-
6:00
เกริ่นกรณีศึกษาวันนี้: เมาน้ำตากับยาดอง
บอกว่าวันนี้มีเรื่องราวดี ๆ ของกรณีศึกษาที่จะทำให้เข้าใจกฎแห่งกรรมมากขึ้น แล้วประกาศชื่อเรื่องว่าเมาน้ำตากับยาดอง ก่อนจะไปถึงตรงนั้นให้มาแต่งเนื้อแต่งตัวให้เสร็จเรียบร้อยก่อน
-
23:02
จดหมายชายเชื้อสายจีน-เวียดนามในญี่ปุ่น เริ่มที่ยาดองเหล้าขวดเดียวของคุณพ่อ
ผู้เขียนเป็นนักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาที่อาศัยอยู่ประเทศญี่ปุ่น เป็นคนเชื้อสายจีนกับเวียดนาม เล่าว่าคุณพ่อเป็นคนจีนที่บ้านอยู่ติดชายแดนเวียดนาม ตอนวัยรุ่นอายุ 15-16 ปี ทำงานค้าขายและมีเรื่องชกต่อยกับชาวเวียดนามจนบาดเจ็บ ญาติผู้ใหญ่จึงให้ยาดองเหล้ามาขวดหนึ่ง
-
25:34
ยาดองขวดเดียวรักษาฟกช้ำหายในวันสองวัน คุณพ่อจึงเก็บไว้อย่างดี
อาการที่หนักหนาถึงสาหัสหายได้ภายในวันสองวันด้วยยาดองขวดนั้น คุณพ่อจึงหวงแหนเก็บไว้อย่างดีตลอดมา ไม่ใช่ตระหนี่ในยา แต่เก็บไว้เพื่อรักษาคนอื่นเพราะเห็นว่าเป็นของดีที่ทำให้รอยฟกช้ำหายได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งญาติผู้ใหญ่กำชับไว้ว่าให้แค่ขวดเดียว หมดแล้วหมดเลย
-
26:24
คุณพ่อทำงานกับเจ้านายชาวจีนในกองทัพฝรั่งเศส แล้วพบรักกับคุณแม่ที่ฮานอย
ช่วงสงครามเวียดนาม คุณพ่อสมัครไปทำงานกับเจ้านายชาวจีนคนหนึ่งที่ทำงานกับกองทัพฝรั่งเศสในเวียดนาม จึงต้องย้ายไปตามเมืองต่าง ๆ จนถึงฮานอย แล้วไปพบรักกับคุณแม่ซึ่งเป็นสาวชาวเวียดนามที่ฮานอยนั่นเอง เป็นความรักที่เกิดขึ้นท่ามกลางความโหดร้ายแห่งภัยสงคราม อยู่กินด้วยกันแล้วมีลูกสองคนคือผู้เขียนและน้องสาว
-
27:00
ปี 2495 ฝรั่งเศสถอนกำลัง ครอบครัวย้ายไปเวียงจันทน์ด้วยขบวนรถ GMC
คุณพ่อไปมาระหว่างฮานอยกับโฮจิมินห์ จนประมาณปี 2495 กองทัพฝรั่งเศสถอนกำลังออกจากเวียดนามย้ายไปลาว ครอบครัวจึงต้องย้ายตามเจ้านายไปเวียงจันทน์โดยขบวนรถลำเลียงพล GMC ที่กองทัพจัดให้ขนคนงาน ที่เวียงจันทน์คุณพ่อได้ทำงานด้านปลาของโรงแรมฝรั่งเศสที่ไปเปิดกิจการที่นั่น และมีลูกเพิ่มรวมเป็น 8 คน แต่เสียชีวิตไป 2 คน จึงเหลือ 6 คน
-
27:59
คุณพ่อหาบเหล้าช่วยเพื่อนจนอาเจียนเป็นเลือด คุณแม่ต้องหาบเร่ขายอาหารเวียดนาม
