ep033 ผังเวลา 66 ช่วง
อุทิศบุญ (111) ธุดงค์ปีใหม่ 2549 (94) อธิษฐานจิต (79) จานดาวธรรม (74) วัดพระธรรมกาย (73) ดุสิตบุรี (67) หยุดใจนิ่ง (52) วงบุญพิเศษ (49) ภุมเทวา (47) กองเสบียง (45) องค์พระในกลางกาย (42) กัลยาณมิตร (41) กฎแห่งกรรม (39) ใจใส (39) ยิ้ม (37) เมาน้ำตากับยาดอง (36) วิชชาธรรมกาย (31) มรณานุสติ (30) เร่งเสาแก้วพันปี 300 ต้น (30) บุพกรรม (20) ใจหมอง (20) คตินิมิต (17) ดาวดึงส์ (17) แต่งเนื้อแต่งตัว (15) ทิพยสมบัติ (14) ความตระหนี่ (11) วัดปากน้ำภาษีเจริญ (11) ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 (11) กรรมนิมิต (10) ญี่ปุ่น (10) ยาดองเหล้า (9) อ่านรายชื่อเจ้าภาพ (9) ชาวอิรัก (7) ทานศีลภาวนา (6) ปฏิบัติธรรม (6) ศูนย์โตเกียว (6) ฝรั่งเศส (5) พระรัตนตรัยภายใน (5) หนองคาย (5) หมดอายุขัย (5) ไต้หวัน (5) ทำบุญถูกหลักวิชา (4) นึกถึงบุญ (4) ขนตาชนกัน (3) ดองสัตว์เป็น (3) อุปกรณ์เครื่องกันหนาว (3) กองทัพฝรั่งเศส (2) ค้ายาเสพติด (2) ถูกเพื่อนโกง (2) น้องป่อ (2) บวชช่วงสั้นถวายเป็นพระราชกุศล (2) บวชตามประเพณี (2) มัดสัตว์ไว้ฆ่าขาย (2) สูตรยาดองเหล้า (2) หน้าโรงพิพากษา (2) หย่าร้าง (2) หักดิบเลิกเหล้า (2) อาการทางประสาท (2) เวียงจันทน์ (2) เห็นญาติที่ตายแล้ว (2) เห็นดวงใส (2) 121 ประเทศ (1) กฐิน 2545 (1) กล้วยแช่น้ำผึ้ง (1) ขาดสติปลายชีวิต (1) ครอบแก้วดูดเลือดเสีย (1) ความบริสุทธิ์ (1) ความเหมือนภายใน (1) ตั้งชมรมศึกษาความจริงของชีวิต (1) ติดยาดองเหล้า (1) นักกีฬาชาวสเปน (1) นั่งสมาธิข้างโลงศพ (1) บวชตอบแทนพระคุณพ่อแม่ (1) บุญกับบาปสลับกันส่งผล (1) บุญปนบาป (1) ปีติสุข (1) ป่วยเรื้อรังไม่ทราบสาเหตุ (1) ผังกระทบกระทั่งหมู่คณะ (1) พิธีเทเหล้าเผาบุหรี่ 2546 (1) พ่อครัวร้านอาหารจีน (1) มิจฉาชีวะ (1) ม้าน้ำ (1) ยาบำรุง (1) รางวัลสันติภาพ (1) วีซ่าถาวร (1) ศีลและทิฏฐิไม่เสมอกัน (1) ศึกษาหลักวิชา (1) สงครามเวียดนาม (1) สถานีรถไฟอากาบาเนะ (1) สมานจุดต่าง (1) สวดอิติปิโส (1) สหประชาชาติ (1) สั่งสมบุญไม่ครบ (1) หาบเหล้าจนอาเจียนเป็นเลือด (1) อกหัก (1) อัมพาตครึ่งตัว (1) อุปนิสัยข้ามชาติ (1) ฮานอย (1) เครื่องกังวล (1) เชื้อสายจีน-เวียดนาม (1) เด็กชายนัทพล (1) เลือกบริโภค (1) แผ่นขิงสด (1) แม่ค้าหาบเร่ขายอาหารเวียดนาม (1) โตเกียว (1) ใบ้บ้าปัญญาอ่อน (1)
กล่าวคาถาสำเร็จว่าแม้มืดตื้อมืดมิดก็มีสิทธิ์เข้าถึงธรรม คำขวัญเมื่อเราสว่างโลกก็สว่างด้วย และเนื้อนาบุญสี่ระดับ คือมหาธรรมกายเจดีย์ของโลก มหาจุฬามณีของสวรรค์ พระในบ้านของครอบครัว และพระในตัวของเรา
ทบทวนการบ้าน 10 ข้อทีละข้อ ตั้งแต่เอาบุญไปฝากคนที่บ้าน จดบันทึกผลการปฏิบัติธรรม ก่อนนอนนึกถึงบุญที่สั่งสมมาทั้งหมด หลับและตื่นในอู่ทะเลบุญ ตื่นแล้วรวมใจเป็นหนึ่งกับองค์พระหนึ่งนาที ทุกหนึ่งชั่วโมงหยุดใจหนึ่งนาทีที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 นึกถึงดวงหรือองค์พระในทุกกิจกรรม จนถึงสร้างบรรยากาศด้วยรอยยิ้มและปิยวาจา
วันนี้เป็นวันที่ 51 นับจากวันออกพรรษา เหลืออีก 216 วันจะเข้าพรรษาอีกครั้ง และผ่านวันปีใหม่มา 341 วัน แล้วทบทวนว่าเราเกิดมาทำพระนิพพานให้แจ้ง แสวงบุญ สร้างบารมี พระนิพพานอยู่ภายในตัวเรา เริ่มต้นที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 ด้วยการทำใจหยุดนิ่งเฉย ๆ พร้อมย้ำว่าต้องศึกษาไว้เพราะความผิดพลาดเป็นอันตราย มีอบายภูมิรองรับอยู่
