มหาทุคตะ

tag ที่มักมาด้วยกัน: ฝนรัตนชาติ เสาแก้วพันปี ท้าวสักกเทวราช สามเณรบัณฑิต รวยปุ๊บปั๊บ เนื้อนาบุญ ท้าวสักกะ ถวายภัตตาหาร

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 4 พ.ย. 2548

  • 43:25 นายติณบาลเมื่อพุทธันดรที่ผ่านมา: มหาทุคตะที่ไม่มีแม้แต่ชื่อ
    เล่าถึงนายติณบาลเมื่อพุทธันดรที่ผ่านมาในสมัยพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นมหาทุคตะที่ยากจนจนไม่มีแม้แต่ชื่อ เมื่อถวายผ้าก็ถอดผ้าที่นุ่งอยู่จนหมดใจ เหลือแต่ตัวและไปนุ่งใบไม้แทน เรื่องราวจึงลือลั่นสนั่นโลกมาถึงหนึ่งพุทธันดร ทำความดีครั้งหนึ่งก็ชื่นใจไปได้ยาวนาน ปัจจุบันท่านเป็นพระอรหันต์ไปอยู่อายตนนิพพานแล้ว ซึ่งสูญแต่กิเลสแต่มีธรรมขันธ์ธรรมกายอยู่

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 11 พ.ย. 2548

  • 1:09:29 สิ่งที่ทำได้ยากทำให้ปลื้ม ยกตัวอย่างมหาทุคตะและติณบาลที่ได้นุ่งห่มใบไม้
    บอกให้ส่งมติเรื่องวิหารน้อยของยายที่ลานธรรมมา แล้วสอนว่าสิ่งที่ทำได้ยากแล้วเราทำได้จะเป็นความปลื้มปีติยินดี แค่ผ้าผืนเดียวของมหาทุคตะหรือชุดเดียวของติณบาลที่ได้นุ่งห่มใบไม้ ก็เป็นเรื่องเล่าขานข้ามพุทธันดร นำไปสู่การเป็นพระอรหันต์ในที่สุด และเป็นเรื่องที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าต้องมาเล่าให้ฟังเพื่อให้เกิดแรงบันดาลใจในการสร้างบารมี ถ้าเทียบกับเสาแก้ว 300 ต้น ต้นละร้อยบาท ก็เทียบความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่ของท่านทั้งสองไม่ได้ และทั้งสองท่านก็ไม่จนเลย จากมหาทุคตะกลายเป็นมหาเศรษฐีผู้ใจบุญ จากนายติณบาลเป็นท่านติณบาลที่ร่ำรวยเพราะชนะใจตัวเอง สุดท้ายเปรียบว่าเราเคยจับช้างมาแล้ว นี่แค่จับตั๊กแตนตัวเล็ก ๆ

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 12 พ.ย. 2548

  • 40:35 คนที่จะเป็นพระเจ้าจักรพรรดิต้องคิดต่างจากคนอื่น คนอื่นคิดทำต้นเดียวเราคิดสามร้อยต้น
    สอนว่าคนที่จะเป็นพระเจ้าจักรพรรดิและเป็นผู้มีบุญมากในโลกต้องคิดแตกต่างจากคนอื่น คนอื่นคิดแล้วไม่ทำ เราต้องคิดทำ คนอื่นคิดทำตามลำพัง เราต้องทำด้วยตัวเองและชวนคนอื่นด้วย คนอื่นคิดทำต้นเดียว เราต้องคิดสามร้อยต้น คนมีบุญน้อยจะคิดว่าไม่ทำหรอก ไม่รู้จะหาเงินจากไหน ไม่รู้จะชวนใคร เกรงใจเขา แล้วก็ฟุ้งซ่านไปจนสุดท้ายไม่ได้ทำและไม่ได้บุญ เพราะไม่มีบุญหล่นทับ บุญเกิดขึ้นได้ประการเดียวคือต้องทำด้วยตัวเอง ทั้ง ๆ ที่คนมีอยู่ทั่วโลก ชวนล้านคนทำสองคนก็คุ้มแล้ว ส่วนมหาทุคตะนั้นมีสิทธิ์เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ แต่ท่านเป็นพระอรหันต์ไปก่อนจึงกลับไม่ได้แล้ว ใครบอกว่าจนก็ให้ถามตัวเองว่าจนเท่าท่านมหาทุคตะไหม ที่มีผ้าชุดเดียวกับภรรยา ลองไปดูในตู้เสื้อผ้าเถิดมีเยอะแยะไปหมด

