ep079 ผังเวลา 54 ช่วง
หมู่เกาะโซโลมอน (116) จานดาวธรรม (110) เสาแก้วพันปี (104) กองเสบียง (87) มหารัตนวิหารคด (64) แต่งตัวด้วยรอยยิ้ม (64) พญาโปริสาท (62) หลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญ (49) สุตโสม (48) เบน ฟรานซ์ (45) มาฆบูชา 2549 (40) คุณเปเล่ (38) บททดสอบก่อนเป็นชาวพุทธ (32) ตะวันออกกลางกาย (28) วิทยาธร (26) สอบบาลีสนามหลวง 2549 (24) จอน ควาเลมาเน่ (22) โทษของน้ำเมา (18) Buddha Hall (17) ภาษาบาลี (17) ไสยเวท (15) นึกภาพลูกมะพร้าว (14) ยุคบุกเบิกสร้างวัดพระธรรมกาย (14) รักษาสัจจะ (12) รักเธอมาแต่ปางก่อน (11) คุณแซม (10) สตารหคาถา (10) สันติภาพโลก (10) กรรมใช้แรงงานสัตว์ (8) อวยพรวันเกิด (8) เพศสมณะ (8) เลิกเหล้าด้วยสมาธิ (8) กรรมกาเมเจ้าชู้ (7) ภาพนรก (7) เผยแผ่ต่างประเทศ (7) ผีปอบ (6) อสัตบุรุษ (6) บ้านธรรมประสิทธิ์ (5) ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ (5) พระเจ้าอโศก (5) มะพร้าวมหัศจรรย์ (5) หยุดเป็นตัวสำเร็จ (5) เลิกเหล้า (5) ความสุขที่แท้จริง (4) นันทพราหมณ์ (4) ปริศนาธรรม (4) ผู้มีบุญจึงได้ศึกษาบาลี (4) หมอนวดเส้น (4) โรคไทรอยด์ (4) อะไรคือหนึ่ง (3) ทัสสนานุตตริยะ (2) นัตถิ สันติปรัง สุขัง (2) บวชชี (2) เปลี่ยนลายมือ (2) เรียกจิต (2) ชีวิต 200 เปอร์เซ็นต์ (1) ถูกกล่าวหาเป็นคอมมิวนิสต์ (1) ถูกเป็นครู ผิดเป็นนักเรียน (1) ฝังในหลุมไล่ผีปอบ (1) วิชชาสาม (1) ไหว้ครู (1)
เปิดรายการด้วยคาถาสำเร็จ คำขวัญว่าแม้มืดตื้อมืดมิดก็มีสิทธิ์เข้าถึงธรรม ท่องเนื้อนาบุญสี่แห่ง คือมหาธรรมกายเจดีย์ พระมหาจุฬามณี พระในบ้าน และพระในตัว แล้วปิดด้วยคำขวัญว่าเมื่อเราสว่าง โลกก็สว่างด้วย
ทบทวนการบ้าน 10 ข้อ ตั้งแต่เอาบุญไปฝากคนที่บ้าน จดบันทึกผลการปฏิบัติธรรม นึกถึงบุญก่อนนอน หลับและตื่นในอู่ทะเลบุญ รวมใจกับองค์พระหนึ่งนาทีหลังตื่น ทำความรู้สึกว่าตัวเราอยู่ในองค์พระ หยุดใจทุกชั่วโมง นึกถึงองค์พระในทุกกิจกรรม และสร้างบรรยากาศด้วยรอยยิ้มและปิยวาจา
ยิ้มกันไปทั่วโลก วันนี้เป็นวันที่ 106 นับจากวันออกพรรษา เหลืออีก 161 วันจะเข้าพรรษา และผ่านปีใหม่มา 31 วัน แล้วทบทวนว่าเราเกิดมาทำไม พระนิพพานอยู่ที่ไหน เริ่มที่ศูนย์กลางกายฐานที่เจ็ดด้วยการทำใจหยุดนิ่ง และใครที่ทำไม่ได้คือคนที่ไม่ได้ทำ ต้องตอบย้ำให้ขึ้นใจ
ครูไม่ใหญ่เกริ่นว่าวันนี้มีกรณีศึกษาเรื่องกฎแห่งกรรมที่ดี เป็นตอนที่สองต่อจากเมื่อวาน ตอนนี้ชื่อว่ารักเธอมาแต่ปางก่อน แต่ก่อนจะถึงเรื่องนั้นให้แต่งเนื้อแต่งตัวด้วยรอยยิ้มให้เสร็จเรียบร้อยก่อน
เพลงชวนยิ้มให้กัน ร้องว่ารอยยิ้มเป็นภาษาเดียวที่ทุกคนเข้าใจไม่ว่าอยู่บ้านเมืองใด บางคนไม่งามแต่ยิ้มแล้วหน้าตาดี คนยิ้มเก่งมีเสน่ห์ และยิ้มให้ชีวิตมีความสุขสบายใจ ท้ายเพลงเสียงถอดเพี้ยน
ถามว่ายิ้มกันทั่วโลกหรือยัง คนที่ยังไม่ยิ้มเหมือนแต่งตัวไม่เสร็จ เช่นใส่สูทนุ่งผ้าขาวม้าสวมรองเท้าแตะ หรือเขียนคิ้วข้างเดียวออกจากบ้านไปทำงาน จึงต้องนำรอยยิ้มมาปรากฏบนใบหน้าทุกคนทุกแห่งทั้งในบ้านและนอกบ้าน
ครูไม่ใหญ่ออกจากสมาธิแล้วเห็นนักเรียนอนุบาลท่านหนึ่งที่เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากอเมริกา ไม่เคยขาดบุญใหญ่ ให้เปิดเพลงต้อนรับ แล้วกล่าวถึงคนที่มาชวนผู้มีบุญสร้างเสาแก้วพันปีให้ครบตามเป้า ช่วงนี้เสียงถอดเพี้ยนมากและมีบรรทัด jingle ซ้ำคั่นยาว ชื่อผู้ที่ต้อนรับและตัวเลขเป้าเสาแก้วฟังไม่ชัด
