ep035 ผังเวลา 93 ช่วง
อุทิศบุญ (111) ธุดงค์ปีใหม่ 2549 (94) อธิษฐานจิต (79) จานดาวธรรม (74) วัดพระธรรมกาย (73) เสาแก้วพันปี (69) ดุสิตบุรี (67) คุณยายอาจารย์จันทร์ ขนนกยูง (63) หยุดใจนิ่ง (52) มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี (50) วงบุญพิเศษ (49) ภุมเทวา (47) กองเสบียง (45) อัญเชิญจักรแก้ว (44) วิหารน้อย (43) ชฎิลเศรษฐี (42) องค์พระในกลางกาย (42) กัลยาณมิตร (41) เพชรตาแมว (40) กฎแห่งกรรม (39) ยิ้ม (37) มหารัตนวิหารคด (33) เนื้อนาบุญ (32) วิชชาธรรมกาย (31) เร่งเสาแก้วพันปี 300 ต้น (30) ทบทวนบุญ (28) ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา (28) ปาณาติบาต (25) พระเจ้าจักรพรรดิ (23) จักรแก้ว (22) กรรมกาเมสุมิจฉาจาร (21) ยมโลก (20) พระสารีบุตร (18) คตินิมิต (17) ต้นบุญต้นแบบ (15) มหาวิหารคุณยายอาจารย์ (15) รัตนะเจ็ด (15) แต่งเนื้อแต่งตัว (15) คบคนพาล (14) ความตระหนี่ (11) กรรมนิมิต (10) พระธรรมกายประจำตัว (10) รวยปุ๊บปั๊บ (10) นิโรธสมาบัติ (9) ปุณณะเศรษฐี (9) พุทธันดร (9) อาชีพครู (9) อ่านรายชื่อเจ้าภาพ (9) วจีกรรม (8) ทานศีลภาวนา (6) พระบรมครู (6) คนทรง (5) อากาศเทวา (5) อโหสิกรรม (5) กระบวนการคัดกรณีศึกษา (4) กรุงราชคฤห์ (4) ทำบุญถูกหลักวิชา (4) ทำแท้ง (4) ธุรกิจน้ำเมาเข้าตลาดหลักทรัพย์ (4) นึกถึงบุญ (4) เนื้องอกในสมอง (4) ไถนาเป็นทองคำ (4) ก.ล.ต. (3) กระดูกทับเส้นประสาท (3) กระบวนการผลิตรายการ (3) ขนตาชนกัน (3) ตกศูนย์ (3) นิยายปรัมปรา (3) บูชาข้าวพระ (3) บูชาธรรมคุณยายอาจารย์ (3) มนุษยสมบัติ (3) มหานรกขุมหก (3) มะเร็งเต้านม (3) หมอตำแย (3) เล่นการพนัน (3) แหวนประจำตระกูล (3) กระเช้าปีใหม่ (2) ขุดหาสมบัติ (2) ความทุกข์ของนักบุญ (2) ดอยสุเทพ (2) ตกเปลเกือบตาย (2) ตัดใจ (2) ตายในกองไฟ (2) ถูกพ่อทำร้าย (2) ทีมงานอาสาสมัคร (2) ธรรมทายาทรุ่นเฉลิมพระเกียรติ (2) บริกรรมนิมิต (2) บวชช่วงสั้นถวายเป็นพระราชกุศล (2) บวชตามประเพณี (2) บิ๊กแจ๋ว (2) ผลาญสมบัติพ่อแม่ (2) ฝึกสามเณรให้ฝันเป็น (2) มัดสัตว์ไว้ฆ่าขาย (2) สมณะ (2) สั่งสมบุญต่อเนื่องสามสิบปี (2) เที่ยวกรรมฐาน (2) เพลงคั่นรายการ (2) เห็นดวงใส (2) แผลอักเสบลึกที่สะโพก (2) แรงดูด (2) ไม่ยอมรับการรักษา (2) ครอบครัวเกษตรกร (1) ความเพียรพอดี (1) ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต (1) จุดโคมประทีป (1) ตักบาตรวันปีใหม่ 2548 (1) ตายอย่างสงบ (1) ถวายไม้ชำระฟัน (1) ถือศีลวันพระ (1) ถูกจับสึก (1) ทองรัตนชาติ (1) ธรณีสูบ (1) นับถือพระรัตนตรัย (1) บุญไม่เห็นช่วย (1) ปล่อยนกปล่อยปลา (1) ปวดหูเรื้อรัง (1) ปีใหม่ 2548 (1) ผู้คุมนักโทษ (1) พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (1) รักษาใจให้เลื่อมใส (1) รับเหมาก่อสร้างโรงพยาบาล (1) วันมหัศจรรย์เปลี่ยนชีวิต (1) ศูนย์สาขาต่างประเทศ (1) สมการเข้าถึงธรรม (1) สอนตัวเอง (1) สามีไม่เข้าใจวัด (1) สุมนเศรษฐี (1) ห่วงลูกก่อนตาย (1) อนาถา (1) อาการชัก (1) อาทิตย์ต้นเดือน (1) เคสที่ 769 (1) เด็กดื้อคือเด็กดี (1) เนื้องอกในมดลูก (1) เป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ (1) เพลงอวยพรวันเกิด (1) เย็บอัฐบริขารถวายวัด (1) แผลหนองเรื้อรังที่ลำคอ (1) แพทย์แผนไทยโบราณ (1) โลกุตรธรรม (1) ใช้แรงงานสัตว์เกินกำลัง (1)
กล่าวคาถาสำเร็จว่าแม้มืดตื้อมืดมิดก็มีสิทธิ์เข้าถึงธรรม คำขวัญเมื่อเราสว่างโลกก็สว่างด้วย และเนื้อนาบุญสี่ระดับ คือมหาธรรมกายเจดีย์ของโลก มหาจุฬามณีของสวรรค์ พระในบ้านของครอบครัว และพระในตัวของเรา
ทบทวนการบ้าน 10 ข้อทีละข้อ ตั้งแต่เอาบุญไปฝากคนที่บ้าน จดบันทึกผลการปฏิบัติธรรม ก่อนนอนนึกถึงบุญที่สั่งสมมาทั้งหมด หลับและตื่นในอู่ทะเลบุญ ตื่นแล้วรวมใจเป็นหนึ่งกับองค์พระหนึ่งนาที ทุกหนึ่งชั่วโมงหยุดใจหนึ่งนาทีที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 นึกถึงดวงหรือองค์พระในทุกกิจกรรม จนถึงสร้างบรรยากาศด้วยรอยยิ้มและปิยวาจา
วันนี้เป็นวันที่ 56 นับจากวันออกพรรษา เหลืออีก 211 วันจะเข้าพรรษาอีกครั้ง และผ่านวันปีใหม่มา 346 วัน แล้วทบทวนว่าเราเกิดมาทำพระนิพพานให้แจ้ง แสวงบุญ สร้างบารมี พระนิพพานอยู่ภายในตัวเรา เริ่มต้นที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 ด้วยการทำใจหยุดนิ่งเฉย ๆ พร้อมย้ำว่าต้องศึกษาไว้เพราะความผิดพลาดเป็นอันตราย มีอบายภูมิรองรับอยู่
บอกว่าวันนี้มีเรื่องราวดี ๆ ของกรณีศึกษาที่จะทำให้เข้าใจกฎแห่งกรรมดีขึ้น ชื่อเรื่องเพชรตาแมว ซึ่งเคยพลาดคิวไปครั้งหนึ่งแต่เพิ่งถึงเวลาที่จะได้ออก แล้วบอกว่าเสียงไม่ค่อยดีหายใจไม่สะดวก ก่อนจะให้ไปแต่งเนื้อแต่งตัวให้เสร็จเรียบร้อยก่อน
ช่วงเพลงคั่นก่อนเข้ารายการ ให้เวลานักเรียนแต่งเนื้อแต่งตัวด้วยรอยยิ้ม
ถามว่ายิ้มกันไปทั่วโลกแล้วหรือยัง ถ้ายังไม่ยิ้มก็เหมือนใส่สูทแต่นุ่งผ้าเข้ามา สวมรองเท้าแตะ หรือเขียนคิ้วข้างเดียวออกจากบ้านไปทำงาน ต้องแต่งเนื้อแต่งตัวให้เสร็จทั้งในบ้านและนอกบ้านด้วยการนำรอยยิ้มมาปรากฏบนใบหน้า แล้วบอกว่าวันนี้ต้องมีเพลงเยอะหน่อยเพราะหายใจไม่ค่อยสะดวก ขอเปิดเพลงให้หนูน้อยได้ออกกำลังกายไปด้วย
