เข้าสู่ระบบด้วย Facebook เข้าสู่ระบบด้วย Google

พระภัททชิเถระ

tag ที่มักมาด้วยกัน: พระเจ้ามหาปนาทะ ภัททิยนคร กรุงสาวัตถี ชาติยาวัน ช่างจักสาน พระวิปัสสีพุทธเจ้า สร้างกุฏิถวายพระปัจเจกพุทธเจ้า อิทธิปาฏิหาริย์

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 11 ม.ค. 2549

  • 1:07:35 สารคดีพระภัททชิเถระ ตอนที่หนึ่ง บทนำว่าบุญเป็นเสมือนทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิต
    เริ่มสารคดีเรื่องพระภัททชิเถระ เกริ่นว่าบุคคลแม้จะมีความสามารถมาก มีปัญญา มีทุนถึง ทีมถึง แต่หากขาดบุญแล้วก็สำเร็จได้ยาก บุญจึงเป็นเสมือนทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิต ผู้มีปัญญาจึงเพียรสั่งสมบุญเสมอ เพราะบุญนำมาซึ่งความสุขและความสำเร็จ และคอยเกื้อหนุนให้ปลอดจากภัยในสังสารวัฏจนเข้าสู่พระนิพพาน ดังนักสร้างบารมีท่านหนึ่งที่ทุกภพทุกชาติที่เกิดเป็นมนุษย์ท่านไม่ประมาท เพียรสั่งสมบุญกับทักขิไณยบุคคลผู้เป็นเนื้อนาบุญอันเลิศ ผลบุญอันเป็นอจินไตยจึงทำให้ท่านได้เกิดเป็นพระราชาพระนามว่ามหาปนาทะ ผู้ได้ครอบครองปราสาทแก้วที่วิสสุกรรมเทพบุตรเนรมิตให้ และในภพชาติสุดท้ายก่อนบรรลุพระอรหันต์ก็เกิดในตระกูลมหาเศรษฐีนามว่าภัททชิ เสวยมนุษย์สมบัติในปราสาทสามหลังในสามฤดู ประดุจเจ้าชายสิทธัตถะก่อนทรงออกบวช
  • 1:10:13 ภัททชิบุตรมหาเศรษฐีแห่งภัททิยนคร กับขบวนแห่ย้ายปราสาทที่คนทั้งเมืองรอดู
    ภัททชิเกิดในนครอันมั่งคั่งนามว่าภัททิยนคร เป็นบุตรชายคนเดียวของมหาเศรษฐีผู้มีทรัพย์แปดสิบโกฏิ ท่านเป็นสุขุมาลชาติ พรั่งพร้อมด้วยทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติ และบริวารสมบัติ มีปราสาทประดับตกแต่งอย่างสวยงามดังทิพยวิมานบนสวรรค์จำนวนสามหลัง สำหรับอยู่อาศัยในสามฤดู เมื่อล่วงเข้าฤดูใหม่ภัททชิพร้อมบริวารจำนวนมากก็จะย้ายเข้าสู่ปราสาทอีกหลังหนึ่งด้วยขบวนแห่ที่สวยงามอลังการ วันที่ภัททชิเปลี่ยนปราสาท มหาชนชาวภัททิยนครจะรอคอยดูขบวนแห่อันน่าตื่นตาตื่นใจ ถึงขนาดต้องผูกเตียงซ้อนกันสูงขึ้นไปเพื่อจะได้เห็นเต็มตา ระหว่างทางจึงเต็มไปด้วยผู้คนที่หลั่งไหลมาจากทั้งในและนอกพระนคร
  • 1:11:54 พระบรมศาสดาเสด็จจากกรุงสาวัตถีมาจำพรรษาที่ชาติยาวันเพื่อรอโปรดภัททชิ
    ครั้งนั้นพระบรมศาสดาประทับอยู่ในพระวิหารเชตวัน กรุงสาวัตถี ทรงเห็นอุปนิสัยแห่งการบรรลุมรรคผลของภัททชิ และมีพระประสงค์จะอนุเคราะห์เขาและชาวพระนคร จึงเสด็จจากกรุงสาวัตถีมุ่งสู่ภัททิยนครพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ ทรงประทับจำพรรษาอยู่ที่ชาติยาวันนอกพระนคร เพื่อรอคอยความแก่รอบแห่งอินทรีย์ของภัททชิ ครั้นออกพรรษาแล้วพระพุทธองค์ตรัสอำลาชาวพระนครว่าถึงเวลาที่จะเสด็จไปแคว้นอื่น ชาวเมืองผู้เลื่อมใสในพระรัตนตรัยยังไม่อิ่มในการสั่งสมบุญ จึงกราบทูลอาราธนาให้ประทับอยู่อีกวันหนึ่งเพื่อถวายมหาทานและฟังธรรมเป็นวาระสุดท้าย
  • 1:13:15 ภัททชิฟังธรรมท้ายมณฑปแล้วบรรลุพระอรหันต์ขณะยังเป็นคฤหัสถ์
    เมื่อทราบว่าพระบรมศาสดารับอาราธนาแล้ว ชาวเมืองจึงช่วยกันสร้างมณฑปขึ้นกลางพระนคร ตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับอย่างสวยงาม รุ่งขึ้นก็ถวายมหาทานแด่ภิกษุสงฆ์ทั้งหมดโดยมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประธาน วันเดียวกันนั้นเป็นวันเปลี่ยนฤดูที่ภัททชิย้ายปราสาท เมื่อไม่เห็นมหาชนมาเฝ้าดูตนอย่างเคยก็สงสัย ครั้นทราบเหตุจึงประสงค์จะไปฟังธรรมบ้าง เดินทางไปพร้อมบริวารหมู่ใหญ่แล้วยืนฟังธรรมอยู่ท้ายมณฑป พระบรมศาสดาทรงแสดงธรรมให้ลุ่มลึกไปตามลำดับ ภัททชิฟังด้วยจิตเลื่อมใสจนบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ขณะที่ยังทรงเพศคฤหัสถ์ ณ ที่นั้นเอง พระบรมศาสดาจึงตรัสกับบิดาว่าหากบุตรของท่านไม่ออกบวชก็จะต้องดับขันธ์เข้าสู่นิพพาน บิดากราบทูลว่าบุตรยังเยาว์วัย ขอพระองค์ทรงบวชให้เขาด้วยเถิด พระองค์จึงประทานการบวชแบบเอหิภิกขุอุปสัมปทาให้

