ทบทวนฝันในฝันวิทยา 25 มิ.ย. 2555

ep056 ผังเวลา 52 ช่วง

คุณยายอาจารย์จันทร์ ขนนกยูง (63) กฎแห่งกรรม (39) ใจใส (39) เนื้อนาบุญ (32) หลวงพ่อทัตตชีโว (27) บวชเข้าพรรษา 2555 (20) สะอาดระเบียบสุภาพตรงต่อเวลา (18) เจ้าชายสิทธัตถะ (17) ความสะอาด (14) พระอรหันต์ (14) เด็กแว้น (12) พระเจ้าพิมพิสาร (11) บวชแทนคุณพ่อแม่ (10) ศีลแปด (8) ครูไม่ใหญ่ (5) ความไม่สุภาพ (5) พระโสดาบัน (5) ความไร้ระเบียบ (4) จิตรกรรมฝาผนัง (4) มหาอุบาสิกาวิสาขา (4) ลักษณะมหาบุรุษ (4) เคี่ยวเข็นสี่เรื่อง (4) ความไม่ตรงเวลา (3) นักสร้างบารมี (3) บวชสองชั้น (3) ย้อนมองเข้ามาในตัว (3) ศีล 227 ข้อ (3) อนาถบิณฑิกเศรษฐี (3) เรียงพี่เรียงน้อง (3) คนแก่คนเจ็บคนตายและสมณะ (2) ตำราสร้างอภิชาตบุตร (2) ผู้หลักผู้ใหญ่ (2) ฝึกลูกให้ควบคุมตัวเอง (2) วัคซีนป้องกันเด็กแว้น (2) เด็กสก๊อย (2) เสบียงข้ามชาติ (2) โยมพ่อของหลวงพ่อทัตตชีโว (2) กฎหมายลูกคนเดียว (1) ก็ถามตัวเองสิ (1) ขอยืมปาก (1) คนเก่งและคนดี (1) คู่สามีภรรยาเตือนกันไม่ได้ (1) จักรพรรดิน้อยในจีน (1) ดูโขนดูละครย้อนดูตัวเอง (1) ตอบแทนพระคุณพ่อแม่ (1) ตักบาตรตลอดพรรษา (1) ต้นแบบมารยาท (1) นอนตาหลับ (1) บุญของผู้สนับสนุนการบวช (1) บุญฟังเทศน์ (1) ประเทศเกษตรกรรม (1) ปัญญาข้ามชาติ (1) ปิดนรกเปิดสวรรค์ (1) ปูพื้นให้ลูกมองตัวเอง (1) ผมรักษาศีลครับ (1) พระบวชใหม่ (1) พวกชอบซิ่ง (1) พี่เลี้ยงตามป้อนข้าว (1) พ่อแม่นั่งสมาธิตามลูก (1) พ่อแม่แย่งกันโอ๋ลูก (1) มักง่าย (1) ยุคที่คนกิเลสน้อย (1) ฤดูฝน (1) ลูกมาทวงหนี้ (1) ลูกแก้ว (1) วิชาเทศน์ (1) วิชาเลี้ยงลูก (1) ศรีธนญชัย (1) สมบัติติดตัวข้ามชาติ (1) สมัครบวช (1) สักแขนให้ไปลบก่อน (1) สามีแก้ว (1) สูบบุหรี่ตามพวก (1) หน้านวลเหมือนดวงจันทร์คืนวันเพ็ญ (1) หว่านพืชเช่นใดได้ผลเช่นนั้น (1) ห้ามตัวเองได้ (1) เก่งกว่านี้มีแต่ตายไปแล้ว (1) เจ้าพ่อประจำบ้าน (1) เอาแต่จับผิด (1) แม่ไทยพ่อฝรั่งฝึกลูกเก็บตุ๊กตา (1) โรคสมาธิสั้น (1) ไม่ให้เชื้อติดข้ามชาติ (1)

  1. 0:01 เปิดรายการ: คาถาสำเร็จ เนื้อนาบุญสี่ระดับ และคำขวัญ

    กล่าวคาถาสำเร็จว่าแม้มืดตื้อมืดมิดก็มีสิทธิ์เข้าถึงธรรม ตามด้วยเนื้อนาบุญสี่ระดับ คือมหาธรรมกายเจดีย์เป็นเนื้อนาบุญของโลก มหาจุฬามณีของสวรรค์ พระในบ้านของครอบครัว และพระในตัวของเรา แล้วปิดท้ายด้วยคำขวัญเมื่อเราสว่างโลกก็สว่างด้วย

  2. 1:18 การบ้าน 10 ข้อ

    ทบทวนการบ้านทีละข้อ ตั้งแต่กลับถึงบ้านเอาบุญไปฝากคนที่บ้าน จดบันทึกผลการปฏิบัติธรรม ก่อนนอนนึกถึงบุญที่สั่งสมมาทั้งหมด หลับและตื่นในอู่ทะเลบุญ ตื่นแล้วรวมใจเป็นหนึ่งกับองค์พระ หนึ่งนาทีพร้อมนึกว่าเราโชคดีที่รอดมาอีกวันและตัวเราตายแน่ ทำความรู้สึกทั้งวันว่าตัวเราอยู่ในองค์พระ ทุกหนึ่งชั่วโมงขอหนึ่งนาทีหยุดใจที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 นึกถึงองค์พระในทุกกิจกรรม และสร้างบรรยากาศให้สดชื่นด้วยรอยยิ้มและปิยวาจา

