-
18:02
เมื่อวานเข้าดินแดนอินเดียนแดง วันนี้จะไปเกาะโซโลมอน
ทบทวนว่าเมื่อวานรายการพาเข้าไปสู่ดินแดนอินเดียนแดง วันนี้จะเล่าเรื่องราวของเกาะโซโลมอน และชวนทบทวนเพลงของอินเดียนแดงเพื่อสร้างบรรยากาศก่อน โดยให้จำทำนองไว้เพราะเดี๋ยวจะมีเพลงของอินเดียนแดงที่ทำนองคล้ายกัน ทั้งที่อยู่คนละประเทศคนละทวีป
-
26:36
เข้าสู่เกาะโซโลมอน ดินแดนมนุษย์กินคน ที่กินข้าววันละมื้อ
พาเข้าไปสู่เกาะโซโลมอนซึ่งเป็นดินแดนมนุษย์กินคน บอกว่าเมื่อไม่กินคนก็กินข้าว และไม่ว่าคนรวย คนชั้นกลาง หรือคนจน ก็กินข้าววันละหนึ่งมื้อมาตลอด แล้วเปิดสารคดีให้ดู ชมว่าดินแดนมนุษย์กินคนกลับสวยงาม สังเกตเส้นผมสีสวยที่ถูกแดดและสายลมชายหาด และภาษาที่ใช้เป็นภาษาพื้นเมืองจึงต้องมีคำบรรยายไทยและอังกฤษกำกับ
-
31:28
คุณธรรมของชาวโซโลมอน: ร่าเริง กตัญญูต่อบิดามารดาสูง แต่ใครเจตนาเข้าที่ผิดถูกกิน
บอกว่าเริ่มรักมนุษย์กินคนแล้วเพราะเขามีอารมณ์ร่าเริงเบิกบาน มีคุณธรรมน่ารักมาก เขาจะกินเมื่อจำเป็นเท่านั้น เทียบกับอินเดียนแดงที่ใครเจตนาเข้ากระโจมผิดถือว่าถูกในบางกรณี แต่ชาวโซโลมอนไม่ใช่อย่างนั้น ใครเจตนาเข้าที่ผิดจะกินทั้งผู้หญิงทั้งผู้ชาย และชี้ว่าชาวเกาะมีความกตัญญูกตเวทีต่อบิดามารดาสูงมาก ซึ่งเป็นคุณธรรมที่อยู่ในใจของคนผิวดำผมหยิกดวงตาโต
-
32:39
ปากแดงเพราะเคี้ยวหมาก กินข้าวมื้อเที่ยงมื้อเดียว และประเทศที่มีปีละสองฤดู
อธิบายว่าที่สังเกตเห็นปากแดงเพราะเคี้ยวหมาก และเขากินข้าวมื้อเดียวคือมื้อเที่ยง เว้นเช้าเว้นเย็นแล้วไปกินเที่ยงวันรุ่งขึ้น ช่วงว่างก็เคี้ยวหมากแก้หิว จากนั้นถามนักเรียนว่าที่นั่นมีกี่ฤดู คำตอบคือสองฤดู โดยเป็นประเทศที่มีฤดูร้อนสิบสองเดือนและฤดูฝนสิบสองเดือน คือวันหนึ่งมีสองฤดู ตอนเช้าฤดูหนึ่ง ตอนบ่ายอีกฤดูหนึ่ง แบ่งกันคนละครึ่งวัน
-
37:33
ประวัติมนุษย์กินคน: จากกินข้ามเผ่าถึงกินคนผิวขาวยุคล่าอาณานิคม
เล่าว่าโซโลมอนเป็นดินแดนแห่งมนุษย์กินคนมาตั้งแต่อดีต จนยุคล่าอาณานิคมอังกฤษเข้ามาดูแลและเผยแผ่ศาสนา มนุษย์กินคนจึงค่อย ๆ หายไป เดิมกินเฉพาะข้ามเผ่าหรือเมื่อทะเลาะกัน พอมีคนผิวขาวเข้ามาก็กินคนผิวขาว
-
38:41
