ep034 ผังเวลา 68 ช่วง
อุทิศบุญ (111) อธิษฐานจิต (79) จานดาวธรรม (74) วัดพระธรรมกาย (73) หยุดใจนิ่ง (52) โชติกเศรษฐี (48) ภุมเทวา (47) ชฎิลเศรษฐี (42) กัลยาณมิตร (41) กฎแห่งกรรม (39) ใจใส (39) กฐิน 2548 (35) หลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญ (33) อนุโมทนาบุญ (33) วิชชาธรรมกาย (31) กว่าจะมาสร้างบารมีได้ (30) เร่งเสาแก้วพันปี 300 ต้น (30) สมบัติจักรพรรดิ (25) เมณฑกเศรษฐี (24) ใจหมอง (20) ตักบาตร (18) สาวพม่า (18) บำเพ็ญสมณธรรม (17) เจ้าชายสิทธัตถะ (17) ลาสิกขา (15) เจ้าภาพ (12) ครูอาจารย์ (10) รวยปุ๊บปั๊บ (10) วันพระ (10) การะวริยะเศรษฐี (9) ปุณณเศรษฐี (8) วิทยาธร (8) สภาธรรมกายสากล (7) สังสารวัฏ (7) เศษกรรม (7) ปิดอบายไปสวรรค์ (6) พระบรมครู (6) ศีลห้า (6) ชมรมพุทธศาสตร์สากล (5) ทักษิณ ชินวัตร (5) ธรรมทาน (5) บ้านมิตรภาพ (5) ผ้ากาสาวพัสตร์ (5) หนีออกจากบ้าน (5) อุบัติเหตุ (5) ข้อสอบธรรมะ (4) คฤหัสถ์ (4) ความฝันก่อนตั้งท้อง (4) ตอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้าระดับครูอาจารย์ (4) ต้นกัลปพฤกษ์ (4) พุทธบุตร (4) มาบวชทำไม (4) ระลึกชาติ (4) ศีลสมาธิปัญญา (4) แรงงานข้ามชาติ (4) กระทรวงศึกษาธิการ (3) กิเลสอาสวะ (3) กุศลกรรมบถ 10 (3) คัมภีร์ปฏิรูปมนุษย์ (3) จุดอิ่มตัว (3) ถิ่นทุรกันดาร (3) ถูวอ (3) ทิฏฐิมานะ (3) น้องแป้ง (3) ปล่อยปลา (3) พี่ชายคนที่สาม (3) พุทธพยากรณ์ (3) ลุงป้าอดีตพ่อแม่ (3) วิชาชีวิต (3) อกุศลกรรมบถ 10 (3) อาสาสมัครของวัด (3) เตรียมสอบ (3) แผลพุพองแต่แรกเกิด (3) 643,836 คน (2) กรรมฆ่าสัตว์ (2) ขอบวชชีตั้งแต่เด็ก (2) ทำทานมาน้อย (2) ทุนการศึกษาครู (2) บัณฑิตนักปราชญ์ (2) บุญเก่าส่งผล (2) บ้านสหประชาชาติ (2) ปีติทุกวัน (2) ปีติในความเป็นครู (2) พลัดพรากจากหมู่คณะ (2) วิทยาทาน (2) ศีลแปดทุกวันพระ (2) เข็ดการครองเรือน (2) เดินทางเข้ากรุงเทพ (2) กะเหรี่ยง (1) ขอโทษแล้วกรรมหมด (1) ครูคือผู้ให้แสงสว่าง (1) คู่ครองเก่า (1) จดหมายภาษาพม่า (1) จากคนเป็นมนุษย์ (1) จำวัด (1) จิตเต สังกิลิฏเฐ (1) ฉันจังหัน (1) ชวนคนเข้าวัด (1) ชีวิตพระ (1) ดื้อกับพระอาจารย์ (1) ตัดคอแพะ (1) ตัดหัวแลกเงินรัฐบาล (1) ตายปุ๊บเกิดปั๊บ (1) ถนนลูกรังเลนเดียว (1) ถนนสาธุประดิษฐ์ (1) ถูกตำหนิ (1) ทบทวนสิกขาบท (1) ทิศหก (1) ท้ายนาเป็นทองคำ (1) นอนบนใบตอง (1) นะเขยี (1) ปล่อยกบ (1) ผังหนีติดตัวมา (1) พี่เลี้ยงเด็ก (1) พูดภาษาหมู่บ้านอื่นได้ (1) พ่อพิมพ์แม่พิมพ์ของชาติ (1) ภูเขาสามสิบสองลูก (1) มารห้าฝูง (1) ยอมเสียหัวเพื่อคนอื่น (1) รดน้ำมนต์ (1) รางวัลนานาชาติ (1) ลูกเป็นเจ้าของวัด (1) วจีกรรมล้อเลียนเพื่อน (1) สถิติผู้เข้าสอบ (1) สยามธุรกิจ (1) สอนเด็กด้วย VCD (1) สัญญาเก่า (1) สัมมาทิฏฐิ 10 (1) สิงคาลกสูตร (1) หนีครูไม่พ้น (1) หนูน้อยพอเพียง (1) หมอผี (1) หมามุ้ย (1) อดหลับอดนอน (1) อสงไขยแสนมหากัป (1) อิสรภาพทางใจ (1) เจ้าทรงผีสิง (1) เป็นคนว่าง่าย (1) เลิกจับผิดจับถูก (1) แป้งดินสอพอง (1) ใกล้เกลือกินด่าง (1) ไทยหนุนไทย (1) ไม่พลัดพรากหมู่คณะ (1) ไสยศาสตร์ (1)
กล่าวคาถาสำเร็จว่าแม้มืดตื้อมืดมิดก็มีสิทธิ์เข้าถึงธรรม คำขวัญเมื่อเราสว่างโลกก็สว่างด้วย และเนื้อนาบุญสี่ระดับ คือมหาธรรมกายเจดีย์ของโลก มหาจุฬามณีของสวรรค์ พระในบ้านของครอบครัว และพระในตัวของเรา
ทบทวนการบ้าน 10 ข้อทีละข้อ ตั้งแต่เอาบุญไปฝากคนที่บ้าน จดบันทึกผลการปฏิบัติธรรม ก่อนนอนนึกถึงบุญที่สั่งสมมาทั้งหมด หลับและตื่นในอู่ทะเลบุญ ตื่นแล้วรวมใจเป็นหนึ่งกับองค์พระหนึ่งนาที ทุกหนึ่งชั่วโมงหยุดใจหนึ่งนาทีที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 นึกถึงดวงหรือองค์พระในทุกกิจกรรม จนถึงสร้างบรรยากาศด้วยรอยยิ้มและปิยวาจา
