พระสารีบุตร

tag ที่มักมาด้วยกัน: สามเณรบัณฑิต ปุณณะเศรษฐี นิโรธสมาบัติ อาหารปลาตะเพียน สามเณรสังกิจจะ มหาทุคตะ อาหารปรุงด้วยปลาตะเพียน บิณฑบาต

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 12 ธ.ค. 2548

  • 1:03:24 สารคดีปุณณะเศรษฐีผู้ไถนาเป็นทองคำ ตอนที่หนึ่ง: ทานที่ถวายด้วยศรัทธาเต็มเปี่ยม
    สารคดีเล่าว่าเมื่อทำทานด้วยศรัทธาเลื่อมใสอย่างเต็มเปี่ยม อานิสงส์แห่งทานนั้นยิ่งให้ผลเร็วทันตา ทำให้ได้มหาสมบัติรวดเร็วทันใจ ดังเช่นเรื่องของปุณณะเศรษฐีผู้ไถนาพลิกผืนดินขึ้นมากลายเป็นทองคำ ท่านเป็นผู้มีสัมมาทิฐิ เชื่อเรื่องบุญและบาปว่ามีจริง แม้เบื้องต้นของชีวิตยากจนต้องรับจ้างใช้แรงงาน แต่ใจงดงาม สิ่งใดเป็นบุญกุศลก็อาสาเข้าไปทำโดยไม่ต้องจ้างวาน จึงเป็นที่รู้จักของพระเถระในพระพุทธศาสนา และเหนือสิ่งอื่นใดคือมีภรรยาที่เป็นบัณฑิต มีศรัทธา ศีล และทิฏฐิเสมอกัน นางได้ถวายอาหารที่เตรียมไว้ให้สามีลงในเนื้อนาบุญพิเศษคือพระสารีบุตรที่เพิ่งออกจากนิโรธสมาบัติ
  • 1:07:22 สารคดี: พระสารีบุตรออกจากนิโรธสมาบัติเล็งเห็นนายปุณณะ รับไม้ชำระฟันและน้ำ
    สารคดีเล่าว่าเช้าวันนั้นพระสารีบุตรพระอัครสาวกเบื้องขวาได้ออกจากนิโรธสมาบัติที่เข้ามาแล้วตลอดเจ็ดวัน ขณะตรวจดูว่าจะไปโปรดใคร ท่านเห็นนายปุณณะเข้ามาในญาณทัศนะว่าเป็นผู้มีศรัทธาและจะได้เป็นเจ้าของบุญใหญ่ จึงอุ้มบาตรไปยืนอยู่ใต้พุ่มไม้ใกล้บ่อน้ำไม่ห่างจากที่นายปุณณะไถนา นายปุณณะเห็นแล้วเกิดความเลื่อมใส จึงพักการไถมากราบ ทำไม้ชำระฟันถวาย แล้วตักน้ำในบ่อมาถวายให้ท่านล้างหน้า เมื่อพระเถระเห็นด้วยทิพยจักษุว่าภรรยาของนายปุณณะกำลังนำอาหารมาส่ง จึงเดินสวนทางไปเพื่อโปรดนาง
  • 1:09:35 สารคดีตอนที่สอง: ภรรยาถวายอาหารทั้งบาตร ตั้งความปรารถนาขอมีส่วนแห่งโลกุตรธรรม
    สารคดีตอนที่สองเล่าว่าภรรยาของนายปุณณะพบพระเถระกลางทาง นางคิดว่าบางคราวพบพระเถระแต่ไทยธรรมไม่มี บางคราวไทยธรรมมีแต่ไม่พบพระเถระ บัดนี้มีทั้งสองอย่างแล้ว แต่ไม่รู้ว่าท่านจะรับไทยธรรมของคนหาเช้ากินค่ำหรือไม่ นางจึงนั่งลงนมัสการและนิมนต์ พระเถระน้อมบาตรเข้าไป นางตักอาหารใส่ลงในบาตร เมื่อได้ครึ่งหนึ่งพระเถระปิดฝาบาตรเพราะคิดถึงส่วนของสามี แต่นางขอถวายทั้งหมดโดยกล่าวว่าขอได้โปรดสงเคราะห์ข้าพเจ้าในโลกหน้าเถิด อย่าสงเคราะห์เพียงในโลกนี้ แล้วตั้งความปรารถนาขอเป็นผู้มีส่วนแห่งโลกุตรธรรมที่ท่านได้เห็นแล้ว พระเถระอนุโมทนาแล้วนั่งฉันในที่ใกล้ ๆ ให้นางเห็นและเกิดปีติยิ่งขึ้น
  • 1:12:17 สารคดี: ภรรยากลับไปหุงอาหารใหม่ ชิงบอกสามีก่อนเพื่อรักษาบุญไม่ให้ลดค่า
    สารคดีเล่าว่าภรรยาปีติมากที่พระเถระฉันอาหารของตน แล้วรีบกลับไปปรุงอาหารใหม่เพราะสามีคงหิว ส่วนนายปุณณะไถนารอจนสายก็ยังไม่เห็นอาหาร ทั้งหิวทั้งอ่อนเพลียจึงปลดแอกและไถมานั่งพักมองทาง เมื่อภรรยามาถึงและเห็นว่าสามีหิวมาก นางคิดว่าถ้าสามีด่าหรือตีก่อน บุญที่ทำไว้ก็จะลดค่าลง จึงชิงพูดยกใจไว้ก่อนว่าที่มาช้าไม่ใช่เพราะเหลวไหล แต่เพราะได้ถวายอาหารที่นำมาครั้งแรกแด่พระสารีบุตรจนหมด แล้วกลับไปหุงมาใหม่ ขอให้ทำใจให้เลื่อมใสไว้ก่อน นายปุณณะฟังแล้วปลื้มใจ บอกว่าเธอทำดีแล้ว เพราะเช้านี้เขาเองก็ได้ถวายไม้ชำระฟันและน้ำแก่พระคุณเจ้าเช่นกัน

