ep051 ผังเวลา 63 ช่วง
บวชสามเณรรุ่นแรกที่บาห์เรน (114) อธิษฐานจิต (79) จานดาวธรรม (74) วัดพระธรรมกาย (73) เสาแก้วพันปี (69) คุณยายอาจารย์จันทร์ ขนนกยูง (63) หยุดใจนิ่ง (52) ภุมเทวา (47) องค์พระในกลางกาย (42) กัลยาณมิตร (41) กฎแห่งกรรม (39) ยิ้ม (37) ตัดรอนวิบาก (32) เนื้อนาบุญ (32) บ้านนี้เจ้าที่แรง (27) หมู่เกาะโซโลมอน (27) หลวงพ่อทัตตชีโว (27) มนุษย์กินคน (21) ยมโลก (20) วิมานทอง (19) พระอรหันต์ (14) จาตุมหาราชิกา (12) คลุมถุงชน (11) พระธรรมกายประจำตัว (10) ปราสาทสามฤดู (9) พุทธันดร (9) สวนพนาวัฒน์ (9) วจีกรรม (8) วิทยาธร (8) ชาวอิรัก (7) คนทรงเจ้าจีน (6) คุณมานับ (6) กรรมสุรา (5) ทหารพระราชา (5) ทำหน้าที่กัลยาณมิตร (5) ขอขมาพระรัตนตรัย (4) คุณกาตูน (4) พระภัททชิเถระ (4) พระไตรปิฎก (4) เอหิภิกขุอุปสัมปทา (4) กองทุนบูชาข้าวพระ (3) กินเนื้อคน (3) ดาวดึงส์เฟส 2 (3) สูบบุหรี่ (3) เจ้าแม่จามเทวี (3) เดนมาร์ก (3) เพลงผู้ได้โอกาสภาษาอาหรับ (3) กรรมโกงเขา (2) กรุงสาวัตถี (2) คิดไม่ดีต่อพระรัตนตรัย (2) คุณทอมมี่ (2) ฆ่าตัวตาย (2) จิตแพทย์ (2) ชอบใช้ของเก่าราคาถูก (2) ชาติยาวัน (2) ชายชุดขาว (2) ทำบุญแล้วเสียดาย (2) ผูกคอตายแต่ไม่ตาย (2) ฝึกจับดี (2) พระคุณบิดามารดา (2) ภัททิยนคร (2) มโนกรรม (2) ศีลแปดทุกวันพระ (2) หญิงชุดขาว (2) หมอทรงเจ้า (2) หลักปฏิบัติของชาวพุทธ (2) เจ้าหญิงนิทรา (2) ไสยเวท (2) กลัวตาย (1) กินคนกับเผือกและมันแก้ว (1) คุณแซม (1) จังหวัดลำพูน (1) ชอบจับผิดผู้อื่น (1) ชาวพุทธในทะเบียนบ้าน (1) ซีอุย (1) ตำรวจต่างจังหวัด (1) ถวายบ้านทรงไทย (1) ถูกพี่ชายเอาเปรียบ (1) ถูกรถชน (1) ฝีที่ขาหนีบ (1) ฝึกฝันในฝัน (1) พระเจ้ามหาปนาทะ (1) มะเร็งปอด (1) ล่ามขาสัตว์ (1) วิญญาณในบ้าน (1) วิถีชีวิตนักรบเร่ร่อน (1) สมุทรสาคร (1) สังคหวัตถุ (1) สามีไม่สนับสนุนการทำบุญ (1) หัวหน้าเผ่า (1) อายุยืนร้อยกว่าปี (1) เฆี่ยนตีลูกหลานด้วยอารมณ์ (1) เจ้าภาพบวช (1) เพื่อนชายตามตื้อ (1) แกล้งสัตว์ (1) ไม่ยอมใส่บาตร (1)
กล่าวคาถาสำเร็จว่าแม้มืดตื้อมืดมิดก็มีสิทธิ์เข้าถึงธรรม คำขวัญเมื่อเราสว่างโลกก็สว่างด้วย และเนื้อนาบุญสี่ระดับ คือมหาธรรมกายเจดีย์ของโลก มหาจุฬามณีของสวรรค์ พระในบ้านของครอบครัว และพระในตัวของเรา
ทบทวนการบ้าน 10 ข้อทีละข้อ ตั้งแต่เอาบุญไปฝากคนที่บ้าน จดบันทึกผลการปฏิบัติธรรม ก่อนนอนนึกถึงบุญที่สั่งสมมาทั้งหมด หลับและตื่นในอู่ทะเลบุญ ตื่นแล้วรวมใจเป็นหนึ่งกับองค์พระหนึ่งนาที ทุกหนึ่งชั่วโมงหยุดใจหนึ่งนาทีที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 นึกถึงดวงหรือองค์พระในทุกกิจกรรม จนถึงสร้างบรรยากาศด้วยรอยยิ้มและปิยวาจา
วันนี้เป็นวันที่ 86 นับจากวันออกพรรษา เหลืออีก 181 วันจะเข้าพรรษาอีกครั้ง และผ่านวันปีใหม่มา 11 วัน แล้วทบทวนว่าเราเกิดมาทำพระนิพพานให้แจ้ง แสวงบุญ สร้างบารมี พระนิพพานอยู่ภายในตัวเรา เริ่มต้นที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 ด้วยการทำใจหยุดนิ่งเฉย ๆ พร้อมย้ำว่าต้องศึกษาไว้เพราะความผิดพลาดเป็นอันตราย มีอบายภูมิรองรับอยู่
บอกว่าวันนี้มีเรื่องดี ๆ ของกรณีศึกษาที่จะทำให้เข้าใจเรื่องกฎแห่งกรรม ชื่อเรื่องบ้านนี้เจ้าที่แรง และมีเรื่องราวของเผ่ามนุษย์กินคน แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้นก็ชวนแต่งเนื้อแต่งตัวให้เสร็จเรียบร้อยกันก่อน
เปิดเพลงคั่นรายการช่วงแต่งเนื้อแต่งตัว มีเนื้อร้องว่ามีน้ำใจต่อกัน
พูดถึงคนที่เขียนคิ้วข้างเดียวออกจากบ้านไปทำงาน แล้วบอกว่าวันนี้เสียงหายหมด อยู่ ๆ เสียงก็เปลี่ยน แต่ไม่เป็นไรจะสู้ จากนั้นเกริ่นว่าวันนี้มีเรื่องราวดี ๆ ของมนุษย์กินคน เรื่องกินคนนี้มีมานานแล้ว แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้นจะเล่าเรื่องมนุษย์ที่ไปกินคนก่อน เป็นชาวอิรักที่มีคำถามเด็ดถามคนไทยแล้วทำให้คนไทยหงุดหงิดมาถึงแปดปี
ครูไม่ใหญ่บอกว่าก่อนจะไปถึงเรื่องนั้นก็สร้างบรรยากาศกันหน่อย แล้วเปิดเพลงคั่นรายการ
ชวนย้อนนึกถึงการบวชสามเณรประวัติศาสตร์ของโลกตะวันออกกลางเมื่อวันที่ 28 ธันวาคมที่ผ่านมา และลาสิกขาเมื่อวันที่ 7 มกราคม ซึ่งชื่นใจกันไปทั่วโลกแล้ว วันนี้มีเรื่องน่ายินดีที่มีชาวตะวันออกกลางสนใจเรื่อง DMC ท่านผู้นี้เดินทางออกจากประเทศอิรักไปอยู่ที่ประเทศเดนมาร์กเพื่อทำมาค้าขาย แล้วได้รู้จักกับคนไทยที่ทำหน้าที่กัลยาณมิตรให้ได้รู้จัก DMC ย้อนไปก่อนหน้านี้แปดปีคือเมื่อปี 2540
