ep110 ผังเวลา 33 ช่วง
ทศชาติชาดก (153) พระเตมีย์ (74) แต่งตัวด้วยรอยยิ้ม (64) พระธรรมกายประจำตัว (49) แต่งเนื้อแต่งตัว (45) วันคุ้มครองโลก 2549 (44) ออกแบบชีวิต (31) มหาสุวรรณนิธิ (29) พระเจ้ากาสิกราช (17) ภรรยาคนไทยในอิตาลี (14) สุนันทสารถี (10) พระโพธิสัตว์ (9) DMC (8) พระนางจันทาเทวี (8) ผิวพรรณผ่องใส (5) ช่วยตัวเองก่อนแล้วพระเจ้าจะช่วย (3) ปัญญาชนกับปัญหาชน (3) แปลให้สามีชาวต่างชาติฟัง (3) ครองราชย์ก่อนแล้วค่อยบวช (2) ความหมายของการแต่งงาน (2) จงค้นหาแล้วจะพบ (2) ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน (2) ตัวยืดตรงเมื่อใจถูกส่วน (2) ความสุขภายในเป็นสากล (1) ความหมายของพระโพธิสัตว์ (1) จะเปลี่ยนศาสนา (1) ตกใจแสงสว่างภายใน (1) นักเรียนชาวอิตาลี (1) นั่งสมาธิภาษาอิตาลี (1) มีเมียคือมีความเจ็บปวด (1) ยิ้มได้ทั้งวัน (1) ลดความอ้วน (1) ลดอาหารทีละคำ (1) ลูกสาวลูกครึ่ง (1) สมรสคือมีรสแห่งธรรมเสมอกัน (1) สารภาพกับตัวเองหน้ากระจก (1) เปิดบ้านนั่งสมาธิ (1) เรือกอนโดลา (1) เวนิส (1) เห็นดวงทั้งหลับตาลืมตา (1) ใจวูบ (1) ใบหมากเม่า (1)
นักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาว่าคาถาสำเร็จ แม้มืดตื้อมืดมิดก็มีสิทธิ์เข้าถึงธรรม ตามด้วยเนื้อนาบุญ มหาธรรมกายเจดีย์เป็นเนื้อนาบุญของโลก มหาจุฬามณีเป็นเนื้อนาบุญของสวรรค์ พระในบ้านเป็นเนื้อนาบุญของครอบครัว พระในตัวเป็นเนื้อนาบุญของเรา แล้วว่าคำขวัญ เมื่อเราสว่าง โลกก็สว่างด้วย
ทบทวนการบ้านสิบข้อ ตั้งแต่เอาบุญไปฝากคนที่บ้าน จดบันทึกผลการปฏิบัติธรรม ก่อนนอนนึกถึงบุญ หลับและตื่นในอู่ทะเลบุญ ตื่นแล้วรวมใจกับองค์พระหนึ่งนาทีนึกว่าโชคดีที่รอดมาอีกหนึ่งวัน ทั้งวันให้รู้สึกว่าตัวเราอยู่ในองค์พระ ทุกชั่วโมงขอหนึ่งนาทีหยุดใจ ทุกกิจกรรมนึกถึงดวงหรือองค์พระ จนถึงข้อสิบสร้างบรรยากาศด้วยรอยยิ้มและปิยวาจา แล้วถามว่ายิ้มกันไปทั่วโลกแล้วหรือยัง
วันนี้วันที่หนึ่งร้อยห้าสิบเอ็ดนับจากวันออกพรรษา เหลืออีกหนึ่งร้อยสิบหกวันจะเข้าพรรษา และผ่านวันปีใหม่มาแล้ว (ตัวเลขถอดเสียงไม่ชัด) แล้วทบทวนว่าเกิดมาทำไม เพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง แสวงบุญ สร้างบารมี พระนิพพานอยู่ภายในตัว เริ่มที่ศูนย์กลางกายฐานที่เจ็ดด้วยการทำใจหยุดนิ่งเฉย ๆ คนดี ๆ ทำได้ถ้าได้ทำ ต้องตอกย้ำให้คล่องปากขึ้นใจ นักเรียนใหม่ต้องศึกษาไว้เพราะความผิดพลาดมีอบาย ทุคติ วินิบาต นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉานรองรับอยู่
