-
19:01
คุณยายถอดโอวาทหลวงปู่มาตั้งโรงทานที่วัดพระธรรมกาย ใครมาถึงวัดต้องดูให้อิ่ม
พอลงมือสร้างวัดพระธรรมกาย คุณยายก็ถอดโอวาทที่หลวงปู่ให้ไว้ในโรงงานทำวิชชา มาเป็นข้อปฏิบัติของวัดพระธรรมกายเลย เรื่องนี้ลูกหลานรุ่นหลังมักไม่ค่อยได้ยินกัน คุณยายจึงตั้งโรงทานขึ้นมาและมีต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้ แม้เป็นโรงครัวเล็ก ๆ ก็ตั้งเตรียมไว้ เพราะใครมาถึงวัดแล้วต้องดูกันให้อิ่ม จะได้ไม่มีความกังวลอะไร
-
22:45
คุณยายสั่งห้ามเอาอาหารเข้ามาขายในโรงทาน เพราะบรรยากาศการค้าจะเข้ามาแทนบรรยากาศบุญ
คุณยายกำเนิดโรงทานเอาไว้แล้วสั่งฝากไว้ด้วยว่า ให้รักษาให้ดีและอย่าให้ใครเข้ามาขายของขายอาหารในนี้ เพราะบุญที่ยายจะพึงได้และบุญของพวกเราจะถูกตัดตอนไป บรรยากาศของบุญจะหาย บรรยากาศของการค้าจะเข้ามาแทน และบรรยากาศการปฏิบัติธรรมของคนทั้งวัดจะหย่อนไปเหมือนหลาย ๆ วัด ท่านให้ช่วยกันจดบันทึกไว้ ตั้งวัดมา 42 ปี จึงไม่ยอมให้มีการเอาอาหารเข้ามาขายกัน มีแต่เอามาเลี้ยงกัน เป็นนโยบายที่ขอให้รักษาไว้ให้ดี
-
31:38
คุณยายตราเป็นกฎห้ามอบายมุขเข้าวัด ฝากถึงวัดสาขาทั่วโลกว่าให้รวมคนด้วยธรรมะ
ด้วยเหตุนี้ตั้งแต่เริ่มสร้างวัด คุณยายก็ตราเป็นกฎเอาไว้ว่าอย่าเอาอบายมุขเข้าวัด ห้ามเด็ดขาด เรื่องหนัง ละคร การพนัน ไม่ต้องมาคุยกันในวัดพระธรรมกาย และการรวมคนที่วัดอย่าเอาอบายมุขเป็นตัวล่อ เหมือนบางแห่งที่พลาดไปทำกัน วันนี้ถือว่ารับทั้งของหลวงปู่ ของคุณยาย และของหลวงพ่อ ฝากถึงวัดสาขาของเราที่มีอยู่ทั่วโลกอีก 70 วัดให้รับรู้ด้วย เมื่อไม่รวมด้วยอบายมุขแล้วจะรวมด้วยอะไร คำตอบคือรวมด้วยธรรมะ รวมโดยธรรม
-
41:00
สิ่งที่อยากได้คือวินัย อดทน เคารพ แต่ถ้าไม่ได้ทำมากับมือ ขั้นตอนจะหลุด
ปัจจุบันได้ยินว่าลูกไม่ค่อยเคารพพ่อแม่ ศิษย์ไม่ค่อยเคารพครูที่โรงเรียน ประชาชนห่างเหินวัด จนไม่ค่อยเคารพพระ สิ่งที่อยากได้จึงหนีไม่พ้นความมีวินัย ความอดทน และความเคารพ ท่านซักต่อว่าแล้วทำอย่างไร ตรงนี้คือความยาก เพราะอะไรที่ก้าวเข้าสู่ภาคปฏิบัติ ถ้าไม่ได้ทำอย่างจริงจังมากับมือก็ตอบไม่ได้ หรือแม้ตอบได้ขั้นตอนก็จะหลุด จุดที่ฝึกวินัยของวัดพระธรรมกายเริ่มจากอาคารจาตุมหาราชหลังนี้ ที่คุณยายลงมานำฝึกอย่างหนัก ตอนที่สมัยเริ่มแรกมีอาคารอยู่หลังเดียว วันนี้จึงขอถือโอกาสเอามาเล่าให้ฟัง รับรองไม่ใช่ฉายหนังซ้ำ
-
43:32
