โชติกเศรษฐี

tag ที่มักมาด้วยกัน: ชฎิลเศรษฐี สมบัติจักรพรรดิ เมณฑกเศรษฐี พระเจ้าพิมพิสาร พระเจ้าอชาตศัตรู ตักไม่พร่อง ต้นกัลปพฤกษ์ การะวริยะเศรษฐี

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 10 พ.ย. 2548

  • 1:07:57 เสื้อเวอร์ชัน 6: กระดุมสองเม็ด ด้านหลังเป็นภูเขาทองของชฎิลเศรษฐี
    ทบทวนเสื้อเวอร์ชัน 6 ที่ช่วยกันเลือกเมื่อวาน ว่ามีกระดุมสองเม็ดตามที่ขอ ด้านหลังเป็นกระปุกภูเขาทองของชฎิลเศรษฐี ซึ่งกำลังรวบรวมเรื่องราวของท่านอยู่ และจะมีเรื่องเมณฑกเศรษฐีกับโชติกเศรษฐีเรียงออกมาเรื่อย ๆ เสื้อนี้ใส่ได้ทุกเพศทุกวัย และย้ำว่างานวันนั้นอย่าใส่เสื้อบั้งไฟพญานาคมาเพราะเป็นคนละงานกัน
  • 1:21:28 สมบัติจักรพรรดิกับพระเจ้าจักรพรรดิไม่เหมือนกัน
    อธิบายว่าการเป็นพระเจ้าจักรพรรดิเป็นได้ด้วยประการเดียวคือการสั่งสมบุญให้เต็มที่ ให้ถูกเนื้อนาบุญและถูกหลักวิชา และแยกว่าสมบัติจักรพรรดิเป็นอย่างหนึ่ง พระเจ้าจักรพรรดิเป็นอีกอย่างหนึ่ง อย่างชฎิลเศรษฐี เมณฑกเศรษฐี โชติกเศรษฐี มีสมบัติจักรพรรดิคือตักไม่พร่อง แต่ไม่ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิเพราะไม่มีรัตนะเจ็ดและไม่ได้เป็นผู้ปกครองทวีปทั้งสี่ ส่วนคำว่าจักรพรรดินั้นรู้กันทั่วโลกแม้ไม่ใช่ชาวพุทธ จนขอยืมเอาไปใช้ต่อท้ายคำว่ากษัตริย์ แต่จักรพรรดิจริง ๆ ไม่ต้องไปรบราฆ่าฟัน เพราะเขาจะมามอบเมืองให้เอง

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 12 พ.ย. 2548

  • 49:48 ส่งคนหาตระกูลที่มีทรัพย์เสมอกันทั่วชมพูทวีป จนพบเมณฑกเศรษฐีและโชติกเศรษฐี
    ชฎิลเศรษฐีคิดว่าถ้าทั่วชมพูทวีปไม่มีตระกูลที่มีทรัพย์สมบัติมหาศาลเสมอตระกูลของตน บุตรทั้งหลายคงไม่ยินยอมให้บวช แต่ถ้ามีอยู่ก็คงได้บวช จึงให้คนเดินทางไปทั่วชมพูทวีปเพื่อสอบหาตระกูลที่เสมอกัน ก็รู้ว่ายังมีมหาเศรษฐีที่มีสมบัติอัศจรรย์อยู่ คือท่านเมณฑกเศรษฐีแห่งภัททิยนคร แคว้นอังคะ และท่านโชติกเศรษฐีแห่งกรุงราชคฤห์ แคว้นมคธ ท่านจึงยินดีอย่างยิ่งว่าจะได้บวชแล้ว แล้วเข้าเฝ้าทูลขอพระราชานุญาตออกบวช

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 14 พ.ย. 2548

  • 52:26 ครูไม่ใหญ่จะทำบุญใหญ่อย่างโชติกเศรษฐีและชฎิลเศรษฐี แต่ยังไม่บอก
    บอกว่าครูไม่ใหญ่จะทำบุญใหญ่ จะทำเหมือนอย่างท่านโชติกเศรษฐีและท่านชฎิลเศรษฐี แต่ตอนนี้ยังไม่บอกว่าคืออะไร แล้วชวนดูสปอตธุดงค์ปีใหม่ก่อน

