ep049 ผังเวลา 65 ช่วง
บวชสามเณรรุ่นแรกที่บาห์เรน (114) อุทิศบุญ (111) อธิษฐานจิต (79) จานดาวธรรม (74) วัดพระธรรมกาย (73) เสาแก้วพันปี (69) ดุสิตบุรี (67) บาห์เรน (52) หยุดใจนิ่ง (52) วงบุญพิเศษ (49) กองเสบียง (45) องค์พระในกลางกาย (42) กัลยาณมิตร (41) กฎแห่งกรรม (39) ยิ้ม (37) ตัดรอนวิบาก (32) เนื้อนาบุญ (32) ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา (28) หลวงพ่อทัตตชีโว (27) กรรมกาเมสุมิจฉาจาร (21) มนุษย์กินคน (21) เด็กหญิงภูเขา บ๊ายบายบ้านนามาสร้างบารมี (21) อบายมุข (19) ศีล 10 ของสามเณร (16) ต้นบุญต้นแบบ (15) ลาสิกขา (15) ผลการปฏิบัติธรรมสามเณรบาห์เรน (14) พระอรหันต์ (14) พระโสณโกฬิวิสะ (12) ความตระหนี่ (11) บ้านกัลยาณมิตร (11) บวชตลอดชีวิต (10) ปิดอบาย (9) แม่น้ำโขง (9) วจีกรรม (8) ความสุขภายใน (7) ดูไบ (6) บุญสงเคราะห์ญาติ (6) บุญไม่มีขาย (6) ศีลห้า (6) บ้านมิตรภาพ (5) ผ้ากาสาวพัสตร์ (5) หนองคาย (5) กรุงราชคฤห์ (4) ดวงบุญ (4) ธรรมทูต (4) ยิ้มแล้วรวย (4) ลูกสาวเป็นทอม (4) สามเณรวัย 13 ปี (4) อดีตคนรับใช้ (4) แรงงานข้ามชาติ (4) กองทุนบูชาข้าวพระ (3) ธิดาเศรษฐี (3) ศีลข้อสาม (3) หมอชีวกโกมารภัจจ์ (3) อนาถบิณฑิกเศรษฐี (3) อารามชั่วคราว (3) เชียงใหม่ (3) แรงงานไทยในต่างแดน (3) ไม่ทำแท้ง (3) ข้าวสาลีอบสามปี (2) ตำรวจบาห์เรนยกมือไหว้พระ (2) ประเทศลาว (2) มองมุมเดียวกัน (2) วิถีชีวิตมุสลิม (2) หล่อพระ 2548 (2) อธิษฐานขอพบแม่ (2) อริยาบถนั่ง (2) กาฬสินธุ์ (1) คุณอาบาท (1) จัมปานคร (1) นั่งข้ามคืน (1) ฝ่าเท้ามีขนอ่อน (1) สามเณรกิตติภูมิ ทองแท้ (1) แม่ทิ้งลูกไว้ที่โรงพยาบาล (1)
กล่าวคาถาสำเร็จว่าแม้มืดตื้อมืดมิดก็มีสิทธิ์เข้าถึงธรรม คำขวัญเมื่อเราสว่างโลกก็สว่างด้วย และเนื้อนาบุญสี่ระดับ คือมหาธรรมกายเจดีย์ของโลก มหาจุฬามณีของสวรรค์ พระในบ้านของครอบครัว และพระในตัวของเรา
ทบทวนการบ้าน 10 ข้อทีละข้อ ตั้งแต่เอาบุญไปฝากคนที่บ้าน จดบันทึกผลการปฏิบัติธรรม ก่อนนอนนึกถึงบุญที่สั่งสมมาทั้งหมด หลับและตื่นในอู่ทะเลบุญ ตื่นแล้วรวมใจเป็นหนึ่งกับองค์พระหนึ่งนาที ทุกหนึ่งชั่วโมงหยุดใจหนึ่งนาทีที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 นึกถึงดวงหรือองค์พระในทุกกิจกรรม จนถึงสร้างบรรยากาศด้วยรอยยิ้มและปิยวาจา
วันนี้เป็นวันที่ 82 นับจากวันออกพรรษา เหลืออีก 185 วันจะเข้าพรรษาอีกครั้ง และผ่านวันปีใหม่มา 7 วัน แล้วทบทวนว่าเราเกิดมาทำพระนิพพานให้แจ้ง แสวงบุญ สร้างบารมี พระนิพพานอยู่ภายในตัวเรา เริ่มต้นที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 ด้วยการทำใจหยุดนิ่งเฉย ๆ พร้อมย้ำว่าต้องศึกษาไว้เพราะความผิดพลาดเป็นอันตราย มีอบายภูมิรองรับอยู่
ครูไม่ใหญ่บอกว่าวันนี้เสียงไม่ค่อยมี จะเลิกเร็วหน่อย พูดถึงคนที่อยากลองสอบวัดเสียงว่าต้องบุญถึง ทุนถึง ทีมถึง ฐานถึง และมโนปณิธานถึง ถ้ายังไม่ถึงให้มาเป็นเจ้าภาพเสาแก้วพันปีต้นละหนึ่งร้อยบาท หนึ่งพันสามร้อยต้นก่อน อย่างนี้ไม่เสี่ยง แล้วเกริ่นว่าวันนี้มีกรณีศึกษาเรื่องเด็กหญิงภูเขา บ๊ายบายบ้านนามาสร้างบารมี และเรื่องผู้มีบุญที่ฝ่าเท้ามีขนอ่อนนุ่ม ไม่เคยเหยียบผืนแผ่นดิน เหยียบย่ำแต่บนพรม เพราะบิดามารดาไม่ยอมให้เหยียบพื้น
ถามว่ายิ้มกันหรือยัง ถ้ายังไม่ยิ้มก็แปลว่าแต่งตัวไม่เสร็จ เหมือนใส่สูทนุ่งผ้าเข้ามา สวมรองเท้าแตะ หรือเขียนคิ้วข้างเดียวออกจากบ้านไปทำงาน จึงต้องแต่งเนื้อแต่งตัวให้เรียบร้อยและนำรอยยิ้มมาปรากฏบนใบหน้าทุกที่ ทั้งในบ้านและนอกบ้าน แล้วพูดถึงเสียงที่ไม่ค่อยออกและปัญหาจานดาวธรรมที่บางจุดหาสัญญาณไม่ติด
มีผู้ชมที่บรรพบุรุษเป็นมนุษย์กินคนส่งเรื่องมา ครูไม่ใหญ่ถามอายุก่อนเพราะเจ้าตัวสับสน ได้คำตอบว่าเกือบหกสิบสองปี เกิดเดือนเมษายน แล้วถามว่ากินคนกันตอนไหนเวลาไหน ได้คำตอบว่ากินได้ตลอดเวลาเหมือนมาม่า ทั้งวันทั้งคืนยี่สิบสี่ชั่วโมง ถ้ามีมาให้กินก็กิน แต่ที่กินกันจริงคือกินศพข้าศึกที่รบกันตาย เพื่อไม่ให้วิญญาณกลับมาสิงและทำอันตรายได้ ส่วนกันเองไม่กิน ยกเว้นทะเลาะกันแล้วฆ่ากันตายก็เสียดาย และมีคำถามว่าคุณปู่ที่กินคนตายแล้วไปไหน ครูไม่ใหญ่ขอเก็บไว้ก่อน
ชวนย้อนฟังเรื่องราวที่นำมาถึงความปีติต่อเนื่องกันมาสิบกว่าวัน แล้วชวนดูภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยากในโลกตะวันออกกลาง ซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกและถือว่าเป็นประวัติศาสตร์
