สุตโสม
tag ที่มักมาด้วยกัน:
พญาโปริสาท
รักษาสัจจะ
สตารหคาถา
พรหมทัต
กษัตริย์ร้อยเอ็ดนคร
เมืองพาราณสี
นันทพราหมณ์
สระมงคลโบกขรณี
-
1:30:36
เรื่องเล่าสองราชกุมาร: สุตโสมกับพรหมทัตพบกันที่กระท่อมร้าง
ตอนต่อของเรื่องเล่าชาดก ชายหนุ่มสองคนเดินทางไกลจากเมืองของตน คนหนึ่งมีวงหน้างดงามดังดวงจันทร์เพ็ญ ดูมีอายุมากกว่า นามว่าสุตโสม โอรสของพระเจ้าโกรัพยะ กษัตริย์แห่งนครอินทปัตต์ แคว้นกุรุ อีกคนหน้าตาผิวพรรณดี นามว่าพรหมทัต โอรสของพระเจ้ากาสิกราช แคว้นกาสี ทั้งสองมาพบกันที่กระท่อมร้างข้างทาง หลังอาหารค่ำจึงพูดคุยทำความรู้จักและนับถือกันฉันเพื่อน โดยพรหมทัตนับถือสุตโสมเป็นท่านพี่เพราะเห็นว่าอายุมากกว่าและสุขุมลุ่มลึกกว่า
-
1:32:01
สองราชกุมารไปเรียนที่ตักกสิลา สุตโสมเป็นทั้งพี่และผู้ช่วยอาจารย์
รุ่งเช้าทั้งคู่ออกเดินทางไปศึกษาวิชาในสำนักอาจารย์ทิศาปาโมกข์ด้วยกัน เมื่อถึงเมืองตักกสิลาก็เข้ารายงานตัวสมัครเป็นศิษย์สำนักเดียวกัน พร้อมมอบทองคำแท่งเป็นค่าเล่าเรียน ค่าอาหาร และค่าที่พัก ปรากฏว่าสุตโสมราชกุมารมีอาวุโสกว่าราชกุมารและศิษย์อื่นทั้งหมด อาจารย์จึงให้ช่วยแนะนำศิษย์รุ่นเดียวกันที่ยังไม่จบ ซึ่งท่านก็ไม่ขัดข้องเพราะจะรออีกฝ่ายให้เรียนจบพร้อมกันอยู่แล้ว จึงอยู่ในฐานะทั้งเพื่อนสนิทและอาจารย์ที่คอยช่วยเหลือ
-
1:34:40
คำปฏิญาณก่อนแยกทาง: รักษาอุโบสถศีลและไม่เบียดเบียนผู้อื่น
เมื่อเรียนจบพร้อมกันและร่ำลาอาจารย์แล้ว พอพ้นประตูเมืองตักกสิลาที่ทุกคนต้องแยกย้ายกันไป สุตโสมราชกุมารผู้เป็นทั้งอาวุโสและอาจารย์ของศิษย์คนอื่นได้กล่าวเตือนสติว่าพวกเราได้วิชาตามที่ต้องการแล้ว พ่อแม่รอคอยความสำเร็จอยู่ ผู้ที่เป็นโอรสกษัตริย์ก็ขอให้แสดงศิลปวิทยาให้ประจักษ์จนเป็นที่ยอมรับว่าปกครองบ้านเมืองได้ และเมื่อได้รับมอบราชสมบัติแล้วขอให้รักษาอุโบสถศีลทุกกึ่งเดือนอย่าให้ขาด และอย่าเบียดเบียนผู้อื่นให้เดือดร้อนไม่ว่ากรณีใด ทุกคนขานรับว่ารับได้ และศิษย์คนรองยืนยันว่าหลักวิชาการปกครองก็ระบุไว้ชัดว่าต้องไม่เบียดเบียนไม่เอาเปรียบผู้อยู่ใต้ปกครอง
-
1:37:50
ศิษย์ทุกคนได้ครองราชสมบัติ และส่งข่าวเตือนกันไม่ให้ประมาท
เมื่อกลับถึงนครของตน หลายท่านได้รับราชสมบัติจากพระราชบิดา ได้เป็นกษัตริย์บ้างเป็นเจ้าผู้ครองนครบ้าง แล้วส่งข่าวสารไปยังสุตโสมราชกุมารซึ่งได้รับมอบราชสมบัติจากพระเจ้าโกรัพยะให้เป็นกษัตริย์แห่งอินทปัตต์นครเช่นกัน รวมทั้งพรหมทัตราชกุมารที่ได้เป็นพระเจ้าแผ่นดินแห่งเมืองพาราณสีก็ส่งข่าวมาด้วย พระเจ้าสุตโสมจึงส่งข่าวตอบไปว่าขอให้ทุกพระองค์ไม่ประมาทในการครองราชสมบัติ และให้นึกถึงคำปฏิญาณก่อนจากกัน
-
1:07:03
คนกินคน: ได้มนต์วิ่งเร็วปานลม จับกษัตริย์ครบร้อยเอ็ดนครในเจ็ดวัน เว้นพระเจ้าสุตโสม
ยักษ์ที่ถูกอัธยาศัยกันบอกมนต์ให้วิ่งเร็วปานลมและมีกำลังดุจช้างสาร โปริสาทฝึกจนเชี่ยวชาญแล้วออกจับกษัตริย์ขณะประพาสอุทยานหรือว่าราชการ จับข้อพระบาทพาดบ่า เจาะฝ่าพระหัตถ์ร้อยเชือกแบกมาเหมือนพวงไก่ ผูกไว้ใกล้ต้นไทร ภายในเจ็ดวันได้ครบร้อยเอ็ดนคร เว้นแต่พระเจ้าสุตโสมแห่งอินทปัตนคร เพราะเคยเป็นพระสหายและอาจารย์ และเป็นกษัตริย์คุณธรรมสูงที่ควรเป็นแบบอย่าง จับไปแล้วชมพูทวีปจะหมดเชื้อสายกษัตริย์ เหล่ากษัตริย์ร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด ขณะโปริสาทนั่งเหลาหลาวเตรียมเชือดเอาพระโลหิตมาล้างต้นไทร
-
1:10:38
คนกินคน: รุกขเทวดาขอให้ท้าวมหาราชและท้าวสักกะห้าม ท้าวสักกะบอกให้ไปหาพระเจ้าสุตโสม
รุกขเทวดาประจำต้นไทรเห็นว่าการแก้บนจะสร้างความพินาศแก่วงศ์กษัตริย์ทั่วชมพูทวีปแต่ไม่มีอำนาจห้าม จึงไปเฝ้าท้าวมหาราชทั้งสี่ซึ่งปฏิเสธว่าห้ามไม่ได้ แล้วไปเฝ้าท้าวสักกะเทวราชที่ดาวดึงส์ ซึ่งก็ห้ามไม่ได้ แต่บอกว่าในมนุษย์โลกและเทวโลกมีเพียงพระเจ้าสุตโสมแห่งอินทปัตนคร แคว้นกุรุ ที่อาจทำให้โปริสาทละพยศและปล่อยกษัตริย์ทั้งร้อยเอ็ดนครได้
-
1:27:42
คนกินคน: ฤๅษีว่าหยุดแล้วจากอกุศลกรรมบถ ส่วนโปริสาทเปลี่ยนชื่อมาตลอด และยุให้จับพระเจ้าสุตโสม