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 15 พ.ย. 2548

  • 6:08 เกริ่นนำกรณีศึกษาวันนี้: อย่ามามั่วนิ่ม และจะเล่าเรื่องโชติกเศรษฐี
    บอกว่าวันนี้มีเรื่องราวดี ๆ ของกรณีศึกษาที่จะทำให้เข้าใจเรื่องกฎแห่งกรรมได้ดีขึ้น ชื่อเรื่องก็แปลกดี ชื่อว่าอย่ามามั่วนิ่ม และวันนี้ยังมีเรื่องของท่านโชติกเศรษฐี เศรษฐีผู้มีบุญในกาลก่อนสมัยพุทธกาลที่มีสมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่อง มาเล่าสู่กันฟัง เพราะหลาย ๆ เรื่องเรายังไม่ทราบเลย พร้อมชวนจองเสาแก้วพันปี ถ้าจองได้ก็สามร้อยต้น ถ้าไม่ได้ก็เอาสักต้นหนึ่ง
  • 1:20:48 สารคดีโชติกเศรษฐี ตอนที่ 1: เศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในโลกด้วยสมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่อง
    บอกว่าจะทยอยเอาบุญเก่ามาทบทวน พรุ่งนี้หรือมะรืนจะเป็นเรื่องพิธีตอกเสาเข็มต้นแรกสถาปนามหาวิหารพระมงคลเทพมุนี ให้นักเรียนใหม่ติดตามอย่าขาด แล้วเข้าสารคดีศึกษาชีวิตผู้มีสมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่อง โชติกเศรษฐี ตอนที่หนึ่ง ว่าในสมัยพุทธกาลมีเศรษฐีท่านหนึ่งนามว่าโชติกเศรษฐี จัดเป็นเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในโลกนับตั้งแต่ก่อนยุคพุทธกาลมาจนถึงปัจจุบัน เพราะเป็นผู้ได้สมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่อง ไม่ต้องทำมาหากิน เสวยสมบัติอย่างเดียว มีความเป็นอยู่ประดุจเทวดาในเทวโลก เพราะได้สั่งสมบุญมาก่อนในอดีตเป็นสำคัญ
  • 1:23:27 วันโชติกะเกิด อาวุธทั้งพระนครเปล่งแสง พระราชาพระราชทานค่าน้ำนมวันละหนึ่งพัน
    เล่าว่าโชติกเศรษฐีถือกำเนิดในตระกูลเศรษฐีในกรุงราชคฤห์ วันที่คลอดเกิดเหตุอัศจรรย์คืออาวุธทั้งหมดในพระนครเปล่งแสงรุ่งเรืองสว่างใส แม้เสื้อผ้าอาภรณ์ที่คนสวมก็เปล่งรัศมี ทั้งพระนครจึงสว่างเป็นอันเดียวกัน เศรษฐีผู้เป็นบิดาเข้าเฝ้าพระราชาแต่เช้า พระราชาตรัสถามเหตุ เศรษฐีทูลว่าเพราะบุตรของตนเกิดในวันนี้ แสงสว่างเกิดขึ้นเพราะเดชแห่งบุญของเขา พระราชาตรัสถามว่าเขาจะเป็นโจรกระมัง เศรษฐีทูลว่าไม่ใช่ แต่เป็นผู้มีบุญที่สั่งสมบุญญาภินิหารไว้มากในชาติก่อน พระราชาจึงปลื้มพระทัยและพระราชทานค่าเลี้ยงดูวันละหนึ่งพันเป็นค่าน้ำนม ในวันตั้งชื่อจึงตั้งชื่อว่าโชติกะ แปลว่ารุ่งเรืองหรือสว่างใส
  • 1:25:39 ท้าวสักกะเนรมิตปราสาทแก้วเจ็ดชั้น ขุมทรัพย์สี่ขุม และยักษ์เจ็ดตนเฝ้าซุ้มประตู
    เล่าว่าเมื่อโชติกะเติบโต คนทั้งหลายถากถางพื้นที่จะสร้างบ้านให้ ทำให้บัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ของท้าวสักกะเกิดอาการร้อนด้วยเดชแห่งบุญของท่าน ท้าวสักกะดำริว่าบ้านที่พวกเขาจะสร้างไม่เหมาะสมกับบุญของโชติกะ จึงเสด็จลงมาเนรมิตปราสาทแก้วเจ็ดชั้นล้วนแล้วด้วยแก้วเจ็ดประการ กำแพงแก้วเจ็ดชั้น ต้นกัลปพฤกษ์จำนวนมาก และขุมทรัพย์ใหญ่สี่ขุมไว้ที่มุมทั้งสี่ของปราสาท ที่ซุ้มประตูทั้งเจ็ดมอบให้ยักษ์เจ็ดตนพร้อมบริวารรักษา ซุ้มแรกหัวหน้ายักษ์กับบริวารหนึ่งพัน ซุ้มที่สองสองพัน ไปจนถึงซุ้มที่เจ็ดเจ็ดพัน เมื่อพระเจ้าพิมพิสารทรงทราบข่าวจึงส่งฉัตรเศรษฐีไปมอบให้ ท่านจึงได้รับตำแหน่งเศรษฐีชื่อโชติกเศรษฐีตั้งแต่นั้นมา
  • 1:27:37 ภรรยาจากอุตตรกุรุทวีปนำข้าวสารหนึ่งทะนานกับหินไฟที่ใช้ไม่หมด
    เล่าว่าส่วนภรรยานั้นเทวดาได้นำหญิงสาวที่เคยสร้างบุญร่วมกันมา ซึ่งเกิดอยู่ที่อุตตรกุรุทวีปมามอบให้ ในวันที่เธอมาได้นำข้าวสารหนึ่งทะนานพร้อมหินไฟสำหรับหุงข้าวมาด้วย ทั้งสองท่านได้รับประทานข้าวที่เธอนำมานั้นตราบเท่าที่อยู่ด้วยกัน ข้าวสารหนึ่งทะนานนั้นแม้จะบรรจุใส่เกวียนแจกแก่คนอื่นจนเต็มร้อยเล่มเกวียนก็ยังคงปรากฏเต็มทะนานอยู่เหมือนเดิม เวลาหุงข้าวบริวารจะนำข้าวสารใส่หม้อตั้งบนหินสามก้อนนั้น หินก็จะลุกเป็นไฟขึ้น เมื่อข้าวสุกไฟก็จะดับไปเอง
  • 1:29:07 มหาชนมาขนผ้าและทรัพย์จากขุมทรัพย์หนึ่งคาวุตที่ไม่พร่องแม้องคุลีเดียว
    เล่าว่าคนทั้งหลายพากันเทียมเกวียนค้างแรมมาดูสมบัติของโชติกเศรษฐีทุกวันอย่างมากมาย ท่านสั่งให้บริวารหุงข้าวด้วยข้าวสารที่ภรรยานำมาจากอุตตรกุรุทวีปแจกให้ทุกคนรับประทาน แล้วบอกให้รับเอาผ้าและเครื่องประดับจากต้นกัลปพฤกษ์ และสั่งให้เปิดขุมทรัพย์ที่มีขนาดหนึ่งคาวุตหรือสี่กิโลเมตร อนุญาตให้นำทรัพย์ไปให้เพียงพอที่จะเลี้ยงชีพตามสบาย เมื่อคนขนทรัพย์ไปปากขุมทรัพย์ก็ไม่พร่องลงไปแม้เพียงองคุลีเดียว มหาชนจากทุกสารทิศมาขนผ้าอาภรณ์และทรัพย์ไปตามความปรารถนา นับวันคนก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น แม้พระเจ้าพิมพิสารก็ปรารถนาจะทอดพระเนตรสมบัติของโชติกะ แต่เมื่อคนยังมากอยู่จึงต้องรอคอยโอกาสต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 17 พ.ย. 2548

