ท้าวสักกเทวราช
tag ที่มักมาด้วยกัน:
มหาทุคตะ
พระเจ้ามันธาตุราช
พุทธานุภาพ
ดาวดึงส์
กุศลศรัทธา
ทักขิไณยบุคคล
มหาปีติ
เนื้อนาบุญ
-
1:11:30
สารคดีพระเจ้าจักรพรรดิ ตอนที่ 16: ความทะยานอยากที่เต็มไม่ได้ของมันธาตุราช
สารคดีเล่าว่าพระเจ้ามันธาตุราชครองสมบัติในดาวดึงส์ครึ่งหนึ่งกับท้าวสักกะ ดำรงพระชนม์ชีพหนึ่งอสงไขย แล้วดำริจะครองดาวดึงส์ทั้งหมดโดยคิดปลงพระชนม์ท้าวสักกะ แต่ทำไม่สำเร็จและพระชนมายุกำลังหมดสิ้น ร่างกายจึงถูกดึงกลับมาสู่มนุษย์โลกที่พระราชอุทยาน ก่อนสวรรคตทรงประทานโอวาทว่าให้ประกาศให้มหาชนทราบว่าพระองค์ครองราชสมบัติในจาตุมหาราชิกาตลอดกาลนาน และครองดาวดึงส์ครึ่งหนึ่งตลอดระยะเวลาที่ท้าวสักกะผ่านไปถึง 36 พระองค์ แต่ก็ยังทำความทะยานอยากให้เต็มไม่ได้ สรุปว่าสมบัติเป็นของประจำโลก จำต้องมีวันเสื่อมและไม่อาจหนีความตายในที่สุด
-
1:22:15
ดวงบุญของพระเจ้ามันธาตุราชมากกว่าชาวสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา
อธิบายว่าดวงบุญของพระเจ้าจักรพรรดิโตกว่าทุกคนในทวีปทั้งสี่ อย่างพระเจ้ามันธาตุราชมีดวงบุญมากกว่าชาวสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา แต่เสมอกันกับท้าวสักกเทวราช จึงได้ปกครองสมบัติดาวดึงส์ครึ่งหนึ่ง แปลว่ามนุษย์ปกครองเทวดาได้ ปกติเราได้ยินแต่การสวดขอให้เทวดาช่วย แต่นี่เทวดาขอให้มนุษย์ช่วย แสดงว่ามนุษย์คนนั้นมีบารมีมาก ที่ท่านมีบุญมากเพราะสั่งสมบุญมาก โดยองค์ประกอบของทานที่สมบูรณ์คือบริจาคทรัพย์มาก ทรัพย์นั้นบริสุทธิ์ และปฏิคาหกผู้รับก็เป็นผู้บริสุทธิ์
-
1:18:37
มหาทุคตะ ตอนที่ 5: ท้าวสักกะอาสาทำอาหาร แต่คนแจกพระลืมจดชื่อ
เริ่มมหาทุคตะตอนที่ 5 ทบทวนว่าตอนที่แล้วมหาทุคตะกำลังจะไปรับพระมาฉันภัตตาหารที่บ้าน แต่พบท้าวสักกะที่อยากได้บุญด้วย มาขออาสาทำกับข้าวให้โดยไม่คิดค่าจ้าง ขอเปลี่ยนเป็นบุญแทน เมื่อให้ท้าวสักกะเข้าไปทำอาหารในบ้านแล้วเขาก็ออกไปรับพระ แต่บุรุษผู้เป็นบัณฑิตกลับบอกว่าลืมจดพระของมหาทุคตะไว้ และแบ่งพระให้คนอื่นไปหมดแล้ว มหาทุคตะเสียใจมาก ร้องไห้พร่ำพรรณนาถึงความยากลำบากขอพระสักรูปเดียว แต่ไม่มีใครยอมแบ่งให้ ในที่สุดจึงแนะให้ไปอาราธนาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่พระวิหารด้วยตัวเอง
-
1:21:53
พระราชาขอซื้อบาตรด้วยทรัพย์พันหนึ่ง แต่มหาทุคตะไม่ยอมให้