ฤๅษีแปลงอธิบายว่าตนหยุดแล้วจากอกุศลกรรมบถสิบมีการฆ่าสัตว์เป็นต้น ไม่เหมือนโปริสาทที่เปลี่ยนแปลงตลอด เดิมเป็นพระเจ้าพรหมทัต แล้วเป็นโจรโปริสาทแปลว่าคนกินคน บัดนี้ชื่อกัมมาสบาทแปลว่าผู้มีเท้าด่าง ยังละกรรมไม่ได้ ตายแล้วต้องไปอบาย ฤๅษีบอกว่ากษัตริย์ร้อยเอ็ดองค์เป็นเพียงเจ้าครองนครธรรมดา ยังขาดพระเจ้าสุตโสมผู้เป็นใหญ่ที่ละไว้ ถ้าจับมาบูชายัญเทวดาจึงพอใจ แล้วกลับร่างเป็นรุกขเทวดา โปริสาทดีใจคิดว่าเทวดาพอใจการบวงสรวง รับปากว่าจับพระเจ้าสุตโสมไม่ใช่เรื่องยาก
-
1:30:47
คนกินคน: โปริสาทรู้จากดวงดาวว่าพระเจ้าสุตโสมจะสรงสนาน จึงลอบไปซ่อนในสระมงคลโบกขรณี
คืนเดือนมืดในป่าได้ยินเสียงโอดโอยของกษัตริย์ร้อยเอ็ดนคร โปริสาทนอนไม่หลับ ใช้ความรู้เรื่องการโคจรของดวงดาวรู้ว่าพรุ่งนี้เป็นวันมหามงคล พระเจ้าสุตโสมจะเสด็จสรงสนานที่สระมงคลโบกขรณีนอกพระนคร และมีช่วงปลอดยามอยู่ขณะหนึ่ง ย่ำรุ่งจึงวิ่งด้วยมนต์ไปถึงอินทปัตถนครในไม่กี่อึดใจ ลอบลงไปยืนแช่น้ำในสระ ใช้ใบบัวคลุมศีรษะ ฝูงปลาและเต่าไม่ตกใจกลัว ว่ายวนเหมือนเปิดทางให้
-
1:23:00
คนกินคน: ฤๅษีว่าเราหยุดแล้วจากการทำบาป ท่านยังไม่หยุด แล้วยุให้จับพระเจ้าสุตโสม
สารคดีคนกินคนต่อจากตอนที่แล้ว โจรโปริสาทวิ่งไล่รุกขเทวดาที่แปลงเป็นฤๅษีสามโยชน์ก็ไม่ทัน จึงตะโกนให้หยุด ฤๅษีว่าเราหยุดแล้ว ท่านจงหยุดเถิด โปริสาทหาว่านักบวชโกหก ฤๅษีอธิบายว่าหยุดแล้วจากอกุศลกรรมบถ แต่ท่านยังเสวยเนื้อมนุษย์จึงยังไม่หยุด ต้องไปเกิดในอบายต่อไป ถ้ายังจะบูชายัญ แม้จับพระราชาครบร้อยเอ็ดนครก็เป็นเจ้านครธรรมดา ต้องจับพระเจ้าสุตโสมแห่งอินทปัตถ์นครซึ่งเหนือกว่าพระราชาทั้งหลายมาจึงจะพอใจ
-
1:26:52
คนกินคน: โปริสาทซ่อนในสระมงคลโบกขรณี ขณะพระเจ้าสุตโสมเสด็จด้วยขบวนพลทั้งสี่เหล่า
วันรุ่งขึ้นเป็นวันมงคลที่พระเจ้าสุตโสมจะลงสรงน้ำในสระมงคลโบกขรณี โปริสาทแอบซ่อนในสระก่อนฟ้าสางโดยใช้ใบบัวคลุมศีรษะ ทหารรักษาการเป็นชั้น ๆ ไกลถึงสามโยชน์ พระเจ้าสุตโสมเสวยพระกระยาหารเช้าแล้วทรงเครื่องเต็มพระอิสริยยศ ประทับช้างเผือกมงคล เสด็จตามถนนหลวงที่ประดับธงชัย รายล้อมด้วยกระบวนช้าง ม้า รถ และพลเดินเท้า ประชาชนสองข้างทางเปล่งเสียงสาธุการถวายพระพรชัย
-
1:28:41
คนกินคน: นันทพราหมณ์จากตักกสิลานำสตารหคาถาของพระกัสสปพุทธเจ้ามาถวาย พระเจ้าสุตโสมผัดไว้วันพรุ่งนี้
ชายหนุ่มชื่อนันทะเดินทางมาจากนครตักกสิลาพร้อมคาถาชื่อสตารหะ มีค่าหนึ่งร้อย ที่พระกัสสปพุทธเจ้าแสดงไว้และทรงจำมาจากสำนักอาจารย์ มุ่งมาแสดงแด่พระเจ้าสุตโสมผู้ใฝ่ในธรรม เมื่อขบวนเสด็จมาถึงเขายื่นมือถวายพระพร พระเจ้าสุตโสมให้เคลื่อนช้างเข้าไปถาม เมื่อทราบแล้วตรัสว่าเป็นบุญของพระองค์ แต่ต้องไปทำพิธีสรงสนานให้เสร็จก่อน ขอผัดไว้วันพรุ่งนี้ รับสั่งให้นำพราหมณ์ไปพักและจัดสถานที่ฟังคาถา ช่วงกลางมีจิงเกิลคั่นและเสียงถอดเพี้ยนบางส่วน ชื่อคาถายังไม่ยืนยันการสะกด
-
1:31:42
คนกินคน: ราชพิธีสรงสนาน โปริสาทกระโจนขึ้นจากสระ แบกพระเจ้าสุตโสมข้ามกำแพงสิบแปดศอกไป
พระเจ้าสุตโสมเสด็จสู่มณฑลพิธีในพระราชอุทยานที่ล้อมด้วยกำแพงสูงสิบแปดศอก อารักขาเป็นชั้นด้วยขบวนช้าง ม้า รถ พลธนู และพลดาบ ทรงเปลื้องเครื่องทรง สระพระเกศาด้วยน้ำผสมจุณจันทน์หอม ลงสรงในสระมงคลโบกขรณีแล้วขึ้นเปลี่ยนภูษา โปริสาทเห็นว่าถ้ารอให้ทรงเครื่องเสร็จจะหนักและต้านลม จึงร่ายมนต์กระโจนขึ้นจากสระ ควงดาบประกาศว่าข้าคือโจรโปริสาท ทุกคนตกใจเหมือนถูกมนต์สะกดหมดแรง โปริสาทยกพระเจ้าสุตโสมขึ้นประทับบนบ่าอย่างเคารพเพราะเป็นสหายและอาจารย์เก่า ไม่จับห้อยหัวเหมือนกษัตริย์อื่น แล้วกระโดดข้ามกำแพงเหยียบหลังช้างม้ารถหนีไปพ้นเขตสามโยชน์ จะกล้าปลงพระชนม์หรือไม่ติดตามตอนต่อไป
-
1:18:34
คนกินคน: โปริสาทกระโจนขึ้นจากสระมงคลโบกขรณี แบกพระเจ้าสุตโสมหนีไป
