โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 27 ธ.ค. 2548

ep042 ผังเวลา 72 ช่วง

บวชสามเณรรุ่นแรกที่บาห์เรน (114) อุทิศบุญ (111) ธุดงค์ปีใหม่ 2549 (94) อธิษฐานจิต (79) จานดาวธรรม (74) วัดพระธรรมกาย (73) เสาแก้วพันปี (69) ดุสิตบุรี (67) บาห์เรน (52) มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี (50) วงบุญพิเศษ (49) โชติกเศรษฐี (48) ภุมเทวา (47) กองเสบียง (45) วิหารน้อย (43) ชฎิลเศรษฐี (42) ยิ้ม (37) มหาทุคตะ (33) ตัดรอนวิบาก (32) เนื้อนาบุญ (32) มรณานุสติ (30) เร่งเสาแก้วพันปี 300 ต้น (30) ทบทวนบุญ (28) ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา (28) หลวงพ่อทัตตชีโว (27) ทนทรมานมามากแล้ว ขอกราบลา (26) เมณฑกเศรษฐี (24) ใจหมอง (20) มหาธรรมกายเจดีย์ (19) วิมานทอง (19) ตักบาตร (18) คตินิมิต (17) ดาวดึงส์ (17) บำเพ็ญสมณธรรม (17) ศีล 10 ของสามเณร (16) ศีลอดแบบอริยะ (16) ปีใหม่ 2549 (15) รัตนะเจ็ด (15) แต่งเนื้อแต่งตัว (15) รวยปุ๊บปั๊บ (10) ปิดอบาย (9) ฝนรัตนชาติ (9) มหาปูชนียาจารย์ (9) สวนพนาวัฒน์ (9) ถวายสังฆทาน (8) ปุณณเศรษฐี (8) ต่างศาสนิก (7) ท้าวสักกเทวราช (7) พุทธานุภาพ (7) มหาสุวรรณนิธิ (7) ถือศีลแปด (6) ผูกคอตาย (6) สายสมบัติ (6) ธรรมทายาท (5) ประพฤติพรหมจรรย์ (5) การให้ (4) ถวายภัตตาหาร (4) มรดกที่ดินทำเลดี (4) มาบวชทำไม (4) หล่อองค์พระประธานอาคารภาวนา 60 ปี (4) อายุยืน (4) อูฐ (4) โลกอยู่ได้ด้วยการให้ (4) กรรมเลี้ยงสุรา (3) ทะเลทราย (3) น้ำเมา (3) บุญส่งเสริมการศึกษา (3) ประธานรองทอดกฐิน (3) พระคันธกุฎี (3) มหาปีติ (3) สัมมาอาชีวะ (3) สายบุญกับหมู่คณะ (3) เส้นเลือดในสมองแตก (3) กรรมใช้แรงงานสัตว์ (2) กุศลศรัทธา (2) จิตแพทย์ (2) ทักขิไณยบุคคล (2) ทำก่อนได้ก่อน (2) ทำบุญแล้วเสียดาย (2) ที่ดินไม่มีโฉนด (2) ประทานบาตร (2) ปลงผมธรรมทายาท (2) ปัญญาจริต (2) ฝนดอกไม้ห้าสี (2) พระถังซัมจั๋ง (2) มานะทิฐิ (2) รื้อผังจน (2) อาการทางจิตประสาท (2) กระทบกระทั่งในหมู่คณะ (1) ก่อนมาเกิดมาจากไหน (1) ของขวัญปีใหม่ (1) ครอบครัวอบอุ่น (1) ความปลอดภัยในทรัพย์สิน (1) ความเครียดเรื่องการเรียน (1) คู่ในอุดมคติ (1) จดหมายลาตาย (1) ชอบงานท้าทาย (1) ชีวิตไม่เที่ยง (1) ดวงตะวันแบ่งปันสีทอง (1) ถือศีลอด (1) ถ้อยคำเป็นสื่อของใจ (1) ปีติในบุญ (1) ผ่าฟืน (1) ฝ่าด่านพระราชา (1) พระคุณพ่อแม่ (1) มนต์เสน่ห์ทะเลทราย (1) ยิ่งทำยิ่งรวย (1) รถตกถนน (1) ลักษณะมหาบุรุษ 32 ประการ (1) วิตกจริต (1) วิบากกรรมคำพูด (1) วิศวกรรมเครื่องกล (1) ศรัทธาและศีลเสมอกัน (1) สนามบินสุวรรณภูมิ (1) สบประมาท (1) สมาธิเป็นบ่อเกิดแห่งปัญญา (1) ห้องคิง (1) อย่าออมมือ (1) อาหารในยามวิกาล (1) อำเภอเสิงสาง (1) เว้นดูการแสดง (1) เว้นน้ำเมา (1) เว้นพูดเท็จ (1) เส้นทางสายกลาง (1) แรงตึงผิวของเหล็ก (1) โจโฉ (1) โรคหัวใจโต (1) ไหว้ทั่ววัด (1)

  1. 0:00 เปิดรายการ: คำขวัญและเนื้อนาบุญสี่ระดับ

    กล่าวคาถาสำเร็จว่าแม้มืดตื้อมืดมิดก็มีสิทธิ์เข้าถึงธรรม คำขวัญเมื่อเราสว่างโลกก็สว่างด้วย และเนื้อนาบุญสี่ระดับ คือมหาธรรมกายเจดีย์ของโลก มหาจุฬามณีของสวรรค์ พระในบ้านของครอบครัว และพระในตัวของเรา

  2. 1:34 การบ้าน 10 ข้อ

    ทบทวนการบ้าน 10 ข้อทีละข้อ ตั้งแต่เอาบุญไปฝากคนที่บ้าน จดบันทึกผลการปฏิบัติธรรม ก่อนนอนนึกถึงบุญที่สั่งสมมาทั้งหมด หลับและตื่นในอู่ทะเลบุญ ตื่นแล้วรวมใจเป็นหนึ่งกับองค์พระหนึ่งนาที ทุกหนึ่งชั่วโมงหยุดใจหนึ่งนาทีที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 นึกถึงดวงหรือองค์พระในทุกกิจกรรม จนถึงสร้างบรรยากาศด้วยรอยยิ้มและปิยวาจา

  3. 3:48 ทบทวนเป้าหมายชีวิต: เราเกิดมาทำไม

    วันนี้เป็นวันที่ 71 นับจากวันออกพรรษา เหลืออีก 196 วันจะเข้าพรรษาอีกครั้ง และผ่านวันปีใหม่มา 361 วัน แล้วทบทวนว่าเราเกิดมาทำพระนิพพานให้แจ้ง แสวงบุญ สร้างบารมี พระนิพพานอยู่ภายในตัวเรา เริ่มต้นที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 ด้วยการทำใจหยุดนิ่งเฉย ๆ พร้อมย้ำว่าต้องศึกษาไว้เพราะความผิดพลาดเป็นอันตราย มีอบายภูมิรองรับอยู่

  4. 6:02 เกริ่นนำกรณีศึกษาวันนี้: ทนทรมานมามากแล้ว ขอกราบลา

    บอกว่าวันนี้มีเรื่องราวของสัตว์ดีที่จะทำให้เข้าใจกฎแห่งกรรมดีขึ้น ชื่อเรื่อง ทนทรมานมามากแล้ว ขอกราบลา แล้วออกความเห็นว่าชื่อเรื่องนี้ฟังหวาดเสียวจริง ๆ

  5. 6:39 เกริ่นมินิซีรีส์มหาทุคตะ: ฝนรัตนชาติตกทั่วบ้าน ตอนที่ 5

    แจ้งว่าวันนี้จะเล่าเรื่องมหาทุคตะ ฝนรัตนชาติตกทั่วบ้าน ตอนที่ 5 แล้วชวนไปแต่งเนื้อแต่งตัวให้เรียบร้อยก่อน

  6. 6:57 ช่วงเพลง: ยิ้มกันทุกวันอย่าเก็บไว้

    ช่วงเพลงแต่งเนื้อแต่งตัวประจำรายการ เนื้อร้องชวนให้ยิ้มกันทุกวันอย่าเก็บไว้

  7. 10:44 แต่งเนื้อแต่งตัวคือนำรอยยิ้มมาไว้บนใบหน้า และปีใหม่เหลืออีกสี่วัน

    อธิบายว่าถ้ายังไม่ยิ้มก็เหมือนแต่งตัวไม่เสร็จ เหมือนใส่สูทนุ่งผ้า สวมรองเท้าแตะ หรือเขียนคิ้วข้างเดียวออกจากบ้านไปทำงาน จึงต้องนำรอยยิ้มมาปรากฏบนใบหน้าทุกที่ทั้งในบ้านและนอกบ้าน แล้วบอกว่าวันนี้เลิกเร็วเพราะใกล้ปีใหม่ เหลืออีกสี่วัน และอีกสองวันจะไปอยู่ธุดงค์ สองวันนี้ให้จัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย ปลอดกังวล ร่างกายแข็งแรง ใจเบิกบาน

  8. 12:09 ของขวัญปีใหม่ควรมีคุณค่าต่อชีวิตและจิตใจ อย่าเอาน้ำเมาใส่กระเช้า

    เตือนว่าการไปอวยพรและขอพรต้องทำให้ถูกหลักวิชา สิ่งที่ใส่กระเช้าไปเป็นของขวัญควรเป็นสิ่งที่มีคุณค่าต่อชีวิตและจิตใจ ห้ามเอาน้ำเมา เหล้า เบียร์ บุหรี่ สิ่งเสพติดไปเป็นของขวัญ

