มรณานุสติ

tag ที่มักมาด้วยกัน: ไม่ประมาท ใจใส สามีเสียชีวิตกะทันหันด้วยโรคหัวใจ อายุขัยเฉลี่ย หลักวิชาการทำบุญ ข้าวสารเพิ่มเมล็ดและเพชรตาแมว มะเร็งตับ มหาปูชนียาจารย์

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 2 พ.ย.48 | กรณีศึกษา: ตระกูลเศรษฐีร่ำรวยแบบกงสี

  • 1:36:47 ปี 2530 เตี่ยเสียชีวิตกะทันหันอายุ 69 ปี และข้อคิดเรื่องเปลี่ยนเงินเป็นบุญ
    เล่าว่าปี 2530 กำลังรวยอยู่ดี ๆ เตี่ยก็เสียชีวิตแบบง่าย ๆ ตอนเที่ยงคืนหลังลุกขึ้นเข้าห้องน้ำและบอกให้ลูก ๆ ไปนอน สิบนาทีต่อมาลูกได้ยินเสียงครางจึงลงมาดูเห็นตาค้าง ตัวเฮียปั๊มหัวใจและเรียกรถพยาบาลแต่ก็สิ้นลม รวมอายุ 69 ปี ทั้งที่เป็นคนแข็งแรง ไม่เจ็บไม่ไข้ ไม่เคยเข้าโรงพยาบาล ครูไม่ใหญ่จึงสอนว่าถ้าเราวุ่นหาเงินก็อดหาบุญ บ้านที่อยู่ไม่ใช่บ้านถาวรแต่เป็นบ้านชั่วคราว เงินทองมีไว้แลกเปลี่ยน นอกจากเป็นปัจจัยสี่หล่อเลี้ยงร่างกายแล้วต้องแปลงไปเป็นบุญ จึงจะถูกหลักวิชา และเตือนว่าคนแข็งแรงเหมือนซูเปอร์แมนก็ไม่แน่ แต่ที่แน่คือตายแน่ทุกคน

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 3 พ.ย.48 | กรณีศึกษา: นึกถึงบุญแล้วก็ปีติใจ

  • 11:26 มรณานุสติ: คิดถึงความตายวันละสองเวลา
    ชวนเจริญมรณานุสติว่าคิดถึงความตายวันละสองเวลา ทั้งหลับตาและลืมตา หายใจเข้าหนึ่งครั้งออกหนึ่งครั้ง จะทำให้มีสติเตือนตัวเองให้ดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท และปฏิบัติตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าคือละชั่ว ทำดี ทำใจให้ผ่องใส แต่ถ้าไม่ระลึกถึงความตายเลยก็จะชะล่าใจ
  • 16:04 อายุขัยเฉลี่ย 75 ปี: มาจากไหนไม่สำคัญ ตายแล้วต้องไปสวรรค์
    อธิบายว่าอายุขัยเฉลี่ยของมนุษย์ยุคนี้คือ 75 ปี บางคนตายก่อน บางคนเท่ากับ บางคนเกินแต่มีน้อย และเดี๋ยวนี้คนตายก่อนอายุขัยเพิ่มขึ้นเพราะร่างกายเป็นรังแห่งโรคอยู่แล้ว ยังไปหาโรคเพิ่มมาทำลายตัวเองอีก จึงสรุปว่าเกิดมาจากไหนไม่สำคัญเพราะเกิดมาแล้ว แต่ตายแล้วต้องไปสวรรค์ ต้องไปดุสิตบุรี วงบุญพิเศษ เขตบรมโพธิสัตว์ จึงจะถูกหลักวิชา

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 4 พ.ย. 2548

  • 10:13 เจริญมรณานุสติ: คิดถึงความตายวันละสองเวลาทุกลมหายใจเข้าออก
    นำเจริญมรณานุสติ แล้วอธิบายว่าคิดถึงความตายทำให้ไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต พระอานนท์กราบทูลว่าระลึกถึงความตายวันละสองเวลา แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่ายังประมาทอยู่ ต้องทุกลมหายใจเข้าออก จึงเอาสองอย่างมารวมกันเป็นวันละสองเวลา หายใจเข้าครั้งหนึ่งออกครั้งหนึ่ง

