ep063 ผังเวลา 61 ช่วง
อุทิศบุญ (111) อธิษฐานจิต (79) จานดาวธรรม (74) วัดพระธรรมกาย (73) ดุสิตบุรี (67) หยุดใจนิ่ง (52) วงบุญพิเศษ (49) องค์พระในกลางกาย (42) กัลยาณมิตร (41) ยิ้ม (37) มรณานุสติ (30) ปาณาติบาต (25) บวชเข้าพรรษา 2555 (20) บุพกรรม (20) สามีเสียชีวิตกะทันหันด้วยโรคหัวใจ (19) ดาวดึงส์ (17) ลาสิกขา (15) ทิพยสมบัติ (14) ที่สุดแห่งธรรม (14) บวชแทนคุณโยมแม่ที่จากไป (13) พระธรรมทายาท (12) ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 (11) บวชแทนคุณพ่อแม่ (10) มหาปูชนียาจารย์ (9) พระพี่เลี้ยง (8) วิบากกรรม (8) แสงสว่างภายใน (8) เศษกรรม (7) จำพรรษา (6) บราซิล (5) บูชาธรรม (5) ทหารของพระราชาที่ออกบวช (4) พีซเอเจนต์ (4) บวชพระ 1 แสนรูป (3) บวชอุบาสิกาแก้ว (3) ลูกธนูอาบยาพิษ (3) ความตายไม่มีนิมิตหมาย (2) ตัวหาย (2) ทนหิวเป็นตบะ (2) ทวารทั้งเก้า (2) นั่งสมาธิ (2) นึกโยมแม่ในดวงแก้ว (2) พระแท้ทุกลมหายใจ (2) พุทธบัญญัติ (2) สวดพระอภิธรรม (2) สารจากเทพบุตรถึงภรรยา (2) หน่วยผลิตอาวุธของกองทัพ (2) อย่าตายฟรี (2) เมดิเตชันเวิร์กช็อป (2) คนรุ่นใหม่สนใจสมาธิ (1) ครอบครัวช่างเหล็กตีดาบ (1) ดวงแก้วสว่าง (1) ตรึกธรรมทุกวินาที (1) ตัวเก่า (1) นักศึกษาบราซิลนั่งสมาธิ (1) นึกถึงช่วงเวลาที่ปลื้ม (1) ผลปฏิบัติธรรมชาวบราซิล (1) พบรักที่หัวเมือง (1) มหาสงครามระหว่างแคว้น (1) มีบุญมีวาสนา (1) ยุคช้างสี่งา (1) ย่อดวงแก้ว (1) รีโอเดจาเนโร (1) ศิลปะการยิงธนู (1) สมัครเป็นทหาร (1) สมุดบันทึกธรรม (1) อยู่กับตัวเองให้มาก (1) อย่าตั้งใจเกินไป (1) อาสาสมัครชาวบราซิล (1) เซาเปาโล (1) เบโลโอรีซอนตี (1) เห็นความแก่ของตัว (1) เห็นคุณค่าของตัวเอง (1) โจวาว (1)
ช่วงต้นไฟล์ราวหนึ่งนาทีเป็นเสียงเพลงและเสียงประกอบที่ถอดเสียงออกมาเป็นข้อความซ้ำ ๆ อ่านไม่ได้ความ ตามด้วยเสียงร้องคำว่าสวัสดีซ้ำ ๆ ราวครึ่งนาที ก่อนเข้าช่วงอ่านรายชื่อเจ้าภาพ ไม่มีช่วงเปิดรายการแบบท่องคาถาสำเร็จหรือการบ้าน 10 ข้อในตอนนี้
อ่านรายชื่อเจ้าภาพที่ร่วมบูชาธรรมเป็นชุดยาว มีทั้งชื่อไทยและชื่อต่างประเทศ แต่ Whisper ถอดชื่อเพี้ยนทั้งหมดจนสะกดตามไม่ได้ ปิดท้ายด้วยการระบุปีพุทธศักราช 2555
ช่วงให้ความรู้เรื่องการเข้าพรรษา ว่าตามพุทธบัญญัติพระภิกษุต้องอยู่จำพรรษาเป็นเวลาสามเดือน ตลอดไตรมาส จนถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 โดยไม่ไปค้างแรมที่อื่น
ช่วงเพลงสั้น ๆ ที่ร้องซ้ำว่าเข้าถึงธรรม เข้าพรรษา และมีท่อนที่ว่าภิกษุอยู่จำพรรษาตลอดไตรมาสตามพุทธบัญญัติ
