-
5:41
เกริ่นนำกรณีศึกษาวันนี้: กว่าจะมาสร้างบารมีได้ ของสาวพม่า
บอกว่าวันนี้มีเรื่องราวกรณีศึกษาที่จะทำให้เข้าใจกฎแห่งกรรมดีขึ้น ชื่อเรื่องว่ากว่าจะมาสร้างบารมีได้ เป็นเรื่องของสาวชาวพม่าที่มาทำงานอยู่ในเมืองไทย และวันนี้ยังมีมินิซีรีส์เรื่องผู้ที่รวยปุ๊บปั๊บต่ออีกตอนหนึ่ง
-
59:16
เข้ากรณีศึกษาสาวพม่า: ส่งจดหมายมาเป็นภาษาพม่า
เข้าสู่กรณีศึกษาของสาวพม่าที่สนใจเรื่องราวความจริงของชีวิตและอยากศึกษา เพราะตั้งแต่เกิดมาในประเทศของตนไม่เคยมีความรู้เรื่องเหล่านี้ ครูไม่ใหญ่ย้ำว่าเป็นความรู้สากลที่ทุกคนศึกษาเพิ่มเติมได้ แล้วนำจดหมายที่เขียนมาเป็นภาษาพม่าขึ้นจอ ชมว่าลายมือสวย แต่อ่านไม่ออก จึงให้ล่ามช่วยอ่านและแปล
-
1:00:52
คำถามในจดหมาย: สาวพม่าจะสร้างเสาแก้วพันปีได้ไหม เหมือนใกล้เกลือกินด่าง
ล่ามแปลจดหมายว่าลูกเป็นสาวพม่า จะสามารถสร้างเสาแก้วพันปีสามร้อยต้นได้ไหม ลูกอยู่ถึงประเทศพม่า เดินทางข้ามเขาลงห้วยมาหลายห้วยหลายเขาแล้ว อยากมาศึกษาธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อยากมาวัดพระธรรมกายจังเลย แต่สงสัยว่าทำไมผู้ที่อยู่ใกล้ ๆ วัดและอยู่เมืองไทยจึงไม่มาศึกษา เหมือนใกล้เกลือกินด่าง เหมือนทัพพีด้ามด้วนที่ตกลงอยู่ในหม้อแกง แช่อยู่ทุกวันแต่ไม่รู้คุณค่าของพระพุทธศาสนา
-
1:02:06
จดหมายฉบับสอง: บ้านมิตรภาพหรือบ้านสหประชาชาติที่มีพม่า ลาว ไทยอีสาน
อ่านจดหมายอีกฉบับจากคนที่อยู่บ้านเดียวกัน ซึ่งเรียกว่าบ้านสหประชาชาติ เจ้าตัวเล่าว่ามาจากประเทศพม่าเพื่อมาทำงานในกรุงเทพ โชคดีที่ได้ทำงานอยู่กับครอบครัวธรรมกายในบ้านที่เรียกว่าบ้านมิตรภาพหรือบ้านสหประชาชาติ เพราะมีทั้งชาวพม่า ลาว ไทยอีสาน และเจ้าของบ้านเป็นคนไทย อยู่รวมกันด้วยความรักและมิตรภาพอันอบอุ่น ทำให้มีโอกาสไปวัดพระธรรมกายร่วมงานบุญใหญ่หลายครั้ง โดยเฉพาะการใส่บาตรตอนเช้าที่งดงามมีระเบียบ และอธิษฐานขอให้ได้สร้างบารมีกับหมู่คณะและครอบครัวนี้ตลอดไป
-
1:04:38
ประวัติ: บุตรคนที่ห้าจากพี่น้องเก้าคน ครอบครัวกะเหรี่ยงนับถือพุทธ
ผู้เขียนเป็นบุตรคนที่ห้าในจำนวนพี่น้องเก้าคน ปัจจุบันอายุย่างเข้า 25 ปี ครอบครัวเป็นเกษตรกร เป็นกะเหรี่ยงนับถือพุทธ ก่อนที่ผู้เขียนจะเกิด คุณแม่ฝันว่าไปถวายภัตตาหารพระอธิการวัดแห่งหนึ่ง หลวงพ่ออธิการนั้นมอบเด็กผู้หญิงคนหนึ่งให้แม่ แม่บอกว่าที่บ้านมีอยู่หลายคนแล้ว เด็กคนนี้จะอยู่ด้วยได้หรือ หลวงพ่อตอบว่าอยู่ได้ แต่เด็กคนนี้มีโรคเยอะไม่แข็งแรง ต้องรดน้ำมนต์ก่อน แม่จึงรับน้ำมนต์มารดบนหัวเด็กคนนั้น หลังจากนั้นแม่ก็ตั้งท้องผู้เขียน
-
1:05:56