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 26 ธ.ค. 2548

  • 1:06:33 มหาทุคตะใช้แรงกายหาทรัพย์มาเลี้ยงพระ
    ยกเรื่องมหาทุคตะเป็นตัวอย่าง เมื่ออุบาสกไปชวนให้เลี้ยงพระ มหาทุคตะบอกว่าไม่มีเงิน คนอย่างเราจะเลี้ยงพระได้หรือ แต่ก็คิดออกว่าเงินอยู่ในกระเป๋าคนอื่น เราเอามาได้ด้วยการใช้แรงกายของเราไปรับจ้าง เทียบกับพราหมณ์ที่ไม่มีเงินซื้อมะม่วงจนต้องเอาภรรยาไปขาย ซึ่งเป็นที่มาของชื่อมะม่วงพราหมณ์ขายเมีย แต่มหาทุคตะไม่ต้องทำถึงขั้นนั้น เพียงเอาแรงกายไปทำงานก็ได้เงินมา ย้ำว่าให้หัวใจเต็มเปี่ยมในการทำบุญ ทำไปก่อน สายบุญจะเชื่อมโยงดึงสายสมบัติมาติดที่กลางกาย
  • 1:08:35 มหาทุคตะกับภรรยารับจ้างที่บ้านเศรษฐีจนได้ค่าจ้างเป็นสองเท่า
    เล่าว่ามหาทุคตะกับภรรยาตั้งใจจะถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุหนึ่งรูป แม้ยังไม่มีไทยธรรมแต่มีใจเปี่ยมด้วยบุญ จึงไปรับจ้างทำงานที่บ้านท่านเศรษฐีด้วยความร่าเริงเบิกบาน เศรษฐีเห็นก็แปลกใจจึงเข้าไปถาม เมื่อทราบความจึงสั่งจ่ายค่าจ้างเป็นรางวัลเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากสี่เป็นแปด ส่วนภรรยาก็ได้เครื่องเทศเครื่องแกงเพิ่มเป็นพิเศษ เช้าวันรุ่งขึ้นทั้งสองตื่นแต่เช้าหุงหาอาหาร มหาทุคตะออกไปเก็บผักและช่วยเขาขายปลาจึงได้ปลามาสี่ตัว
  • 1:09:52 ท้าวสักกะรู้เรื่องเพราะบัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ร้อน
    เล่าว่าวันนั้นพระบรมศาสดาทรงบริหารพระกายแต่เช้าตรู่แล้วเสด็จเข้าพระคันธกุฎี ประทับนั่งด้วยทรงดำริว่าจะสงเคราะห์มหาทุคตะ ขณะนั้นบัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ของท้าวสักกะเกิดอาการร้อนขึ้น ท้าวเธอทรงตรวจดูจึงทราบว่ามหาทุคตะกับภรรยารับจ้างทำงานด้วยตั้งใจจะถวายภัตตาหารแก่พระภิกษุหนึ่งรูป และทรงทราบว่าพระบรมศาสดาตั้งพระทัยจะสงเคราะห์เขา ประทับคอยอยู่ในพระคันธกุฎี ท้าวสักกะจึงอยากได้บุญด้วย
  • 1:11:12 ท้าวสักกะแปลงเป็นชายหนุ่มมารับจ้างทำอาหารโดยไม่เอาค่าจ้าง
    ท้าวสักกะทรงจำแลงเพศเป็นชายหนุ่มที่ไม่มีใครรู้จัก เสด็จไปที่ใกล้เรือนมหาทุคตะแล้วถามว่าใครมีงานจะจ้างให้ทำบ้าง มหาทุคตะถามกลับว่าจะทำงานอะไร ท้าวสักกะตอบว่าทำได้ทุกอย่าง ปรุงข้าวต้มหุงข้าวสวยได้ จะให้ดีเลิศอย่างไรก็ทำได้ มหาทุคตะบอกว่ากำลังจะถวายภัตตาหารแก่พระรูปหนึ่งแต่ไม่มีเงินจ้าง ท้าวสักกะจึงบอกว่าไม่ต้องการค่าจ้าง ขอร่วมบุญด้วยก็แล้วกัน แล้วบอกให้มหาทุคตะไปรับพระ ส่วนตนจัดการทำอาหารให้ด้วยฤทธิ์
  • 1:13:12 บัณฑิตลืมแบ่งพระให้ มหาทุคตะร้องไห้เหมือนถูกหอกแทงท้อง
    บุรุษผู้เป็นบัณฑิตแบ่งพระภิกษุให้คนทั้งหลายตามบัญชีเจ้าของทานจนหมดไม่เหลือแม้แต่รูปเดียว เมื่อมหาทุคตะไปถามว่าพระของผมรูปไหน บัณฑิตนึกได้ทันทีว่าลืมจดพระของเขาไว้ จึงขอโทษว่าลืมจริง ๆ มหาทุคตะได้ยินแล้วรู้สึกเหมือนถูกแทงที่ท้องด้วยหอกอันคม ประคองแขนร้องไห้รำพันว่าคุณไปชวนผมเองเมื่อวาน สองคนผัวเมียสู้ทนรับจ้างทั้งวัน วันนี้ลุกแต่เช้าไปหาผักมาต้มเตรียมถวายพระ ขออย่าให้ผมเสียความตั้งใจ ขอแบ่งพระให้สักรูปหนึ่งเถิด
  • 1:16:00 บัณฑิตบอกว่ายังเหลือพระบรมศาสดา สิ่งที่คิดว่าโชคร้ายกลับเป็นโชคดี
    คนทั้งหลายพากันตำหนิบัณฑิตว่าแบ่งพระให้คนมากมายแต่ไม่แบ่งให้มหาทุคตะสักรูป เขาละอายใจจึงบอกว่ายังเหลือพระภิกษุอีกรูปหนึ่งที่ยังไม่ได้รับนิมนต์ใคร คือพระบรมศาสดาที่ประทับอยู่ในพระคันธกุฎี แม้จะมีพระราชา เศรษฐี และเสนาบดีนั่งคอยเพื่อจะนิมนต์ท่าน แต่ธรรมดาพระพุทธเจ้าย่อมทรงอนุเคราะห์คนยากจน ให้ไปกราบทูลว่าข้าพระองค์เป็นคนยากจน ขอพระองค์จงสงเคราะห์ด้วยเถิด มหาทุคตะก็ดีใจ ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะนิมนต์พระศาสดาไปเสวยที่บ้านให้ได้ ครูไม่ใหญ่สรุปว่าบางอย่างที่เราคิดว่าเป็นโชคร้ายกลับเป็นโชคดีที่สุดของเราก็ได้ แล้วบอกว่าตอนต่อไว้วันพรุ่งนี้