ครูไม่ใหญ่บอกว่าวันนี้มีเรื่องราวดี ๆ ของเคสสตัดดี้ที่จะทำให้เข้าใจเรื่องกฎแห่งกรรมดีขึ้น เอ่ยถึงผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นนางฟ้ามาเกิด (ชื่อถอดเสียงไม่ได้ความ ในช่วงที่ถอดได้ไม่มีเรื่องนางฟ้าแยกออกมา น่าจะหมายถึงหญิงไทยในอิตาลีที่เล่าผลการปฏิบัติธรรมในตอนนี้) และว่าเดี๋ยวจะไปอิตาลีกัน ไปฟังเพลงซานตาลูเซีย แต่ตอนนี้ให้มาแต่งเนื้อแต่งตัวให้เสร็จเรียบร้อยก่อน
ช่วงเพลงหรือช่วงพักหลังคำชวนแต่งเนื้อแต่งตัว ไม่มีบรรทัดถอดเสียงราวสี่สิบวินาที แล้ว Whisper ถอดเป็นคำว่าสวัสดีซ้ำยาวราวสามนาที ไม่มีท่อนร้องให้ระบุชื่อเพลง
ครูไม่ใหญ่ล้อคนที่แต่งตัวไม่เสร็จ นุ่งผ้าเช็ดตัวออกมา สวมรองเท้าแตะ หรือเขียนคิ้วข้างเดียวแล้วออกจากบ้านไปทำงาน ต่อจากเรื่องที่ว่าต้องแต่งเนื้อแต่งตัวให้เสร็จด้วยรอยยิ้ม (ช่วงนี้ถอดเสียงได้เพียงประโยคเดียว)
Whisper ถอดได้เพียงท่อนเดียวว่า Do You Love Me บอก แล้วไม่มีบรรทัดถอดเสียงราวสองนาที ไม่ได้ประกาศชื่อเพลงในช่วงนี้ แต่ท่อนที่ได้ยินตรงกับชื่อเพลงที่ลูกสาวคนเล็กของผู้ส่งผลการปฏิบัติธรรมจากอิตาลีบอกว่าชอบในช่วงหลังของตอนเดียวกัน
ครูไม่ใหญ่ชวนว่าตามกัน อีกสามสิบหกวันจะถึงวันคุ้มครองโลก ซึ่งจะมีการหล่อพระธรรมกายประจำตัวประดิษฐานภายในมหาธรรมกายเจดีย์ถึงหนึ่งแสนองค์ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ง่าย ช่วงนี้ให้รักษาใจให้ใสด้วยการนำมหาสุวรรณนิธิทุกระดับทั้งจุลเศรษฐี มหาเศรษฐี และบรมเศรษฐี น้อมไปไว้ที่ศูนย์กลางกายฐานที่เจ็ด เมื่อใจหยุดนิ่งสีทองจะเปลี่ยนเป็นสีแก้วใส ใจก็ใสตาม ใจใสคือภาชนะที่เหมาะรองรับบุญใหญ่ บุญจะไม่หกไม่หล่น เป็นการเตรียมตัวอย่างถูกหลักวิชา ใจต้องใสทั้งก่อนทำ กำลังทำ และหลังทำ เวลาบุญส่งผล รูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติจะเต็มเปี่ยมบริบูรณ์ได้มาง่ายไม่มีอุปสรรค แล้วชวนมาหล่อพระกัน
ต่อจากคำชวนว่าเรามาหล่อกันเถอะ ไม่มีบรรทัดถอดเสียงราวครึ่งนาทีแล้วเป็นบรรทัด jingle ราวหนึ่งนาทีครึ่ง จากนั้นครูไม่ใหญ่ถามว่าหล่อแล้วหรือยัง เดี๋ยวจะหาว่าไม่ได้เตือน อนุมานว่าเป็นเพลงหล่อทุกทีที่ตอนอื่นในคลังเปิดต่อจากคำชวนหล่อพระวันคุ้มครองโลกแบบเดียวกัน เป็นเพลงเล่นคำว่าหล่อกับการหล่อพระ ยังไม่ยืนยันจากเสียง