ภาพเหล่านี้จะถูกบันทึกในจดหมายเหตุของการขยายแสงสว่างแห่งธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปยังโลกตะวันออกกลาง ประเทศแรกคือบาห์เรน จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าไม่มีการเริ่มต้นศึกษาความจริงของชีวิตผ่านจานดาวธรรม จนสรุปว่าควรมีการบวชสามเณรถือศีลสิบเป็นครั้งแรกที่บาห์เรน โดยประเทศบาห์เรนให้เกียรติและให้โอกาสเพื่อนมนุษย์ทำความดีตามความเชื่อในศาสดาที่ตัวได้ศึกษามา
เริ่มจากประกาศหาผู้มีบุญแล้วมีผู้มาสมัครกันเพียบ แต่สถานที่เป็นบ้านกัลยาณมิตรหลังเล็กบนเกาะบาห์เรน จึงต้องปรับปรุงสถานที่ทุกอย่าง เทพธิดาเจ้าของบ้านช่วยชักชวนญาติสนิทมิตรสหายทั้งพุทธ คริสต์ อิสลาม และฮินดูมาร่วมงาน หลังคัดให้เหลือผู้ที่มีความพร้อมจริงก็เหลือเพียงสิบท่าน ช่วงแรกมีแปดแล้วเพิ่มอีกสองด้วยบุญบันดาล ซึ่งในดินแดนนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนบนผืนแผ่นดินไทยหรือประเทศที่ชาวพุทธเป็นส่วนใหญ่
ย้อนภาพเด็กตัวเล็กตัวน้อย อายุสองขวบก็มี เอาผ้าชุบน้ำถูพื้นช่วยกันทำความสะอาดบ้านที่จะเป็นอารามรองรับสามเณรสิบรูป ทำกันด้วยความเบิกบานยิ้มแย้มแจ่มใส เหมือนความบันเทิงของเทพบุตรเทพธิดาบนสวรรค์ แล้วไปกราบเรียนเชิญพระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโว พระภาวนาวิริยคุณ ให้เป็นประธานสงฆ์และให้โอวาทกับผู้ที่จะบวช ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะอายุท่านก็มากและภารกิจท่านก็เยอะ ต้องรีบไปแล้วรีบกลับ การได้ฟังธรรมและได้เห็นท่านถือเป็นมงคล
เดินทางข้ามประเทศไปแล้วได้รับการต้อนรับ มีรอยยิ้มตั้งแต่บนเครื่องจนลงจากเครื่อง แม้ตำรวจก็เปิดประตูยกมือไหว้และส่งยิ้มให้ เดินทางวันที่ 27 ไปถึงก็ให้โอวาทสี่ชั่วโมงรวดจนก้นเหมือนติดกาว เพราะเป็นจุดเริ่มต้นที่ต้องเกริ่นให้เข้าใจ ครูไม่ใหญ่เทียบว่าสมัยก่อนพระธรรมทูตก็เดินทางไปเผยแผ่ธรรมแบบนี้ เป็นเรื่องที่น่าปีติยินดีทีเดียว
อธิบายว่าต้องพูดต้องคุยทำความเข้าใจให้ดีก่อนว่ามาบวชทำไม สามเณรคืออะไร เพราะถ้าไม่คุยก็จะไม่เข้าใจ และตั้งแต่ตอนนั้นการบวชนี้ก็อยู่ในสายตาของสวรรค์ตลอด ที่เฝ้ามองพร้อมกับมวลมนุษยชาติทั่วโลก จนถึงวันแห่งความสว่างที่จะเกิดขึ้นตรงนั้น
บอกว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้ว ทั้งสิบท่านได้ลาศีลสิบข้อมาเหลือศีลห้าข้อในเพศคฤหัสถ์ ยังอยู่ที่อารามหลังแรกที่บาห์เรน แล้วอ่านชื่อทีละคน เช่น อุบาสกธนชัย ทองแท้ อายุ 39 ปี บาห์เรน อุบาสกกิตติภูมิ ทองแท้ อายุ 12 ปี บาห์เรน อุบาสกณัฐพร อายุ 32 ปี ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อุบาสกเมทัศน์ อายุ 30 ปี ดูไบ อุบาสกสุชาติ อายุ 48 ปี บาห์เรน และคนที่สิบอายุ 37 ปี บาห์เรน
ช่วงที่บวชนั้นบวชแล้วก็บำเพ็ญสมณธรรมกันเลย เปลี่ยนจากคฤหัสถ์มาเป็นนักบวชอย่างฉับพลันต้องปรับตัวอยู่วันสองวัน โดยเฉพาะการทำภาวนาที่ต้องเข้าสู่สมรภูมิของความปวด ความเมื่อย ความง่วง ความหิวกระหาย แม้สามเณรตัวเล็กอย่างกิตติภูมิ ทองแท้ อายุ 12 ปี และสุพฤกษ์ ทองแท้ อายุ 13 ปี ก็ต้องปรับตัวกับอากาศที่กลางวันร้อนกลางคืนหนาว มีเจ็บป่วยไข้กันบ้าง แต่ก็ดูเหมือนไม่เป็นอุปสรรคในการบำเพ็ญสมณธรรมเลย
ประสบการณ์ภายในที่สามเณรมาแบ่งปันถูกส่งไปทุกภูมิภาคทั่วโลกเป็นกำลังใจ หลายคนฟังไปแล้วก็หลับตาทำตามไปด้วย หลายท่านก่อนหน้านี้ทำแล้วไม่ได้ผล แต่พอฟังประสบการณ์ภายในของสามเณรประวัติศาสตร์ก็ได้ผลด้วย ครูไม่ใหญ่ปีติยินดีว่าการบวชคราวนี้ไปกันเป็นทีมจริง ๆ และเรื่องราวจะไปถึงที่ใดก็มีการปฏิบัติควบคู่กันไประหว่างฟัง บางช่วงก็ลืมตามาดูครูไม่ใหญ่แล้วรีบหลับตาเอาหูฟัง มองเข้าไปอยู่ภายใน
อธิบายว่าการมองมุมเดียวกันกับสามเณรสิบรูปที่บาห์เรนคือเอามุมทั้งสี่มาชนกันเป็นกากบาทแล้วมองไปตรงกลาง ไม่ใช่มองมุมมวยที่มองคนละมุม มุมหนึ่งน้ำเงินมุมหนึ่งสีแดง เมื่อเป็นกากบาทที่กลางกายก็จะเห็นเหมือนกัน เห็นดวงเหมือนกัน ความสว่างเหมือนกัน เห็นชัดและมีความสุขมากทีเดียว
ช่วงเวลาที่ผ่านมานักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาทั่วโลกคิดเหมือนกัน พูดเหมือนกัน และกระทำเหมือนกัน ว่าสามเณรสิบรูปนี้ช่างมีบุญ เป็นนักรบกองทัพธรรม แม้บวชอย่างกระทันหันก็พร้อมเป็นนักบวชที่สมบูรณ์ พอฟังประสบการณ์ภายในก็คิดว่าสามเณรทำได้เราก็ได้ แล้วพูดต่อ ๆ กันว่าน่าอนุโมทนา บวชไปกี่วันก็นั่งได้ดี ทำความเพียรไม่ค่อยได้หลับได้นอน จึงหลับตามองมุมเดียวกันทำใจหยุดใจนิ่งเหมือนสามเณร สิบวันนั้นโลกทั้งใบของโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาหยุดอยู่ที่จุดเดียวกัน