ช่วงเพลงที่เปิดให้หนูน้อยได้ขยับตัวออกกำลังกายไปพร้อมกัน แทรกคำสอนว่าอย่าทำเลยเกิน นั่งนอนยืนเดินอยู่ในศูนย์กลางกาย
เปิดเพลงให้นักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาทั่วโลกตั้งแต่หนูน้อยถึงหนูใหญ่ รวมทั้งพุทธบุตรธุดงค์ 50 รูปที่กำลังอยู่ในพิธีภาวนา ซึ่งเป็นธรรมทายาทรุ่นเฉลิมพระเกียรติ แต่ละรูปตั้งใจปฏิบัติธรรมอย่างเต็มกำลัง เป็นการบวชที่เป็นประวัติศาสตร์ชีวิตของตัวเองและเป็นเนื้อนาบุญ เพราะบวชถูกวัตถุประสงค์ของการบวช คือหาโอกาสชำระกายวาจาใจให้บริสุทธิ์เพื่อหลุดพ้นจากความทุกข์ และรู้ตัวว่ามีเวลาในเพศสมณะเหลือน้อย
เล่าว่าข่าวที่ส่งมาให้ทุกวันเยี่ยมมากจนปลื้มปีติ ยกตัวอย่างองค์หนึ่งที่ไม่เคยปฏิบัติธรรมมาก่อน ไปถึงก็นั่งนิ่ง ๆ นุ่ม ๆ เบา ๆ นานขึ้นเรื่อย ๆ แล้วถูกแรงดูดวูบลงไป ตอนนั่งยังพอรับไหว แต่พอเดินก็รู้สึกเหมือนธรณีสูบ ยืนก็กลัวจะทรุดลงไป นั่งก็ยังโดดจนหัวติดพื้น จึงตกใจรีบรายงานมา
ครูไม่ใหญ่บอกว่าเพิ่งนึกสูตรออกและขอให้อย่าถือสาเพราะเป็นสูตรมั่ว เขียนเป็นทฤษฎีว่า 3 ส่วน 3 บวก 4 ส่วน 4 ลบ 2 เท่ากับ 0 ยกกำลัง 0 ซึ่งแปลว่าตก 0 แล้วต่อด้วย E เท่ากับ M C ยกกำลังอินฟินิตี้ คือพลังภายในเกิดจากมวลคูณความเร็วแสงที่ไม่มีที่สิ้นสุด และแรงดูดเท่ากับแรงดิ่งบวกดีมาก
บอกว่าตอนนี้พุทธบุตรนั่งกันสะบั้นหั่นแหลก คนที่ไม่เคยเจอแรงดูดก็หวาดเสียว แต่ตอนนี้มีความสุขมาก เพราะทำเฉย ๆ ตามที่บอกก็วูบผ่านความมืดเข้าไปสู่แสงสว่างที่ไม่มีที่สิ้นสุด สว่างกว่าลืมตามองข้างนอก แล้วย้ำวิธีว่าแค่เอาขนตาชนกันเบา ๆ อย่าแรงจนขนตาร่วง พอผ่านความสว่างออกไปดวงธรรมก็ผุดขึ้นมารัวเท่าไรก็ไม่หมด จนได้เข้าถึงดวงธรรมและองค์พระ
บอกว่าพอองค์หนึ่งมีความสุขก็ทำให้เกิดกำลังใจกันทั้งทีม เพราะมาด้วยกันเป็นทีมก็ต้องเห็นกันเป็นทีม ตอนนี้ตั้งใจทำความเพียรกันจริง ๆ ไม่ค่อยได้หลับได้นอน เพราะเหลืออีกหกวันจะถึงวันที่ 18 ก็จะลงมาแล้ว แต่ย้ำว่าให้เพียรพอดี เพียรอย่างเจนจัดคือเพียรอย่างฉลาดและมีคุณค่า แล้วบอกว่ารุ่นนี้เป็นรุ่น M50 ยกทั้งทีม ปีก่อนบวช 124 ปีนี้ 50 ปีหน้าจะบวชถึง 500 รูป พระพุทธศาสนาจะเจริญเพราะแค่นั่งเอาขนตาชนกัน
ชวนสันนิษฐานว่าปีนี้ทำบุญใหญ่มาแล้วกี่งาน แล้วเฉลยว่าทั้งในวัดและนอกวัดรวม 30 บุญใหญ่ โดยบุญที่ 30 คือวันที่ 31 ธันวาคม 2548 พิธีอัญเชิญจักรแก้ว จากนั้นชวนทบทวนบุญไล่ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2548 คือพิธีเปิดไฟเสาแก้ว มหารัตนวิหารคด ตอนเช้าตักบาตร และบ่ายสืบสานวัฒนธรรมคุณยายอาจารย์
สารคดีทบทวนบุญว่าเมื่อถึงค่ำคืนวันที่ 31 ธันวาคม ได้มาร่วมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ในพิธีกดปุ่มเปิดไฟสองเสาแก้วพันปีของมหารัตนวิหารคด และจุดโคมประทีปถวายเป็นพุทธบูชานับแสนดวงรอบลานมหาธรรมกายเจดีย์ เวลา 23 นาฬิกา 15 นาที พระราชภาวนาวิสุทธิ์ประธานสงฆ์นำสาธุชนนั่งสมาธิกลั่นใจให้ใสบริสุทธิ์และให้โอวาทปีใหม่ พอเข้าสู่ศักราชใหม่ประธานสงฆ์กล่าวเชิญเจ้าภาพผู้มีบุญนั่งประจำโคมประทีปแก้วเพื่อประกอบพิธี โคมประทีปนับแสนดวงสว่างไสวดุจทะเลเทียน น้อมถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระมหาปัญญาธิคุณที่ขจัดความมืดมิดแห่งอวิชชา
สารคดีเล่าว่าวันที่ 1 มกราคม 2548 เวลาหกนาฬิกา เริ่มต้นปีแห่งการสร้างบารมีเคียงคู่ไปดุสิตบุรีด้วยการตักบาตรตั้งแต่เช้า คณะสงฆ์เดินเป็นทิวแถว ยอดทานบดีบรรจงประคองสิ่งของลงในบาตรและตัดขาดออกไปจากใจ พร้อมกระแสบุญหลั่งไหลทับทวีที่ศูนย์กลางกาย แม้วันปีใหม่จะเป็นวันที่ชาวโลกสมมุติขึ้นเพื่อความสะดวกในการนับเวลา แต่ยอดนักสร้างบารมีถือเป็นกุศโลบายให้ตั้งใจสร้างความดีมากกว่าปีที่ผ่านมา เพราะวันเวลาแห่งการสั่งสมบุญถูกนับถอยหลังทุกอนุวินาที
บอกว่าอย่าให้วันเวลาผ่านไปเฉย ๆ จะค่อย ๆ ทยอยทบทวนบุญออกไปวันละบุญสองบุญสามบุญ เพื่อให้ผู้ที่ทำบุญใหญ่มาแล้วได้ระลึกนึกถึงบุญและเกิดความปีติ และเป็นกำลังใจให้ผู้ที่มาภายหลังรีบทำบุญตามให้ทันหมู่คณะ แล้วสอนว่าบุญคือความสุขและความสำเร็จในชีวิต การปฏิเสธบุญเท่ากับปฏิเสธสมบัติทั้งมนุษยสมบัติ ทิพยสมบัติ และนิพพานสมบัติ เมื่อปฏิเสธสมบัติก็จะมีแต่วิบัติเกิดขึ้นกับชีวิต
บอกว่าอีก 19 วันจะถึงวันธุดงค์ปีใหม่ ให้เตรียมร่างกายให้แข็งแรงสดชื่น ทำใจให้เบิกบาน และเคลียร์ภารกิจให้เสร็จเรียบร้อย ใครจะไปขอพรหรืออำนวยพรใครก็ให้รีบไปทำ แต่ต้องทำให้ถูกหลักวิชา อย่าเอาน้ำเมาใส่กระเช้าไปให้ เพราะเท่ากับไม่ได้รักเขาจริง เป็นการหยิบยื่นความเมาและอบายให้เขา และหยิบยื่นความเป็นใบ้บ้าปัญญาอ่อนให้เขาในภพชาติต่อไป
อ่านข่าวหนังสือพิมพ์ฉบับวันจันทร์ที่ 12 ธันวาคมว่า ก.ล.ต. ยื้อยาวข้ามปีเรื่องธุรกิจเบียร์ แล้วตีความว่าใจของ ก.ล.ต. เข้าถึงความรู้ที่แท้จริงแล้วว่าน้ำเมาไม่เกิดประโยชน์ต่อสังคม จึงทำหน้าที่ของเพื่อนมนุษย์คือไม่มอมเมาเพื่อนมนุษย์ จากนั้นอ่านหนังสือของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ฉบับที่ 123/2548 วันอาทิตย์ที่ 11 ธันวาคม 2548 ว่าเดือนธันวาคมนี้จะไม่เสนอเรื่องนี้ให้คณะกรรมการตัดสิน แต่จะเสนอให้ชะลอออกไปจนกว่าจะมีการผ่านร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของกระทรวงสาธารณสุข
บอกว่านี่เป็นการตัดสินใจที่สมควรได้รับการปรบมือจากนักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาทั่วโลก เป็นการตัดสินใจถูกแล้วและน่าชื่นใจ เพราะลึก ๆ แล้วก็รักพี่น้องผองไทย ส่วนรายละเอียดเรื่องความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องของผู้สนับสนุนให้ธุรกิจน้ำเมาเข้าตลาดหุ้นจะยังไม่อ่านวันนี้ เก็บไว้อ่านวันถัดไป แล้วย้ำว่า 19 วันนี้ให้เคลียร์ให้ดี ขนาด ก.ล.ต. เขายังเลื่อนออกไป เราก็ต้องเลื่อนน้ำเมาออกไปจากกระเช้าของขวัญ
สปอตประกาศว่าสิ่งที่ปรากฏขึ้นได้ยากในโลกได้เกิดขึ้นแล้ว จักรแก้วคือประธานแห่งรัตนะเจ็ด เป็นทิพยสมบัติคู่บุญของพระเจ้าจักรพรรดิ มีอานุภาพมากที่สุด บันดาลความสุขความสำเร็จได้ตามความปรารถนา ได้จำลองลงมาให้ชาวโลกประจักษ์ถึงอานุภาพของพระพุทธศาสนาวิชชาธรรมกาย เชิญผู้มีบุญร่วมกันอัญเชิญจักรแก้วประดิษฐาน ณ มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี และจุดประทีปบูชาครูผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย ในวันเสาร์ที่ 31 ธันวาคม 2548 เวลา 17 นาฬิกา
สปอตเชิญยอดกัลยาณมิตรเริ่มต้นศักราชใหม่ปี 2549 ด้วยการอยู่ธุดงค์ปีใหม่ตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคมถึง 1 มกราคม ณ ลานมหาธรรมกายเจดีย์ วัดพระธรรมกาย จังหวัดปทุมธานี ปีนี้จะแตกต่างจากทุกปีเพราะได้จำลองมหาวิหารคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง มาเป็นวิหารน้อย เพื่อคอยชำระกายวาจาใจของลูกหลานยายให้บริสุทธิ์ผ่องใส ได้เข้าถึงพระธรรมกายภายใน และมีสมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่องอัศจรรย์ทันใช้ในชาตินี้ ดังเช่นภูเขาทองของชฎิลเศรษฐีในสมัยพุทธกาล
ชวนมารับของขวัญที่เรียกว่าบิ๊กแจ๋ว เป็นอัญมณีสีน้ำเงินมีกรอบทอง เป็นสัญลักษณ์ของวิหารยายหรือวิหารน้อยที่จะไปอยู่ธุดงค์กัน โดยมอบให้ผู้ที่ร่วมสร้างเสาแก้ว 300 ต้น ทั้งด้วยตัวเองและชวนคนอื่นมาร่วม ให้ติดต่อผู้ประสานงาน เอาไปเป็นของขวัญและเป็นเครื่องระลึกนึกถึงบุญ
สอนว่าเมื่อเกิดมาสร้างบารมีก็ต้องใช้ทุกอนุวินาทีที่มีอยู่อย่างจำกัดในโลกมนุษย์สร้างบารมีให้เต็มที่ เพื่อจะได้เป็นต้นบุญต้นแบบที่ดีของเพื่อนมนุษย์ที่จะมาภายหลัง แล้วนึกถึงผู้มีบุญอีกท่านหนึ่งที่ไม่มีวันไหนไม่ได้สร้างบุญเลย ทั้งทาน ศีล และภาวนา ตั้งแต่เป็นสาวน้อยรอบหนึ่งจนเป็นสาวน้อยรอบสอง ท่านชอบทำงานอยู่ข้างหลังเพราะรู้สึกสบายใจ สั่งสมบุญต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2519 รวมราวสามสิบปีไม่เคยขาด ตั้งแต่ตอนที่วัดยังเป็นท้องนาและยังไม่มีโบสถ์
ช่วงเพลงคั่นประกอบภาพของผู้มีบุญที่วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิด
เล่าว่าท่านชวนผู้หลักผู้ใหญ่ไปทุกคนทุกแห่งให้มาสร้างบุญทุกอย่าง เสียงดังกังวานเรื่องบุญกุศลอยู่ในจิตใจตลอดเวลา และสร้างบุญเรื่อยมาไม่ว่าสถานการณ์ของวัดจะเป็นอย่างไรหรืออะไรจะเกิดขึ้นก็ไม่เคยขาดในการสั่งสมบุญ รุ่นนั้นมีอยู่หลายท่านเหมือนกันซึ่งถ้าเอ่ยนามก็คงเยอะ แล้วบอกว่าวันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของท่าน ส่วนอายุไม่ต้องพูดถึงเพราะงามลงไว
ช่วงเพลงอวยพรวันคล้ายวันเกิด ว่าวันนี้วันเกิด ขอให้เข้าถึงพระธรรมกายและคิดสิ่งใดก็สำเร็จ
บอกว่าดูรูปแล้วก็ไม่ทราบว่าท่านอายุเท่าไร เพราะท่านไม่ชอบให้ใครเรียกป้า เรียกน้าก็ไม่ได้ ชอบให้เรียกพี่ ก็เรียกพี่มาเรื่อยจนลืมถามว่าอายุเท่าไร และถึงบอกไปก็ไม่มีใครเชื่อ จึงให้อายุของท่านเป็นความลับ แล้วอำนวยพรวันคล้ายวันเกิดให้ท่านพร้อมกับนักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาทั่วโลกที่มีวันคล้ายวันเกิดตรงกับวันนี้ด้วย
ช่วงเพลงยาวประกอบภาพและประวัติการสร้างบุญของผู้มีบุญท่านนี้ ก่อนกลับมาเล่าอุปนิสัยของท่าน
เล่าว่าท่านเป็นคนมีกำลังใจสูงส่ง สามารถเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส ตัดใจในเรื่องที่คิดแล้วทุกข์ทรมานไม่เกิดประโยชน์ได้จริง ๆ แล้วเริ่มต้นใหม่ด้วยหัวใจที่เข้มแข็ง เป็นมนุษย์มหัศจรรย์คนหนึ่งที่ครูไม่ใหญ่ได้เห็นมา ยามเจออุปสรรคจะพูดได้คล่องและนุ่มนวล ชอบพูดตรง ๆ ใครพูดเรื่องบุญเรื่องธรรมะจะสนใจฟังเป็นพิเศษ แต่แปลกที่เที่ยวไม่เป็น ชอบแต่เที่ยวกรรมฐาน แล้วเล่าครั้งที่พาหมู่คณะไปปฏิบัติธรรมบนดอยสุเทพ ท่านตัดใจทิ้งงานขึ้นมา นั่งนิ่ง ๆ นุ่ม ๆ สบาย ๆ วันสองวันก็ตัดอารมณ์ได้
บอกว่าคนที่ตัดใจหรือตัดอารมณ์ได้จะมีประโยชน์ต่อการปฏิบัติธรรมมาก อย่างท่านผู้นี้ก็ตกศูนย์เหมือนพุทธบุตรที่เดินแล้วนึกว่าธรณีสูบ แล้วเข้าไปถึงจุดที่สามารถศึกษาเรื่องราวความเป็นจริงของชีวิตได้ และได้พบกับมารดาที่ละโลกไปแล้วภายในเวลาไม่กี่วัน นิสัยตัดใจนี้ติดตัวข้ามชาติมาหลายพุทธันดร ชาติก่อน ๆ ก็เป็นกองเสบียงเกรด A ประเภทสาม A บวก ชอบมาวัดทำงาน นั่งธรรมะ และหาอาหารมาถวายพระ แล้วอวยพรให้เข้าถึงวิชชาธรรมกาย เป็นมหาเศรษฐีผู้ใจบุญค้ำจุนพระพุทธศาสนา และรวยปุ๊บปั๊บแบบปุณณะเศรษฐี