ครูไม่ใหญ่ถามว่าหล่อแล้วหรือยัง แล้วถามทวนว่าใครคือผู้ออกแบบชีวิต พรหม ฟ้า หรือใคร ตอบว่าไม่ใช่ เรานี่แหละคือผู้ออกแบบชีวิต ให้จำประโยคนี้ให้ดี อย่าไปรบกวนใคร จงช่วยตัวเองออกแบบชีวิตก่อน แล้วยกสำนวนภาษาอิตาลีที่ว่าจงช่วยตัวเองก่อนแล้วพระเจ้าจะช่วย พร้อมสำนวนภาษาต่างประเทศอีกอันที่ถอดเสียงหลุดเป็นคำมั่วยาวราวครึ่งนาที ก่อนย้ำให้ตั้งจำประโยคว่าเราคือผู้ออกแบบชีวิต จากนั้นไม่มีบรรทัดถอดเสียงราวสองนาที
ครูไม่ใหญ่ว่าถ้าตายแล้วสูญก็ดี แต่มันไม่เป็นอย่างนั้น ถ้าไม่มีความรู้ตรงนี้ดำเนินชีวิตผิดพลาด วิบากกรรมก็เกิด (ช่วงหนึ่งถอดเสียงหลุดเป็นคำซ้ำราวหนึ่งนาที) แล้วสมมุติว่าเดินผ่านหมาที่เห่าจนหงุดหงิดแล้วไปเหยียบหางมันหรือไปตีมัน ถ้าอยากให้ใครสักคนรับรู้ความผิดเพื่อความสบายใจ คนที่เหมาะที่สุดคือคนในกระจก ให้ไปยืนหน้ากระจก สารภาพความผิดพลาดแล้วปฏิญาณว่าจะไม่ทำอีก จะร้องไห้หรือทำอะไรก็ได้ เพราะเป็นเรื่องของเรา บอกคนอื่นเดี๋ยวเขาเอาไปคุยกัน อย่าคิดว่าบอกใครแล้วความผิดจะหมดไป ทุกคนอยู่ภายใต้กฎแห่งกรรม ต้องแก้ไขด้วยตนเอง ตามหลักอัตตาหิ อัตตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งของตน รีบแก้ไขตัวเองก่อนแล้วคนอื่นจะตามมาช่วยเอง
ครูไม่ใหญ่ว่าเดี๋ยวไปอิตาลีกันดีกว่า แล้วเกริ่นถึงผู้หญิงคนหนึ่งที่น่าศึกษา เป็นนางฟ้าตกสวรรค์ลงมาเกิดในเมืองมนุษย์ด้วยความสมัครใจ เรื่องราวจะเป็นอย่างไรให้รอก่อน แล้วเปิดรายการไปอิตาลี (ในช่วงที่ถอดได้ไม่มีเรื่องนางฟ้าแยกออกมา น่าจะหมายถึงหญิงไทยในอิตาลีที่เล่าต่อ) จากนั้นไม่มีบรรทัดถอดเสียงราวหนึ่งนาทีครึ่ง
ครูไม่ใหญ่เล่าว่าที่เวนิสคนมาเพื่อดูทิวทัศน์ นั่งเรือกอนโดลาแบบคู่รักนั่งเคียงกันไม่พรากจากกัน คนพายเรือต้องร้องเพลงไปด้วยพร้อมเครื่องดนตรีสักชิ้น ขณะล่องไปตามคลองของเวนิสที่มีเป็นร้อยคลอง จุดประสงค์คือให้ดู ไม่ใช่รีบไปให้ถึง แล้วว่าเดี๋ยวรอตัดต่อให้เสร็จก่อน เพราะโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาถนัดแบบสุกเอาเผากิน สบาย ๆ ตามสถานการณ์
ครูไม่ใหญ่ให้นักเรียนว่าตามเป็นภาษาอิตาลีว่า Buon giorno Italia สวัสดีชาวอิตาลีทุกคน เล่าว่ามีคนรายงานมาเมื่อคืนว่าพาชาวอิตาลีเข้าร้านอาหารที่คนไทยเป็นเจ้าของร้าน เปิดจอดูแล้วแปลกใจว่าองค์นี้พูดภาษาอิตาลีได้ ครูไม่ใหญ่ว่าได้แค่นี้ก็เหลือเฟือแล้ว แล้วเอ่ยว่าเรื่องเมื่อวานน่าศึกษามาก