ทุกคนที่มีส่วนในการบวชไม่ว่านับถือศาสนาใดก็ได้ส่วนแห่งบุญหมด แปลว่าปิดอบายถ้าไม่ทำความผิดพลาดใหม่ และประตูสวรรค์กำลังแง้มเปิดขึ้น แสงสว่างของสวรรค์มาแล้ว พร้อมจะเข้าไปเป็นสหายแห่งหมู่เทวา ทั้งนี้ด้วยการดูแลของพระอาจารย์และพระพี่เลี้ยงที่เดินทางข้ามประเทศมา และญาติโยมที่ช่วยส่งเสบียงสนับสนุน โดยครูไม่ใหญ่ขอร้องไว้ว่าอย่ารับกิจนิมนต์และอย่านิมนต์ท่าน เพื่อให้สามเณรที่มีโอกาสบวชแค่ช่วงสั้น ๆ ได้ใช้เวลาเต็มที่
บอกสามเณรว่าเรามีเวลานอนอีกยาวนาน แต่ตอนนี้เป็นสามเณรที่อยู่ในสายตาของมนุษย์และเทวดา กำลังสร้างประวัติศาสตร์ของพระพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ชีวิตของตัวเอง และประวัติศาสตร์โลกตะวันออกกลาง จงทำสิ่งที่ยาก ๆ บางท่านไม่ได้นอนติดต่อกันหลายคืนรวมทั้งเมื่อคืนนี้ และตอนนี้ทั้งสิบก็รู้แล้วว่าอริยาบถที่ชอบมากที่สุดคืออริยาบถนั่ง ซึ่งเป็นอริยาบถเดียวของผู้รู้ภายในและผู้รู้ทั้งอดีต ปัจจุบัน อนาคต ไม่ยืน ไม่เดิน ไม่นอน
สามเณรเริ่มรู้ว่าการเป็นสุขที่ตัวเราเองดีกว่าและยิ่งใหญ่กว่าความสุขที่อาศัยวัตถุภายนอก อย่างแว่นตา ปากกา แหวนเพชร เสื้อผ้า ที่ต้องคอยดูแล ซัก ตาก แล้วเดี๋ยวก็หายเห่อ ก็เก่าก็พัง ไม่เคยเติมความพร่องของใจให้เต็ม แต่ความสุขที่สุขด้วยตัวเองแค่นั่งหลับตายิ้ม ๆ ก็พบความสุขที่แท้จริงภายใน แล้วบอกว่าวันนี้แม้เครื่องแบบภายนอกเปลี่ยนเป็นชุดคฤหัสถ์เป็นอุบาสกแล้ว แต่ในใจยังเป็นพระอยู่ ต้องบวชภายในและเป็นต้นบุญต้นแบบที่ดีของโลกในยามที่โลกขาดแคลน
พี่น้องไทยที่ไปอยู่ตะวันออกกลางมีความคิดที่ดีตั้งแต่ก่อนออกจากผืนแผ่นดินไทย ว่าจะไปแสวงหาทรัพย์มาให้บุพการีได้อยู่เย็นเป็นสุขและเป็นทุนทำธุรกิจ แต่พออยู่นาน ๆ เข้าก็เหงา ไม่รู้จะทำอะไร มาโดมหัวกันหาเรื่องทำ เพราะขาดความรู้เรื่องความจริงของชีวิต เรื่องที่หาก็คือสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า เจ้าชู้ เล่นการพนัน ทรัพย์ก็หมดไปกับขวด กับแก้ว กับบ่อนพนัน เงินที่ควรส่งกลับครอบครัวก็ไม่มี พี่น้องกลุ่มนี้กำลังต้องการต้นบุญต้นแบบที่ดีที่จะทำให้เกิดแรงบันดาลใจ ซึ่งอุบาสกใหม่ทั้งสิบต้องไปทำหน้าที่นี้ แล้วเกริ่นชวนฟังความในใจวันสุดท้ายของการเป็นสามเณร
ช่วงความในใจตัวแทนสามเณรวันลาสิกขา 7 มกราคม 2549 เริ่มที่สามเณรสุพฤกษ์ ชื่อเล่นโอปอล์ อายุ 13 ปี เล่าว่าเมื่อคืนเป็นครั้งแรกที่ฟังธรรมะแล้วร้องไห้ เป็นการร้องไห้ที่แตกต่างจากที่เคยร้องมาตั้งแต่เด็ก นั่งได้นิ่ง ๆ สบาย ไม่ปวดเมื่อย เห็นดวงแก้วสว่างได้ตลอดเวลาที่ยังไม่เผลอหลับ และพอสติกลับคืนมาใจก็ยังอยู่ที่ศูนย์กลางกาย รักษาประสบการณ์เดิมได้ตลอด ลาสิกขาแล้วจะนั่งสมาธิทุกวัน เดิมคิดว่าเป็นลูกผู้ชายอย่างน้อยต้องลองเหล้าบุหรี่บ้างเพราะเห็นผู้ใหญ่ทำมา แต่พอมาดู DMC ก็เกลียดสิ่งเหล่านี้เข้ากระดูกดำ ใครถามว่าโตขึ้นจะเป็นอะไรก็ตอบว่าจะเป็นพระ
สามเณรเมทัศน์เล่าว่าเจ้านายโทรมาตามให้รีบกลับไป แต่ตั้งใจว่าอะไรจะเกิดก็ต้องให้มันเกิด ต้องทำผังบวชให้หนาแน่น ขอให้มีโอกาสใช้วันเวลาจนวินาทีสุดท้ายในภาคผ้ากาสาวพัสตร์ เมื่อคืนไปนั่งบนดาดฟ้าทั้งที่อากาศหนาว รู้สึกสงบนิ่งมีความสุขมาก พอน้ำค้างเริ่มตกเหมือนฝนปรอย ๆ จึงกลับมาที่ห้อง วันนี้นั่งแล้วก็ถูกดูดอีกแต่ยังไม่หายตกใจ ครูไม่ใหญ่บอกว่ายอมให้มันตกใจสักพักเดี๋ยวก็จะคุ้นเอง ลาสิกขาแล้วตั้งใจรักษาศีลห้าเป็นปกติ จะเป็นต้นแบบที่เข้มข้นไม่ให้ใครเย้ยหยันได้ว่าบวชเสียผ้าเหลือง และขอถวายบุญทั้งหมดให้หลวงพ่อ ครูไม่ใหญ่นัดว่ายังต้องมาอยู่ดุสิตบุรีด้วยกัน
เล่าถึงคุณอาบาทที่คุณแม่สั่งสอนตั้งแต่เล็ก ๆ ว่าถ้ารู้ว่าเงินที่นำเข้ามาในบ้านเป็นเงินที่ได้มาจากความชั่วจากสิ่งไม่ดี จะไม่มองและไม่แตะต้องเลย เมื่อคืนคุณอาบาทฟังด้วยแล้วประหลาดใจว่าไม่เห็นแปลกอะไร เพราะเป็นวิถีชีวิตของมุสลิมที่นั่นที่เข้าถึงคำสอนดั้งเดิมของพระศาสดา ทำเป็นปกติ ครูไม่ใหญ่สรุปว่าคนดีทำความดีง่าย คนชั่วทำความดียาก แต่คนทั่วโลกส่วนใหญ่ไม่ค่อยเป็นอย่างคุณอาบาท เงินได้มาจากไหนก็เอากันทั้งนั้น
เล่าว่าเรื่องน้ำเมานั้นเขาไม่ให้เข้าไปในศาสนสถานหรือมัสยิดเลย ถือว่าเป็นเขตที่จะต้องไม่มีสิ่งไม่ดีและภาพไม่ดี ถ้าใครดื่มเมาแล้วป่วยก็ไม่ไปเยี่ยมไม่ไปดูแล ถ้าตายเพราะเมาก็ไม่ไปงานศพ เป็นวิถีชีวิตของมุสลิมที่ดีที่เข้าถึงคำสอนดั้งเดิมของศาสดา นี่คือคำสอนสากลและความดีสากลที่ทุกคนทำได้ แล้วฝากอุบาสกใหม่ที่ลาสิกขาไปแล้วให้เป็นต้นบุญต้นแบบที่ดีของโลก ช่วยฉุดคนออกมาจากอบายมุข เมื่อคนห่างอบายมุขคุกกับนรกก็จะร้าง โลกก็จะเกิดสรรพสุข
