ศีลอดแบบอริยะ

tag ที่มักมาด้วยกัน: ศีล 10 ของสามเณร อานิสงส์ของศีล 10 ประการ ต่างศาสนิก อายุยืน ความปลอดภัยในทรัพย์สิน ตัดรอนวิบาก จิตเสื่อมคุณภาพ ศีลแปลว่าปกติ

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 27 ธ.ค. 2548

  • 24:41 ชาวพุทธก็สอนการให้: ศีลอดแบบอริยะคือศีล 10 ของสามเณร
    บอกว่าชาวพุทธมีการสอนเรื่องการให้เหมือนกัน โดยการอดคือการให้ เรียกว่าถือศีลอดแบบอริยะ ได้แก่ศีล 10 ข้อสำหรับสามเณร คือให้เว้นจากสิ่งเหล่านั้นก่อน
  • 25:43 อ่านศีล 10 ข้อของสามเณรทีละข้อ
    ไล่อ่านศีล 10 ข้อ คือเว้นจากการฆ่าและเบียดเบียนสัตว์ เว้นจากการลักทรัพย์ เว้นจากการเสพเมถุน เว้นจากการพูดเท็จหลอกลวง เว้นจากสิ่งเสพติดทุกชนิด เว้นจากการกินอาหารในยามวิกาล เว้นจากการฟ้อนรำขับร้องเล่นดนตรีดูการแสดง เว้นจากการประดับตกแต่งร่างกายด้วยเครื่องประดับ ดอกไม้ของหอมและเครื่องลูบไล้ เว้นจากการนั่งนอนบนที่นั่งที่นอนสูงใหญ่ และเว้นจากการรับเงินทองและยินดีในเงินทองที่เก็บไว้เพื่อตน
  • 27:21 ศีลข้อ 1 เว้นจากการฆ่า คือให้ความปลอดภัยแก่ชีวิต ผลคืออายุยืน
    ขยายศีลข้อที่หนึ่งว่าการเว้นจากการฆ่าและเบียดเบียนสัตว์ทุกชนิด ทั้งสัตว์ประเสริฐคือมนุษย์และสัตว์เดรัจฉาน เท่ากับให้ความปลอดภัยแก่ชีวิตผู้อื่น ผลที่ได้กลับมาคือไม่ว่าเกิดภพชาติไหนก็จะมีอายุยืน เป็นมนุษย์ก็อายุยืน เป็นเทวดาก็อายุยืน อายุยืนทำให้มีโอกาสสร้างความดีได้นานและแก้ไขข้อผิดพลาดในชีวิตที่ผ่านมา เท่ากับปิดอบายภูมิและเปิดประตูสวรรค์
  • 29:35 ศีลข้อ 2 เว้นจากการลักทรัพย์ คือให้ความปลอดภัยในทรัพย์สิน
    อธิบายว่าข้อที่สองคืออดใจห้ามมือไม่ไปขโมย ไปคดไปโกงหรือคอร์รัปชันเพื่อให้ได้ทรัพย์ในทางที่ไม่ถูกต้อง เท่ากับให้ความปลอดภัยในทรัพย์สิน บ้านไม่จำเป็นต้องมีรั้ว นอนหลับสบายไม่ต้องสะดุ้งว่าลืมใส่กุญแจรถ ผลที่ได้กลับมาคือทรัพย์ของเราจะไม่พินาศไปด้วยอุทกภัย วาตภัย ราชภัย โจรภัย ทิ้งไว้เฉย ๆ ก็ไม่มีใครมีอารมณ์จะเอา ไฟจะไหม้ก็ดับหรือหลีกช่องกระโดดข้ามไป
  • 32:16 ศีลข้อ 3 เว้นเมถุน และข้อ 4 เว้นพูดเท็จ คือให้ความจริงแก่เพื่อนมนุษย์
    ข้อที่สามเว้นจากการเสพเมถุน ทำให้ปลอดเครื่องกังวล ไม่ตกเป็นทาสความอร่อยทางเนื้อหนังที่ทำให้จิตฟุ้งซ่านไม่เป็นสมาธิ และเท่ากับให้ความปลอดภัยแก่ครอบครัวของผู้อื่น สังคมอยู่เย็นเป็นสุข ข้อที่สี่เว้นจากการพูดเท็จโกหก คือให้ความจริงกับเพื่อนมนุษย์ ข่าวจริงก็ว่าจริงไม่บิดเบือน ผลที่ได้คือชีวิตเรียบง่ายสะดวกสบาย สมองไม่หลงลืมฟั่นเฟือน เพราะโกหกสองเรื่องต้องจำสองเรื่อง สิบเรื่องต้องจำสิบเรื่อง และจะได้รับความจริงใจกลับคืนมา