ช่วงเพลงที่มีเนื้อร้องว่าเข้าพรรษาปีนี้ทำดีตลอดไตรมาส ตื่นเช้าทำบุญตักบาตรไม่ขาดแม้เพียงวันเดียว รักษาศีลนั่งสมาธิ วันพระถือศีลแปดให้แน่นเหนียว อบายมุขไม่ข้องไม่เกี่ยว มุ่งมั่นใจเหนียวไปพระนิพพาน และน้อมถวายเป็นพุทธบูชา
สอนว่าต้องพัฒนากาย วาจา ใจ ให้ใสสะอาดบริสุทธิ์ ด้วยการตรึกระลึกนึกถึงองค์พระไว้ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 ทั้งตอนหลับตา ลืมตา นั่ง นอน ยืน เดิน ให้เห็นท่านใสแจ่มอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ใจอยู่กับท่านได้ตลอด
ย้ำหลักว่าขึ้นต้นอะไรก็ได้แต่ต้องลงท้ายที่ศูนย์กลางกาย ชมว่าเก่ง แล้วบอกว่าวันคืนผ่านไปเร็วมาก ถามว่าผ่านไปกี่วันแล้ว มีเสียงตอบว่า 10 วัน จากนั้นทักทายลูกพระธรรมทายาทว่าดูและฟังกันอยู่หรือเปล่า
ถามพระธรรมทายาทว่ายังมีชีวิตกันดีอยู่ไหม ทวารทั้งเก้ายังใช้การได้ดีอยู่ไหม แล้วบอกว่ามาที่นี่เพื่อฝึกทน ฝึกทนหิวให้เป็นตบะ เพื่อจะได้เป็นพระแท้
บอกพระบวชใหม่ว่าผ่านการอบรมมาแล้วถึง 36 วัน เดินธุดงค์ก็เสร็จแล้ว ตอนนี้ควรอยู่ตัวและเอาทุกอย่างมาไว้ในกลางตัวได้แล้ว เหลือเวลาอีกเพียง 84 วันก็จะสิ้นสุดการอบรม จึงย้ำว่าการบวชคราวนี้ต้องทำให้ดีกว่าดีที่สุด
สั่งให้พระบวชใหม่บันทึกไว้ให้ดีว่าวันนี้ฝึกทนหิวเป็นตบะเพื่อเป็นพระแท้ ได้อะไรบ้าง ฝึกอย่างไร ปลื้มแค่ไหน เพราะสิ่งนี้จะเป็นประวัติศาสตร์และตำนานชีวิตของลูกผู้ชายว่าครั้งหนึ่งได้มาบวช เมื่อออกพรรษา รับกฐิน เดินธุดงค์เสร็จแล้ว ให้เก็บสมุดบันทึกธรรมนี้ไว้ให้ดี เอาไว้ดูเองและให้ลูกหลานดูต่อไป
ย้ำเป้าหมายว่าให้เป็นพระแท้ทุกลมหายใจเข้าออก แล้วเล่นมุกว่าหายใจเข้าครั้งหนึ่งออกครั้งหนึ่งนับเป็นสองเวลา ส่วนตอนกลั้นหายใจยังไม่ได้นับ เดี๋ยวต้องนับเพิ่ม
เริ่มช่วงอ่านบันทึกธรรมของพระบวชใหม่รูปหนึ่ง (ไม่ได้เอ่ยชื่อ) เล่าว่าตอนอยู่บ้าน ไม่มีใครในบ้านสนใจเรื่องทำบุญนั่งสมาธิ ต้องรอให้ทุกคนดูช่องอื่นเสร็จก่อน กว่าตัวเขากับโยมแม่จะได้ดูจานดาวธรรมก็เป็นช่วงท้ายรายการของหลวงพ่อแล้ว แต่ทั้งสองก็ยังนั่งสมาธิตามทุกวัน ครูไม่ใหญ่ชมว่าโยมแม่มีบุญมีบารมีมาก
เล่าว่าเคยชวนโยมแม่ไปบวชอุบาสิกาแก้ว แต่เกิดเรื่องเสียก่อนเพราะทุกคนที่บ้านไม่ยอมจนทะเลาะกัน สุดท้ายโยมแม่จึงไม่ได้บวช และสองแม่ลูกไม่เคยมีโอกาสมาวัดพระธรรมกายเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่ก็ไม่เคยทอดทิ้งการดูรายการ ครูไม่ใหญ่แทรกว่าอย่าไปทะเลาะกัน มาบวชเสียก็แค่นั้น
เล่าว่าเห็นหลวงพ่อเปิดโครงการบวชบ่อย ๆ แต่พอจะบวชก็ถูกคัดค้าน มีเพียงโยมแม่คนเดียวที่อนุญาต จึงได้แต่เก็บความรู้สึกอยากบวชไว้ในใจ จนปีนี้โยมแม่ป่วยหนักมากและจากโลกนี้ไป ทำให้ไม่ได้บวชทันตอนที่แม่ยังอยู่ เขาจึงรู้สึกว่าต้องบวชให้แม่ให้ได้
