สามเณรบัณฑิต

tag ที่มักมาด้วยกัน: พระสารีบุตร มหาทุคตะ อาหารปลาตะเพียน บำเพ็ญสมณธรรม บวชเจ็ดขวบ อาหารปรุงด้วยปลาตะเพียน ฝึกจิต บิณฑบาต

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 30 ธ.ค. 2548

  • 1:12:13 เศรษฐีอดีตมหาทุคตะถวายมหาทานตลอดชีวิต ไปเทวโลก แล้วมาเกิดในตระกูลอุปัฏฐากพระสารีบุตร
    เมื่อได้ตำแหน่งเศรษฐี ชีวิตก็มีความสุขสะดวกสบายขึ้น ไม่ต้องทำงานรับจ้างเหนื่อยยากดังแต่ก่อน แต่ก็ไม่ลืมคุณค่าของบุญ ได้ถวายมหาทานแด่ภิกษุสงฆ์โดยมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประธาน และสั่งสมทานบารมีเรื่อยมาจนตลอดอายุขัย เมื่อละโลกแล้วได้ไปบังเกิดในเทวโลก เสวยทิพยสมบัติท่องเที่ยวอยู่ในเทวโลกชั้นต่าง ๆ สิ้นพุทธันดรหนึ่ง มาถึงสมัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา จึงจุติมาเกิดในครรภ์ธิดาคนโตของตระกูลอุปัฏฐากพระสารีบุตรในกรุงสาวัตถี ด้วยบุญของเด็กในครรภ์ทำให้มารดาแพ้ท้อง อยากถวายทานแก่ภิกษุห้าร้อยรูปโดยมีพระสารีบุตรเป็นประธาน ด้วยอาหารที่ปรุงด้วยปลาตะเพียน และตัวเองก็อยากนุ่งผ้ากาสาวพัสตร์นั่งบนอาสนะต่อท้ายพระภิกษุ เมื่อทำตามแล้วอาการแพ้ท้องก็ระงับไป มารดาบิดายังทำบุญอย่างนั้นถึงเจ็ดครั้งขณะตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นผลบุญจากการถวายอาหารปรุงด้วยปลาตะเพียนตอนเกิดเป็นมหาทุคตะนั่นเอง
  • 1:15:00 ตั้งชื่อว่าบัณฑิตเพราะคนในเรือนกลายเป็นคนฉลาด และอายุเจ็ดขวบขออนุญาตมารดาบวช
    ในงานอันเป็นมงคลวันตั้งชื่อ มารดาขอให้พระสารีบุตรให้ไตรสรณคมน์และให้ศีลแก่เด็ก เมื่อพระเถระถามชื่อ มารดาบอกว่าตั้งแต่เขามาเกิดอยู่ในครรภ์ คนที่ไม่ฉลาดพูดไม่ค่อยรู้เรื่องในเรือนนี้กลับกลายเป็นคนฉลาดพูดรู้เรื่องขึ้น เพราะเหตุนี้ลูกจึงควรมีชื่อว่าบัณฑิต พระเถระจึงให้เขารับศีลโดยให้มารดารับแทน มารดารู้ว่าลูกมีอัธยาศัยในการบวชจึงตั้งใจว่าถ้าลูกจะบวชก็จะไม่ทำลายอัธยาศัยของเขา เมื่ออายุได้เจ็ดขวบเขาจึงขออนุญาตมารดาว่าอยากบวชอยู่กับพระเถระ และมารดาก็อนุญาตตามที่ตั้งใจไว้
  • 1:17:46 พระสารีบุตรเตือนว่าการบวชทำได้ยาก แล้วบวชให้เป็นสามเณรในเย็นวันนั้น
    มารดานิมนต์พระเถระมาฉันที่บ้าน แล้วประชุมหมู่ญาติให้ช่วยทำสักการะแก่ลูก ภายในวันนั้นมารดาบิดาและหมู่ญาติก็ทำการเฉลิมฉลองให้อย่างยิ่งใหญ่ ถึงเวลาเย็นก็พาไปสู่พระวิหารและมอบถวายแก่พระเถระ พระสารีบุตรบอกให้เขาทราบว่าการบวชเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก เป็นอยู่ด้วยความลำบาก ต้องนอนคนเดียว ฉันมื้อเดียว เมื่อเขารับรองว่าจะทำตามโอวาท ท่านจึงบอกกรรมฐานโดยให้พิจารณาผม ขน เล็บ ฟัน หนัง แล้วให้รับไตรสรณคมน์ รับศีล และบวชเป็นสามเณรในเย็นวันนั้น ส่วนมารดาบิดาพักอยู่ในพระวิหารเพื่อถวายภัตตาหารแก่ภิกษุสงฆ์โดยมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประมุข ด้วยอาหารที่ปรุงด้วยปลาตะเพียนอย่างเดียวตลอดเจ็ดวัน แล้วจึงกลับไปยังเรือนของตน
  • 1:19:59 ถาม-ตอบว่ามหาทุคตะรวยเพราะทำบุญอย่างเดียว และสองเจ็ดของวันนี้
    ถามนักเรียนว่ามหาทุคตะทำธุรกิจอะไรจึงรวย คำตอบคือทำบุญ ไม่ได้ทำธุรกิจอัญมณีอะไรเลย จึงมีฝนรัตนชาติตกลงมา และบุญนั้นยังส่งผลต่อมาให้มาเกิดเป็นเด็กชายบัณฑิตลูกเศรษฐี แล้วออกบวชตอนเจ็ดขวบ สรุปว่าวันนี้ได้ฟังสองเจ็ด คือเจ็ดขวบของสังกิจจะและเจ็ดขวบของบัณฑิต แล้วเตือนกติกาเสาแก้วหนึ่งต้นสำหรับคนไม่ตอบ บอกว่าจะไม่พูดยาวเพราะมาอยู่ธุดงค์ปีใหม่กันและต้องมีเวลาทำกิจ ก่อนเข้าสู่รายการเคสสตูดี้