  9. 12:40 เตรียมตัวธุดงค์ปีใหม่: วิหารน้อยจำกัดหมื่นหลัง หมดแล้วต้องเอามุ้งมาเอง

    ชวนเตรียมตัวเตรียมใจไปธุดงค์ปีใหม่ ถามว่ามีวิหารน้อยกันแล้วหรือยัง ใครยังไม่มีให้ทยอยมารับ เพราะมีจำกัดแค่หมื่นหลัง ถ้าหมดแล้วมาทีหลังต้องเอามุ้งมาเองและต้องแยกไปนอนอีกที่

  10. 13:19 โลกอยู่ได้ด้วยการให้: ดวงตะวันแบ่งปันสีทอง ดวงจันทร์แบ่งปันสีเงิน

    เปิดหัวข้อว่าโลกอยู่ได้ด้วยการให้ ถ้าไม่มีการให้โลกก็อยู่ไม่ได้ เหมือนดวงตะวันแบ่งปันสีทองให้ต้นหมากรากไม้ คน สัตว์ สิ่งของ และดวงจันทร์แบ่งปันสีเงินในยามราตรีให้แก่โลกใบนี้

  11. 14:00 พ่อแม่ให้กำเนิด ให้น้ำนม ให้เสื้อผ้า ให้ความรู้และความรัก

    ชวนย้อนนึกว่าที่เรามีชีวิตอยู่ได้ทุกวันนี้เพราะการให้ ตั้งแต่พ่อแม่ให้กำเนิด ถ้าไม่ให้กำเนิดก็อดเกิด ให้กำเนิดแล้วทิ้งก็ไม่ได้มานั่งอยู่ตรงนี้ ให้เลือดในอกหล่อเลี้ยงมาจนเติบโต ให้เสื้อผ้า ให้ความรู้เรื่องกิน ดื่ม ถ่าย นอน ให้ความรัก และส่งเข้าโรงเรียนให้ครูให้ความรู้ต่อ การให้จึงส่งต่อกันไปเรื่อย ๆ แม้แต่ซื้อของก็เป็นการให้เงินแลกกับสิ่งที่ให้ความบันเทิงใจกลับมา

  12. 17:25 บางคนนึกถึงการให้ไม่ออก จึงมีศีลอดอย่างอุกฤษฏ์ และการให้มีกระทั่งในงานศพ

    อธิบายว่าบางคนเป็นมนุษย์แต่นึกถึงเรื่องการให้ไม่ออก จึงมีข้อปฏิบัติอย่างอุกฤษฏ์คือการถือศีลอดของเพื่อนต่างศาสนิก อดกลางวันที่อากาศร้อนมาก ไม่ให้กินไม่ให้ดื่มแม้น้ำลายก็ต้องบ้วนทิ้ง อดตามการโคจรของดวงตะวันตั้งแต่ดวงอาทิตย์ขึ้นจนตก กลางคืนจึงผ่อนผัน เพื่อให้รู้ว่าเพื่อนมนุษย์ที่อดอยากทุกข์ยากเป็นอย่างไร แล้วย้ำว่ากระทั่งหลังตายก็ยังต้องมีการให้ ให้โรงบ้านเรือนหลังสุดท้ายเอาไว้ใส่ ทำกงเต๊กให้ ทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ ต้องมีคนขนฟืนมาให้ ให้ไฟเผา เผาเสร็จยังต้องให้น้ำไปดับ

  13. 24:41 ชาวพุทธก็สอนการให้: ศีลอดแบบอริยะคือศีล 10 ของสามเณร

    บอกว่าชาวพุทธมีการสอนเรื่องการให้เหมือนกัน โดยการอดคือการให้ เรียกว่าถือศีลอดแบบอริยะ ได้แก่ศีล 10 ข้อสำหรับสามเณร คือให้เว้นจากสิ่งเหล่านั้นก่อน

  14. 25:43 อ่านศีล 10 ข้อของสามเณรทีละข้อ

    ไล่อ่านศีล 10 ข้อ คือเว้นจากการฆ่าและเบียดเบียนสัตว์ เว้นจากการลักทรัพย์ เว้นจากการเสพเมถุน เว้นจากการพูดเท็จหลอกลวง เว้นจากสิ่งเสพติดทุกชนิด เว้นจากการกินอาหารในยามวิกาล เว้นจากการฟ้อนรำขับร้องเล่นดนตรีดูการแสดง เว้นจากการประดับตกแต่งร่างกายด้วยเครื่องประดับ ดอกไม้ของหอมและเครื่องลูบไล้ เว้นจากการนั่งนอนบนที่นั่งที่นอนสูงใหญ่ และเว้นจากการรับเงินทองและยินดีในเงินทองที่เก็บไว้เพื่อตน

  15. 27:21 ศีลข้อ 1 เว้นจากการฆ่า คือให้ความปลอดภัยแก่ชีวิต ผลคืออายุยืน

    ขยายศีลข้อที่หนึ่งว่าการเว้นจากการฆ่าและเบียดเบียนสัตว์ทุกชนิด ทั้งสัตว์ประเสริฐคือมนุษย์และสัตว์เดรัจฉาน เท่ากับให้ความปลอดภัยแก่ชีวิตผู้อื่น ผลที่ได้กลับมาคือไม่ว่าเกิดภพชาติไหนก็จะมีอายุยืน เป็นมนุษย์ก็อายุยืน เป็นเทวดาก็อายุยืน อายุยืนทำให้มีโอกาสสร้างความดีได้นานและแก้ไขข้อผิดพลาดในชีวิตที่ผ่านมา เท่ากับปิดอบายภูมิและเปิดประตูสวรรค์

  16. 29:35 ศีลข้อ 2 เว้นจากการลักทรัพย์ คือให้ความปลอดภัยในทรัพย์สิน

    อธิบายว่าข้อที่สองคืออดใจห้ามมือไม่ไปขโมย ไปคดไปโกงหรือคอร์รัปชันเพื่อให้ได้ทรัพย์ในทางที่ไม่ถูกต้อง เท่ากับให้ความปลอดภัยในทรัพย์สิน บ้านไม่จำเป็นต้องมีรั้ว นอนหลับสบายไม่ต้องสะดุ้งว่าลืมใส่กุญแจรถ ผลที่ได้กลับมาคือทรัพย์ของเราจะไม่พินาศไปด้วยอุทกภัย วาตภัย ราชภัย โจรภัย ทิ้งไว้เฉย ๆ ก็ไม่มีใครมีอารมณ์จะเอา ไฟจะไหม้ก็ดับหรือหลีกช่องกระโดดข้ามไป

  17. 32:16 ศีลข้อ 3 เว้นเมถุน และข้อ 4 เว้นพูดเท็จ คือให้ความจริงแก่เพื่อนมนุษย์

    ข้อที่สามเว้นจากการเสพเมถุน ทำให้ปลอดเครื่องกังวล ไม่ตกเป็นทาสความอร่อยทางเนื้อหนังที่ทำให้จิตฟุ้งซ่านไม่เป็นสมาธิ และเท่ากับให้ความปลอดภัยแก่ครอบครัวของผู้อื่น สังคมอยู่เย็นเป็นสุข ข้อที่สี่เว้นจากการพูดเท็จโกหก คือให้ความจริงกับเพื่อนมนุษย์ ข่าวจริงก็ว่าจริงไม่บิดเบือน ผลที่ได้คือชีวิตเรียบง่ายสะดวกสบาย สมองไม่หลงลืมฟั่นเฟือน เพราะโกหกสองเรื่องต้องจำสองเรื่อง สิบเรื่องต้องจำสิบเรื่อง และจะได้รับความจริงใจกลับคืนมา

  18. 35:10 ศีลข้อ 5 เว้นน้ำเมา และข้อ 6 เว้นอาหารยามวิกาล อดสิบแปดชั่วโมง

    ข้อที่ห้าเว้นการดื่มน้ำเมาและสิ่งเสพติด คือให้ระบบความคิด คำพูด และการกระทำเป็นปกติ เพราะน้ำเมาเข้าไปแล้วจะเซตโปรแกรมใหม่หมด ที่เคยคิดดีก็เปลี่ยนเป็นคิดไม่ดี ผลที่ได้กลับมาคือความมีสติ และสติทำให้ปัญญาเกิด ข้อที่หกเว้นอาหารในยามวิกาล คือไม่ฉันตั้งแต่เที่ยงถึงรุ่งอรุณของวันใหม่ อดสิบแปดชั่วโมง เป็นการอดแบบทางสายกลางไม่ถึงขั้นอุกฤษฏ์ เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อน ท้องไม่อึดอัด นั่งสมาธิสะดวก และมีเวลาว่างเอาไปทำสมาธิ แล้วเทียบกับบางศาสนาที่อดทั้งวันทั้งคืนแต่นอนเฉย ๆ เหมือนกบจำศีล เพราะเหนื่อยเพลียไม่รู้จะทำอะไร ครูไม่ใหญ่บอกว่าจำชื่อเทศกาลนั้นไม่ได้ ถ้าใครรู้ให้โทรมาบอกใหม่ สรุปว่าฝ่ายนั้นอดเพื่อนอน แต่ศีล 10 อดเพื่อทำความดีและทำสมาธิ