บอกว่าวันนี้มีเรื่องราวดี ๆ ของกรณีศึกษาที่จะทำให้เข้าใจกฎแห่งกรรมมากขึ้น แล้วประกาศชื่อเรื่องว่าเมาน้ำตากับยาดอง ก่อนจะไปถึงตรงนั้นให้มาแต่งเนื้อแต่งตัวให้เสร็จเรียบร้อยก่อน
เพลงเรื่องรอยยิ้มว่าการสื่อสารดี ๆ ต้องยิ้มให้แก่กันทุกวัน ยิ้มที่เดินมาจากหัวใจทำให้อายุยืนและหน้าตาสดใส ยิ้มให้กันได้ฟรี ๆ สร้างสัมพันธ์ไมตรีทั่วทั้งโลกา
ถามว่ายิ้มกันไปทั่วโลกแล้วหรือยัง ถ้ายังไม่ยิ้มก็เหมือนใส่สูทแต่นุ่งผ้าเข้ามา สวมรองเท้าแตะ หรือเขียนคิ้วข้างเดียวออกจากบ้านไปทำงาน จึงต้องแต่งเนื้อแต่งตัวให้เสร็จเรียบร้อยทุกคนทุกแห่ง ทั้งภายในบ้านและนอกบ้าน ด้วยการนำรอยยิ้มมาปรากฏบนใบหน้า
เล่าว่าเพิ่งเอาพัดไล่ความร้อนเมื่อวันอาทิตย์ พอมาถึงวันอังคารกับวันพุธอากาศก็เย็นลงจนพระท่านได้ใช้อุปกรณ์เครื่องกันหนาวแล้ว จึงบอกว่าบุญที่ทำกันมาส่งผลแล้ว ให้นึกถึงบุญเรื่อย ๆ อย่าเพิ่งคิดว่าทำไมชวนทำบุญตอนอากาศร้อนจนตับแลบ
นึกถึงพุทธบุตรที่บวชช่วงสั้นถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คราวนี้ 50 รูป ซึ่งวันนี้เข้าปฏิบัติธรรม ห่วงว่าท่านเอาอุปกรณ์กันหนาวขึ้นไปด้วยหรือไม่ ถ้าเอาไปก็เบาใจ ทั้ง 50 รูปเป็นผู้อยู่ในระดับบริหารที่ปลีกตัววางภารกิจมาบวชเป็นพระภิกษุ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและให้โอกาสตัวเองปฏิบัติธรรมตามกำลังความเพียรที่ถูกหลักวิชา
เพลงนำนั่งสมาธิ ชวนให้หลับตาเบา ๆ เอาขนตาชนกัน บอกว่าสิ่งที่ใฝ่ฝันไม่ช้าจะเป็นจริง และสุขใจจังเลยไม่เคยสุขอย่างนี้ เพราะได้พบวิธีที่ง่ายจริง ๆ
สอนว่าหลับตาไม่ใช่กดที่ลูกตาหรือจมูก แค่ให้ขนตาชนกันสัมผัสกันแบบโอลิทัช แตะเบา ๆ แล้วปล่อยวาง Let it be ปล่อยให้มันเป็นไป ง่าย ๆ แค่นี้เดี๋ยวใจก็หยุดนิ่ง พอหยุดนิ่งก็จะดิ่งเข้าไปสู่ภายในถึงพระรัตนตรัยที่มีอยู่แล้วในตัวมนุษย์ทุกคนในโลก
อธิบายว่าการสมานจุดต่างต้องเข้าไปถึงความเหมือนกันภายใน ความแตกต่างภายนอกจะลบเลือนไปเมื่อเข้าถึงความเหมือนภายใน ซึ่งรู้ได้เมื่อใจหยุดนิ่งเข้าไปถึงพระในตัว ที่มีลักษณะมหาบุรุษครบถ้วนบริบูรณ์เหมือนพิมพ์เดียวกันทุกคน แล้วเทียบว่าเราไปประชุมกันในสหประชาชาติและแจกรางวัลสันติภาพมาเป็นร้อยปี แต่ได้แค่สันติพูดเพราะยังไม่รู้ว่าสันติคืออะไร
บอกว่าทุกศาสนาสอนให้มุ่งแสวงหาสันติสุขและความบริสุทธิ์ แต่ไม่รู้ว่าความบริสุทธิ์อยู่ตรงไหนและจะเข้าถึงได้อย่างไร จนมีการมาตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ความรู้นี้จึงถูกเปิดเผยออกมาเหมือนเผยผิวใสไล่ผิวเสีย เปิดเผยความสุขไล่ความทุกข์ให้กระเจิงไปด้วยการทำใจหยุดนิ่ง แล้วย้ำว่าให้นั่งทำตัวสบาย ๆ อย่าเครียดเกินไป นั่งนอนยืนเดินอยู่ในศูนย์กลางกาย
เพลงลำตัดล้อคนที่นั่งสมาธิแบบเกร็ง ว่าก็เคยบอกไว้ให้นั่งใจสบาย บอกให้นั่งเฉย ๆ แล้วยังนั่งเกร็งอยู่ ครูไม่ใหญ่แซวว่าอีกหน่อยจะแปลเพลงลำตัดเป็นภาษาจีนภาษาอังกฤษ เพราะลำตัดช่วยตัดบาปอกุศลกรรมและตัดความฟุ้งซ่าน
