ep041 ผังเวลา 65 ช่วง
บวชสามเณรรุ่นแรกที่บาห์เรน (114) อุทิศบุญ (111) ธุดงค์ปีใหม่ 2549 (94) อธิษฐานจิต (79) จานดาวธรรม (74) วัดพระธรรมกาย (73) เสาแก้วพันปี (69) ดุสิตบุรี (67) บาห์เรน (52) กองเสบียง (45) กัลยาณมิตร (41) กฎแห่งกรรม (39) มหาทุคตะ (33) เร่งเสาแก้วพันปี 300 ต้น (30) หลวงพ่อทัตตชีโว (27) พลังสตรีแม่ไม้มวยไทย (26) ปาณาติบาต (25) บุพกรรม (20) มหาธรรมกายเจดีย์ (19) คตินิมิต (17) ศีล 10 ของสามเณร (16) อุทกภัยภาคใต้ 2548 (12) บั้งไฟพญานาค (11) วันพระ (10) ปิดอบาย (9) ฝนรัตนชาติ (9) พุทธันดร (9) อ่านรายชื่อเจ้าภาพ (9) ทำความสะอาดลานธรรม (7) เพศสมณะ (7) ดูไบ (6) พระรัตนตรัย (6) สายสมบัติ (6) ทหารพระราชา (5) ท้าวสักกะ (5) เลิกบุหรี่ (5) ถวายภัตตาหาร (4) นายนิรยบาล (4) พนันชนไก่ (4) สถาปนาพุทธอุทยานนานาชาติ (4) อูฐ (4) แม่ไม้มวยไทย (4) ขลิบปลงผม (3) ขันติธรรม (3) ติดเหล้า (3) นอร์เวย์ (3) บ่อนไก่ (3) มหานรกขุมหก (3) อารามชั่วคราว (3) เพลงผู้ได้โอกาสภาษาอาหรับ (3) เลี้ยงเหล้า (3) เล่นการพนัน (3) กัญชา (2) ดองปูเป็น (2) ทะเลอาระเบียน (2) บรมศาสดา (2) บุญปนวิบาก (2) ปลงผมธรรมทายาท (2) สงคราม (2) สัมภเวสี (2) สัมมาทิฐิ (2) เลิกเหล้า (2) โพนพิสัย (2) ไฟไหม้บ้าน (2) ขอขมา (1) จุดประทีปโคมลอยฟ้า (1) ช่างทอง (1) บนบานศาลกล่าว (1) บัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ (1) พระชินสีห์ (1) พูดปด (1) ยุวธรรมทายาท (1) วิทยาลัยพลศึกษา (1) ศูนย์บำบัดผู้ติดสุรา (1) อนาคาริกมุนี (1) เก็บศพ (1) โรคหัวใจล้มเหลว (1)
กล่าวคาถาสำเร็จว่าแม้มืดตื้อมืดมิดก็มีสิทธิ์เข้าถึงธรรม คำขวัญเมื่อเราสว่างโลกก็สว่างด้วย และเนื้อนาบุญสี่ระดับ คือมหาธรรมกายเจดีย์ของโลก มหาจุฬามณีของสวรรค์ พระในบ้านของครอบครัว และพระในตัวของเรา
ทบทวนการบ้าน 10 ข้อทีละข้อ ตั้งแต่เอาบุญไปฝากคนที่บ้าน จดบันทึกผลการปฏิบัติธรรม ก่อนนอนนึกถึงบุญที่สั่งสมมาทั้งหมด หลับและตื่นในอู่ทะเลบุญ ตื่นแล้วรวมใจเป็นหนึ่งกับองค์พระหนึ่งนาที ทุกหนึ่งชั่วโมงหยุดใจหนึ่งนาทีที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 นึกถึงดวงหรือองค์พระในทุกกิจกรรม จนถึงสร้างบรรยากาศด้วยรอยยิ้มและปิยวาจา
วันนี้เป็นวันที่ 70 นับจากวันออกพรรษา เหลืออีก 197 วันจะเข้าพรรษาอีกครั้ง และผ่านวันปีใหม่มา 360 วัน แล้วทบทวนว่าเราเกิดมาทำพระนิพพานให้แจ้ง แสวงบุญ สร้างบารมี พระนิพพานอยู่ภายในตัวเรา เริ่มต้นที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 ด้วยการทำใจหยุดนิ่งเฉย ๆ พร้อมย้ำว่าต้องศึกษาไว้เพราะความผิดพลาดเป็นอันตราย มีอบายภูมิรองรับอยู่
บอกว่าคืนนี้มีกรณีศึกษากฎแห่งกรรมชื่อพลังสตรีแม่ไม้มวยไทย และจะมีบรรยากาศการเตรียมบวชสามเณรครั้งประวัติศาสตร์ของโลกตะวันออกกลางเป็นครั้งแรก ก่อนจะไปถึงตอนนั้นให้แต่งเนื้อแต่งตัวให้เสร็จเรียบร้อย
เพลงชวนยิ้มแย้มยามถามเขา สวัสดีมีน้ำใจต่อกัน รอยยิ้มเป็นสะพานสื่อสารไมตรี ฝากยิ้มให้กัน
พูดถึงวันที่ 25 ธันวาคมซึ่งเป็นวันพระที่พวกเรามาทำความสะอาดลานธรรมกัน ถามว่าใครได้ทำบ้าง บางคนบินมาไกลจากอเมริกาเพื่อการนี้ กลิ่นอายทะเลยังคุ้งอยู่ เพราะรู้ว่าเป็นบุญใหญ่ที่จะได้เป็นคนหนึ่งที่ช่วยสถาปนาต้นแบบของการดูแลรักษาลานธรรม แล้วบอกว่าคนที่ไม่ได้ทำก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร ส่วนผู้ที่ทำนั้นให้ทำใจหยุดนิ่งเพื่อเข้าถึงพระรัตนตรัยในตัว
เล่าถึงดินแดนแห่งอริยะทางตะวันออกกลาง เป็นเกาะที่ถูกล้อมรอบด้วยทะเลสีมรกตของทะเลอาระเบียน ชายหาดสวยและลึกหลายกิโลเมตร กลางวันทรายเป็นสีทองด้วยแสงตะวัน กลางคืนเป็นสีเงินด้วยแสงจันทร์ อธิบายว่าอารับมาจากคำว่าอาราบิก แปลว่าชุมชนของผู้มีการพูดจาที่ไพเราะ แตกฉาน คล่องแคล่ว เปิดประตูออกไปก็เห็นทราย เป็นดินแดนที่ไม่มีอะไรมาบดบัง แสดงว่าหัวใจเปิดเผย ใต้ผืนทรายมีน้ำมัน ในร่างกายมีน้ำใจ ในท้องทะเลมีไข่มุก