เสาแก้วพันปียังอยู่ในช่วงโปรโมชันให้ผู้มีบุญทุนน้อยได้สร้างด้วยตัวเองและชวนคนอื่นมาสร้าง ให้มหารัตนวิหารคดเสร็จเร็วเพื่อรองรับพุทธบริษัทสี่ทั่วโลกที่จะมาชุมนุมในปี 2550 ในวันพุทธศาสนาของโลก จะได้เห็นพระหลายแสนรูปหลายนิกายพร้อมกันรอบมหาธรรมกายเจดีย์ ซึ่งการเห็นพระจำนวนมากเป็นบุญใหญ่ เรียกว่าทัสสนานุตตริยะ เรื่องการถวายทานพระนับแสนนับล้านรูปในพระไตรปิฎกที่เคยนึกภาพไม่ออกจะได้เห็นว่าเป็นจริง และเรามีส่วนเป็นผู้สถาปนา
ก่อนดูสปอตถวายโคม ครูไม่ใหญ่ให้กำลังใจภิกษุสามเณรนักเรียนบาลีที่สอบวันแรก ประโยค 6 และ 7 และพรุ่งนี้สอบอีกวัน หวังว่าจะยกชั้นทั้งสังฆมณฑล สอนว่าไม่ต้องสวดอ้อนวอนหรือขอความเห็นใจจากพระอาจารย์ผู้ตรวจ ต้องมีศักดิ์ศรีว่ามีบุญข้ามชาติจึงได้บวชและได้ศึกษาภาษาบาลีที่เก็บรักษาคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
พระพุทธเจ้าสร้างบารมีอย่างน้อยยี่สิบอสงไขยแสนมหากัปจนถึงแปดสิบอสงไขย สละทรัพย์ อวัยวะ และชีวิต จนตรัสรู้วิธีพ้นทุกข์ที่พญามารเอาธาตุผิดธาตุบังมาบดบังไว้ แล้วถ่ายทอดให้มนุษย์และเทวดาด้วยมหากรุณา หลังปรินิพพานคำสอนถูกเก็บไว้ในภาษาบาลีภาษาเดียว ใครได้ศึกษาจึงเป็นผู้มีบุญมหาศาล ต้องศึกษาเพื่อสอนตัวเองและทำตามจนพ้นทุกข์อย่างพระองค์ ไม่ใช่เพียงสอบได้ ให้พระอาจารย์อ่านข้อเขียนแล้วทนไม่ให้ผ่านไม่ได้ ครูไม่ใหญ่คาดหวังเพียงเห็นการยกชั้นทั่วสังฆมณฑล
เพลงให้กำลังใจภิกษุสามเณรนักเรียนบาลี ร้องถึงการศึกษาคำสอนพระศาสดาเพื่อนำมาเป็นแสงสว่าง เล่าเรียนด้วยความสุขสนุกสนาน พร้อมใจยกชั้นเรียนในปีนี้ และสร้างประวัติศาสตร์สอบพระบาลี ครูไม่ใหญ่พูดแทรกสั้น ๆ ก่อนหน้าเป็นช่วงเสียงเพี้ยนและบรรทัด jingle ซ้ำ ชื่อเพลงไม่ได้ประกาศ
เปรียบนกแต่ละชนิดที่มีศักดิ์ศรีของมัน เพศสมณะก็ไม่ใช่ใครจะได้ง่าย สมัยพุทธกาลผู้มีบุญเกิดในตระกูลเศรษฐีและกษัตริย์แล้วมาบวช เพราะพบว่ามีรถร้อยคันก็ใช้ได้ทีละคัน มีบ้านร้อยหลังก็นอนได้ทีละหลังแต่ต้องห่วงดูแลทั้งหมด เห็นพระบิณฑบาตผ่านหน้าบ้านสงบสง่างามแล้วสะเทือนใจ เจ้าชายที่ไม่เคยเห็นข้าวนอกจานก็ยังไม่พ้นเกิดแก่เจ็บตายและใจที่ขุ่นมัว เหมือนพระเจ้าอโศกเห็นสามเณรผ่านมาแล้วเลื่อมใส ชีวิตสมณะจึงเป็นเป้าหมายของผู้มีบุญ พระเณรต้องภาคภูมิใจ
สอนพระเณรว่าอย่าไปเรียนวิชาที่มีในโลก ให้เรียนวิชาพ้นโลกที่ไม่มีสถาบันใดสอน คือวิชชาสาม ได้แก่ปุพเพนิวาสานุสติญาณระลึกชาติ จุตูปปาตญาณรู้การเกิดการตายของสัตว์ และอาสวักขยญาณทำกิเลสให้หมดสิ้น แล้วเรียนตามหลักสูตรที่พระพุทธเจ้าวางไว้ คือปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ เทศนา เรียนแล้วอย่าเอามาคุยข่ม ให้สอนตัวเองจนทำได้แล้วจึงออกไปเป็นกัลยาณมิตรเหมือนฝนดับความร้อนในใจคน พระเณรไม่ต้องไปเรียนเศรษฐศาสตร์ ให้เรียนสุดยอดศาสตร์คือคำสอนพระพุทธเจ้า
ต่อจากปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ เทศนา ให้เพิ่มภาษาต่างประเทศ จะไปประเทศไหนก็เรียนภาษานั้นเพื่อนำคำสอนไปให้คนที่ขาดความรู้นี้ ความรู้เรื่องเศรษฐกิจเขามีแล้วแต่รวยแค่ไหนก็ตาย เศรษฐีที่ไปอบายมากเท่าฝุ่นในแผ่นดิน ไปสวรรค์เท่าฝุ่นในเล็บ ถ้าไม่ไปต่างประเทศก็ให้ตั้งหลักสร้างวัดเป็นศูนย์กลางให้ผู้มีบุญมาศึกษา สอนว่ามนุษย์ทุกคนอยากไปสวรรค์จึงต้องเลือกครู ถูกต้องเป็นครู ผิดต้องเป็นนักเรียน ครูต้องเป็นต้นบุญต้นแบบที่ดี ท้ายช่วงให้กำลังใจยกชั้นในวันพรุ่งนี้