  19. 39:29 ศีลข้อ 7 เว้นฟ้อนรำดูการแสดง และข้อ 8 เว้นของหอมเครื่องประดับ

    ข้อที่เจ็ดเว้นการฟ้อนรำขับร้องเล่นดนตรีและดูการแสดง เพื่อให้ใจเว้นจากรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ธรรมารมณ์ เพราะสิ่งที่แสดงนั้นเป็นสิ่งหลอกทั้งนั้น รู้ว่าเขาหลอกแต่เต็มใจให้หลอก เป็นทางมาแห่งอกุศล เว้นแล้วใจจะปลอดโล่งมีเวลาทำสมาธิภาวนา ข้อที่แปดเว้นการประดับตกแต่งร่างกายด้วยเครื่องประดับ ดอกไม้ของหอมและเครื่องลูบไล้ เพราะของหอมกระทบจมูกและผิวหนังแล้วอยู่เฉยไม่ได้ ต้องอดเพื่อให้สมาธิที่เกิดแล้วเจริญขึ้น เพราะสมาธิเป็นบ่อเกิดแห่งปัญญา

  20. 42:21 ศีลข้อ 9 ข้อ 10 กับวิหารน้อยที่ออกแบบให้ตื่นง่าย และสรุปศีลอดแบบอริยะ

    ข้อที่เก้าเว้นการนั่งนอนบนที่นั่งที่นอนสูงใหญ่ยัดนุ่นสำลี เพราะนอนสบายแล้วขี้เกียจตื่นมานั่งสมาธิ ครูไม่ใหญ่บอกว่าวิหารน้อยจึงดีไซน์ออกมาให้ตื่นเต้นตื่นตัวและตื่นตามกันไป หลังนี้ตื่นหลังอื่นก็ตื่นตาม ข้อที่สิบเว้นการรับเงินทอง เพราะใจจะวนเวียนอยู่กับเรื่องทรัพย์ว่าเขาเก็บไว้ครบไหมจะคืนเท่าเดิมไหม กลายเป็นเครื่องพันธนาการของใจ สรุปว่าศีลอดแบบอริยะสิบข้อนี้ยกใจให้สูงขึ้น เป็นการเดินตามอย่างพระอริยเจ้าและเป็นต้นทางที่จะเข้าถึงความเป็นอริยะ แล้วย้อนพูดถึงเทศกาลอดของศาสนาอื่นอีกครั้งว่าถือกันทั้งวันทั้งคืน

  21. 45:09 ข่าวบวชสามเณรรุ่นแรกของโลกตะวันออกกลางที่บาห์เรน 28 ธันวาคม

    แจ้งว่าวันที่ 28 ธันวาคมจะเป็นประวัติศาสตร์ของโลกตะวันออกกลาง เพราะมีการบวชสามเณรรุ่นแรก เป็นธรรมทายาทรุ่นประวัติศาสตร์ วันนี้ท่านประธานสงฆ์ที่จะไปให้โอวาทและเป็นประธานในพิธีบวชได้ออกเดินทางแล้ว จะถึงบาห์เรนอีกประมาณหกชั่วโมง ซึ่งตรงกับประมาณตีสองของเมืองไทย

  22. 46:21 เทียบพระถังซัมจั๋งขี่ม้าไปสายไหม กับพระไทยขี่อูฐไปปักหลักที่บาห์เรน

    เปรียบเทียบว่าสมัยพระถังซัมจั๋งไปสืบพระศาสนาที่อินเดียนั้นขี่ม้าข้ามทะเลทรายไปทางสายไหม แต่ยุคนี้ไม่ได้ไปสืบ ไปถ่ายทอดและปักหลักพระศาสนาที่บาห์เรน และขี่อูฐ พระถังซัมจั๋งไปเส้นทางสายไหม แต่นี่เป็นเส้นทางสายกลาง แล้วฝากบอกทุกคนที่อยู่บาห์เรนให้เตรียมต้อนรับท่านให้ดี

  23. 47:44 อูฐรวมคุณสมบัติหลายสัตว์ และภาพลวงตาในทะเลทรายที่สร้างกำลังใจ

    ชวนดูว่าอูฐรวมคุณสมบัติของสัตว์หลายชนิดไว้ในตัว สง่างามเหมือนม้า อดทนเหมือนลา คอสูงมองไกลเหมือนติดกล้องส่องทางไกล เหมาะเป็นพาหนะข้ามทะเลทราย แล้วเล่าว่าทะเลทรายมีปรากฏการณ์ภาพลวงตาที่ทำให้คนอดน้ำมีความหวังว่าอีกไม่กี่ก้าวจะถึงโอเอซิส ทำให้หายหิวและมีกำลังใจเดินต่อ เทียบกับโจโฉที่บอกทหารว่าข้างหน้ามีป่ามะขามป้อม ทหารก็น้ำลายสอหายกระหายน้ำ

  24. 50:56 ส่งข่าวล่วงหน้าถึงบาห์เรนว่าหลวงพ่อทัตตชีโวเดินทางไปแล้ว

    ส่งข่าวไปล่วงหน้าให้นักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาที่บาห์เรนและผู้ที่เดินทางไปร่วมพิธีบวชทราบว่าพระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโวเดินทางไปแล้ว เพื่อไปเป็นประธานสงฆ์ ให้เตรียมการต้อนรับให้ดี

  25. 51:57 อากาศบาห์เรนมีสองฤดู และอัศจรรย์ฝนตกเฉพาะเมืองที่ปลงผมธรรมทายาท

    เล่าว่าบาห์เรนมีสภาพอากาศแบบทะเลทราย มีเพียงสองฤดูคือร้อนและหนาว ไม่มีฤดูฝน ช่วงรอยต่อสองสามวันจะพอมีฝนตก บางปีตกแค่ครั้งเดียวทั้งปี แต่มีเหตุอัศจรรย์คือวันที่มีพิธีปลงผมธรรมทายาทที่บ้านกัลยาณมิตร มีฝนตกปรอย ๆ เฉพาะในเมืองนั้นเท่านั้น เมืองใกล้เคียงไม่มีฝน และวันที่ท่านเดินทางไปอากาศก็สบายไม่ร้อนไม่หนาว จากนั้นข่าวก็แพร่ไปทั่วตะวันออกกลางผ่านจานดาวธรรมและการบอกต่อ มีโทรศัพท์เข้าไปที่บ้านในบาห์เรนตลอดว่าจะรับชมดาวธรรมจากที่ต่าง ๆ

  26. 59:58 วัตถุประสงค์การบวชคือบำเพ็ญสมณธรรม ไม่ใช่มาพักผ่อน

    บอกว่าที่ขอไว้เก้าท่านก่อนเพราะบ้านรับไม่ไหวมากกว่านี้ แล้วย้ำว่าการบวชไม่ใช่ฉันเช้าเพลแล้วบ่ายพักผ่อนจำวัด แต่ลาบวชมาเพื่อบำเพ็ญสมณธรรม ทำพระนิพพานให้แจ้ง สลัดตนออกจากกองทุกข์ แสวงบุญสร้างบารมี ไม่ว่าบวชสั้นบวชยาว บวชเป็นสามเณรหรือพระภิกษุก็มีวัตถุประสงค์เดียวกัน

  27. 1:00:38 ให้ถือศีลแปดก่อนบวช อ่านรายชื่อผู้บวชหกท่าน และพ่อลูกหลานสกุลเดียวกันบวชพร้อมกัน

    แนะให้ช่วงเตรียมตัวก่อนบวชพรุ่งนี้ถือศีลแปด แล้วอ่านรายชื่อผู้บวชสามเณรที่บาห์เรน ครั้งแรกในประวัติศาสตร์โลกตะวันออกกลาง รวมหกท่าน อายุ 39 ปี 28 ปี 25 ปี 15 ปี 13 ปี และ 12 ปี ทั้งหมดจากบาห์เรน ในกลุ่มนี้มีคุณพ่อ คุณลูก และคุณหลานจากตระกูลเดียวกัน ภรรยาก็เต็มใจให้บวชแม้จะห่วงว่าใครจะมาช่วยงาน ปรากฏว่าบุญบันดาลมีคนมาช่วยมากมาย รวมทั้งเพื่อนต่างศาสนาและศิษย์ฮินดูมาร่วมด้วยความปีติเบิกบาน จึงอนุโมทนากับผู้บวชและผู้สนับสนุน แล้วชวนให้หลับในอู่ทะเลบุญคืนนี้ เพื่อพรุ่งนี้จะได้อนุโมทนากับสามเณรรุ่นแรกของโลกตะวันออกกลาง

  28. 1:04:37 ทบทวนบุญและสารคดีพิธีหล่อองค์พระประธาน ณ อาคารภาวนา 60 ปี

    ชวนทบทวนบุญที่ทำผ่านมาเมื่อวันอังคารที่ 1 พฤศจิกายน 2548 คือบุญหล่อองค์พระพุทธปฏิมา แล้วเข้าสารคดีซึ่งเล่าว่าขบวนอัญเชิญเคลื่อนผ่านมหาวิหารพระมงคลเทพมุนีมาสู่สภาธรรมกายสากล ในวันอังคารที่ 1 พฤศจิกายน 2548 เพื่อประกอบพิธีหล่อองค์พระประธานประดิษฐาน ณ อาคารภาวนา 60 ปี สาธุชนทั่วทุกทิศเดินทางมาร่วมสถาปนาต้นแบบกายมหาบุรุษจำลองเป็นพุทธปฏิมากร ทำให้ภายในสภาธรรมกายสากลเนืองแน่นทั้งคนไทยและต่างประเทศ เวลา 17 นาฬิกา ท่านประธานสงฆ์นำอธิษฐานจิตและเชิญผู้มีบุญลุกขึ้นยืนเตรียมพิธี

