ep016 ผังเวลา 64 ช่วง
อุทิศบุญ (111) ธุดงค์ปีใหม่ 2549 (94) อธิษฐานจิต (79) จานดาวธรรม (74) วัดพระธรรมกาย (73) เสาแก้วพันปี (69) ดุสิตบุรี (67) คุณยายอาจารย์จันทร์ ขนนกยูง (63) วงบุญพิเศษ (49) ภุมเทวา (47) กองเสบียง (45) อัญเชิญจักรแก้ว (44) วิหารน้อย (43) ชฎิลเศรษฐี (42) กฎแห่งกรรม (39) ใจใส (39) กฐิน 2548 (35) มหาทุคตะ (33) มหารัตนวิหารคด (33) ตัดรอนวิบาก (32) วิชชาธรรมกาย (31) มรณานุสติ (30) ให้เธอหมดใจ และขอตายด้วยกุ้ยช่าย (24) วิมานทอง (19) ดาวดึงส์ (17) กฐินบรมมหาจักรพรรดิ 2548 (16) ภูเขาทอง (15) มหาวิหารคุณยายอาจารย์ (15) กฐินตกค้าง (14) คบคนพาล (14) ที่สุดแห่งธรรม (14) ไม่ประมาท (13) อัมพฤกษ์ (12) วัดปากน้ำภาษีเจริญ (11) เสื้อธุดงค์ปีใหม่ (11) บุญชัย เบญจรงคกุล (9) ปล่อยสัตว์ปล่อยปลา (9) ตักไม่พร่อง (8) รายชื่อเจ้าภาพ (8) วิทยาธร (8) สั่งสมบุญทุกวัน (8) มะเร็งตับ (7) เศษกรรม (7) ราชสีห์ (6) ธรรมทาน (5) นายติณบาล (5) เล่นไพ่ (5) กติกาชีวิต (4) ถอดเครื่องช่วยหายใจ (4) ทหารของพระราชาที่ออกบวช (4) ทำสิ่งที่ยากแล้วปลื้ม (4) บุญไหลต่อเนื่องเจ็ดวัน (4) กฐินรายวัน (3) กรรมตระหนี่ (3) ตั้งวงไพ่ที่บ้าน (3) ปิดงบบุญประจำปี (3) หลักวิชาการทำบุญ (3) อัมพาต (3) โรคเกาต์ (3) กรรมฆ่าสัตว์ทำอาหาร (2) ขนมกุ้ยช่าย (2) ค้าขายข้าว (2) ชิตัง เม (2) ซื้อที่ดินใกล้วัด (2) ทวดอิ่ม (2) ทางมาแห่งบุญ (2) นวดแผนโบราณ (2) พระมหากัจจายนะ (2) พระราชาแต่งตั้งเป็นเศรษฐี (2) ลงทะเบียน 29 ธันวาคม (2) สุนัขจิ้งจอก (2) หัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน (2) เสื้อประวัติศาสตร์ (2) โรคลมในตัวตีขึ้น (2) กรรมมัดสัตว์ส่งขาย (1) กรรมโกหกในการค้าขาย (1) การไฟฟ้านครหลวง (1) ขอมติจากนักเรียน (1) คนเก่งต้องรู้กติกา (1) ความกตัญญู (1) ความจำเสื่อม (1) ความเสมอภาคคือได้ทำบุญเท่ากัน (1) คุณพ่อคนจีนแผ่นดินใหญ่ (1) คุณแม่มีสามีสองคน (1) จักรดวงแรก (1) จับช้างมาแล้วจับตั๊กแตน (1) ชนกรรม (1) ชวนคุยเรื่องบุญ (1) ช่วยพ่อในยมโลก (1) ตกบันได (1) ตักกสิลา (1) ตามแม่ขายขนมในโรงเรียน (1) ตายก่อนตาย (1) ติดหล่มเจ็ดวัน (1) ทรัพย์เป็นเครื่องมือ (1) ทำบุญเจือธุรกิจ (1) ทำบุญเพื่อบุญ (1) ทำบุญไม่ถูกหลักวิชา (1) ที่มาของชื่อชฎิล (1) ท่องราตรี (1) ธิดาเศรษฐีพาราณสี (1) นั่งชี้นิ้วสั่งงาน (1) นั่งรถเข็น (1) บริจาคให้ศาลเจ้า (1) บุญเป็นอจินไตย (1) ป้อนอาหารจนสำลัก (1) พยานทางวัตถุ (1) พระอาจารย์ชิน (1) มติเอกฉันท์ (1) มิตรภาพกับผู้มีกำลังน้อย (1) ยกลูกให้ญาติเลี้ยง (1) ยิ้มสู้ (1) รวยอย่างสูงส่ง (1) ลอยลูกในแม่น้ำ (1) ลำพึงว่าทำบุญได้นิดเดียว (1) ล้มลงกุมหัวใจ (1) สมบัติพิการ (1) สะดุ้งทุกวัน (1) สามีติดการพนัน (1) สายสมบัติสายบุญ (1) สินค้าค้างสิบสองปี (1) ห้าสิบวันสุดท้ายของปี (1) อธิษฐานขอเป็นสามีภรรยากันอีก (1) อย่าให้บุญหก (1) เทวดารักษาพระนคร (1) เลื่อนเวลานอนของเด็ก (1) เสมหะติดลำคอ (1) เสวยสมบัติใหญ่ในเพศคฤหัสถ์ (1) แคว้นคันธาระ (1) แต่งงานกับพี่สะใภ้ (1) แต่งสีหน้า (1) ใส่ยาพิษ (1) ไม่ลืมคุณของผู้มีคุณ (1) ไล่ญาติออกจากบ้าน (1)
กล่าวคาถาสำเร็จว่าแม้มืดตื้อมืดมิดก็มีสิทธิ์เข้าถึงธรรม คำขวัญเมื่อเราสว่างโลกก็สว่างด้วย และเนื้อนาบุญสี่ระดับ คือมหาธรรมกายเจดีย์ของโลก มหาจุฬามณีของสวรรค์ พระในบ้านของครอบครัว และพระในตัวของเรา
ทบทวนการบ้าน 10 ข้อทีละข้อ ตั้งแต่เอาบุญไปฝากคนที่บ้าน จดบันทึกผลการปฏิบัติธรรม ก่อนนอนนึกถึงบุญที่สั่งสมมาทั้งหมด หลับและตื่นในอู่ทะเลบุญ ตื่นแล้วรวมใจเป็นหนึ่งกับองค์พระหนึ่งนาที ทุกหนึ่งชั่วโมงหยุดใจหนึ่งนาทีที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 นึกถึงดวงหรือองค์พระในทุกกิจกรรม จนถึงสร้างบรรยากาศด้วยรอยยิ้มและปิยวาจา
วันนี้เป็นวันที่ 25 นับจากวันออกพรรษา เหลืออีก 242 วันจะเข้าพรรษาอีกครั้ง และผ่านวันปีใหม่มา 315 วัน แล้วทบทวนว่าเราเกิดมาทำพระนิพพานให้แจ้ง แสวงบุญ สร้างบารมี พระนิพพานอยู่ภายในตัวเรา เริ่มต้นที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 ด้วยการทำใจหยุดนิ่งเฉย ๆ พร้อมย้ำว่าต้องศึกษาไว้เพราะความผิดพลาดเป็นอันตราย มีอบายภูมิรองรับอยู่
