ep065 ผังเวลา 75 ช่วง
อุทิศบุญ (114) คุณยายอาจารย์จันทร์ ขนนกยูง (80) วัดพระธรรมกาย (77) ดุสิตบุรี (71) หมู่เกาะโซโลมอน (60) สี่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (57) ภุมเทวา (53) มนุษย์กินคน (36) วิชชาธรรมกาย (36) อนุโมทนาบุญ (36) มหาธรรมกายเจดีย์ (21) พรหมทัต (14) กรรมเจ้าชู้ (11) กายละเอียด (10) ทำหน้าที่กัลยาณมิตร (10) สภาธรรมกายสากล (10) สัมมาอะระหัง (10) คุณเปเล่ (7) ลูกแฝด (6) สุตโสม (6) อบายภูมิ (6) อุโบสถศีล (6) จอน ควาเลมาเน่ (5) งานศพ (4) ปล่อยปลา (4) พ่อครัวหาเนื้อไม่ได้ (4) วิญญาณเข้าสิงร่าง (4) เมืองพาราณสี (4) กองเสบียงตามอารมณ์ (3) ประวัติครูไม่ใหญ่ (3) ผ่าคลอด (3) มือดำใหญ่ (3) สวดสรรเสริญพระรัตนตรัย (3) หลวงปู่วัดปากน้ำ (3) อย่าตายฟรี (3) เข้าถึงธรรมกาย (3) จดหมายจากผู้ชมชาวอิรัก (2) จังหวัดสุรินทร์ (2) จังหวัดอุตรดิตถ์ (2) ติดเนื้อสัตว์ (2) ท่านั่งสมาธิ (2) นรกสวรรค์มีจริงไหม (2) มงคลชีวิต (2) มีธรรมกายอยู่ในตัว (2) วัดปากน้ำ (2) วันอุโบสถ (2) อาจารย์ทิศาปาโมกข์ (2) อานิสงส์ถวายภัตตาหาร (2) อุบัติเหตุรถกระบะ (2) เมืองตักกสิลา (2) กฎเกณฑ์ของภุมเทวา (1) กรรมฆ่าวัวควาย (1) กรรมฆ่าสัตว์เล็กสัตว์น้อย (1) กายภายใน (1) การทำตัวให้น่ารัก (1) ขับรถกลางคืนโดยไม่พัก (1) ความฝันที่คิดไปเอง (1) ความรู้สึกของคนตายใหม่ (1) คุมบุญไปให้ผู้ละโลก (1) ชุดขาวของผู้มีบุญ (1) ตามมาเกิดสมัยสงครามโลก (1) ที่มาของคำเรียกคุณยาย (1) ธงธรรมกาย (1) ธรรมกายในพระไตรปิฎก (1) นครอินทปัตต์ (1) นึกดวงแก้วได้ทุกอิริยาบถ (1) ปฏิภาณ (1) ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ (1) ฝันเห็นผู้ที่ละโลกแล้ว (1) พระเจ้าสากล (1) พระเจ้าในตัว (1) พิสูจน์ด้วยการปฏิบัติ (1) ภาษาอาหรับ (1) มนุษย์ทุกคนมีธรรมกาย (1) วัตถุประสงค์การสร้างวัดพระธรรมกาย (1) วิปัสสนาบันเทิงสาร (1) ศาลาจาตุมหาราชิกา (1) ศาสนสมบัติเป็นของกลาง (1) สวดอภิธรรม (1) สวรรค์อยู่ในอกนรกอยู่ในใจ (1) สันติสุข (1) สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น (1) อธิษฐานมาเกิดร่วมกัน (1) อายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณ (1) เสียชีวิตทันที (1) แก่นของชีวิต (1) แคว้นกาสี (1) แสวงหาครูบาอาจารย์ (1) ใบอนุโมทนาบุญ (1) ไม่เบียดเบียนผู้อื่น (1)
ว่าคาถาสำเร็จ "แม้มืดตื้อมืดมิด ก็มีสิทธิ์เข้าถึงธรรม" ไล่เนื้อนาบุญมหาธรรมกายเจดีย์ มหาจุลามณี พระในบ้าน พระในตัว แล้วปิดท้ายด้วยคำขวัญ "เมื่อเราสว่าง โลกก็สว่างด้วย"
ไล่การบ้าน 10 ข้อตั้งแต่เอาบุญไปฝากคนที่บ้าน จดบันทึกผลการปฏิบัติธรรม นึกถึงบุญก่อนนอน หลับและตื่นในอู่ทะเลบุญ รวมใจเป็นหนึ่งกับองค์พระหนึ่งนาที ทำความรู้สึกว่าตัวเราอยู่ในองค์พระ ทุกหนึ่งชั่วโมงขอหนึ่งนาทีหยุดใจที่ศูนย์กลางกายฐานที่เจ็ด นึกถึงองค์พระในทุกกิจกรรม จนถึงสร้างบรรยากาศให้สดชื่นด้วยรอยยิ้มและปิยวาจา แล้วนับว่าวันนี้เป็นวันที่ 88 นับจากวันออกพรรษา เหลืออีกราวร้อยเจ็ดสิบเก้าวันจะเข้าพรรษา และผ่านวันปีใหม่มาสิบสามวัน
ถาม-ตอบบทประจำว่าเกิดมาทำพระนิพพานให้แจ้ง แสวงบุญสร้างบารมี พระนิพพานอยู่ภายในตัวเรา เริ่มต้นที่ศูนย์กลางกายฐานที่เจ็ดเหนือสะดือสองนิ้วมือ ด้วยการทำใจหยุดนิ่งเฉย ๆ ใครทำไม่ได้บ้าง - คนตาย คนบ้า คนที่ไม่ได้ทำ
อธิบายว่าทำไมต้องตอบย้ำซ้ำเดิมให้คล่องปากขึ้นใจ เพราะความผิดพลาดในการดำเนินชีวิตมีอบาย ทุคติ วินิบาต นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน รองรับอยู่ จึงต้องศึกษาไว้เพื่อให้ถูกวัตถุประสงค์ของการมาเกิดเป็นมนุษย์ แล้วเกริ่นว่าวันนี้มีกรณีศึกษากฎแห่งกรรม สารคดีเรื่องแดนแสงสว่าง และจดหมายของผู้ชมที่เขียนคำถามว่าพระพุทธศาสนาสอนอะไรมาเป็นภาษาอาหรับ
เพลงคั่นช่วงแต่งเนื้อแต่งตัวก่อนเข้าเนื้อหา เนื้อร้องชวนให้ยิ้มเพื่อให้ชีวิตมีความสุข ใช้เปิดคู่กับช่วงชวนผู้ชมยิ้มก่อนเริ่มรายการ
เปรียบว่าคนที่ยังไม่ยิ้มเหมือนแต่งตัวไม่เสร็จ ใส่สูทแต่นุ่งผ้า สวมรองเท้าแตะ หรือเขียนคิ้วข้างเดียวออกจากบ้านไปทำงาน แล้วอนุโมทนาบุญเจ้าภาพถวายภัตตาหาร อธิบายว่าการให้กำลังแก่ผู้ประพฤติธรรมได้อานิสงส์ห้าอย่างคืออายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณ เพราะให้ท่านฉันใดก็ได้ฉันนั้น ข้ออายุคืออายุยืนเพื่อจะได้สร้างบารมีนาน ๆ ข้อวรรณะคือผิวพรรณผ่องใสไม่หย่อนยาน ยกตัวอย่างมหาอุบาสิกาท่านหนึ่งในสมัยพุทธกาลที่อายุร้อยยี่สิบปีแต่ดูเหมือนสิบหกปี