แรกเกิดมีแผลพุพองต้องนอนบนใบตอง หายด้วยแป้งดินสอพอง ได้ชื่อว่านะเขยี
แรกคลอดสามวันแรกผู้เขียนร้องไห้ตลอดเวลา ใครถูกตัวไม่ได้เลยเพราะเนื้อช้ำ ผิวบาง ตามตัวมีแผลพุพองคล้ายโดนความร้อน ต้องนอนบนใบตอง ใคร ๆ คิดว่าต้องตายแน่ แม่ลองเอาแป้งดินสอพองทาให้ ปรากฏว่าแผลค่อย ๆ หายไปภายในสองสามวันเท่านั้น ไม่ต้องฉีดยาเลย ต่อมาตัวขาวน่ารัก ใคร ๆ จึงเรียกว่านะเขยี ซึ่งล่ามแปลว่าสวย
-
1:10:04
หนึ่งขวบเรียกแม่ด้วยภาษาหมู่บ้านอื่น สองขวบคุยกับคนแปลกหน้าได้
พออายุได้หนึ่งขวบเศษเริ่มหัดพูด แต่เรียกแม่ด้วยคำว่าโต้ ซึ่งเป็นภาษาของอีกหมู่บ้านหนึ่งที่คนละภาษากัน ทั้งที่ในบ้านทุกคนเรียกแม่ว่าเมี๊ยะ พออายุประมาณสองขวบก็ทักทายเรียกชื่อคนแปลกหน้าจากหมู่บ้านอื่นและคุยภาษาของหมู่บ้านนั้นได้ถูกด้วย จนวันหนึ่งได้พบผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเป็นชาวหมู่บ้านนั้น ผู้เขียนรู้จักเขาทั้งที่ไม่เคยเจอกันมาก่อน เขาจึงแปลกใจว่าเด็กสองขวบจากอีกหมู่บ้านคุยกันรู้เรื่องได้อย่างไร
-
1:11:55
ถูกเรียกว่าถูวอก็ร้องไห้และป่วยทันที ลุงป้ายืนยันว่าเป็นลูกสาวมาเกิด
ชายคนนั้นลองเรียกผู้เขียนด้วยชื่อว่าถูวอ เมื่อได้ยินคำนี้ผู้เขียนซึ่งอายุสองขวบก็ร้องไห้ทันที ไม่อยากได้ยินชื่อนี้แล้วก็ป่วยทันที เพราะถูวอคือชื่อลูกของลุงกับป้าที่ตายไปแล้ว ต่อมาชายคนนั้นจึงพาลุงและป้าสองสามีภรรยาซึ่งเป็นญาติของเขามาดู แล้วชวนคุยจนมั่นใจว่าผู้เขียนคือถูวอมาเกิดใหม่ เป็นลูกของลุงและป้า และเป็นหลานของผู้ชายคนนั้น
-
1:13:22
ถูวอตายเพราะหมอผีทรมานรักษา จนเกลียดลุงป้าถึงสิบปี
ผู้เขียนบอกเรื่องในอดีตได้ว่าเมื่อถูวอป่วยถูกส่งไปรักษาตัวกับหมอผี โดยวิธีทรมานจนขาดใจตาย ถูวอขอร้องพ่อแม่ว่าจะกลับไปบ้านขอตายที่บ้าน แต่พ่อแม่ก็ทิ้งไว้ให้หมอผีรักษาด้วยวิธีไสยศาสตร์ซึ่งทำให้คนไข้ตายมาแล้วไม่ต่ำกว่าสามสิบราย รวมทั้งถูวอด้วย ความทรงจำนี้ทำให้แม้อยู่สองขวบก็ฝังใจเกลียดลุงป้าทั้งสองคนมาก พอมาหาก็ป่วยทันที ไม่ยอมรับว่าเคยเป็นพ่อแม่กัน ลุงกับป้าใช้ความพยายามนานถึงสิบปีจนผู้เขียนยอมเรียกเขาว่าพ่อกับแม่ แต่ในใจก็ยังโกรธไม่หาย
-
1:15:06
เจ็ดขวบขอบวชชี และขอให้คนมาตัดหัวไปแลกเงินรัฐบาล
เมื่ออายุเจ็ดขวบผู้เขียนเคยขอแม่บวชชีแต่คุณแม่ไม่อนุญาต ครั้งหนึ่งมีผู้ชายมีครอบครัวคนหนึ่งเดินทางไปตามหมู่บ้านคนยากจนเพื่อหาคนให้ตัดหัวไปแลกเงินจากรัฐบาล โดยมีข้อแม้ว่าคนที่จะถูกตัดหัวต้องยินยอมและห้ามร้องไห้ ถ้าเขาหาไม่ได้เขาจะต้องเสียหัวของตัวเองแทนให้รัฐบาล เขาไปทุกหมู่บ้านก็ไม่มีใครยอม แล้วมาคุยในบ้านของผู้เขียน ผู้เขียนได้ยินก็คิดว่าถ้าเขาไม่ได้หัวใครไปแล้วใครจะดูแลลูกเมียเขา จึงอยากได้บุญ ขอร้องคุณแม่ให้เขามาตัดหัวลูกเอาไปเลย แต่แม่ไม่ยอม
