ep019 ผังเวลา 65 ช่วง
อุทิศบุญ (111) ธุดงค์ปีใหม่ 2549 (94) อธิษฐานจิต (79) จานดาวธรรม (74) เสาแก้วพันปี (69) สี่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (55) มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี (50) โชติกเศรษฐี (48) ภุมเทวา (47) ยุวกัลยาณมิตร (45) อัญเชิญจักรแก้ว (44) วิหารน้อย (43) จดหมายเด็ก (37) กฐิน 2548 (35) มหารัตนวิหารคด (33) อนุโมทนาบุญ (33) ตัดรอนวิบาก (32) เนื้อนาบุญ (32) วิชชาธรรมกาย (31) มรณานุสติ (30) เร่งเสาแก้วพันปี 300 ต้น (30) ทบทวนบุญ (28) ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา (28) ปาณาติบาต (25) สมบัติจักรพรรดิ (25) อย่ามามั่วนิ่ม (19) ตักบาตร (18) 238 วัด (16) ต้นบุญต้นแบบ (15) กฐินตกค้าง (14) ไม่ประมาท (13) เจ้าภาพ (12) พระเจ้าพิมพิสาร (11) วัดปากน้ำภาษีเจริญ (11) ยาดองเหล้า (9) ความรู้สากล (8) ทำดีหนูก็ทำได้ (8) เทวนิยม (6) กรานกฐิน (5) คนทรง (5) ท้าวสักกะ (5) ลอยกระทง (5) โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย (5) กรุงราชคฤห์ (4) จีวร (4) ต้นกัลปพฤกษ์ (4) มะเร็งกระเพาะอาหาร (4) มัชฌิมธรรมทายาท (4) อุตตรกุรุทวีป (4) กรรมตระหนี่ (3) คลอดก่อนกำหนด (3) ตอกเสาเข็มมหาวิหารพระมงคลเทพมุนี (3) ผังสำเร็จ (3) มหาทานบารมี (3) ยักษ์เฝ้าซุ้มประตู (3) กรรมฆ่าสัตว์ทำอาหาร (2) กรรมโกงเขา (2) กรีนการ์ด (2) คิดใหม่ทำใหม่ (2) จำกัดหมื่นที่ (2) ตาเป็นต้อ (2) ถูกเพื่อนโกง (2) บาปได้ช่อง (2) ปราสาทแก้วเจ็ดชั้น (2) ปัญญาบารมี (2) พุทธบัญญัติ (2) ภูมิแพ้ไซนัส (2) มาฆบูชา (2) รวยอย่างมีคุณค่า (2) ลิเบีย (2) วันหยุดยมโลก (2) ศูนย์ปฏิบัติธรรมต่างประเทศ (2) สั่งซื้อเนื้อสัตว์ (2) หมอทรงเจ้า (2) เททองหล่อรูปเหมือนทองคำหลวงปู่ (2) โยนลูกหมาลูกแมวลงน้ำ (2) กงเกวียนกำเกวียน (1) กะโหลกศีรษะบุบ (1) ขนหมาดำ (1) ขยายทุนขยายปัญหา (1) ขายลูกห้าสตางค์ (1) ขายหุ้นร้านอาหาร (1) ขายเหล้าในร้านอาหาร (1) ขุมทรัพย์หนึ่งคาวุต (1) ข่มลูกสะใภ้ (1) ข้าวสารหนึ่งทะนาน (1) ความเชื่อประธานกฐินอายุห้าสิบ (1) คุณตาคุณยาย (1) ค่าน้ำนมวันละหนึ่งพัน (1) จับฉลาก (1) ซินแสรักษาโรค (1) ตกงาน (1) ตะกรุดจากงานฝังลูกนิมิต (1) ติดเหล้าเพราะเลี้ยงลูกค้า (1) ถูกกล่าวหาว่าทำคุณไสย (1) ทะลึ่งตาใส่คน (1) ทำธุรกิจคู่กับสร้างบารมี (1) ทำน้องตกหัวฟาดพื้น (1) ทุกข์เป็นพระประสงค์ (1) ทุเรียน (1) ทุ่มไหเหล้าใส่ศีรษะ (1) ธรรมทายาทรุ่นอัศจรรย์ตะวันแก้ว (1) นรกขุมห้า (1) นวดกะโหลก (1) นักเรียนนายร้อยเวสต์พอยต์ (1) น้ำกรด (1) บริขารแปด (1) บริวารกฐิน (1) บวชตั้งแต่เยาว์วัย (1) บารมีเต็มเปี่ยม (1) บุญญาภินิหาร (1) บุญลำดับที่แปด (1) บ้านกงสี (1) บ้านกัลยาณมิตรหลังแรกในบอสตัน (1) ประธานกฐินตั้งแต่อยู่ในครรภ์ (1) ประเทศอิสราเอล (1) ประเทศเยเมน (1) ประเทศโมร็อกโก (1) ปลูกฝังตั้งแต่เยาว์วัย (1) ปอดบวม (1) ผูกขาด (1) ผ้ายันต์และน้ำมนต์ (1) ผ้าไตรจีวร (1) พลังแห่งบุญ (1) มงคลชีวิต (1) มหารัตนบัลลังก์ (1) มะเร็งต่อมลูกหมาก (1) ลอยบาปออกจากใจ (1) ลิงขว้างของ (1) ลูกสะใภ้ถูกกลั่นแกล้ง (1) ลูกเทพ (1) วัดภาวนานิวเจอร์ซี (1) วันเพ็ญเดือนสิบสอง (1) วาดรูปลิง (1) ศาสนายิว (1) สลัดตนให้พ้นจากกองทุกข์ (1) สามหมื่นกว่าวัด (1) หน้าตักเมตรยี่สิบ (1) หน้ารูปไข่ (1) หล่อรูปเหมือนหลวงปู่ถวายวัด (1) หัวใจเปิดกว้าง (1) หินไฟหุงข้าว (1) หูดับข้างเดียว (1) หูทวนลม (1) อธิษฐานจิตล้อมกรอบ (1) อย่ามามั่วนิ่มด้วย (1) อะไหล่รถยนต์ (1) เคยเป็นแม่ลูกกันมา (1) เครื่องกังวลของฆราวาส (1) เมืองบอสตัน (1) เรื่องขำในรายการ (1) เวลาไม่ย้อนกลับ (1) เสียทรัพย์แต่ไม่เสียศีล (1) เสื้อชุดภูเขาทอง (1) เหตุของทุกข์ (1) เหน็บชา (1) โกหกลูกค้า (1) โรงเรียนวัดบำเพ็ญเหนือ (1) โรงเรียนอนุบาลในเชียงใหม่ (1) ไม่มีเครื่องกังวล (1)
กล่าวคาถาสำเร็จว่าแม้มืดตื้อมืดมิดก็มีสิทธิ์เข้าถึงธรรม คำขวัญเมื่อเราสว่างโลกก็สว่างด้วย และเนื้อนาบุญสี่ระดับ คือมหาธรรมกายเจดีย์ของโลก มหาจุฬามณีของสวรรค์ พระในบ้านของครอบครัว และพระในตัวของเรา
ทบทวนการบ้าน 10 ข้อทีละข้อ ตั้งแต่เอาบุญไปฝากคนที่บ้าน จดบันทึกผลการปฏิบัติธรรม ก่อนนอนนึกถึงบุญที่สั่งสมมาทั้งหมด หลับและตื่นในอู่ทะเลบุญ ตื่นแล้วรวมใจเป็นหนึ่งกับองค์พระหนึ่งนาที ทุกหนึ่งชั่วโมงหยุดใจหนึ่งนาทีที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 นึกถึงดวงหรือองค์พระในทุกกิจกรรม จนถึงสร้างบรรยากาศด้วยรอยยิ้มและปิยวาจา
วันนี้เป็นวันที่ 29 นับจากวันออกพรรษา เหลืออีก 238 วันจะเข้าพรรษาอีกครั้ง และผ่านวันปีใหม่มา 319 วัน แล้วทบทวนว่าเราเกิดมาทำพระนิพพานให้แจ้ง แสวงบุญ สร้างบารมี พระนิพพานอยู่ภายในตัวเรา เริ่มต้นที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 ด้วยการทำใจหยุดนิ่งเฉย ๆ พร้อมย้ำว่าต้องศึกษาไว้เพราะความผิดพลาดเป็นอันตราย มีอบายภูมิรองรับอยู่
