ep098 ผังเวลา 28 ช่วง
ทศชาติชาดก (153) ภุมเทวา (85) พระเตมีย์ (74) แต่งตัวด้วยรอยยิ้ม (64) วันคุ้มครองโลก 2549 (44) มหาสุวรรณนิธิ (29) สอบบาลีสนามหลวง 2549 (24) เทวนิยม (23) กรรมดื่มสุรา (21) สร้างพระธรรมกายประจำตัว (21) พระเจ้ากาสิกราช (17) ไสยเวท (15) ระลึกชาติ (12) กรรมปาณาติบาต (11) อาการทางประสาท (7) อาการเหมือนผีเข้า (7) นิ่งอย่างพระเตมีย์ (6) อธิษฐานล้อมกรอบ (6) สัมภเวสี (5) ออกอาการ (4) คุณสมบัติแม่นม (3) คุณไสย (3) ศรัทธาศีลทิฏฐิเสมอกัน (3) สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (3) สามีต่างศาสนา (3) เผาตัวเองตายในผ้าเหลือง (3) ถูกบังคับจิต (2) ผีปู่ดา (2) ลงโทษมหาโจรสี่คน (2) กินอาหารซ้ำไม่ได้ (1) จีวรห่อแมวจุดไฟเผา (1) ชายร่างดำลากตัวไป (1) น้ำมันสีดำไหลออกจากตัว (1) บวชแล้วต้องสึก (1) ประกาศผลสอบบาลี 2549 (1) ฝีจากรอยฉีดยา (1) พระอนุจรนำข้อสอบบาลี (1) สมาธิไม่ได้ทำให้บ้า (1) หุ่นพันสายสิญจน์ (1) อุสสุทนรก (1) เชื่อเรื่องทรงเจ้า (1) เทพธิดาประจำเศวตฉัตร (1) เสียงผู้หญิงบอกทาง (1) โยนเต่าเข้ากองไฟ (1)
ไฟล์เริ่มที่ต้นรายการพอดี เปิดด้วยการว่าคาถาสำเร็จ แม้มืดตื้อมืดมิดก็มีสิทธิ์เข้าถึงธรรม ท่องเนื้อนาบุญ มหาธรรมกายเจดีย์เป็นเนื้อนาบุญของโลก มหาจุฬามณีเป็นเนื้อนาบุญของสวรรค์ พระในบ้านเป็นเนื้อนาบุญของครอบครัว พระในตัวเป็นเนื้อนาบุญของเรา แล้วว่าคำขวัญเมื่อเราสว่าง โลกก็สว่างด้วย (ไฟล์นี้ยาวเพียงราว 1 ชั่วโมง 20 นาที สั้นกว่าตอนปกติ แต่มีครบตั้งแต่เปิดถึงปิดรายการ เป็นรายการฉบับย่อที่ไม่มีช่วงเทศน์ยาว)
ทบทวนการบ้าน 10 ข้อครบทุกข้อ ตั้งแต่เอาบุญไปฝากคนที่บ้าน จดบันทึกผลการปฏิบัติธรรม นึกถึงบุญก่อนนอน หลับและตื่นในอู่ทะเลบุญ รวมใจกับองค์พระหนึ่งนาที ตัวเราอยู่ในองค์พระ ทุกหนึ่งชั่วโมงหยุดใจหนึ่งนาที นึกถึงดวงหรือองค์พระในทุกกิจกรรม และสร้างบรรยากาศด้วยรอยยิ้มและปิยวาจา