บอกว่าอีก 24 วันจะถึงธุดงค์ปีใหม่ ต้องศึกษาหลักวิชาให้ดี ปลดกังวล ออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรง ทำจิตใจให้เบิกบานผ่องใส แล้วมาอยู่ธุดงค์ปีใหม่ด้วยใจที่เบิกบานเพื่อสร้างความใสและส่งความสุขให้กัน จากนั้นบอกว่าวันนี้จะฟังกรณีศึกษาก่อน เพื่อให้เด็กเล็กที่มักเข้านอนช่วงนี้ได้ศึกษาเรื่องราวความจริงของชีวิตด้วย
เพลงยิ้มแล้วรวย ว่าให้รวยรอยยิ้ม ยิ้มเข้าไว้ ถึงใครจะด่าก็ยิ้มสักหน่อย ถึงใครให้ห่วยก็ยิ้มแล้วรวย
ผู้เขียนเป็นนักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาที่อาศัยอยู่ประเทศญี่ปุ่น เป็นคนเชื้อสายจีนกับเวียดนาม เล่าว่าคุณพ่อเป็นคนจีนที่บ้านอยู่ติดชายแดนเวียดนาม ตอนวัยรุ่นอายุ 15-16 ปี ทำงานค้าขายและมีเรื่องชกต่อยกับชาวเวียดนามจนบาดเจ็บ ญาติผู้ใหญ่จึงให้ยาดองเหล้ามาขวดหนึ่ง
อาการที่หนักหนาถึงสาหัสหายได้ภายในวันสองวันด้วยยาดองขวดนั้น คุณพ่อจึงหวงแหนเก็บไว้อย่างดีตลอดมา ไม่ใช่ตระหนี่ในยา แต่เก็บไว้เพื่อรักษาคนอื่นเพราะเห็นว่าเป็นของดีที่ทำให้รอยฟกช้ำหายได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งญาติผู้ใหญ่กำชับไว้ว่าให้แค่ขวดเดียว หมดแล้วหมดเลย
ช่วงสงครามเวียดนาม คุณพ่อสมัครไปทำงานกับเจ้านายชาวจีนคนหนึ่งที่ทำงานกับกองทัพฝรั่งเศสในเวียดนาม จึงต้องย้ายไปตามเมืองต่าง ๆ จนถึงฮานอย แล้วไปพบรักกับคุณแม่ซึ่งเป็นสาวชาวเวียดนามที่ฮานอยนั่นเอง เป็นความรักที่เกิดขึ้นท่ามกลางความโหดร้ายแห่งภัยสงคราม อยู่กินด้วยกันแล้วมีลูกสองคนคือผู้เขียนและน้องสาว
คุณพ่อไปมาระหว่างฮานอยกับโฮจิมินห์ จนประมาณปี 2495 กองทัพฝรั่งเศสถอนกำลังออกจากเวียดนามย้ายไปลาว ครอบครัวจึงต้องย้ายตามเจ้านายไปเวียงจันทน์โดยขบวนรถลำเลียงพล GMC ที่กองทัพจัดให้ขนคนงาน ที่เวียงจันทน์คุณพ่อได้ทำงานด้านปลาของโรงแรมฝรั่งเศสที่ไปเปิดกิจการที่นั่น และมีลูกเพิ่มรวมเป็น 8 คน แต่เสียชีวิตไป 2 คน จึงเหลือ 6 คน
คุณพ่อล้มป่วยเพราะไปช่วยเพื่อนหาบเหล้าที่มีน้ำหนักมากมาใช้เลี้ยงฉลองในงานแต่งงาน ออกแรงมากเกินไปทั้งที่ไม่ค่อยสบายอยู่แล้ว จึงอาเจียนเป็นเลือดและต้องนอนอยู่โรงพยาบาลนานหลายปี คุณแม่จึงต้องมาเป็นแม่ค้าหาบเร่ขายอาหารเวียดนามไปตามบ้านและงานสวนสนุกต่าง ๆ เพื่อหาเงินเลี้ยงครอบครัวจนกว่าคุณพ่อจะหายป่วย
ในปี 2518 มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองในประเทศที่ครอบครัวอาศัยอยู่ จึงย้ายเข้ามาอยู่ในไทยโดยเข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดหนองคาย ประมาณหนึ่งอาทิตย์ต่อมาสถานทูตไต้หวันเปิดโอกาสให้คนจีนทำหนังสือเดินทางไปอยู่ไต้หวัน ครอบครัวจึงย้ายไปอยู่ไต้หวันอีกทอดหนึ่ง
ขณะอยู่ที่ไต้หวัน ผู้เขียนมีโอกาสได้ไปทำงานที่ญี่ปุ่น ต้องเทียวไปเทียวมาถึง 6 ครั้งจึงได้วีซ่าถาวร แล้วพาคุณพ่อ คุณแม่ และน้อง ๆ ไปอยู่ที่ญี่ปุ่นด้วย นับรวมได้ 6 ประเทศคือจีน เวียดนาม ลาว ไทย ไต้หวัน และญี่ปุ่น ครูไม่ใหญ่แซวว่าแต่ละประเทศเป็นเพียงทางผ่าน โลกนี้เป็นของเรา
ตั้งแต่ย้ายไปอยู่เวียงจันทน์ คุณพ่อเริ่มนำยาดองเหล้าที่ได้จากญาติสมัยวัยรุ่นมาใช้รักษาคน คนนิยมมารักษาเป็นจำนวนมากเพราะรักษาได้ผลเป็นอัศจรรย์ จนยาขวดนั้นหมด คุณพ่อจึงหันมาทำยาดองเหล้าขึ้นใหม่โดยคิดสูตรเอง พยายามทบทวนว่าสูตรดั้งเดิมมีอะไรบ้าง ใช้โถแก้วขนาดประมาณ 20-30 ลิตร สองโถ ใส่เหล้า 60 ดีกรี