ครูไม่ใหญ่ตั้งคำถามว่าจะทำอย่างไรถึงจะได้มาบวชที่วัดพระธรรมกาย และบอกว่าผู้มีบุญบารมีจะมีสายบุญร่วมกัน แล้วบันทึกเล่าว่าในช่วงจัดงานศพโยมแม่ มีอาจารย์ที่เคยสอนในมหาวิทยาลัยโทรมาถามสารทุกข์สุขดิบและชวนให้บวชในโครงการบวชพระหนึ่งแสนรูป เขาจึงตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว มุ่งตรงสู่วัดพระธรรมกาย มาบวชแบบคนไร้ญาติแต่ไม่ขาดมิตร แม้ได้บวชหลังโยมแม่เสียไปแล้วก็ยังไม่สายเพราะยังมีลมหายใจและมีหัวใจที่อยากบวชให้ท่าน
ครูไม่ใหญ่สอนพระลูกชายว่าเวลานั่งสมาธิให้นึกถึงโยมแม่ เอาโยมแม่ไปนั่งไว้ในกลางดวงแก้ว แล้วค่อย ๆ เบา ๆ เอาไว้ที่กลางท้อง พระบวชใหม่เล่าว่าแรก ๆ ยังไม่คุ้นกับการนึกภาพเป็นดวงแก้ว รู้สึกแปลก ๆ แต่ไม่ตึง จึงนั่งประคองใจนิ่ง ๆ สบาย ๆ ดูดวงแก้วที่มีโยมแม่นั่งสมาธิหลับตาอยู่กลางท้องไปเรื่อย ๆ
เล่าต่อว่าพอดูไปเรื่อย ๆ ก็เริ่มชินและสบายมากขึ้น ดวงแก้วที่นึกได้แรก ๆ มีขนาดประมาณผลแตงโม แต่ก็เอาโยมแม่ไว้ในนั้นได้ ต่อมาย่อลงเหลือประมาณเมล็ดถั่วก็ยังเห็นชัดอยู่ ครูไม่ใหญ่ทึ่งว่าจะมีอย่างนี้สักกี่คน
เล่าว่าเหนื่อยมาก แต่พอคิดว่ามาที่นี่เพื่อแม่ ถ้าลาสิกขาออกไปกลางคันแม่จะไม่ได้บุญ ก็อยู่ต่อได้ และพอหลวงพ่อสอนให้นึกถึงหน้าโยมพ่อโยมแม่ก็ยิ่งตรงกับใจ จึงค่อย ๆ ปรับตัวและฝึกเอาโยมแม่มาไว้ที่กลางท้อง
เล่าว่าเวลานั่งสมาธิเขาตั้งใจสุด ๆ ให้คิดถึงอะไรก็ทำตามทุกอย่าง ทำให้ตอนแรกนั่งแทบไม่ได้ ทรมานมากและฟุ้งไปสารพัด พระพี่เลี้ยงจึงสอนว่าอย่าตั้งใจจนเกินไป เขาจึงเริ่มทำแบบเบา ๆ วันไหนนึกดวงแก้วแล้วสบายใจก็นึก วันไหนนึกไม่ได้ก็ไม่ฝืน
เล่าว่าพยายามอยู่กับตัวเองมากขึ้นเพื่อให้มีเวลาเงียบ ๆ นึกถึงดวงแก้วองค์พระ ครูไม่ใหญ่แทรกให้พระธรรมทายาททุกรูปศึกษาข้อนี้ไว้ เขายังเพิ่มเวลานั่งสมาธิในช่วงพักด้วย ทำให้นั่งได้สบายขึ้นและนิ่งขึ้น บางทีรู้สึกหูอื้อไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย แขนที่สัมผัสกันอยู่ก็รู้สึกเหมือนไม่มีแขน ขาที่วางทับกันก็เหมือนไม่มีตัว ครูไม่ใหญ่บอกว่านั่นแปลว่าใจนิ่งถึงจุดแล้ว ตัวหายแล้ว
เล่าว่าเริ่มเห็นดวงแก้วอยู่กลางท้อง บางทีดวงแก้วก็หมุนและสว่างเหมือนสาดไฟหลายดวงเข้าไปในท้อง เมื่อสี่วันก่อนขณะเดินไปเข้าห้องน้ำก็นึกถึงดวงแก้วไปด้วย ทำใจสบาย ๆ เหมือนกำลังทำสมาธิ เพราะพระอาจารย์สอนว่าเรามีเวลาทุกวินาทีที่จะตรึกธรรมะ และในจังหวะที่ก้าวลงจากบันไดขั้นสุดท้ายเขาก็ยังมีสติอยู่กับตัวตลอดเวลา