วันนี้เป็นวันที่ 53 นับจากวันออกพรรษา เหลืออีก 214 วันจะเข้าพรรษาอีกครั้ง และผ่านวันปีใหม่มา 343 วัน แล้วทบทวนว่าเราเกิดมาทำพระนิพพานให้แจ้ง แสวงบุญ สร้างบารมี พระนิพพานอยู่ภายในตัวเรา เริ่มต้นที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 ด้วยการทำใจหยุดนิ่งเฉย ๆ พร้อมย้ำว่าต้องศึกษาไว้เพราะความผิดพลาดเป็นอันตราย มีอบายภูมิรองรับอยู่
บอกว่าวันนี้มีเรื่องราวกรณีศึกษาที่จะทำให้เข้าใจกฎแห่งกรรมดีขึ้น ชื่อเรื่องว่ากว่าจะมาสร้างบารมีได้ เป็นเรื่องของสาวชาวพม่าที่มาทำงานอยู่ในเมืองไทย และวันนี้ยังมีมินิซีรีส์เรื่องผู้ที่รวยปุ๊บปั๊บต่ออีกตอนหนึ่ง
ทบทวนมินิซีรีส์เรื่องผู้ที่รวยปุ๊บปั๊บว่าฟังมาแล้วสี่เรื่อง คือชฎิลเศรษฐีที่มีภูเขาทองผุดขึ้นหลังบ้าน รวยข้ามขั้นตอนโดยไม่ต้องทำมาหากิน โชติกเศรษฐีที่มีปราสาทแก้ว มีต้นกัลปพฤกษ์ และมีสมบัติตักไม่พร่อง เมณฑกเศรษฐีที่มีแพะกายสิทธิ์เป็นแพะทองคำทั้งฝูง ตัวโตเท่าช้างก็มี อย่างเล็กก็ขนาดลูกวัว และเรื่องที่สี่คือการะวริยะที่ได้ขุมทรัพย์จากยักษ์และได้เป็นราชทูตของยักษ์
บอกว่าวันนี้จะเล่าถึงท่านที่ห้าที่รวยปุ๊บปั๊บ คือปุณณเศรษฐี ผู้ที่ท้ายนากลายเป็นทองคำ ปกติท้ายนาเป็นดิน แต่ดินนั้นถูกปรับปรุงโครงสร้างปรับปรุงโมเลกุลใหม่ทีเดียวก็กลายเป็นทอง แล้วตั้งข้อสังเกตว่าปกติเราได้ทองจากทราย นักธรณีวิทยาบอกว่าสารตั้งต้นของเพชรคือถ่าน แต่สมัยพุทธกาลทรายเป็นทองได้ และวันนี้สารตั้งต้นของทองคือดิน ทั้งหมดนั้นเริ่มต้นที่ได้บุญจากในตัว
ช่วงเพลงคั่นก่อนเข้าเนื้อหา แล้วย้ำว่าถ้ายังไม่ยิ้มก็เหมือนแต่งตัวไม่เสร็จ เหมือนใส่สูทนุ่งผ้าขาวม้า สวมรองเท้าแตะ หรือเขียนคิ้วข้างเดียวออกจากบ้านไปทำงาน
บอกว่าวันนี้เป็นวันพระ ขึ้นแปดค่ำเดือนหนึ่ง วันพระเกี่ยวกับพุทธบริษัทสี่ทั้งหมด แต่โดยเฉพาะพุทธบุตรต้องมาทบทวนกันทีหนึ่งว่าเรามาบวชทำไม ทั้งที่อยู่เป็นคฤหัสถ์สะดวกสบายกว่านี้ แต่ทำไมต้องมาบวชเป็นพระ มีชีวิตที่สมถะเรียบง่าย อยากฉันของร้อนก็ได้ของเย็น อยากฉันของเย็นก็ได้ของร้อน ไม่ได้ดังใจทุกเรื่อง จึงให้ทบทวนวัตถุประสงค์การบวชกับองค์พระหนึ่งนาที
อธิบายว่าพระทุกรูปในอดีตก็คือคฤหัสถ์ แต่มาบวชเพราะถึงจุดอิ่มตัวของเพศคฤหัสถ์ ไม่ใช่เพราะหมดทางทำมาหากิน เพราะตราบใดที่นกกายังทำมาหากินได้ คนอย่างเราก็ทำได้ เหตุที่อิ่มตัวเพราะชีวิตคฤหัสถ์ในแต่ละชาติไม่มีอะไรใหม่ ขึ้นขึ้นลงลง ลุ่ม ๆ ดอน ๆ มีเกิด แก่ เจ็บ ตาย วนอยู่ในสังสารวัฏ เพราะยังตกอยู่ใต้กฎแห่งกรรม การกระทำด้วยกาย วาจา ใจ ล้วนมีผล โดยเฉพาะอกุศลที่สั่งจิตให้ทำผิดย่อมมีวิบากกรรมเป็นทุกข์ มีอบายรองรับ
สอนว่าเพราะเบื่อหน่ายสุดขีดจึงคิดหาทางออก อยากดับทุกข์ อยากพ้นทุกข์ อยากหาความเป็นอิสรภาพทางใจ ซึ่งอยู่ทางโลกเราไม่เคยมีเลยเพราะมีเครื่องพันธนาการชีวิตเยอะแยะ แม้ไม่มีหนี้สินเป็นอิสรภาพทางการเงินแล้วก็ยังไม่เป็นอิสรภาพทางใจ เพราะใจยังมีโลภะ โทสะ โมหะ กิเลส อาสวะ และมารห้าฝูงบังคับอยู่ จึงปลีกตัวมาบวชเพื่อแสวงหาอิสรภาพจากกิเลส คือเติมความบริสุทธิ์ให้ตัวเองทุกวันทุกคืนทุกอนุวินาที
สรุปว่าที่มาบวชก็เพื่อให้มีสิ่งของเหลือน้อยที่สุด ไม่มีอะไรเป็นเครื่องกังวล ชีวิตวันหนึ่งผ่านไปด้วยการบำเพ็ญสมณธรรม ชำระกาย วาจา ใจให้สะอาดบริสุทธิ์ นี่คือวัตถุประสงค์การมาบวช เพราะฉะนั้นทุกวันพระต้องทบทวนสิกขาบทว่าครบถ้วนบริบูรณ์ไหม ปฏิบัติถูกหลักวิชาเป็นพระแท้ไหม ถ้าถูกหลักวิชาก็จะมีความปลื้มปีติดื่มกินความปีติทางใจทุกวัน พอเห็นผ้ากาสาวพัสตร์ห่มคลุมกายก็ปลื้มว่าวันนี้เราเป็นพระสมบูรณ์
สอนว่าพระต้องมีชีวิตที่แตกต่าง อย่างการกินอาหาร ชาวบ้านใช้คำว่ากินหรือรับประทาน ซึ่งแปลว่าเอาอาหารเข้าปากเพื่อรีดโอชะวิตามินมาหล่อเลี้ยงสังขารแล้วขับถ่ายกากออกไป แต่พระใช้คำว่าฉัน ซึ่งมาจากคำว่าจังหัน คือฉันอย่างมีสติ รู้ว่าฉันไปทำไม เพื่อมีกำลังมาทำความดีทำความบริสุทธิ์ ทำพระนิพพานให้แจ้ง ชาวบ้านใช้คำว่านอน แต่พระใช้คำว่าจำวัด มาจากวัตร คือนอนอย่างมีสติ ระลึกถึงพระรัตนตรัยหรือศีลสมาธิปัญญา