เล่าว่าเมื่อวานเตรียมอูฐไว้เก้าตัวแต่ผู้บวชมีแปดท่าน แล้วมีผู้มีบุญมาเพิ่มอีกหนึ่งท่าน จึงเป็นเก้าท่านพอดี ต่อมาให้ดูอูฐที่นำมาจากบาห์เรน เป็นอูฐเงินที่ได้มาเมื่อราววันที่สี่ห้ามกราคมต้นปีนี้ จนสิ้นปีก็ยังไม่หมอง เป็นเงินชั้นหนึ่ง ให้ทายว่าอูฐหน้าตาเหมือนอะไร บางคนว่าเหมือนยีราฟ เหมือนม้า เหมือนลา เรียกว่าเอาส่วนดีของสัตว์ทั้งหลายมารวมกัน สิงโตเป็นเจ้าป่าแต่ถ้าป่าหมดอูฐก็เป็นราชา สิงโตไม่กล้าเหยียบเข้ามาในทะเลทราย เมืองไทยควรเตรียมเพาะไว้เพราะป่าเริ่มจะหมด
เล่าบรรยากาศที่บาห์เรนก่อนวันบวชจริง อากาศวันนั้นค่อนข้างสบายเหมือนอยู่เมืองไทย เวลา 22.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น นักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาที่บาห์เรนและญาติโยมสาธุชนหลายสัญชาติมารวมกันประมาณหกสิบท่านทั้งภายในและภายนอก สถานที่ค่อนข้างเล็กจนคณะต้องพังฝาบ้านหลังแรกที่สมมติเป็นอารามขึ้นมา ครูไม่ใหญ่ชี้ว่าผู้ที่ให้ใช้สถานที่นี้เป็นที่บวชสามเณรและประพฤติธรรมจะเป็นผู้มีบุญมาก ปิดอบายไปสวรรค์ วิมานสว่างใส ได้รับการเกื้อกูลและการต้อนรับอย่างดีทั้งในมนุษยโลกและเทวโลก
อธิบายว่าผู้ที่มารอนั้นมาเพื่อรอพิธีขลิบปลงผม เพื่อแต่งเนื้อแต่งตัวผมชุดสุดท้าย ทรงอริยะซึ่งเป็นทรงที่สูงส่ง วางเครื่องพันธนาการของชีวิตไปหมดแล้ว จะเลื่อนระดับชีวิตเป็นชีวิตของพระอริยะ คือเข้าไปอยู่ในขอบข่ายของการก้าวเดินตามพระอริยเจ้า ที่จะได้เป็นสามเณรเป็นเทือกเถาเหล่ากอของสมณะต่อไป
เล่าว่าพระอาจารย์นำนั่งสมาธิและให้ศีลแปดครั้งแรกตอนสี่ทุ่มตามเวลาท้องถิ่นบาห์เรน ซึ่งตรงกับเมืองไทยเวลาตีสอง แล้วขลิบปลงผมตอนเที่ยงคืนครึ่งซึ่งตรงกับเมืองไทยตีสี่ครึ่ง เพราะบาห์เรนช้ากว่าเมืองไทยสี่ชั่วโมง แปลว่าขณะที่เขากำลังขลิบปลงผม พวกเรากำลังนอนอยู่
ที่บาห์เรนอากาศเย็นสบาย มีหนูน้อยสองคนอายุสิบสองและสิบสามขวบต้องอยู่จนเที่ยงคืนครึ่งด้วยความปีติเบิกบาน เพื่อประกอบพิธีขลิบปลงผมก่อนบวชเป็นสามเณรวันที่ 28 ธันวาคม ส่วนเด็กที่อายุน้อยที่สุดที่อยู่ร่วมจนเสร็จพิธีตอนตีสองคือน้องมิลค์ อายุหนึ่งขวบเศษ และยังมีเด็กอายุสามขวบ ห้าขวบ เจ็ดขวบ และแปดขวบ อยู่ร่วมในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ด้วย ไม่ง่วงนอน ไม่งอแง ยิ้มเบิกบานและพนมมืออยู่ตลอด แสดงว่าถ้าผู้ใหญ่เป็นต้นบุญต้นแบบที่ดี หนูน้อยก็พร้อมเดินตาม
พูดถึงผลอินทผลัมที่หอมหวานและเสียงเพลงดนตรีที่เพราะมาก ชวนใจให้อยากทำความดี แล้วอ่านรายชื่อผู้ที่จะบวชสามเณร ณ บาห์เรน ครั้งประวัติศาสตร์ครั้งแรกของโลกตะวันออกกลางทั้งเก้าท่าน มีทั้งผู้เป็นพ่อวัย 39 ปีซึ่งเป็นเจ้าของบ้านที่ให้ใช้ประกอบพิธี ลูกชายวัย 13 ปี หลานวัย 12 ปี และท่านอื่น ๆ วัย 15 ถึง 28 ปี จากบาห์เรน กับอีกสองท่านจากดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และท่านที่เก้าที่มาเพิ่มในที่นั่งอูฐตัวสุดท้าย
เล่าว่าพระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโวฟิตซ้อมร่างกายด้วยการเดินตรวจวัดพระธรรมกายที่ยาวกิโลเศษกว้าง 280 เมตร และเดินตรวจต่อไปในพื้นที่สองพันกว่าไร่ซึ่งยาวสามกิโลเมตรครึ่งกว้างกิโลเศษ เดี๋ยวนี้ร่างกายแข็งแรงทีเดียว ท่านจะไปเป็นประธานพิธีบวชสามเณรประวัติศาสตร์ครั้งแรกของโลกตะวันออกกลางในวันที่ 28 ธันวาคม 2548 และจะเป็นผู้ให้โอวาทว่าสามเณรคืออะไร ทำไมต้องบวช บวชแล้วต้องทำอะไร วัตถุประสงค์ของการบวชคือทำพระนิพพานให้แจ้ง แสวงบุญ สร้างบารมี ไม่ใช่มาเช้าเอนเพลนอน