เล่าว่าเห็นองค์พระเป็นแก้วโปร่งใสมองทะลุได้ และไม่ว่าทำอะไรก็เห็นท่านอยู่ในกลางท้องตลอด ตั้งแต่มีองค์พระอยู่กลางท้อง เขารู้สึกมีความสุขจนบอกไม่ถูก จิตใจเบิกบาน หน้ายิ้มได้ตลอดเวลา ครูไม่ใหญ่แทรกว่าหน้ามันยิ้มเอง
เล่าว่าที่สำคัญคือรู้สึกภูมิใจและรู้สึกถึงคุณค่าของตัวเอง ถ้าโยมแม่ยังมีชีวิตอยู่เขาจะเล่าให้ท่านฟัง เพราะท่านชอบนั่งสมาธิ และเชื่อว่าท่านต้องภูมิใจในตัวเขา แล้วบอกว่าถ้าคนทั้งโลกได้มีโอกาสบวช ก็จะได้ค้นพบสิ่งที่มีคุณค่าในตัวเองเช่นกัน
ปิดท้ายบันทึกว่าเขารักหลวงพ่อมากเพราะท่านมีความเมตตากรุณาและมุทิตา ชอบคำสอนของท่านทุกอย่างเพราะสอนแต่เรื่องจริง สอนให้รู้จักผลของการกระทำ และสอนให้ทุกคนรู้ว่ามีองค์พระอยู่ในตัว ครูไม่ใหญ่ไม่อยากให้ใครในโลกตายฟรีโดยไม่ได้เห็นพระในตัว เขาจึงตั้งใจฝึกฝนตนเองให้ดีที่สุดเพื่อให้โยมแม่ได้บุญมากที่สุด และจะเป็นพระแท้ทุกลมหายใจเข้าออกตลอดพรรษา
ช่วงเพลงที่มีเนื้อร้องว่าอย่าให้หายนะเธอ องค์พระที่กลางกายของเรา ให้รักษาเอาไว้ ให้เห็นพระใสอยู่ที่ศูนย์กลาง เพื่อให้ทุกที่ในใจมีแต่ความชุ่มชื่นและทุกวันคืนมีแต่ความปลื้มใจ
ช่วงสปอตสั้นของสถานี มีเนื้อร้องว่าวันเวลายิ่งหมุนไป แล้วลงท้ายว่าที่ดีเอ็มซีช่องนี้ช่องเดียว
ช่วงเพลงประจำสถานี เนื้อร้องถามว่าเราเกิดมาทำไม ตายแล้วจะไปไหน แล้วย้ำว่าดีเอ็มซีช่องนี้ช่องเดียวให้คุณมากกว่าที่คุณเห็น บอกความจริงทุกอย่างที่คุณเป็น ปิดท้ายด้วยคำว่า The Only One Channel
ช่วงเพลงเอหิปัสสิโก ร้องทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ใจความว่าคำสอนแห่งสันติและความรัก คำสอนของพระพุทธเจ้ามีไว้สำหรับทุกคนที่อยากเป็นอิสระตลอดไป
เข้าช่วงกรณีศึกษา ครูไม่ใหญ่เกริ่นว่าจะนำเรื่องมาเล่าให้ฟังเหมือนนิยายปรัมปรา ถามว่าเบื่อกันไหม แล้วบอกว่าเป็นเรื่องต่อเนื่องตอนที่สาม ถามผู้ชมว่าจำตอนที่แล้วได้บ้างไหม ก่อนเข้าเรื่องต่อ ชื่อช่วงที่เอ่ยถอดเสียงเพี้ยนจนจับไม่ได้
เล่าว่าหลังจากท่านเทพบุตรใหม่ ซึ่งก็คือสามีของผู้เขียนจดหมาย ได้เดินทางกลับไปที่วิมานบนสวรรค์ชั้นดุสิตแล้ว ท่านได้ฝากสารแห่งความรักและความปรารถนาดีมาถึงภรรยาและลูก ๆ ทุกคน ว่าแม้ตัวท่านจะจากไปแล้ว แต่ความรักที่มีต่อภรรยาผู้เป็นเทพธิดาในเมืองมนุษย์และต่อลูก ๆ ทุกคนก็ไม่มีวันเสื่อมคลาย ครูไม่ใหญ่แซวว่าหวานถึงดุสิตเลย
สารจากท่านเทพบุตรบอกให้ภรรยาสู้ อย่าท้อแท้ท้อถอยต่ออุปสรรคใด ๆ และอยากให้คอยดูแลประคับประคองลูก ๆ ทุกคนให้อยู่ในเส้นทางของการสั่งสมบุญสร้างบารมีไปจนตลอดชีวิต ครูไม่ใหญ่แทรกว่าท่านห่วงใยทุกคนหมดเลย