ข้อสุขะคือสุขทั้งกายทั้งใจ ไม่ปวดไม่เมื่อย ไม่กลุ้มไม่เครียดไม่โศกเศร้า ข้อพละคือมีกำลังมหาศาลแทนที่จะหมดเรี่ยวหมดแรงคอตก ยกตัวอย่างกำลังห้าช้างสารในตำนานที่ช้างห้าตัวมาชักเย่อก็ยังไม่ชนะ และการนั่งย่อง ๆ กระโดดได้สี่สิบศอกซึ่งเทียบเป็นราวยี่สิบเมตร ข้อปฏิภาณคือตอบได้ทุกคำถามและคลี่คลายปัญหาให้ทุกฝ่ายสงบสุขได้
เริ่มเล่าเรื่องของตัวเองว่าตั้งแต่เด็กก็นึกคิดขึ้นมาเองว่าชีวิตคืออะไร เกิดมาทำไม เป้าหมายชีวิตคืออะไร ตายแล้วไปไหน นรกสวรรค์มีจริงไหม ย้อนมองจากอายุหกสิบกว่าก็ยังรู้สึกว่าแปลก เพราะเพื่อนวัยเดียวกันไม่มีใครคิดเรื่องนี้ จึงออกไปแสวงหาคำตอบตามภาษาวัยรุ่น
ที่ไหนว่ามีที่ปฏิบัติธรรมดีหรือครูบาอาจารย์ดีก็ไปกราบขอความรู้ทุกท่าน ท่านตอบได้ลึกซึ้งและแนะการทำสมาธิได้ดี แต่พอถามว่านรกสวรรค์มีจริงไหมมักได้คำตอบว่าสวรรค์อยู่ในอกนรกอยู่ในใจ หรือน่าจะมีเพราะพระไตรปิฎกกล่าวไว้ หรืออย่าไปคิดเลยเพราะยังอีกไกล ซึ่งยังไม่ถูกใจเพราะต้องการเหตุผลว่าทำไมมีหรือทำไมไม่มี เพื่อจะได้ดำเนินชีวิตให้ถูก คิดอย่างนี้เรื่อยมาจนอายุสิบเก้าปี
เล่าว่าอ่านหนังสือมามากแต่มีเล่มหนึ่งที่ถูกใจคือนิตยสารเกี่ยวกับธรรมะปฏิบัติ (ฟังได้ว่า "วิปัสสนาบันเทิงสาร" ยังไม่ยืนยันการสะกด) เพราะเขียนถึงการปฏิบัติของพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ และเล่าอภินิหารของคุณยายอาจารย์ไว้ด้วย เช่นปัดลูกระเบิดได้ ไปนรกไปสวรรค์ได้ และพูดถึงกายภายในสิบแปดกาย จึงอยากไปพบคุณยายอาจารย์เพราะในหนังสือบอกว่าหลวงปู่มรณภาพแล้ว
ไปวัดปากน้ำครั้งแรกด้วยความฝันที่วาดจากหนังสือว่าต้องเป็นเสนาสนะป่าร่มรื่น แต่พอไปถึงเห็นเป็นวัดในสวนที่มีตึกอยู่บ้าง (ยังไม่มากเท่าปัจจุบัน) รู้สึกว่าไม่ถูกสเปกที่คิดไว้ว่าวัดปฏิบัติต้องเป็นป่า จึงกลับโดยไม่ได้ถามหาใคร
เล่าว่าวันนั้นเห็นแม่ชีท่านหนึ่งรูปร่างบาง ๆ นั่งหันหลังอยู่หน้าเรือนของอุบาสิกาท่านหนึ่งในวัด (ชื่อเจ้าของเรือนฟังไม่ชัด ยังไม่ยืนยันการสะกด) จำได้ว่าหน้าเหมือนรูปในหนังสือที่เล่าเรื่องน่าตื่นเต้นอย่างเรื่องโคตรทองกระบองเพชร แต่ยังไม่รู้จักท่าน มาทราบภายหลังว่านั่นคือคุณยายอาจารย์ที่ตามหา สรุปว่าจังหวะยังไม่ถึงจึงพลาดโอกาสตรงนั้นไป
กลับไปวัดอีกครั้งแล้วถามพระถามโยมว่ารู้จักคุณแม่อาจารย์จันทร์ ขนนกยูง ตามชื่อในหนังสือไหม ไม่มีใครรู้จัก เขาจึงแนะให้ไปนั่งสมาธิก่อน แม้ไม่เจอท่านก็ดีใจที่ได้ที่นั่งสมาธิ ระหว่างนั้นมีนักศึกษารุ่นราวคราวเดียวกัน (ต่อมาบวช) บอกว่าที่นี่ไม่มีคุณแม่อาจารย์ลูกจันทร์ แต่มีครูจันทร์ที่รูปร่างผอม ๆ แล้วรับปากพาไปดู
เจอท่านแล้วดีใจ ถามคำถามเดิมทันทีว่านรกสวรรค์มีจริงไหม ท่านตอบเรียบ ๆ ว่า "จริงคุณ" ประทับใจดวงตาท่านที่ใสลึกและบริสุทธิ์ รูปร่างผอมบางแต่นั่งตัวตรงหลังพิงอากาศ ไม่เคยเห็นท่านนั่งหลังงอเหมือนคนทั่วไป
ท่านพูดต่อโดยไม่ให้ถามว่า ยายไปช่วยพ่อของคุณมาแล้ว พ่อไปอยู่บนสวรรค์แต่มีวิมานหลังเล็กเก่า ๆ ไม่ค่อยสวยเพราะดื่มเหล้า จึงไปยกให้ดีขึ้น และเล่าว่าคำเรียก "ยาย" เริ่มจากตัวท่านเองเรียกอย่างนั้นเป็นคนแรก เดิมคนอื่นเรียกป้า เรียกครู เรียกน้า แต่หลังจากนั้นเรียกยายกันหมด และท่านชอบคำนี้
ท่านถามว่าคุณอยากไป (ดูนรกสวรรค์) ไหม ยายจะสอนให้ แล้วจะพาไปด้วยกัน ตั้งแต่นั้นมาอะไรในโลกก็ไม่มีความหมายเลย รู้สึกถึงคำว่าโลกว่างจริง ๆ คือแม้มีคน สัตว์ สิ่งของอยู่ ก็เหมือนมีเท่ากับไม่มี เพราะไม่มีความผูกพันและไม่มีความสำคัญ ใจเฉย ๆ กับทุกสิ่ง
วันถัดมาสิ่งแรกที่ท่านให้ทำคือบอกว่าคุณนั่งไป นั่งไป จุดเริ่มต้นจึงเป็นการนั่งไม่ใช่การซักถาม เพราะสิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น มัวถกเถียงกันเท่าไรก็ไม่จบ ต้องนั่งอย่างเดียวจึงหายสงสัย เชื่อมกับหลักปริยัติที่ฟังมาแล้ว ปฏิบัติที่ต้องทำเองท่านทำแทนไม่ได้ และปฏิเวธคือประสบการณ์ภายในที่เกิดขึ้นกับตัว ตอนนั้นยังหนุ่มนั่งไม่ค่อยเมื่อย ใจสบายมีความสุข