สารคดีต่อจากตอนที่แล้ว โปริสาทตั้งใจจับพระเจ้าสุตโสมไปบูชายัญตามคำแนะนำของรุกขเทวดา ซ่อนตัวในสระมงคลโบกขรณีตั้งแต่เช้า พระเจ้าสุตโสมเสด็จด้วยช้างทรง ประชาชนแซ่ซ้อง ทรงสรงสนานในสระ ขณะเปลี่ยนเครื่องทรงโปริสาทร่ายมนต์กระโจนขึ้นจากสระ ประกาศนามตน ทหารตกใจล้มสลบ จึงแบกพระเจ้าสุตโสมข้ามกำแพงเหยียบหลังช้างม้าหนีไป พ้นเขตอารักขาสามโยชน์ ในพระราชอุทยานผู้คนร่ำไห้แช่งด่า ท่านเสนาบดีตั้งสติปลอบว่าพระราชาประพฤติธรรม ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม ให้รอการเสด็จกลับ นับเป็นผู้นำที่ดี
-
1:25:18
คนกินคน: พระเจ้าสุตโสมกันแสงเพราะเกรงเสียสัจจะที่นัดฟังสตารหคาถา
ขณะถูกแบกไป น้ำพระเนตรของพระเจ้าสุตโสมหยดลงบนอกโปริสาท ซึ่งคิดว่ากลัวตาย จึงทูลถามว่าบัณฑิตไม่ควรร้องไห้ ทรงคิดถึงตัวเอง พระญาติ พระมเหสี หรือราชสมบัติ พระเจ้าสุตโสมตรัสว่าไม่ได้เศร้าถึงสิ่งเหล่านั้น แต่นัดหมายพราหมณ์ไว้เมื่อเช้าว่าจะกลับไปฟังสตารหคาถาของพระกัสสปพุทธเจ้า เกรงจะเสียสัจจะเพราะไม่ได้ไปตามนัด
-
1:28:45
คนกินคน: ผู้มีศีลยินดีรับความตายมากกว่าทำบาป พระเจ้าสุตโสมสาบานต่อดาบว่าจะกลับมา
โปริสาทไม่วางใจว่าคนที่พ้นความตายไปเสวยสุขแล้วจะกลับมาหาศัตรูอีก พระเจ้าสุตโสมตรัสด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่าผู้มีศีลบริสุทธิ์ยินดีรับความตายมากกว่าทำบาปเพราะเห็นแก่ชีวิต คำเท็จไม่คุ้มครองให้พ้นทุคติ แม้ลมพัดภูเขาเอน ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์ตกลงดิน หรือแม่น้ำไหลย้อน ก็จะไม่เปลี่ยนคำพูด แล้วขอให้วางลงจากบ่า ทรงเอาดาบเป็นพยานทำสัตย์สาบานว่าทำตามนัดแล้วจะกลับมา โปริสาทจะปล่อยหรือไม่ โปรดติดตามตอนต่อไป
-
1:29:01
คนกินคน: โปริสาทแบกพระเจ้าสุตโสมหนี พระองค์สาบานต่อดาบว่าจะกลับมา
ละครชาดกต่อจากตอนที่แล้ว โปริสาทซุ่มในสระมงคลโบกขรณี เมื่อพระเจ้าสุตโสมสรงสนานเสร็จก็กระโจนขึ้นแบกพระองค์ข้ามกำแพงหนีไป เสนาบดีปลอบข้าราชบริพารว่าพระองค์ประพฤติธรรมจะปลอดภัยกลับมา โปริสาทเห็นเหงื่อไหลนึกว่าน้ำตาเพราะกลัวตาย พระเจ้าสุตโสมตรัสว่าเสียใจเพราะนัดฟังสตารหคาถาของพระกัสสปพุทธเจ้าไว้กับพราหมณ์ จะเสียสัจจะ จึงสาบานต่อดาบว่าจะกลับมา โปริสาทนิ่งอึ้งแล้วยอมปล่อย และคิดว่าถ้าไม่กลับมาจะเชือดแขนตนเอาเลือดทำพลีกรรมแทน
-
1:34:09
คนกินคน: พระเจ้าสุตโสมเสด็จกลับอินทปัตถ์ บูชานันทพราหมณ์ฟังสตารหคาถา
โปริสาทย้ำเรื่องคำสาบาน พระเจ้าสุตโสมตรัสว่าตั้งแต่เป็นหนุ่มไม่เคยพูดเท็จแม้เพียงล้อเลียน โปริสาทจึงนำทางไปส่ง พระองค์รีบกลับถึงพระนครอินทปัตถ์ เล่าเรื่องให้เสนาอำมาตย์ฟังเว้นเรื่องที่ต้องกลับไปหาโปริสาท ประชาชนแซ่ซ้องสาธุการ แล้วยังไม่เข้าเฝ้าพระราชบิดามารดา รีบให้เชิญนันทพราหมณ์มาอาบน้ำหอม แต่งกายใหม่ เลี้ยงอาหาร ให้นั่งบนบัลลังก์ ส่วนพระองค์ประทับบนอาสนะต่ำกว่าด้วยความเคารพในธรรม บูชาด้วยดอกไม้ของหอม แล้วอาราธนาให้แสดงสตารหคาถา
-
1:38:30
คนกินคน: สตารหคาถาสี่บท ธรรมของสัตบุรุษกับอสัตบุรุษไกลกันยิ่งกว่าฟ้ากับดิน
นันทพราหมณ์เช็ดมือด้วยผ้าหอม ยกคัมภีร์ขึ้นอ่านสตารหคาถาสี่บทของพระกัสสปพุทธเจ้า บทที่หนึ่ง การคบสัตบุรุษครั้งเดียวย่อมคุ้มครองผู้คบได้ คบอสัตบุรุษแม้มากครั้งก็คุ้มครองไม่ได้ บทที่สอง พึงคบและสนิทกับสัตบุรุษเพราะรู้ธรรมของท่านแล้วมีแต่เจริญ บทที่สาม ราชรถที่วิจิตรยังเก่าคร่ำคร่า สรีระก็ถึงความชรา แต่ธรรมของสัตบุรุษไม่เก่า บทที่สี่ ฟ้ากับดินและฝั่งมหาสมุทรว่าไกล ธรรมของสัตบุรุษกับอสัตบุรุษไกลกันยิ่งกว่า พระเจ้าสุตโสมทรงปีติ รู้ว่าเป็นพุทธภาษิต มีค่ายิ่งกว่ารัตนะทั้งปวง ตรวจวาสนาของพราหมณ์แล้วบูชาด้วยทรัพย์สี่พันกหาปณะ แล้วทิ้งค้างว่าจะรักษาสัจจะกลับไปหาโปริสาทหรือไม่ โปรดติดตามตอนต่อไป
-
1:28:03
คนกินคน ตอนที่ 14: พระเจ้าสุตโสมกลับวังฟังนันทพราหมณ์แสดงคาถาสี่บท บูชาธรรมสี่พัน
ละครชุดคนกินคนตอนที่ 14 โปริสาทปล่อยพระเจ้าสุตโสมกลับไปฟังธรรมตามคำสาบาน เมื่อถึงวังทรงให้นันทพราหมณ์บริโภคอาหาร ประทับนั่งต่ำกว่า สดับคาถาสี่บท การคบสัตบุรุษเป็นความดี รู้ธรรมของสัตบุรุษแล้วมีแต่เจริญ ร่างกายและราชรถยังเก่าได้แต่ธรรมของสัตบุรุษไม่ตาย ธรรมของสัตบุรุษกับอสัตบุรุษห่างกันยิ่งกว่าฟ้ากับดิน ทรงบูชาธรรมถุงละพันกหาปณะสี่ถุง เมื่อทราบว่าเดิมได้คาถาละร้อยจึงเรียกสตารหคาถา ทรงตั้งชื่อใหม่ว่าสหัสสารหคาถา มีค่าคาถาละพัน