บอกว่าวันนี้มีเรื่องราวดี ๆ กับกรณีศึกษาที่จะทำให้เข้าใจเรื่องกฎแห่งกรรม และมีมินิซีรีส์ชฎิลเศรษฐีด้วย โดยจะให้ดูชฎิลเศรษฐีก่อนตอนเข็มยาวถึงเลขสิบสอง เข็มสั้นถึงเลขแปด แล้วขออนุญาตคุณยายว่าหนูน้อยอาจได้ดูเลยเวลานอนไปสักนิดหน่อยก่อนจะไปนอนกัน
ช่วงเพลงคั่นให้แต่งเนื้อแต่งตัวให้เสร็จก่อน แล้วย้ำว่าถ้ายังไม่ยิ้มก็แปลว่ายังแต่งตัวไม่เสร็จ เหมือนใส่สูทนุ่งผ้าขาวม้า สวมรองเท้าแตะ หรือเขียนคิ้วข้างเดียวออกจากบ้านไปทำงาน จึงต้องนำรอยยิ้มมาปรากฏบนใบหน้าทั้งในบ้านและนอกบ้าน
นำเจริญมรณานุสติว่าคิดถึงความตายวันละสองเวลา หลับตากับลืมตา หายใจเข้าหนึ่งครั้งออกอีกหนึ่งครั้ง จะทำให้ชีวิตเรามีความไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต ขวนขวายสั่งสมบุญบารมีอย่างเต็มที่ พยายามชำระกายวาจาใจให้สะอาดบริสุทธิ์ผ่องใส และใจจะเป็นภาชนะที่อัดแน่นด้วยพลังบุญอันยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นบ่อเกิดของความสุขและความสำเร็จทุกระดับ ตั้งแต่ปุถุชนจนเป็นพระอริยเจ้า และการก้าวไปสู่ที่สุดแห่งธรรมก็ต้องอาศัยพลังบุญนี้
ย้ำว่าอย่าประมาทเพราะความตายมาถึงในพลันนิด ถ้าถามตัวเองทุกวันว่าถ้าตายตอนนี้พร้อมแล้วหรือยัง ใจจะสะดุ้งแล้วรีบขวนขวาย ขี้เกียจนั่งธรรมะแค่นึกถึงความตายกระดูกสันหลังก็ยืดตั้งขึ้นเอง เพราะเวลามีกายมนุษย์เท่านั้นที่ทำความดีได้ ตายแล้วไปรู้ตอนนั้นก็หมดสิทธิ์ จึงต้องศึกษาว่าทางมาแห่งบุญมีกี่วิธี ทำอย่างไรถึงถูกหลักวิชา เพราะบุญเป็นบ่อเกิดของความสุขและความสำเร็จ ปฏิเสธบุญก็เท่ากับยินดีความลำเค็ญ ความยากจน และความทุกข์ของชีวิต
เล่าว่าคุณยายอาจารย์สั่งสมบุญมาตั้งแต่ยังเด็กโดยตามพ่อตามแม่เข้าวัด กระทั่งพ่อตายก็ตามหาพ่อ สั่งสมบุญมาตลอดจนได้พบพระเดชพระคุณหลวงปู่ และช่วยพ่อในยมโลกได้ แล้วเข้าศึกษาวิชชาธรรมกาย พอหลวงปู่มรณภาพก็ยังทำต่อ เมื่อครูไม่ใหญ่ไปเจอท่านก็เมตตาอบรมถ่ายทอดธรรมะ สงสารจึงสร้างวัดให้อยู่และวางระบบระเบียบแบบแผน เป็นหลักเป็นประธานทั้งเบื้องหน้า เบื้องกลาง และเบื้องหลัง กระนั้นท่านยังลำพึงว่ายายเพิ่งทำบุญได้นิดเดียว ซึ่งท่านพูดตามความเป็นจริงเพราะถ่อมตัวหรือยกตัวก็ไม่เป็น นี่คือเหตุที่ครูไม่ใหญ่ชวนลูกหลานยายทำบุญบ่อย ๆ
สอนว่าเกิดมาเป็นมนุษย์ต้องศึกษากติกาหรือกฎเกณฑ์ของโลกและกติกาของชีวิต คนเก่งอย่างเดียวยังไม่พอ เก่งแล้วต้องรู้กติกาด้วย เพราะมีคนเก่งมากมายที่ไม่รู้กฎเกณฑ์ของสังคมและกฎหมาย เอาความเก่งอย่างเดียวไปทำงานก็ติดคุกติดตะรางได้ เนื่องจากไม่ค่อยมีเวลาเรียนรู้เพราะต้องทำมาหากิน และเหนือกฎหมายยังมีกฎแห่งกรรมควบคุมชีวิตอยู่ จะรู้หรือไม่รู้ก็ไม่เกี่ยว ผิดกติกานี้แล้วโดนหมด เพราะผู้วางกฎเกณฑ์ของวิบากกรรมมีอานุภาพมากจนบังคับได้แม้บรมโพธิสัตว์และพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในชาติสุดท้ายก็ยังมีเศษกรรมเล็ก ๆ ตามมา
บอกว่าช่วงนี้ยังอยู่ในเจ็ดวันหลังกฐินและหลังอาทิตย์ต้นเดือน บุญแรง ๆ ยังไหลต่อเนื่องอยู่ ผ่านมาแล้วห้าวันเหลืออีกสองวัน จึงต้องรักษาใจให้ใส อย่าให้บุญหกอย่าให้บุญหด เพราะถ้าบุญเราน้อยกว่าคนอื่นก็ต้องถอยไปอยู่แถวหลัง ส่วนคนมีบุญมากก็อยู่แถวหน้าทั้งในโลกมนุษย์และบนสวรรค์ ความเสมอภาคที่มีอยู่คือทุกคนได้โอกาสทำบุญเท่ากัน ถ้าทำไม่เท่ากันหรือทำแล้วให้หกโรยก็เรียกร้องความเสมอภาคไม่ได้
ย้ำหลักวิชาว่าก่อนทำและหลังทำเจ็ดวันบุญไหลต่อเนื่องเต็มที่ หลังจากนั้นนึกถึงเมื่อไรบุญก็ยังเกิดขึ้นเรื่อย ๆ แต่ไม่เต็มที่เท่าเจ็ดวันแรก อย่างพี่ใหญ่บุญชัย เบญจรงคกุล ที่ชวนน้อง ๆ ทำกฐินรายวันต่อเนื่องเจ็ดวันหลังกฐินบรมมหาจักรพรรดิที่ท่านเป็นประธาน พอจบของท่านและน้อง ๆ ก็ถึงคิวครูไม่ใหญ่ที่เพิ่งทำกฐินรายวันไปแล้วเก้ากองเก้าวันรวด บอกว่าต้องทำอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ อยากได้สมบัติเยอะ ๆ เอามาแจกจะได้เลิกยากเลิกจน และแซวว่าถ้าจะอยากได้ทรัพย์ก็มานั่งหลับตาดีกว่า