สปอตเชิญชวนถวายโคมมาฆประทีปในงานมาฆบูชา ประชุมงานวันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา 11.45 น. ที่หอฉันคุณยายอาจารย์ บอกอานิสงส์ว่าผู้ถวายดวงประทีปด้วยจิตเลื่อมใสจะไม่ไปเกิดในทุคติ และบรรยายภาพทะเลเปลวประทีปนับแสนดวงรอบมหาธรรมกายเจดีย์ในคืนวันเพ็ญเดือนสาม พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ
อีก 13 วันถึงวันมาฆบูชา 13 กุมภาพันธ์ ซึ่งครบสามรอบ 36 ปีของการสร้างวัดพระธรรมกาย ครูไม่ใหญ่นึกถึงช่วงบุกเบิกที่ทีมงานแทบไม่ได้หลับนอน คุณยายตื่นตีหนึ่งถึงตีสามจนติดนิสัยถึงปัจจุบัน ชวนคนมาสร้างความดีท่ามกลางคนที่ไม่เข้าใจ ถูกตั้งให้เป็นคอมมิวนิสต์ เป็นผู้มีอิทธิพล เป็นเศรษฐี ก็ไม่ว่าอะไร ถือว่าเขาคิดถึงเรา แล้วชวนมาเอาบุญใหญ่ และบอกว่าการสร้างวัดไม่ได้ทำตามลำพัง มีผู้มีบุญร่วมบุกเบิกมากมาย
เดือนนี้เป็นเดือนเกิดของผู้มีบุญหลายท่านที่ร่วมบุกเบิกสร้างวัดเคียงบ่าเคียงไหล่กับครูไม่ใหญ่มา ครั้งนี้เป็นตัวอย่างของเดือนมกราคม ต่อไปทุกสิ้นเดือนจะอำนวยพรวันคล้ายวันเกิดให้ผู้ที่เกิดในเดือนนั้น แล้วชวนนักเรียนอนุบาลร่วมอวยพรพร้อมกัน
เพลงอวยพรวันเกิด ขอให้บุญช่วยค้ำจุนให้สุขสบาย มีสมบัติมากมาย เข้าถึงพระธรรมกาย และคิดสิ่งใดก็สมใจ ร้องให้ผู้ร่วมบุกเบิกที่เกิดเดือนมกราคม
ผู้ร่วมบุกเบิกมีทั้งยุคแรกและยุคถัดมา ตั้งแต่ยุคบ้านธรรมประสิทธิ์ มีกัลยาณมิตรครอบครัวหนึ่งที่เข้าวัดมาตั้งแต่ตอนนั้นและสร้างบารมีเรื่อยมา และตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่นี่ซึ่งยังเป็นท้องนา ครูไม่ใหญ่เอ่ยถึงคุณหญิงท่านหนึ่งกับคุณหมอท่านหนึ่งที่เห็นในภาพ คุณหมอเพิ่งบอกเมื่อวันอาทิตย์ว่าอายุแปดสิบแล้ว วันเวลาผ่านไปเร็ว แต่ท่านมีที่พึ่งภายใน องค์พระชัดใสแจ่มอยู่ตลอด ชื่อผู้ร่วมบุกเบิกในช่วงนี้ถอดเสียงเพี้ยน ยังไม่ยืนยันการสะกด
ครูไม่ใหญ่เล่าว่าคุณยายอาจารย์และหมู่คณะปรารถนาเพียงให้ทุกคนเข้าถึงธรรมกาย หรืออย่างน้อยเห็นดวงใสองค์พระในตัวเป็นที่พึ่งภายใน นั่นคือวัตถุประสงค์การสร้างวัด เคยไปศึกษาตามสำนักต่าง ๆ เห็นว่าดีทั้งสิ้นแต่อยากให้ง่ายไม่ซับซ้อน บางแห่งใช้ปริศนาธรรมอย่างซอนหรือเซนในเกาหลีซึ่งยาก ปริศนาธรรมเหมาะกับผู้มีบารมีแก่กล้าที่รู้คุยกับผู้รู้ ยกตัวอย่างคำถามว่าอะไรคือหนึ่ง อะไรคือสอง ไปจนถึงสิบ ที่ต้องพระอรหันต์ตอบ และบทสนทนาว่ารู้ไหมจะไปไหน ไม่รู้ ไม่รู้หรือ รู้ ที่คนทั่วไปฟังแล้วงง
จึงตั้งมโนปณิธานว่าจะทำให้ง่ายแต่ทำได้ พระมงคลเทพมุนี สด จันทสโร หลวงปู่วัดปากน้ำผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย สรุปวิธีง่ายที่สุดว่าหยุดเป็นตัวสำเร็จ พระรัตนตรัยคือพระธรรมกายอยู่ในตัวมนุษย์ทุกคนที่ศูนย์กลางกายฐานที่เจ็ด เข้าถึงได้ด้วยการหยุดใจอย่างเดียว ครูไม่ใหญ่ขยายให้ง่ายยิ่งขึ้นเพราะตัวเองลำบากมานานไม่อยากให้คนอื่นลำบาก ผ่านไป 36 ปีแล้ว ครูไม่ใหญ่จะอายุ 62 ก็ยังทำตามปณิธานว่าธรรมะแม้ลึกซึ้งแต่เข้าถึงได้ง่าย
ครูไม่ใหญ่ชวนฟังเพลงเป็นตัวอย่างว่าทำการปฏิบัติให้ง่าย บอกว่าวันนี้ไม่มีเรื่องเกาหลีจะเป็นเรื่องโซโลมอน แล้วเปิดเพลงตะวันออกกลางกาย ช่วงเพลงถอดเสียงไม่ได้ ท้ายช่วงสรุปว่าทุกคนปฏิบัติได้ ยกเว้นคนที่หมอบอกว่าป่วยทางจิตให้ปรึกษาหมอก่อน
