โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 28 ธ.ค. 2548

ep043 ผังเวลา 66 ช่วง

บวชสามเณรรุ่นแรกที่บาห์เรน (114) อุทิศบุญ (111) ธุดงค์ปีใหม่ 2549 (94) อธิษฐานจิต (79) จานดาวธรรม (74) ดุสิตบุรี (67) บาห์เรน (52) หยุดใจนิ่ง (52) มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี (50) วงบุญพิเศษ (49) ภุมเทวา (47) กองเสบียง (45) วิหารน้อย (43) ชฎิลเศรษฐี (42) องค์พระในกลางกาย (42) กฎแห่งกรรม (39) ใจใส (39) ยิ้ม (37) มหารัตนวิหารคด (33) อนุโมทนาบุญ (33) ตัดรอนวิบาก (32) หลวงพ่อทัตตชีโว (27) ปาณาติบาต (25) เตี่ยยกกำลังสาม (24) มหาธรรมกายเจดีย์ (19) วิมานทอง (19) ตักบาตร (18) ดาวดึงส์ (17) บำเพ็ญสมณธรรม (17) ศีลอดแบบอริยะ (16) มหาวิหารคุณยายอาจารย์ (15) แต่งเนื้อแต่งตัว (15) บ้านกัลยาณมิตร (11) ญี่ปุ่น (10) ตะวันออกกลาง (10) คู่บุญคู่บารมี (9) ปิดอบาย (9) อ่านรายชื่อเจ้าภาพ (9) ถวายสังฆทาน (8) กรรมทำแท้ง (7) ต่างศาสนิก (7) มหาสุวรรณนิธิ (7) สภาธรรมกายสากล (7) โรคเบาหวาน (7) ถือศีลแปด (6) บุญสงเคราะห์ญาติ (6) ลงทะเบียนธุดงค์ (6) อานิสงส์ของศีล 10 ประการ (6) ทบทวนบุญก่อนตาย (5) ทำสิ่งที่ยากแล้วปลื้ม (4) ปัญญาอ่อน (4) พุทธบุตร (4) อายุยืน (4) แบ่งบุญ (4) กรรมเลี้ยงสุรา (3) ทะเลทราย (3) บุญส่งเสริมการศึกษา (3) ประธานรองทอดกฐิน (3) ผู้ประสานงาน (3) ฟังธรรม (3) อากงอาม่า (3) ไฟไหม้ศีรษะ (3) ความดีสากล (2) จังหวัดตาก (2) ชมรมพุทธศาสตร์ (2) ถวายผ้าไตร (2) ทหารกองทัพจีน (2) นิพพิทา (2) บวชธรรมทายาทภาคฤดูร้อน (2) พระถังซัมจั๋ง (2) ภัตตาหารนานาชาติ (2) สงเคราะห์โลก (2) สัมมาทิฐิ (2) หูหนวก (2) อานิสงส์การฟังธรรม 5 ประการ (2) แท้งลูก (2) ไหว้เจ้า (2) กรรมเสมอกัน (1) กรุงเทพฯ (1) ขัดเกลากิเลส (1) ข้อควรปฏิบัติธุดงค์ (1) ควบคุมการก่อสร้างอาราม (1) จิตเสื่อมคุณภาพ (1) จุดบริการธุดงค์ (1) ชุดธุดงค์ (1) ซื่อสัตย์ (1) ตลาดสด (1) ตะเกียงแอลกอฮอล์ (1) ตับอ่อนอักเสบ (1) ทหารยามเฝ้าค่าย (1) ธรรมจักษุ (1) ธรรมทายาทรุ่น 24 (1) นับเมล็ดทราย (1) บวชธรรมทายาท (1) บาปบุญคุณโทษ (1) ปลอดโปร่งใจ (1) ปีติในศีล (1) ปุพเพนิวาสานุสติญาณ (1) ผู้บังคับกองพัน (1) ฝนพันปี (1) ยิงปืนขึ้นฟ้า (1) ย่อยธรรมะ (1) ลูกสิบคน (1) ล่ามภาษาญี่ปุ่น (1) วันอาทิตย์ต้นเดือน (1) ศิลาแปลว่าหิน (1) ศีลแปลว่าปกติ (1) ศีลแปลว่าเย็น (1) ศึกสงคราม (1) สะดุดใจในพระบางองค์ (1) หนีจากกองทัพจีน (1) หลุดพ้น (1) อัมพฤกษ์ครึ่งซีก (1) อุปสมบทนานาชาติ (1) เผาค่ายทหาร (1) เมืองจีน (1) เว้นจากการหงุดหงิด (1) เอกัคคตา (1) แช่งลูก (1) แบกข้าวสาร (1) แบ่งปัน (1) แสวงหาทรัพย์ด้วยกำลังตน (1) โบยด้วยไม้พลอง (1) โหงวเฮ้ง (1) ใช้หนี้สิน (1) ใช้แรงงานหนัก (1) ให้ความปลอดภัยในชีวิต (1)

  1. 0:00 เปิดรายการ: คำขวัญและเนื้อนาบุญสี่ระดับ

    กล่าวคาถาสำเร็จว่าแม้มืดตื้อมืดมิดก็มีสิทธิ์เข้าถึงธรรม คำขวัญเมื่อเราสว่างโลกก็สว่างด้วย และเนื้อนาบุญสี่ระดับ คือมหาธรรมกายเจดีย์ของโลก มหาจุฬามณีของสวรรค์ พระในบ้านของครอบครัว และพระในตัวของเรา

  2. 1:19 การบ้าน 10 ข้อ

    ทบทวนการบ้าน 10 ข้อทีละข้อ ตั้งแต่เอาบุญไปฝากคนที่บ้าน จดบันทึกผลการปฏิบัติธรรม ก่อนนอนนึกถึงบุญที่สั่งสมมาทั้งหมด หลับและตื่นในอู่ทะเลบุญ ตื่นแล้วรวมใจเป็นหนึ่งกับองค์พระหนึ่งนาที ทุกหนึ่งชั่วโมงหยุดใจหนึ่งนาทีที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 นึกถึงดวงหรือองค์พระในทุกกิจกรรม จนถึงสร้างบรรยากาศด้วยรอยยิ้มและปิยวาจา

  3. 3:30 ทบทวนเป้าหมายชีวิต: เราเกิดมาทำไม

    วันนี้เป็นวันที่ 72 นับจากวันออกพรรษา เหลืออีก 195 วันจะเข้าพรรษาอีกครั้ง และผ่านวันปีใหม่มา 362 วัน แล้วทบทวนว่าเราเกิดมาทำพระนิพพานให้แจ้ง แสวงบุญ สร้างบารมี พระนิพพานอยู่ภายในตัวเรา เริ่มต้นที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 ด้วยการทำใจหยุดนิ่งเฉย ๆ พร้อมย้ำว่าต้องศึกษาไว้เพราะความผิดพลาดเป็นอันตราย มีอบายภูมิรองรับอยู่

  4. 5:50 เกริ่นนำกรณีศึกษาวันนี้: เรื่องที่ทั้งเรื่องมีแต่เตี่ย

    บอกว่าวันนี้มีเรื่องราวของสัตว์ดีที่จะทำให้เข้าใจกฎแห่งกรรมดีขึ้น แต่ยังไม่ทราบจะตั้งชื่อเรื่องว่าอะไร เพราะทั้งเรื่องมีแต่คำว่าเตี่ย เตี่ย เตี่ย แล้วบอกว่าอาการที่จะฟังเรื่องราวตัวเตี่ยยกกำลังสาม ให้ไปแต่งเนื้อแต่งตัวให้เสร็จก่อน

  5. 7:17 ช่วงเพลง: แต่งเนื้อแต่งตัวด้วยรอยยิ้ม

    ช่วงเพลงแต่งเนื้อแต่งตัวประจำรายการก่อนเข้าเนื้อหา

  6. 9:26 แต่งเนื้อแต่งตัวคือนำรอยยิ้มมาบนใบหน้า และเหตุที่วันนี้เริ่มช้า

    ย้ำว่าถ้ายังไม่ยิ้มก็เหมือนแต่งตัวไม่เสร็จ เหมือนใส่สูทนุ่งผ้า สวมรองเท้าแตะ หรือเขียนคิ้วข้างเดียวออกจากบ้านไปทำงาน จึงต้องนำรอยยิ้มมาปรากฏบนใบหน้าทุกที่ทั้งในบ้านและนอกบ้าน แล้วบอกว่าวันนี้มาช้าไปนิดหนึ่งเพื่อให้โอกาสหัวหน้าชั้นได้ทำความเข้าใจเรื่องการมาอยู่ธุดงค์ว่าควรทำอะไรอย่างไร แล้วจะเพิ่มเติมให้อีกนิดหน่อย ย้ำว่าความตั้งใจของเราคือมาเอาบุญ มาชำระกาย วาจา ใจ ให้สะอาดบริสุทธิ์ผ่องใส สร้างความใสในตัวเพื่อส่งความสุขไปยังผู้ที่เป็นที่รักและสรรพสัตว์ทั้งหลาย

  7. 11:00 ธุดงค์ไฮโซก็ไม่สบายเท่าบ้าน มาขัดเกลากิเลส ให้ยินดีในสถานที่ที่หมู่คณะจัดให้