เปิดเรื่องที่มหานครตักกสิลา ราชธานีแห่งแคว้นคันธาระ ซึ่งมีชื่อเสียงจนผู้คนตั้งแต่สามัญชนถึงพระราชาเดินทางมาแสวงหาความรู้ ที่นั่นมีเรื่องเล่าขานถึงมหาเศรษฐีผู้เป็นเจ้าของภูเขาทองคำสูงถึง 82 ศอก ซึ่งบังเกิดขึ้นด้วยอำนาจบุญของท่าน ประวัติของท่านน่าอัศจรรย์เพราะต้องระหกระเหินตั้งแต่วันแรกที่ลืมตาดูโลก ถูกทิ้งลงแม่น้ำตั้งแต่แรกเกิดแต่รอดมาได้ด้วยอานุภาพบุญ และเมื่อได้สมบัติอัศจรรย์ก็ไม่หวงแหน สละออกบวชในเพศสมณะเพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง
เล่าว่าที่กรุงพาราณสีมีธิดาเศรษฐีผู้งดงามมาก บิดาหวงแหนจึงให้อยู่บนปราสาทชั้นที่เจ็ดกับทาสหญิงรับใช้เพียงคนเดียว วันหนึ่งนางเปิดหน้าต่างรับลม มีวิทยาธรเหาะผ่านมาเห็นแล้วหลงใหลจึงเข้าไปอยู่ร่วมกับนางฉันสามีภรรยา นางจึงตั้งครรภ์และปกปิดไว้ กระทั่งครบสิบเดือนก็คลอดทารกเพศชาย แต่เพราะกลัวมารดาบิดาจึงจำใจสั่งให้หญิงรับใช้เอาเด็กใส่ภาชนะ ปิดให้แน่นหนา วางพวงดอกไม้ไว้เบื้องบน แล้วนำไปลอยในแม่น้ำ ถ้าใครถามก็ให้บอกว่าเป็นพิธีกรรมของนายหญิง
ทารกน้อยลอยไปตามกระแสน้ำจนถึงท่าน้ำแห่งหนึ่ง หญิงสองคนที่กำลังอาบน้ำเห็นภาชนะลอยมา คนหนึ่งบอกว่าภาชนะเป็นของฉัน อีกคนบอกว่าสิ่งที่อยู่ในภาชนะเป็นของฉัน เมื่อเปิดออกเห็นทารกน่ารักก็เกิดความรักและอยากเป็นเจ้าของทั้งสองคน ตกลงกันไม่ได้จึงไปถึงศาล ศาลตัดสินไม่ได้จึงทูลให้พระราชาตัดสิน ผลคือหญิงที่เป็นอุปัฏฐากของพระมหากัจจายนเถระเป็นฝ่ายได้เด็กไป นางตั้งชื่อว่าชฎิลเพราะวันแรกเกิดผมของเด็กรุงรังยุ่งเหยิง และตั้งใจจะถวายเด็กให้บวชในสำนักของพระเถระ
เมื่อชฎิลโตขึ้นเริ่มรู้เดียงสา พระมหากัจจายนเถระจาริกมาถึงนครพาราณสีและไปบิณฑบาตที่เรือนของหญิงผู้นี้ นางจึงถวายเด็กน้อยแด่พระเถระ พระเถระรับแล้วตรวจดูบุญกรรมของเด็กด้วยญาณทัศนะ เห็นว่าเขาสั่งสมบุญไว้ในกาลก่อนและจะต้องเสวยสมบัติใหญ่ในเพศคฤหัสถ์ก่อน อีกทั้งยังเล็กนักและญาณยังไม่แก่รอบ จึงพาไปฝากไว้ที่เรือนของอุบาสกผู้เป็นอุปัฏฐากคนหนึ่งในนครตักกสิลา ซึ่งรับเลี้ยงดูเสมือนบุตรชายของตน
ในเรือนของอุบาสกมีสินค้าเหลือค้างมานานถึงสิบสองปีเป็นจำนวนมาก เขานำไปขายในตลาดและมอบหมายให้เด็กชายชฎิลดูแลสินค้าแทน ด้วยมหาทานบารมีที่เด็กสั่งสมมาในกาลก่อน เทวดาผู้รักษาพระนครจึงดลบันดาลให้มหาชนทั้งปวงมุ่งไปซื้อของกับเด็กชายเพียงผู้เดียว จนสินค้าหมดสิ้นภายในวันเดียว เมื่อเจ้าของกลับมาไม่เห็นสินค้าก็ตกใจคิดว่าเด็กทำสินค้าฉิบหาย แต่พอทราบว่าขายหมดแล้วก็อัศจรรย์ใจ คิดว่าเด็กคนนี้เป็นผู้มีบุญ
เมื่อชฎิลเจริญวัยเป็นชายหนุ่ม อุบาสกยกบุตรสาวให้และสร้างเรือนให้คนทั้งสอง ในวันที่ชฎิลกับภรรยาเข้าอาศัยเรือนใหม่ เพียงเขาก้าวข้ามธรณีประตูเหยียบพื้นเรือนด้วยขาข้างเดียว ภูเขาทองคำเหลืองอร่ามสูงถึง 82 ศอกก็ชำแรกแผ่นดินผุดขึ้นที่พื้นที่หลังเรือนทันที สร้างความโกลาหลแก่มหาชน เมื่อพระราชาทรงทราบจึงแต่งตั้งเขาให้ดำรงตำแหน่งเศรษฐีพร้อมพระราชทานฉัตรประจำตำแหน่ง มหาชนจึงเรียกขานเขาว่าชฎิลเศรษฐี
ช่วงเพลงส่งเด็กเล็กเข้านอนหลังจบชฎิลเศรษฐีตอนที่หนึ่ง เนื้อร้องว่าเธอต้องนอนเพราะเราเป็นห่วงเธอ เธอเหนื่อยมาทั้งวันต้องให้ร่างกายได้พักผ่อน อย่ามัวเที่ยว อย่ามัวพนันบอล อย่าให้ต้องอ้อนวอน บอกให้นอนก็ไปนอน
บอกว่าเหลืออีกห้าสิบวันจะถึงวันสิ้นปี ต้องสร้างสมบุญให้เต็มที่อย่าขาดแม้เพียงวันเดียว ให้เป็นปีแห่งชิตัง เม ที่ได้สั่งสมบุญทั้งทาน ศีล ภาวนาไม่เคยขาด เป็นปีแห่งประวัติศาสตร์ชีวิตที่งดงามของการมาเกิดสร้างบารมี เวลาครูไม่ใหญ่ถามว่าใครสั่งสมบุญทุกวันบ้างก็จะได้ยกมืออย่างเบิกบานและภาคภูมิใจ ส่วนคนที่ขาดแม้เพียงวันเดียวก็ยกมือไม่ได้ ใครขาดไปแล้วก็ให้ทำให้ครบในเวลาที่เหลือ แล้วเริ่มต้นปีใหม่โดยตั้งใจว่าจะไม่ให้พลาดเหมือนปีที่ผ่านมา
ประกาศว่าปีใหม่นี้จะมีการอยู่ธุดงค์เช่นทุกปี เพราะก่อนจะส่งความสุขต้องมาสร้างความใสในใจก่อน ปีนี้วันหยุดต่อเนื่องหลายวัน บางแห่งหยุดวันที่ 30 ซึ่งตรงกับวันศุกร์ แต่บางแห่งไม่หยุด จึงมีผู้ขอมาลงทะเบียนวันที่ 29 ธันวาคม ก็อนุมัติและอนุโมทนา เปิดให้ลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 29 อยู่ธุดงค์วันที่ 30 เพราะวันที่ 31 จะมีงานบุญใหญ่คือพิธีอัญเชิญจักรแก้วมาประดิษฐาน ณ มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี เป็นจักรแรก แล้วลาธุดงค์ตอนบ่าย ๆ เย็น ๆ ของวันที่ 1 มกราคม พร้อมเปิดโอกาสให้ทำบุญเสาแก้วพันปี 300 ต้น ต้นละหนึ่งร้อยบาท ใครทำได้หนึ่งเอสจะจารึกชื่อที่เสาได้ไม่เกินสิบชื่อ