ไล่ส่วนผสมในโถยาดองว่ามีตะขาบ จิ้งจก ลูกหนู งู รากไม้ ม้าน้ำ และรกเด็ก ครูไม่ใหญ่ชวนคุยว่าม้าน้ำมีแต่หางไม่มีขา จึงต้องใช้ตัวที่มีขาเยอะอย่างตะขาบเพื่อความสมดุล เหมือนสวนสัตว์ในขวดโหลทั้งน้ำทั้งบก แล้วหยอกว่าห้ามอย่างเดียวคือพญานาค ห้ามเอาไปดอง ต้องบอกไว้ก่อนเดี๋ยวมีคนไปทดลองทำ
สรุปว่าสัตว์ที่เอามาดองมีทั้งมีเท้ามาก มีเท้าน้อย และไม่มีเท้า ยกเว้นสัตว์สองเท้าเหมือนกัน แล้วอธิบายวิธีรักษาแบบครอบให้เกิดสูญญากาศเพื่อดูดเอาเลือดเสียออก ครูไม่ใหญ่เล่าว่าตอนอยู่วัดปากน้ำภาษีเจริญเคยทดลองวิธีนี้
อธิบายวิธีรักษาว่าวางยาบนแผ่นขิงสดเพื่อให้ยาซึมผ่านขิงเข้าผิวหนัง อาศัยความเผ็ดของขิงเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา แล้วใช้ยาดองทาบริเวณที่บาดเจ็บ ย้ายไปทำจุดอื่นที่มีรอยช้ำจนครบทุกข้อของการรักษา และย้ำว่าต้องกำหนดปริมาณให้พอ อย่าให้เกิน
เล่าว่าตอนบวชใหม่มีโยมเอากล้วยแช่น้ำผึ้งมาถวาย ลักษณะแข็ง ๆ แห้ง ๆ อยากลองฉันดูเพราะเขาบอกว่าเป็นยาบำรุง ฉันแค่สองใบก็รู้สึกมึน หูหนา หน้าคลึม ๆ แปลก ๆ จึงบอกให้องค์อื่นหยุดฉัน มีคนบอกว่าถ้าฉันกล้วยแช่น้ำผึ้งต่อเนื่องไปจะมีอายุยืนถึงสองร้อยปี
คนที่ฟกช้ำตามเนื้อตัวข้อเอ็นหลังออกกำลังกาย เล่นกีฬา ทำงาน หรือมีเรื่องชกต่อยกัน มารักษากับคุณพ่อและหายทุกราย ถึงขั้นชกต่อยกันแหลกเพราะเชื่อมือในยาดอง คุณพ่อบอกว่าไม่ต้องกลัว ไปต่อยกันเลยแล้วจะรักษาให้ อีกทั้งมีคนอกหักแอบเอายาดองไปรักษาแผลใจด้วย จึงเป็นที่มาของชื่อเรื่องเมาน้ำตากับยาดอง
เพลงคั่นเกี่ยวกับการกินยาดองเหล้าเพื่อฉลองวันเศร้า วันที่โชคไม่ดี ก่อนกลับเข้าเรื่องกรณีศึกษา
คุณพ่อได้ไปอยู่ที่ฝรั่งเศสเป็นประเทศที่เจ็ด และยังเป็นหมอยาดองเหล้าเหมือนเดิม ปัจจุบันท่านอายุ 81 ปีแล้ว เป็นอัมพาตครึ่งตัว เจ็บปวดตามเนื้อตามตัว หมอที่โรงพยาบาลให้กลับมารักษาอยู่ที่บ้าน ซึ่งแปลว่าหมดทางรักษาที่โรงพยาบาลแล้ว ผู้เขียนคิดว่าวิธีรักษาของคุณพ่อน่าจะช่วยรักษาตัวท่านเองได้ และมีเพียงตัวเองเท่านั้นในตระกูลที่รู้สูตรลับวิธีรักษานี้มากที่สุด
ผู้เขียนบอกว่าตัวเองไม่มียาดองเหล้าแล้ว เพราะหักดิบเททุบทิ้งไปจนหมดเกลี้ยงในพิธีเทเหล้าเผาบุหรี่ที่จัดขึ้นปี 2546 ที่ศูนย์โตเกียว ครูไม่ใหญ่บอกว่าจำเคสนี้ได้ เอายาดองมาทุบทิ้งเยอะแยะ น่าอัศจรรย์และน่าอนุโมทนา หลังจากนั้นก็หักดิบเลิกเด็ดขาด
ผู้เขียนตั้งใจเดินทางไปฝรั่งเศสเพื่อรักษาคุณพ่อด้วยยาดองเหล้าอีกครั้ง ครูไม่ใหญ่เตือนว่าถ้าอมทาภายนอกก็คงพอได้ แต่อย่าให้ท่านดื่ม เพราะยาดองเหล้าเมื่อเข้าไปในร่างกายจะไปเปลี่ยนระบบความคิด คำพูด และการกระทำ สิ่งที่เข้าสู่ร่างกายมีผลถึงใจว่าใสหรือหมอง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเดินทางไปสู่ปรโลก จึงย้ำว่าอย่าให้ท่านใจหมองในตอนอายุ 81 ปี
คุณแม่ไม่ดื่มเหล้าไม่สูบบุหรี่ แต่ฆ่าสัตว์ทำอาหารบ้างบางครั้ง เป็นคนขยันแต่หงุดหงิดง่าย ขี้บ่น ขี้รำคาญ พออายุมากขึ้นก็ใจเย็นลง ท่านร่วมทุกข์ร่วมสุขกับคุณพ่อมาตลอด แม้บ้านเมืองตกอยู่ในภาวะสงครามและความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ใจของท่านก็ยังมั่นคงต่อคุณพ่อ สองปีสุดท้ายของชีวิตอยู่กับผู้เขียนและน้องชายที่ญี่ปุ่น เจ็บป่วยเรื้อรังด้วยโรคไม่ทราบสาเหตุและมีอาการบ่นเพ้ออย่างไม่รู้ตัว