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 13 ธ.ค. 2548

  • 1:06:15 อานิสงส์ทานมื้อเดียวที่ถวายพระสารีบุตร และชวนสร้างมหารัตนวิหารคดให้เสร็จ
    สรุปว่าอานุภาพของทานเกิดจากศรัทธาของภรรยานายปุณณะที่ถวายโดยไม่คิดเสียดาย รวมกับใจที่เลื่อมใสปลื้มในบุญของนายปุณณะ และถูกเนื้อนาบุญคือพระสารีบุตรที่เพิ่งออกจากนิโรธสมาบัติ ทั้งสามีภรรยาและธิดามีศรัทธา ศีล และทิฐิเสมอกัน สนับสนุนกันทำบุญ ยินดีในบุญร่วมกัน บุญจึงส่งผลสะดวก แม้ทานเป็นอาหารเพียงมื้อเดียวก็ยกฐานะจากคนยากจนเป็นเศรษฐีทันที จึงชวนว่ามหารัตนวิหารคดที่รองรับพระภิกษุสงฆ์นับแสนใกล้เสร็จแล้ว ให้ช่วยกันสร้างให้เสร็จโดยเร็วเพื่อถวายมหาสังฆทาน

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 14 ธ.ค. 2548

  • 1:01:28 จิตตคฤหบดีสละทรัพย์บำรุงพระภิกษุ และฟังธรรมจากพระสารีบุตรจนเชี่ยวชาญพระไตรปิฎก
    แม้บรรลุเป็นพระอนาคามีแล้วท่านก็ยังใฝ่การศึกษา หมั่นเข้าไปสอบถามธรรมะจากท่านผู้รู้เนือง ๆ ท่านกลายเป็นกำลังสำคัญที่ทำให้พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองในดินแดนนั้น สละทรัพย์ออกทำทานจำนวนมหาศาลเพื่อบำรุงเลี้ยงพระภิกษุที่มาจากทิศต่าง ๆ และสร้างพระอารามชื่ออัมพาฏการาม ทำให้พระพุทธศาสนาหยั่งรากมั่นคงในมัชฉิกาสัณฑนคร คำร่ำลือถึงศรัทธาของท่านเลื่องลือไปทั่ว จนพระอัครสาวกทั้งสองเดินทางมาพร้อมพระสงฆ์หมู่ใหญ่เพื่อสงเคราะห์ท่าน และเมื่อได้ฟังธรรมเพียงข้อคิดเล็กน้อยจากพระสารีบุตร ท่านก็แตกฉานเชี่ยวชาญในพระไตรปิฎก เมื่อท่านเดินทางไปที่ใด มหาชนจะนำเครื่องบรรณาการหนึ่งพันชนิดมาสักการะบูชาเสมอ