สารคดีเล่าว่าเมื่อทำทานด้วยศรัทธาเลื่อมใสอย่างเต็มเปี่ยม อานิสงส์แห่งทานนั้นยิ่งให้ผลเร็วทันตา ทำให้ได้มหาสมบัติรวดเร็วทันใจ ดังเช่นเรื่องของปุณณะเศรษฐีผู้ไถนาพลิกผืนดินขึ้นมากลายเป็นทองคำ ท่านเป็นผู้มีสัมมาทิฐิ เชื่อเรื่องบุญและบาปว่ามีจริง แม้เบื้องต้นของชีวิตยากจนต้องรับจ้างใช้แรงงาน แต่ใจงดงาม สิ่งใดเป็นบุญกุศลก็อาสาเข้าไปทำโดยไม่ต้องจ้างวาน จึงเป็นที่รู้จักของพระเถระในพระพุทธศาสนา และเหนือสิ่งอื่นใดคือมีภรรยาที่เป็นบัณฑิต มีศรัทธา ศีล และทิฏฐิเสมอกัน นางได้ถวายอาหารที่เตรียมไว้ให้สามีลงในเนื้อนาบุญพิเศษคือพระสารีบุตรที่เพิ่งออกจากนิโรธสมาบัติ
สารคดีเล่าย้อนไปสมัยที่พระบรมศาสดาประทับอยู่ในกรุงราชคฤห์ มีชายยากจนเข็ญใจคนหนึ่งชื่อปุณณะ อาศัยรับจ้างในบ้านของสุมนเศรษฐีเพื่อเลี้ยงชีพ วันหนึ่งเป็นวันนักขัตฤกษ์ใหญ่ ชาวเมืองแต่งตัวสวยงามและเล่นสนุกสนานกันตลอดเจ็ดวัน ท่านเศรษฐีถามนายปุณณะว่าจะหยุดงานไปเล่นสนุกหรือจะรับจ้างทำงานเช่นทุกวัน นายปุณณะตอบว่าการเที่ยวเล่นเป็นของคนมีทรัพย์ แต่ในเรือนของเขาแม้ข้าวสารจะต้มเป็นข้าวต้มเช้าวันรุ่งขึ้นก็ยังไม่มี หากได้โคสักคู่ก็จะไปไถนา ท่านเศรษฐีจึงมอบโคคู่หนึ่งให้
สารคดีเล่าว่าเช้าวันนั้นพระสารีบุตรพระอัครสาวกเบื้องขวาได้ออกจากนิโรธสมาบัติที่เข้ามาแล้วตลอดเจ็ดวัน ขณะตรวจดูว่าจะไปโปรดใคร ท่านเห็นนายปุณณะเข้ามาในญาณทัศนะว่าเป็นผู้มีศรัทธาและจะได้เป็นเจ้าของบุญใหญ่ จึงอุ้มบาตรไปยืนอยู่ใต้พุ่มไม้ใกล้บ่อน้ำไม่ห่างจากที่นายปุณณะไถนา นายปุณณะเห็นแล้วเกิดความเลื่อมใส จึงพักการไถมากราบ ทำไม้ชำระฟันถวาย แล้วตักน้ำในบ่อมาถวายให้ท่านล้างหน้า เมื่อพระเถระเห็นด้วยทิพยจักษุว่าภรรยาของนายปุณณะกำลังนำอาหารมาส่ง จึงเดินสวนทางไปเพื่อโปรดนาง
สารคดีตอนที่สองเล่าว่าภรรยาของนายปุณณะพบพระเถระกลางทาง นางคิดว่าบางคราวพบพระเถระแต่ไทยธรรมไม่มี บางคราวไทยธรรมมีแต่ไม่พบพระเถระ บัดนี้มีทั้งสองอย่างแล้ว แต่ไม่รู้ว่าท่านจะรับไทยธรรมของคนหาเช้ากินค่ำหรือไม่ นางจึงนั่งลงนมัสการและนิมนต์ พระเถระน้อมบาตรเข้าไป นางตักอาหารใส่ลงในบาตร เมื่อได้ครึ่งหนึ่งพระเถระปิดฝาบาตรเพราะคิดถึงส่วนของสามี แต่นางขอถวายทั้งหมดโดยกล่าวว่าขอได้โปรดสงเคราะห์ข้าพเจ้าในโลกหน้าเถิด อย่าสงเคราะห์เพียงในโลกนี้ แล้วตั้งความปรารถนาขอเป็นผู้มีส่วนแห่งโลกุตรธรรมที่ท่านได้เห็นแล้ว พระเถระอนุโมทนาแล้วนั่งฉันในที่ใกล้ ๆ ให้นางเห็นและเกิดปีติยิ่งขึ้น
สารคดีเล่าว่าภรรยาปีติมากที่พระเถระฉันอาหารของตน แล้วรีบกลับไปปรุงอาหารใหม่เพราะสามีคงหิว ส่วนนายปุณณะไถนารอจนสายก็ยังไม่เห็นอาหาร ทั้งหิวทั้งอ่อนเพลียจึงปลดแอกและไถมานั่งพักมองทาง เมื่อภรรยามาถึงและเห็นว่าสามีหิวมาก นางคิดว่าถ้าสามีด่าหรือตีก่อน บุญที่ทำไว้ก็จะลดค่าลง จึงชิงพูดยกใจไว้ก่อนว่าที่มาช้าไม่ใช่เพราะเหลวไหล แต่เพราะได้ถวายอาหารที่นำมาครั้งแรกแด่พระสารีบุตรจนหมด แล้วกลับไปหุงมาใหม่ ขอให้ทำใจให้เลื่อมใสไว้ก่อน นายปุณณะฟังแล้วปลื้มใจ บอกว่าเธอทำดีแล้ว เพราะเช้านี้เขาเองก็ได้ถวายไม้ชำระฟันและน้ำแก่พระคุณเจ้าเช่นกัน
สารคดีเล่าว่านายปุณณะได้อาหารเมื่อสายมากแล้ว รับประทานเสร็จก็อ่อนเพลียจึงนอนหนุนตักภรรยาหลับไป เมื่อตื่นขึ้นมามองไปยังนาที่ไถไว้ ก็เห็นว่าก้อนดินทั้งหมดที่พลิกขึ้นมาได้กลายเป็นทองคำไปทั้งหมด แม้ฝุ่นละอองดินก็กลายเป็นทอง เขาถามภรรยาว่าตาฝาดไปหรือไม่ นางก็ตอบว่าเห็นอย่างนั้นเหมือนกัน เขาจึงหยิบมาก้อนหนึ่งตีที่งอนไถก็รู้ว่าเป็นทองคำจริง จึงอุทานว่าทานที่ถวายแก่พระคุณเจ้าให้ผลในวันนี้เชียว แล้วคิดว่าไม่อาจซ่อนทองมากขนาดนี้ไว้ใช้ลำพัง จึงเอาทองใส่ถาดจนเต็มไปสู่พระราชวังขอเข้าเฝ้าพระราชา
ครูไม่ใหญ่ขยายว่าทองนอกจากมาจากเหมืองแล้วยังมาจากดินได้ และทองเป็นโลหะที่มีมูลค่าทุกยุคทุกสมัย ไม่มีใครไถนาแล้วได้ทองแดง แสดงว่าที่สุดของบุญจะบันดาลทองรัตนชาติ แม้ทุกวันนี้จะมีทองหลายสีเพราะผสมโลหะอื่น แต่ทองบริสุทธิ์ต้องเหลืองอร่ามอย่างนี้ แล้วสรุปว่ารวยข้ามพันธรรมมีเสมอ เมื่อบุญถึงใจถึงทุนถึง ความรวยก็เกิดขึ้นปุ๊บปั๊บอย่างฉุกละหุก มีมานับครั้งไม่ถ้วนกับคนที่ทำบุญแบบมหัศจรรย์ บอกว่าเป็นท่านที่ห้าแล้ว และพรุ่งนี้จะมีตอนจบเป็นตอนที่สาม
เปิดช่วงกรณีศึกษาด้วยเพลงยิ้มแล้วรวย
ครูไม่ใหญ่สับสนกับเลขเคสว่าเป็นเคสที่ 769 หรือ 770 แล้วบอกว่าเผลอ ๆ ไปเดี๋ยว ๆ เปิดโรงเรียนมาสามปีกว่าก็ได้เคสถึง 700 กว่า เกือบ 800 เคสแล้ว จริง ๆ มีคนส่งมาเยอะและส่งมาจากทั่วโลก จึงมีคณะกรรมการรับเคส บางทีผ่านมาทางผู้ประสานงาน แล้วคณะกรรมการก็คัดส่งมาถึงทีมงานอุปัฏฐากทีละเคส ครูไม่ใหญ่จึงเห็นเฉพาะเรื่องที่วางอยู่ข้างหน้าเท่านั้น นอกจากนั้นไม่ได้เห็นว่ามีอะไร
บอกว่าเห็นใจทุกคนที่อยากฟังเรื่องราวและอยากรู้วิบากกรรมของตัวเอง บางคนคอยมานาน บางคนเข้าใจผิดว่าเล่นพวก หรือบอกว่าเอาไปดองไว้เหมือนแตงกวาดองฝรั่งดองที่ต้องเป็นของดี แต่วันหนึ่งออกได้แค่เรื่องเดียว จึงเกิดความคิดว่าจะฝึกสามเณรให้ฝันเป็นเพื่อสนองความต้องการ แล้วสอนว่าอย่าไปซีเรียสกับความฝันของตัวเอง เพราะบางคนฝันว่ารวยแต่ตื่นมาก็ยังจนอยู่ ให้ตั้งใจฝันไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็ต้องมีดีสักวัน