ทั้งคู่เดินทางไปฝรั่งเศสเพื่อเยี่ยมคุณพ่อและน้องสาวคนที่หกที่ย้ายไปอยู่กับสามีที่นั่น คุณแม่ออกไปทำธุระนอกบ้าน กลับมาบอกว่าเหนื่อยมากและคันที่ศีรษะ จึงเข้าไปอาบน้ำสระผมในห้องน้ำ คุณพ่อเอายาดองเหล้ามานวดให้และให้ดื่ม จากนั้นให้เข้าพักผ่อน รุ่งเช้าก็พบว่าคุณแม่เสียชีวิตแล้ว รวมอายุได้ 70 ปี
ครูไม่ใหญ่สรุปว่าคุณพ่อทำถึงขนาดนี้ก็ยังช่วยคุณแม่ให้รอดชีวิตไม่ได้ จะดื่มหรือไม่ดื่ม ถ้าหมดเวลาของชีวิตก็ต้องตายท่าเดียว แล้วย้ำกับผู้เขียนว่าถ้าจะไปรักษาคุณพ่อ แค่นวดก็โอเค แต่อย่าให้ถึงกับดื่มเข้าไปข้างใน
ผู้เขียนบินด่วนไปงานศพของคุณแม่ที่ฝรั่งเศส นำผ้าไตรกฐินปี 2545 และรูปภาพงานบุญต่าง ๆ ไปวางไว้ข้างโลงศพ แล้วนั่งสมาธิพูดคุยกับท่าน บอกให้ท่านนึกถึงบุญต่าง ๆ ท่ามกลางความไม่เข้าใจของญาติพี่น้องและคนในงาน แต่ก็ไม่มีใครห้ามเพราะเห็นว่าทำเพื่อแม่ งานสวดอภิธรรมแบบจีนผ่านไปหนึ่งคืนกับสองวัน แล้วนำกระดูกกลับญี่ปุ่น
น้องสาวคนที่สองเคยแต่งงานกับคนไทย แต่สามีถูกรถชนตาย เธอจึงต้องทำงานหาเลี้ยงตัวเองแต่งานไม่เป็นชิ้นเป็นอัน จึงหันมาประกอบมิจฉาชีวะคือค้ายาเสพติด สุดท้ายถูกตำรวจจับและศาลตัดสินจำคุกถึง 4 ปี ครูไม่ใหญ่เตือนว่าอย่าไปยุ่งกับยาเสพติดเพราะมันตัดอนาคตของเรา เลิกเสียเถิด
ช่วงเพลงและสปอตรณรงค์ที่กล่าวถึงน้ำเมา บุหรี่ ยาเสพติด และสิ่งเสพติดต่าง ๆ ก่อนกลับเข้าเรื่องกรณีศึกษา
หลังพ้นโทษจำคุก 4 ปี น้องสาวคนที่สองมีอาการทางประสาท มองเห็นญาติที่ตายไปแล้วมาหา ทั้งแม่ ปู่ ย่า ตา ยาย พาไปหาหมอ หมอบอกว่าไม่เป็นอะไร ผู้เขียนจึงพาเธอมาที่ศูนย์โตเกียว หลวงพี่ที่ศูนย์สวดมนต์บทอิติปิโสให้แล้วอาการก็หาย ปัจจุบันเธอกลับจากญี่ปุ่นไปอยู่กับคุณพ่อที่ฝรั่งเศส
น้องสาวคนที่เจ็ดมีอาการทางประสาทถึงสองครั้ง คล้ายกับน้องสาวคนที่สองคือมองเห็นญาติที่ตายไปแล้ว ครั้งแรกเป็นแล้วหายเอง ต่อมาเมื่อเดือนกันยายน 2546 อาการก็กลับมากำเริบอีกเป็นครั้งที่สอง ปัจจุบันยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลโรคจิตและยังรักษาไม่หาย
ตอนย้ายจากเวียดนามไปเวียงจันทน์ผู้เขียนอายุแค่สองขวบ ได้เข้าเรียนหนังสือในวัดเวียดนามทั้งภาษาจีนและภาษาฝรั่งเศส พออายุยี่สิบปีก็บวชตามประเพณีในเดือนสิบเอ็ด ปี 2517 จนถึงเดือนสี่ ปี 2518 มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจึงลาสิกขาออกมา แล้วย้ายตามพ่อแม่ไปฝั่งไทย ต่อไปไต้หวัน และสุดท้ายตั้งรกรากถาวรที่ญี่ปุ่น เป็นพ่อครัวร้านอาหารจีนในกรุงโตเกียว ได้พบภรรยาชาวญี่ปุ่นซึ่งเป็นนักศึกษาที่ทำงานพิเศษในร้านเพื่อเก็บเงินไปเที่ยวเมืองไทย แล้วมีลูกชายสามคน
วันหนึ่งขณะจะพาภรรยาและลูก ๆ ไปเที่ยวสวนสาธารณะ ได้พบกัลยาณมิตรท่านหนึ่งที่สถานีรถไฟอากาบาเนะซึ่งกำลังจะไปศูนย์ปฏิบัติธรรมโตเกียว เธอชวนแล้วผู้เขียนตัดสินใจไปที่ศูนย์โตเกียวทันที ปล่อยให้ภรรยาและลูกไปเที่ยวกันเอง นี่เป็นจุดเริ่มที่ทำให้รู้จักวัดพระธรรมกาย ต่อมาจำเป็นต้องเลิกกับภรรยาเพราะปัญหาเศรษฐกิจของครอบครัวที่ฝืดเคืองขัดสน เธอจากไปพร้อมลูกทั้งสามคนและไม่ได้เจอกันอีกเลย แต่ผู้เขียนบอกว่าจะยิ้มไปสู้ไป ไม่ท้อ
