ep064 ผังเวลา 71 ช่วง
ดุสิตบุรี (71) ภุมเทวา (52) ยิ้มแล้วรวย (41) มนุษย์กินคน (31) ปาณาติบาต (26) กรรมกาเมสุมิจฉาจาร (22) จดหมายยุวกัลยาณมิตร (18) คลุมถุงชน (12) ความตระหนี่ (12) ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 (12) ศีลห้า (10) ชาวอิรัก (9) วจีกรรม (9) ทำแท้ง (8) พระภัททชิเถระ (8) สัมมาอะระหัง (8) กรรมสุรา (7) ชาวโซโลมอน (6) พรหมทัต (6) อโหสิกรรม (6) ความฝัน (5) พญาโปริสาท (5) สุตโสม (5) สุรา (5) DMC (4) ฆ่าตัวตาย (4) ผูกอาฆาต (4) มะเร็งเต้านม (4) ความจำเสื่อม (3) ความทุกข์ของนักบุญ (3) ทอมมี่ ธิรา (3) น้ำท่วมภาคใต้ (3) ภรรยาน้อย (3) ภัททิยนคร (3) รอยยิ้ม (3) อภิญญาหก (3) ขายบริการ (2) จับกัง (2) ดาวธรรม (2) ตักกสิลา (2) ท่าเรือคลองเตย (2) พระเจ้ามหาปนาทะ (2) พิการ (2) ร่วมบุญตำบลละ 5 บาท (2) สลัมคลองเตย (2) หิริโอตตัปปะ (2) อบายภูมิสี่ (2) อิทธิปาฏิหาริย์ (2) เยอรมนี (2) 238 วัดภาคใต้ (1) กรรมของกองเชียร์ (1) กัป (1) กายแสวงหาที่เกิด (1) ความผูกพันในทรัพย์ (1) คู่บุญ (1) จารึกชื่อในมหาธรรมกายเจดีย์ (1) ตั้งใจบวช (1) ต้อกระจก (1) ทิสาปาโมกข์ (1) บุญสนับสนุนการศึกษา (1) ปาฏิหาริย์สาม (1) พระประจำตัว (1) พระสมาบัติ (1) มหาบุรุษลักษณะ (1) มหาสุตโสมชาดก (1) อนุโมทนาสาธุ (1) อันตรกัป (1) อาสาสมัครยุวชน (1) อุบัติเหตุรถชน (1) เนื้ออัดกระบอกไม้ไผ่ (1) เศรษฐีบุตร (1) โกติคาม (1)
ว่าคาถาสำเร็จ "แม้มืดตื้อมืดมิด ก็มีสิทธิ์เข้าถึงธรรม" ไล่เนื้อนาบุญมหาธรรมกายเจดีย์ มหาจุฬามณี พระในบ้านและพระในตัว แล้วปิดท้ายด้วยคำขวัญ "เมื่อเราสว่าง โลกก็สว่างด้วย"
ไล่การบ้าน 10 ข้อตั้งแต่เอาบุญไปฝากคนที่บ้าน จดบันทึกผลการปฏิบัติธรรม นึกถึงบุญก่อนนอน หลับและตื่นในอู่ทะเลบุญ รวมใจเป็นหนึ่งกับองค์พระหนึ่งนาที ไปจนถึงสร้างบรรยากาศด้วยรอยยิ้มและปิยวาจา ท้ายช่วงนับว่าวันนี้เป็นวันที่ 87 นับจากออกพรรษา เหลืออีก 180 วันจะเข้าพรรษา และผ่านวันปีใหม่มาแล้ว 12 วัน
ถาม-ตอบประจำวันว่าเราเกิดมาทำพระนิพพานให้แจ้ง แสวงบุญ สร้างบารมี พระนิพพานอยู่ภายในตัวเรา เริ่มต้นที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 เหนือสะดือสองนิ้วมือ ด้วยวิธีทำใจหยุดนิ่งเฉย ๆ และย้ำว่าคนที่ทำไม่ได้คือคนที่ไม่ได้ทำ
บอกว่าคืนนี้มีเรื่องราวที่ทำให้เข้าใจกฎแห่งกรรมดีขึ้น และเรื่องของมนุษย์กินคนที่กระหายธรรมแล้วเลิกเมนูเด็ด
เตือนให้แต่งเนื้อแต่งตัวให้เรียบร้อยทุกที่ทั้งในบ้านและนอกบ้าน โดยเฉพาะการนำรอยยิ้มมาปรากฏบนใบหน้า แล้วเกริ่นว่าคืนนี้จะทยอยอ่านจดหมายที่ตกค้างอยู่จำนวนมาก
สปอตเปิดรายการชื่อ "ตัวเล็ก ๆ ก็ช่วยได้" ชวนให้เด็กและเยาวชนร่วมช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ตามกำลังของตัวเอง
อ่านจดหมายจากเด็กชายอายุ 12 ปีที่อยู่เมืองซาคราเมนโต รัฐแคลิฟอร์เนีย (Whisper ถอดชื่อว่า "ธิโมธี จันโด" ยังไม่ยืนยันการสะกด) ทราบข่าวน้ำท่วมภาคใต้ผ่านจานดาวเทียมจึงบริจาคเงินเก็บของตัวเอง 100 เหรียญ ซึ่งได้มาจากการทำความสะอาดบ้าน ล้างจาน ล้างรถ และครอบครัวร่วมบริจาคเพิ่มอีก 100 เหรียญ รวมเป็น 200 เหรียญ