บอกว่าวันนี้มีเรื่องราวดี ๆ ของกรณีศึกษาที่จะทำให้เข้าใจเรื่องกฎแห่งกรรมได้ดีขึ้น ชื่อเรื่องก็แปลกดี ชื่อว่าอย่ามามั่วนิ่ม และวันนี้ยังมีเรื่องของท่านโชติกเศรษฐี เศรษฐีผู้มีบุญในกาลก่อนสมัยพุทธกาลที่มีสมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่อง มาเล่าสู่กันฟัง เพราะหลาย ๆ เรื่องเรายังไม่ทราบเลย พร้อมชวนจองเสาแก้วพันปี ถ้าจองได้ก็สามร้อยต้น ถ้าไม่ได้ก็เอาสักต้นหนึ่ง
ช่วงเพลงคั่นก่อนเข้าเนื้อหา แล้วย้ำว่าถ้ายังไม่ยิ้มก็แปลว่ายังแต่งตัวไม่เสร็จ เหมือนใส่สูทนุ่งผ้าขาวม้า สวมรองเท้าแตะ หรือเขียนคิ้วข้างเดียวออกจากบ้านไปทำงาน จึงต้องแต่งเนื้อแต่งตัวให้เสร็จเรียบร้อยทั้งในบ้านและนอกบ้านด้วยการนำรอยยิ้มมาปรากฏบนใบหน้า ปิดท้ายด้วยการชมสองพี่น้องน้องนิ้งกับพี่ปิ๊งที่ร้องเพลงเพราะและหน้ารูปไข่เหมือนกัน
ช่วงเจริญมรณานุสติ นำระลึกถึงความตายซ้ำ ๆ เป็นช่วงยาว เพื่อให้ใจไม่ประมาทและขวนขวายในการสั่งสมบุญบารมี
อนุโมทนากับผู้ที่ไปทอดกฐินหลายสิบวัดแล้วเอาบุญมาฝากนักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาทั่วโลก ครูไม่ใหญ่ปีติแต่ก็งง เพราะบางวัดไม่ได้รับกฐินมาสิบกว่าปี บางวัดยี่สิบกว่าปี
เล่าว่าเมื่อถามต่อว่าเพราะเหตุใดคนจึงไม่มาทอดกฐิน ได้คำตอบว่ามีความเชื่อว่าผู้จะเป็นประธานกฐินได้ต้องอายุห้าสิบปีขึ้นไป ต่ำกว่านั้นเป็นไม่ได้ ถ้าอายุต่ำกว่าห้าสิบมาเป็นประธานกฐินแล้วจะตาย ครูไม่ใหญ่บอกว่าเพิ่งเคยได้ยิน แล้วแย้งว่ากลัวตายก็ตายด้วย บางคนไม่ได้ทอดกฐินก็ตาย ทอดก็ตาย ไม่ทอดก็ตาย ตายหมดทุกคน แต่ต่างกันที่ผล
อธิบายว่าถ้าทอดกฐินแล้วตายก็ไปสวรรค์ เพราะบุญทอดกฐินเป็นทานปีละหนึ่งครั้งซึ่งดีกว่าทานที่ทอดทุกวันเวลา แต่ผู้ไม่ทอดกฐินตายแล้วไม่ได้สั่งสมบุญ อย่างที่ศึกษาจากกรณีศึกษามาแล้วก็มีสิทธิ์ไปอบายเพราะบาปจะดึงดูดไป ใจจะไปหาความใสได้อย่างไรเมื่อสิ่งที่สร้างความใสคือพลังแห่งบุญเราไม่ได้ทำ และบุญไม่หล่นทับมาเอง ต้องทำ จึงต้องคิดใหม่ เพราะเราอยู่ในยุคคิดใหม่ทำใหม่ คิดใหญ่ทำใหญ่ คิดไวทำไว และต้องทำให้ดีกว่าดีที่สุด เราเป็นชาวพุทธจะให้เมืองพุทธมีกฐินตกค้างได้อย่างไร
บอกว่าพรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายแล้ว วันเพ็ญเดือนสิบสองซึ่งเป็นวันลอยกระทง แต่ลอยกระทงเป็นของแถม ที่สำคัญคือต้องทอดกฐิน ปีนี้ควรเป็นปีที่ไม่มีกฐินตกค้าง จึงให้คิดใหม่ ใครที่คิดว่าต้องอายุห้าสิบปีขึ้นไปจึงเป็นประธานกฐินได้ ตอนนี้ยังละอ่อนอยู่ก็เลยปล่อยให้วัดว่างกฐิน พระก็ไม่ได้อานิสงส์เพราะไม่ได้กรานกฐิน โยมก็ไม่ได้อานิสงส์ของการสร้างมหาทานบารมี แล้วจะไปหาความรวยมาได้อย่างไร และให้บอกต่อกันไปว่าเลิกความเชื่อนี้เสียที เพราะอาจเป็นไอเดียของคนที่ต้องการให้พระพุทธศาสนาล่มสลาย หรืออาจเป็นเพราะความไม่รู้
ยืนยันว่าเป็นประธานกฐินได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา โดยมารดาบิดาทำแทน ออกจากครรภ์แล้วก็ทอดได้ ทอดได้เรื่อย ๆ ตลอดชีวิตทุกอายุ ตายแล้วบุตรหลานยังทำหน้าที่เป็นประธานกฐินแทนได้อีก คือแทนได้ตั้งแต่ก่อนเกิดกระทั่งตายแล้ว ไม่มีพุทธบัญญัติเลยว่าห้ามชาวพุทธทอดกฐิน หรือห้ามชาวพุทธที่อายุยังไม่ถึงห้าสิบปีเป็นประธานกฐิน ไม่ทราบว่าไปเอาข้อมูลนี้มาจากไหน คิดผิดก็คิดใหม่ได้แต่ให้ดีกว่าเดิม
ย้ำว่าเราฟังเจริญมรณานุสติกันมาบ่อย กลัวก็ต้องตาย ไม่กลัวก็ต้องตาย การไม่ทอดกฐินเพราะกลัวตายนั้นสุดท้ายก็ตายหมด แต่ผลแตกต่างกัน ผู้ทำบุญทอดกฐินจะไปดี ผู้ไม่ทอดบาปได้ช่องจะไปไม่ดี แล้วชี้ให้ดูสี่จังหวัดภาคใต้ที่ไม่ให้มีวัดไหนกฐินตกค้างเลย ส่วนวัดที่กฐินตกค้างยังมีอยู่ก็อายฟ้าอายดิน เราเป็นชาวพุทธจะทนอยู่ได้อย่างไร ต้องไปแล้ว
บอกวิธีว่าไม่ได้ยากอะไร มีผ้าไตรชุดหนึ่งนั่นแหละคือสิ่งสำคัญที่สุด พระท่านอยากได้แค่นี้ นอกนั้นถือเป็นบริวารกฐิน ถ้าอยากได้บุญเพิ่มก็มองดูในวัดวาอารามว่ามีอะไรที่จำเป็นสำหรับพระและพุทธบริษัทสี่ ทั้งภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ที่จะมาใช้สถานที่ส่วนกลางส่วนรวมเพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง แสวงบุญ สร้างบารมี แล้วก็ช่วยกันสร้าง เมื่อรับฟังแล้วก็ต้องรับปฏิบัติด้วย จะเป็นบ่อเกิดแห่งบุญกุศลของเรา
เริ่มอ่านจดหมายที่ติดค้างตั้งแต่เดือนกรกฎาคม จดหมายลงวันที่ 19 กรกฎาคม 2548 จากเด็กชายนักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ซึ่งเป็นโรงเรียนเดียวกับหลวงพี่รุ่นพี่ที่นั่งอยู่ในรายการ เขียนว่าเดือนเมษายน 2548 ทราบข่าวจากจานดาวธรรมว่าพระสงฆ์ทางภาคใต้ได้รับความลำบาก จึงชวนเพื่อน ๆ ร่วมถวายปัจจัยวัดละห้าบาท
อ่านจดหมายเด็กชายทศพล นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ที่เขียนว่าเป็นโรงเรียนที่ดีและดังที่สุดในโลก และได้บวชมัชฌิมธรรมทายาทเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทราบข่าวจาก DMC ว่าพระธรรมภาคใต้ลำบากมาก จึงชวนเพื่อน ๆ ในห้องร่วมปัจจัยทำบุญวัดละห้าบาท ขอให้หลวงพ่อสุขภาพแข็งแรงและหายป่วยเป็นอัศจรรย์ และส่งแรงใจให้พระสงฆ์ภาคใต้เข้มแข็งอดทน