เล่าว่าตัวเองเฝ้าสังเกตท่านเวลารับแขก แขกที่ไปทำบุญเลี้ยงพระที่วัดปากน้ำเอาใบอนุโมทนามาให้ ท่านไม่ทำอะไรมาก แค่นั่งเข้าที่ขัดสมาธิหลับตานิ่ง ๆ ชวนคนที่มาให้นั่งไปด้วย พอลืมตาก็บอกว่าคุมบุญไปให้พ่อแม่ที่ตายไปแล้ว บอกได้ว่าอยู่ตรงนั้นตรงนี้ ฟังแล้วตื่นเต้นเพราะไม่ต้องขึ้นเครื่องบินไม่ต้องใช้ยานพาหนะ แค่นั่งหลับตา คนที่มาหามีหลายแบบวนกัน คนไม่มีทุกข์ท่านก็สอนให้หาความสุขภายใน คนมีทุกข์ก็สอนทางดับทุกข์และสอนนั่งสมาธิ คนมีข้อสงสัยก็ตอบให้หายสงสัย แต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยซักถามกันมาก คนที่ซักมากที่สุดคือตัวเองซึ่งท่านก็ไม่ว่าอะไร ท่านเอ็นดูเพราะเห็นว่ารักธรรมะ
สังเกตว่าเวลาท่านตอบคำถามคนอื่นจะตอบเรียบ ๆ จบในตัว แต่พอตอบคำถามของตัวเองจะเหลือปลายไว้อีกนิดหนึ่งเหมือนโปรดติดตามตอนต่อไป ทำให้ต้องกลับมาถามใหม่วันรุ่งขึ้น และบอกผู้ชมว่าสภาธรรมกายสากลที่นั่งกันอยู่ทุกวันนี้เริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ ตรงที่นั่งอยู่กับคุณยายวันนั้น นึกย้อนแล้วยังอัศจรรย์ใจ
สงสัยว่าท่านเอาความรู้มาจากไหน เพราะไม่ได้อ่านหนังสือ แต่ตอบคำถามได้ลึกและไม่ซ้ำกันเลย ถามเรื่องภพภูมิ เรื่องชาติ เรื่องโลก เรื่องจักรวาล ก็ตอบได้ จึงลองเอาเรื่องในพระไตรปิฎกไปถาม ท่านก็ตอบยาวต่อไปได้อีก ทำให้ยิ่งอยากติดตามและตั้งใจอยู่กับท่าน
ท่านบอกว่าเรื่องที่เล่าไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่องที่ผ่านมานานแล้ว เพราะท่านอยู่กับพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย จึงรู้เรื่องราวมาจากท่าน และวันหนึ่งท่านลำพึงขึ้นมาว่าหลวงพ่อวัดปากน้ำให้ตามคุณมาเกิดตอนสมัยสงครามโลก ซึ่งตอนนั้นตัวเองยังไม่รู้เรื่อง ท่านก็เล่าให้ฟังสั้น ๆ แล้วบอกว่าพรุ่งนี้ต่ออีก
เมื่อรู้ว่าเป้าหมายชีวิตคืออะไร การจะเป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี บรมเศรษฐี พระเจ้าจักรพรรดิ หรือเป็นผู้นำคนนั้นคนนี้ก็เป็นเรื่องเล็กทั้งหมด อยากมีชีวิตเรียบง่ายนั่งเฉย ๆ ทำใจให้ละเอียด บอกว่านั่นคืออัธยาศัยที่แท้จริงของตัวเอง แต่พอชอบนั่งเงียบไม่รับแขกก็ถูกวิจารณ์ ตอนทำดีก็ถูกด่า ตอนไม่ทำก็กลับชม เพราะความเงียบนั้นมีความสุขจริงและมีความรู้ที่พาไปสู่จุดหมายปลายทางของชีวิต นั่งอยู่ที่เดียวก็ทะลุมิติต่าง ๆ ไปได้
สรุปว่าจุดเริ่มต้นของวัดพระธรรมกายคือการนั่งสมาธิ และความรู้ที่ได้คือมนุษย์ทุกคนในโลกมีธรรมกาย ไม่ว่าเชื้อชาติ ศาสนา หรือเผ่าพันธุ์ใด จะรู้หรือไม่รู้ จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตาม อยู่ในน้ำหรืออยู่ในอวกาศก็มีธรรมกายอยู่ในตัว เป็นความรู้ที่หลวงปู่ถ่ายทอดผ่านคุณยายอาจารย์มาถึงตัวท่าน เสียดายถ้าจะสูญหายไป จึงมีดำริอยู่ในใจเพียงสองอย่างมาตั้งแต่นั้นจนถึงบัดนี้
ชวนให้ลืมไปชั่วคราวว่านับถือหรือเชื่ออะไรมา แล้วมาค้นดูว่าจริงไหม มาพิสูจน์เอง อย่ามัวถกเถียงกันว่ามีจริงหรือไม่มีจริง บอกว่าก่อนตายอยากให้ทุกคนในโลกรู้ ลงมือปฏิบัติ และเข้าถึงสิ่งที่เป็นที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริง จะเรียกว่าพระเจ้าในตัวก็ได้ แต่เป็นพระเจ้าสากลที่ทุกคนเข้าถึงได้เองโดยไม่ต้องผ่านคนกลาง เข้าถึงแล้วมีความสุขและมีความรู้ที่ยิ่งใหญ่
คุณยายบอกไว้ว่าคนเก่า ๆ ตามมาทำงานใหม่ มาเปลี่ยนร่างกายใหม่ มาเจอกันมาร่วมกัน ถ้าใครจะหาที่นั่งหลับตาก็ให้ที่ จึงได้สร้างวัดพระธรรมกายขึ้น วัตถุประสงค์หลักมีเพียงสองอย่างนี้ ส่วนอื่นเป็นส่วนประกอบ ยกตัวอย่างว่าแม้แต่ชื่อวัดก็ยังชื่อวัดพระธรรมกาย และตอกเสาเข็มรองรับป้ายชื่อวัดลึกยี่สิบเอ็ดเมตร เพราะถ้าวัดพังไปก็ต้องเหลือป้ายที่ประดิษฐานคำว่าธรรมกายไว้
ชี้ว่าคำว่าธรรมกายปรากฏในพระไตรปิฎกและเป็นความรู้ดั้งเดิมสมัยที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ ตอนนั้นยังไม่มีนิกายอื่น แต่ลบเลือนไปหลังพุทธปรินิพพานราวห้าร้อยปี จึงสร้างวัดขึ้นเพื่อรักษาคำนี้ไว้และรวมหมู่คณะมานั่งหลับตา พอคนมีบุญมีปัญญาอยากพิสูจน์กันมากขึ้น จากที่นั่งในบ้านก็ล้นไปอยู่ใต้เต็นท์ จนต้องสร้างศาลาจาตุมหาราชิกาจุดห้าร้อยคน แล้วก็ล้นอีกเป็นห้าพัน สามหมื่น ต้องไปเช่าเต็นท์ ทำหลังคาจากเพราะประหยัดและรู้ว่าสักวันต้องรื้อ สุดท้ายจึงสร้างสภาธรรมกายสากล ส่วนหนังสือมงคลชีวิตและทิศหกของพระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโวเป็นส่วนประกอบที่ช่วยให้ชาวพุทธปฏิบัติได้ถูก