อ่านจดหมายเด็กหญิงอายุ 11 ปี ชั้น ป.6 ที่ทราบข่าวน้ำท่วมจาก DMC แล้วร่วมบุญตำบลละ 5 บาท ครบ 100 ตำบล เป็นเงิน 500 บาท พร้อมฝากความปรารถนาดีถึงผู้ประสบภัยทางภาคใต้ว่าถึงจะเกิดมหาภัย แต่ขอให้ใจเป็นหนึ่งเดียวกัน
อ่านจดหมายน้องสาวของผู้เขียนคนก่อน อายุ 7 ปี ชั้น ป.2 ที่ทราบข่าวน้ำท่วมจาก DMC แล้วสงสารผู้ประสบภัย จึงร่วมบุญตำบลละ 5 บาท 100 ตำบล เป็นเงิน 500 บาทเช่นกัน
เปิดเพลงคั่นภาษาอังกฤษให้ผู้เขียนจดหมายตัวน้อยทั้งสามคนที่ร่วมบุญช่วยน้ำท่วมภาคใต้ ระหว่างรอภาพจดหมายย้อนหลัง
อ่านจดหมายย้อนหลังจากเดือนสิงหาคม 2548 ของสองพี่น้องวัย 13 และ 11 ปี โรงเรียนประถมศึกษาธรรมศาสตร์ คลองหลวง ครอบครัวเข้าวัดตั้งแต่พฤษภาคม 2547 ทำบุญทุกบุญรวมทั้งบุญย้อนหลัง สร้างพระประจำตัวคนละองค์รวมหกองค์ ทั้งสองเป็นอาสาสมัครแผนกโภชนาการต้อนรับหลวงพ่อ และเล่าว่านั่งสมาธิที่ชมรมบ้านแก้วแล้วเห็นดวงใส ๆ
อ่านจดหมายลงวันที่ 22 สิงหาคม 2548 จากเด็กหญิงที่รวบรวมปัจจัยได้ 550 บาทมาร่วมบุญ และอธิษฐานขอให้หลวงพ่อแข็งแรง ไม่มีโรคมาเบียดเบียน หายเจ็บขาเร็ว ๆ และอยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของทุกคนตลอดไป
อ่านจดหมายเด็กหญิงอายุ 9 ปี อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ที่เก็บเงินค่าขนมทีละเล็กละน้อยมาร่วมบุญช่วย 238 วัดในภาคใต้ และฝากกำลังใจให้พระทุกรูปที่อยู่ภาคใต้อดทนอยู่รักษาวัดต่อไป พร้อมส่งภาพวาดธรรมกายมาด้วย
เปิดเพลงคั่นมอบให้เด็กหญิงเจ้าของจดหมายฉบับที่เพิ่งอ่าน ซึ่งวาดภาพธรรมกายส่งมาด้วย
เล่าว่าเรื่องคนกินคนไม่ใช่เรื่องใหม่ มีมานานตั้งแต่สามัญชนไปจนถึงพระราชา แล้วเกริ่นเข้ามินิซีรีส์เรื่องพญาโปริสาท คนกินคน ตอนที่หนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องของพระราชาผู้กินเนื้อมนุษย์ที่มีบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์
มินิซีรีส์เปิดด้วยข้อคิดว่าเมื่อสร้างกรรมก็กลายเป็นวิบาก แต่ผู้ที่เคยผิดพลาดถ้ายอมเชื่อฟังกัลยาณมิตรก็กลับตนเป็นคนดีได้ แล้วเข้าเรื่องชายหนุ่มสองคนที่มาพบกันในกระท่อมร้างริมทาง ต่างเปิดเผยว่าเป็นราชโอรส คนหนึ่งมาจากนครพาราณสีแขวงกาสี อีกคนจากนครอินทปัตย์แขวงกุรุ ทั้งคู่มุ่งไปเรียนที่สำนักอาจารย์ทิสาปาโมกข์เมืองตักกสิลาเหมือนกัน จึงตกลงเดินทางร่วมกันและเรียกกันว่าท่านพี่
ทั้งสองถามทางจากชาวบ้านจนถึงเมืองตักกสิลาในตอนเย็น เข้าไปแสดงตัวและมอบทองคำแท่งเป็นค่าเล่าเรียน ค่ากิน ค่าที่พัก อาจารย์รับไว้ในสำนักตามประสงค์ เล่าถึงกติกาของสำนักที่ราชกุมารและสามัญชนเท่าเทียมกันหมด ใครทำผิดกฎถูกลงโทษเสมอกัน จึงมีชื่อเสียงไปทั่วทุกภูมิภาค
ครูไม่ใหญ่ชวนผู้ชมลองสันนิษฐานว่าราชกุมารคนไหนจากสองแคว้นจะกลายเป็นผู้กินคน กินใคร และกินอย่างไร แล้วให้ติดตามตอนต่อไป
เข้าช่วงเมนูเด็ด โดยได้ข้อมูลจากชายชาวโซโลมอน (Whisper ถอดชื่อว่า "ทอมมี่ ธิรา" ยังไม่ยืนยัน) ที่กินคนมาตั้งแต่เด็กก่อนจะมีกฎหมายห้าม ย้ำว่าที่เล่าไม่ใช่การสนับสนุนให้กินคนแต่สนับสนุนให้เลิก และเลือกมาเล่าสามเมนูก่อนเพราะมีอยู่มาก