เล่าเรื่องขำที่อาจารย์ส่งนักเรียนไปวาดรูปสัตว์ แล้วเด็กกำหนดสเปคไปวาดรูปลิง ปกติลิงไม่นั่งนิ่งแต่คราวนี้นั่งนิ่งเพราะเพื่อนไปเป็นทีมแหย่ ตอนแรกลิงก็ดูเรียบร้อยดี พอกำลังจะวาดลิงก็วิ่งมาสาดน้ำจนเปียกหมดไม่มีเหลือ และมีของแถมของมันด้วย ขว้างแม่นและโดนเฉพาะคนที่ไปแหย่มัน
อ่านจดหมายลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2548 ของเด็กชายนริทัศน์ สว่างสมรัฐ ชั้น ม.2 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยเหมือนกัน ที่บวชมัชฌิมธรรมทายาทเมื่อเมษายน ทราบข่าวจาก DMC ว่าพระภาคใต้ลำบากมาก จึงชวนเพื่อน ๆ ในห้องร่วมปัจจัยทำบุญวัดละสองบาท ครูไม่ใหญ่แซวว่าห้องหนึ่งห้าบาท ห้องนี้สองบาท อาจอยู่ห้องเดียวกันแต่ชวนกันคนละที และสงสัยว่าจะนั่งโต๊ะติดกันเพราะเล็งข้ามโต๊ะดูคัมภีร์กันได้
อ่านจดหมายลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2548 ของเด็กชายอีกคนที่เรียนชั้น ม.2 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยเหมือนกัน บวชมัชฌิมธรรมทายาทเหมือนกัน ทำบุญวัดละห้าบาท ขอให้หลวงพ่อหายป่วยเป็นอัศจรรย์และขอให้พระภาคใต้มีกำลังใจสู้ต่อไป ครูไม่ใหญ่แซวว่าเด็กกลุ่มนี้พูดเหมือนกัน ทำเหมือนกัน หน้ารูปไข่เหมือนกัน บางคนหน้าเหมือนไข่งูที่รูปยาว แสดงว่าโรงเรียนนี้อุดมสมบูรณ์
อ่านจดหมายเด็กหญิงชื่อเล่นน้องครีม อายุ 6 ขวบ จากโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง ที่เขียนว่าอยากให้พระที่ประสบเหตุทางภาคใต้หายไว ๆ และจะเป็นกำลังใจ ทำบุญ 300 บาทเพื่อช่วยพระ 238 วัดในภาคใต้ ครูไม่ใหญ่แซวว่าดูเดือดจัง แล้วอ่านของเด็กหญิงชื่อเล่นน้องยู อายุห้าขวบ เรียนชั้นอนุบาล 2 โรงเรียนวัดบำเพ็ญเหนือ ที่ขอบุญจากการเลี้ยงพระ 238 วัด วัดละหนึ่งบาท
สารคดีรายการทำดีหนูก็ทำได้ พาไปโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ดำเนินรายการด้วยสำเนียงคำเมือง เล่าว่าช่วงเข้าพรรษาน้อง ๆ ทำบุญตักบาตรกันทุกวัน คุณครูแบ่งให้เด็กเวียนกันเป็นเจ้าภาพ เด็ก ๆ เตรียมอาหารมาใส่บาตรก่อนเข้าแถวหน้าเสาธง วันนี้ใส่ชุดพื้นเมืองมาโรงเรียน หลังกินข้าวเที่ยงมีกิจกรรมพิเศษให้เด็กเขียนความตั้งใจว่าจะทำความดีอะไร แล้วเมื่อได้ข่าวเรื่องทำบุญช่วยวัดภาคใต้ก็ชวนกันทำบุญทั้งโรงเรียน ปิดท้ายด้วยการฝากกำลังใจให้พระภิกษุสามเณรและพี่น้องที่อยู่ชายแดนภาคใต้ว่าอย่าท้อ
ช่วงเพลงตัวเล็ก ๆ ก็ช่วยได้ คั่นหลังสารคดีเรื่องเด็กอนุบาลที่ร่วมทำบุญช่วยวัดภาคใต้
สรุปว่าเมื่อตัวใหญ่ ๆ ยังไม่พร้อมที่จะช่วย ก็ให้ตัวเล็ก ๆ ที่เป็นชาวพุทธช่วยไปก่อน ชมอาจารย์ว่านี่เป็นการปลูกฝังให้รักพระพุทธศาสนาตั้งแต่ยังเยาว์วัย และสร้างบารมีเป็นตั้งแต่ยังเยาว์วัย เมื่อเธอเติบใหญ่จะได้รักษาพระพุทธศาสนาสืบต่อไป และจะเป็นต้นบุญต้นแบบที่ดีของโลก ด้วยการทำตัวอย่างดี ๆ ให้โลกดูว่าวิธีดำเนินชีวิตให้ถูกต้องต้องทำอย่างนี้
บอกว่าพรุ่งนี้เป็นวันพระใหญ่ ขึ้นสิบห้าค่ำเดือนสิบสอง เป็นวันหยุดยมโลก ยมโลกทุกขุมหยุดทำการ และเป็นวันลอยกระทง ใครจะลอยกระทงก็ลอยไปตามตำนานที่ทำกันมา แต่ขอให้เป็นไปเพื่อให้เกิดกุศลธรรมขึ้นในใจ และอย่าลืมลอยบาปออกจากใจ บาปคือโลภะ โทสะ โมหะ ที่มีอยู่ในใจให้เอาออกให้หมด หรือเอาออกให้มาก แล้วย้ำอีกครั้งว่าพรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายของกฐิน อย่าให้วัดใดว่างกฐินเพราะพระจะไม่ได้อานิสงส์จากการกรานกฐิน ปีหนึ่งพระได้เปลี่ยนผ้าใหม่ครั้งเดียว ขณะที่โยมเปลี่ยนปีละหลายครั้ง บางทีเดือนละชุดปีละโหล
อธิบายว่าพระนุ่งห่มเพียงเพื่อป้องกันมดแมลงและสัตว์ต่าง ๆ ป้องกันอุณหภูมิ ป้องกันความละอาย ป้องกันดิน ฟ้า อากาศ ลม หนาว ร้อน ไม่ใช่เพื่อวัตถุประสงค์อื่น พระจึงต้องมีบริขารน้อยชิ้นที่สุด คือมีอยู่แค่แปด มีจีวร มีอาหารบิณฑบาต มีเสนาสนะ มียารักษาโรค ที่มีน้อยอย่างนี้ก็เพื่อจะได้ไม่มีเครื่องกังวล จะได้เอาเวลาไปทำพระนิพพานให้แจ้ง
เทียบว่าโยมมีเครื่องกังวลเยอะ ยิ่งมีบริษัทในเครือเยอะยิ่งปวดหัวตัวร้อน จะไม่มีเวลามาคิดเรื่องสลัดตนให้พ้นจากกองทุกข์ มีแต่คิดว่าจะเอาให้ได้มา พอขยายงานก็ต้องขยายที่ ขยายทีม ขยายทุน ขยายทุนก็ต้องไปกู้จึงขยายดอกเบี้ย แปลว่าขยายปัญหา ขยายแรงกดดันและความเครียด สองบริษัทบางทีไม่ใช่สองคูณแต่ร้อยคูณ ยังต้องแข่งกับคนอื่น ต้องแตกต่าง คิดจะรวบมาเป็นของเราให้หมดแบบผูกขาด หรือตัดรอนให้เขาทำอะไรไม่ได้ หรือแบ่งส่วนการตลาดกันเป็นเปอร์เซ็นต์ และต้องเปลี่ยนของใหม่เรื่อย ๆ เพราะลูกค้าเบื่อง่าย
อธิบายว่าไม่มีคำสอนในความเชื่ออื่นเลยที่บอกว่าชีวิตเป็นทุกข์เพราะอะไร หรือชี้ให้เห็นเหตุของทุกข์ เขาจะสรุปรวบยอดว่าที่คุณทุกข์นี่เป็นพระประสงค์ ทรงทดลอง ครูไม่ใหญ่แทรกว่าถ้าลองถี่ ๆ ลองตลอดชาติก็แย่ แล้วบอกว่ายังรักอยู่ไหม ถ้ารักก็โอเค มีบาปอะไรมาเดี๋ยวล้างให้หมดแล้วไปอยู่ด้วยกัน มักจะเป็นอย่างนี้ในความเชื่อของเทวนิยม