    บอกว่าธุดงค์แม้จะเป็นธุดงค์ไฮโซ ไม่ได้อยู่ตามป่าตามเขาห้วยหนองคลองบึง แต่ความสะดวกสบายคงไม่เท่าที่บ้าน ต้องเตรียมตัวรับสภาพนี้ เพราะเรามาอยู่ธุดงค์เพื่อขัดเกลากิเลสให้โลภะโทสะโมหะเจือจางลง เอาแค่ความสะดวกก็พอ อย่าถึงกับความสบาย ให้ยินดีในสถานที่ที่หมู่คณะจัดไว้ให้ ตำแหน่งนี้ หมายเลขนี้ หมู่บ้านนี้ ซึ่งทั้งหมดล้วนอยู่ในวงบุญพิเศษ และให้ปีติว่าสถานที่ตรงนี้คือที่สร้างบารมีของเรา เป็นที่สว่างเป็นที่อริยะ

  8. 12:17 มาอยู่ธุดงค์ไม่ใช่มาปิกนิก และวิหารน้อยจำลองมาจากวิหารคุณยายอาจารย์

    บอกว่าเราจะยินดีรับบริการจากเจ้าหน้าที่เพียงเล็กน้อยพอประมาณ จากผู้ประสานงานที่คอยชี้แนะเท่านั้น เพราะเราตั้งใจมาอยู่ธุดงค์ไม่ใช่มาปิกนิก แม้วิหารน้อยจะดูคล้ายเต็นท์ แต่ความตั้งใจจริงคือจำลองวิหารของคุณยายอาจารย์มา และมาจากภูเขาทองของชฎิลเศรษฐี เพื่อให้มีเชื้อของสมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่องติดตัวไป

  9. 13:03 ให้กางวิหารน้อยด้วยตัวเอง เป็นประวัติศาสตร์ชีวิต และถือศีลอดเว้นจากการหงุดหงิด

    ชวนให้เมื่อเจอสถานที่ของตัวเองแล้ว ให้หอบวิหารน้อยไปกางเอง เพราะใครจะมากางให้ก็ไม่เท่ากับกางเอง จะได้เล่าให้ลูกหลานฟังถูกว่าสมัยเป็นปู่ย่าตายายมาอยู่ธุดงค์ปีใหม่ พุทธศักราช 2548 ต่อ 2549 ที่มหารัตนวิหารคด และเตือนว่าเวลากางดึงข้างนี้แล้วโย้ข้างนั้นจนจะหงุดหงิด ก็ต้องระลึกว่าเรากำลังถือศีลอด เว้นจากการหงุดหงิด

  10. 14:30 กำหนดให้กางสี่คนช่วยกันเพื่อได้รู้จักคนเพิ่ม และของที่ได้มายากจึงจะปลื้ม

    บอกว่าในนั้นกำหนดให้กางวิหารน้อยสี่คนช่วยกัน เราจะได้รู้จักคนเพิ่มอีกสามคนที่อยู่แถวนั้น ผู้ประสานงานมีหน้าที่คอยส่งยิ้ม ส่งกำลังใจ และส่งน้ำอานุภาพให้ เพราะเจ้าหน้าที่มีน้อยต้องใช้อย่างประหยัดเพื่อดูแลผู้มีบุญได้ทั่วถึง จึงต้องแจ้งล่วงหน้าเพื่อไม่ให้ตั้งความหวังว่าจะมีคนทำทุกอย่างให้เหมือนอยู่รีสอร์ต และย้ำว่าอะไรที่ได้มาง่ายเกินไปจะไม่ปีติภาคภูมิใจ ต้องยากหน่อยบารมีจึงจะเกิด

  11. 15:53 เข้าเรื่องบวชสามเณรประวัติศาสตร์ที่บาห์เรน หลวงพ่อทัตตชีโวขี่อูฐไปเส้นทางสายใหม่

    เข้าสู่เรื่องที่กำลังอินเทรนด์ คือการบวชสามเณรประวัติศาสตร์ครั้งแรกของโลกตะวันออกกลางที่บาห์เรน เทียบว่าเมื่อพันปีก่อนพระถังซัมจั๋งขี่ม้าไปสืบพระพุทธศาสนาที่อินเดียผ่านทะเลทราย แต่คราวนี้เป็นเส้นทางสายใหม่ พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโว พระภาวนาวิริยคุณ ขี่อูฐไป เพื่อเป็นประธานในการบวชสามเณรรุ่นแรกของโลกตะวันออกกลางที่บาห์เรน

  12. 20:04 ทะเลทรายบาห์เรนนำมาซึ่งกุศลธรรม เพราะเมล็ดทรายทำให้นึกถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

    อธิบายว่าดินแดนอาหรับคือชนเผ่าที่พูดจาคล่องแคล่วแตกฉาน ถ้อยคำลื่นไหลออกมา แล้วบอกว่าเมื่อวานพูดเรื่องศีลอดแบบอริยะสิบข้อไปแล้ว วันนี้ยังไม่พูดเพราะเวลาเหลือน้อย ต่อด้วยว่าดินแดนบาห์เรนมีทะเลทรายที่นำมาซึ่งกุศลธรรมตลอด เพราะเห็นเมล็ดทรายจำนวนมากทำให้นึกถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่มีมากกว่าเมล็ดทราย ถ้าสวดมนต์อยู่ทุกวันแต่ไม่เคยเห็นเมล็ดทรายจำนวนมากก็นึกภาพไม่ออก และชายหาดที่นั่นลึกเข้าไปเรื่อย ๆ ต่างจากชายหาดทั่วไปในโลก

  13. 21:34 หลวงพ่อฟิตร่างกายก่อนเดินทางแปดชั่วโมง ถึงบาห์เรนสี่ทุ่มครึ่งและมีคนรอต้อนรับ

    เล่าว่าก่อนไปหลวงพ่อทัตตชีโวฟิตร่างกายทั้งกลางวันกลางคืน การเดินทางข้ามทะเลจากเมืองไทยใช้เวลาแปดชั่วโมง ถึงแผ่นดินตรงนั้นสี่ทุ่มครึ่งตามเวลาบาห์เรนของวันที่ 27 ธันวาคม และวันนี้วันที่ 28 เป็นวันบรรพชาสามเณร เมื่อไปถึงสนามบินแห่งชาติมีเหล่าพี่น้องไปรอต้อนรับอย่างอบอุ่น พอลงจากเครื่องท่านก็โปรยรอยยิ้มไปก่อนเลย อุณหภูมิตอนนั้นประมาณสิบเจ็ดองศาเซลเซียส เมื่อถามท่านว่าอากาศขนาดนี้เป็นไง ท่านตอบว่าสบายดี จากนั้นเดินทางไปบ้านกัลยาณมิตร มีทั้งชายและเด็กและผู้ใหญ่ ทั้งพุทธ มุสลิม และศิษย์ฮินดู กับธรรมทายาทรุ่นประวัติศาสตร์นั่งเฝ้าคอย ท่านไม่พักผ่อน ให้โอวาทตั้งแต่สี่ทุ่มครึ่งถึงเที่ยงคืนครึ่ง แล้วยังลงมาตรวจความเรียบร้อยของสถานที่จัดพิธี

  14. 24:21 รายการ New News: ข่าวโครงการบรรพชาสามเณรเก้ารูปครั้งแรกในบาห์เรน

    รายการ New News ประจำวันพุธที่ 28 ธันวาคม 2548 รายงานความคืบหน้างานบุญใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์ คือโครงการบรรพชาสามเณรเก้ารูป จัดขึ้นครั้งแรกในประเทศบาห์เรน พระเดชพระคุณพระภาวนาวิริยคุณ หลวงพ่อทัตตชีโว ประธานสงฆ์ในพิธี เดินทางด้วยเที่ยวบินกัลฟ์แอร์ของวันอังคารที่ 27 ธันวาคม ถึงบาห์เรนเวลา 22 นาฬิกาตามเวลาท้องถิ่น แล้วเดินทางไปบ้านกัลยาณมิตรที่ใช้เป็นสถานที่จัดพิธีในใจกลางเมือง สาธุชนยืนตั้งแถวสองข้างทางรอต้อนรับ ท่านไม่หยุดพักผ่อน เมตตาให้โอวาท สอบถามถึงการติดตั้งเครื่องรับสัญญาณ DMC ว่าชัดเจนหรือไม่ และถามความเป็นอยู่ของทุกคนอย่างใกล้ชิด

  15. 28:39 สาธุชนหลายศาสนิกมาเตรียมภัตตาหารนานาชาติ และมุกไข่ปลาคาเวียร์ที่ฝรั่งเศส

    เล่าว่าท่านทักทายญาติโยมถึงตีสองตามเวลาบาห์เรน ตอนเช้าท่านยังอาเลิศเพราะมีความปีติยินดีมาก อากาศสิบเจ็ดองศาสบายมาก ตอนเช้ามีสาธุชนหลายศาสนิกมาช่วยกันรับบุญเตรียมภัตตาหารนานาชาติ ปรากฏว่าเป็นที่อาเลิศของท่านเพราะท่านชอบ แล้วเล่ามุกว่าครั้งหนึ่งเคยไปฝรั่งเศสด้วยกัน มีคนถวายไข่ปลาคาเวียร์ซึ่งครูไม่ใหญ่เกิดมาไม่เคยเจอและไม่รู้จะทำอย่างไร ท่านจับได้ก็คว้าไปฉันเอง หมดเกลี้ยงไม่มีเหลือ