  • 1:11:25 เกริ่นสารคดีโชติกเศรษฐีตอนสอง และตั้งคำถามเรื่องนางแก้วจากอุตรกุรุทวีป
    เกริ่นว่าตอนนี้จะมาศึกษาว่าท่านโชติกเศรษฐีทำอย่างไรจึงได้มีสมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่อง แล้วบอกว่าตอนแรกน่าศึกษามาก มีรายละเอียดเยอะแต่รวบมา คือทำไมภรรยาของท่านต้องอยู่ที่อุตรกุรุทวีป เทวดาไปบอกพ่อแม่ของเธออย่างไร มีการส่งขันหมากหรือไม่ ทำไมพ่อแม่ยอมให้มา และทำไมเธอยอมมา มาด้วยเทวรถแบบไหนหรือไม่ได้นั่งเทวรถ
  • 1:13:16 สารคดี: พระเจ้าพิมพิสารเสด็จชมปราสาทแก้ว และอชาตศัตรูคิดจะยึด
    สารคดีเล่าว่าเมื่อผู้คนที่มาชมสมบัติของท่านโชติกเศรษฐีน้อยลง พระเจ้าพิมพิสารจึงเสด็จไปพร้อมข้าราชบริพาร เมื่อถึงซุ้มประตูที่หนึ่ง หญิงรับใช้ถวายมือให้พระราชาเพื่อนำเสด็จ แต่พระองค์ทรงละอายเพราะเข้าพระทัยว่าเป็นภรรยาของเศรษฐี จึงไม่วางพระหัตถ์บนแขนของนาง และเป็นอย่างนี้ทุกประตู เมื่อถึงหน้าปราสาท พื้นที่ประดับด้วยแก้วมณีปรากฏเหมือนเหวที่ลึก พระราชาทรงแคลงพระทัยว่าเศรษฐีขุดบ่อล่อให้ตกลงไป เศรษฐีจึงกราบทูลว่าไม่ใช่บ่อแล้วเดินนำเสด็จเอง ในครั้งนั้นพระราชกุมารอชาตศัตรูซึ่งยังทรงพระเยาว์ตามเสด็จมาด้วย เมื่อเห็นสมบัติก็ทรงดำริว่าพระบิดาเป็นถึงพระราชาแต่ประทับในพระราชมณเฑียรที่ทำด้วยไม้ ขณะที่คหบดียังได้อยู่ปราสาทแก้วเจ็ดประการ จึงตั้งใจว่าเมื่อได้เป็นพระราชาจะยึดเอาปราสาทนี้มาเป็นของตน
  • 1:15:45 ข้าวปายาสเปียกในภาชนะทองคำที่ใช้ให้ความร้อน และอาหารที่ไม่มีวันหมด
    เล่าว่าเมื่อถึงเวลาเสวย คนรับใช้ตักข้าวปายาสเปียกใส่ภาชนะทองคำวางไว้ตรงหน้าพระราชา พระองค์ทรงเริ่มจะเสวยเพราะคิดว่าเป็นอาหาร เศรษฐีจึงทูลห้ามว่านี่ไม่ใช่อาหารแต่เป็นข้าวปายาสเปียกสำหรับให้ความร้อน แล้วจึงตักอาหารใส่ภาชนะทองคำอีกใบวางบนถาดนั้น และแนะนำการเสวยด้วยไออุ่นที่ฟุ้งขึ้นมา พระราชาเสวยอาหารรสแปลกใหม่จนเพลิดเพลิน เศรษฐีต้องกราบทูลว่าเพียงเท่านี้ก็พอแล้ว เพราะจะย่อยไม่ได้และจะเกิดความอึดอัด เมื่อพระราชาเสวยเสร็จ ข้าราชบริพารก็รับประทานอาหารนั้นต่อ ซึ่งแม้ทุกคนกินหมดแล้วก็ยังปรากฏเต็มภาชนะอยู่เช่นเดิม
  • 1:17:35 อชาตศัตรูยกทัพไปยึดปราสาท แต่กำแพงแก้วสะท้อนกองทัพและยักษ์ไล่จนแตกพ่าย
    เล่าว่าพระเจ้าอชาตศัตรูยังคิดจะยึดปราสาทเรื่อยมา กระทั่งเจริญวัยเป็นเจ้าชายผู้มีร่างกายแข็งแกร่ง เมื่อได้คบกับพระเทวทัตและปลงพระชนม์พระราชบิดาคือพระเจ้าพิมพิสารแล้วขึ้นครองราชสมบัติ ก็ยกทหารจำนวนมากไปยึดปราสาทและสมบัติของโชติกเศรษฐี แต่พอไปถึง กำแพงแก้วที่ใสกระจ่างสะท้อนให้เห็นภาพกองทัพของพระองค์เอง จึงสำคัญว่าเศรษฐีเตรียมการตอบโต้ ไม่อาจเสด็จเข้าไปได้ ฝ่ายยักษ์ที่รักษาซุ้มประตูซุ้มแรกก็เนรมิตกายให้ใหญ่โตแล้วไล่ตะเพิดพระเจ้าอชาตศัตรูและทหารจนแตกพ่ายกระจัดกระจายไปทั่วสารทิศ
  • 1:19:10 ถอดแหวนของเศรษฐีไม่ออกแม้วงเดียว จนต้องลาดผ้าแล้วแหวนก็เคลื่อนออกเอง
    เล่าว่าเช้าวันนั้นโชติกเศรษฐีบริโภคอาหารแต่เช้าตรู่แล้วไปพระวิหารเพื่อเข้าเฝ้าพระบรมศาสดา พระเจ้าอชาตศัตรูแม้พ่ายแพ้แก่ยักษ์ก็ไม่ท้อถอย ตามเศรษฐีไปยังพระอารามเพื่อจะยึดทรัพย์ให้ได้ เศรษฐีจึงทูลว่าหากตนไม่ปรารถนาแล้ว แม้พระราชาผู้มีอานุภาพมากนับพันก็ไม่สามารถยึดเรือนและทรัพย์ของตนไปได้แม้เพียงเส้นด้าย แล้วทูลเชิญให้ทรงพิสูจน์ด้วยการถอดแหวนที่นิ้วมือของท่าน ปรากฏว่าแม้พระเจ้าอชาตศัตรูมีพละกำลังมหาศาลก็ถอดออกไม่ได้แม้วงเดียว ครั้นแล้วเศรษฐีให้ลาดผ้าสาฎกลงแล้วทำนิ้วทุกนิ้วให้ตรง แหวนเหล่านั้นก็เคลื่อนออกจากนิ้วมือเองอย่างน่าอัศจรรย์
  • 1:20:47 เศรษฐีสลดใจในความโลภของพระราชา จึงออกบวชจนสมบัติอันตรธานหมด
    เล่าว่าเมื่อเศรษฐีเห็นความโลภของพระราชาของตนก็รู้สึกสลดใจยิ่ง จึงปรารถนาจะออกบวชและทูลขอพระราชานุญาต พระเจ้าอชาตศัตรูรีบอนุญาตทันทีเพราะดำริว่าถ้าเศรษฐีบวชแล้วจะยึดปราสาทได้ง่ายขึ้น แต่ครั้นบวชแล้วไม่นานท่านก็ได้บรรลุอรหัตผลเป็นพระอรหันต์ ปราสาทเจ็ดชั้นพร้อมขุมสมบัติมหาศาลก็อันตรธานไปจนสิ้น แม้ภรรยาของท่านเทวดาก็นำนางกลับคืนสู่อุตรกุรุทวีปดังเดิม เพราะเป็นสมบัติเฉพาะตัวที่เกิดขึ้นด้วยอานุภาพบุญของท่านเท่านั้น สารคดีสรุปว่าท่านเป็นเจ้าของสมบัติจักรพรรดิที่ตักไม่พร่อง อยู่อย่างมีความสุขเยี่ยงชาวสวรรค์ แต่เมื่อถึงคราวออกบวชก็สลัดตัดใจได้ เป็นผู้สมบูรณ์พร้อมทั้งทางโลกและทางธรรม
  • 1:22:36 รวยจนเบื่อแล้วออกบวช เพราะเพศนักบวชมีค่ากว่าสมบัติจักรพรรดิ
    สรุปว่าท่านเป็นมนุษย์มหัศจรรย์ มีสมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่อง รวยกว่าพระราชา อยู่อย่างเทวดาบนสวรรค์เหมือนจำลองสวรรค์มาอยู่ในเมืองมนุษย์ แต่รวยจนเบื่อจนอิ่มตัวแล้วออกบวช แปลว่าเพศนักบวชมีคุณค่ามากกว่าการมีสมบัติจักรพรรดิ จึงเตือนว่าบวชแล้วอย่ากลับไปหา เพราะท่านโชติกเศรษฐียังเห็นว่าเพศนักบวชดีกว่าสมบัติจักรพรรดิ ปราสาทแก้ว นางแก้ว ดวงแก้ว แล้วเล่าย้อนว่าพระเจ้าอชาตศัตรูมีกำลังมหาศาล นั่งยอง ๆ ยังกระโดดได้ถึงสี่สิบศอก คิดเป็นสิบวาหรือยี่สิบเมตร เท่ากับดาดฟ้าตึกเจ็ดชั้น แต่ยังดึงแหวนจากนิ้วมือของท่านโชติกเศรษฐีไม่ออกเลยจนเหงื่อพลั่งพรูออกมา
  • 1:29:55 ชฎิลเศรษฐีและโชติกเศรษฐีรวยด้วยบุญบันดาล ไม่ต้องขยายทุนขยายปัญหา
    ชวนมาเอาบุญ ย้ำว่าบุญเป็นทุกสิ่งของชีวิตตั้งแต่ผู้ตัวชนจนกระทั่งเป็นพระอรหันต์ ยกชฎิลเศรษฐีและโชติกเศรษฐีว่ารวยด้วยบุญบันดาลจริง ๆ สั่งสมบุญเพียงอย่างเดียว พอเกิดมาทุกสิ่งก็มีแล้ว ต่างจากคนที่มีบริษัทในเครือซึ่งปวดหัว เพราะแค่คิดขยายงานก็ต้องขยายที่ ขยายทีม ขยายทุน ขยายดอก ขยายปัญหา ขยายแรงกดดัน ส่วนสมบัติแบบนี้ใครปล้นก็ไม่ได้ ยกทัพไปก็ยึดไม่ได้ แถมโดนยักษ์เฝ้าสมบัติไล่ด้วย และยืนยันว่าเรื่องนี้ควรศึกษาและมีจริง ไม่ได้แต่งขึ้น เพราะสิ่งใดที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้เป็นเรื่องจริงแท้