  29. 1:07:08 สารคดี: หย่อนมหาสุวรรณนิธิรูปรัตนะเจ็ด และอานิสงส์การสร้างพระพุทธรูป

    สารคดีเล่าว่าหลวงพ่อหย่อนมหาสุวรรณนิธิรูปจักรแก้วเป็นปฐมเริ่ม แล้วผู้มีบุญค่อย ๆ หย่อนมหาสุวรรณนิธิที่อธิษฐานจิตมาแล้วลงสู่รางรับสีทอง เสียงโลหะมงคลรูปรัตนะเจ็ด คือจักรแก้ว ดวงแก้ว ขุนพลแก้ว ขุนคลังแก้ว นางแก้ว ช้างแก้ว และม้าแก้ว นับหมื่นนับแสนกระทบรางรับมุ่งสู่เบ้าหลอม จากนั้นถือสายสมบัติสีขาวเชื่อมสายบุญบารมีให้ผังสำเร็จแห่งกายมหาบุรุษและผังสมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่อง ปิดท้ายว่าการสร้างพระพุทธรูปเปรียบได้กับจำลองสภาวธรรมภายใน ใครเห็นลักษณะมหาบุรุษ 32 ประการพร้อมอนุพยัญชนะ 80 ย่อมเกิดแรงบันดาลใจศึกษาธรรมปฏิบัติ

  30. 1:09:59 สปอตเสาแก้วพันปี: สามร้อยต้น ต้นละหนึ่งร้อยบาท

    สปอตชวนสร้างเสาแก้วพันปี บอกว่าที่สุดแห่งมหาอานิสงส์คือการสร้างวิหารทานถวายแด่สงฆ์ผู้จรมาจากทิศทั้งสี่ สามร้อยต้น ต้นละหนึ่งร้อยบาท เป็นสมบัติอจินไตยติดตามตัวไปทุกภพทุกชาติ เพราะเสาแก้วพันปีจะจารึกมงคลนามของผู้มีบุญเหมือนเสาหินของพระเจ้าอโศก พร้อมรับพระของขวัญ และให้สอบถามผู้ประสานงานภาคที่สังกัด

  31. 1:13:23 เพลง: ปีใหม่ปีนี้ คนดีมาสู่กัน

    ช่วงเพลงปีใหม่ เนื้อร้องชวนคนดีมาพบกัน มาเชิญกันไปทำบุญ ไปด้วยกันได้บุญทันที

  32. 1:13:58 ทบทวนมินิซีรีส์รวยปุ๊บปั๊บห้าท่านแรก จากชฎิลเศรษฐีถึงปุณณเศรษฐี

    ชวนทบทวนผู้มีสมบัติอัศจรรย์ที่เล่ามาแล้ว ท่านแรกชฎิลเศรษฐีผู้มีภูเขาทอง ท่านที่สองโชติกเศรษฐีผู้มีปราสาทรัตนชาติและต้นกัลปพฤกษ์ สมบัติตักไม่พร่อง ท่านที่สามเมณฑกเศรษฐีผู้มีแพะทองคำเป็นฝูง ตัวใหญ่เท่าช้าง มีเส้นด้ายออกจากปากให้ปรารถนาสิ่งของได้ ท่านที่สี่ผู้ได้สมบัติจากยักษ์และถวายทานแด่พระมหากษัตริย์ และท่านที่ห้าปุณณเศรษฐีผู้ไถนาเป็นทอง เพราะถวายทานแด่พระสารีบุตร

  33. 1:15:44 ท่านที่หกที่มีฝนดอกไม้ห้าสีตกทั่วเมือง และท่านที่เจ็ดคือมหาทุคตะ

    เล่าถึงท่านที่หกของมินิซีรีส์ ซึ่ง Whisper จับชื่อไม่ชัด ว่าอดีตชาติทำบุญไว้จนมีฝนดอกไม้ห้าสีตกลงมาสูงถึงเข่าทั่วเมือง มีของบรรณาการมากมาย และไม่ค่อยมีโอกาสทำทานด้วยตัวเองเพราะมีมนุษย์และเทวดามาทำแทน ตอนหลังจึงลงมือทำเองเพราะรู้ว่าทำแทนได้บุญน้อยกว่า และท่านที่เจ็ดคือมหาทุคตะซึ่งเป็นคนจนที่สุด แล้วเตือนว่าอย่ารอให้ขายที่ขายบ้านขายรถให้รวยก่อนแล้วจึงทำบุญ ทำก่อนได้ก่อน บุญจะต่อบุญและเชื่อมสายสมบัติเป็นทรัพย์ต่อทรัพย์

  34. 1:18:37 มหาทุคตะ ตอนที่ 5: ท้าวสักกะอาสาทำอาหาร แต่คนแจกพระลืมจดชื่อ

    เริ่มมหาทุคตะตอนที่ 5 ทบทวนว่าตอนที่แล้วมหาทุคตะกำลังจะไปรับพระมาฉันภัตตาหารที่บ้าน แต่พบท้าวสักกะที่อยากได้บุญด้วย มาขออาสาทำกับข้าวให้โดยไม่คิดค่าจ้าง ขอเปลี่ยนเป็นบุญแทน เมื่อให้ท้าวสักกะเข้าไปทำอาหารในบ้านแล้วเขาก็ออกไปรับพระ แต่บุรุษผู้เป็นบัณฑิตกลับบอกว่าลืมจดพระของมหาทุคตะไว้ และแบ่งพระให้คนอื่นไปหมดแล้ว มหาทุคตะเสียใจมาก ร้องไห้พร่ำพรรณนาถึงความยากลำบากขอพระสักรูปเดียว แต่ไม่มีใครยอมแบ่งให้ ในที่สุดจึงแนะให้ไปอาราธนาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่พระวิหารด้วยตัวเอง

  35. 1:20:08 มหาทุคตะไปพระวิหารด้วยความหวังสุดท้าย และได้รับบาตรจากพระศาสดา

    มหาทุคตะมุ่งไปพระวิหารด้วยความหวังสุดท้าย พระราชาตรัสถามว่ายังไม่ถึงเวลาอาหารมาทำไม เพราะเคยเห็นเขามารอรับอาหารที่เหลือจากพระภิกษุ เขากราบทูลว่ามาเพื่อถวายบังคมพระศาสดา แล้วซบศีรษะลงที่ธรณีพระคันธกุฎี ถวายบังคมด้วยเบญจางคประดิษฐ์ กราบทูลว่าไม่มีใครยากจนกว่าตนในพระนครนี้ ขอทรงเป็นที่พึ่งและสงเคราะห์ตนด้วย พระบรมศาสดาจึงประทานบาตรให้ ซึ่งใครก็แย่งไปไม่ได้เพราะเป็นบุญของคนนั้น

  36. 1:21:53 พระราชาขอซื้อบาตรด้วยทรัพย์พันหนึ่ง แต่มหาทุคตะไม่ยอมให้

    พระราชาตรัสขอบาตรของพระศาสดา จะให้ทรัพย์พันหนึ่งหรือแสนหนึ่งแลก บอกว่าเธอเป็นคนเข็ญใจจงเอาทรัพย์ไปเถอะ มหาทุคตะตอบว่าวันนี้ไม่ต้องการทรัพย์ แต่จะให้พระศาสดาเสวยภัตตาหารของตน ขออย่าเอาทรัพย์มาล่อ ขอให้หลีกทางให้ เศรษฐีทั้งหลายก็มาอ้อนวอนขอบาตรแล้วต่างแยกย้ายกลับไป พระราชาจึงดำริว่าถูกล่อด้วยทรัพย์ก็ไม่ให้ แต่อาหารของเขาจะเหมาะกับพระศาสดาหรือ คิดว่าเมื่อถวายเสร็จจะนำพระศาสดาเข้าวังไปถวายอาหารประณีตที่จัดไว้ แล้วตามเสด็จไปด้วย ขณะนั้นท้าวสักกะปรุงอาหารเสร็จด้วยกำลังแห่งเทวฤทธิ์และปูอาสนะคอยอยู่แล้ว เมื่อพระเสด็จมาถึง เรือนของมหาทุคตะมีหลังคาต่ำที่ใครจะเข้าต้องก้มศีรษะ แต่วันนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จเข้าไปโดยไม่ต้องก้มพระเศียร เพราะแผ่นดินยุบลงพร้อมกับหลังคาเรือนสูงขึ้น ด้วยผลแห่งทานที่พระองค์สั่งสมไว้ดีแล้ว

  37. 1:25:07 พระราชาเปิดภาชนะไม่ได้ ท้าวสักกะเปิดให้ กลิ่นหอมตลบทั่วพระนคร

    พระราชาขอดูสักการะที่มหาทุคตะจัดถวาย แต่ด้วยพุทธานุภาพและเดชของท้าวสักกะทำให้ทรงเปิดภาชนะอาหารด้วยพระองค์เองไม่ได้ ท้าวสักกะจึงเปิดฝาถ้วยข้าวยาคูและภัตตาหารให้ทอดพระเนตร เมื่อเปิดออกกลิ่นเครื่องอบอาหารหอมตลบไปทั่วพระนคร พระราชาทอดพระเนตรแล้วอัศจรรย์ใจถึงกับตะลึง กราบทูลว่าเดิมคิดว่าอาหารของมหาทุคตะจะไม่ประณีต ตั้งใจจะนำเสด็จเข้าวังไปถวายอาหารที่ประณีตกว่า