  16. 30:47 มุกอาหารเส้นเย็นที่ญี่ปุ่น และถ้าใจจืดสนิทได้อย่างนั้นก็คงเหาะได้

    เล่ามุกต่อว่าที่ญี่ปุ่นอากาศหนาว ญาติโยมเตรียมอาหารอย่างดีมาถวาย เป็นเส้นเหมือนเส้นหมี่แช่น้ำเย็นเพิ่งออกจากตู้เย็น ครูไม่ใหญ่ไม่รู้จะเรียกว่าอะไร เจอวิบากกรรมสองอย่างคือเย็นกับร้อน แล้วเปรียบว่ารสชาติจืดสนิทอย่างนั้นทำให้คิดว่าถ้ากิเลสในใจจืดสนิทได้อย่างนี้ก็คงเหาะได้แล้ว สุดท้ายท่านก็รู้ความในและรับไปฉันหมดไม่มีเหลือ

  17. 32:22 ผู้ทำภัตตาหารต่างศาสนิกเข้าใจว่าพระคือผู้ทำความดีสากล ถือศีลสองร้อยยี่สิบเจ็ดข้อ

    เล่าว่าญาติโยมปลื้มปีติที่ได้เห็นพุทธบุตรมาให้แสงสว่างแห่งธรรมและมาเป็นเนื้อนาบุญที่นั่น ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย มีผู้หนึ่งทำภัตตาหารมาเองด้วยความเต็มใจ เธอเปิดเผยว่าเป็นนักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา เข้าใจแล้วว่าพระภิกษุคือบุคคลที่ทำความดีสากล ถือศีลอดแบบอริยะถึงสองร้อยยี่สิบเจ็ดข้อ ดังนั้นการมาช่วยดูแลภัตตาหารถวายพระจึงเป็นความดีที่เธอควรทำ และเป็นความดีสากลที่ไม่ขัดแย้งกับความเชื่อในใจของเธอ ต่อด้วยว่าถ้าสืบไปถึงคำสอนดั้งเดิมของศาสดาในทุกศาสนา ไม่ว่าพุทธ คริสต์ อิสลาม พราหมณ์ฮินดู หรือซิกข์ ล้วนสอนให้รักเพื่อนมนุษย์และรู้จักแบ่งปัน การแบ่งปันเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่

  18. 34:07 กว่าจะเป็นพุทธบุตรไม่ง่าย ต้องเลือกทางที่ไม่เบียดเบียนและบำเพ็ญสมณธรรม

    อธิบายว่ากว่าจะเป็นพุทธบุตรได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ต้องมีความคิดที่จะเลือกเดินทางที่ไม่เบียดเบียนผู้ใด เลือกดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่าย เอาเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดในโลกมนุษย์มาทำความเพียรบำเพ็ญสมณธรรมเพื่อให้ใจบริสุทธิ์ ผู้ทำภัตตาหารเข้าใจเรื่องนี้จึงทำด้วยความปลื้มปีติยินดี น่าอนุโมทนาสาธุการ

  19. 36:33 ผู้บวชเพิ่มเป็นสิบรูป คนที่สิบอยู่บาห์เรนปีที่สามเพิ่งทราบข่าวจึงขอบวช

    ชี้ว่าที่ผู้รายงานข่าวบอกว่าจะบรรพชาสามเณรเก้ารูปนั้นตรงกับที่แจ้งไว้เมื่อวาน แต่มีเพิ่มมาอีกหนึ่งท่าน คือมีผู้หนึ่งนึกอย่างไรไม่รู้ อยากมาที่บ้านกัลยาณมิตรมากเลย พอมาถึงเห็นเขาเตรียมบวชกันก็ขอบวชด้วยทั้งที่ตั้งใจมาแค่ร่วมงาน เมื่อตรวจแล้วมีคุณสมบัติครบก็รับ จึงเป็นสิบคน ท่านนี้อยู่บาห์เรนเข้าปีที่สามแล้วและเพิ่งทราบข่าวเรื่องนี้ ไม่เคยนึกเลยว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ที่ตะวันออกกลาง

  20. 37:45 อ่านรายชื่อผู้บวชสามเณรที่บาห์เรนสิบท่าน และผู้เป็นเจ้าภาพสนับสนุน

    อ่านรายชื่อผู้มีบุญที่บวชสามเณรที่บาห์เรน เป็นประวัติศาสตร์ครั้งแรกของโลกตะวันออกกลาง ทบทวนอีกครั้งเพราะบัดนี้ท่านเหล่านั้นเป็นสามเณรกันไปแล้ว มีเจ้าของบ้านที่ใช้จัดพิธี ผู้สนับสนุนซึ่งเป็นสุภาพสตรีในตระกูลเดียวกัน และเด็กอายุสิบสองปี ครูไม่ใหญ่บอกว่าเอาแค่สิบท่านนี้ก่อนเพราะสถานที่ไม่พอ ถ้ารับมากกว่านี้ต้องขยายรั้วบ้านออกไป แต่ก็แปลกที่พอเบรกไว้ก็ยังมีคนมาสมัครอีกเยอะ

  21. 41:38 ทบทวนศีลอดแบบอริยะ: เว้นจากการฆ่าคือให้ความปลอดภัยในชีวิต

    ทบทวนว่าเมื่อวานพูดถึงการถือศีลอดแบบอริยะสิบข้อไปแล้ว อดก็คือเว้น เช่นเว้นจากการฆ่ามนุษย์และสัตว์ทั้งหลาย ก็คือการให้ความปลอดภัยในชีวิตของมนุษย์และสรรพสัตว์ มนุษย์ควรมีสิทธิเสรีภาพในการมีชีวิตอยู่โดยไม่ถูกเบียดเบียนจนถึงตาย และให้อยู่อย่างผาสุก แล้วแทรกว่าถ้าต้องการความละเอียดให้ไปหาความรู้เพิ่มเติมจากท่านผู้รู้ที่ชำนาญทางพระพุทธศาสนา เพราะที่นี่ครูไม่ใหญ่คุยกับนักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาทั่วโลกซึ่งมีทุกระดับ ไม่ได้เทศน์ จึงมีเพลงมีภาพ และย่อยธรรมะเรื่อยมาจนกระทั่งเป็นโจ๊กเพื่อให้ดื่มได้คล่อง

  22. 43:16 ศีลแปลว่าปกติและแปลว่าเย็น: จิตที่ปกติไม่คิดฆ่าไม่คิดลักทรัพย์ และอยู่เย็นเป็นสุข

    อธิบายว่าศีลแปลว่าปกติ คือจิตใจของมนุษย์ที่ปกติมีคุณภาพดีจะไม่ฆ่าสัตว์ไม่ฆ่ามนุษย์ การทำสิ่งที่ไม่ปกติคือถูกกิเลสเข้าไปบังคับ จิตเสื่อมคุณภาพจึงคิดฆ่า แปลว่าสูญเสียความเป็นปกติ ไม่มีศีลข้อนี้ เพราะเว้นไม่ได้ ให้ความปลอดภัยแก่เพื่อนมนุษย์ไม่ได้ ส่วนข้อลักทรัพย์ ปกติคนเราจะยินดีในของของตัว ไม่ยินดีจะไปเอาของคนอื่นด้วยวิธีขโมยขณะที่เขายังหวงแหนอยู่ จิตใจที่มีคุณภาพเป็นปกติจะไม่คิดขโมยของใคร แต่มีศักดิ์ศรีที่จะแสวงหาทรัพย์ด้วยกำลังแห่งตน กำลังความคิด สติปัญญา และกำลังใจ ถ้าสูญเสียไปเมื่อไรก็แสดงว่าศีลข้อนี้ขาดไปแล้ว ต่อด้วยว่าศีลนี้จะแปลว่าเย็นก็ได้ คือเย็นทั้งกายเย็นทั้งใจ เบิกบานสบาย คนมีศีลดำเนินชีวิตได้ง่าย ๆ เพราะไม่ได้ไปเอาของใครมา ไม่ได้ฆ่าใคร จึงไม่ต้องอยู่ด้วยความหวาดระแวงสะดุ้งกลัวว่าใครจะมาฆ่าหรือจะรู้ว่าเราขโมยของเขา จะนั่งนอนยืนเดินก็สบาย

  23. 46:19 อ่านอานิสงส์ของศีลสิบประการ และศิลาที่แปลว่าหินคือหนักแน่นในการทำความดี

    ไล่อ่านอานิสงส์ของศีลสิบประการ คือไม่มีความเดือดร้อนใจ มีความปลอดโปร่งใจ มีปีติ เกิดความสงบใจ เกิดความสุข เป็นพื้นฐานให้เกิดสมาธิ มีความรู้เห็นไปตามความเป็นจริง เกิดความเบื่อหน่ายในทุกข์ คลายความกำหนัด และมองเห็นทางหลุดพ้น แล้วแทรกว่าคำศิลาแปลว่าหิน คงหมายถึงหนักแน่นเข้มแข็งในการทำความดี แต่ครูไม่ใหญ่ไม่อยากว่าเอาเอง ให้ไปถามท่านผู้รู้ ส่วนความหมายง่าย ๆ คือเย็นกับปกติ