ย้ำว่าวันงานให้ใส่เสื้อจักรแก้วเวอร์ชันภูเขาทอง ซึ่งจำลองมาจากมหาวิหารคุณยายอาจารย์ที่ประดิษฐานรูปเหมือนทองคำของท่าน และมหาวิหารคุณยายอาจารย์ก็จำลองมาจากภูเขาทองของชฎิลเศรษฐีตามข้อมูลของพระอาจารย์ที่ค้นมา จึงนำมาทำเป็นเสื้อประวัติศาสตร์ของการอยู่ธุดงค์ปีใหม่ปีนี้ โดยตั้งใจจะเปลี่ยนแบบเสื้อไปทุก ๆ ปีแล้วเก็บไว้เป็นเสื้อประวัติศาสตร์
ชี้แจงว่าไม่ได้จะมาขายเสื้อ แต่ทำตัวเดียวไม่คุ้มและเสียเวลาจึงช่วยทำให้ เก็บไว้เป็นเสื้อประวัติศาสตร์ระลึกถึงธุดงค์ปีใหม่ แล้วบอกว่าเราจะเข้าไปอยู่ในวิหารน้อยกลอยใจของลูกหลานยาย เมื่อมารับไปแล้วให้มาอยู่และนำกลับบ้านไปด้วย อย่าทิ้งไว้และไม่รับบริจาคคืน เพราะวัตถุประสงค์ต้องการให้เป็นพยานทางวัตถุในการระลึกนึกถึงบุญ และสัญลักษณ์ภูเขาทองไม่ได้หมายถึงรวยอย่างเดียวแต่หมายถึงสมบัติอัศจรรย์
อธิบายว่าเรื่องบุญเป็นเรื่องอจินไตย บางทีเรานึกไม่ออกว่าจะเป็นอย่างนั้นไปได้อย่างไร ให้ลองทำบุญดู วันใดที่บุญส่งผลจะอัศจรรย์เองว่าอยู่ ๆ บุญก็สรรมาให้ ให้ทำตรงที่เรามีศรัทธา โดยเฉพาะช่วงนี้ยังอยู่ในช่วงทอดกฐิน มีกุศลศรัทธาที่ไหนก็ทำไป อย่าให้วัดเป็นวัดร้างหรือวัดว่างกฐิน และอย่าให้ได้ยินคำว่ากฐินตกค้างในยุคที่เรามาเกิดเป็นชาวพุทธ
ตั้งคำถามว่าสมมติเรามีภูเขาทองหรือมีสมบัติตักไม่พร่องอย่างท่านเศรษฐี เราจะเอาสมบัตินี้ไปทำอะไร ถ้ารวยฟรี ๆ แล้วไม่เกิดประโยชน์ก็ไม่จำเป็นต้องรวย เหมือนมีความแข็งแรงแล้วเอาไปดื่มไปเที่ยวอบายมุขก็ไร้ค่า ต้องรวยอย่างสูงส่งและมีคุณค่า ไม่ใช่รวยแล้วมัวรักษาสมบัติจนเป็นสมบัติพิการที่มีได้แต่ดูใช้ไม่ได้ ทรัพย์เป็นแค่เครื่องมือหรืออุปกรณ์ให้เราเลี้ยงสังฆทาน สงเคราะห์ญาติ สงเคราะห์โลก และทำบุญทำกุศล คนที่รวยแต่ใช้ทรัพย์ไม่เป็นก็เสียเวลาหาทรัพย์ต่อทรัพย์จนหมดเวลาชีวิต สุดท้ายทรัพย์ก็ตกเป็นของคนอื่น ส่วนการทำบุญเจือธุรกิจหรือหวังผลประโยชน์ก็ทำให้บุญไม่บริสุทธิ์ ต้องทำบุญเพื่อบุญ
แนะให้เอาภูเขาทองกลับไปบ้าน แล้วถึงช่วงไปธุดงค์ที่ไหนก็หอบออกมา เพราะจะเป็นอุปกรณ์ในการสนทนา คนจะถามว่านี่อะไร ก็ได้อธิบายว่าคือภูเขาทองและวิหารน้อย เป็นอุปกรณ์ในการปฏิบัติธรรมสร้างบารมี ได้มาอย่างไร บทสนทนานั้นจะนำไปสู่กุศลธรรมและนำไปสู่การให้ธรรมะที่เรียกว่าธรรมทาน ซึ่งเป็นสุดยอดแห่งการให้เพราะให้การดำเนินชีวิตที่ถูกต้องกับเพื่อนมนุษย์ ได้บุญใหญ่มหาศาลและได้ดวงปัญญา
เล่าว่ากำลังคิดหาเงื่อนไขที่จะเป็นทางมาแห่งบุญ วันนี้เพิ่งคิดว่าคนที่จะมารับภูเขาทองควรมีบุญก่อน เพราะไม่ได้เอามาขาย จึงคิดกับพระที่มาปรึกษาว่าให้เขาทำบุญเสาแก้วพันปีรองรับมหารัตนวิหารคด 300 ต้น ต้นละหนึ่งร้อยบาท เพื่อจะได้นึกถึงภาพการสร้างบุญใหญ่ ซึ่งในปี 2550 มหารัตนวิหารคดจะเป็นที่รองรับพุทธบริษัทสี่ทั่วโลกเรือนล้าน โดยเฉพาะพุทธบุตรทุกโลกที่มาประชุม พอมีบุญแล้วจึงมารับภูเขาทองไปเป็นอุปกรณ์สร้างบารมี แล้วขอให้นักเรียนทั่วโลกส่งมติมาว่าจะเอาแบบไหน จะรับตามแบบเสื้อ หรือทำบุญเสาแก้วก่อนแล้วมารับ หรือเอาทั้งสองอย่าง เพื่อประกาศเป็นมติเอกฉันท์
สปอตเชิญชวนยอดกัลยาณมิตรเริ่มต้นศักราชใหม่ปี 2549 ด้วยการอยู่ธุดงค์ปีใหม่ ตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม ถึง 1 มกราคม ณ ลานมหาธรรมกายเจดีย์ วัดพระธรรมกาย จังหวัดปทุมธานี ปีนี้แตกต่างจากทุกปีเพราะจำลองมหาวิหารคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง มาเป็นวิหารน้อย เพื่อชำระกายวาจาใจของลูกหลานยายให้บริสุทธิ์ผ่องใส ได้เข้าถึงพระธรรมกายภายในและมีสมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่องอัศจรรย์ทันใช้ในชาตินี้ ดังภูเขาทองของชฎิลเศรษฐีในสมัยพุทธกาล
สารคดีเล่าว่าราชสีห์แม้มีกำลังมากก็ไม่ถือตัว เป็นสัตว์ที่รู้คุณและตอบแทนคุณจนถึงที่สุด แม้ผู้มีคุณจะเป็นสัตว์ที่ไม่น่าคบหา ในกาลก่อนพระโพธิสัตว์เกิดเป็นราชสีห์อยู่ในถ้ำบนภูเขา วันหนึ่งกระโดดลงจากภูเขาเพื่อจับเนื้อในฝูงสัตว์ที่เล็มหญ้าอยู่บนเปลือกตมแห้ง แต่ยั้งความเร็วไม่ได้จึงตกลงไปติดหล่ม ยืนปักเท้าทั้งสี่เหมือนเสาสี่เสา อดอาหารอยู่เจ็ดวัน วันที่เจ็ดสุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งเห็นแล้วจะหนีเพราะกลัว ราชสีห์จึงร้องขอความช่วยเหลือ สุนัขจิ้งจอกกลัวว่าช่วยขึ้นมาแล้วจะถูกกิน สุดท้ายก็ช่วยจนขึ้นมาได้ ราชสีห์จึงฉีกเนื้อให้สุนัขจิ้งจอกกินก่อนแล้วตนจึงกินภายหลัง และให้สุนัขจิ้งจอกกับภรรยาอยู่ในถ้ำใกล้ ๆ พร้อมรับจะดูแลเอง