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 7 พ.ย. 2548

  • 15:39 ความตายไม่มีนิมิตหมาย จึงต้องเตรียมตัวตายให้ถูกหลักวิชา
    อธิบายว่าคนมักบวกลบคูณหารแล้วคิดเองว่าอีกนานจะถึงอายุขัยเฉลี่ยของมนุษย์ แต่ความจริงบางคนตายก่อน บางคนตายเท่า และมีน้อยที่ตายมากกว่าอายุเฉลี่ย ความตายไม่มีนิมิตหมายบอกล่วงหน้าเลยว่าจะตายวันไหน ที่ไหน อย่างไร นาน ๆ จะมีผู้มีญาณทัสสนะรู้วันตายของตัว แต่ 99.94 เปอร์เซ็นต์ไม่มีโอกาสล่วงรู้ จึงต้องเตรียมตัวตายให้ถูกหลักวิชา ไม่ใช่คิดว่าไหน ๆ จะตายแล้วก็รีบแสวงหาความสุขทางโลกไปเที่ยวสนุกสนาน แต่ต้องเตรียมด้วยการสั่งสมบุญบารมี ทั้งบุญกิริยาวัตถุสิบประการ หรือทานศีลภาวนา หรือบำเพ็ญบารมีสิบทัศน์ ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 9 พ.ย. 2548

  • 10:38 เจริญมรณานุสติ: หายใจเข้าหนึ่งครั้งออกหนึ่งครั้ง
    นำเจริญมรณานุสติว่าคิดถึงความตายทุกลมหายใจเข้าออก ซึ่งจะทำให้เราไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต ขนขวายในการแสวงหาบุญ และดำเนินชีวิตอย่างถูกหลักวิชา ถูกวัตถุประสงค์ของการมาเกิดเป็นมนุษย์

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 10 พ.ย. 2548

  • 11:54 เจริญมรณานุสติ: คิดถึงความตายวันละสองเวลา หลับตากับลืมตา
    นำเจริญมรณานุสติว่าคิดถึงความตายวันละสองเวลา หลับตากับลืมตา หายใจเข้าหนึ่งครั้งออกอีกหนึ่งครั้ง คิดวันละแค่นี้ไม่ต้องเยอะ แล้วเราจะมีชีวิตที่ใจใส เพราะขวนขวายในการสร้างบารมีทั้งทาน ศีล ภาวนา อย่างเต็มที่ เพราะรู้ว่ายังไงก็ตายแน่

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 11 พ.ย. 2548

  • 11:12 เจริญมรณานุสติ: คิดถึงความตายวันละสองเวลา ใจจะเป็นภาชนะอัดแน่นด้วยบุญ
    นำเจริญมรณานุสติว่าคิดถึงความตายวันละสองเวลา หลับตากับลืมตา หายใจเข้าหนึ่งครั้งออกอีกหนึ่งครั้ง จะทำให้ชีวิตเรามีความไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต ขวนขวายสั่งสมบุญบารมีอย่างเต็มที่ พยายามชำระกายวาจาใจให้สะอาดบริสุทธิ์ผ่องใส และใจจะเป็นภาชนะที่อัดแน่นด้วยพลังบุญอันยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นบ่อเกิดของความสุขและความสำเร็จทุกระดับ ตั้งแต่ปุถุชนจนเป็นพระอริยเจ้า และการก้าวไปสู่ที่สุดแห่งธรรมก็ต้องอาศัยพลังบุญนี้
  • 16:25 ถ้าสะดุ้งเรื่องความตายทุกวันก็จะขวนขวาย เพราะตายแล้วหมดโอกาสทำความดี
    ย้ำว่าอย่าประมาทเพราะความตายมาถึงในพลันนิด ถ้าถามตัวเองทุกวันว่าถ้าตายตอนนี้พร้อมแล้วหรือยัง ใจจะสะดุ้งแล้วรีบขวนขวาย ขี้เกียจนั่งธรรมะแค่นึกถึงความตายกระดูกสันหลังก็ยืดตั้งขึ้นเอง เพราะเวลามีกายมนุษย์เท่านั้นที่ทำความดีได้ ตายแล้วไปรู้ตอนนั้นก็หมดสิทธิ์ จึงต้องศึกษาว่าทางมาแห่งบุญมีกี่วิธี ทำอย่างไรถึงถูกหลักวิชา เพราะบุญเป็นบ่อเกิดของความสุขและความสำเร็จ ปฏิเสธบุญก็เท่ากับยินดีความลำเค็ญ ความยากจน และความทุกข์ของชีวิต