  3. 3:26 เข้าฤดูฝนใกล้เข้าพรรษา ฤดูสำคัญของการบวชสั่งสมบารมี

    ทักทายว่าเมืองไทยก้าวเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว อีกไม่นานจะเข้าพรรษา ซึ่งเป็นฤดูสำคัญของชาวพุทธ คือการบวชสั่งสมบารมี และย้ำว่าไม่ใช่เรื่องของลูกผู้ชายเท่านั้น ลูกผู้หญิงก็สั่งสมบุญในพรรษาได้

  4. 4:47 ทำไมคนไทยโบราณบวชกันตอนเข้าพรรษา และคนหนุ่มอายุย่าง 20 ต้องเข้ามาศึกษาธรรมะ

    อธิบายว่าบรรพบุรุษบวชเข้าพรรษากันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตาทวด เพราะประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม พอเข้าต้นฤดูฝนก็วางงานในท้องไร่ท้องนาได้ และถือเป็นธรรมเนียมว่าคนหนุ่มย่างเข้า 20 ถึงเวลาต้องเข้ามาศึกษาธรรมะ ไม่ว่าจะจบการศึกษามาจากที่ไหนก็ตาม

  5. 5:52 หลักของปู่ย่าตาทวด เป็นแค่คนเก่งไม่พอ ต้องเป็นคนดีด้วย

    ยกหลักง่าย ๆ ที่ปู่ย่าตาทวดสอนลูกหลานว่าเป็นเพียงคนเก่งอย่างเดียวไม่พอ ต้องเป็นทั้งคนเก่งและคนดี เพราะความเก่งเป็นเรื่องของการทำมาหาเลี้ยงชีพตัวเอง แต่ความดีเป็นเรื่องปิดนรกเปิดสวรรค์ให้ตัวเอง ซึ่งไม่ใช่เรื่องธรรมดา

  6. 7:10 บวชเพื่อแทนพระคุณพ่อแม่ ถ้าไม่เชื่อว่าเลี้ยงลูกยากก็ไปลองเป็นพ่อของคนดู

    ชวนคนหนุ่มถือโอกาสบวชแทนพระคุณพ่อแม่ที่เลี้ยงดูมาจนโต บอกว่ากว่าจะเลี้ยงลูกให้โตมาบวชได้ พ่อแม่หืดขึ้นคอ ถ้าไม่เชื่อให้ไปลองเป็นพ่อของคนดู แล้วเหลียวดูเพื่อนรุ่นเดียวกันที่แต่งงาน มีลูกไปแล้วว่าหน้าเหี่ยวลงแค่ไหน

  7. 8:45 คำถามที่มีคนถามมา หว่านพืชเช่นใดได้ผลเช่นนั้น แล้วบวชแทนคุณพ่อแม่ได้อย่างไร

    เล่าว่ามีคนถามมาว่าพระพุทธศาสนาสอนว่าบุคคลหว่านพืชเช่นใดก็ได้ผลเช่นนั้น เพราะฉะนั้นใครบวช คนนั้นก็ได้บุญ แล้วจะไปเกี่ยวกับการแทนคุณพ่อแม่ได้อย่างไร ผิดความหมายของธรรมะหรือเปล่า จึงจะนำคำตอบที่คุยกับเขาไว้มาเล่าให้นักเรียนอนุบาลฟัง เพื่อเอาไปขยายความชวนคนบวชต่อ

  8. 10:02 สำนวนคุณยาย ขอยืมปากท่านเทศน์ให้ยายได้บุญด้วยเถอะ

    ยืมคำพูดของคุณยายอาจารย์มาฝาก ว่าเวลาญาติโยมมาวัดมาก ๆ แล้วท่านเหนื่อย ท่านจะบอกพระบวชใหม่ ว่าสิ่งใดที่ยายอบรมให้ท่านมาแล้ว ขอยืมปากท่านไปเทศน์ให้เขาฟังแทนยาย ยายจะได้บุญด้วย ผู้เทศน์เล่าว่าตอนนั้นเพิ่งบวชได้ไม่กี่วันก็กล้า ๆ กลัว ๆ แต่วันหลังไม่ต้องรอให้คุณยายเอ่ยปาก ขึ้นธรรมาสน์แล้วก็ไม่ยอมลงง่าย ๆ

  9. 12:41 คำตอบข้อแรก การบวชมีบุญสองส่วน ตัวเองฝึกตัว และพ่อแม่ได้บุญฐานะผู้สนับสนุน

    ตอบว่าคนที่ถามพูดถูกครึ่งเดียว เพราะการบวชมีสองส่วน ส่วนหนึ่งคือผู้บวชฝึกตัวได้มากเท่าไรก็ได้บุญเท่านั้น อีกส่วนคือผู้บวชยังต้องกินต้องใช้ ยังต้องการการสนับสนุน และไม่มีใครในโลกจะรักและสนับสนุนได้เท่าพ่อแม่ พ่อแม่จึงได้บุญในฐานะผู้สนับสนุนการบวชของลูก