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 30 ธ.ค. 2548

  • 59:22 หมอดูทำนายสองทาง ตั้งชื่อสังกิจจะ แล้วขอบวชเพื่อแสวงหาทางที่ไม่ต้องตาย
    เพราะเป็นเรื่องอัศจรรย์จึงต้องหาคนที่มีความรู้มาดู หมอดูทำนายว่าถ้าทารกนี้อยู่ครองเรือน หมู่ญาติตลอดเจ็ดชั่วเครือสกุลจะไม่ยากจน แต่ถ้าออกบวชจะได้บรรลุธรรมและมีสมณะห้าร้อยรูปเป็นลูกศิษย์ หมู่ญาติตั้งชื่อว่าสังกิจจะเพราะไฟไหม้ไม่ตายและหางตาถูกหลาวแทง แล้วมอบให้เป็นลูกศิษย์ของพระสารีบุตร เมื่ออายุเจ็ดปีท่านเพิ่งได้ยินเรื่องของตัวเอง จึงเกิดความสลดสังเวชในการเกิดบ่อย ๆ บอกหมู่ญาติว่าแม้รอดพ้นจากความตายมาได้ สักวันก็ต้องตายอยู่ดี จะขอบวชเพื่อแสวงหาทางที่ไม่ต้องตายอีกต่อไป เพราะถ้าไม่เกิดก็ไม่ตาย หมู่ญาติก็อนุโมทนาว่าตั้งใจไว้อย่างนั้นเหมือนกัน
  • 1:02:20 พระสารีบุตรบอกกรรมฐาน โกนผมเสร็จสังกิจจะก็บรรลุพระอรหันต์พร้อมปฏิสัมภิทา
    หมู่ญาตินำสังกิจจะไปหาพระสารีบุตรและขอร้องให้ท่านช่วยบวชให้ ท่านให้กรรมฐานคือแนะนำวิธีเจริญภาวนาโดยมีผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เป็นอารมณ์ไปพร้อมกับปลงผม ครูไม่ใหญ่เทียบกับที่หลวงปู่สอนให้นึกปอยผมไว้ในกลางกาย นึกว่าโคนชี้ไปทางไหนปลายชี้ไปทางไหน จนใจหยุดนิ่งเห็นปอยผมใสเป็นแก้ว แล้วปอยผมนั้นรวมตัวเป็นดวงใส คือเข้าถึงดวงธรรม สังกิจจะก็ทำตามไปเรื่อย ๆ ใจหยุดนิ่งอยู่ภายใน พอปลงผมเสร็จก็ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์พร้อมปฏิสัมภิทาทันที เพราะมีบารมีมาก
  • 1:03:49 ภิกษุสามสิบรูปจะเข้าป่า พระพุทธเจ้าให้พาสังกิจจะไปกันภัย แต่ภิกษุปฏิเสธ
    วันหนึ่งมีพระภิกษุสามสิบรูปปรารถนาจะเข้าไปบำเพ็ญสมณธรรมในราวป่า จึงเข้าไปทูลลาพระบรมศาสดา พระองค์ทรงเห็นด้วยพุทธญาณว่าภัยของภิกษุจะเกิดจากชายชั่วคนหนึ่ง ถ้าพาสังกิจจะสามเณรไปด้วยก็จะช่วยป้องกันภัยนั้นได้ และภิกษุจะได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ด้วย จึงรับสั่งให้ไปลาพระสารีบุตรก่อน เมื่อไปถึงสำนัก พระเถระถามว่าจะไปไหนและมีสามเณรอุปัฏฐากหรือยัง เมื่อบอกว่ายังไม่มี ท่านจึงให้นำสังกิจจะไปด้วย ภิกษุทั้งสามสิบรูปหันมามองสามเณรตัวเล็กแล้วปฏิเสธว่าจะพลอยกังวลใจเปล่า ๆ พระสารีบุตรจึงเตือนว่ากลับเป็นพวกท่านที่จะต้องอาศัยสามเณร แม้พระบรมศาสดาก็ทรงเห็นการณ์ไกลจึงให้ส่งสามเณรไป และย้ำว่าพาไปเถิด ตัวเล็ก ๆ ก็ช่วยได้
  • 1:12:13 เศรษฐีอดีตมหาทุคตะถวายมหาทานตลอดชีวิต ไปเทวโลก แล้วมาเกิดในตระกูลอุปัฏฐากพระสารีบุตร