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 14 พ.ย. 2548

  • 6:58 เจริญมรณานุสติ: คิดถึงความตายวันละสองเวลา หลับตากับลืมตา
    นำเจริญมรณานุสติว่าคิดถึงความตายวันละสองเวลา หลับตากับลืมตา เพื่อให้ใจไม่ชะล่าใจในการดำเนินชีวิต ไม่มัวแต่สนุกสนานเพลิดเพลิน ไม่หลงใหลติดอบายมุข ไม่มัวแต่ทำมาหากินเพียงอย่างเดียว แต่จะขวนขวายในการสั่งสมบุญบารมี เพราะบุญเท่านั้นจะเป็นที่พึ่งทั้งในปัจจุบันและอนาคต และให้ถูกวัตถุประสงค์ของการมาเกิดเป็นมนุษย์

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 15 พ.ย. 2548

  • 12:45 เจริญมรณานุสติ: คิดถึงความตายวันละสองเวลา
    ช่วงเจริญมรณานุสติ นำระลึกถึงความตายซ้ำ ๆ เป็นช่วงยาว เพื่อให้ใจไม่ประมาทและขวนขวายในการสั่งสมบุญบารมี

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 18 พ.ย. 2548

  • 1:36:13 คุณตาติดเชื้อในกระแสเลือดจนเสียชีวิต และคำพูดที่งานศพว่าตารอผมด้วย ผมจะไปด้วย
    เล่าว่าหลังแม่แต่งงานใหม่ได้สองปี คุณตาล้มป่วยนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล หมอเจาะเลือดไปตรวจพบว่าติดเชื้อในกระแสเลือด มีความดันสูง เป็นโรคเบาหวาน และเสียชีวิตในที่สุด ตอนงานศพผู้เขียนไปร่วมงานด้วย เป็นศพแรกที่เห็นในชีวิต ไปไหว้ศพและพูดกับตาด้วยความไม่รู้ว่าตาอย่าเพิ่งไปไหนนะ รอผมด้วย ผมจะไปด้วย เพราะรักตามาก หลังสวดศพสามวันก็เผา แล้ววันที่เอากระดูกคุณตามาไว้บนหลังตู้ตรงที่ผู้เขียนนอน กลางดึกคืนนั้นรู้สึกหนาวมาก ผ้าห่มกองอยู่ปลายเท้า พอจะลุกไปหยิบก็ได้ยินเสียงคุณตาดังขึ้นในครัวจนกลัวมาก

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 21 พ.ย. 2548

  • 2:10:48 ตอบ: ฝันว่าตายสองครั้งเพราะบุญเก่ามาเตือนไม่ให้ประมาท และนิมิตองค์พระมาจากบุญเก่า
    ครูไม่ใหญ่ตอบว่าความฝันว่าตายสองครั้งเป็นเพราะจิตเป็นห่วงและบุญเก่ามาเตือนว่าไม่ให้ประมาทในการดำเนินชีวิต ให้ตั้งใจสั่งสมบุญบารมีไว้ให้มาก เพราะความตายไม่มีนิมิตหมาย จึงบอกว่าใครยังไม่ทำเสาแก้วก็อย่ารอให้ฝันว่าตัวจะตายหรือมีอะไรมาบีบคอก่อนจึงจะมีอารมณ์มาทำ ส่วนที่ผู้เขียนเห็นนิมิตองค์พระทั้งที่ไม่เคยมาวัดพระธรรมกาย แม้ขณะทำฟาร์มไก่ก็ยังเห็นและเห็นได้ตลอด เพราะบุญเก่าที่เคยทำกับหมู่คณะมา ชาตินั้นเคยปฏิบัติธรรมได้ดี ได้องค์พระในตอนที่เจอหมู่คณะในอดีต บุญนี้จึงบันดาลให้เห็นได้ง่าย ให้รักษาไว้ยิ่งกว่าชีวิต จะได้มีที่พึ่งภายใน