ทุกวันนี้ผู้เขียนอาศัยบุญเป็นที่พึ่ง เชื่อมั่นในครูบาอาจารย์ สร้างบุญกับหลวงพ่อไม่เคยขาด ทำหน้าที่กัลยาณมิตรชวนชาวญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน สิงคโปร์ และเวียดนาม มาที่ศูนย์โตเกียวให้ได้เข้าสู่เส้นทางบุญของหมู่คณะ และในปีนี้ก็ได้มาบวชพระเพื่อตอบแทนพระคุณพ่อแม่ด้วย
ตั้งคำถามว่าเพราะเหตุใดคนในครอบครัวจึงมีความเชื่อแตกต่างกัน ทำไมต้องโยกย้ายจากจีน เวียดนาม ลาว ไทย ไต้หวัน ฝรั่งเศส และญี่ปุ่น โดยไม่ได้อยู่ประจำที่ใดที่หนึ่งทั้งชีวิต บุพกรรมใดทำให้คุณพ่อหาบของหนักจนอาเจียนเป็นเลือดและพออายุมากก็เป็นอัมพาตครึ่งตัว คุณพ่อได้บุญหรือบาปจากการทำยาดองเหล้าด้วยสัตว์เป็น ๆ ไว้ช่วยชีวิตคน ถ้ารักษาด้วยยาดองคุณพ่อจะหายไหม คุณแม่ตายเพราะหมดอายุขัยหรือเป็นโรคอะไร ตายแล้วไปอยู่ภพภูมิใด ได้รับบุญที่อุทิศไปหรือไม่ การนำผ้าไตรกฐินไปวางข้างโลงศพและพูดกับแม่ท่านรับรู้หรือไม่ น้องสาวคนที่สองและคนที่เจ็ดมีกรรมอะไรจึงมีอาการทางประสาท ทำไมทั้งผู้เขียนและน้องสาวคนที่หกต้องหย่าร้าง บุพกรรมใดทำให้เปลี่ยนงานบ่อยและถูกเพื่อนโกงจนต้องปิดร้านอาหาร นั่งธรรมะทุกวันแต่ยังไม่เข้าถึงธรรม และทำไมมีลูกเพียงคนเดียวในครอบครัวที่มาสร้างบารมี
ครูไม่ใหญ่ชวนให้หยุดใจนิ่ง ๆ นุ่ม ๆ เบา ๆ ไม่ต้องทำอะไรเลย เดี๋ยวเราจะเห็นเอง เพราะพระในตัวมีอยู่แล้วที่กลางกาย แล้วเข้าช่วงเพลงสุขใจจังเลย ไม่เคยสุขอย่างนี้ แค่หยุดใจนิ่ง
ครูไม่ใหญ่บอกว่าจำเรื่องและคำถามได้ แล้วเล่าว่าเรื่องกรณีศึกษาเป็นสิ่งที่ลึก ๆ ในใจทุกคนอยากเรียนรู้ เพราะเห็นความแตกต่างของเพื่อนมนุษย์ตั้งแต่ในบ้าน เพื่อนบ้าน หมู่บ้าน ตำบล จนถึงที่ทำงาน มันน่าจะมีอะไรมากกว่าการทดสอบของเทพเจ้าบางองค์ แล้วยกตัวอย่างนักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาชาวอิรัก ที่นั่งสมาธินิ่งนาน ๆ แล้วเห็นดวงกลม ๆ ใส ๆ สว่าง มีปีติสุขมากอย่างที่เกิดมาไม่เคยเป็น จึงอยากศึกษาและอยากกลับไปบอกพี่น้อง
เล่าว่านักกีฬาชาวสเปนที่นั่งสมาธิได้ผลดีเกิดใจที่มีมหากรุณา ไปบอกโค้ชให้ลองนั่งดูแล้วจะเห็นเอง แล้วบอกว่าคนหนึ่งเป็นชาวสเปน อีกคนเป็นคุณหมอชาวอิรัก อยู่คนละประเทศแต่คิดเหมือนกัน ทั้งสองเคยเคร่งครัดในข้อบัญญัติทุกอย่างแต่ไม่มีความสุข พอมาเปิดดูที่โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาก็มีความสุข เห็นว่าเรื่องราวเหล่านี้เมคเซนส์และน่าศึกษา กำลังจะชวนกันตั้งชมรมมาศึกษาความจริงของชีวิตและนั่งสมาธิโดยไม่ขัดแย้งกับความเชื่อเดิม และอยากเขียนกรณีศึกษาส่งมาแล้ว
บอกว่าตอนนี้มีหลายประเทศแล้ว และปีหน้าโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาจะเริ่มกันที่ 121 ประเทศ แล้วหยอกว่าอยากให้จำตัวเลขนั้นไว้ ไม่ใช่ให้เอาไปแทงหวย
ตอบว่าคนในครอบครัวมีความเชื่อแตกต่างกัน เพราะแต่ละคนไม่ได้สั่งสมบุญบารมีแบบครบถ้วนทั้งบัณฑิต นักปราชญ์ และกัลยาณมิตร จึงไม่เข้าใจธรรมะเพราะไม่ได้ฟังธรรมะ ทำให้มีความคิดหลากหลาย บางคนไม่มีศาสนา บางคนนับถือศาสนาอื่น ส่วนผู้เขียนเคยทำบุญกับหมู่คณะมาจึงได้กลับมาเจอหมู่คณะและได้นับถือพระพุทธศาสนาวิชชาธรรมกาย และตอบว่าครอบครัวต้องย้ายไปหลายประเทศเพราะมีอุปนิสัยข้ามชาติติดตัวมา