ถามว่ายิ้มกันไปทั่วโลกแล้วหรือยัง นับวันได้หนึ่งร้อยสามสิบวันหลังออกพรรษา เหลืออีกหนึ่งร้อยสามสิบเจ็ดวันจะเข้าพรรษา ผ่านปีใหม่มาห้าสิบห้าวัน แล้วทบทวนเป้าหมายชีวิต เราเกิดมาทำพระนิพพานให้แจ้ง พระนิพพานอยู่ภายในตัว เริ่มที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 ด้วยการทำใจหยุดนิ่ง คนที่ทำไม่ได้คือคนตาย คนบ้า คนที่ไม่ได้ทำ ย้ำให้นักเรียนใหม่ศึกษาไว้เพราะความผิดพลาดมีอบายรองรับอยู่
บอกว่าวันนี้มีเรื่องราวดี ๆ ที่จะทำให้เข้าใจกฎแห่งกรรมมากขึ้น ชื่อเรื่องว่าออกอาการ แล้วชวนไปแต่งเนื้อแต่งตัวให้เสร็จเรียบร้อยก่อน ซึ่งนำเข้าเพลงยิ้ม
เพลงชวนส่งยิ้มและฝากยิ้มให้กัน ยิ้มแย้มยามถามข่าว สวัสดีมีน้ำใจต่อกัน โปรดยิ้มไว้นาน ๆ เป็นสะพานสื่อสารไมตรี ยิ้มเหมือนพี่น้อง ยิ้มเป็นสิ่งที่ดีนิรันดร์ ท่อนหลังของเพลง Whisper ถอดเพี้ยนเป็นคำมั่วจนอ่านไม่ได้
ย้ำว่าต้องแต่งเนื้อแต่งตัวให้เสร็จด้วยการนำรอยยิ้มมาปรากฏบนใบหน้าทั้งในบ้านและนอกบ้าน เหลืออีกห้าสิบเจ็ดวันจะถึงวันคุ้มครองโลกให้ทำใจใส ๆ ไว้แล้วมารับมหาสุวรรณนิธิ ขนาดเล็กคือจุลเศรษฐีสีเขียว ขนาดกลางมหาเศรษฐีสีคราม ขนาดใหญ่บรมเศรษฐีสีแดง มีรูปท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี และมีเสื้อที่ขอให้ใส่มาในวันคุ้มครองโลกที่จะมารอรับองค์พระแสนองค์แสนปลื้ม ด้านหน้ามีกระเป๋าและชื่อสามระดับ ช่วงท้ายราว 805-908 Whisper ถอดไม่ได้
พูดติดตลกว่าเคยหลอกมาแล้วเมื่อปีที่แล้วสามแสนองค์สามแสนปลื้ม ปีนี้แสนองค์ แล้วเข้าสู่กรณีศึกษา ผู้เขียนเป็นนักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา เข้าวัดครั้งแรกปี 2526 เล่าว่าปู่เกิดที่สิงห์บุรี ย้ายไปนครสวรรค์ พ่อแต่งงานที่นั่น แล้วพาครอบครัวไปทำงานที่ราชบุรี ต่อมาไปเข็นน้ำขายที่เพชรบูรณ์ ปู่ป่วยด้วยโรคจุกเสียดในท้อง ต้องฉีดยาบ่อยจนแผลกลายเป็นฝีข้างใน ปวดร้อนตลอดเวลา น้องชายปู่ซึ่งเป็นหมอมาเจาะดูพบหนองลามตั้งแต่สะโพกถึงเข่า รักษาไม่ดีขึ้น ปู่เสียชีวิตเมื่ออายุหกสิบห้าปี
สี่ปีหลังปู่เสีย ลุงเหมือนถูกผีสิง ผีบอกว่าเป็นปู่ดา ญาติฝ่ายแม่ที่ตอนเป็นมนุษย์เป็นหมอไสยเวท ชำนาญสักน้ำหมึก ทำน้ำมัน มีลูกศิษย์มาก มาขอให้ญาติทำบุญผ้าป่าไปให้ ย่าย้อนถามว่าบริวารก็มีเยอะทำไมไม่ให้เขาทำ ผีบอกว่าที่เมืองโน้นไม่มีเงินใช้ และบอกว่าปู่ของผู้เขียนมานั่งด้วย สุขสบาย