อธิบายว่าเรื่องพญาโปริสาทเกิดเมื่อหลายกัปมาแล้ว กัปคือช่วงที่โลกเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วเสื่อมสลาย แบ่งเป็นสี่ช่วง ช่วงละ 64 อันตรกัป และเรื่องราวนี้ผ่านญาณทัศนะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาให้เราศึกษา พร้อมย้ำว่าสิ่งที่ควรกินคือข้าวและอาหารเพื่อเอากำลังมาทำความเพียรขจัดกิเลส
เล่าว่าทุกครั้งที่มีการตายของฝ่ายตรงข้าม คนในเผ่าจะรวมตัวกันทำพิธีเพื่อให้ตัวเองไม่บาปจากการฆ่ามนุษย์ แสดงว่าลึก ๆ ยังมีมโนธรรมและเกรงกลัวผลของบาป คือไม่มีหิริแต่ยังมีโอตตัปปะ แล้วจึงเริ่มตัดเนื้อเป็นส่วน ๆ โดยให้ปอด ตับ ไต หัวใจ แก่หัวหน้าเผ่าก่อน
ไล่วิธีทำสามเมนู เนื้ออัดกระบอกไม้ไผ่ที่เติมน้ำทะเลแทนเกลือแล้วเผาบนถ่านสีแดง เนื้ออบในเตาหินที่วางหินร้อนทับและปิดด้วยใบตองสองชั่วโมง และต้มในชามไม้ด้วยหินร้อนหนึ่งชั่วโมง ปกติต้องกินภายใน 24 ชั่วโมง ยกเว้นเนื้ออัดกระบอกไม้ไผ่ที่เก็บได้นานถึงสามเดือนแบบแหนม
ประกาศว่าวันรุ่งขึ้นจะมีการประกวดคำกล่าวอนุโมทนาสาธุระหว่างชาวเกาะโซโลมอนกับชาวอิรัก ใครกล่าวได้ชัดเจนกว่าจะให้คะแนนขึ้นหน้าจอ
เล่าว่ากัลยาณมิตรผู้ดูแล (Whisper ถอดชื่อว่า "คุณเปเล่" สลับกับ "เบเล่" ยังไม่ยืนยัน) เริ่มแนะนำการฝึกสมาธิที่ศึกษาจาก DMC ให้ชาวโซโลมอน โดยบอกตำแหน่งศูนย์กลางกายฐานที่ 7 เหนือสะดือสองนิ้วมือ ให้นึกดวงแก้วกลมใสและภาวนาสัมมาอะระหัง ลืมเรื่องครอบครัวและงานเหมือนอยู่คนเดียวในโลก จนทุกคนขอให้จัดปฏิบัติธรรมทุกสัปดาห์ และนัดเป็นวันพุธ
เล่าว่าชายชาวโซโลมอนที่กินคนมาตั้งแต่เด็ก เดิมเป็นคนมักโกรธ หน้าไม่ค่อยยิ้ม ตาแดงก่ำ แต่หลังได้ดู DMC และนั่งสมาธิก็สนใจและตั้งใจฝึกมาก เข้ามานั่งในช่วงพักงาน นั่งได้นิ่งและนานจนต้องบอกให้เลิกไปทำงาน และบอกว่านั่งสมาธิแล้วมีความสุขมาก
เล่าว่าหลังนั่งสมาธิ ชายชาวโซโลมอนคนนี้ยิ้มมากขึ้นจนยิ้มตลอดเวลาและดูอ่อนโยนขึ้น เวลาพักงานที่รถไม่ได้วิ่งก็จะนั่งหลับตาทำสมาธิอยู่บนรถ ซึ่งกัลยาณมิตรผู้ดูแลไปเห็นเข้าโดยบังเอิญ ไม่ได้จัดฉาก และเจ้าตัวบอกว่านั่งด้วยความสมัครใจเพราะความสุขภายในชวนให้ติดตาม
โชว์ภาพชายชาวโซโลมอนผู้ให้ข้อมูลเมนูเด็ด ย้ำว่าเขากินคนก่อนที่กฎหมายห้ามจะออก และเตือนลูกพระว่าฟังเมนูเด็ดแล้วอย่าลืมว่าพระฉันเนื้อมนุษย์ไม่ได้ ต่อด้วยภาพชาวโซโลมอนรวมกลุ่มกันมาดูรายการ DMC ด้วยความสมัครใจโดยมีกัลยาณมิตรแปลให้ฟัง และชมท่านั่งสมาธิว่าเป็นอิริยาบถของผู้รู้
สารคดีเล่าประวัติพระภัททชิ บุตรมหาเศรษฐีแห่งภัททิยนคร ผู้มีปราสาทสามหลังสำหรับสามฤดู มีบริวารและหญิงงามคอยบำรุงบำเรอ วันที่ย้ายปราสาทตามฤดูกลับไม่มีมหาชนมามุงดูเพราะไปฟังธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ราวป่านอกเมือง เมื่อไปฟังด้วยเพียงครั้งเดียวก็บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ พระบรมศาสดาจึงขอให้บิดาอนุญาตให้บวช เพราะเพศคฤหัสถ์รองรับคุณธรรมของพระอรหันต์ไม่ได้
ที่โกติคามริมแม่น้ำคงคา พระภัททชิเข้าสมาบัติรอจนพระบรมศาสดาเสด็จมาถึงจึงออก ทำให้ภิกษุปุถุชนติว่ากระด้างถือตัวว่ามาจากตระกูลมหาเศรษฐี พระพุทธองค์จึงให้ขึ้นเรือขนานลำเดียวกันแล้วถามถึงปราสาทแก้วที่เคยอยู่เมื่อเป็นพระเจ้ามหาปนาทะ ท่านทูลว่าจมอยู่ตรงนั้น แล้วเหาะขึ้นดำลงไปใช้ปลายเท้าเกี่ยวยกยอดปราสาทขึ้นมาให้มหาชนเห็น เหล่าญาติในชาติที่เป็นพระเจ้าจักรพรรดิซึ่งเกิดเป็นเต่าเป็นปลาเพราะยึดติดทรัพย์ต่างเดือดร้อน ท่านจึงปล่อยปราสาทกลับที่เดิม