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 27 ธ.ค. 2548

  • 6:39 เกริ่นมินิซีรีส์มหาทุคตะ: ฝนรัตนชาติตกทั่วบ้าน ตอนที่ 5
    แจ้งว่าวันนี้จะเล่าเรื่องมหาทุคตะ ฝนรัตนชาติตกทั่วบ้าน ตอนที่ 5 แล้วชวนไปแต่งเนื้อแต่งตัวให้เรียบร้อยก่อน
  • 1:15:44 ท่านที่หกที่มีฝนดอกไม้ห้าสีตกทั่วเมือง และท่านที่เจ็ดคือมหาทุคตะ
    เล่าถึงท่านที่หกของมินิซีรีส์ ซึ่ง Whisper จับชื่อไม่ชัด ว่าอดีตชาติทำบุญไว้จนมีฝนดอกไม้ห้าสีตกลงมาสูงถึงเข่าทั่วเมือง มีของบรรณาการมากมาย และไม่ค่อยมีโอกาสทำทานด้วยตัวเองเพราะมีมนุษย์และเทวดามาทำแทน ตอนหลังจึงลงมือทำเองเพราะรู้ว่าทำแทนได้บุญน้อยกว่า และท่านที่เจ็ดคือมหาทุคตะซึ่งเป็นคนจนที่สุด แล้วเตือนว่าอย่ารอให้ขายที่ขายบ้านขายรถให้รวยก่อนแล้วจึงทำบุญ ทำก่อนได้ก่อน บุญจะต่อบุญและเชื่อมสายสมบัติเป็นทรัพย์ต่อทรัพย์
  • 1:18:37 มหาทุคตะ ตอนที่ 5: ท้าวสักกะอาสาทำอาหาร แต่คนแจกพระลืมจดชื่อ
    เริ่มมหาทุคตะตอนที่ 5 ทบทวนว่าตอนที่แล้วมหาทุคตะกำลังจะไปรับพระมาฉันภัตตาหารที่บ้าน แต่พบท้าวสักกะที่อยากได้บุญด้วย มาขออาสาทำกับข้าวให้โดยไม่คิดค่าจ้าง ขอเปลี่ยนเป็นบุญแทน เมื่อให้ท้าวสักกะเข้าไปทำอาหารในบ้านแล้วเขาก็ออกไปรับพระ แต่บุรุษผู้เป็นบัณฑิตกลับบอกว่าลืมจดพระของมหาทุคตะไว้ และแบ่งพระให้คนอื่นไปหมดแล้ว มหาทุคตะเสียใจมาก ร้องไห้พร่ำพรรณนาถึงความยากลำบากขอพระสักรูปเดียว แต่ไม่มีใครยอมแบ่งให้ ในที่สุดจึงแนะให้ไปอาราธนาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่พระวิหารด้วยตัวเอง
  • 1:20:08 มหาทุคตะไปพระวิหารด้วยความหวังสุดท้าย และได้รับบาตรจากพระศาสดา
    มหาทุคตะมุ่งไปพระวิหารด้วยความหวังสุดท้าย พระราชาตรัสถามว่ายังไม่ถึงเวลาอาหารมาทำไม เพราะเคยเห็นเขามารอรับอาหารที่เหลือจากพระภิกษุ เขากราบทูลว่ามาเพื่อถวายบังคมพระศาสดา แล้วซบศีรษะลงที่ธรณีพระคันธกุฎี ถวายบังคมด้วยเบญจางคประดิษฐ์ กราบทูลว่าไม่มีใครยากจนกว่าตนในพระนครนี้ ขอทรงเป็นที่พึ่งและสงเคราะห์ตนด้วย พระบรมศาสดาจึงประทานบาตรให้ ซึ่งใครก็แย่งไปไม่ได้เพราะเป็นบุญของคนนั้น
  • 1:21:53 พระราชาขอซื้อบาตรด้วยทรัพย์พันหนึ่ง แต่มหาทุคตะไม่ยอมให้