วินัยขั้นต้นสี่เรื่อง สะอาด ระเบียบ สุภาพ ตรงต่อเวลา ไม่ได้เสกไม่ได้รดน้ำมนต์
กราบถวายท่านว่าเมื่อเริ่มสร้างวัด คุณยายเริ่มฝึกวินัยขั้นต้นด้วยการรักษาความสะอาด แล้วต่อด้วยความเป็นระเบียบ ความสุภาพ และความตรงต่อเวลา สี่เรื่องนี้เป็นพื้นฐาน ที่ทำให้สร้างวัดและสร้างคนมาถึงปัจจุบัน ไม่ได้เสกไม่ได้เป่า ไม่ได้รดน้ำมนต์อะไร ถ้าจะมีก็คือแจกผ้าขี้ริ้ว ส่งไม้กวาดถึงมือ และส่งแปรงขัดให้ถึงมือ
-
49:10
ประเมินจากปัจจัยก็ไม่แฟร์ คุณยายจึงระดมคนไปขัดห้องน้ำตอนบ่ายสองสี่สิบห้า
อีกวิธีหนึ่งคือดูปัจจัยถวายมากน้อย แต่ถ้าผู้มีฐานะมาวันนั้นมากก็ได้มาก ถ้าเด็ก ๆ มาก็ไม่ค่อยมี จึงไม่แฟร์กับผู้เทศน์ ที่วัดเราคุณยายเป็นผู้ให้วิธีประเมินขั้นต้น สมัยนั้นหลวงพ่อเทศน์บ่ายโมงถึงสามโมง แล้วเปิดโอกาสให้ซักถาม พอประมาณบ่ายสองโมงสี่สิบห้า คุณยายก็เริ่มระดมคนที่คุ้นวัด นำไปขัดห้องน้ำเอง ไม่ต้องรอให้สรุปการเทศน์ ท่านชวนว่าถ้าไม่ขัดห้องน้ำกันตอนนี้ จะรอให้พระขัดให้หรืออย่างไร เดี๋ยวจะบาป
-
58:24
คุณยายนำขัดห้องน้ำเอง ต้องเทศน์แก้ความคิดว่าปัดกวาดเช็ดถูเป็นงานคนใช้
ห้องน้ำคุณยายนำเอง กวาดศาลาก็ต้องเตรียมไม้กวาดและเตรียมคนถือส่งถึงมือ เพราะยังไม่เป็นนิสัย บางคนอยากทำแต่ติดว่าที่บ้านมีคนใช้ทำ กลัวถูกมองว่ามาทำงานคนใช้แล้วจะเสียศักดิ์ศรี ไม่ใช่ว่าไม่อยากให้สะอาด จึงต้องมาเทศน์เรื่องนี้อยู่หลายเวลา ต่อจากนั้นก็ไม่มีใครรังเกียจ ไม่ถึงปีก็ค่อย ๆ ได้มา ได้ชุดกวาดศาลา ชุดเช็ดเสื่อ ชุดถูศาลา จนนิสัยรักความสะอาดเกิดขึ้น อีกอย่างคือก่อนบ่ายสามโมง คุณยายให้ลูกหลานที่คุ้นวัดไปช่วยล้างถ้วยล้างจานให้เสร็จภายในหนึ่งชั่วโมง ครบชั่วโมงก็ลงมือขัดห้องน้ำโดยคุณยายลงเอง เมื่อครูบาอาจารย์ลงเองการถือทิฐิของใครก็ไม่มี ส่วนการปัดกวาดเช็ดถูข้างบนศาลาหลวงพ่อดูแล ทั้งหมดนี้ใช้เวลาเป็นปี
-
1:00:46
ประเมินผลการเทศน์จากความสะอาดที่เกิดจากน้ำมือคนมาฟังเทศน์ และครัวที่ไม่มีกลิ่นอับ
การประเมินผลของการเทศน์การสอนจึงอยู่ที่ความสะอาดของวัด อันเกิดจากน้ำมือของพวกเราที่มาฟังเทศน์ และมาปฏิบัติธรรม มิได้ประเมินจากปัจจัยที่ถวาย มิได้ประเมินจากเสียงสาธุ และมิได้ประเมินจากกระดาษที่ให้กรอกข้อความ ยังไม่พอ ใครเข้าไปในครัวคุณยายก็จะฝึกความสะอาดอีก ท่านชี้ให้ดูว่าครัวทั่วไปมักมีกลิ่นอับจากเขียง แต่ครัวในวัดพระธรรมกายที่คุณยายดูแลไม่มีกลิ่น เพราะยายใช้เขียงเสร็จก็ล้างทันทีแล้วเอาไปผึ่งแดด ไม่ยอมให้ชื้นค้างไว้ กลิ่นในครัวต้องสะอาดเหมือนห้องอื่น จนเดินผ่านก็ไม่รู้ว่าเป็นครัว