มีหน้าที่จดรายชื่อ ต่อมามีน้ำประปาเข้าหมู่บ้าน พ่อเลิกเข็นน้ำขายย้ายมากรุงเทพฯ สี่ปีต่อมาผู้เขียนมาวัดพระธรรมกายครั้งแรก ตั้งกองกฐินและนำผ้าไตรมาไว้ที่บ้าน เช้าวันทอดกฐินพ่อตัวสั่น ผีปู่ดาเข้าสิง แม่ชวนให้ไปวัดกับหลาน ผีตอบว่าไปก็เข้าไม่ถึง แม่จึงนำผ้าไตรใส่มือพ่อให้อนุโมทนาบุญ แล้วผีก็ออกไป
พ่อกับย่าไปทำไร่ข้าวโพดที่จันทบุรีได้หนึ่งปี คืนหนึ่งราวสองทุ่มพ่อสวดมนต์นั่งสมาธิตามปกติ แล้วมีอาการเหมือนถูกบังคับจิต ตัวสั่น ลุกขึ้นเต้นร้องรำทำเพลงเป็นภาษาที่ไม่รู้ ช่วงราว 1252-1355 Whisper ถอดเพี้ยนจนอ่านไม่ได้ จากนั้นเล่าว่าพ่อกับย่าถูกพาลงจากบ้านไปถึงแหล่งน้ำ พ่อตะโกนขอความช่วยเหลือจากแม่ธรณี ถูกลากกลับมาแล้วถูกลากออกไปอีก ในความมืดพ่อสัมผัสได้ว่ามีชายร่างดำนุ่งผ้าหยักรั้งขนาบหน้าหลังซ้ายขวาสี่คน ลากไปจนสุดเขตแดนแล้วหมุนตัวให้หันกลับ บอกว่าต้องกลับถึงบ้านก่อนพระอาทิตย์ขึ้นไม่งั้นจะตาย พ่อวิ่งหลับตาโดยมีเสียงผู้หญิงคอยบอกทางซ้ายขวา จนถึงบ้านตอนเกือบสว่าง
หลังจากนั้นพ่อเหมือนถูกผีสิง คอยอาละวาดทำร้ายคน ตาขวาง อำนาจลึกลับทำให้กระโดดพุ่งลงจากบ้านจนปากฉีก หน้าหมองคล้ำมันเลื่อม คอยสั่งให้จุดเทียนไว้อย่าให้ดับไม่งั้นจะตาย เป็นเดือนไม่ดีขึ้น แม่พาพ่อกับย่ากลับกรุงเทพฯ ย่าท้องเสียเข้าโรงพยาบาลแล้วเสียชีวิต (ช่วงนี้ถอดเสียงขาด ๆ หาย ๆ) พ่อตกกลางคืนย่องออกจากห้อง ทิ้งสร้อยพระที่เคยคล้องคอว่าเป็นของไม่ดี เผารองเท้าดี ๆ ทิ้ง สามสี่เดือนต่อมาป้าพาไปบวชที่นครสวรรค์ วันที่สามขณะบิณฑบาตพ่อเตะข้าวที่แม่จะใส่บาตร บวชต่อไม่ได้เพราะเหมือนมีใครสั่ง จึงสึก วันหนึ่งพ่อเห็นภาพหุ่นถูกพันด้วยด้ายสายสิญจน์อยู่ในตัว และพระองค์หนึ่งเอานิ้วแทงเข้าที่หลังแล้วดึงหุ่นออก หุ่นหมุนติ้วตามแรงดึง ครูไม่ใหญ่แซวว่าจะอ่านจบไหมเรื่องออกอาการ
หลังดึงหุ่นออกอาการดีขึ้นแต่ยังไม่หาย อาหารที่กินไปแล้วพ่อกินซ้ำมื้อต่อไปไม่ได้ ของที่คนอื่นกินแล้วก็กินไม่ได้ กินเสร็จอยู่บ้านไม่ได้ เดินไปเรื่อย ๆ นอนตามต้นไม้เหมือนคนบ้า ญาติลงความเห็นว่าบ้าเพราะนั่งสมาธิ ครูไม่ใหญ่หยุดทำความเข้าใจว่าสมาธิไม่ได้ทำให้คนเป็นบ้า คนที่มีเชื้อมาจะนั่งหรือไม่นั่งก็ออกอาการ