เล่าว่าคุณมานับ ชาวอิรัก เดินทางมาอยู่ในประเทศเดนมาร์กแล้วมีโอกาสไปเจอกับกัลยาณมิตรคนหนึ่งชื่อคุณกาตูน เป็นหญิงไทยที่สง่างาม เมื่อมานับรู้ว่าใครเป็นคนชาติไหนก็ยังเฉย ๆ แต่พอรู้ว่าคุณกาตูนเป็นคนไทยก็เดินเข้าไปหาและตั้งคำถาม
คำถามแรกที่มานับถามคือคุณเป็นชาวพุทธหรือมุสลิม ถามเรื่องศาสนาเลย คุณกาตูนตอบว่าฉันเป็นชาวพุทธ มานับดีใจมากเพราะรอวันนี้มานานแล้ว จึงถามต่อว่าลักษณะพุทธคืออะไร กาตูนตอบทันทีว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ครูไม่ใหญ่บอกว่าตอบถูกส่วนหนึ่ง เหมาะสำหรับตอบคนที่ยังไม่รู้ แต่ไม่จบแค่นั้นสำหรับผู้ที่กำลังแสวงหาความรู้อย่างมานับ เมื่อถูกถามต่อว่าหลักปฏิบัติของชาวพุทธคืออะไร กาตูนก็ตอบไม่ได้ กลายเป็นเพียงชาวพุทธในทะเบียนบ้าน ครูไม่ใหญ่จึงชวนพระ เณร และญาติโยมทั้งหลายมาหารือกันว่าถ้าเจอผู้มีบุญถามอย่างนี้เราจะตอบว่าอย่างไร
หลังจากนั้นมานับก็เฝ้าถามอยู่เรื่อยว่าเมื่อไหร่คุณจะอธิบายให้ผมฟังเรื่องศาสนาพุทธสักที ครูไม่ใหญ่ชื่นชมมานับจริง ๆ วันหนึ่งมานับพูดตรง ๆ กับกาตูนว่าทุกศาสนาต้องมีหลักคำสอน จะไปมั่วคิดเอาเองไม่ได้ คุณเป็นชาวพุทธตั้งแต่เกิดทำไมกลับไม่รู้หลักและวิธีปฏิบัติของชาวพุทธ แล้วจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ถ้าถามชาวพุทธเรื่องศาสนาพุทธแล้วตอบได้แค่นี้จะให้ผมไปถามใคร ผมนับถืออิสลาม คุณถามเรื่องอิสลามผมตอบคุณได้หมด เราทุกคนต้องศึกษาศาสนา และถามว่าชาวพุทธเขาไม่สอนให้เข้าวัดกันบ้างหรือ
คำถามนั้นฝังใจกาตูนมาตลอด เฝ้ารอวันที่ตัวเองจะสามารถไปบอกมานับได้ ครูไม่ใหญ่ตั้งข้อสังเกตว่าคำถามที่ว่าชาวพุทธไม่สอนให้เข้าวัดหรือ แปลว่าเดี๋ยวนี้สอนให้หันหลังเดินออกจากวัดหรือเปล่า จนเมื่อปี 2548 กาตูนได้รู้จักกับ DMC ตอนแรกก็ไม่รู้ว่า DMC คืออะไรแต่ก็ติดตามดูทุกวัน ดูไปแล้วก็นึกถึงคำถามที่ค้างคาใจมาแปดปี ตอนนี้มีข้อมูลพร้อมแล้วจึงเดินทางไปหามานับอีกครั้ง ถามว่าคุณยังอยากรู้เรื่องศาสนาพุทธอยู่หรือเปล่า
มานับบอกกาตูนว่าผมมีความสุขที่ได้เห็นพระภิกษุ เพียงเห็นใบหน้าของท่านความเศร้าในใจก็หายไป ถูกแทนที่ด้วยความสดชื่นและความสุขอย่างบอกไม่ถูก แล้วมานับก็ไปทำหน้าที่กัลยาณมิตรชวนคนอิรักหลายคนในเดนมาร์กมาดู DMC ทั้งที่พวกเขาใช้ได้แค่ภาษาอาหรับและภาษาเดนมาร์ก มานับบอกว่าถึงไม่รู้เรื่องก็ดูไปก่อน เพราะมีเพลง มีภาพ มีคนพูด
มานับติดต่อกาตูนให้ช่วยทำซีดีเพลงภาษาอาหรับที่เห็นใน DMC ให้ บอกว่าอยากให้ทำเป็นซีดีไปฟังในรถด้วย เพราะปกติเวลาขับรถพวกเราจะฟังคำสวดของเราไปด้วย แต่ผมจะเอาซีดีเพลงภาษาอาหรับของหลวงพ่อไปฟังแทน และบอกว่ารู้ว่าหลวงพ่อสอนเรื่องดี ๆ ทำให้ทุกคนมีความสุข แต่อยากให้มีภาษาอาหรับจะมีคนเข้าใจมากขึ้นอีกเยอะ ครูไม่ใหญ่ตอบว่าอีกไม่กี่วัน ไม่เกินเจ็ดวันจะมีการแปลเป็นภาษาอาหรับ และให้ผู้ได้โอกาสภาษาอาหรับกับมานับก่อน
ครูไม่ใหญ่บอกว่ามนุษย์กินคนมีมานาน แม้ในพระไตรปิฎกก็บันทึกไว้ และไม่ใช่สามัญชนที่กินคนแต่เป็นพระราชาทีเดียว ในเมืองไทยตอนครูไม่ใหญ่ยังเด็กก็มีการกินคนแล้ว ชื่อซีอุย ที่จับเด็กแล้วบอกว่ากินตับอร่อย ต่อมาสมัยที่ครูไม่ใหญ่สร้างวัดพระธรรมกายซึ่งตอนนั้นยังเป็นศูนย์ปฏิบัติธรรม โบสถ์ยังไม่ได้สร้างแต่สร้างสภาจาตุมหาราชิกาแล้ว มีนักศึกษาอาสาสมัครมารับบุญทำความสะอาดโครงหลังคา ลงมาคุยกันถูกคอ แล้วเล่าว่าพ่อเป็นตำรวจที่จับผู้ร้ายเก่งในต่างจังหวัด
นักศึกษาเล่าว่ามีครั้งหนึ่งพ่อจับผู้ร้ายแล้วยิงกันตาย จากนั้นพาลูกน้องไปตั้งวงกินข้าวกินเหล้ากัน พ่อบอกว่าเดี๋ยวจะทำกับข้าวให้ ส่วนศพของผู้ร้ายก็บอกว่าไว้ก่อน กินกันไปคุยกันไปจนเมา ถึงตอนเช้ามีคนถามว่าเนื้อที่กินนั้นเป็นอย่างไร ได้คำตอบว่านิ่มและอร่อย จนไปเปิดดูจึงพบว่าที่อยู่ในหม้อต้มนั้นเป็นศพผู้ร้าย
เล่าต่อว่าเวลามีน้องใหม่ก็ตั้งวงกัน รุ่นพี่จะถ่ายทอดวิชาให้รุ่นน้องที่เป็นนักเรียนใหม่ ทั้งเรื่องการทำลายซากศพซึ่งพวกเขาถือว่าเป็นหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ สมัยนั้นยังไม่มีเตาก็ย่างกันแถวนั้น ไปตลาดซื้อเนื้อมาย่างกินกับเหล้า กินไปคุยไปแต่เนื้อไม่หมดสักที และยังอร่อยด้วย จากนั้นเข้าเรื่องเผ่ากินคนที่ลดจำนวนลงไปมากแต่ก็ยังไม่หมด ยังมีอยู่ในหุบเขาที่ทางการไปไม่ถึง โดยมีชาวโซโลมอนที่มีชีวิตอยู่ในปัจจุบันให้ข้อมูลมา ซึ่งยืนยันว่าผมสีทองของเขาไม่ได้ย้อม เป็นของแท้ด้วยสายลมและแสงแดดและเผ่าพันธุ์มนุษย์กินคน