อธิบายข้อสงสัยของภิกษุปุถุชนว่าทำไมพระภัททชิจึงนั่งเฉยไม่ลุกต้อนรับพระเถระ เพราะท่านเข้าพระสมาบัติซึ่งกำหนดจิตไว้ว่าจะออกเมื่อใดจึงจะออกเมื่อนั้น และสมาบัตินี้เข้าได้เฉพาะพระอรหันต์ผู้ไม่มีกิเลสเป็นเครื่องเหนี่ยวรั้ง ใจจึงเคลื่อนเข้าไปข้างในได้เรื่อย ๆ อยู่ได้นานด้วยปีติสุขตลอดเวลา
ตอบผู้ที่ไม่เชื่อเรื่องปาฏิหาริย์ว่าพระพุทธเจ้าสอนประกอบด้วยปาฏิหาริย์สาม คืออิทธิปาฏิหาริย์ (แสดงฤทธิ์ เหมาะกับคนบางจริต) อนุสาสนีปาฏิหาริย์ (สอนด้วยเหตุด้วยผล) และอาเทศนาปาฏิหาริย์ (รู้ดักใจคน ซึ่งต่างจากดักคอเพราะถูกทุกครั้ง) และอิทธิปาฏิหาริย์เป็นเพียงหนึ่งในอภิญญาหก จึงไม่ควรสรุปว่าไม่มีเพียงเพราะตัวเองทำไม่ได้ หาเหตุผลทางฟิสิกส์ไม่ได้ หรือไม่เคยเห็นใครทำ ยกตัวอย่างการวาดภาพพระพุทธเจ้าให้เหมือนภิกษุธรรมดาเพราะไม่เชื่อเรื่องมหาบุรุษลักษณะ ซึ่งจะกลายเป็นต้นแบบผิดให้คนรุ่นหลัง
ยกกรณีหมู่ญาติของพระภัททชิสมัยเป็นพระเจ้าจักรพรรดิที่ไปเกิดเป็นเต่าเป็นปลาซ้ำแล้วซ้ำอีกนับครั้งไม่ถ้วน เพราะผูกพันกับทรัพย์สมบัติในปราสาทหลังนั้น สรุปว่าไม่ควรผูกพันกับสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อชีวิต สิ่งที่ควรผูกพันมีเพียงพระรัตนตรัยกับบุญกุศลที่สั่งสมไว้ เพราะผูกพันที่ไหนก็จะไปอยู่ที่นั่น
เปิดช่วงกรณีศึกษาด้วยเพลง "ยิ้มแล้วรวย" ซึ่งเป็นชื่อเรื่องของกรณีศึกษาคืนนี้ด้วย เนื้อเพลงชวนให้ยิ้มเข้าไว้แม้ใครจะด่าหรือให้ร้าย เพราะคนรวยรอยยิ้มจะไปได้สวย
เจ้าของจดหมายเป็นคนไทยที่อยู่ประเทศเยอรมนี เข้าวัดเมื่อมิถุนายน 2548 โดยจูนพบสัญญาณดาวธรรมโดยความบังเอิญ จึงได้มาสร้างบารมีต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน และตั้งใจขอสร้างบารมีไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ แล้วเข้าเรื่องราวของครอบครัวตัวเอง
พ่อเป็นชาวบางแคหน้าตาดี แต่งงานกับแม่ที่เป็นชาวบางมด แล้วย้ายไปอยู่สลัมคลองเตย ชีวิตส่วนใหญ่หมดไปกับการดื่มเหล้าสูบบุหรี่และหาเรื่องชกต่อย เป็นนักเลงคุมซอยประจำสลัม เมาแล้วอาละวาดต่อยตีกัน ทำให้ครอบครัวเสียเงินเสมอ ทั้งยังพาผู้หญิงมาให้แม่เห็นเป็นประจำ บั้นปลายไปอยู่กับภรรยาน้อย ขณะเล่าเรื่องท่านอายุ 78 ปี
แม่เป็นคนดี มีอาชีพค้าขาย มีลูกกับพ่อเจ็ดคน หญิงห้าชายสอง ผู้เขียนเป็นลูกสาวคนที่สี่ ตลอดชีวิตพบแต่ความลำบาก ต้องหาบเร่ขายผักผลไม้ออกจากบ้านตั้งแต่ตีสามกลับหลังสองทุ่ม เสียสละให้ทุกคนในบ้านกินก่อนแล้วตัวเองกินคนสุดท้ายจนหลับฟุบคาชามข้าว ต่อมามีหัวหน้าจับกังท่าเรือคลองเตยมาชวนไปเป็นหัวหน้าคุมคนงานนับพันคน แต่ตัวท่านก็ต้องแบกหามเองด้วย ทำงานหามรุ่งหามค่ำจนล้มป่วยด้วยความดันสูงและเบาหวาน
ปี 2543 แม่ป่วยเป็นต้อทั้งสองข้าง ไปรักษาด้วยการลอกต้อออก แต่รักษาได้เพียงสามวันตาทั้งสองข้างก็บอดสนิท ต่อมาลื่นล้มก้นกระแทกพื้นกลายเป็นอัมพฤกษ์ครึ่งตัวต้องอยู่บ้านเฉย ๆ ซ้ำยังทราบข่าวร้ายว่าลูกชายเสียชีวิตด้วยอาหารเป็นพิษ จึงตรอมใจจนความดันและเบาหวานกำเริบ และเสียชีวิตเมื่ออายุ 66 ปี