บอกว่าตอนนี้ขยายไปทั่วโลกแล้ว แต่หลักสำคัญจริง ๆ คือการปฏิบัติธรรมให้เข้าถึงธรรมกาย และเน้นย้ำกับสมาชิกในองค์กรและลูก ๆ กัลยาณมิตรว่าแก่นของเราคือธรรมกายที่ต้องปฏิบัติให้เข้าถึงและแนะเพื่อนมนุษย์ว่าตัวคุณก็มีธรรมกาย ส่วนกฐิน ผ้าป่า และงานบุญอื่นเป็นส่วนประกอบเพื่อสร้างศาสนวัตถุให้คนได้อยู่กัน ชี้ว่าสิ่งที่สร้างขึ้นเป็นของกลางของศาสนา เอาไปขายก็ไม่ได้ ไม่เกี่ยวกับวัดรวยหรือไม่รวย และคนที่อยู่ที่วัดต้องเป็นฝ่ายดูแลรักษาต่อ
เล่าต่อว่าถามท่านไปเรื่อย ๆ ทั้งเรื่องภพภูมิ เรื่องกายมนุษย์และกายภายในต่าง ๆ ท่านตอบได้หมดทุกคำถาม จึงเป็นเหตุให้หลายคนติดใจอยากอยู่ใกล้ท่าน
เพลงคั่นเกี่ยวกับคุณยายอาจารย์ เนื้อร้องว่าคำสอนคือสิ่งที่แทนตัวท่าน คำนั้นยังคงอยู่ในหัวใจ และชวนกันเดินตามรอยเท้าที่ท่านก้าวไป ยายไปไหนก็จะไปด้วย
บอกว่าถ้าพูดเรื่องคุณยายก็มีเยอะไปหมด แต่หลักสำคัญมีสองอย่างคืออยากมุ่งเข้าไปสู่ภายในให้ถึงที่สุด และอยากขยายออกไปสู่ภายนอกให้ทุกคนรู้ว่ามีธรรมกายอยู่ในตัว อย่าตายฟรี เพราะถ้ายังไม่รู้ก็ต้องเกิดมาหาอีก ชาตินี้เจอกันแล้วก็ให้นั่งให้ทำความเพียรเสีย ชี้ว่าชื่อองค์กรทั้งวัดพระธรรมกาย ศูนย์กลางธรรมกายทั่วโลก และมูลนิธิธรรมกาย ล้วนมีคำว่าธรรมกายเพื่อให้วนอยู่ที่เป้าหมายนี้ ไม่ใช่อย่างอื่น
อธิบายว่าธงและรูปมหาธรรมกายเจดีย์เป็นสัญลักษณ์ของวิชชาธรรมกาย เป้าหมายทั้งหมดรวมอยู่ในนั้น เจดีย์จริงมีสามส่วนคือส่วนโดม ส่วนฐานราก และอีกส่วนที่อยู่ลึกเข้าไปข้างใน ซึ่งตัดทอนออกเพื่อให้สร้างได้ในเมืองมนุษย์ สีแดงหมายถึงสายโลหิตคือความเป็นเครือญาติกับท่านผู้รู้ภายใน สีขาวที่เป็นกรอบล้อมหมายถึงความบริสุทธิ์บริบูรณ์ทั้งกาย วาจา ใจ ส่วนตราอื่น ๆ บนเสื้อรวมทั้งตรา DMC เป็นส่วนประกอบให้เข้ากับยุคสมัย
บอกว่าเพราะรักเพื่อนมนุษย์อย่างแท้จริงจึงบอกเรื่องที่เป็นแก่นของชีวิตของมวลมนุษยชาติทุกชาติ ทุกศาสนา ทุกเผ่าพันธุ์ คือสิ่งที่มีอยู่ในตัวซึ่งจะเรียกอะไรก็ได้ จะเรียกว่าพระเจ้าสากลที่ทุกคนเข้าถึงได้ก็ได้ แต่ชาวพุทธและผู้ที่เข้าถึงจะเรียกว่าธรรมกาย ผู้ที่ยังไม่ถึงจะเรียกตามที่เป็นที่พึ่งที่ระลึกของตัวก็ได้ สำคัญที่เข้าถึงได้ตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่
อ่านจดหมายลายมือสวยที่เขียนมาเป็นภาษาอาหรับ (ผู้เขียนเซ็นชื่อเป็นอักษรโรมัน ฟังชื่อได้ว่า "มานับ" ยังไม่ยืนยันการสะกด) แปลเป็นไทยแล้วมีใจความขอสันติสุขจงมีแด่ท่าน ขอบคุณที่มอบสิ่งที่ดีที่สุดให้ตนและโลกใบนี้ และอธิษฐานขอให้ประเทศอิรักรวมถึงแผ่นดินอื่นทุกประเทศทุกคนบนโลกมีความสุขสงบ ชี้ว่าถ้อยคำแบบนี้เป็นธรรมเนียมของผู้เจริญแล้วที่แผ่เมตตาจิตให้สิ่งที่ดีที่สุดคือสันติสุข และไม่ได้ขอเฉพาะผู้ที่นับถืออิสลามแต่รวมถึงศาสนาอื่นด้วย ทั้งที่ท่านเองเป็นอิสลามิกชนที่เคร่งครัด ละหมาดห้าครั้งและระลึกถึงพระผู้เป็นเจ้าคู่กับภารกิจประจำวัน
เปิดภาพผู้ชมชาวอิรักพร้อมภรรยาและลูกน้อย บอกว่า DMC ไปถึงไหนก็นำสันติสุขไปที่นั่น คนที่ดูรายการเข้าใจในระดับหนึ่งแล้วว่าในตัวมีพระธรรมกาย เหลือเพียงทำความเพียร แล้วยกตัวอย่างที่เปิดให้ดูเมื่อวานว่าบางคนเอาขาขวาทับขาซ้ายไม่ได้ ขอเอาขาซ้ายทับขาขวาเพราะถนัดอย่างนั้น ก็อนุญาตให้ทำได้
เล่าถึงชาวโซโลมอนสมัยก่อนที่กินคน อยู่รวมกันเป็นเผ่าราวสามร้อยคนและกินอาหารพร้อมกันทั้งเผ่าเพราะถือว่าเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกัน บางวันมีเนื้อมาเพียงสองร่างก็ไม่พอเพราะต้องแบ่งให้ทั่วถึง แต่ถ้าเกิดสงครามมีศัตรูตายมากก็มีอาหารเหลือ เนื้อจะเน่าใน 24 ชั่วโมงจึงต้องถนอมด้วยการรมกองไฟประจำเผ่าที่ติดอยู่ตลอดเวลา ทำให้เก็บไว้ได้นานถึงสามเดือน
บอกว่าเกาะของเขาทิวทัศน์สวยงามและชาวเผ่ามีน้ำใจชวนให้ไปอยู่ด้วยกัน ถ้ามองผ่านหน้าตา ผ่านสีผิว ผ่านดวงตาที่ดูแล้วน่าตกใจ เข้าไปถึงกลางดวงใจของเขา จะเห็นว่าจิตใจสูงส่งทีเดียว แล้วเกริ่นว่าวันนี้จะเล่าเรื่องชาวโซโลมอนอดีตมนุษย์กินคนผู้มีหัวใจสูงส่งที่ลุกขึ้นมาทำหน้าที่กัลยาณมิตร
เล่าประวัติชายชาวโซโลมอนอายุยี่สิบเก้าปีที่ฟังชื่อได้ว่าจอน ควาเลมาเน่ (ยังไม่ยืนยันการสะกด) เดิมทำแต่งานหยาบอย่างงานขนของ ต่อมาผู้ดูแลชาวไทยที่ฟังชื่อได้ว่าคุณเปเล่เห็นว่าจิตใจละเอียดขึ้นจึงให้มาช่วยตรวจสอบยอดสินค้าซึ่งต้องการความละเอียด แม้ยังไม่ถนัดต้องช่วยทำอีก แต่ด้วยหัวใจกัลยาณมิตรของผู้ดูแลที่เปรียบเป็นดวงตะวันแห่งโซโลมอน ใครเข้าใกล้ก็ได้แสงสว่าง วันนั้นจึงชวนเขานั่งสมาธิ