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 18 พ.ย. 2548

  • 47:04 ผู้มีปัญญาบารมีมองออกว่าคนเขลาหมกอยู่ และโชติกเศรษฐีที่ลาออกจากสมบัติจักรพรรดิมาบวช
    บอกว่าผู้ที่คิดได้อย่างนี้ต้องสั่งสมบุญจนมีดวงปัญญาเป็นปัญญาบารมีมายาวนานนับภพนับชาติ จึงมองออกและยังเชิญชวนให้ผู้อื่นมาดูโลกนี้ที่คนเขลาหมกมุ่นมัวเมาอยู่กับของไม่จริง แล้วยกโชติกเศรษฐีที่ลาออกจากการเป็นเจ้าของสมบัติจักรพรรดิมาบวช ท่านมีสมบัติระดับที่พระราชาไม่มี ทั้งภรรยาที่มาจากต่างทวีปด้วยเทวานุภาพ บุญของตัวและบุพเพสันนิวาส ทั้งหม้อข้าววิเศษและหินสามก้อน มีปราสาทแก้วและดวงแก้ว สมบัติตักไม่พร่อง
  • 48:46 นางแก้วไม่รู้จักคำว่าพระราชา และคำสอนว่าต้องมีความเคารพในปฏิสันถาร
    เล่าว่าเมื่อพระราชาเสด็จมา ท่านเศรษฐีชวนน้องแก้วไปต้อนรับ เธอแปลกใจว่ามีคนใหญ่กว่าเราอีกหรือ ไม่เคยได้ยินคำว่าพระราชาเลย เพราะที่มาจากถิ่นเดิมนึกว่าตัวเองเป็นใหญ่ที่สุด เศรษฐีจึงบอกว่าไม่เกี่ยวกับใหญ่หรือไม่ใหญ่ แต่เราต้องมีความเคารพในปฏิสันถาร เหมือนยุวชนที่ไปยืนต้อนรับระดับโลก ซึ่งฝึกกันตั้งแต่ยังเยาว์วัย แล้วสรุปว่าคนที่มีสมบัติมากมายอย่างนั้นยังลาออกมาบวช เพราะเพศนักบวชเป็นภาวะอันสูงสุดที่ทุกคนควรยกเอาไว้ ไม่ใช่ยกเว้น จากนั้นเล่าถึงพระที่บิณฑบาตข้ามเขาในถิ่นทุรกันดาร ภิกษุสามเณรผู้แสวงหาวิเวกบำเพ็ญสมณธรรม ท่านภาวนาสัมมาอะระหังและไม่หวงความรู้ ยังบอกให้โยมที่ใส่บาตรภาวนาสัมมาอะระหังด้วย
  • 1:25:11 เกริ่นเข้าเคสสัตว์ดี ผมเกิดกลางวงไพ่ เพราะไม่ทันดูโชติกเศรษฐีตอนที่สอง
    บอกว่าไม่เหมือนกันหรอก เดี๋ยวมาศึกษากันต่อ แต่ตอนนี้เข้าสู่เคสสัตว์ดีดีกว่าเพราะเวลาไม่ทันแล้ว ที่จะให้ดูโชติกเศรษฐีตอนที่สองจุดหนึ่งก็ไม่ทัน จึงเข้าสู่รายการเคสสัตว์ดีเรื่องผมเกิดกลางวงไพ่ โดยเปิดรายการด้วยเพลงยิ้มแล้วรวย

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 19 พ.ย. 2548

  • 6:10 เกริ่นรายการวันนี้: กรณีศึกษาเรื่องรถของเราคือเทวรถ และโชติกเศรษฐีตอนสอง
    บอกว่าวันนี้มีเรื่องราวของเคสดีที่จะทำให้เข้าใจกฎแห่งกรรมได้ดีขึ้น ชื่อเรื่องว่ารถของเราคือเทวรถ และเมื่อวานยังไม่ได้เปิดโชติกเศรษฐีตอนที่สองจุดหนึ่ง วันนี้จะได้ดูพร้อมกับทบทวนบุญกัน แล้วชวนให้แต่งเนื้อแต่งตัวให้เรียบร้อยก่อน
  • 1:22:51 อนุโมทนาซูเปอร์ไวเซอร์ทุกสถาบัน ก่อนเข้าเรื่องโชติกเศรษฐี
    ครูไม่ใหญ่บอกว่าชื่นใจจังเลย ขออนุโมทนาสาธุการกับลูก ๆ ซูเปอร์ไวเซอร์ผู้มีบุญทุกสถาบันที่อุทิศตนเป็นผู้ให้แสงสว่างส่องทางชีวิตแก่เพื่อนมนุษย์ โดยนำคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปในทุกหนทุกแห่ง ขอให้พระรัตนตรัยปกปักรักษาทุกคน แล้วชวนดูเรื่องโชติกเศรษฐีผู้มีสมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่อง เพื่อให้ลูก ๆ ทุกคนได้เป็นอย่างนี้
  • 1:23:48 โชติกเศรษฐีตอนสอง: พระเจ้าพิมพิสารเสด็จเยี่ยม พื้นปราสาทแก้วมณีดูเหมือนเหวลึก
    เล่าเรื่องโชติกเศรษฐีผู้มีสมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่องตอนที่สอง ว่าเมื่อคนทั้งหลายน้อยลงแล้ว พระเจ้าพิมพิสารจึงเสด็จไปพร้อมข้าราชบริพาร เมื่อถึงซุ้มประตูที่หนึ่งหญิงรับใช้ถวายมือให้เพื่อนำเสด็จเข้าไป แต่พระราชาทรงละอายเพราะเข้าพระทัยว่าเป็นภรรยาของเศรษฐี จึงไม่วางพระหัตถ์บนแขนของนาง แม้ประตูต่อ ๆ ไปก็ทรงเข้าพระทัยเช่นนั้น เมื่อถึงหน้าปราสาทโชติกเศรษฐีออกมาต้อนรับ แต่พื้นปราสาทที่ประดับด้วยแก้วมณีปรากฏเหมือนเหวลึก พระราชาทรงแคลงพระทัยว่าเศรษฐีขุดบ่อล่อให้ตกลงไป เศรษฐีจึงกราบทูลว่านี้ไม่ใช่บ่อแล้วนำเสด็จด้วยตนเอง
  • 1:25:44 อชาตศัตรูคิดจะยึดปราสาท และข้าวปายาสเปียกกับอาหารที่ตักไม่พร่อง
    เล่าว่าพระราชกุมารอชาตศัตรูซึ่งยังทรงพระเยาว์ตามเสด็จไปด้วย เมื่อเห็นสมบัติก็ทรงดำริว่าทูลกระหม่อมของเราเป็นคนเขลาหรือ แม้แต่คหบดีก็ยังอยู่ในปราสาทแก้วเจ็ดประการ ส่วนพระบิดาเป็นถึงพระราชากลับประทับในพระราชมนเทียรที่ทำด้วยไม้ เมื่อได้เป็นพระราชาจะยึดปราสาทนี้มาเป็นของตน ต่อมาเมื่อถึงเวลาเสวย คนรับใช้ตักข้าวปายาสเปียกใส่ภาชนะทองคำวางไว้ตรงพระพักตร์ พระราชาทรงเริ่มเสวยด้วยคิดว่าเป็นอาหาร เศรษฐีจึงทูลห้ามว่าเป็นข้าวปายาสเปียกสำหรับให้ความร้อน แล้วแนะวิธีเสวยด้วยไออุ่นที่ฟุ้งขึ้น พระราชาเพลิดเพลินจนเศรษฐีต้องทูลว่าพอแล้วเพราะจะย่อยไม่ได้ ข้าราชบริพารรับประทานกันหมดทุกคนแล้วอาหารก็ยังเต็มภาชนะอยู่เช่นเดิม
  • 1:28:22 ภรรยาเศรษฐีเสียใจที่รู้ว่ามีคนเป็นใหญ่กว่า สงสัยว่าตนทำบุญไม่ดี
    พระเจ้าพิมพิสารตรัสถามว่าภรรยาของเศรษฐีอยู่ที่ไหน เศรษฐีทูลว่านางพักผ่อนอยู่ในห้องอันมีสิริ ไม่ทราบว่าพระองค์เสด็จมา เศรษฐีจึงเข้าไปบอกให้นางไปเข้าเฝ้า นางถามว่าพระราชาเป็นอย่างไร เศรษฐีตอบว่าคนที่เป็นใหญ่กว่าพวกเราชื่อว่าพระราชา นางจึงไม่สบายใจ กล่าวว่ายังมีคนที่เป็นใหญ่กว่าเราอีกหรือ คงเป็นเพราะทำบุญไว้ไม่ดี ไม่ได้ทำด้วยความศรัทธา สมบัติจึงเกิดในที่ที่มีคนอื่นเป็นใหญ่กว่า แล้วถามสามีว่าจะทำอย่างไร เศรษฐีบอกให้ถือพัดไปถวายงานพัดแด่พระราชา
  • 1:30:21 น้ำตาไหลเพราะไม่คุ้นกลิ่นควันไฟ เศรษฐีจึงถวายแก้วมณีโตเท่าผลแตงโม
    ขณะนางถวายงานพัด กลิ่นผ้าที่โพกพระเศียรของพระราชาโชยมากระทบตาของนางจนน้ำตาไหลเป็นทาง พระราชาเห็นจึงตรัสว่าคงร้องไห้เพราะกลัวว่าพระราชาจะยึดสมบัติของสามี ให้ปลอบว่าไม่ต้องการสมบัติเลย เศรษฐีทูลว่านางไม่ได้ร้องไห้ แต่น้ำตาไหลเพราะกลิ่นควันไฟที่ติดอยู่บนผ้าของพระองค์ เพราะภรรยาของตนไม่เคยอยู่ด้วยแสงเปลวประทีป รับประทาน นั่ง และนอนด้วยแสงแก้วมณีเท่านั้น จึงไม่คุ้นกลิ่นควันไฟ แล้วทูลเชิญให้พระองค์ประทับด้วยแสงแก้วมณีตั้งแต่วันนี้ไป พร้อมถวายดวงแก้วมณีเรืองแสงโตเท่าผลแตงโมแด่พระราชา

