ep020 ผังเวลา 71 ช่วง
อุทิศบุญ (111) ธุดงค์ปีใหม่ 2549 (94) อธิษฐานจิต (79) จานดาวธรรม (74) วัดพระธรรมกาย (73) เสาแก้วพันปี (69) ดุสิตบุรี (67) สี่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (55) หยุดใจนิ่ง (52) มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี (50) วงบุญพิเศษ (49) โชติกเศรษฐี (48) กองเสบียง (45) ยุวกัลยาณมิตร (45) อัญเชิญจักรแก้ว (44) วิหารน้อย (43) ชฎิลเศรษฐี (42) กฎแห่งกรรม (39) จดหมายเด็ก (37) กฐิน 2548 (35) มหารัตนวิหารคด (33) อนุโมทนาบุญ (33) เนื้อนาบุญ (32) วิชชาธรรมกาย (31) ทบทวนบุญ (28) ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา (28) สมบัติจักรพรรดิ (25) พระเจ้าจักรพรรดิ (23) จักรแก้ว (22) พบกันวันลอยกระทง (22) บุพกรรม (20) ผู้นำบุญ (15) รัตนะเจ็ด (15) ที่สุดแห่งธรรม (14) ตัวเล็ก ๆ ก็ช่วยได้ (12) เจ้าภาพ (12) พระเจ้าพิมพิสาร (11) เสื้อธุดงค์ปีใหม่ (11) บุญชัย เบญจรงคกุล (9) ตอกเสาเข็มมหาวิหาร (7) สงเคราะห์ญาติ (7) ปิดอบายไปสวรรค์ (6) พระเจ้าอชาตศัตรู (6) นำนั่งสมาธิ (5) บุญบันดาล (5) พระรัตนตรัยภายใน (5) หนีออกจากบ้าน (5) เวียนว่ายตายเกิด (5) โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย (5) กำลังใจพระภาคใต้ (4) ทำแท้ง (4) มัชฌิมธรรมทายาท (4) ยิ้มแล้วรวย (4) อจินไตย (4) งานลอยกระทงที่เขาดิน (3) ต้านน้ำเมาเข้าตลาดหลักทรัพย์ (3) ทำร้ายพระสงฆ์ (3) นางแก้ว (3) ปกป้องพระพุทธศาสนา (3) ยักษ์เฝ้าซุ้มประตู (3) หอบหืด (3) อุตรกุรุทวีป (3) เทเหล้าเผาบุหรี่ (3) เป้าหมายชีวิต (3) โลภะโทสะโมหะ (3) กระทงลอยวนกลับ (2) กำพร้าพ่อ (2) งานสืบสานตำนานคนกับช้าง (2) จา พนม ยีรัมม์ (2) ถอดแหวนไม่ออก (2) นักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาพันธุ์แท้ (2) พ่อใหญ่ (2) มุทิตาจิต (2) สมบัติอันตรธาน (2) สุนัขบ้ากัด (2) หยุดเป็นตัวสำเร็จ (2) อธิษฐานขอพบแม่ (2) เททองหล่อรูปเหมือนทองคำ (2) เร่งสร้างเสาแก้วพันปี 300 ต้น (2) โยกปั้นจั่น (2) กายธรรมภายใน (1) กำแพงแก้วสะท้อนกองทัพ (1) ขยายธุรกิจขยายปัญหา (1) ข่มขี่บริวาร (1) ข้าวปายาสให้ความร้อน (1) คนรับใช้บ้านคหบดี (1) ความอยาก (1) คิดถึงแม่ (1) คุณยายทวด (1) คุณลุงผู้ช่วยเหลือ (1) ช้างเหยียบช้าง (1) ช้างเหยียบช้างขวด (1) ช้างใส่บาตร (1) ดวงแก้วคุมทรัพย์ (1) ตั้งสัจจะเลิกเหล้า (1) ตายในผ้าเหลือง (1) ต้านน้ำเมา (1) ถูกฝากให้คนอื่นเลี้ยง (1) ถูกเฆี่ยนตี (1) ทฤษฎีที่สิบสี่ (1) ทำงานหนักตั้งแต่เด็ก (1) บริษัทประกันภัย (1) บุญดึงดูดสายตา (1) บุญเลี้ยงดูบิดามารดา (1) ปราสาทแก้วเจ็ดประการ (1) ปริญญาโทสองใบ (1) ปล่อยสัตว์ใหญ่ (1) ผ้ากฐิน 60 ปี (1) พระธรรมกายภายใน (1) พระธรรมกายเกตุดอกบัวตูม (1) พระพากุละ (1) มหาบุรุษนักรบ (1) มาร์กเกอร์ตรวจข้อสอบ (1) ยุทธหัตถี (1) รอแม่มารับ (1) รับจ้างขายขนมมาทำบุญ (1) ลอยกระทง 2548 (1) ลักษณะมหาบุรุษสามแบบ (1) ล้างกิเลสด้วยตัวเอง (1) วัดป่าอาเจียง (1) ศูนย์คชศึกษาท่าตูม (1) สัสสตทิฏฐิ (1) สาเหตุแห่งทุกข์ (1) หนีไปกองฟอน (1) หยอดกระปุกทำบุญ (1) หลักวิชา (1) อดขนมมาทำบุญ (1) อธิษฐานให้สำเร็จง่ายดาย (1) อยากบวชตั้งแต่เด็ก (1) ออกบวชบรรลุอรหัตผล (1) อานิสงส์ไม่โกรธเคือง (1) อาหารตักไม่พร่อง (1) เจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์ (1) เทคโนโลยีสารสนเทศ (1) เทวดาสุรินทร์ (1) เปลี่ยนชื่อเมื่อได้สามีใหม่ (1) เปิบพิสดาร (1) เพศนักบวชมีค่ากว่าสมบัติจักรพรรดิ (1) เรียนตัดเสื้อ (1) เรียนต่อเมืองนอก (1) เลี้ยงดูคุณยาย (1) เศรษฐีนีตระหนี่ (1) เอาลูกไปฝากคนอื่นเลี้ยง (1) แจ้งข่าวบุญ (1) แม่ลูกพบกันอีกครั้ง (1) โรงเรียนบ้านเขาดิน (1) ไม่สู้ไม่หนี (1) ไม่โกรธเคือง (1) ไล่ยิงลูก (1)
กล่าวคาถาสำเร็จว่าแม้มืดตื้อมืดมิดก็มีสิทธิ์เข้าถึงธรรม คำขวัญเมื่อเราสว่างโลกก็สว่างด้วย และเนื้อนาบุญสี่ระดับ คือมหาธรรมกายเจดีย์ของโลก มหาจุฬามณีของสวรรค์ พระในบ้านของครอบครัว และพระในตัวของเรา
ทบทวนการบ้าน 10 ข้อทีละข้อ ตั้งแต่เอาบุญไปฝากคนที่บ้าน จดบันทึกผลการปฏิบัติธรรม ก่อนนอนนึกถึงบุญที่สั่งสมมาทั้งหมด หลับและตื่นในอู่ทะเลบุญ ตื่นแล้วรวมใจเป็นหนึ่งกับองค์พระหนึ่งนาที ทุกหนึ่งชั่วโมงหยุดใจหนึ่งนาทีที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 นึกถึงดวงหรือองค์พระในทุกกิจกรรม จนถึงสร้างบรรยากาศด้วยรอยยิ้มและปิยวาจา
วันนี้เป็นวันที่ 31 นับจากวันออกพรรษา แล้วถามว่าใครสั่งสมบุญทุกวันบ้าง จากนั้นทบทวนว่าเราเกิดมาทำพระนิพพานให้แจ้ง แสวงบุญ สร้างบารมี พระนิพพานอยู่ภายในตัวเรา เริ่มต้นที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 ด้วยการทำใจหยุดนิ่งเฉย ๆ พร้อมย้ำว่าต้องศึกษาไว้เพื่อจะได้ดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง ถูกวัตถุประสงค์ของการมาเกิดเป็นมนุษย์