อธิบายเกณฑ์คัดเคสสามข้อ คือหนึ่งต้องเป็นประโยชน์ต่อผู้ฟัง สองต้องดูว่าช่วงนั้นจะลงเรื่องแนวไหน และสามคณะกรรมการต้องซักถามเพิ่มเพราะบางคนส่งมาสั้น ๆ ไม่ได้ใจความ แล้วนำมาเรียบเรียงใหม่ ส่วนคนส่งก็แค่คอยฟัง แล้วบอกว่าขบวนการฝันในฝันไม่ใช่เรื่องธรรมดา เพราะแค่ความฝันของตัวเองเมื่อวานก็ยังจำไม่ค่อยได้ สิบปีที่แล้วหรือตอนอายุสองขวบก็ลืม พอเป็นเรื่องของคนอื่นความยากยิ่งเพิ่ม ต้องไล่ตั้งแต่ในครรภ์มารดา ก่อนเข้าสู่ครรภ์ ย้อนไปร้อยปี พันปี หมื่นปี หลายพุทธันดร หลายกัป จึงย้ำว่าอย่าไปซีเรียสเพราะเป็นนิยายปรัมปราที่เล่าให้มีคติ
บอกว่ากำลังคิดจะฝึกสามเณรและหัวหน้าชั้นด้วย โดยเรื่องที่ครูไม่ใหญ่อ่านได้วันละเรื่อง ส่วนที่เหลือจะให้หัวหน้าชั้นอ่าน สามเณรฝันมาได้ก็พิมพ์ส่งสั้น ๆ เพื่อให้ทุกคนสบายใจ ไม่ต้องรู้สึกว่าถูกดองไว้หรือไม่ยุติธรรม แล้วเล่าว่าตอนแรกรายการดูกันไม่กี่คนในองค์กร ลูกที่อยู่นอกวัดขอดูก็ให้ฟังทางโทรศัพท์ พอบอกว่าเมื่อยหูอยากเห็นภาพก็ให้อาศัยจาน แล้วก็ขยายจานไปเรื่อย ๆ จนตอนนี้ข้ามประเทศไปทั่วโลกแล้ว
บอกว่ามีเรื่องหนึ่งชื่อเพชรตาแมวที่วันนั้นไม่ได้ออกเพราะไปออกเรื่องอื่น แล้วเพชรตาแมวเพิ่งมาออกในวันนี้ ครูไม่ใหญ่ไม่อยากเข้าไปดูว่าจะทำอย่างไรให้เขาไม่เสียเวลา เพราะเห็นใจทุกคนที่อยากรู้จริง ๆ ซึ่งจริง ๆ ก็สอนวิธีฝันไปหมดแล้ว ไม่ได้ปิดบังอำพรางเลย เปิดเผยและแนะนำสั่งสอนไว้หมด
อธิบายว่าพอฝันเป็นเรื่องแล้วก็ยังไม่จบ ต้องส่งแผนกพิมพ์เพื่อพิมพ์เรื่องราว แล้วส่งไปแผนกทำภาพ ทุกแผนกไม่มีค่าจ้างเลย มีแต่ภัตตาหารมื้อหนึ่งให้ฉัน เป็นพระทั้งนั้น มีจีวรให้เปลี่ยนปีละชุดและไม่ได้ไปเที่ยวไหน มนุษย์ก็ต้องมีความปวดความเมื่อยจากการนั่งหลังขดหลังแข็งอยู่หน้าจอตลอด วาดภาพเพื่อใช้ออกอากาศตอนกลางคืน ครูไม่ใหญ่เห็นแล้วสงสารแต่ไม่บอก เพราะถ้าไม่เหนื่อยแล้วจะได้บารมีอย่างไร ความสงสารเก็บไว้ในใจแต่ความชื่นชมบอกออกไป และย้ำกับทีมงานว่านี่เป็นบารมีของเราซึ่งมองไม่เห็นเป็นเงินเหมือนงานทางโลก
เล่าว่าเมื่อจัดเรียงภาพเสร็จก็ส่งทีมที่คัดหาเพลง มีทั้งเพลงของเราและเพลงที่ยืมเขามา ต้องตัดต่อให้พอเหมาะพอดีซึ่งไม่ใช่ง่าย กว่าจะรวบรวมมาเป็นรายการฝันในฝันได้ คนดูดูสบายเพลิน ๆ แต่ขบวนการไม่ง่าย พอไปสู่ต่างประเทศก็ต้องแปลเป็นภาษาของเขาอีก ทีมแปลบางท่านเป็นอาสาสมัครที่มาช่วยงานเอาบุญซึ่งมองไม่เห็นเป็นเงิน แต่เป็นสุขใจที่ได้ทำ ฝ่ายศูนย์ต่างประเทศเวลาก็ไม่ตรงกัน ต้องไปรวบรวมมาดูก่อน มีขั้นมีตอนสารพัด แล้วบอกว่าจะเข้าเรื่องเพชรตาแมว แต่ขอเพลงลำตัดพักสักนิดก่อน
ช่วงเพลงลำตัดคั่นก่อนเข้าเรื่องกรณีศึกษาเพชรตาแมว
อธิบายว่าเพลงคั่นแบบนี้ต้องคิดเนื้อ เขียน รวบรวมนักร้องและนักดนตรีทั้งทีม แต่ออกมาได้แค่หนึ่งนาที ผู้ที่เปิดปล่อยเพลงไม่ได้นัดแนะกับครูไม่ใหญ่เลย บางทีคุณอลงกตบอกเพลงนี้ทางนั้นก็โอเค แต่ระหว่างดำเนินเรื่องครูไม่ใหญ่นึกขึ้นได้ก็สั่งให้เปิดเพลงกะทันหัน ไม่เคยนัดแนะกันแม้แต่ครั้งเดียว แต่อัศจรรย์ที่เปิดถูก ที่อื่นเขาจะเครียดวิ่งกันจนพลาด แต่ที่นี่นั่งทำงานเฉย ๆ บางทีก็ไม่ได้ดังที่อยากได้ เหมือนพระที่อยากฉันของเย็นได้ของร้อน จึงต้องรำพึงให้ฟังเพื่อให้เข้าใจ
ผู้เขียนเล่าว่าเริ่มเป็นนักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาประเภทดูอยู่ที่บ้านตั้งแต่ปี 2547 โดยได้รับคำชวนจากพี่กัลยาณมิตรซึ่งเป็นหัวหน้าในงานวันมหัศจรรย์เปลี่ยนชีวิต แล้วตัดสินใจติดจานดาวธรรมในวันที่ฟังนั้นทันที ได้ติดตามดูกฎแห่งกรรมจากกรณีศึกษาในโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาจนได้มาวัดพระธรรมกายเป็นครั้งแรกในชีวิต คือวันบูชาข้าวพระอาทิตย์ต้นเดือนเมษายน 2548
ครูไม่ใหญ่แทรกว่าบูชาข้าวพระได้บุญเยอะ แต่คนที่มาบูชาข้าวพระมักไม่รู้ว่าอาหารที่จัดไว้ข้างหน้าทั้งหมดนั้นใช้งบเท่าไหร่ ถ้ารู้แล้วก็จะสงสัยว่าทำมาได้อย่างไรตั้งหลายสิบปี แล้วเปิดเผยว่าปัจจัยที่ได้จากงานบุญอาทิตย์ต้นเดือนได้แค่ครึ่งหนึ่งของรายจ่ายที่จ่ายไป แต่ไม่ต้องไปรู้ว่าเท่าไหร่ เพราะทำรายการนี้จะเอาบุญอย่างเดียว มีความสุขในการทำ คิดว่าเป็นบุญเป็นบารมี แล้วชวนลูก ๆ ออกมาทำกัน
ผู้เขียนเล่าว่าได้สร้างพระธรรมกายประจำตัวในวันนั้นด้วย ต่อมาก็สร้างให้พ่อ แม่ และลูกสาว รวมอีกสี่องค์ ได้ร่วมทำบุญกับทางวัดและศูนย์สาขาในจังหวัด มีความประทับใจในระเบียบและความสะอาดของวัดมาก ยิ่งเมื่อไปปฏิบัติธรรมก็ยิ่งเข้าใจมากขึ้น แต่มีอุปสรรคจากสามีที่ยังไม่เข้าใจวัด แม้มีจานดาวธรรมในบ้านเขาก็ไม่ยอมดู แต่ผู้เขียนคิดว่าคงมีสักวันที่เขาเข้าใจ จึงกราบขอความเมตตาจากครูไม่ใหญ่
ผู้เขียนเล่าว่าปู่กับย่าเกิดในครอบครัวเกษตรกร มีอาชีพทำนา มีนาเป็นร้อยไร่ มีวัวเป็นฝูงใหญ่ ฐานะค่อนข้างมั่งมี งานประจำของปู่ในตอนเย็นคือไปก่อกองไฟไว้ใต้ถุนบ้านเพื่อไล่ยุงให้วัว ป้าซึ่งเป็นพี่สาวของพ่อเล่าว่าเช้าวันหนึ่งหลังจากตื่นนอนแล้วลงบันไดบ้านไป ก็พบศพของปู่นอนตายอยู่ในกองไฟที่สุมไล่ยุงให้วัวตรงใต้ถุนบ้าน ในสภาพที่เกร็งไปทั้งตัว จึงสันนิษฐานกันว่าปู่ชักแล้วล้มลงไปในกองไฟและเสียชีวิต
ย่าของผู้เขียนนอกจากทำนาแล้วยังเป็นหมอตำแยทำคลอดให้คนในหมู่บ้าน แต่ไม่เอาค่าจ้าง ทำให้ฟรี ย่าเป็นคนสุขภาพดีมาตลอด ไม่เจ็บไม่ป่วย ก่อนตายเพียงสามวันย่าไม่ยอมกินข้าวกินน้ำ แล้วก็สิ้นใจไปอย่างสงบเพราะความชรา อายุได้ 83 ปี