  • 35:10 ศีลข้อ 5 เว้นน้ำเมา และข้อ 6 เว้นอาหารยามวิกาล อดสิบแปดชั่วโมง
    ข้อที่ห้าเว้นการดื่มน้ำเมาและสิ่งเสพติด คือให้ระบบความคิด คำพูด และการกระทำเป็นปกติ เพราะน้ำเมาเข้าไปแล้วจะเซตโปรแกรมใหม่หมด ที่เคยคิดดีก็เปลี่ยนเป็นคิดไม่ดี ผลที่ได้กลับมาคือความมีสติ และสติทำให้ปัญญาเกิด ข้อที่หกเว้นอาหารในยามวิกาล คือไม่ฉันตั้งแต่เที่ยงถึงรุ่งอรุณของวันใหม่ อดสิบแปดชั่วโมง เป็นการอดแบบทางสายกลางไม่ถึงขั้นอุกฤษฏ์ เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อน ท้องไม่อึดอัด นั่งสมาธิสะดวก และมีเวลาว่างเอาไปทำสมาธิ แล้วเทียบกับบางศาสนาที่อดทั้งวันทั้งคืนแต่นอนเฉย ๆ เหมือนกบจำศีล เพราะเหนื่อยเพลียไม่รู้จะทำอะไร ครูไม่ใหญ่บอกว่าจำชื่อเทศกาลนั้นไม่ได้ ถ้าใครรู้ให้โทรมาบอกใหม่ สรุปว่าฝ่ายนั้นอดเพื่อนอน แต่ศีล 10 อดเพื่อทำความดีและทำสมาธิ
  • 39:29 ศีลข้อ 7 เว้นฟ้อนรำดูการแสดง และข้อ 8 เว้นของหอมเครื่องประดับ
    ข้อที่เจ็ดเว้นการฟ้อนรำขับร้องเล่นดนตรีและดูการแสดง เพื่อให้ใจเว้นจากรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ธรรมารมณ์ เพราะสิ่งที่แสดงนั้นเป็นสิ่งหลอกทั้งนั้น รู้ว่าเขาหลอกแต่เต็มใจให้หลอก เป็นทางมาแห่งอกุศล เว้นแล้วใจจะปลอดโล่งมีเวลาทำสมาธิภาวนา ข้อที่แปดเว้นการประดับตกแต่งร่างกายด้วยเครื่องประดับ ดอกไม้ของหอมและเครื่องลูบไล้ เพราะของหอมกระทบจมูกและผิวหนังแล้วอยู่เฉยไม่ได้ ต้องอดเพื่อให้สมาธิที่เกิดแล้วเจริญขึ้น เพราะสมาธิเป็นบ่อเกิดแห่งปัญญา
  • 42:21 ศีลข้อ 9 ข้อ 10 กับวิหารน้อยที่ออกแบบให้ตื่นง่าย และสรุปศีลอดแบบอริยะ
    ข้อที่เก้าเว้นการนั่งนอนบนที่นั่งที่นอนสูงใหญ่ยัดนุ่นสำลี เพราะนอนสบายแล้วขี้เกียจตื่นมานั่งสมาธิ ครูไม่ใหญ่บอกว่าวิหารน้อยจึงดีไซน์ออกมาให้ตื่นเต้นตื่นตัวและตื่นตามกันไป หลังนี้ตื่นหลังอื่นก็ตื่นตาม ข้อที่สิบเว้นการรับเงินทอง เพราะใจจะวนเวียนอยู่กับเรื่องทรัพย์ว่าเขาเก็บไว้ครบไหมจะคืนเท่าเดิมไหม กลายเป็นเครื่องพันธนาการของใจ สรุปว่าศีลอดแบบอริยะสิบข้อนี้ยกใจให้สูงขึ้น เป็นการเดินตามอย่างพระอริยเจ้าและเป็นต้นทางที่จะเข้าถึงความเป็นอริยะ แล้วย้อนพูดถึงเทศกาลอดของศาสนาอื่นอีกครั้งว่าถือกันทั้งวันทั้งคืน

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 28 ธ.ค. 2548

  • 20:04 ทะเลทรายบาห์เรนนำมาซึ่งกุศลธรรม เพราะเมล็ดทรายทำให้นึกถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