-
1:32:49
คนกินคน: พระราชบิดามารดาน้อยพระทัยและเสียดายทรัพย์ ข้อคิดโรคน้อยใจกับความตระหนี่
พระราชบิดามารดาของพระเจ้าสุตโสมได้ยินเสียงแซ่ซ้องแล้วทราบเรื่อง ทรงกริ้วเพราะเสียดายทรัพย์ และน้อยพระทัยที่พระโอรสไม่มาเฝ้าก่อนกลับเรียกพราหมณ์มาแสดงธรรม ละครแทรกข้อคิดว่าพ่อแม่ยิ่งชรายิ่งต้องการการเอาใจ อาการปั้นปึ่งคือโรคน้อยใจ ลูกแก้ได้ด้วยการอยู่ใกล้ปรนนิบัติถามไถ่ และคนตระหนี่เห็นคนที่ตนรักให้ผู้อื่นก็ไม่พอใจ แก้ได้ด้วยการพลอยยินดีเมื่อเห็นคนอื่นให้
-
1:35:59
คนกินคน: พระเจ้าสุตโสมไม่อิ่มในสุภาษิต ทูลลากลับไปหาโปริสาทตามคำสาบาน
พระราชบิดาตัดพ้อว่าคาถานั้นควรค่าแค่แปดสิบถึงร้อยกหาปณะ พระเจ้าสุตโสมทูลว่าปรารถนาให้สัตบุรุษมาคบหาและไม่เคยอิ่มในสุภาษิต แล้วทูลลากลับไปหาโจรโปริสาทตามคำสาบาน พระราชบิดาจะยกกองทัพช้างม้าไปจับโจรมาประหาร แต่พระองค์ยืนยันว่าถ้าไม่ไปจะเสียสัจจะแล้วใครจะนับถือ พระราชบิดามารดา พระสนม และข้าราชบริพารร่ำไห้ขอไม่ให้เสด็จ จบตอนด้วยโปรดติดตามตอนต่อไป
-
1:30:58
คนกินคน ตอนที่ 15: พระเจ้าสุตโสมทูลลาพระราชบิดามารดา ขีดเส้นห้ามมหาชนตาม
ครูไม่ใหญ่บอกว่าชาวโซโลมอนกำลังจะเป็นพุทธมามกะ แล้วเข้าละครชาดกคนกินคนตอนที่สิบห้า ทวนตอนที่แล้วที่เทวดาสาธุการ พระราชบิดามารดาเสียดายทรัพย์สี่พันที่บูชาคาถา พระเจ้าสุตโสมทูลว่าไม่อิ่มในสุภาษิต และต้องกลับไปหาโจรโปริสาทตามคำสาบาน พระราชบิดาจะยกทัพไปจับ ทั้งวังและพระนครร่ำไห้ รุ่งเช้าเสด็จออกจากประตูพระนคร มหาชนตามไม่ยอมกลับ จึงเอาไม้ขีดเส้นขวางทาง ประกาศว่าผู้จงรักภักดีอย่าข้ามเส้น มหาชนร้องไห้อยู่แค่เส้นนั้น (ช่วงต้นมีบรรทัดถอดเสียงซ้ำ)
-
1:38:11
คนกินคน: พระเจ้าสุตโสมกลับมาตามสัญญา โปริสาทขอฟังคาถาระหว่างรอไฟหมดควัน
โปริสาทตั้งใจไว้ว่าพระเจ้าสุตโสมจะกลับหรือไม่ก็ช่าง ถ้าไม่กลับรุกขเทวดาจะลงโทษก็ยอม รุ่งเช้าก่อเชิงตะกอนจุดไฟ พอดีพระเจ้าสุตโสมเสด็จมาถึง ตรัสว่าได้ฟังคาถาของพระกัสสปพุทธเจ้าและบูชาด้วยทรัพย์สี่พันแล้ว เชิญบูชายัญตามปรารถนา โปริสาทคิดว่าที่ไม่กลัวตายเพราะอานุภาพคาถา จึงอ้างว่าเนื้อย่างบนถ่านที่มีควันไม่อร่อย ขอฟังคาถาระหว่างรอ พระเจ้าสุตโสมจะกำราบให้ละอาย จึงตรัสว่าท่านเป็นคนบาปถูกเนรเทศ มือเปื้อนเลือด ธรรมะกับอธรรมจะลงรอยกันได้อย่างไร
-
1:42:20
คนกินคน: โปริสาทโต้ว่าพรานและทหารก็ฆ่า พระเจ้าสุตโสมยกเนื้อสิบชนิดที่กษัตริย์ไม่พึงเสวย
โปริสาทนิ่งฟังไม่โกรธด้วยอำนาจเมตตาของพระเจ้าสุตโสม แล้วโต้ว่าพรานป่า พระราชาที่ล่าสัตว์เพื่อความสนุก และทหารที่ฆ่าศัตรูก็เป็นนักฆ่าเหมือนกัน ทำไมไม่ประณามคนเหล่านั้น พระเจ้าสุตโสมตรัสแก้ว่ามีเนื้อสิบชนิดที่กษัตริย์ไม่พึงเสวย คือช้าง ม้า งู สุนัข ราชสีห์ หมี เสือโคร่ง เสือดาว เสือเหลือง และมนุษย์ โปริสาทถูกแทงใจดำจึงเบี่ยงประเด็นว่าพระองค์ไม่รู้หลักขัตติยธรรม พ้นมือแล้วยังกลับมาให้ฆ่า เป็นลักษณะคนพาลที่มองไม่เห็นใครดีกว่าตน จบตอนด้วยโปรดติดตามตอนต่อไป
-
1:31:18
คนกินคน: พระเจ้าสุตโสมขีดเส้นห้ามมหาชนตาม กลับมาหาโปริสาทซึ่งขอฟังคาถา
ละครชาดกคนกินคนตอนต่อ (ถอดได้ว่าตอนที่สิบหก ฟังไม่ชัด) ทวนว่าพระเจ้าสุตโสมถวายบังคมลาพระราชบิดามารดาและพระมเหสี มหาชนร้องไห้ตามส่งไม่ยอมกลับ จึงขีดเส้นขวางทางว่าใครจงรักภักดีอย่าข้ามมา ฝ่ายโปริสาทก่อไฟรอจนเป็นถ่าน เห็นพระองค์กลับมาตามสัญญาและเชิญให้ฆ่าบูชายัญ จึงคิดว่าไม่กลัวตายเพราะอานุภาพของคาถา ขอฟังบ้างระหว่างรอไฟหมดควัน พระเจ้าสุตโสมตรัสว่าคนบาปกับคาถาที่ยกย่องธรรมลงรอยกันไม่ได้
-
1:34:16
คนกินคน: โปริสาทว่าพระเจ้าสุตโสมไม่รู้ขัตติยธรรม พระองค์ตอบว่าสัจจะเป็นรสที่เลิศกว่าทุกรส