ถามว่าศีลอดแบบอริยะแบบชาวพุทธมีกี่ข้อ ตอบว่าสิบข้อ แล้วท่องพร้อมกันทีละข้อ เว้นจากการฆ่าและเบียดเบียนสัตว์ เว้นจากการลักเอาสิ่งของที่เขามิได้ให้ เว้นจากการเสพเมถุน เว้นจากการพูดเท็จโกหกหลอกลวง เว้นจากสิ่งเสพติดทุกชนิด เว้นจากการฉันภัตตาหารในยามวิกาล เว้นจากการฟ้อนรำขับร้องเล่นดนตรีดูการแสดง เว้นจากการประดับตกแต่งร่างกาย เว้นจากที่นั่งที่นอนสูงใหญ่ และเว้นจากการรับเงินและทอง
ขยายความศีลแต่ละข้อ ข้อสองคือเว้นจากการถือเอาสิ่งของที่เขาไม่ได้ให้มาเป็นของตนด้วยวิธีขโมย คดโกง ปล้น ข้อสามเว้นเรื่องเพศสัมพันธ์กับคนและสัตว์ทุกเพศทุกวัย ข้อสี่รวมถึงการแสดงออกโดยเจตนาบิดเบือนความจริงให้คนอื่นหลงเชื่อ ข้อห้าเว้นเหล้าเบียร์และสิ่งเสพติดทุกชนิดรวมทั้งบุหรี่อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท ข้อหกเว้นการรับประทานอาหารตั้งแต่เที่ยงแล้วจนถึงรุ่งอรุณของวันใหม่ ข้อเก้าเว้นที่นั่งที่นอนที่ภายในยัดด้วยนุ่นหรือสำลี ปิดท้ายว่านี่คือศีลอดแบบชาวพุทธจากวิถีชีวิตของอริยะ ผู้จะบวชต้องศึกษาและจำไว้ให้ดี
ครูไม่ใหญ่ชี้ว่าเสียงดนตรีในทะเลทรายจะส่งไปได้ไกลหลายกิโลเมตร แล้วเข้าสารคดีข่าวนิวนิวส์ว่ามีธรรมทายาทจากสองประเทศคือราชอาณาจักรบาห์เรนและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เดินทางมาจากภูมิภาคต่าง ๆ ในตะวันออกกลาง วันนี้จัดพิธีปลงผมธรรมทายาททั้งเก้าท่าน ณ บ้านกัลยาณมิตรในประเทศบาห์เรน เลือกช่วง 24 นาฬิกาซึ่งอากาศสบายที่สุด เสร็จพิธีเวลาตีสอง โดยนำนั่งสมาธิกลั่นใจให้เหมาะเป็นภาชนะรองรับบุญ บรรยายอานิสงส์ของการออกบวชเป็นอนาคาริกมุนีผู้ไม่มีเรือน แล้วธรรมทายาทคลานเข่าเข้าไปให้พระอาจารย์ตัดปลงผมเป็นปฐมเริ่ม ต่อด้วยคุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครอง และพี่น้องกัลยาณมิตร
ครูไม่ใหญ่บอกว่าชื่นใจกับทั้งเก้าท่าน และตอนนี้กำลังเตรียมแปลเพลงผู้ได้โอกาสเป็นภาษาอาหรับ โดยได้รับความกรุณาจากผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ท่านหนึ่ง แล้วเปิดเพลงผู้ได้โอกาสฉบับภาษาอาหรับให้ฟัง พร้อมแปลเนื้อร้องว่าใครจะโชคดีเช่นดังตัวเรา ได้บวชสร้างบารมี เป็นเหล่ากอของพระชินสีห์ และเราคือผู้มีบุญ ผู้ได้โอกาส
สอนคำอาหรับจากเนื้อเพลงว่า กริมะ แปลว่าแก้ว ติสราสติ แปลว่าสาม รวมกันแปลว่าแก้วสามประการ คือพระรัตนตรัย ส่วนคำว่าบูษะแปลว่าพระพุทธเจ้า และอัลโคลิบีคือผู้ชนะ หรือพระจอมไตร ย้ำว่าต่อไปเราจะต้องศึกษาคำเหล่านี้ให้ดี แล้วชวนฟังดนตรีอีกครั้ง
บอกว่าเมื่อกี้เป็นข่าวบุญที่ต่างประเทศ วันนี้มาข่าวบุญในเมืองไทยที่ยังอยู่ในช่วงไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ วันนี้ตัวเล็ก ๆ ก็ช่วยได้ มีเด็กหญิงมาอ่านข้อความว่าเราเป็นคนไทยด้วยกัน เราต้องรักกัน เพราะเราเป็นคนไทย แล้วแนะนำตัวว่าชื่อเล่นว่าครีม
เด็กหญิงอีกคนมาสวัสดีและบอกว่าน้องเค้กขอร่วมบุญน้ำท่วม 108 อำเภอภาคใต้ รวมเป็น 108 บาทจากกระเป๋าเงินของพ่อ ครูไม่ใหญ่ชมว่าชื่อเธอคล้ายกันกับคนก่อนและอ่านยาก แล้วชมว่าน่ารักเหมือนเค้กจริง ๆ
เพลงร้องว่าบุญนั้นไม่มีขาย อยากจะได้ก็ต้องทำเอง ตามพ่อตามแม่ไปวัด บาปบุญท่านบอกมีจริง เพื่อนชายหญิงมารีบทำบุญ ได้ทั้งบุญแล้วสบายใจ
ย้ำว่าความตายไม่มีนิมิตหมาย บางคนจากไปก่อนทั้งที่ไม่อยากจากหมู่คณะ จึงต้องตอกย้ำหลักวิชากันไว้ แล้วยกกรณีที่มีคนบอกว่าถ้าขายโปรเจกต์นี้ได้จะเอามาทำบุญเท่านั้นเท่านี้ ครูไม่ใหญ่บอกว่าอย่างนั้นเรียกว่าบน เป็นวิธีของยุคที่ยังไม่มีพระพุทธศาสนาที่คนไปจุดธูปบนบานเจ้าพ่อเจ้าแม่ ถ้าจะให้ถูกหลักวิชาต้องแบ่งทำบุญก่อนตามกำลังที่มี เช่นมียี่สิบก็ทำห้าหรือสิบ เพื่อให้มีเชื้อบุญ แล้วเชื้อบุญจะดึงสายสมบัติมาเชื่อมโยงความสำเร็จ จากนั้นจึงตั้งความปรารถนาอธิษฐาน แล้วพอได้มาก็ทำเพิ่มให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งใจ