    เมื่อได้ตำแหน่งเศรษฐี ชีวิตก็มีความสุขสะดวกสบายขึ้น ไม่ต้องทำงานรับจ้างเหนื่อยยากดังแต่ก่อน แต่ก็ไม่ลืมคุณค่าของบุญ ได้ถวายมหาทานแด่ภิกษุสงฆ์โดยมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประธาน และสั่งสมทานบารมีเรื่อยมาจนตลอดอายุขัย เมื่อละโลกแล้วได้ไปบังเกิดในเทวโลก เสวยทิพยสมบัติท่องเที่ยวอยู่ในเทวโลกชั้นต่าง ๆ สิ้นพุทธันดรหนึ่ง มาถึงสมัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา จึงจุติมาเกิดในครรภ์ธิดาคนโตของตระกูลอุปัฏฐากพระสารีบุตรในกรุงสาวัตถี ด้วยบุญของเด็กในครรภ์ทำให้มารดาแพ้ท้อง อยากถวายทานแก่ภิกษุห้าร้อยรูปโดยมีพระสารีบุตรเป็นประธาน ด้วยอาหารที่ปรุงด้วยปลาตะเพียน และตัวเองก็อยากนุ่งผ้ากาสาวพัสตร์นั่งบนอาสนะต่อท้ายพระภิกษุ เมื่อทำตามแล้วอาการแพ้ท้องก็ระงับไป มารดาบิดายังทำบุญอย่างนั้นถึงเจ็ดครั้งขณะตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นผลบุญจากการถวายอาหารปรุงด้วยปลาตะเพียนตอนเกิดเป็นมหาทุคตะนั่นเอง
  • 1:15:00 ตั้งชื่อว่าบัณฑิตเพราะคนในเรือนกลายเป็นคนฉลาด และอายุเจ็ดขวบขออนุญาตมารดาบวช
    ในงานอันเป็นมงคลวันตั้งชื่อ มารดาขอให้พระสารีบุตรให้ไตรสรณคมน์และให้ศีลแก่เด็ก เมื่อพระเถระถามชื่อ มารดาบอกว่าตั้งแต่เขามาเกิดอยู่ในครรภ์ คนที่ไม่ฉลาดพูดไม่ค่อยรู้เรื่องในเรือนนี้กลับกลายเป็นคนฉลาดพูดรู้เรื่องขึ้น เพราะเหตุนี้ลูกจึงควรมีชื่อว่าบัณฑิต พระเถระจึงให้เขารับศีลโดยให้มารดารับแทน มารดารู้ว่าลูกมีอัธยาศัยในการบวชจึงตั้งใจว่าถ้าลูกจะบวชก็จะไม่ทำลายอัธยาศัยของเขา เมื่ออายุได้เจ็ดขวบเขาจึงขออนุญาตมารดาว่าอยากบวชอยู่กับพระเถระ และมารดาก็อนุญาตตามที่ตั้งใจไว้
  • 1:17:46 พระสารีบุตรเตือนว่าการบวชทำได้ยาก แล้วบวชให้เป็นสามเณรในเย็นวันนั้น
    มารดานิมนต์พระเถระมาฉันที่บ้าน แล้วประชุมหมู่ญาติให้ช่วยทำสักการะแก่ลูก ภายในวันนั้นมารดาบิดาและหมู่ญาติก็ทำการเฉลิมฉลองให้อย่างยิ่งใหญ่ ถึงเวลาเย็นก็พาไปสู่พระวิหารและมอบถวายแก่พระเถระ พระสารีบุตรบอกให้เขาทราบว่าการบวชเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก เป็นอยู่ด้วยความลำบาก ต้องนอนคนเดียว ฉันมื้อเดียว เมื่อเขารับรองว่าจะทำตามโอวาท ท่านจึงบอกกรรมฐานโดยให้พิจารณาผม ขน เล็บ ฟัน หนัง แล้วให้รับไตรสรณคมน์ รับศีล และบวชเป็นสามเณรในเย็นวันนั้น ส่วนมารดาบิดาพักอยู่ในพระวิหารเพื่อถวายภัตตาหารแก่ภิกษุสงฆ์โดยมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประมุข ด้วยอาหารที่ปรุงด้วยปลาตะเพียนอย่างเดียวตลอดเจ็ดวัน แล้วจึงกลับไปยังเรือนของตน