บอกว่าวันนี้มีอีกหลายเรื่อง จะมาทบทวนกันเพราะอาจจะออกข้อสอบวันพรุ่งนี้ สำหรับผู้มีบุญที่จะมาสอบวันพรุ่งนี้ เป็นใครเดี๋ยวก็จะรู้กัน แล้วชวนให้ดูตัวอย่างข้อสอบที่อาจจะออกวันพรุ่งนี้ในรูปการ์ตูนวิสัชนาธรรม
การ์ตูนวิสัชนาธรรมสอนน้องแป้งว่าคนที่ทำความชั่วใจจะหมอง การทำความชั่วทำได้สามทางคือทางกาย ทางวาจา และทางใจ ทางกายมีสามอย่าง ทางวาจามีสี่อย่าง และทางใจมีสามอย่าง คือคิดโลภอยากได้ของผู้อื่น คิดพยาบาทปองร้ายผู้อื่น และมีความเห็นผิด รวมสิบข้อเรียกว่าอกุศลกรรมบถสิบ ทำแล้วใจหมองต้องไปอบาย พร้อมท่องบาลีว่าจิตเต สังกิลิฏเฐ ทุคติ ปาฏิกังขา เมื่อจิตเศร้าหมองไม่ผ่องใส ทุคติเป็นที่ไป
การ์ตูนตอนต่อบอกว่าไม่ต้องกลัว มีวิธีทำให้ใจใสไม่ต้องไปอบาย ง่ายนิดเดียวคือทำตามหลักกุศลกรรมบถสิบ ซึ่งก็คือการทำความดี มีสิบอย่างเหมือนกัน แบ่งเป็นทางกาย ทางวาจา และทางใจ แล้วไล่ทีละข้อให้น้องแป้งจำ จบตอนที่สองของการ์ตูน
เฉลยว่าพรุ่งนี้ผู้ที่มาสอบคือคุณครูที่เดินทางมาจากทั่วประเทศร่วมหมื่นกว่าคนในรอบชิงชนะเลิศ เป็นการสอบตอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้าระดับครูอาจารย์ โดยใช้หนังสือคัมภีร์ปฏิรูปมนุษย์เป็นคู่มือ และในการสอบยังใช้เนื้อหาจากรายการโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาด้วย
เล่าว่าครูไม่ใหญ่กับคุณครูที่มาสอบเป็นอาชีพเดียวกัน แต่นั่นเป็นครูใหญ่ ส่วนนี่ครูไม่ใหญ่ บอกว่าเลือกดูมาทุกอาชีพแล้วเห็นว่าสืบสายพระบรมครูดีกว่า เพราะครูเป็นสุดยอดของอาชีพ ดูจากที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่อเป็นเจ้าชายสิทธัตถะทรงลาออกจากการครองราชสมบัติ อีกเจ็ดวันจะได้รับสมบัติจักรพรรดิก็ไม่รับ เพราะจะออกไปเป็นครู ครูจึงไม่ใช่เรื่องธรรมดา อย่าไปอกน้อยใจ เพราะเรากำลังสืบสายวัฒนธรรมสายเดียวกับพระบรมครู
อธิบายว่ากว่าจะได้เป็นพระบรมครูนั้นท่านตั้งความปรารถนามายี่สิบอสงไขยแสนมหากัป ตั้งแต่นึกในใจ แล้วเปล่งวาจาว่าจะเป็นครู กระทั่งได้รับพุทธพยากรณ์ว่าจะได้เป็นพระบรมครูแน่ อย่างน้อยบารมีตั้งยี่สิบอสงไขยแสนมหากัป อย่างกลางสี่สิบอสงไขยแสนมหากัป อย่างมากแปดสิบอสงไขยแสนมหากัป สร้างบารมีมาเพื่อการนี้เลย ไม่ได้ปรารถนาเป็นประธานาธิบดี มหาเศรษฐี หรือพระเจ้าจักรพรรดิ
ย้ำว่าก่อนที่จะเข้าไปสอบต้องนึกว่าเราอยู่ในสืบสายวัฒนธรรมของพระบรมครู ต้องให้มีปีติใจตรงนี้ก่อน อย่าคิดว่าไม่รู้จะไปทำอะไรจึงเป็นครู แล้วอธิบายว่าครูคือผู้ให้แสงสว่าง เพราะมนุษย์มาเกิดเหมือนอยู่ในความมืด คนอยู่ในความมืดก็เดินหกล้มหกลุก สะดุ้งหวาดกลัว ทำอะไรไม่ค่อยถูก โดยเฉพาะเรื่องบาป บุญ คุณ โทษ ถูก ผิด ไม่เข้าใจเลย ครูจึงมาขจัดความมืดบอดในดวงใจของมวลมนุษยชาติ
ช่วงเพลงที่ร้องว่าวันนั้นฉันจะเป็นแสงสว่างให้แก่เธอ เพื่อขจัดความมืดในใจของเธอ
บอกว่าเกิดมาอาชีพแรกที่เราเจอคือครู ก่อนเพื่อนเลย เพราะได้พ่อได้แม่เป็นครูคนแรก จะเกิดเป็นอะไรก็ต้องเจอครู ครูจึงเป็นอาชีพที่ต้องปลื้มและภูมิใจ คิดให้ออกก่อนแล้วปมด้อยของความเป็นครูจะหายไป ตำรวจก็เจอครูของตำรวจ ทหารก็เจอครูของทหาร พระก็เจอครูพระ โยมก็เจอครูของโยม ตั้งแต่ในอากาศถึงในน้ำ นกก็เป็นครูสอนได้ อยู่บนยอดดอยอยากดำน้ำก็ยังมีครูสอนดำน้ำ แม้ขายก๋วยเตี๋ยวก็ต้องมีครู
บอกว่าพรุ่งนี้ให้เตรียมตัวให้ดี ข้อสอบบอกว่าปฏิรูปมนุษย์ ซึ่งแปลว่าเราจะต้องทำให้มนุษย์ที่มีอยู่แล้วสมบูรณ์ขึ้น จากคนไปเป็นมนุษย์ ให้มีใจที่สูงขึ้น เรื่องนี้ต้องศึกษาดูให้ดี พร้อมหยอกว่าคืนนี้คงนอนไม่ได้ต้องอ่านถึงสิบเอ็ดโมง และวันนี้จะเลิกรายการเร็วหน่อยเพื่อให้คุณครูผู้มีบุญที่จะมาสอบได้พักผ่อน
บอกว่าครูต้องรู้ก่อนว่าทั่วประเทศมีครูกี่คน จำนวนครูอาจารย์ทั่วประเทศมีทั้งหมด 643,836 คน แล้วย้ำว่านี่คือเลขที่ออก จะออกตัวเลขนี้เลยในวันพรุ่งนี้