-
1:17:09
เดินทางมากรุงเทพ ผ่านภูเขาสามสิบสองลูกบนถนนเลนเดียว
ในจำนวนพี่น้องเก้าคนผู้เขียนเรียนสูงที่สุดจนอายุย่าง 20 ปี แต่พ่อแม่ส่งไม่ไหวเพราะโรงเรียนอยู่สูงขึ้นเขาไปเรื่อย ๆ จึงต้องมาทำงานที่กรุงเทพ ต้องเดินทางจากบ้านโดยรถสองแถวผ่านภูเขาสามสิบสองลูก บนถนนลูกรังซึ่งมีเลนเดียว รถวิ่งได้ครั้งละหนึ่งคัน ไม่สามารถสวนทางหรือหลบได้เลย ด้านข้างเป็นเหวลึกตลอดทาง คนขับต้องรู้เวลาการออกรถของทางตรงข้าม ถ้าผิดคิวก็ต้องถอยหลังกลับเพราะกลับรถไม่ได้ ถ้าพลาดคือตายหมด
-
1:19:00
อดหลับอดนอนอดอาหารหลายวัน แต่ยังหวังว่าจะถึงกรุงเทพ
ผู้เขียนมีเสื้อผ้าติดตัวมาชุดเดียวคือชุดที่ใส่อยู่กับรองเท้าเท่านั้น ต้องนอนรอที่ชายแดนหลายวันจนกว่ารถจะขนคนมาสมทบได้ตามจำนวนที่ต้องการจึงออกเดินทาง กว่าจะถึงกรุงเทพต้องแวะพักอีกหลายจุด ต่อรถอีกหลายครั้ง ต้องเดินเท้าเข้าป่าข้ามเขาหลายวันหลายคืน อดหลับอดนอนและไม่มีอาหารตกถึงท้องเลย เหนื่อยและหิวมาก แต่ยังหวังว่าคงมีสักวันที่จะไปถึงกรุงเทพให้ได้ จึงนึกถึงบทเพลง
-
1:22:05
ได้งานบ้านชาวจีนถนนสาธุประดิษฐ์ แล้วมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กสี่ขวบ
ผู้เขียนเล่าว่าถ้าพูดฟังภาษาไทยได้จะได้ค่าจ้างสามพันบาท รออยู่สองวันก็ได้งานที่บ้านชาวจีน ถนนสาธุประดิษฐ์ อยู่ได้สิบเดือนไม่มีความสุขเลยจึงลาออกไปหางานใหม่ ไปพักที่โรงงานน้องชายแถวปากเกร็ด แล้วโชคดีมีเพื่อนโทรมาบอกว่าหลังบ้านที่เขาอยู่ต้องการพี่เลี้ยงสองคน ครอบครัวนี้มีสามคนคือพ่อ แม่ และลูกชายวัยสี่ขวบกว่า พอเห็นลูกชายเจ้าของบ้านครั้งแรกก็รู้สึกรักและผูกพัน จึงได้อยู่กับครอบครัวนี้มาหลายปี
-
1:23:40
น้อยใจหนีออกจากบ้านหลายครั้ง และพี่ชายคนที่สามเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ
ผู้เขียนเป็นคนขี้น้อยใจและฟังภาษาไทยไม่เก่ง จึงเข้าใจผิดกันบ่อย ๆ ทำให้ต้องหนีออกจากบ้านนี้หลายครั้ง แต่ไปทีไรก็คิดถึง ต้องโทรกลับมาให้พี่เขาไปรับกลับ ซึ่งพี่เขาก็ไปรับทุกครั้งไม่ว่าไกลแค่ไหน เพิ่งได้กลับมาอยู่กับครอบครัวนี้เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2548 ช่วงที่หนีไปนั้นพบเหตุการณ์ที่เสียใจมาก คือพี่ชายคนที่สามประสบอุบัติเหตุตั้งแต่ 27 กันยายน 2547 และเสียชีวิตอีกสามวันต่อมา เจ้านายพี่ชายเป็นเจ้าภาพสวดศพให้หนึ่งคืน เจ้านายของผู้เขียนอีกหนึ่งคืน เผาวันที่ 2 ตุลาคม 2547 มีเหตุร้ายอีกหลายอย่างจึงคิดว่าบุญของลูกคงจะหมด