  38. 1:27:45 พระอินทร์ลงมาเป็นพ่อครัวไม่ใช่เรื่องธรรมดา เพราะกุศลศรัทธาของมหาทุคตะ

    ครูไม่ใหญ่ขยายว่าการที่พระอินทร์ลงมาเป็นพ่อครัวเองไม่ใช่เรื่องธรรมดา คนถวายทานใส่บาตรมีทุกวันแต่พระอินทร์ไม่ลงทุกวัน แสดงว่าหัวใจของมหาทุคตะไม่ธรรมดา ไม่คิดว่าต้องขายอะไรก่อนหรือรอให้รวยก่อน จุดเริ่มต้นมาจากมหาอุบาสกที่มีกุศลศรัทธาและเมตตา อยากช่วยให้มหาทุคตะพ้นจากความยากจน รู้หลักวิชาว่าต้องให้จึงจะได้ และต้องทำถูกเนื้อนาบุญถูกทักขิไณยบุคคล จึงไปบอกคนที่จนที่สุดในเมือง ซึ่งเข้าวัดแต่ไม่ได้ไปฟังธรรม เอาแต่รอรับอาหารที่เหลือจากพระไปเลี้ยงชีวิตวันต่อวัน เมื่อมหาทุคตะรู้ว่าตัวเองทำได้ก็เกิดมหาปีติ ไม่ใช่ปีติธรรมดา เป็นปีติระดับที่สะเทือนไปถึงภพเทวดาซึ่งอยู่ไกลจากภพมนุษย์มาก จนท้าวสักกะรู้ว่าคนยากไร้คนนี้กำลังจะสร้างบุญใหญ่ จึงลงมาเป็นพ่อครัวเอง มาลำพังโดยไม่บอกนางสุชาดา มาถึงก็ปฏิบัติภารกิจทันที

  39. 1:31:00 ทบทวนสี่ตอนแรก: ผ่าฟืนรับจ้างเศรษฐีหาทรัพย์ด้วยสัมมาอาชีวะ

    ทบทวนว่าสี่ตอนแรกมหาทุคตะคิดวิธีการ ตั้งเป้าจะเลี้ยงพระก็ต้องมีอาหาร จะมีอาหารต้องมีทรัพย์ไปซื้อของมาปรุง จะมีทรัพย์ต้องออกเรี่ยวแรง ไม่ไปจี้ไปปล้นใคร แสวงหาทรัพย์ด้วยสัมมาอาชีวะ ไปรับจ้างผ่าฟืนกับเศรษฐี จนเศรษฐีทึ่งและเพิ่มค่าจ้างให้ เรื่องเดินเรื่อยมากระทั่งถึงชาวประมงจนได้ของมาประกอบเป็นอาหารที่บ้าน ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าใครเป็นคนปรุง ตอนนี้ใจมุ่งไปถึงพระบรมศาสดา และเข้าไปอยู่ในข่ายพระญาณว่าวันนี้จะโปรดใคร ปรากฏว่าทั้งภพมีมหาทุคตะคนเดียวที่เป็นเจ้าของบุญใหญ่วันนี้ และบุญนี้จะช่วยให้เขารื้อผังจน

  40. 1:32:39 ฝ่าด่านพระราชาและมหาเศรษฐีด้วยเครื่องแต่งกายต่ำสุด แต่รับบาตรด้วยความปีติ

    ชี้ว่าการเดินเข้าไปในพระวิหารไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องฝ่าด่านมหาเศรษฐีและพระราชาที่มีทหารองครักษ์ล้อมอยู่ ทั้งยังแต่งกายต่ำที่สุด กระทั่งพระราชาต้องออกมาทักถาม การที่คนจนที่สุดสนทนากับผู้ปกครองประเทศได้ไม่ใช่เรื่องธรรมดา แล้วเทียบว่าเมื่อรับบาตรมา มหาทุคตะปลื้มเหมือนคนรับเสาแก้วพันปีสามร้อยต้น ไม่ใช่รับแบบกังวลว่าจะไปเอาเงินที่ไหน ต้องรอโบนัสหรือไม่ ปลื้มว่าคนอย่างเรานี่ก็ถวายพระบรมศาสดาได้ ทุกทีเราเอาแต่ขอของเหลือจากพระ

  41. 1:35:00 หัวใจเด็ดเดี่ยวลูกเดียวไม่รับทรัพย์ และเราทำได้มากกว่ามหาทุคตะ อย่าออมมือ

    ย้ำว่ามหาทุคตะเป็นคนหัวใจเด็ดเดี่ยวลูกเดียว พระราชาอ้อนวอนจะให้ทรัพย์เท่าไรก็ไม่ปรารถนา ทั้งหมดเริ่มจากกุศลศรัทธาในใจบวกพุทธานุภาพและเทวานุภาพจึงสำเร็จผล แล้วบอกว่าเราไม่ได้ยากจนถึงขั้นมหาทุคตะ อยู่ในชนชั้นที่จะทำเท่าไรก็ได้ อย่าว่าแต่สามร้อยต้น แต่กลับออมมือ จึงชวนให้ทำเต็มที่ไม่ออมมือออมแรง เพราะสมบัติใหญ่อัศจรรย์เกิดกับผู้มีหัวใจยิ่งใหญ่ หัวใจขยาย และเหลืออีกไม่กี่วันจะถึงธุดงค์ปีใหม่ ให้สร้างเสาแก้วพันปีและไปอยู่ธุดงค์ด้วย ทำลำพังไม่ได้ก็ไปชวนคนอื่นมาทำ

  42. 1:37:27 เพลง: ยิ้มแล้วรวย

    ช่วงเปิดรายการยิ้มแล้วรวย มีเพลงยิ้มคั่นก่อนเข้าสู่กรณีศึกษา

  43. 1:38:44 จดหมายจากลูกสาวคนโต: ดูฝันในฝันทุกวัน มาวัดตั้งแต่ตุลาคม 2542

    ผู้เขียนจดหมายเป็นลูกสาวคนโต เล่าว่าตนเองและคุณแม่เป็นนักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาพันธุ์แท้ ดูทุกวันไม่เคยขาด งานเยอะก็รีบกลับบ้านเอางานมาทำหน้าจอ ไม่อยากพลาดสักคำเพราะแต่ละถ้อยคำนำไปสู่ความสว่าง เข้าวัดเพราะเพื่อนนำแผ่นภาพงานวันมาฆบูชามาให้ดู เห็นแล้วรู้สึกเหมือนภาพในฝัน จึงถามเพื่อนว่ามีจริงหรือ แล้วมาวัดพระธรรมกายประมาณตุลาคม 2542 ช่วงสร้างองค์พระภายนอกที่มหาธรรมกายเจดีย์ และมาวัดตลอดไม่เคยขาด

  44. 1:40:01 ประวัติคุณตาคุณยาย: ยายค้าขายเก่ง ตักบาตรทุกวัน ขายที่ดินแบ่งครึ่งทำบุญ

    เล่าว่าคุณยายกับคุณตาเป็นคนใจบุญ มีศรัทธาในพระพุทธศาสนามาก คุณตามีอาชีพรับจ้างตัดผม คุณยายค้าขายเก่งจนมีฐานะดี ตักบาตรกับพระทุกรูปทุกวัดที่พายเรือบิณฑบาตผ่านบ้านทุกวัน ได้รับมรดกที่ดินหลายสิบไร่ล้วนอยู่ในทำเลดี และชอบหาซื้อที่ดินทำเลดีไว้เป็นมรดกให้ลูกหลาน หากขายที่ดินได้จะแบ่งเงินครึ่งหนึ่งมาทำบุญบำรุงพระพุทธศาสนา เช่น สร้างถนนเข้าวัด สร้างกุฏิ สร้างแท็งก์น้ำ สร้างที่เผาศพ

  45. 1:40:58 คุณยายไม่รอช้าเพราะรู้ว่าชีวิตไม่เที่ยง แล้วละโลกด้วยโรคหัวใจโตอายุเพียง 42 ปี

    เล่าว่าคุณยายทำบุญไม่รอช้าเพราะรู้ว่าชีวิตเป็นของไม่เที่ยง ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่อีกนานเท่าไร ครูไม่ใหญ่แทรกเรื่องผู้ที่มาขอลางานไปบวชเป็นคนที่แปด เจ้านายบอกว่าคุณยังอยู่ได้อีกร้อยปี ยังไม่ตายหรอก อย่าเพิ่งไปบวช เจ้าตัวตอบว่าเราไม่รู้ว่าจะตายเมื่อไร เห็นมีใครถึงร้อยปีสักคนหนึ่ง เจ้านายเลยหยุดเพราะไม่เคยได้ยินคำนี้ แล้ววันนั้นก็มาถึงจริง ๆ คุณยายละโลกด้วยวัยเพียง 42 ปีด้วยโรคหัวใจโต หลังยายเสียชีวิตคุณตาแต่งงานใหม่ทันทีและมีลูกกับภรรยาใหม่อีกหนึ่งคน อยู่ด้วยกันสิบกว่าปีคุณตาก็คิดได้ว่าไปบวชดีกว่า

  46. 1:44:15 คุณแม่ได้มรดกที่ดิน 20 ไร่ ขายได้สิบล้านใช้หนี้ และที่ดินแถวสุวรรณภูมิ 16 ไร่