คิดถึงชาวโซโลมอนมาก โดยเฉพาะบุคคลประวัติศาสตร์ชุดแรกที่ปรารถนาเป็นชาวพุทธและขอเข้าบททดสอบ วันนี้จะมีเรื่องของคุณแซมที่ตั้งใจพูดเมื่อวานแต่หมดเวลาก่อน แต่ก่อนนั้นจะทบทวนจอน ควาเลมาเน่ ให้นักเรียนใหม่รู้จัก และเปิดบรรยากาศด้วยเพลงมะพร้าวมหัศจรรย์
เพลงมะพร้าวมหัศจรรย์ เพลงชวนนึกลูกมะพร้าวในท้องสำหรับชาวโซโลมอน เปิดบรรยากาศก่อนทบทวนจดหมายของจอน ควาเลมาเน่ ช่วงเพลงไม่มีบรรทัดถอดเสียง
ทบทวนจดหมายของจอน ควาเลมาเน่ ที่เคารพหลวงพ่อเพราะจะพาไปสวรรค์ได้ ครูไม่ใหญ่อธิบายว่าพาไปได้เพียงแนะนำตามที่พระพุทธเจ้าสอน และตัวเองแค่จำเก่ง จอนขอบคุณที่ให้ดูภาพนรกซึ่งทำให้เลิกดื่มเหล้าได้ถาวร คนยังขาดความรู้เรื่องนรกสวรรค์ที่เชื่อแค่สวรรค์ในอกนรกในใจ เพื่อนมักชวนไปดื่มหลังเลิกงานจนว่าเขาทำลายประเพณีโซโลมอน แต่เมื่ออยู่กับคุณเปเล่ก็ไม่ต้องดื่ม วันไหนฝนตกไป Buddha Hall ลานคอนกรีตหน้าบ้านผู้มีบุญที่คุณเปเล่ชวนคนไปนั่งไม่ได้ก็หาเวลานั่งเอง
จอนเล่าว่าสมาธิทำให้ครอบครัวมีความสุข เดิมทะเลาะกับภรรยาเป็นประจำ หลังชวนเธอนั่งสมาธิต่างก็ยิ้มแย้มมากขึ้น และบอกว่ารักภรรยามาก ครูไม่ใหญ่ให้ไปบอกเธอเองทุกวัน เพื่อนห้าคนรู้ว่าเขามีความสุขจากการปฏิบัติจึงอยากทำตาม นั่งแล้วบอกว่ามีความสุขและผ่อนคลาย ครูไม่ใหญ่ชี้ว่าใครเข้าถึงความสุขภายในแล้วเพียงเล่าให้คนที่รักฟังเขาก็อยากทำตาม
จอนนึกลูกมะพร้าวในท้องตามที่หลวงพ่อแนะนำ ครูไม่ใหญ่อธิบายว่าจับหลักหยุดเป็นตัวสำเร็จ จะเอาอะไรมาไว้กลางกายก็ได้ มะพร้าวเป็นของที่ชาวโซโลมอนเห็นทุกวันจึงนึกได้ง่าย ลูกมะพร้าวเขียวค่อย ๆ กลายเป็นลูกกลมใสเหมือนแก้ว สว่างเหมือนดวงอาทิตย์ ร่างกายเบาเป็นอิสระ เขาเรียกว่า Glass Ball แม้ขณะทำงานก็เห็นลูกกลมใสอยู่กลางกาย ใจกับดวงเป็นหนึ่งเดียวกัน เริ่มคิดเองว่าสมาธิมีอะไรมากกว่าความผ่อนคลายอย่างที่เบน ฟรานซ์ว่า ช่วงกลางเสียงถอดเพี้ยน
จอนบอกว่าสมาธิทำให้ทำงานดีขึ้นและระบบความคิดดีขึ้นเพราะมีความสุข ครูไม่ใหญ่ขยายว่าความคิดตอนใจมีความสุขมองอะไรทะลุปรุโปร่งและวินิจฉัยถูกต้อง ส่วนคิดตอนใจขุ่นมัวก็มืดแปดด้าน จอนขอบคุณหลวงพ่อที่มีเมตตาต่อประเทศโซโลมอนและตั้งใจจะผ่านบททดสอบให้ได้ แล้วเล่าว่าหญิงชาวโซโลมอนในออฟฟิศฟังเพลงมะพร้าวมหัศจรรย์แล้วลุกขึ้นเต้นตามจังหวะ
เปิดเพลงมะพร้าวมหัศจรรย์ เพลงชวนนึกลูกมะพร้าวในท้องสำหรับชาวโซโลมอน ต่อจากที่จอนเล่าว่าหญิงชาวโซโลมอนในออฟฟิศชอบเพลงนี้มาก ช่วงเพลงไม่มีบรรทัดถอดเสียง
ภาพจอนผู้นึกถึงลูกมะพร้าวแล้วเดินทางเข้าสู่ภายในจนพบดวงตะวันใสกลางกายซึ่งเป็นบ่อเกิดความสุข นั่งสง่างาม ครูไม่ใหญ่บอกว่าเบน ฟรานซ์พูดถูกที่ว่าสมาธิน่าจะมีอะไรมากกว่าความผ่อนคลาย แต่จะบอกเมื่อผ่านบททดสอบของการเป็นชาวพุทธแล้ว ตอนนี้ให้เบน ฟรานซ์ฟังเพลงก่อน แล้วเปิดเพลงที่ร้องว่าเราอยู่ในตัวคุณ ช่วงเพลงแทบไม่มีบรรทัดถอดเสียงและยังไม่ยืนยันชื่อเพลง
คุณแซมกลับมาแล้วมาหาคุณเปเล่เพื่อนั่งสมาธิด้วย เล่าว่าหลับตาแล้วลืมทุกสิ่ง นึกถึงลูกบอลขนาดราวสามนิ้ว ราวครึ่งชั่วโมงลูกบอลที่มืดก็สว่างขึ้นเฉย ๆ เหมือนมีคนเปิดสปอตไลท์กลางลูกบอล ครูไม่ใหญ่ขยายว่าอยู่ดี ๆ คืออยู่เฉย ๆ ทำเฉย ๆ ก็สว่างเฉย ๆ แต่พอเห็นแล้วแซมไม่เฉย ตกใจลืมตาทุกอย่างหายหมด แซมรู้สึกว่าสมาธิง่ายมาก เหมือนอยู่อีกโลกที่เป็นอิสระ ทำงานมีความสุขขึ้น