โปริสาทถูกแทงใจดำจึงเบี่ยงประเด็นว่าพระองค์หลุดมือไปแล้วยังกลับมา ไม่รู้หลักขัตติยธรรม พระเจ้าสุตโสมตอบว่าขัตติยธรรมในความหมายนั้นคือความฉลาดเอาตัวรอดโดยไม่คำนึงศีลธรรม ผู้ยึดถือจึงตกนรกกันมามาก ถ้าพระองค์ไม่กลับมาก็จะตกนรกเพราะเสียสัจจะ โปริสาทเริ่มสนุกกับการสนทนา ถามว่าทำไมทิ้งปราสาท แผ่นดิน และกามสุขทั้งหมดเพียงเพื่อรักษาสัจจะ พระองค์ตอบว่าบรรดารสอร่อยในโลก สัจจะเป็นรสที่ดีกว่า
-
1:39:15
คนกินคน: โปริสาทถามว่าไม่กลัวตายหรือ พระเจ้าสุตโสมตอบว่าทางไปสู่ปรโลกชำระบริสุทธิ์แล้ว
พระเจ้าสุตโสมอธิบายต่อว่าผู้มั่นคงในสัจจะทั้งกายและวาจาย่อมข้ามชราและมรณะถึงพระนิพพาน รสอาหารจะอร่อยได้ก็ต่อเมื่อสามีภรรยามีสัจจะต่อกัน โปริสาทถามว่าได้เสวยกามสุขแล้วยังกลับมา ไม่กลัวตายบ้างหรือ พระองค์ตอบว่าได้บริจาคทาน บำรุงพระชนกชนนี ปกครองแผ่นดินโดยธรรม อุปการะญาติมิตร และบำรุงสมณพราหมณ์แล้ว ทางไปสู่ปรโลกชำระให้บริสุทธิ์แล้ว ผู้ดำรงอยู่ในธรรมเช่นนี้จะกลัวตายทำไม แล้วเชิญให้โปริสาทบูชายัญ
-
1:41:40
คนกินคน: โปริสาทกลัวศีรษะแตกเจ็ดเสี่ยง ไม่กล้ากินพระเจ้าสุตโสม และอ้อนวอนขอฟังสตารหคาถา
โปริสาทฟังแล้วตกใจกลัว คิดว่าถ้ากินสัตบุรุษผู้ทรงคุณธรรมเช่นนี้ศีรษะจะแตกเจ็ดเสี่ยงหรือถูกแผ่นดินสูบ จึงทูลว่าพระองค์เปรียบเหมือนยาพิษและอสรพิษ ใครจะกินลงคอ แล้วขอฟังสตารหคาถา พระเจ้าสุตโสมปฏิเสธว่าโปริสาทไม่ใช่ภาชนะที่ควรรองรับคาถา เพื่อให้เห็นว่าธรรมะมีค่าหาฟังยาก โปริสาทยิ่งเคารพและกระหายจะฟัง อ้อนวอนว่าฟังแล้วใจอาจยินดีในธรรมได้ ละครจบด้วยคำถามว่าพระองค์จะแสดงธรรมหรือไม่ โปรดติดตามตอนต่อไป
-
1:25:57
คนกินคน: พระเจ้าสุตโสมอธิบายขัตติยธรรม สัจจะเป็นรสอันเลิศ และตรัสว่าโปริสาทไม่ใช่ภาชนะรองรับธรรม
ละครชาดกคนกินคนตอนต่อ ทวนว่าโปริสาทกล่าวหาว่าพระเจ้าสุตโสมไม่รู้หลักขัตติยธรรม หลุดมือไปแล้วยังกลับมาหาความตาย พระองค์ตรัสว่ารู้ดีแต่ไม่ยึดมั่น เพราะขัตติยธรรมแบบนั้นคือความฉลาดเอาตัวรอดโดยเบียดเบียนผู้อื่น ผู้ยึดถือจะตกนรกเพราะเสียสัจจะ โปริสาทถามว่าทำไมละปราสาทและกามสุขเพื่อรักษาสัจจะ พระองค์ตอบว่าสัจจะเป็นรสอันเลิศ รสทั้งหลายอร่อยได้เมื่อมีสัจจะต่อกัน ผู้รักษาสัจจะข้ามชราและมรณะถึงพระนิพพาน ส่วนที่ไม่กลัวตายเพราะทำแต่ความดี บำรุงบิดามารดาญาติมิตร ทำหน้าที่พระเจ้าแผ่นดินไม่บกพร่อง ให้ทานมาก แล้วตรัสว่าคนเช่นท่านไม่ใช่ภาชนะรองรับธรรม เชิญบูชายัญเถิด โปริสาทยิ่งเคารพและอ้อนวอนขอฟังธรรม
-
1:29:50
คนกินคน: พระเจ้าสุตโสมแสดงสตารหคาถาสี่บท โปริสาทใจอ่อนโยนลงและขอถวายพรสี่ประการ
พระเจ้าสุตโสมทรงทราบว่าโปริสาทใจอ่อนลงและปรารถนาฟังธรรมอย่างแรงกล้า จึงตรัสพระคาถาที่สดับมาจากนันทพราหมณ์ บทที่หนึ่ง การคบสัตบุรุษครั้งเดียวย่อมคุ้มครองได้ คบอสัตบุรุษแม้หลายครั้งก็คุ้มครองไม่ได้ บทที่สอง พึงคบและสนิทสนมกับสัตบุรุษ รู้ธรรมของสัตบุรุษแล้วมีแต่เจริญ บทที่สาม ราชรถที่วิจิตรยังเก่าคร่ำคร่า สรีระยังถึงความชรา แต่ธรรมของสัตบุรุษไม่เก่า บทที่สี่ ฟ้ากับดิน ฝั่งนี้กับฝั่งโน้นของมหาสมุทรไกลกัน แต่ธรรมของสัตบุรุษกับอสัตบุรุษไกลกันยิ่งกว่า โปริสาทปลื้มปีติเหมือนพระพุทธเจ้าแสดงเอง ช่วงหนึ่งเสียงถอดเพี้ยน แล้วบรรยายว่าธรรมะทำใจที่ดำมืดให้สว่าง ใจร้ายให้ใจดี โปริสาทไม่มีสมบัติบูชาธรรมจึงขอถวายพรสี่ประการ
-
1:34:25
คนกินคน: พระเจ้าสุตโสมขอพรสามข้อแรก อายุยืนร้อยปี ไม่กินกษัตริย์ ปล่อยกษัตริย์ร้อยเอ็ดนคร แล้วขอข้อสุดท้ายให้เลิกกินเนื้อมนุษย์
พระเจ้าสุตโสมตรัสว่าโปริสาทไม่รู้จักความตาย ไม่รู้ประโยชน์ นรกสวรรค์ก็ไม่รู้ อาจกลับคำภายหลังได้ โปริสาทยืนยันว่าจะไม่กลับคำ แม้ชีวิตก็สละถวายได้ พระองค์ทรงเห็นว่าถ้าขอให้เลิกกินเนื้อคนเป็นข้อแรกจะลำบากใจ จึงขอข้อง่ายก่อน ข้อหนึ่งให้โปริสาทมีอายุยืนร้อยปีในฐานะผู้มีศักดิ์ศรีเสมอกัน โปริสาทชื่นชมยินดี ข้อสองให้เว้นการกินกษัตริย์ทั้งหลายในชมพูทวีป ข้อสามให้ปล่อยกษัตริย์ร้อยเอ็ดพระองค์กลับนครโดยสวัสดี โปริสาทรับทั้งหมด แล้วพระองค์ทรงนิ่งจนโปริสาทอึดอัด ก่อนตรัสช้า ๆ ว่าแคว้นกาสีจะร้างเพราะผู้คนหนีภัยโจร ขอให้งดเสวยเนื้อมนุษย์เป็นพรข้อสุดท้าย ละครจบด้วยคำถามว่าโปริสาทจะกล้าให้พรข้อนี้หรือไม่ โปรดติดตามตอนต่อไป