ครูไม่ใหญ่ขอทำความเข้าใจกับนักเรียนที่อิตาลีซึ่งเป็นภรรยาคนไทยมีสามีชาวอิตาลีนั่งดูคู่กัน สามีฟังไม่รู้เรื่องแต่เห็นภรรยามีความสุขกับการดูจานธรรมะ ก็อยากสุขบ้าง จึงพยายามถาม ภรรยาก็พยายามแปล ครูไม่ใหญ่ตกลงว่าท่านจะพูดให้ถูกต้องตรงไปตรงมา แต่ให้ลูกแปลให้ถูกใจสามี เพื่อให้เขาปลื้มมีปีติ ถ้าบางทีท่านพูดผิดก็ให้แปลให้ถูก ให้ถูกใจไว้ก่อนโดยมีถูกต้องแจมไปนิด ๆ ถ้าตกลงได้ก็จะได้เข้าสู่รายการต่อ
ครูไม่ใหญ่ว่าเอาวันละนิดดีกว่า แล้วนำนั่งสมาธิเป็นภาษาอิตาลีทีละวลี (Whisper ถอดคำอิตาลีได้เพี้ยนเกือบทั้งหมด) แล้วพูดซ้ำเป็นภาษาไทยว่า หลับตาเบา ๆ และดูเข้าไปภายใน มีอะไรให้ดูไป ดูไปด้วยใจสบาย ไม่ต้องคิดอะไร ภาพภายในจะค่อย ๆ เปลี่ยนไป ภาพสุดท้ายจะเป็นดวงแก้วใสที่ศูนย์กลางกาย ท้ายช่วงถอดเสียงหลุดเป็นคำมั่วราวครึ่งนาที
เข้าสู่ผลการปฏิบัติธรรมของหญิงไทยจากเมืองในประเทศอิตาลี (ถอดเสียงได้ว่าฟราสินนโอนิ น่าจะเป็นฟรอซิโนเน ยังไม่ยืนยัน) อยู่ที่นั่นสิบกว่าปี สามีชาวอิตาลีพาไปโบสถ์เป็นประจำ ปลายปี 2548 เธอกำลังตัดสินใจว่าจะเปลี่ยนไปนับถือศาสนาคริสต์ดีไหม เพราะเห็นคนไทยหลายคนที่นั่นก็เปลี่ยน และมีความสับสนในชีวิตหลายอย่าง แต่คิดว่าก่อนเปลี่ยนขอนั่งสมาธิเป็นครั้งสุดท้ายก่อน เพราะยังอาลัยพุทธศาสนาที่สอนการนั่งสมาธิ วันนั้นออกจากสมาธิแล้วเปิดทีวีหมุนหาช่องตามปกติ ไปเจอช่องหนึ่งมีพระรูปงามกำลังพูดภาษาไทยจึงนั่งดูไปเรื่อย ๆ ครูไม่ใหญ่ชี้ว่าเมื่อจะถึงคราวบุญมา จะมีเหตุการณ์ที่พลิกผันชีวิต
วันนั้นเธอเข้าใจและเห็นคุณค่าของธรรมะในพระพุทธศาสนา ซึ่งตอนอยู่เมืองไทยไม่เคยเห็นขนาดนี้ เพราะอยู่เมืองนอกจึงรู้ว่าจำเป็น เกิดปีติประทับใจมาก คิดว่าพระรูปงามองค์นี้สวรรค์คงประทานมาให้ (ช่วงนี้ถอดเสียงหลุดเป็นเสียงลากยาวราวครึ่งนาที ครูไม่ใหญ่แซวว่าไม่บอกว่าสวรรค์ชั้นไหน) ช่อง DMC ทำให้สิ่งที่ขาดไปในชีวิตถูกเติมเต็ม รู้สึกโชคดีที่เกิดในร่มเงาพระพุทธศาสนา จะไม่ยอมให้ความโชคดีหลุดลอยไป เธอมีลูกสาวสองคนที่พูดฟังภาษาไทยไม่ค่อยได้ แต่เปิด DMC ให้ดูเสมอเพื่อเรียนรู้ภาษาไทยและธรรมะ คนเล็กอายุสิบสามบอกเป็นภาษาอิตาลีว่าชอบเพลง Do You Love Me? คนโตอายุสิบหกชอบเพลงยิ้มของหลวงพ่อ และถามว่านั่งสมาธิช่วยลดความอ้วนได้ไหม จะชวนเพื่อนมานั่งด้วยได้ไหม เพราะเพื่อนอยากลดความอ้วน ครูไม่ใหญ่ทายชื่อเพลงให้นักเรียนตอบก่อนเฉลยแต่ละข้อ