ยกเรื่องมหาทุคตะเป็นตัวอย่าง เมื่ออุบาสกไปชวนให้เลี้ยงพระ มหาทุคตะบอกว่าไม่มีเงิน คนอย่างเราจะเลี้ยงพระได้หรือ แต่ก็คิดออกว่าเงินอยู่ในกระเป๋าคนอื่น เราเอามาได้ด้วยการใช้แรงกายของเราไปรับจ้าง เทียบกับพราหมณ์ที่ไม่มีเงินซื้อมะม่วงจนต้องเอาภรรยาไปขาย ซึ่งเป็นที่มาของชื่อมะม่วงพราหมณ์ขายเมีย แต่มหาทุคตะไม่ต้องทำถึงขั้นนั้น เพียงเอาแรงกายไปทำงานก็ได้เงินมา ย้ำว่าให้หัวใจเต็มเปี่ยมในการทำบุญ ทำไปก่อน สายบุญจะเชื่อมโยงดึงสายสมบัติมาติดที่กลางกาย
เล่าว่ามหาทุคตะกับภรรยาตั้งใจจะถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุหนึ่งรูป แม้ยังไม่มีไทยธรรมแต่มีใจเปี่ยมด้วยบุญ จึงไปรับจ้างทำงานที่บ้านท่านเศรษฐีด้วยความร่าเริงเบิกบาน เศรษฐีเห็นก็แปลกใจจึงเข้าไปถาม เมื่อทราบความจึงสั่งจ่ายค่าจ้างเป็นรางวัลเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากสี่เป็นแปด ส่วนภรรยาก็ได้เครื่องเทศเครื่องแกงเพิ่มเป็นพิเศษ เช้าวันรุ่งขึ้นทั้งสองตื่นแต่เช้าหุงหาอาหาร มหาทุคตะออกไปเก็บผักและช่วยเขาขายปลาจึงได้ปลามาสี่ตัว
เล่าว่าวันนั้นพระบรมศาสดาทรงบริหารพระกายแต่เช้าตรู่แล้วเสด็จเข้าพระคันธกุฎี ประทับนั่งด้วยทรงดำริว่าจะสงเคราะห์มหาทุคตะ ขณะนั้นบัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ของท้าวสักกะเกิดอาการร้อนขึ้น ท้าวเธอทรงตรวจดูจึงทราบว่ามหาทุคตะกับภรรยารับจ้างทำงานด้วยตั้งใจจะถวายภัตตาหารแก่พระภิกษุหนึ่งรูป และทรงทราบว่าพระบรมศาสดาตั้งพระทัยจะสงเคราะห์เขา ประทับคอยอยู่ในพระคันธกุฎี ท้าวสักกะจึงอยากได้บุญด้วย
ท้าวสักกะทรงจำแลงเพศเป็นชายหนุ่มที่ไม่มีใครรู้จัก เสด็จไปที่ใกล้เรือนมหาทุคตะแล้วถามว่าใครมีงานจะจ้างให้ทำบ้าง มหาทุคตะถามกลับว่าจะทำงานอะไร ท้าวสักกะตอบว่าทำได้ทุกอย่าง ปรุงข้าวต้มหุงข้าวสวยได้ จะให้ดีเลิศอย่างไรก็ทำได้ มหาทุคตะบอกว่ากำลังจะถวายภัตตาหารแก่พระรูปหนึ่งแต่ไม่มีเงินจ้าง ท้าวสักกะจึงบอกว่าไม่ต้องการค่าจ้าง ขอร่วมบุญด้วยก็แล้วกัน แล้วบอกให้มหาทุคตะไปรับพระ ส่วนตนจัดการทำอาหารให้ด้วยฤทธิ์
บุรุษผู้เป็นบัณฑิตแบ่งพระภิกษุให้คนทั้งหลายตามบัญชีเจ้าของทานจนหมดไม่เหลือแม้แต่รูปเดียว เมื่อมหาทุคตะไปถามว่าพระของผมรูปไหน บัณฑิตนึกได้ทันทีว่าลืมจดพระของเขาไว้ จึงขอโทษว่าลืมจริง ๆ มหาทุคตะได้ยินแล้วรู้สึกเหมือนถูกแทงที่ท้องด้วยหอกอันคม ประคองแขนร้องไห้รำพันว่าคุณไปชวนผมเองเมื่อวาน สองคนผัวเมียสู้ทนรับจ้างทั้งวัน วันนี้ลุกแต่เช้าไปหาผักมาต้มเตรียมถวายพระ ขออย่าให้ผมเสียความตั้งใจ ขอแบ่งพระให้สักรูปหนึ่งเถิด
คนทั้งหลายพากันตำหนิบัณฑิตว่าแบ่งพระให้คนมากมายแต่ไม่แบ่งให้มหาทุคตะสักรูป เขาละอายใจจึงบอกว่ายังเหลือพระภิกษุอีกรูปหนึ่งที่ยังไม่ได้รับนิมนต์ใคร คือพระบรมศาสดาที่ประทับอยู่ในพระคันธกุฎี แม้จะมีพระราชา เศรษฐี และเสนาบดีนั่งคอยเพื่อจะนิมนต์ท่าน แต่ธรรมดาพระพุทธเจ้าย่อมทรงอนุเคราะห์คนยากจน ให้ไปกราบทูลว่าข้าพระองค์เป็นคนยากจน ขอพระองค์จงสงเคราะห์ด้วยเถิด มหาทุคตะก็ดีใจ ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะนิมนต์พระศาสดาไปเสวยที่บ้านให้ได้ ครูไม่ใหญ่สรุปว่าบางอย่างที่เราคิดว่าเป็นโชคร้ายกลับเป็นโชคดีที่สุดของเราก็ได้ แล้วบอกว่าตอนต่อไว้วันพรุ่งนี้
ทบทวนบุญพิธีสถาปนาพุทธอุทยานนานาชาติ สารคดีเล่าว่าการจุดดวงประทีปถวายเป็นพุทธบูชามีผู้คนทั้งในและต่างประเทศเดินทางมาร่วมเป็นจำนวนมากตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ด้วยความเหมาะสมของพื้นที่อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 62 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เคยเกิดปรากฏการณ์มากที่สุด จึงให้ก่อตั้งเป็นพุทธอุทยานนานาชาติ กำหนดให้วันที่ 18 ตุลาคม 2548 เป็นวันสถาปนา เริ่มเวลา 13 นาฬิกา ประธานในพิธีเป็นรัฐมนตรี ประธานสงฆ์คือเจ้าคณะจังหวัดหนองคาย นำนั่งสมาธิกลั่นแผ่นดินให้บริสุทธิ์เหมาะเป็นบุญสถาน