คุณแซมบอกว่าสมาธิทำให้ความคิดเป็นอิสระและรักครอบครัวมากขึ้น ครูไม่ใหญ่ขยายว่าถ้าทุกครอบครัวรักกันไม่ขัดแย้ง รวมเป็นหมู่บ้าน ตำบล จังหวัด ประเทศ และนานาชาติ สันติสุขที่แท้จริงที่ใคร ๆ ปรารถนาจะเกิดขึ้น แซมไม่รู้ว่านั่งสมาธิได้ทุกวันหรือได้เฉพาะต่อหน้าคุณเปเล่ แต่คิดเองได้ว่าเมื่อได้ความสุขจากการนั่งแล้วจะเลิกทำไม จึงควรนั่งทุกวัน แล้วถามว่าควรนั่งนานเท่าไรและตอนกี่โมง
ครูไม่ใหญ่ตอบว่านั่งได้นานเท่าที่ปรารถนาโดยไม่ขัดภารกิจทำมาหากิน วันไหนนั่งดีที่สุดอย่าเพิ่งลุก อย่าคิดว่าพรุ่งนี้จะดีกว่า ให้นั่งต่อจนลืมเวลา พอเพียงแล้วใจจะถอนขึ้นมาเอง ในที่สุดจะปรับให้สอดคล้องกับชีวิตประจำวัน เป็นชีวิต 200 เปอร์เซ็นต์ คือความสุขภายในร้อยและภารกิจภายนอกอีกร้อย ส่วนเวลานั่งกี่โมงก็ได้ ช่วงที่พร้อมและปลอดกังวล ตื่นนอน ก่อนนอน หรือกลางวัน แต่ต้องสม่ำเสมอทุกวันเหมือนลมหายใจ และสิ่งนี้สำคัญกว่าลมหายใจ เพราะดวงใสองค์พระใสหรือมะพร้าวใสจะเป็นยานพาหนะเดินทางสู่ปรโลกเมื่อเลิกหายใจแล้ว ช่วงต้นเสียงถอดเพี้ยน
คุณแซมรู้สึกว่าหลวงพ่อเต็มไปด้วยปัญญา และเชื่อว่าชีวิตต้องมีความสุขและสิ่งดีที่ยังไม่เคยพบ จึงพยายามหา missing link to happiness ครูไม่ใหญ่ขยายว่าบางคนเชื่อมด้วยความเมา การพนัน ความเพลิน หรือทรัพย์ แต่สิ่งที่เชื่อมไปกลับเป็นความหายนะ ชาวโซโลมอนคิดเรื่องนี้ได้ พระพุทธเจ้าตรัสว่านัตถิ สันติปรัง สุขัง สุขอื่นนอกจากความสงบไม่มี ความหยุดนิ่งจึงเป็นจุดเชื่อมใจกับความสุข แซมบอกว่าสมาธิคือสิ่งที่ตามหามาตลอด ฝากความปรารถนาดีถึงหลวงพ่อผู้เป็น Man of Understanding และอยากเห็นหลวงพ่อมาที่โซโลมอน ท้ายช่วงเป็นบรรทัดเสียงลากยาวที่ถอดไม่ได้ แล้วเป็นภาพแซมเข้านั่งสมาธิ
ละครชาดกต่อจากตอนที่แล้ว โปริสาทซุ่มในสระมงคลโบกขรณี เมื่อพระเจ้าสุตโสมสรงสนานเสร็จก็กระโจนขึ้นแบกพระองค์ข้ามกำแพงหนีไป เสนาบดีปลอบข้าราชบริพารว่าพระองค์ประพฤติธรรมจะปลอดภัยกลับมา โปริสาทเห็นเหงื่อไหลนึกว่าน้ำตาเพราะกลัวตาย พระเจ้าสุตโสมตรัสว่าเสียใจเพราะนัดฟังสตารหคาถาของพระกัสสปพุทธเจ้าไว้กับพราหมณ์ จะเสียสัจจะ จึงสาบานต่อดาบว่าจะกลับมา โปริสาทนิ่งอึ้งแล้วยอมปล่อย และคิดว่าถ้าไม่กลับมาจะเชือดแขนตนเอาเลือดทำพลีกรรมแทน
โปริสาทย้ำเรื่องคำสาบาน พระเจ้าสุตโสมตรัสว่าตั้งแต่เป็นหนุ่มไม่เคยพูดเท็จแม้เพียงล้อเลียน โปริสาทจึงนำทางไปส่ง พระองค์รีบกลับถึงพระนครอินทปัตถ์ เล่าเรื่องให้เสนาอำมาตย์ฟังเว้นเรื่องที่ต้องกลับไปหาโปริสาท ประชาชนแซ่ซ้องสาธุการ แล้วยังไม่เข้าเฝ้าพระราชบิดามารดา รีบให้เชิญนันทพราหมณ์มาอาบน้ำหอม แต่งกายใหม่ เลี้ยงอาหาร ให้นั่งบนบัลลังก์ ส่วนพระองค์ประทับบนอาสนะต่ำกว่าด้วยความเคารพในธรรม บูชาด้วยดอกไม้ของหอม แล้วอาราธนาให้แสดงสตารหคาถา
นันทพราหมณ์เช็ดมือด้วยผ้าหอม ยกคัมภีร์ขึ้นอ่านสตารหคาถาสี่บทของพระกัสสปพุทธเจ้า บทที่หนึ่ง การคบสัตบุรุษครั้งเดียวย่อมคุ้มครองผู้คบได้ คบอสัตบุรุษแม้มากครั้งก็คุ้มครองไม่ได้ บทที่สอง พึงคบและสนิทกับสัตบุรุษเพราะรู้ธรรมของท่านแล้วมีแต่เจริญ บทที่สาม ราชรถที่วิจิตรยังเก่าคร่ำคร่า สรีระก็ถึงความชรา แต่ธรรมของสัตบุรุษไม่เก่า บทที่สี่ ฟ้ากับดินและฝั่งมหาสมุทรว่าไกล ธรรมของสัตบุรุษกับอสัตบุรุษไกลกันยิ่งกว่า พระเจ้าสุตโสมทรงปีติ รู้ว่าเป็นพุทธภาษิต มีค่ายิ่งกว่ารัตนะทั้งปวง ตรวจวาสนาของพราหมณ์แล้วบูชาด้วยทรัพย์สี่พันกหาปณะ แล้วทิ้งค้างว่าจะรักษาสัจจะกลับไปหาโปริสาทหรือไม่ โปรดติดตามตอนต่อไป