คุณพ่อล้มป่วยเพราะไปช่วยเพื่อนหาบเหล้าที่มีน้ำหนักมากมาใช้เลี้ยงฉลองในงานแต่งงาน ออกแรงมากเกินไปทั้งที่ไม่ค่อยสบายอยู่แล้ว จึงอาเจียนเป็นเลือดและต้องนอนอยู่โรงพยาบาลนานหลายปี คุณแม่จึงต้องมาเป็นแม่ค้าหาบเร่ขายอาหารเวียดนามไปตามบ้านและงานสวนสนุกต่าง ๆ เพื่อหาเงินเลี้ยงครอบครัวจนกว่าคุณพ่อจะหายป่วย
-
28:41
ปี 2518 เปลี่ยนแปลงการปกครอง ย้ายเข้าไทยที่หนองคายแล้วต่อไปไต้หวัน
ในปี 2518 มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองในประเทศที่ครอบครัวอาศัยอยู่ จึงย้ายเข้ามาอยู่ในไทยโดยเข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดหนองคาย ประมาณหนึ่งอาทิตย์ต่อมาสถานทูตไต้หวันเปิดโอกาสให้คนจีนทำหนังสือเดินทางไปอยู่ไต้หวัน ครอบครัวจึงย้ายไปอยู่ไต้หวันอีกทอดหนึ่ง
-
29:24
ได้ไปทำงานญี่ปุ่น เทียวไปเทียวมา 6 ครั้งจึงได้วีซ่าถาวร ย้ายมาแล้ว 6 ประเทศ
ขณะอยู่ที่ไต้หวัน ผู้เขียนมีโอกาสได้ไปทำงานที่ญี่ปุ่น ต้องเทียวไปเทียวมาถึง 6 ครั้งจึงได้วีซ่าถาวร แล้วพาคุณพ่อ คุณแม่ และน้อง ๆ ไปอยู่ที่ญี่ปุ่นด้วย นับรวมได้ 6 ประเทศคือจีน เวียดนาม ลาว ไทย ไต้หวัน และญี่ปุ่น ครูไม่ใหญ่แซวว่าแต่ละประเทศเป็นเพียงทางผ่าน โลกนี้เป็นของเรา
-
29:50
คุณพ่อใช้ยาดองรักษาคนที่เวียงจันทน์จนยาหมด แล้วคิดสูตรใหม่ขึ้นเอง
ตั้งแต่ย้ายไปอยู่เวียงจันทน์ คุณพ่อเริ่มนำยาดองเหล้าที่ได้จากญาติสมัยวัยรุ่นมาใช้รักษาคน คนนิยมมารักษาเป็นจำนวนมากเพราะรักษาได้ผลเป็นอัศจรรย์ จนยาขวดนั้นหมด คุณพ่อจึงหันมาทำยาดองเหล้าขึ้นใหม่โดยคิดสูตรเอง พยายามทบทวนว่าสูตรดั้งเดิมมีอะไรบ้าง ใช้โถแก้วขนาดประมาณ 20-30 ลิตร สองโถ ใส่เหล้า 60 ดีกรี
-
30:58
ส่วนผสมยาดอง ตะขาบ จิ้งจก ลูกหนู งู ม้าน้ำ รกเด็ก
ไล่ส่วนผสมในโถยาดองว่ามีตะขาบ จิ้งจก ลูกหนู งู รากไม้ ม้าน้ำ และรกเด็ก ครูไม่ใหญ่ชวนคุยว่าม้าน้ำมีแต่หางไม่มีขา จึงต้องใช้ตัวที่มีขาเยอะอย่างตะขาบเพื่อความสมดุล เหมือนสวนสัตว์ในขวดโหลทั้งน้ำทั้งบก แล้วหยอกว่าห้ามอย่างเดียวคือพญานาค ห้ามเอาไปดอง ต้องบอกไว้ก่อนเดี๋ยวมีคนไปทดลองทำ
-
33:11
สัตว์มีเท้ามาก เท้าน้อย และไม่มีเท้า ยกเว้นสัตว์สองเท้า กับวิธีครอบแก้วดูดเลือดเสีย