ต่อมานางราชสีห์คลอดลูกสองตัว นางสุนัขจิ้งจอกก็คลอดลูกสองตัว อยู่กันอย่างกลมเกลียว แต่เวลาที่ตัวผู้ออกไปหาอาหาร นางราชสีห์ขู่นางสุนัขจิ้งจอกว่าทำไมไม่หนีไปเสีย ลูกของนางราชสีห์ก็เบียดเบียนลูกของนางสุนัขจิ้งจอก สุนัขจิ้งจอกจึงมาบอกราชสีห์ว่าอยู่นานแล้วย่อมไม่เป็นที่พอใจ ขอลากลับที่เดิม ราชสีห์จึงเล่าให้นางราชสีห์ฟังว่าครั้งที่หายไปเจ็ดวันนั้นตนพลาดไปติดหล่มอดอาหาร รอดมาได้เพราะสุนัขจิ้งจอกตัวนี้ช่วยชีวิตไว้ ผู้ที่ตั้งอยู่ในมิตรภาพกับผู้มีกำลังน้อยกว่าหาได้ยากยิ่ง จึงห้ามดูหมิ่นสหาย นางราชสีห์ทราบเรื่องแล้วจึงขอโทษ ตั้งแต่นั้นสองครอบครัวก็อยู่กันกลมเกลียว และลูกทั้งสองฝ่ายก็ไม่ทำลายมิตรภาพต่อกันแม้พ่อแม่ล่วงลับไปแล้ว
สปอตประกาศว่าสิ่งที่ปรากฏขึ้นได้ยากในโลกได้เกิดขึ้นแล้ว จักรแก้วคือประธานแห่งรัตนะเจ็ด ทิพยสมบัติคู่บุญของพระเจ้าจักรพรรดิ มีอานุภาพมากที่สุด บันดาลความสุขความสำเร็จได้ตามความปรารถนา ได้จำลองลงมาให้ชาวโลกประจักษ์ถึงอานุภาพของพระพุทธศาสนาและวิชชาธรรมกาย เชิญผู้มีบุญทุกท่านร่วมกันอัญเชิญจักรแก้วประดิษฐาน ณ มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี ในวันที่ 31 ธันวาคม พุทธศักราช 2548 เวลา 17 นาฬิกา ประหนึ่งว่ากำลังทะยานเข้าสู่มหาวิหารเพื่อน้อมสักการะยอดมหาปูชนียาจารย์ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย
ถามว่าเหลือกี่วันจะถึงวันประดิษฐานจักรแก้ว บอกว่าห้าสิบวันนี้ให้รักษาใจให้ใส ๆ ไว้ นี่เป็นครั้งแรกและเป็นจักรดวงแรก แล้วจะโยงเชื่อมสายสมบัติสายบุญมาถึงทุกคนที่มาร่วมงานบุญในวันนั้น
บอกให้ส่งมติเรื่องวิหารน้อยของยายที่ลานธรรมมา แล้วสอนว่าสิ่งที่ทำได้ยากแล้วเราทำได้จะเป็นความปลื้มปีติยินดี แค่ผ้าผืนเดียวของมหาทุคตะหรือชุดเดียวของติณบาลที่ได้นุ่งห่มใบไม้ ก็เป็นเรื่องเล่าขานข้ามพุทธันดร นำไปสู่การเป็นพระอรหันต์ในที่สุด และเป็นเรื่องที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าต้องมาเล่าให้ฟังเพื่อให้เกิดแรงบันดาลใจในการสร้างบารมี ถ้าเทียบกับเสาแก้ว 300 ต้น ต้นละร้อยบาท ก็เทียบความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่ของท่านทั้งสองไม่ได้ และทั้งสองท่านก็ไม่จนเลย จากมหาทุคตะกลายเป็นมหาเศรษฐีผู้ใจบุญ จากนายติณบาลเป็นท่านติณบาลที่ร่ำรวยเพราะชนะใจตัวเอง สุดท้ายเปรียบว่าเราเคยจับช้างมาแล้ว นี่แค่จับตั๊กแตนตัวเล็ก ๆ
เข้าช่วงกรณีศึกษากฎแห่งกรรม ประกาศชื่อเรื่องว่าให้เธอหมดใจ และขอตายด้วยกุ้ยช่าย ก่อนจะไปถึงเนื้อหาก็เปิดเพลงยิ้มแล้วรวยให้ฟังก่อน
ช่วงเพลงยิ้มแล้วรวยที่ร้องว่ายิ้มเข้าไว้ ถึงใครจะด่าก็ยิ้มสักหน่อย ยิ้มแล้วรวย ก่อนเข้าสู่จดหมายกรณีศึกษา
ผู้เขียนเป็นผู้หญิงที่คุณแม่ชักชวนให้มาสร้างบารมีกับหลวงพ่อและหมู่คณะจนถึงทุกวันนี้ เล่าว่าคุณพ่อเป็นคนจีนแผ่นดินใหญ่ มารับช่วงธุรกิจค้าขายข้าวที่เมืองไทยต่อจากพี่ชาย เพราะพี่ชายเสียชีวิตกะทันหันโดยไม่ทราบสาเหตุ ต่อมาคุณพ่อก็แต่งงานกับพี่สะใภ้ซึ่งก็คือคุณแม่ของผู้เขียนเอง ครูไม่ใหญ่แทรกว่าแปลกดี ภรรยาพี่ชายเมื่อพี่ชายตายก็เลยมาแต่งงานกับน้อง คุณพ่อมีครอบครัวอยู่ทางเมืองจีนแล้วและมีลูกชายกับภรรยาชาวจีนสองคน แต่ภรรยาทางเมืองจีนก็ไม่ได้ว่าอะไร คุณพ่อกับคุณแม่มีลูกด้วยกันสี่คนเป็นหญิงล้วน ผู้เขียนเป็นคนที่สาม
คุณพ่อเป็นคนรักครอบครัวมาก คอยพร่ำสอนลูก ๆ ให้เป็นคนดี ขยัน อดทน เพื่ออนาคตที่ดี ท่านทำบุญใส่ซองทอดกฐินผ้าป่าบ้างตามประเพณี แต่เน้นไปทางนับถือศาลเจ้ามากกว่า โดยเป็นประธานใหญ่ในการบริจาคให้ศาลเจ้าปีละหลายแสนบาท จึงเป็นที่นับหน้าถือตาของคนจีนทั่วไป ท่านสูบบุหรี่บ้างเป็นบางครั้ง แล้วจู่ ๆ ก็ล้มป่วยด้วยโรคลมในตัวตีขึ้น ทำให้เสมหะติดในลำคอ เสียชีวิตกะทันหันเมื่ออายุได้เจ็ดสิบปี