เมื่อถามว่าอย่างผมนี่นั่งได้เหรอ ผู้ดูแลก็ตอบว่าคุณมีผิวพรรณที่กลมกลืนกับธรรมชาติและมีดวงใจสูงส่ง ให้สังเกตว่ายามราตรีโลกก็มีสีอย่างนี้แล้วดวงดาวกับดวงจันทร์จึงขึ้นมาสว่าง เพราะฉะนั้นคุณนั่งได้ แล้วให้ดูภาพครูไม่ใหญ่ พอทราบว่าอายุหกสิบเอ็ดปีก็ไม่เชื่อเพราะดูหนุ่มกว่าตัวเอง ต่อมาเขาบอกว่าเวลาทำงาน เดินทางไปในเมือง หรือแม้แต่เวลานอน ก็นึกถึงครูไม่ใหญ่เสมอ รู้สึกว่าท่านอยู่กับตัวตลอดเวลา และขอบคุณที่ทำให้มีความสุข
เขาบอกผู้ดูแลว่ามีความสุขจริง ๆ ที่ได้นั่งหลับตาทำสมาธิ นั่งแล้วสบาย แปลกที่ตัวนั่งอยู่กับที่เฉย ๆ แต่ใจกลับเป็นอิสระ อยากนั่งอย่างนี้นาน ๆ เพราะเวลาทำงานก็ทำสมาธิได้แต่ไม่ค่อยต่อเนื่อง ผู้ดูแลจึงแนะว่าสามารถนึกถึงดวงแก้วภายในและคำภาวนาสัมมาอะระหังในใจได้ตลอดเวลา ไม่จำเป็นต้องนึกเฉพาะตอนอยู่ในท่านั่งสมาธิ ยืน เดิน หรือทำงานก็นึกได้ ซึ่งเขาก็เข้าใจ
ทบทวนเรื่องที่ออกอากาศเมื่อวานว่าชายชาวโซโลมอนที่ฟังชื่อได้ว่าทอมมี่ได้เปิดเผยเรื่องราวการกินคนซึ่งเกิดขึ้นก่อนที่กฎหมายห้ามจะออกมาเมื่อยี่สิบสามปีก่อน ภาพที่เห็นเมื่อวานเป็นรอยยิ้มครั้งแรกของเขา และต่อไปก็จะมีครั้งที่สองครั้งที่สาม
หลังนั่งสมาธิต่อเนื่องทุกวันก็สังเกตได้ว่าเขาสุขุมขึ้น ทำงานละเอียดได้ดีขึ้น มีไอเดียในการทำงานเองเหมือนสอนตัวเองได้ ผู้ดูแลไม่ต้องเข้าไปช่วยทำอีก เริ่มคิดเป็น พูดเป็น ทำเป็น และทุกเย็นหลังเลิกงานที่คนอื่นกลับบ้าน เขาจะเดินกลับมาที่ห้องปฏิบัติธรรมพร้อมเพื่อนชาวโซโลมอนคนใหม่หลายคน เพื่อให้ผู้ดูแลช่วยจัดท่านั่งสมาธิให้ ทำอย่างนี้ทุกวันจนผู้ดูแลบอกว่าตัวเองมีความสุขมากที่ได้ทำ
สรุปว่าชายชาวโซโลมอนคนนี้ได้ทำหน้าที่กัลยาณมิตรให้ชาวโซโลมอนด้วยการชวนอดีตมนุษย์กินคนมานั่งสมาธิ และย้ำว่าให้มองผ่านผิวหนังเข้าไปดูหัวใจของเขา ส่วนท่านั่งให้เริ่มจากท่าที่เขาทำได้ก่อน แล้วค่อยขยับมาเอาขาขวาทับขาซ้ายในภายหลัง
ตอนต่อของเรื่องเล่าชาดก ชายหนุ่มสองคนเดินทางไกลจากเมืองของตน คนหนึ่งมีวงหน้างดงามดังดวงจันทร์เพ็ญ ดูมีอายุมากกว่า นามว่าสุตโสม โอรสของพระเจ้าโกรัพยะ กษัตริย์แห่งนครอินทปัตต์ แคว้นกุรุ อีกคนหน้าตาผิวพรรณดี นามว่าพรหมทัต โอรสของพระเจ้ากาสิกราช แคว้นกาสี ทั้งสองมาพบกันที่กระท่อมร้างข้างทาง หลังอาหารค่ำจึงพูดคุยทำความรู้จักและนับถือกันฉันเพื่อน โดยพรหมทัตนับถือสุตโสมเป็นท่านพี่เพราะเห็นว่าอายุมากกว่าและสุขุมลุ่มลึกกว่า
รุ่งเช้าทั้งคู่ออกเดินทางไปศึกษาวิชาในสำนักอาจารย์ทิศาปาโมกข์ด้วยกัน เมื่อถึงเมืองตักกสิลาก็เข้ารายงานตัวสมัครเป็นศิษย์สำนักเดียวกัน พร้อมมอบทองคำแท่งเป็นค่าเล่าเรียน ค่าอาหาร และค่าที่พัก ปรากฏว่าสุตโสมราชกุมารมีอาวุโสกว่าราชกุมารและศิษย์อื่นทั้งหมด อาจารย์จึงให้ช่วยแนะนำศิษย์รุ่นเดียวกันที่ยังไม่จบ ซึ่งท่านก็ไม่ขัดข้องเพราะจะรออีกฝ่ายให้เรียนจบพร้อมกันอยู่แล้ว จึงอยู่ในฐานะทั้งเพื่อนสนิทและอาจารย์ที่คอยช่วยเหลือ
เมื่อเรียนจบพร้อมกันและร่ำลาอาจารย์แล้ว พอพ้นประตูเมืองตักกสิลาที่ทุกคนต้องแยกย้ายกันไป สุตโสมราชกุมารผู้เป็นทั้งอาวุโสและอาจารย์ของศิษย์คนอื่นได้กล่าวเตือนสติว่าพวกเราได้วิชาตามที่ต้องการแล้ว พ่อแม่รอคอยความสำเร็จอยู่ ผู้ที่เป็นโอรสกษัตริย์ก็ขอให้แสดงศิลปวิทยาให้ประจักษ์จนเป็นที่ยอมรับว่าปกครองบ้านเมืองได้ และเมื่อได้รับมอบราชสมบัติแล้วขอให้รักษาอุโบสถศีลทุกกึ่งเดือนอย่าให้ขาด และอย่าเบียดเบียนผู้อื่นให้เดือดร้อนไม่ว่ากรณีใด ทุกคนขานรับว่ารับได้ และศิษย์คนรองยืนยันว่าหลักวิชาการปกครองก็ระบุไว้ชัดว่าต้องไม่เบียดเบียนไม่เอาเปรียบผู้อยู่ใต้ปกครอง
เมื่อกลับถึงนครของตน หลายท่านได้รับราชสมบัติจากพระราชบิดา ได้เป็นกษัตริย์บ้างเป็นเจ้าผู้ครองนครบ้าง แล้วส่งข่าวสารไปยังสุตโสมราชกุมารซึ่งได้รับมอบราชสมบัติจากพระเจ้าโกรัพยะให้เป็นกษัตริย์แห่งอินทปัตต์นครเช่นกัน รวมทั้งพรหมทัตราชกุมารที่ได้เป็นพระเจ้าแผ่นดินแห่งเมืองพาราณสีก็ส่งข่าวมาด้วย พระเจ้าสุตโสมจึงส่งข่าวตอบไปว่าขอให้ทุกพระองค์ไม่ประมาทในการครองราชสมบัติ และให้นึกถึงคำปฏิญาณก่อนจากกัน
พระเจ้าพรหมทัตปกครองประชาราษฎร์ให้อยู่ด้วยความสงบสุข มีพระโอรสพระธิดามากมาย และรักษาอุโบสถศีลทุกกึ่งเดือนไม่ขาด แต่ทรงขาดเนื้อสัตว์ไม่ได้ พระกระยาหารทุกมื้อต้องมีเนื้อประกอบด้วยเสมอ ไม่มีแล้วเสวยไม่ได้เลย คนทำครัวทราบดี แม้ในวันอุโบสถที่คนทั้งหลายงดฆ่าสัตว์จนไม่มีเนื้อจำหน่าย ก็ยังนำเนื้อที่เก็บไว้วันก่อนมาปรุงถวายได้ จึงเป็นที่วางพระทัยมาตลอด