  24. 47:40 อานิสงส์ข้อ 1 ไม่มีความเดือดร้อนใจ และข้อ 2 ความปลอดโปร่งใจ

    ขยายว่านอกจากไม่ทำร้ายชีวิตคนและสัตว์แล้วจะทำให้อายุยืนและได้ความปลอดภัย ยังได้อานิสงส์ข้อแรกคือไม่มีความเดือดร้อน เพราะผู้มีศีลไม่ได้ทำความชั่วที่ก่อความเดือดร้อนแก่ตนเองและผู้อื่น เมื่อไม่มีความผิดคิดชั่วใจก็ไม่ต้องเดือดร้อน อยู่เย็นเป็นสุข ข้อที่สองคือความปลอดโปร่งใจ เพราะผู้มีศีลนึกถึงศีลที่ตนรักษาไว้ดีแล้วว่าวันนี้ไม่ได้ฆ่าสัตว์ ไม่ได้ลักทรัพย์ ไม่ได้ดื่มสุราเมรัย ไล่ไปทุกข้อก็ทำได้ครบสิบข้อ พยายามค้นหาข้อบกพร่องด้วยความจริงใจก็ไม่มีเลย จึงบริสุทธิ์บริบูรณ์และปลอดโปร่งใจ

  25. 49:40 อานิสงส์ข้อ 3 มีปีติเพราะทำสิ่งที่คนในโลกยากจะทำ และการไม่ฆ่าง่ายกว่าการฆ่า

    อธิบายข้อสามว่าผู้มีศีลนึกถึงการกระทำของตนแล้วย่อมเกิดความปีติโสมนัสว่าคนอย่างเราทำได้ ซึ่งคนในโลกนี้ยากจะทำกัน แต่ที่ยากเพราะเขาไม่ยอมทำ ถ้ายอมทำก็ไม่ยาก เพราะจริง ๆ การไม่ฆ่าง่ายกว่าการฆ่า การฆ่าต้องเตรียมการว่าจะฆ่าอย่างไร ด้วยอะไร และทำอย่างไรจะไม่ให้คนอื่นรู้ วิธีการต่าง ๆ นั้นยากกว่ามาก ดังนั้นถ้าไม่ฆ่าก็ง่ายและดำเนินชีวิตสะดวก จึงเกิดปีติเบิกบานว่าคนอย่างเราทำได้ ในขณะที่คนอีกมากในโลกทำไม่ค่อยได้

  26. 50:49 อานิสงส์ข้อ 4 ความสงบใจ ข้อ 5 ความสุข และข้อ 6 เอกัคคตาเป็นสมาธิ

    อธิบายว่าปีตินี้ทำให้เกิดความสงบใจ ความฟุ้งซ่านหมดไปเพราะใจคิดแต่เรื่องศีลที่ตนทำได้ ปีติจะเข้าไปแทนที่และเบียดความคิดอื่นที่สั่งสมไว้ในใจให้หลุดออกไปหมด กายก็สงบใจก็สงบ ข้อที่ห้าทำให้เกิดความสุข คือสบายกายสบายใจ อิ่มอกอิ่มใจทั่วทุกสารพางค์กาย ข้อที่หกพอสุขแล้วก็เกิดเอกัคคตาเป็นสมาธิ นั่งเฉย ๆ จิตก็รวมเป็นหนึ่ง ใจขยาย ใจหยุดนิ่งได้ มีอารมณ์เดียว อยู่ในตำแหน่งที่ปลอดความคิด

  27. 52:23 อานิสงส์ข้อ 7 ใจเคลื่อนเข้าไปภายในเกิดธรรมจักษุ และข้อ 8 วิชชาเกิดจนเบื่อหน่าย

    อธิบายว่าพอใจหยุดก็เคลื่อนเข้าไปสู่ภายใน ไปสู่กายในกาย เวทนาในเวทนา จิตในจิต ธรรมในธรรม เข้าไปสู่ความรู้ในระดับลึกเรื่อย ๆ ถ้าหยุดไม่นิ่งก็ดิ่งเข้าไปไม่ได้ แล้วจะรู้เห็นไปตามความเป็นจริง เกิดธรรมจักษุญาณทัสสนะ เข้าถึงดวงธรรมและพระธรรมกายภายใน ข้อที่แปดพอเห็นตามความจริงแล้ววิชชาก็เกิดขึ้น เห็นว่าเราเวียนว่ายตายเกิดมามาก คนอื่นก็เช่นเดียวกัน เพราะทุกคนตกอยู่ภายใต้กฎแห่งกรรม จึงเกิดความเบื่อหน่าย

  28. 53:46 อานิสงส์ข้อ 9 คลายความกำหนัด แยกนิพพิทาจากความเบื่อเซ็ง และข้อ 10 มุ่งสู่ความหลุดพ้น

    อธิบายข้อเก้าว่าคลายความกำหนัด คือคลายความผูกพันยึดมั่นถือมั่นในคนสัตว์สิ่งของและภพภูมิ แล้วแยกให้ชัดว่านิพพิทาไม่ใช่ความเบื่อเซ็ง บางคนเดินจงกรมแล้วเบื่อเพราะเมื่อยและไม่เห็นอะไร นั่นคนละเรื่องกับนิพพิทา นิพพิทาเกิดหลังจากธรรมจักษุญาณทัสสนะ เห็นการเวียนว่ายตายเกิด เกิดปุพเพนิวาสานุสติญาณและจุตูปปาตญาณ จึงเบื่อในการเกิด เพราะเกิดแล้วก็ต้องแก่ เจ็บ ตาย มีความโศก ไม่สมหวัง พลัดพรากจากสิ่งที่รัก แต่เป็นความเบื่อที่มีความสุข ไม่ใช่เบื่อเซ็ง จากนั้นวิชชาที่สามก็เกิดขึ้น เป็นข้อที่สิบคือมุ่งเข้าสู่ความหลุดพ้น เกิดอาสวักขยญาณไปตามลำดับ

  29. 55:58 เมื่อคืนหลวงพ่อทัตตชีโวแสดงธรรมถึงตีสอง และอานิสงส์การฟังธรรมห้าประการ

    เล่าว่าเมื่อคืนหลวงพ่อทัตตชีโวไปแสดงธรรมที่บาห์เรน ตอนสี่ทุ่มครึ่งผู้ฟังยังตื่นตัว แต่พอถึงตีสองก็ปลื้มอยู่แต่สังขารมีข้อจำกัด ง่วงและเหนื่อยเพราะเพียรเตรียมงานมา บางทีไม่ทราบว่าฟังไปได้อะไร แต่ตอนนี้รู้แล้วว่ามันดี แล้วไล่อ่านอานิสงส์การฟังธรรมห้าประการ คือได้ฟังเรื่องที่ยังไม่เคยฟัง ทำให้เรื่องที่เคยฟังแล้วชัดเจนยิ่งขึ้น ทำให้หมดความสงสัย ทำความเห็นให้ถูกต้อง และจิตย่อมผ่องใส

  30. 57:38 แก้ข่าว: พิธีขอบรรพชาเริ่มตีหนึ่งครึ่งเมืองไทย บรรพชาจริงตีสอง ให้ตื่นมาอนุโมทนา

    แจ้งข้อมูลด่วนว่าที่พูดเมื่อครู่คลาดเคลื่อนไปนิดหนึ่ง คือพิธีบวชสามเณรที่บาห์เรนขณะนี้ยังไม่ได้บวช จะเริ่มพิธีขอบรรพชาตอนสามทุ่มครึ่งของบาห์เรน ซึ่งตรงกับตีหนึ่งครึ่งของเมืองไทย และบรรพชาจริงตีสองเมืองไทยหรือสี่ทุ่มของบาห์เรน ดังนั้นใครจะอนุโมทนาก็อย่าเพิ่งไปหลับ หรือหลับแล้วต้องตื่นตอนตีหนึ่งครึ่งลุกขึ้นมาอนุโมทนาสาธุการ

  31. 58:55 ขยายอานิสงส์การฟังธรรมทั้งห้าข้อ: ได้รู้เรื่องบาปบุญที่โลกไม่สอน จนถึงจิตผ่องใส