ปี 2537 ผู้เขียนสร้างพระธรรมกายประจำตัวให้ตัวเองแบบทยอยบุญเดือนละพันจนครบองค์ แล้วสร้างให้แม่ก่อนเพราะเคืองพ่อที่ชวนมาวัดแล้วบอกว่าเขาไม่ให้มา จากนั้นชวนพ่อสร้าง พ่อตกลงหารคนละครึ่ง หลังครบองค์มีของเหลวสีดำเหมือนน้ำมันก้นกระทะกลิ่นเหม็นมากไหลออกทางทวารจนต้องทิ้งกางเกง แล้วพ่อหายเป็นปกติ มาวัดได้เหมือนเดิม แต่ยังมีอาการแน่นในท้องเหมือนถูกรัดด้วยเข็มขัด นั่งสมาธิไม่มีความสุขเหมือนก่อน เป็นมาสิบกว่าปีตั้งแต่เกิดเรื่องในไร่
ลูกชายของป้าตอนมีชีวิตชอบดื่มเหล้าสูบกัญชา บวชตามประเพณีหนึ่งพรรษาแล้วสึก หลังสึกเคยโยนเต่าเป็น ๆ เข้ากองไฟ เต่าคลานออกมาก็จับโยนเข้าไปใหม่จนตาย ต่อมาขอบวชอีกได้สามเดือน เย็นวันหนึ่งใช้คนไปซื้อน้ำมันเบนซินมาสองแกลลอน เจ้าของบ้านถามว่าจะเอาไปทำอะไร ช่วงต่อจากนั้นราว 1899-1929 Whisper ถอดเป็นคำซ้ำจนอ่านไม่ได้ จากชุดคำถามภายหลังคือเขาเผาตัวเองตายในผ้าเหลืองในท่านั่งขัดสมาธิ
สามีของผู้เขียนไม่ใช่ชาวพุทธ เกิดที่พม่า มาอยู่ไทยตั้งแต่อายุสิบกว่าขวบ เคยขายโรตี ปัจจุบันทำงานบริษัท ภายหลังผู้เขียนรู้ว่าเขาเป็นอาจารย์ใหญ่ที่เคร่งศาสนามาก ถูกเชิญไปตัดสินความในหมู่พวก ไม่ยอมรับศาสนาพุทธ พูดเรื่องศาสนาทีไรทะเลาะกัน เวลาเขาอยู่เปิดดาวธรรมไม่ได้ เขาเคยบอกว่าถ้ามีลูกชายจะเอาไปเข้าศาสนาเขา ผู้เขียนจึงไม่ยอมมีลูกเพราะกลัวสร้างบารมีลำบาก ครูไม่ใหญ่ชี้ว่าถ้าศรัทธาศีลทิฏฐิไม่เสมอกันก็มีปัญหาอย่างนี้
คำถาม กรรมใดทำให้ปู่ป่วยโรคจุกแน่นในท้องจนเป็นฝีหนองจากรอยเข็มแล้วเสียชีวิต ปู่ตายแล้วไปไหน ได้รับบุญหรือไม่ ผีปู่ดามาเข้าสิงลุงขอผ้าป่าจริงไหม ปู่มากับปู่ดาจริงไหม มาทำหน้าที่อะไร ทำไมนั่งบนขื่อ ผีปู่ดาเข้าสิงพ่อวันทอดกฐินจริงไหม ทำไมบอกว่าไปก็เข้าไม่ถึง ปัจจุบันปู่ดาอยู่ที่ไหน ชายลึกลับที่ลากพ่อไปเป็นใคร เสียงผู้หญิงที่บอกทางเป็นใคร พ่อถูกทำคุณไสยหรือไม่ ใครทำ ใครคอยสั่งพ่อ ทำไมสิ่งลึกลับไม่ชอบความดีจนพ่อไม่ได้มาวัดเกือบสิบปี สิ่งที่พ่อทำเพราะถูกบังคับจะมีวิบากไหม กรรมใดทำให้ถูกบังคับเกือบสิบปี ทำไมกินอาหารซ้ำไม่ได้ น้ำมันดำเกิดจากอะไร พ่อหายเพราะพระธรรมกายประจำตัวใช่ไหม และกรรมใดทำให้แน่นท้องเป็นอุปสรรคการนั่งสมาธิ จะหายได้อย่างไร
