-
6:39
เกริ่นมินิซีรีส์มหาทุคตะ: ฝนรัตนชาติตกทั่วบ้าน ตอนที่ 5
แจ้งว่าวันนี้จะเล่าเรื่องมหาทุคตะ ฝนรัตนชาติตกทั่วบ้าน ตอนที่ 5 แล้วชวนไปแต่งเนื้อแต่งตัวให้เรียบร้อยก่อน
-
1:15:44
ท่านที่หกที่มีฝนดอกไม้ห้าสีตกทั่วเมือง และท่านที่เจ็ดคือมหาทุคตะ
เล่าถึงท่านที่หกของมินิซีรีส์ ซึ่ง Whisper จับชื่อไม่ชัด ว่าอดีตชาติทำบุญไว้จนมีฝนดอกไม้ห้าสีตกลงมาสูงถึงเข่าทั่วเมือง มีของบรรณาการมากมาย และไม่ค่อยมีโอกาสทำทานด้วยตัวเองเพราะมีมนุษย์และเทวดามาทำแทน ตอนหลังจึงลงมือทำเองเพราะรู้ว่าทำแทนได้บุญน้อยกว่า และท่านที่เจ็ดคือมหาทุคตะซึ่งเป็นคนจนที่สุด แล้วเตือนว่าอย่ารอให้ขายที่ขายบ้านขายรถให้รวยก่อนแล้วจึงทำบุญ ทำก่อนได้ก่อน บุญจะต่อบุญและเชื่อมสายสมบัติเป็นทรัพย์ต่อทรัพย์
-
1:18:37
มหาทุคตะ ตอนที่ 5: ท้าวสักกะอาสาทำอาหาร แต่คนแจกพระลืมจดชื่อ
เริ่มมหาทุคตะตอนที่ 5 ทบทวนว่าตอนที่แล้วมหาทุคตะกำลังจะไปรับพระมาฉันภัตตาหารที่บ้าน แต่พบท้าวสักกะที่อยากได้บุญด้วย มาขออาสาทำกับข้าวให้โดยไม่คิดค่าจ้าง ขอเปลี่ยนเป็นบุญแทน เมื่อให้ท้าวสักกะเข้าไปทำอาหารในบ้านแล้วเขาก็ออกไปรับพระ แต่บุรุษผู้เป็นบัณฑิตกลับบอกว่าลืมจดพระของมหาทุคตะไว้ และแบ่งพระให้คนอื่นไปหมดแล้ว มหาทุคตะเสียใจมาก ร้องไห้พร่ำพรรณนาถึงความยากลำบากขอพระสักรูปเดียว แต่ไม่มีใครยอมแบ่งให้ ในที่สุดจึงแนะให้ไปอาราธนาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่พระวิหารด้วยตัวเอง
-
1:20:08
มหาทุคตะไปพระวิหารด้วยความหวังสุดท้าย และได้รับบาตรจากพระศาสดา
มหาทุคตะมุ่งไปพระวิหารด้วยความหวังสุดท้าย พระราชาตรัสถามว่ายังไม่ถึงเวลาอาหารมาทำไม เพราะเคยเห็นเขามารอรับอาหารที่เหลือจากพระภิกษุ เขากราบทูลว่ามาเพื่อถวายบังคมพระศาสดา แล้วซบศีรษะลงที่ธรณีพระคันธกุฎี ถวายบังคมด้วยเบญจางคประดิษฐ์ กราบทูลว่าไม่มีใครยากจนกว่าตนในพระนครนี้ ขอทรงเป็นที่พึ่งและสงเคราะห์ตนด้วย พระบรมศาสดาจึงประทานบาตรให้ ซึ่งใครก็แย่งไปไม่ได้เพราะเป็นบุญของคนนั้น
-
1:21:53
พระราชาขอซื้อบาตรด้วยทรัพย์พันหนึ่ง แต่มหาทุคตะไม่ยอมให้
