-
24:41
ชาวพุทธก็สอนการให้: ศีลอดแบบอริยะคือศีล 10 ของสามเณร
บอกว่าชาวพุทธมีการสอนเรื่องการให้เหมือนกัน โดยการอดคือการให้ เรียกว่าถือศีลอดแบบอริยะ ได้แก่ศีล 10 ข้อสำหรับสามเณร คือให้เว้นจากสิ่งเหล่านั้นก่อน
-
25:43
อ่านศีล 10 ข้อของสามเณรทีละข้อ
ไล่อ่านศีล 10 ข้อ คือเว้นจากการฆ่าและเบียดเบียนสัตว์ เว้นจากการลักทรัพย์ เว้นจากการเสพเมถุน เว้นจากการพูดเท็จหลอกลวง เว้นจากสิ่งเสพติดทุกชนิด เว้นจากการกินอาหารในยามวิกาล เว้นจากการฟ้อนรำขับร้องเล่นดนตรีดูการแสดง เว้นจากการประดับตกแต่งร่างกายด้วยเครื่องประดับ ดอกไม้ของหอมและเครื่องลูบไล้ เว้นจากการนั่งนอนบนที่นั่งที่นอนสูงใหญ่ และเว้นจากการรับเงินทองและยินดีในเงินทองที่เก็บไว้เพื่อตน
-
27:21
ศีลข้อ 1 เว้นจากการฆ่า คือให้ความปลอดภัยแก่ชีวิต ผลคืออายุยืน
ขยายศีลข้อที่หนึ่งว่าการเว้นจากการฆ่าและเบียดเบียนสัตว์ทุกชนิด ทั้งสัตว์ประเสริฐคือมนุษย์และสัตว์เดรัจฉาน เท่ากับให้ความปลอดภัยแก่ชีวิตผู้อื่น ผลที่ได้กลับมาคือไม่ว่าเกิดภพชาติไหนก็จะมีอายุยืน เป็นมนุษย์ก็อายุยืน เป็นเทวดาก็อายุยืน อายุยืนทำให้มีโอกาสสร้างความดีได้นานและแก้ไขข้อผิดพลาดในชีวิตที่ผ่านมา เท่ากับปิดอบายภูมิและเปิดประตูสวรรค์
-
29:35
ศีลข้อ 2 เว้นจากการลักทรัพย์ คือให้ความปลอดภัยในทรัพย์สิน
อธิบายว่าข้อที่สองคืออดใจห้ามมือไม่ไปขโมย ไปคดไปโกงหรือคอร์รัปชันเพื่อให้ได้ทรัพย์ในทางที่ไม่ถูกต้อง เท่ากับให้ความปลอดภัยในทรัพย์สิน บ้านไม่จำเป็นต้องมีรั้ว นอนหลับสบายไม่ต้องสะดุ้งว่าลืมใส่กุญแจรถ ผลที่ได้กลับมาคือทรัพย์ของเราจะไม่พินาศไปด้วยอุทกภัย วาตภัย ราชภัย โจรภัย ทิ้งไว้เฉย ๆ ก็ไม่มีใครมีอารมณ์จะเอา ไฟจะไหม้ก็ดับหรือหลีกช่องกระโดดข้ามไป
-
32:16
ศีลข้อ 3 เว้นเมถุน และข้อ 4 เว้นพูดเท็จ คือให้ความจริงแก่เพื่อนมนุษย์
ข้อที่สามเว้นจากการเสพเมถุน ทำให้ปลอดเครื่องกังวล ไม่ตกเป็นทาสความอร่อยทางเนื้อหนังที่ทำให้จิตฟุ้งซ่านไม่เป็นสมาธิ และเท่ากับให้ความปลอดภัยแก่ครอบครัวของผู้อื่น สังคมอยู่เย็นเป็นสุข ข้อที่สี่เว้นจากการพูดเท็จโกหก คือให้ความจริงกับเพื่อนมนุษย์ ข่าวจริงก็ว่าจริงไม่บิดเบือน ผลที่ได้คือชีวิตเรียบง่ายสะดวกสบาย สมองไม่หลงลืมฟั่นเฟือน เพราะโกหกสองเรื่องต้องจำสองเรื่อง สิบเรื่องต้องจำสิบเรื่อง และจะได้รับความจริงใจกลับคืนมา