สามเณรณัฐพรบอกว่าโดยเนื้อแท้อยากอยู่ตรงนี้ รู้สึกเสียดายมากที่ต้องกลับไปใช้ชีวิตทางโลก เพราะอยู่ตรงนี้แม้จะนอนน้อยและมีเครื่องอำนวยความสะดวกน้อย แต่กลับมีลมหายใจเข้าออกอย่างมีความสุข ครูไม่ใหญ่ให้ขีดเส้นใต้ประโยคนี้และฟังใหม่ ว่าทุกคนต้องมีลมหายใจเข้าแล้วออก แต่ไม่อาจพูดได้เลยว่าเข้าแล้วออกอย่างมีความสุข คำนี้ผูกขาดเฉพาะผู้ที่มีความสุขภายในเท่านั้น
สามเณรณัฐพรบอกว่าได้กำลังใจจากหลวงพ่อเต็มเปี่ยม รู้ว่าชีวิตภายใต้ภาคผ้ากาสาวพัสตร์และวิชชาธรรมกายเป็นสิ่งประเสริฐสุด แม้ได้บวชช่วงสั้นแต่ประสบการณ์ภายในที่ได้รับทำให้เชื่อว่าทุกคนมีองค์พระภายใน ขอเพียงวางใจให้ถูกส่วน ก่อนบวชอยากทำหน้าที่กัลยาณมิตรให้คนอื่นแต่ไม่รู้จะประมวลคำตอบอย่างไร ประสบการณ์ธรรมภายในครั้งนี้ทำให้มั่นใจ ตอนนี้ใจอิ่มเอิบเต็มเหมือนลูกบอลแก้วใส ๆ ที่ได้รับการเติมจนเต็มอย่างไม่มีฟองอากาศ ทั้งเต็มทั้งใสและชุ่มเย็นตลอด และไม่อยากอยู่ในอริยาบถอื่นใดเลยนอกจากการนั่งสมาธิ
ครูไม่ใหญ่ย้ำว่าคำว่าไม่อยากอยู่ในอริยาบถอื่นใดนอกจากนั่งสมาธินี้ คืออริยาบถของผู้มีบุญ ผู้รู้ ผู้เข้าถึงแล้ว ผู้ตื่น ผู้เบิกบานแล้ว ตื่นตัวภายใน หัวใจขยาย เป็นสิ่งที่กิเลสถึงทางตันเอาชนะไม่ได้ แม้ยังไม่เป็นพระอรหันต์ก็ตาม แล้วอ่านต่อว่าระหว่างฉันเพลสามเณรก็ตรึกธรรมะได้ตลอดและสว่างภายในตลอดกาลฉัน แปลว่าฉันครั้งนี้ไม่เป็นหนี้ แต่เป็นเนื้อนาบุญ ฉันไปก็ปีติ นึกถึงบุญที่ตัวได้ทำและอนุโมทนาการถวายทานของโยม โยมก็จะได้ส่วนแห่งบุญนี้มาก
สามเณรธนชัยบอกว่าดีใจมากที่หลวงพ่อบอกว่าชื่อของสามเณรได้ดังไปทั่วสวรรค์ทุกชั้นฟ้าแล้ว แม้ต้องลาสิกขาไปเจอภารกิจที่มากมาย ก็จะทำตารางเวลาให้นั่งสมาธิและไม่ยอมให้สิ่งต่าง ๆ มาเป็นข้ออ้าง ครูไม่ใหญ่เสริมว่าการปฏิบัติธรรมจะเป็นส่วนช่วยเสริมภารกิจประจำวันให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น จะได้ดู ได้ฟัง ได้ทำอะไรก็มีความสุข ทำภารกิจด้วยความสุขสดชื่นและเป็นทางมาแห่งบุญตลอดเวลา
สามเณรวิรุณบอกว่านี่คือการนั่งข้ามคืนเป็นครั้งแรกในชีวิต ครูไม่ใหญ่ให้ฟังใหม่แล้วชวนคิดว่าเราอาจเคยอดนอนข้ามคืนมาหลายครั้ง เล่นไพ่บ้าง ดูการละเล่นบ้าง แต่นี่ไม่ใช่ นี่คือนั่งข้ามคืนบำเพ็ญสมณธรรมจึงนำมาถึงความปีติ สามเณรบอกว่าไม่กลัวและไม่หวั่น จะทำตามโอวาทของลูกพ่อเพราะประทับใจและกินใจมาก ในชีวิตไม่เคยได้รับโอวาทจากพระรูปใดอย่างนี้มาก่อน ตั้งใจจะทำหน้าที่เผยแผ่พระพุทธศาสนา และงานบุญของหมู่คณะจะตั้งใจทำไม่มีวันหยุดจนลมหายใจสุดท้ายของชีวิต
สามเณรบอกว่าเวลาสิบวันที่ผ่านมาเร็วมากเหมือนวันเดียวเท่านั้นเอง ครูไม่ใหญ่อธิบายว่าผู้ที่ทำความเพียรเป็นเครื่องตื่นอยู่เสมอและระลึกถึงความดีงาม วันเวลาจะผ่านไปเร็วจนรู้สึกว่ายังคิดพูดทำเรื่องดี ๆ ไม่เสร็จก็หมดเวลาแล้ว ไม่มีช่วงว่างให้ระลึกถึงสิ่งที่ไม่ดีเลย สามเณรบอกว่าการบวชครั้งแรกในชีวิตครั้งนี้ทำให้ตั้งใจจะกลับมาบวชตลอดชีวิต และขอมีโอกาสมากราบหลวงพ่อสักครั้งเมื่อมาเมืองไทย ครูไม่ใหญ่อนุโมทนาและนัดว่าจะไปอยู่ดุสิตบุรี วงบุญพิเศษ เขตบรมโพธิสัตว์ด้วยกัน บอกว่าวันเวลาของลูกอยู่ในหัวใจของครูไม่ใหญ่ ของมนุษย์และเทวาทั้งหลาย ลูกเหมาะสมที่จะได้รับดอกไม้จากครูไม่ใหญ่และเพื่อนนักเรียนทั่วโลก
เปิดเพลงมอบดอกไม้ให้อุบาสกใหม่ทั้งสิบท่าน เนื้อร้องว่าเพราะคุณมีคุณงามความดี เพราะคุณมีจิตใจสูงส่ง เพราะคุณมีปณิธานมั่นคงที่จะจรรโลงคู่โลกา เราจึงพร้อมใจมอบดอกไม้ให้คุณ
บอกอุบาสกใหม่ที่อยู่ตรงนั้นว่าวันนี้ลูกเป็นอุบาสกแล้ว จงทำตัวเหมือนท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี มหาอุบาสกผู้ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา เป็นต้นบุญต้นแบบที่ดีของโลก ได้ประพฤติปฏิบัติธรรมจนเป็นพระอริยบุคคล ชื่อเสียงเกียรติคุณของท่านยังเล่าลือมาจนถึงบัดนี้ ยังไม่เปิดเพลงของท่านแต่ให้เก็บไว้ศึกษากันต่อไป แล้วบอกว่าตอนนี้ลูกคืออุบาสกที่โลกตะวันออกกลางกำลังต้องการ ถึงเวลาแล้วที่โลกตะวันออกกลางจะเบ่งบานเหมือนดอกไม้บาน
เปิดเพลงคั่นรายการชื่อก้าวไปข้างหน้า
เริ่มสารคดีเรื่องโสณโกฬิวิสะ บุตรเศรษฐีผู้สมบูรณ์พร้อมในทุกสิ่ง ตอนที่หนึ่ง เกริ่นว่าชีวิตของมนุษย์ที่รุ่งเรืองและมั่นคงดำรงอยู่ได้ก็เพราะมีบุญคอยเกื้อกูลค้ำจุนอยู่ตลอดเวลา เมื่อใดที่บุญส่งผลดวงบุญในตัวสว่างชีวิตก็เจริญรุ่งเรือง แต่คราวใดที่บุญอ่อนกำลังลง ดวงบุญเริ่มเศร้าหมอง ชีวิตก็ร่วงโรยประสบความล้มเหลว ความทุกข์กายทุกข์ใจก็ประดังเข้ามา ผู้มีญาณทัศนะจึงหมั่นเติมบุญในตัวอยู่เป็นนิตย์