บอกว่าผู้ที่มีความเคร่งครัดในศาสนาที่ตนนับถือจริง ๆ จะเป็นผู้ที่หัวใจกว้างเปิดกว้าง ยอมศึกษาความรู้สากล ยกเรื่องที่ส่งมาเมื่อวานว่าจานดาวธรรมไปถึงอิสราเอลซึ่งศาสนายิวเคร่งครัดมาก มีผู้เคร่งครัดในบทบัญญัติของศาสนายิวดูจานดาวธรรม เมื่อคนไทยชาวพุทธที่นั่นถามว่ารับได้ไหม ท่านตอบว่าได้ ยิ่งเคร่งครัดเท่าไหร่หัวใจยิ่งต้องขยายเปิดกว้างในการเรียนรู้ความรู้สากล ท่านมีบุคลิกงดงามและจิตใจอ่อนโยน ต่างจากคนที่นับถือศาสนาอย่างเคร่งเครียดซึ่งจะปิดกั้นตัวเอง จุดเริ่มต้นการเรียนรู้ผ่านจานดาวธรรมคือการทำภาวนาปฏิบัติสมาธิ ท่านบอกว่าชอบมาก แล้วถามว่าที่อิสราเอลมีศูนย์ไหม อยากเรียนสมาธิและขอให้ส่งพระมาสอน
เล่าว่ามีอีกประเทศหนึ่งคือโมร็อกโก เป็นอิสลามิกชนที่เคร่งครัดทีเดียว เธอเข้ามาที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมปีเศษแล้ว ไม่เคยขาดการทำสมาธิและไม่เคยขาดดูจานดาวธรรม บอกว่าสิ่งที่ชอบคือเคสสตั๊ดดี้ เหมือนชาวยิวที่เคร่งครัดซึ่งบอกว่าเรายังไม่มีคำสอนอย่างนี้ ไม่เคยได้ยินเลย จึงอยากไปตั้งศูนย์ที่โมร็อกโก และมีผู้ที่มาจากลิเบียเพิ่งมาเรียนรู้ที่นี่ก็อยากกลับไปตั้งศูนย์ที่ลิเบีย รวมทั้งเยเมนเหนือเยเมนใต้ ครูไม่ใหญ่จึงจำเป็นต้องขยายกันไปทั่วโลก
สรุปว่าพรุ่งนี้วันพระ ให้ลอยบาปจากใจ พระท่านอยู่อย่างเรียบง่าย เพราะฉะนั้นอย่าให้วัดร้างกฐิน อย่าให้มีกฐินตกค้างเพราะอายฟ้าอายดิน ไปทำสักวันพรุ่งนี้ซึ่งเป็นวันสุดท้ายและเป็นวันพระใหญ่ เราอาจมีหมู่ญาติบางคนอยู่ยมโลกซึ่งวันนั้นเป็นวันหยุดพอดี หยุดการทัณฑ์ทรมาน จึงให้ส่งบุญไปในวันพรุ่งนี้ บ้านใครอยู่ใกล้วัดไหนก็ไปทำนุบำรุงวัดนั้นให้เจริญ จะได้เป็นทางมาแห่งบุญของเราและช่วยกันรักษาพระศาสนา สนับสนุนให้พระท่านสลัดตนให้พ้นจากกองทุกข์
มาถึงช่วงทบทวนบุญมหาวิหารพระมงคลเทพมุนี ให้ใครที่มาในแต่ละพิธียกมือ ใครไม่มาก็พนมมืออนุโมทนา ไล่ตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2537 และวันที่ 3 มีนาคม จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2548 ที่จะมีพิธีประดิษฐานจักรแก้ว ณ มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี แล้วสรุปว่าสิ่งใดที่เราได้ทำมามันมีทีเดียวแล้วก็จะผ่านไป ไม่มีวันย้อนกลับ เหมือนเวลาในชีวิตของเราที่ไม่มีวันย้อนกลับไปอีกแล้ว
สารคดีเล่าภาพประวัติศาสตร์ของโลกที่ยากจะลืมเลือน เมื่อคลื่นแห่งศรัทธาของมหาชนทั้งในและต่างประเทศหลั่งไหลสู่ลานธรรม เพื่อร่วมพิธีเททองคำหล่อรูปเหมือนพระมงคลเทพมุนีองค์แรกของโลก ประดิษฐาน ณ มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี ตรงกับวันเพ็ญมาฆบูชา วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2537 การหล่อด้วยทองคำขนาดหนึ่งเท่าครึ่งขององค์จริงไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อนในโลก เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทีระลึกถึงมโนปณิธานอันยิ่งใหญ่ของหลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ที่สละชีวิตเป็นเดิมพันจนค้นพบวิชชาธรรมกายที่สูญหายไปหลังพุทธปรินิพพานกลับคืนมาให้เป็นที่พึ่งแก่ชาวโลก และเล่าว่าเหล่าสาธุชนทำหน้าที่ยอดกัลยาณมิตรอย่างเต็มที่ทั้งทำเองและชักชวนผู้อื่นทำ เพราะเป็นบุญที่อาจเกิดขึ้นครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิต
บอกว่าจะถวายรูปเหมือนไปตามวัดต่าง ๆ ที่ท่านปรารถนา เพราะมีผู้เขียนจดหมายมาหลายท่าน แต่ครูไม่ใหญ่เห็นว่ายังไม่พร้อม อยากทำให้สมบูรณ์อีกหน่อย เพราะเมื่อหล่อเสร็จนำไปประดิษฐานแล้วจะไปปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ตั้งแล้วตั้งเลย ไม่เหมือนตำแหน่งทางโลกที่ตั้งแล้วเปลี่ยนได้ แล้วบอกว่าจะหาผู้มีบุญว่าจะทำบุญวัดไหน ในประเทศมีแค่สามหมื่นกว่าวัด บวกกับทั่วโลกอีกกี่วัดก็เอา แล้วจะจารึกชื่อติดไว้ องค์จะทำหน้าตักหนึ่งเมตรยี่สิบ ใหญ่กว่าตัวคน ไม่ใหญ่ไม่เล็กพอดี ๆ จะจองครอบครัวละวัดหรือหลายครอบครัวต่อวัดก็ได้ และประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนาก็ต้องนิมนต์มาเยอะ ๆ จึงยังต้องสร้างมหารัตนวิหารคดและลานธรรมรองรับ เพราะเรามีกิจกรรมงานบุญอีกเยอะ ทุกกิจกรรมจัดไว้เพื่อเป็นทางมาแห่งบุญและเป็นประวัติศาสตร์ชีวิตที่งดงามของการเกิดมาสร้างบารมี
บอกว่าปีใหม่นี้อย่าขาด แต่รับจำกัด เพราะที่มหารัตนวิหารคดมีอยู่แค่หมื่นที่ และเต็นท์วิหารน้อยก็มีแค่หมื่นหลัง ใครปรารถนาจะสร้างบารมีก็ต้องเร็วหน่อย เมื่อวานนี้มาจองกันทะลักไปเลย จะได้ดูว่าใครมีความตั้งใจจริงที่จะมาอยู่ธุดงค์และขจัดมลทินของใจให้หมดไป เพราะธุดงค์ปีใหม่ปีนี้จะเป็นต้นแบบในการอยู่ธุดงค์สำหรับปีต่อ ๆ ไป และภาพจะแพร่ไปทั่วโลก ผู้ที่มาจะได้ร่วมพิธีอัญเชิญจักรแก้วประดิษฐานหน้ามหาวิหารพระมงคลเทพมุนี ซึ่งเป็นจักรแรกจึงต้องการให้มีอานุภาพและบุญใหญ่ ทุกคนต้องจิตใจใสบริสุทธิ์จริง ๆ จึงต้องรีบแจ้งความจำนง ถ้ามีเยอะก็คงต้องจับฉลาก