พระราชาตรัสขอบาตรของพระศาสดา จะให้ทรัพย์พันหนึ่งหรือแสนหนึ่งแลก บอกว่าเธอเป็นคนเข็ญใจจงเอาทรัพย์ไปเถอะ มหาทุคตะตอบว่าวันนี้ไม่ต้องการทรัพย์ แต่จะให้พระศาสดาเสวยภัตตาหารของตน ขออย่าเอาทรัพย์มาล่อ ขอให้หลีกทางให้ เศรษฐีทั้งหลายก็มาอ้อนวอนขอบาตรแล้วต่างแยกย้ายกลับไป พระราชาจึงดำริว่าถูกล่อด้วยทรัพย์ก็ไม่ให้ แต่อาหารของเขาจะเหมาะกับพระศาสดาหรือ คิดว่าเมื่อถวายเสร็จจะนำพระศาสดาเข้าวังไปถวายอาหารประณีตที่จัดไว้ แล้วตามเสด็จไปด้วย ขณะนั้นท้าวสักกะปรุงอาหารเสร็จด้วยกำลังแห่งเทวฤทธิ์และปูอาสนะคอยอยู่แล้ว เมื่อพระเสด็จมาถึง เรือนของมหาทุคตะมีหลังคาต่ำที่ใครจะเข้าต้องก้มศีรษะ แต่วันนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จเข้าไปโดยไม่ต้องก้มพระเศียร เพราะแผ่นดินยุบลงพร้อมกับหลังคาเรือนสูงขึ้น ด้วยผลแห่งทานที่พระองค์สั่งสมไว้ดีแล้ว
-
1:25:07
พระราชาเปิดภาชนะไม่ได้ ท้าวสักกะเปิดให้ กลิ่นหอมตลบทั่วพระนคร
พระราชาขอดูสักการะที่มหาทุคตะจัดถวาย แต่ด้วยพุทธานุภาพและเดชของท้าวสักกะทำให้ทรงเปิดภาชนะอาหารด้วยพระองค์เองไม่ได้ ท้าวสักกะจึงเปิดฝาถ้วยข้าวยาคูและภัตตาหารให้ทอดพระเนตร เมื่อเปิดออกกลิ่นเครื่องอบอาหารหอมตลบไปทั่วพระนคร พระราชาทอดพระเนตรแล้วอัศจรรย์ใจถึงกับตะลึง กราบทูลว่าเดิมคิดว่าอาหารของมหาทุคตะจะไม่ประณีต ตั้งใจจะนำเสด็จเข้าวังไปถวายอาหารที่ประณีตกว่า
-
1:27:45
พระอินทร์ลงมาเป็นพ่อครัวไม่ใช่เรื่องธรรมดา เพราะกุศลศรัทธาของมหาทุคตะ
ครูไม่ใหญ่ขยายว่าการที่พระอินทร์ลงมาเป็นพ่อครัวเองไม่ใช่เรื่องธรรมดา คนถวายทานใส่บาตรมีทุกวันแต่พระอินทร์ไม่ลงทุกวัน แสดงว่าหัวใจของมหาทุคตะไม่ธรรมดา ไม่คิดว่าต้องขายอะไรก่อนหรือรอให้รวยก่อน จุดเริ่มต้นมาจากมหาอุบาสกที่มีกุศลศรัทธาและเมตตา อยากช่วยให้มหาทุคตะพ้นจากความยากจน รู้หลักวิชาว่าต้องให้จึงจะได้ และต้องทำถูกเนื้อนาบุญถูกทักขิไณยบุคคล จึงไปบอกคนที่จนที่สุดในเมือง ซึ่งเข้าวัดแต่ไม่ได้ไปฟังธรรม เอาแต่รอรับอาหารที่เหลือจากพระไปเลี้ยงชีวิตวันต่อวัน เมื่อมหาทุคตะรู้ว่าตัวเองทำได้ก็เกิดมหาปีติ ไม่ใช่ปีติธรรมดา เป็นปีติระดับที่สะเทือนไปถึงภพเทวดาซึ่งอยู่ไกลจากภพมนุษย์มาก จนท้าวสักกะรู้ว่าคนยากไร้คนนี้กำลังจะสร้างบุญใหญ่ จึงลงมาเป็นพ่อครัวเอง มาลำพังโดยไม่บอกนางสุชาดา มาถึงก็ปฏิบัติภารกิจทันที