ไล่สถิติโครงการตอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้าระดับครูอาจารย์ว่าจัดมาทั้งหมดหกครั้ง ครั้งที่หนึ่งสอบเมื่อ พ.ศ. 2543 มีครูเข้าร่วมสองพันคนเศษ ครั้งที่สอง 2544 สองพันเศษ ครั้งที่สาม 2545 สี่พันเศษ เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว ครั้งที่สี่ 2546 สองหมื่นห้าพันเจ็ดร้อยสี่สิบสาม ครั้งที่ห้าห้าหมื่นหกพันเศษ และครั้งที่หก 2548 ห้าหมื่นแปดพันเศษ เกือบสิบเปอร์เซ็นต์ของครูอาจารย์ทั่วประเทศ
พูดถึงรางวัลของโครงการว่ารางวัลชนะเลิศระดับประเทศจะได้รับโล่เกียรติยศจาก พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมเงินรางวัลและประกาศเกียรติคุณจากกระทรวงศึกษาธิการ ครูไม่ใหญ่ติงว่าเงินรางวัลน้อยเกินไป ควรตั้งสักล้านหนึ่ง โดยมีข้อแม้ว่าต้องมีผู้สอบถึงหกแสนคนตามเลข 643,836 รางวัลจะเป็นทุนการศึกษาให้ครู รางวัลที่หนึ่งล้านหนึ่ง ที่สองห้าแสน ที่สามสามแสน แต่ก็บอกว่าตัวเองไม่ได้เป็นคนให้เงิน พูดไปเรื่อย ๆ ได้
บอกว่าเป็นสัญญาณที่ดี เพราะครูคือพ่อพิมพ์แม่พิมพ์ของชาติ สำคัญที่บล็อกนี้ว่าจะปั๊มออกมาเป็นอย่างไร แต่การทำบล็อกต้องหลอมด้วยคำสอนของพระบรมครูผู้ประสบความสำเร็จในการเกิดมาเป็นมนุษย์ เอาชนะทุกข์ได้ ดับทุกข์ได้ เอาชนะกิเลสได้ ไปนิพพานได้ นั่นแหละเป็นต้นแบบที่ดี และเมื่อพ่อพิมพ์แม่พิมพ์มีหลักความรู้สมบูรณ์แล้วการถ่ายทอดก็จะสมบูรณ์ขึ้น เพราะครูต้องให้ทั้งวิทยาทานคือวิชาชีพ และธรรมทานคือวิชาชีวิตที่ปิดอบายไปสวรรค์ได้
สารคดีเล่าว่าปี พ.ศ. 2543 ชมรมพุทธศาสตร์สากลจัดการสอบตอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้าระดับครูอาจารย์ขึ้นเป็นครั้งแรก มีครูอาจารย์สนใจเข้าร่วมกว่าสองพันคน เป็นภาพที่สะท้อนความตื่นตัวในการศึกษาคุณธรรมเพื่อแก้ปัญหาสังคม หลังดำเนินโครงการมาสี่ปี ปัจจุบันมีผู้เข้าร่วมกว่าห้าหมื่นหกพันคน ได้รับการสนับสนุนจากนายกรัฐมนตรี คณะกรรมาธิการการศึกษา ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พร้อมอ่านสารของนายกรัฐมนตรี
สารคดีอธิบายว่าการสอบครั้งนี้จัดเป็นระบบทีม ทีมละสามคน ใช้หนังสือคู่มือคือคัมภีร์ปฏิรูปมนุษย์ ซึ่งเรียบเรียงจากพระธรรมเทศนาของพระภาวนาวิริยคุณ รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย มีเนื้อหาเป็นหลักธรรมจากพระไตรปิฎกในหัวข้อสิงคาลกสูตร ว่าด้วยเรื่องของทิศหกและสัมมาทิฏฐิ โดยแจกแจงความสำคัญของสัมมาทิฏฐิทั้งสิบประการ เพื่อเป็นแนวทางให้ครูอาจารย์อบรมทั้งตนเองและลูกศิษย์
สัมภาษณ์ครูที่บอกว่าเด็กส่วนมากมีพฤติกรรมค่อนข้างซน จึงแก้ไขด้วยการให้ดูเรื่องกรรมที่เขากระทำ ใครทำกรรมดีได้รับกรรมดี ใครทำกรรมชั่วได้รับกรรมชั่ว เน้นเรื่องศีลห้า แล้วเอา VCD รายการกฎแห่งกรรม เรื่องนรกสวรรค์มาให้เด็กดู เด็กกลัวเรื่องเปรตมาก จนให้คำสัญญากับครูว่าต่อไปจะเป็นเด็กดี ผู้ปกครองคนหนึ่งบอกว่าลูก ๆ ที่บ้านดูจานดาวธรรมกันทุกคน บางเรื่องดูแล้วไม่ต้องสอนลูกเพราะจานดาวธรรมสอนได้ พร้อมอวยพรให้ครูไม่ใหญ่สุขภาพแข็งแรง
บอกว่าชื่นใจในโครงการทางก้าวหน้าระดับครูอาจารย์ หวังว่าครูที่เหลืออีกหกแสนกว่าคนจากทั้งหมด 643,836 คนจะมาสอบกันบ้าง อยู่ว่าง ๆ ทำไม ถ้าอย่างนั้นจะขยับรางวัลขึ้นไปเลยเป็นทุนการศึกษา เพราะครูจำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายเยอะ ถ้าไม่สนับสนุนครูจะไปสนับสนุนใคร เพราะครูต้องถ่ายทอดความรู้ให้เยาวชนของชาติ ชาติจะรุ่งเรืองโลกจะเจริญก็ขึ้นอยู่กับครู แล้วบอกว่าไม่ควรอยู่แค่หลักแสน ต้องหลักล้าน และควรไปเอารางวัลระดับนานาชาติมาให้ครูด้วย
อ่านข้อความที่มีคนส่งมาว่าไทยหนุนไทย หนุนนายกไทย ทำไมจับผิดนายกกันจัง คุณงามความดีของท่านนายกก็มีมากมาย ร่วมกันจับถูกนายกไทยดีกว่า คนชาติอื่นเขาจะได้ไม่ขำพวกเรา เลิกจับผิดเริ่มจับถูกซึ่งกันและกัน สังคมไทยจะสุขสำราญเบิกบาน ลงชื่อว่าหนูน้อยพอเพียง ตีพิมพ์ในหนังสือสยามธุรกิจ ซึ่งครูไม่ใหญ่ชมว่าท่าดี
สรุปว่าพรุ่งนี้ครูก็จะได้สอบอย่างมีความสุข และมีการนั่งสมาธิด้วย จึงชวนให้มาศึกษาเรียนรู้หลักวิชากันก่อน
ช่วงเพลงยิ้มแล้วรวย ก่อนเข้าสู่กรณีศึกษาของสาวพม่า แล้วถามว่ายิ้มกันหรือยัง ยิ้มกันไปทั่วโลกหรือยัง ใครยิ้มแล้วขอให้รวย