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 29 พ.ย. 2548

  • 1:37:21 น้องชายเป็นมะเร็งขั้นสุดท้าย ผ่าตัดแล้วเสียชีวิตด้วยวัย 50 ปี
    เล่าว่าน้องชายมีอาการรุนแรงมาก เมื่อเข้าตรวจในโรงพยาบาลจึงทราบว่าเป็นมะเร็งขั้นสุดท้าย น้องชายตัดสินใจให้หมอผ่าตัด หลังผ่าตัดแล้วอาการทรุดลง ทนความเจ็บปวดไม่ไหวและเสียชีวิตในที่สุดด้วยอายุห้าสิบปี ครูไม่ใหญ่แทรกว่าเห็นไหมว่าความตายไม่มีนิมิตหมายเลย

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 5 ธ.ค. 2548

  • 37:06 ชีวิตมีค่าใช้จ่ายตั้งแต่ลมหายใจถึงยาสีฟัน ต้องเติมบุญใหม่เสมอ
    อธิบายว่าชีวิตมีค่าใช้จ่ายแม้อยู่เฉย ๆ เรานอนหลับก็มีค่าใช้จ่ายแล้ว เราไม่ได้หายใจฟรี ๆ เพราะก่อนจะได้หายใจก็เสียค่าอาหาร ค่าน้ำ เพื่อให้มีพลังงานในร่างกาย นอนก็ต้องมีมุ้งกันยุง มีที่นอนนุ่ม ๆ อากาศหนาวก็ต้องมีผ้าห่มและอุปกรณ์กันหนาว ตื่นเช้ามาล้างหน้าก็มีค่าน้ำ มียาสีฟันแล้วยังต้องมีแปรงสีฟัน ทั้งหมดคือค่าใช้จ่ายของชีวิตที่ต้องได้มาด้วยบุญ บุญเหล่านี้ใช้ไปก็มีวันหมด จึงต้องเติมบุญใหม่ ถ้ามีวิบัติแม้แต่ฟันก็ไม่มี ยาสีฟันก็ไม่ได้ใช้ ส่วนคุณสมบัติ ความฉลาด ความรอบรู้ ดวงปัญญาที่เรียนรู้ได้ง่าย การมีคนมาสอน มีความสามารถใช้ความรู้ได้ มียศ มีพวกพ้องบริวาร ล้วนมาจากบุญทั้งสิ้น ดังนั้นการปฏิเสธบุญก็คือการปฏิเสธค่าใช้จ่ายของชีวิตและปฏิเสธสมบัติทุกอย่าง อย่าบ่นอย่าเบื่อเวลาชวนทำบุญบ่อย ๆ เพราะเราทำเราได้ และต้องทำบ่อย ๆ เพราะความตายไม่มีนิมิตหมาย
  • 1:37:23 คุณพ่อบอกว่าปีนี้แก่ลงเยอะ ไม่รู้ว่าจะไปเมื่อไหร่
    เล่าว่าปีนี้คุณพ่อรู้สึกว่าแก่ลงไปเยอะ และบอกลูกว่าไม่รู้ว่าจะไปเมื่อไหร่ จึงอยากให้ลูก ๆ จำสิ่งที่พ่อสอนไว้เพื่อจะดูแลตัวเองได้ คุณพ่อสอนให้ทำบุญต่อเนื่อง นั่งสมาธิ และรักการสร้างบารมี

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 6 ธ.ค. 2548

  • 15:59 เจริญมรณานุสติให้เกิดความสะดุ้งในใจว่าต้องตายแน่
    สอนว่าเมื่อเจริญมรณานุสติจนเกิดความสะดุ้งในใจว่าเราต้องตายแน่ ก็จะขวนขวายในการสั่งสมบุญบารมีและดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท เป็นเรื่องที่ต้องระลึกนึกถึงความตายให้ได้ทุกวัน

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 7 ธ.ค. 2548

  • 41:45 ครูไม่ใหญ่เตือนว่ารักษาคุณพ่อได้แค่ทาภายนอก อย่าให้ดื่มยาดองตอนอายุ 81 ปี
    ผู้เขียนตั้งใจเดินทางไปฝรั่งเศสเพื่อรักษาคุณพ่อด้วยยาดองเหล้าอีกครั้ง ครูไม่ใหญ่เตือนว่าถ้าอมทาภายนอกก็คงพอได้ แต่อย่าให้ท่านดื่ม เพราะยาดองเหล้าเมื่อเข้าไปในร่างกายจะไปเปลี่ยนระบบความคิด คำพูด และการกระทำ สิ่งที่เข้าสู่ร่างกายมีผลถึงใจว่าใสหรือหมอง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเดินทางไปสู่ปรโลก จึงย้ำว่าอย่าให้ท่านใจหมองในตอนอายุ 81 ปี