วันอุโบสถวันหนึ่ง เนื้อที่เก็บไว้ถูกสุนัขที่เลี้ยงไว้ในวังหลวงกินหมดเพราะความเผลอเรอของคนทำครัว เขาจึงรีบออกไปหาซื้อเนื้อในตลาดมาทดแทน แต่เพราะเป็นวันอุโบสถคนไม่ฆ่าสัตว์กันจึงไม่มีเนื้อจำหน่าย เขาตกใจจนเหงื่อไหล วิ่งไปทุกตลาดที่คิดว่าจะมีขายแต่ก็สิ้นหวัง นั่งทอดอาลัยคิดว่าคราวนี้เห็นทีจะต้องตายแน่ แล้วตัดจบว่าโปรดติดตามตอนต่อไป
เพลงคั่นก่อนเข้ารายการกรณีศึกษา เนื้อร้องชวนให้ยิ้มไว้ถึงใครจะด่าจะว่าอย่างไร ยิ้มแล้วรวย ยิ้มขอให้รวย เป็นเพลงให้กำลังใจให้ยิ้มสู้กับคำวิจารณ์
เจ้าของเรื่องเล่าว่ายังทำงานที่เดิม รักวัดรักหลวงพ่อ แต่งงานมีครอบครัวและตั้งท้องเมื่อราวเดือนพฤษภาคม 2547 มีอาการแพ้ท้องรุนแรง อาเจียนทุกวันจนผอมลง ตกลงกับสามีว่าจะให้พี่สาวของสามีเป็นคนเลี้ยงลูก พอท้องแปดเดือนจึงไปเตรียมคลอดที่บ้านสามีที่จังหวัดสุรินทร์ แพทย์กำหนดคลอดวันที่ 15 มกราคม 2548 แต่วันที่ 30 ธันวาคม 2547 แพทย์เห็นว่าท้องใหญ่ผิดปกติ อัลตราซาวนด์แล้วพบว่าเป็นแฝด ถึงวันที่ 1 มกราคม 2548 ปวดท้องตั้งแต่เช้ามืดจนเกือบสองทุ่มก็ยังคลอดไม่ได้ หมอจึงผ่าตัด ได้ลูกแฝดหญิงสองคนร่างกายแข็งแรงดี
เล่าว่ามอบลูกแฝดทั้งสองให้พี่สาวของสามีเป็นคนเลี้ยงเป็นส่วนใหญ่ โดยตัวเองกับสามีเป็นผู้ช่วย แต่เหนื่อยมากเพราะเด็กสองคน พอผ่านไปเดือนหนึ่งทั้งคู่อยากกลับมาทำงานตามเดิม แต่พี่สาวสามีดูแลแฝดสองคนคนเดียวไม่ได้ จึงคิดจะให้แม่ของตัวเองที่อยู่จังหวัดอุตรดิตถ์มารับไปเลี้ยงต่อ เพราะแม่เคยเลี้ยงลูกเอง โทรไปหาแม่แล้วแม่ก็ตกลง
เพลงคั่นระหว่างเล่ากรณีศึกษา เนื้อร้องชมลูกสาวที่แก้มแดงตาโต ส่งสายตาปิ๊ง ๆ ใครมองแล้วก็อยากเข้าไปกอด ใช้คู่กับช่วงที่พูดถึงลูกแฝดของเจ้าของเรื่อง
วันที่ 9 กุมภาพันธ์ แม่และญาติขับรถกระบะจากบ้านที่อุตรดิตถ์มารับเจ้าของเรื่องที่ปทุมธานีเพื่อไปสุรินทร์ มาด้วยกันทั้งแม่ น้าผู้ชาย และน้าผู้หญิงซึ่งเป็นเจ้าของรถ พร้อมลูกชายอีกคน เช้าวันที่ 10 กุมภาพันธ์จึงออกเดินทางต่อไปสุรินทร์ โดยมีพี่ของเจ้าของเรื่องที่ทำงานอยู่ที่วัดไปด้วยอีกคน ถึงสุรินทร์ตอนเย็น หลังชื่นชมลูกแฝดและทานข้าวเย็นเสร็จก็จะพากันกลับอุตรดิตถ์เลยโดยไม่พักผ่อน ญาติฝ่ายสามีทักท้วงให้นอนพักสักคืน แต่แม่และน้าที่ไปด้วยไม่ยอมพัก ขอกลับในเย็นวันนั้น
เพลงคั่นระหว่างเล่ากรณีศึกษา เนื้อร้องพูดถึงการที่ไหนมีถนนที่นั่นก็มีรถยนต์ ถนนไม่ดีก็ยังมีรถวิ่ง ไปไหนก็ต้องใช้รถ ใช้คู่กับช่วงที่เรื่องกำลังเดินไปสู่การเดินทางด้วยรถ
เจ้าของเรื่องเล่าว่าได้ยินเสียงดังสนั่น รถกระบะพุ่งลงจากไหล่ถนนไปชนต้นไม้อย่างแรงจนตัวรถบุบเกือบถึงตัว แล้วจอดสนิทในท่าตะแคงเล็กน้อย น้าผู้หญิงที่อยู่กระบะหลังกระเด็นตกลงพื้นข้างประตูคนขับ สะโพกหลุดและเลือดชุ่มบริเวณขา แม่และน้าอีกคนที่อยู่กระบะหลังกระเด็นออกไปนอนคู่กันที่ริมถนนห่างจากรถประมาณหกเมตรและเสียชีวิตทั้งคู่ ลูกแฝดผู้น้องที่เจ้าของเรื่องอุ้มอยู่ถูกเบาะรถกระแทกแรงจนสมองยุบ เสียชีวิตทันที คนที่เหลือเจ็บเพียงเล็กน้อย พี่ที่นั่งเบาะและอุ้มรูปหล่อหลวงปู่ (ฟังชื่อได้ว่าหลวงปู่สด) ที่นำมาจากวัดไม่เป็นอะไรเลย
เพลงคั่นหลังเล่าเหตุอุบัติเหตุ เนื้อร้องเตือนว่าคุณเคยตายมามากมายแล้วแต่ลืมไป ไม่กลัวก็ต้องตาย เป็นเพลงชวนให้เจริญมรณานุสติก่อนเข้าคำถามของกรณีศึกษา
จัดสวดที่บ้านโดยพระมาสวดและฉันภัตตาหารทุกวันทั้งเช้าและเย็น พอวันที่สามหลังจากวันที่เสียชีวิต พระได้ไปสวดที่บ้านของเจ้าของเรื่องก่อน แล้วจึงไปสวดและฉันภัตตาหารที่บ้านของน้าที่เสียชีวิตด้วยกัน หลังพระกลับวัดแล้ว ทุกคนที่มาในงานกำลังจะรับประทานอาหารร่วมกัน
ระหว่างนั้นหญิงคนหนึ่งอายุประมาณสามสิบห้าถึงสามสิบหกปีที่มาร่วมงานศพมีอาการเหมือนวิญญาณของน้าที่เสียชีวิตเข้ามาสิงร่าง (เจ้าของเรื่องไม่ได้อยู่ในงาน คนที่เห็นเหตุการณ์เล่าให้ฟัง) พอเข้าร่างก็ร้องไห้มากและพูดปนเสียงร้องไห้ว่าไม่น่าไปเร็วขนาดนี้ ยังไม่ได้สั่งเสียอะไรไว้เลย ขอขมาทุกคน ขอกลับมา และบอกว่าป้าคือแม่ของเจ้าของเรื่องมาด้วย พร้อมอุ้มลูกแฝดที่เสียชีวิตมา แล้วใช้มือตบพื้นกระดานข้างตัวเรียกลูก ๆ ของตัวเองให้มากราบตรงที่บอกว่าป้านั่งอยู่ เพื่อนที่เคยดื่มเหล้าด้วยกันก็ไปหาเหล้ามาให้ดื่ม หญิงที่ถูกสิงก็ยกดื่มจนหมดแก้ว วิญญาณยังไม่ออกจากร่างเพราะบอกว่าจะรอลูกชายคนที่สองซึ่งไปส่งพระ พอลูกชายมาถึงกำลังจะขึ้นบ้าน วิญญาณก็ออกจากร่างไปพอดี