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 31 ธ.ค. 2548

  • 34:26 สารคดีมหาทุคตะตอนที่ 8: ไปเทวโลกหนึ่งพุทธันดร แล้วมาเกิดในตระกูลอุปัฏฐากพระสารีบุตร
    ทบทวนว่ามหาเศรษฐีผู้เคยเป็นมหาทุคตะ เมื่อได้ฝนรัตนชาติแล้วก็ถวายมหาทานแด่หมู่สงฆ์โดยมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประมุข และสั่งสมบุญจนตลอดชีวิต เมื่อละโลกได้ไปบังเกิดในเทวโลกเสวยทิพยสมบัติตลอดหนึ่งพุทธันดร ต่อมาในสมัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันมาเกิดในครรภ์ของธิดาคนโตในตระกูลอุปัฏฐากของพระสารีบุตร มารดาแพ้ท้องอยากถวายภัตตาหารที่ปรุงด้วยปลาตะเพียนแด่พระสงฆ์โดยมีพระสารีบุตรเป็นประธาน เมื่อทำตามแล้วอาการก็ระงับ และถวายทานทำนองนี้อีกถึงเจ็ดครั้ง
  • 35:53 ได้ชื่อว่าบัณฑิต บวชสามเณรเมื่อเจ็ดขวบ แล้วตามพระอุปัชฌาย์ไปบิณฑบาต
    เมื่อเขามาเกิด คนในบ้านที่ไม่ฉลาดพูดไม่ค่อยรู้เรื่องกลับฉลาดและพูดรู้เรื่องขึ้น มารดาจึงตั้งชื่อว่าบัณฑิต อายุเจ็ดขวบเด็กชายบัณฑิตขออนุญาตมารดาบวชเป็นสามเณรกับพระสารีบุตร วันรุ่งขึ้นเวลาเย็นมารดาจึงนำไปพระวิหาร สามเณรน้อยตั้งใจฝึกตน อยู่ในโอวาทของพระอุปัชฌาย์ มีความเพียรสม่ำเสมอ ดูแลความสะอาดของพระวิหาร แล้วตามพระเถระไปบิณฑบาตในหมู่บ้านโดยอุ้มบาตรตามไปด้วย
  • 45:57 สามสิ่งที่ใครก็เห็นแต่ไม่มีใครคิดอย่างสามเณร และบุญไม่มีซื้อขาย
    ชี้ว่าสิ่งที่สามเณรเห็นคือเหมืองทางน้ำ ช่างดัดลูกศร และช่างไม้ถักไม้ทำล้อเกวียน เป็นสิ่งที่ชาวนา นายพราน หรือช่างไม้เองก็เห็นอยู่ทุกวัน แต่ไม่มีใครคิดอย่างสามเณรที่ถามพระสารีบุตรว่าทั้งสามอย่างมีจิตหรือไม่ แล้วคิดต่อว่าสิ่งที่ไม่มีจิตยังดัดได้ เราที่มีจิตทำไมจะดัดไม่ได้ ถามว่าแต่ละคนอายุเท่านี้เคยคิดอย่างสามเณรบ้างหรือไม่ ก่อนย้ำถึงประโยคเด็ดที่สามเณรบอกสเปคขอกับข้าวที่มีปลาตะเพียน และตอบพระสารีบุตรว่าถ้าไม่ได้ด้วยบุญของท่านก็ต้องด้วยบุญของสามเณรนี่แหละ จึงแปลว่าบุญสำคัญมากและบุญไม่มีซื้อขาย