ท่านเทพบุตรปรารถนาอยากให้ภรรยาและลูก ๆ ทุกคนได้มาอยู่ที่ดุสิตบุรี วงบุญพิเศษ เขตบรมโพธิสัตว์ด้วยกัน เพราะทิพยวิมานและทิพยสมบัติที่อยู่บนสวรรค์แห่งนี้ล้วนประณีตสวยงามและวิจิตรตระการตาเกินกว่าจะบรรยายได้ ครูไม่ใหญ่แทรกว่าท่านอยากให้ไปอยู่ใกล้ ๆ กัน
ท่านเทพบุตรฝากเตือนภรรยาให้คอยเตือนลูก ๆ ทุกคนไม่ให้ประมาทในการดำเนินชีวิต และให้ดูตัวท่านเป็นบทเรียน เพราะตอนที่ท่านเสียชีวิตนั้นไม่ได้ตั้งตัวมาก่อนเลย เมื่อความตายไม่มีนิมิตหมายเช่นนี้ จึงอยากให้ทุกคนใช้เวลาทุกอนุวินาทีสร้างบุญสร้างบารมีอย่างเต็มที่เต็มกำลัง ตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรมทุกวันเพื่อเข้าถึงพระธรรมกาย ซึ่งเป็นที่พึ่งที่แท้จริง
ท่านเทพบุตรอยากให้สมาชิกทุกคนในบ้านตั้งใจสั่งสมบุญทุกบุญด้วยความปีติเบิกบานใจ และย้ำซ้ำ ๆ ว่าให้อธิษฐานสร้างบารมีติดตามมหาปูชนียาจารย์และหมู่คณะไปทุกภพทุกชาติตราบถึงที่สุดแห่งธรรม ทุกครั้งที่ทำบุญแล้วก็ขอให้อุทิศส่งบุญไปให้ท่านด้วย ตัวท่านจะคอยเฝ้าดูการสร้างบารมีของทุกคนอยู่ที่ดุสิตบุรี เสมือนว่าไม่ได้อยู่ห่างไกลกันเลย
สารส่วนที่ถึงหมู่ญาติและเพื่อนกัลยาณมิตรทุกคน ท่านเทพบุตรรู้สึกซาบซึ้งและขอขอบพระคุณในความเมตตาของคณะพระภิกษุสงฆ์และเพื่อนกัลยาณมิตรที่มาร่วมเป็นกุศลสวดพระอภิธรรมให้ร่างของท่าน และบอกว่าตอนนี้ท่านได้มาอยู่ที่ดุสิตบุรี วงบุญพิเศษ ตามที่ได้ตั้งความปรารถนาไว้แล้ว
ท่านเทพบุตรฝากบอกเพื่อนกัลยาณมิตรทุกคนที่ยังมีลมหายใจและยังมีโอกาสสั่งสมบุญว่าอย่าประมาท ให้ขยันเร่งสร้างบุญสร้างบารมีกับมหาปูชนียาจารย์และหมู่คณะให้เต็มที่เต็มกำลัง อย่าคิดว่าจะทำบุญเมื่อไรก็ทำได้ เพราะความตายไม่มีนิมิตหมาย และเราไม่รู้ว่าเวลาของเราเหลืออีกเท่าไร ให้ดูตัวท่านที่เสียชีวิตลงอย่างกะทันหันเป็นตัวอย่าง
ช่วงเพลงชวนทำบุญ เนื้อร้องว่าทำบุญกันเถิด แบ่งปันกันไป มีเงินเป็นล้านจะเก็บไว้ให้ใคร เพราะเขาตายเราก็ตาย มีท่อนที่ว่าเราเป็นชาวพุทธ พระธรรมและตำราเป็นดังการจุดประทีปนำทางส่องแสงสว่างโลกา และท่อนว่าเหลือเก็บเหลือกินให้ทาน ปิดท้ายด้วยคำเชิญชวนให้อธิษฐานจิตแล้วกลับมานึกถึงบุญบ่อย ๆ
เข้าเรื่องบุพกรรม อธิบายว่ากรรมที่ทำให้สามีของผู้เขียนจดหมายต้องเสียชีวิตอย่างกะทันหันด้วยภาวะเลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่พอ ในวัยเพียงห้าสิบกว่าปี (เสียงเลขอายุไม่ชัด) นั้น เกิดจากกรรมหนึ่งที่ได้ช่องมาส่งผลร่วมกับเศษกรรมที่ตัวเขาเคยทำร้ายจิตใจบิดามารดา และเคยนำทรัพย์ของท่านทั้งสองไปใช้โดยไม่บอกให้รู้ ในหลาย ๆ พุทธันดรก่อน