-
1:02:57
คุณยายสอนให้ถ้วยชามช้อนจานเรียงพี่เรียงน้อง และสั่งพระว่าจะสอนจะดุได้แต่อย่าไปด่าเขา
เรื่องความเป็นระเบียบ คุณยายจะจัดระเบียบให้ดู เวลาจัดข้าวของในครัวท่านใช้คำว่า ถ้วย ชาม ช้อน จาน จับมันเรียงพี่เรียงน้องให้ดี คือใบเล็กใบใหญ่จับเรียงให้เป็นลำดับ นอกจากนี้ยายยังสั่งว่าทุกคนรักดี คนที่มาวัดเพราะเขารักดีและรู้ตัวว่าไม่รู้จึงมาให้สอน ท่านจึงขอกับพระทุกรูปว่าเขาผิดเขาพลาด จะดุจะว่าจะสอนกันไปก็ได้ แต่อย่าไปด่าเขา หลวงพ่อจึงเคร่งครัดไม่ด่าใคร ส่วนเรื่องตรงต่อเวลายายก็เข้มงวดกวดขัน
-
1:07:12
เด็กวัดรุ่นแรกถูกเคี่ยวเข็นหลายปี ใครเก็บกลดม้วนเสื่อไม่เรียบร้อยคุณยายเรียกมาอบรม
ชี้ให้พระเถระดูเส้นทางของความสกปรก คนที่มาอยู่วัดถูกเคี่ยวเข็นกันทุกคนรวมทั้งเด็กวัด เด็กวัดรุ่นแรก ๆ อยู่ห้าปีก็ยังได้บวชน้อย บางท่านสิบปียังไม่ได้บวช ฝึกกันอย่างนั้น คุณยายฝึกความสะอาดและชี้โทษของความสกปรกไว้ชัดเจนหมด ส่วนหลวงพ่อมีหน้าที่นำมาขยายความ ใครมาค้างที่วัดพระธรรมกายแล้วเก็บกลดไม่เรียบร้อยหรือม้วนเสื่อไม่เรียบร้อย คุณยายก็จัดการเรียกมาอบรมเรียบร้อยหมด ระหว่างเล่าหลวงพ่อทักว่าจะสามทุ่มแล้วแต่ก็เล่าต่อ
-
1:09:19
ที่ไหนมีความสกปรกที่นั่นต้องมีการฆ่าสัตว์ ที่ไหนไร้ระเบียบที่นั่นเป็นที่มาของการลักขโมย
คุณยายชี้ประเด็นว่า ที่ไหนมีความสกปรก ที่นั่นจะต้องมีการฆ่า คือการฆ่าสัตว์ ให้ช่วยจดไว้ และที่ไหนไร้ระเบียบ นอกจากของจะเสียหายและหายไปแล้ว ยังเป็นที่มาของการลักขโมย และการไม่รับผิดชอบต่อทรัพย์สมบัติ ทรัพย์สมบัติจะหมดไปก็เพราะความไม่เป็นระเบียบนี่เอง
-
1:10:32
ที่ไหนไม่สุภาพที่นั่นเรื่องชู้สาวจะเกิด คุณยายจึงขอให้คนที่ค้างวัดถือศีลแปด
ยายสั่งนักสั่งหนาว่าพวกที่ไม่สุภาพ เมื่อปนเข้ามาในหมู่คณะเมื่อไรเรื่องชู้สาวจะเกิด คือการผิดศีลข้อที่สาม เพราะคนไม่สุภาพจะพูดไม่สุภาพ แต่งตัวไม่สุภาพ มีอาการไม่สุภาพ ตอนนั้นหลวงพ่อยังโยงไม่ถึงว่าจะเป็นอย่างไร แต่เชื่อครูบาอาจารย์ที่ผ่านโลกมาก่อน ยายจึงสั่งว่าใครค้างวัดให้ถือศีลแปดดีที่สุด ครูไม่ใหญ่ก็มาจี้เรื่องนี้ด้วย ชุดขาวช่วยให้ดูสะอาด ดูเป็นระเบียบ และบังคับให้สุภาพง่ายขึ้น บรรยากาศการปฏิบัติธรรมก็จะเกิด อาการคึกคะนอง กระทืบปึงปัง โยนของโครมคราม แต่งตัวไม่เหมาะไม่สม หรือมาแหกปากร้องเพลงกันในวัดก็คือไม่สุภาพ ยกเว้นเพลงธรรมะที่ให้เด็กร้อง