    พระราชาตรัสขอบาตรของพระศาสดา จะให้ทรัพย์พันหนึ่งหรือแสนหนึ่งแลก บอกว่าเธอเป็นคนเข็ญใจจงเอาทรัพย์ไปเถอะ มหาทุคตะตอบว่าวันนี้ไม่ต้องการทรัพย์ แต่จะให้พระศาสดาเสวยภัตตาหารของตน ขออย่าเอาทรัพย์มาล่อ ขอให้หลีกทางให้ เศรษฐีทั้งหลายก็มาอ้อนวอนขอบาตรแล้วต่างแยกย้ายกลับไป พระราชาจึงดำริว่าถูกล่อด้วยทรัพย์ก็ไม่ให้ แต่อาหารของเขาจะเหมาะกับพระศาสดาหรือ คิดว่าเมื่อถวายเสร็จจะนำพระศาสดาเข้าวังไปถวายอาหารประณีตที่จัดไว้ แล้วตามเสด็จไปด้วย ขณะนั้นท้าวสักกะปรุงอาหารเสร็จด้วยกำลังแห่งเทวฤทธิ์และปูอาสนะคอยอยู่แล้ว เมื่อพระเสด็จมาถึง เรือนของมหาทุคตะมีหลังคาต่ำที่ใครจะเข้าต้องก้มศีรษะ แต่วันนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จเข้าไปโดยไม่ต้องก้มพระเศียร เพราะแผ่นดินยุบลงพร้อมกับหลังคาเรือนสูงขึ้น ด้วยผลแห่งทานที่พระองค์สั่งสมไว้ดีแล้ว
  • 1:25:07 พระราชาเปิดภาชนะไม่ได้ ท้าวสักกะเปิดให้ กลิ่นหอมตลบทั่วพระนคร
    พระราชาขอดูสักการะที่มหาทุคตะจัดถวาย แต่ด้วยพุทธานุภาพและเดชของท้าวสักกะทำให้ทรงเปิดภาชนะอาหารด้วยพระองค์เองไม่ได้ ท้าวสักกะจึงเปิดฝาถ้วยข้าวยาคูและภัตตาหารให้ทอดพระเนตร เมื่อเปิดออกกลิ่นเครื่องอบอาหารหอมตลบไปทั่วพระนคร พระราชาทอดพระเนตรแล้วอัศจรรย์ใจถึงกับตะลึง กราบทูลว่าเดิมคิดว่าอาหารของมหาทุคตะจะไม่ประณีต ตั้งใจจะนำเสด็จเข้าวังไปถวายอาหารที่ประณีตกว่า
  • 1:27:45 พระอินทร์ลงมาเป็นพ่อครัวไม่ใช่เรื่องธรรมดา เพราะกุศลศรัทธาของมหาทุคตะ
    ครูไม่ใหญ่ขยายว่าการที่พระอินทร์ลงมาเป็นพ่อครัวเองไม่ใช่เรื่องธรรมดา คนถวายทานใส่บาตรมีทุกวันแต่พระอินทร์ไม่ลงทุกวัน แสดงว่าหัวใจของมหาทุคตะไม่ธรรมดา ไม่คิดว่าต้องขายอะไรก่อนหรือรอให้รวยก่อน จุดเริ่มต้นมาจากมหาอุบาสกที่มีกุศลศรัทธาและเมตตา อยากช่วยให้มหาทุคตะพ้นจากความยากจน รู้หลักวิชาว่าต้องให้จึงจะได้ และต้องทำถูกเนื้อนาบุญถูกทักขิไณยบุคคล จึงไปบอกคนที่จนที่สุดในเมือง ซึ่งเข้าวัดแต่ไม่ได้ไปฟังธรรม เอาแต่รอรับอาหารที่เหลือจากพระไปเลี้ยงชีวิตวันต่อวัน เมื่อมหาทุคตะรู้ว่าตัวเองทำได้ก็เกิดมหาปีติ ไม่ใช่ปีติธรรมดา เป็นปีติระดับที่สะเทือนไปถึงภพเทวดาซึ่งอยู่ไกลจากภพมนุษย์มาก จนท้าวสักกะรู้ว่าคนยากไร้คนนี้กำลังจะสร้างบุญใหญ่ จึงลงมาเป็นพ่อครัวเอง มาลำพังโดยไม่บอกนางสุชาดา มาถึงก็ปฏิบัติภารกิจทันที