ผู้เขียนเกิดและอยู่ในสลัมคลองเตย ไม่ได้เรียนหนังสือจนอายุ 11 ขวบจึงถูกเกณฑ์เข้าโรงเรียนเทศบาล เรียนจบแค่ ป.1 ก็ออกมาค้าขายหางานช่วยแม่ อายุ 12 ปีไปรับจ้างก่อสร้างแบกอิฐหินปูนทราย ได้เงินมาเท่าไรก็ให้แม่หมด อายุ 17 ปีไปเป็นลูกจ้างจับกังท่าเรือคลองเตยช่วยแม่ซึ่งเป็นหัวหน้าจับกังอยู่
แม่ทาบทามหนุ่ม ๆ มาให้แต่งงาน แต่ผู้เขียนไม่ได้รักจึงยิ่งใกล้วันแต่งยิ่งเซ็ง ตัดสินใจให้ชายจับกังเรือคนหนึ่งที่นับถือเป็นพี่ชายพาหนีไปอยู่ต่างจังหวัด แต่เหมือนหนีเสือปะจรเข้ เพราะเมื่อตั้งท้องได้หกเดือนจึงรู้ว่าเขามีภรรยาอยู่แล้ว แม่ของเขาก็ด่าด้วยคำหยาบทุกวัน ทนไม่ได้จึงกลับมาอยู่กับพ่อแม่ คลอดลูกสาวแล้วเขาตามมาอยู่ด้วยไม่นานก็หนีไปอีก
อายุ 18 ปีมีหนุ่มมาจีบมากมายแต่ผู้เขียนไม่ชอบใคร แล้ววันหนึ่งถูกคนงานที่ท่าเรือคนหนึ่งข่มขืน แต่ไม่เอาเรื่องและไม่ขอยุ่งเกี่ยวอีกเพราะเขามีภรรยาแล้ว จนอายุ 20 ปียังไม่มีงานเป็นหลักแหล่ง ลูกสาวโตขึ้นเรื่อย ๆ แม่ก็ตกงานเพราะทะเลาะกับผู้คุม ช่วงนั้นไปสมัครงานที่ไหนก็ไม่มีใครรับ ต้องอดข้าวกันทั้งบ้านสองสัปดาห์ กินแต่หน่อไม้ทุกวัน
แม่ไปถามเพื่อนบ้านว่ามีงานอะไรให้ลูกทำบ้าง จะเป็นคนทำความสะอาดหรือคนรับใช้ก็ได้ แต่เพื่อนบ้านพาไปขายบริการ ผู้เขียนทำงานนั้นราวสองปีจนตั้งท้องได้สี่เดือนโดยไม่รู้ว่าพ่อเด็กเป็นใคร ในที่สุดจึงทำแท้ง
คืนหนึ่งตกดึกผู้เขียนฝันว่ามีเด็กผู้ชายมานั่งอยู่บนท้องแล้วพูดว่า แม่ใจร้าย แม่ฆ่าหนูทำไม ผู้เขียนตอบในฝันว่าแม่จำเป็นเพราะไม่มีเงิน กลัวลูกจะอดอยาก เด็กนั้นจึงพูดว่าหนูจะเกิดเป็นลูกชายคนเดียวของแม่ให้ได้
ผู้เขียนตอบตกลงกับชายที่มาจีบว่าจะแต่งงานด้วย เขาจึงบินมาแต่งงานแล้วพาไปอยู่ประเทศเยอรมนีเมื่อผู้เขียนอายุ 25 ปี ปี 2535 อายุ 30 ปีจึงตั้งครรภ์กับสามีและคลอดออกมาเป็นลูกชาย
เมื่อลูกชายอายุเจ็ดขวบ ผู้เขียนทราบข่าวว่าสามีแอบไปมีภรรยาน้อย ตอนแรกทำใจไม่ได้จึงทำทุกอย่างเพื่อประชดสามีแม้แต่หันกลับไปขายบริการอีกครั้ง แต่สามีก็ไม่แคร์และไม่ยอมให้แตะเนื้อต้องตัว จึงเจ็บช้ำน้ำใจมากและยื่นคำขาดว่าระหว่างฉันกับเธอคนนั้นคุณจะเลือกใคร สามีอึกอักแล้วบอกว่าเธอไปก็ไปแต่ขอลูกชายไว้ ก่อนจะเดินกลับมาบอกว่าฉันเลือกเธอ
สามีบอกว่าเลือกภรรยาและลูก แต่ต่อมาไม่นานก็กลับไปคบภรรยาน้อยอีก ซ้ำร้ายลูกชายประสบอุบัติเหตุถูกรถบรรทุกชนกระแทกกับขอบฟุตปาธริมถนนข้างบ้าน บาดเจ็บสาหัส เลือดคั่งในสมอง หัวใจหยุดเต้นถึงห้าครั้ง หมอช่วยไว้ได้แต่ต้องรักษาในโรงพยาบาลนานถึงแปดเดือน ทุกวันนี้ร่างกายซีกขวาใช้งานไม่ได้ ต้องนั่งรถเข็นมาห้าปีและช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
สามีคิดได้ว่าถ้าทั้งสองคนตายก่อนแล้วลูกจะอยู่ได้อย่างไร จึงชวนทำบุญ ฝากเลี้ยง ทำประกัน และทำพินัยกรรม แต่ต่อมาก็ชวนผู้เขียนฆ่าตัวตายกันทั้งครอบครัว ซึ่งผู้เขียนไม่เห็นด้วย
มิถุนายน 2548 ผู้เขียนให้ช่างมาติดตั้งจานดาวเทียมเพื่อดูละครไทย แต่ช่างจูนไปจูนมาแล้วไปเจอช่อง DMC โดยความบังเอิญ จึงติดตั้งให้เสร็จ ทำให้ทุกวันนี้ผู้เขียนเป็นแฟน DMC และเป็นนักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา
ผู้เขียนชวนสามีและลูกชายดูรายการด้วยเป็นประจำ สามีพอรู้จักการทำบุญอยู่บ้างเพราะเคยถูกพาไปเที่ยววัดและทำบุญที่เมืองไทย จึงชอบและเข้าใจ ถึงขั้นตั้งใจจะบวชในพระพุทธศาสนา และตกลงกับลูกชายว่าจะไปบวชพร้อมกันที่วัดแห่งหนึ่งในเมืองไทยเมื่อลูกโต โดยผู้เขียนจะถือศีลแปดบวชชีด้วย แต่ลูกชายมาประสบอุบัติเหตุก่อน
ทุกวันนี้สามีเหมือนคนหมดอาลัยตายอยาก เอาแต่ดื่มเหล้าสูบบุหรี่ ไม่เชื่อการทำความดีเหมือนก่อน และบอกว่าตัวเองทำความดีมาตลอดแต่เรื่องร้าย ๆ ไม่น่าเกิดกับครอบครัวเลย ครูไม่ใหญ่เรียกอาการนี้ว่าความทุกข์ของนักบุญที่ยังไม่เข้าใจความจริงของชีวิต แล้วอธิบายว่าบุญส่วนบุญบาปส่วนบาปอยู่ในตัวเราแล้ว ชิงช่วงกันส่งผล ช่วงนี้เป็นช่วงที่วิบากกรรมเข้ามาส่งผล แต่บุญใหม่ที่ทำก็รอคอยการส่งผลต่อไปในอนาคต
พ่อสามีเกลียดชังสามีของผู้เขียนมาก เพราะฝังใจว่าเป็นเหตุให้ภรรยาของตนเสียชีวิต แม่ของสามีป่วยเป็นมะเร็งเต้านมตั้งแต่ตั้งท้องเขา คลอดแล้วก็ป่วยหนัก รักษาที่ไหนก็ไม่หายจนมะเร็งลุกลามไปทั่วตัวและเสียชีวิต ทุกครั้งที่พ่อสามีเจอสามีจึงหงุดหงิด อารมณ์เสีย ดุด่าตะคอก และโมโหร้ายมาก
ปี 2547 พ่อสามีเกิดเป็นโรคความจำเสื่อมโดยไม่มีสาเหตุ จำใครไม่ได้เลย ปัสสาวะอุจจาระเรี่ยราดในบ้าน ผู้เขียนต้องคอยเช็ดถูอาบน้ำให้ และทุกครั้งท่านจะถามว่าเป็นใครมาทำอะไร ผู้เขียนก็ตอบว่าหนูเป็นสะใภ้ของพ่อ ต่อมาอาละวาดกับทุกคนในบ้านจนสามีทนไม่ไหวพาไปสถานสงเคราะห์คนชรา อาการยิ่งหนักขึ้นจนนอนกรอกตาไปมาคล้ายเป็นอัมพาต ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ขณะเล่าเรื่องท่านอายุ 78 ปี
ผู้เขียนตั้งคำถามเป็นชุด ตั้งแต่พ่อที่ชอบชกต่อยและเจ้าชู้จะมีกรรมอย่างไร แม่ตายแล้วไปไหน บุพกรรมใดที่พ่อสามีเกลียดสามี ทำไมพ่อสามีเป็นโรคความจำเสื่อม ก่อนมาเกิดตัวเองมาจากไหน กรรมใดทำให้เกิดในสลัมและไม่ได้เรียนหนังสือ กรรมใดทำให้ถูกข่มขืน กรรมใดทำให้ต้องมีอาชีพขายบริการ กรรมจากการทำแท้งเป็นอย่างไร ความฝันเรื่องลูกที่ถูกทำแท้งจริงหรือไม่ บุพกรรมใดที่ลูกชายพิการ ทำไมได้สามีชาวเยอรมันที่เป็นคนดี ไปจนถึงกรรมใดที่ทำให้สามีชวนฆ่าตัวตายทั้งครอบครัว
ครูไม่ใหญ่ตอบว่าพ่อเป็นนักเลงหัวไม้ ชอบชกต่อยและเจ้าชู้มาก เพราะกรรมในอดีตที่คบคนพาลทำให้เป็นคนเกเร ทำทานมาน้อย และผิดศีลทั้งห้าข้อ ใจจึงหมองมาก ต้องไปมหานรกหลายขุม เมื่อกลับมาเกิดเป็นมนุษย์ก็จะยากจน มีโรคภัย และต้องไปเป็นหญิงขายบริการ วิธีแก้คือให้ท่านหักดิบเลิกสิ่งไม่ดี หันมาทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา จนเข้าถึงพระในตัวจึงจะปิดอบายได้ ถ้ายังไม่ถึงก็จะผ่อนหนักเป็นเบา พร้อมทบทวนว่าอบายมีสี่คือ นรก เปรต อสุรกาย และสัตว์เดรัจฉาน
ตอบว่าแม่ได้ใช้กรรมมาหลายชาติแล้ว ชาตินี้เป็นเพียงเศษกรรม อีกทั้งในอดีตยังมีความตระหนี่จึงทำให้ยากจนและมีชีวิตลำบาก แล้วสอนกลับกันว่าถ้าสั่งสมบุญไว้มาก เกิดมาก็มีฐานะมั่งคั่งเป็นที่ชุมนุมของสมบัติด้วยอานุภาพแห่งบุญ