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 31 ธ.ค. 2548

  • 35:53 ได้ชื่อว่าบัณฑิต บวชสามเณรเมื่อเจ็ดขวบ แล้วตามพระอุปัชฌาย์ไปบิณฑบาต
    เมื่อเขามาเกิด คนในบ้านที่ไม่ฉลาดพูดไม่ค่อยรู้เรื่องกลับฉลาดและพูดรู้เรื่องขึ้น มารดาจึงตั้งชื่อว่าบัณฑิต อายุเจ็ดขวบเด็กชายบัณฑิตขออนุญาตมารดาบวชเป็นสามเณรกับพระสารีบุตร วันรุ่งขึ้นเวลาเย็นมารดาจึงนำไปพระวิหาร สามเณรน้อยตั้งใจฝึกตน อยู่ในโอวาทของพระอุปัชฌาย์ มีความเพียรสม่ำเสมอ ดูแลความสะอาดของพระวิหาร แล้วตามพระเถระไปบิณฑบาตในหมู่บ้านโดยอุ้มบาตรตามไปด้วย
  • 37:08 อุทาหรณ์ที่หนึ่ง: เหมืองไขน้ำเข้านา น้ำไม่มีจิตยังไขให้ไหลไปได้
    ระหว่างทางสามเณรเห็นเหมืองจึงถามพระสารีบุตรว่าคืออะไรและใช้ทำอะไร ท่านตอบว่าเขาไขน้ำให้ไหลไปตามเหมืองเข้าไปในนาเพื่อเลี้ยงข้าวกล้า สามเณรถามต่อว่าน้ำมีจิตไหม ท่านตอบว่าไม่มี สามเณรจึงคิดว่าคนไขน้ำที่ไม่มีจิตให้ไปตามที่ต้องการได้ แล้วคนที่มีจิตใจแท้ ๆ ทำไมจะทำจิตของตนให้อยู่ในอำนาจและบำเพ็ญสมณธรรมไม่ได้
  • 39:08 อุทาหรณ์ที่สอง: ช่างศรลนไฟดัดลูกศรให้ตรง ลูกศรก็ไม่มีจิต
    สามเณรเดินต่อไปเห็นช่างศรเอาลูกศรลนไฟแล้วเล็งด้วยหางตาดัดให้ตรง จึงถามว่าคนเหล่านี้เป็นใครทำอะไร และลูกศรมีจิตไหม พระเถระตอบว่าไม่มีจิต สามเณรจึงคิดว่าถ้าคนดัดลูกศรที่ไม่มีจิตให้ตรงได้ แล้วคนที่มีจิตแท้ ๆ ทำไมจะดัดจิตของตนไม่ได้
  • 41:11 อุทาหรณ์ที่สาม: ช่างไม้ถากไม้ทำล้อเกวียน ไม้ก็ไม่มีจิต
    สามเณรถามถึงช่างไม้ที่เอาไม้มาถากแล้วต่อเข้าด้วยกันทำล้อเกวียน และถามว่าไม้เหล่านี้มีจิตไหม พระเถระไม่หงุดหงิดที่สามเณรซักถามมาก แต่ตอบด้วยจิตประกอบด้วยเมตตาว่าไม้ก็ไม่มีจิตเหมือนกัน สามเณรจึงคิดชัดขึ้นว่าควรกลับวัดไปบำเพ็ญสมณธรรมได้แล้ว