  • 1:31:00 ทบทวนสี่ตอนแรก: ผ่าฟืนรับจ้างเศรษฐีหาทรัพย์ด้วยสัมมาอาชีวะ
    ทบทวนว่าสี่ตอนแรกมหาทุคตะคิดวิธีการ ตั้งเป้าจะเลี้ยงพระก็ต้องมีอาหาร จะมีอาหารต้องมีทรัพย์ไปซื้อของมาปรุง จะมีทรัพย์ต้องออกเรี่ยวแรง ไม่ไปจี้ไปปล้นใคร แสวงหาทรัพย์ด้วยสัมมาอาชีวะ ไปรับจ้างผ่าฟืนกับเศรษฐี จนเศรษฐีทึ่งและเพิ่มค่าจ้างให้ เรื่องเดินเรื่อยมากระทั่งถึงชาวประมงจนได้ของมาประกอบเป็นอาหารที่บ้าน ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าใครเป็นคนปรุง ตอนนี้ใจมุ่งไปถึงพระบรมศาสดา และเข้าไปอยู่ในข่ายพระญาณว่าวันนี้จะโปรดใคร ปรากฏว่าทั้งภพมีมหาทุคตะคนเดียวที่เป็นเจ้าของบุญใหญ่วันนี้ และบุญนี้จะช่วยให้เขารื้อผังจน
  • 1:32:39 ฝ่าด่านพระราชาและมหาเศรษฐีด้วยเครื่องแต่งกายต่ำสุด แต่รับบาตรด้วยความปีติ
    ชี้ว่าการเดินเข้าไปในพระวิหารไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องฝ่าด่านมหาเศรษฐีและพระราชาที่มีทหารองครักษ์ล้อมอยู่ ทั้งยังแต่งกายต่ำที่สุด กระทั่งพระราชาต้องออกมาทักถาม การที่คนจนที่สุดสนทนากับผู้ปกครองประเทศได้ไม่ใช่เรื่องธรรมดา แล้วเทียบว่าเมื่อรับบาตรมา มหาทุคตะปลื้มเหมือนคนรับเสาแก้วพันปีสามร้อยต้น ไม่ใช่รับแบบกังวลว่าจะไปเอาเงินที่ไหน ต้องรอโบนัสหรือไม่ ปลื้มว่าคนอย่างเรานี่ก็ถวายพระบรมศาสดาได้ ทุกทีเราเอาแต่ขอของเหลือจากพระ
  • 1:35:00 หัวใจเด็ดเดี่ยวลูกเดียวไม่รับทรัพย์ และเราทำได้มากกว่ามหาทุคตะ อย่าออมมือ
    ย้ำว่ามหาทุคตะเป็นคนหัวใจเด็ดเดี่ยวลูกเดียว พระราชาอ้อนวอนจะให้ทรัพย์เท่าไรก็ไม่ปรารถนา ทั้งหมดเริ่มจากกุศลศรัทธาในใจบวกพุทธานุภาพและเทวานุภาพจึงสำเร็จผล แล้วบอกว่าเราไม่ได้ยากจนถึงขั้นมหาทุคตะ อยู่ในชนชั้นที่จะทำเท่าไรก็ได้ อย่าว่าแต่สามร้อยต้น แต่กลับออมมือ จึงชวนให้ทำเต็มที่ไม่ออมมือออมแรง เพราะสมบัติใหญ่อัศจรรย์เกิดกับผู้มีหัวใจยิ่งใหญ่ หัวใจขยาย และเหลืออีกไม่กี่วันจะถึงธุดงค์ปีใหม่ ให้สร้างเสาแก้วพันปีและไปอยู่ธุดงค์ด้วย ทำลำพังไม่ได้ก็ไปชวนคนอื่นมาทำ