สปอตเชิญชวนอยู่ธุดงค์ปีใหม่ ว่าวันปีใหม่คือศักราชชัยแห่งความสว่างใส วันเข้าถึงพุทธะกลางดวงใจ ขอเชิญยอดกัลยาณมิตรเริ่มต้นศักราชชัยในปี 2549 ด้วยการอยู่ธุดงค์ปีใหม่ตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคมถึง 1 มกราคม ณ ลานมหาธรรมกายเจดีย์ วัดพระธรรมกาย จังหวัดปทุมธานี ปีนี้แตกต่างจากทุกปีเพราะจำลองมหาวิหารคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง มาเป็นวิหารน้อย เพื่อชำระกายวาจาใจของลูกหลานยายให้บริสุทธิ์ผ่องใส ได้เข้าถึงพระธรรมกายภายในและมีสมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่องดังภูเขาทองของชฎิลเศรษฐีในสมัยพุทธกาล
อธิบายว่าพิธีประดิษฐานจักรแก้ว ณ มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี จะเป็นบุญลำดับที่แปด นับตั้งแต่การเททองหล่อรูปเหมือนทองคำหลวงปู่ นักเรียนใหม่ที่ขาดบุญมาเจ็ดช่วง หรือใครขาดไปสองสามช่วงก็แล้วแต่ ลำดับที่แปดนี้อย่าขาด แม้ใครไม่ได้อยู่ธุดงค์แต่วันนั้นต้องมา และมาแล้วต้องใส่เสื้อชุดภูเขาทอง แล้วเล่าว่ามีนักเรียนมองผ่านจอเห็นภาพมหาวิหารน้อยภูเขาทองแล้วเห็นองค์พระอยู่ในนั้น ครูไม่ใหญ่ถามผู้ประสานงานว่าเขาตาฝาดหรือเปล่า สรุปว่าถ้าตาฝาดไม่มีสิทธิ์เห็น ถ้าตาดีมีบุญจึงจะเห็น
สปอตบอกว่าสิ่งที่ปรากฏขึ้นได้ยากในโลกได้เกิดขึ้นแล้ว จักรแก้วคือประธานแห่งรัตนะเจ็ด ทิพยสมบัติคู่บุญของพระเจ้าจักรพรรดิ มีอานุภาพมากที่สุด บันดาลความสุขความสำเร็จได้ตามความปรารถนา ได้จำลองลงมาให้ชาวโลกประจักษ์ถึงอานุภาพของพระพุทธศาสนาและวิชชาธรรมกาย ขอเชิญผู้มีบุญร่วมกันอัญเชิญจักรแก้วประดิษฐาน ณ มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี วันที่ 31 ธันวาคม 2548 เวลา 17 นาฬิกา ประหนึ่งกำลังทะยานเข้าสู่มหาวิหารเพื่อน้อมสักการะบูชายอดมหาปูชนียาจารย์ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย
บอกว่าจะทยอยเอาบุญเก่ามาทบทวน พรุ่งนี้หรือมะรืนจะเป็นเรื่องพิธีตอกเสาเข็มต้นแรกสถาปนามหาวิหารพระมงคลเทพมุนี ให้นักเรียนใหม่ติดตามอย่าขาด แล้วเข้าสารคดีศึกษาชีวิตผู้มีสมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่อง โชติกเศรษฐี ตอนที่หนึ่ง ว่าในสมัยพุทธกาลมีเศรษฐีท่านหนึ่งนามว่าโชติกเศรษฐี จัดเป็นเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในโลกนับตั้งแต่ก่อนยุคพุทธกาลมาจนถึงปัจจุบัน เพราะเป็นผู้ได้สมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่อง ไม่ต้องทำมาหากิน เสวยสมบัติอย่างเดียว มีความเป็นอยู่ประดุจเทวดาในเทวโลก เพราะได้สั่งสมบุญมาก่อนในอดีตเป็นสำคัญ
เล่าว่าโชติกเศรษฐีถือกำเนิดในตระกูลเศรษฐีในกรุงราชคฤห์ วันที่คลอดเกิดเหตุอัศจรรย์คืออาวุธทั้งหมดในพระนครเปล่งแสงรุ่งเรืองสว่างใส แม้เสื้อผ้าอาภรณ์ที่คนสวมก็เปล่งรัศมี ทั้งพระนครจึงสว่างเป็นอันเดียวกัน เศรษฐีผู้เป็นบิดาเข้าเฝ้าพระราชาแต่เช้า พระราชาตรัสถามเหตุ เศรษฐีทูลว่าเพราะบุตรของตนเกิดในวันนี้ แสงสว่างเกิดขึ้นเพราะเดชแห่งบุญของเขา พระราชาตรัสถามว่าเขาจะเป็นโจรกระมัง เศรษฐีทูลว่าไม่ใช่ แต่เป็นผู้มีบุญที่สั่งสมบุญญาภินิหารไว้มากในชาติก่อน พระราชาจึงปลื้มพระทัยและพระราชทานค่าเลี้ยงดูวันละหนึ่งพันเป็นค่าน้ำนม ในวันตั้งชื่อจึงตั้งชื่อว่าโชติกะ แปลว่ารุ่งเรืองหรือสว่างใส
เล่าว่าเมื่อโชติกะเติบโต คนทั้งหลายถากถางพื้นที่จะสร้างบ้านให้ ทำให้บัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ของท้าวสักกะเกิดอาการร้อนด้วยเดชแห่งบุญของท่าน ท้าวสักกะดำริว่าบ้านที่พวกเขาจะสร้างไม่เหมาะสมกับบุญของโชติกะ จึงเสด็จลงมาเนรมิตปราสาทแก้วเจ็ดชั้นล้วนแล้วด้วยแก้วเจ็ดประการ กำแพงแก้วเจ็ดชั้น ต้นกัลปพฤกษ์จำนวนมาก และขุมทรัพย์ใหญ่สี่ขุมไว้ที่มุมทั้งสี่ของปราสาท ที่ซุ้มประตูทั้งเจ็ดมอบให้ยักษ์เจ็ดตนพร้อมบริวารรักษา ซุ้มแรกหัวหน้ายักษ์กับบริวารหนึ่งพัน ซุ้มที่สองสองพัน ไปจนถึงซุ้มที่เจ็ดเจ็ดพัน เมื่อพระเจ้าพิมพิสารทรงทราบข่าวจึงส่งฉัตรเศรษฐีไปมอบให้ ท่านจึงได้รับตำแหน่งเศรษฐีชื่อโชติกเศรษฐีตั้งแต่นั้นมา
เล่าว่าส่วนภรรยานั้นเทวดาได้นำหญิงสาวที่เคยสร้างบุญร่วมกันมา ซึ่งเกิดอยู่ที่อุตตรกุรุทวีปมามอบให้ ในวันที่เธอมาได้นำข้าวสารหนึ่งทะนานพร้อมหินไฟสำหรับหุงข้าวมาด้วย ทั้งสองท่านได้รับประทานข้าวที่เธอนำมานั้นตราบเท่าที่อยู่ด้วยกัน ข้าวสารหนึ่งทะนานนั้นแม้จะบรรจุใส่เกวียนแจกแก่คนอื่นจนเต็มร้อยเล่มเกวียนก็ยังคงปรากฏเต็มทะนานอยู่เหมือนเดิม เวลาหุงข้าวบริวารจะนำข้าวสารใส่หม้อตั้งบนหินสามก้อนนั้น หินก็จะลุกเป็นไฟขึ้น เมื่อข้าวสุกไฟก็จะดับไปเอง
เล่าว่าคนทั้งหลายพากันเทียมเกวียนค้างแรมมาดูสมบัติของโชติกเศรษฐีทุกวันอย่างมากมาย ท่านสั่งให้บริวารหุงข้าวด้วยข้าวสารที่ภรรยานำมาจากอุตตรกุรุทวีปแจกให้ทุกคนรับประทาน แล้วบอกให้รับเอาผ้าและเครื่องประดับจากต้นกัลปพฤกษ์ และสั่งให้เปิดขุมทรัพย์ที่มีขนาดหนึ่งคาวุตหรือสี่กิโลเมตร อนุญาตให้นำทรัพย์ไปให้เพียงพอที่จะเลี้ยงชีพตามสบาย เมื่อคนขนทรัพย์ไปปากขุมทรัพย์ก็ไม่พร่องลงไปแม้เพียงองคุลีเดียว มหาชนจากทุกสารทิศมาขนผ้าอาภรณ์และทรัพย์ไปตามความปรารถนา นับวันคนก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น แม้พระเจ้าพิมพิสารก็ปรารถนาจะทอดพระเนตรสมบัติของโชติกะ แต่เมื่อคนยังมากอยู่จึงต้องรอคอยโอกาสต่อไป