โสณะได้สร้างบุญกับเนื้อนาบุญอันเลิศคือพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหลายพระองค์ และตั้งผังของชีวิตด้วยการอธิษฐานจิตขณะที่ใจกำลังผ่องใส จึงเกิดมาพรั่งพร้อมบริบูรณ์ด้วยสมบัติทั้งปวง ในจัมปานครแห่งแคว้นมคธมีตระกูลมหาเศรษฐีประจำนครตระกูลหนึ่งนามว่าโกลิวิสะ ท่านโกลิวิสะเศรษฐีมีบุตรชายคนหนึ่งนามว่าโสณะ นับตั้งแต่เด็กน้อยโสณะปฏิสนธิในครรภ์มารดา โภคทรัพย์สมบัติก็บังเกิดขึ้นแก่ท่านเศรษฐีผู้เป็นบิดาเป็นอันมาก แม้ในวันที่คลอด ชาวเมืองทั้งสิ้นก็ส่งเครื่องบรรณาการมาให้ท่านเศรษฐีเป็นจำนวนมาก
โสณโกฬิวิสะเป็นสุขุมาลชาติ มีรูปกายงดงามผุดผ่องดังทองคำ สัมผัสแห่งร่างกายอ่อนนุ่มดังปุยสำลีที่ปั่นอย่างดีถึงร้อยครั้ง ฝ่ามือและฝ่าเท้ามีสีแดงงามคล้ายดอกชบาแดง และที่พื้นเท้าทั้งสองข้างมีขนอ่อนดังปุยสำลีเป็นที่น่าอัศจรรย์ เป็นที่รักดังแก้วตาดวงใจของบิดามารดา เมื่อจะเดินทางไปที่ใดบิดามารดาจะให้บริวารปูพรมให้เดิน แต่ถ้ามีสิ่งใดที่ไม่พอใจก็จะกล่าวกับหมู่ญาติและบริวารว่าตนจะเหยียบลงไปที่พื้น จะไม่เดินบนพรม เพียงเท่านี้ทุกคนก็ยอมตามใจทุกประการ ครั้นเจริญวัยบิดามารดาได้สร้างปราสาทขึ้นสามหลังให้อยู่ในแต่ละฤดู และจัดหาหญิงสาวที่มีความงามมาคอยบำรุงบำเรออีกเป็นจำนวนมาก ทุกสิ่งรอบกายล้วนละเอียดประณีต เสวยกามสุขประหนึ่งเทพบุตรบนสวรรค์
ข้าวที่โสณะรับประทานแต่ละมื้อเป็นข้าวสาลีที่เพาะปลูกอย่างพิถีพิถัน ท่านเศรษฐีผู้เป็นบิดาให้ปลูกในนาที่เนื้อดินอุดมสมบูรณ์ รดด้วยน้ำสามอย่างคือน้ำธรรมดา น้ำผสมน้ำนม และน้ำผสมน้ำหอม เมื่อข้าวตั้งรวงเป็นน้ำนมก็ให้นำผ้าเนื้อละเอียดมามุงบังกันแมลง เมื่อรวงข้าวเริ่มแก่ก็ให้พรมด้วยน้ำหอมอย่างดีจนท้องทุ่งหอมเป็นที่กล่าวขานของชาวเมือง เมื่อถึงคราวเก็บเกี่ยว บริวารนับแสนคนเกี่ยวข้าวนำมาใส่ยุ้งฉางที่ปูลาดเครื่องหอมไว้ภายใน ปิดประตูอบกลิ่นนานถึงสามปี เมื่อเปิดยุ้งกลิ่นหอมตลบอบอวนไปทั่วเมือง แล้วให้ร่อนด้วยตะแกรงทองคำนับร้อยครั้ง หุงแล้วมีกลิ่นหอมและสีขาวคล้ายดอกมะลิ คดใส่ภาชนะทองคำวางบนภาชนะเงินที่เต็มไปด้วยข้าวปายาสข้นร้อน ๆ แล้วน้อมเข้าไปให้โสณะรับประทานทุกวันไม่เคยว่างเว้น
ครั้งนั้นพระบรมศาสดาประทับอยู่ที่กรุงราชคฤห์ มหานครแห่งแคว้นมคธ ทรงประชวรด้วยโรคเล็กน้อยต้องเสวยยาถ่าย หมอชีวกโกมารภัจจ์แพทย์หลวงประจำพระราชวังจึงถวายการรักษาและกราบทูลว่าไม่ควรเสวยพระกระยาหารที่ปรุงด้วยน้ำต้มผักจนกว่าพระวรกายจะหายเป็นปกติ เมื่อทรงหายเป็นปกติแล้วมหาชนชาวเมืองต่างจัดแจงเครื่องไทยธรรมเพื่อเตรียมถวายภัตตาหารอันประณีต เช้าวันนั้นพระมหาเถระรูปหนึ่งคิดว่าวันนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าสมควรได้ประถมบิณฑบาตจากที่ใด แล้วเห็นโสณโกฬิวิสะเข้ามาในญาณทัศนะ จึงคิดว่าโสณะบริโภคแต่ข้าวสาลีหอมที่รดด้วยน้ำหอมและน้ำนมสดซึ่งหาได้ยาก จะนำบิณฑบาตจากโสณะบุตรเศรษฐีมาถวายพระผู้มีพระภาคเจ้า แต่ระยะทางจากกรุงราชคฤห์ถึงจัมปานครยาวไกลหลายสิบโยชน์ พระเถระจะเดินทางมาด้วยวิธีใดให้ติดตามตอนต่อไป
ครูไม่ใหญ่ทบทวนว่าพระโสณะตอนเป็นคฤหัสถ์นั้นฝ่ามือฝ่าเท้าแดง ฝ่าเท้ามีขนอ่อนนุ่มเหมือนปุยสำลีที่ปั่นร้อยครั้ง เดินแต่บนพรม เวลาจะงอนก็ขู่ว่าจะเดินลงพื้น ในโลกนี้มีอยู่คนเดียว นอกนั้นได้ยินแต่ว่าห้ามเดินบนพรม ให้เดินข้าง ๆ แล้วย้ำเรื่องต้นข้าวที่ได้ดื่มน้ำสามอย่างคือน้ำสะอาด น้ำนม และน้ำหอม ขณะที่เราได้แค่ดื่มน้ำข้าว จึงสรุปว่าบุญเท่านั้นเป็นสิ่งที่เราจะต้องทำ ไม่ทำไม่ได้ จะให้บุญหล่นทับก็เป็นไปไม่ได้ บุญนั้นไม่มีขาย อยากจะได้ก็ต้องทำเอง
เปิดเพลงบุญนั้นไม่มีขาย เนื้อร้องว่าบุญนั้นไม่มีขาย อยากจะได้ก็ต้องทำเอง ตามพ่อตามแม่ไปวัด บาปบุญท่านบอกมีจริง เพื่อนชายหญิงมารีบทำบุญ สวรรค์นั้นอยู่ในอก นรกนั้นอยู่ในใจ
ครูไม่ใหญ่บอกว่านี่คือหลักวิชาที่ต้องศึกษากันไว้ แล้วชวนเข้าสู่กรณีศึกษาเรื่องเด็กหญิงภูเขา บ๊ายบายบ้านนามาสร้างบารมี พร้อมเปิดเพลงยิ้มแล้วรวยเข้าช่วง
ผู้เขียนจดหมายเป็นนักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา ปัจจุบันทำงานอยู่กับครอบครัวธรรมกายที่บ้านชื่อบ้านมิตรภาพ เล่าว่าครอบครัวมีพี่น้องทั้งหมดหกคน ตัวเองเป็นคนที่สี่ พ่อแม่ตั้งชื่อว่าเด็กหญิงภูเขาแต่ไม่ทราบว่าทำไมจึงตั้งชื่อนี้ ทั้งที่ตัวเล็กนิดเดียวและเล็กกว่าพี่น้องทุกคน ไปโรงเรียนก็โดนเพื่อนล้อ คุณครูก็ขำ ปัจจุบันอายุสิบหกปี สูงเพียงหนึ่งร้อยสี่สิบสามเซนติเมตร น้ำหนักสามสิบห้ากิโลกรัม แต่สุขภาพร่างกายแข็งแรงดีมาก ครอบครัวมีอาชีพเกษตรกร