โซโลมอนในสงครามโลกครั้งที่สอง ไข่มุกแห่งแปซิฟิก และภาษาพื้นเมืองที่แผลงจากอังกฤษ
เล่าว่าในสมัยสงครามโลกครั้งที่สองโซโลมอนเป็นที่หมายปองของคู่สงคราม เพราะเป็นจุดยุทธศาสตร์ระหว่างทางขนส่งสินค้าในมหาสมุทรแปซิฟิก มีทะเลล้อมรอบจึงรบกันได้เพียงทางเรือและทางอากาศ และมีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์จนได้ชื่อว่าไข่มุกแห่งแปซิฟิก ปัจจุบันประชากรผิวดำผมหยิกปากแดงเพราะเคี้ยวหมากเป็นอาจิณ ประชากรราวเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์พูดภาษาพื้นเมืองที่แผลงมาจากภาษาอังกฤษโดยตัดขั้นตอนที่ซับซ้อนออก เช่น พูดว่า go where แทน where do you go และอีกสามสิบเปอร์เซ็นต์พูดภาษาอังกฤษ
-
41:05
อุปนิสัยชาวโซโลมอน ชีวิตเรียบง่าย และบรรยากาศเงียบสงบที่เหมาะปฏิบัติธรรม
บอกว่าปัจจุบันชาวโซโลมอนมีมนุษยสัมพันธ์ดี ชอบใช้แรงงาน คนท้องถิ่นจึงไม่มีอาชีพมั่นคง ชอบชีวิตเรียบง่าย ความมั่นคงทางเศรษฐกิจเกิดจากชาวต่างชาติเข้าไปลงทุน ประชากรอยู่อาศัยตั้งแต่ชายทะเลไปถึงยอดเขา สภาพแวดล้อมมีบรรยากาศดี เงียบสงบทั้งกลางวันและกลางคืน เหมาะกับการนั่งปฏิบัติธรรมอย่างยิ่ง คณะที่ไปเล่าว่าชอบมากเพราะพอค่ำแล้วเงียบสงัด จึงนั่งได้นานและได้ดี
-
43:02
อาหารการกินที่โซโลมอน ค่าอาหารจานละร้อยยี่สิบห้าบาท และผลไม้มีเพียงสี่ชนิด
เล่าว่าอาหารหลักคือข้าว เผือก มัน ปกติกินวันละมื้อเดียวแต่ปริมาณมาก ระหว่างวันถ้าหิวก็เคี้ยวหมากแทน ที่กินมื้อเดียวเพราะค่าอาหารแพงมาก หนึ่งจานอย่างต่ำยี่สิบห้าเหรียญโซโลมอน คิดเป็นราวหนึ่งร้อยยี่สิบห้าบาทไทย สองจานก็สองร้อยห้าสิบบาท และเพราะพื้นที่เป็นเกาะจึงเพาะปลูกได้น้อย ผลไม้มีเพียงสี่ชนิด ในนั้นมีกล้วยและมะละกอ
-
45:07
น้ำคุณภาพต่ำ คนจนจึงดื่มน้ำมะพร้าว และหมากที่ขายกันทุกบ้าน
อธิบายว่าที่โซโลมอนน้ำหายาก น้ำบาดาลคุณภาพต่ำ หากไม่ผ่านเครื่องกรองก็ไม่เหมาะจะดื่ม ประชาชนที่ยากจนจึงต้องดื่มน้ำมะพร้าวแทนน้ำเปล่า เพราะมะพร้าวขึ้นเต็มสองข้างทางริมชายหาด ซึ่งเป็นผลงานของชาวอังกฤษที่ปลูกไว้ตั้งแต่หลังสงคราม น้ำมะพร้าวถือว่าคุณภาพสูงเพราะถูกกรองผ่านรากและลำต้นขึ้นไป และตามท้องถนนจะมีหมาก ใบพลู ปูนขาว วางขายมาก
-
47:50