คำถาม ย่าตายแล้วไปไหน ได้รับบุญจากองค์พระที่สร้างไปให้หรือไม่ หลังสร้างองค์พระให้แล้วผู้เขียนฝันเห็นย่าทั้งที่ก่อนนั้นไม่เคยฝันเลย กรรมใดทำให้ลูกชายของป้าเผาตัวเองตายในผ้าเหลืองในท่านั่งขัดสมาธิ ตายแล้วไปไหน ผู้เขียนกับสามีเกี่ยวข้องกันมาอย่างไรจึงเป็นสามีภรรยาแต่นับถือศาสนาต่างกัน เขามีสายบุญกับหมู่คณะไหม ทำอย่างไรให้เขามีศรัทธา และผู้เขียนกับพ่อแม่เคยสร้างบารมีกับหมู่คณะมาอย่างไร
ถามว่าจำเรื่องราวและคำถามได้ไหม แล้วเข้าสู่ช่วงเฉลย ปู่เป็นโรคจุกแน่นในท้อง ต้องฉีดยาจนเป็นฝีหนองเรื้อรังลามถึงเข่าจนเสียชีวิต เพราะกรรมปาณาติบาตและทรมานสัตว์ในอดีต ชาติที่อยู่ในสังคมเกษตรกรรมทะเลาะกับชายหมู่บ้านเดียวกันแล้วใช้ดาบจ้วงแทงท้องเขาจนตาย ประกอบกับชอบช้อนปลาชำแหละมาทำอาหาร ตายแล้วไปเป็นภุมเทวาระดับทั่วไป ได้รับบุญที่อุทิศไปให้แล้วมีสภาพดีขึ้นทุกด้าน ช่องราว 2195-2336 ก่อนหน้านี้ไม่มีบรรทัดถอดเสียง
ผีปู่ดาที่มาเข้าสิงลุงขอผ้าป่าเป็นอาการทางประสาทของลุง จากวิบากกรรมดื่มสุราและเชื่อเรื่องทรงเจ้ากับผีในอดีต วันที่ผู้เขียนไปทอดกฐินผีปู่ดาก็ไม่ได้มาเข้าสิงพ่อ เป็นอาการทางประสาทเหมือนลุง ครูไม่ใหญ่ย้ำว่าออกอาการ พ่อถือเรื่องทรงเจ้าผีมากกว่าลุงจึงหนักกว่า (ช่วงราว 2459-2489 ถอดเสียงเพี้ยนอ่านไม่ได้) อาการทั้งหมดเกือบสิบปีเป็นอาการทางประสาทตามวิบากกรรม ของเหลวสีดำคือของเสียที่ค้างในร่างกายไหลออกมา พ่อดีขึ้นเพราะบุญจากการสร้างพระธรรมกายประจำตัวแต่ยังไม่หมดวิบาก อาการแน่นท้องเป็นอุปสรรคต่อสมาธิเพราะธาตุในตัววิปริต อาหารย่อยไม่ดี มาจากวิบากกรรมฆ่าสัตว์และจ้างคนทำคุณไสยแกล้งคู่อริในอดีต ให้พ่อสั่งสมบุญทุกบุญ ปล่อยสัตว์ปล่อยปลา สวดมนต์ไหว้พระ แต่อย่าเพิ่งนั่งสมาธิเพราะยังมีอาการทางประสาทจากวิบากเก่า ทำบ่อย ๆ จะค่อย ๆ ดีขึ้น