คุณแม่เป็นคนกรุงเทพโดยกำเนิด เดิมแต่งงานอยู่กินกับคุณลุงซึ่งเป็นพี่ชายแท้ ๆ ของคุณพ่อ มีลูกกับคุณลุงสามคน ชายสองหญิงหนึ่ง แต่เมื่อคุณลุงเสียชีวิตในขณะที่ลูกยังเล็ก คุณแม่ต้องดูแลกิจการค้าขายข้าวตามลำพังคนเดียว กิจการเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จนดูแลไม่ไหว ต่อมาคุณพ่อซึ่งเป็นน้องชายของคุณลุงจึงเดินทางมาร่วมทำธุรกิจ แล้วได้แต่งงานอยู่กินกับคุณแม่ ทำให้คุณแม่มีคุณพ่อเป็นหลักในการทำธุรกิจทั้งหมด กิจการก็ร่ำซวยดีขึ้นเรื่อย ๆ
เล่าว่ากิจการมีคนงานมากมาย คุณแม่นั่งชี้นิ้วสั่งงานและเลี้ยงดูลูกอย่างเดียว ครูไม่ใหญ่แทรกว่าชี้นิ้วไม่ได้ชี้หน้า และเวลาคุณแม่ว่างก็ไปเล่นไพ่อยู่เสมอ ก็ชี้นิ้วเหมือนกันแต่ชี้ที่นิ้วถือไพ่ กระนั้นท่านก็เป็นที่ปรึกษาของคนทั่วไป ใครมีปัญหาอะไรก็ต้องมาปรึกษาเจ๊ ต้องถามเจ๊ดูก่อนทุกที
คุณแม่ป่วยเป็นโรคเกาต์ มีอาการปวดตามข้อต่าง ๆ โดยเฉพาะข้อเท้าทั้งสองข้าง ทำให้เดินไม่ได้เลย ต้องนั่งเก้าอี้รถเข็นเป็นเวลานาน ๆ และต้องจ้างพยาบาลมาคอยดูแลตลอดเวลา ซึ่งคุณแม่ไม่ชอบใจนักเพราะอึดอัดและยอมรับสภาพตัวเองไม่ค่อยได้
คุณแม่พยายามหัดเดินเองในยามที่พยาบาลเผลอ แต่หกล้มศีรษะกระแทกพื้นจนเป็นโรคความจำเสื่อม ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลระยะหนึ่งแล้วกลับมาพักที่บ้านโดยจัดห้องไว้ชั้นบน แต่ยามที่พยาบาลเผลอท่านก็หนีพยาบาลจนตกบันไดสลบกองอยู่ชั้นล่าง ส่งโรงพยาบาลเข้าห้องไอซียูทันที คุณหมอต้องใส่เครื่องช่วยหายใจไว้ตลอดแต่ร่างกายไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง คุณหมอจึงถามความเห็นพี่ ๆ น้อง ๆ ว่าจะถอดเครื่องช่วยหายใจหรือไม่ ทุกคนลงความเห็นตรงกันให้ถอด เมื่อถอดแล้วคุณแม่ก็เสียชีวิตทันที รวมอายุได้หกสิบเจ็ดปี
สามีของผู้เขียนเป็นคนกรุงเทพโดยกำเนิด สมัยเด็กมีชีวิตลำบากมาก ต้องตามแม่ไปขายขนมให้เด็กนักเรียนในโรงเรียน ต่อมาได้ทำงานที่การไฟฟ้านครหลวง จนกระทั่งอายุ 25 ปี เขามาซื้อของในร้านที่ผู้เขียนเป็นคนดูแลกิจการแทนคุณแม่อยู่ ครั้งแรกที่พบผู้เขียนเขาถึงกับตกตะลึง
ช่วงเพลงคั่นหลังผู้เขียนเล่าว่าพอแต่งงานก็บอกว่าให้เธอหมดใจเลย เนื้อร้องว่าพร้อมจะทุ่มเทตลอดไป หมดใจแล้วก็ให้ทุ่มไปเลย
สามีเสียเงินกับการพนันครั้งละสองสามแสนบาท ครูไม่ใหญ่แทรกว่าได้เสาแก้วหลายต้น บางครั้งก็มายืมเงินของผู้เขียนไปด้วย เขาสูบบุหรี่จัดมาก ตกดึกก็ชอบท่องราตรี จึงมีสาว ๆ ติดมาให้ผู้เขียนช้ำใจเสมอ บางครั้งไปอยู่กับผู้หญิงถึงหกเจ็ดเดือนจึงหวนกลับบ้าน ผู้เขียนหนักใจแต่ทำใจได้ เพราะช่วงนั้นได้มารู้จักวัดพระธรรมกายและรู้หลักวิชาว่าต้องทำอย่างไร ครูไม่ใหญ่แทรกว่ามีแฟนเจ้าชู้ก็ต้องยิ้มสู้ไปด้วย
ช่วงเพลงที่ร้องว่ายิ้มไว้เป็นใบเบิกทาง ตกทุกข์ปางไหนใครก็ยื่นมือช่วย ลุงบางคนไม่หล่อ สาวบางคนไม่สวย ได้ยิ้มมาช่วยก็ดูสวยดูหล่อ พูดไม่เพราะแต่ยิ้มดี ความรู้ไม่มีแต่ยิ้มดีก็พารวย
ผู้เขียนเล่าว่าสามีเอื้อมมือไปหยิบถุงขนมกุ้ยช่าย ตอนนั้นเองเขาก็ล้มลงหล่นจากเก้าอี้ไปกองอยู่ข้างพื้น มือทั้งสองไปกุมอยู่ที่หัวใจ ยังไม่ได้กินขนมกุ้ยช่ายเลย ดิ้นทุรนทุรายอย่างทรมาน ผู้เขียนได้แต่วิ่งไปวิ่งมาอยู่กับลูกชาย พยายามหายาประจำตัวที่สามีทานอยู่เป็นประจำแต่ก็ไม่พบ
ผู้เขียนโทรหาพระอาจารย์ที่วัดพระธรรมกายว่าจะทำอย่างไรดี ขณะนี้สามีตายมากกว่าเป็น พระอาจารย์บอกให้ทำใจให้สบายเดี๋ยวจะดีเอง แล้วปรากฏว่ามีพระอาจารย์รูปหนึ่งเดินทางมาขยายจานดาวธรรมแถวโรงพยาบาลนั้นพอดี ท่านทราบข่าวจึงรีบมาเยี่ยมในห้องฉุกเฉินทันที แล้วพูดเรื่องบุญต่าง ๆ ที่สามีเคยทำให้เขาฟัง และกุมมือของสามีไว้ตลอด ส่วนคุณหมอก็ช่วยกันปั๊มหัวใจตลอดเหมือนกัน แต่ในที่สุดเขาก็เสียชีวิตในวันนั้นด้วยโรคหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน อายุได้ 49 ปี โดยยังไม่มีโอกาสได้กินขนมกุ้ยช่ายเลย
ผู้เขียนเล่าว่าตัวเองคลอดมาได้สามวันคุณแม่ก็เอาไปให้ญาติของท่านเลี้ยงดู อยู่กับญาติและหลานของญาติจนสนิทและผูกพันกันมาก แต่เมื่ออายุได้แปดขวบคุณแม่ก็มารับกลับไปเลี้ยงเอง ส่งเรียนหนังสือจนจบ ม.3 จากนั้นก็มาช่วยคุณพ่อคุณแม่ดูแลกิจการของครอบครัวจนมีเงินเก็บของตัวเอง ต่อมาอายุ 17 ปี ได้ติดตามคุณแม่ไปทำบุญที่วัดปากน้ำเป็นประจำ วัดชวนทำบุญอะไรก็ทำทุกบุญไม่เคยขาด แล้วกลุ่มเพื่อน ๆ ย้ายมาทำบุญที่วัดพระธรรมกาย ผู้เขียนก็ติดตามมาด้วย จนอายุ 28 ปีจึงได้พบรักและแต่งงานมีครอบครัว