    ขยายข้อแรกว่าการฟังธรรมทำให้เรามีความรู้เพิ่มจากที่เคยรู้ โดยเฉพาะเรื่องสำคัญของชีวิตคือบาป บุญ คุณโทษ ผิด ถูก ดี ชั่ว สิ่งใดควรทำสิ่งใดไม่ควรทำ ความรู้ตรงนี้โลกไม่ค่อยมีสอนกัน เขาสอนแต่ความรู้ที่จะทำมาหากิน ทำให้รวย แข่งขันสู้เขาได้ ทำให้เศรษฐกิจสูงขึ้น แล้วก็เบียดเบียนแก่งแย่งกันไปจนหมดเวลาของชีวิต จึงไม่เคยได้ยินความจริงของชีวิตว่านรกมีจริง สวรรค์มีจริง กฎแห่งกรรมมีจริง ข้อที่สองคือสำหรับผู้ที่เคยฟังมาแล้วแต่ยังคลุมเครือ ก็จะจำได้ชัดเจนและเข้าใจชัดขึ้น ที่ไม่รู้ก็รู้ ที่รู้แล้วก็ชัดขึ้น ข้อที่สามที่สงสัยก็หายสงสัย เข้าใจว่าอย่างนี้จึงจะถูกหลักวิชา ข้อที่สี่พอหายสงสัยความเห็นก็ตรงและถูกต้องตามความจริงของบัณฑิตนักปราชญ์และความจริงของชีวิต ทำให้ดำเนินชีวิตได้ถูกต้อง ปิดอบายไปสวรรค์ไปนิพพานได้ ข้อที่ห้าจิตย่อมผ่องใส ครูไม่ใหญ่ตั้งข้อสังเกตว่าน่าจะจิตผ่องใสก่อนแล้วจึงทำความเห็นได้ถูก

  32. 1:03:01 จะเปิดบ้านกัลยาณมิตรให้บาห์เรนและตะวันออกกลางสิบสี่ประเทศได้ฟัง

    บอกว่าจริง ๆ จะเปิดเพลงบ้านกัลยาณมิตรให้คนที่บาห์เรนฟัง เพราะเขาไม่ได้ยินมานาน และเขาอยากมีบ้านกัลยาณมิตรอย่างนี้ เพื่อพี่น้องในตะวันออกกลางสิบสี่ประเทศและนักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาทั่วโลกที่ยังเป็นนักเรียนใหม่ได้ฟังกัน

  33. 1:03:45 เพลง: บ้านแก้วเรือนทองของใคร

    ช่วงเพลง เนื้อร้องว่าบ้านแก้วเรือนทองของใคร ช่างงามเฉิดฉายดั่งดอกไม้บาน เปล่งประกายงดงามราวทิพยวิมานแดนสวรรค์ของปวงเทวา นั่นคือผู้ใดที่มอบยิ้มพิมพ์ใจแด่ผู้ก้าวมา ต้อนรับด้วยเสียงของความเมตตา

  34. 1:05:12 เพลง: สันติภาพจะเกิดขึ้นมาเมื่อบ้านกัลยาณมิตรเกิดขึ้น

    ช่วงเพลง เนื้อร้องว่าสันติภาพจะเกิดขึ้นมา สุขสันต์ภายใน เมื่อบ้านกัลยาณมิตรเกิดขึ้นเมื่อใด โลกจะสว่างสดใส หายหมองหมุ่น บุญบารมีเป็นสายทานแห่งทาง บ้านแก้วคนดีกลั่นโลกใบนี้ให้สดสวยด้วยธรรมกาย แผ่ขยายไปทั่ว โลกคือครอบครัว พี่น้องท้องเดียวกัน

  35. 1:08:39 คู่มือธุดงค์: ของที่ได้รับหลังลงทะเบียนหกชิ้น และจุดบริการต่าง ๆ

    ชี้แจงว่าหลังลงทะเบียนธุดงค์จะได้รับของหกชิ้น คือเสื่อสำหรับปูนอน น้ำอานุภาพขวดที่ให้เก็บขวดไว้เติมน้ำที่จุดบริการ บัตรรับปานะซึ่งคูปองหนึ่งใบรับได้สองกล่อง คู่มือการอยู่ธุดงค์ที่มีผังพื้นที่กางวิหารน้อยและจุดบริการ ป้ายชื่อติดวิหารน้อย และวิหารน้อยกับตะเกียง วันเดินทางกลับให้ส่งคืนเสื่อที่กองอำนวยการ ส่วนจุดบริการมีกองอำนวยการที่ด้านข้างพื้นที่พิมพ์พระสำหรับกรณีฉุกเฉิน จุดบริการน้ำดื่มที่จุดธรรมวาลีและแท็งก์น้ำ ระเบียงด้านข้างสภาและประตูชัยฝั่งขวา น้ำร้อนบริการหกโมงเย็นถึงเจ็ดโมงเช้าที่จุดบริการปานะ จุดพยาบาลบนสภาธรรมกายสากล และพื้นที่ตากผ้าชั้นหนึ่งของสภาด้านทิศเหนือแยกชายหญิง

  36. 1:12:30 อยู่ธุดงค์อย่างไรให้มีความสุข: ข้อควรปฏิบัติเจ็ดประการและข้อควรระวัง

    ไล่ข้อควรปฏิบัติในการอยู่ธุดงค์ คือต้องรักษาศีล 8 เพื่อยกระดับจิตใจให้สูงขึ้น การพักค้างต้องแยกชายหญิงและอยู่ในเขตพื้นที่ที่จัดไว้ ไม่เดินเข้าเขตของเพศตรงข้าม ไม่นอนในวิหารน้อยหลังเดียวกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เก็บของมีค่าไว้กับตัวตลอดเวลา ช่วยรักษาบรรยากาศของการประพฤติปฏิบัติธรรม ช่วยรักษาสมบัติของพระศาสนา และหลังลาธุดงค์ให้ทำความสะอาดส่งเสื่อคืนกองอำนวยการ เพิ่มเติมว่าเวลานอนไม่หันเท้าไปทางมหาธรรมกายเจดีย์ ไม่ตากหรือแขวนผ้าในบริเวณวิหารน้อย และอาบน้ำเสร็จให้แต่งตัวให้เรียบร้อยในห้องน้ำ

  37. 1:15:11 ให้พักผ่อนแล้วตื่นไปใส่บาตรด้วยหน้าสดใส เพราะภาพผ่านจานดาวธรรมไปทั่วโลก

    แนะให้พักผ่อนทำภาวนา ง่วงก็นอน เพื่อตอนเช้าจะได้ไปใส่บาตรด้วยกายและใจที่สดชื่นเบิกบาน ถ้าจะอยู่คอยดูการถ่ายทอดจนตีสองก็จะเหนื่อย เพราะภาพทุกภาพที่ออกไปนั้นผ่านจานดาวธรรมไปทั่วโลก หน้าเราต้องสดใสเบิกบาน และช่วงนี้รักษาศีลอยู่จะไปแต่งหน้าทาปากก็ไม่ได้ ต้องให้เบิกบานด้วยศีล

  38. 1:16:35 เพลง: ยิ้มแล้วรวย

    ช่วงเพลงยิ้มแล้วรวย เนื้อร้องว่าใครยิ้มแล้วต้องรวย ยิ้มไว้เป็นใบเบิกทาง ตกทุกข์ปางใดใครก็ยื่นมือช่วย ความรู้ไม่มีแต่ยิ้มดีก็พารวย

  39. 1:17:48 พรุ่งนี้วันอาทิตย์ต้นเดือน ให้ใส่ชุดธุดงค์เดิมไม่ต้องเปลี่ยนชุดขาว

    บอกว่าพรุ่งนี้เป็นวันอาทิตย์ต้นเดือน ให้ใส่ชุดเดิมที่ใส่อยู่ธุดงค์นี้ก็ดีแล้ว ไม่ต้องเปลี่ยนไปเป็นชุดขาว จะได้ถือเป็นบรรยากาศว่าเรามาอยู่ธุดงค์ในวันอาทิตย์ต้นเดือน จะได้เป็นภาพประวัติศาสตร์ของเรา

  40. 1:18:15 เตี่ยยกกำลังสาม: ผู้เขียนบวชธรรมทายาทรุ่น 14 แล้วเป็นทีมออกแบบก่อสร้างของวัด

    ตั้งชื่อเรื่องว่าเตี่ยยกกำลังสาม เพราะทั้งเรื่องมีแต่เตี่ย ผู้เขียนจดหมายเล่าว่าเริ่มเข้าอบรมธรรมทายาทภาคฤดูร้อนรุ่นที่สิบสี่ นับแต่นั้นก็เข้าร่วมงานกับชมรมพุทธศาสตร์ จนมาเป็นอาสาสมัครช่วยงานของวัดจนจบการศึกษา ต่อมาได้ช่วยติดต่อประสานงานการสร้างมหาธรรมกายเจดีย์ กระทั่งเข้าร่วมเป็นหนึ่งในทีมผู้ออกแบบและบริหารงานก่อสร้างจนจบสิ้นเฟสแรกและโครงงานต่าง ๆ ของวัด เขาบอกว่ามีบุญที่ได้ทำงานรับใช้พระศาสนา เป็นความปลื้มปีติภาคภูมิใจมาก และหวังว่าเตี่ยจะได้บุญด้วย จึงขอความเมตตาให้หลวงพ่อฝันในฝันเรื่องเตี่ยและคนในครอบครัว

  41. 1:21:33 เตี่ยเกิดในเมืองจีนยุคสงคราม พี่ชายถูกเกณฑ์ไปรบไม่กลับ เตี่ยจึงสมัครเป็นทหาร

    เล่าว่าเตี่ยเกิดและโตในเมืองจีน ในยุคที่ประเทศวุ่นวาย ทั้งอดอยากและมีศึกสงคราม พี่ชายของเตี่ยถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารออกรบแล้วไม่ได้กลับมาอีกเลย เตี่ยอยู่ในวัยรุ่นคะนองจึงตัดสินใจสมัครเข้าเป็นทหารในกองทัพจีน