-
35:10
ศีลข้อ 5 เว้นน้ำเมา และข้อ 6 เว้นอาหารยามวิกาล อดสิบแปดชั่วโมง
ข้อที่ห้าเว้นการดื่มน้ำเมาและสิ่งเสพติด คือให้ระบบความคิด คำพูด และการกระทำเป็นปกติ เพราะน้ำเมาเข้าไปแล้วจะเซตโปรแกรมใหม่หมด ที่เคยคิดดีก็เปลี่ยนเป็นคิดไม่ดี ผลที่ได้กลับมาคือความมีสติ และสติทำให้ปัญญาเกิด ข้อที่หกเว้นอาหารในยามวิกาล คือไม่ฉันตั้งแต่เที่ยงถึงรุ่งอรุณของวันใหม่ อดสิบแปดชั่วโมง เป็นการอดแบบทางสายกลางไม่ถึงขั้นอุกฤษฏ์ เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อน ท้องไม่อึดอัด นั่งสมาธิสะดวก และมีเวลาว่างเอาไปทำสมาธิ แล้วเทียบกับบางศาสนาที่อดทั้งวันทั้งคืนแต่นอนเฉย ๆ เหมือนกบจำศีล เพราะเหนื่อยเพลียไม่รู้จะทำอะไร ครูไม่ใหญ่บอกว่าจำชื่อเทศกาลนั้นไม่ได้ ถ้าใครรู้ให้โทรมาบอกใหม่ สรุปว่าฝ่ายนั้นอดเพื่อนอน แต่ศีล 10 อดเพื่อทำความดีและทำสมาธิ
-
39:29
ศีลข้อ 7 เว้นฟ้อนรำดูการแสดง และข้อ 8 เว้นของหอมเครื่องประดับ
ข้อที่เจ็ดเว้นการฟ้อนรำขับร้องเล่นดนตรีและดูการแสดง เพื่อให้ใจเว้นจากรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ธรรมารมณ์ เพราะสิ่งที่แสดงนั้นเป็นสิ่งหลอกทั้งนั้น รู้ว่าเขาหลอกแต่เต็มใจให้หลอก เป็นทางมาแห่งอกุศล เว้นแล้วใจจะปลอดโล่งมีเวลาทำสมาธิภาวนา ข้อที่แปดเว้นการประดับตกแต่งร่างกายด้วยเครื่องประดับ ดอกไม้ของหอมและเครื่องลูบไล้ เพราะของหอมกระทบจมูกและผิวหนังแล้วอยู่เฉยไม่ได้ ต้องอดเพื่อให้สมาธิที่เกิดแล้วเจริญขึ้น เพราะสมาธิเป็นบ่อเกิดแห่งปัญญา
-
42:21
ศีลข้อ 9 ข้อ 10 กับวิหารน้อยที่ออกแบบให้ตื่นง่าย และสรุปศีลอดแบบอริยะ
ข้อที่เก้าเว้นการนั่งนอนบนที่นั่งที่นอนสูงใหญ่ยัดนุ่นสำลี เพราะนอนสบายแล้วขี้เกียจตื่นมานั่งสมาธิ ครูไม่ใหญ่บอกว่าวิหารน้อยจึงดีไซน์ออกมาให้ตื่นเต้นตื่นตัวและตื่นตามกันไป หลังนี้ตื่นหลังอื่นก็ตื่นตาม ข้อที่สิบเว้นการรับเงินทอง เพราะใจจะวนเวียนอยู่กับเรื่องทรัพย์ว่าเขาเก็บไว้ครบไหมจะคืนเท่าเดิมไหม กลายเป็นเครื่องพันธนาการของใจ สรุปว่าศีลอดแบบอริยะสิบข้อนี้ยกใจให้สูงขึ้น เป็นการเดินตามอย่างพระอริยเจ้าและเป็นต้นทางที่จะเข้าถึงความเป็นอริยะ แล้วย้อนพูดถึงเทศกาลอดของศาสนาอื่นอีกครั้งว่าถือกันทั้งวันทั้งคืน