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 21 พ.ย. 2548

  • 1:09:41 โชติกเศรษฐีตอนสาม: อชาตศัตรูปลงพระชนม์พระบิดาแล้วยกทัพไปยึดปราสาท แต่ยักษ์ไล่ตะเพิด
    มินิซีรีส์โชติกเศรษฐีตอนที่สาม เล่าว่าพระเจ้าอชาตศัตรูปลงพระชนม์พระราชบิดาคือพระเจ้าพิมพิสารผู้ให้กำเนิดตนเสีย เมื่อได้ขึ้นครองราชสมบัติแล้วก็ทรงวางแผนไปยึดปราสาทและสมบัติทั้งหมดของโชติกเศรษฐี จึงเสด็จไปพร้อมด้วยเหล่าทหารจำนวนมาก แต่เมื่อเสด็จไปถึง กำแพงแก้วที่ใสกระจ่างก็สะท้อนให้เห็นภาพกองทัพของพระองค์เอง พระองค์ทรงสำคัญว่าท่านเศรษฐีเตรียมการตอบโต้ จึงไม่อาจเสด็จเข้าไปได้ แล้วยักษ์ที่รักษาซุ้มประตูซุ้มแรกก็เนรมิตกายให้ใหญ่โต ไล่ตะเพิดพระเจ้าอชาตศัตรูและกองทัพจนแตกพ่ายกระจัดกระจายไปทั่วสารทิศ
  • 1:10:50 อชาตศัตรูตามไปที่พระอาราม แล้วพิสูจน์ด้วยแหวนที่ถอดไม่ออก
    เช้าวันนั้นโชติกเศรษฐีไปยังพระวิหารเพื่อเข้าเฝ้าพระบรมศาสดา พระเจ้าอชาตศัตรูแม้พ่ายแพ้แก่ยักษ์ก็ไม่ท้อถอย ตามไปยังพระอารามเพื่อจะยึดทรัพย์ให้จงได้ ท่านเศรษฐีเห็นพระราชาเสด็จมาอย่างเร่งรีบแสดงอาการไม่เป็นมิตร จึงลุกขึ้นถามว่ามีเรื่องด่วนอะไร พระเจ้าอชาตศัตรูตรัสว่าคหบดีสั่งคนของท่านให้รบกับเรา แล้วมานั่งทำเป็นฟังธรรมอยู่หรือ เศรษฐีจึงทูลว่าก็พระองค์เสด็จไปยึดเอาเรือนของข้าพระองค์ไม่ใช่หรือ และทูลต่อว่าหากข้าพระองค์ไม่ปรารถนา แม้พระราชาผู้มีอานุภาพมากนับพันก็ยึดเอาเรือนและสมบัติไปไม่ได้แม้เพียงเส้นด้าย โจรหรือพระราชาก็เอาไปไม่ได้เลย แล้วทูลเชิญให้ทรงพิสูจน์ด้วยการถอดแหวนที่นิ้วมือของท่าน เป็นที่น่าอัศจรรย์ว่าแม้พระเจ้าอชาตศัตรูจะประทับนั่งแล้วกระโดดได้สูงสิบแปดศอก ประทับยืนแล้วกระโดดได้สูงแปดสิบศอก ก็ถอนแหวนออกไม่ได้แม้วงเดียว ครั้นท่านเศรษฐีให้ทรงลาดผ้าสาฎกลงแล้วทำนิ้วทุกนิ้วให้ตรง แหวนก็เคลื่อนออกจากนิ้วเองอย่างน่าอัศจรรย์
  • 1:13:58 เศรษฐีสลดใจในความโลภจึงออกบวช บรรลุอรหัตผลแล้วสมบัติทั้งหมดอันตรธาน
    ท่านเศรษฐีเห็นความโลภของพระเจ้าอชาตศัตรูซึ่งเป็นพระราชาของตนแล้วก็รู้สึกสลดใจยิ่งนัก จึงปรารถนาที่จะออกบวชและทูลขอพระราชานุญาต พระเจ้าอชาตศัตรูก็ทรงรีบตรัสอนุญาตทันทีเพราะทรงดำริว่าถ้าเศรษฐีบวชแล้วจะยึดปราสาทได้ง่ายขึ้น แต่ครั้นท่านเศรษฐีบวชแล้ว ชั่วเวลาไม่นานก็บรรลุอรหัตผล ปราสาทเจ็ดชั้นพร้อมทั้งขุมสมบัติมหาศาลก็อันตรธานไปจนสิ้น แม้นางภรรยาของท่าน เทวดาทั้งหลายก็นำกลับคืนสู่อุตตรกุรุทวีปดังเดิม เพราะเป็นสมบัติเฉพาะตัวที่เกิดขึ้นด้วยอานุภาพบุญของท่านเท่านั้น ท่านเป็นผู้สมบูรณ์พร้อมทั้งทางโลกและทางธรรม เมื่อถึงคราวออกบวชก็สลัดตัดใจได้ ไม่อาลัยไม่เสียดาย
  • 1:17:00 สมบัติจักรพรรดิยกเป็นมรดกให้ใครไม่ได้ และบุญต้องสั่งสมเหมือนปลูกต้นไม้
    สรุปว่าโชติกเศรษฐีสมบูรณ์ด้วยโลกิยทรัพย์และอริยทรัพย์ มีสมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่อง รวยจนเบื่อ แจกเท่าไรก็ไม่หมด ถึงจุดอิ่มตัวก็ออกบวช และสมบัตินี้ยกเป็นมรดกให้ใครไม่ได้เลย เพราะผู้ที่จะรองรับต้องมีบุญพอ ๆ กับท่าน ไม่ว่าจะเป็นทายาท ญาติ หรือตกเป็นของหลวงก็หมดสิทธิ์ สุดท้ายจึงอันตรธานไป แล้วเปรียบว่าเมื่อเราปลูกต้นไม้วันนี้มันยังไม่ออกผล ก็ให้รดน้ำต่อไปเรื่อย ๆ สักวันหนึ่งเราลืมไปมันก็มีดอกมีผล ที่ปลูกปั๊บโตปุ๊บนั้นเป็นวิทยากลของวิทยาธร แต่เรื่องบุญต้องสั่งสมกันไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 23 พ.ย. 2548