  • 42:46 สามเณรขอกลับวัดและฝากบิณฑบาตอาหารปรุงด้วยปลาตะเพียน
    สามเณรเรียนพระเถระว่าถ้าท่านถือบาตรของตนได้ ผมจะขอกลับวัดไปบำเพ็ญสมณธรรม พระเถระไม่ถือสาที่สามเณรเพิ่งบวชแต่กล่าวว่าส่งมาสิสามเณร สามเณรคืนบาตรแล้วขอให้ท่านบิณฑบาตอาหารที่ปรุงด้วยปลาตะเพียนมาฝาก เมื่อพระเถระถามว่าจะไปเอาจากที่ไหน สามเณรผู้เกิดในตระกูลมั่งคั่งและไม่เคยผิดหวังในสิ่งที่ตนปรารถนาตอบว่า ถ้าไม่ได้โดยบุญของท่านก็จะได้โดยบุญของกระผม
  • 44:39 ทบทวนคำถาม: สามเณรบัณฑิตคืออดีตมหาทุคตะ ออกบวชเมื่อเจ็ดขวบ
    ถามทบทวนโดยย้ำกติกาว่าใครไม่ตอบต้องเติมเสาแก้วพันปีหนึ่งต้น แล้วถามว่าสามเณรบัณฑิตคืออดีตมหาทุคตะในชาตินั้น มาเกิดในตระกูลใด ออกบวชเมื่ออายุกี่ขวบ คำตอบคือเจ็ดขวบ และไปอยู่กับพระสารีบุตรที่ชวนไปบิณฑบาตโดยให้สามเณรถือบาตร
  • 45:57 สามสิ่งที่ใครก็เห็นแต่ไม่มีใครคิดอย่างสามเณร และบุญไม่มีซื้อขาย
    ชี้ว่าสิ่งที่สามเณรเห็นคือเหมืองทางน้ำ ช่างดัดลูกศร และช่างไม้ถักไม้ทำล้อเกวียน เป็นสิ่งที่ชาวนา นายพราน หรือช่างไม้เองก็เห็นอยู่ทุกวัน แต่ไม่มีใครคิดอย่างสามเณรที่ถามพระสารีบุตรว่าทั้งสามอย่างมีจิตหรือไม่ แล้วคิดต่อว่าสิ่งที่ไม่มีจิตยังดัดได้ เราที่มีจิตทำไมจะดัดไม่ได้ ถามว่าแต่ละคนอายุเท่านี้เคยคิดอย่างสามเณรบ้างหรือไม่ ก่อนย้ำถึงประโยคเด็ดที่สามเณรบอกสเปคขอกับข้าวที่มีปลาตะเพียน และตอบพระสารีบุตรว่าถ้าไม่ได้ด้วยบุญของท่านก็ต้องด้วยบุญของสามเณรนี่แหละ จึงแปลว่าบุญสำคัญมากและบุญไม่มีซื้อขาย