ตาของผู้เขียนเป็นคนจีนที่มีครอบครัวอยู่ที่เมืองจีนแล้ว แต่ทิ้งครอบครัวมาเมืองไทยโดยลำพัง แล้วแต่งงานกับยายที่เมืองไทย ก่อนแต่งงานตามีทรัพย์สินที่นำติดตัวมาจากเมืองจีนพอสมควร แต่ตั้งแต่เริ่มใช้ชีวิตคู่กับยาย ตาก็ไม่เคยทำงานอะไรเลย นอกจากเล่นการพนันทุกวันเป็นอาจิณ ทรัพย์ที่มีจึงหมดไป
เล่าว่าตาเกิดเป็นแผลมีหนองเรื้อรังที่ลำคอ แล้วเสียชีวิตลงเมื่ออายุได้ประมาณ 70 ปี
ยายของผู้เขียนเป็นคนชอบทำบุญ ทุกวันพระยายจะไปนอนถือศีลที่วัดเป็นประจำ แต่ก่อนทำอาชีพเลี้ยงหมูปลูกผัก พอมีลูกได้สี่ห้าคนก็เปลี่ยนมาทำอาชีพเย็บเครื่องอัฐบริขารของพระและเย็บชุดแม่ชีเพื่อส่งให้วัด ทำอย่างนี้จนตลอดชีวิต เมื่อชราลงยายก็เกิดเป็นแผลและมีหนองขึ้นที่หน้าอก รักษาเองอยู่สามปีก็ไม่หายจึงไปหาหมอ หมอตรวจแล้วบอกว่าเป็นมะเร็งเต้านมและจะอยู่ได้หกเดือน แต่อยู่ได้แค่สามเดือนยายก็เสียชีวิต
พ่อของผู้เขียนเคยบวชตั้งแต่อายุ 17 จนอายุได้ 33 ปี แล้วลาสิกขามาประกอบอาชีพเป็นช่างไม้ หนึ่งปีต่อมาก็แต่งงานกับแม่ มีลูกด้วยกันสี่คนโดยผู้เขียนเป็นคนที่สอง ตอนมีลูกคนแรกฐานะของครอบครัวดีมาก แต่พอผู้เขียนเกิดได้เพียงสองเดือนฐานะก็เปลี่ยนไป เพราะขณะนั้นพ่อเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างโรงพยาบาล ไปเอาอุปกรณ์การก่อสร้างจากร้านค้ามาก่อนโดยยังไม่จ่ายเงิน แล้วพ่อป่วยเป็นไส้ติ่งเกือบแตกต้องผ่าตัด พอออกจากโรงพยาบาลคุณตาก็เสียชีวิตในช่วงนั้น ทำให้พ่อไม่สามารถไปคุมงานก่อสร้างได้ จึงถูกคนงานขโมยอุปกรณ์ไปมากมายจนขาดทุนย่อยยับ
เจ้าของร้านค้ามาทวงเงินค่าอุปกรณ์ พ่อไม่มีเงินให้ แม่จึงต้องนำเงินทองของมีค่าที่เคยเก็บไว้ไปขายเพื่อใช้หนี้ แต่ก็ยังไม่พอ ทำให้ฐานะตอนนั้นฝืดเคืองมาก แม่จากคนที่เคยชอบทำบุญไปวัดไม่เคยขาด กลายเป็นคนตระหนี่ ไม่ยอมทำบุญ และมักจะพูดว่าทำไปตั้งมากมายไม่เห็นมีอะไรดีขึ้น บุญไม่เห็นช่วย
ครูไม่ใหญ่ขยายว่านี่แหละคือความทุกข์ของนักบุญ เพราะเห็นแค่ปัจจุบันนี้เท่านั้น แต่สิ่งที่ตัวทำมาในอดีตนั้นตัวไม่เห็น ตรงนี้อันตรายสำหรับชีวิต เพราะจะทำให้คิดกันไม่ถูก พูดกันไม่ถูก และทำไม่ถูกด้วย
ครูไม่ใหญ่ขอเพลงช่วยสักนิดหนึ่งเพราะเสียงไม่ค่อยดี จึงมีช่วงเพลงคั่นก่อนกลับเข้าเรื่อง
หลังจากจุดนั้นทำให้พ่อเกลียดผู้เขียน หาว่าลูกเกิดมาเป็นสาเหตุให้ฐานะทางบ้านยากจนลง ครูไม่ใหญ่แทรกว่านี่คือความเข้าใจของผู้ที่ยังไม่รู้หลักความจริงของชีวิต แล้วถามว่าเด็กเกิดมาเองหรือเปล่า ผู้เขียนยังถูกพ่อจับคอกระชากแล้วเอาหัวกระแทกกับฝาผนังบ้างประตูบ้างเป็นประจำ ตอนนั้นอายุเจ็ดแปดขวบ โดนบ่อยที่สุดจนมีอาการปวดหูอยู่บ่อย ๆ กระทั่งอายุได้สิบขวบพ่อจึงค่อยเลิกราไป
เมื่อพ่ออายุ 80 ปีก็เริ่มป่วยด้วยอาการบวมแดงที่ขาทั้งสองข้าง มีไข้สูงและมีอาการชัก เป็นอย่างนี้ติดต่อกันถึงหกปีโดยเป็นปีละสองครั้ง ครั้งสุดท้ายก่อนที่พ่อจะเสียชีวิตมีตุ่มเล็ก ๆ ใส ๆ เกิดขึ้นที่สะโพกและหลัง จากนั้นก็แตกและลุกลามเป็นแผลไปทั่วตัว รักษาอยู่หนึ่งเดือนแผลตามตัวหาย แต่แผลที่สะโพกทั้งสองข้างไม่ยอมหาย กลับกลายเป็นแผลอักเสบลึกจนหมอต้องผ่าตัดคว้านเอาเนื้อตายที่สะโพกออกจนเห็นกระดูก
ช่วงสิบวันก่อนพ่อจะเสียชีวิต พ่อมักพูดถึงลูกชายคนโตและรำพึงว่ามันกรรมหนักมาก พ่อไม่รู้จะช่วยมันอย่างไร มันทำตัวมันเอง หลังจากนั้นพ่อก็เรียกชื่อน้องชายคนเล็ก เจอเด็กผู้ชายเดินผ่านไม่ว่าใครก็เรียกชื่อน้องชายคนเล็กหมด แต่น้องก็ไม่ยอมมาเยี่ยมจนกระทั่งพ่อละสังขารไป พ่อมีแหวนประจำตระกูลวงหนึ่งที่บอกว่าได้รับถ่ายทอดจากปู่ เป็นเพชรตาแมวที่มีความศักดิ์สิทธิ์มาก ก่อนที่พ่อจะป่วยครั้งสุดท้ายพ่อได้มอบแหวนนี้ให้แม่ และแม่ก็มอบให้ผู้เขียน แต่แหวนวงนี้เป็นที่หมายปองของพี่น้องคนอื่นด้วย
น้องชายคนโตเกิดมาก็เป็นที่รักของพ่อแม่และญาติทุกคน ตอนอายุยังไม่ถึงขวบเขาตกเปลหัวฟาดกับปูนจนชักน้ำลายฟูมปาก แพทย์แผนปัจจุบันไม่ยอมรักษาเพราะเห็นว่าเด็กจะตายแล้ว แม่จึงพาไปหาแพทย์แผนไทยโบราณซึ่งกวาดยาให้ น้องชายก็หายและรอดชีวิตมาถึงปัจจุบัน แต่พอโตมากลับกลายเป็นคนเกเร
น้องชายคนโตเรียนหนังสือก็ไม่จบ แม้พ่อจับให้บวชก็ไปทำประพฤติเสีย หนีเที่ยวจนถูกจับสึก ทำให้พ่อกับแม่เสียใจมาก ครูไม่ใหญ่สอนแทรกว่าเป็นลูกก็ต้องเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ ต้องเชื่อฟังท่าน อย่าไปทำให้ท่านเสียใจ ต้องเป็นเด็กดี ซนได้แต่อย่าดื้อ
ครูไม่ใหญ่นิยามว่าเด็กดื้อคือเด็กดี เพราะเขาชอบสอนตัวเองแต่ไม่ชอบให้ใครสอนเขา ใครบอกก็ไม่ค่อยเชื่อ ถนัดในการสอนตัวเองและจะเป็นแสงสว่างให้ตัวเอง แล้วบอกว่าครูไม่ใหญ่ก็เป็นเด็กประเภทนี้ ชอบเป็นแสงสว่างกับตัวเอง ชอบเป็นครูเอาไว้สอนตัวเอง เพราะบางช่วงอารมณ์เราก็เป็นเด็กดี บางช่วงอารมณ์ก็เป็นเด็กดื้อ
ช่วงเพลงฉันจะเป็นแสงสว่างให้กับเธอ ที่ครูไม่ใหญ่ขอให้เปิดเพราะวันนี้ไม่ค่อยมีเสียง
ครูไม่ใหญ่บอกว่าชอบประโยคฉันจะเป็นแสงสว่างให้กับเธอ แต่ก็คิดถึงประโยคตรงข้ามว่าฉันจะเป็นความมืดให้กับเธอ แล้วสอนว่าอาชีพครูเป็นอาชีพเดียวที่เทวดากลับมาไหว้ อาชีพอื่นต้องไปไหว้เทวดา ดูอย่างพระบรมครู เทวดายังต้องมาไหว้