เล่าย้อนไปว่าในพุทธันดรที่ผ่านมา สามีของผู้เขียนจดหมายเกิดเป็นลูกชายของครอบครัวช่างเหล็ก โดยครอบครัวประกอบอาชีพผลิตงานฝีมือที่ทำจากเหล็ก เช่น ตีดาบและมีด ระหว่างเล่ามีเสียงประกอบจังหวะการตีเหล็กแทรกอยู่
เล่าว่าพ่อของเขาจะให้คนงานบรรทุกสินค้าที่ทำจากเหล็กขึ้นรถไปขายที่เมืองหลวง ลูกชายซึ่งคือสามีในภพชาตินั้นมักชอบติดสอยห้อยตามรถสินค้าไปเมืองหลวงเป็นประจำ ทุกครั้งที่ไปก็มักได้เห็นทหารของพระราชาองค์ที่ออกบวชซึ่งประจำการอยู่ในเมืองหลวง ทำให้เกิดความอยากเป็นทหารอย่างจับจิตจับใจ
เมื่อความอยากเป็นทหารเข้มข้นขึ้น เขาจึงตัดสินใจขออนุญาตคุณพ่อคุณแม่ไปสมัครเป็นทหารที่เมืองหลวง ซึ่งท่านทั้งสองก็ไม่ได้ขัดขวาง หลังสมัครแล้วเขาได้รับการบรรจุเป็นนายทหารและไปฝึกงานอยู่ที่หัวเมืองแห่งหนึ่ง ที่นั่นเองที่เขาได้พบรักกับนางในฝันคนหนึ่ง
เล่าว่าเพราะเขามีทักษะและความชำนาญด้านโลหะอย่างมากจากงานช่างเหล็กของครอบครัว หลังฝึกงานเสร็จเขาจึงถูกส่งไปบรรจุอยู่ในหน่วยงานสำคัญของกองทัพ ที่รับผิดชอบเรื่องการผลิต จัดเก็บ และซ่อมบำรุงอาวุธยุทธภัณฑ์ที่ใช้ในกองทัพ ซึ่งเขาทำหน้าที่นี้ได้ดีเยี่ยม
ต่อมาเกิดมหาสงครามระหว่างแคว้นของพระราชาองค์ที่ออกบวชกับแคว้นข้างเคียง ทางส่วนกลางจึงมอบหมายให้เขาทำหน้าที่ผลิตอาวุธยุทธภัณฑ์ป้อนกองทัพที่ออกไปรบ อธิบายว่าในสงครามครั้งนั้นแคว้นที่ได้เปรียบเรื่องปัจจัยสี่และอาวุธมีโอกาสชนะสูง หน่วยผลิตอาวุธของแคว้นจึงพยายามคิดค้นและประดิษฐ์อาวุธให้มีอานุภาพร้ายแรงที่สุดเท่าที่จะทำได้
ครูไม่ใหญ่แทรกเปรียบว่าอาวุธที่ผลิตนั้นเหมือนจรวดนำวิถีของสมัยนี้ แล้วเล่าเรื่องศิลปะการยิงธนูสมัยก่อนว่ายิ่งกว่ายิงจรวด คือยิงลูกแรกเฉียดลูกมะม่วงขึ้นไปถึงย่านดาวดึงส์ แล้วยิงลูกที่สองตามไปให้เร็วกว่าเพื่อหักหัวลูกแรกให้เลี้ยวกลับมาเด็ดลูกมะม่วงลงมาใส่ในมือ
เล่าว่าอาวุธที่เขาได้รับมอบหมายให้ผลิตคือลูกธนูอาบยาพิษ ซึ่งจัดเป็นอาวุธที่ตัดทอนกำลังทหารฝ่ายศัตรูได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก เพราะเมื่อลูกธนูไปถูกส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายทหารฝ่ายข้าศึก แม้ดูเหมือนเป็นบาดแผลเล็กน้อย แต่พิษที่อาบอยู่จะแทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือดและทำให้หัวใจหยุดทำงานจนเสียชีวิต
อธิบายว่าฝ่ายตรงข้ามจะตายเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับปริมาณพิษที่ได้รับ ถ้าถูกลูกธนูอาบยาพิษเต็ม ๆ ก็เสียชีวิตอย่างเฉียบพลันทันที แต่ถ้าถูกเพียงเฉียด ๆ ก็จะเสียชีวิตในที่สุดภายในเวลาไม่เกินหนึ่งวันหลังถูกยิง สรุปว่าใครโดนลูกธนูอาบยาพิษก็มีแต่ตายกับตาย ต่างกันแค่ตายช้าหรือตายเร็ว