    คุณแม่เป็นคนสุดท้องของครอบครัว ได้รับมรดกที่ดินจากคุณยาย 20 ไร่ในทำเลดี เมื่อครอบครัวประสบปัญหาเศรษฐกิจ ท่านอธิษฐานแล้วขายที่ได้กว่าสิบล้านบาท เอามาใช้หนี้จนหมดความกังวล แล้วมาทำบุญเป็นประธานรองทอดกฐินสองปีซ้อน ยังมีที่ดินเหลือแถวสนามบินสุวรรณภูมิอีกสิบหกไร่ ครูไม่ใหญ่ชี้ว่ายิ่งทำยิ่งรวย เพราะสนามบินสุวรรณภูมิมาอยู่ทีหลัง เดิมที่ดินราคาพอประมาณ แต่พอทำบุญก็ดึงดูดมาลงจนได้

  47. 1:45:15 ประวัติลูกสามคน: พี่สาวจบโทบริหาร น้องสาวจบโทวิศวะ น้องชายเรียนนิติศาสตร์

    ผู้เขียนเป็นลูกสาวคนโต จบปริญญาโทบริหารธุรกิจ อายุ 31 ปี น้องสาวหนึ่งคนอายุ 26 ปี จบปริญญาโทวิศวกรรมศาสตร์เครื่องกล และน้องชายหนึ่งคนอายุ 20 ปี กำลังเรียนนิติศาสตร์ ครอบครัวอบอุ่น พี่น้องรักกันดี ไม่น่าจะมีปัญหาใด ๆ แต่หลังวันที่ 1 พฤศจิกายน 2548 ที่ไปหล่อองค์พระที่อาคาร 60 ปี ก็ต้องพบเหตุการณ์สะเทือนใจ

  48. 1:45:42 น้องสาวเรียนเก่งถูกคัดไปห้องคิง เครียดจนคุณพ่อต้องพาไปพบจิตแพทย์

    เล่าว่าน้องสาวเรียนเก่งตั้งแต่เด็ก สอบได้ที่หนึ่งที่สองมาตลอด ตอนเรียนมัธยมสี่ถูกอาจารย์คัดเลือกไปอยู่ห้องคิงซึ่งล้วนเป็นเด็กเรียนเก่งและเป็นหลักสูตรพิเศษที่เรียนจบ ม.6 ได้ในสองปี ทำให้น้องสาววิตกกังวลมาก กลัวจะเรียนสู้เพื่อนไม่ได้ มักมาบ่นที่บ้านและร้องไห้ด้วยความอึดอัดใจอยู่เสมอ เครียดมากจนคุณพ่อต้องพาไปพบจิตแพทย์ ครูไม่ใหญ่แซวว่าไปเรียนวิชาอย่างนั้นก็ต้องเครียด

  49. 1:47:38 ช่วงเพลงคั่น: กลัวเรียนไม่เก่งแล้วเครียด

    ช่วงคั่นรายการเป็นการเช็คชื่อในห้องเรียนและเพลงเกี่ยวกับความกลัวว่าจะเรียนไม่เก่งจนเครียด ก่อนกลับมาเล่าจดหมายต่อ

  50. 1:50:32 กลับห้องเดิมความเครียดหายไป จบโทวิศวกรรมเครื่องกล แต่ลาออกจากงานบัญชีในเดือนเดียว

    น้องสาวเรียนห้องคิงได้เพียงสามสี่เดือนก็กลับมาเรียนห้องเดิม ความเครียดก็หายไป ครูไม่ใหญ่ชี้ว่ามันแล้วแต่เรา อยากเครียดก็เครียด ไม่อยากเครียดก็ไม่เครียด จบ ม.6 สอบเอ็นทรานซ์ติดคณะวิศวกรรมศาสตร์ เรียนดีเรื่อยมาจนจบปริญญาโทวิศวกรรมเครื่องกล ซึ่งเรียนหนักและเครียดมาตลอด จบแล้วได้งานในบริษัทแห่งหนึ่งเกี่ยวกับบัญชี เงินเดือนสองหมื่นกว่าบาท แต่ทำอยู่เดือนเดียวก็ลาออก โดยให้เหตุผลว่าเงินเดือนน้อยและงานไม่ได้ใช้ความคิด เธอชอบงานที่ท้าทายความสามารถ

  51. 1:51:56 งานที่สองวิจัยแรงตึงผิวของเหล็ก และถูกเพื่อนร่วมโรงงานสบประมาททุกวัน

    น้องสาวไปสมัครงานที่สอง เป็นงานเกี่ยวกับวิทยานิพนธ์ศึกษาแรงตึงผิวของเหล็ก ตำแหน่งนี้ยากมาก ปกติผู้ที่ทำได้ต้องจบปริญญาเอก แต่บริษัทเห็นแววว่าเธอเรียนด้านนี้มาโดยตรงจึงรับไว้ ด้วยความที่ยังไม่มีประสบการณ์ เดือนแรกก็ถูกเพื่อนร่วมโรงงานสบประมาทให้เสียกำลังใจทุกวัน เช่น พูดว่าจบวิศวะเหรอ นึกว่าจบอย่างอื่น และบางคนก็ล้อเรื่องรูปร่างหน้าตาว่าดูไม่เหมือนคนโสด เหมือนคนที่ผ่านการมีครอบครัวแล้ว ทำให้เธอกดดันสูง เครียดง่าย หงุดหงิดง่าย และโทรมาปรึกษาพี่สาวบ่อยมาก ครูไม่ใหญ่แทรกว่าถ้อยคำเป็นสื่อของใจ เราจึงควรพูดแต่เรื่องดี ๆ

  52. 1:57:03 กลับจากปฏิบัติธรรมเจ็ดวันแล้วหลงทาง รถตกถนน กลับถึงบ้านตีสาม

    น้องสาวอยู่ปฏิบัติธรรมครบเจ็ดวันแล้วกลับบ้าน ออกจากวัดตั้งแต่บ่ายสองซึ่งควรถึงบ้านสี่ห้าโมงเย็น แต่หกโมงเย็นโทรมาบอกน้องชายให้โอนเงินเข้าบัญชีเพราะน้ำมันหมดและหลงทาง น้ำเสียงร้อนรนตื่นตระหนก สามทุ่มก็ยังไม่ถึงบ้าน คุณพ่อเช็คตำแหน่งโทรศัพท์พบว่าอยู่ที่อำเภอเสิงสาง เมื่อโทรเช็คกับตำรวจจึงทราบว่าน้องสาวขับรถตกถนน ตำรวจเพิ่งช่วยเอารถขึ้นมาได้ เธอกลับถึงบ้านตีสาม อาการเหมือนลอย หน้าซีดเหลือง เท้าเปื้อนดินสีแดง แต่ไม่ยอมเล่าอะไรให้ฟัง หลังจากนั้นน้องสาวกลายเป็นคนไม่ค่อยพูด ไม่ร่าเริงเหมือนก่อน ชอบเก็บตัวอยู่ในห้องคนเดียว บางคืนนอนไม่หลับจะลุกขึ้นมากระทืบเท้าและพูดว่าอย่ามายุ่งกับข้า ทำให้ทุกคนในบ้านห่วงใย

  53. 1:59:04 เพลง: อยากเป็นลมพัดอ่อนให้เธอตอนที่ร้อนใจ

    ช่วงเพลงปลอบใจ เนื้อร้องว่าอยากเป็นลมพัดอ่อนให้เธอตอนที่ร้อนใจ อยากเป็นดังแสงเทียนอยู่ข้างเคียงเธอทุกที่ ให้เธอรู้ว่ามีอีกคนที่ห่วงใย และจะเป็นแรงใจให้เธอ

  54. 2:00:43 กลับไปวัดเอาบัตร แต่ไปไหว้ทั่ววัดแล้วร้องไห้ว่าทรมานมามากแล้ว

    วันหนึ่งน้องสาวบอกให้คุณพ่อพาไปวัดที่เคยไป อ้างว่าลืมบัตรไว้จะไปเอา เมื่อไปถึงและเสร็จธุระกำลังจะกลับ คุณพ่อได้ยินว่าน้องสาวยกมือไหว้ไปทั่ววัด ไหว้ก้อนหิน ไหว้อากาศ ไหว้ต้นไม้ ไหว้แล้วก็ร้องไห้ พูดว่าอย่ามายุ่งกับฉัน และว่าทรมานมามากแล้ว แล้วก็ยิ้ม ซึ่งเป็นอาการที่ไม่ปกติทางจิตประสาท ครูไม่ใหญ่แทรกมุกพุทธบุตรห้าสิบรูปรุ่นเอ็มห้าสิบที่มีองค์หนึ่งนั่งยิ้มอยู่องค์เดียวเพราะมีความสุข แต่คนอื่นกลัวว่าจะไม่เต็มเต็ง สรุปว่ายิ้มหมู่ไม่ค่อยมีปัญหา ยิ้มเดี่ยวมีปัญหา

  55. 2:02:47 วันที่ 1 พฤศจิกายน 2548 พบน้องสาวแขวนคอตายหน้าโต๊ะหมู่บูชา

    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2548 หลังหล่อองค์พระเสร็จ ผู้เขียนและคุณแม่กลับถึงบ้านสามทุ่ม บอกคุณพ่อว่าเอาบุญมาฝาก คุณพ่อบอกว่าน้องสาวขึ้นไปนอนตั้งแต่บ่ายสอง วันนี้นอนนานมาก ประมาณสี่ทุ่มคุณแม่เข้าไปในห้องน้องสาวก็พบว่าน้องแขวนคอตายไว้กับเหล็กดัดตรงหน้าต่าง ต่อหน้าโต๊ะหมู่บูชา น้องเขียนจดหมายไว้ สรุปว่าถึงวันนี้แล้ว ทนไม่ไหวแล้ว เพราะทรมานเหลือเกิน