สรุปว่าสัตว์ที่เอามาดองมีทั้งมีเท้ามาก มีเท้าน้อย และไม่มีเท้า ยกเว้นสัตว์สองเท้าเหมือนกัน แล้วอธิบายวิธีรักษาแบบครอบให้เกิดสูญญากาศเพื่อดูดเอาเลือดเสียออก ครูไม่ใหญ่เล่าว่าตอนอยู่วัดปากน้ำภาษีเจริญเคยทดลองวิธีนี้
-
35:08
วางยาบนแผ่นขิงสดให้ซึมผ่านผิวหนัง ทำจนครบทุกจุดที่ฟกช้ำ
อธิบายวิธีรักษาว่าวางยาบนแผ่นขิงสดเพื่อให้ยาซึมผ่านขิงเข้าผิวหนัง อาศัยความเผ็ดของขิงเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา แล้วใช้ยาดองทาบริเวณที่บาดเจ็บ ย้ายไปทำจุดอื่นที่มีรอยช้ำจนครบทุกข้อของการรักษา และย้ำว่าต้องกำหนดปริมาณให้พอ อย่าให้เกิน
-
37:28
คนฟกช้ำจากชกต่อยมารักษากับคุณพ่อ คนอกหักก็แอบเอายาดองไปรักษาแผลใจ
คนที่ฟกช้ำตามเนื้อตัวข้อเอ็นหลังออกกำลังกาย เล่นกีฬา ทำงาน หรือมีเรื่องชกต่อยกัน มารักษากับคุณพ่อและหายทุกราย ถึงขั้นชกต่อยกันแหลกเพราะเชื่อมือในยาดอง คุณพ่อบอกว่าไม่ต้องกลัว ไปต่อยกันเลยแล้วจะรักษาให้ อีกทั้งมีคนอกหักแอบเอายาดองไปรักษาแผลใจด้วย จึงเป็นที่มาของชื่อเรื่องเมาน้ำตากับยาดอง
-
40:08
คุณพ่อย้ายไปฝรั่งเศสยังเป็นหมอยาดอง ปัจจุบันอายุ 81 ปี เป็นอัมพาตครึ่งตัว
คุณพ่อได้ไปอยู่ที่ฝรั่งเศสเป็นประเทศที่เจ็ด และยังเป็นหมอยาดองเหล้าเหมือนเดิม ปัจจุบันท่านอายุ 81 ปีแล้ว เป็นอัมพาตครึ่งตัว เจ็บปวดตามเนื้อตามตัว หมอที่โรงพยาบาลให้กลับมารักษาอยู่ที่บ้าน ซึ่งแปลว่าหมดทางรักษาที่โรงพยาบาลแล้ว ผู้เขียนคิดว่าวิธีรักษาของคุณพ่อน่าจะช่วยรักษาตัวท่านเองได้ และมีเพียงตัวเองเท่านั้นในตระกูลที่รู้สูตรลับวิธีรักษานี้มากที่สุด
-
41:17
ผู้เขียนไม่มียาดองเหลือแล้ว เพราะหักดิบเททิ้งในพิธีเทเหล้าเผาบุหรี่ปี 2546 ที่ศูนย์โตเกียว
ผู้เขียนบอกว่าตัวเองไม่มียาดองเหล้าแล้ว เพราะหักดิบเททุบทิ้งไปจนหมดเกลี้ยงในพิธีเทเหล้าเผาบุหรี่ที่จัดขึ้นปี 2546 ที่ศูนย์โตเกียว ครูไม่ใหญ่บอกว่าจำเคสนี้ได้ เอายาดองมาทุบทิ้งเยอะแยะ น่าอัศจรรย์และน่าอนุโมทนา หลังจากนั้นก็หักดิบเลิกเด็ดขาด
-
41:45
ครูไม่ใหญ่เตือนว่ารักษาคุณพ่อได้แค่ทาภายนอก อย่าให้ดื่มยาดองตอนอายุ 81 ปี