  10. 16:35 ลูกบวชแล้วพ่อแม่จึงวางงานมาวัด จัดของบวช ร่วมพิธี และตักบาตรตลอดพรรษา

    ชี้ว่าถ้าลูกไม่บวช พ่อแม่ก็ยังมีภาระอย่างอื่นเรื่อยไปและเข้าวัดไม่ง่าย แต่พอลูกบวช พ่อแม่ก็ตามมาดูแล จัดอุปกรณ์บวชให้ มาร่วมพิธีบวช และตักบาตรทำบุญตลอดพรรษา บุญเหล่านั้นกลายเป็นเสบียงติดตัวข้ามชาติของท่าน โดยมีลูกที่บวชเป็นต้นเหตุ

  11. 18:38 สรุปเป็นข้อ ๆ พ่อแม่อนุโมทนา ส่งเสบียง และบุญทานนั้นกลับมาเลี้ยงลูกในชาติต่อไป

    สรุปเป็นข้อว่า ข้อหนึ่งพ่อแม่รักลูกจึงอนุโมทนาและสนับสนุนการบวช ข้อสองท่านส่งเสบียงด้วยการตักบาตร ตลอดพรรษาเพื่อให้ลูกปฏิบัติธรรมได้เต็มที่ บุญอันเกิดจากการทำทานนั้นกลายเป็นสมบัติติดตัวท่านข้ามชาติ และถ้าชาติต่อไปลูกไปเกิดเป็นลูกของท่านอีก บุญนั้นก็กลับมาเป็นเสบียงเลี้ยงตัวลูกเอง

  12. 20:40 พ่อแม่ได้ฟังเทศน์เพราะห่วงลูกที่บวช บุญฟังเทศน์เป็นปัญญาข้ามชาติ

    ประการต่อมา เมื่อก่อนพ่อแม่ไม่ค่อยได้มาวัด แต่เพราะห่วงลูกที่บวชจึงได้มาและได้ฟังเทศน์ บุญฟังเทศน์นั้นจะกลายเป็นปัญญาของท่าน โดยมีลูกเป็นหัวเชื้อหรือต้นเหตุ จึงเรียกได้ว่าช่วยให้พ่อแม่ฉลาดข้ามชาติ

  13. 21:26 พ่อแม่มาวัดต้องรับศีล จากศีลห้าขยับขึ้นศีลแปดตามพระลูกชายที่รักษาศีล 227 ข้อ

    อธิบายว่าคนมาวัดย่อมต้องรับศีลรักษาศีลไปด้วย ปกติพ่อแม่รักษาศีลห้าอยู่แล้ว แต่งวดนี้ไม่ธรรมดาเพราะพระลูกชายมารักษาศีล 227 ข้อ เดี๋ยวท่านก็รักษาศีลแปดตามลูกมาเอง

  14. 22:18 ยุคที่คนกิเลสน้อย พระพุทธเจ้าให้ถือแค่ศีลแปด ศีลแปดคือศีลของพระอรหันต์

    ฝากความรู้ว่าบางยุคบางสมัยที่คนกิเลสน้อย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเวลาประกาศพระศาสนาและให้คนมาบวช ท่านให้ถือแค่ศีลแปด ไม่ถึง 227 ข้อ ภิกษุและภิกษุณีในยุคนั้นรักษาแค่ศีลแปดเท่านั้น เพราะฉะนั้นเมื่อพ่อแม่มาถึงวัดแล้วรักษาศีลแปดได้ ก็ถือว่าได้รักษาศีลของพระอรหันต์

  15. 23:39 ศีลแปดของพ่อแม่เป็นบุญใหญ่ และเป็นเชื้อของลักษณะมหาบุรุษ

    ย้ำว่าศีลแปดที่พ่อแม่รักษาเป็นบุญใหญ่ และโยงถึงลักษณะมหาบุรุษของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์ ว่าเป็นเรื่องใหญ่ ถ้าพ่อได้เชื้อลักษณะมหาบุรุษและแม่ได้เชื้อลักษณะของหญิงผู้มีความงามครบถ้วน ก็นับว่าดี และเป็นผลจากการบวชของลูก

  16. 24:39 พ่อแม่ได้นั่งสมาธิตามลูก เพราะเห็นหน้าลูกนวลเป็นดวงจันทร์คืนวันเพ็ญ

    บอกผู้บวชว่ายิ่งนั่งสมาธิมากเท่าไรใจก็ยิ่งผ่องใส ไม่ต้องถึงองค์พระหรือพระธรรมกายในตัว เอาแค่ใจนิ่งและสว่างอยู่ข้างใน หน้าก็นวลเป็นดวงจันทร์คืนวันเพ็ญ พ่อแม่เห็นก็ปลื้ม และจะมีกำลังใจนั่งสมาธิตามลูก เพราะไม่มีลูกใครหน้านวลสู้ลูกเราได้ เป็นโอกาสที่พ่อแม่จะได้วางงานมาปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง

  17. 26:32 ชวนเด็กแว้นมาบวชด้วยเหตุผลง่าย ๆ ว่าแม่จะได้นอนตาหลับ

    บอกว่าถ้าพูดกับคนที่พื้นฐานเดิมไม่ค่อยดี เช่นเด็กแว้น จะพูดเรื่องสวรรค์นิพพานเขาคงไม่เข้าใจ ให้ชวนว่ามาบวชเถอะ แม่จะได้นอนตาหลับ ไม่ต้องขึ้นโรงพัก ไม่ต้องไปตามประกัน ตำรวจก็ไม่ต้องเสียเวลาตั้งด่านจับ ความสุขใจของพ่อแม่ที่เกิดขึ้นนั้นก็เพราะลูกบวช