ตอบว่าคุณพ่อต้องหาบของหนักจนป่วยอาเจียนเป็นเลือดและนอนโรงพยาบาลนาน เพราะบุพกรรมที่เคยมัดสัตว์ไว้ฆ่าขายในอดีต ร่วมกับกรรมปัจจุบันที่นำสัตว์เป็น ๆ ไปใส่ทำยาดองเหล้ามาส่งผล ครูไม่ใหญ่ชี้ว่าโปรดสัตว์แบบนี้ได้บาป เพราะคิดว่าสัตว์เป็นตัวยา ไม่ได้คิดว่าสัตว์คือชีวิตหนึ่ง คืออดีตมนุษย์ที่กำลังเสวยวิบากอยู่ในสัตว์เดียรัจฉาน เพราะขาดความรู้ตรงนี้จึงทำเท่าที่เข้าใจ รักษาคนหายก็เป็นบุญส่วนหนึ่ง แต่บาปก็ยังเป็นส่วนบาป
ตอบว่าการทำยาดองเหล้าไว้ช่วยชีวิตคนได้บุญปนบาป แต่มักได้บาปมากกว่าบุญ ได้บุญเพราะช่วยเพื่อนมนุษย์ให้หายตามอาการ แต่มีผลข้างเคียงคือทำให้คนกินยาดองเกินขนาดจนถึงระดับติดยาดองเหล้า คล้ายคนดื่มสุราและมีอาการเมาสุราไปด้วย เท่ากับส่งเสริมให้เขาดื่มสุรา บวกกับบาปที่นำสัตว์เป็น ๆ มาดอง ผลคือทำให้ตัวเองมีเชื้อใบ้บ้าปัญญาอ่อน มีบุตรธิดาในภพชาติต่อ ๆ ไปที่ใบ้บ้าปัญญาอ่อนด้วย และอายุจะไม่ยืน
ตอบว่าถ้ารักษาคุณพ่อด้วยยาดองเหล้าจะไม่ได้ผล เพราะจะทำให้ท่านดื่มยาดองเหล้าและเป็นเหตุให้ขาดสติในบั้นปลายชีวิต ถ้าหมดอายุขัยตอนใจหมองก็จะไปไม่ดี ถ้าเอาไปทาถูภายนอกยังโอเค แต่การถูก็จะทำให้ใจท่านผูกพันกับยาดอง และภาพที่เคยนำสัตว์เป็น ๆ ที่ดิ้นทุรนทุรายจำนวนมากมาใส่สุราจะมาฉายสลับกับภาพช่วยเพื่อนมนุษย์ ทำให้ใจหมองในบั้นปลายของชีวิต
ครูไม่ใหญ่ขอเพลงเรื่องอบายภูมิสั้น ๆ ที่ไม่ได้เปิดมานาน แล้วเข้าช่วงเพลงที่ว่าถ้าใครใจหมองต้องไปอบายภูมิ
ย้ำกับนักเรียนใหม่ว่าทุกสิ่งที่ผ่านตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ ล้วนมีผลกับความใสและความหมองของใจ จึงต้องเลือกบริโภคทั้งสิ่งที่ดู ฟัง ดม ดื่ม พูด และนึกคิด ผู้ที่ออกกฎแห่งกรรมมีอานุภาพมาก เป็นผู้ออกกฎเกณฑ์บังคับผู้ที่ตกอยู่ในภพสามไว้หมด ทั้งกามภพ รูปภพ และอรูปภพ เพราะฉะนั้นต้องศึกษา ไม่ศึกษาเป็นอันตราย
ยกตัวอย่างท่านหนึ่งที่เล่าไว้เมื่อวาน เป็นผู้ใหญ่ที่คุ้นเคยกันและเพิ่งเสียชีวิตไม่นาน ตอนนี้ไปยืนคอตกตกอกตกใจ ร่างเปลือยเปล่าอยู่หน้าโรงพิพากษาร่วมกับคนต่างชาติ ยังไม่ถูกล่ามโซ่แต่ข้างๆ มีโซ่ลากตัวไป เพราะกำลังนึกถึงสิ่งที่ไม่ควรทำแต่ทำไว้ บัญชีบุญก็เกิดจากบุญตามประเพณีที่ภรรยาและบุตรทำ แต่ยังไม่ถูกหลักวิชา ถ้าทำบุญให้ถูกหลักวิชาก็จะฉกฉวยชิงตัวออกจากหน้าโรงพิพากษาได้
ย้ำว่าจะทำบุญให้ถูกหลักวิชาได้ต้องรู้หลักวิชา และจะรู้ได้ต้องศึกษา อยู่ ๆ จะให้รู้ขึ้นมาเองเป็นเรื่องยาก แม้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ยังเป็นนักศึกษาจนรู้แจ้งเห็นแจ้งตลอดแล้วจึงมาเป็นพระบรมครูถ่ายทอด แล้วบรรยายบรรยากาศหน้าโรงพิพากษาว่ามีพิธีกรประกาศรายชื่อ ตัวเบลอ หน้าตาน่ากลัว มีประติมากรรมและอาวุธ บรรยากาศชวนหวาดหวั่น
ตอบว่าคุณแม่ตายเพราะหมดอายุขัย ตายแล้วก็ไปเป็นภุมเทวาในระดับชั้นดี อยู่ในหมู่บ้านภุมเทวาแห่งหนึ่ง
ตอบว่าน้องสาวทั้งสองพอจะให้หายได้ ในช่วงที่เธอรู้ตัวดีมีสติ ผู้เขียนควรเป็นกัลยาณมิตรชักชวนให้ทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา แบบที่ตัวเองทำบ่อย ๆ หนักก็จะเป็นเบา เบาก็อาจหายได้ และตอบว่าทั้งผู้เขียนและน้องสาวคนที่หกต้องหย่าร้างเหมือนกัน เพราะคู่ของแต่ละคนมีศีลและทิฏฐิที่ไม่เสมอกัน อีกทั้งสร้างบุญร่วมกันมาแค่นี้ เมื่อหมดกระแสบุญที่ทำร่วมกันจึงขาดที่ยึดเหนี่ยวและเป็นเหตุให้หย่าร้างกัน