ผู้เขียนตั้งใจเดินทางไปฝรั่งเศสเพื่อรักษาคุณพ่อด้วยยาดองเหล้าอีกครั้ง ครูไม่ใหญ่เตือนว่าถ้าอมทาภายนอกก็คงพอได้ แต่อย่าให้ท่านดื่ม เพราะยาดองเหล้าเมื่อเข้าไปในร่างกายจะไปเปลี่ยนระบบความคิด คำพูด และการกระทำ สิ่งที่เข้าสู่ร่างกายมีผลถึงใจว่าใสหรือหมอง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเดินทางไปสู่ปรโลก จึงย้ำว่าอย่าให้ท่านใจหมองในตอนอายุ 81 ปี
-
43:29
คุณแม่ขยันแต่หงุดหงิดง่าย สองปีสุดท้ายอยู่กับลูกที่ญี่ปุ่นและป่วยเรื้อรังไม่ทราบสาเหตุ
คุณแม่ไม่ดื่มเหล้าไม่สูบบุหรี่ แต่ฆ่าสัตว์ทำอาหารบ้างบางครั้ง เป็นคนขยันแต่หงุดหงิดง่าย ขี้บ่น ขี้รำคาญ พออายุมากขึ้นก็ใจเย็นลง ท่านร่วมทุกข์ร่วมสุขกับคุณพ่อมาตลอด แม้บ้านเมืองตกอยู่ในภาวะสงครามและความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ใจของท่านก็ยังมั่นคงต่อคุณพ่อ สองปีสุดท้ายของชีวิตอยู่กับผู้เขียนและน้องชายที่ญี่ปุ่น เจ็บป่วยเรื้อรังด้วยโรคไม่ทราบสาเหตุและมีอาการบ่นเพ้ออย่างไม่รู้ตัว
-
44:23
คุณแม่ไปเยี่ยมคุณพ่อที่ฝรั่งเศส ถูกนวดและให้ดื่มยาดอง รุ่งเช้าก็เสียชีวิตอายุ 70 ปี
ทั้งคู่เดินทางไปฝรั่งเศสเพื่อเยี่ยมคุณพ่อและน้องสาวคนที่หกที่ย้ายไปอยู่กับสามีที่นั่น คุณแม่ออกไปทำธุระนอกบ้าน กลับมาบอกว่าเหนื่อยมากและคันที่ศีรษะ จึงเข้าไปอาบน้ำสระผมในห้องน้ำ คุณพ่อเอายาดองเหล้ามานวดให้และให้ดื่ม จากนั้นให้เข้าพักผ่อน รุ่งเช้าก็พบว่าคุณแม่เสียชีวิตแล้ว รวมอายุได้ 70 ปี
-
46:01
ถ้าหมดเวลาของชีวิตก็ต้องตาย แต่ย้ำอีกครั้งว่าอย่าให้คุณพ่อดื่มยาดอง
ครูไม่ใหญ่สรุปว่าคุณพ่อทำถึงขนาดนี้ก็ยังช่วยคุณแม่ให้รอดชีวิตไม่ได้ จะดื่มหรือไม่ดื่ม ถ้าหมดเวลาของชีวิตก็ต้องตายท่าเดียว แล้วย้ำกับผู้เขียนว่าถ้าจะไปรักษาคุณพ่อ แค่นวดก็โอเค แต่อย่าให้ถึงกับดื่มเข้าไปข้างใน
-
46:24
บินไปงานศพที่ฝรั่งเศส นำผ้าไตรกฐินและรูปงานบุญวางข้างโลงศพ แล้วนั่งสมาธิบอกบุญกับคุณแม่
ผู้เขียนบินด่วนไปงานศพของคุณแม่ที่ฝรั่งเศส นำผ้าไตรกฐินปี 2545 และรูปภาพงานบุญต่าง ๆ ไปวางไว้ข้างโลงศพ แล้วนั่งสมาธิพูดคุยกับท่าน บอกให้ท่านนึกถึงบุญต่าง ๆ ท่ามกลางความไม่เข้าใจของญาติพี่น้องและคนในงาน แต่ก็ไม่มีใครห้ามเพราะเห็นว่าทำเพื่อแม่ งานสวดอภิธรรมแบบจีนผ่านไปหนึ่งคืนกับสองวัน แล้วนำกระดูกกลับญี่ปุ่น