บอกว่าวันนี้ลมขึ้นจนตาจะปิด ขอให้ลูกนักเรียนช่วยกันเชียร์ แล้วเกริ่นว่าวันนี้มีเรื่องราวของเคสดี ๆ ที่จะทำให้เข้าใจเรื่องกฎแห่งกรรม ชื่อเรื่องว่าพบกันวันลอยกระทง ซึ่งอาจช้าไปสักนิดหนึ่งเพราะลอยกระทงผ่านไปเมื่อวาน แล้วเล่าว่าเมื่อคืนแอบไปนั่งนิ่ง ๆ นาน ๆ ดูพระจันทร์วันเพ็ญที่สว่างและสวยมาก เป็นคืนสุดท้ายของช่วงกฐิน นั่งเพลินสบายใจจนหมดเวลาไม่ได้ออกมา
บอกว่าก่อนจะไปดูข่าวช้างเหยียบช้าง ต้องมาแต่งเนื้อแต่งตัวให้เสร็จเรียบร้อยก่อน แล้วเข้าช่วงเพลงคั่น กลับมาย้ำว่าถ้ายังไม่ยิ้มก็แปลว่ายังแต่งตัวไม่เสร็จ เหมือนใส่สูทนุ่งผ้าขาวม้า สวมรองเท้าแตะ หรือเขียนคิ้วข้างเดียวออกจากบ้านไปทำงาน
ย้ำว่าต้องแต่งเนื้อแต่งตัวด้วยรอยยิ้มให้ครบทุกคนทุกแห่ง ทั้งในบ้านและนอกบ้าน เพราะยิ้มแล้วรวยเป็นเรื่องจริง ใครขายของแล้วยิ้มก็มีหวัง แล้วเกริ่นข่าวว่าปกติช้างชนช้างเรียกว่ายุทธหัตถี แต่ข่าวนี้เป็นช้างเหยียบช้าง แปลกดี และในงานนั้นมีจา พนม ยีรัมม์ ไปร่วมด้วย
ช่วงเพลงที่ร้องว่าตัวเล็ก ๆ อย่างเราก็ช่วยได้ เริ่มจากสิ่งใกล้ตัว ถึงตัวเล็กแต่พลังเรามี สิ่งแวดล้อมดี ๆ ขอให้เริ่มที่เรา ใช้เป็นเพลงนำเข้าสู่ช่วงจดหมายของเด็ก ๆ ที่ขอร่วมบุญปกป้องพระพุทธศาสนา
บอกว่าจดหมายที่จะอ่านยังค้างอยู่ที่เดือนกรกฎาคมทั้งที่ตอนนี้เป็นเดือนพฤศจิกายนแล้ว แล้วพูดถึงการทำร้ายพระสงฆ์ที่ไม่คิดเบียดเบียนใคร มีแต่รักและปรารถนาดีต่อเพื่อนมนุษย์ บวชเพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง เป็นเนื้อนาบุญและเป็นครูสอนศีลธรรมทั้งแนะและนำ แต่กลับถูกทำร้ายทั้งตัวพระและวัดวาอาราม อธิบายว่าเจตนานั้นเน้นไปที่พระโดยตรง แต่ไม่ว่าใครก็ต้องมีโลภะ โทสะ โมหะ อยู่ในใจ จะนับถือศาสนาอะไรไม่สำคัญ สำคัญที่มีกิเลสในตัวแล้วถูกแรงกระตุ้นให้ไปทำร้ายผู้ที่เป็นหัวใจของโลก
อธิบายว่าเพราะเหตุนั้นเด็กตัวเล็ก ๆ จึงตื่นตัวขึ้นมาช่วยพิทักษ์พระพุทธศาสนา ขอมีส่วนร่วมวัดละบาทสองบาทตามกำลัง เพราะอยากมีส่วนร่วมในการรักษาพระพุทธศาสนาเหมือนหลวงปู่ หลวงตา หลวงพ่อ หลวงลุง หลวงน้า หลวงอา หลวงพี่ ที่อุทิศตนปกป้องพระศาสนา ยอมเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ไม่สู้ ไม่หนี ทำความดีเรื่อยไป อยู่ที่ตรงนั้น
อ่านจดหมายฉบับแรกซึ่งมาจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2548 ของเด็กชายดวงธรรม จงกลสถิตชัย ที่เล่าว่าทางโรงเรียนทำอะไรก็ทำเป็นทีม เวลาสอบก็สอบเป็นทีม เพิ่งได้บวชมัชฌิมธรรมทายาทเมื่อเดือนเมษายน 2548 และทราบข่าวจาก DMC ว่าพระลำบากมาก จึงชวนเพื่อนในห้องรวบรวมปัจจัยเป็นวัดละห้าบาท พร้อมขอให้หลวงพ่อมีสุขภาพแข็งแรงหายป่วยเป็นอัศจรรย์ และส่งแรงใจให้พระสงฆ์ภาคใต้เข้มแข็งอดทน จากนั้นครูไม่ใหญ่ให้เปิดภาพโรงเรียน เล่าว่าสมัยท่านเรียนเมื่อปี 2500 โรงเรียนก็ตั้งมาเป็นร้อยปีแล้ว ตอนนี้ยังอยู่ที่เดิมเหมือนเดิม ต่างแต่มีปาล์มขวดมาปลูกเพิ่ม และเรียกเด็กชายดวงธรรมว่ารุ่นน้อง
อ่านจดหมายน้องตั๊กที่ประหยัดเงินวันละสิบบาทห้าบาท ไม่ซื้อไอติม แล้วเอาขนมปังจากที่บ้านไปทานที่โรงเรียนแทน เพื่อเก็บเงินมาทำบุญ ครูไม่ใหญ่ชมว่าเธอประหยัดเงินเพื่อทำบุญ แล้วให้เปิดดูรูปกับลายมือของเธอ ชมว่าตาโตและลายมือสวย จากนั้นดูรูปเด็กอีกคนที่จะเจ็ดขวบแต่ตัวโตมาก แปลกใจว่าเด็กเดี๋ยวนี้โตเร็ว
อ่านจดหมายของเด็กชายที่มีชื่อเล่นว่าปลั๊ก อายุเพิ่งสองขวบ เขียนจดหมายเองยังไม่เป็น จึงให้คุณยายเขียนเล่าเรื่องแทนเสียยาว เล่าว่าตอนเกิดที่โรงพยาบาล คุณยายเอาผ้ากฐิน 60 ปีไปตั้งไว้ในห้องที่แม่กับเด็กพักฟื้น เพื่อให้คนที่มาเยี่ยมได้ทำบุญ รวมเงินได้ถึง 1,800 บาท เด็กดูรายการฝันในฝันด้วย ชอบเพลงอีสาน พอมีเพลงโอเยก็ลุกขึ้นเต้น คุณแม่สอนให้หยอดกระปุกแล้วเต็มก็ให้ยายเอาไปทำบุญ ตอนนี้ทำบุญไปแล้ว 238 บาท และคุณยายชวนเด็ก ๆ ในหมู่บ้านมาร่วมบุญรวมเป็นวัดละห้าบาท ปิดท้ายว่าไม่ยอมไปวัดใกล้บ้านเพราะหมาในวัดชอบไล่ ยายบอกว่าให้มาวัดพระธรรมกายเพราะไม่มีหมา เข้าได้แต่คน
อ่านจดหมายฉบับที่สองของน้องหนุ่ม อายุ 10 ปี จากจังหวัดสุโขทัย ที่เล่าว่าชอบดูรายการจานดาวธรรมทุกวัน ชอบมาวัดกับคุณยายเกือบทุกอาทิตย์ต้นเดือน และชอบตักบาตรทุกเช้าที่หน้าบ้านกับคุณยาย ฉบับแรกร่วมบุญไปแล้ว 238 วัด คราวนี้ไปรับจ้างขายขนมวันเสาร์อาทิตย์จนได้เงินมาทำบุญเอง ครูไม่ใหญ่ชมว่าถูกต้องแล้ว ต้องลงทุนลงแรงเอง จะได้ปลื้มปีติเพราะเป็นน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง เด็กยังไปบอกบุญเพื่อนและคุณครูที่โรงเรียนได้อีก 520 บาท คุณแม่ร่วมอีก 432 บาท รวมเป็น 952 บาท คิดเป็นวัดละสี่บาท เพื่อถวายพระในภาคใต้ 238 วัด ครูไม่ใหญ่ชมว่าหัดเป็นนักธุรกิจตั้งแต่ยังเยาว์วัย เหมือนมหาเศรษฐีที่หัดค้าขายมาตั้งแต่เด็ก
อ่านจดหมายของเด็กชายชื่อเล่นว่าหยก ซึ่งได้ชื่อนี้เพราะตอนคุณแม่คลอดได้พระหยกมาพอดี เล่าว่าได้ร่วมบุญกับพระ 238 วัด รวมแล้ววัดละหกบาท และขอทำเพิ่มอีกวัดละสามบาท ครอบครัวมาวัดเกือบทุกอาทิตย์ ได้ต้อนรับหลวงพ่อและถามหลวงพ่อว่าอายุแปดขวบบวชได้หรือไม่ หลวงพ่อตอบว่าต้องอายุ 11 ขวบจึงจะบวชได้ เด็กบอกว่าอยากบวชมากเพราะจะได้ปฏิบัติธรรมให้พ้นวัฏสงสาร และตั้งใจว่าจะตายในผ้าเหลือง ครูไม่ใหญ่บอกว่าอยากบวชจะแย่อยู่แล้ว ให้ทนแย่เอาหน่อย แล้วสั่งให้เก็บภาพนี้ไว้ดูตอนโต พร้อมเรียกเด็กคนนี้ว่าเทวดาน้อย