เมื่อลูกธนูอาบยาพิษถูกนำออกไปใช้ในสงคราม ก็คร่าชีวิตทหารฝ่ายตรงข้ามล้มตายลงไปเป็นจำนวนมาก จึงทำให้สามีในภพชาตินั้นมีส่วนในวิบากกรรมปาณาติบาตด้วย ครูไม่ใหญ่อธิบายเสริมว่าอาวุธมีไว้สำหรับฆ่าคนฆ่าสัตว์ แม้เขาไม่ได้ออกไปฆ่าทหารฝ่ายตรงข้ามด้วยมือตัวเอง แต่จิตที่ผลิตอาวุธนั้นมีเจตนามุ่งหวังอยากให้ทหารฝ่ายตรงข้ามตาย ช่วงนี้ถอดเสียงเพี้ยนเป็นช่วง ๆ
สรุปว่าสามีในภพชาตินั้นกลายเป็นผู้อยู่เบื้องหลังหรือผู้สนับสนุนในวิบากกรรมปาณาติบาต และบอกว่ายังมีเศษกรรมอีกเศษกรรมหนึ่งที่ได้ช่องตามมาส่งผลร่วมด้วย ส่วนจะเป็นกรรมอะไรและสอนใจขนาดไหนต้องติดตามตอนต่อไป เพราะช่วงนี้ต้องไปดูสารคดีที่ประเทศบราซิลก่อน และขอให้เปิดเพลงเมื่อครู่ซ้ำอีกครั้ง
เข้าช่วงสารคดีเกี่ยวกับประเทศบราซิล เล่าว่าเป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตสูงมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีพื้นที่ 8.55 ล้านตารางกิโลเมตร ประชากรเกือบ 200 ล้านคน ใช้ภาษาโปรตุเกสเป็นภาษาราชการ กรุงบราซิเลียเป็นเมืองหลวง และเซาเปาโลเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุด แล้วบอกว่าสิ่งสำคัญที่สุดของบราซิลวันนี้คือคนเริ่มหันมาสนใจดูแลและพัฒนาตัวเอง
รายงานว่าในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมามีการจัดเมดิเตชันเวิร์กช็อปรวม 9 รอบ ที่เมืองเบโลโอรีซอนตี อีกเมืองหนึ่งที่ถอดเสียงชื่อไม่ชัด และกรุงรีโอเดจาเนโร รวมทั้งยังเข้าร่วมการประชุมสมัชชาเยาวชนนานาชาติที่กรุงรีโอเดจาเนโรอีกด้วย ตลอดระยะเวลา 12 วันใน 3 เมือง มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น 840 คน
บอกว่าสารคดี Peace and the City ภาคแรกจะพาไปที่เมืองเบโลโอรีซอนตี ซึ่งเป็นบ้านเกิดของสี่สาวเจ้าหน้าที่ที่ไปทำงานที่นั่น เล่าว่าจุดเริ่มต้นเกิดจากพีซเอเจนต์ต้นกำเนิดที่ชื่อโจวาว ซึ่งเข้าร่วมโครงการอบรมแล้วกลับไปบอกต่อกันเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ปีพุทธศักราชที่เอ่ยถึงถอดเสียงไม่ครบ
เล่าว่าเครือข่ายขยายจากเพื่อนของโจวาว ไปถึงเพื่อนของเพื่อนของเพื่อน ทำให้บราซิลเป็นประเทศเดียวที่พีซเอเจนต์ต้นกำเนิดสามารถชวนคนรู้จักให้กลายมาเป็นพีซเอเจนต์ต่อ ๆ กันไปได้ และยกนิ้วให้พีซเอเจนต์คนหนึ่งที่ตัวเล็กแต่ใจใหญ่ ซึ่งมาเป็นอาสาสมัครอยู่เมืองไทยตั้งแต่จบการอบรมรวม 9 เดือน (ชื่อและปีที่เอ่ยถอดเสียงไม่ชัด)
รายงานว่าในสถานศึกษาที่พีซเอเจนต์คนนั้นเรียนอยู่ มีนักศึกษาสนใจเข้าร่วมกิจกรรมรอบหนึ่งกว่าสองร้อยคน ซึ่งเป็นจำนวนที่มากกว่าที่คาดไว้