ครูไม่ใหญ่ตอบเรื่องลดความอ้วนว่าให้เลือกกินของไม่อร่อย (ช่วงหนึ่งถอดเสียงหลุดเป็นเสียงหัวเราะซ้ำราวครึ่งนาที) แล้วเล่าเรื่องผู้หนึ่งที่เคยจับเนื้อจับเก้งจับกวางได้ ต่อมาอ้วนจนวิ่งไม่ไหว ไปกราบทูลถามพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ทรงตอบโดยไม่ต้องเข้าฟิตเนส ให้นับเม็ดข้าวของคำสุดท้ายในมื้อ แล้วลดลงมื้อละคำ ถ้ากินยี่สิบคำหรือร้อยคำ คำสุดท้ายนั่นแหละที่เอาออกไปเรื่อย ๆ ไม่นานก็กลับมาวิ่งไล่จับเนื้อได้คล่องแคล่วว่องไว คือลดปริมาณอาหารลงทีละคำ และกินของที่ไม่ค่อยอร่อย (ชื่อบุคคลในเรื่องไม่ได้เอ่ยในช่วงที่ถอดได้)
ผลการปฏิบัติธรรมของหญิงไทยในอิตาลี เวลานั่งสมาธิเธอเริ่มจากไม่นึกอะไรเลย ครูไม่ใหญ่ว่าถูกหลักวิชา วางใจเฉย ๆ ว่าง ๆ โล่ง ๆ ภาวนาสัมมาอะระหังอย่างเดียว นั่งแป๊บเดียวรู้สึกวูบลงไปเหมือนรถวิ่งเร็วแล้วตกสะพาน หรือเครื่องบินตกหลุมอากาศ แล้วเหมือนอยู่ในความมืด เธอพยายามทำใจนิ่ง ๆ ปล่อยใจเฉย ๆ ดูไปเรื่อย ๆ อยู่ ๆ ก็เห็นแสงสว่างเหมือนสปอตไลท์ส่องมาตรงหน้า สว่างกว่าพระอาทิตย์ ตกใจลืมตาขึ้นทันทีเพราะไม่รู้ว่าคืออะไร ครูไม่ใหญ่ว่าเป็นทุกรายและอนุญาตให้ตกใจได้ครั้งสองครั้ง แม้ลืมตาแล้วความสว่างก็ยังติดค้างอยู่
ต่อมาเธอนั่งแล้วเห็นดวงกลมใสเล็ก ๆ มีจุดสว่าง แสงเย็น ๆ เป็นประกายโดยรอบ มาพร้อมความสุขมาก ครูไม่ใหญ่ว่าเคยได้ยินแบบนี้จากจีนเล็ก จีนใหญ่ จีนสิงคโปร์ จีนไต้หวัน แปลว่าเป็นความสุขสากลที่ทุกคนเข้าถึงได้ ตอนเขียนเรื่องส่งมาเธอลืมตาก็ยังเห็นดวงสว่างอยู่ตลอด ไม่รู้ว่าตัวเองบ้าไปหรือเปล่า เพราะเห็นทุกที่ ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น ห้องครัว ออกนอกบ้านก็เห็น ไม่ใช่เช้าเห็นสายหาย แต่เห็นทุกที่ทุกเวลาทั้งหลับตาลืมตา ครูไม่ใหญ่แซวว่าคนที่ไม่เห็นต่างหากที่ควรถาม และที่สำคัญคือมีความสุขตลอด การเห็นภาพภายในนำความสุขมาตลอด ถ้ามีอย่างนี้ทุกคนหรืออย่างน้อยครอบครัวละคนก็จะดี (ช่วงหนึ่งมีบรรทัด jingle แทรก) แล้วว่าก่อนไปต่อมาฟังเพลงซานตาลูเซียกัน
ต่อจากคำประกาศของครูไม่ใหญ่ว่าก่อนไปต่อมาฟังซานตาลูเซียกัน ไม่มีบรรทัดถอดเสียงราวยี่สิบวินาทีก่อนครูไม่ใหญ่พูดต่อ ชื่อเพลงมาจากคำประกาศ ไม่ได้ถอดท่อนร้อง ซานตาลูเซียเป็นเพลงพื้นบ้านอิตาลีเกี่ยวกับการล่องเรือ เปิดประกอบช่วงที่พานักเรียนไปอิตาลี
ครูไม่ใหญ่ว่าเมื่อผู้ส่งผลการปฏิบัติธรรมจากอิตาลี (ชื่อถอดเสียงได้ว่าจันทิป หรือจันทริป ยังไม่ยืนยันการสะกด) เห็นได้ ก็แปลว่าทุกคนเห็นได้ ตามสุภาษิตอิตาลีที่ว่าจงค้นหาแล้วจะพบ ซึ่งถอดเสียงคำอิตาลีได้ใกล้เคียง Chi cerca trova ครูไม่ใหญ่ให้นักเรียนว่าตามหลายรอบ แล้วว่าให้ค้นอย่างเธอแล้วจะพบ คำพูดง่ายนิดเดียว