-
1:31:00
ทบทวนสี่ตอนแรก: ผ่าฟืนรับจ้างเศรษฐีหาทรัพย์ด้วยสัมมาอาชีวะ
ทบทวนว่าสี่ตอนแรกมหาทุคตะคิดวิธีการ ตั้งเป้าจะเลี้ยงพระก็ต้องมีอาหาร จะมีอาหารต้องมีทรัพย์ไปซื้อของมาปรุง จะมีทรัพย์ต้องออกเรี่ยวแรง ไม่ไปจี้ไปปล้นใคร แสวงหาทรัพย์ด้วยสัมมาอาชีวะ ไปรับจ้างผ่าฟืนกับเศรษฐี จนเศรษฐีทึ่งและเพิ่มค่าจ้างให้ เรื่องเดินเรื่อยมากระทั่งถึงชาวประมงจนได้ของมาประกอบเป็นอาหารที่บ้าน ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าใครเป็นคนปรุง ตอนนี้ใจมุ่งไปถึงพระบรมศาสดา และเข้าไปอยู่ในข่ายพระญาณว่าวันนี้จะโปรดใคร ปรากฏว่าทั้งภพมีมหาทุคตะคนเดียวที่เป็นเจ้าของบุญใหญ่วันนี้ และบุญนี้จะช่วยให้เขารื้อผังจน
-
1:32:39
ฝ่าด่านพระราชาและมหาเศรษฐีด้วยเครื่องแต่งกายต่ำสุด แต่รับบาตรด้วยความปีติ
ชี้ว่าการเดินเข้าไปในพระวิหารไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องฝ่าด่านมหาเศรษฐีและพระราชาที่มีทหารองครักษ์ล้อมอยู่ ทั้งยังแต่งกายต่ำที่สุด กระทั่งพระราชาต้องออกมาทักถาม การที่คนจนที่สุดสนทนากับผู้ปกครองประเทศได้ไม่ใช่เรื่องธรรมดา แล้วเทียบว่าเมื่อรับบาตรมา มหาทุคตะปลื้มเหมือนคนรับเสาแก้วพันปีสามร้อยต้น ไม่ใช่รับแบบกังวลว่าจะไปเอาเงินที่ไหน ต้องรอโบนัสหรือไม่ ปลื้มว่าคนอย่างเรานี่ก็ถวายพระบรมศาสดาได้ ทุกทีเราเอาแต่ขอของเหลือจากพระ
-
1:35:00
หัวใจเด็ดเดี่ยวลูกเดียวไม่รับทรัพย์ และเราทำได้มากกว่ามหาทุคตะ อย่าออมมือ
ย้ำว่ามหาทุคตะเป็นคนหัวใจเด็ดเดี่ยวลูกเดียว พระราชาอ้อนวอนจะให้ทรัพย์เท่าไรก็ไม่ปรารถนา ทั้งหมดเริ่มจากกุศลศรัทธาในใจบวกพุทธานุภาพและเทวานุภาพจึงสำเร็จผล แล้วบอกว่าเราไม่ได้ยากจนถึงขั้นมหาทุคตะ อยู่ในชนชั้นที่จะทำเท่าไรก็ได้ อย่าว่าแต่สามร้อยต้น แต่กลับออมมือ จึงชวนให้ทำเต็มที่ไม่ออมมือออมแรง เพราะสมบัติใหญ่อัศจรรย์เกิดกับผู้มีหัวใจยิ่งใหญ่ หัวใจขยาย และเหลืออีกไม่กี่วันจะถึงธุดงค์ปีใหม่ ให้สร้างเสาแก้วพันปีและไปอยู่ธุดงค์ด้วย ทำลำพังไม่ได้ก็ไปชวนคนอื่นมาทำ