  42. 1:22:21 เตี่ยเป็นทหารยาม เจอขโมยชาวบ้านมาขนเสบียง สงสารจึงยิงปืนขึ้นฟ้าขู่

    เล่าว่าวันหนึ่งเตี่ยได้รับมอบหมายเป็นทหารยามเฝ้าค่าย ช่วงกลางดึกมีขโมยชาวบ้านแอบปีนรั้วเข้ามาหยิบฉวยเสบียงในกองทหาร แต่ไม่พ้นสายตาของเตี่ยที่มองเห็นได้ในเวลากลางคืน เตี่ยยืนยามอยู่คนเดียวจึงตัดสินใจยิงปืนขึ้นฟ้า เพราะสงสารและไม่อยากทำร้ายให้ใครตาย รู้ว่าพวกนั้นหิวและไม่มีอาหาร ที่ไหนมีอาหารก็มาที่นั่น แต่ในฐานะยามก็ต้องรับผิดชอบ จึงไม่ทำปาณาติบาตแต่ยิงขู่ขึ้นฟ้า และได้ผลคือพวกนั้นหนีไปหมด

  43. 1:23:51 ผู้บังคับกองพันอารมณ์เสียสั่งโบยเตี่ยด้วยไม้พลอง สี่ทีสลบ ฟื้นแล้วโบยอีกสี่

    สิ่งที่ตามมาคือทหารในค่ายตื่นนอนกันหมด ทำให้ผู้บังคับกองพันอารมณ์เสียเพราะกำลังหลับแล้วมีเสียงปืนดัง จึงสั่งทำโทษเตี่ยด้วยการโบยสิบที ซึ่งไม่ใช้ไม้เรียวแต่ให้ถอดเสื้อผ้านอนคว่ำแล้วตีด้วยไม้พลองขนาดใหญ่ ถูกโบยไปเพียงสี่ครั้งก็เจ็บปวดจนสลบไป จนหัวหน้าหมู่ทหารของเตี่ยต้องมาอ้อนวอนผู้บังคับกองพันขอผ่อนโทษ แต่เตี่ยถูกสาดน้ำให้ฟื้นแล้วโบยต่ออีกสี่ที รวมแปดทีและสลบสองครั้ง

  44. 1:28:00 เตี่ยวางแผนหนีจากการเป็นทหารมาเมืองไทย มาพึ่งพี่สาวที่กรุงเทพฯ

    จากจุดนี้เองทำให้เตี่ยตัดสินใจวางแผนหนีจากการเป็นทหาร คิดว่าเป็นทหารแบบนี้ออกดีกว่า แล้วเข้ามาประเทศไทยตอนอายุยี่สิบต้น ๆ ระยะแรกเข้ามาพึ่งพาพี่สาวที่เดินทางหลบหนีมาก่อนนานแล้วและตั้งครอบครัวอยู่ในกรุงเทพฯ แต่พี่สาวก็มีสถานะลำบากกำลังอยู่ในช่วงตั้งตัว ชีวิตเตี่ยจึงลำบากเช่นกัน

  45. 1:29:02 เตี่ยใช้แรงงานหนัก แบกข้าวสาร เข็นรถ ขายน้ำแข็ง ขายโอเลี้ยง ขายผักในตลาดสด

    เล่าว่าเตี่ยใช้แรงงานทำงานหนักโดยไม่เกี่ยงงาน ตั้งแต่แบกข้าวสาร ต่อมาก็ช่วยพี่สาวเข็นรถ ขายน้ำแข็ง ขายโอเลี้ยง ชงกาแฟขาย บางทีก็ขายผักผลไม้ในตลาดสด

  46. 1:30:12 ช่วงเพลงคั่นรายการ

    ช่วงเพลงคั่นระหว่างเล่าจดหมาย เนื้อร้องเกี่ยวกับแม่ แต่ Whisper จับเนื้อร้องได้ไม่ครบ

  47. 1:31:58 อากงอาม่ายกแม่ให้เตี่ยเพราะเห็นว่าซื่อสัตย์และโหงวเฮ้งดี แม้เตี่ยไม่มีเงิน

    เล่าว่ามีคนมีฐานะมาชอบแม่และส่งคนมาขอคุณตาคุณยายคืออากงอาม่า แต่ท่านไม่ยอมยกให้ บอกว่าแม่ยังเด็กอยู่ ยังไม่ถึงเวลา จนแม่อายุยี่สิบสามปี เป็นจังหวะที่เตี่ยมาขอกับอากงอาม่า แม้เตี่ยไม่มีเงินพอ คนที่เคยมาขอแม่ก็ปรามาสว่าคนอย่างเตี่ยจะขอแม่ได้หรือ แต่อากงอาม่ากลับยอมยกแม่ให้เตี่ย เพราะเห็นว่าเตี่ยซื่อสัตย์และชอบลักษณะโหงวเฮ้งของเตี่ย

  48. 1:33:00 มีลูกสิบคน แม่แท้งสองคน และตอนท้องคนที่สิบแม่อายุ 42 เกือบเอาชีวิตไม่รอด

    หลังแต่งงาน เตี่ยกับแม่ต้องหาเงินตัวเป็นเกลียวเพื่อใช้หนี้สินที่กู้มาแต่งงาน แต่แม่ลำบากกว่าเตี่ยเป็นสองเท่าเพราะต้องให้กำเนิดลูกซึ่งรวมแล้วสิบคน ชายสาม หญิงเจ็ด ผู้เขียนเป็นคนที่แปด แม่ทำงานหนักจนแท้งลูกไปสองคน ถ้าไม่แท้งก็จะเป็นสิบสองคน ตอนที่แม่ตั้งท้องลูกคนที่สิบ แม่ป่วยและพอถึงตอนคลอดก็เกือบเอาชีวิตไม่รอด ขณะนั้นแม่อายุได้สี่สิบสองปี

  49. 1:34:16 ลูกคนสุดท้องพิการปัญญาอ่อน พูดได้คำสั้น ๆ และพี่ชายคนที่สามคอยดูแล

    เล่าว่าเด็กที่เกิดมานั้นพิการปัญญาอ่อน ปัจจุบันอายุสามสิบสองปี สุขภาพปกติดีแต่เวลาสื่อสารพูดได้แค่คำสั้น ๆ ไม่สามารถคุยเป็นประโยคได้ ครูไม่ใหญ่แทรกว่าที่บาห์เรนก็มีเด็กแบบนี้เหมือนกัน พูดออแอ ๆ แต่พอพระอาจารย์แนะนำผู้บวชธรรมทายาทให้กล่าวสาธุ ก็สาธุได้ชัด ปัจจุบันมีพี่ชายคนที่สามเป็นธุระคอยดูแลน้องคนนี้มาตลอด และทุกคนในครอบครัวขยันทำมาหากินเป็นคนดี แต่ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องกรรม รู้จักแต่การไหว้เจ้าและช่วยเหลือสังคม

  50. 1:35:40 ผู้เขียนบวชธรรมทายาทรุ่น 24 ที่มีฝนพันปี แล้วบอกบุญเตี่ยกับแม่มายี่สิบปี

    เล่าว่าตอนผู้เขียนไปบวชธรรมทายาทที่วัดพระธรรมกายรุ่นที่ 24 รุ่นนั้นมีเหตุการณ์ฝนพันปีเกิดขึ้น จึงทำให้เข้าใจธรรมมากขึ้น ตลอดยี่สิบปีที่ผ่านมาเขาคอยบอกบุญและพูดเรื่องธรรมะให้ทุกคนฟังมาโดยตลอด ระยะแรกเตี่ยกับแม่ไม่ค่อยชอบวัด มีบ่นบ้างเวลาลูก ๆ ทำบุญมาก ๆ กับทางวัด แต่เขาก็อธิบายให้ท่านทั้งสองเข้าใจเรื่องบุญมาตลอดจนท่านยอมรับได้ในที่สุด รวมถึงบุญกฐินสร้างมหารัตนวิหารคด และบุญใหญ่บุญสุดท้ายคือร่วมเป็นประธานรองกฐินของวัดพระธรรมกาย

  51. 1:37:02 เตี่ยเป็นเบาหวานจนหัวใจหยุดเต้น หลานสองคนบวชธรรมทายาทคนละสามครั้งพาพระมาโปรดที่บ้าน

    เล่าว่าเตี่ยมีโรคประจำตัวคือเบาหวานตั้งแต่อายุประมาณหกสิบปี พออายุเจ็ดสิบสามปีก็เริ่มล้มป่วยเข้าโรงพยาบาล อาการหนักจนต้องเข้าห้องไอซียู ถึงขั้นหัวใจหยุดเต้น แพทย์ปั๊มหัวใจจนฟื้นแล้วรักษาต่อ แต่สภาพไม่เหมือนเดิม หลายปีที่ผ่านมาหลาน ๆ คือลูกชายสองคนของพี่ชายคนที่สาม ผลัดเปลี่ยนกันมาบวชธรรมทายาทคนละสามครั้ง และชักนำให้คณะสงฆ์มาโปรดเตี่ยที่บ้าน ให้เตี่ยได้ถวายภัตตาหาร สังฆทาน และผ้าไตร ถ้าบวชคนละครั้งพระก็มาเยี่ยมได้ไม่กี่ครั้ง แต่สามคนคนละสามครั้งก็เป็นเก้าครั้ง