ครูไม่ใหญ่แถมสุภาษิตอิตาลีอีกบทว่าเมียคือความหมายของความเจ็บปวด (ถอดเสียงคำอิตาลีได้ใกล้เคียง Chi ha moglie ha doglie) แล้วอธิบายว่าหมายความว่าต่อจากนี้เราจะเป็นหนุ่มโสดไม่ได้แล้ว มีความรักความผูกพัน จะไปเที่ยวกลางคืนหรือไปอยู่ไหนนาน ๆ ไม่ได้ เพราะมีคนคอยอยู่ จะกินข้าว ดูทีวี พูดคุย หารือกันร่วมกัน แล้วให้ความหมายว่าแต่งงานคือการทำงานสร้างบารมีให้งามขึ้น ให้ไปสู่จุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย มีชัยชนะ และมีความสุขตลอดเส้นทาง ส่วนสมรสคือมีรสแห่งธรรมเสมอกัน มีศรัทธา ศีล จาคะ ปัญญาเสมอกัน ท้ายช่วงถอดเสียงหลุดเป็นคำมั่วสั้น ๆ
หญิงไทยในอิตาลีเล่าว่าเห็นดวงสว่างเล็ก ๆ อยู่กลางท้องเหนือสะดือขึ้นมาหน่อยหนึ่ง ครูไม่ใหญ่ว่าเธอไม่รู้ว่ากี่นิ้ว นี่คือคำพูดจากประสบการณ์ภายในจริง ตั้งแต่เห็นดวงสว่างเธอรู้สึกว่าตัวยืดขึ้น สูงขึ้น ครูไม่ใหญ่โยงกับเรื่องเมื่อวานที่คนนั่งหลังงอแล้วตัวยืดตามองค์พระ เพราะถูกส่วนภายในกายก็ยืดตรง กระดูกสันหลังจัดเรียงกันเอง ครั้งต่อมาเธอวางใจเฉย ๆ ไม่คิดอะไร แล้วเห็นพระพุทธรูปมีพระเกศแหลม ๆ ขึ้นมา รู้สึกกายเบาสบาย มีความสุขมาก ตั้งแต่เห็นพระในท้องก็ยิ้มได้ทั้งวัน ครูไม่ใหญ่ว่าใครอยากยิ้มได้ทั้งวันจงหาพระในตัวให้เจอ ตั้งใจปุ๊บก็ต้องทำปั๊บ ตามสำนวนอิตาลีที่ถอดเสียงได้ใกล้เคียง detto fatto จากนั้นถอดเสียงหลุดเป็นเสียงลากและคำซ้ำยาวราวหนึ่งนาทีครึ่ง
หญิงไทยในอิตาลีเล่าว่าวาจาดีขึ้น ใจเย็นลง สามีชาวอิตาลีถามว่าดาร์ลิง อะไรทำให้เธอใจเย็นขึ้น ไม่โวยวายเหมือนแต่ก่อน แต่ก่อนเบื่อเวลาทำงานบ้าน ตอนนี้รู้สึกว่าทุกเวลาของชีวิตมีคุณค่า เพราะหยิบจับอะไรก็เห็นดวงสว่างกลางท้องตลอด แต่ก่อนมีปัญหาอะไรก็ไปปรึกษาเพื่อนจนเพื่อนมองว่าเป็นปัญหาชน มาทีไรมีแต่ปัญหา ตั้งแต่นั่งสมาธิรู้สึกว่ามีปัญญาเพิ่มขึ้น เป็นปัญญาชน กลายเป็นที่ปรึกษาของเพื่อน ครูไม่ใหญ่ว่าโลกกลับตาลปัตร เธออยากเปิดบ้านเป็นที่กัลยาณมิตร จะทุบผนังห้องรับแขกให้เป็นห้องโถงแล้วชวนเพื่อนทั้งชาวไทยและชาวอิตาลีมานั่งสมาธิร่วมกัน ครูไม่ใหญ่เตือนให้หารือพ่อบ้านให้ดีก่อนทุบ ท้ายจดหมายเธอขอบพระคุณหลวงพ่อที่มาโปรดถึงบ้าน และขอติดตามสร้างบารมีไปทุกชาติ