ครูไม่ใหญ่เล่าว่ามีคนแนะนำให้ละครยาวขึ้นและตัดช่วงทวนออก แต่มีนักเรียนใหม่จึงต้องทวน แล้วทวนสตารหคาถาข้อสุดท้ายว่าข้อปฏิบัติ ความคิด คำพูด การกระทำของสัตบุรุษกับอสัตบุรุษต่างกันเหมือนฟ้ากับดิน อสัตบุรุษบอกให้เมาอย่างฉลาด สัตบุรุษบอกไม่เมาจึงฉลาด คนไม่เมาไปสวรรค์ไปนิพพาน คนเมาไปมหานรกขุมห้า แล้วบอกว่าสามทุ่มกว่าแล้ว มาฟังเรื่องรักเธอมาแต่ปางก่อนกัน
เปิดเพลงยิ้มแล้วรวย เพลงชวนยิ้มให้กันแล้วจะรวย ก่อนเข้ากรณีศึกษา ช่วงเพลงถอดเสียงเพี้ยนและมีบรรทัด jingle ซ้ำคั่น
ยิ้มกันไปทั่วโลกแล้วเข้ากรณีศึกษาตอนรักเธอมาแต่ปางก่อน ผู้เขียนเล่าว่าปี 2539 อายุ 31 เพิ่งคลอดลูกคนที่สามได้ปีกว่า เริ่มป่วยปวดขามากไม่มีแรงเดิน กินยาหมอแผนปัจจุบันแล้วใจสั่นหัวใจเต้นแรง จึงไปหาหมอไสยเวทที่ใช้ใบพลูลากบริเวณที่ปวดแล้วมีของเหลวสีช้ำเลือดช้ำหนองกลิ่นเหม็นติดมา อาการปวดหายแต่ใจสั่นหัวใจเต้นเกินร้อยครั้งต่อนาทีและรู้สึกมีก้อนจุกคอ จึงไปรักษากับหมอนวดเส้นผู้หญิงอายุห้าสิบที่มีสามีแล้ว หมอนวดว่าเป็นไทรอยด์เป็นพิษที่หมอตรวจไม่พบเพราะมีอะไรบังอยู่ ต้องอยู่รักษาที่บ้านหมอนวดหลายเดือน ถูกล้วงคอทุกวันจนอาเจียนเป็นเลือดและเสมหะอยู่สามเดือนอาการจึงดีขึ้น
ระหว่างรักษาหมอนวดผู้หญิงมานอนเป็นเพื่อน นวดและเป่าคาถา ต่อมาเริ่มนอนกอดให้หนุนแขน ผู้เขียนไม่ว่าอะไรเพราะอยากหาย หมอนวดบอกว่าอาจารย์วิทยาธรคนที่สามมาเข้าฝันขอรักษาเอง เพราะผู้เขียนเคยเป็นภรรยาของอาจารย์คนนั้นและตามหามาเป็นร้อยปี คืนหนึ่งหมอนวดหลับไปแล้วร่างขยับเสียงเปลี่ยน เล่าอดีตชาติว่าผู้เขียนชอบพูดประชดประชันหนีมาหลายชาติ บอกว่าต่อไปจะให้เป็นหมอนวด แล้วแสดงความรักเหมือนชายหนุ่ม ผู้เขียนยอมมีความสัมพันธ์ด้วยคิดว่าไม่เสียหาย หมอนวดทำพิธีเปลี่ยนลายมือให้นวดคนไข้ได้และถ่ายทอดวิชานวด ผู้เขียนจึงมารับจ้างนวดที่กรุงเทพฯ และยังไปมาหาสู่กันเรื่อยมา สามีหมอนวดหึงหวง ส่วนสามีผู้เขียนเสียชีวิตตั้งแต่ท้องลูกคนที่สาม ผู้เขียนถามหมอนวดว่าผิดศีลไหม เขาว่าไม่ผิดแต่ผู้เขียนยังกลัวบาป ช่วงหนึ่งราวหนึ่งนาทีไม่มีบรรทัดถอดเสียง
ปลายปี 2546 ผู้เขียนรู้จักผู้ชายคนหนึ่งที่มีน้ำใจแต่ดื่มสุราทุกวัน เขาชอบและตามตื๊อ ผู้เขียนจึงบอกว่าถ้าเลิกเหล้าได้อาจจะพิจารณา ให้เลือกเอาว่าจะเลือกเหล้าหรือเลือกเธอ ครูไม่ใหญ่แทรกด้วยเพลงสั้น ๆ ที่ร้องว่าถ้าชอบเมาก็แยกกันตรงนี้ ต่อมาเขาหักดิบเลิกดื่มสุราได้แล้วมาทวงสัญญา ผู้เขียนพยายามบ่ายเบี่ยงจนเขาตามมาถึงบ้าน สุดท้ายยอมคบแต่เพียงสามสี่ครั้งก็เลิก เพราะเวลาถูกเนื้อต้องตัวกันจะรู้สึกร้อนและอาเจียนออกมาทุกครั้ง ตัวเลขปีฟังไม่ชัด
หมอไสยเวททำพิธีถอดหัวใจที่อยู่กับผู้เขียนออกไปใส่ในตัวหมอนวดผู้หญิง ระหว่างพิธีผู้เขียนเฉย ๆ แต่หมอนวดร้องไห้ตลอด หมอไสยเวทว่าถอนของไม่หมดเพราะผู้ชายคนนั้นทำไว้หนา ต่อมาหมอนวดกับผู้เขียนไปบวชชีด้วยกันที่วัดใกล้บ้าน ผู้ชายคนนั้นโทรมาขอให้หมอนวดอโหสิกรรมแต่หมอนวดไม่ยอม ระหว่างบวชชีหมอนวดอาเจียนอ้างว่าโดนคุณไสยบิดไส้ ให้ผู้เขียนว่าคาถาถอนของแล้วหาย หลังบวชชีแม่ของหมอนวดป่วยหนักจนมองไม่เห็นเดินไม่ได้ หมอไสยเวทว่าถูกผีปอบที่ผู้ชายคนนั้นเลี้ยงไว้ทำ และผีปอบตามมาอยู่กับผู้เขียน หมอไสยเวทช่วยไม่ได้ หลังจากนั้นราวสามนาทีไม่มีบรรทัดถอดเสียง