  52. 1:38:09 พี่ชายคนที่สามบวชอุปสมบทนานาชาติ และเตี่ยกำมหาสุวรรณนิธิก่อนสิ้นใจอายุ 80 ปี

    เล่าว่ามิถุนายน 2548 พี่ชายคนที่สามซึ่งอายุห้าสิบเอ็ดปีตัดสินใจบวชธรรมทายาทอุปสมบทนานาชาติ และชวนพี่เขยคนที่สามบวชด้วย แล้วพาคณะพระอาจารย์มาโปรดเตี่ยถึงบ้านหลายครั้ง ครูไม่ใหญ่ชมว่าฉลาดในการหาบุญ แต่ไม่ทราบว่าเตี่ยจะปลื้มหรือไม่เพราะเตี่ยพูดไม่ได้และสมองเริ่มฝ่อ หลังลาสิกขาเกือบสองเดือน เตี่ยอาการทรุดเข้าห้องไอซียู ก่อนเตี่ยละโลก ผู้เขียนกับพี่ชายพี่สาวไปเยี่ยมและทบทวนบุญทั้งหลายที่เตี่ยได้ร่วมทำกับวัดพระธรรมกาย ตั้งแต่บุญสร้างองค์พระของมหาธรรมกายเจดีย์ในช่วงแรก และให้เตี่ยได้กำมหาสุวรรณนิธิเพื่อช่วยนึกถึงองค์พระที่จะหล่อ ระยะแรกเตี่ยยังลืมตาตอบสนองรับรู้ได้แต่ไม่พูดอะไร เพราะพูดไม่ได้มานานกว่าสี่ห้าปีตั้งแต่เป็นอัมพฤกษ์ครึ่งซีก ในที่สุดเตี่ยก็สิ้นใจ รวมอยู่ได้แปดสิบปี หมอวินิจฉัยว่าเป็นโรคตับอ่อนอักเสบ

  53. 1:39:33 ตอน ม.1 เพื่อนโยนตะเกียงแอลกอฮอล์ ไฟลวกศีรษะผู้เขียน และภรรยาที่พบกันที่ญี่ปุ่น

    เล่าเรื่องของผู้เขียนว่าครั้งหนึ่งตอนเรียนชั้น ม.1 ในชั่วโมงวิทยาศาสตร์ ผู้เขียนกับเพื่อนทำการทดลองในห้อง เพื่อนที่นั่งข้าง ๆ จุดตะเกียงแอลกอฮอล์โดยเอาตะเกียงสองอันมาชนกัน เขาเอียงแอลกอฮอล์ในตะเกียงจนหกออกมาที่มือ ไฟลุก แทนที่จะวางเขากลับโยนตะเกียงขึ้นด้วยความตกใจ แอลกอฮอล์จึงพุ่งมาโดนที่ศีรษะของผู้เขียน และเล่าต่อว่าภายหลังได้แต่งงานที่เมืองไทยกับคนที่พบกันที่ญี่ปุ่น

  54. 1:44:02 คำถามชุดแรก: วิบากกรรมของเตี่ย ตายแล้วไปไหน ลูกปัญญาอ่อน แม่แท้ง และอากงอาม่า

    ตั้งคำถามว่าเตี่ยมีวิบากกรรมใดจึงลำบากทุกอย่าง ถูกโบยเกือบเอาชีวิตไม่รอด และเสียชีวิตด้วยโรคตับอ่อนอักเสบ เตี่ยตายแล้วไปไหน มีอะไรที่เตี่ยฝากอยากให้ลูกหลานทำให้อีกบ้าง และขณะที่เตี่ยยังมีสติ พวกเราทบทวนบุญพยายามรักษาใจของเตี่ยให้ผ่องใส ไม่ทราบว่าเตี่ยรับทราบได้หรือเปล่า ต่อด้วยว่าเพราะเหตุใดเตี่ยและแม่จึงมีลูกเรียนดีมีความสามารถถึงเก้าคน แต่กลับมีลูกคนสุดท้องเป็นปัญญาอ่อน กรรมใดทำให้แม่ต้องแท้งลูกถึงสองครั้ง และคุณตาคุณยายคืออากงอาม่าตายแล้วไปไหน มีบุพกรรมเกี่ยวพันกับเตี่ยอย่างไรจึงยกคุณแม่ให้แต่งงานกับเตี่ยได้อย่างง่าย ๆ

  55. 1:46:19 คำถามชุดสอง: หลานหูหนวกในครรภ์ ไฟไหม้ศีรษะ ได้เป็นช่างก่อสร้างมหาธรรมกายเจดีย์

    ตั้งคำถามว่าเหตุใดพี่ชายคนที่สามจึงมารับเลี้ยงดูน้องแทนเตี่ยและแม่ เหตุใดลูกชายคนสุดท้องของพี่ชายคนที่สามจึงพิการหูหนวกตั้งแต่อยู่ในครรภ์ เนื่องจากพี่สะใภ้เป็นหัดเยอรมัน แต่โชคดีที่หมอไม่แนะนำให้ทำแท้ง บุพกรรมใดทำให้ผู้เขียนถูกไฟไหม้ที่ศีรษะจนผมแหว่ง และบุพกรรมใดจึงมีบุญได้มาเป็นฝ่ายช่างก่อสร้างมหาธรรมกายเจดีย์และมหาวิหารพระมงคลเทพมุนี ทั้งที่ทำงานเป็นล่ามแปลภาษาญี่ปุ่น แต่ได้มีส่วนออกแบบควบคุมงานก่อสร้างจนสำเร็จ ปิดท้ายด้วยคำถามว่าพี่สาวคนโตกับพี่เขยมีฐานะดีที่สุดในหมู่พี่น้อง มีเงินเยอะกว่าใคร แต่ไม่ชอบทำบุญกับพระสงฆ์ และพี่สาวคนโตกับพี่น้องที่เหลือเคยสร้างบารมีกับหมู่คณะมาไหม

  56. 1:51:50 เฉลย: เตี่ยลำบากเพราะบุญนาน ๆ ทำที และป่วยตายเพราะกรรมปาณาติบาต แล้วไปวิมานทองดาวดึงส์

    เฉลยว่าเตี่ยมีบุญที่เคยทำอยู่บ้างแต่นาน ๆ ทำที แบบสงเคราะห์โลก นำมาส่งผล แต่กว่าจะได้ก็เหนื่อยยากลำบากมาก ที่เป็นโรคเบาหวานและอัมพฤกษ์ครึ่งซีกและเสียชีวิตด้วยตับอ่อนอักเสบ เพราะในชาติที่เกิดเป็นพ่อค้าหาบเร่นั้นได้สั่งฆ่าสัตว์ตัดชีวิตไว้จำนวนมาก และปัจจุบันก็ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเพื่อไหว้เจ้า วิบากกรรมทั้งอดีตและปัจจุบันมารวมส่งผล มีกรรมปาณาติบาตเป็นหลัก ที่ลูก ๆ ทบทวนบุญให้ก่อนตายนั้นเตี่ยรู้บ้างไม่รู้บ้าง แต่ได้รับบุญทุกบุญ ตายแล้วเหมือนหลับแล้วตื่นขึ้นกลางวิมานทองของชั้นดาวดึงส์เฟส 3 ด้วยบุญที่ทำไว้ในพระพุทธศาสนาโดยเฉพาะบุญที่ลูกชวนให้ทำ และเมื่อรับบุญที่อุทิศไปให้ก็ยิ่งมีทิพยสมบัติเพิ่มขึ้น

  57. 1:53:15 เฉลย: ลูกปัญญาอ่อนเพราะกรรมเลี้ยงสุรา และแม่แท้งเพราะขายสัตว์แม่ลูกอ่อนให้เขาฆ่า

    เฉลยว่าเตี่ยและแม่มีลูกเรียนดีมีความสามารถถึงเก้าคน แต่ลูกคนสุดท้องปัญญาอ่อน เพราะกรรมในอดีตเคยเลี้ยงสุราให้กับแขกเหรื่อ จึงดึงดูดให้ลูกที่มีกรรมสุรามาเกิด แต่ท่านก็มีบุญที่สนับสนุนการศึกษามาในอดีตด้วย จึงทำให้มีลูกเรียนดีมีความสามารถมาเกิดร่วมด้วย เป็นเรื่องบุญส่วนบุญบาปส่วนบาป และแม่แท้งลูกสองครั้งเพราะกรรมในอดีตเคยขายสัตว์แม่ลูกอ่อนให้เขาฆ่าตาย นำมาส่งผล

  58. 1:54:00 เฉลย: อากงอาม่ายกลูกสาวให้ง่ายเพราะเคยเป็นสามีภรรยากันมา และไปเป็นภุมเทวาระดับล่าง