ครูไม่ใหญ่เปิดภาพผู้ส่งผลการปฏิบัติธรรมจากอิตาลี (ชื่อถอดเสียงได้ว่าจันทิป มาโชเช่ ยังไม่ยืนยันการสะกด) กำลังเล่าเรื่องให้นักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาฟัง ชี้ว่าเธอมีปีติสุขจากการปฏิบัติธรรม และตอนนี้กำลังสร้างทานบารมี ให้การต้อนรับอุปัฏฐากพระภิกษุที่ไปเยือนอิตาลี จากนั้นมีคำกล่าวสวัสดีสั้น ๆ แล้วไม่มีบรรทัดถอดเสียงราวสองนาทีก่อนเข้าละครพระเตมีย์
มินิซีรีส์พระเตมีย์ ถอดเสียงเริ่มกลางฉาก (ช่วงเปิดละครไม่มีบรรทัดถอดเสียง) สุนันทสารถีกราบทูลพระนางจันทาเทวีว่าพระราชกุมารมิได้เป็นง่อยเปลี้ย แต่ไม่ปรารถนาครองราชสมบัติเพราะระลึกชาติได้ว่าชาติก่อนเคยครองราชย์แล้วต้องไปชดใช้กรรมในนรกถึงแปดหมื่นปี จึงอดทนนิ่งเฉยไม่ขยับพระหัตถ์พระบาท ไม่ตรัสอะไร ให้คนเข้าใจว่าง่อยเปลี้ยใบ้ เพื่อจะได้ออกจากพระนครไปผนวช ตอนนี้ปลอดภัยดีและรับปฏิญญาว่าจะรออยู่ที่ชายป่า สารถีรับอาสานำเสด็จ พระเจ้ากาสิกราชทรงดีพระทัย รับสั่งอำมาตย์เสนาบดีเตรียมรถ ประดับช้าง ป่าวประกาศชวนชาวพระนคร จัดขบวนอยู่สามวันจึงเคลื่อนพลไปพร้อมชาวเมืองเกือบทั้งหมด ถึงราวป่าสารถีชี้บรรณศาลาที่ประทับของพระเตมีย์
พระเจ้ากาสิกราชรีบเสด็จเข้าอาศรมก่อน พระนางจันทาเทวีกับนางสนมตามมาภายหลัง พระเตมีย์ซึ่งบัดนี้ผนวชเป็นฤๅษีแล้วเสด็จลงมาต้อนรับหน้าอาศรม ตรัสถามพระพลานามัย พระราชาตอบว่าสบายดี แล้วถามว่าเคยสุขสบายในวัง มาอยู่ป่าเปลี่ยวลำบากจะอยู่ได้อย่างไร พระเตมีย์ตอบว่าป่าสงบสงัดทำให้สงัดทั้งกายและใจ โรคภัยไม่เบียดเบียน ละครอธิบายว่าเป็นธรรมเนียมบัณฑิตที่พบกันแล้วถามทุกข์สุข เพราะรู้ว่าชีวิตเป็นทุกข์ ความทุกข์เป็นพื้นฐานของชีวิต จากนั้นพระเตมีย์ทูลถามว่ายังรักษาศีลห้า งดสุราเมรัยได้ดีอยู่หรือ ชนบท เมืองหลวง และท้องพระคลังยังบริบูรณ์หรือ พระราชาตอบว่ามั่นคงในศีลห้า ไม่ได้ดื่มสุรา บ้านเมืองสมบูรณ์ดี
พระเตมีย์เห็นพระราชบิดายืนนานแล้วจึงเชิญขึ้นอาศรม ให้เจ้าพนักงานจัดพระราชบัลลังก์ แต่พระราชาไม่ประทับด้วยความเคารพในพระฤๅษี จึงให้ปูอาสนะใบไม้ถวาย พระราชาก็ยังไม่ประทับ นั่งที่พื้นแทน พระเตมีย์นำใบหมากเม่าที่นึ่งสุกแล้ว ไม่มีรสเปรี้ยวรสเค็ม มาถวายแขกผู้มาไกล พระราชาปฏิเสธว่ามีอาหารรสโอชาเตรียมมาแล้ว แต่ก็หยิบใบหมากเม่ามากำไว้ด้วยความเคารพแล้วถามว่าลูกกินอาหารอย่างนี้หรือ พระเตมีย์ตรัสว่าบุคคลอยู่ในที่สงัด มีใจสงบ แม้บริโภคอาหารเช่นไรก็ย่อมมีรสโอชา