วันอาทิตย์ไปโบสถ์ ยังไม่มีวัดแต่กำลังจะมี และความเข้าใจเรื่องสารภาพบาป
เล่าว่ากลางคืนซุปเปอร์มาร์เก็ตของเขาคือการจุดเทียนหน้าบ้านขายหมากกันทุกบ้าน เหมือนเมืองไทยห้าสิบหกสิบปีก่อน วันเสาร์อาทิตย์เขาหยุดไปโบสถ์ เพราะชาวอังกฤษและมิชชันนารีเข้าไปเผยแผ่คำสอน ที่นั่นยังไม่มีวัดแต่กำลังจะมี ชาวโซโลมอนเข้าใจว่าถ้าทำบาปแล้วรอไปสารภาพบาปวันอาทิตย์ก็หมดบาปและวันจันทร์เริ่มทำใหม่ได้ ครูไม่ใหญ่ชี้ว่าคงยังไม่ได้บอกให้ครบ เพราะการสารภาพบาปคือการตั้งใจกลับเนื้อกลับตัว ต้องมีหิริโอตตัปปะ ละอายและกลัวผลของบาป และเมื่อล้างบาปแล้วบาปไม่ได้หมดไป ยังอยู่ที่เดิม ต้องมาถ่วงขึ้นอีกทีด้วยการทำบุญ
-
50:31
เครื่องดนตรียูคูเลเล่กับแพนฟลูต และฉลามจระเข้ที่อยู่บนธนบัตร
บอกชื่อเครื่องดนตรีของชาวโซโลมอนคือยูคูเลเล่ และเครื่องเป่าที่เรียกว่าแพนฟลูต จากนั้นถามถึงสัตว์ที่ชาวเกาะนับถือมาก คือปลาฉลามในน้ำทะเลและจระเข้ในน้ำจืด ถึงขั้นเอารูปสัตว์สองชนิดนี้ไว้ในธนบัตรของโซโลมอน ถ้าธนบัตรใบใดไม่มีจระเข้และปลาฉลามจะใช้ไม่ได้
-
52:17
กตัญญูต่อบรรพบุรุษของชาวโซโลมอน และกฎห้ามนอกใจคู่ครอง
เล่าว่าชาวโซโลมอนรักพวกพ้องและกลุ่มมาก ถูกปลูกฝังความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ ถือว่าเป็นหน้าที่ของลูกที่พ่อแม่แก่เฒ่าแล้วต้องดูแล บางประเทศต้องออกกฎหมายบังคับทั้งจำทั้งปรับ แต่ที่นี่ไม่ปรับไม่จำแต่จับกิน เมื่อบรรพบุรุษตายแล้วต้องบูชา นำไปฝังในที่ไกลบ้านเพื่อให้ลูกหลานได้บูชา เพราะเชื่อว่าทำให้ตัวเองมีพลังและโชคดี รบชนะศัตรูได้ และใครแต่งงานแล้วห้ามนอกใจเด็ดขาด ถ้าปันใจจะถูกจับฆ่ากินทันทีทั้งชายและหญิง
-
53:48
ชาวโซโลมอนได้ดู DMC ตื่นตัวเรื่องกฎแห่งกรรมและปรโลก เริ่มหัดนั่งสมาธิ
เล่าว่าปัจจุบันชาวโซโลมอนท้องถิ่นมีโอกาสได้ดู DMC จากการที่คนไทยไปทำงานที่นั่น ทำให้เกิดความตื่นตัวเรื่องกฎแห่งกรรมและปรโลกในหมู่ชาวโซโลมอนอย่างมาก เขาตื่นเต้นว่ามีการฝันในฝันที่บอกได้ว่าบรรพบุรุษตายแล้วไปไหน ตอนนี้ชาวโซโลมอนเริ่มหัดนั่งสมาธิและพบความสุขที่ไม่เคยเจอมาก่อน แล้วทิ้งท้ายไว้ว่าเขากินใคร กินเมื่อไร กินอย่างไร กินกับอะไร กินเพื่ออะไร ให้ติดตามตอนต่อไป