ครูไม่ใหญ่สอนว่าให้นึกถึงช่วงชีวิตที่ผ่านมาที่เรามีความสุขมากจนลืมไม่ลง เพราะช่วงเวลานั้นใจมีความพร้อมที่จะเข้าไปสู่ภายในได้อย่างง่าย ๆ ถ้านึกถึงสิ่งดี ๆ ที่นึกแล้วปลื้ม นานปลื้มก็จะนานเป็นสุข นั่งปลื้มก็จะนั่งเป็นสุข แล้วจะเข้าถึงได้ง่าย
รายงานผลจากการสอบถามผู้เข้าอบรมชาวบราซิลว่าส่วนใหญ่นึกนิมิตได้ รู้สึกสงบ สบาย ผ่อนคลาย มีความสุข บางคนรู้สึกตัวหายไม่รับรู้สิ่งรอบข้าง บางคนเห็นความสว่าง ครูไม่ใหญ่ติงว่าคนวัดฟังแล้วอาจเฉยเพราะคุ้นเคย แต่ถ้าเอาประโยคเดียวกันนี้ไปเดินถามคนนอกวัดว่าเคยรู้สึกตัวหายหรือเห็นความสว่างภายในไหม เขาจะรู้สึกแปลก
สอนว่าประสบการณ์ภายในอย่างนี้ไม่ใช่เรื่องธรรมดา จะเกิดเฉพาะกับผู้มีบุญและได้เอาบุญมาใช้ ซึ่งเรียกว่ามีวาสนา ถ้ามีบุญแต่ไม่เอามาใช้ก็เรียกว่ามีบุญแต่ไม่มีวาสนา แล้วย้ำว่าคำว่าสงบ สบาย มีความสุข ตัวหาย เห็นความสว่าง เป็นคำมหัศจรรย์ที่ได้จากประสบการณ์ภายในซึ่งใครทำให้เราไม่ได้ ต้องทำเอง ปิดท้ายด้วยการเล่นคำว่านี่ไม่ใช่เห็นแก่ตัว แต่เป็นการเห็นความแก่ของตัว คือแก่บุญแก่บารมี นั่งไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็จะเห็นตัวเก่า
ทีมงานบอกว่าผลตอบรับดีเกินคาด เพราะไม่คิดว่าคนรุ่นใหม่จะให้ความสนใจสมาธิมากขนาดนี้ ครูไม่ใหญ่จึงสอนว่าเราจะไปคิดแทนเขาไม่ได้ว่าคนรุ่นใหม่ไม่สนใจสมาธิและสมาธิเป็นเรื่องของคนโบราณ เพราะคนรุ่นใหม่สนใจสมาธิไม่น้อยกว่าคนยุคโบราณ แล้วเล่นมุกว่ามีมาตั้งแต่ยุคไดโนเสาร์และยุคช้างที่มีสี่งา
ครูไม่ใหญ่บอกว่าอยากให้ผู้ชมดูเพราะตัวท่านดูมาแล้ว แล้วชวนให้มาชื่นชมผลงานของสี่สาวที่ไปทำงานที่บราซิล ในตอนที่ 4 ของสารคดี Peace and the City
ช่วงนี้เป็นสารคดี Meditation and Inner Peace ที่บราซิล มีเสียงบรรยายและเสียงสัมภาษณ์ผู้เข้าอบรมเป็นภาษาต่างประเทศ ซึ่ง Whisper ถอดออกมาเพี้ยนเกือบทั้งช่วงและมีข้อความซ้ำ ๆ อ่านไม่ได้ความยาวหลายนาที จับได้เพียงว่าผู้ให้สัมภาษณ์พูดถึงความสุขและความสำคัญของสมาธิในชีวิต ช่วงตั้งแต่นาทีที่ 84 ถึงนาทีที่ 93 ไม่สามารถสรุปเนื้อหาได้เลย
ช่วงท้ายสารคดีมีเนื้อความว่าเรื่องนี้ยังไม่จบ และจะไปจัดกิจกรรมต่อที่เซาเปาโล แล้วปิดท้ายด้วยชื่อรายการ Peace and the Cities พร้อมขึ้นชื่อผู้ให้สัมภาษณ์คนหนึ่งจากกรุงรีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล ซึ่งเขียนไว้ว่า Leandro Junqueira Pedrosa
ปิดรายการด้วยเพลงประจำรายการที่ร้องว่าฝันในฝันวิทยา ต้นการศึกษาความรู้ภายใน แล้วร้องคำขวัญว่าเมื่อเราสว่าง โลกก็สว่างด้วย ซ้ำสามจบ ปิดท้ายด้วยเสียงผู้หญิงบอกว่าอย่าลืมกันบ้านนะคะ ตอนนี้ไม่มีการสวดสรรเสริญพระรัตนตรัยหรือบทประจำวันแบบยุค 2548