พระนางจันทาเทวีกับนางสนมตามมาถึง เห็นพระโอรสก็ตื้นตันสุดพรรณนา คลานเข้าไปจับพระบาทของพระเตมีย์ แลดูด้วยความรัก ตรัสอะไรไม่ออกได้แต่กันแสง พระราชาสังเกตว่าพระวรกายของพระเตมีย์ผุดผ่องแจ่มใส จึงถามว่ากินแต่พืชผักผลไม้ในป่าแต่ทำไมผิวพรรณผุดผ่อง แล้วชี้ใบหมากเม่าให้พระราชเทวีดูว่านี่คืออาหารของลูกเธอ พระเตมีย์ตอบว่านอนบนใบไม้ผู้เดียว ยินดีในการอยู่คนเดียว ไม่ต้องมีองครักษ์ถือดาบคอยเฝ้าก็อยู่อย่างปลอดภัย ไม่หวาดระแวง ไม่ห่วงทรัพย์สิน ไม่เศร้าโศกถึงอดีต ไม่คาดหวังความสุขในอนาคต ใช้ชีวิตในปัจจุบันรักษาใจให้ผ่องใส ส่วนคนพาลผิวพรรณซูบซีดเหมือนไม้อ้อที่ถูกตัดทิ้งกลางแดด เพราะมัวรอคอยอนาคตและเศร้าโศกถึงอดีต
พระราชาชื่นชมว่าลูกทำสิ่งที่ใครทำได้ยาก แต่อย่าลืมว่าเป็นลูกพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ จะอยู่ป่าผู้เดียวได้อย่างไร จึงเชิญให้กลับไปครองราชสมบัติพร้อมเสนาสี่เหล่า มีนางสนมผู้ฉลาดฟ้อนรำขับร้องคอยบำเรอ ลูกยังหนุ่มแน่นแข็งแรง ควรเป็นที่พึ่งของราษฎร อยากอภิเษกกับเจ้าหญิงองค์ใดก็เลือกได้ พ่อจะหาพระชายาให้ เมื่อครองราชย์มีโอรสธิดาแล้วค่อยออกบวชภายหลัง ยังอยู่ในปฐมวัยจะมาบวชอยู่ป่าผู้เดียวมีประโยชน์อะไร พระเตมีย์ยังยืนยันจะถือเพศดาบสประพฤติพรหมจรรย์ต่อไป แต่ทั้งพระราชบิดา พระราชมารดา และพระประยูรญาติต่างหวังให้พระองค์เพียงองค์เดียวกลับไปครองราชย์ ละครจบตอนด้วยคำถามว่าจะตรัสอธิบายให้ทุกคนเข้าใจได้อย่างไร โปรดติดตามตอนต่อไป
หลังละคร ครูไม่ใหญ่ว่าพระเตมีย์เลือกอยู่ป่าแทนวังที่มีอาหารรสโอชา นี่เป็นตอนที่พระบรมศาสดาเสวยพระชาติเป็นพระโพธิสัตว์ แล้วอธิบายว่าพระโพธิสัตว์ในความหมายของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าคือผู้ตั้งความปรารถนาจะตรัสรู้ธรรมด้วยพระองค์เอง เมื่อพ้นแล้วจะนำความรู้ไปสั่งสอนมนุษย์และเทวดา ส่วนผู้ที่หมดกิเลสแล้วไม่มีการเกิดอีก พรหมจรรย์ถึงที่สุดแล้ว เหมือนตาลยอดด้วนที่งอกไม่ได้อีก แล้วถามว่าควรเชื่อคนที่มีกิเลสซึ่งบัญญัติคำว่าพระโพธิสัตว์ขึ้นใหม่ หรือเชื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้หมดกิเลสแล้ว ตอบว่าควรเชื่อพระดำรัสของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไฟล์จบกลางประโยคที่ครูไม่ใหญ่กำลังพูดต่อ (ประโยคสุดท้ายถอดเสียงไม่ได้ความ) ไม่ใช่คนคัดตกหล่น
เวลาเริ่มของช่วง คำสะกด tag ที่ขาด ช่วงที่ยังไม่มีในผัง หรือลิงก์เสีย บอกได้ที่นี่ - คนที่ฟังจริงเห็นสิ่งที่คลังนี้มองไม่เห็น
เข้าสู่ระบบด้วยปุ่มด้านบนของหน้าก่อน แล้วช่องเขียนถึงผู้ดูแลจะขึ้นที่นี่