ตอบว่าผู้เขียนต้องเปลี่ยนที่ทำงานบ่อยและเปิดร้านอาหารแล้วถูกเพื่อนโกงจนต้องปิดกิจการ เพราะกำเนิดนี้เคยตระหนี่ เวลาจะทำบุญอะไรก็คิดนาน ผลัดไปก่อน ชาตินี้บุญจึงส่งผลไม่ต่อเนื่อง เมื่อบุญไม่ส่งผล กรรมอื่นก็ได้ช่องแทรกส่งผลก่อน เช่นกรรมที่เคยไปโกงคนอื่นไว้ในอดีตมาส่งผลในชาตินี้ จึงถูกเขาโกงกลับ
ตอบว่าผู้เขียนนั่งธรรมะทุกวันแต่ยังไม่เห็นพระ เพราะยังมีเครื่องกังวลหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจทำมาหากิน เวลาให้นึกถึงดวงกับองค์พระก็ดันไปคิดว่าจะเอามาจากไหน เอามาอย่างไร เอามาเท่าไหร่ สลับกับเรื่องความป่วยของคุณพ่อและเรื่องอนาคต จึงบอกว่าไม่ใช่คนคิดมาก แต่คิดน้อย คิดเรื่องเดียวนี่แหละ แล้วให้กำลังใจว่านั่งไปเรื่อย ๆ อย่าเพิ่งท้อ ถ้าหยุดนิ่งสนิท หยุดคืนนี้เห็นคืนนี้ หยุดพรุ่งนี้เห็นพรุ่งนี้ ไม่ช้าจะเข้าถึงธรรมสมปรารถนา
ตอบว่าผู้เขียนสร้างบารมีกับหมู่คณะมาโดยเป็นกองเสบียง บางครั้งทำเต็มที่ บางครั้งทำเต็มทีตามอารมณ์ อีกทั้งเคยกระทบกระทั่งกับบางคนในหมู่คณะจึงออกจากหมู่คณะไป แต่ภายหลังในชาติเดียวกันนั้นก็กลับมาสร้างบารมีร่วมกับหมู่คณะใหม่เมื่อหายงอนหรือเมื่อโดนโรคภัยจนสะบักสะบอม ผังนี้ยังติดตัวมาทำให้เกิดไกลจากหมู่คณะ แต่บุญเก่าที่เคยทำร่วมกันก็ดึงดูดให้กลับมาสร้างบุญร่วมกันใหม่ได้ ชาตินี้จึงให้ตั้งใจสร้างบารมีเต็มที่ในทุกบุญและอธิษฐานจิตตาม
ท่องบทประจำวันว่าสิ่งที่ต้องสั่งสมคือบุญกุศล สิ่งที่ต้องแสวงหาคือพระรัตนตรัยภายใน เป้าหมายชีวิตคือที่สุดแห่งธรรม ที่พักระหว่างทางคือดุสิตบุรี วงบุญพิเศษ เขตบรมโพธิสัตว์
พิธีกรอ่านรายชื่อเจ้าภาพร่วมบุญเสาแก้วพันปีทีละราย ระบุว่าต้นละหนึ่งร้อยบาท รายละสามร้อยต้น
เล่าเคสของเด็กที่เข้าวัดพระธรรมกายมาปฏิบัติธรรมจนพบพระในตัวเป็นดวงธรรมใส ๆ พอป่วยต้องผ่าตัดสมองและหมอบอกว่าคงไม่ไหว แต่ได้เตรียมตัวมาอย่างดี คุณพ่อคุณแม่และองค์พระประคับประคองอย่างถูกหลักวิชา ต่างจากรายก่อนหน้าที่ตอนเดินทางใจหมองจึงไปยืนอยู่หน้าโรงพิพากษา น้องป่อค่อย ๆ หลับไปแล้วตื่นขึ้น ไม่มีเทวรถมารับ ตื่นที่กลางวิมานของดุสิตบุรี วงบุญพิเศษ เขตกองเสบียง แล้วเป็นเทพบุตรทันที ตอนเป็นมนุษย์เป็นเด็กชายนัทพลหรือน้องป่อ แต่เป็นหนุ่มขึ้นมาทันทีแบบข้ามขั้นตอน
เล่าว่าเมื่อวานซืนที่หน้าโรงเรียนมีการพาคุณแม่ออกจากโรงเรียนไปแจ้งข่าวและทบทวนบุญที่ทำมา วันนี้มาทำเพิ่มอีก น้องป่อจึงได้เสวยทิพยสมบัติด้วยความพร้อมพรั่ง ครูไม่ใหญ่ย้ำว่าเด็กที่จะไปดุสิตบุรีได้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะน้องป่อมีบุญเก่าที่ทำมากับหมู่คณะ แม้วิบากกรรมมาส่งผล แต่บุญเก่ายังเหลือเฟือ บุญใหม่ก็ทำอีก องค์พระก็ใส พ่อแม่ก็ประคับประคองด้วยใจใส ปกติหลับแล้วตื่นมักจะไปดาวดึงส์ แต่รายนี้ดูเหมือนเป็นรายแรกที่จากเด็กแล้วเป็นหนุ่มเลย และสรุปว่าคนเราต้องตายทุกคน ตายแล้วให้ไปสวรรค์ก็โอเค อย่าไปยืนอยู่หน้าโรงพิพากษา
ท่องคำขวัญว่าพุทธบุตรต้องเป็นหนึ่งเดียวกันเหมือนดวงตะวันที่มีดวงเดียว พุทธบริษัทสี่ต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน เรื่องส่วนตัวให้วางอุเบกขา เรื่องพระศาสนาให้เอาอุเบกขาวาง จิตสดใสเมื่อใจสิ้นระแวง และธรรมกายคือพระในตัวคุณ แล้วชวนพร้อมใจกันสวดสรรเสริญคุณของพระรัตนตรัย โดยหันลำโพงไปทางภาคใต้ของผืนแผ่นดินไทยและสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้