ก่อนที่คนผิวขาวจะเข้ามาในเกาะนี้ ประชาชนมีวิถีชีวิตเรียบง่ายแบบนักรบ จะไม่ตั้งถิ่นฐานถาวรที่ใดที่หนึ่ง คล้ายอินเดียนแดงหรือชาวอเมริกันพื้นเมืองที่เคลื่อนย้ายตามฝูงสัตว์เพื่อหาทุ่งหญ้า แต่คนละวัตถุประสงค์กัน เพราะที่นี่เคลื่อนย้ายเพราะกลัวจะถูกฆ่า ไม่มีความไว้ใจต่อกันเลย จึงย้ายไปตามที่ต่าง ๆ เพื่อความปลอดภัยจากเผ่าอื่น
สงครามและการกินเนื้อคนจึงเป็นเรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวันของที่นั่นในยุคนั้น เป็นเรื่องธรรมดาของชายหญิงหรือแม้แต่เด็กที่จะกินคนที่ตายแล้ว นักรบที่มีชื่อเสียงเลื่องลือและไปรบชนะมาจะได้รับการยกย่องเป็นหัวหน้าเผ่า แต่ละเผ่ามีสมาชิกอย่างน้อยห้าสิบคนขึ้นไป ผู้นำมีหน้าที่ต่อสู้ปกป้องเผ่าตนเองจากเผ่าอื่น บางครั้งก็มีการตั้งรางวัลให้แต่ละเผ่ามาสู้กัน ฝ่ายชนะจะได้รางวัลและนำผู้ที่ถูกฆ่ากลับไปกินได้ ครูไม่ใหญ่บอกว่าชาวโซโลมอนเล่าไปยิ้มไป ปากแดง ตาแดง ผมสีทองหยิก และยังชวนให้ไปอยู่กับเขาด้วย
ตอบคำถามว่ากินใคร ข้อแรกคือกินคนแปลกหน้าของเผ่า โดยเฉพาะคนขาว เพราะมนุษย์กินคนเห็นว่าคนขาวมีสีผิวต่างจากตัวเองจึงนึกว่าคนขาวไม่ใช่คน เป็นเทพเทวาชั้นบนจุติลงมา จึงกินได้เหมือนสัตว์อื่น ๆ ข้อสองคือกินศัตรูที่ถูกฆ่าตาย บางเผ่าถือว่าเป็นการสืบทอดพลังจากศัตรูด้วย บางทีก็กักเก็บไว้เป็นทาสแล้วทยอยกิน
ตอบคำถามว่ากินเมื่อไหร่ มีทั้งเทศกาลประจำหมู่บ้าน เทศกาลประจำปีกินมนุษย์ สัปดาห์การกินมนุษย์ กินก่อนจะออกรบ อยากกินก็กิน และกินทุกวันทุกเวลา ส่วนกินอย่างไรก็มีทั้งกินสด กินย่าง เผา กินต้ม หรือปรุงเป็นอาหารชนิดต่าง ๆ และคำถามว่ากินกับอะไร คนทั่วไปกินปลากับข้าว กินเนื้อกับมันฝรั่ง แต่มนุษย์กินคนนั้นกินคนกับเผือกและมันแก้ว ซึ่งเป็นพืชที่ดาษดื่นที่นั่น
ตอบคำถามว่ากินเพราะอะไร มีทั้งเพราะหิว เพิ่มพลัง เป็นอาหารหลัก อาหารเสริม อาหารวิตามิน บางเผ่ากินเพราะเป็นการแก้ปัญหาข้อพิพาท บางคนกินเพราะความโกรธอาฆาตแค้นส่วนตัวเพื่อความสะใจให้แค้นคลาย บางทีกินเพื่อเรียกน้ำย่อยเจริญอาหาร และการกินคนยังแสดงถึงอำนาจและความยิ่งใหญ่ ถ้าสามีภรรยาคู่ใดนอกใจกันแล้วจับได้ ไม่ว่าหญิงหรือชายจะถูกลงโทษด้วยการฆ่าให้ตายเพื่อเป็นแบบอย่างแก่คนรุ่นหลัง แล้วเอามาเป็นอาหารกินกับเผือกและมันแก้ว บางเผ่าถือว่าเป็นยากินแล้วอายุยืน ที่น่าแปลกคือมนุษย์กินคนรุ่นปู่ของชาวโซโลมอนยุคปัจจุบันมีอายุยืนถึงร้อยกว่าปี บางคนสูงถึงสองร้อยห้าสิบเซนติเมตรหรือสองเมตรครึ่ง นิ้วมือนิ้วเดียวเท่ากับนิ้วของคนปัจจุบันสามนิ้วซ้อนกัน ใหญ่เท่ากล้วยหอม
ขออนุญาตนำชื่อและภาพของเจ้าของเรื่องมาเผยแพร่ เขาชื่อคุณทอมมี่ ที่ชื่อเป็นฝรั่งเพราะชาวอังกฤษเข้าไปปกครองตรงนั้น ชื่อเสียงจึงเปลี่ยนไป ปัจจุบันอายุ 43 ปี คราวนี้ส่งเทปมาพร้อมภาพการนั่งสมาธิ นั่งกันในบ้านเพราะไม่ได้เอากล้องไปถ่ายข้างนอก ครูไม่ใหญ่บอกว่าอยากเห็นภาพการนั่งสมาธิที่โซโลมอนในเวลาเดียวกับที่สวนพนาวัฒน์ เพื่อจะได้เทียบระหว่างมนุษย์กินคนกับมนุษย์ที่ไม่ได้กินคน ว่าใครจะนั่งเห็นตะวันในกลางกายก่อนกัน
คุณทอมมี่เล่าว่าเคยกินคนมาตั้งแต่อายุสามสี่ขวบ จริง ๆ อาจกินก่อนหน้านั้นแต่ตอนสามสี่ขวบเพิ่งจำความได้ เพราะพ่อแม่ย่างให้กินโดยไม่ได้บอกว่าเป็นเนื้ออะไร แล้วเพิ่งมาบอกทีหลัง บอกว่ารสชาติหวานและนุ่มดี แต่ก็ไม่ได้แปลกเพราะเขากินกันอย่างนี้ทั้งเผ่า พอโตขึ้นบางทีก็เคยฆ่าแล้วมากิน เพราะตอนนั้นที่นั่นยังไม่มีกฎหมายห้ามฆ่าคน แต่จากการที่ได้มารู้จักกับเพื่อนคนไทยที่มาที่นั่นซึ่งมีอัธยาศัยดีมีน้ำใจ และได้ดู DMC ตอนนี้ผมและเพื่อนในเผ่าก็กินไม่ลงแล้ว
มีชาวโซโลมอนอีกท่านหนึ่งชื่อแซม ซึ่งไม่เคยกินคน พอได้ยินครูไม่ใหญ่พูดถึงชาวโซโลมอนเมื่อคืนก็โดดเข้าไปกอดด้วยความดีใจ และบอกว่ารู้สึกมีความสุขที่ท่านทำให้ชาวโลกได้รู้จักประวัติของพวกเรา พูดภาษาไทยว่าอนุโมทนาบุญ สาธุ เป็นชาวโซโลมอนคนแรกของเกาะที่พูดภาษาไทยคำนี้ได้ และบอกว่าทึ่งที่ทราบว่าครูไม่ใหญ่สามารถฝันในฝันบอกได้ว่าบรรพบุรุษของพวกเราตายแล้วไปไหน ตอนนี้ผมหัดนั่งสมาธิและอยากฝันเป็นอย่างครูไม่ใหญ่ด้วย
เปิดเพลงคั่นรายการหลังจบช่วงมนุษย์กินคน แล้วครูไม่ใหญ่พูดถึงความคิดที่จะทำเรื่องนี้เป็นมินิซีรีส์