    อธิบายว่าดินแดนอาหรับคือชนเผ่าที่พูดจาคล่องแคล่วแตกฉาน ถ้อยคำลื่นไหลออกมา แล้วบอกว่าเมื่อวานพูดเรื่องศีลอดแบบอริยะสิบข้อไปแล้ว วันนี้ยังไม่พูดเพราะเวลาเหลือน้อย ต่อด้วยว่าดินแดนบาห์เรนมีทะเลทรายที่นำมาซึ่งกุศลธรรมตลอด เพราะเห็นเมล็ดทรายจำนวนมากทำให้นึกถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่มีมากกว่าเมล็ดทราย ถ้าสวดมนต์อยู่ทุกวันแต่ไม่เคยเห็นเมล็ดทรายจำนวนมากก็นึกภาพไม่ออก และชายหาดที่นั่นลึกเข้าไปเรื่อย ๆ ต่างจากชายหาดทั่วไปในโลก
  • 32:22 ผู้ทำภัตตาหารต่างศาสนิกเข้าใจว่าพระคือผู้ทำความดีสากล ถือศีลสองร้อยยี่สิบเจ็ดข้อ
    เล่าว่าญาติโยมปลื้มปีติที่ได้เห็นพุทธบุตรมาให้แสงสว่างแห่งธรรมและมาเป็นเนื้อนาบุญที่นั่น ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย มีผู้หนึ่งทำภัตตาหารมาเองด้วยความเต็มใจ เธอเปิดเผยว่าเป็นนักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา เข้าใจแล้วว่าพระภิกษุคือบุคคลที่ทำความดีสากล ถือศีลอดแบบอริยะถึงสองร้อยยี่สิบเจ็ดข้อ ดังนั้นการมาช่วยดูแลภัตตาหารถวายพระจึงเป็นความดีที่เธอควรทำ และเป็นความดีสากลที่ไม่ขัดแย้งกับความเชื่อในใจของเธอ ต่อด้วยว่าถ้าสืบไปถึงคำสอนดั้งเดิมของศาสดาในทุกศาสนา ไม่ว่าพุทธ คริสต์ อิสลาม พราหมณ์ฮินดู หรือซิกข์ ล้วนสอนให้รักเพื่อนมนุษย์และรู้จักแบ่งปัน การแบ่งปันเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่
  • 41:38 ทบทวนศีลอดแบบอริยะ: เว้นจากการฆ่าคือให้ความปลอดภัยในชีวิต
    ทบทวนว่าเมื่อวานพูดถึงการถือศีลอดแบบอริยะสิบข้อไปแล้ว อดก็คือเว้น เช่นเว้นจากการฆ่ามนุษย์และสัตว์ทั้งหลาย ก็คือการให้ความปลอดภัยในชีวิตของมนุษย์และสรรพสัตว์ มนุษย์ควรมีสิทธิเสรีภาพในการมีชีวิตอยู่โดยไม่ถูกเบียดเบียนจนถึงตาย และให้อยู่อย่างผาสุก แล้วแทรกว่าถ้าต้องการความละเอียดให้ไปหาความรู้เพิ่มเติมจากท่านผู้รู้ที่ชำนาญทางพระพุทธศาสนา เพราะที่นี่ครูไม่ใหญ่คุยกับนักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาทั่วโลกซึ่งมีทุกระดับ ไม่ได้เทศน์ จึงมีเพลงมีภาพ และย่อยธรรมะเรื่อยมาจนกระทั่งเป็นโจ๊กเพื่อให้ดื่มได้คล่อง
  • 43:16 ศีลแปลว่าปกติและแปลว่าเย็น: จิตที่ปกติไม่คิดฆ่าไม่คิดลักทรัพย์ และอยู่เย็นเป็นสุข
    อธิบายว่าศีลแปลว่าปกติ คือจิตใจของมนุษย์ที่ปกติมีคุณภาพดีจะไม่ฆ่าสัตว์ไม่ฆ่ามนุษย์ การทำสิ่งที่ไม่ปกติคือถูกกิเลสเข้าไปบังคับ จิตเสื่อมคุณภาพจึงคิดฆ่า แปลว่าสูญเสียความเป็นปกติ ไม่มีศีลข้อนี้ เพราะเว้นไม่ได้ ให้ความปลอดภัยแก่เพื่อนมนุษย์ไม่ได้ ส่วนข้อลักทรัพย์ ปกติคนเราจะยินดีในของของตัว ไม่ยินดีจะไปเอาของคนอื่นด้วยวิธีขโมยขณะที่เขายังหวงแหนอยู่ จิตใจที่มีคุณภาพเป็นปกติจะไม่คิดขโมยของใคร แต่มีศักดิ์ศรีที่จะแสวงหาทรัพย์ด้วยกำลังแห่งตน กำลังความคิด สติปัญญา และกำลังใจ ถ้าสูญเสียไปเมื่อไรก็แสดงว่าศีลข้อนี้ขาดไปแล้ว ต่อด้วยว่าศีลนี้จะแปลว่าเย็นก็ได้ คือเย็นทั้งกายเย็นทั้งใจ เบิกบานสบาย คนมีศีลดำเนินชีวิตได้ง่าย ๆ เพราะไม่ได้ไปเอาของใครมา ไม่ได้ฆ่าใคร จึงไม่ต้องอยู่ด้วยความหวาดระแวงสะดุ้งกลัวว่าใครจะมาฆ่าหรือจะรู้ว่าเราขโมยของเขา จะนั่งนอนยืนเดินก็สบาย