-
1:30:04
อยากชวนเพื่อนพี่น้องเป็นแสนคนเข้าวัด และบ้านนานาชาติหลายสิบชาติ
ผู้เขียนอยากให้เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ เป็นแสน ๆ คนได้มาเข้าวัด ครูไม่ใหญ่จึงชวนไล่ชื่อชาติต่าง ๆ ที่มาอยู่ร่วมกันในบ้านนานาชาติ ทั้งนอร์เวย์ เยอรมัน อิตาลี สเปน อังกฤษ อเมริกา ฟินแลนด์ ญี่ปุ่น จีน ลาว และอีกหลายชาติ
-
1:33:30
ได้เป็นอาสาสมัครของวัดเมื่อ 28 สิงหาคม 2548 และปลื้มที่ได้ยินว่าลูกเป็นเจ้าของวัด
ผู้เขียนตั้งใจถือศีลแปดทุกวันพระ วันที่ 28 สิงหาคม 2548 ขณะเดินอยู่ในสภาธรรมกายสากลมีป้าคนหนึ่งซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่อาสาสมัครของวัดมาชวนไปเป็นอาสาสมัคร โดยไม่สนใจเลยว่าลูกพูดไม่ชัดหรือเป็นแรงงานต่างด้าว จึงขออนุญาตเจ้านายไป และได้ไปฟังพระอาจารย์เทศน์สอนซึ่งบอกว่าลูกเป็นเจ้าของวัด คำนี้ทำให้ภูมิใจมาก ลำบากมาตั้งนาน อยู่ ๆ ก็ได้รับเกียรติเป็นเจ้าของบ้านหลังใหญ่ ต่อจากนี้ไม่มีใครดูถูกลูกแล้ว และตั้งใจจะเป็นกัลยาณมิตรชวนเพื่อนชาวพม่าหลายแสนคนมาวัดในปี 2550
-
1:35:26
คำถามชุดแรก: แผลพุพองแรกเกิด ระลึกชาติได้ ลุงป้า และพี่ชายคนที่สาม
อ่านคำถามชุดแรกว่าลูกทำกรรมอะไรมาจึงต้องป่วยเป็นแผลพุพองตั้งแต่แรกเกิดและหายด้วยวิธีง่าย ๆ ทำไมลูกจึงจำอดีตชาติได้แต่พอโตขึ้นก็ลืมหมด ทำไมป่วยทุกครั้งที่พูดเรื่องในอดีตจนคุณแม่ไม่ยอมให้พูดถึงลุงป้า ลุงป้ามีอดีตชาติเกี่ยวพันกับลูกอย่างไร ลูกเคยเกิดเป็นลูกสาวของเขาจริงหรือไม่ ลุงที่บอกว่าลูกเป็นลูกสาวเขามาเกิดได้ละโลกไปแล้วตอนนี้อยู่ที่ไหน รับบุญได้หรือไม่ ทำไมลูกอยากบวชชีตั้งแต่เด็ก ที่คิดจะให้คนมาตัดหัวเป็นเพราะกรรมใด และพี่ชายคนที่สามที่เสียชีวิตที่กรุงเทพเสียชีวิตเพราะสาเหตุใด ใครเป็นคนทำ
-
1:37:36
คำถามชุดสอง: เดินทางลำบาก หนีจากบ้านสามครั้ง ฝันเห็นหลวงปู่ และเพื่อนชายขอแต่งงาน
อ่านคำถามชุดที่สองว่าทำไมลูกต้องเดินทางจากบ้านมาด้วยความยากลำบากกว่าจะได้มาพบหมู่คณะ เคยร่วมบุญกับครอบครัวนี้มาอย่างไร ทำไมต้องน้อยใจหนีออกจากบ้านถึงสามครั้ง ทำไมนั่งสมาธิแล้วเป็นไปตามใจนึกสบาย ๆ รู้สึกคุ้นเคยมาก่อน ทำไมเคยฝันเห็นหลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญเหาะมาบนท้องฟ้าเพื่อมาร่วมงานที่มีคนแต่งชุดขาวใส่เครื่องประดับเต็มตัว ส่วนลูกไม่มีเครื่องประดับจึงเข้าร่วมงานไม่ได้ ทำไมป้าเจ้าหน้าที่ของวัดจึงมาชวนลูกเป็นอาสาสมัครและดีกับลูกมาก และมีเพื่อนชายอายุ 28 ปี รู้จักกันสิบปี ขอแต่งงานหลายครั้งแต่ลูกปฏิเสธ เขายังรออยู่ ควรตัดสินใจอย่างไร