-
47:22
น้องสาวคนที่สองเป็นแม่ม่ายแล้วหันไปค้ายาเสพติด ถูกจำคุก 4 ปี
น้องสาวคนที่สองเคยแต่งงานกับคนไทย แต่สามีถูกรถชนตาย เธอจึงต้องทำงานหาเลี้ยงตัวเองแต่งานไม่เป็นชิ้นเป็นอัน จึงหันมาประกอบมิจฉาชีวะคือค้ายาเสพติด สุดท้ายถูกตำรวจจับและศาลตัดสินจำคุกถึง 4 ปี ครูไม่ใหญ่เตือนว่าอย่าไปยุ่งกับยาเสพติดเพราะมันตัดอนาคตของเรา เลิกเสียเถิด
-
49:45
พ้นโทษแล้วมีอาการทางประสาท เห็นญาติที่ตายแล้ว หายเมื่อพระสวดอิติปิโสให้ที่ศูนย์โตเกียว
หลังพ้นโทษจำคุก 4 ปี น้องสาวคนที่สองมีอาการทางประสาท มองเห็นญาติที่ตายไปแล้วมาหา ทั้งแม่ ปู่ ย่า ตา ยาย พาไปหาหมอ หมอบอกว่าไม่เป็นอะไร ผู้เขียนจึงพาเธอมาที่ศูนย์โตเกียว หลวงพี่ที่ศูนย์สวดมนต์บทอิติปิโสให้แล้วอาการก็หาย ปัจจุบันเธอกลับจากญี่ปุ่นไปอยู่กับคุณพ่อที่ฝรั่งเศส
-
50:28
น้องสาวคนที่เจ็ดมีอาการทางประสาทสองครั้ง ยังรักษาที่โรงพยาบาลไม่หาย
น้องสาวคนที่เจ็ดมีอาการทางประสาทถึงสองครั้ง คล้ายกับน้องสาวคนที่สองคือมองเห็นญาติที่ตายไปแล้ว ครั้งแรกเป็นแล้วหายเอง ต่อมาเมื่อเดือนกันยายน 2546 อาการก็กลับมากำเริบอีกเป็นครั้งที่สอง ปัจจุบันยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลโรคจิตและยังรักษาไม่หาย
-
50:58
ผู้เขียนเรียนที่วัดเวียดนามทั้งภาษาจีนและฝรั่งเศส บวชตามประเพณีปี 2517 แล้วมาเป็นพ่อครัวที่โตเกียว
ตอนย้ายจากเวียดนามไปเวียงจันทน์ผู้เขียนอายุแค่สองขวบ ได้เข้าเรียนหนังสือในวัดเวียดนามทั้งภาษาจีนและภาษาฝรั่งเศส พออายุยี่สิบปีก็บวชตามประเพณีในเดือนสิบเอ็ด ปี 2517 จนถึงเดือนสี่ ปี 2518 มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจึงลาสิกขาออกมา แล้วย้ายตามพ่อแม่ไปฝั่งไทย ต่อไปไต้หวัน และสุดท้ายตั้งรกรากถาวรที่ญี่ปุ่น เป็นพ่อครัวร้านอาหารจีนในกรุงโตเกียว ได้พบภรรยาชาวญี่ปุ่นซึ่งเป็นนักศึกษาที่ทำงานพิเศษในร้านเพื่อเก็บเงินไปเที่ยวเมืองไทย แล้วมีลูกชายสามคน
-
52:25
พบกัลยาณมิตรที่สถานีรถไฟอากาบาเนะ เป็นจุดเริ่มรู้จักวัดพระธรรมกาย แล้วต้องเลิกกับภรรยา