-
1:13:11
ที่ไหนไม่ตรงต่อเวลาที่นั่นต้องมีการพูดเท็จ ยายพูดรวม ๆ ลูกหลานต้องโยงหาเหตุเอง
ที่ไหนไม่ตรงต่อเวลา ที่นั่นจะต้องมีการพูดเท็จพูดโกหก จำไว้เลย เพราะต้องผัดผ่อน และการผัดผ่อนก็ต้องมีข้ออ้างแก้ตัว มันเป็นสายรับกันอยู่ คุณยายพูดไว้รวม ๆ ไม่ละเอียด หน้าที่ของลูกหลานคือต้องโยงหาเหตุให้เจอเอง หลวงพ่อก็โยงเอง ได้ทีละก้าวสองก้าว เพราะยังไม่ได้เป็นอัจฉริยะ ต้องฝึกกันไป
-
1:14:04
ยายสั่งให้เก็บที่นอนม้วนเสื่อให้ดี เพราะเหงื่อคืนเดียวมีไขมันและโปรตีนติดออกมาด้วย
ตรงนี้ยายไม่ได้พูดอธิบาย แต่สั่งให้ทำ คือเก็บที่นอนให้ดี ม้วนเสื่อให้ดี ไม่งั้นเดี๋ยวศีลจะเอาไม่อยู่สักข้อ ยายพูดแบบสรุป หลวงพ่อจึงมาจับแยกให้เห็นภาพ ว่าคืนหนึ่งที่เรานอนแล้วเหงื่อออก เหงื่อของมนุษย์จะมีไขมันออกมาด้วย มีโปรตีนติดมาด้วย เศษไขมันเศษโปรตีนเล็ก ๆ นั้นเอากล้องส่องก็ไม่เห็น แต่มันพอจะเป็นอาหารของไรฝุ่นได้
-
1:25:55
ที่มาของชุดอุบาสิกา เพราะเสื้อคอลึกตอนรับประเคน และพุทธพจน์ว่านุ่งชั่วห่มชั่ว
เรื่องความไม่สุภาพต้องพูดตรง ๆ เมื่อก่อนหลวงพ่อนั่งรับแขกบนอาสนะ มีคนเอาของมาถวายก็ต้องรับประเคน ถ้าไม่มองหน้าก็กระไรอยู่ แต่พอมองก็เจอเสื้อคอลึก คนอื่นเห็นก็จะคิดไปต่าง ๆ จึงไปเล่าให้คุณยายฟัง ท่านบอกว่าก็ออกแบบเสื้อเสียสิ จึงเป็นที่มาของการดีไซน์ชุดอุบาสิกาขึ้นมา ที่ไหนไม่สุภาพก็เพราะแต่งกายไม่ค่อยเหมาะไม่ค่อยสม พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงใช้คำว่านุ่งชั่วห่มชั่ว ขนาดเป็นพระท่านยังให้นุ่งสบงถึงครึ่งแข้ง ถ้าให้พระนุ่งสบงเหนือหัวเข่าก็ดูไม่จืด จึงขอให้เอากระโปรงลงมาต่ำกว่าหัวเข่าหน่อย เป็นเพื่อนกับพระ
-
1:32:27
คุณยายพูดรวม ๆ ว่าถ้าทำไม่ดีศีลจะเอาไม่อยู่ และคำโต้ว่ายุคนี้รักษาศีลไม่ได้เพราะครัวต้องใช้ยาฆ่าแมลง
คุณยายไม่ได้จำแนกละเอียดอย่างที่หลวงพ่อจำแนก ท่านพูดรวม ๆ ว่าถ้าสิ่งเหล่านี้ทำไม่ดีศีลจะรักษาไม่อยู่ ยายเคยเล่าว่าเวลาหลวงพ่อเทศน์ให้เขารักษาศีลกันให้ดี มีคนบอกว่ายุคนี้มันรักษาไม่ได้หรอก เพราะแค่ในครัวก็ต้องใช้ดีดีทีฉีดยาฆ่าแมลงแล้ว จะไปรักษาศีลได้อย่างไร สมัยนั้นหลวงพ่อยังหาคำอธิบายที่ชัดเจนอย่างนี้ไม่ได้ แต่เมื่อพระเถระถามจี้ก็เหมือนไหลออกมาได้เอง จึงเล่าให้ท่านฟังว่าเราแจงกันมาอย่างนี้ เท่าที่สติปัญญาในแต่ละช่วงที่เรามี