น้องชายคนโตเคยไปอาศัยอยู่กับยาย ยืมของยายใช้แต่ไม่เคยคืน ก่อนยายตายยายก็ให้อโหสิกรรม ต่อมาก็ผลาญสมบัติของพ่อแม่ มีอะไรก็แอบนำไปขายกินจนหมด แม้แต่บ้านที่พ่อสร้างขึ้นก็เอาไปขาย ครูไม่ใหญ่แซวว่าเป็นนักค้าขายที่ไม่ธรรมดา ขายกระทั่งบ้านที่พ่อสร้างให้
ปัจจุบันน้องชายคนโตอายุเกือบห้าสิบปีแล้ว ตัดขาดจากโลกภายนอก ไม่สุงสิงกับใคร พอขายทุกอย่างไปหมดก็ไปสร้างบ้านใหม่เป็นกระต๊อบอยู่เพียงลำพัง จากนักธุรกิจก็มารับจ้างถอนหญ้าตัดต้นไม้เพื่อเลี้ยงชีพกินไปวัน ๆ มีแต่เสื้อผ้าติดตัวอยู่ชุดเดียว ครูไม่ใหญ่อธิบายว่าอย่างนี้ไม่เรียกว่าสมณะ แต่เรียกว่าอนาถา เพราะขอทานคืออนาถา ส่วนพระนั้นเป็นสมณะที่มีแต่ไม่ใช้ สมัครใจมีชีวิตอย่างเรียบง่าย
น้องชายคนเล็กปัจจุบันมีอาชีพเป็นผู้คุมนักโทษในเรือนจำ ครูไม่ใหญ่แซวว่าน่าจะเปิดปล่อยออกไปให้หมดเหมือนปล่อยนกปล่อยปลา เพราะขังไว้ก็ไม่เกิดประโยชน์ ถ้าจะให้เกิดประโยชน์ก็ให้นั่งหลับตาอยู่ในกรอบจำกัด แล้วแซวเรื่องกำแพงสูงมีสายไฟว่ากลัวคนข้างนอกจะปีนเข้ามา ส่วนน้องชายคนเล็กเชื่อคนทรงที่บอกว่ามีสมบัติ จึงขุดหาสมบัติมาตลอด คนทรงบอกว่าสมบัติมันเคลื่อนที่ พอออกจากเวรก็มีเวรต่อคือขุดหาสมบัติ ครูไม่ใหญ่จึงแนะว่าให้ทำแบบนายปุณณะเศรษฐี ไปใส่บาตรพระเสีย ใส่ไปจนกว่าสมบัติจะเกิดคือสามแสนองค์
แม่ของผู้เขียนป่วยเป็นหลายโรคมาเป็นเวลายี่สิบปี มีทั้งเบาหวาน ความดัน หัวใจ ต้อกระจกที่ตา และเป็นเนื้องอกในสมองที่หมอบอกว่าไปกดทับเส้นประสาท แต่เมื่อหมอให้ยามากินแม่ก็ไม่ยอมกินยา กลับจะกินของแสลง ปัจจุบันแม่ยังอยู่ อายุ 75 ปี นอนอยู่กับบ้าน บางครั้งคุยไม่รู้เรื่อง บางครั้งก็รู้เรื่อง แต่ผู้เขียนเปิดจานดาวธรรมให้แม่ดูทุกวัน
ตัวผู้เขียนเองมีเนื้องอกที่ปีกมดลูกข้างซ้ายและมดลูกโต หมอถามว่าจะผ่าตัดไหมก็ตอบว่าโอเค เพราะคิดว่าจะตัดแค่ปีก แต่กลายเป็นว่าหมอตัดหมดทั้งปีก รังไข่ และแถมไส้ติ่งไปด้วย นอกจากนี้ยังปวดหลังมาห้าปี ปวดมากเวลายืนทำงานเหมือนมีไม้เสียบอยู่ แต่เวลานั่งสมาธิกลับไม่มีอาการเจ็บปวด หมอบอกว่ากระดูกกดทับเส้นประสาทและจะผ่าอีกโดยหมอคนเดิม แต่ผู้เขียนไม่ยอมเพราะเข็ดแล้ว
ตั้งคำถามว่าปู่และญาติตายแล้วไปไหน กรรมใดทำให้ปู่เสียชีวิตบนกองไฟ ท่านได้รับบุญที่ลูกหลานอุทิศให้หรือไม่ การเป็นหมอตำแยทำคลอดให้ฟรีจะได้บุญไหมและบุญจะส่งผลอย่างไร ตายายของผู้เขียนตายแล้วไปไหน และได้รับบุญที่อุทิศไปให้หรือไม่
ตั้งคำถามว่าทำไมพ่อเรียกชื่อน้องชายคนเล็กตลอด พ่อยังห่วงอะไรที่ยังไม่ได้ทำก่อนสิ้นลมหรือไม่ พ่อตายแล้วไปไหนและได้รับบุญสร้างพระที่อุทิศให้หรือไม่ ที่พ่อบอกว่าลูกชายคนโตมีกรรมหนักคือกรรมอะไร การที่เขาไม่ได้ขออโหสิกรรมกับพ่อก่อนพ่อตายกรรมจะติดตัวไปอย่างไร กรรมใดทำให้น้องชายคนโตซึ่งเป็นที่รักของทุกคนตั้งแต่เกิดกลับมีนิสัยเกเรและยากจนไม่มีอนาคต จะช่วยเหลืออย่างไร กรรมใดทำให้แม่ป่วยหลายโรคจนเนื้องอกในสมองและอัมพฤกษ์ แต่ไม่ยอมรับการรักษา แหวนประจำตระกูลเป็นแหวนอะไรและมีอาถรรพ์จริงหรือไม่ ควรจัดการอย่างไร กรรมใดทำให้ถูกพ่อเกลียดและทำร้าย กรรมใดทำให้เป็นเนื้องอกที่ปีกมดลูกจนถูกตัดออกหมดและปวดหลังกระดูกทับเส้นประสาท เคยทำแท้งลูกคนแรกตอนตั้งท้องสองเดือนกว่า มีคนบอกว่าวิญญาณที่แท้งวนเวียนอยู่ใกล้ตัวจริงหรือไม่ และเคยสร้างบารมีกับหมู่คณะมาอย่างไร
ช่วงเพลงคั่นก่อนที่ครูไม่ใหญ่จะทบทวนเรื่องราวและคำถามแล้วเริ่มเฉลย
ตอบว่าปู่เสียชีวิตในกองไฟเพราะวิบากกรรมที่เคยเผาขาควายจนทำให้ควายตายในกองไฟมาส่งผล ตายแล้วก็ไปเกิดเป็นภุมเทวาชั้นดีด้วยบุญที่ทำตามประเพณี และเมื่อได้รับบุญที่ลูกหลานอุทิศไปให้ก็ทำให้มีสภาพดีขึ้นในทุกด้าน มีอาหารดี มีเสื้อผ้าและที่อยู่ดีขึ้น
ตอบว่าย่าเป็นหมอตำแยจะได้บุญที่ได้ช่วยเหลือสงเคราะห์เพื่อนมนุษย์ จะทำให้ได้ไปเกิดในครอบครัวที่อุปการะตนเป็นอย่างดี จะคลอดง่ายและไม่ตายเพราะการคลอด อีกทั้งจะเป็นที่รักของทุกคน ตายแล้วก็ไปเป็นภุมเทวาชั้นดีอยู่บ้านภุมเทวาเดียวกันกับคุณปู่ ด้วยบุญที่ทำไว้ในพระพุทธศาสนาและการสงเคราะห์ชุมชน และได้รับบุญที่อุทิศไปให้แล้วก็มีสภาพดีขึ้น
ตอบว่าตาเป็นแผลมีหนองเรื้อรังที่ลำคอ เพราะกรรมปาณาติบาตที่เชือดคอไก่ รวมกับวจีกรรมที่ชอบพูดโกหก พูดคำหยาบ และเถียงบิดามารดา มารวมส่งผล ตายแล้วก็ไปมหานรกขุมหกเพราะกรรมเล่นการพนัน จึงไม่อาจรับบุญได้ แต่บุญที่อุทิศไปให้ก็ไปคอยอยู่ที่ยมโลก
ตอบว่ายายเป็นมะเร็งเต้านมเพราะกรรมปาณาติบาตทั้งในอดีตและปัจจุบัน รวมกับกรรมกาเมสุมิจฉาจารเจ้าชู้ในชาติที่เกิดเป็นผู้ชายมารวมส่งผล ตายแล้วก็ไปเกิดเป็นอากาศเทวาด้วยบุญที่ทำไว้ในพระพุทธศาสนา และได้รับบุญที่อุทิศไปให้แล้วก็ทำให้ท่านมีสภาพดีขึ้นในทุกด้าน
ตอบว่าพ่อเป็นแผลเรื้อรังพุพองทั่วร่างกาย เป็นแผลลึกที่สะโพกสองข้างจนถูกคว้านเนื้อออกเห็นกระดูก ปากก็เป็นแผลพุพองกินอาหารไม่ได้เกือบสองเดือนก่อนเสียชีวิต เพราะกรรมสามอย่างมารวมกัน คือกรรมฆ่าสัตว์ตัดชีวิต วจีกรรมที่ชอบพูดให้ร้ายผู้อื่น และกรรมที่เคยจับสัตว์ขังไว้เพื่อเอาไว้ฆ่ากิน แล้วตอบว่าพ่อเรียกชื่อน้องชายคนเล็กตลอดเพราะรักและผูกพันกับลูกคนเล็กมาก ก่อนตายพ่อไม่ได้ห่วงอะไรเป็นพิเศษนอกจากห่วงลูก ๆ โดยเฉพาะลูกคนเล็ก ตายแล้วก็ไปเป็นภุมเทวาระดับทั่ว ๆ ไป และเมื่อได้รับบุญที่อุทิศไปให้ก็มีสภาพดีขึ้นในทุกด้าน