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 29 ธ.ค. 2548

  • 56:07 สารคดีมหาทุคตะ ตอนที่ 6: อาราธนาพระศาสดาที่พระวิหาร
    สารคดีเรื่องมหาทุคตะ ผู้มีฝนรัตนชาติตกท่วมบ้าน ตอนที่ 6 มหาทุคตะเดินไปพระวิหารด้วยความหวังสุดท้ายว่าจะกราบอาราธนาพระศาสดาให้มารับภัตตาหารของตน แต่ไปถึงก็พบพระราชาและเสนาบดีรออยู่ก่อน พระราชาตรัสถามว่ามาทำไมเพราะยังไม่ถึงเวลาอาหาร เพราะเคยเห็นเขามารอรับอาหารที่เหลือจากพระภิกษุ เขาตอบว่ามากราบพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ได้มารอรับอาหาร แล้วซบเศียรลงทูลอาราธนา
  • 57:25 มหาทุคตะอุ้มบาตรนำเสด็จ ไม่ขายบาตรแม้ราคาแพง ท้าวสักกะบันดาลฝนรัตนชาติ
    พระบรมศาสดาเสด็จออกมาประทานบาตรให้ เขาดีใจสุดประมาณ ประคองอุ้มบาตรนำเสด็จไปเสวยที่เรือนของตน โดยไม่สนใจทรัพย์มากมายที่พระราชาและมหาเศรษฐีมาขอซื้อบาตรในราคาแพงลิบ เขาถวายภัตตาหารด้วยจิตเลื่อมใส พระบรมศาสดาตรัสอนุโมทนาแล้วเสด็จลุกจากอาสนะ ท้าวสักกะแนะให้เขารับบาตรตามส่งเสด็จไปพระวิหาร ส่วนท้าวสักกะยืนที่ประตูเรือน แลดูท้องฟ้าและอธิษฐานจิต อาศัยบุญของมหาทุคตะและเทวานุภาพบันดาลให้ฝนรัตนชาติเจ็ดประการตกลงมาในเรือน
  • 59:27 เรือนเต็มด้วยแก้วเจ็ดประการ มหาทุคตะไปกราบทูลพระราชาขอเกวียนพันเล่ม
    มหาทุคตะกลับมาเห็นภรรยาและลูก ๆ ออกมานั่งอยู่ข้างถนน ภรรยาบอกว่าเรือนเต็มไปด้วยแก้วเจ็ดประการทั่วทั้งหลังจนทะลักออกมานอกเรือน ไม่มีที่จะอยู่แล้ว เขาคิดว่าทานของเราให้ผลทันตาเห็นภายในวันเดียว แต่จะซ่อนทรัพย์มากมายไว้ใช้ตามลำพังไม่ได้ จึงไปเข้าเฝ้ากราบทูลพระราชาให้ขนทรัพย์เหล่านั้นไป พระราชาดำริว่าน่าอัศจรรย์ที่ทานถวายแด่พระพุทธเจ้าให้ผลในวันนี้เลย แล้วตรัสถามว่ามากขนาดไหน เขาทูลขอพระราชทานเกวียนสักพันเล่มจึงจะพอขน
  • 1:01:12 พระราชาตั้งมหาทุคตะเป็นเศรษฐีประจำพระนคร และพบหม้อทรัพย์ผุดขึ้น
    พระราชาส่งเกวียนพันเล่มไปขนทรัพย์มาเกลี่ยไว้ที่พระลานหลวง กองรัตนชาติสูงประมาณเท่าต้นตาล จึงรับสั่งให้ชาวเมืองประชุมกันแล้วถามว่ามีใครมีทรัพย์มากเท่านี้บ้าง ชาวเมืองทูลว่าไม่มี และเสนอให้ตั้งเป็นเศรษฐีประจำพระนคร พระราชาจึงทำการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่และพระราชทานฉัตรเศรษฐีให้ พร้อมมอบที่ดินซึ่งเคยเป็นที่ตั้งบ้านของเศรษฐีคนหนึ่งให้เขาปลูกเรือน ขณะแผ้วถางพื้นที่มีหม้อที่เต็มไปด้วยทรัพย์เบียดเสียดกันผุดขึ้น พระราชาให้ใช้สอยตามใจ เมื่อสร้างเรือนเสร็จเขาถวายมหาทานแก่ภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุขตลอดเจ็ดวัน
  • 1:04:04 สรุปเหตุที่มหาทุคตะจากคนจนที่สุดกลายเป็นเศรษฐีรวยที่สุดในเมือง
    ชีวิตของมหาทุคตะจากยากจนที่สุดในเมืองกลับกลายเป็นเศรษฐีรวยที่สุดในเมือง ด้วยทานบารมีที่ทำถูกเนื้อนาบุญในพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะเขาและภรรยามีใจเลื่อมใส แม้ยากจนก็ตั้งใจประกอบสัมมาอาชีวะ ได้ทรัพย์มาด้วยความบริสุทธิ์ ถวายทานในเนื้อนาบุญอันบริสุทธิ์ด้วยใจปลื้มปิติทุกขั้นตอน บุญจึงมากมายมหาศาลบันดาลให้ฝนรัตนชาติตกจนล้นออกมานอกบ้าน ส่วนผลบุญจะส่งต่อในภพชาติเบื้องหน้าอย่างไรให้ติดตามตอนต่อไป
  • 1:05:45 ทบทวนเรื่องมหาทุคตะ: ทำบุญอะไรจึงรวย สมบัติเกิดขึ้นสองทาง
    ครูไม่ใหญ่ทบทวนเรื่องมหาทุคตะกับนักเรียน ถามว่าท่านทำธุรกิจอะไรจึงรวย คำตอบคือทำบุญ สมบัติเกิดขึ้นสองทางคือทางอากาศที่ฝนรัตนชาติตกลงมาท่วมบ้าน และใต้ดินที่หม้อทรัพย์ผุดขึ้นเองในที่ดินที่พระราชาพระราชทาน สุดท้ายท่านมีอาชีพเป็นมหาเศรษฐีอย่างเดียว ครูไม่ใหญ่แซวว่าใครไม่ตอบต้องทำบุญเสาแก้วพันปีต้นละร้อย