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 2 ม.ค. 2549

  • 1:18:50 สามเณรบัณฑิตออกบิณฑบาตวันที่แปดแล้วถามพระเถระไปตลอดทาง
    เล่าเรื่องสามเณรบัณฑิตที่มารดาตั้งชื่อว่าบัณฑิต เมื่ออายุเจ็ดขวบก็ออกบวชเป็นสามเณรอยู่กับพระสารีบุตรเถระ เมื่อบวชมาถึงวันที่แปด พระเถระให้อุ้มบาตรตามไปบิณฑบาตในหมู่บ้าน สามเณรเดินตามไปเห็นสภาพแวดล้อมและกิจกรรมที่คนทั้งหลายทำอยู่ก็อยากรู้ไปทั้งหมด ครั้งแรกเห็นคลองส่งน้ำจึงเรียนถามพระเถระว่านั่นอะไร เขาเอาไว้ใช้ทำอะไร และพระเถระก็เมตตาตอบให้
  • 1:20:04 เห็นช่างไม้ทำล้อเกวียนแล้วคิดว่าไม้ไม่มีจิตยังทำได้ คนมีจิตทำไมทำไม่ได้
    พระเถระตอบว่าคนเหล่านั้นเรียกว่าช่างไม้ กำลังถากไม้เพื่อต่อเข้าด้วยกันเป็นล้อเกวียน สามเณรถามต่อว่าไม้เหล่านั้นมีจิตไหม พระเถระตอบว่าไม่มีจิต สามเณรจึงเกิดความคิดว่าไม้เหล่านี้ไม่มีจิตใจ คนยังนำมาทำเป็นล้อเกวียนใช้ขนข้าวของไปไหนได้ตามต้องการ คนเรามีจิตใจแท้ ๆ ทำไมจึงจะไม่สามารถทำจิตให้อยู่ในอำนาจแล้วบำเพ็ญสมณธรรมได้ คิดดังนี้แล้วจึงขออนุญาตพระเถระกลับสู่พระวิหารเพื่อบำเพ็ญสมณธรรม
  • 1:24:10 พระสารีบุตรไปตระกูลอุปัฏฐากที่ปรุงปลาตะเพียนคอยอยู่ และได้อาหารไปให้สามเณร
    ฝ่ายพระเถระเมื่อสามเณรกลับไปแล้วก็คิดว่าจะได้โภชนะที่สามเณรต้องการจากตระกูลไหน จึงไปสู่ตระกูลอุปัฏฐากที่มีศรัทธาเลื่อมใสรักและเคารพท่าน วันนั้นเองคนในตระกูลนั้นได้ปรุงปลาตะเพียนไว้หลายตัวและนั่งคอยการมาของพระเถระอยู่พอดี เมื่อเห็นท่านเดินมาก็ลุกขึ้นต้อนรับ รับบาตรนิมนต์เข้าไปในเรือน ถวายข้าวยาคูและภัตตาหารที่ปรุงด้วยปลาตะเพียน เมื่อได้อาหารแล้วท่านนึกถึงสามเณรว่าคอยนานคงจะหิว จึงกล่าวอำลาเพื่อนำอาหารไปให้ แต่โยมอุปัฏฐากขอให้ฉันก่อนแล้วจะถวายอีกส่วนหนึ่งสำหรับนำไปพระวิหาร ท่านจึงฉันในเรือน เมื่อเสร็จแล้วโยมนำบาตรไปล้างแล้วใส่โภชนะที่ปรุงด้วยปลาตะเพียนจนเต็มถวายท่าน ท่านคิดว่าสามเณรคงหิวมากแล้วจึงรีบกลับพระวิหาร