-
1:18:24
คนกินคนตอนที่ 18: พระเจ้าสุตโสมแสดงสตารหคาถา โปริสาทใจอ่อนถวายพรสี่ประการ ได้พรสามข้อแรก
ละครพญาโปริสาทคนกินคนตอนที่ 18 พระเจ้าสุตโสมทรงเห็นว่าโปริสาทใจอ่อนลงและอยากฟังธรรม จึงตรัสสตารหคาถาที่ได้ฟังจากนันทพราหมณ์ คาถาที่หนึ่งการคบสัตบุรุษเป็นความดี คาถาที่สองคบสัตบุรุษแล้วมีแต่ความเจริญ คาถาที่สามร่างกายแก่ชราเหมือนราชรถยังเก่าคร่ำคร่า คาถาที่สี่ธรรมของสัตบุรุษกับอสัตบุรุษห่างกันยิ่งกว่าฟ้ากับดิน โปริสาทอิ่มใจแต่ไม่มีสมบัติบูชาธรรม จึงถวายพรสี่ประการ พระเจ้าสุตโสมทรงประสงค์ให้เลิกกินเนื้อมนุษย์ แต่ขอพรที่ง่ายก่อน ข้อหนึ่งให้โปริสาทอายุยืนร้อยปี ข้อสองให้งดกินกษัตริย์ ข้อสามให้ปล่อยกษัตริย์ร้อยเอ็ดนครกลับบ้านเมือง โปริสาทให้ด้วยความยินดี
-
1:22:24
คนกินคน: พรข้อสี่ให้งดกินเนื้อมนุษย์ โปริสาทร้องไห้อ้อนวอน พระเจ้าสุตโสมทวงสัจจะ
เมื่อทรงขอพรข้อสุดท้ายให้งดกินเนื้อมนุษย์ โปริสาทหัวเราะแล้วทูลว่าพรข้อนี้เสมอกับชีวิต ยอมสละราชบัลลังก์เข้าป่ามาก็เพราะอาหารนี้ ขอให้เลือกพรข้ออื่น พระเจ้าสุตโสมตรัสว่าคนที่มัวรักษาของรักแล้วห่างจากประโยชน์คือความดี เหมือนคอสุราดื่มสุราเจือยาพิษจะเป็นทุกข์ภายหน้า ส่วนผู้ละของรักได้แม้ยากเหมือนคนไข้ฝืนดื่มยาขมจะมีสุขภายหน้า โปริสาทร้องไห้อ้อนวอนว่าทิ้งพระชนกชนนีมาเพราะเนื้อมนุษย์ ต้องเสื่อมยศเสื่อมเกียรติเพราะมัน พระเจ้าสุตโสมทวนว่าบัณฑิตไม่กล่าววาจาเป็นสอง โปริสาทเคยบอกว่าจะให้ทุกพรที่ขอ สัตบุรุษยอมสละชีวิตแต่ไม่สละธรรม พึงสละทรัพย์รักษาอวัยวะ สละอวัยวะรักษาชีวิต และสละทั้งหมดเพื่อรักษาธรรม
-
1:29:27
คนกินคน: พระเจ้าสุตโสมยกความเป็นอาจารย์ โปริสาทยอมเลิกกินเนื้อมนุษย์และขอรับศีลห้า
พระเจ้าสุตโสมทรงยกความหลังว่าเคยเป็นอาจารย์ให้ศิลปวิทยาแก่โปริสาทที่สำนักทิศาปาโมกข์ และแสดงสตารหคาถาให้อีก ถ้อยคำของอาจารย์ผู้มีคุณศิษย์ไม่ควรทำลาย โปริสาทไตร่ตรองแล้วเห็นว่าพระองค์ไม่เคยทอดทิ้งแม้ตนทำบาปหยาบช้า ยึดมิตรธรรมอย่างมั่นคง คนเกิดมาต้องตาย ตายเพื่อรักษาสัจจะและบูชาคุณอาจารย์ก็สมควร จึงกราบทูลทั้งน้ำตาว่ายอมถวายพรข้อนี้ พระเจ้าสุตโสมรับพรและขอให้สมาทานศีลห้า โปริสาทรับจะตั้งมั่นตลอดชีวิต พระองค์ตรัสว่าศีลห้าจะเป็นเกราะป้องกันภัย คนจะหายกลัว หายเกลียด หายโกรธ แล้วกลับมานับถือ ท้ายตอนทิ้งคำถามว่าเมื่อปล่อยกษัตริย์ร้อยเอ็ดนครแล้วพวกนั้นจะไว้ชีวิตโปริสาทหรือไม่ โปรดติดตามต่อไป
-
1:15:56
คนกินคนตอนที่ 19: โปริสาทร้องไห้ขอให้เปลี่ยนพร พระเจ้าสุตโสมทวงสัจจะและความเป็นอาจารย์
มินิซีรีส์คนกินคนตอนที่ 19 ต่อจากที่พระเจ้าสุตโสมขอพรข้อสุดท้ายให้งดกินเนื้อมนุษย์ พระเจ้าสุตโสมเปรียบคนที่เสพสิ่งเป็นที่รักทั้งที่ห่างไกลความดีว่าเหมือนคอสุราดื่มสุราเจือยาพิษ โปริสาทร้องไห้อ้อนวอนให้ขอพรข้ออื่น พระเจ้าสุตโสมทวงว่าท่านกล่าวเองว่าออกปากให้พรแล้วกลับคำไม่ควร และเตือนว่าตนเป็นอาจารย์ผู้ให้ศิลปวิทยาตั้งแต่อยู่สำนักทิสาปาโมกข์ โปริสาทตรองแล้วเห็นว่าตายเพื่อรักษาสัจจะและบูชาคุณอาจารย์ก็สมควร จึงยอมถวายพร พระเจ้าสุตโสมประทานศีลห้าให้รักษามั่นคง ช่วงต้นมีบรรทัด jingle คั่นราวครึ่งนาที
-
1:20:56
คนกินคน: เทวดาสาธุการพระเจ้าสุตโสมต่อกันไปจนถึงพรหมโลก และกษัตริย์ร้อยเอ็ดพระองค์ดีใจ
ภุมมเทวาเห็นเหตุการณ์แล้วชื่นชมว่าไม่มีใครตั้งแต่อเวจีถึงพรหมที่หยุดโปริสาทไม่ให้กินเนื้อมนุษย์ได้ นอกจากพระเจ้าสุตโสม เทวดาชั้นจาตุมหาราชิกาและชั้นสูงขึ้นไปสาธุการต่อ ๆ กันจนถึงพรหมโลก รุกขเทวาก็สาธุการทั่วทุกทิศ กษัตริย์ร้อยเอ็ดพระองค์ที่ถูกร้อยมือแขวนไว้กับต้นไม้ได้ยินเสียงก็ดีใจสาธุการ เพราะรู้ว่าพระองค์ประทานชีวิตใหม่ให้
-
1:23:31
คนกินคน: พระเจ้าสุตโสมให้กษัตริย์ร้อยเอ็ดนครรับสัจจะไม่แค้นโปริสาทก่อนปล่อยตัว