ตอนที่วิญญาณออกจากร่าง หญิงที่ถูกสิงล้มลงหมดสติ และในขณะเดียวกันลูกสาวคนโตของน้าที่เสียชีวิตก็ล้มหมดสติไปพร้อมกัน เมื่อฟื้นขึ้นมาเธอเล่าว่าเห็นแม่ของเจ้าของเรื่องมาด้วยจริง ใส่ชุดขาว อุ้มลูกแฝดที่เสียชีวิตมาด้วย เดินเงียบ ๆ นำหน้าน้าไป แต่เห็นมือดำใหญ่มาคว้าแขนแม่ของเธอคือน้าที่เสียชีวิตแล้วฉุดดึงเอาตัวไป จึงยังไม่มีโอกาสได้คุยกับลูกชายคนที่สองที่เพิ่งขึ้นบ้าน เธอรีบคว้าแขนอีกข้างพยายามดึงไม่ให้แม่ไปแต่สู้แรงนั้นไม่ไหว รู้สึกว่าร่างแม่ลอยวื้ดออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว แว็บเดียวก็ถึงถนนใหญ่ซึ่งห่างจากบ้านเกือบสองกิโลเมตร ปากของเธอพูดว่าแม่อย่าไป แม่อย่าไป จนน้าผลักร่างเธอออกและบอกว่าไม่ต้องไป อยู่กับน้องนี่แหละ แล้วเธอก็ฟื้น คนที่ปฐมพยาบาลบอกว่าใบหน้าเธอซีดและตัวเย็นขึ้นมาถึงขาแล้ว
หลังจากแม่เสียชีวิตไปประมาณห้าเดือน เจ้าของเรื่องฝันเห็นแม่และลูกแฝดคนที่เสียชีวิต ในฝันแม่แต่งตัวแบบชาวบ้านเหมือนตอนมีชีวิตอยู่และได้พูดคุยกัน แต่จำเรื่องที่พูดไม่ได้ ส่วนลูกแฝดในฝันเดินได้แล้วแต่ตัวดำมาก พยายามพูดกับเขาแต่เขาไม่รู้เรื่องและไม่สนใจเลย
อ่านคำถามทั้งชุด ได้แก่ ทำบุพกรรมใดจึงต้องผ่าตัดคลอดไม่สามารถคลอดเองตามธรรมชาติได้ ตัวเองกับสามีมีบุพกรรมใดจึงได้ลูกแฝด คนที่ได้ลูกแฝดเกิดจากสาเหตุใดบ้าง ลูกแฝดทั้งสองทำกรรมใดจึงเกิดเป็นแฝดและเป็นหญิงทั้งคู่ บุพกรรมใดทำให้ทุกคนในรถประสบอุบัติเหตุพร้อมกัน กรรมใดทำให้แม่ น้า และแฝดผู้น้องเสียชีวิตทันทีแต่แฝดผู้พี่ไม่เป็นอะไร ตอนสิ้นใจใหม่ ๆ ทั้งสามรู้สึกอย่างไร ตายแล้วไปไหนและฝากบอกอะไรถึงลูกหลาน บุญที่อุทิศไปได้รับหรือไม่ วิญญาณน้ามาเข้าสิงร่างหญิงที่มาร่วมงานศพจริงหรือไม่ ต้องการพบลูกเพื่อบอกอะไร คำว่าเขาให้มาแป๊บเดียวหมายถึงอะไร ลูกสาวคนโตเห็นจริงหรือไม่ ทำไมแม่ใส่ชุดขาวแต่น้าใส่ชุดเดิมตอนที่ตาย มือดำใหญ่ที่มาฉุดเป็นมือของใคร เหตุใดน้าจึงถูกฉุดแต่แม่เดินไปสบาย ๆ ความฝันเมื่อห้าเดือนให้หลังเป็นจริงหรือไม่ และเคยทำบุญอะไรร่วมกับหัวหน้างานมา
สปอตเชิญชวนสร้างเสาแก้วพันปี ขึ้นต้นว่าอีกไม่นานวิชชาธรรมกายจะขยายไปสู่ดวงใจของมวลมนุษยชาติทั่วโลก พุทธบุตรนับแสนสาธุชนนับล้านจะหลั่งไหลมาศึกษามรดกธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อเสาแก้วพันปีที่รองรับมหารัตนวิหารคดสำเร็จ สันติภาพของโลกและชัยชนะแห่งธรรมย่อมบังเกิดขึ้น เนื่องในโอกาสวันที่ 19 มกราคม 2549 ซึ่งใกล้วันเกิดคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ผู้ให้กำเนิดวัดพระธรรมกาย จึงเชิญร่วมสร้างเสาแก้วพันปีหนึ่งพันสามร้อยต้นถวายมหาปูชนียาจารย์ สอบถามที่ผู้ประสานงานภาคที่สังกัดหรือหมายเลขที่ประกาศไว้
เฉลยว่าที่ต้องถูกผ่าตัดคลอดเพราะเศษกรรมฆ่าสัตว์เล็กสัตว์น้อยอย่างมด แมลง ยุง มาส่งผล ซึ่งอาจเป็นหลายชาติมารวมกันหรือชาติเดียวที่ทำไว้เยอะ ล้วนมีวิบากทั้งสิ้น
เฉลยว่าเจ้าของเรื่องกับสามีเคยสร้างบุญร่วมกันมาและอธิษฐานให้มาเป็นพ่อแม่ลูกกัน ส่วนคนอื่นที่ได้ลูกแฝดสองแฝดสามเกิดได้สี่ทาง หนึ่งบุญกรรมของพ่อแม่ที่สร้างบุญหรือตั้งความปรารถนาให้มีลูกแฝด สองบุญกรรมของลูกที่ทำบุญร่วมกันมาและอธิษฐานขอเป็นพี่น้องกัน ซึ่งบางทีเคยเป็นเพื่อนรักหรือพี่น้องร่วมสาบานกันมา สามในอดีตเคยเป็นพ่อแม่ลูกกันแล้วอธิษฐานมาเกิดพร้อมกัน และสี่มีกรรมเสมอกันจึงหมดบุญและมาเกิดพร้อมกัน เช่นกายละเอียดที่เป็นภุมเทวาหมดบุญใกล้เคียงกันแล้วเจ้าหน้าที่ชี้ให้มาเกิดบ้านเดียวกัน กรณีลูกแฝดคู่นี้ก่อนมาเกิดเป็นภุมเทวาหญิง หมดบุญพร้อมกันและมีกรรมเสมอกันจึงถูกชี้ให้มาเกิดพร้อมกัน
เฉลยว่าทุกคนในรถประสบอุบัติเหตุพร้อมกันเพราะในอดีตเคยเป็นเพื่อนบ้านกันและร่วมกันฆ่าสัตว์ ล้มวัวล้มควายเพื่อจัดงานฉลองประจำปีเลี้ยงแขกเป็นประจำตามแบบสังคมเกษตรกรรม วิบากกรรมนี้จึงมาส่งผลพร้อมกัน ส่วนแม่ น้า และแฝดผู้น้องต้องเสียชีวิตทันที แต่แฝดผู้พี่ไม่เป็นไรเพราะไม่ได้ร่วมกรรมในการล้มวัวล้มควายนั้นด้วย จึงรอดชีวิตมาได้ แต่มีบุญกรรมที่มาเกิดร่วมกันและหมดบุญใกล้เคียงกัน