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 13 ธ.ค. 2548

  • 1:35:14 คุณพ่อเป็นมะเร็งตับระยะสุดท้ายแต่ไม่บอกใคร เสียชีวิตอายุ 64 ปี
    ทุกคนในครอบครัวมีความสุขไปกับความสุขของคุณพ่อ แต่ไม่มีใครทราบว่าท่านเป็นมะเร็งที่ตับระยะสุดท้าย เพราะคุณพ่อไม่เคยพูดถึงอาการป่วยให้ใครรู้ บอกว่าพูดไปก็บ่นกันเปล่า ๆ เมื่อทุกคนทราบว่าท่านป่วยหนักแล้ว ท่านก็เตรียมตัวมาอย่างดีและพร้อมเสมอ เสียชีวิตเมื่ออายุ 64 ปี

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 14 ธ.ค. 2548

  • 10:53 ช่วงเจริญมรณานุสติ ระลึกว่าชีวิตอยู่ได้เพียงลมหายใจเข้าออก
    ชวนเจริญมรณานุสติ ระลึกถึงความตายเพื่อให้จิตใจใส ย้ำว่าเรามีชีวิตอยู่เพียงสองเวลาคือหลับตากับลืมตา หายใจเข้าหนึ่งครั้งและออกอีกหนึ่งครั้ง
  • 15:08 เหตุผลที่ต้องระลึกถึงความตายทุกวัน และวิธีเตรียมตัวตายให้ถูกหลักวิชา
    อธิบายว่าการระลึกถึงความตายทำให้ขนขวายสร้างบุญสร้างบารมี เพราะความตายไม่มีนิมิตหมาย ไม่รู้ว่าจะตายเมื่อไร ที่ไหน ด้วยวิธีใด วิธีที่ดีที่สุดคือเตรียมตัวตายให้ถูกหลักวิชา โดยทำให้ถูกวัตถุประสงค์ของการมาเกิดเป็นมนุษย์ คือละชั่ว ทำดี และทำใจให้บริสุทธิ์ผ่องใส ซึ่งจะเป็นทางมาแห่งบุญกุศลและความสำเร็จทั้งปัจจุบันและอนาคตทุกชาติจนถึงที่สุดแห่งธรรม ใครไม่ระลึกถึงความตายเลยยังได้ชื่อว่าประมาท มัวเพลิดเพลินทางโลกและหมกมุ่นอยู่กับอบายมุข

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 21 ธ.ค. 2548

  • 1:56:01 ก่อนผ่าตัดพาพี่ชายทำบุญ พบหลวงพ่อทัตตชีโวที่ให้โอวาทว่าทุกคนต้องตาย
    เล่าว่าก่อนผ่าตัด ผู้เขียนพาพี่ชายมาทำบุญถวายภัตตาหาร สร้างองค์พระธรรมกายประจำตัว และทำบุญแผ่นล้านธรรม วันนั้นโชคดีได้กราบพระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโว ท่านให้โอวาทว่าที่มาทำบุญที่วัดก่อนไปผ่าตัดนั้นถูกต้องแล้ว เพราะกลับไปแล้วก็ต้องตายแน่ ไม่ต้องกลัวเพราะทุกคนต้องตาย ไม่ตายช้าก็ตายเร็ว พอได้โอวาทนี้พี่ชายก็เอาจริงสุดขีด