เริ่มสารคดีเรื่องพระภัททชิเถระ เกริ่นว่าบุคคลแม้จะมีความสามารถมาก มีปัญญา มีทุนถึง ทีมถึง แต่หากขาดบุญแล้วก็สำเร็จได้ยาก บุญจึงเป็นเสมือนทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิต ผู้มีปัญญาจึงเพียรสั่งสมบุญเสมอ เพราะบุญนำมาซึ่งความสุขและความสำเร็จ และคอยเกื้อหนุนให้ปลอดจากภัยในสังสารวัฏจนเข้าสู่พระนิพพาน ดังนักสร้างบารมีท่านหนึ่งที่ทุกภพทุกชาติที่เกิดเป็นมนุษย์ท่านไม่ประมาท เพียรสั่งสมบุญกับทักขิไณยบุคคลผู้เป็นเนื้อนาบุญอันเลิศ ผลบุญอันเป็นอจินไตยจึงทำให้ท่านได้เกิดเป็นพระราชาพระนามว่ามหาปนาทะ ผู้ได้ครอบครองปราสาทแก้วที่วิสสุกรรมเทพบุตรเนรมิตให้ และในภพชาติสุดท้ายก่อนบรรลุพระอรหันต์ก็เกิดในตระกูลมหาเศรษฐีนามว่าภัททชิ เสวยมนุษย์สมบัติในปราสาทสามหลังในสามฤดู ประดุจเจ้าชายสิทธัตถะก่อนทรงออกบวช
ภัททชิเกิดในนครอันมั่งคั่งนามว่าภัททิยนคร เป็นบุตรชายคนเดียวของมหาเศรษฐีผู้มีทรัพย์แปดสิบโกฏิ ท่านเป็นสุขุมาลชาติ พรั่งพร้อมด้วยทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติ และบริวารสมบัติ มีปราสาทประดับตกแต่งอย่างสวยงามดังทิพยวิมานบนสวรรค์จำนวนสามหลัง สำหรับอยู่อาศัยในสามฤดู เมื่อล่วงเข้าฤดูใหม่ภัททชิพร้อมบริวารจำนวนมากก็จะย้ายเข้าสู่ปราสาทอีกหลังหนึ่งด้วยขบวนแห่ที่สวยงามอลังการ วันที่ภัททชิเปลี่ยนปราสาท มหาชนชาวภัททิยนครจะรอคอยดูขบวนแห่อันน่าตื่นตาตื่นใจ ถึงขนาดต้องผูกเตียงซ้อนกันสูงขึ้นไปเพื่อจะได้เห็นเต็มตา ระหว่างทางจึงเต็มไปด้วยผู้คนที่หลั่งไหลมาจากทั้งในและนอกพระนคร
ครั้งนั้นพระบรมศาสดาประทับอยู่ในพระวิหารเชตวัน กรุงสาวัตถี ทรงเห็นอุปนิสัยแห่งการบรรลุมรรคผลของภัททชิ และมีพระประสงค์จะอนุเคราะห์เขาและชาวพระนคร จึงเสด็จจากกรุงสาวัตถีมุ่งสู่ภัททิยนครพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ ทรงประทับจำพรรษาอยู่ที่ชาติยาวันนอกพระนคร เพื่อรอคอยความแก่รอบแห่งอินทรีย์ของภัททชิ ครั้นออกพรรษาแล้วพระพุทธองค์ตรัสอำลาชาวพระนครว่าถึงเวลาที่จะเสด็จไปแคว้นอื่น ชาวเมืองผู้เลื่อมใสในพระรัตนตรัยยังไม่อิ่มในการสั่งสมบุญ จึงกราบทูลอาราธนาให้ประทับอยู่อีกวันหนึ่งเพื่อถวายมหาทานและฟังธรรมเป็นวาระสุดท้าย
เมื่อทราบว่าพระบรมศาสดารับอาราธนาแล้ว ชาวเมืองจึงช่วยกันสร้างมณฑปขึ้นกลางพระนคร ตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับอย่างสวยงาม รุ่งขึ้นก็ถวายมหาทานแด่ภิกษุสงฆ์ทั้งหมดโดยมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประธาน วันเดียวกันนั้นเป็นวันเปลี่ยนฤดูที่ภัททชิย้ายปราสาท เมื่อไม่เห็นมหาชนมาเฝ้าดูตนอย่างเคยก็สงสัย ครั้นทราบเหตุจึงประสงค์จะไปฟังธรรมบ้าง เดินทางไปพร้อมบริวารหมู่ใหญ่แล้วยืนฟังธรรมอยู่ท้ายมณฑป พระบรมศาสดาทรงแสดงธรรมให้ลุ่มลึกไปตามลำดับ ภัททชิฟังด้วยจิตเลื่อมใสจนบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ขณะที่ยังทรงเพศคฤหัสถ์ ณ ที่นั้นเอง พระบรมศาสดาจึงตรัสกับบิดาว่าหากบุตรของท่านไม่ออกบวชก็จะต้องดับขันธ์เข้าสู่นิพพาน บิดากราบทูลว่าบุตรยังเยาว์วัย ขอพระองค์ทรงบวชให้เขาด้วยเถิด พระองค์จึงประทานการบวชแบบเอหิภิกขุอุปสัมปทาให้
เข้าสู่ช่วงกรณีศึกษาโดยเปิดรายการด้วยเพลงยิ้มแล้วรวย เนื้อร้องว่ายิ้มแล้วรวย ใครก็ต้องรวย ยิ้มเข้าไว้ถึงใครจะด่า ยิ้มสักหน่อย จบแล้วครูไม่ใหญ่ถามว่ายิ้มกันไปทั่วโลกแล้วหรือยัง
ครูไม่ใหญ่บอกว่าเรื่องกฎแห่งกรรมนี้แม้คนไม่เชื่อก็ยังอยากรู้คำตอบ ผู้เขียนจดหมายเล่าว่าโชคดีที่มีกัลยาณมิตรในจังหวัดสมุทรสาครเป็นเจ้าภาพติดจานดาวธรรมให้ ได้ดูรายการต่าง ๆ ที่ล้วนมีประโยชน์ ให้ความรู้ทางธรรมะ ภาพสวย เพลงธรรมะฟังแล้วสบายใจ คิดว่าจานดาวธรรมเป็นสิ่งที่ดีมาก อยากให้ในประเทศไทยติดจานดาวธรรมเป็นแสนเป็นล้านจาน เพราะเด็ก ๆ ที่ได้ดูจะซึมซับสิ่งที่ดีไว้ในดวงใจตั้งแต่เล็ก โตขึ้นจะเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณธรรมและสังคมจะสงบสุขร่มเย็น
ผู้เขียนเล่าว่าพ่อเป็นคนจีนที่อพยพมาจากเมืองจีน แต่งงานกับแม่ซึ่งเป็นคนไทย มีลูกด้วยกันสิบสามคน ตัวเองเป็นคนที่สิบสอง พ่อเสียชีวิตตั้งแต่ยังเล็ก ทราบประวัติพ่อเพียงสั้น ๆ ว่าพ่อชอบสูบบุหรี่มากจนกระทั่งเสียชีวิต ญาติฝ่ายแม่ทำบุญเก่งมาก โดยเฉพาะคุณยายเคยถวายบ้านทรงไทยขนาดใหญ่ให้กับวัด เสาบ้านขนาดสี่คนโอบยังไม่รอบ เวลามีใครมาขอให้แม่เป็นเจ้าภาพบวชให้ แม่ก็จะบวชให้หมด แต่แม่ชอบสูบบุหรี่จึงเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปอดเมื่ออายุเจ็ดสิบหกปี