เข้าสู่กรณีศึกษาของสาวพม่าที่สนใจเรื่องราวความจริงของชีวิตและอยากศึกษา เพราะตั้งแต่เกิดมาในประเทศของตนไม่เคยมีความรู้เรื่องเหล่านี้ ครูไม่ใหญ่ย้ำว่าเป็นความรู้สากลที่ทุกคนศึกษาเพิ่มเติมได้ แล้วนำจดหมายที่เขียนมาเป็นภาษาพม่าขึ้นจอ ชมว่าลายมือสวย แต่อ่านไม่ออก จึงให้ล่ามช่วยอ่านและแปล
ล่ามแปลจดหมายว่าลูกเป็นสาวพม่า จะสามารถสร้างเสาแก้วพันปีสามร้อยต้นได้ไหม ลูกอยู่ถึงประเทศพม่า เดินทางข้ามเขาลงห้วยมาหลายห้วยหลายเขาแล้ว อยากมาศึกษาธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อยากมาวัดพระธรรมกายจังเลย แต่สงสัยว่าทำไมผู้ที่อยู่ใกล้ ๆ วัดและอยู่เมืองไทยจึงไม่มาศึกษา เหมือนใกล้เกลือกินด่าง เหมือนทัพพีด้ามด้วนที่ตกลงอยู่ในหม้อแกง แช่อยู่ทุกวันแต่ไม่รู้คุณค่าของพระพุทธศาสนา
อ่านจดหมายอีกฉบับจากคนที่อยู่บ้านเดียวกัน ซึ่งเรียกว่าบ้านสหประชาชาติ เจ้าตัวเล่าว่ามาจากประเทศพม่าเพื่อมาทำงานในกรุงเทพ โชคดีที่ได้ทำงานอยู่กับครอบครัวธรรมกายในบ้านที่เรียกว่าบ้านมิตรภาพหรือบ้านสหประชาชาติ เพราะมีทั้งชาวพม่า ลาว ไทยอีสาน และเจ้าของบ้านเป็นคนไทย อยู่รวมกันด้วยความรักและมิตรภาพอันอบอุ่น ทำให้มีโอกาสไปวัดพระธรรมกายร่วมงานบุญใหญ่หลายครั้ง โดยเฉพาะการใส่บาตรตอนเช้าที่งดงามมีระเบียบ และอธิษฐานขอให้ได้สร้างบารมีกับหมู่คณะและครอบครัวนี้ตลอดไป
ผู้เขียนเป็นบุตรคนที่ห้าในจำนวนพี่น้องเก้าคน ปัจจุบันอายุย่างเข้า 25 ปี ครอบครัวเป็นเกษตรกร เป็นกะเหรี่ยงนับถือพุทธ ก่อนที่ผู้เขียนจะเกิด คุณแม่ฝันว่าไปถวายภัตตาหารพระอธิการวัดแห่งหนึ่ง หลวงพ่ออธิการนั้นมอบเด็กผู้หญิงคนหนึ่งให้แม่ แม่บอกว่าที่บ้านมีอยู่หลายคนแล้ว เด็กคนนี้จะอยู่ด้วยได้หรือ หลวงพ่อตอบว่าอยู่ได้ แต่เด็กคนนี้มีโรคเยอะไม่แข็งแรง ต้องรดน้ำมนต์ก่อน แม่จึงรับน้ำมนต์มารดบนหัวเด็กคนนั้น หลังจากนั้นแม่ก็ตั้งท้องผู้เขียน
แรกคลอดสามวันแรกผู้เขียนร้องไห้ตลอดเวลา ใครถูกตัวไม่ได้เลยเพราะเนื้อช้ำ ผิวบาง ตามตัวมีแผลพุพองคล้ายโดนความร้อน ต้องนอนบนใบตอง ใคร ๆ คิดว่าต้องตายแน่ แม่ลองเอาแป้งดินสอพองทาให้ ปรากฏว่าแผลค่อย ๆ หายไปภายในสองสามวันเท่านั้น ไม่ต้องฉีดยาเลย ต่อมาตัวขาวน่ารัก ใคร ๆ จึงเรียกว่านะเขยี ซึ่งล่ามแปลว่าสวย
พออายุได้หนึ่งขวบเศษเริ่มหัดพูด แต่เรียกแม่ด้วยคำว่าโต้ ซึ่งเป็นภาษาของอีกหมู่บ้านหนึ่งที่คนละภาษากัน ทั้งที่ในบ้านทุกคนเรียกแม่ว่าเมี๊ยะ พออายุประมาณสองขวบก็ทักทายเรียกชื่อคนแปลกหน้าจากหมู่บ้านอื่นและคุยภาษาของหมู่บ้านนั้นได้ถูกด้วย จนวันหนึ่งได้พบผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเป็นชาวหมู่บ้านนั้น ผู้เขียนรู้จักเขาทั้งที่ไม่เคยเจอกันมาก่อน เขาจึงแปลกใจว่าเด็กสองขวบจากอีกหมู่บ้านคุยกันรู้เรื่องได้อย่างไร
ชายคนนั้นลองเรียกผู้เขียนด้วยชื่อว่าถูวอ เมื่อได้ยินคำนี้ผู้เขียนซึ่งอายุสองขวบก็ร้องไห้ทันที ไม่อยากได้ยินชื่อนี้แล้วก็ป่วยทันที เพราะถูวอคือชื่อลูกของลุงกับป้าที่ตายไปแล้ว ต่อมาชายคนนั้นจึงพาลุงและป้าสองสามีภรรยาซึ่งเป็นญาติของเขามาดู แล้วชวนคุยจนมั่นใจว่าผู้เขียนคือถูวอมาเกิดใหม่ เป็นลูกของลุงและป้า และเป็นหลานของผู้ชายคนนั้น
ผู้เขียนบอกเรื่องในอดีตได้ว่าเมื่อถูวอป่วยถูกส่งไปรักษาตัวกับหมอผี โดยวิธีทรมานจนขาดใจตาย ถูวอขอร้องพ่อแม่ว่าจะกลับไปบ้านขอตายที่บ้าน แต่พ่อแม่ก็ทิ้งไว้ให้หมอผีรักษาด้วยวิธีไสยศาสตร์ซึ่งทำให้คนไข้ตายมาแล้วไม่ต่ำกว่าสามสิบราย รวมทั้งถูวอด้วย ความทรงจำนี้ทำให้แม้อยู่สองขวบก็ฝังใจเกลียดลุงป้าทั้งสองคนมาก พอมาหาก็ป่วยทันที ไม่ยอมรับว่าเคยเป็นพ่อแม่กัน ลุงกับป้าใช้ความพยายามนานถึงสิบปีจนผู้เขียนยอมเรียกเขาว่าพ่อกับแม่ แต่ในใจก็ยังโกรธไม่หาย