สารคดีพาไปดูน้อง ๆ โรงเรียนบ้านเขาดินที่ฝากความรู้สึกดี ๆ ส่งกำลังใจ เด็ก ๆ บอกว่าอยากให้พระที่โรงพยาบาลหายเร็ว ๆ ได้กลับมาสอนธรรมะและกลับมาบิณฑบาตอย่างเดิม อย่าท้อถอย ให้สู้ต่อไป ทางคณะครูและผู้ปกครองเต็มใจจัดกิจกรรมหลายอย่างในวันนี้ขึ้น เพื่อช่วยดูแลบำรุงพระพุทธศาสนาที่ได้รับความเดือดร้อนในด้านปัจจัยสี่ให้สืบต่อไป และอยากให้พระอาจารย์รู้ว่าประชาชนทางภาคกลางมีความห่วงใย ถึงแม้โรงเรียนจะอยู่ไกลแต่หัวใจไม่ไกลจากการทำความดี
ช่วงคั่นรายการยาวก่อนกลับเข้าเนื้อหา ขึ้นต้นด้วยประโยคเรียกหาคนรุ่นใหม่ให้ลุกขึ้นมาเป็นกำลังของงานพระศาสนา
อธิบายว่าคนเรายังมีกิเลสอยู่ แม้เป็นพี่น้องท้องเดียวกันบ้านเดียวกันก็ยังทะเลาะกัน เพราะยังมีโลภะ โทสะ โมหะ นับว่าโชคดีที่เราเป็นชาวพุทธได้ฟังคำสอนเรื่องนี้ โลภะกระตุ้นให้อยากได้มาโดยทางมิชอบ ทั้งคนสัตว์สิ่งของ ตำแหน่งหน้าที่การงาน โทสะอยากผลักออกอยากทำลายให้พ้นหูพ้นตา โมหะคือความมืดไม่รู้อะไรถูกอะไรผิด หลงผิด หลงทิศ หลงทาง จนมืดมิดไม่รู้บาปบุญคุณโทษ แล้วชี้ว่าชีวิตที่เป็นทุกข์เริ่มจากความอยากจริง ๆ คนเป็นหนี้เป็นสินเพราะอยากทำธุรกิจอยากรวยอยากขยายงาน อยู่คนเดียวเหงาก็หาอีกคนมาอยู่เคียงข้าง แต่ทั้งสองคนก็มีความอยากและเป็นตัวปัญหาอยู่ด้วย เอาตัวปัญหามาอยู่ใกล้กันปัญหาก็เกิด ส่วนคำสอนอื่นไม่บอกว่าอะไรคือสาเหตุแห่งทุกข์ บอกแค่ว่าเดี๋ยวมาล้างให้ แต่การล้างโลภะโทสะโมหะนั้นไม่มีใครล้างแทนได้ ต้องทำเอง
รายงานข่าวจากจังหวัดสุรินทร์ว่าวัดป่าอาเจียงโดยพระอาจารย์เจ้าอาวาส หมู่บ้านเลี้ยงช้าง ร่วมกับส่วนราชการ สมาคมรวมใจไทยสุรินทร์ และคณะกัลยาณมิตร จัดงานสืบสานตำนานระหว่างคนกับช้าง ณ ศูนย์คชศึกษา อำเภอท่าตูม เมื่อวันที่ 12 ถึง 13 พฤศจิกายน 2548 พิธีกรรมสำคัญคือเทเหล้าเผาบุหรี่ โดยมีเจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์เป็นประธานสงฆ์ ปลัดอำเภอท่าตูม และนายจา พนม ยีรัมม์ นักแสดงบู๊ที่เป็นลูกหลานคนสุรินทร์ นำประชาชนนับพันกล่าวปฏิญาณตนไม่ข้องเกี่ยวกับอบายมุขและสิ่งเสพติดทุกชนิด กิจกรรมที่สร้างสีสันคือช้างจริงนับสิบเชือกกระทำศึกยุทธหัตถีกับช้างขวด วิ่งชนเหยียบทำลายสิ่งจำลองของผลิตภัณฑ์เหล้าเบียร์ ช้างเซ็นชื่อด้วยงวงลงนามไม่เห็นด้วยกับการนำธุรกิจน้ำเมาเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ แล้วรับพวงหรีดดอกไม้จันทน์กับคบเพลิงจากประธานสงฆ์ไปเผาทำลาย ในงานยังมีพิธีจุดโคมประทีปถวายเป็นพุทธบูชาและปล่อยกระทงลอยฟ้า 500 ลูก
สัมภาษณ์พระผู้ดำเนินการซึ่งบอกว่ารู้สึกสุขใจมากเพราะได้ต่อต้านน้ำเมามาโดยตลอด งานนี้เป็นครั้งที่สี่ที่ร่วมมือร่วมแรงกัน เพราะถ้าปล่อยให้ประชาชนเป็นอย่างนี้ต่อไป แม้ให้ศีลทุกครั้งก็ยังไม่ประสบผล แต่ถ้ามีแรงร่วมกันก็เชื่อว่าจะได้ประชาชนที่มีคุณภาพ และจะทำต่อไปเรื่อย ๆ ไม่หยุดเพียงเท่านี้ ส่วนผู้ร่วมงานบอกว่าเมื่อคนเลิกเหล้าเลิกบุหรี่ คุณภาพชีวิตและครอบครัวก็จะดีขึ้น ภาพรวมของจังหวัดจะดีขึ้นตามลำดับ และตั้งสัจจะว่าจะเลิกเหล้าเลิกบุหรี่อย่างเด็ดขาด พร้อมช่วยรณรงค์ให้พี่น้องชาวพุทธลดละเลิกสิ่งที่ไม่ดีต่อไป
ทึ่งว่าในงานมีช้างใส่บาตรด้วย และไม่ใช่ตัวเดียวแต่เรียงแถวใส่เป็นทีม แสดงว่าเห็นคุณค่าของพระพุทธศาสนา เป็นเรื่องที่มีแห่งเดียวในโลกคือจังหวัดสุรินทร์ แล้วชมเจ้าคณะจังหวัดว่าท่านเอาจริง หน้าตาสดใสแข็งแรง เป็นแม่ทัพใหญ่ที่ระดมทั้งพระทั้งโยมไม่ให้จังหวัดสุรินทร์มีน้ำเมา คำขวัญเก่า ๆ ที่เกิดขึ้นในวงเหล้าต้องหมดไป ใครไม่กินสุราจริงจะเป็นเทวดาสุรินทร์ ชี้ว่าต้องเริ่มจากพระก่อน พอพุทธบุตรเอาจริงจังก็สอนโยมไม่ใช่ให้ศีลพอเป็นธรรมเนียม แต่บอกโทษว่าจะเป็นคนใบ้บ้าปัญญาอ่อนแล้วไปมหานรก จึงอวยพรให้ท่านแข็งแรงอายุยืนเหมือนพระพากุละ เพื่อนำพุทธบริษัทสี่พ้นจากอบายไปสวรรค์ไปนิพพาน และเป็นแรงบันดาลใจให้พุทธบุตรทั่วโลก ปิดท้ายว่าท่านบอกว่าทำมาเป็นครั้งที่สี่แล้ว แต่ครูไม่ใหญ่ไม่ค่อยชอบพูดตัวเลขเพราะพวกชอบเล่นหวยจะเอาไปแทงกัน
ชวนทบทวนบุญโดยให้ยกมือว่าใครมาร่วมพิธีบ้าง ไล่ตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2537 พิธีเททองหล่อรูปเหมือนทองคำพระมงคลเทพมุนี ต่อด้วยวันที่ 3 มีนาคม 2539 พิธีตอกเสาเข็ม แล้วไล่มาปี 2540 และปี 2544
ยืนยันว่าพื้นที่บริเวณมหารัตนวิหารคดที่เคลียร์แล้วรองรับวิหารน้อยได้ประมาณหมื่นหลังเท่านั้น จึงเป็นไปตามกำลังบุญ เพราะอันนี้เฉพาะผู้มีบุญ เหมือนภูเขาทองของชฎิลเศรษฐีที่เป็นของเฉพาะผู้มีบุญ พระราชาในเมืองยังไม่ได้ ใครได้รับไปแล้วต้องมาอยู่จริงและต้องนำกลับไปที่บ้านด้วย ถ้ามีคนเกินจำนวนที่เหลือก็ค่อยมาจับฉลากกัน ตอนนี้ให้ผู้ประสานงานเช็กชื่อจองไว้ก่อนได้
บอกว่ามีคนขอให้ปรับแบบเสื้ออีกหน่อยและให้เหตุผลมา จึงตกลงปรับตามที่เห็นในภาพ โดยย้ายจักรมาไว้ที่กระเป๋าและปรับด้านข้าง ส่วนด้านหลังยังเหมือนเดิม ชมว่าสวยเก๋ไปอีกแบบ และบอกว่าจะใส่ชุดนี้มาในงาน
เกริ่นก่อนเปิดสารคดีว่าจะทบทวนบุญพิธีตอกเสาเข็มต้นแรกเพื่อสถาปนามหาวิหารพระมงคลเทพมุนี ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 3 มีนาคม พุทธศักราช 2539 หรือเมื่อเก้าปีที่แล้ว