  18. 29:36 ถามเรื่องพุทธประวัติ เจ้าชายสิทธัตถะเห็นคนแก่ คนเจ็บ คนตาย และสมณะ จึงออกบวช

    เล่าว่าถามคนที่จะชวนบวชว่าเคยเรียนพุทธประวัติบ้างไหม แล้วชี้ให้ดูจิตรกรรมฝาผนัง ว่าก่อนที่เจ้าชายสิทธัตถะจะออกบวชและตรัสรู้ ท่านเห็นคนแก่ คนเจ็บ คนตาย และเห็นสมณะ เขาตอบได้จึงชมว่าเป็นคนมีบุญที่ยังจำพุทธประวัติได้ตอนหนึ่ง

  19. 31:33 ย้อนถามว่าเห็นคนแก่คนเจ็บคนตายเต็มบ้านเต็มเมือง ทำไมไม่เคยคิดออกบวช

    ย้อนถามคนที่คุยด้วยว่าเคยเห็นคนแก่ไหม เห็น เคยคิดออกบวชไหม ไม่เคย แล้วชี้ว่าเจ้าชายสิทธัตถะเห็นเพียงแวบเดียวก็คิดออกบวช พอเห็นคนเจ็บคนตายยิ่งคิดหนัก พอเห็นสมณะก็ทูลขอออกบวช และคืนที่ทราบว่าพระโอรสประสูติก็ออกบวชเลย ขณะที่คนฟังเห็นทั้งคนแก่คนเจ็บคนตายและเห็นพระเต็มบ้านเต็มเมือง มีลูกแล้วก็ยังไม่คิดออกบวช

  20. 34:11 ความต่างอยู่ที่พระองค์มีปกติเห็นอะไรข้างนอกแล้วย้อนมองเข้ามาในตัว

    เฉลยว่าความต่างมีนิดเดียว คือพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตั้งแต่ก่อนออกบวชมีปกติว่าเห็นอะไรข้างนอก ก็ย้อนมองกลับเข้ามาเปรียบเทียบกับตัวเอง เข้าทำนองดูโขนดูละครแล้วย้อนดูตัวเอง นี่เป็นหลักสำคัญที่ทำให้พระองค์ได้มาตรัสรู้

  21. 35:39 เห็นอะไรแล้วปล่อยเลยตามเลย ภาษาชาวบ้านเรียกว่ามักง่าย

    ชี้ว่าพวกเราไม่มีปกติอย่างนั้น เห็นอะไรก็ปล่อยเลยตามเลย ไม่ละเอียด ไม่พินิจพิจารณา ภาษาชาวบ้านเรียกว่าพวกมักง่าย และเมื่อมักง่ายเรื่องหนึ่งก็จะลามไปมักง่ายอีกหลายเรื่อง พร้อมบอกว่าไม่ได้แกล้งว่าใคร แต่เอาความจริงที่พอเหมาะกับคนฟังมาพูด

  22. 36:57 พวกชอบซิ่งเห็นเพื่อนแขนหักขาหักถึงตายก็ไม่ได้คิด แต่โยมพ่อเตือนคำเดียวก็เบรกอยู่

    ถามพวกที่ชอบซิ่งว่าเคยเห็นเพื่อนแขนหักขาหักหรือตายไปแล้วบ้างไหม เห็น แต่ก็ยังไม่ได้คิดอะไร แล้วเล่าว่าตอนหนุ่มท่านก็คล้ายกัน แต่ได้สติจากโยมพ่อที่พูดสั้น ๆ ว่าเก่งกว่านี้มีนะ ไม่ใช่ไม่มี แต่ว่ามันตายไปแล้ว ที่ยังเหลืออยู่นี่มันเก่งไม่จริง ถ้าอยากตายเร็วก็รีบเก่งเข้าไปเถอะ ฟังแค่นี้ก็สะดุ้งหยุดผาดโผนโจนทะยาน

  23. 40:26 ไม่มีใครในโลกที่ไม่อยากดี ที่สงสารเด็กแว้นเพราะไม่เคยถูกฝึกให้มองย้อนดูตัวเอง

    บอกว่าไม่มีใครในโลกที่ไม่อยากดี ทุกคนอยากดี แต่เขาไม่ได้ถูกฝึกมาตั้งแต่เล็ก ย้ำว่าไม่อยากตำหนิเด็กแว้นแต่สงสารเขา เพราะตั้งแต่เล็กเขาไม่ได้ถูกฝึกให้มองย้อนดูตัวเองเลย ถ้าถูกฝึกก็จะไม่เป็นเด็กแว้น และเล่าว่าตัวท่านเองสมัยวัยรุ่นก็เคยแวบไปอยู่กับเขาบ้างเพราะความคะนอง แต่โยมพ่อโยมแม่ปูพื้นให้รู้จักมองตัวเองไว้ จึงพลิกตัวกลับได้ทัน

  24. 42:21 ไปชวนบวชจะเจอทั้งเด็กดีและเด็กแว้น สักแขนให้ไปลบก่อนเป็นเครื่องวัดใจ สักหน้าไม่รับ