ต่อด้วยพิธีปลูกต้นสนมงคลเพื่อให้ร่มเงาแก่ผู้มาปฏิบัติธรรม ผู้แทนสาธุชนกล่าวคำถวายต้นสน ประธานในพิธีปลูกต้นศรีมหาโพธิ์ แล้วสาธุชนร่วมปลูกต้นสนพร้อมเพรียงกัน เวลา 18 นาฬิกาเป็นพิธีจุดประทีปโคมเอกและจุดโคมลอยฟ้าถวายเป็นพุทธบูชา ประธานรับดวงประทีปจากคณะสงฆ์แล้วส่งต่อความสว่างเรื่อยไป พร้อมใจกันอธิษฐานจิตภายใต้แสงจันทร์ในคืนวันมหาปวารณา ให้พุทธอุทยานนานาชาติแห่งนี้บอกเล่าเรื่องราวของพระพุทธศาสนาและความเป็นมาแห่งบั้งไฟพญานาค
สารคดีบุญทำความสะอาดพื้นลานธรรมเล่าว่าไม่มีที่เว้นว่างจากการสร้างบุญเลย ทุกตารางนิ้วกลายเป็นธรรมเลทองให้จับจองเป็นเจ้าของบุญ มองไปทางไหนก็เห็นพี่น้องนักสร้างบารมีทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่เด็กเล็กอายุไม่กี่ขวบไปจนถึงวัยคุณปู่คุณย่า ช่วยกันรับบุญด้วยความสนุกสนานเบิกบานเป็นบรรยากาศครอบครัวธรรมกายที่อบอุ่น อานิสงส์ของการทำความสะอาดลานธรรมย่อมทำให้มีผิวพรรณวรรณะผ่องใส ละมุนละไม จนฝุ่นละอองไม่อาจสัมผัสผิวกาย มีบริวารมากมายในทุกที่ และปฏิบัติธรรมได้เข้าถึงธรรมโดยง่าย
เพลงยิ้มแล้วรวย ร้องว่ายิ้มไว้เป็นใบเบิกทาง ตกทุกข์ได้ยากใครก็ยื่นมือช่วย หนุ่มบางคนไม่หล่อ สาวบางคนไม่สวย แต่ได้ยิ้มมาช่วยก็ดูสวย ยิ้มดีพารวย ใครยิ้มแล้วขอให้รวย
ครูไม่ใหญ่บอกว่าชื่อเรื่องพลังสตรีแม่ไม้มวยไทยฟังแล้วคึกคัก เดี๋ยวจะรู้ว่าเธอใช้พลังแม่ไม้มวยไทยเพื่อวัตถุประสงค์อะไร ซึ่งวัตถุประสงค์นั้นสูงส่งทีเดียว ไม่ใช่สูงแบบน่าเตะก้านคอ แล้วเกริ่นถึงเหตุการณ์ที่ญี่ปุ่นและภูมิลำเนาของเจ้าของจดหมาย
ครูไม่ใหญ่บอกว่ากรณีศึกษาวันนี้มีหลายท่านส่งมา วันนี้เป็นเรื่องของสตรีท่านหนึ่งซึ่งน่าศึกษาและน่าอนุโมทนา เจ้าของจดหมายเล่าว่าคุณพ่อมีเชื้อสายจีน เป็นช่างทอง สมัยนั้นบ้านเมืองไม่สงบ ห้าหกโมงเย็นก็ต้องรีบไปซ่อนตัวในหลุมหลบภัย ปิดไฟเงียบ แต่เมื่อพ่อกับแม่พบกันแล้วก็รักกันและมีลูกสาวเพิ่มอีกหนึ่งคนคือตัวผู้เขียนเอง ซึ่งเกิดในภาวะสงครามพอดี
เพราะเป็นลูกสาวคนเล็กคุณพ่อจึงรักมาก เลี้ยงดูแทนคุณแม่เสมอ แต่ทุกครั้งที่คุณพ่อไปบ่อนไก่ซึ่งท่านรักเป็นชีวิตจิตใจไม่แพ้ลูก ท่านก็แบกตัวลูกใส่บ่าไปคลุกอยู่กับบ่อนไก่ทั้งวันเรื่อยมากระทั่งลูกโต
เล่าบรรยากาศบ่อนไก่ว่าต้องติดอาวุธให้ไก่ทุกตัวเพื่อให้ไก่มาฆ่ากัน คนดูก็เล่นการพนันแล้วทะเลาะกันตั้งแต่ในบ่อนจนกลับถึงบ้าน ครูไม่ใหญ่ตั้งคำถามว่าคนที่นั่งดูนั้นโหดร้ายขนาดไหน จะเอาแค่มันสะใจหรือถึงขั้นให้มันตาย
เพลงร้องแทนใจไก่ชนว่าไก่ชนก็มีหัวใจ ต้องชนกันจนตาย นี่ไม่ใช่เกมกีฬา แล้วขอร้องว่าเลิกกันได้ไหม มันไม่ใช่เกม
เล่าว่าคุณพ่อยังเล่นโบกซึ่งมีลักษณะคล้ายไฮโล มีได้มีเสียมีสูงมีต่ำ เป็นเหตุให้ท่านตายคาที่ เมื่ออายุได้ 84 ปี ส่วนคุณแม่เป็นลูกครึ่งเขมรกับไทยอีสาน มีอุปนิสัยดีมาก นับตั้งแต่แต่งงานมาไม่เคยมีปากมีเสียงกับคุณพ่อเลย คุณพ่อเป็นคนปากจัดและด่าเก่ง แต่คุณแม่ก็เงียบและทำตามคำสั่งไม่เคยขัดใจ คุณแม่ทำงานทุกอย่างทั้งงานบ้าน ทำไร่ไถนา เก็บผักหักฟืน หาปูหาปลามาเลี้ยงครอบครัว โดยคุณพ่อไม่เคยไปช่วย วันวันคุณพ่อคลุกอยู่กับบ่อนไก่และการพนัน เสียพนันมาก็ทะเลาะด่าว่าคุณแม่เสมอ แต่คุณแม่ไม่เคยโกรธ ท่านนิ่งเฉยแล้วหันหน้าเข้าหาวัด ชอบทำทานรักษาศีล
เพลงแม่ศรีเรือน ยกย่องหญิงที่เป็นทั้งเพื่อนและเมียที่รักผู้ชาย รอบคอบในสิ่งที่ผู้หญิงควรทำ เก็บออมสินทรัพย์ ทนร่วมทุกข์อยู่ด้วยกันไม่เคยทอดทิ้ง