  • 46:19 อ่านอานิสงส์ของศีลสิบประการ และศิลาที่แปลว่าหินคือหนักแน่นในการทำความดี
    ไล่อ่านอานิสงส์ของศีลสิบประการ คือไม่มีความเดือดร้อนใจ มีความปลอดโปร่งใจ มีปีติ เกิดความสงบใจ เกิดความสุข เป็นพื้นฐานให้เกิดสมาธิ มีความรู้เห็นไปตามความเป็นจริง เกิดความเบื่อหน่ายในทุกข์ คลายความกำหนัด และมองเห็นทางหลุดพ้น แล้วแทรกว่าคำศิลาแปลว่าหิน คงหมายถึงหนักแน่นเข้มแข็งในการทำความดี แต่ครูไม่ใหญ่ไม่อยากว่าเอาเอง ให้ไปถามท่านผู้รู้ ส่วนความหมายง่าย ๆ คือเย็นกับปกติ
  • 47:40 อานิสงส์ข้อ 1 ไม่มีความเดือดร้อนใจ และข้อ 2 ความปลอดโปร่งใจ
    ขยายว่านอกจากไม่ทำร้ายชีวิตคนและสัตว์แล้วจะทำให้อายุยืนและได้ความปลอดภัย ยังได้อานิสงส์ข้อแรกคือไม่มีความเดือดร้อน เพราะผู้มีศีลไม่ได้ทำความชั่วที่ก่อความเดือดร้อนแก่ตนเองและผู้อื่น เมื่อไม่มีความผิดคิดชั่วใจก็ไม่ต้องเดือดร้อน อยู่เย็นเป็นสุข ข้อที่สองคือความปลอดโปร่งใจ เพราะผู้มีศีลนึกถึงศีลที่ตนรักษาไว้ดีแล้วว่าวันนี้ไม่ได้ฆ่าสัตว์ ไม่ได้ลักทรัพย์ ไม่ได้ดื่มสุราเมรัย ไล่ไปทุกข้อก็ทำได้ครบสิบข้อ พยายามค้นหาข้อบกพร่องด้วยความจริงใจก็ไม่มีเลย จึงบริสุทธิ์บริบูรณ์และปลอดโปร่งใจ
  • 49:40 อานิสงส์ข้อ 3 มีปีติเพราะทำสิ่งที่คนในโลกยากจะทำ และการไม่ฆ่าง่ายกว่าการฆ่า
    อธิบายข้อสามว่าผู้มีศีลนึกถึงการกระทำของตนแล้วย่อมเกิดความปีติโสมนัสว่าคนอย่างเราทำได้ ซึ่งคนในโลกนี้ยากจะทำกัน แต่ที่ยากเพราะเขาไม่ยอมทำ ถ้ายอมทำก็ไม่ยาก เพราะจริง ๆ การไม่ฆ่าง่ายกว่าการฆ่า การฆ่าต้องเตรียมการว่าจะฆ่าอย่างไร ด้วยอะไร และทำอย่างไรจะไม่ให้คนอื่นรู้ วิธีการต่าง ๆ นั้นยากกว่ามาก ดังนั้นถ้าไม่ฆ่าก็ง่ายและดำเนินชีวิตสะดวก จึงเกิดปีติเบิกบานว่าคนอย่างเราทำได้ ในขณะที่คนอีกมากในโลกทำไม่ค่อยได้
  • 50:49 อานิสงส์ข้อ 4 ความสงบใจ ข้อ 5 ความสุข และข้อ 6 เอกัคคตาเป็นสมาธิ
    อธิบายว่าปีตินี้ทำให้เกิดความสงบใจ ความฟุ้งซ่านหมดไปเพราะใจคิดแต่เรื่องศีลที่ตนทำได้ ปีติจะเข้าไปแทนที่และเบียดความคิดอื่นที่สั่งสมไว้ในใจให้หลุดออกไปหมด กายก็สงบใจก็สงบ ข้อที่ห้าทำให้เกิดความสุข คือสบายกายสบายใจ อิ่มอกอิ่มใจทั่วทุกสารพางค์กาย ข้อที่หกพอสุขแล้วก็เกิดเอกัคคตาเป็นสมาธิ นั่งเฉย ๆ จิตก็รวมเป็นหนึ่ง ใจขยาย ใจหยุดนิ่งได้ มีอารมณ์เดียว อยู่ในตำแหน่งที่ปลอดความคิด