คุณแม่ถูกครอบครัวอื่นนำไปเลี้ยงเป็นคนรับใช้ตั้งแต่ยังเด็ก เพราะคุณยายเสียชีวิตตั้งแต่คุณแม่ยังเล็กมากและคุณตาไปมีภรรยาใหม่ จึงมีคนมาขอคุณแม่ไปเลี้ยงและใช้ให้ทำงานทุกอย่างตั้งแต่ยังเล็ก เมื่อโตเป็นสาวคุณแม่ได้พบรักกับคุณพ่อ จึงย้ายออกจากบ้านหลังนั้นมาอยู่บ้านคุณพ่อ คุณปู่กับคุณย่าดีต่อคุณแม่มากเพราะคุณแม่เป็นคนดีและขยัน ที่นาของพ่อมีน้อยกว่าพี่น้องคนอื่นแต่ผลผลิตข้าวได้มากกว่า ลุงป้าที่กินข้าวของตัวเองหมดแล้วก็มาขอแบ่งจากครอบครัวของลูก ซึ่งพ่อกับแม่ก็ให้ทุกครั้ง
คุณพ่อสูบบุหรี่เป็นประจำและดื่มเหล้าทุกวัน บางวันก็มีผู้หญิงมาหาจนคุณแม่ทนไม่ไหวต้องด่าไล่ไป เวลาพ่อเมาแม่ก็จะบ่นอยู่คนเดียวเพราะพ่อเงียบไม่พูดไม่เถียง จึงดูแล้วไม่เป็นการทะเลาะกัน คืออีกคนพูดอีกคนฟัง ลูกกำลังเป็นกัลยาณมิตรให้คุณพ่อเลิกเหล้าเลิกบุหรี่ ปัจจุบันคุณพ่ออายุ 48 ปี คุณแม่อายุประมาณ 43 ปี ทั้งสองแข็งแรงดี ส่วนลูกเรียนจบชั้น ม.3 ตอนอายุ 14 ปีแล้วไม่มีเงินเรียนต่อ คุณแม่จึงให้มาหางานทำที่กรุงเทพ ต้องขอบ๊ายบายบ้านนามาอยู่กรุงเทพเหมือนพี่สาวคนโต แต่ต่อมาพี่สาวได้สามีคนไทยแล้วย้ายไปจังหวัดอำนาจเจริญ มีลูกด้วยกันหนึ่งคน จึงไม่ได้ส่งเงินให้แม่อีก ภาระจึงตกเป็นของลูกที่ต้องอดออมส่งเงินให้แม่
ลูกเดินออกจากบ้านที่ประเทศลาวโดยมีแม่เดินมาส่งที่ริมแม่น้ำโขง ไม่มีอะไรติดตัวมาเลยนอกจากเสื้อผ้าและรองเท้าที่ใส่อยู่เพียงชุดเดียว รออยู่ประมาณหนึ่งชั่วโมงก็มีเรือหางยาวมารับ เดินทางพร้อมเพื่อนทั้งหมดห้าคน เรือมาถึงเกาะกลางแม่น้ำโขงซึ่งเป็นไร่ข้าวโพดสูง ต้องลงมาพักอยู่ใต้ต้นไม้ นั่งรอเฉย ๆ จากบ่ายสามโมงที่ขึ้นเรือมาจนถึงประมาณหกโมงเย็น ฟ้ามืดแล้วจึงมีเรืออีกลำมารับเพื่อข้ามแม่น้ำโขงอีกครึ่งหนึ่ง
ไปพักที่บ้านคนขับเรือที่เป็นคนไทยริมแม่น้ำโขงฝั่งไทยหนึ่งคืน เสียค่าใช้จ่ายคนละสองร้อยบาท พอตีสองก็มีคนมารับต่อขึ้นรถกระบะ นั่งไปถึงตีห้าลงที่บ้านพักของคนขับรถ สองสามีภรรยาหางานให้ไว้แล้วที่กรุงเทพ พักในบ้านครึ่งวันแล้วออกเดินทางด้วยรถคันเดิม แบ่งเป็นกลุ่มขึ้นรถคันละสามคน มาถึงกรุงเทพประมาณตีสอง นายหน้าไปเก็บเงินจากนายจ้างเป็นเงินเจ็ดพันห้าร้อยบาท แล้วส่งลูกจากรถเข้าไปอยู่ในบ้านของนายจ้างคนแรกเพื่อทำหน้าที่คนรับใช้
ครอบครัวนายจ้างคนแรกมีสี่คน คือพ่อบ้าน แม่บ้าน ลูกชายหนึ่งคน ลูกสาวหนึ่งคน ลูกทำงานบ้านทุกอย่างพร้อมกับเป็นพี่เลี้ยง ทำงานเสร็จก็กินข้าวหลังคนอื่น ลูก ๆ ของนายจ้างชอบมาแกล้งเป็นประจำจนต้องแอบร้องไห้ นายจ้างผู้ชายมักชอบด่าและทำร้ายคนรับใช้ บางครั้งก็ลงมือลงไม้ จนแม่ครัวลาออกไป นายจ้างผู้ชายจึงไปรับพี่สาวแท้ ๆ ของตัวเองมาเป็นแม่ครัว แต่ไม่ได้ให้เกียรติอะไร พี่สาวต้องไปพักห้องเช่าและเดินทางมาทำงานตอนเช้ากลับตอนค่ำ เพราะน้องชายแท้ ๆ ไม่อนุญาตให้เข้ามาพักในบ้านด้วย ต่อมามีข่าวว่านายจ้างผู้ชายต้องย้ายครอบครัวไปอยู่เชียงใหม่และประกาศขายบ้านหลังเก่า ลูกจึงไม่ตามไปเพราะมีพี่คนหนึ่งมาติดต่องานใหม่ไว้ให้แล้ว
ลูกใช้เวลาปรับตัวกับครอบครัวใหม่เพราะแตกต่างจากบ้านหลังแรกมาก เจ้าของบ้านชอบไปวัดและใจดี มีกันสามคนคือพ่อ แม่ และลูกชายวัยหนึ่งขวบ ทำให้ลูกมีโอกาสได้รู้เรื่องกฎแห่งกรรมและความจริงของชีวิต ที่นี่เปิด DMC ตลอดมากกว่าครึ่งวัน มีเสียงบรรยาย เสียงธรรมะ เสียงสวดมนต์เช้าเย็นและบูชาเจดีย์ดังก้องไปทั่วบ้าน ลูกจึงได้เป็นนักเรียนใหม่ของโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา และรู้สึกอบอุ่นเมื่อมีภาษาลาวปรากฏบนหน้าจอจานดาวธรรม ได้รู้จักวัดพระธรรมกายครั้งแรกก็ได้ทำหน้าที่ต้อนรับ ได้คอยต้อนรับหลวงพ่อ ได้เห็นวัดที่สวยงามยิ่งใหญ่และมหาธรรมกายเจดีย์ ได้รับงานอาสาสมัคร มีเพื่อนมากมาย ไม่มีใครดุด่า ไม่เคยพลาดเลยแม้แต่บุญเดียว ได้ร่วมหล่อองค์พระในวันที่ 22 เมษายน 2548 และปลื้มใจมากตอนที่อยู่ในช่วงส่ง DMC ฝันในฝันซึ่งหลวงพ่อถามว่ามีคนลาวมาหรือเปล่าและเปิดเพลงยิ้มภาษาลาว จึงมั่นใจว่าหลวงพ่อต้องเห็นลูกแน่ ๆ
ครูไม่ใหญ่ตอบว่าเห็นจ้ะ เห็นแจ๋วจริง ๆ แล้วขอต้อนรับลูก ๆ ชาวลาวทุกคน จากนั้นเปิดเพลงคั่นในช่วงต้อนรับ