ครูไม่ใหญ่บอกว่าตำแหน่งหรือสมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่องนี้เป็นของกลาง ใครปรารถนาก็ได้ ไม่ต้องแอบขอ ให้ตั้งความปรารถนาอย่างองอาจไปเลย และอยากให้นักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาทั่วโลกทำบุญและอธิษฐานแถมไปด้วย แต่จะได้ตอนที่บารมีเต็มเปี่ยม ตอนที่ยังสั่งสมบารมีอยู่มันยังไม่เป็น เหมือนจะเรียนจบปริญญาแล้วเพิ่งเข้าปีหนึ่งจะไปสวมชุดครุยเลยไม่ได้ ต้องเรียนให้จบก่อน จึงต้องสั่งสมบุญบารมีจนเต็มเปี่ยมถึงจุดนั้น และก่อนจะอธิษฐานต้องตอบคำถามว่ารวยไปทำไม ต้องรวยอย่างมีคุณค่า มีไว้เพื่อการสร้างบารมี ไม่ใช่มีไว้หวงแหนเพื่อปลื้มว่าเรามีเหนือคนอื่น
ช่วงเพลงยิ้มแล้วรวยเปิดเข้าสู่ช่วงกรณีศึกษา ก่อนเข้าเรื่องอย่ามามั่วนิ่ม
ผู้เขียนเป็นนักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา ปัจจุบันอยู่ที่เมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา เล่าว่าเมื่อครั้งยังอยู่เมืองไทยได้รู้จักวัดพระธรรมกายตอนบวชเป็นสามเณรที่วัดแถวบ้านช่วงปิดเทอมสมัยเรียนชั้น ม.2 ได้อ่านหนังสือมงคลชีวิตเล่มที่สองแล้วถูกใจมาก อ่านรวดเดียวจบ จึงมาที่วัดพระธรรมกายตามที่อยู่ในหนังสือ จากนั้นก็ห่างวัดไปเพื่อเรียนต่อจนจบปริญญาตรี แล้วได้พบกัลยาณมิตรท่านหนึ่งจึงกลับมาทำบุญอีกครั้ง ได้บวชเป็นพระธรรมทายาทรุ่นปี 2541 รุ่นอัศจรรย์ตะวันแก้ว ช่วงนั้นปลื้มมากและชวนคนในบ้านมาวัดได้ ครอบครัวร่วมบุญทุกบุญของวัดสม่ำเสมอ ปี 2548 ยังเป็นประธานกองหล่อองค์พระสี่กอง เสาแก้วอีกหนึ่งต้น และล่าสุดร่วมบุญสร้างมหารัตนบัลลังก์ของหลวงปู่ห้าสิบแผ่น ครูไม่ใหญ่ชมว่านักบุญอย่างนี้น่าจะมีสมบัติแบบท่านโชติกเศรษฐี
ผู้เขียนเล่าว่าช่วงเริ่มต้นของชีวิต คุณพ่อคุณแม่ประสบความยากลำบากมาก ช่วงแต่งงานใหม่ท่านเข้าไปอยู่บ้านคุณพ่อที่อยู่กันแบบกงสี ลูกแต่ละคนหาเงินได้เท่าไรต้องให้คุณปู่คุณย่าเก็บไว้ใช้จ่ายภายในบ้าน คุณแม่ต้องทำงานทุกอย่างในบ้านหนักกว่าคนรับใช้ เพราะคุณย่าและพี่น้องของคุณพ่อไม่ชอบคุณแม่ ไม่มีใครเป็นมิตรกับลูกสะใภ้คนนี้เลย ครั้งหนึ่งคุณพ่อซื้อทุเรียนมาให้คนที่บ้านทาน บังเอิญพี่ชายของคุณพ่อซึ่งมีอาการทางประสาทอยู่แล้วเกิดปวดท้อง จึงโทษว่าเกิดจากทุเรียนและกล่าวหาว่าคุณแม่เอาของที่มีคุณไสยมาใส่ให้ทาน ทั้งที่คุณแม่ยังไม่รู้เรื่องเลยเพราะคุณพ่อเป็นคนซื้อมาแจก พี่น้องคนอื่นและคุณย่าที่ไม่ชอบคุณแม่เป็นทุนเดิมจึงกล่าวหาว่าคุณแม่ทำคุณไสย แล้วให้ไปพิสูจน์กับหมอทรงเจ้า
ผู้เขียนเล่าว่าพอไปถึงหมอทรงเจ้าก็ทักทันทีว่าตัวเองนั้นมีของ คุณแม่บริสุทธิ์ใจอยู่แล้วจึงถอดเสื้อชั้นนอกให้ค้นตัว คนทรงพบตะกรุดจึงบอกว่าเห็นไหม นี่แหละของ คุณแม่ตอบว่านี่เป็นตะกรุดที่ได้จากงานฝังลูกนิมิตที่โบสถ์ ซึ่งน้องสาวคุณพ่อที่อยู่ในเหตุการณ์ก็มีเหมือนกัน เพราะมีหลายคนไปทำบุญปิดทองลูกนิมิตด้วยกัน หมอทรงเจ้าจึงหน้าแตก แต่ยังไม่ยอมแพ้จึงโบ้ยไปเรื่องอื่น คือชี้เส้นผมที่ติดอยู่ข้างหลังเสื้อแล้วบอกว่านี่คือขนหมาดำที่ใช้ทำของ คุณพ่อจึงสวนว่าขนหมาอะไรยาวเป็นคืบ นี่มันเส้นผมชัด ๆ แล้วรู้ไหมนี่มันเส้นผมเมียผม อย่ามามั่วนิ่ม ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเรื่อง
หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้นคุณพ่อจึงแยกครอบครัวออกมาอยู่เอง ทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่คุณแม่สุขภาพไม่แข็งแรงนักเพราะต้องทำงานหนักมาตลอด มือเป็นเหน็บชาทั้งสองข้าง เจ็บทั้งข้อมือ ตอนนอนต้องใส่เฝือกทั้งข้อมือ ตาเป็นต้อต้องผ่าตัดและหยอดตาทุกวัน จมูกรับกลิ่นไม่ค่อยดี ส่วนคุณพ่อได้รับการตรวจพบเนื้อมะเร็งที่ต่อมลูกหมากในระยะแรก ขณะนี้รักษาด้วยการฉีดยาระงับไว้ แต่โดยรวมร่างกายแข็งแรงดี
ผู้เขียนเล่าว่าขณะนี้อยู่ที่บอสตันกับคุณป้าซึ่งรักและผูกพันมาก เพราะในวัยเด็กคุณพ่อคุณแม่ต้องทำมาหากินไม่มีเวลาเลี้ยงดู จึงฝากให้คุณป้าช่วยเลี้ยง จึงรักคุณป้าเสมือนเป็นแม่อีกคนหนึ่ง บ้านที่อยู่เป็นบ้านกัลยาณมิตรหลังแรกในบอสตัน มีการนิมนต์พระอาจารย์จากวัดภาวนา นิวเจอร์ซี มาเป็นเนื้อนาบุญเดือนละครั้ง แต่คุณป้าต้องลำบากมาตลอด ท่านถูกเพื่อนโกงบ้านและโกงเงินจำนวนมากหลายครั้ง มาอยู่อเมริกาสิบเจ็ดปี แม้อยู่อย่างถูกกฎหมายแต่ไม่มีโอกาสได้กลับเมืองไทยเลย อีกทั้งยังเสียเงินไปประมาณสามแสนกว่าบาทจากการทำกรีนการ์ด
ผู้เขียนเล่าว่าอยู่กับคุณป้าเปิดร้านอาหาร เป็นทั้งกุ๊กและงานอื่น ขายส้มตำ ไข่หวาน ก๋วยเตี๋ยว ต่อมาได้หุ้นกับหุ้นส่วนทำร้านอาหารไทยที่ต้องขายเหล้า เบียร์ และไวน์ เพราะที่อเมริการ้านอาหารระดับดี ๆ ล้วนต้องมีเหล้าไว้บริการลูกค้า คนที่นี่ดื่มกันจนเป็นปกติ คือผิดปกติจนเป็นปกติ ผู้เขียนกับคุณป้าไม่อยากทำจึงตัดสินใจขายหุ้นออก แม้จะเป็นร้านที่ขายดี เพราะเห็นว่ารวยแค่ชาติเดียว และคิดว่าเงินที่ได้ยังไงก็ไม่คุ้มกับบาปที่ต้องไปรับในขุมห้า ครูไม่ใหญ่ชมว่าถูกต้องแล้ว ผู้เขียนบอกว่ายิ่งดูภาพนรกจาก DMC ยิ่งกลัว เพราะขนาดเวลาอาบน้ำเปิดน้ำอุ่นร้อนไปหน่อยก็ยังทนไม่ได้ แล้วถ้าต้องอยู่ในน้ำกรดจะทนทุกข์ขนาดไหน