ผู้เขียนเล่าว่าตัวเองชอบทำบุญและถือศีลเป็นประจำ หลังแต่งงานแล้วก็รักษาศีลแปดในทุกวันพระ รักษามาเกือบยี่สิบปีแล้ว มีลูกสาวสองคน ตัวเองเป็นแม่บ้าน สามีเป็นพนักงานบริษัท ที่ผ่านมาครอบครัวไปไหนก็ไปด้วยกันตลอด ทั้งไปทำบุญและไปเที่ยว มีความใกล้ชิดอบอุ่น ไม่มีปัญหาในครอบครัวเลย
ปัจจุบันลูกสาวคนเล็กมีชีวิตอยู่แต่ก็เหมือนตายแล้ว เพราะเขาตัดสินใจฆ่าตัวตายแต่ไม่ตาย กลายเป็นเหมือนเจ้าหญิงนิทรา แม่จึงทุกข์ใจมาก ย้อนกลับไปตอนที่ลูกสาวอายุประมาณสองขวบ เขาเคยถูกรถกระบะชนกระเด็นไปอยู่ใต้ท้องรถ แต่ก็ไม่เป็นอะไร มีเพียงแผลถลอกที่หลังเล็กน้อยเท่านั้น
หลังจากลูกสาวถูกรถชน ก็มีญาติห่าง ๆ คนหนึ่งมาที่บ้าน มาถึงก็ทักทันทีว่าบ้านนี้เจ้าที่แรง แล้วขอดูตัวลูกสาวคนเล็กที่ถูกรถชน ถามว่าเคยไปเที่ยวที่ไหนที่มีเจ้าแม่หรือเปล่า ผู้เขียนตอบว่าเคยไปเที่ยวลำพูนที่มีเจ้าแม่จามเทวี เขาจึงบอกว่านั่นแหละ ท่านคร่อมน้องไว้จึงไม่เป็นอะไร
ในวัยเด็กลูกสาวคนนี้มักเป็นตุ่มเป็นแผลที่ขาบ่อย และเป็นฝีที่ขาหนีบจนต้องผ่า เจ็บตัวอยู่หลายวัน หลังจบปริญญาตรีก็ไปทำงานเป็นเสมียนที่บริษัทหนึ่ง ระหว่างที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยมีเพื่อนชายมาชอบ แต่ชายคนนั้นไม่เอาไหน ไม่มีความรับผิดชอบ ไม่เอาใจใส่ในการเรียน เวลาสอบต้องคอยโทรไปปลุก เข้ามหาวิทยาลัยก่อนลูกสาวแต่จนลูกสาวเรียนจบแล้วเขาก็ยังไม่จบ ที่สำคัญคือเขารักลูกสาวมากและคอยตามตื้อตลอด ลูกสาวจึงบอกให้ไปเรียนให้จบก่อนแล้วค่อยมาพูดกันใหม่ แต่ฝ่ายชายก็ยังตามตื้อ พยายามพูดขุดคุ้ยเรื่องราวในอดีตให้ไฟรักลุกโชนขึ้นมาอีก ซึ่งลูกสาวเป็นคนรำคาญและไม่ชอบใครมาบังคับหรือออกคำสั่ง
ลูกสาวกลับมาบ้านก็ดูสดชื่นมีความสุขดี ยังบอกกับแม่ว่าเพื่อน ๆ ชวนไปเที่ยวทะเลบ้าง ไปเขาใหญ่บ้าง แต่ไม่อยากไปเพราะรถเยอะ กลัวอุบัติเหตุ กลัวตาย จนต้นเดือนมกราคม 2547 ผู้เขียน สามี และลูกสาวทั้งสองไปทำบุญที่วัดใกล้บ้าน แม่ให้ลูกสาวคนเล็กใส่บาตรแต่เขาไม่ยอมใส่ ถามว่าโกรธใครหรือลูก เขาก็ตอบว่าไม่ได้โกรธใคร แล้วเดินกลับบ้านไปเก็บตัวเงียบอยู่ในห้อง พ่อแม่ไปเรียกให้มากินข้าวหลายครั้งก็ไม่ยอมออกมา
วันนั้นชายคนนั้นโทรมาที่บ้านสามครั้ง ครั้งที่สามบอกว่าลูกสาวพูดแปลก ขอให้ไปดูหน่อย แม่ไปเคาะประตูก็ไม่เปิด จึงแอบดูตรงช่องประตูเห็นเขาแขวนคอไว้กับกรอบหน้าต่าง จึงพังประตูเข้าไปเห็นเท้าแตะพื้นตัวเขียว ไม่มีจดหมายเขียนบอกความในใจเลย มีเพียงข้อความในโทรศัพท์ที่ลูกสาวคนโตไปเปิดดูว่าขออโหสิกรรม เมื่อนำส่งโรงพยาบาลหมอบอกว่าขาดอากาศไปนาน ฟื้นมาก็ไม่รู้ว่าจะรับรู้ได้แค่ไหน ปัจจุบันลูกสาวอายุ 25 ปี มีอาการเหมือนคนหลับ ๆ ตื่น ๆ เดี๋ยวลืมตาเดี๋ยวหลับตา พูดไม่ได้ ถามอะไรก็เฉย แต่ได้ยินเสียงดังก็ตกใจ เวลาหมอฉีดยาก็ชักแขนหนีเหมือนเจ็บ แพทย์บอกว่าเส้นสมองเล็ก ๆ เสียหายไปเยอะ โอกาสฟื้นยาก จึงนำมารักษาที่บ้านและจะดูแลให้ดีที่สุด แม่ได้สร้างพระธรรมกายประจำตัวให้เขาและอุทิศบุญให้เรื่อยมา
มีพระรูปหนึ่งทักว่าลูกสาวตกวิบากกรรมหนัก เขาไม่ได้อยากทำร้ายตัวเอง แต่มีวิญญาณที่ไม่ดีอยู่ในบ้านคอยจ้องและชวนให้ทำ ซึ่งก็แปลกที่บ้านนี้ตอนกลางคืนลูกสาวคนโตมักเห็นผู้ชายใส่ชุดขาวเดินอยู่ในบริเวณบ้านเป็นประจำ และยังเห็นผู้ชายนั่งอยู่ในรถประจำครอบครัว ทั้งตอนที่รถจอดอยู่ในบ้านและตอนขับออกไปนอกบ้าน อีกครั้งหนึ่งผู้เขียนสระผมอยู่ในบ้านคนเดียว พอสระเสร็จเด็กสาวข้างบ้านเดินเข้ามาถามว่าให้ใครมาสระผมให้เหรอ ผู้เขียนตอบว่าสระเอง เด็กสาวบอกว่าหนูเห็นมีผู้หญิงใส่ชุดขาวมายืนสระผมให้อยู่ แต่ความจริงผู้เขียนอยู่คนเดียวจริง ๆ
เพื่อนที่ทำหน้าที่กัลยาณมิตรให้ผู้เขียนถูกจับแต่งงานโดยการคลุมถุงชน ทั้งที่ไม่รู้จักกันมาก่อนเลย ทั้งเพื่อนและสามีมีอุปนิสัยแตกต่างกันมาก เพื่อนเป็นคนใจบุญและขยันในการสร้างบุญ แต่สามีไม่สนใจในการทำบุญเลย และไม่สนับสนุนการทำบุญของภรรยา มุ่งแต่ทำงานหาเงินเพียงอย่างเดียว แต่ก็ได้ไม่คุ้มกับที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจไป สามีเป็นคนรักญาติพี่น้องของตัวเองมาก เวลามีเรื่องทะเลาะระหว่างครอบครัวของญาติก็จะเข้าข้างญาติทุกครั้ง