ผู้เขียนมีกิจการร้านค้าที่ต้องดูแลอยู่คนเดียว ยังต้องดูแลลูก ๆ อีก ขณะที่สามีติดการพนันงอมแงม จึงเหนื่อยจากการทำงานมากจนร่างกายเริ่มไม่ไหว คล้าย ๆ จะเป็นอัมพฤกษ์ ผู้เขียนกลัวมากจึงไปรักษาด้วยการนวดแผนโบราณ อาการจึงกลับเป็นปกติ แล้วจึงตั้งคำถามถึงตรงนี้
ครูไม่ใหญ่เล่าแทรกว่าอัมพฤกษ์นั้นรักษาได้ วันนี้มีคนไปหาทวดอิ่มซึ่งอายุ 105 ปี ท่านพูดเป็นปัญญาว่าเกิดมาคู่กับตา มาอยู่กับตาเลย พวกหลาน ๆ งงว่าตาอะไร ท่านบอกว่าตาตุ่ม แล้วเอามือปิดปาก ท่านจึงถ่ายทอดวิชาแต่งสีหน้าให้พระอาจารย์ชิน ซึ่งแต่งสีหน้าให้ครูไม่ใหญ่ทุกวัน คนมักถามว่าครูไม่ใหญ่แต่งหน้าหรือ ก็ตอบว่าใช่ แต่งโดยหลวงพี่ชิน วิธีคือใช้เท้าเหยียบ ไม่ใช่ของหยาบแต่ท่านใช้อย่างนั้นจริง ๆ เหยียบแล้วเลือดก็วิ่งขึ้นข้างบนหมด ข้างนอกแต่งด้วยหลวงพี่ชิน ข้างในแต่งที่ใจ
คำถามชุดแรกถามว่าบุพกรรมใดคุณพ่อจึงล้มป่วยด้วยโรคลมในตัวตีขึ้น เสมหะติดคอเสียชีวิตอย่างไม่ทันตั้งตัว ครูไม่ใหญ่แทรกว่าความตายไม่มีนิมิตหมาย กำลังจะกินขนมกุ้ยช่ายก็ตายแล้ว คุณพ่อตายแล้วไปไหน ได้รับบุญที่อุทิศไปให้หรือไม่ บุพกรรมใดคุณแม่จึงมีสามีถึงสองคนและสามีทั้งสองเป็นพี่น้องกัน กรรมใดคุณแม่จึงป่วยเป็นโรคเกาต์เดินไม่ได้ เป็นโรคความจำเสื่อม และตกบันไดต้องเข้าห้องไอซียู และเป็นเพราะกรรมใดลูก ๆ จึงพร้อมใจกันให้ถอดเครื่องช่วยหายใจออกทั้งที่คุณแม่ยังไม่ตาย คุณแม่ตายแล้วไปไหน
คำถามชุดที่สองถามว่าบุพกรรมใดสามีจึงมีชีวิตลำบากมาตั้งแต่เด็ก และกรรมใดจึงเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ขณะอยู่โรงพยาบาลพระอาจารย์พูดเรื่องบุญให้ฟัง สามีรับรู้ได้ไหม เขาตายแล้วไปไหน กรรมใดตั้งแต่เกิดผู้เขียนจึงถูกคุณแม่ส่งไปให้ญาติเลี้ยง แต่พออายุแปดขวบคุณแม่ก็มารับกลับไปเลี้ยงเองเพราะบุญใด ญาติผู้หญิงที่เลี้ยงดูมาแต่เด็กป่วยเป็นอัมพาตเสียชีวิตแล้วไปไหน หลานผู้หญิงของเธอป่วยด้วยโรคมะเร็งที่ตับเสียชีวิตแล้วไปไหน กรรมใดผู้เขียนจึงมีสามีที่ชอบเล่นการพนันมากจนต้องสูญเสียเงินไปให้สามี กรรมใดทำให้เกือบเป็นอัมพฤกษ์แล้วหายได้ด้วยบุญใด และซื้อที่ดินใกล้วัดเพื่อจะปลูกบ้านแต่พอลงมือก็เดือดร้อนทุกที
ครูไม่ใหญ่ให้หลับตาฝันเป็นตุเป็นตะแล้วเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรา ตอบว่าคุณพ่อล้มป่วยด้วยโรคลมและเสียชีวิตอย่างไม่ทันตั้งตัว เพราะกรรมในอดีตที่ท่านเคยดูแลคุณทวดผู้เสียอายุมาก ต่อมาหงุดหงิดรำคาญจึงป้อนอาหารท่านเร็ว ๆ จนสำลักและอาหารติดหลอดลมเสียชีวิต ตายแล้วท่านไปเป็นภุมเทวาระดับกลาง อยู่ในหมู่บ้านภุมเทวาแถวศาลเจ้าที่ท่านผูกพัน และได้รับบุญที่อุทิศไปให้แล้วก็มีสภาพดีขึ้นกว่าเดิม คืออาหารทิพย์และเสื้อผ้าประณีตขึ้น ครูไม่ใหญ่ว่าน่าเสียดายที่ตอนเป็นมนุษย์มีทรัพย์แต่ทำบุญไม่ถูกหลักวิชา ทุกคนมีสิทธิ์ไปที่สูง ๆ ได้แต่ไม่ได้ศึกษาความรู้ที่เป็นกฎกติกาของชีวิต
ตอบว่าคุณแม่มีสามีสองคนที่เป็นพี่น้องกัน เพราะคุณแม่เคยเป็นภรรยาของทั้งคุณพ่อและคุณลุงมาก่อนแต่คนละภพชาติ ตอนอยู่กับพ่อก็อธิษฐานขอให้ได้เป็นสามีภรรยากันอีก อีกชาติอยู่กับลุงก็อธิษฐานอย่างเดียวกัน ต่อมาพ่อกับลุงยังได้เป็นเพื่อนรักกันและสาบานขอเป็นพี่น้องกันในชาติต่อไป ชาตินี้สามคนจึงมาเจอกันครบและสมความปรารถนากันหมด โดยคุณแม่เป็นภรรยาของลุงก่อนจนลุงตายแล้วมาเป็นภรรยาของพ่อ ส่วนคุณแม่ตายแล้วไปเป็นเทพธิดา มีวิมานทองอยู่ชั้นดาวดึงส์เฟสสาม ด้วยบุญที่ทำไว้ในพระพุทธศาสนา ได้รับบุญที่อุทิศไปให้แล้วยิ่งมีทิพยสมบัติมากขึ้น
ตอบว่าคุณแม่เป็นโรคเกาต์เดินไม่ได้ เพราะกรรมมัดสัตว์ส่งให้เขาฆ่าทำอาหารในอดีต ส่วนความจำเสื่อมเพราะกรรมโกหกในเวลาค้าขาย และตกบันไดเพราะกรรมฆ่าสัตว์ทำอาหารมาส่งผล แต่ละกรรมมารวมกันส่งผลอยู่ในกายเดียวกัน ทำแบบนี้ก็กลับมาเป็นแบบนี้
ตอบว่าที่ลูกพร้อมใจกันให้หมอถอดเครื่องช่วยหายใจจนท่านเสียชีวิต เพราะท่านหมดอายุขัยและกรรมฆ่าสัตว์ทำอาหารกับขายสัตว์ให้เขาฆ่ามาบีบคั้น ลูกทุกคนที่ทำอย่างนี้ไม่ถือว่าเป็นอนันตริยกรรม แต่จะมีกรรมว่าเวลาเรานอนป่วยอยู่บนเตียงและจะตาย ลูกหลานก็จะช่วยตัดสินใจให้อย่างนี้เหมือนกัน จึงต้องตั้งผังอธิษฐานจิตเรื่องความตายให้ดีว่าจะตายก่อนตายหรือตายพร้อมความตาย ตายก่อนตายคือต้องได้พระรัตนตรัยในตัว เข้าถึงพระธรรมกาย แล้วพอถึงเวลาก็ถอดกายออกไปก่อน