โปริสาทรับศีลแล้วไม่รู้จะทำอย่างไร พระเจ้าสุตโสมให้ปล่อยกษัตริย์ แต่โปริสาทกลัวถูกรุมทำร้ายจึงขอไปปล่อยพร้อมกัน พระเจ้าสุตโสมดำริว่ากษัตริย์มีทิฐิมานะแรง อาจทุบตีโปริสาทจนตาย จึงไปขอให้ทุกพระองค์รับปฏิญญาว่าจะไม่โกรธแค้นและไม่ทำร้ายโปริสาท ทุกพระองค์รับสัจจะ พระเจ้าสุตโสมสอนว่าโปริสาทจะอนุเคราะห์พวกท่านเหมือนบิดามารดาต่อบุตร ให้ปฏิบัติต่อเขาเหมือนเป็นบุตร
-
1:27:27
คนกินคน: ตัดเชือกรักษาแผลกษัตริย์สามวันจนหาย แล้วโปริสาทขออยู่ป่ากินรากไม้ต่อ
โปริสาทตัดเชือกที่ร้อยพระหัตถ์ พระเจ้าสุตโสมอุ้มประคองวางลงอย่างเมตตาเหมือนประคองโอรส ทุกพระองค์อ่อนแรงเพราะอดข้าวอดน้ำหลายวัน ทั้งสองช่วยกันดึงเชือก ล้างหนองเลือด พอกแผลด้วยเปลือกไม้ฝนกับหินพร้อมตั้งสัจจาธิษฐาน และกรอกน้ำผลไม้ต้ม สามวันแผลก็แห้ง พระเจ้าสุตโสมชวนกลับบ้านเมืองพร้อมกัน แต่โปริสาทหมอบร้องไห้ขอให้พากษัตริย์กลับไป ส่วนตนจะกินรากไม้ผลไม้อยู่ในป่า ทิ้งท้ายว่าพระเจ้าสุตโสมจะทรงทิ้งโปริสาทไว้หรือไม่ ติดตามตอนต่อไป
-
1:16:46
ละครพญาโปริสาท: เทวดาสาธุการสุตโสม ปล่อยกษัตริย์ร้อยเอ็ดนคร โปริสาทไม่กล้ากลับพาราณสี
ละครต่อจากตอนที่แล้ว รุกขเทวดาเห็นพระเจ้าสุตโสมทำให้โปริสาทงดเนื้อมนุษย์และตั้งอยู่ในศีลห้า จึงสาธุการ เทวดาชั้นจาตุมหาราชิกาและชั้นสูงขึ้นไปสาธุการต่อกันจนถึงพรหมโลก พระเจ้าสุตโสมขอให้ปล่อยกษัตริย์ โปริสาทกลัวถูกทำร้ายจึงขอให้ปล่อยพร้อมกัน สุตโสมขอปฏิญญาจากกษัตริย์ว่าจะไม่โกรธไม่ทำร้ายโปริสาท แล้วให้ตัดเชือกร้อยพระหัตถ์ ล้างแผล โปริสาทต้มน้ำผลไม้ถวาย สามวันแผลหาย เมื่อถึงเวลาจากกัน โปริสาทร่ำไห้ขออยู่ป่ากินรากไม้ เพราะชาวพาราณสีเป็นศัตรูที่ถูกตนกินพ่อแม่ญาติพี่น้อง ถ้ากลับไปจะถูกทุบตีฆ่าฟัน แต่ตนรับศีลแล้วจะทำร้ายใครไม่ได้ สุตโสมว่าคนดุร้ายอย่างท่านยังทำให้ใจอ่อนได้ ชาวพาราณสีไม่หนักหนา ถ้าไม่สำเร็จจะแบ่งราชสมบัติให้ครึ่งหนึ่ง โปริสาทว่าแม้ในเมืองของสุตโสมก็มีคนไม่ชอบตน
-
1:22:55
ละครพญาโปริสาท: สุตโสมโน้มใจด้วยความสุขในวัง โปริสาทสรรเสริญการคบสัตบุรุษ ขบวนถึงประตูพาราณสี
พระเจ้าสุตโสมเห็นใจโปริสาทที่ยอมอดเนื้อมนุษย์เท่ากับมอบชีวิตให้ จึงพรรณนาความสุขเก่าให้คิดถึง ทั้งอาหารเลิศที่พ่อครัวปรุง นางสนมแวดล้อมดุจนางอัปสร พระแท่นบรรทมวิจิตร การฟ้อนรำขับร้องยามค่ำ พระราชอุทยานและทรัพย์สมบัติ แล้วถามว่าไม่เสียดายหรือ โปริสาทใจคล้อยตามจึงยอมกลับ และกล่าวชมคุณของกัลยาณมิตรว่าคบอสัตบุรุษเสื่อมลงเหมือนจันทร์ข้างแรม ตนคบพ่อครัวใจเลวจึงทำบาป คบสัตบุรุษเจริญขึ้นเหมือนจันทร์ข้างขึ้น เหมือนน้ำฝนตกในสระอยู่ได้นาน ส่วนตกบนที่ดอนอยู่ไม่นาน จากนั้นพระเจ้าสุตโสม โปริสาท และกษัตริย์ร้อยเอ็ดนครออกจากดงมุ่งพาราณสี ชาวชนบทรู้ว่าโจรโปริสาทหายดุร้ายก็ยินดี จัดที่พักอาหารและตามขบวนมามาก ถึงประตูพระนครจึงหยุดพักส่งข่าวเข้าเมือง จะเข้าพาราณสีได้หรือไม่โปรดติดตามตอนต่อไป
-
46:35
ละครพญาโปริสาทตอนที่ 21: โปริสาทไม่กล้ากลับพาราณสี สุตโสมโน้มใจจนยอมกลับ
ละครตอนที่ 21 พระเจ้าสุตโสมตรัสให้โปริสาทกลับไปครองราชสมบัติที่พาราณสี แต่โปริสาทว่ากลับไม่ได้เพราะเคยกินพ่อแม่ญาติพี่น้องของชาวเมืองจนถูกประณามว่าเป็นมหาโจร พระเจ้าสุตโสมสัญญาว่าจะทำให้ได้เป็นพระราชาอีก ถ้าทำไม่ได้จะแบ่งราชสมบัติให้ครึ่งหนึ่ง พูดโน้มใจให้ระลึกถึงความสุขในวัง จนโปริสาทยอมกลับและสรรเสริญว่าการคบสัตบุรุษย่อมเจริญขึ้นเหมือนดวงจันทร์ข้างขึ้น แล้วขบวนกษัตริย์ร้อยเอ็ดนครกับชาวชนบทก็ออกจากดงไปถึงประตูพาราณสี
-
50:16
ละครพญาโปริสาท: กาลหัตถีเสนาบดีปิดประตูเมือง โอรสโปริสาทเปิดรับพระเจ้าสุตโสม
ขณะนั้นพระราชโอรสของโปริสาทครองพาราณสีอยู่ และกาลหัตถียังเป็นเสนาบดี เมื่อทราบว่ามีขบวนผู้คนมากมายพักหน้าประตูเมือง กาลหัตถีสั่งปิดประตูไว้ก่อนเพื่อความไม่ประมาท ละครชี้ว่าการทำตามหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบป้องกันเหตุร้ายได้ ถ้าทำเพราะเกรงใจหรือเห็นแก่หน้าอาจผิดพลาด และไม่ควรตำหนิคนที่ทำตามหน้าที่แม้ไม่ถูกใจเรา พระเจ้าสุตโสมให้กษัตริย์ร้อยเอ็ดนครรอ แล้วเสด็จไปขอเข้าเฝ้ากับผู้ติดตามไม่กี่คน พระราชาทรงทราบว่าพระเจ้าสุตโสมเป็นกษัตริย์ผู้ทรงธรรม จึงรีบเปิดประตูต้อนรับ เชิญประทับในท้องพระโรง และให้เชิญพระอัครมเหสีกับอำมาตย์เก่าของพระเจ้าพรหมทัตมาเฝ้าพร้อมกัน