  • 1:05:16 สารคดีโชติกเศรษฐีตอนที่ 4: อดีตชาติเป็นกุฎุมพีทำไร่อ้อยที่นครพาราณสี
    เข้าสารคดีโชติกเศรษฐีผู้มีสมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่อง ตอนที่ 4 เล่าว่ามหาสมบัติที่ท่านครอบครองล้วนเป็นผลจากมหาทานบารมีที่ทำไว้หลายภพหลายชาติ ย้อนไปในสมัยที่ว่างเว้นจากการบังเกิดขึ้นของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โชติกเศรษฐีเกิดเป็นกุฎุมพีอยู่ร่วมกับพี่ชายที่เป็นกุฎุมพีเช่นกันในนครพาราณสี ทั้งสองมีอาชีพทำไร่อ้อย ซึ่งยุคนั้นน้ำอ้อยมีรสหอมหวานเลิศรสด้วยอานุภาพบุญของคนในยุคนั้น เพียงตัดลำอ้อยให้ขาดน้ำอ้อยก็ไหลออกมาเอง ผู้คนจึงดื่มน้ำอ้อยได้โดยไม่ต้องหีบอ้อย
  • 1:06:48 กุฎุมพีผู้น้องถวายน้ำอ้อยแด่พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งส่วนตัวและส่วนของพี่ชาย
    เล่าว่ากุฎุมพีผู้น้องออกไปตรวจไร่อ้อย ก่อนกลับตัดอ้อยสองลำผูกเหนือรอยตัดไว้ คิดว่าลำหนึ่งจะให้พี่ชายอีกลำเป็นของตน เช้าวันนั้นพระปัจเจกพุทธเจ้าองค์หนึ่งออกจากนิโรธสมาบัติ ตรวจดูว่าใครควรได้บุญ เห็นกุฎุมพีผู้น้องเข้ามาในข่ายพระญาณ จึงถือบาตรและจีวรเหาะมาจากภูเขาคันธมาทน์ด้วยกำลังฤทธิ์ มายืนเบื้องหน้าเขา กุฎุมพีเกิดศรัทธา ลาดผ้าเป็นอาสนะกราบนิมนต์ให้นั่ง แล้วเทน้ำอ้อยส่วนของตนใส่บาตรถวาย เกิดปีติเป็นล้นพ้นจึงถวายส่วนของพี่ชายอีก คิดว่าถ้าพี่ชายต้องการทรัพย์ก็จะให้ทรัพย์ ถ้าต้องการส่วนบุญก็จะให้ส่วนบุญ แล้วอธิษฐานขอเสวยสมบัติในเทวโลกและมนุษยโลกและขอบรรลุธรรมที่ท่านบรรลุแล้ว พระปัจเจกพุทธเจ้าให้พรและอธิษฐานให้กุฎุมพีได้เห็นท่านนำอ้อยไปถวายพระปัจเจกพุทธเจ้าอีกห้าร้อยองค์ กุฎุมพียิ่งปีติ แล้วนำข่าวบุญไปแจ้งพี่ชายให้อนุโมทนา พี่ชายก็อธิษฐานขอบรรลุธรรมเช่นกัน
  • 1:09:54 ชาติต่อมาเกิดเป็นเสนะและอปราชิต อปราชิตสร้างพระคันธกุฎีด้วยรัตนะเจ็ด
    เล่าว่าด้วยอานุภาพบุญนั้น เมื่อทั้งสองละโลกก็ไปเกิดในเทวโลกเสวยทิพยสมบัติหนึ่งพุทธันดร ถึงสมัยพระวิปัสสีสัมมาสัมพุทธเจ้าก็มาเกิดเป็นพี่น้องกันอีกในตระกูลเศรษฐี นครพันธุมดี พี่ชายชื่อเสนะ น้องที่ถวายน้ำอ้อยชื่ออปราชิต เมื่อบิดามารดาล่วงลับ พี่ชายทราบข่าวว่าพระรัตนตรัยบังเกิดขึ้นแล้วในโลก จึงตามมหาชนไปฟังธรรมแล้วออกบวช ปฏิบัติธรรมไม่นานก็บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ น้องชายจึงถวายทานแด่พระวิปัสสีพุทธเจ้าพร้อมภิกษุสงฆ์ตลอดเจ็ดวัน แล้วขอคำแนะนำว่าผู้ครองเรือนควรทำบุญอะไร พระพี่ชายแนะให้สร้างพระคันธกุฎีถวายพระศาสดา อปราชิตจึงสละทรัพย์มหาศาลสร้างพระคันธกุฎีด้วยรัตนะเจ็ดประการ ทั้งเสา หน้าต่าง ฝา ขื่อ กระทั่งกระเบื้องมุงหลังคา ระหว่างสร้าง หลานชายขอร่วมบุญแต่อปราชิตไม่อนุญาตเพราะจะสร้างเป็นของส่วนตัว หลานจึงสร้างศาลารายด้วยรัตนะเจ็ดประการที่หน้าพระคันธกุฎีแทน ด้วยบุญนั้นหลานชายจึงมาเกิดเป็นเมณฑกเศรษฐี

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 24 พ.ย. 2548

  • 49:36 กุลบุตรจากตระกูลกษัตริย์และมหาเศรษฐีสมบัติจักรพรรดิสละสมบัติเหมือนน้ำลายที่ถ่มแล้ว
    เล่าว่าเมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว กุลบุตรในตระกูลต่าง ๆ ลาออกจากตระกูลกษัตริย์ จากการเป็นรัชทายาท เป็นเจ้าชาย และจากการเป็นมหาเศรษฐีที่มีสมบัติจักรพรรดิอย่างชฎิลเศรษฐีและโชติกเศรษฐี คนมีสมบัติปานนั้นแต่สละสมบัติเหมือนน้ำลายที่ถ่มออกจากปากไปแล้วตกถึงพื้น ไม่ปรารถนาจะเอาคืน ไม่ใยดีเลย เพราะท่านอิ่มและมองเห็นว่าสมบัติเป็นแค่เครื่องมือเหมือนไขควงสำหรับใช้ทำงาน ไม่ใช่ของที่จะกอดหวงแหนไว้ ตั้งแต่คหบดี มหาเศรษฐี จนถึงเศรษฐีธรรมดา ลาออกหมดเข้าสู่เพศสมณะ แปลว่าเพศนี้ไม่ธรรมดา