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 12 ม.ค. 2549

  • 1:07:52 พระภัททชิเถระ: ลูกมหาเศรษฐีผู้ฟังธรรมครั้งเดียวแล้วบรรลุอรหันต์
    สารคดีเล่าประวัติพระภัททชิ บุตรมหาเศรษฐีแห่งภัททิยนคร ผู้มีปราสาทสามหลังสำหรับสามฤดู มีบริวารและหญิงงามคอยบำรุงบำเรอ วันที่ย้ายปราสาทตามฤดูกลับไม่มีมหาชนมามุงดูเพราะไปฟังธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ราวป่านอกเมือง เมื่อไปฟังด้วยเพียงครั้งเดียวก็บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ พระบรมศาสดาจึงขอให้บิดาอนุญาตให้บวช เพราะเพศคฤหัสถ์รองรับคุณธรรมของพระอรหันต์ไม่ได้
  • 1:12:06 พระภัททชิแสดงฤทธิ์ยกปราสาทของพระเจ้ามหาปนาทะขึ้นจากแม่น้ำคงคา
    ที่โกติคามริมแม่น้ำคงคา พระภัททชิเข้าสมาบัติรอจนพระบรมศาสดาเสด็จมาถึงจึงออก ทำให้ภิกษุปุถุชนติว่ากระด้างถือตัวว่ามาจากตระกูลมหาเศรษฐี พระพุทธองค์จึงให้ขึ้นเรือขนานลำเดียวกันแล้วถามถึงปราสาทแก้วที่เคยอยู่เมื่อเป็นพระเจ้ามหาปนาทะ ท่านทูลว่าจมอยู่ตรงนั้น แล้วเหาะขึ้นดำลงไปใช้ปลายเท้าเกี่ยวยกยอดปราสาทขึ้นมาให้มหาชนเห็น เหล่าญาติในชาติที่เป็นพระเจ้าจักรพรรดิซึ่งเกิดเป็นเต่าเป็นปลาเพราะยึดติดทรัพย์ต่างเดือดร้อน ท่านจึงปล่อยปราสาทกลับที่เดิม
  • 1:16:28 อธิบายพระสมาบัติ: เข้าได้เฉพาะผู้หมดกิเลส
    อธิบายข้อสงสัยของภิกษุปุถุชนว่าทำไมพระภัททชิจึงนั่งเฉยไม่ลุกต้อนรับพระเถระ เพราะท่านเข้าพระสมาบัติซึ่งกำหนดจิตไว้ว่าจะออกเมื่อใดจึงจะออกเมื่อนั้น และสมาบัตินี้เข้าได้เฉพาะพระอรหันต์ผู้ไม่มีกิเลสเป็นเครื่องเหนี่ยวรั้ง ใจจึงเคลื่อนเข้าไปข้างในได้เรื่อย ๆ อยู่ได้นานด้วยปีติสุขตลอดเวลา
  • 1:23:25 ผูกพันกับทรัพย์แล้วเกิดเป็นเต่าเป็นปลา สิ่งที่ควรผูกพันมีสองอย่าง
    ยกกรณีหมู่ญาติของพระภัททชิสมัยเป็นพระเจ้าจักรพรรดิที่ไปเกิดเป็นเต่าเป็นปลาซ้ำแล้วซ้ำอีกนับครั้งไม่ถ้วน เพราะผูกพันกับทรัพย์สมบัติในปราสาทหลังนั้น สรุปว่าไม่ควรผูกพันกับสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อชีวิต สิ่งที่ควรผูกพันมีเพียงพระรัตนตรัยกับบุญกุศลที่สั่งสมไว้ เพราะผูกพันที่ไหนก็จะไปอยู่ที่นั่น