เมื่ออายุเจ็ดขวบผู้เขียนเคยขอแม่บวชชีแต่คุณแม่ไม่อนุญาต ครั้งหนึ่งมีผู้ชายมีครอบครัวคนหนึ่งเดินทางไปตามหมู่บ้านคนยากจนเพื่อหาคนให้ตัดหัวไปแลกเงินจากรัฐบาล โดยมีข้อแม้ว่าคนที่จะถูกตัดหัวต้องยินยอมและห้ามร้องไห้ ถ้าเขาหาไม่ได้เขาจะต้องเสียหัวของตัวเองแทนให้รัฐบาล เขาไปทุกหมู่บ้านก็ไม่มีใครยอม แล้วมาคุยในบ้านของผู้เขียน ผู้เขียนได้ยินก็คิดว่าถ้าเขาไม่ได้หัวใครไปแล้วใครจะดูแลลูกเมียเขา จึงอยากได้บุญ ขอร้องคุณแม่ให้เขามาตัดหัวลูกเอาไปเลย แต่แม่ไม่ยอม
ในจำนวนพี่น้องเก้าคนผู้เขียนเรียนสูงที่สุดจนอายุย่าง 20 ปี แต่พ่อแม่ส่งไม่ไหวเพราะโรงเรียนอยู่สูงขึ้นเขาไปเรื่อย ๆ จึงต้องมาทำงานที่กรุงเทพ ต้องเดินทางจากบ้านโดยรถสองแถวผ่านภูเขาสามสิบสองลูก บนถนนลูกรังซึ่งมีเลนเดียว รถวิ่งได้ครั้งละหนึ่งคัน ไม่สามารถสวนทางหรือหลบได้เลย ด้านข้างเป็นเหวลึกตลอดทาง คนขับต้องรู้เวลาการออกรถของทางตรงข้าม ถ้าผิดคิวก็ต้องถอยหลังกลับเพราะกลับรถไม่ได้ ถ้าพลาดคือตายหมด
ผู้เขียนมีเสื้อผ้าติดตัวมาชุดเดียวคือชุดที่ใส่อยู่กับรองเท้าเท่านั้น ต้องนอนรอที่ชายแดนหลายวันจนกว่ารถจะขนคนมาสมทบได้ตามจำนวนที่ต้องการจึงออกเดินทาง กว่าจะถึงกรุงเทพต้องแวะพักอีกหลายจุด ต่อรถอีกหลายครั้ง ต้องเดินเท้าเข้าป่าข้ามเขาหลายวันหลายคืน อดหลับอดนอนและไม่มีอาหารตกถึงท้องเลย เหนื่อยและหิวมาก แต่ยังหวังว่าคงมีสักวันที่จะไปถึงกรุงเทพให้ได้ จึงนึกถึงบทเพลง
ช่วงเพลงที่ร้องว่าอย่าใจท้อ ขอให้จงอดทนบนทางที่เดินไป เหนื่อยเพียงไหนไม่กลัวสิ่งใด ก้าวไปให้มั่นคง แล้วจะมีสักวัน
ผู้เขียนเล่าว่าถ้าพูดฟังภาษาไทยได้จะได้ค่าจ้างสามพันบาท รออยู่สองวันก็ได้งานที่บ้านชาวจีน ถนนสาธุประดิษฐ์ อยู่ได้สิบเดือนไม่มีความสุขเลยจึงลาออกไปหางานใหม่ ไปพักที่โรงงานน้องชายแถวปากเกร็ด แล้วโชคดีมีเพื่อนโทรมาบอกว่าหลังบ้านที่เขาอยู่ต้องการพี่เลี้ยงสองคน ครอบครัวนี้มีสามคนคือพ่อ แม่ และลูกชายวัยสี่ขวบกว่า พอเห็นลูกชายเจ้าของบ้านครั้งแรกก็รู้สึกรักและผูกพัน จึงได้อยู่กับครอบครัวนี้มาหลายปี
ผู้เขียนเป็นคนขี้น้อยใจและฟังภาษาไทยไม่เก่ง จึงเข้าใจผิดกันบ่อย ๆ ทำให้ต้องหนีออกจากบ้านนี้หลายครั้ง แต่ไปทีไรก็คิดถึง ต้องโทรกลับมาให้พี่เขาไปรับกลับ ซึ่งพี่เขาก็ไปรับทุกครั้งไม่ว่าไกลแค่ไหน เพิ่งได้กลับมาอยู่กับครอบครัวนี้เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2548 ช่วงที่หนีไปนั้นพบเหตุการณ์ที่เสียใจมาก คือพี่ชายคนที่สามประสบอุบัติเหตุตั้งแต่ 27 กันยายน 2547 และเสียชีวิตอีกสามวันต่อมา เจ้านายพี่ชายเป็นเจ้าภาพสวดศพให้หนึ่งคืน เจ้านายของผู้เขียนอีกหนึ่งคืน เผาวันที่ 2 ตุลาคม 2547 มีเหตุร้ายอีกหลายอย่างจึงคิดว่าบุญของลูกคงจะหมด
ช่วงเพลงคั่นที่ร้องถึงความคิดถึง ต่อจากที่ผู้เขียนเล่าว่าเมื่อประสบความทุกข์ใจก็จะคิดถึงครอบครัวผู้มีบุญนี้ เพราะมีเพียงครอบครัวเดียวที่พาลูกมาวัดพระธรรมกาย ได้มาร่วมบุญบ่อย ๆ และปล่อยปลาเป็นประจำ
ผู้เขียนอยากให้เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ เป็นแสน ๆ คนได้มาเข้าวัด ครูไม่ใหญ่จึงชวนไล่ชื่อชาติต่าง ๆ ที่มาอยู่ร่วมกันในบ้านนานาชาติ ทั้งนอร์เวย์ เยอรมัน อิตาลี สเปน อังกฤษ อเมริกา ฟินแลนด์ ญี่ปุ่น จีน ลาว และอีกหลายชาติ
ผู้เขียนตั้งใจถือศีลแปดทุกวันพระ วันที่ 28 สิงหาคม 2548 ขณะเดินอยู่ในสภาธรรมกายสากลมีป้าคนหนึ่งซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่อาสาสมัครของวัดมาชวนไปเป็นอาสาสมัคร โดยไม่สนใจเลยว่าลูกพูดไม่ชัดหรือเป็นแรงงานต่างด้าว จึงขออนุญาตเจ้านายไป และได้ไปฟังพระอาจารย์เทศน์สอนซึ่งบอกว่าลูกเป็นเจ้าของวัด คำนี้ทำให้ภูมิใจมาก ลำบากมาตั้งนาน อยู่ ๆ ก็ได้รับเกียรติเป็นเจ้าของบ้านหลังใหญ่ ต่อจากนี้ไม่มีใครดูถูกลูกแล้ว และตั้งใจจะเป็นกัลยาณมิตรชวนเพื่อนชาวพม่าหลายแสนคนมาวัดในปี 2550