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 25 พ.ย. 2548

  • 1:24:18 อปราชิตไปเทวโลกไม่ตกอบายเลย 91 กัป แล้วมาเกิดเป็นโชติกเศรษฐีที่นครราชคฤห์
    สารคดีเล่าต่อว่าอปราชิตเศรษฐีถวายมหาทานทำบุญใหญ่ในพระรัตนตรัยอย่างต่อเนื่องกระทั่งวันสุดท้ายของชีวิต เมื่อละโลกแล้วจึงไปบังเกิดในเทวโลก เสวยสุขอยู่เพียงสองภูมิตลอดกาลยาวนาน ไม่เคยตกสู่อบายภูมิเลย กระทั่งเวลาผ่านไป 91 กัป มาถึงกาลสมัยแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน ท่านจึงมาเกิดในตระกูลเศรษฐีแห่งนครราชคฤห์ ได้มหาสมบัติอัศจรรย์ที่ตักไม่พร่างและได้รับฉัตรเศรษฐีเป็นเศรษฐีที่รวยที่สุด นามว่าโชติกเศรษฐี เป็นผู้ทำให้มหาชนทั่วชมพูทวีปเกิดปีติยินดีด้วยสมบัติอันน่าอัศจรรย์ที่ตักไม่พร่องของท่าน ครั้นออกบวชก็ได้บรรลุอรหัตผลกลายเป็นพระอรหันต์ผู้ดับกิเลสได้หมดสิ้น
  • 1:25:33 สรุปสารคดี: ต้องสร้างมหาทานบารมีหลายภพชาติกับเนื้อนาบุญ และมีหัวใจยอดกัลยาณมิตร
    สรุปว่าที่ท่านมาเป็นมหาเศรษฐีในชาติปัจจุบันที่มีสมบัติอัศจรรย์ตักไม่พร่องนั้น ท่านต้องสร้างมหาทานบารมีอย่างทุ่มเทมาหลายภพหลายชาติ และได้ทำกับเนื้อนาบุญคือพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า และเหล่าพระอรหันต์ เมื่อบุญส่งผลจึงได้สมบัติอัศจรรย์เกินควรเกินคาด ที่น่าภูมิใจอีกอย่างคือท่านมีหัวใจยอดกัลยาณมิตร มีใจเผื่อแผ่แบ่งปัน ให้ทั้งทรัพย์สมบัติโดยการโปรยรัตนชาติเป็นทานรอบพระคันธกุฎี และให้ทั้งโอกาสในการฟังธรรมเพื่อให้มีอริยทรัพย์ติดตัวไป แม้วันนี้เราจะเป็นนักบุญทุนน้อยแต่ขอให้สั่งสมบุญเรื่อยไปอย่างเต็มที่ไม่ย่อท้อ สักวันเมื่อบุญเต็มเปี่ยมเราจะต้องเป็นเจ้าของสมบัติจักรพรรดิที่ตักไม่พร่องได้อย่างแน่นอน แล้วจะนำทรัพย์มาใช้สร้างบารมีให้ยิ่งขึ้นไปเพื่อมุ่งไปที่สุดแห่งธรรม
  • 1:28:13 สร้างพระธรรมกายนึกทีเดียวได้หลายแสนองค์ และอยากมีสมบัติจักรพรรดิทุกชาติเพื่อทำบุญให้เยอะ
    บอกว่าไทยธรรมของเรานี่ยิ่งใหญ่จริง ๆ ปลื้มจังเลย นึกทีเดียวได้ทีละหลายแสนองค์ แต่ถ้านาน ๆ ทำทีละองค์สององค์ นึกได้สิบองค์ก็ตายแล้ว จึงเป็นเรื่องที่ต้องศึกษาเพราะชีวิตนี้มีแต่บุญกับบาปที่เกี่ยวข้องกับเรา ต้องรู้ว่าอะไรเป็นบาปจะได้ไม่ทำ อะไรเป็นบุญจะได้ทำ แล้วเราจะอยู่ในวัฏสงสารเพื่อสร้างบารมีไปสู่ที่สุดแห่งธรรมอย่างมีความสุขสบาย มีสมบัติจักรพรรดิแบบท่านโชติกเศรษฐีหลาย ๆ ครั้ง ครูไม่ใหญ่บอกว่าถ้ามีครั้งเดียวไม่เอา เพราะจะไปสู่ที่สุดแห่งธรรมต้องมีบุญเยอะ ต้องมีสมบัติจักรพรรดิชาติถัดไปอีก มีแล้วทำ มีแล้วทำ เรียกว่าเป็นกิเลสส่วนตัวคืออยากทำบุญเยอะ ๆ

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 29 พ.ย. 2548

  • 56:42 ทบทวนชฎิลเศรษฐีและโชติกเศรษฐี พระเจ้าอชาตศัตรูถอดแหวนไม่ออก
    ทบทวนว่าเคยศึกษาชฎิลเศรษฐีที่มีภูเขาทองผุดขึ้นหลังบ้าน และโชติกเศรษฐีที่มีปราสาทแก้วและสมบัติตักไม่พร่องเกินกว่าพระราชา เกินกว่าพระเจ้าพิมพิสารและพระเจ้าอชาตศัตรู เป็นสมบัติที่ใครจะจี้จะปล้นก็ไม่ได้ พระเจ้าอชาตศัตรูยกทัพมายึดปราสาทด้วยพระราชอำนาจก็ทำไม่ได้ แม้แต่แหวนที่ใส่ในมือสิบนิ้วของโชติกเศรษฐีก็ดึงออกไม่ได้แม้วงเดียว ทั้งที่มีกำลังมากขนาดนั่งยอง ๆ กระโดดได้ 40 ศอกและยืนกระโดดได้ 80 ศอกคือราว 40 เมตร ต่างจากมนุษย์สมัยนี้ที่กระโดดได้สองเมตรก็ได้เหรียญและคุยโม้ไปทั่วโลก เพราะท่านมีกำลังเท่าช้างสารห้าเชือก
  • 1:00:10 เมณฑกเศรษฐีเป็นหลานของโชติกเศรษฐี ภรรยาเศรษฐีไม่รู้จักคำว่าพระราชา
    บอกว่าโชติกเศรษฐีเป็นลุงของเมณฑกเศรษฐี ลุงก็รวยหลานก็รวย รวยขนาดที่ภรรยาเศรษฐีได้ยินคำว่าพระราชาก็ไม่รู้จัก สงสัยว่ามีใครใหญ่กว่าท่านอีกหรือ เพราะเคยอยู่อุตตรกุรุทวีปแล้วเทวดาพามาอยู่ชมพูทวีป สมบัติตักไม่พร่องแจกอย่างไรก็ไม่หมดจนรวยจนเบื่อ แล้วยกตัวอย่างว่าใครเคยเห็นข้าวที่ไหน คนบุญน้อยเห็นตอนไถนา บุญมากขึ้นเห็นในยุ้ง ไปซื้อตามร้าน เห็นในครัว เห็นในหม้อข้าว จนถึงคนที่ไม่เคยเห็นที่อื่นเลยนอกจากในจาน