สารคดีเล่าว่าวันนั้นเหล่าพุทธบริษัทสี่จากทั่วทุกสารทิศทั้งในและต่างประเทศมาประชุมพร้อมกัน เมื่อพิธีเริ่ม พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยนำสาธุชนกล่าวคำบูชาพระรัตนตรัยและนำนั่งสมาธิ ทำใจหยุดนิ่งเพื่อให้เข้าถึงพระธรรมกายภายในซึ่งเป็นที่พึ่งที่ระลึกสูงสุด ตามมหาอมตวาจาของหลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญที่ว่าหยุดเป็นตัวสำเร็จ จากนั้นท่านประธานในพิธีไปประจำที่แท่นตอกเสาเข็มซึ่งตั้งอยู่กลางศูนย์กลางพิธี รายล้อมด้วยผู้มีบุญนับหมื่นนับแสน เมื่อปิดแผ่นทองที่เสาเข็มแล้วก็โยกปั้นจั่นตอกเสาเข็มมหามงคลต้นแรกเป็นปฐมฤกษ์ เสียงที่สะเทือนเลื่อนลั่นเสมือนสัญญาณแห่งชัยชนะที่ประกาศให้มนุษย์และปวงเทวาทราบว่ามหาวิหารพระมงคลเทพมุนีจะปรากฏในเร็ววัน แล้วทุกคนได้ร่วมกันตอกเสาเข็มมงคลต้นน้อยลงสู่ลานมหาวิหาร
สารคดีสรุปว่าการสถาปนามหาวิหารทำเพื่อตอบแทนพระคุณอันยิ่งใหญ่ของหลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญ ผู้สละชีวิตนำวิชชาธรรมกายกลับคืนมาสู่มวลมนุษยชาติ ผู้มีส่วนร่วมย่อมได้บุญนับอสงไขยไม่ถ้วน เพราะมหาวิหารพระมงคลเทพมุนีคือปูชนียสถานที่สว่างไสวที่สุดในจักรวาล เป็นที่ประดิษฐานรูปหล่อทองคำและบันทึกเรื่องราวของมหาปูชนียาจารย์ให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษา จบสารคดีแล้วครูไม่ใหญ่บอกว่าชื่นใจ เก้าปีผ่านไปจากเสาเข็มต้นแรกเรื่อยมาจนถึงวันที่เราจะอัญเชิญจักรแก้วมาประดิษฐาน ณ มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี ในวันที่ 31 ธันวาคม 2548 วันสิ้นปี ชวนให้มากันแม้ไม่ได้อยู่ธุดงค์ แต่ถ้าอยู่ธุดงค์ด้วยก็จะได้บุญแรงเพราะได้เตรียมตัวเตรียมใจ
เล่าว่าเห็นพี่ใหญ่บุญชัย เบญจรงคกุล เดินสง่างามอย่างบรมจักรพรรดิ เพราะต้องวอร์มให้เป็นก่อน เนื่องจากมนุษย์และเทวดามองดูอยู่ว่าพี่ใหญ่จะโยกปั้นจั่นไหม ถ้าเสาเข็มไม่ลงก็แปลว่ามหาวิหารขึ้นไม่ได้ จึงต้องคอยดูที่มือ ให้ใจกับมือเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สายตาทุกคู่ทั้งมนุษย์และเทวามองไปที่เสาเข็มและที่ผู้ที่กำลังจะโยก นั่นคือจุดเริ่มต้นของบุญที่จะเกิดขึ้นในตัว เวลาบุญส่งผลเกิดเป็นมนุษย์คนก็จะมองบุคคลนั้นอย่างนี้ เพราะบุญมันดึงดูด ไปเกิดบนสวรรค์เป็นเทพบุตรก็จะมีคนมองอย่างนั้น เป็นบุญในตัวที่บันดาลให้เกิดขึ้น
อธิบายว่าการเกิดขึ้นของผู้ค้นพบวิชชาธรรมกายไม่ใช่บุญเล็กบุญน้อยแต่เป็นบุญที่ยิ่งใหญ่ เพราะทำให้เราเข้าใจว่าในตัวเรามีพระรัตนตรัย มีพระธรรมกายอยู่ในตัว ทำให้รู้ความจริงของชีวิต มั่นใจในคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามากขึ้น เชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม ภพภูมิ นรก สวรรค์ ทำให้ดำเนินชีวิตถูกต้องและพบสุขที่แท้จริงด้วยประโยคสั้น ๆ ว่าหยุดเป็นตัวสำเร็จ เป็น know how ของความสำเร็จทั้งทางโลกและทางธรรม เพราะฉะนั้นทุกคนมีส่วนในบุญมหาศาลในการสร้าง แม้ตะปูหนึ่งตัว อิฐหนึ่งก้อน ไม้หนึ่งแผ่น ที่มีส่วนในการก่อสร้างมหาวิหารพระมงคลเทพมุนีก็เป็นบุญใหญ่ ปิดอบายไปสวรรค์ พร้อมย้ำว่าพระรัตนตรัยภายนอกเอาติดตัวไปไม่ได้ จะอุ้มเจดีย์ไป จะแบกตู้พระไตรปิฎกไปก็หนัก จะแบกพระสงฆ์ท่านก็ห้ามแตะ มีแต่พระรัตนตรัยในตัวที่ไปกับเราได้
บอกว่าจึงเคารพเลื่อมใสหลวงปู่มากที่ทำให้เรารู้จักที่พึ่งภายใน ว่าพระธรรมกายมีลักษณะเกตุดอกบัวตูม หน้าตักเท่าความสูง และมีลักษณะมหาบุรุษ ซึ่งเรารู้จักลักษณะมหาบุรุษจากท่านถึงสามแบบ ต่างจากที่อ่านในตำราซึ่งมีอย่างเดียว แล้วขยายว่าแบบที่หนึ่งคือมหาบุรุษผู้ค้นพบหนทางแห่งการพ้นทุกข์ด้วยพระองค์เอง ไม่มีใครสอน กำจัดกิเลสอาสวะในตัวเองหมดสิ้น แล้วสั่งสอนผู้อื่นทั้งมนุษย์และเทวดา แบบที่สองคือกายธรรมภายใน และแบบที่สามคือมหาบุรุษนักรบ บอกว่าเอาย่อ ๆ ก่อนเพราะเวลาไม่พอ แล้วจะค่อย ๆ ขยายความไปเรื่อย ๆ
เกริ่นว่าตอนนี้จะมาศึกษาว่าท่านโชติกเศรษฐีทำอย่างไรจึงได้มีสมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่อง แล้วบอกว่าตอนแรกน่าศึกษามาก มีรายละเอียดเยอะแต่รวบมา คือทำไมภรรยาของท่านต้องอยู่ที่อุตรกุรุทวีป เทวดาไปบอกพ่อแม่ของเธออย่างไร มีการส่งขันหมากหรือไม่ ทำไมพ่อแม่ยอมให้มา และทำไมเธอยอมมา มาด้วยเทวรถแบบไหนหรือไม่ได้นั่งเทวรถ
สารคดีเล่าว่าเมื่อผู้คนที่มาชมสมบัติของท่านโชติกเศรษฐีน้อยลง พระเจ้าพิมพิสารจึงเสด็จไปพร้อมข้าราชบริพาร เมื่อถึงซุ้มประตูที่หนึ่ง หญิงรับใช้ถวายมือให้พระราชาเพื่อนำเสด็จ แต่พระองค์ทรงละอายเพราะเข้าพระทัยว่าเป็นภรรยาของเศรษฐี จึงไม่วางพระหัตถ์บนแขนของนาง และเป็นอย่างนี้ทุกประตู เมื่อถึงหน้าปราสาท พื้นที่ประดับด้วยแก้วมณีปรากฏเหมือนเหวที่ลึก พระราชาทรงแคลงพระทัยว่าเศรษฐีขุดบ่อล่อให้ตกลงไป เศรษฐีจึงกราบทูลว่าไม่ใช่บ่อแล้วเดินนำเสด็จเอง ในครั้งนั้นพระราชกุมารอชาตศัตรูซึ่งยังทรงพระเยาว์ตามเสด็จมาด้วย เมื่อเห็นสมบัติก็ทรงดำริว่าพระบิดาเป็นถึงพระราชาแต่ประทับในพระราชมณเฑียรที่ทำด้วยไม้ ขณะที่คหบดียังได้อยู่ปราสาทแก้วเจ็ดประการ จึงตั้งใจว่าเมื่อได้เป็นพระราชาจะยึดเอาปราสาทนี้มาเป็นของตน