อ่านคำถามชุดแรกว่าลูกทำกรรมอะไรมาจึงต้องป่วยเป็นแผลพุพองตั้งแต่แรกเกิดและหายด้วยวิธีง่าย ๆ ทำไมลูกจึงจำอดีตชาติได้แต่พอโตขึ้นก็ลืมหมด ทำไมป่วยทุกครั้งที่พูดเรื่องในอดีตจนคุณแม่ไม่ยอมให้พูดถึงลุงป้า ลุงป้ามีอดีตชาติเกี่ยวพันกับลูกอย่างไร ลูกเคยเกิดเป็นลูกสาวของเขาจริงหรือไม่ ลุงที่บอกว่าลูกเป็นลูกสาวเขามาเกิดได้ละโลกไปแล้วตอนนี้อยู่ที่ไหน รับบุญได้หรือไม่ ทำไมลูกอยากบวชชีตั้งแต่เด็ก ที่คิดจะให้คนมาตัดหัวเป็นเพราะกรรมใด และพี่ชายคนที่สามที่เสียชีวิตที่กรุงเทพเสียชีวิตเพราะสาเหตุใด ใครเป็นคนทำ
อ่านคำถามชุดที่สองว่าทำไมลูกต้องเดินทางจากบ้านมาด้วยความยากลำบากกว่าจะได้มาพบหมู่คณะ เคยร่วมบุญกับครอบครัวนี้มาอย่างไร ทำไมต้องน้อยใจหนีออกจากบ้านถึงสามครั้ง ทำไมนั่งสมาธิแล้วเป็นไปตามใจนึกสบาย ๆ รู้สึกคุ้นเคยมาก่อน ทำไมเคยฝันเห็นหลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญเหาะมาบนท้องฟ้าเพื่อมาร่วมงานที่มีคนแต่งชุดขาวใส่เครื่องประดับเต็มตัว ส่วนลูกไม่มีเครื่องประดับจึงเข้าร่วมงานไม่ได้ ทำไมป้าเจ้าหน้าที่ของวัดจึงมาชวนลูกเป็นอาสาสมัครและดีกับลูกมาก และมีเพื่อนชายอายุ 28 ปี รู้จักกันสิบปี ขอแต่งงานหลายครั้งแต่ลูกปฏิเสธ เขายังรออยู่ ควรตัดสินใจอย่างไร
ตอบว่าแผลพุพองแต่แรกเกิดมาจากวจีกรรมในอดีตตอนที่เป็นเด็ก ได้ไปล้อเลียนเพื่อนที่ผิวหนังพุพองจนเขาเกิดความอาย อีกทั้งยังแกล้งเอาหมามุ้ยไปใส่เสื้อเพื่อนเด็กคนนั้นจนอาการเขากำเริบหนัก แต่ตอนหลังสำนึกผิดแล้วไปขอโทษเขา กรรมนี้จึงหมดไปและหายได้ง่าย
ตอบว่าตอนเล็ก ๆ ระลึกชาติได้แต่โตขึ้นลืมหมด เพราะเป็นการตายปุ๊บมาเกิดปั๊บ คือพอตายก็เข้าท้องเลย จึงไม่มีช่องว่างของเวลามาคั่นระหว่างภพ ทำให้ความทรงจำเก่าหรือสัญญาเก่าติดมาและจำเรื่องราวได้ แต่เป็นเพียงช่วงสั้น ๆ เท่านั้น และตอนป่วยมักพูดเรื่องอดีตเพราะการป่วยทำให้สัญญาความทรงจำเก่าย้อนกลับมาอีก คุณแม่ถือว่าไม่เป็นมงคลจึงไม่ให้พูดถึง เพราะพูดเรื่องการป่วยการตายแม่ไม่อยากได้ยิน
ตอบว่าลุงป้าสองท่านที่มาจากอีกหมู่บ้านคืออดีตพ่อแม่ของลูกจริง ๆ ตอนตายจากถูวอก็มาเกิดใหม่ทันทีโดยไม่ได้วนเวียนอยู่ก่อน จึงจำเรื่องราวในอดีตได้ และลูกก็คือลูกสาวของท่านจริง ส่วนลุงที่เคยบอกว่าลูกเป็นลูกสาวมาเกิดนั้นตายแล้วไปเป็นบริวารของภุมเทวาสายวิทยาธร เพราะใจผูกกับเรื่องเจ้าทรงผีสิง ตอนนี้อยู่ตามซอกเขาเก่าและต้องทำตามคำสั่งของวิญญาณที่เขาใช้ให้ทำ ได้รับบุญที่อุทิศไปให้ก็มีสภาพดีขึ้นกว่าเดิมหน่อยหนึ่งเพราะบุญยังไม่มากพอ
ตอบว่าลุงท่านเห็นทุกข์โทษเกี่ยวกับสิ่งที่ไม่ใช่ที่พึ่งที่แท้จริงและช่วยอะไรท่านไม่ได้ ที่เมื่อเป็นมนุษย์ท่านเชื่อถือ แต่กลับต้องมาเป็นบริวารเขาอีก ดังนั้นให้ลูกทำบุญอุทิศไปให้ท่านอีก ทำบุญเยอะ ๆ และอธิษฐานจิตให้ท่านไปเกิดในครอบครัวที่เป็นบัณฑิตนักปราชญ์ ในตระกูลดี ๆ ที่เกื้อหนุนการสร้างบารมีของลูกในภพชาติต่อไป และย้ำว่าต้องอธิษฐานซ้ำ ๆ บ่อย ๆ เพราะทำทีเดียวแล้วอธิษฐานผังยังไม่แน่น
ตอบว่าลูกอยากบวชชีตั้งแต่เด็กเพราะในอดีตชาติไกล ๆ หลายพุทธันดรมาแล้ว ลูกเคยบวชเณร ต่อมาเป็นพระ แล้วตอนหลังลาสิกขา ได้พลัดพรากจากหมู่คณะมานาน การพลัดพรากจากหมู่คณะทำให้ประสบทุกข์ จนชาติหลัง ๆ เข็ดในทุกข์ของการครองเรือน จึงตั้งความปรารถนาว่าชาติต่อไปไม่เอาชีวิตการครองเรือนอีกแล้ว อยากจะบวชมาก ๆ สัญญาในใจนี้ติดมาจึงทำให้คิดอยากบวชชีอย่างนั้น
ตอบว่าที่ลูกคิดอยากให้คนมาตัดหัวไป เพราะชาติหลัง ๆ ที่พลัดพรากจากหมู่คณะ มีอยู่ชาติหนึ่งได้ไปสร้างกรรมตัดคอแพะเพราะเอามาปรุงอาหาร กรรมนั้นมาได้ช่องจึงดลใจให้คิดอย่างนั้น แต่บุญหล่อเลี้ยงเอาไว้ ปัจจุบันเป็นแค่เศษกรรมแล้วจึงไม่มีโอกาสให้เขาตัดหัว ส่วนพี่ชายคนที่สามที่เสียชีวิตที่กรุงเทพเป็นเพราะวิบากกรรมทั้งในอดีตและปัจจุบัน เคยฆ่าสัตว์และตัดชีวิตสัตว์ จึงส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุ ตายแล้ววนเวียนอยู่ระยะหนึ่งจึงไปเกิดใหม่เป็นมนุษย์แล้ว ยังรับบุญไม่ได้และไม่มีข้อความฝากมา
ตอบว่าที่ลูกต้องเดินทางมาด้วยความยากลำบากกว่าจะได้มาพบหมู่คณะ เพราะในอดีตทำทานมาน้อยและมีทิฏฐิมานะมาก ตั้งแต่ในชาติที่บวชเป็นเณรและพระอยู่กับหมู่คณะ ได้ดื้อกับพระอาจารย์และพระพี่เลี้ยง แล้วก็หนีสึกออกไป ความดื้อจึงทำให้ไปเกิดในถิ่นทุรกันดาร และการทำทานมาน้อยก็ทำให้ยากลำบาก