ผู้เขียนเล่าถึงลุงของภรรยา ที่มีอดีตเป็นถึงนักเรียนนายร้อยเวสต์พอยต์ ทำงานอยู่ในตำแหน่งผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการตลาด มีเงินเดือนร่วมล้านบาท ได้รับหน้าที่เลี้ยงรับรองลูกค้า จนสุดท้ายตัวเองกลับต้องมาติดเหล้า จึงถูกให้ออกจากงาน ปัจจุบันกลายเป็นคนไม่มีงานทำ อยู่ได้โดยเงินช่วยเหลือจากทางรัฐเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ผู้เขียนเล่าว่าคุณตามีภรรยาอยู่ที่เมืองจีนหนึ่งคน มีลูกด้วยกันสองคน พอมาเมืองไทยก็ได้ภรรยาใหม่คือคุณยาย และมีบุตรด้วยกันหกคน คุณตาเป็นคนใจดี แต่สูบบุหรี่และดื่มเหล้าเล็กน้อย มีเพียงร้านขายของเล็ก ๆ ไว้หาเลี้ยงชีพ ชีวิตจึงไม่สบายเท่าไหร่ ต่อมาคุณยายเป็นลมและเสียชีวิตด้วยอายุเพียงสี่สิบปี คุณตาก็ไม่ได้แต่งงานใหม่และมีชีวิตลำบากมาตลอด จนอายุเจ็ดสิบเอ็ดปีก็เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร ส่วนคุณปู่เป็นคนใจดี ซื่อ และเกรงใจคุณย่าอย่างมาก เพราะคุณย่าเป็นคนดุและไม่ค่อยยุติธรรมต่อลูก ๆ รักลูกสาวมากกว่าลูกชาย คุณปู่เสียชีวิตเพราะเป็นไข้ธรรมดา แต่ลูกที่มีความรู้ไม่ถูกต้องพาไปให้ซินแสรักษาด้วยการให้ทาน ผ้ายันต์วิเศษ และรดน้ำมนต์ ไข้ธรรมดาจึงกลายเป็นปอดบวมและเสียชีวิตอายุ 70 ปี หลังจากนั้นไม่นานคุณย่าก็เสียตามด้วยโรคหัวใจ
ผู้เขียนเล่าว่าน้องชายคนรองคลอดก่อนกำหนด อยู่ในท้องเจ็ดเดือน แต่พอออกมาแล้วแข็งแรงดี หมอให้นำกลับมาดูแลที่บ้านโดยไม่ต้องอยู่ในตู้อบเหมือนเด็กคลอดก่อนกำหนดทั่วไป วันหนึ่งขณะที่แม่วางน้องไว้บนโต๊ะซึ่งทำเป็นที่นอน ท่านเคลิ้มหลับไปเพราะเพิ่งดื่มยาดองเหล้าที่มีคนแนะนำว่าทานแล้วแข็งแรงเร็วขึ้น น้องซึ่งนอนอยู่บนโต๊ะก็ดิ้นตกลงไป หัวกระแทกกับอะไหล่รถยนต์ที่วางอยู่ใต้โต๊ะ น้องร้องเสียงดังมากจนแม่ตกใจตื่น ตอนนั้นน้องมีอายุได้เพียง 22 วัน กะโหลกศีรษะบุบ แม่รีบพาไปหาหมอ หมอบอกว่าต้องผ่ากะโหลกแล้วใช้เครื่องมือเข้าไปงัดส่วนที่บุบให้กลับมาเหมือนเก่า
ผู้เขียนเล่าว่าแม่กลัวว่าหลังการผ่าตัดน้องจะไม่รอดเพราะยังเล็กมาก ซึ่งเป็นคำแนะนำของหมอด้วย จึงตัดสินใจไม่ให้รับการผ่าตัดแล้วพาไปหาคนทรงแทน คนทรงบอกว่าเด็กคนนี้เลี้ยงเองไม่รอดเพราะเป็นลูกเทพ ต้องยกให้ จึงขายให้ในราคาห้าสตางค์ ครูไม่ใหญ่แทรกว่าตำหนักคนทรงมีรายได้ดีมาก ตำหนักละแสน หลังจากนั้นทุกวันพระและวันโกนแม่ต้องเอาน้องไปให้คนทรงนวดกะโหลก ทำอย่างนี้อยู่หกเดือน กะโหลกที่ยุบก็ค่อย ๆ กลับเป็นปกติ แต่เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้หูของน้องใช้งานได้เพียงข้างเดียว ปัจจุบันยังรักษาไม่หาย แต่ข้างเดียวนั้นก็รับฟังได้ทุกเรื่องราว
ช่วงเพลงที่ร้องว่าก็เป็นธรรมดาอย่างนั้นเอง สุภาษิตเตือนไว้ว่าฝนตกที่ไหนก็เมาที่นั่น แต่ฝนที่ตกอยู่ทางโน้นจะเมาถึงคนทางนี้ได้ไง ก็ยังรอฟังฉันเลยอยู่ทุกเรื่องราว แล้วครูไม่ใหญ่แซวเรื่องหูข้างเดียวของน้องที่ยังฟังได้ทุกเรื่อง
ผู้เขียนตั้งคำถามว่าทำไมคุณแม่มีโรคมาก ทำไมคุณพ่อเป็นมะเร็ง ด้วยบุญใดทำให้คุณพ่อยังไม่เป็นอะไร ต้องสร้างบุญอย่างไรภพชาติต่อไปจึงจะพ้นวิบากกรรมเช่นนี้ ทำไมคุณป้าต้องลำบากมาตลอด ถูกเพื่อนโกงบ้านโกงเงินและเสียเงินฟรีจากการทำกรีนการ์ด ตัวเองกับคุณป้าเคยเป็นแม่ลูกกันมาก่อนหรือเปล่า กิจการร้านอาหารต้องสั่งซื้อเนื้อสัตว์จำนวนมากจากตัวแทนขายเนื้อจะได้วิบากกรรมจากการสั่งฆ่าหรือไม่ ยิ่งมีหลายสาขายิ่งสั่งมากกรรมจะยิ่งมากหรือไม่ ครอบครัวได้สร้างองค์พระให้คุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยาย ท่านอยู่ภพภูมิใดและได้รับอานิสงส์อย่างไร บาปกรรมใดทำให้น้องชายศีรษะยุบและหูไม่ได้ยินข้างหนึ่ง จะมีโอกาสหายไหม คนทรงใช้วิชาของอาจารย์วิทยาธรช่วยหรือเปล่า ทำไมรู้จักวัดตั้งแต่เด็กแต่ต้องห่างไปหลายปี ผู้ที่คิดจะบวชตั้งแต่เล็กต้องประกอบเหตุอย่างไร ทำไมเป็นโรคภูมิแพ้ไซนัสมาตั้งแต่เด็ก และเป็นโรคหลง ๆ ลืม ๆ ง่าย แล้วครูไม่ใหญ่ชวนให้นั่งใจนิ่ง ๆ นุ่ม ๆ เบา ๆ เดี๋ยวจะเห็นเอง
ตอบว่าคุณพ่อคุณแม่มีชีวิตลำบากตอนต้นแต่สบายภายหลัง เพราะในอดีตมักตัดสินใจทำบุญช้าเพราะความตระหนี่ แต่ภายหลังก็ได้มาทำบุญ จึงทำให้วิบากกรรมตระหนี่ได้ช่องส่งผลก่อน กรรมตระหนี่หวงแหนคือไล่ทรัพย์ การให้คือเรียกทรัพย์มา ส่วนคุณแม่ถูกครอบครัวของคุณพ่อเกลียดชังกลั่นแกล้งใช้งานสารพัด เพราะในอดีตแม่ก็เคยทำลักษณะเดียวกับคุณย่าไว้ คือเคยแกล้งและข่มลูกสะใภ้ ใช้งานสารพัดอย่าง วิบากกรรมนี้จึงดึงดูดให้มาเจอบ้าง เป็นกรรมกงเกวียนกำเกวียน และคุณแม่มีโรคมากเพราะกรรมในอดีตเคยฆ่าสัตว์เล็กสัตว์น้อยทำอาหารอยู่เป็นประจำ อีกทั้งชอบทะลึ่งตาใส่คนด้วยใจที่ขุ่นมัว จึงทำให้ชาตินี้สายตามัว