เล่าว่าเมื่อถึงเวลาเสวย คนรับใช้ตักข้าวปายาสเปียกใส่ภาชนะทองคำวางไว้ตรงหน้าพระราชา พระองค์ทรงเริ่มจะเสวยเพราะคิดว่าเป็นอาหาร เศรษฐีจึงทูลห้ามว่านี่ไม่ใช่อาหารแต่เป็นข้าวปายาสเปียกสำหรับให้ความร้อน แล้วจึงตักอาหารใส่ภาชนะทองคำอีกใบวางบนถาดนั้น และแนะนำการเสวยด้วยไออุ่นที่ฟุ้งขึ้นมา พระราชาเสวยอาหารรสแปลกใหม่จนเพลิดเพลิน เศรษฐีต้องกราบทูลว่าเพียงเท่านี้ก็พอแล้ว เพราะจะย่อยไม่ได้และจะเกิดความอึดอัด เมื่อพระราชาเสวยเสร็จ ข้าราชบริพารก็รับประทานอาหารนั้นต่อ ซึ่งแม้ทุกคนกินหมดแล้วก็ยังปรากฏเต็มภาชนะอยู่เช่นเดิม
เล่าว่าพระเจ้าอชาตศัตรูยังคิดจะยึดปราสาทเรื่อยมา กระทั่งเจริญวัยเป็นเจ้าชายผู้มีร่างกายแข็งแกร่ง เมื่อได้คบกับพระเทวทัตและปลงพระชนม์พระราชบิดาคือพระเจ้าพิมพิสารแล้วขึ้นครองราชสมบัติ ก็ยกทหารจำนวนมากไปยึดปราสาทและสมบัติของโชติกเศรษฐี แต่พอไปถึง กำแพงแก้วที่ใสกระจ่างสะท้อนให้เห็นภาพกองทัพของพระองค์เอง จึงสำคัญว่าเศรษฐีเตรียมการตอบโต้ ไม่อาจเสด็จเข้าไปได้ ฝ่ายยักษ์ที่รักษาซุ้มประตูซุ้มแรกก็เนรมิตกายให้ใหญ่โตแล้วไล่ตะเพิดพระเจ้าอชาตศัตรูและทหารจนแตกพ่ายกระจัดกระจายไปทั่วสารทิศ
เล่าว่าเช้าวันนั้นโชติกเศรษฐีบริโภคอาหารแต่เช้าตรู่แล้วไปพระวิหารเพื่อเข้าเฝ้าพระบรมศาสดา พระเจ้าอชาตศัตรูแม้พ่ายแพ้แก่ยักษ์ก็ไม่ท้อถอย ตามเศรษฐีไปยังพระอารามเพื่อจะยึดทรัพย์ให้ได้ เศรษฐีจึงทูลว่าหากตนไม่ปรารถนาแล้ว แม้พระราชาผู้มีอานุภาพมากนับพันก็ไม่สามารถยึดเรือนและทรัพย์ของตนไปได้แม้เพียงเส้นด้าย แล้วทูลเชิญให้ทรงพิสูจน์ด้วยการถอดแหวนที่นิ้วมือของท่าน ปรากฏว่าแม้พระเจ้าอชาตศัตรูมีพละกำลังมหาศาลก็ถอดออกไม่ได้แม้วงเดียว ครั้นแล้วเศรษฐีให้ลาดผ้าสาฎกลงแล้วทำนิ้วทุกนิ้วให้ตรง แหวนเหล่านั้นก็เคลื่อนออกจากนิ้วมือเองอย่างน่าอัศจรรย์
เล่าว่าเมื่อเศรษฐีเห็นความโลภของพระราชาของตนก็รู้สึกสลดใจยิ่ง จึงปรารถนาจะออกบวชและทูลขอพระราชานุญาต พระเจ้าอชาตศัตรูรีบอนุญาตทันทีเพราะดำริว่าถ้าเศรษฐีบวชแล้วจะยึดปราสาทได้ง่ายขึ้น แต่ครั้นบวชแล้วไม่นานท่านก็ได้บรรลุอรหัตผลเป็นพระอรหันต์ ปราสาทเจ็ดชั้นพร้อมขุมสมบัติมหาศาลก็อันตรธานไปจนสิ้น แม้ภรรยาของท่านเทวดาก็นำนางกลับคืนสู่อุตรกุรุทวีปดังเดิม เพราะเป็นสมบัติเฉพาะตัวที่เกิดขึ้นด้วยอานุภาพบุญของท่านเท่านั้น สารคดีสรุปว่าท่านเป็นเจ้าของสมบัติจักรพรรดิที่ตักไม่พร่อง อยู่อย่างมีความสุขเยี่ยงชาวสวรรค์ แต่เมื่อถึงคราวออกบวชก็สลัดตัดใจได้ เป็นผู้สมบูรณ์พร้อมทั้งทางโลกและทางธรรม
สรุปว่าท่านเป็นมนุษย์มหัศจรรย์ มีสมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่อง รวยกว่าพระราชา อยู่อย่างเทวดาบนสวรรค์เหมือนจำลองสวรรค์มาอยู่ในเมืองมนุษย์ แต่รวยจนเบื่อจนอิ่มตัวแล้วออกบวช แปลว่าเพศนักบวชมีคุณค่ามากกว่าการมีสมบัติจักรพรรดิ จึงเตือนว่าบวชแล้วอย่ากลับไปหา เพราะท่านโชติกเศรษฐียังเห็นว่าเพศนักบวชดีกว่าสมบัติจักรพรรดิ ปราสาทแก้ว นางแก้ว ดวงแก้ว แล้วเล่าย้อนว่าพระเจ้าอชาตศัตรูมีกำลังมหาศาล นั่งยอง ๆ ยังกระโดดได้ถึงสี่สิบศอก คิดเป็นสิบวาหรือยี่สิบเมตร เท่ากับดาดฟ้าตึกเจ็ดชั้น แต่ยังดึงแหวนจากนิ้วมือของท่านโชติกเศรษฐีไม่ออกเลยจนเหงื่อพลั่งพรูออกมา
อธิบายว่าแหวนเหมือนมีชีวิตจิตใจจึงเลื่อนไหลออกมาเอง แล้วไล่ว่ามีดวงแก้วคุมทรัพย์ มีนางแก้วจากอุตรกุรุทวีปซึ่งอยู่คนละโลก เป็นมนุษย์ต่างดาวที่แท้จริง อยู่ไกลจนเครื่องบินเจ็ตไปไม่ถึงเพราะน้ำมันหมดก่อน ใครไปบอกเทวดาให้ไปอัญเชิญมา ไปบอกพ่อแม่และญาติพี่น้องของเธออย่างไร ล้วนไม่ใช่เรื่องธรรมดา แล้วตั้งคำถามว่าท่านทำธุรกิจอะไร มีบริษัทในเครือแค่ไหน คำตอบคือไม่มีเลย ทำแต่บุญอย่างเดียว แล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็บันดาลเกิดขึ้น จึงมีคำว่าบุญบันดาลซึ่งเป็นเรื่องอจินไตย ใครไม่ได้ทำบุญก็นึกไม่ออกว่ามาได้อย่างไร คิดบวกแบบคณิตศาสตร์ลำดับที่หนึ่งก็คิดไม่ออก ต้องใช้ทฤษฎีที่สิบสี่ว่าอะไร ๆ มันก็เป็นมันอย่างนั้น เหมือนความเกิดแก่เจ็บตาย จึงจะเข้าใจว่ามีบุญศาสตร์ที่แก้อดดวงแก้อดนางแก้อดสมบัติ
สปอตประกาศว่าบัดนี้สิ่งที่ปรากฏขึ้นได้ยากในโลกได้เกิดขึ้นแล้ว จักรแก้วคือประธานแห่งรัตนะเจ็ด เป็นทิพยสมบัติคู่บุญของพระเจ้าจักรพรรดิที่มีอานุภาพมากที่สุด บันดาลความสุขความสำเร็จได้ตามความปรารถนา ได้จำลองลงมาให้ชาวโลกประจักษ์ถึงอานุภาพของพระพุทธศาสนาและวิชชาธรรมกาย ขอเชิญผู้มีบุญร่วมกันอัญเชิญจักรแก้วประดิษฐาน ณ มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี ในวันที่ 31 ธันวาคม พุทธศักราช 2548 เวลา 17 นาฬิกา เพื่อน้อมสักการบูชายอดมหาปูชนียาจารย์ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย และจะเป็นภาพเหตุการณ์ครั้งสำคัญที่ประทับอยู่ในดวงใจของทุกคนตราบนานเท่านาน