ที่บ้านมิตรภาพมีพี่ผู้หญิงคนหนึ่งเป็นแฟนของพี่ชายเจ้าของบ้านผู้ชาย เป็นคนจังหวัดหนองคาย เรียนจบ ม.6 แล้วกลับมาทำงานในกรุงเทพ ทำงานโรงงานวันละสิบสองชั่วโมงจนสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง เป็นคนชอบทำบุญชอบไปวัด ต่อมาได้พบกับพี่ชายของเจ้าของบ้านซึ่งเป็นคนนำพาให้ได้มารู้จักวัดพระธรรมกาย เขารู้สึกว่าใช่เลย สถานที่แห่งนี้คือที่ตามหามานาน ทั้งสองคบกันดูใจกันไม่นานก็ตัดสินใจย้ายมาอยู่ในครอบครัวธรรมกายที่บ้านมิตรภาพด้วยกัน แต่ยังไม่ได้แต่งงาน ระหว่างนั้นครูไม่ใหญ่ประกาศว่ามีผู้ทำกองทุนบูชาข้าวพระกองละหนึ่งพันบาท และแบ่งบุญนี้ให้นักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาทุกคน
พี่อีกคนที่บ้านมิตรภาพเป็นคนจังหวัดกาฬสินธุ์ เมื่อแม่ตั้งท้องเขาแล้วแม่อยากไปทำงานเป็นหมอนวดแต่พ่อไม่ยอมให้ไป จึงทะเลาะกันและแม่โดนพ่อซ้อมทุกวันจนเข้าโรงพยาบาล เขาจึงแข็งแรงตั้งแต่อยู่ในครรภ์เพราะโดนซ้อมตลอด เมื่อคลอดแล้วแม่ก็หนีออกจากโรงพยาบาลทิ้งลูกไว้ ย่าจึงไปรับมาเลี้ยง พ่อไม่สนใจลูก ดื่มแต่เหล้าและเล่นการพนัน และบอกทุกคนว่าห้ามให้ใครไปหาแม่ เขาจึงไม่ได้พบแม่เลย โตเป็นวัยรุ่นได้มาอยู่กับพ่อที่กรุงเทพ แล้วไปอาศัยอยู่กับทอมคนหนึ่ง มีเรื่องทะเลาะกันบ่อยและบางวันก็ตีกันเพราะทอมกลัวมีคนมาจีบ ต่อมาได้พบกับแฟนผู้ชายคนปัจจุบันที่ให้กำลังใจและช่วยให้ไม่ต้องถูกรังแก เขาโทรขอให้พ่อช่วยแต่พ่อบอกว่าไม่ช่วยและไม่ต้องกลับมา จึงเสียใจมากไปซื้อเหล้ามาดื่มกับแฟนแล้วมีอะไรกันจนตั้งท้อง
พี่ผู้หญิงที่เป็นเจ้าของบ้านมิตรภาพให้กำลังใจว่าอย่าเอาเด็กออก จะช่วยเลี้ยงให้ และพาแฟนของพี่เขามาทำงานอยู่ด้วยกันที่บ้าน ตอนนี้แฟนของพี่เขามาช่วยทำงานอยู่ที่บ้านแล้ว เด็กในท้องคลอดแล้วอายุประมาณสองเดือน เป็นที่รักของทุกคนในบ้านมิตรภาพ ใครเห็นก็ต้องขออุ้ม
ตั้งคำถามว่าทำไมลูกตัวเล็กแต่แข็งแรง จะมีวิธีแก้ไขและตัดรอนวิบากกรรมนี้ไม่ให้เกิดขึ้นกับลูกอีกได้อย่างไร กรรมใดที่ทำให้คุณแม่ต้องไปเป็นคนรับใช้ ลำบากตั้งแต่เล็ก ๆ และต้องทำบุญอย่างไรเพื่อให้หมดกรรมนี้ คุณพ่อสูบบุหรี่ดื่มเหล้าเป็นประจำแต่ก็เคยบวชช่วงสั้นมาแล้ว ท่านจะมีวิบากกรรมอย่างใดและลูกจะช่วยเหลือท่านได้อย่างไร บุญหรือกรรมใดทำให้ลูกต้องมาทำงานเป็นคนรับใช้ในบ้านหลังแรกซึ่งไม่มีคุณธรรมเลย และบุญใดที่ทำให้มีพี่มาชวนลูกมาทำงานกับครอบครัวธรรมกายนี้
ถามว่าการมาอยู่กับคนรักก่อนที่จะแต่งงานกันเป็นการผิดศีลข้อสามหรือเปล่า และถ้าผิดจะทำให้หนักเป็นเบาได้อย่างไร แฟนของพี่ชายเจ้าของบ้านอยากออกจากงานที่โรงงานเพื่อจะได้มีเวลาสร้างบุญมากขึ้น เขามีบุญมากพอที่จะทำธุรกิจของตัวเองไหม พี่คนกาฬสินธุ์มีกรรมอะไรที่แม่คิดไปเป็นหมอนวดแล้วทิ้งลูกไปตั้งแต่เพิ่งคลอด ชาตินี้จะมีโอกาสเจอแม่ไหม การที่พี่เขาประคองลูกในท้องไว้ไม่ไปทำแท้งจะเป็นการตัดรอนวิบากกรรมที่เคยถูกแม่ทิ้งไว้ที่โรงพยาบาลได้ไหม กรรมใดทำให้พี่เขาต้องไปอยู่กับทอมคนนั้นแต่สุดท้ายได้มาอยู่กับแฟนคนปัจจุบัน ในอดีตชาติเคยเป็นอะไรกันมาก่อน ทำไมลูกของพี่เขามีแต่คนรักตั้งแต่อยู่ในท้อง เขาเป็นใครมาเกิด ทำไมทุกคนในบ้านนี้ต้องจากบ้านของตัวเองมาดูแลกันเองโดยไม่มีผู้ใหญ่คอยบ่น และตัวลูกเรียนแค่ ม.3 แต่มีศรัทธาอยากอยู่ที่วัดจะทำได้ไหม
ครูไม่ใหญ่ตอบว่าในชาตินั้นลูกได้มาปฏิบัติธรรมกับหมู่คณะ มีเพื่อนที่เป็นรุ่นพี่มาปฏิบัติธรรมด้วยแต่ตัวเล็ก ลูกจึงไปหยอกไปแซวเขาว่าหนูกี่ขวบแล้ว ทำไมตัวเล็กนิดเดียว โดยไม่ได้เจตนา แต่ทำให้รุ่นพี่หงุดหงิดและสวนกลับมาว่าถ้างั้นก็ไปลองตัวเล็กบ้างสิ วิบากกรรมนี้จึงมาส่งผล ครูไม่ใหญ่สรุปว่ากฎแห่งกรรมเป็นกติกาของชีวิตที่ทุกคนตกอยู่ใต้กฎนี้ จริง ๆ ทั้งสองคนอาจไม่ได้คิดอะไร แต่ก็ถูกเซตโปรแกรมไปเลยจนแทบขยับอะไรไม่ได้ การแก้ไขต้องอบรมระวังคำพูด และย้ำว่าตัวเราไม่ได้เล็กขนาดนั้น ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงธรรมและการสร้างบารมี ชื่อภูเขาก็ยิ่งใหญ่แล้ว
ครูไม่ใหญ่ตอบว่าที่คุณแม่ต้องไปเป็นคนรับใช้และลำบากตั้งแต่เล็ก ๆ เพราะทำทานมาน้อยและมีทิฐิ กับกรรมในอดีตตอนเด็ก ๆ ที่ชอบใช้พ่อแม่ว่าพ่อทำหน่อย แม่ทำนี่หน่อย ซึ่งพ่อแม่ก็ไม่ได้คิดอะไร แม้โตขึ้นแต่งงานมีลูกแล้วก็ยังใช้ท่านให้ทำนั่นทำนี่บ่อย ๆ เพราะติดที่ใจ โดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกของท่าน บวกกับกรรมที่ตระหนี่ไม่ค่อยได้ทำทานมารวมส่งผลด้วย จะแก้ไขก็ต้องเลิกตระหนี่ สั่งสมบุญให้เยอะ ๆ แล้วอุทิศบุญทุกบุญให้กับบิดามารดาที่ตัวเคยไปล่วงเกินท่านไว้ ทำบ่อย ๆ หนักก็จะเป็นเบา เบาก็จะหาย ส่วนเรื่องคุณพ่อให้สั่งสมบุญให้มากและอธิษฐานจิต และชื่นชมที่ลูกนำสิ่งดี ๆ มากราบเรียนพ่อด้วยความรักและความเคารพ ไม่ใช่การไปสอนท่าน จะให้แล้วพ่อจะเอาหรือไม่เอาก็แล้วแต่พ่อ