ย่าตายแล้วไปเป็นภุมเทวาอยู่หมู่บ้านภุมเทวาเดียวกับปู่ ได้รับบุญที่อุทิศให้แล้วมีสภาพดีขึ้นทุกด้าน ที่ฝันเห็นย่าเพราะสร้างบุญไปให้และจิตที่คิดถึงท่าน ลูกชายของป้าเผาตัวเองตายในผ้าเหลืองในท่านั่งขัดสมาธิ เพราะวิบากกรรมปาณาติบาตที่เผาสัตว์ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ในอดีตเป็นสมณะ โกรธแมวที่มาขับถ่ายบนหลังคากุฏิและมากินเศษอาหาร จับทีไรก็ข่วน จึงเอาผ้าจีวรห่อคลุมแล้วจุดไฟเผา รวมกับชาตินี้ที่เผาเต่าเป็น ๆ ปิ้งย่างสัตว์เป็น ๆ ตายแล้วเป็นสัมภเวสีเร่ร่อน ยังเบลออยู่ ยังไม่ได้ไปเกิด
ผู้เขียนกับสามีนับถือศาสนาต่างกันแต่ได้อยู่ร่วมกัน เพราะในอดีตเคยเป็นสามีภรรยากันและนับถือศาสนาเทวนิยมด้วยกันทั้งคู่ ต่อมาผู้เขียนพบกัลยาณมิตรชวนมาสร้างบารมีกับหมู่คณะจึงเปลี่ยนมานับถือพุทธ แต่ทำบุญแล้วไม่ได้อธิษฐานล้อมกรอบให้ดีเพราะยังไม่มีดวงปัญญา และมีบุญในการชวนคนทำความดีน้อย ชาตินี้จึงมาเป็นสามีภรรยากันอีกทั้งที่สามียังนับถือเทวนิยม สามีมีสายบุญกับหมู่คณะเบาบางมากเพราะพลัดกันมาหลายกัป ไปเจอใครก็นับถือเทวนิยมจนฝังแน่นในใจ ท้ายช่วงที่ตอบว่าผู้เขียนกับพ่อแม่เคยสร้างบารมีกับหมู่คณะมาอย่างไร ถอดเสียงขาดจนจับความไม่ได้ ได้ความเพียงว่าให้ตั้งใจสร้างบารมีให้เต็มที่ในทุกบุญ
ครูไม่ใหญ่บอกว่าต่อไปเป็นทศชาติชาดก พระชาติที่เป็นพระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี ตอนที่ห้า เทปละครเล่าต่อจากตอนที่แล้วว่ามีกุมารเกิดวันเดียวกันห้าร้อยคน พระราชาพระราชทานเครื่องประดับและแม่นมให้ ส่วนพระราชกุมารได้แม่นมงดงามหกสิบสี่นางที่เว้นจากโทษสิบประการ ไม่สูงไม่ต่ำ ไม่ดำไม่ขาว ไม่อ้วนไม่ผอม ถันไม่แบนไม่หย่อน ไม่เป็นโรคหืดและโรคไอ เมื่อพระกุมารอายุหนึ่งเดือนประทับบนพระเพลาพระราชบิดาขณะว่าราชการ พระราชาสั่งลงโทษมหาโจรสี่คน โบยด้วยหวายหนามแช่น้ำเกลือจนตาย จองจำด้วยขื่อคา ประหารด้วยหอก และเสียบหลาวทั้งเป็น พระเตมีย์สะดุ้งสลดใจว่าพระราชบิดาทำบาปใหญ่คงต้องตกนรก และตนเองก็ต้องตัดสินคดีเช่นเดียวกันในภายหน้า ผู้บรรยายชี้ว่าแม้ตัดสินโดยไม่ลำเอียงด้วยอคติสี่ การประหารและทำร้ายผู้อื่นก็ไม่พ้นบาปตามกฎแห่งกรรม ช่วงต้นมีบรรทัดที่ Whisper ถอดเป็นภาษาอังกฤษปน