  56. 2:04:38 แม่และพี่สาวตั้งสติพูดให้น้องนึกถึงบุญ แล้วนั่งสมาธิส่งบุญตลอดคืน

    ทุกคนในบ้านช่วยกันนำร่างที่ไร้วิญญาณลงมา มือของน้องยังจับเชือกแน่น ผู้เขียนกับคุณแม่ตั้งสติได้ ไม่ตกใจไม่ร้องไห้ พูดให้น้องนึกถึงบุญทุกบุญ บุญสร้างพระประจำตัว บุญปฏิบัติธรรมที่พนาวัฒน์ บุญถวายภัตตาหารและใส่บาตร แล้วนั่งสมาธิส่งบุญทุกบุญที่เคยทำให้น้องตลอดทั้งคืน ด้วยความรู้สึกที่อธิบายได้ยาก ครูไม่ใหญ่ตั้งคำถามว่าในวันที่ลูกตายน้องตาย เราจะนั่งกันอย่างไร จะนึกถึงองค์พระดวงแก้วหรือนึกถึงน้อง จากนั้นครอบครัวยังนำปัจจัยมาถวายสังฆทานที่วัดพระธรรมกายห้าพันบาท และทำกฐินล่วงหน้าปี 2549 ให้น้องสาวอีกหนึ่งหมื่นบาท และวันที่ 6 พฤศจิกายนซึ่งเป็นวันทอดกฐินก็ไปวัดเพื่อเอาบุญให้น้อง

  57. 2:06:16 คำถามชุดแรก: คุณตาบวชปลายชีวิตสิบพรรษาไปไหน คุณยายอายุสั้น และเรื่องที่ดิน

    ตั้งคำถามว่าคุณตาที่บวชในบั้นปลายชีวิตได้สิบกว่าพรรษา ตายแล้วไปไหน บุญใดทำให้คุณยายมีที่ดินมากล้วนอยู่ในทำเลดีจนขายได้ราคาดี แต่กรรมใดทำให้อายุสั้น ตายด้วยโรคหัวใจโต ยายละโลกแล้วอยู่ที่ไหน ได้รับบุญที่อุทิศไปให้หรือไม่ คุณแม่ด้วยบุญใดจึงได้รับมรดกที่ดินทำเลดี ขายได้ราคาดีแม้เศรษฐกิจซบเซา ทำไมบางคนมีที่ดินทำเลดี บางคนมีที่ในถิ่นทุรกันดาร และบางคนมีที่ดินมากแต่ไม่มีโฉนดจนขายไม่ได้ ครูไม่ใหญ่แทรกมุกเรื่องการยิงปืนขึ้นฟ้าแล้วให้วิ่งตามหัวกระสุน ตกที่ไหนก็ครอบครองที่หลวงตรงนั้น

  58. 2:08:03 คำถามเรื่องน้องสาว: กรรมใดทำให้เครียด ผูกคอตาย และตายแล้วไปไหน

    ตั้งคำถามว่าน้องสาวทำบุญมาอย่างไรจึงได้เรียนจบปริญญาโทและเรียนดีมาตลอด แต่กรรมใดทำให้วิตกกังวลเรื่องการเรียนจนเครียดถึงขั้นต้องพบจิตแพทย์ กรรมใดทำให้เลือกทำงานยาก ๆ จนเครียด ทั้งที่งานง่ายเงินเดือนดีก็มีให้ทำแต่ไม่เอาเพราะบอกว่าไม่ท้าทาย กรรมใดบีบคั้นให้น้องทุกข์ทรมานใจถึงขั้นตัดสินใจผูกคอตาย ผูกคอตายเพราะสาเหตุใด สิ่งที่หลอกหลอนทำให้นอนไม่หลับคืออะไร ตอนนี้น้องสาวรู้สึกอย่างไร ตายแล้วเป็นอะไร และรับบุญที่อุทิศให้ได้ไหม

  59. 2:08:53 ฝันของน้องชายคืนที่สาม สายบุญกับหมู่คณะบาง และคุณพ่อเส้นเลือดในสมองแตก

    เล่าเพิ่มว่าตีสี่ของวันที่ 4 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันที่สามหลังน้องสาวเสียชีวิต น้องชายฝันเห็นน้องสาวมาเขย่าตัวขณะนอนอยู่ จึงถามว่าน้องมาจริงหรือเปล่า น้องสาวเคยมาพักที่วัดกับเพื่อนประมาณสามสี่ครั้งแล้วก็ไม่ได้มาอีก จึงถามว่ามีสายบุญกับหมู่คณะบ้างไหม และช่วงหลังทำไมไม่ได้มาสร้างบารมีกับหมู่คณะเลย ต่อมาคุณพ่อเส้นเลือดในสมองแตกต้องนำส่งโรงพยาบาล ผู้เขียนกับคุณแม่ช่วยกันนั่งสมาธิและอธิษฐานถึงมหาปูชนียาจารย์ เพียงสามวันคุณพ่อก็หายเป็นปกติ จึงถามว่าเป็นมหาปูชนียาจารย์ท่านช่วยไว้ใช่ไหม และจะทำอย่างไรให้คุณพ่อเชื่อเรื่องบุญบาปและกฎแห่งกรรม เพราะท่านเชื่อหลักวิทยาศาสตร์มาก

  60. 2:10:34 คำถามก่อนมาเกิดมาจากไหน ผลการปฏิบัติธรรม และหมอดูทักเรื่องคู่ครอง

    ถามว่าคุณแม่ก่อนมาเกิดมาจากที่ไหน ครูไม่ใหญ่ชี้ว่านี่เป็นคำถามที่น่าศึกษา และมีเฉพาะในพระพุทธศาสนาที่ทุกคนมีสิทธิ์รู้คำตอบ ต่อด้วยคำถามว่าผลการปฏิบัติธรรมและหน้าที่ในหมู่คณะของตนเป็นอย่างไร ซึ่งครูไม่ใหญ่บอกว่าเป็นคำถามที่ถามได้เพราะเป็นสมาชิกจานดาวธรรม ชาวโลกทั่วไปถามไม่ได้ และคำถามว่าหมอดูทักว่าดวงไม่ดีเรื่องคู่ครอง จะถูกหลอกและแต่งงานช้า พร้อมถามว่าควรสั่งสมบุญใดเพิ่มเพื่อพ้นวิบากกรรมนี้

  61. 2:12:46 ช่วงนำนั่งสมาธิ: นั่งเครียดทำไม ให้ทำใจสบาย ๆ

    ช่วงเพลงและคำนำนั่งสมาธิ บอกว่าอย่านั่งด้วยความเครียด ให้นั่งสบาย ๆ เหนื่อยก็ปรับ ง่วงก็นอน สงสัยก็ลืมตา ทำตัวให้ผ่อนคลาย อย่าเกร็ง ทำตามที่บอกไม่ช้าก็เร็วจะพบความปลื้มปีติ

  62. 2:14:10 ข้อสุดท้าย: จะทำบุญอะไรให้พ้นวิบากกรรม คำตอบคือสร้างเสาแก้วพันปีทุกต้น

    ตอบคำถามข้อสุดท้ายว่าจะทำบุญอะไรให้พ้นวิบากกรรมนี้ ครูไม่ใหญ่ตอบว่าเสาแก้วพันปี ทำทุกต้นที่เหลืออยู่ แล้วชวนให้หลับตาเข้าสู่ญาณทัสสนะเพื่อไล่เรียงคำตอบตามลำดับคำถาม

  63. 2:14:45 เฉลย: คุณตาเป็นเทพบุตรวิมานทองดาวดึงส์เฟส 3 คุณยายเป็นเทพธิดาเฟส 2

    เฉลยว่าคุณตาที่บวชในบั้นปลายชีวิตได้สิบกว่าพรรษา มรณภาพแล้วไปเป็นเทพบุตร มีวิมานทองอยู่ที่ดาวดึงส์เฟส 3 ด้วยบุญที่บวชในบั้นปลายชีวิต เป็นที่เดียวกับคุณแม่นิภา และได้รับบุญที่อุทิศไปให้แล้วทำให้ทิพยสมบัติมากขึ้น ส่วนคุณยายที่มีที่ดินมากในทำเลดีขายได้ราคาดีนั้น อายุสั้นเพราะกรรมที่ใช้แรงงานสัตว์มากจนสัตว์เหนื่อยทรมานมารวมส่งผล ตายแล้วไปเป็นเทพธิดา มีวิมานทองอยู่ที่ดาวดึงส์เฟส 2 ด้วยบุญที่ทำไว้ในพระพุทธศาสนาและสาธารณกุศลต่าง ๆ และได้รับบุญที่อุทิศไปให้แล้ว

  64. 2:16:29 เฉลยเรื่องที่ดิน: อดีตชาติร่วมถวายที่ดินกับคุณยาย และผลของความปีติที่ต่างกัน