ชวนมาเอาบุญ ย้ำว่าบุญเป็นทุกสิ่งของชีวิตตั้งแต่ผู้ตัวชนจนกระทั่งเป็นพระอรหันต์ ยกชฎิลเศรษฐีและโชติกเศรษฐีว่ารวยด้วยบุญบันดาลจริง ๆ สั่งสมบุญเพียงอย่างเดียว พอเกิดมาทุกสิ่งก็มีแล้ว ต่างจากคนที่มีบริษัทในเครือซึ่งปวดหัว เพราะแค่คิดขยายงานก็ต้องขยายที่ ขยายทีม ขยายทุน ขยายดอก ขยายปัญหา ขยายแรงกดดัน ส่วนสมบัติแบบนี้ใครปล้นก็ไม่ได้ ยกทัพไปก็ยึดไม่ได้ แถมโดนยักษ์เฝ้าสมบัติไล่ด้วย และยืนยันว่าเรื่องนี้ควรศึกษาและมีจริง ไม่ได้แต่งขึ้น เพราะสิ่งใดที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้เป็นเรื่องจริงแท้
ช่วงเพลงยิ้มแล้วรวยที่ร้องว่าใครยิ้มแล้วต้องรวย ใครยิ้มขอให้รวย ก่อนจะเข้าสู่กรณีศึกษาของวันนี้
ถามว่ายิ้มกันหรือยัง แล้วเข้าสู่จดหมายของผู้เขียนที่บอกว่าตนเป็นนักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาพันธุ์แท้ เริ่มเข้าเรียนตั้งแต่ชั่วโมงแรก ครูไม่ใหญ่แทรกว่าที่ไหนในโลกก็ไม่มีอย่างนี้อีกแล้วยกเว้นช่องนี้ช่องเดียว แล้วผู้เขียนขอความเมตตาให้ครูไม่ใหญ่ได้ฝันในฝันเรื่องของครอบครัวตน
ผู้เขียนเล่าว่าคุณแม่เริ่มมาวัดพระธรรมกายครั้งแรกเมื่อปี 2527 แล้วมาต่อเนื่องเรื่อยมาแทบทุกอาทิตย์ ยิ่งอาทิตย์ต้นเดือนไม่เคยขาดเลย ไม่พอใจแค่ทำบุญด้วยตนเองแต่ยังทำหน้าที่ผู้นำบุญอย่างทุ่มเทสุดชีวิต ออกไปแจ้งข่าวบุญแทบทุกวันตั้งแต่เก้าโมงถึงหกโมงเย็นทั้งที่อายุ 60 กว่าปีแล้ว ทำนานเป็นเดือน ๆ จนรวบรวมปัจจัยมาถวายได้เป็นจำนวนมาก ปกติคุณแม่เป็นคนประหยัดมัธยัสถ์ และในวัยเด็กท่านผ่านชีวิตที่ลำบากมามากกว่ามาก ต้องพึ่งพาตนเองจนสร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาได้
เล่าว่าคุณแม่เป็นลูกสาวคนกลางในพี่น้องห้าคน เป็นคนที่โชคชะตาอาภัพมาตั้งแต่เกิด เพราะคุณยายคลอดลูกชายคนสุดท้องได้ไม่นาน คุณตาก็มาเสียชีวิตลงอย่างกะทันหัน คุณแม่จึงกลายเป็นลูกกำพร้าพ่อ ลำพังคุณยายเพียงคนเดียวไม่อาจเลี้ยงดูลูกทุกคนได้ และเพราะคุณแม่เป็นคนกลางอายุเพียงสี่ขวบ คุณยายจึงจำใจต้องฝากท่านไว้กับพ่อใหญ่ แต่ก่อนจะจากไปคุณยายสั่งเสียไว้ว่าไม่ต้องห่วง อีกหน่อยแม่จะมารับกลับ
เล่าว่ารอแล้วรอเล่าก็ไม่มีเค้าว่าคุณยายจะกลับมารับสักที ทุกวันตอนพระอาทิตย์ตกดินคุณแม่จะนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้น คิดถึงแม่และน้อง ๆ แล้วรำพึงอยู่ในใจว่าเมื่อไรแม่จะมารับลูกกลับไปเสียที แม่จะรู้ความในใจไหมว่าหนูคิดถึงแม่มาก
เล่าว่าคุณแม่ต้องช่วยทำหน้าที่เลี้ยงหมู เลี้ยงควาย ตักน้ำ ผ่าฟืน ทำงานจิปาถะสารพัดอย่าง ทำงานหนักแล้วก็ยังไม่พอ เพราะไม่เคยได้รับความรักความเอาใจใส่จากคุณยายทวดเลย กลับถูกลูกของคุณยายทวดเอารัดเอาเปรียบอยู่เสมอ วันไหนทำอะไรไม่ได้ดั่งใจก็จะถูกคุณยายทวดเฆี่ยนตีอยู่บ่อย ๆ แม้แต่เสื้อผ้าก็ไม่เคยซื้อให้ใหม่ ต้องใส่ชุดเก่าขาด ๆ จนโตเป็นสาว จนอายเพื่อนแทบไม่กล้าออกจากบ้าน
ครูไม่ใหญ่บอกว่าขอส่งกำลังใจให้เธอดีกว่า วันหนึ่งจากนั้นเธอจะต้องชนะ แล้วเข้าช่วงเพลงคั่นก่อนกลับมาเล่าเรื่องต่อ
เล่าว่าวันไหนพ่อใหญ่ไม่กินเหล้าก็จะพูดดี ๆ กับแม่ ครูไม่ใหญ่แทรกว่าเห็นไหมว่าเหล้าทำให้คนดีเสียไป แต่วันไหนเมามาก็จะเฆี่ยนตีอาละวาด ทั้งทุบตีเตะตบ ด่าว่าโวยวาย เตะข้าวของ และหนักถึงขั้นไล่ยิงคุณแม่เหมือนเปลี่ยนเป็นคนละคน ตกเย็นถ้ารู้ว่าพ่อใหญ่กินเหล้ามาคุณแม่ก็จะวิ่งหลบไปอยู่ใต้ถุนบ้าน เพราะถ้าอยู่ใกล้จะถูกคว้าแขนรวบผมลากไปเฆี่ยนตี วันไหนน้ำเมาออกฤทธิ์เต็มที่คุณแม่ก็ต้องรีบวิ่งขึ้นต้นไม้เพื่อหลบลูกกระสุน บางครั้งวิ่งหนีไปที่กองฟอนซึ่งเป็นที่เผาศพ ไม่มีรองเท้าใส่ กลัวผีก็กลัวแต่กลัวลูกปืนมากกว่า จึงเอาผีเป็นที่พึ่ง ต้องทนรอจนแน่ใจว่าพ่อใหญ่สร่างเมาแล้วจึงย่องกลับบ้าน ครูไม่ใหญ่แทรกตำหนิว่าผู้ผลิตผู้จำหน่ายน้ำเมาไม่รับผิดชอบอะไรเลย ยังจะเอาเข้าตลาดหลักทรัพย์อีก ควรเอาออกจากทุกตลาดและเลิกผลิตปิดโรงงานไปเลย และถ้าเจ้าของโรงงานกับผู้ขายมาโดนอย่างนี้เองจึงจะรู้สึก
เล่าว่าคุณแม่ทนทุกข์อย่างนี้เรื่อยมาจนคิดในใจว่าต้องหนีจากที่นี่ให้ได้ วันหนึ่งขณะอายุ 15 ปีจึงตัดสินใจหนีออกจากบ้าน โดยได้รับความช่วยเหลือจากคุณลุงท่านหนึ่งที่คุ้นเคยกันในช่วงที่คุณแม่ออกไปเลี้ยงควายในนา คุณลุงเห็นคุณแม่ถูกกดขี่ข่มเหงมานานก็สงสาร จึงแนะวิธีหนี ให้เอาเสื้อผ้าและของจำเป็นหอบใส่ถังไว้ แล้วทำทีว่าจะไปตักน้ำ พอสบโอกาสให้วิ่งหนีไปตามท้องนา แต่วันนั้นแผนแตกเพราะคุณแม่เผลอไปเล่าเรื่องที่จะหนีให้เพื่อนสนิทได้ยิน พ่อใหญ่กับญาติจึงรู้เข้าและวิ่งติดตามมาจนเห็นหลังกันไว ๆ คุณแม่วิ่งหนีสุดชีวิตจนหกล้มเกือบถูกจับได้ แต่สุดท้ายก็หนีพ้นไปได้อย่างหืดขึ้นคอ คุณลุงมารับคุณแม่ในตัวเมือง แล้วพาไปสมัครทำงานเป็นคนรับใช้ในบ้านคหบดีท่านหนึ่ง ครูไม่ใหญ่แทรกว่านี่เพราะไม่ได้สั่งสมบุญมาจึงเป็นอย่างนี้
เล่าว่าคุณแม่อดทนทำงานอยู่ที่นั่นไม่กี่ปีก็เก็บเงินได้ก้อนหนึ่ง จึงตัดสินใจเข้ามาหาลู่ทางทำมาหากินที่กรุงเทพ โดยเริ่มจากการเรียนตัดเสื้อ ครูไม่ใหญ่เล่นคำว่าที่ถูกต้องคือเรียนตัดผ้าเป็นเสื้อ ไม่ใช่ตัดเสื้อเป็นผ้า เพราะอย่างนั้นไม่ต้องเรียน หลังเข้ากรุงได้ไม่กี่วัน คุณแม่กับเพื่อนสองคนก็พากันออกไปเที่ยวงานวันลอยกระทงที่เขาดิน
ครูไม่ใหญ่ถามว่ามีเพลงลอยกระทงไหม แล้วเข้าช่วงเพลง ก่อนแปลกใจว่าทำไมจบเร็วจังเลย