-
54:02
ละครพญาโปริสาท: สุตโสมรับรองว่าโปริสาทตั้งอยู่ในศีลแล้ว และธรรมะว่าด้วยสภาที่ไม่มีสัตบุรุษ
พระเจ้าสุตโสมบอกเสนาบดีว่าไม่ต้องกังวล ได้ฝึกโปริสาทให้หยุดทำบาปและตั้งอยู่ในศีลแล้ว แม้ต้องสละชีวิตก็จะไม่ละเมิดศีล ทรงสอนว่าลูกต้องเลี้ยงดูพ่อแม่จึงไปสวรรค์ ไม่เลี้ยงดูไปนรก เสนาบดีอำมาตย์และพระเทวีต้องประพฤติประโยชน์แก่พระราชาตอบแทน แล้วแสดงธรรมว่าพระราชาที่ชนะคนไม่ควรชนะไม่ชื่อว่าพระราชา ภรรยาที่ไม่ยำเกรงสามี ลูกที่ไม่เลี้ยงพ่อแม่ สภาที่ไม่มีสัตบุรุษ ไม่ชื่อว่าเป็นอย่างนั้น บัณฑิตพึงกล่าวธรรมให้กระจ่าง ผู้รู้มีคำสุภาษิตเป็นธง ชาวเมืองจึงตกลงเชิญพระเจ้าพรหมทัตกลับครองเมือง ตีกลองประกาศว่างดเสวยเนื้อมนุษย์เด็ดขาดแล้ว จบตอนด้วยให้ติดตามเหตุการณ์ที่สุตโสมนำกษัตริย์ร้อยเอ็ดนครเข้าเมืองในตอนต่อไป ช่วงต้นมีบรรทัดถอดเสียงซ้ำ
-
1:04:05
ละครพญาโปริสาท สุตโสมพาพระเจ้าพรหมทัตกลับพาราณสีและสถาปนาเป็นกษัตริย์อีกครั้ง
เทปละครต่อจากตอนก่อน ต้นช่วงถอดเสียงวนซ้ำชื่อพระเจ้าสุตโสม เมื่อเห็นว่าเมืองพาราณสีปิดประตูพระนคร พระเจ้าสุตโสมให้กษัตริย์ร้อยเอ็ดนครพักรอ แล้วเสด็จไปขอเข้าเฝ้าพระราชาองค์ใหม่ซึ่งออกมาต้อนรับ ตรัสถามเสนาบดีว่าเหตุใดปิดประตูไม่ให้พระราชาของตนเข้าเมือง เสนาบดีทูลว่าเพราะเคยกินคนจำนวนมาก พระเจ้าสุตโสมประทานโอวาทว่าต่อไปไม่ต้องกลัวภัย เพราะท้าวเธอจะไม่เบียดเบียนใครอีกแม้ต้องสละชีวิต ทุกคนปีติ ตีกลองประกาศทั่วเมือง แล้วเชิญพระเจ้าพรหมทัตพร้อมกษัตริย์ทั้งหมดเข้าพระนครด้วยขบวนต้อนรับ ประชาชนมาอนุโมทนาและให้อโหสิกรรม ช่างกัลบกแต่งพระมัสสุพระเกศา แล้วประกาศสถาปนาพระเจ้าพรหมทัตเป็นกษัตริย์แห่งพาราณสีดังเดิม ท้าวเธอถวายเครื่องราชสักการะแก่พระเจ้าสุตโสมและกษัตริย์ร้อยเอ็ดพระองค์ มีมหรสพสมโภชหลายวัน
-
1:10:10
ละครพญาโปริสาท โอวาทพระเจ้าสุตโสมก่อนอำลา สร้างโรงทานห้าแห่งและตั้งมั่นในราชธรรม
ข่าวแพร่ไปทุกทิศว่าพระเจ้าสุตโสมฝึกโจรโปริสาทให้กลับใจ ปล่อยกษัตริย์คืนทั้งหมด ชาวเมืองอินทปัตและเมืองอื่นส่งทูตมาทูลเชิญกษัตริย์ของตนกลับ พระเจ้าสุตโสมประทับที่พาราณสีราวเดือนครึ่งแล้วอำลา พระเจ้าพรหมทัตทัดทานไม่สำเร็จจึงขอพระดำรัสเป็นเครื่องเตือนสติ พระเจ้าสุตโสมโอวาทว่าอย่าประมาทในการปกครอง ให้สร้างโรงทานห้าแห่งที่ประตูเมืองสี่ทิศและประตูพระราชวัง ที่ประตูวังให้บริจาคทานด้วยพระองค์เอง ให้มั่นในศีลและทศพิธราชธรรม ไม่ลำเอียง แล้วจะเป็นที่รักของทุกคน พระเจ้าพรหมทัตรับคำแล้วก้มกราบพระบาท กษัตริย์ทั้งหมดแยกย้ายกลับเมืองของตน โดยพระเจ้าพรหมทัตตามส่งครึ่งทาง แต่ละเมืองจัดขบวนต้อนรับและมหรสพสมโภช
-
1:17:42
ประชุมชาดกพญาโปริสาท ข้อคิดเรื่องคบกัลยาณมิตร และชวนสร้างเสาแก้วพันปี
ละครสรุปว่าพระพุทธเจ้าตรัสเล่าเรื่องโปริสาทคนกินคนเมื่อภิกษุทูลถามถึงอดีตชาติของพระองคุลิมาล แล้วประชุมชาดกว่าพระเจ้าโปริสาทมาเป็นพระองคุลิมาล กาลหัตถีเสนาบดีมาเป็นพระสารีบุตร นันทพราหมณ์มาเป็นพระอานนท์ รุกขเทวดามาเป็นพระมหากัสสปะ ท้าวสักกะมาเป็นพระอนุรุทธะ พระราชาร้อยเอ็ดพระองค์มาเป็นพุทธบริษัท พระราชมารดาบิดามาเป็นมหาราชตระกูล และพระเจ้าสุตโสมคืออดีตชาติของพระพุทธองค์ ข้อคิดคือพระเจ้าพรหมทัตแม้ติดในรสเนื้อมนุษย์และฆ่าคนมามาก แต่มีกตัญญูต่อครูอาจารย์ ไม่ประทุษร้ายกัลยาณมิตร และยอมทำตามธรรมแม้ต้องเอาชีวิตเป็นเดิมพัน จึงกลับมาครองราชย์ มั่นในศีล บำเพ็ญมหาทาน การคบกัลยาณมิตรจึงสำคัญยิ่ง ท้ายเทปเชิญชวนร่วมสร้างเสาแก้วพันปีตามที่หลวงพ่อชักชวน เพื่อความสำเร็จของมหารัตนวิหารคดที่รองรับพระภิกษุและสาธุชนทั่วโลก ชื่อบางชื่อในประชุมชาดกถอดเสียงเพี้ยนและเรียบเรียงตามบริบท