    เฉลยว่าอากงอาม่ายกลูกสาวให้แต่งงานกับเตี่ยอย่างง่าย ๆ เพราะในอดีตเตี่ยกับแม่เคยเป็นสามีภรรยากันและได้อธิษฐานจิตขอให้ได้มาอยู่ร่วมกันอีก จึงบันดาลใจให้ท่านทั้งสองยกลูกสาวให้แค่เห็นหน้าเตี่ย ส่วนอากงอาม่าตายแล้วไปเป็นภุมเทวาระดับล่าง อยู่ในหมู่บ้านภุมเทวาเดียวกัน บ้านอยู่ใกล้กัน และรับบุญที่อุทิศไปให้บ้างแต่ยังไม่มาก ต้องทำบุญอุทิศให้ท่านอีกบ่อย ๆ

  59. 1:54:46 เฉลย: น้องมีกรรมดื่มสุรา เตี่ยแม่มีกรรมเลี้ยงสุรา กรรมเสมอกันจึงมาเป็นพ่อแม่ลูก

    เฉลยว่าน้องสาวคนสุดท้องปัญญาอ่อนเพราะกรรมในอดีตก็เป็นผู้หญิงที่กลุ้มใจเรื่องคู่ครอง แล้วหาทางออกของชีวิตด้วยการดื่มสุรา เป็นกรรมส่วนตัว วิบากกรรมนี้มาส่งผล และมีความเกี่ยวข้องกับเตี่ยและแม่เพราะกรรมเสมอกัน คือฝ่ายน้องสาวมีกรรมดื่มสุรา ฝ่ายเตี่ยและแม่มีกรรมเลี้ยงสุราคนอื่น กรรมคล้ายกันจึงดึงดูดให้มาเป็นพ่อแม่ลูกกัน ส่วนพี่ชายคนที่สามที่มารับเลี้ยงดูแทน เพราะในอดีตก็เป็นคนเลี้ยงเหล้าแขกเหรื่อและมักชอบให้เหล้าเป็นของขวัญในโอกาสต่าง ๆ วิบากกรรมนั้นมาส่งผล แต่ในปัจจุบันก็เป็นบุญสงเคราะห์ญาติ จึงให้ทำต่อไปเถิด

  60. 1:55:55 เฉลย: หลานหูหนวกเพราะอดีตอุดหูไม่ฟังพ่อแม่จนถูกแช่ง และไม่มีกรรมทำแท้ง

    เฉลยว่าลูกชายคนสุดท้องของพี่ชายคนที่สามหูหนวกตั้งแต่อยู่ในครรภ์ เพราะกรรมในชาติหนึ่งเขาเคยเกิดเป็นลูกของพี่ชายและแม่คนนี้ เป็นพ่อแม่ลูกกัน เขาเคยเกเร เมื่อพ่อแม่อบรมสั่งสอนก็ไม่ฟัง ทำหูทวนลมและอุดหู ทำให้พ่อแม่โกรธจึงแช่งให้หูหนวก กรรมนี้มาส่งผลให้มาเกิดชาตินี้แล้วหูหนวก ส่วนพ่อแม่ที่แช่งก็ต้องมาเลี้ยงลูกหูหนวก และที่หมอไม่แนะนำให้ทำแท้งเพราะไม่มีกรรมทำแท้ง ถ้าไม่มีกรรมนี้ใครก็ทำแท้งเราไม่ได้

  61. 1:56:57 เฉลย: ไฟไหม้ศีรษะเพราะอดีตเผาค่ายทหารฝ่ายศึก แต่อุทิศบุญไว้จึงเหลือแค่เศษกรรม

    เฉลยว่าที่ถูกไฟไหม้ที่ศีรษะเพราะกรรมในอดีตพุทธันดรที่ผ่านมา ผู้เขียนเคยเป็นทหารของพระราชาองค์ที่ออกบวช แต่ไม่ได้ออกบวชตาม สมัครใจเป็นกองเสบียงที่ดี ในชาตินั้นได้ไปเผาค่ายทหารของค่ายศึก ต่อมาเมื่อทำบุญทุกบุญก็มักอุทิศให้ผู้ที่ถูกเบียดเบียนดังกล่าว ทำจนตลอดชีวิตและอธิษฐานว่าขอให้ผลจากวิบากกรรมนี้เบาบางลง จึงเจอแค่เศษกรรม เพราะบุญที่ทำและอธิษฐานไว้มาตัดรอนวิบากกรรม

  62. 1:58:17 เฉลย: ได้ควบคุมงานก่อสร้างเพราะอดีตสร้างอารามถวายพระราชา และคู่บารมีที่พบกันที่ญี่ปุ่น

    เฉลยว่าที่ได้เป็นฝ่ายช่างก่อสร้างมหาธรรมกายเจดีย์และมหาวิหารพระมงคลเทพมุนี ทั้งที่ทำงานเป็นล่ามแปลภาษาญี่ปุ่น เพราะในพุทธันดรที่ผ่านมาแม้ไม่ได้ออกบวชตามพระราชา ก็ทำหน้าที่กองเสบียงอย่างดีและได้ช่วยควบคุมการก่อสร้างอารามของพระราชาองค์ที่ออกบวชนั้น เมื่อสร้างเสร็จก็อธิษฐานจิตว่าชาติต่อไปขอให้ได้มาควบคุมการก่อสร้างอีก ผังนี้จึงติดตัวมา ส่วนภรรยาต้องแท้งลูกเพราะอดีตชาติมีกรรมสนับสนุนให้เพื่อนไปทำแท้ง โดยเพื่อนตั้งท้องแต่บอกว่ายังไม่พร้อม มาขอความช่วยเหลือ แล้วก็ช่วยจนสำเร็จ และผู้เขียนกับภรรยาเคยเป็นคู่บุญคู่บารมีกันมาตั้งแต่พุทธันดรที่ผ่านมา ได้สร้างบุญร่วมกันและอธิษฐานขอเป็นสามีภรรยากันอีก จึงไปพบรักกันที่ญี่ปุ่น ทั้งผู้เขียน ภรรยา และพี่สะใภ้ สร้างบารมีกับหมู่คณะมาแบบกองเสบียง

  63. 1:59:49 เฉลย: พี่สาวคนโตฐานะดีแต่สะดุดใจพระบางองค์ จึงถอยไปทำบุญสงเคราะห์โลกแทน

    เฉลยว่าพี่สาวคนโตกับพี่เขยมีฐานะดีกว่าพี่น้องทุกคน เพราะในอดีตทำบุญในพระพุทธศาสนาไว้เยอะ รวมทั้งสร้างบุญประเภทสงเคราะห์โลกไว้มาก แต่ชาตินี้ไม่ชอบทำบุญกับพระสงฆ์ เพราะในชาตินั้นเมื่อทำบุญในพระพุทธศาสนาแล้วเกิดสะดุดใจในความประพฤติของพระบางองค์ จึงถอยไปทำบุญแบบสงเคราะห์โลกแทน ผังนี้ติดตัวมา ส่วนพี่สาวคนโตกับพี่น้องที่เหลือก็เคยสร้างบุญกับหมู่คณะมาแบบกองเสบียง แต่บางคนมากบางคนน้อย ผู้เขียนต้องใช้ความอดทนและเยือกเย็นในการทำหน้าที่กัลยาณมิตรกับพี่น้องทุกคน ในที่สุดก็จะชวนได้ แล้วสรุปว่าชาตินี้มาเจอกันแล้วให้ตั้งใจสร้างบารมีเต็มที่ในทุกบุญ และอธิษฐานจิตไปดุสิตบุรี วงบุญพิเศษ เขตบรมโพธิสัตว์

  64. 2:00:54 บทประจำวัน: สิ่งที่ต้องสั่งสมคือบุญกุศล

    ท่องบทประจำวันว่าสิ่งที่ต้องสั่งสมคือบุญกุศล สิ่งที่ต้องแสวงหาคือพระรัตนตรัยภายใน เป้าหมายชีวิตคือที่สุดแห่งธรรม ที่พักระหว่างทางคือดุสิตบุรี วงบุญพิเศษ เขตบรมโพธิสัตว์

  65. 2:07:17 อ่านรายชื่อเจ้าภาพ และแบ่งบุญให้นักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาทุกคน

    อ่านรายชื่อเจ้าภาพผู้ร่วมบุญ มีกัลยาณมิตรและครอบครัวพร้อมลูกพระธรรมจังหวัดตาก สี่หมื่นบาท พระมหาประเสริฐกิจและครอบครัว หนึ่งหมื่นหนึ่งร้อยบาท และอีกท่านหนึ่งหมื่นบาท แล้วบอกว่าขอแบ่งบุญให้กับนักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาทุก ๆ คน

  66. 2:08:55 ปิดรายการ: คำขวัญและสวดสรรเสริญพระรัตนตรัยอุทิศให้ชายแดนใต้

    ท่องคำขวัญว่าพุทธบุตรต้องเป็นหนึ่งเดียวกันเหมือนดวงตะวันที่มีดวงเดียว พุทธบริษัทสี่ต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน เรื่องส่วนตัวให้วางอุเบกขา เรื่องพระศาสนาให้เอาอุเบกขาวาง จิตสดใสเมื่อใจสิ้นระแวง และธรรมกายคือพระในตัวคุณ แล้วชวนพร้อมใจกันสวดสรรเสริญคุณของพระรัตนตรัย โดยหันลำโพงไปทางภาคใต้ของผืนแผ่นดินไทยและสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ตอนอื่นในปี 2548