วันหนึ่งขณะจะพาภรรยาและลูก ๆ ไปเที่ยวสวนสาธารณะ ได้พบกัลยาณมิตรท่านหนึ่งที่สถานีรถไฟอากาบาเนะซึ่งกำลังจะไปศูนย์ปฏิบัติธรรมโตเกียว เธอชวนแล้วผู้เขียนตัดสินใจไปที่ศูนย์โตเกียวทันที ปล่อยให้ภรรยาและลูกไปเที่ยวกันเอง นี่เป็นจุดเริ่มที่ทำให้รู้จักวัดพระธรรมกาย ต่อมาจำเป็นต้องเลิกกับภรรยาเพราะปัญหาเศรษฐกิจของครอบครัวที่ฝืดเคืองขัดสน เธอจากไปพร้อมลูกทั้งสามคนและไม่ได้เจอกันอีกเลย แต่ผู้เขียนบอกว่าจะยิ้มไปสู้ไป ไม่ท้อ
-
53:33
อาศัยบุญเป็นที่พึ่ง ชวนคนหลายชาติมาศูนย์โตเกียว และปีนี้ได้บวชตอบแทนพระคุณพ่อแม่
ทุกวันนี้ผู้เขียนอาศัยบุญเป็นที่พึ่ง เชื่อมั่นในครูบาอาจารย์ สร้างบุญกับหลวงพ่อไม่เคยขาด ทำหน้าที่กัลยาณมิตรชวนชาวญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน สิงคโปร์ และเวียดนาม มาที่ศูนย์โตเกียวให้ได้เข้าสู่เส้นทางบุญของหมู่คณะ และในปีนี้ก็ได้มาบวชพระเพื่อตอบแทนพระคุณพ่อแม่ด้วย
-
54:58
คำถามทั้งชุด ทำไมครอบครัวเชื่อต่างกัน ต้องย้ายเจ็ดประเทศ และยาดองได้บุญหรือบาป
ตั้งคำถามว่าเพราะเหตุใดคนในครอบครัวจึงมีความเชื่อแตกต่างกัน ทำไมต้องโยกย้ายจากจีน เวียดนาม ลาว ไทย ไต้หวัน ฝรั่งเศส และญี่ปุ่น โดยไม่ได้อยู่ประจำที่ใดที่หนึ่งทั้งชีวิต บุพกรรมใดทำให้คุณพ่อหาบของหนักจนอาเจียนเป็นเลือดและพออายุมากก็เป็นอัมพาตครึ่งตัว คุณพ่อได้บุญหรือบาปจากการทำยาดองเหล้าด้วยสัตว์เป็น ๆ ไว้ช่วยชีวิตคน ถ้ารักษาด้วยยาดองคุณพ่อจะหายไหม คุณแม่ตายเพราะหมดอายุขัยหรือเป็นโรคอะไร ตายแล้วไปอยู่ภพภูมิใด ได้รับบุญที่อุทิศไปหรือไม่ การนำผ้าไตรกฐินไปวางข้างโลงศพและพูดกับแม่ท่านรับรู้หรือไม่ น้องสาวคนที่สองและคนที่เจ็ดมีกรรมอะไรจึงมีอาการทางประสาท ทำไมทั้งผู้เขียนและน้องสาวคนที่หกต้องหย่าร้าง บุพกรรมใดทำให้เปลี่ยนงานบ่อยและถูกเพื่อนโกงจนต้องปิดร้านอาหาร นั่งธรรมะทุกวันแต่ยังไม่เข้าถึงธรรม และทำไมมีลูกเพียงคนเดียวในครอบครัวที่มาสร้างบารมี
-
1:03:42
ตอบ: ครอบครัวเชื่อต่างกันเพราะสั่งสมบุญไม่ครบ และมีอุปนิสัยข้ามชาติติดตัวมา
ตอบว่าคนในครอบครัวมีความเชื่อแตกต่างกัน เพราะแต่ละคนไม่ได้สั่งสมบุญบารมีแบบครบถ้วนทั้งบัณฑิต นักปราชญ์ และกัลยาณมิตร จึงไม่เข้าใจธรรมะเพราะไม่ได้ฟังธรรมะ ทำให้มีความคิดหลากหลาย บางคนไม่มีศาสนา บางคนนับถือศาสนาอื่น ส่วนผู้เขียนเคยทำบุญกับหมู่คณะมาจึงได้กลับมาเจอหมู่คณะและได้นับถือพระพุทธศาสนาวิชชาธรรมกาย และตอบว่าครอบครัวต้องย้ายไปหลายประเทศเพราะมีอุปนิสัยข้ามชาติติดตัวมา