    บอกว่าคนที่ไปชวนบวชจะเจอทั้งกลุ่มเยาวชนเก่งเยาวชนดีที่ต้องรีบเอามาบวชให้เป็นต้นแบบ และกลุ่มเด็กแว้นที่ถ้ายังไม่เหลือขอถึงขั้นสักหน้าก็ให้คว้าตัวมา ส่วนคนที่สักแขนสักขามา ให้ไปลบเสียก่อนเป็นเครื่องวัดใจว่ายังรักจะดีและคิดจะแทนคุณพ่อแม่จริง แต่ถ้าสักถึงหน้าท่านบอกว่ามือยังไม่ถึง ไม่ต้องเอามาฝาก

  25. 44:34 ได้วิชาเทศน์จากคุณยาย ถามว่าจะเทศน์เรื่องอะไร ท่านตอบว่าก็ถามตัวเองสิ

    เล่าว่าท่านได้วิชาเทศน์มาจากคุณยายอาจารย์ ตอนบวชได้ประมาณเจ็ดวันไม่เกินหนึ่งเดือน คุณยายรบเร้าให้ช่วยเทศน์แทนเพราะท่านอายุมากแล้ว เมื่อถามว่าจะเทศน์เรื่องอะไรจึงจะได้ประโยชน์ ทั้งคนฟังและตัวเอง คุณยายตอบสั้น ๆ ว่าก็ถามตัวเองสิ

  26. 46:55 สี่ห้าปีที่ชวนคนหนุ่มบวชเข้าพรรษา แล้วมานั่งดูตัวเองว่าทำไมเยาวชนบางคนกลายเป็นเด็กแว้น

    ทบทวนว่าสี่ห้าปีที่ผ่านมาช่วยกันชวนคนหนุ่มมาบวชในฤดูเข้าพรรษาอย่างต่อเนื่อง อยากเห็นบวชกันทั้งประเทศทีละเป็นแสนเป็นล้าน แล้วมานั่งดูตัวเองว่าทำไมเยาวชนบางคนกลายเป็นเด็กแว้น บางคนเรียบร้อยตั้งแต่ต้น ส่วนตัวท่านมีเชื้ออยู่บ้างแต่พอโยมพ่อกระตุกให้สติสั้น ๆ ก็เบรกอยู่ ขณะที่เพื่อนรุ่นเดียวกันต้องเจ็บตัวย่ำแย่ก่อนจึงเบรกได้

  27. 48:23 เด็กแว้นมีทุกยุค แต่เมื่อก่อนไม่รวมกลุ่มใหญ่จนขึ้นหน้าหนังสือพิมพ์

    บอกว่าเด็กแว้นมีทุกยุค รุ่นเดียวกับท่านก็มีคนผาดโผนจนตายไปแล้วก็มี แต่เมื่อก่อนไม่ค่อยรวมตัวเป็นกลุ่มใหญ่เหมือนสมัยนี้ ข่าวจึงไม่ค่อยขึ้นหน้าหนังสือพิมพ์ และย้ำว่าที่พูดนี่ไม่ใช่ยุยงส่งเสริมให้เป็นเด็กแว้นกัน

  28. 49:43 เล่าเรื่องตัวเองสมัยวัยรุ่น เคยแอบสูบบุหรี่กินเหล้าตามพวก แต่ไม่เคยแตะยาเสพติด

    ขอเล่าให้นักเรียนโรงเรียนอนุบาลฟังว่าตอนวัยรุ่นท่านก็แอบไปสูบบุหรี่อยู่พักหนึ่งและกินเหล้าตามพวก แต่ยาเสพติดอย่างอื่นไม่เคยแตะเลยเพราะห้ามตัวเองได้ และพอเห็นความไม่เข้าท่าก็หยุด

  29. 50:47 เจอครูไม่ใหญ่ครั้งแรกสมัยเป็นนักศึกษารุ่นพี่ ส่งเหล้าให้แล้วได้คำตอบว่าผมรักษาศีลครับ

    เล่าว่าตอนเป็นนักศึกษารุ่นพี่ ได้เจอผู้ที่ท่านเรียกว่าครูไม่ใหญ่ครั้งแรก เห็นว่าน่ารักมากจึงส่งเหล้าไปให้ แต่ได้คำตอบว่าขอบคุณครับพี่ ผมไม่กินเหล้าครับ เพราะผมรักษาศีล คำตอบนั้นทำให้ท่านสะดุ้งใจ นึกได้ว่าก่อนเข้ามหาวิทยาลัยตัวเองก็เคยรักษาศีล แต่พอเข้ามหาวิทยาลัยแล้วศีลกระจุยเพราะยังมีเชื้อไม่ดีจริง

  30. 52:31 สำรวจตัวเองสองเดือนว่าทำไมต้องรอผู้ใหญ่เตือน บางคนต้องเจ็บ ต้องถูกขัง หรือต้องตายก่อน

    เล่าว่าใช้เวลาเดือนสองเดือนนั่งสำรวจตัวเองว่าพระโพธิสัตว์เพียงเห็นคนแก่คนเจ็บคนตายไกล ๆ ก็คิดออกบวช แต่ตัวเองต้องให้ครูอาจารย์และโยมพ่อเตือนแบบประชดประชันเล็กน้อยจึงเบรกได้ บางคนต้องเจ็บตัวก่อน บางคนต้องถูกขังแล้วเห็นแม่ร้องไห้ไปประกันจึงเลิก บางคนต้องตายไปเลย ที่ดูก็เพื่อจะไม่ให้เชื้อนี้ติดข้ามชาติ และเพื่อฝากเตือนนักเรียนฝันในฝันวิทยา