หมอนวดเห็นว่าหมอไสยเวทถอนไม่ได้ จึงทำพิธีไล่ผีปอบเอง เชิญครู ให้ผู้เขียนนอนพนมมือ จุดเทียนวนรอบตัวแล้วหยดเทียนลงกระทง แล้วพาไปนอนในหลุมที่ขุดไว้ชายคลอง กลบดินให้โผล่แต่หัว ว่าคำชักบังสุกุลตาย ระหว่างนั้นรู้สึกมีสัตว์ตัวเล็กมาไต่ทั่วตัวจนแสบคัน น้องชายที่มาช่วยท่องบังสุกุลมั่ว วันต่อมาให้นอนหงายถอดเสื้อ เสกปูนกินหมากทาจากหน้าท้องถึงหน้าอก เอาก้านสับปะรดรูดทั่วตัวจนแสบคัน วันต่อมาใช้สายสิญจน์มัดตัวเหมือนมัดตราสังศพ ปั้นดินน้ำมันเป็นหัวใจสองดวงแปะหน้าอก เอามีดหมอจิ้มแล้วถามผีปอบว่าจะออกไหม มาทำไม ครูไม่ใหญ่แทรกเป็นระยะ ท้ายช่วงเสียงถอดเพี้ยนและมีบรรทัดคล้ายเนื้อเพลง
หมอนวดพอใจกับคำตอบจึงหยุดพิธี น้องชายที่มาช่วยตอนฝังหลุมกลับบ้านแล้วไม่ยอมนอนบ้าน สามวันต่อมาแม่พาขับรถมาบ้านหมอนวด น้องชายบอกว่ามีคนสั่งให้หยุดรถสามครั้ง พอถึงหมอนวดเสกพริก เกลือ หอม กระเทียม ข้าวสาร สาดใส่ มีเสียงจากปากน้องชายว่าเรียกจิตผมมาทำไม ผมไม่ได้ทำอะไรผิด แล้วล้มหงายหลัง หมอนวดใช้เท้าเหยียบท้อง น้องชายรู้สึกตัวงงว่ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ครูไม่ใหญ่แทรกว่ามั่วไปหมด หลังจากนั้นผู้เขียนไปบวชชีสิบวัน แล้วแสวงหาความรู้จนมาจบที่จานดาวธรรมที่กัลยาณมิตรใกล้บ้านมาติดตั้งให้ รักษาอุโบสถศีลทุกวันพระ ลูกสาวเข้าวัดก่อนกับกัลยาณมิตรที่มานวด พอรถใกล้เขตวัดน้ำตาปีติไหลไม่หยุดเหมือนกลับบ้านเดิม ต่อมาพาลูกชายสองคนมาถือธงนำขบวน พยายามชวนหมอนวดให้ศึกษาแต่เขาไม่ค่อยพอใจ
คำถามของผู้เขียน: กรรมใดทำให้ปวดขาต้องหายด้วยหมอไสยเวท ของเหลวจากใบพลูคืออะไร กรรมใดทำให้ใจสั่นแน่นคอต้องถูกล้วงคอสามเดือน ปัจจุบันยังแน่นคอและมีกระดูกงอกที่ก้านคอจะหายขาดไหม ไทรอยด์จะกลับมาไหม กรรมใดทำให้ถูกฝังหลุม มัดตราสัง ทาปูน รูดใบสับปะรด และสัตว์ที่ไต่มาจากไหน ผู้เขียนกับหมอนวดมีบุพกรรมใดจึงมีความสัมพันธ์แบบทอมกับดี เป็นเพราะหมอนวดเบี่ยงเบนทางเพศหรือเพราะอาจารย์วิทยาธรคนที่สามมาสิง จะผิดศีลข้อกาเมไหม อาจารย์วิทยาธรคนนั้นคือใคร มีวิทยาธรช่วยการนวดไหมเพราะตัวเล็กมือเล็กแต่นวดได้ทั้งวัน พิธีเปลี่ยนลายมือจริงไหม ผู้ชายคนนั้นมีวิชาไสยเวทและทำคุณไสยจริงไหม สามคนเคยเกี่ยวข้องกันอย่างไร ทำไมหมอนวดโกรธ ใครเรียกจิตน้องชายและใครสั่งหยุดรถ กรรมใดให้มีอาชีพหมอนวด การไหว้ครูจะพาไปอยู่กับวิทยาธรไหม ทำไมเข้าวัดช้า ผลการปฏิบัติในอดีต ถ้าอธิษฐานเป็นผู้ชายได้บวชทุกชาติจะสำเร็จไหม และลูกทั้งสามสร้างบารมีมาอย่างไร
เพลงคั่นก่อนตอบคำถามกรณีศึกษา เนื้อเพลงชวนหลับตาเบา ๆ ใจนิ่งเฉย ๆ เพียงหยุดใจ นั่ง นอน ยืน เดิน ให้ใจอยู่ในศูนย์กลางกาย ไม่ได้ประกาศชื่อเพลง ท้ายช่วงเสียงถอดเพี้ยน
ครูไม่ใหญ่ถามว่าจำเรื่องและคำถามได้ไหมแล้วเริ่มตอบ ผู้เขียนป่วยปวดขาเดินไม่ไหวเพราะวิบากกรรมที่เคยเกิดในสังคมเกษตรกรรมแล้วมัดสัตว์ขายให้เขาเอาไปฆ่า ส่วนของเหลวช้ำเลือดช้ำหนองจากใบพลูไม่ได้มีอยู่ในร่างกาย แต่อาจารย์วิทยาธรซึ่งเป็นกายละเอียดเอามาใส่เพื่อสร้างความขลังให้ผู้เขียนผูกพันกับวิชานี้ โดยหมอไสยเวทเองก็ไม่เห็น คนเล่นไสยเวทตายแล้วมักไปเป็นบริวารวิทยาธร อาการใจสั่นแน่นคอต้องถูกล้วงคอเพราะกรรมใช้แรงงานสัตว์แก่อย่างวัวแก่ควายแก่จนเหนื่อยหอบ ที่ยังแน่นคอและกระดูกงอกที่ก้านคอเพราะชอบเล่นแรง ๆ กับลูกหมาลูกแมวแล้วโมโหบีบคอจนหายใจไม่ออก รักษาหายขาดได้ถ้าสั่งสมบุญมากจะได้เจอหมอดียาดี ไทรอยด์กลับมาได้ถ้าพักผ่อนน้อยหรือเครียด ให้ทำใจใสและพักผ่อนให้พอ