-
1:05:26
ตอบ: คุณพ่ออาเจียนเป็นเลือดเพราะกรรมมัดสัตว์ไว้ฆ่าขายรวมกับกรรมดองสัตว์เป็น
ตอบว่าคุณพ่อต้องหาบของหนักจนป่วยอาเจียนเป็นเลือดและนอนโรงพยาบาลนาน เพราะบุพกรรมที่เคยมัดสัตว์ไว้ฆ่าขายในอดีต ร่วมกับกรรมปัจจุบันที่นำสัตว์เป็น ๆ ไปใส่ทำยาดองเหล้ามาส่งผล ครูไม่ใหญ่ชี้ว่าโปรดสัตว์แบบนี้ได้บาป เพราะคิดว่าสัตว์เป็นตัวยา ไม่ได้คิดว่าสัตว์คือชีวิตหนึ่ง คืออดีตมนุษย์ที่กำลังเสวยวิบากอยู่ในสัตว์เดียรัจฉาน เพราะขาดความรู้ตรงนี้จึงทำเท่าที่เข้าใจ รักษาคนหายก็เป็นบุญส่วนหนึ่ง แต่บาปก็ยังเป็นส่วนบาป
-
1:06:16
ตอบ: ทำยาดองได้บุญปนบาปแต่บาปมากกว่า ทำให้คนติดยาดองและเกิดเป็นใบ้บ้าปัญญาอ่อน
ตอบว่าการทำยาดองเหล้าไว้ช่วยชีวิตคนได้บุญปนบาป แต่มักได้บาปมากกว่าบุญ ได้บุญเพราะช่วยเพื่อนมนุษย์ให้หายตามอาการ แต่มีผลข้างเคียงคือทำให้คนกินยาดองเกินขนาดจนถึงระดับติดยาดองเหล้า คล้ายคนดื่มสุราและมีอาการเมาสุราไปด้วย เท่ากับส่งเสริมให้เขาดื่มสุรา บวกกับบาปที่นำสัตว์เป็น ๆ มาดอง ผลคือทำให้ตัวเองมีเชื้อใบ้บ้าปัญญาอ่อน มีบุตรธิดาในภพชาติต่อ ๆ ไปที่ใบ้บ้าปัญญาอ่อนด้วย และอายุจะไม่ยืน
-
1:07:10
ตอบ: รักษาคุณพ่อด้วยยาดองไม่ได้ผล จะทำให้ขาดสติและใจหมองตอนปลายชีวิต
ตอบว่าถ้ารักษาคุณพ่อด้วยยาดองเหล้าจะไม่ได้ผล เพราะจะทำให้ท่านดื่มยาดองเหล้าและเป็นเหตุให้ขาดสติในบั้นปลายชีวิต ถ้าหมดอายุขัยตอนใจหมองก็จะไปไม่ดี ถ้าเอาไปทาถูภายนอกยังโอเค แต่การถูก็จะทำให้ใจท่านผูกพันกับยาดอง และภาพที่เคยนำสัตว์เป็น ๆ ที่ดิ้นทุรนทุรายจำนวนมากมาใส่สุราจะมาฉายสลับกับภาพช่วยเพื่อนมนุษย์ ทำให้ใจหมองในบั้นปลายของชีวิต
-
1:18:04
ตอบ: คุณแม่ตายเพราะหมดอายุขัย ไปเป็นภุมเทวาระดับชั้นดี
ตอบว่าคุณแม่ตายเพราะหมดอายุขัย ตายแล้วก็ไปเป็นภุมเทวาในระดับชั้นดี อยู่ในหมู่บ้านภุมเทวาแห่งหนึ่ง
-
1:19:12
ตอบ: ให้เป็นกัลยาณมิตรกับน้องสาวทั้งสอง และเหตุที่ต้องหย่าร้างเพราะศีลและทิฏฐิไม่เสมอกัน