  31. 56:24 ต้นเหตุของเด็กแว้น คือตอนเล็กไม่ถูกเคี่ยวเข็นสี่เรื่อง สะอาด ระเบียบ สุภาพ ตรงต่อเวลา

    ชี้ว่าจุดเริ่มต้นของเด็กแว้นอยู่ที่ตอนเล็ก ๆ ไม่ถูกเคี่ยวเข็นสี่เรื่อง คือการรักษาความสะอาด ความเป็นระเบียบ ความสุภาพ และความตรงต่อเวลา ถ้าปล่อยเลยตามเลยทั้งสี่เรื่องนี้จะเป็นปัญหาตามมา

  32. 57:35 เรื่องที่หนึ่งความสะอาด ลูกทำเปื้อนต้องให้ทำความสะอาดเอง ห้ามแม่หรือคนใช้ทำแทน

    อธิบายเรื่องที่หนึ่งว่าถ้าลูกทำพื้น เสื้อผ้า บ้าน หรือรถของพ่อแม่สกปรก ต้องให้เขาทำความสะอาดเอง ถ้าแม่ทำแทน ใช้คนใช้ทำแทน หรือให้พี่ ๆ ทำแทน ก็คือเพาะนิสัยไม่รับผิดชอบการกระทำของตัวเอง และการฝึกทำความสะอาดคือการฝึกให้ลูกควบคุมตัวเองได้

  33. 59:54 โรคสมาธิสั้นคือโรคที่พ่อแม่ทำให้ ไม่ฝึกลูกซักผ้าเช็ดล้างเองก็ได้เชื้อแว้นเชื้อสก๊อย

    ย้ำว่าเด็กเหล่านี้ไม่ใช่ไม่รักดี แต่เราไม่ฝึกให้เขาควบคุมตัวเอง แล้วยังมาบอกว่าลูกสมาธิสั้น ทั้งที่จะเรียกว่าโรคพ่อโรคแม่ทำให้ หรือโรคสังคมไม่ช่วยกันห้ามปรามก็ได้ ลูกทำสกปรกไม่สอนให้รีบเช็ดรีบล้าง ไม่ฝึกให้ซักผ้าเป็นตั้งแต่เล็ก นั่นคือเชื้อแว้นเชื้อสก๊อยมาแล้ว ส่วนตัวท่านถูกฝึกให้ดูโขนดูละครแล้วย้อนมาดูตัวจนเดินตามรอยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยไม่รู้ตัว

  34. 1:03:23 เรื่องที่สองความไร้ระเบียบ แม่ไทยพ่อฝรั่งที่วัดในอเมริกาฝึกลูกวัยหัดเดินเก็บตุ๊กตา

    อธิบายเรื่องที่สองคือความไร้ระเบียบไร้วินัย ทำอะไรแล้วทิ้งขวางไม่เก็บ แล้วเล่าว่าเคยไปเห็นที่วัดในอเมริกา คู่แม่ไทยพ่อฝรั่งพาลูกแฝดที่เพิ่งหัดเดินมาวัด ลูกเล่นตุ๊กตาแล้วโยนทิ้งเกลื่อนวัด พ่อจับใส่มือชี้ให้เอาไปเก็บซ้ำแล้วซ้ำอีก แม่บอกว่าเด็กยังพูดไม่ได้จะไปรู้เรื่องอะไร พ่อตอบว่ารู้เรื่องไม่รู้เรื่องก็ต้องพูด ทำอยู่สามสี่วันลูกก็อุตส่าห์เอาตุ๊กตาไปเก็บจนได้ ท่านสรุปว่านี่คือวัคซีนป้องกันเด็กแว้นเด็กสก๊อย

  35. 1:07:41 คุณยายสอนในครัวว่าจับมันเรียงพี่เรียงน้องให้ดี คือฝึกจัดระเบียบ

    ยกคำคุณยายอาจารย์ที่พูดในครัววันอาทิตย์ตอนที่ญาติโยมช่วยกันล้างถ้วยล้างจานว่า จับมันเรียงพี่เรียงน้องให้ดี คือถ้วยจานช้อนชามของคุณยายมีพี่มีน้อง เรียงจากใหญ่ไปเล็กหรือตามที่ใช้บ่อย ท่านชี้ว่าแท้จริงคืออะไรจัดระเบียบได้ต้องจัด ถ้าเบื่อการจัดระเบียบก็ได้เชื้อเด็กแว้นเด็กสก๊อยมา แต่ถ้าจัดระเบียบก็ได้วัคซีนป้องกัน

  36. 1:09:45 เรื่องที่สามความไม่สุภาพ โบราณนิยมให้สามีอายุมากกว่าเพื่อเตือนกันได้

    อธิบายเรื่องที่สามว่าโบราณเตือนนักเตือนหนาว่าคู่สามีภรรยานิยมให้สามีอายุมากกว่าสักหน่อย ไม่ใช่ข้อเข้มงวดแต่นิยม เพราะจะได้พอเตือนกันได้ ถ้าเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันก็ดีที่รู้ใจ แต่โบราณห่วงว่าจะเตือนกันไม่ได้ คู่ไหนเตือนกันไม่ได้ พอฉุนเฉียวก็ปิดประตูโครม โยนของ หรือถึงขั้นควักปลั๊กใส่หน้ากัน นั่นคือกำลังเพาะเชื้อเด็กแว้นเด็กสก๊อยขึ้นมา ท่านสรุปว่าความไม่สุภาพทุกแบบที่ทำให้ลูกเห็น ตั้งแต่พูดไม่สุภาพ เถียงกันให้ลูกได้ยิน ปิดประตูโครมคราม โยนของใส่หน้ากัน กระทืบเท้า ล้วนเป็นเชื้อควบคุมตัวเองไม่ได้