พี่ชายเป็นคนขยันทำงานแต่รู้สึกเหนื่อยง่ายหมดแรง จึงหาวิธีเพิ่มพลังด้วยการกินยาดอง กระทิงแดง ดื่มสุรา และเสพกัญชาซึ่งมีอยู่ดาษดื่นในหมู่บ้านเพราะชาวบ้านปลูกไว้เสพ ไว้ขาย และใส่ในอาหารเพื่อเพิ่มรสชาติ พี่ชายเสพกัญชาทุกวัน วันไหนไม่ได้เสพก็กระวนกระวายไม่เป็นอันทำงาน เขาลักลอบปลูกกัญชาไว้ในที่ลับกว่า 20 ไร่ ลงทุนหลายหมื่นบาทซื้อปุ๋ยอย่างดีมาใส่จนงอกงาม แต่วันหนึ่งไร่กัญชากว่า 20 ไร่ถูกตำรวจบุกจุดไฟเผาทิ้ง พี่ชายเสียดายมากจนน้ำตาตกเครียด จึงหันหน้าหากัญชาเป็นที่พึ่ง เสพทุกวันจนร่างกายผ่ายผอมและเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจล้มเหลวเมื่ออายุเพียง 27 ปี
พี่สาวคนเล็กเป็นลูกติดของคุณพ่อ เป็นคนช่างพูด ปากจัด มีอารมณ์หงุดหงิดง่าย โมโหร้าย และที่สำคัญเป็นคนชอบโกหก พูดจาเชื่อถืออะไรไม่ได้เลย ครูไม่ใหญ่แซวว่าไม่น่าจะโกหกกันขนาดนั้น เชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง
เพลงว่าผู้หญิงโกหก โกเจ็ดโกแปดโกเก้า บอกว่ารักเราแล้วสัญญาว่าจะไม่โกหก แต่ปากดีใจดำ เทียบว่าพริกเป็นต้นตำรับก๋วยเตี๋ยวน้ำตกแต่เธอนั้นโกหกเป็นต้นตำรับหลอกผู้ชาย เผ็ดแล้วก็ยังรัก ไม่รู้เมื่อไรจะได้แก้เผ็ด
ชีวิตของพี่สาวคล้ายคุณพ่อคือชอบคลุกอยู่กับการพนันทุกชนิด โดยเฉพาะการเล่นแชร์ ออกเงินกู้ ตู้เกม และเล่นไพ่ ดื่มเหล้าสูบบุหรี่มาตั้งแต่อายุ 15-16 ปี พอแต่งงานกับสามีชาวนอร์เวย์ก็มายึดอาชีพขายปลาสดและดองปูเป็น ๆ ใส่ในน้ำเกลือเพื่อไปขายกับคนไทยในนอร์เวย์ ยึดอาชีพนี้มากว่าห้าปี รวมแล้วคงหลายล้านตัว ครูไม่ใหญ่แซวว่ามากไปหรือเปล่า
ปี 2544 เกิดเหตุการณ์กับพี่สาว คือลูกชายของเธอพาเพื่อนสาวมาพักที่บ้านตอนตีสาม และพาเข้าไปนอนในห้องของลูกสาวคนโตบนชั้นสองแทนห้องนอนของตัวเองที่อยู่ชั้นล่าง เช้าเก้าโมงพี่สาวเข้าครัวติดเตาไฟทำอาหาร แล้วปลีกตัวไปสระผมในห้องน้ำโดยยังตั้งหม้อไว้ที่เตา พอออกจากห้องน้ำก็มีควันไฟเต็มบ้าน มองไม่เห็นอะไร ได้ยินแต่เสียงหมาเห่าเป็นระยะ จึงเดินตามเสียงหมาจนรอดออกมาได้ แล้ววิ่งไปโทรเรียกรถดับเพลิงและวิ่งกลับไปหวังช่วยลูกชาย แต่ถูกเพื่อนบ้านล็อกตัวไว้เพราะกลัวเป็นอันตราย ลูกชายจึงตายพร้อมเพื่อนสาวเมื่ออายุเพียงสิบหกปี ต้นเพลิงมาจากเตาไฟที่เธอจุด ลุกลามขึ้นชั้นบน ส่วนห้องของลูกชายที่ชั้นล่างไม่ถูกไฟไหม้แม้แต่น้อย
ตัวผู้เขียนเกิดท่ามกลางสงคราม จำความได้ก็ได้ยินแต่เสียงระเบิด เสียงยิงกัน ฆ่ากันไม่เว้นแต่ละวัน เห็นทหารตำรวจถือปืนเดินขวักไขว่ มีการเข่นฆ่ากันตายวันละเจ็ดถึงสิบห้าศพ ตัวเธอเองยังเคยไปช่วยเก็บศพ ล้างศพที่เปื้อนเลือด และบรรจุโลง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นศพที่ไม่มีใครรับเพราะถูกเรียกว่าผู้ก่อการร้าย ซึ่งก็คือคนไทยที่ถูกหลอกให้มาฆ่ากันเอง เธอทำอย่างนี้เป็นเรื่องปกติในสมัยนั้น และไม่อยากให้สิ่งนี้เกิดขึ้นอีก
เมื่อโตขึ้นผู้เขียนได้ไปศึกษาต่อที่วิทยาลัยพลศึกษา โดยเลือกเรียนมวยไทยและมวยญี่ปุ่น เพราะอยากมีศิลปะการต่อสู้ไว้ป้องกันตัวเอง
หลังเรียนจบปริญญาตรีตอนอายุ 22 ปี พี่สาวคนเล็กมารับผู้เขียนไปอยู่ด้วยกันที่ประเทศนอร์เวย์ แล้วบังคับให้แต่งงานทันทีกับนักธุรกิจชาวนอร์เวย์ที่อายุแก่กว่าถึงสิบห้าปี เธอก็ไม่รู้จะทำอย่างไรจึงตกลง แต่พออยู่ด้วยกันระยะหนึ่งจึงรู้ว่าสามีติดเหล้างอมแงมมาเกือบสิบปี ยิ่งเลิกขายเหล้าก็ยิ่งดื่มจัด ดื่มเหล้าแทนข้าวติดต่อกันสองสามเดือน หิวเหล้าทีไรมือสั่นเท้าสั่นและโมโหร้าย มักลงมือลงไม้กับเธอ
ผู้เขียนบอกว่าตัวเองมีศิลปะและเป็นศิษย์มีครู จึงสวนกลับด้วยแม่ไม้มวยไทย อัดด้วยหมัด ศอก และเข่า ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนสามีล้มสลบแน่นิ่งไป ครูไม่ใหญ่เล่าต่อว่าแม่ไม้มวยไทยชุดนี้เอาไปใช้ที่ญี่ปุ่นก็ยังสลบแน่นิ่ง ถึงขั้นเตะก้านคอ จนคนญี่ปุ่นบอกว่าทำไมหญิงไทยดุจังเลย