สามีเพื่อนเปิดบริษัททำร่วมกับพี่ชาย เป็นทั้งเจ้าของและผู้จัดการด้วยกันทั้งคู่ ทำงานหนักมากกว่าสามสิบปี ทำตั้งแต่เช้ายันดึกทุกวันจนบริษัทเจริญรุ่งเรืองขยายสาขาเพิ่มสองสามสาขา ช่วยส่งหลานสี่คนซึ่งเป็นลูกของพี่ชายเรียนจบปริญญาโทจากต่างประเทศทุกคน ผลสุดท้ายกลับได้รับคำด่าจากพี่ชายแทน แต่ก็ยังทนทำงานกับพี่ชายอยู่จนถึงทุกวันนี้ แม้มีตำแหน่งและสิทธิเท่าเทียมกันแต่กลับได้รับเงินเดือนเพียงเดือนละสองหมื่นบาท ผิดกับพี่ชายที่ได้รับทุกอย่าง อีกอย่างคือมีนิสัยแปลกคือชอบใช้ของเก่าราคาถูกทั้งที่มีเงินมาก ส่วนเพื่อนของผู้เขียนจะพาลูก ๆ เข้าวัดอย่างสม่ำเสมอ ปิดเทอมก็พาไปปฏิบัติธรรมที่สวนพนาวัฒน์ และคอยอบรมสั่งสอนลูกให้รักในบุญ
ลูกชายคนที่สองของเพื่อนซึ่งปัจจุบันอายุยี่สิบปี มีความแปลกในทางความคิด คือมักจะเผลอคิดเรื่องชั่ว ๆ คิดไม่ดีต่อพระรัตนตรัยและผู้มีพระคุณ ครูไม่ใหญ่แทรกว่าพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งสูงสุด มีพระคุณนับประมาณไม่ได้ จึงต้องมาทำความรู้จักกับพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ก่อนเพื่อปรับความคิดให้ถูกต้อง ลูกชายคนนี้รู้ว่าเป็นความคิดที่เลวมากและพยายามจะหยุดความคิดนั้นแต่ก็ทำไม่ได้ ทำให้ไม่เคยมีความสุขเลย เคยพาไปพบจิตแพทย์แล้วก็ยังไม่หาย เขาไม่อยากเป็นอย่างนี้แต่ไม่ทราบจะแก้ด้วยวิธีใด อีกอย่างคือรู้สึกว่าเข้ากับพ่อไม่ค่อยได้ ไม่อยากให้พ่ออยู่ใกล้ ๆ เวลาพ่ออยู่ใกล้จะรู้สึกรำคาญและไม่มีความสุข แต่เขาก็รักพ่อของเขา
ตั้งคำถามว่าพ่อกับแม่ตายแล้วไปไหน ได้รับบุญที่ลูกอุทิศให้หรือไม่ กรรมใดทำให้ลูกสาวถูกรถชนตอนอายุสองขวบ บุญใดทำให้ไม่เป็นอะไร มีเจ้าแม่จามเทวีคร่อมร่างเขาอยู่จริงตามที่ญาติทักหรือเปล่า เหตุใดเขาจึงทักอย่างนั้น กรรมใดทำให้ในวัยเด็กลูกสาวเป็นตุ่มที่ขาบ่อยและเป็นฝีที่ขาหนีบจนต้องผ่า กรรมใดทำให้ลูกสาวคนเล็กต้องผูกคอตายแต่ไม่ตาย เขาผูกคอตายเพราะสาเหตุใด เป็นเพราะมีวิญญาณไม่ดีในบ้านชวนให้ทำตามที่พระรูปหนึ่งบอกจริงหรือไม่ ถ้าจริงเป็นวิญญาณของใคร ปัจจุบันลูกสาวรู้สึกอย่างไรและรับรู้ได้แค่ไหน เขารับรู้เรื่องบุญและได้รับบุญจากหมู่ญาติที่ทำบุญให้ไหม
ถามต่อว่าเขาจะมีโอกาสหายเป็นปกติหรือไม่ ต้องทำบุญอะไรจึงจะช่วยลูกสาวพ้นจากวิบากกรรมนี้ ตัวลูกกับลูกสาวคนเล็กมีวิบากกรรมใดร่วมกันมาจึงมาเกิดเป็นแม่ลูกกันและต้องมาเป็นทุกข์คอยดูแลเขา ชายชุดขาวที่ลูกสาวเห็นเดินอยู่ในบ้าน ผู้ชายที่เห็นนั่งอยู่ในรถ และผู้หญิงชุดขาวที่เด็กข้างบ้านเห็นมาสระผมให้ มีจริงไหม เขาคือใครและมาปรากฏตัวเพราะเหตุใด ทำไมเพื่อนที่ทำหน้าที่กัลยาณมิตรต้องถูกจับแต่งงานด้วยการคลุมถุงชนทั้งที่ไม่รู้จักกันมาก่อน แต่เหตุใดเพื่อนยังรักและเห็นว่าสามีเป็นคนดี ทำไมสามีเพื่อนจึงถูกเอารัดเอาเปรียบจากพี่ชายและคนรอบข้างทั้งที่ตำแหน่งและสิทธิเท่ากันแต่ผลประโยชน์ได้ไม่เท่ากัน สามีเพื่อนมีวิบากกรรมใดจึงชอบใช้ของเก่าราคาถูก ลูกชายคนที่สองทำกรรมอะไรมาจึงคิดไม่ดีต่อพระรัตนตรัยและผู้มีพระคุณทั้งที่ไม่อยากคิด จะแก้ไขอย่างไร และการที่หลวงพ่อนำขอขมาพระรัตนตรัยทุกเช้าวันอาทิตย์จะช่วยได้หรือไม่ ครูไม่ใหญ่ตอบว่าช่วยได้ แต่ต้องทำบ่อยและขอขมาด้วยความจริงใจ ก็จะช่วยตัดรอนวิบากไปทีละนิด แล้วถามต่อว่าทำไมลูกชายคนที่สองไม่ชอบให้พ่ออยู่ใกล้ ลูกชายทั้งสามเคยทำบุญกับหมู่คณะมาอย่างไร เคยเป็นทหารพระราชาหรือเปล่า
ครูไม่ใหญ่บอกว่าอย่าให้เคร่งเครียดจนเกินไป ทำตามที่บอกไม่ช้าก็จะเห็น การนั่งสมาธิไม่ยาก ทำตามที่หลวงพ่อบอกไว้แค่นั้นเอง อย่าทำเกินเลย นั่ง นอน ยืน เดิน ให้อยู่ในศูนย์กลางกาย อย่าไปลุ้น เร่ง เพ่ง จ้อง ทำสบาย ๆ เดี๋ยวก็ได้เอง
เปิดเพลงนั่งเครียดไปทำไม เนื้อร้องว่าเฉย ๆ นิ่ง ๆ เฉย ๆ แค่หยุดใจอย่างเดียวเอาไว้ก็จะได้เห็นพระแก้วใสในตัวเราเอง
ครูไม่ใหญ่ตอบว่าพ่อกับแม่ไปคนละทาง เพราะทำกรรมกันคนละอย่าง พ่อทำกรรมไม่ดีจากการเสพอบายมุขก็ไปทางหนึ่ง บุญที่ลูกอุทิศไปให้ก็ไปคอยอยู่ที่ยมโลก ส่วนแม่ทำกรรมดีจึงไปเป็นเทพธิดา มีวิมานทองอยู่ชั้นดาวดึงส์เฟส 2 ด้วยบุญที่ทำไว้ในพระพุทธศาสนาหลายอย่าง พอรับบุญที่อุทิศไปให้ก็มีทิพยสมบัติเพิ่มขึ้น นั่งยิ้มแย้มแจ่มใสเบิกบาน ย้ำว่าจะเป็นสามีทำแล้วภรรยาได้รับหรือภรรยาทำแล้วสามีได้รับนั้นไม่ใช่ ต่างคนต่างทำ ส่วนที่ลูกสาวถูกรถชนตอนสองขวบเพราะกรรมในอดีตตอนเด็กที่ซุกซนไล่ตีสุนัขและเล่นกับมันแรง ๆ จนมันเจ็บและกลัว วิบากกรรมนี้จึงมาทำให้ถูกรถชนในชาตินี้ แต่ไม่เป็นอะไรเพราะไม่ได้ทำให้มันตาย