วันรุ่งขึ้นนางนมนำพระกุมารไปบรรทมใต้เศวตฉัตร ทอดพระเนตรเห็นราชสมบัติแล้วนึกว่าเรามาจากไหน ด้วยบุญเก่าจึงระลึกชาติได้ว่าเคยเป็นกษัตริย์ครองนครนี้ยี่สิบปี ตัดสินประหารคนไว้มาก ตายแล้วไปเกิดในอุสสุทนรกแปดหมื่นปี พ้นแล้วไปเกิดในดาวดึงส์ก่อนกลับมาเกิดที่นี่ ทรงหวาดกลัวว่าถ้าได้ครองราชย์ต่อจะต้องทำบาปแล้วตกนรกอีก เห็นพระราชบิดาสั่งลงโทษโจรด้วยวาจาหยาบคาย จึงคิดหาทางพ้นจากราชมณเฑียรที่เปรียบเหมือนเรือนโจร พระกายซูบซีดเหมือนดอกบัวถูกขยำ เทพธิดาผู้สถิตที่เศวตฉัตรซึ่งเคยเป็นพระมารดาในอดีตชาติปรากฏตัวปลอบ แนะให้แสร้งทำเป็นคนง่อยเปลี้ย หูหนวก และใบ้ อย่าแสดงว่าเป็นบัณฑิต ให้คนเห็นว่าเป็นกาลกิณีแล้วจะถูกขับไล่ออกไป พระเตมีย์ยินดีและตั้งจิตอธิษฐานแน่วแน่ว่าจะทำตามจนกว่าจะสำเร็จ
นับจากนั้นพระกุมารไม่ตรัสอะไรอีก ไม่ขยับพระหัตถ์และพระบาท แม้เมื่อยล้าก็อดกลั้นยึดมั่นคำอธิษฐาน ไม่ร้องไห้ ไม่แสดงอาการหิวนม เสวยนมเฉพาะเวลาที่นางนมถวาย คนทั้งหลายฉงนและเศร้าแทน พระราชบิดามารดาแปลกพระทัยเพราะไม่มีลักษณะคนง่อยเปลี้ยเลย (บรรทัดราว 3486-3518 ถอดซ้ำเพี้ยน) พระเจ้ากาสิกราชรับสั่งให้นำกุมารที่เกิดวันเดียวกันมาอยู่ในวังเป็นเพื่อนเล่น พระกุมารแม้อยากหัวเราะเล่นด้วยก็อดทน กุมารอื่นหิวก็ร้องไห้ได้ดื่มนม แต่พระกุมารนึกถึงภัยในนรก สอนตนว่าจะไม่ร้องไห้เพื่อดื่มนมแม้ร่างกายจะซูบผอมตายไปก็ประเสริฐกว่า นางนมทั้งสงสารและกังวล จบตอนด้วยการให้ติดตามตอนต่อไป
ผู้ประกาศทักนักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาทั่วโลกว่าเรียนมาทั้งปีต้องมีการวัดผล การสอบบาลีสนามหลวงชั้นประโยค 1-2 ถึงประโยค 5 จัดพร้อมกันทั่วประเทศวันที่ 23-25 กุมภาพันธ์ 2549 และจะพาไปดูว่าข้อสอบเดินทางไปถึงผู้สอบอย่างไร วันจันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2549 กองบาลีสนามหลวงจัดปฐมนิเทศพระอนุจรหรือผู้นำข้อสอบที่ตึกเมตตาพุทธิ วัดปากน้ำภาษีเจริญ มีคณะสงฆ์ตัวแทนสนามสอบแต่ละภูมิภาคกว่า 100 รูป สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ แม่กองบาลีสนามหลวงเป็นประธาน เสร็จพิธีพระอนุจรตรวจเช็คข้อสอบและอุปกรณ์แล้วเดินทางไปสนามสอบทั่วประเทศ มีโอวาทว่าสอบได้สอบตกเป็นธรรมดา ไม่เป็นประมาณสำหรับผู้ศึกษาเพื่อความรู้ วันแรกของการสอบมีการอ่านโอวาทจากแม่กองบาลีสนามหลวง ท้ายช่วงถอดเสียงเพี้ยน