ครูไม่ใหญ่ตอบว่าที่ลูกต้องมาเป็นคนใช้ในบ้านหลังแรกที่ไม่มีคุณธรรมเลย เพราะกรรมในอดีตในชาติที่ได้มาปฏิบัติธรรมกับหมู่คณะ ชาตินั้นลูกได้เป็นเศรษฐีบุตรี เป็นลูกเศรษฐี เคยร่ำรวย แต่มีกรรมแห่งความตระหนี่ในบางชาติ กับกรรมที่ดุด่าคนรับใช้ในบ้าน รวมกับกรรมมีมานะทิฐิในชาติเดียวกันมารวมส่งผล กรรมพวกนี้กำลังคอยช่องว่างอยู่ พอเราทำวิบากกรรมที่เป็นกระแสแห่งบาป มันก็ดูดเข้ามารวมส่งผลทันที จึงเป็นอย่างปัจจุบันนี้
ครูไม่ใหญ่ตอบว่าที่มีพี่คนหนึ่งมาชวนทำงานกับครอบครัวธรรมกายนี้ เพราะบุญที่ลูกเคยทำกับหมู่คณะมา เมื่อถึงเวลาส่งผลก็บันดาลให้เจอพี่คนหนึ่งที่เข้าวัดพระธรรมกายมาชวน และจะได้นำไปสร้างบุญกับหมู่คณะอีก แต่ที่พี่เขาชอบพูดให้ลูกเสียใจจนคิดจะลาออก เพราะตัวลูกเองมีวจีกรรมเยอะ จึงมาเจอกับคนที่ชอบพูดให้เสียใจบ่อย ๆ เพื่อจะได้รู้ว่าเวลาคนอื่นโดนมันเป็นอย่างไร ลูกกับพี่คนนี้เคยเป็นพี่เป็นน้องและเป็นญาติกันมาในอดีตเช่นกัน ลูกควรไปเป็นกัลยาณมิตรแนะนำให้เขามาสร้างบุญกับหมู่คณะ เขาจะได้มีบุญติดตัวไป และถือเป็นการตอบแทนคุณเขาที่พาลูกมาสร้างบารมีกับครอบครัวธรรมกายนี้ เวลาเขาแสดงออกก็อย่าไปถือสา เขาทำหน้าบูดบึ้งหน้าเขาก็ไม่สวยเอง เขาพูดไม่ดีปากเขาก็ไม่สวยเอง
ครูไม่ใหญ่ตอบว่าการมาอยู่กับคนที่รักกันก่อนจะแต่งงานตามประเพณีถือว่าไม่เหมาะสม ยิ่งถ้ายังไม่บรรลุนิติภาวะหรือยังอยู่ในความปกครองดูแลของบิดามารดาก็ถือว่าผิดศีลข้อสาม แต่ถ้าปกครองตัวเองได้เพราะโตแล้ว ไม่ได้อยู่ในความปกครองของบิดามารดาแล้วมาอยู่ด้วยกัน ถ้านอกใจกันถือว่าผิดศีลข้อสาม ถ้าไม่นอกใจก็ไม่ผิด ถ้าให้ดีที่สุดคือไปแต่งงานหรือไปจดทะเบียนให้ถูกเรื่องถูกราวตามประเพณีที่ดีงาม ให้มีคนรับรู้รับเห็น ในกรณีของแฟนพี่ชายเจ้าของบ้านที่ทั้งคู่มีศีลห้า อยู่ด้วยกันฉันสามีภรรยาโดยพฤตินัยและไม่ได้นอกใจกัน ถือว่าไม่ผิดศีลข้อสาม
ครูไม่ใหญ่ตอบว่าถ้าอยากออกจากงานโรงงานเพื่อจะได้มีเวลาสร้างบุญมากขึ้น ก็ต้องสั่งสมบุญในปัจจุบันให้มาก ๆ แล้วเริ่มต้นทำธุรกิจเล็ก ๆ ขึ้นมาก่อนเพื่อหาประสบการณ์ ค่อยเป็นค่อยไปตามลำดับแห่งกำลังบุญของตน ส่วนที่พี่คนกาฬสินธุ์ถูกแม่ทิ้ง เพราะวิบากกรรมที่ตัวเองเคยมีท้องแล้วทอดทิ้งลูกให้คนอื่นดูแล ไม่รับผิดชอบ มาส่งผล ให้พี่เขาสั่งสมบุญทุกบุญทั้งทาน ศีล ภาวนาให้มาก ๆ และอธิษฐานจิตทุกวันว่าขอให้ได้เจอแม่ เหมือนอีกคนที่อธิษฐานทุกวันแล้วไปลอยกระทงจนได้เจอกัน สักวันหนึ่งเมื่อบุญส่งผลเต็มที่ก็มีสิทธิ์เจอได้ ส่วนการประคองลูกในท้องไว้โดยไม่ไปทำแท้ง ก็ถือว่าแก้ผังเก่าที่เคยมีท้องแล้วไปทำแท้งให้เบาบางลง
ครูไม่ใหญ่ตอบว่าจะแก้วิบากกรรมที่ถูกแม่ทิ้งก็ต้องอย่าทิ้งลูก สั่งสอนลูกให้เป็นคนดี และสั่งสมบุญทุกบุญทั้งทาน ศีล ภาวนาให้มาก ๆ บุญนี้จะไปตัดรอนวิบากกรรม ชาตินี้ดีที่สุดคือมีลูกคนนี้และแฟนคนนี้ก็พอ ต่างคนต่างรักษาศีลห้าให้ดี ต้องให้แฟนเลิกดื่มน้ำเมา เลิกเจ้าชู้ เลิกการพนัน และเลี้ยงดูลูกให้ดี ที่ก่อนหน้านี้ต้องไปอยู่กับทอมเพราะวิบากกรรมการเจ้าชู้ในชาติที่เป็นผู้หญิงหลาย ๆ ชาติมารวมส่งผล จึงมีจิตคิดที่แตกต่างจากผู้หญิงปกติและเกิดความพึงพอใจ ลูกของพี่เขาเป็นที่รักตั้งแต่ยังอยู่ในท้องเพราะบุญสงเคราะห์ญาติในอดีตมาส่งผล และที่ทุกคนต่างจากบ้านของตัวเองมารวมอยู่ในครอบครัวธรรมกายนี้ แม้แต่เจ้าของบ้านก็ไม่ใช่คนที่นี่ เพราะบุญที่เคยสร้างร่วมกันมาบันดาลให้มาอยู่ร่วมกัน เกิดมาจากที่ไหนก็ไม่สำคัญ ส่วนลูกที่เรียนแค่ ม.3 แต่อยากทำงานที่วัด ให้มาเป็นอาสาสมัครและอยู่กับครอบครัวธรรมกายจะเหมาะสมที่สุด ทุกคนเดินทางมาลำบากข้ามน้ำข้ามแดน ชาตินี้อย่าประมาท ให้ตั้งใจสร้างบารมีเต็มที่ทุกบุญและอธิษฐานจิตตามไปดุสิตบุรี วงบุญพิเศษ เขตบรมโพธิสัตว์
ท่องบทประจำวันว่าสิ่งที่ต้องสั่งสมคือบุญกุศล สิ่งที่ต้องแสวงหาคือพระรัตนตรัยภายใน เป้าหมายชีวิตคือที่สุดแห่งธรรม ที่พักระหว่างทางคือดุสิตบุรี วงบุญพิเศษ เขตบรมโพธิสัตว์
อ่านรายชื่อเจ้าภาพเสาแก้วพันปี ต้นละหนึ่งร้อยบาท จำนวนหนึ่งพันสามร้อยต้น เริ่มจากพระอาจารย์มหาสมบุญและคณะ ต่อด้วยพระมหาเถระอีกรูปหนึ่งพร้อมคณะญาติโยม แล้วสาธุร่วมกัน
ท่องคำขวัญว่าเรื่องพระศาสนาให้เอาอุเบกขาวาง เรื่องส่วนตัวให้วางอุเบกขา จิตสดใสเมื่อใจสิ้นระแวงเหมือนดวงจันทร์ส่องแสงในคืนวันเพ็ญ และธรรมกายคือพระในตัวคุณที่คุณสามารถเข้าถึงได้ด้วยการทำใจหยุดนิ่ง ย้ำว่าต้องตอกย้ำซ้ำเดิมให้คล่องปากให้ขึ้นใจให้เข้าใจแล้วรีบทำกันให้ได้ แล้วชวนว่าต่อจากนี้ไปเราจะได้มาพร้อมใจกัน