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 2 ธ.ค. 2548

  • 1:11:15 ผู้มีสมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่องต้องเป็นผู้มีบุญมหาศาล ถวายทานพระ 42 ล้านองค์ในเจ็ดวัน
    ครูไม่ใหญ่ขยายว่าผู้ที่มีสมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่องอย่างนี้ต้องเป็นผู้มีบุญมหาศาล อย่างที่ฟังมาแล้วเรื่องท่านชฎิลเศรษฐีและท่านโชติกเศรษฐี ใครจะไปกล้าทำอย่างท่าน นึกอย่างไรก็นึกไม่ออกว่าจะมีคนอย่างนี้ในโลก แต่มันก็มีมาแล้ว และตอนนี้ท่านก็เป็นพระอรหันต์ไปแล้ว ทั้งสร้างพระคันธกุฎีและวิหารด้วยรัตนชาติ เอากองรัตนชาติมากองไว้ให้คนที่มาฟังธรรมกำเอาไปได้ หรือถวายทานแด่พระภิกษุสงฆ์ที่มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประมุขเจ็ดวัน ครั้งละหกล้านเจ็ดแสนองค์ เจ็ดวันก็สี่สิบกว่าล้านองค์ ขณะที่เราแค่ใส่บาตรองค์เดียวยังกระมิดกระเมี้ยน
  • 1:20:45 ทำอย่างท่านเมณฑกเศรษฐี ชฎิลเศรษฐี โชติกเศรษฐี เราก็จะเป็นอย่างท่าน
    สรุปว่าถ้าทำอย่างท่านเมณฑกเศรษฐี เราก็จะเป็นอย่างท่าน ถ้าทำอย่างท่านชฎิลเศรษฐีหรือท่านโชติกเศรษฐี เราก็จะเป็นอย่างท่าน เพราะเขาทำกันอย่างนี้ทั้งนั้น คือดูแลให้พระท่านอยู่ได้ และให้เราเอาโอกาสที่เป็นวิกฤตของชีวิตนี้มาสร้างบุญ อย่าตายฟรี เพราะกายที่จะสร้างบารมีได้มีเพียงกายมนุษย์กายเดียวเท่านั้น

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 5 ธ.ค. 2548

  • 40:54 ทบทวนผู้มีบุญที่มีสมบัติจักรพรรดิ ก่อนเข้าเรื่องผู้ได้ขุมสมบัติจากยักษ์
    ทบทวนว่าเคยศึกษาผู้มีบุญระดับบรมเศรษฐีที่มีสมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่องมาแล้ว ตั้งแต่ชฎิลเศรษฐีที่มีภูเขาทอง โชติกเศรษฐีที่มีปราสาทแก้วและขุมทรัพย์ตักไม่พร่อง และเมื่อวานนี้คือเมณฑกเศรษฐีที่มีแพะกายสิทธิ์ ใครต้องการอะไรก็ดึงด้ายออกมาจากปากแพะ วันนี้จะมาศึกษาผู้มีบุญที่ได้ขุมมหาสมบัติจากยักษ์ ซึ่งยักษ์ไม่ให้ใครง่าย ๆ ให้เฉพาะผู้มีบุญเท่านั้น

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 6 ธ.ค. 2548

  • 27:32 ทบทวนเศรษฐีผู้มีสมบัติจักรพรรดิสามท่าน ก่อนเข้ากาลวริยเศรษฐี ตอนที่สอง
    ทบทวนว่าเศรษฐีที่มีสมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่องที่ศึกษามาแล้วสามเรื่อง คือชฎิลเศรษฐีที่มีภูเขาทองตักไม่พร่อง โชติกเศรษฐีที่มีปราสาทแก้ว มีต้นกัลปพฤกษ์และขุมทรัพย์เกิดขึ้นตักไม่พร่อง และเมณฑกเศรษฐีที่มีแพะกายสิทธิ์ทองคำมากมาย เมื่อวานศึกษาเรื่องกาลวริยเศรษฐีตอนที่หนึ่ง วันนี้จะมาตอนที่สอง แต่ขอทบทวนตอนที่หนึ่งก่อน

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 9 ธ.ค. 2548

  • 6:01 ทบทวนมินิซีรีส์รวยปุ๊บปั๊บสี่ท่านที่ผ่านมา
    ทบทวนมินิซีรีส์เรื่องผู้ที่รวยปุ๊บปั๊บว่าฟังมาแล้วสี่เรื่อง คือชฎิลเศรษฐีที่มีภูเขาทองผุดขึ้นหลังบ้าน รวยข้ามขั้นตอนโดยไม่ต้องทำมาหากิน โชติกเศรษฐีที่มีปราสาทแก้ว มีต้นกัลปพฤกษ์ และมีสมบัติตักไม่พร่อง เมณฑกเศรษฐีที่มีแพะกายสิทธิ์เป็นแพะทองคำทั้งฝูง ตัวโตเท่าช้างก็มี อย่างเล็กก็ขนาดลูกวัว และเรื่องที่สี่คือการะวริยะที่ได้ขุมทรัพย์จากยักษ์และได้เป็นราชทูตของยักษ์

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 14 ธ.ค. 2548

  • 53:44 ทบทวนมหาเศรษฐีผู้มีสมบัติตักไม่พร่องห้าท่านก่อนเข้าเรื่องจิตตคฤหบดี
    ทบทวนมหาเศรษฐีผู้มีสมบัติตักไม่พร่องที่เคยศึกษามาแล้ว ท่านที่หนึ่งชฎิลเศรษฐี ท่านที่สองโชติกเศรษฐีที่มีภูเขาทองผุดขึ้นมาเอง มีปราสาทแก้วและต้นกัลปพฤกษ์ ท่านที่สามเมณฑกเศรษฐีที่มีฝูงแพะกายสิทธิ์แพะทองคำตัวโตเท่าช้าง อย่างเล็กเท่าวัว มีเส้นด้ายออกจากปากให้ดึงเอาสิ่งที่ปรารถนา ท่านที่สี่การะวริยะเศรษฐีที่ได้ขุมทรัพย์จากยักษ์เพราะทำบุญกับพระมหากัสสปะที่เพิ่งออกจากนิโรธสมาบัติ ท่านที่ห้าปุณณเศรษฐีที่เพิ่งจบไป และวันนี้เป็นท่านที่หกคือจิตตคฤหบดี

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 27 ธ.ค. 2548

  • 1:13:58 ทบทวนมินิซีรีส์รวยปุ๊บปั๊บห้าท่านแรก จากชฎิลเศรษฐีถึงปุณณเศรษฐี
    ชวนทบทวนผู้มีสมบัติอัศจรรย์ที่เล่ามาแล้ว ท่านแรกชฎิลเศรษฐีผู้มีภูเขาทอง ท่านที่สองโชติกเศรษฐีผู้มีปราสาทรัตนชาติและต้นกัลปพฤกษ์ สมบัติตักไม่พร่อง ท่านที่สามเมณฑกเศรษฐีผู้มีแพะทองคำเป็นฝูง ตัวใหญ่เท่าช้าง มีเส้นด้ายออกจากปากให้ปรารถนาสิ่งของได้ ท่านที่สี่ผู้ได้สมบัติจากยักษ์และถวายทานแด่พระมหากษัตริย์ และท่านที่ห้าปุณณเศรษฐีผู้ไถนาเป็นทอง เพราะถวายทานแด่พระสารีบุตร

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 31 ธ.ค. 2548

  • 14:29 ตั้งกติกาไม่ตอบต้องสร้างเสาแก้วพันปี แล้วทบทวนชฎิลเศรษฐีและโชติกเศรษฐี
    ตั้งกติกาว่าถามแล้วต้องตอบ ตอบผิดไม่เป็นไรแต่ห้ามไม่ตอบ ใครไม่ตอบต้องสร้างเสาแก้วพันปีหนึ่งต้น ต้นละหนึ่งร้อยบาท แล้วทบทวนมินิซีรีส์ผู้มีบุญในกาลก่อน ท่านที่หนึ่งคือชฎิลเศรษฐีที่มีภูเขาทองอยู่หลังบ้านและมีจอบเพชรตักไม่พร่อง ท่านที่สองคือโชติกเศรษฐีที่มีสมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่อง มีปราสาทแก้ว มีต้นกัลปพฤกษ์ที่นึกได้สารพัด และมีขุมทรัพย์ทั้งสี่ที่ใครแย่งชิงไม่ได้ เพราะเคยถวายน้ำอ้อยแด่พระปัจเจกพุทธเจ้า ถวายพระคันธกุฎีสามหลัง และถวายรัตนะเจ็ดในสมัยพระวิปัสสีสัมมาสัมพุทธเจ้า