สุดท้ายผู้เขียนก็ต้องเดือดร้อนเอง ต้องหามสามีส่งโรงพยาบาล คอยเช็ดเนื้อเช็ดตัวเช็ดอุจจาระปัสสาวะให้ พยายามหาทางรักษาโดยพาเข้าศูนย์บำบัดผู้ติดสุราชั้นนำของโลก หมดเงินไปเป็นแสนเป็นล้านบาท พาเข้าออกศูนย์บำบัดอยู่เกือบสิบปี อาการดีขึ้นแต่สามีก็ยังเลิกเหล้าไม่ได้ เธอเหนื่อยใจและเอือมระอามาก ยังต้องดูแลลูกชายทั้งสามที่ยังเล็กและพ่อแม่ของสามีที่แก่แล้ว ทั้งพี่สาวคนเล็กยังมาทวงมรดกคืนจนตัดขาดกันเกือบสามปี เธอรู้สึกน้อยใจในโชคชะตามาก มีอย่างเดียวที่ระบายความอัดอั้นได้คือชกมวย กินเหล้า และแอบนั่งร้องไห้เงียบ ๆ คนเดียว
ปี 2545 เหมือนบุญบันดาล วันหนึ่งขณะนอนอาบแดดอยู่หน้าบ้าน พี่สาวคนเล็กที่ตัดขาดกันสามปีโทรมาบอกว่ามีพระมา เพียงได้ยินคำว่าพระเธอก็ตื่นเต้นดีใจอย่างแรงที่นาน ๆ จะได้เห็นพระ ภายหลังทราบว่าเป็นพระจากวัดพระธรรมกายที่ตกเครื่องบินจึงต้องหาที่จำวัดที่บ้านคนไทยใกล้สนามบิน ซึ่งก็คือบ้านของเธอเอง นับจากนั้นก็มีกัลยาณมิตรจากวัดพระธรรมกายคอยแจ้งข่าวบุญให้ได้ทำบุญเสมอ ต่อมาที่บ้านติดจานดาวธรรมจึงได้ดูหลวงพ่อทุกวันไม่เคยขาด ชีวิตมีความสุขขึ้น และทุกวันนี้สามีก็มานั่งดูด้วยจนหักดิบเลิกดื่มเหล้าและเลิกสูบบุหรี่ได้สองปีแล้ว
ครูไม่ใหญ่ชี้ว่าเรื่องเหล้าบุหรี่ให้เททิ้งไปเลย ยกตัวอย่างผู้ที่เลิกขายเหล้าได้แล้ว และให้กำลังใจว่าให้นึกถึงบุญไว้ เดี๋ยวบุญจะบันดาลให้ฝนรัตนชาติตกท่วมเต็ม ได้อยู่ท่ามกลางรัตนชาติที่สวยสดงดงาม
ผู้เขียนถามว่าวิบากกรรมใดที่ทำให้คุณพ่อถูกมอเตอร์ไซค์ซิ่งชนตาย ร่างกายมีแผลเหวอะหวะคล้ายไก่จิกไก่เตะ กรรมที่คุณพ่อเล่นพนันชนไก่จะมีผลอย่างไร ท่านตายแล้วไปไหน ทำไมคุณแม่จึงได้สามีปากจัดชอบเล่นการพนัน และการที่คุณแม่เป็นคนดีปฏิบัติดีต่อสามีและลูกจะมีผลอย่างไร บุพกรรมใดทำให้พี่ชายคนเล็กตายด้วยการเสพกัญชาจนหัวใจล้มเหลว กรรมที่พี่สาวด่าว่าพระและยึดอาชีพค้าปลาสดกับดองปูเป็นผลให้ลูกชายถูกไฟคลอกตายหรือไม่ ลูกชายกับเพื่อนสาวมีบุพกรรมใดจึงถูกไฟคลอกตายพร้อมกัน ทำไมไม่นอนห้องตัวเองที่ไม่ถูกไฟไหม้ บุพกรรมใดทำให้ต้องเจอสามีติดเหล้าและต้องเช็ดอุจจาระปัสสาวะให้เกือบสิบปี การซ้อมสามีเพราะรักอยากให้เลิกเหล้าจะบาปไหม ทำไมพ่อแม่สามีชาวนอร์เวย์จึงเมตตามาก การขโมยเงินสามีขี้เมามาทำบุญจะได้บุญอย่างไร เคยขว้างเหล็กใส่หัวคุณพ่อจนแตกจะได้รับกรรมหรือไม่ และในอดีตเคยเป็นทหารพระราชาหรือไม่จึงชอบหมัดมวยเหลือเกิน
ครูไม่ใหญ่ตอบว่าที่คุณพ่อถูกชนตายเป็นกรรมชนไก่ในปัจจุบันเป็นหลัก เพราะกรรมปาณาติบาตในอดีตที่ท่านเคยฆ่าคนฆ่าสัตว์มาเสริม ในอดีตเคยเป็นนักเลงพนันและได้ฆ่านักเลงพนันด้วยกันที่ติดเงินพนัน วิบากกรรมนี้มาส่งผล กรรมที่เล่นพนันชนไก่โดยย่อคือทำให้จิตเศร้าหมองแล้วไปอบาย เมื่อพ้นอบายมาเป็นมนุษย์ก็จะมีโรคมากและอายุสั้น ตายแล้วด้วยใจเศร้าหมองเพราะเห็นภาพพนันชนไก่มาปรากฏ คตินิมิตจึงดำมืด ตายแล้วถูกดึงดูดไปมหานรกขุมหก ขณะนี้กำลังถูกนายนิรยบาลแปลงเป็นไก่ปากเหล็กจิกตี อยู่ในความทุกข์ทรมานจนไม่อาจรับบุญได้ แต่บุญที่อุทิศไปจะไปคอยอยู่ที่ยมโลก ต้องพ้นจากมหานรกก่อนจึงจะได้รับ
ตอบว่าคุณแม่ได้สามีปากจัดชอบเล่นการพนันเพราะกรรมในอดีตสมัยที่คุณแม่เป็นผู้ชายและได้ทำอย่างนี้กับภรรยาของตน วิบากกรรมนั้นตามมาส่งผลให้เจอในชาตินี้ ส่วนที่คุณแม่ปฏิบัติดีต่อสามีและลูกจะทำให้วิบากกรรมของท่านเบาบางลง ต่อด้วยพี่ชายที่เสพกัญชา ขณะนี้อยู่ในมหานรกและถูกทรมานสลับกับนายนิรยบาลตามกรรมที่ชอบบ้องกัญชา ทุกข์ทรมานมากจนไม่อาจรับบุญใด ๆ ได้ แต่บุญที่อุทิศไปให้จะไปคอยอยู่ที่ยมโลก ทั้งคุณพ่อและพี่ชายไปอยู่ที่มหานรก
ตอบว่ากรรมที่พี่สาวด่าว่าพระและยึดอาชีพค้าปลาสดกับดองปูสดขาย ทำให้ดึงดูดผู้ที่มีกรรมปาณาติบาตใกล้เคียงกับตนมาเกิดเป็นลูก ไม่ได้เกี่ยวโดยตรงกับการที่ไฟคลอกลูกชายตาย แต่ได้คนที่มีกรรมแบบนี้มาเกิดเป็นลูก ส่วนลูกชายตายเพราะวิบากกรรมส่วนตัวของเขาในอดีตที่ติดตัวมา