ตอบว่าน้องสาวทั้งสองพอจะให้หายได้ ในช่วงที่เธอรู้ตัวดีมีสติ ผู้เขียนควรเป็นกัลยาณมิตรชักชวนให้ทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา แบบที่ตัวเองทำบ่อย ๆ หนักก็จะเป็นเบา เบาก็อาจหายได้ และตอบว่าทั้งผู้เขียนและน้องสาวคนที่หกต้องหย่าร้างเหมือนกัน เพราะคู่ของแต่ละคนมีศีลและทิฏฐิที่ไม่เสมอกัน อีกทั้งสร้างบุญร่วมกันมาแค่นี้ เมื่อหมดกระแสบุญที่ทำร่วมกันจึงขาดที่ยึดเหนี่ยวและเป็นเหตุให้หย่าร้างกัน
-
1:19:55
ตอบ: เปลี่ยนงานบ่อยและถูกเพื่อนโกงเพราะเคยตระหนี่และเคยโกงคนอื่นในอดีต
ตอบว่าผู้เขียนต้องเปลี่ยนที่ทำงานบ่อยและเปิดร้านอาหารแล้วถูกเพื่อนโกงจนต้องปิดกิจการ เพราะกำเนิดนี้เคยตระหนี่ เวลาจะทำบุญอะไรก็คิดนาน ผลัดไปก่อน ชาตินี้บุญจึงส่งผลไม่ต่อเนื่อง เมื่อบุญไม่ส่งผล กรรมอื่นก็ได้ช่องแทรกส่งผลก่อน เช่นกรรมที่เคยไปโกงคนอื่นไว้ในอดีตมาส่งผลในชาตินี้ จึงถูกเขาโกงกลับ
-
1:20:31
ตอบ: นั่งทุกวันแต่ยังไม่เห็นพระเพราะมีเครื่องกังวลเรื่องเศรษฐกิจและความป่วยของคุณพ่อ
ตอบว่าผู้เขียนนั่งธรรมะทุกวันแต่ยังไม่เห็นพระ เพราะยังมีเครื่องกังวลหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจทำมาหากิน เวลาให้นึกถึงดวงกับองค์พระก็ดันไปคิดว่าจะเอามาจากไหน เอามาอย่างไร เอามาเท่าไหร่ สลับกับเรื่องความป่วยของคุณพ่อและเรื่องอนาคต จึงบอกว่าไม่ใช่คนคิดมาก แต่คิดน้อย คิดเรื่องเดียวนี่แหละ แล้วให้กำลังใจว่านั่งไปเรื่อย ๆ อย่าเพิ่งท้อ ถ้าหยุดนิ่งสนิท หยุดคืนนี้เห็นคืนนี้ หยุดพรุ่งนี้เห็นพรุ่งนี้ ไม่ช้าจะเข้าถึงธรรมสมปรารถนา
-
1:21:46
ตอบ: สร้างบารมีกับหมู่คณะแบบกองเสบียงตามอารมณ์ เคยกระทบกระทั่งจึงห่างหมู่คณะ
ตอบว่าผู้เขียนสร้างบารมีกับหมู่คณะมาโดยเป็นกองเสบียง บางครั้งทำเต็มที่ บางครั้งทำเต็มทีตามอารมณ์ อีกทั้งเคยกระทบกระทั่งกับบางคนในหมู่คณะจึงออกจากหมู่คณะไป แต่ภายหลังในชาติเดียวกันนั้นก็กลับมาสร้างบารมีร่วมกับหมู่คณะใหม่เมื่อหายงอนหรือเมื่อโดนโรคภัยจนสะบักสะบอม ผังนี้ยังติดตัวมาทำให้เกิดไกลจากหมู่คณะ แต่บุญเก่าที่เคยทำร่วมกันก็ดึงดูดให้กลับมาสร้างบุญร่วมกันใหม่ได้ ชาตินี้จึงให้ตั้งใจสร้างบารมีเต็มที่ในทุกบุญและอธิษฐานจิตตาม