางแดดทั้งร้อนและหายใจไม่ออก มาจากเคยทรมานคนหรือสัตว์คล้าย ๆ กัน ปลูกอะไรก็ได้อย่างนั้น ช่วงหนึ่งถอดเสียงเพี้ยน
ท่านพ่อละโลกแบบหลับไปขณะใจไม่ใสไม่หมอง เจ้าหน้าที่มาเชิญไปยมโลก เป็นหัวหน้าโซนคุมเจ้าหน้าที่ลงทัณฑ์สัตว์นรกตามวงจรเดิม บุญที่ลูกอุทิศไปถึงแล้วทำให้อายุในยมโลกลดลง ท่านฝากขอบคุณลูกและอยากได้บุญอีกเพื่อจะพ้นจากตรงนั้น เพราะอยู่ที่นั่นไม่ว่าเป็นเจ้าหน้าที่หรือสัตว์นรกล้วนทุกข์ทรมานต่างกันแค่แบบ ท่านพ่อเกิดในตระกูลสูงเพราะในอดีตมีบุญอ่อนน้อมถ่อมตน แต่เป็นหม่อมเจ้าที่จนที่สุดเพราะทำทานมาไม่มาก คุณแม่เข้าวังตั้งแต่เด็กสุขสบายแล้วภายหลังลำบากเพราะทำทานในอดีตไม่สม่ำเสมอ ช่วงที่บุญส่งผลก็สบาย ช่วงที่ไม่ได้ทำก็ลำบาก ทั้งสองเคยสร้างบุญร่วมกันช่วงสั้น ๆ จึงอยู่ด้วยกันสั้น พ่อเป็นผู้นำ แม่เป็นผู้ตาม
คุณแม่ป่วยถุงลมโป่งพองเพราะกรรมปาณาติบาตฆ่าสัตว์ทำอาหารทั้งในอดีตและปัจจุบัน รวมกับกรรมรมควันสัตว์ เช่นรมควันตีผึ้ง ส่งผลให้มาอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ทอดหมี่กรอบ ซึ่งเป็นเพียงตัวเสริม กรรมหลักคือการรมควันและฆ่าสัตว์ ตายแล้วเป็นเทพธิดาสวยมีวิมานทองชั้นดาวดึงส์เฟส 3 ที่ไม่ใหญ่นัก จากบุญในพระพุทธศาสนา และบุญถวายอาหารประณีตแด่สมเด็จพระสังฆราชทำให้มีทิพยสมบัติประณีตด้วย พ่อไปยมโลก แม่ไปดาวดึงส์ ต่างลืมกันไปแล้วและมีภารกิจใหม่ ภาพพระในฟิล์มเอกซเรย์เป็นอานุภาพของพระของขวัญ ซึ่งแสดงในเวลาที่เหมาะคือเมื่อจิตเป็นกลาง ๆ ส่วนจะเห็นภาพหลวงปู่หรือพระธรรมกายอีกเมื่อไรก็แล้วแต่ท่าน ท่านอยากให้เห็นก็เห็น
บุญที่ผู้เขียนเจียดทำให้พี่ชายแล้วพี่ชายอนุโมทนา พี่ชายได้บุญส่วนอนุโมทนาซึ่งช่วยตัดรอนวิบากกรรมได้บ้าง ขณะละโลกพี่ชายมีคตินิมิตใสบ้างพอปิดอบาย เพราะทำตามคำแนะนำของน้องสาวได้บ้าง ทั้งที่ไม่ค่อยคุ้นกับการนึกถึงบุญ ตายแล้วไปเป็นภุมมเทวาระดับทั่วไปในหมู่บ้านภุมมเทวาแห่งหนึ่ง (ถอดเสียงคำนี้ไม่ชัด) รับบุญที่อุทิศไปแล้วสภาพดีขึ้นแต่ยังลำบาก ต้องอุทิศไปให้อีกบ่อย ๆ ที่ฝันเห็นพี่ชายเป็นเรื่องจริงคือพี่ชายมาลาก่อนจากไป ปิดท้ายว่าชาตินี้มาเจอกันแล้วให้สร้างบารมีเต็มที่ในทุกบุญ และอธิษฐานจิตไปดุสิตบุรี วงบุญพิเศษ เขตบรมโพธิสัตว์
นักเรียนว่าบทประจำวันซ้ำหลายรอบ สิ่งที่ต้องสั่งสมคือบุญกุศล สิ่งที่ต้องแสวงหาคือพระรัตนตรัยภายใน เป้าหมายชีวิตคือที่สุดแห่งธรรม ที่พักระหว่างทางคือดุสิตบุรี วงบุญพิเศษ เขตบรมโพธิสัตว์ ตามด้วยบรรทัด jingle ช่วงพักยาว
ช่วงประกาศรายนามผู้มีบุญสร้างพระในมหาธรรมกายเจดีย์ ได้ยินลำดับที่ 126 และ 127 ถอดเสียงเพี้ยนปนภาษาอังกฤษเกือบทั้งหมดจนอ่านรายนามและรายละเอียดกองบุญไม่ได้ ตามด้วยบรรทัด jingle
นักเรียนว่าคำขวัญปิดรายการซ้ำ พุทธบริษัทสี่ต้องเป็นหนึ่งเดียวกันเหมือนดวงตะวันที่มีดวงเดียว เรื่องส่วนตัวให้วางอุเบกขา เรื่องพระศาสนาให้เอาอุเบกขาวาง จิตสดใสเมื่อใจสิ้นระแวงเหมือนดวงจันทร์ส่องแสงในคืนวันเพ็ญ ธรรมกายคือพระในตัวคุณที่เข้าถึงได้ด้วยการทำใจหยุดนิ่ง ครูไม่ใหญ่ย้ำให้ท่องจนขึ้นใจ แล้วบอกว่าจากนี้ไปจะมาพร้อมใจกัน ประโยคถูกตัดด้วยบรรทัด jingle ที่ Whisper ถอดซ้ำตั้งแต่ราว 8433 จนจบไฟล์ที่ 8873 จึงไม่มีถ้อยคำช่วงสวดท้ายรายการ ไม่แน่ชัดว่าเสียงท้ายไฟล์ครบหรือไม่
เวลาเริ่มของช่วง คำสะกด tag ที่ขาด ช่วงที่ยังไม่มีในผัง หรือลิงก์เสีย บอกได้ที่นี่ - คนที่ฟังจริงเห็นสิ่งที่คลังนี้มองไม่เห็น
เข้าสู่ระบบด้วยปุ่มด้านบนของหน้าก่อน แล้วช่องเขียนถึงผู้ดูแลจะขึ้นที่นี่