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 27 ธ.ค. 2548

  • 1:40:58 คุณยายไม่รอช้าเพราะรู้ว่าชีวิตไม่เที่ยง แล้วละโลกด้วยโรคหัวใจโตอายุเพียง 42 ปี
    เล่าว่าคุณยายทำบุญไม่รอช้าเพราะรู้ว่าชีวิตเป็นของไม่เที่ยง ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่อีกนานเท่าไร ครูไม่ใหญ่แทรกเรื่องผู้ที่มาขอลางานไปบวชเป็นคนที่แปด เจ้านายบอกว่าคุณยังอยู่ได้อีกร้อยปี ยังไม่ตายหรอก อย่าเพิ่งไปบวช เจ้าตัวตอบว่าเราไม่รู้ว่าจะตายเมื่อไร เห็นมีใครถึงร้อยปีสักคนหนึ่ง เจ้านายเลยหยุดเพราะไม่เคยได้ยินคำนี้ แล้ววันนั้นก็มาถึงจริง ๆ คุณยายละโลกด้วยวัยเพียง 42 ปีด้วยโรคหัวใจโต หลังยายเสียชีวิตคุณตาแต่งงานใหม่ทันทีและมีลูกกับภรรยาใหม่อีกหนึ่งคน อยู่ด้วยกันสิบกว่าปีคุณตาก็คิดได้ว่าไปบวชดีกว่า

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 31 ธ.ค. 2548

  • 50:50 นรกไม่ได้อยู่ในใจ และเรื่องผู้หลักผู้ใหญ่ที่เก่งวิชาการแต่ไม่เข้าใจหลักวิชาการทำบุญ
    แก้ความเข้าใจผิดว่านรกไม่ได้อยู่ในใจ แต่สวรรค์เป็นอีกภพหนึ่งและนรกก็เป็นอีกภพหนึ่ง แล้วเล่าถึงคนที่ครูไม่ใหญ่เคยรู้จัก ตอนเป็นมนุษย์เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ที่คนนับหน้าถือตา เก่งเรื่องหลักวิชาการทำงาน แต่เรื่องหลักวิชาการทำบุญไม่ค่อยเข้าใจ ทำตามประเพณีเมื่อมีคนชวน งานทางโลกจะให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ไม่ใช่ง่าย จึงมีดีบ้างไม่ดีบ้างคละกันไป ระหว่างที่เพลินกับงานก็เจ็บป่วยแล้วจากไปทันที
  • 1:04:59 คุณย่ารักความสะอาดชอบทำบุญ และน้ำตาไหลข้างเดียวที่โรงพยาบาลก่อนจากไปวัย 91 ปี
    เล่าถึงคุณย่าว่าเป็นคนรักความสะอาด รักความเป็นระเบียบมาก ชอบทำบุญ ใจดีกับลูกหลาน นึกถึงเมื่อไรก็มีความสุข ต่อมาเมื่อผู้เขียนไปเยี่ยมคุณย่าที่โรงพยาบาล เห็นน้ำตาของท่านไหลออกมาข้างเดียวทั้งที่ยังหลับอยู่ นับจากนั้นคุณย่าก็ไม่ลืมตาขึ้นมาอีกเลยเกือบอาทิตย์ แล้วจากไปในวัย 91 ปี โดยที่หลานยังไม่รู้ว่าย่าเป็นอะไร

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 2 ม.ค. 2549

  • 1:36:39 คุณแม่ชาวอุบลราชธานีมีฝีมือทอผ้าไหม เสียชีวิตด้วยวัณโรค
    คุณแม่เกิดที่จังหวัดอุบลราชธานี เป็นแม่บ้านเลี้ยงลูกควบคู่ไปกับการทำสวนทำไร่ เป็นคนขยันหมั่นเพียร มีฝีมือในการทอผ้าไหม พูดน้อยเหมือนคุณพ่อ ไม่ค่อยสุงสิงกับเพื่อนบ้าน ชอบสวดมนต์และไปทำบุญที่วัดบ่อย ๆ เคร่งครัดในการเลี้ยงดูลูก สอนให้ลูกพูดจาไพเราะมีปิยวาจา โดยเฉพาะลูกสาวต้องมีปิยวาจาเป็นเสน่ห์ ราวปี 2525 ถึง 2526 ท่านล้มป่วยด้วยวัณโรค อาการหนักมาก มีไข้หลายวัน ร่างกายผอมลงเรื่อย ๆ ทานอาหารได้เพียงเล็กน้อย อยากจะหลับอย่างเดียว ประมาณสองเดือนก็เสียชีวิต ครูไม่ใหญ่เตือนว่าสักวันหนึ่งเราก็ต้องไปอยู่บนเตียงคนป่วยนี่ หมู่ญาติที่ได้ศึกษาคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าต้องดูแลบุพการีให้ดี อย่าให้ใครที่ไม่รู้เรื่องของเรามาชวนให้ท่านนึกถึงสิ่งอื่นตอนใกล้จะละโลก เพราะอันตราย