ครูไม่ใหญ่ตอบว่าเจ้าแม่จามเทวีเมื่อละโลกแล้วท่านไปเป็นเทพธิดา มีวิมานทองอยู่ชั้นดาวดึงส์เฟส 2 ด้วยบุญที่สร้างวัดวาอารามและทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาในทุกด้าน ท่านมีความสุขมากและยังไม่เคยลงมาในเมืองมนุษย์เลยตั้งแต่ท่านสิ้น เรื่องที่มีการแอบอ้างท่านนั้นเป็นเรื่องของพวกทรงเจ้า อธิบายว่าเมื่อไปเกิดใหม่ก็เหมือนเกิดใหม่จริง ๆ มีธาตุใหม่ ธรรมใหม่ เห็นจำคิดรู้ใหม่ ชีวิตจิตวิญญาณใหม่ สังคมใหม่ สิ่งที่จะเรียนรู้ใหม่ จึงไม่สนใจเรื่องราวในเมืองมนุษย์ เหมือนผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่ไปยืนอยู่หน้าโรงพิพากษาที่ยมโลกแล้วพอเกิดใหม่ก็ยอมรับสภาพ ดังนั้นที่ญาติทักว่าเจ้าแม่จามเทวีมาคร่อมร่างลูกก็เป็นเพียงการสันนิษฐานหรือทึกทัก ไม่ต้องไปสนใจ
ครูไม่ใหญ่ตอบว่าที่ตอนเด็กลูกสาวเป็นตุ่มที่ขาบ่อยและเป็นฝีที่ขาหนีบจนต้องผ่าทรมานนั้น เพราะวจีกรรมกับกรรมที่เคยล่ามขาสัตว์และแกล้งสัตว์ รวมกับกรรมในอดีตที่เกิดในสังคมเกษตรกรรมแล้วมักชอบเฆี่ยนตีลูกหลานและบริวารด้วยอารมณ์ แถมดุด่าโดยใช้อารมณ์ให้เจ็บทั้งกายและใจ ไม่เคยใช้เหตุผล ครูไม่ใหญ่แนะว่าประโยคในภาษาไทยมีเยอะ ควรเลือกใช้คำที่ทำให้คนรักเราและสมัครใจทำตามคำแนะนำ จริง ๆ แล้วลูกสาวจะต้องเกิดในครอบครัวที่บิดามารดาชอบใช้อารมณ์เช่นเดียวกับที่ตนเคยใช้ แต่บุญเก่าที่เคยเลี้ยงดูบิดามารดามาส่งผลช่วยไว้ จึงได้มาเกิดในครอบครัวที่พ่อแม่เป็นคนดีและเจอวิบากกรรมนั้นเพียงเท่านี้ ระหว่างนั้นก็ชวนตอบคำถามแลกเสาแก้วพันปีต้นละหนึ่งร้อยบาทในช่วงโปรโมชั่น
ครูไม่ใหญ่ตอบว่าลูกสาวคนเล็กผูกคอตายแต่ไม่ตายเพราะกรรมในอดีต คือเคยไปนับถือทรงเจ้า เคยไปจ้างหมอไสยเวทให้ไปทำร้ายคู่อริ และฆ่าสัตว์เซ่นสรวงพร้อมสุรา ทั้งหมูเห็ดเป็ดไก่และสุราไปเซ่นสรวงแก่ผีสางเจ้าทรงต่าง ๆ เมื่อตายจากชาตินั้นก็ไปเป็นบริวารของอาจารย์วิทยาธรท่านหนึ่งอยู่ระยะหนึ่ง แล้วจึงมาเกิดในชาตินี้ รวมกับกรรมที่ชอบไล่ลูกหลานให้ไปผูกคอตายเวลาที่โกรธแล้วสบถออกไป กรรมทั้งสองนี้จึงทำให้มีอาการทางจิตซึมเศร้าแบบอ่อน ๆ และคิดทำร้ายตัวเอง
ครูไม่ใหญ่ตอบว่าที่ปัจจุบันลูกสาวมีอาการเหมือนคนนอนหลับและเบลอ เพราะกรรมสุราปานาและการฆ่าสัตว์เซ่นสรวงเจ้าพร้อมสุรา กับการจ้างอาจารย์สายไสยเวทไปทำร้ายเขาด้วยความอาฆาต วิบากนี้ทำให้เกิดอาการเบลอ ไม่ค่อยรับรู้อะไร ใครไปบอกให้อนุโมทนาบุญก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง เพราะสุราปิดหรือตัดช่องทางที่จะได้รับบุญ ทั้งระบบความคิด คำพูด การกระทำ และระบบภาษา แต่ก็ควรทำบุญให้เขาบ่อย ๆ และพูดให้เขาอนุโมทนาบ่อย ๆ กรอกหูไปเรื่อย ๆ อย่างไรบุญนี้ก็ไปคอยอยู่ที่ยมโลกและจะช่วยให้เขาพ้นจากอบาย ส่วนที่ต้องมาเกิดเป็นแม่ลูกกันและต้องมาทุกข์คอยดูแลเขา เพราะเคยเป็นแม่ลูกกันมาและอธิษฐานขอมาเกิดเป็นแม่ลูกกันอีก ไม่ได้มีกรรมร่วมกัน เพียงแต่กรรมส่วนตัวของเขาส่งผลในจังหวะที่มาเป็นลูกสาวพอดี ลูกจึงต้องทำหน้าที่ของแม่ที่ดี คิดเสียว่าเป็นบุญและหน้าที่ของเรา ใจจะได้ไม่เป็นทุกข์ ให้อดทนไว้ชาติหนึ่งเพราะลูกสาวคงจะไม่หาย และให้สั่งสมบุญทุกบุญพร้อมอธิษฐานให้พ้นจากวิบากกรรมนี้
ครูไม่ใหญ่ตอบว่าชายชุดขาวที่ลูกสาวคนโตเห็นเดินอยู่ในบ้านหลายครั้งคือเพื่อนซี้ที่เป็นบริวารของอาจารย์วิทยาธร มาเยี่ยมเป็นครั้งคราวและมารอเพื่อจะรับกลับไปอยู่กับอาจารย์วิทยาธรอีก ผู้ชายที่เห็นนั่งอยู่ในรถก็คือเพื่อนซี้คนเดียวกัน ส่วนผู้หญิงชุดขาวที่เด็กข้างบ้านเห็นมาสระผมให้คือเพื่อนหญิงของเพื่อนซี้ ซึ่งเป็นบริวารของอาจารย์วิทยาธรอีกคนหนึ่งของลูกสาวคนเล็ก ตอนเป็นบริวารมีทั้งเพื่อนหญิงเพื่อนชาย ที่เด็กข้างบ้านเห็นได้เพราะเด็กจิตอ่อนจึงตรงกันกับผู้หญิงชุดขาวนั้น มาให้เห็นก็เพื่อมาเยี่ยมลูกสาวคนเล็กและหยอกล้อเด็กเท่านั้น ตามวิสัยของบริวารอาจารย์วิทยาธร
ครูไม่ใหญ่ตอบว่าเพื่อนต้องมาถูกคลุมถุงชนแต่งงานกับคนที่ไม่เคยรู้จักกัน เพราะกรรมในอดีตสมัยเกิดในสังคมเกษตรกรรมก็เคยทำในลักษณะนี้ คือจับลูกหลานคลุมถุงชนแต่งงานกับคนที่ไม่รู้จัก โดยเป็นความหวังดีว่าจะเลือกคู่ให้ลูกให้หลาน เพราะดูมาแล้วทั้งหน้าร้อน หน้าฝน หน้าหนาว ดูทั้งหน้านอกหน้าใน ดูไปถึงปู่ย่าตายาย และเคยจับสัตว์ผสมพันธุ์กันด้วย ส่วนที่เพื่อนยังรักและเห็นว่าสามีเป็นคนดี เพราะเคยเป็นสามีภรรยากันมาในอดีตบ้าง แต่ไม่มากชาตินัก สำคัญที่ปัจจุบันได้เกื้อกูลกัน มีทาน ปิยวาจา และสังคหวัตถุ จึงทำให้ผูกสมัครรักใคร่กัน แม้ไม่รักกันแต่เกื้อกูลกันก็ไม่เป็นไร