ตอบว่าโรคเบาหวาน ความดันสูง ต้อที่ถูกลอกจนตาบอดทั้งสองข้าง และการลื่นล้มเป็นอัมพฤกษ์ครึ่งตัวจนเสียชีวิต มาจากกรรมในอดีตสมัยเป็นผู้ชายที่คบคนพาล เป็นคนเกเร ดื่มสุรา ชอบชกต่อยทำร้ายผู้อื่น และฆ่าสัตว์ทำอาหาร ตายแล้วต้องไปอบาย ต่อมาดีขึ้นเพราะบุญที่ลูกอุทิศไปให้ มีสภาพและรูปร่างดีขึ้น ไม่หิวโซ แต่ยังไม่ได้ไปเกิด ยังเป็นภุมเทวาอยู่ในระดับนั้น
ตอบว่าในอดีตสามีเป็นหัวหน้าคุมงานก่อสร้าง ส่วนพ่อสามีและแม่สามีเป็นคนงาน สามีใช้ให้ทั้งสองปีนขึ้นที่สูง ทำให้แม่ตกนั่งร้านลงมาเสียชีวิตโดยอุบัติเหตุ ซึ่งซ้อนกับกรรมปาณาติบาตที่แม่ทำมาเยอะในอดีต แต่พ่อสามีไม่เข้าใจกฎแห่งกรรมในชาตินั้นจึงผูกอาฆาตหัวหน้าคุมงาน เมื่อมาเจอกันในชาตินี้แล้วเหตุการณ์แม่ตายหลังคลอดเกิดซ้ำอีก ความเกลียดจึงทับซ้อนกันหนักขึ้น
ตอบว่าเป็นกรรมสุรา ในชาตินั้นท่านดื่มสุราแล้วมักไปทะเลาะวิวาทกับผู้อื่น ครั้งหนึ่งใช้ไม้ตีศีรษะและตามตัวคู่อริจนเขาความจำเสื่อมและเป็นอัมพาต วิบากกรรมนี้จึงมาส่งผล พร้อมอธิบายว่ากรรมตามทันคือได้ช่องเสียบเข้ามาปรุงธาตุปรุงธรรมใหม่ในตัว ทำให้จากคนปกติเปลี่ยนเป็นไม่ปกติ ในทางกลับกันถ้าบุญเสียบช่องก็ปรุงใหม่ให้แข็งแรงเบิกบานมีทรัพย์ จนก็จะโรย ป่วยก็จะหาย
แนะวิธีแก้อย่างถูกหลักวิชา คือให้ท่านสร้างบุญ รับพระธรรมกายไปประจำตัว และอุทิศบุญไปให้ เพื่อจะได้เป็นอโหสิกรรมกันไม่ต้องจองเวรกันอีก โดยให้มาจารึกชื่อของท่านไว้ในมหาธรรมกายเจดีย์ซึ่งขณะนั้นยังเปิดรับอยู่
ตอบว่าก่อนมาเกิดผู้เขียนมาจากกายที่แสวงหาที่เกิด เพราะในอดีตสร้างกรรมไว้เยอะ คือกรรมตระหนี่ไม่ทำทาน กรรมเจ้าชู้ กรรมมีมานะทิฐิ และผิดศีลข้อต่าง ๆ จึงเกิดในตระกูลระดับล่างและลำบาก แล้วขยายความว่าศีลไม่ใช่กฎที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตั้งขึ้น แต่ท่านไปเห็นผลของการกระทำแต่ละอย่างมาแล้วจึงมาสอนว่าพึงเว้น ซึ่งไม่ใช่ข้อห้ามแต่คือการให้ความปลอดภัยในชีวิต ในทรัพย์สิน และในชีวิตครอบครัวแก่ผู้อื่น และย้ำว่ากฎแห่งกรรมไม่ใช่กฎธรรมชาติ ปลูกถั่วก็เป็นถั่ว ปลูกงาก็เป็นงา บางอย่างส่งผลทันที บางอย่างรอส่งผลในอนาคต
ตอบว่าชาติก่อนลำบากยิ่งกว่านี้ ชาตินี้ได้ใช้กรรมมาบางส่วนแล้ว จึงอย่าท้อใจ ให้อดทนทำความดีให้มากจะได้พ้นวิบากกรรม อีกทั้งไม่ได้ทำบุญสนับสนุนการศึกษาหรือสร้างสถานศึกษามา จึงไม่ได้เรียนหนังสือ แต่ยังทำความดีได้ในปัจจุบัน
ตอบว่าเป็นภาพในอดีตของผู้เขียนเองที่เคยทำเอาไว้แบบเดียวกัน ปลูกถั่วก็เป็นถั่ว ปลูกงาก็เป็นงา การแก้ไขในชาตินี้ต้องรักษาศีลห้าให้ครบถ้วน ทำทาน และนั่งสมาธิให้สม่ำเสมอ บุญเหล่านี้จะไปตัดรอนวิบากกรรมให้จากหนักเป็นเบา
ตอบว่าเป็นเศษกรรมกาเมสมัยเป็นผู้ชายที่เจ้าชู้ไว้เยอะมาส่งผล และการเป็นผู้หญิงขายบริการในชาตินี้ยังอยู่ในช่วงรับกรรมซ้ำ ๆ อย่างนี้มาหลายชาติแล้วและยังไม่หมด ต้องสั่งสมบุญทุกบุญให้มากเพื่อตัดรอนวิบากกรรม และวันใดที่เข้าถึงองค์พระธรรมกายภายใน วันนั้นวิบากกรรมนี้จะสิ้นสุด
ตอบว่าการทำแท้งจะทำให้ต้องไปอบายในขุมคนทำแท้ง เมื่อพ้นกรรมมาเกิดเป็นมนุษย์ในชาติต่อไปก็จะมีโรคมาก อายุขัยสั้น และจะต้องถูกทำแท้งหลายครั้งกว่าจะได้เกิดมาเป็นมนุษย์ วิธีแก้คือเร่งทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนาให้มาก และที่สำคัญคือต้องปฏิบัติให้เข้าถึงพระธรรมกายที่มีอยู่แล้วในตัว