ตอบว่าที่พ่อบอกว่าลูกชายคนโตมีกรรมหนัก คือลูกชายคนนี้ทำกับพ่อแม่ไว้เยอะ ผลาญสมบัติที่มีอยู่และเกเรทำให้ท่านเสียใจมาก ท่านจึงรำพึงออกมา และการที่ไม่ได้ขออโหสิกรรมกับพ่อก่อนพ่อตายจะทำให้มีวิบากกรรม คือก่อนตายภาพเหล่านี้จะมาฉายให้เห็นเป็นกรรมนิมิต คตินิมิตก็จะมืดดำและพาไปสู่อบาย มีทุกข์ทรมานมากยาวนาน พอพ้นอบายมาเกิดเป็นมนุษย์ก็จะต้องลำบากยากจนและมีทุกข์มากเหมือนที่ทำกับพ่อแม่ไว้
ตอบว่าน้องชายคนโตซึ่งเป็นที่รักของทุกคนตั้งแต่เกิดแต่โตขึ้นกลับเกเรและยากจนไม่มีอนาคต เพราะกรรมคบคนพาลทั้งในอดีตและปัจจุบัน จึงทำให้เข้าไปสู่วงจรของคนพาลที่ชักนำไปในทางที่ผิด จะแก้ไขก็ต้องเป็นกัลยาณมิตรให้เขาด้วยความเยือกเย็นและอดทนมาก ๆ เพื่อประคับประคองให้เข้ามาทำความดีในทุกด้าน เช่นทาน ศีล ภาวนา ส่วนตอนเด็กที่ตกเปลเกือบตายก็เพราะกรรมที่เคยทุบหัวสัตว์เพื่อฆ่ากิน ปัจจุบันหมดกรรมแล้วจึงรอดมาได้
ตอบว่าน้องชายคนเล็กเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์และคนทรงอย่างหัวปักหัวปำ เพราะมีเชื้อความหลงนับถือสิ่งเหล่านี้มาหลายชาติแล้ว สมบัติที่ขุดหานั้นไม่มีจริง ถูกคนทรงหลอกว่าเคยเป็นเจ้าเมืองเก่า จึงให้หักดิบเลิกนับถือสิ่งเหล่านั้นเสีย หันมานับถือพระรัตนตรัยอย่างเดียว และเอาเวลามาทำมาหากินจะเกิดประโยชน์กว่า
ตอบว่าแม่ป่วยเป็นเบาหวาน ความดัน หัวใจ เนื้องอกในสมอง และลงท้ายด้วยอัมพฤกษ์ เพราะกรรมในอดีตที่มัดสัตว์ไว้ฆ่าขายและฆ่าเอง ส่งให้คนอื่นฆ่า อีกทั้งฆ่าเป็นอาหารด้วย วิบากกรรมเหล่านั้นมารวมส่งผล ส่วนที่แม่ไม่ยอมรับการรักษาและไม่ยอมดูแลตัวเอง ลูกจะต้องคอยพูดคุยให้กำลังใจท่าน ให้เวลาอยู่กับท่าน และค่อย ๆ ประคับประคองให้ท่านได้สั่งสมบุญทุกบุญ ก็จะค่อย ๆ ดีขึ้น
ตอบว่าแหวนประจำตระกูลที่อยู่กับผู้เขียนคือหินธรรมดาที่มีรูปร่างคล้ายตาแมว ไม่ได้มีอาถรรพ์อะไร มีไว้ก็ไม่ได้รับกรรมอะไร ดังนั้นให้เอาไว้ที่กลางกายเป็นบริกรรมนิมิต เพราะอยู่กับตัวมานานจนจำได้แม่น จะได้ใช้เป็นหลักยึดของใจ แล้วนึกเรื่อยไปจนกว่าใจจะหยุดนิ่ง หินก้อนนี้ก็จะเปลี่ยนเป็นดวงใส ๆ หรือองค์พระ
ตอบว่าผู้เขียนถูกพ่อเกลียดและหาว่าเกิดมาทำให้ครอบครัวยากจน เพราะในอดีตเคยรวยและตระหนี่ บางครั้งก็อารมณ์ร้าย ชอบเฆี่ยนตีลูกหลานและบริวารในเรือน วิบากกรรมนี้ตามมาส่งผล และที่มักถูกพ่อจับคอกระชากเอาหัวฟาดกับฝาผนังและประตู ก็เพราะชอบทำร้ายลูกหลานและบริวารในชาติดังกล่าวมาส่งผล
ตอบว่าผู้เขียนป่วยเป็นเนื้องอกที่ปีกมดลูกจนถูกหมอผ่าตัดเอาทุกอย่างออกหมด และภายหลังปวดหลังปวดขาเป็นกระดูกทับเส้นประสาท เพราะกรรมกาเมสุมิจฉาจารเจ้าชู้ในชาติที่เกิดเป็นผู้ชาย บาปกรรมปาณาติบาตฆ่าสัตว์ตัดชีวิตทั้งสัตว์เล็กสัตว์น้อยหลายวาระ และกรรมที่ใช้แรงงานสัตว์ให้แบกของหนักเกินกำลัง มารวมส่งผล จะแก้ไขก็ต้องทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ปล่อยนกปล่อยปลา และอุทิศบุญกุศลไปให้สัตว์ที่เราเคยเบียดเบียนไว้
ตอบว่าเรื่องวิญญาณลูกที่แท้งวนเวียนอยู่ใกล้ตัวนั้นไม่จริง เพราะเด็กไปเกิดใหม่เป็นมนุษย์แล้ว มีพ่อใหม่แม่ใหม่และผูกพันกับพ่อแม่ใหม่หลายรอบแล้ว จึงให้เลิกอาวรณ์เสีย และตอบว่าผู้เขียนสร้างบารมีกับหมู่คณะมาแบบกองเสบียงประเภทตามอารมณ์ บางครั้งทำเต็มที่ บางครั้งก็ทำตามอารมณ์ ชาตินี้มาเจอกันแล้วก็ให้ตั้งใจสร้างบารมีเต็มที่ในทุกบุญ และอธิษฐานจิตตามให้ติดไปดุสิตบุรี วงบุญพิเศษ เขตบรมโพธิสัตว์
ท่องบทประจำวันว่าสิ่งที่ต้องสั่งสมคือบุญกุศล สิ่งที่ต้องแสวงหาคือพระรัตนตรัยภายใน เป้าหมายชีวิตคือที่สุดแห่งธรรม ที่พักระหว่างทางคือดุสิตบุรี วงบุญพิเศษ เขตบรมโพธิสัตว์
พิธีกรอ่านรายชื่อกัลยาณมิตรเจ้าภาพร่วมบุญเสาแก้วพันปีทีละราย ระบุจำนวนเงินและจำนวนสามร้อยต้นต่อราย
ชวนให้มาบูชาธรรมคุณยายอาจารย์ ผู้เป็นบุคคลสำคัญที่ได้สร้างวัดพระธรรมกายและทุกสิ่งที่มีอยู่ในวัดนี้ รวมทั้งอบรมถ่ายทอดให้ความรู้ด้วย เป็นโอกาสดีที่จะได้มีส่วนแห่งบุญกับท่าน โดยเฉพาะคนที่มาภายหลังและไม่ได้มีโอกาสสร้างบุญใหญ่ในสมัยบุกเบิกที่ท่านเป็นกำลังหลัก ครูไม่ใหญ่เล่าว่าตลอดเวลาที่สร้างบุญร่วมกันมากับคุณยาย ไม่เคยได้ยินคำว่าไม่ไหวและไม่เคยได้ยินท่านบ่นเลย ท่านจึงเป็นบุคคลที่ควรบูชา
บอกว่าวันที่ 21 ธันวาคมปีนี้ตรงกับวันพุธซึ่งไม่ใช่วันหยุด ทุกปีที่ผ่านมาบางทีตรงวันหยุดบางทีไม่ตรง แต่ลูกศิษย์ก็กลับมาทำบุญกับท่าน ปีนี้ครูไม่ใหญ่เห็นว่าเอามาทำวันอาทิตย์ที่ 18 จะดีกว่า ใครมีเวลาว่างวันพุธที่ 21 ซึ่งเป็นวันจริงก็ให้กลับมาทำบุญกับท่านอีก แต่ใครไม่สะดวกก็มารวมทำบุญวันอาทิตย์ที่ 18 ช่วงหลังจากที่ครูไม่ใหญ่ลงมาแล้วซึ่งเป็นช่วงที่หลวงพ่อจะขึ้นไปสอนธรรมะและให้โอวาท แล้วบอกว่าเหลืออีกเพียง 9 วัน นี่เป็นกล่องที่สองแล้ว ให้ทำความปรารถนาของท่านให้สำเร็จ จะเป็นบุญใหญ่และเป็นทางมาแห่งสมบัติของเรา
ท่องคำขวัญว่าพุทธบริษัทสี่ต้องเป็นหนึ่งเดียวกันเหมือนดวงตะวันที่มีดวงเดียว เรื่องส่วนตัวให้วางอุเบกขา เรื่องพระศาสนาให้เอาอุเบกขาวาง จิตสดใสเมื่อใจสิ้นระแวงเหมือนดวงจันทร์ส่องแสงในคืนวันเพ็ญ และธรรมกายคือพระในตัวคุณที่เข้าถึงได้ด้วยการทำใจหยุดนิ่ง แล้วชวนพร้อมใจกันสวดสรรเสริญคุณของพระรัตนตรัย