ครูไม่ใหญ่ตอบว่าสามีของเพื่อนถูกเอารัดเอาเปรียบจากพี่ชายและคนรอบข้าง ทั้งที่ตำแหน่งและสิทธิเท่ากันแต่ผลประโยชน์ได้ไม่เท่ากัน เพราะทำบุญแล้วเสียดายภายหลัง และเคยโกงพี่ชายมาก่อน อีกทั้งเป็นคนรักพี่รักน้อง ไม่ได้คิดอะไรมากนัก กลับรู้สึกว่าเสียสละแล้วสบายใจ ชอบให้และเห็นความเจริญของพี่น้องแล้วมีความสุข ในอดีตเวลาทำบุญร่วมกันมักทำบุญน้อยกว่าแต่ให้ใส่ชื่อตัวเองเท่ากัน เหมือนใบรายชื่อผู้ร่วมบุญที่ใส่ชื่อเท่ากันแต่ทำไม่เท่ากัน บุญที่ได้จึงไม่เท่ากัน สมบัติที่ได้ก็ไม่เท่ากัน ถ้าไม่เข้าใจเรื่องนี้ก็จะท้อใจ น้อยใจในโชคชะตา และแค้นใจ ส่วนที่ชอบใช้ของเก่าราคาถูกก็เพราะทำบุญแล้วมักเสียดายภายหลัง และบางทีชอบบริจาคทานด้วยของเก่าใช้แล้ว ของดีเก็บไว้เอง ของที่เสียเอาไปทำทาน เราทำอย่างไรก็จะได้อย่างนั้น
ครูไม่ใหญ่ตอบว่าลูกชายคนที่สองของเพื่อนคิดไม่ดีต่อพระรัตนตรัยและผู้มีพระคุณทั้งที่ไม่อยากคิด เพราะเป็นมโนกรรมที่ติดข้ามชาติ เรื่องมีอยู่ว่าเคยเป็นนักบวชมาก่อนแล้วทะเลาะกัน คิดไม่ดีต่อพระรัตนตรัยและคิดร้ายต่อกัน อีกทั้งในอดีตเป็นคนชอบตำหนิไม่ว่าอะไรทั้งสิ้น บางครั้งชอบจับผิดผู้อื่น ไม่ค่อยจับถูก จนบางคนหาเรื่องจับผิดอย่างอื่นหมดแล้ว เหลือพระรัตนตรัยและผู้มีพระคุณก็เลยมาลองจับผิดบ้าง แต่ก็ยังอยู่ในระดับความคิดเท่านั้น นิสัยนี้จึงติดตัวมา
ครูไม่ใหญ่บอกว่าเรื่องวิบากกรรมนั้นซับซ้อน จะแก้ไขก็ต้องขอขมาพระรัตนตรัยและผู้มีพระคุณ และหัดฝึกนิสัยให้เป็นคนจับดี หัดคิดบวก ระลึกนึกถึงคุณของพระรัตนตรัยเป็นเนืองนิตย์ และระลึกถึงความดีของบิดามารดาบ่อย ๆ อีกหน่อยก็จะหายไปเอง แล้วยกตัวอย่างว่าเวลาจะคิดถึงบิดามารดาให้ส่องกระจกดูตัวเองก่อน ว่าที่เราไม่ได้เกิดเป็นจิ้งจกหรือตุ๊กแก ไม่ต้องไต่ฝาผนัง ไม่ต้องกินแมลง ได้กินข้าว ใส่กางเกงยีน ใส่เสื้อสวย ใส่แหวนเพชร ได้รับประทานอาหารด้วยช้อนซ่อมอย่างเรียบร้อยสวยงาม ก็เพราะเรามีบิดามารดาเป็นมนุษย์ แค่นี้ก็เหลือเฟือแล้ว ยังไม่ต้องคิดถึงพระคุณที่ลึกซึ้งไปกว่านั้น
เปิดเพลงคั่นรายการช่วงกรณีศึกษา เนื้อร้องว่าบุญฉันมีแต่คงไม่ถึงฟ้า คอยเฝ้าแต่คอยดวงจันทรา ลอยลับไม่เหลือแม้เงา
ครูไม่ใหญ่ตอบเรื่องที่ลูกชายไม่ชอบให้พ่ออยู่ใกล้ว่า มาจากการที่แม่ชอบบ่นเรื่องพ่อให้ลูกฟังอยู่เรื่อย จะแก้ก็ต้องแก้ทั้งพ่อ แม่ และลูก ให้หันหน้าเข้าหากันและหัดจับดี ก่อนจับดีก็ยิ้มส่งให้ก่อน ยิ้มด้วยดวงใจ ยิ้มด้วยดวงตา ยิ้มที่มุมปาก แล้วมองจับดี เหมือนครูที่สอนเขียนหนังสือแล้วชมว่าครูชอบเส้นนี้ของเธอ ตรงนี้เธอเขียนได้ดี พ่อกับแม่ก็ต้องการให้ลูกได้ชื่นชมว่าพ่อแม่ประเสริฐที่สุด แล้วก็เล่าเรื่องดี ๆ ให้ฟัง ว่าเวลาลูกหกล้ม ในคนหกพันกว่าล้านคน คนที่ไปถึงคนแรกคือพ่อกับแม่ ให้แสดงความรักและความจริงใจซึ่งกันและกันบ่อย ๆ อีกหน่อยก็จะดี เพราะถ้าเราพูดเรื่องไม่ดี เราก็ต้องคิดเรื่องไม่ดีก่อน คนพูดหน้าแก่ลงก่อน คนฟังก็เหี่ยวไปเรื่อย ๆ จนถึงขีดสุดก็ลงไม้ลงมือกัน
ยกคำถามที่ยังไม่ได้ตอบขึ้นมาว่า ตัวลูก เพื่อนที่เป็นกัลยาณมิตร สามีของเพื่อน และลูกชายทั้งสามคน เคยทำบุญกับหมู่คณะมาอย่างไร มีหน้าที่อะไร และลูกชายทั้งสามคนเป็นทหารพระราชาเมืองพุทธันดรที่ผ่านมาหรือเปล่า ครูไม่ใหญ่บอกว่าคำถามนี้ยังไม่ได้ตอบ
ท่องบทประจำวันว่าสิ่งที่ต้องสั่งสมคือบุญกุศล สิ่งที่ต้องแสวงหาคือพระรัตนตรัยภายใน เป้าหมายชีวิตคือที่สุดแห่งธรรม ที่พักระหว่างทางคือดุสิตบุรี วงบุญพิเศษ เขตบรมโพธิสัตว์
อ่านรายชื่อเจ้าภาพเสาแก้วพันปี ต้นละหนึ่งร้อยบาท จำนวนหนึ่งพันสามร้อยต้น ต่อด้วยรายชื่อผู้เป็นเจ้าภาพกองทุนบูชาข้าวพระตลอดชีวิต หนึ่งพันกอง กองทุนละหนึ่งพันบาท เริ่มจากพระราชภาวนาวิสุทธิ์ หลวงพ่อธัมมชโย พระภาวนาวิริยคุณ หลวงพ่อทัตตชีโว ท่านมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง กัลยาณมิตรอนันต์ อัศวโภคิน และญาติโยมท่านอื่น ๆ
ท่องคำขวัญว่าพุทธบุตรต้องเป็นหนึ่งเดียวกันเหมือนดวงตะวันที่มีดวงเดียว พุทธบริษัทสี่ต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน เรื่องพระศาสนาให้เอาอุเบกขาวาง จิตสดใสเมื่อใจสิ้นระแวงเหมือนดวงจันทร์ส่องแสงในคืนวันเพ็ญ และธรรมกายคือพระในตัวคุณที่คุณสามารถเข้าถึงได้ด้วยการทำใจหยุดนิ่ง ย้ำว่าต้องตอกย้ำซ้ำเดิมให้คล่องปากให้ขึ้นใจให้เข้าใจแล้วรีบทำให้ได้ แล้วชวนว่าต่อจากนี้ไปเราจะได้มาพร้อมใจกัน