ตอบว่าความฝันนั้นเป็นความฝันจริง ไม่ใช่คิดไปเอง เพราะเคยเป็นแม่ลูกกันมาก่อน ลูกชายที่ถูกทำแท้งตายไปแล้วก็ไปเข้าท้องคนอื่นและถูกทำแท้งซ้ำอย่างนี้มาหลายรอบ จนกลับเข้ามาท้องผู้เขียนใหม่โดยมาเข้าฝันก่อน ซึ่งก็คือลูกชายคนปัจจุบัน
ตอบว่าในอดีตลูกชายคนนี้เคยเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันสมัยที่ผู้เขียนเป็นผู้ชายเกเรเจ้าชู้ผิดศีลทุกข้อ ชาตินั้นลูกชายไปทะเลาะกับอีกกลุ่มแล้วถูกทำร้าย ผู้เขียนเชียร์และยุให้ไปแก้แค้นจนคู่อริพิการ วิบากกรรมนี้จึงทำให้ลูกชายประสบอุบัติเหตุถูกรถชนพิการต้องนั่งรถเข็น และตัวผู้เขียนที่เป็นกองเชียร์ก็ต้องมารับกรรมคอยดูแลเขา พร้อมย้ำว่าแค่เป็นกองเชียร์ก็มีผล เหมือนเชียร์มวยอยู่ที่บ้านก็มีผล
ตอบว่าในชาติที่สามีเป็นหัวหน้าคุมงาน ทั้งพ่อสามี แม่สามี และตัวผู้เขียนเป็นคนงานด้วยกัน ชาตินั้นผู้เขียนคอยยุให้พ่อสามีไปทำร้ายคู่อริจนบาดเจ็บเป็นอัมพาต ด้วยวิบากกรรมนี้ในชาตินี้จึงต้องมาคอยดูแลท่าน เช่นเดียวกับที่ต้องดูแลลูกชายพิการ สรุปว่าวิบากกรรมเหมือนเซ็ตโปรแกรมไว้ให้มาเจอกันอย่างนี้
ตอบว่าในชาติที่สามีเป็นหัวหน้าคุมงานและผู้เขียนเป็นคนงาน ทั้งคู่ผูกสมัครรักใคร่เป็นสามีภรรยากันมาแล้ว ชาตินี้จึงได้มาเป็นสามีภรรยากันอีก วิธีประคองให้รักกันตลอดคืออย่าทะเลาะกัน ให้รักกันปรองดองกัน ยิ้มแย้ม ยกย่อง ยืดหยุ่น และเยือกเย็น พร้อมย้ำว่าถ้าเขาไม่สั่งสมบุญ ชีวิตก็จะยิ่งแย่ เพราะไม่มีอะไรตัดรอนวิบากกรรมได้นอกจากบุญ
ตอบว่าในชาติที่สามีเป็นหัวหน้าคุมงาน มักด่าคนงานที่ทำอะไรไม่ถูกใจว่าไปตายซะ ตายซิเถิด แต่ก็ไม่มีใครทำจริง จึงเป็นเพียงวจีกรรมที่มาส่งผลอยู่ในระดับความคิดคำพูดและการชักชวน พร้อมเตือนว่าการฆ่าตัวตายร้ายกว่าการฆ่าคนอื่น และจะมีวิบากกรรมฆ่าตัวตายติดตัวไป เราเกิดมาสร้างบารมีก็ต้องสร้างให้เต็มที่ในทุกบุญ
ตอบว่าครอบครัวเคยสร้างบารมีร่วมกันมาเมื่อหลายกัปที่ผ่านมา ชาตินั้นผู้เขียนเป็นบุตรเศรษฐีมีทรัพย์มาก แต่ไปคบคนเกเรและเจ้าชู้ ตามพ่อแม่มาสร้างบารมีกับหมู่คณะอย่างเสียไม่ได้ เมื่อพ่อแม่ตายไปก็ไม่กลับมาสร้างบารมีอีก จึงทำให้ห่างจากหมู่คณะไปนานและมีชีวิตเป็นทุกข์ สรุปเป็นหลักว่าถ้าสร้างขยักขย่อนก็จะเจอแบบขยักขย่อน ถ้าสร้างต่อเนื่องก็จะเจอต่อเนื่อง ชาตินี้จึงให้ตั้งใจสร้างบารมีเต็มที่ในทุกบุญและอธิษฐานจิตตามผังดุสิตบุรี
ไล่บทประจำวันว่าสิ่งที่ต้องสั่งสมคือบุญกุศล สิ่งที่ต้องแสวงหาคือพระรัตนตรัยภายใน เป้าหมายชีวิตคือที่สุดแห่งธรรม ที่พักระหว่างทางคือดุสิตบุรี วงบุญพิเศษเขตบรมโพธิสัตว์
ปิดรายการด้วยคำขวัญว่าพุทธบริษัทสี่ต้องเป็นหนึ่งเดียวกันเหมือนดวงตะวันที่มีดวงเดียว ด้วยการทำใจหยุดนิ่ง แล้วนำสวดสรรเสริญคุณของพระรัตนตรัยพร้อมกันทั่วโลก โดยน้อมส่งไปทางภาคใต้ของประเทศไทย โดยเฉพาะสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้
เวลาเริ่มของช่วง คำสะกด tag ที่ขาด ช่วงที่ยังไม่มีในผัง หรือลิงก์เสีย บอกได้ที่นี่ - คนที่ฟังจริงเห็นสิ่งที่คลังนี้มองไม่เห็น
เข้าสู่ระบบด้วยปุ่มด้านบนของหน้าก่อน แล้วช่องเขียนถึงผู้ดูแลจะขึ้นที่นี่