ตอบว่าในอดีตสมัยชาติที่บวชเป็นเณรและพระกับหมู่คณะแล้วลาสิกขาออกมา ลูกเคยเป็นลูกชายของครอบครัวผู้มีบุญนี้ เมื่อลาสิกขาออกมาแล้วก็มาอยู่ที่บ้าน มักจะถูกตำหนิบ่อย ๆ ทำอะไรก็ไม่ถูก จึงเกิดความน้อยใจ พอน้อยใจก็หนีไป หนีไปแล้วก็กลับมา หนี หนี กลับ ๆ อย่างนี้หลายรอบ จึงทำให้ผังนี้ติดตัวมา ชาตินี้ก็หนีแล้วกลับเหมือนกัน และผังเก่านี้ทำให้หลุดออกจากหมู่คณะในชาติต่อ ๆ มา ชีวิตลำบากสะบักสะบอมมากจึงจะมาเจอหมู่คณะอีก
ตอบว่าครั้งนี้ลูกกลับมาอยู่ครอบครัวผู้มีบุญอีกครั้งด้วยหัวใจที่ต้องการบุญ นึกถึงวัดพระธรรมกาย และหัดนั่งสมาธิตามเสียงหลวงพ่อผ่านจานดาวธรรม รู้สึกว่าการนั่งสมาธิไม่ยากและคุ้นเคยมาก่อน เพราะบุญเก่าที่เคยสร้างกับหมู่คณะในชาติที่บวชเป็นเณรและพระนั้นกลับมาส่งผล ทำให้ได้คิดและเข็ดกับชีวิตในสังสารวัฏ
ตอบว่าที่ลูกเคยฝันเห็นพระเดชพระคุณหลวงปู่เหาะมาบนท้องฟ้าทั้งที่ไม่รู้จักท่าน กระทั่งมาเห็นรูปท่านในปฏิทินของวัดพระธรรมกาย เพราะลูกเคยสร้างบารมีในสายวิชชาธรรมกายของพระเดชพระคุณหลวงปู่มาในอดีต จึงบันดาลให้ฝันไปอย่างนั้นเพื่อจูงให้มาสร้างบารมีกับหมู่คณะอีก และป้าเจ้าหน้าที่ของวัดที่ชวนลูกมาเป็นอาสาสมัคร รวมทั้งพระอาจารย์และทีมงานทุกคน เคยเป็นกัลยาณมิตรให้ลูกในชาติที่ลูกเป็นเณรและพระ แต่ลูกเป็นคนดื้อและน้อยใจเก่ง บุญเก่าที่ทำร่วมกันจึงบันดาลให้มาเจอกันและสร้างบุญร่วมกันอีก
ตอบว่าเพื่อนชายที่รู้จักกันสิบปีและขอแต่งงานแต่ลูกปฏิเสธนั้น เขายังรอเพราะเคยเป็นคู่ครองกันมา แต่ก็ไม่ได้มีความสุขจากการครองเรือนเลย ดังที่ลูกเคยเข็ดแล้ว จึงอย่าถอยหลังกลับไป ให้เดินหน้าสร้างบารมีต่อไปเพราะชีวิตมนุษย์สั้นนิดเดียว ส่วนคุณพ่อคุณแม่แท้ ๆ และพี่น้องเก้าคนรวมทั้งตัวลูกมีบุญกรรมใกล้เคียงกัน ดื้อและมีทิฏฐิมานะคล้าย ๆ กัน แต่ไม่ได้ทำกรรมมาด้วยกัน ต่างคนต่างทำ แล้วกรรมคล้ายกันก็ดึงดูดมาเกิดร่วมกัน ที่เกิดไกลจากวัดพระธรรมกายเพราะทำทานมาน้อยและดื้อมาก มีทิฏฐิมานะสูงจัด
ตอบปิดท้ายว่าถ้าลูกไม่อยากไปเกิดในที่กันดารและพลัดจากหมู่คณะ ก็อย่าเป็นคนดื้อ อย่ามีทิฏฐิมานะที่จัด ให้พยายามแก้ไขปรับปรุงตัวเองให้ดี ไม่เป็นคนคิดน้อยใจ ให้เป็นคนว่าง่าย ทำความดีง่าย ถ้าลูกเป็นคนเก่งและดี ไม่คิดน้อยใจ ก็จะได้สร้างบารมีกับครอบครัวธรรมกายนี้ไปได้นาน ชาตินี้มาเจอกันแล้วก็ให้ตั้งใจสร้างบารมีให้เต็มที่ในทุกบุญ แล้วอธิษฐานจิตตามที่แนะไว้ จะได้ไม่พลัดพรากกันอีก
ท่องบทประจำวันว่าสิ่งที่ต้องสั่งสมคือบุญกุศล สิ่งที่ต้องแสวงหาคือพระรัตนตรัยภายใน เป้าหมายชีวิตคือที่สุดแห่งธรรม ที่พักระหว่างทางคือดุสิตบุรี วงบุญพิเศษ เขตบรมโพธิสัตว์
อ่านรายชื่อเจ้าภาพที่ร่วมบุญเร่งเสาแก้วพันปีสามร้อยต้น โดยแจ้งยอดทำบุญของแต่ละท่านและครอบครัว ตั้งแต่สองร้อยบาทถึงสามร้อยสามสิบสามบาทต่อสามร้อยต้น มีทั้งกัลยาณมิตรรายบุคคล ครอบครัว พระภิกษุ และทีมงานกลุ่มต่าง ๆ
แจ้งว่าวันนี้ครูไม่ใหญ่ปล่อยปลาช่อนไข่สองร้อยห้าตัว ปลาดุกเจ็ดร้อยยี่สิบตัว และกบสองร้อยตัว และทำกฐินลอยวันเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งกอง เป็นกองที่สามสิบสาม แล้วอนุโมทนาให้ผลบุญเกิดโดยเร็ว โดยแรง โดยรวด โดยร้อน โดยทุกวัน โดยอัศจรรย์ ให้เข้าถึงพระธรรมกาย และแบ่งบุญนี้ให้กับนักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาทุกบ้านทุกคนทั่วโลก
ท่องคำขวัญว่าพุทธบุตรต้องเป็นหนึ่งเดียวกันเหมือนดวงตะวันที่มีดวงเดียว พุทธบริษัทสี่ต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน เรื่องส่วนตัวให้วางอุเบกขา เรื่องพระศาสนาให้เอาอุเบกขาวาง จิตสดใสเมื่อใจสิ้นระแวง และธรรมกายคือพระในตัวคุณ แล้วชวนพร้อมใจกันสวดสรรเสริญคุณของพระรัตนตรัย โดยหันลำโพงไปทางภาคใต้ของผืนแผ่นดินไทยและสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้