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 18 ม.ค. 2549

  • 59:39 พระภัททชิเถระ เจ้าของปราสาทสามฤดู ตอนที่สาม: ยกปราสาทแก้วจากใต้แม่น้ำคงคา
    เทปตอนที่สามเริ่มจากท่านภัททชิบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์และบวชเป็นพระภิกษุหลังได้รับอนุญาตจากเศรษฐีผู้เป็นบิดา พระบรมศาสดานำเดินทางต่อไปถึงโกฏิคามหมู่บ้านใกล้ฝั่งแม่น้ำคงคา พระภัททชิล่วงหน้าไปนั่งเข้าฌานอยู่ริมฝั่งจึงไม่ลุกขึ้นต้อนรับพระเถระ เพื่อนสหธรรมิกตำหนิว่ามีมานะทิฏฐิ พระพุทธองค์ประสงค์ให้คณะสงฆ์ทราบอานุภาพของท่าน จึงเรียกให้ขึ้นเรือลำเดียวกันแล้วรับสั่งให้ยกปราสาทแก้วที่เคยใช้สอยเมื่อเกิดเป็นพระเจ้ามหาปนาทะขึ้นมา ท่านเหาะขึ้นอากาศแล้วแหวกน้ำลงไปใช้เท้าเกี่ยวยอดปราสาทยกขึ้นมา มหาชนสองฝั่งแม่น้ำจึงหมดความสงสัยในคุณวิเศษของท่าน
  • 1:03:44 อดีตชาติของพระภัททชิ: ฤษีถวายน้ำเกสรบัวแด่พระปทุมุตตรพุทธเจ้า
    เล่าเหตุที่ท่านประกอบมาในอดีต สมัยพระปทุมุตตรพุทธเจ้าท่านเกิดก่อนที่พระพุทธเจ้าจะอุบัติ ออกบวชเป็นฤษีบำเพ็ญพรตกลางป่า วันหนึ่งลงไปในสระเพื่อหาเหง้าบัวและดอกบัวแล้วเห็นพระพุทธเจ้าเสด็จเหาะผ่านมา เกิดอัศจรรย์ใจและปรารถนาจะถวายภักษาหารอย่างแรงกล้า พระพุทธองค์ทรงทราบจึงเสด็จลงมาที่ฝั่งสระ ท่านฤษีนำน้ำที่เกิดจากเกสรบัวกับน้ำนมและเนยใสที่ไหลจากเหง้าบัวมาถวาย เมื่อกลับถึงอาศรมเกิดพายุฝนและสายฟ้าฟาดลงกลางศีรษะสิ้นชีวิตทันที ด้วยอำนาจฌาน ศีล และภาวนา จึงไปเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิต
  • 1:06:05 สร้างกุฏิถวายพระปัจเจกพุทธเจ้าเจ็ดพระองค์ในชาติที่เป็นช่างจักสาน
    สมัยพระวิปัสสีพุทธเจ้าท่านมาเกิดในตระกูลมหาเศรษฐี ถวายมหาทานแด่พระสงฆ์จำนวนมากโดยมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประธาน ทั้งถวายผ้าไตรจีวรเนื้อละเอียดแก่ภิกษุทุกรูป สั่งสมบุญจนตลอดชีวิตแล้วไปบังเกิดในเทวโลก ต่อมาเกิดในตระกูลช่างจักสาน วันหนึ่งไปลำเลียงไม้ไผ่ใกล้ฝั่งแม่น้ำคงคากับบิดา เห็นพระปัจเจกพุทธเจ้าแล้วเกิดความเลื่อมใส เมื่อทราบว่าท่านกำลังหาที่จำพรรษา สองพ่อลูกจึงสร้างกุฏิและทางเดินจงกรมนิมนต์ให้อยู่จำพรรษาพร้อมอุปถัมภ์ด้วยปัจจัยสี่ ทำอย่างนี้กับพระปัจเจกพุทธเจ้าถึงเจ็ดพระองค์ ละโลกแล้วไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ (จำนวนพระสงฆ์ที่รับมหาทานในเทปฟังไม่ชัด)
  • 1:09:59 บทสรุป: พระภัททชิเป็นผู้ฉลาดในการหาบุญ ไม่ปล่อยโอกาสทองให้ผ่านไป
    สรุปว่าพระภัททชิเป็นผู้ฉลาดในการหาบุญ เมื่อพบเนื้อนาบุญอันเลิศคือพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระปัจเจกพุทธเจ้าก็ไม่ปล่อยโอกาสทองให้ผ่านเลยไป สั่งสมบุญเต็มกำลัง จึงได้เสวยสมบัติอันประณีตทั้งในเทวโลกและมนุษย์โลกทุกภพทุกชาติ แล้วโยงมาถึงผู้ฟังว่าโอกาสทองของเราก็ยังมีอยู่เพราะยังมีพระสงฆ์ผู้เป็นเนื้อนาบุญให้สั่งสมบุญได้ จึงควรสั่งสมบุญเต็มที่จนวันสุดท้ายของชีวิต เพื่อเป็นบุญต่อบุญ สมบัติต่อสมบัติ เข้าถึงมนุษย์สมบัติ ทิพยสมบัติ และนิพพานสมบัติ