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 30 ธ.ค. 2548

  • 1:10:43 มหาทุคตะตอนที่เจ็ด ฝนรัตนชาติตกท่วมบ้านจนได้รับตำแหน่งเศรษฐี
    ทบทวนว่าตอนที่แล้วมหาทุคตะได้ถวายภัตตาหารแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วอุ้มบาตรไปส่งที่พระวิหาร เมื่อกลับมาถึงบ้านก็เห็นภรรยาและลูก ๆ ออกมานั่งอยู่ข้างถนน เพราะฝนรัตนชาติตกจนท่วมล้นออกมานอกบ้าน เขาจึงไปกราบทูลขอเกวียนหนึ่งพันเล่มจากพระราชาเพื่อไปขนรัตนชาติมา เมื่อขนมากองไว้ที่พระลานหลวงก็กองสูงขนาดต้นตาล พระราชาให้ประชุมชาวเมืองแล้วตรัสถามว่ามีใครมีทรัพย์มากขนาดนี้บ้าง เมื่อทรงทราบว่าไม่มีใครมี จึงพระราชทานตำแหน่งเศรษฐีให้แก่เขา
  • 1:12:13 เศรษฐีอดีตมหาทุคตะถวายมหาทานตลอดชีวิต ไปเทวโลก แล้วมาเกิดในตระกูลอุปัฏฐากพระสารีบุตร
    เมื่อได้ตำแหน่งเศรษฐี ชีวิตก็มีความสุขสะดวกสบายขึ้น ไม่ต้องทำงานรับจ้างเหนื่อยยากดังแต่ก่อน แต่ก็ไม่ลืมคุณค่าของบุญ ได้ถวายมหาทานแด่ภิกษุสงฆ์โดยมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประธาน และสั่งสมทานบารมีเรื่อยมาจนตลอดอายุขัย เมื่อละโลกแล้วได้ไปบังเกิดในเทวโลก เสวยทิพยสมบัติท่องเที่ยวอยู่ในเทวโลกชั้นต่าง ๆ สิ้นพุทธันดรหนึ่ง มาถึงสมัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา จึงจุติมาเกิดในครรภ์ธิดาคนโตของตระกูลอุปัฏฐากพระสารีบุตรในกรุงสาวัตถี ด้วยบุญของเด็กในครรภ์ทำให้มารดาแพ้ท้อง อยากถวายทานแก่ภิกษุห้าร้อยรูปโดยมีพระสารีบุตรเป็นประธาน ด้วยอาหารที่ปรุงด้วยปลาตะเพียน และตัวเองก็อยากนุ่งผ้ากาสาวพัสตร์นั่งบนอาสนะต่อท้ายพระภิกษุ เมื่อทำตามแล้วอาการแพ้ท้องก็ระงับไป มารดาบิดายังทำบุญอย่างนั้นถึงเจ็ดครั้งขณะตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นผลบุญจากการถวายอาหารปรุงด้วยปลาตะเพียนตอนเกิดเป็นมหาทุคตะนั่นเอง
  • 1:19:59 ถาม-ตอบว่ามหาทุคตะรวยเพราะทำบุญอย่างเดียว และสองเจ็ดของวันนี้
    ถามนักเรียนว่ามหาทุคตะทำธุรกิจอะไรจึงรวย คำตอบคือทำบุญ ไม่ได้ทำธุรกิจอัญมณีอะไรเลย จึงมีฝนรัตนชาติตกลงมา และบุญนั้นยังส่งผลต่อมาให้มาเกิดเป็นเด็กชายบัณฑิตลูกเศรษฐี แล้วออกบวชตอนเจ็ดขวบ สรุปว่าวันนี้ได้ฟังสองเจ็ด คือเจ็ดขวบของสังกิจจะและเจ็ดขวบของบัณฑิต แล้วเตือนกติกาเสาแก้วหนึ่งต้นสำหรับคนไม่ตอบ บอกว่าจะไม่พูดยาวเพราะมาอยู่ธุดงค์ปีใหม่กันและต้องมีเวลาทำกิจ ก่อนเข้าสู่รายการเคสสตูดี้