ตอบว่าสามีมีชีวิตลำบากในวัยเด็ก เพราะมีกรรมตระหนี่ข้ามชาติได้ช่องแทรกเข้ามาเป็นชนกรรมนำมาเกิด กรรมตระหนี่จึงส่งผลก่อน ครูไม่ใหญ่เสริมว่าเมื่อรู้แล้วต้องรีบเปลี่ยนทันที บุญที่เราทำเป็นดวงบุญใส ๆ ติดตามตัวเราไป ส่วนทรัพย์ที่เข้าไปช่วยรักษาไว้นั้นไม่เกี่ยวกับเรา
ตอบว่าคุณแม่กลับมารับผู้เขียนไปเลี้ยงเองเพราะในอดีตผู้เขียนก็เคยทำอย่างนี้ ส่วนญาติผู้หญิงที่เลี้ยงดูมาแต่เด็กป่วยเป็นอัมพาตเสียชีวิต เพราะกรรมที่ชอบมัดสัตว์ส่งขายในชาติที่เกิดในสังคมเกษตรกรรม ตายแล้วไปเป็นภุมเทวาระดับปานกลางมีบ้านเป็นของตัวเอง ให้ทำบุญอุทิศไปให้บ่อย ๆ ส่วนหลานผู้หญิงของเธอป่วยเป็นโรคตับเสียชีวิต เพราะชาติหนึ่งเธอเคยใส่ยาพิษในอาหารให้ลูกของภรรยาน้อยของสามีที่รับมาอยู่บ้านเดียวกันกินจนตาย วิบากกรรมนั้นมาส่งผล ตอนนี้ไปเกิดใหม่เป็นมนุษย์แล้วจึงไม่อาจรับบุญได้
ตอบว่าผู้เขียนมีสามีที่ชอบเล่นการพนันมาก เพราะชาติในอดีตเคยคบคนพาลมาเป็นมิตร และมักสนับสนุนสามีในชาตินั้นซึ่งไม่ใช่คนปัจจุบัน ให้มาตั้งวงไพ่พนันที่บ้าน แถมยังเลี้ยงอาหารด้วย เพราะกลัวสามีจะไปนอกบ้าน วิบากกรรมนั้นมาส่งผล ส่วนที่กลัวจะเป็นอัมพฤกษ์แล้วหายได้ เพราะกรรมในอดีตที่ช่วยมัดสัตว์ส่งขายให้เขาฆ่ามาส่งผล แต่มีบุญในปัจจุบันมาช่วย เช่น บุญหล่อพระถวายพระ บุญปล่อยสัตว์ปล่อยปลา และบุญอื่น ๆ ไปตัดรอนวิบากกรรมนั้นจึงหายได้
ตอบว่าผู้เขียนซื้อที่ดินใกล้วัดเพื่อจะปลูกบ้านแต่พอลงมือก็เดือดร้อนทุกที เพราะกรรมในอดีตที่เคยไล่ญาติซึ่งมาขอพักอาศัยอยู่ที่บ้านออกไปด้วยอารมณ์ที่ไม่มีเหตุผล เพียงเพราะเขาทำไม่ถูกใจนิด ๆ หน่อย ๆ วิบากกรรมนี้มาส่งผล ไม่ได้เกี่ยวกับภุมเทวาหรือเจ้าหน้าที่เขต วิธีแก้คือให้สั่งสมบุญทุกบุญทั้งทาน ศีล ภาวนา แผ่เมตตาด้วยใจใส ๆ และอธิษฐานจิตนึกถึงบุญทุกบุญว่าขอให้ได้เจอช่างดี ๆ ที่สร้างบ้านได้สำเร็จและสวยด้วย
ตอบว่าลูกสาว ลูกชาย และตัวผู้เขียน เคยสร้างบารมีกับหมู่คณะมาแบบกองเสบียง บางครั้งก็สม่ำเสมอ บางครั้งก็ทำตามอารมณ์ ชาตินี้จึงต้องตั้งใจทำบุญให้สม่ำเสมอ ส่วนพระอาจารย์สองรูปที่เป็นกัลยาณมิตรให้ผู้เขียน เคยสร้างบารมีกับผู้เขียนและเป็นกัลยาณมิตรให้มาหลายชาติแล้ว ทั้งสองสร้างบารมีกับหมู่คณะมา เมื่อพุทธันดรที่ผ่านมาได้เป็นทหารของพระราชาองค์ที่ออกบวช แล้วออกบวชตามพระราชา ทำหน้าที่เผยแผ่จนตลอดชีวิต ทั้งสองรูปมีผลการปฏิบัติธรรมที่ดีพอตัว กลับดุสิตบุรีวงบุญพิเศษได้ ชาตินี้มาเจอกันแล้วก็ให้ตั้งใจสร้างบารมีให้เต็มที่ทุกบุญ และอธิษฐานจิตตามติดไปดุสิตบุรี วงบุญพิเศษ เขตบรมโพธิสัตว์ จะได้พลัดพรากกันไม่ได้
ท่องบทประจำวันว่าสิ่งที่ต้องสั่งสมคือบุญกุศล สิ่งที่ต้องแสวงหาคือพระรัตนตรัยภายใน เป้าหมายชีวิตคือที่สุดแห่งธรรม ที่พักระหว่างทางคือดุสิตบุรี วงบุญพิเศษ เขตบรมโพธิสัตว์
อ่านรายชื่อผู้ร่วมบุญโครงการเร่งสร้างเสาแก้วพันปี 300 ต้น ที่จะให้เสร็จทันธุดงค์ปีใหม่ ประจำวันศุกร์ที่ 11 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2548 โดยบอกว่าเหลืออีกห้าสิบวันจะถึงวันธุดงค์ปีใหม่ แล้วไล่ประกาศเสาของคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ต้นละหนึ่งพันบาท สามร้อยต้น กับเสาของหลวงพ่อสองรูป ต้นละสามพันบาทและสองพันบาท สามร้อยต้นเช่นกัน
สรุปมติที่นักเรียนส่งมาว่าเอาทั้งสองอย่าง คือใครทำบุญเสาแก้วก็รับวิหารน้อยภูเขาทองนี้เป็นของขวัญ ส่วนใครจะร่วมบุญซื้อก็เอาตามสะดวก โดยซื้อหนึ่งหลังเท่ากับที่เขาทำบุญสามร้อยต้น ค่ากำไรเหมาะควรไม่ใช่เกินควร เพราะอยากให้เสาเสร็จและอยากให้ทุกคนได้บุญเยอะ ๆ
ท่องคำขวัญว่าพุทธบุตรต้องเป็นหนึ่งเดียวกันเหมือนดวงตะวันที่มีดวงเดียว พุทธบริษัทสี่ต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน เรื่องส่วนตัวให้วางอุเบกขา เรื่องพระศาสนาให้เอาอุเบกขาวาง จิตสดใสเมื่อใจสิ้นระแวง และธรรมกายคือพระในตัวคุณ แล้วชวนพร้อมใจกันสวดสรรเสริญคุณของพระรัตนตรัย โดยหันลำโพงไปทางภาคใต้ของผืนแผ่นดินไทยและสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้