พระราชาตรัสขอบาตรของพระศาสดา จะให้ทรัพย์พันหนึ่งหรือแสนหนึ่งแลก บอกว่าเธอเป็นคนเข็ญใจจงเอาทรัพย์ไปเถอะ มหาทุคตะตอบว่าวันนี้ไม่ต้องการทรัพย์ แต่จะให้พระศาสดาเสวยภัตตาหารของตน ขออย่าเอาทรัพย์มาล่อ ขอให้หลีกทางให้ เศรษฐีทั้งหลายก็มาอ้อนวอนขอบาตรแล้วต่างแยกย้ายกลับไป พระราชาจึงดำริว่าถูกล่อด้วยทรัพย์ก็ไม่ให้ แต่อาหารของเขาจะเหมาะกับพระศาสดาหรือ คิดว่าเมื่อถวายเสร็จจะนำพระศาสดาเข้าวังไปถวายอาหารประณีตที่จัดไว้ แล้วตามเสด็จไปด้วย ขณะนั้นท้าวสักกะปรุงอาหารเสร็จด้วยกำลังแห่งเทวฤทธิ์และปูอาสนะคอยอยู่แล้ว เมื่อพระเสด็จมาถึง เรือนของมหาทุคตะมีหลังคาต่ำที่ใครจะเข้าต้องก้มศีรษะ แต่วันนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จเข้าไปโดยไม่ต้องก้มพระเศียร เพราะแผ่นดินยุบลงพร้อมกับหลังคาเรือนสูงขึ้น ด้วยผลแห่งทานที่พระองค์สั่งสมไว้ดีแล้ว
-
1:25:07
พระราชาเปิดภาชนะไม่ได้ ท้าวสักกะเปิดให้ กลิ่นหอมตลบทั่วพระนคร
พระราชาขอดูสักการะที่มหาทุคตะจัดถวาย แต่ด้วยพุทธานุภาพและเดชของท้าวสักกะทำให้ทรงเปิดภาชนะอาหารด้วยพระองค์เองไม่ได้ ท้าวสักกะจึงเปิดฝาถ้วยข้าวยาคูและภัตตาหารให้ทอดพระเนตร เมื่อเปิดออกกลิ่นเครื่องอบอาหารหอมตลบไปทั่วพระนคร พระราชาทอดพระเนตรแล้วอัศจรรย์ใจถึงกับตะลึง กราบทูลว่าเดิมคิดว่าอาหารของมหาทุคตะจะไม่ประณีต ตั้งใจจะนำเสด็จเข้าวังไปถวายอาหารที่ประณีตกว่า
-
1:27:45
พระอินทร์ลงมาเป็นพ่อครัวไม่ใช่เรื่องธรรมดา เพราะกุศลศรัทธาของมหาทุคตะ
ครูไม่ใหญ่ขยายว่าการที่พระอินทร์ลงมาเป็นพ่อครัวเองไม่ใช่เรื่องธรรมดา คนถวายทานใส่บาตรมีทุกวันแต่พระอินทร์ไม่ลงทุกวัน แสดงว่าหัวใจของมหาทุคตะไม่ธรรมดา ไม่คิดว่าต้องขายอะไรก่อนหรือรอให้รวยก่อน จุดเริ่มต้นมาจากมหาอุบาสกที่มีกุศลศรัทธาและเมตตา อยากช่วยให้มหาทุคตะพ้นจากความยากจน รู้หลักวิชาว่าต้องให้จึงจะได้ และต้องทำถูกเนื้อนาบุญถูกทักขิไณยบุคคล จึงไปบอกคนที่จนที่สุดในเมือง ซึ่งเข้าวัดแต่ไม่ได้ไปฟังธรรม เอาแต่รอรับอาหารที่เหลือจากพระไปเลี้ยงชีวิตวันต่อวัน เมื่อมหาทุคตะรู้ว่าตัวเองทำได้ก็เกิดมหาปีติ ไม่ใช่ปีติธรรมดา เป็นปีติระดับที่สะเทือนไปถึงภพเทวดาซึ่งอยู่ไกลจากภพมนุษย์มาก จนท้าวสักกะรู้ว่าคนยากไร้คนนี้กำลังจะสร้างบุญใหญ่ จึงลงมาเป็นพ่อครัวเอง มาลำพังโดยไม่บอกนางสุชาดา มาถึงก็ปฏิบัติภารกิจทันที