ที่ถูกฝังหลุม มัดตราสัง ทาปูน รูดใบสับปะรด เพราะในอดีตเคยนับถือไสยเวทจึงตกอยู่ในวงจรนี้อีก ส่วนที่แสบคันเหมือนแมลงกัดเป็นสัตว์ตัวเล็กที่มีในดินแถบนั้นตามปกติ ไม่มีอะไรพิเศษ ที่ผู้เขียนกับหมอนวดมีความสัมพันธ์แบบทอมกับดี เพราะหมอนวดมีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศ ไม่ได้มีอาจารย์วิทยาธรมาสิง ร่วมกับที่ผู้เขียนมีวิบากกรรมเจ้าชู้ตอนเป็นผู้ชาย และเข้าข่ายผิดศีลข้อกาเมเพราะหมอนวดมีสามีแล้ว ปัจจุบันไม่มีวิทยาธรอยู่กับตัว แต่ยังผูกพันกับวิชา ที่นวดได้ทั้งวันทั้งที่ตัวเล็กเพราะความเชื่อมั่นในวิชา การเปลี่ยนลายมือเป็นเพียงการสร้างความเชื่อ ส่วนผู้ชายคนนั้นไม่ได้มีวิชาไสยเวทและไม่ได้ทำคุณไสยใส่ใคร
ผู้เขียน หมอนวด และผู้ชายคนนั้นเกี่ยวข้องกันในอดีตด้วยความเจ้าชู้ ผลัดกันนอกใจกันชาตินั้นชาตินี้ บางชาติเป็นหญิง บางชาติเป็นชาย บางชาติเป็นเพศที่ไม่ใช่หญิงไม่ใช่ชาย ครูไม่ใหญ่ให้ออกห่างจากหมอนวดและผู้ชายคนนั้นจะได้หมดวิบากกัน เลิกยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้แล้วหันมาทำทานรักษาศีลเจริญภาวนาเพื่อปิดอบายไปสวรรค์ ส่วนที่น้องชายพูดว่าเรียกจิตผมมาทำไมและเสียงสั่งหยุดรถ เป็นการคิดไปเองเพราะฝังใจตั้งแต่ตอนช่วยฝังหลุมและเชื่อเรื่องไสยเวท จริง ๆ ไม่มีอะไร ให้บอกน้องชายเลิกยุ่งเรื่องนี้ ช่วงแรกมีเสียงถอดเพี้ยนสั้น ๆ
อาชีพหมอนวดของผู้เขียนมาจากความผูกพันกับวิชานี้ ต่างจากคนที่ตั้งความปรารถนาจะช่วยทุกข์มนุษย์ การไหว้ครูแบบที่ปนโมหะเป็นบาปและทำให้ตกอยู่ในวงจรนี้ ตายแล้วมีสิทธิ์ไปอยู่กับวิทยาธร ถ้าจะทำอาชีพต่อควรไหว้ครูในฐานะปูชนียบุคคลผู้ให้ความรู้ประกอบสัมมาอาชีวะ และใช้วิชาช่วยคนอย่างบริสุทธิ์ตามหลักวิชาหมอนวด อย่าทำแบบหมอนวดคนนั้น ที่เข้าวัดช้าทั้งที่ถูกชวนมาสิบกว่าปีเพราะห่างหมู่คณะมาหลายกัป ผลการปฏิบัติธรรมในอดีตพอใช้ได้แต่ไม่เอาจริง ความปรารถนาเป็นผู้ชายได้บวชจะสำเร็จสักชาติเพราะวิบากความเป็นหญิงยังไม่หมด ให้อธิษฐานและปฏิบัติจนเข้าถึงพระในตัว ลูกทั้งสามสร้างบารมีกับหมู่คณะมาบ้างไม่ต่อเนื่อง ส่วนผู้เขียนสร้างมามากกว่าในฐานะกองเสบียง ให้อธิษฐานจิตไปดุสิตบุรี ช่วงหนึ่งเสียงถอดเพี้ยน
ท่องบทประจำวันซ้ำสามรอบ สิ่งที่ต้องสั่งสมคือบุญกุศล สิ่งที่ต้องแสวงหาคือพระรัตนตรัยภายใน เป้าหมายชีวิตคือที่สุดแห่งธรรม ที่พักระหว่างทางคือดุสิตบุรี วงบุญพิเศษ เขตบรมโพธิสัตว์
ประกาศรายนามผู้ร่วมบุญโครงการสร้างเสาแก้วพันปีประจำวันที่ 31 มกราคม 2549 มีผู้ถวายเพิ่มต้นละร้อยบาทหลายราย ชื่อผู้ร่วมบุญและจำนวนเงินถอดเสียงไม่ชัด ยังไม่ยืนยันการสะกด ต่อด้วยบรรทัด jingle และเสียงเพี้ยน
ปิดรายการด้วยคำขวัญว่าพุทธบริษัทสี่ต้องเป็นหนึ่งเดียวกันเหมือนดวงตะวันที่มีดวงเดียว เรื่องส่วนตัวให้วางอุเบกขา เรื่องพระศาสนาให้เอาอุเบกขาวาง ท้ายไฟล์ตั้งแต่ราว 9540 วินาทีเป็นบรรทัด jingle ซ้ำจนจบ ไม่มีเนื้อหาให้คัด
เวลาเริ่มของช่วง คำสะกด tag ที่ขาด ช่วงที่ยังไม่มีในผัง หรือลิงก์เสีย บอกได้ที่นี่ - คนที่ฟังจริงเห็นสิ่งที่คลังนี้มองไม่เห็น
เข้าสู่ระบบด้วยปุ่มด้านบนของหน้าก่อน แล้วช่องเขียนถึงผู้ดูแลจะขึ้นที่นี่