เพลงประกอบรายงานการสอบบาลี ร้องว่าเพื่อมุ่งไปสู่วันฝันเป็นจริงจะทำใจไม่ให้มีกังวล ทุ่มใจศึกษาเต็มที่แม้ยากเพียงใดจะไม่ยอมแพ้ท้อแท้ อุทิศตนศึกษาพระศาสนาให้แตกฉานคำสอนพระศาสดาเป็นแสงส่องทางชีวิต เรียนด้วยความสุขสนุกสนาน พร้อมใจยกชั้นเรียนในปีนี้ สร้างประวัติศาสตร์สอบพระบาลี
ผู้เข้าสอบให้สัมภาษณ์ว่าดีใจที่ทำข้อสอบวันนี้ได้ ภูมิใจ หวังว่าจะผ่าน พรุ่งนี้ยังเหลืออีกวิชา ข้อสอบเป็นการประมวลความรู้ที่เรียนมาทั้งปี จะทำให้เต็มที่และเอาแชมป์มาถวายหลวงพ่อ มีผู้แจ้งว่าวันประกาศผลประโยคสูงทางโครงการจะถ่ายทอดสดให้ได้ชมและขอบคุณผู้สนับสนุนโครงการ ผู้ประกาศสรุปว่าเห็นรอยยิ้มและความมั่นใจแล้วคิดว่าสอบยกชั้นได้ไม่ยาก สำนักเรียนใดจะเป็นแชมป์ต้องรอลุ้นวันประกาศผลสอบ 20 มีนาคม 2549 ซึ่ง DMC จะถ่ายทอดสดทั่วโลก
ท่องบทประจำวันซ้ำหลายรอบ สิ่งที่ต้องสั่งสมคือบุญกุศล สิ่งที่ต้องแสวงหาคือพระรัตนตรัยภายใน เป้าหมายชีวิตคือที่สุดแห่งธรรม ที่พักระหว่างทางคือดุสิตบุรีวงบุญพิเศษเขตบรมโพธิสัตว์ ต่อด้วยบรรทัด jingle ที่ Whisper ถอดซ้ำ
ปิดรายการด้วยคำขวัญพุทธบริษัทสี่ต้องเป็นหนึ่งเดียวกันเหมือนดวงตะวันที่มีดวงเดียว เรื่องส่วนตัวให้วางอุเบกขา เรื่องพระศาสนาให้เอาอุเบกขาวาง จิตสดใสเมื่อใจสิ้นระแวงเหมือนดวงจันทร์ส่องแสงในคืนวันเพ็ญ ธรรมกายคือพระในตัวคุณที่เข้าถึงได้ด้วยการทำใจหยุดนิ่ง ย้ำให้ท่องจนขึ้นใจ แล้วชวนสวดสรรเสริญคุณพระรัตนตรัย หันลำโพงไปทางภาคใต้และสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท้ายไฟล์ตั้งแต่ราว 4443 ถึง 4832 ไม่มีบรรทัดถอดเสียง น่าจะเป็นช่วงสวด แล้วจบไฟล์ที่ 4837 ด้วยบรรทัด jingle ; ตอนนี้ไฟล์ไม่ได้ขาดต้นหรือท้าย มีครบตั้งแต่เปิดถึงปิดรายการ แต่เนื้อหาสั้นกว่าตอนปกติ มีเพียงกรณีศึกษา ละครพระเตมีย์ และรายงานสอบบาลี
เวลาเริ่มของช่วง คำสะกด tag ที่ขาด ช่วงที่ยังไม่มีในผัง หรือลิงก์เสีย บอกได้ที่นี่ - คนที่ฟังจริงเห็นสิ่งที่คลังนี้มองไม่เห็น
เข้าสู่ระบบด้วยปุ่มด้านบนของหน้าก่อน แล้วช่องเขียนถึงผู้ดูแลจะขึ้นที่นี่