ทบทวนฝันในฝันวิทยา 24 พ.ค.2555

  • 14:35 เทวทูตที่สาม คนตาย: ทรงเกิดนิพพิทาเบื่อหน่ายการเกิดแก่เจ็บตาย
    ทรงพบคนตาย นายฉันนะอธิบายว่าคือผู้หมดฤทธิ์ในการหายใจ กายละเอียดออกไปแล้ว เหลือร่างเหมือนท่อนไม้ที่เขาทิ้งไว้ มีแต่นับวันจะผุพังเป็นอาหารของสัตว์ต่าง ๆ และตายทั้งโลกรวมทั้งพระองค์ ทรงสรุปว่าในโลกนี้มีคนแก่ คนเจ็บ คนตาย หนีไม่พ้น จึงเกิดนิพพิทา อยากพ้นสภาพเช่นนี้ ต่างจากชาวโลกทั่วไปที่เห็นเหมือนกันแต่ยังเพลิดเพลินอยู่

ทบทวนฝันในฝันวิทยา 13 ส..ค. 2555

  • 39:40 เตือนไม่ให้ประมาท ให้ดูตัวท่านเป็นบทเรียนเพราะตอนเสียชีวิตไม่ได้ตั้งตัวมาก่อน
    ท่านเทพบุตรฝากเตือนภรรยาให้คอยเตือนลูก ๆ ทุกคนไม่ให้ประมาทในการดำเนินชีวิต และให้ดูตัวท่านเป็นบทเรียน เพราะตอนที่ท่านเสียชีวิตนั้นไม่ได้ตั้งตัวมาก่อนเลย เมื่อความตายไม่มีนิมิตหมายเช่นนี้ จึงอยากให้ทุกคนใช้เวลาทุกอนุวินาทีสร้างบุญสร้างบารมีอย่างเต็มที่เต็มกำลัง ตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรมทุกวันเพื่อเข้าถึงพระธรรมกาย ซึ่งเป็นที่พึ่งที่แท้จริง
  • 45:00 เตือนกัลยาณมิตรที่ยังมีลมหายใจว่าอย่าคิดว่าจะทำบุญเมื่อไรก็ได้
    ท่านเทพบุตรฝากบอกเพื่อนกัลยาณมิตรทุกคนที่ยังมีลมหายใจและยังมีโอกาสสั่งสมบุญว่าอย่าประมาท ให้ขยันเร่งสร้างบุญสร้างบารมีกับมหาปูชนียาจารย์และหมู่คณะให้เต็มที่เต็มกำลัง อย่าคิดว่าจะทำบุญเมื่อไรก็ทำได้ เพราะความตายไม่มีนิมิตหมาย และเราไม่รู้ว่าเวลาของเราเหลืออีกเท่าไร ให้ดูตัวท่านที่เสียชีวิตลงอย่างกะทันหันเป็นตัวอย่าง

คำถามเปลี่ยนชีวิต | โดย พระไกรพิชญ์ สจฺจาธิโก | วันที่ 21 กรกฎาคม 2569

  • 53:54 สรุปช่วงทบทวนโอวาท: ชีวิตสั้นเหมือนหยาดน้ำค้าง อย่าเสียเวลาไปกับความท้อ
    พระอาจารย์สรุปว่าได้ฟังทบทวนโอวาทและเรื่องราวปลื้มใจของเจ้าอาวาสและหัวหน้าศูนย์จากชัยภูมิ ชี้ให้เห็นว่าในโลกนี้มีคนที่รักดีอยากทำความดีอยู่มาก และความดีนั้นส่งต่อกันมาตั้งแต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า จนกระทั่งเป็นวัดทั่วประเทศ ส่งต่อมาถึงหลวงพ่อและถึงพวกเราทุกคน ยกพุทธพจน์ที่เปรียบชีวิตเหมือนหยาดน้ำค้างที่ปลายยอดหญ้า คือแป๊บเดียว กว่าจะรู้ซึ้งเวลาก็ผ่านมาไกลและร่างกายไม่แข็งแรงเหมือนเดิม ฉะนั้นการเสียเวลาไปท้อจึงไม่เกิดประโยชน์