  37. 1:14:26 เรื่องที่สี่ไม่ตรงเวลา กินนอนไม่เป็นเวลา พี่เลี้ยงตามป้อนข้าวเป็นชั่วโมง

    อธิบายเรื่องที่สี่คือความไม่ตรงเวลา กินไม่เป็นเวลานอนไม่เป็นเวลาจนท้องไส้รวน ยกตัวอย่างเด็กที่ให้พี่เลี้ยงตามป้อนข้าว เด็กเดินไปเล่นไป กว่าจะหมดจานเป็นชั่วโมง ผลคือเอาแต่ใจตัว ควบคุมตัวเองไม่ได้ สะพร่า มักง่าย โตขึ้นสอนงานอะไรก็ไม่เอา แล้วพ่อแม่ก็ไปทำแทนหรือให้คนใช้ทำแทน ถึงขั้นลูกกลับบ้านเองได้แต่ยังต้องเอารถไปรับ

  38. 1:17:00 ผลของการปล่อยสี่เรื่อง ลูกกลายเป็นคนเอาแต่จับผิด ตำหนิชาวบ้าน ทั้งบ้านตกเป็นจำเลย

    สรุปว่าลักษณะสี่อย่างคือสกปรก ไม่เป็นระเบียบ ไม่สุภาพ และไม่ตรงต่อเวลา ล้วนเป็นเชื้อแว้นเชื้อสก๊อย เพราะไม่ควบคุมตัวเอง แล้วผลจะลามต่อคือลูกกลายเป็นคนเอาแต่จับผิด อยากได้ความสะอาดความเป็นระเบียบ แต่ให้คนอื่นทำให้ พอไม่ได้อย่างใจก็ตำหนิชาวบ้าน จนไม่เกรงใจใครและทั้งบ้านตกเป็นจำเลย มีแกดีอยู่คนเดียวในบ้าน กลายเป็นเจ้าพ่อประจำบ้าน

  39. 1:20:59 ปัญหาเด็กจักรพรรดิน้อยในจีน หกคนตามโอ๋ลูกคนเดียว และการแย่งโอ๋ลูกในยุโรปอเมริกา

    เล่าว่าในประเทศจีนเจอปัญหานี้เยอะ เขาไม่เรียกปัญหาเด็กแว้นเด็กสก๊อยแต่เรียกว่าจักรพรรดิน้อย เพราะกฎหมายให้มีลูกได้คนเดียว จึงมีพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย รวมหกคนตามโอ๋เด็กคนเดียว อะไรสกปรกก็หกคนช่วยจัดการ อะไรเกลื่อนกลาดก็หกคนช่วยเก็บ อาการไม่สุภาพก็ตามใจ เรื่องตรงเวลาจึงไม่มี และในยุโรปกับอเมริกาพ่อแม่แย่งกันโอ๋ลูกเพราะกลัวลูกไม่รักตัวเอง เนื่องจากความระแวงและการหย่าร้างที่มีมาก จึงหวังว่าถ้าหย่าแล้วลูกจะมาอยู่กับตัว

  40. 1:23:59 โตขึ้นทำงานไม่ได้ เรียนไม่จบ ไม่กลับบ้าน แม่มาน้ำตาร่วงทั้งที่เป็นผลงานของตัวเอง

    ชี้ผลเมื่อโตขึ้นว่าทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม ไม่คิดพัฒนา ใจเลื่อนลอย ไม่ระวังตัว ถ้ายังเรียนอยู่ก็ฟุ้งซ่านจนเรียนไม่จบ ไม่ไปโรงเรียน สุดท้ายต้องออกจากโรงเรียนแล้วไม่กลับบ้าน แม่มาน้ำตาร่วงโดยไม่รู้ว่านั่นคือผลงานที่ตัวเองทำไว้ คืองานปล่อยให้ลูกสกปรก ไร้ระเบียบ ไม่สุภาพ และไม่ตรงเวลา ท่านจึงชวนพ่อแม่มาบวชสักสามเดือนเพื่อแก้ไขตัวเองก่อนลูกจะมาทวงหนี้

  41. 1:25:46 ถ้ามีสี่อย่างนี้จะได้ลูกนักสร้างบารมี ต่างกับเชื้อศรีธนญชัยลิบลับ

    บอกว่าถ้าครอบครัวมีความสะอาด ความมีระเบียบ ความสุภาพ ความตรงต่อเวลา ลูกหลานจะเลือกคิด เลือกพูด เลือกทำแต่ดี ๆ ตามที่พ่อแม่ทำให้ดู ทำอะไรไม่เสร็จไม่ดีไม่ยอม เห็นใครทำดีก็พัฒนาตัวเองตาม ได้เลือดนักสู้เป็นลูกนักสร้างบารมี ไม่ต้องไปหาคัมภีร์วิเศษจากที่ไหน แล้วสอนเรื่องนรกสวรรค์ บุญบาป กฎแห่งกรรมกำกับไปด้วย ท่านเปรียบว่านี่คือทางแยกระหว่าง เชื้อคนตรงกับเชื้อศรีธนญชัย อยากได้ลูกแก้วก็ต้องสะอาด มีระเบียบ สุภาพ ตรงต่อเวลา