    เฉลยว่าคุณแม่ได้รับมรดกที่ดินทำเลดีขายได้ราคาดีทั้งที่เศรษฐกิจซบเซา เพราะอดีตชาติเกิดเป็นลูกของคุณยายนั่นเอง และได้ร่วมบุญถวายที่ดินกับคุณยายด้วยความปีติยินดี แม่ลูกถวายด้วยกัน บุญจึงส่งผลให้ปัจจุบันได้รับมรดกที่ดินทำเลดี ส่วนที่บางคนได้ที่ดินทำเลดีแต่บางคนได้ที่ในถิ่นทุรกันดาร เพราะความปีติยินดีมากน้อยต่างกันในการทำทาน บางคนทำทานที่ดินด้วยมานะทิฐิ ถือตัวว่าที่ให้ไปนั้นเป็นบุญคุณต่อผู้รับ ทานนั้นจึงส่งผลให้ได้ที่ในถิ่นทุรกันดารเพราะใจกันดารแล้ว ถ้าปีติยินดีใจผ่องใสมากก็จะได้ทำเลดี และที่ดินที่ไม่มีโฉนดขายไม่ได้ เพราะทำบุญแล้วนึกเสียดายในภายหลัง บุญจึงส่งผลไม่เต็มที่

  65. 2:18:19 เฉลย: น้องสาวเรียนดีเพราะบุญส่งเสริมการศึกษา แต่วิตกจริตเพราะเศษกรรมเลี้ยงสุรา

    เฉลยว่าน้องสาวเรียนดีมาตลอดและจบปริญญาโทได้เพราะอดีตเป็นคนใฝ่เรียน และมีบุญที่ส่งเสริมเรื่องการศึกษาให้กับนักเรียนและข้าทาสบริวารมาส่งผล แต่ที่เป็นคนขี้กังวลจนต้องไปพบจิตแพทย์ เพราะมีเศษกรรมดื่มสุราและชอบเลี้ยงสุราในอดีต ทำให้เป็นคนวิตกจริต บางครั้งนอนไม่หลับ ทั้งที่ร่างกายไม่ได้เป็นอะไร

  66. 2:19:21 เฉลย: อดีตเป็นอาจารย์ชายที่กดลูกศิษย์อวดดี และด่าให้ไปผูกคอตาย

    เฉลยว่าที่น้องสาวชอบเลือกทำงานยากท้าทายจนเครียด ไม่เอางานง่ายเงินเดือนดี เพราะอดีตชาติได้ดีตอนเป็นผู้ชาย เป็นอาจารย์ที่มีความรู้ มีลูกศิษย์ในสำนักมาก แต่มีลูกศิษย์คนหนึ่งค่อนข้างเก่งและเป็นคนอวดดี จึงแกล้งกดบีบลูกศิษย์คนนั้นด้วยมานะทิฐิ ให้ทำงานยาก ๆ ทำสำเร็จก็ดูดายไม่ชม จนลูกศิษย์ทนไม่ไหวต้องออกไป วิบากกรรมนี้จึงมาส่งผลให้ชาตินี้ไม่เอางานง่าย ๆ ชอบทำงานยากลำบาก และเหตุที่ทุกข์ทรมานใจถึงขั้นผูกคอตาย เพราะในชาติที่เป็นอาจารย์ผู้ชายนั้นเคยดุด่าลูกศิษย์ที่หัวทึบด้วยคำว่าไปผูกคอตายเสียเถอะ แล้วลูกศิษย์คนหนึ่งคิดมากไปผูกคอตายจริง วิบากกรรมนั้นจึงมาถึงครู

  67. 2:20:43 เฉลย: ตายแล้ววนเวียนเจ็ดวัน ได้ฟังคำแม่จึงปิดอบายไปเป็นภุมเทวา

    เฉลยว่ากรรมทั้งหมดมารวมส่งผลให้เจ้าตัวตาย ตายแล้วช่วงแรกวนเวียนอยู่เจ็ดวัน แต่ด้วยบุญและการทำตามหลักวิชาที่แม่และพี่สาวบอกให้ระลึกนึกถึงบุญ เพราะรู้หลักวิชาว่าคนผูกคอตายในเจ็ดวันยังอยู่แถวนั้น เธออยู่ใกล้ ๆ นั้นและได้รับฟัง ได้รับกระแสบุญที่อุทิศไปให้ จึงทำให้ปิดอบายและไปเกิดเป็นภุมเทวา และเฉลยว่าฝันที่น้องชายเห็นน้องสาวมาเขย่าตัวในวันที่สามหลังตายนั้นเป็นเรื่องจริง อยู่ในช่วงที่ตายใหม่ ๆ และรู้สึกตัวว่าหายจากอาการเครียดทางจิตประสาทแล้ว

  68. 2:22:48 เฉลย: มาเขย่าน้องชายเพราะอยากทดลองว่าตายจริงไหม และสายบุญกับหมู่คณะบาง ๆ

    เฉลยว่าตอนนั้นน้องสาวยังไม่แน่ใจว่าตกลงตายจริงหรือไม่ เพราะเมื่อก่อนอยากตาย จึงมาทดลองเขย่าตัวน้องชายดูว่าเราตายจริงไหม สมกับที่จบวิศวะ ปากบอกว่าหายแล้วแต่ใจต้องการทดลอง ปากพูดอย่างใจคิดอีกอย่าง ส่วนที่มาวัดพระธรรมกายกับเพื่อนสามสี่ครั้งแล้วไม่ได้มาอีก เพราะมีสายบุญกับหมู่คณะบ้างแต่บาง ๆ และในอดีตได้กระทบกระทั่งกับบางคนในหมู่คณะ จึงทำให้บางชาติเจอหมู่คณะ บางชาติไม่เจอ หรือเจอแล้วก็มาบ้างไม่มาบ้างเหมือนชาตินี้

  69. 2:23:49 เฉลย: คุณพ่อหายเพราะบุญกับมหาปูชนียาจารย์ และเป็นปัญญาจริตต้องอธิบายด้วยวิทยาศาสตร์

    เฉลยว่าที่คุณพ่อหายจากอาการเส้นเลือดในสมองแตกในสามวัน เพราะบุญเก่าในอดีตที่เคยทำร่วมกับหมู่คณะและกับมหาปูชนียาจารย์ อานุภาพของมหาปูชนียาจารย์ และบุญถวายยารักษาโรคซึ่งเป็นสาธารณกุศล รวมกับบุญที่ลูกและคุณแม่นั่งสมาธิอธิษฐานจิตมารวมส่งผล ส่วนการจะให้คุณพ่อเชื่อเรื่องบาปบุญ นรกสวรรค์ กฎแห่งกรรม ต้องศึกษาแล้วอธิบายด้วยหลักวิทยาศาสตร์ เพราะท่านเป็นประเภทปัญญาจริต และพยายามให้ท่านปฏิบัติสมาธิ ท่านมีสายบุญกับหมู่คณะอยู่แล้วจึงเข้าใจง่าย และผลการปฏิบัติธรรมของลูกและคุณแม่ที่สร้างบารมีมาแบบกองเสบียงนั้นดี ไปดุสิตบุรีวงบุญพิเศษได้

  70. 2:25:13 เฉลยเรื่องคู่ครอง: ให้เลือกคนที่ศรัทธาและศีลเสมอกัน กับมุกคู่ในอุดมคติ

    เฉลยเรื่องหมอดูที่ทักว่าดวงไม่ดีเรื่องคู่ครอง จะถูกหลอกและแต่งงานช้า ครูไม่ใหญ่บอกว่าก็ดีแล้ว จะได้มีสติและรีบสั่งสมบุญให้มาก เพราะเราเกิดมาเพื่อสร้างบารมี แต่ถ้าจะมีเผื่อเหนียวไว้ให้เลือกคนที่มีศรัทธาและศีลเสมอกัน เชื่อมั่นในพระรัตนตรัย มีศีลห้าเหมือนกัน เป็นสัมมาทิฐิเหมือนกัน แล้วเล่นมุกไล่เงื่อนไขคู่ในอุดมคติแบบยาวเหยียด ต้องรวย ต้องหล่อ ต้องตามใจเรา เชื่อฟังเรา ตื่นก่อนนอนหลัง ทำกับข้าว ปัดกวาดถูบ้าน ซื้อรถและล้างรถ ล้างจานให้ ถ้าได้อย่างนี้ก็แต่งไว้เลย ถ้าไม่ได้ก็ประพฤติพรหมจรรย์ แล้วสรุปว่าคราวนี้มาเจอกันแล้วให้ตั้งใจสร้างบารมีเต็มที่ในทุกบุญและอธิษฐานจิต

  71. 2:27:30 บทประจำวัน: สิ่งที่ต้องสั่งสมคือบุญกุศล

    ท่องบทประจำวันว่าสิ่งที่ต้องสั่งสมคือบุญกุศล สิ่งที่ต้องแสวงหาคือพระรัตนตรัยภายใน เป้าหมายชีวิตคือที่สุดแห่งธรรม ที่พักระหว่างทางคือดุสิตบุรี วงบุญพิเศษ เขตบรมโพธิสัตว์

  72. 2:37:16 ปิดรายการ: คำขวัญและสวดสรรเสริญพระรัตนตรัยอุทิศให้ชายแดนใต้

    ท่องคำขวัญว่าพุทธบุตรต้องเป็นหนึ่งเดียวกันเหมือนดวงตะวันที่มีดวงเดียว พุทธบริษัทสี่ต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน เรื่องส่วนตัวให้วางอุเบกขา เรื่องพระศาสนาให้เอาอุเบกขาวาง จิตสดใสเมื่อใจสิ้นระแวง และธรรมกายคือพระในตัวคุณ แล้วชวนพร้อมใจกันสวดสรรเสริญคุณของพระรัตนตรัย โดยหันลำโพงไปทางภาคใต้ของผืนแผ่นดินไทยและสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ตอนอื่นในปี 2548