เล่าว่าคุณแม่หยิบกระทงมาอธิษฐานแล้วค่อย ๆ หย่อนลงที่ท่าน้ำพร้อมกับกระทงของเพื่อน ๆ ครูไม่ใหญ่ให้ลูกนักเรียนสันนิษฐานว่าท่านอธิษฐานอย่างไร มีคนเดาว่าขอให้เจอคนรักจริง ขอให้เจอคุณแม่ ขอให้เจอพี่น้อง หรือขอให้รวย แต่คำอธิษฐานจริงคือขอให้กระทงนี้เป็นตัวนำทางให้ไปพบแม่ที่แท้จริง ไม่ว่าท่านจะอยู่หนใด
ช่วงเพลงยาวที่ร้องถึงความรักแม่และความอยากเจอแม่ โดยครูไม่ใหญ่ชวนให้ช่วยกันร้องไปด้วย
เล่าว่ากระทงของเพื่อน ๆ ลอยห่างจากท่าน้ำไปเรื่อย ๆ แต่กระทงของคุณแม่ลอยไปข้างหน้าได้หน่อยหนึ่งแล้วชะงัก ลอยวนกลับมาหยุดอยู่กับที่ จนคุณแม่แปลกใจ เฝ้ารอว่าเมื่อไหร่กระทงจะลอยไปสักที ผ่านไปสักครู่หนึ่งก็มีหญิงวัยกลางคนจูงมือเด็กผู้หญิงมายืนบังด้านหน้าคุณแม่ไว้ คุณแม่นึกในใจว่าทำไมหน้าตาของเธอช่างเหมือนกับคุณแม่ที่จากไปนาน
เล่าว่าคุณแม่ลองเข้าไปทักถามชื่อ หญิงวัยกลางคนตอบชื่อหนึ่งซึ่งไม่ตรงกับชื่อแม่ คุณแม่จึงถอนหายใจคิดว่าทักผิดคน หญิงคนนั้นย้อนถามว่าถามทำไม คุณแม่บอกว่าคิดว่าเป็นคนรู้จักที่ชื่ออีกชื่อหนึ่ง หญิงคนนั้นจึงเล่าว่าเมื่อก่อนเธอก็ชื่อนั้นเหมือนกัน แต่พอได้สามีใหม่จึงเปลี่ยนชื่อ แล้วถามกลับว่าหนูชื่ออะไร คุณแม่บอกชื่อและเล่าเหตุการณ์ที่ถูกแม่ทิ้งมาตั้งแต่เด็ก ยังไม่ทันเล่าจบหญิงคนนั้นก็คว้าแขนคุณแม่เข้าไปกอดไว้ ทั้งสองมีความสุขมากที่ได้เจอกันอีกครั้งหลังจากพลัดพรากกันมากว่า 15 ปี ด้วยบุญบันดาลให้หากันจนเจอ
ช่วงเพลงที่ร้องว่ามองหาคนคนนั้นที่ไม่รู้เป็นใครและไม่รู้เมื่อไรจะได้พบ แต่เราก็หากันจนเจอ นานแค่ไหนที่คอยกันมา คงมีใครสักคนข้างกายที่เกิดมาเพื่อคนคนนั้น
เล่าว่าหลังจากนั้นคุณแม่รับคุณยายมาเลี้ยงดูที่บ้านโดยไม่เคยโกรธเคืองเลย ทำหน้าที่ลูกที่ดีเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ส่วนตัวผู้เขียนเองเข้าวัดครั้งแรกเมื่อปี 2530 ช่วงแรกยอมรับว่ายังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องเป้าหมายชีวิตมากนัก ทุกครั้งที่ทำบุญก็ยังทำแบบไร้จุดหมายและอธิษฐานไปตามที่นึกได้
ผู้เขียนเล่าว่าการเรียนต่อเมืองนอกนั้นเทอมแรกทำเกรดได้ยอดเยี่ยม A บวกทุกวิชา และได้ทำหน้าที่เป็นมาร์กเกอร์คอยตรวจข้อสอบและตรวจการบ้านของนักศึกษา ได้ค่าตอบแทนมากพอที่จะส่งตัวเองเรียนจบได้อย่างสบาย หลังกลับมาอยู่เมืองไทยได้ไม่นานก็เหมือนบุญจัดสรรให้เข้าทำงานในบริษัทประกันภัยที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย รายได้ดีมากโดยไม่ต้องออกไปเดินขายประกันให้เหนื่อย ผู้เขียนตระหนักดีว่าความสำเร็จทั้งหมดนี้เป็นเพราะอานุภาพบุญที่ทำถูกเนื้อนาบุญ ดังนั้นทุกครั้งที่หลวงพ่อมีบุญใหญ่มาให้ก็ทุ่มเททำอย่างเต็มที่เต็มกำลัง
ผู้เขียนบอกว่าสิ่งที่ภูมิใจที่สุดในชีวิตยังไม่ใช่การได้ปริญญาโทสองใบหรือความสำเร็จในหน้าที่การงาน แต่สิ่งสำคัญคือโชคดีที่ได้มาเข้าใจหลักวิชาที่จะอยู่ในวัฏสงสารอย่างปลอดภัยและมีความสุข ได้เกิดมาสร้างบารมีกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อและหมู่คณะ และมีเป้าหมายจะตามติดไปจนถึงที่สุดแห่งธรรม
ถามว่าบุพกรรมใดทำให้ชีวิตคุณแม่ในวัยเด็กลำบากมาก ต้องทนอยู่กับครอบครัวของพ่อใหญ่อย่างไม่มีความสุข ถูกกดขี่ข่มเหงและเอารัดเอาเปรียบเรื่อยมา แต่หลังจากหนีมาตั้งตัวได้สำเร็จชีวิตก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ เพราะผลบุญใด เหตุใดคุณแม่จึงถูกคุณยายทิ้งไป และที่คุณยายทิ้งไปด้วยความจำเป็นนั้นจะมีวิบากกรรมใดหรือไม่ บุญใดทำให้คุณแม่ได้มาเจอกับแม่ของท่านอีกครั้งโดยบังเอิญ กระทงที่ลอยวนกลับมาหยุดอยู่กับที่เป็นความบังเอิญหรือมีอะไรพิเศษ คุณแม่เลี้ยงดูคุณยายโดยไม่เคยโกรธเคืองจะได้อานิสงส์อย่างไร หลังแต่งงานใหม่คุณแม่ยังไม่พร้อมมีลูกจึงพลาดไปทำแท้งมาครั้งหนึ่งจนกังวลใจมาก จะแก้ไขข้อผิดพลาดนั้นให้หมดสิ้นในชาตินี้ได้อย่างไร เด็กที่ถูกทำแท้งไปเกิดที่ใด ได้รับบุญสร้างพระที่คุณแม่ทำให้หรือยัง และเหตุใดจึงมาถูกทำแท้งในชาตินี้ รวมทั้งถามว่าบุญใดทำให้ผู้เขียนประสบความสำเร็จอย่างง่ายดายทุกด้าน และการที่ทำบุญสุดกำลังโดยไม่คำนึงถึงความสะดวกสบายเป็นเพราะเคยประกอบเหตุใดมา ต่อด้วยคำถามว่าอาจารย์สามท่านในต่างประเทศที่ช่วยเหลือเรื่องงานและการเรียนเกี่ยวข้องกันมาอย่างไร ตอนอายุห้าขวบเคยถูกสุนัขบ้ากัดและสุนัขนั้นตายอย่างทรมานเพราะบุพกรรมใด และเคยเป็นหอบหืดแม้อาการหายไปแล้วแต่ยังต้องหายใจทางปากอยู่ตลอดเวลา เป็นเพราะวิบากกรรมใด จะแก้ไขได้อย่างไร ชาตินี้จะมีโอกาสหายใจทางจมูกได้ไหม
ครูไม่ใหญ่แทรกว่าบางคนชีวิตนี้อยากมีบ้านสักหลัง อยากมีรถเบนซ์สักคัน อยากมีแหวนเพชรใส่สักวง แล้วนำนั่งสมาธิให้ทำใจนุ่ม ๆ เบา ๆ ก่อนจะเข้าสู่ช่วงตอบคำถาม