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 2 ม.ค. 2549

  • 1:18:50 สามเณรบัณฑิตออกบิณฑบาตวันที่แปดแล้วถามพระเถระไปตลอดทาง
    เล่าเรื่องสามเณรบัณฑิตที่มารดาตั้งชื่อว่าบัณฑิต เมื่ออายุเจ็ดขวบก็ออกบวชเป็นสามเณรอยู่กับพระสารีบุตรเถระ เมื่อบวชมาถึงวันที่แปด พระเถระให้อุ้มบาตรตามไปบิณฑบาตในหมู่บ้าน สามเณรเดินตามไปเห็นสภาพแวดล้อมและกิจกรรมที่คนทั้งหลายทำอยู่ก็อยากรู้ไปทั้งหมด ครั้งแรกเห็นคลองส่งน้ำจึงเรียนถามพระเถระว่านั่นอะไร เขาเอาไว้ใช้ทำอะไร และพระเถระก็เมตตาตอบให้
  • 1:20:04 เห็นช่างไม้ทำล้อเกวียนแล้วคิดว่าไม้ไม่มีจิตยังทำได้ คนมีจิตทำไมทำไม่ได้
    พระเถระตอบว่าคนเหล่านั้นเรียกว่าช่างไม้ กำลังถากไม้เพื่อต่อเข้าด้วยกันเป็นล้อเกวียน สามเณรถามต่อว่าไม้เหล่านั้นมีจิตไหม พระเถระตอบว่าไม่มีจิต สามเณรจึงเกิดความคิดว่าไม้เหล่านี้ไม่มีจิตใจ คนยังนำมาทำเป็นล้อเกวียนใช้ขนข้าวของไปไหนได้ตามต้องการ คนเรามีจิตใจแท้ ๆ ทำไมจึงจะไม่สามารถทำจิตให้อยู่ในอำนาจแล้วบำเพ็ญสมณธรรมได้ คิดดังนี้แล้วจึงขออนุญาตพระเถระกลับสู่พระวิหารเพื่อบำเพ็ญสมณธรรม
  • 1:21:04 สามเณรบัณฑิตนั่งสมาธิในกุฏิจนอาสน์ของท้าวสักกะร้อน และเทวดามาจัดความเงียบให้
    เมื่อกลับถึงพระวิหาร สามเณรใช้ลูกดาลที่พระเถระมอบให้เปิดประตูเข้าไปนั่งทำสมาธิภายในกุฏิ ดำเนินจิตเข้าสู่ภายใน ตามดูกายละเอียดที่ซ้อนอยู่ในกลางกายไปตามลำดับ ทำให้อาสน์ของท้าวสักกะเกิดอาการร้อนขึ้นด้วยอานุภาพแห่งบุญของสามเณร ท้าวเธอตรวจดูด้วยทิพยจักษุก็ทรงเห็นเหตุทั้งหมด จึงคิดว่าควรไปถวายการคุ้มครองแก่สามเณร แล้วตรัสเรียกท้าวมหาราชทั้งสี่ให้ไปไล่นกที่ส่งเสียงรบกวนในป่าใกล้วิหารและทำการอารักขาโดยรอบ ตรัสสั่งจันทเทพบุตรให้หลังมณฑลพระจันทร์ไว้ และสุริยเทพบุตรให้หลังมณฑลพระอาทิตย์ไว้ ส่วนพระองค์เองเสด็จไปประทับยืนอารักขาอยู่ที่หน้าประตูกุฏิ
  • 1:23:38 ในพระวิหารเงียบจนไม่มีเสียงใบไม้ร่วง สามเณรบัณฑิตจึงบรรลุเป็นพระอนาคามี
    ภายในพระวิหารแม้เสียงใบไม้แห้งที่ร่วงหล่นก็ไม่มี จิตของสามเณรจึงตั้งมั่นแน่วแน่มีอารมณ์เป็นหนึ่งเดียว ตามดูธรรมะภายในไปตามลำดับ ไม่นานก็ได้บรรลุธรรมเป็นพระอนาคามี ก่อนเวลาที่พระอุปัชฌาย์จะกลับมาถึง
  • 1:24:10 พระสารีบุตรไปตระกูลอุปัฏฐากที่ปรุงปลาตะเพียนคอยอยู่ และได้อาหารไปให้สามเณร
    ฝ่ายพระเถระเมื่อสามเณรกลับไปแล้วก็คิดว่าจะได้โภชนะที่สามเณรต้องการจากตระกูลไหน จึงไปสู่ตระกูลอุปัฏฐากที่มีศรัทธาเลื่อมใสรักและเคารพท่าน วันนั้นเองคนในตระกูลนั้นได้ปรุงปลาตะเพียนไว้หลายตัวและนั่งคอยการมาของพระเถระอยู่พอดี เมื่อเห็นท่านเดินมาก็ลุกขึ้นต้อนรับ รับบาตรนิมนต์เข้าไปในเรือน ถวายข้าวยาคูและภัตตาหารที่ปรุงด้วยปลาตะเพียน เมื่อได้อาหารแล้วท่านนึกถึงสามเณรว่าคอยนานคงจะหิว จึงกล่าวอำลาเพื่อนำอาหารไปให้ แต่โยมอุปัฏฐากขอให้ฉันก่อนแล้วจะถวายอีกส่วนหนึ่งสำหรับนำไปพระวิหาร ท่านจึงฉันในเรือน เมื่อเสร็จแล้วโยมนำบาตรไปล้างแล้วใส่โภชนะที่ปรุงด้วยปลาตะเพียนจนเต็มถวายท่าน ท่านคิดว่าสามเณรคงหิวมากแล้วจึงรีบกลับพระวิหาร