เฉลยว่าแม่และน้าตอนสิ้นใจใหม่ ๆ รู้สึกสับสน ตกใจ ทำอะไรไม่ถูก เพราะตายเร็วจนยังไม่รู้ตัว แต่ไม่รู้สึกเจ็บอะไรเลย เหมือนหมดสติแล้วตื่นขึ้น พอเห็นคนวุ่นวายก็พยายามเข้าไปดูเหตุการณ์ เห็นร่างของตัวเองนอนอยู่ และเห็นลูกแฝดที่เสียชีวิต จึงพยายามอุ้มทั้งสองคนแต่อุ้มได้เพียงคนที่ตายแล้วเพราะมีความละเอียดเท่ากัน อีกคนที่ยังไม่ตายอุ้มไม่ได้ ส่วนแฝดผู้น้องตายแล้วไม่รู้สึกอะไร และกายละเอียดโตเป็นเด็กทันทีเท่าที่ควรจะเป็นในขณะนั้น
เฉลยว่าตายแล้วทั้งสามคนไปเป็นภุมเทวา อยู่ที่หมู่บ้านภุมเทวาซึ่งห่างจากหมู่บ้านเดิมพอสมควร โดยเจ้าหน้าที่เขตเป็นผู้พาไป แม่กับน้าอยู่บ้านของแม่และกำลังเลี้ยงหลานคือลูกแฝดที่เสียชีวิตด้วยกัน แม่มีบุญที่ทำตามประเพณีในพระพุทธศาสนาอยู่บ้าง และฝากข้อความมาว่าได้รับบุญที่อุทิศไปให้แล้ว ทำให้สภาพทุกอย่างดีขึ้น มีอาหารดีขึ้น มีเสื้อผ้าและที่อยู่ดีขึ้นกว่าเดิมในทุกด้าน ใจสงบลงไม่กระวนกระวายเหมือนช่วงแรกเพราะยอมรับได้แล้วว่าตายแล้ว ส่วนวิธีเลี้ยงหลานคือน้ำนมออกมาจากนิ้วหรือจากถันด้วยอำนาจบุญ
เฉลยว่าเรื่องวิญญาณเข้าสิงร่างหญิงที่มาร่วมงานศพเป็นเรื่องจริง คือน้าที่เสียชีวิตนั่นเองที่เจ้าหน้าที่เขตอนุญาตให้มา จุดประสงค์คือมาสั่งลา และมาได้เพียงแป๊บเดียวเพราะเป็นระเบียบหรือกฎเกณฑ์ของชาวภุมเทวา ชี้ว่าไปอยู่ที่ไหนก็มีกฎเกณฑ์กติกาบังคับกันทั้งนั้น อีกทั้งตอนนั้นสองทุ่มกว่าแล้ว มืดและทางไกลจึงต้องกลับ
เฉลยว่าลูกสาวคนโตหมดสติเพราะตามแม่ไปด้วยความรักแม่มากและเสียใจอยากตายตามแม่ ที่เธอเห็นน้ากับแม่ของเจ้าของเรื่องอุ้มลูกแฝดผู้น้องมาด้วยนั้นเป็นเรื่องจริง และที่แม่ใส่ชุดขาวแต่น้าใส่ชุดเดิมตอนที่ตายก็เพราะแม่ทำบุญมากกว่าจึงมีบุญมากกว่า น้ามีบุญน้อยกว่าจึงยังใส่ชุดเดิม ส่วนคำเฉลยเรื่องมือดำใหญ่ในไฟล์เสียงช่วงนี้ฟังไม่ชัด แต่สรุปตอนท้ายว่าแม่เดินไปได้สบาย ๆ เพราะมีบุญมากกว่าและเข้าใจหลักความตายของชีวิตมากกว่า
เฉลยว่าความฝันที่เห็นแม่และลูกสาวมาหาหลังจากเสียชีวิตห้าเดือนนั้นเป็นการคิดไปเอง เป็นจินตนาการของใจ ไม่ใช่เรื่องจริง ส่วนที่ทำงานกับพี่ที่เป็นหัวหน้างานได้ราบรื่นด้วยดีตลอดนั้นเป็นเรื่องของปัจจุบัน ไม่ใช่บุญเก่า เพราะเจ้าของเรื่องทำตัวให้น่ารัก หัวหน้างานจึงรัก และย้ำว่านั่นแค่น้ำลายรายฝอยของคุณยาย ท่านก็ยังตอบได้
เฉลยว่าหัวหน้างานเคยสร้างบารมีในสมัยพุทธกาลที่ผ่านมาโดยเป็นทหารของพระราชาที่ออกบวช และออกบวชตามพระราชาจนตลอดชีวิต มีหน้าที่เผยแผ่ ผลการปฏิบัติธรรมพอเอาตัวรอดไปดุสิตบุรีได้ ที่มาเกิดเป็นผู้หญิงในชาตินี้เพราะกรรมเจ้าชู้ในหลายชาติรวมทั้งชาติที่ผ่านมามารวมส่งผล ส่วนตัวเจ้าของเรื่อง สามี และลูกแฝด เคยสร้างบารมีกับหมู่คณะแบบกองเสบียงประเภททำตามอารมณ์ จึงบางชาติได้เจอกันบางชาติไม่เจอ ชาตินี้จึงอย่าประมาทในการสร้างบารมี และเพราะตัวเจ้าของเรื่องไม่ค่อยสม่ำเสมอทั้งเรื่องศีลและภาวนา ผลการปฏิบัติธรรมจึงยังไม่ดีเท่าที่ควร
ไล่บทประจำวันว่าสิ่งที่ต้องสั่งสมคือบุญกุศล สิ่งที่ต้องแสวงหาคือพระรัตนตรัยภายใน เป้าหมายชีวิตคือที่สุดแห่งธรรม ที่พักระหว่างทางคือดุสิตบุรี วงบุญพิเศษ เขตบรมโพธิสัตว์
อนุโมทนาบุญผู้ที่แจ้งว่าปล่อยปลาช่อนไข่สองร้อยหกสิบห้าตัวและปลาดุกหนึ่งร้อยยี่สิบตัว โดยขอแบ่งบุญให้นักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาทุกคน และในวาระครบรอบวันคล้ายวันบวชของพระอาจารย์ท่านหนึ่ง (ชื่อในไฟล์เสียงฟังไม่ชัด) ก็อวยพรให้บุญนี้เป็นสมบัติที่ติดตามตัวไปทุกภพทุกชาติจนถึงที่สุดแห่งธรรม ให้ได้เป็นเนื้อนาบุญ เป็นอายุพระศาสนา ได้เข้าถึงวิชชาธรรมกาย และทำภารกิจให้แสงสว่างแก่มวลมนุษยชาติได้สำเร็จ
ไล่คำขวัญปิดรายการว่าพุทธบุตรต้องเป็นหนึ่งเดียวกันเหมือนดวงตะวันที่มีดวงเดียว พุทธบริษัทสี่ต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน เรื่องส่วนตัวให้วางอุเบกขา เรื่องพระศาสนาให้เอาอุเบกขาวาง จิตสดใสเมื่อใจสิ้นระแวงเหมือนดวงจันทร์ส่องแสงในคืนวันเพ็ญ และธรรมกายคือพระในตัวคุณที่คุณสามารถเข้าถึงได้ด้วยการทำใจหยุดนิ่ง
ก่อนจบรายการชวนนักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาทั่วโลกพร้อมใจกันสวดสรรเสริญคุณของพระรัตนตรัยซึ่งมีพระคุณไม่มีประมาณ โดยครั้งนี้จะส่งเสียงไปทางภาคใต้ของผืนแผ่นดินไทย เฉพาะสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้
เวลาเริ่มของช่วง คำสะกด tag ที่ขาด ช่วงที่ยังไม่มีในผัง หรือลิงก์เสีย บอกได้ที่นี่ - คนที่ฟังจริงเห็นสิ่งที่คลังนี้มองไม่เห็น
เข้าสู่ระบบด้วยปุ่มด้านบนของหน้าก่อน แล้วช่องเขียนถึงผู้ดูแลจะขึ้นที่นี่