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 31 ธ.ค. 2548

  • 19:09 ท่านที่เจ็ด: มหาทุคตะผู้มีฝนรัตนชาติตกท่วมบ้าน และเหตุที่ต้องถามเรื่องบุญทุกวัน
    ท่านที่เจ็ดที่กำลังศึกษาอยู่คือมหาทุคตะ คนจนที่สุดในเมืองที่เปลี่ยนมาเป็นมหาเศรษฐีใหญ่ มีฝนรัตนชาติตกท่วมบ้าน เพราะถวายทานแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันเมื่อสองพันห้าร้อยกว่าปีก่อน วันนี้เป็นตอนที่แปด แล้วสรุปว่าเรื่องบุญสำคัญมาก ครูไม่ใหญ่จึงจำเป็นต้องถามทุกวันว่าผ่านปีใหม่มากี่วันและใครสั่งสมบุญทุกวัน เพราะอยากให้นักเรียนมีบุญมีสมบัติเหมือนผู้มีบุญในกาลก่อนทั้งเจ็ดท่าน
  • 33:14 ชอบเพลงจากญี่ปุ่นและทักทายเด็กหญิงชาวญี่ปุ่นชื่อนามิ
    บอกว่าชอบใจเพลงนี้มากเพราะมาจากญี่ปุ่น แล้วทักทายเด็กที่มาไกลถามชื่อ ได้ชื่อว่านามิ ชมว่าน่ารักมากแต่ฟังไม่รู้เรื่อง ก่อนชวนดูสารคดีท่านมหาทุคตะตอนที่แปด
  • 34:26 สารคดีมหาทุคตะตอนที่ 8: ไปเทวโลกหนึ่งพุทธันดร แล้วมาเกิดในตระกูลอุปัฏฐากพระสารีบุตร
    ทบทวนว่ามหาเศรษฐีผู้เคยเป็นมหาทุคตะ เมื่อได้ฝนรัตนชาติแล้วก็ถวายมหาทานแด่หมู่สงฆ์โดยมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประมุข และสั่งสมบุญจนตลอดชีวิต เมื่อละโลกได้ไปบังเกิดในเทวโลกเสวยทิพยสมบัติตลอดหนึ่งพุทธันดร ต่อมาในสมัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันมาเกิดในครรภ์ของธิดาคนโตในตระกูลอุปัฏฐากของพระสารีบุตร มารดาแพ้ท้องอยากถวายภัตตาหารที่ปรุงด้วยปลาตะเพียนแด่พระสงฆ์โดยมีพระสารีบุตรเป็นประธาน เมื่อทำตามแล้วอาการก็ระงับ และถวายทานทำนองนี้อีกถึงเจ็ดครั้ง
  • 44:39 ทบทวนคำถาม: สามเณรบัณฑิตคืออดีตมหาทุคตะ ออกบวชเมื่อเจ็ดขวบ
    ถามทบทวนโดยย้ำกติกาว่าใครไม่ตอบต้องเติมเสาแก้วพันปีหนึ่งต้น แล้วถามว่าสามเณรบัณฑิตคืออดีตมหาทุคตะในชาตินั้น มาเกิดในตระกูลใด ออกบวชเมื่ออายุกี่ขวบ คำตอบคือเจ็ดขวบ และไปอยู่กับพระสารีบุตรที่ชวนไปบิณฑบาตโดยให้สามเณรถือบาตร

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 2 ม.ค. 2549

  • 24:31 ชฎิลเศรษฐีและมหาทุคตะรวยเพราะความดีที่สั่งสม ไม่ใช่เพราะเก่งธุรกิจ
    ชวนคิดว่าชฎิลเศรษฐีเก่งด้านธุรกิจหรือทำเหมืองเก่งหรือเปล่า คำตอบคือเปล่า แสดงว่าเอาความเก่งมาใช้ตรงนี้ไม่ได้ กลับกลายเป็นเอาความดีที่สั่งสมในภพก่อนมาใช้ แล้วผลบุญก็บันดาลให้เกิดขึ้น อย่างมหาทุคตะที่เคยกินอาหารเดนของพระภิกษุในเชตวัน อยู่ ๆ ก็ได้เป็นเศรษฐี ไม่ได้เก่งกาจอะไรหรือไปจดสิทธิบัตรอะไรไว้ เพราะท่านใช้ความดีอย่างเดียว เมื่อให้จึงได้ ให้ในบุคคลที่ควรให้ นอกจากสงเคราะห์โลกซึ่งใคร ๆ ก็ทำได้ ยังทำถูกเนื้อนาบุญด้วย จึงย้ำว่ามนุษย์ไม่ได้เก่งหรอก ใครที่กระหยิ่มยิ้มย่องว่าตัวเก่งให้คิดลึกลงไปว่าเบื้องหลังความเก่งคืออะไร เพราะคนเก่งมีเยอะในโลกแต่ไม่ประสบความสำเร็จ ขยันเกือบตายก็แค่เหนื่อย แปลว่าต้องสั่งสมบุญ