ตอบว่าลูกชายของพี่สาวและเพื่อนสาวถูกไฟคลอกตายเพราะกรรมในอดีตของทั้งสอง ชาตินั้นเป็นสามีภรรยากันและได้วางแผนเผาบ้านญาติพี่น้องต่างมารดา เพื่ออำพรางศพที่ตนฆ่าเอาไว้ โดยหวังยึดมรดก วิบากกรรมนี้มาส่งผล ก่อนตายทั้งสองตกใจกลัวแต่หนีไฟไม่พ้น ไฟคลอกแล้วทุกข์ทรมานมากจนตาย ตายแล้วไปเป็นกายสัมภเวสีด้วยกันทั้งคู่ เดินร่อนเร่ด้วยกายที่ดูเหมือนคนถูกไฟไหม้ ผิวหนังปูดโปน เพราะยังไม่หมดกรรมจึงติดไปถึงกายละเอียด ได้รับบุญที่อุทิศไปให้แล้วสภาพดีขึ้น แต่ยังไม่ได้ไปเกิดใหม่เพราะบุญยังไม่มากพอ ต้องอุทิศไปอีกเรื่อย ๆ
ตอบว่าที่ผู้เขียนเกิดมาในครอบครัวที่พบญาติติดเหล้าติดการพนันงอมแงม เพราะกรรมที่ครอบครัวทำร่วมกันมาในอดีต สมัยที่ตัวเธอเป็นผู้ชายก็เคยกินเหล้า เจ้าชู้ และเล่นการพนัน วิบากกรรมนี้มาส่งผล จะแก้ไขต้องคบกัลยาณมิตรและทำหน้าที่กัลยาณมิตรให้คนอื่นด้วย พร้อมทำบุญทุกบุญทั้งทาน ศีล ภาวนา แล้วอธิษฐานจิตให้ได้ไปเกิดในครอบครัวที่เป็นสัมมาทิฐิ
ตอบว่าที่ต้องมาเช็ดปัสสาวะอุจจาระให้สามีขี้เมาเกือบสิบปี เพราะในอดีตเคยเลี้ยงเหล้าผู้อื่นทั้งดื่มทั้งกิน และเคยเป็นสามีภรรยากันมาโดยที่ตัวเธอเป็นฝ่ายคอยรินเหล้าให้สามีเพื่อเอาใจ วิบากกรรมนี้ทำให้มาเจอกันอีกในสภาพขี้เมา และเมื่อสามีพ้นอบายมาแล้วเธอจึงต้องมาคอยดูแล
ตอบเรื่องการซ้อมสามีเพราะรักและอยากให้เลิกเหล้าว่ามีบาปบ้างแต่น้อยเพราะเจตนาดี อาจจะมีผลนิดหน่อยคือต้องไปเจอสามีที่ต้องทุบตีกันอีก แต่ความตั้งใจดีทำให้สามีเลิกได้ในปัจจุบันและได้แผ่เมตตาให้กันเรียบร้อยแล้ว วิบากกรรมนี้จึงจะไม่มี แต่จะมีบุญปนวิบากกรรมคืออาจต้องเจอผังที่ต้องสั่งสอนกันอย่างรุนแรงจึงจะเลิกสิ่งไม่ดีได้
ตอบว่าพ่อแม่สามีรักผู้เขียนมากเพราะเคยเป็นญาติกันมาในอดีต และปัจจุบันเธอได้เกื้อกูลดูแลท่านอย่างดี ส่วนการขโมยเงินสามีขี้เมามาทำบุญนั้นจะได้บุญปนวิบัตินิดหน่อย เพราะทรัพย์ที่ได้มาไม่บริสุทธิ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ เช่นอาจใช้ไม่ได้เต็มที่หรือมีคนมาช่วยใช้ ซึ่งผู้ที่มาช่วยใช้ก็คือสามีนั่นเอง ส่วนที่เคยขว้างเหล็กใส่หัวคุณพ่อจนแตกแต่ได้ขอขมาแล้ว จะได้รับอุบัติเหตุโดยไม่เจตนาแต่จะเบาบางลง แก้ไขได้ด้วยการทำบุญทั้งทาน ศีล ภาวนา และอุทิศให้ท่านสม่ำเสมอ บุญนี้จะไปคอยท่านอยู่ที่ยมโลก
ตอบว่าที่ผู้เขียนชอบหมัดมวยและเกิดในช่วงสงคราม เพราะพุทธันดรที่ผ่านมาเคยเป็นทหารของพระราชาที่ออกบวช แต่ไม่ได้ตามออกบวชด้วยเพราะเจ้าชู้มาก จึงทำให้วิบากกรรมเก่าตามมาสมทบมากอย่างที่เจอในชาตินี้ ส่วนลูกชายทั้งสาม สามี และตัวเธอเคยสร้างบุญและกรรมร่วมกันมาหลายชาติ เคยสร้างบารมีกับหมู่คณะแบบกองเสบียงแต่ไม่ต่อเนื่อง บางชาติจึงเจอกันบางชาติไม่เจอ และเพราะไม่ได้บวชตามจึงไม่ได้กลับไปดุสิตบุรี ช่วงพุทธันดรนี้เป็นช่วงรอยต่อระหว่างพระพุทธเจ้าพระองค์นั้นกับพระองค์นี้ซึ่งยาวนาน เธอตายเกิดมาหลายรอบและเป็นผู้หญิง บางชาติกลับมาเป็นภรรยาของสามีคนนี้
ท่องบทประจำวันว่าสิ่งที่ต้องสั่งสมคือบุญกุศล สิ่งที่ต้องแสวงหาคือพระรัตนตรัยภายใน เป้าหมายชีวิตคือที่สุดแห่งธรรม ที่พักระหว่างทางคือดุสิตบุรี วงบุญพิเศษ เขตบรมโพธิสัตว์
อ่านรายนามผู้ร่วมบุญโครงการเร่งสร้างเสาแก้วพันปี 300 ต้น ซึ่งจะเสร็จภายในงานธุดงค์ปีใหม่ที่เหลืออีกเพียงสามวัน แล้วขอแบ่งบุญให้นักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาทุกคน
ท่องคำขวัญว่าพุทธบุตรต้องเป็นหนึ่งเดียวกันเหมือนดวงตะวันที่มีดวงเดียว พุทธบริษัทสี่ต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน เรื่องส่วนตัวให้วางอุเบกขา เรื่องพระศาสนาให้เอาอุเบกขาวาง จิตสดใสเมื่อใจสิ้นระแวง และธรรมกายคือพระในตัวคุณ แล้วชวนพร้อมใจกันสวดสรรเสริญคุณของพระรัตนตรัย โดยหันลำโพงไปทางภาคใต้ของผืนแผ่นดินไทยและสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้