ตอบว่าคุณแม่ถูกกดขี่ข่มเหงและเอารัดเอาเปรียบ เพราะกรรมในอดีตที่เคยเกิดเป็นเศรษฐีนีมีทรัพย์มาก แต่มีความตระหนี่ในช่วงที่ยังไม่เจอหมู่คณะ และชอบข่มขี่ดุด่าบริวาร จึงทำให้วิบากกรรมอื่นเข้ามาแทรกได้ ต้องมาเกิดในครอบครัวที่ลำบากและถูกฝากให้คนอื่นเลี้ยง แล้วมาโดนเขาทำอย่างนั้นในชาตินี้ ส่วนที่หนีมาตั้งตัวได้สำเร็จและชีวิตดีขึ้นเรื่อย ๆ เพราะบุญเก่าที่เคยทำไว้โดยเฉพาะกับหมู่คณะได้ตามมาส่งผล ส่วนที่ถูกคุณยายทิ้งไปด้วยความจำเป็นนั้นมาจากสองชาติ ชาติหนึ่งเกิดมายากจนจนต้องเอาลูกไปฝากคนอื่นเลี้ยงแล้วไม่ได้กลับไปดูแล กับอีกชาติหนึ่งหนีออกจากบ้านเพื่อเรียนรู้โลก ใครห้ามก็ไม่เชื่อ ทำให้พ่อแม่เสียใจ แต่ภายหลังกลับมาพร้อมเงินทองแล้วเลี้ยงดูพ่อแม่อย่างดี วิบากกรรมสองชาตินี้จึงตามมาส่งผล
แทรกว่าบางความเชื่อเชื่อว่าถ้าเคยเกิดเป็นคนก็ต้องเป็นคนเรื่อยไป เคยเกิดเป็นคนรวยก็ต้องรวยไปเรื่อย ๆ เกิดเป็นคนจนก็ต้องจนไปเรื่อย ๆ หรือเกิดเป็นแมวก็ต้องเป็นแมวเรื่อยไป ความเชื่ออย่างนี้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเรียกว่าสัสสตทิฏฐิ คือเห็นว่าทุกอย่างเที่ยงคงที่ แต่จากการเรียนรู้เรื่องกฎแห่งกรรมจะเห็นว่าจากคนไปเป็นหมูเป็นแมวก็ได้ หรือจากสัตว์ต่าง ๆ มาเป็นคนก็ได้ เรื่องนี้ลึกซึ้งต้องศึกษาให้เรียนรู้
ตอบว่าคุณแม่ได้มาเจอแม่ที่แท้จริงโดยบังเอิญ เพราะบุญที่ได้กลับมาเลี้ยงดูบิดามารดาในชาติที่หนีออกจากบ้านไปเรียนรู้โลกโดยที่พ่อแม่ห้ามไม่ฟัง บุญนั้นตามมาส่งผล และที่กระทงลอยวนกลับมาหยุดอยู่กับที่ก็เป็นเรื่องบุญนั้นบันดาลให้เกิดขึ้น คือหนีไปแต่กลับมาเอาเงินทองมาเลี้ยงดูบิดามารดาในชาตินั้น ครูไม่ใหญ่แทรกด้วยว่าความเชื่อเคร่งครัดแบบที่เล่ามาก่อนนั้นดูเหมือนจะเป็นของศาสนายิว ที่เชื่อว่าตายแล้วเกิดแต่ถ้าเป็นคนก็ต้องไปเป็นคนต่อ ซึ่งไม่ใช่อย่างนั้น
ตอบว่าที่คุณแม่เลี้ยงดูคุณยายโดยไม่เคยโกรธเคืองที่ถูกทิ้งไปตั้งแต่เด็ก อานิสงส์ที่จะส่งผลต่อไปคือจะมีคนมาเลี้ยงดูและช่วยเหลือท่านอย่างดี ส่วนเด็กที่ถูกทำแท้งนั้นได้ไปถูกทำแท้งมาหลายรอบแล้ว โดยวิบากกรรมที่เคยทำแท้งมาในอดีตตามมาส่งผล จึงยังไม่อาจรับบุญที่คุณแม่ทำอุทิศไปให้ได้
ตอบว่าลูกประสบความสำเร็จอย่างง่ายดายในทุกด้าน เพราะในอดีตเมื่อทำบุญทุกครั้งก็อธิษฐานให้ชีวิตประสบความสำเร็จอย่างง่ายดาย และมีอุปนิสัยทำบุญอย่างง่าย ๆ คือใครชวนทำบุญก็โอเค ส่วนที่ทำบุญอย่างสุดกำลังเพราะในอดีตมีอัธยาศัยทุ่มเททำบุญอย่างนี้ติดตัวมา ถ้าอยากมีชีวิตเพียบพร้อมเหมือนมหาเศรษฐีในสมัยพุทธกาลก็ต้องทำบุญให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไปและอธิษฐานจิตกำกับไว้ ทำบุญบ่อย ๆ ทำบุญใหญ่หนัก ๆ ต่อด้วยว่าอาจารย์สามท่านที่ต่างประเทศช่วยเหลือเรื่องงานและการเรียน เพราะบุญที่เคยสงเคราะห์ญาติในอดีตและเคยช่วยเหลือเกื้อกูลเพื่อนมนุษย์มาส่งผล ทำให้มีคนคอยช่วยเหลืออยู่เรื่อย ๆ อีกทั้งในชาติไกล ๆ ก็เคยเป็นญาติกันกับสามท่านนี้ ส่วนที่สนใจเรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศเหมือนกันเป็นเหตุในปัจจุบันที่เป็นไปตามยุคสมัยซึ่งรุ่งเรืองด้วยเทคโนโลยี
ตอบว่าเรื่องที่ถูกสุนัขบ้ากัดตอนอายุห้าขวบและมีอาการของโรค มาจากกรรมที่เคยฆ่าสุนัขมาทำอาหารเปิบพิสดารกินแกล้มสุรา ส่วนที่เคยเป็นหอบหืดและยังต้องหายใจทางปาก เพราะกรรมในอดีตที่เกิดในสังคมเกษตรกรรมแล้วใช้แรงงานสัตว์มากทั้งวัว ควาย ม้า และบางครั้งดูแลสัตว์ไม่ดี แม้กรรมจะเบาบางไปแล้วแต่ก็ยังไม่หมด จะแก้ไขต้องปล่อยสัตว์ใหญ่บ่อย ๆ เช่นวัวควาย แล้วทำบุญทุกบุญและอุทิศส่วนกุศลไปให้สัตว์ทั้งหลายที่เคยล่วงเกินเบียดเบียนไว้ พร้อมแนะให้ปรับการใช้ชีวิต ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ ดื่มน้ำให้เพียงพอ ทานอาหารให้ถูกสุขลักษณะ และพักผ่อนให้เพียงพอ ก็จะดีขึ้น และบอกว่าลูกรื้อผังจนไปได้ระดับหนึ่งแล้ว ให้ทำบุญต่อไปจนถึงเป้าที่ตั้งใจว่าจะเป็นมหาเศรษฐีผู้ใจบุญเหมือนสมัยพุทธกาล
ตอบว่าที่ตำแหน่งงานไม่สูงเพราะขาดมุทิตาจิต คือความพลอยยินดีเมื่อผู้อื่นประสบความสำเร็จ ขาดตรงนี้ตำแหน่งงานก็เลยไม่ค่อยสูงเท่าไร แล้วบอกว่าทั้งลูกและคุณแม่เป็นกองเสบียงของหมู่คณะมา ตามวัฒนธรรมบุญเมื่อทำบุญแล้วก็ให้อธิษฐานจิตไปดุสิตบุรี วงบุญพิเศษ เขตบรมโพธิสัตว์ จะได้พลัดกันไม่ได้
ท่องบทประจำวันว่าสิ่งที่ต้องสั่งสมคือบุญกุศล สิ่งที่ต้องแสวงหาคือพระรัตนตรัยภายใน เป้าหมายชีวิตคือที่สุดแห่งธรรม ที่พักระหว่างทางคือดุสิตบุรี วงบุญพิเศษ เขตบรมโพธิสัตว์
อ่านรายนามผู้มีบุญร่วมสร้างเสาแก้วพันปี ทั้งผู้ที่ร่วมบุญต้นละหนึ่งต้นและผู้ร่วมโครงการเร่งสร้างเสาแก้วพันปี 300 ต้น ให้เสร็จภายในวันธุดงค์ปีใหม่ ซึ่งเหลืออีกสี่สิบสี่วันก็จะถึงวันธุดงค์ปีใหม่แล้ว
บอกว่าเมื่อวานกับวันนี้ครูไม่ใหญ่ให้วางเพิ่มไปอีกสองกอง รวมเป็นกองที่สิบ แล้วขออนุโมทนาบุญกับทุกคน ให้รวยเร็วรวยแรง ให้เข้าถึงความสำเร็จในทุกวัน และขอแบ่งบุญให้กับนักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาทั่วโลกทุกคน
ท่องคำขวัญว่าพุทธบุตรต้องเป็นหนึ่งเดียวกันเหมือนดวงตะวันที่มีดวงเดียว พุทธบริษัทสี่ต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน เรื่องส่วนตัวให้วางอุเบกขา เรื่องพระศาสนาให้เอาอุเบกขาวาง จิตสดใสเมื่อใจสิ้นระแวง และธรรมกายคือพระในตัวคุณ แล้วชวนพร้อมใจกันสวดสรรเสริญคุณของพระรัตนตรัย โดยหันลำโพงไปทางภาคใต้ของผืนแผ่นดินไทยและสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้