ตอบว่าคุณพ่อเป็นมะเร็งเพราะกรรมฆ่าสัตว์ทำอาหารเป็นประจำมาส่งผล แต่มีบุญที่ทำไว้ในปัจจุบันมาตัดรอน จึงทำให้ยังไม่เป็นอะไร วิธีแก้ไขคือต้องให้คุณพ่อคุณแม่สั่งสมบุญทุกบุญ ทั้งทาน ศีล ภาวนา แล้วอุทิศบุญกุศลไปยังสรรพสัตว์ทั้งหลาย โดยเฉพาะสรรพสัตว์ที่เราเคยไปเบียดเบียนเขาไว้
ตอบว่าคุณป้าลำบากมาตลอด ถูกเพื่อนโกงบ้านโกงเงินและเสียเงินฟรีจากการทำกรีนการ์ด เพราะกรรมตระหนี่ในอดีตตามมาส่งผลให้ลำบาก แต่ก็ทำบุญบ้างเป็นครั้งคราวจึงได้เงินมาบ้างจากการทำงานหนัก และในอดีตก็เคยไปโกงเขามา วิบากกรรมนี้จึงทำให้มาโดนโกงบ้างและเสียเงินฟรี ส่วนที่ผู้เขียนกับคุณป้ารักและผูกพันกันมากเพราะในอดีตเคยเป็นแม่ลูกกันมา และได้มาเกื้อกูลกันในปัจจุบันอีก
ตอบว่าการทำกิจการร้านอาหารที่ต้องสั่งซื้อเนื้อสัตว์จำนวนมากจากตัวแทนขายเนื้อ จะมีวิบากกรรมจากการสั่งค่าชีวิตสัตว์ คือสั่งว่าเอาเท่านั้นกิโลเท่านี้กิโล ยิ่งมีหลายสาขายิ่งสั่งมากก็ยิ่งมีวิบากกรรมมาก เพราะเท่ากับสั่งให้เขาฆ่า แต่ถ้าไปซื้อเนื้อสัตว์ที่เขาฆ่าตามปกติแล้ว โดยเราไม่ได้สั่งฆ่า ถ้าทิ้งไว้ก็จะเน่า เขาเอามาขาย ไม่มีใครซื้อก่อนเรา เราไปเห็นแล้วซื้อมา อย่างนี้ไม่มีวิบากกรรม ได้ชื่อว่าเสียทรัพย์แต่ไม่เสียศีล และไม่ได้ชื่อว่าสนับสนุนทางอ้อมด้วย เพราะสัตว์ที่ถูกฆ่านั้นมีวิบากกรรมเก่าเคยทำปาณาติบาตมา ถ้าเคยผูกเวรกับผู้ฆ่าก็มาฆ่ากัน ถ้าไม่ผูกเวรก็เป็นกรรมของตัวและเป็นกรรมใหม่ของผู้ฆ่า จึงไม่เกี่ยวกับเรา ต้องแยกให้เป็นประเด็น ๆ
ตอบว่าคุณปู่ คุณย่า คุณตา เป็นภุมเทวาอยู่กันคนละหมู่บ้าน เมื่อรับบุญที่อุทิศไปให้แล้วก็ทำให้ท่านมีสภาพที่ดีขึ้น ส่วนคุณยายไปเกิดใหม่เป็นมนุษย์แล้วจึงไม่ได้รับบุญที่อุทิศไปให้ แล้วตอบว่าน้องชายคนรองประสบอุบัติเหตุศีรษะยุบและหูไม่ได้ยินข้างหนึ่ง เพราะกรรมในอดีตเคยเลี้ยงน้องและเล่นกับน้องที่ยังนอนแบเบาะด้วยความเผลอ เล่นไปเล่นมาน้องตกลงมาหัวฟาดพื้น กับกรรมที่เคยดื่มสุราแล้วทะเลาะกันในวงเหล้า ได้ยกไหเหล้าทุ่มศีรษะเขา และกรรมที่ทำหูทวนลมไม่สนใจคำสั่งสอนของพ่อแม่เป็นครั้งคราว สามกรรมนี้มารวมส่งผล เพราะทำเป็นครั้งคราวจึงเป็นแค่บางส่วน ทางแก้คือให้สั่งสมบุญทุกบุญทั้งทาน ศีล ภาวนา อย่างสม่ำเสมอ แล้วอุทิศบุญให้ผู้ที่เราเคยไปเบียดเบียนไว้ อีกทั้งต้องอธิษฐานจิตบ่อย ๆ หลังจากทำบุญ
ตอบว่าที่รู้จักวัดตั้งแต่เด็กแต่หายไปหลายปีแล้วจึงกลับมาวัดใหม่ เพราะในอดีตทำบุญแล้วไม่ได้อธิษฐานจิตล้อมกรอบเอาไว้ให้ดีว่าจะต้องสร้างบารมีให้ได้ตลอดไป อีกทั้งทำบุญไม่สม่ำเสมอ มีอารมณ์ก็ทำบุญ ไม่มีก็ไม่ทำ ส่วนผู้ที่คิดจะบวชตั้งแต่เล็กให้ประกอบเหตุด้วยการสั่งสมบุญทุกบุญและอธิษฐานจิตบ่อย ๆ ให้เป็นผังสำเร็จติดตัวไปว่าให้ได้บวชตั้งแต่ยังเยาว์วัย แล้วผังนั้นก็จะเป็นไปตามความปรารถนา
ตอบว่าโรคภูมิแพ้ไซนัสที่เป็นมาตั้งแต่เด็ก หายใจไม่สะดวก เจ็บภายในช่องอกเป็นครั้งคราว ปวดหัวบ่อย ๆ เพราะกรรมในอดีตตอนเด็กชอบแกล้งสัตว์ โดยชอบโยนลูกหมาลูกแมวลงไปในน้ำบ่อย ๆ บางทีก็หัดให้มันว่ายน้ำแต่มันว่ายไม่ได้จนสำลักน้ำ วิบากกรรมนี้จึงมาส่งผล ส่วนโรคหลง ๆ ลืม ๆ ง่าย เพราะเสพสุราในอดีตกับตอนเป็นพ่อค้าที่มักชอบโกหกลูกค้าบ่อย ๆ ส่วนกรรมขายสุราในปัจจุบันยังไม่ส่งผล จะไปส่งผลในอนาคต และตอบต่อว่าที่เรียนจบการศึกษาระดับสูงแต่ต้องมาทำงานหนักและอยู่ห่างไกลวัด เพราะช่วงแรกมีความเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จในชีวิตได้ด้วยสมองหนึ่งกับสองมือเท่านั้น ต้องเหนื่อยยาก จึงไม่ค่อยทำบุญ ซึ่งเป็นความเชื่อที่ถูกครึ่งเดียวไม่สมบูรณ์ แต่ที่เรียนจบสูงเพราะสั่งสมบุญเรื่องปัญญาบารมีและการศึกษามาข้ามชาติ ส่วนที่อยู่ห่างไกลวัดก็เป็นเรื่องของปัจจุบันที่ต้องทำมาหากิน ให้ทำธุรกิจควบคู่กับการสร้างบารมีต่อไป อย่าย่อท้อ ต่อไปจะเจริญรุ่งเรืองเพราะบุญที่เคยสร้างกับหมู่คณะเริ่มจะส่งผลแล้ว
ท่องบทประจำวันว่าสิ่งที่ต้องสั่งสมคือบุญกุศล สิ่งที่ต้องแสวงหาคือพระรัตนตรัยภายใน เป้าหมายชีวิตคือที่สุดแห่งธรรม ที่พักระหว่างทางคือดุสิตบุรี วงบุญพิเศษ เขตบรมโพธิสัตว์
อ่านรายนามผู้ร่วมบุญโครงการเสาแก้วพันปี ทั้งกลุ่มบริษัทและกัลยาณมิตรที่บูชาธรรมต้นละสี่ร้อยบาทสามร้อยต้น ต้นละสามร้อยสามสิบสามบาทสามร้อยต้น ต้นละสองร้อยบาทสามร้อยต้น จนถึงต้นละหนึ่งร้อยบาทสามร้อยต้น รวมทั้งทีมงานสื่อของโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา แล้วประกาศว่าวันนี้ทำกฐินรายวันเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งกอง ขออนุโมทนาให้เข้าถึงพระธรรมกายกันทุกคน และขอแบ่งบุญให้นักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาทั่วโลกทุกคน
ท่องคำขวัญว่าพุทธบุตรต้องเป็นหนึ่งเดียวกันเหมือนดวงตะวันที่มีดวงเดียว พุทธบริษัทสี่ต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน เรื่องส่วนตัวให้วางอุเบกขา เรื่องพระศาสนาให้เอาอุเบกขาวาง จิตสดใสเมื่อใจสิ้นระแวง และธรรมกายคือพระในตัวคุณ แล้วชวนพร้อมใจกันสวดสรรเสริญคุณของพระรัตนตรัย โดยหันลำโพงไปทางภาคใต้ของผืนแผ่นดินไทยและสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้