  42. 1:28:19 ดูพื้นเพคนที่จะชวน ถ้ามีเชื้อเด็กแว้นให้ชวนมาฝึกตัวและจะได้วิชาเลี้ยงลูกกลับไป

    บอกว่าเมื่อมองภาพนี้ออก เวลาไปชวนคนบวชก็มองภูมิหลังเขาออก คุยกันไม่กี่คำก็รู้ว่าถูกฝึกมาอย่างไร แล้วใช้วาจาให้พอเหมาะกับเขา คนที่มีเชื้อเด็กแว้นติดตัวมาให้ชวนว่ามาฝึกตัวในร่มเงาพระพุทธศาสนา สักพรรษาหนึ่ง กลับไปนอกจากแทนคุณพ่อแม่แล้วจะได้วิชาเลี้ยงลูกไปด้วย จะได้ลูกนักสร้างบารมีเกิดขึ้นในครอบครัว

  43. 1:29:44 พวกที่ถูกฝึกมาดีให้มาบวชสองชั้น ทั้งข้างนอกข้างใน และได้ตำราสร้างอภิชาตบุตร

    บอกว่าพวกที่ถูกฝึกมาดีจากความสะอาด ความมีระเบียบ ความสุภาพ ความตรงต่อเวลา ให้เชิญมาบวชสองชั้น คือบวชทั้งข้างนอกและข้างใน ตัวเองก็ได้บุญเยอะ พ่อแม่ผู้มีพระคุณก็ได้บุญเยอะ ถ้ามีลูกแล้วยิ่งดี เพราะกลับไปจะได้ตำราสร้างอภิชาตบุตรไปฝึกลูกให้เป็นนักสร้างบารมียิ่งกว่าตัวเอง

  44. 1:30:53 ให้โอกาสคนที่พลาดไปแก้ไขตัว และชวนคนดีมาบวชตอบแทนพ่อแม่ตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่

    สรุปว่าคนที่ผิดพลาดไปบ้าง มีเชื้อเว้งเชื้อแว้น ให้โอกาสและให้สติเขารีบมาแก้ไขตัวเอง ก่อนที่จะถลำลึกเกินกว่าจะแก้ ส่วนคนที่ดีแล้วก็รีบมาบวชสร้างบุญสร้างบารมีให้เต็มที่ ตอบแทนพระคุณพ่อแม่ตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ และถ้ามีลูกแล้วก็มาเอาคัมภีร์สร้างอภิชาตบุตร จากพระพุทธศาสนาไปหล่อหลอมลูกตัวเอง

  45. 1:32:23 อยากเห็นนักสร้างบารมีบวชกันเยอะพรรษานี้ เพราะแม้ที่ประชุมระดับชาติยังหาต้นแบบมารยาทไม่ได้

    บอกว่าอยากเห็นนักสร้างบารมีมาบวชกันเยอะในพรรษานี้ เพื่อตัวเขาเอง เพื่อความเข้มแข็งของพระพุทธศาสนา และเพื่อสร้างคนดีมีศีลธรรมให้เต็มบ้านเต็มเมือง เพราะเวลานี้ความไม่สุภาพมีให้ลูกหลานดู แม้ในที่ประชุมระดับประเทศระดับชาติ ถ้าปล่อยให้ระบาดอย่างนี้บ้านเมืองจะอยู่กันอย่างไร ทุกวันนี้หาผู้ใหญ่ที่จะเป็นต้นแบบของมารยาทแม้ในที่ประชุมระดับชาติก็ยังหายาก

  46. 1:33:58 อยากเห็นผู้หลักผู้ใหญ่เต็มบ้านเต็มเมือง และเด็กวัยรุ่นที่เป็นหลักบ้านหลักเมืองได้

    ชวนรีบมาบวชมาศึกษาธรรมะ เพื่อว่าเมื่ออายุมากขึ้นจะพูดได้เต็มปากว่าเป็นทั้งผู้หลักและผู้ใหญ่ เพราะบางคนอายุมากตามวัยแต่คุณธรรมในตัวไม่พอจนเหมือนเด็ก ท่านบอกว่าอยากเห็นผู้หลักผู้ใหญ่เต็มบ้านเต็มเมือง และอยากเห็นวัยรุ่นหรือวัยกลางคน ที่เป็นเด็กแต่มีคุณธรรมเป็นหลักบ้านหลักเมืองได้

  47. 1:35:44 ถ้ายังมาบวชไม่ได้ให้ฝึกสี่อย่างที่บ้านก่อน แล้วรีบมาบวชสองชั้น

    แนะว่าในขั้นต้นถ้ายังมาบวชไม่ได้ ก็ให้ฝึกสี่อย่างที่บ้านตัวเองให้ดี คือทั้งสะอาด ทั้งระเบียบ ทั้งสุภาพ ทั้งตรงต่อเวลา แล้วถ้ามาบวชได้ก็รีบมาบวชเพื่อรับสิ่งที่ยิ่งขึ้นไปจากพระพุทธศาสนา มีเชื้อดีอย่างนี้แล้วจะได้บวชสองชั้น และจะเป็นเนื้อนาบุญให้คนทั้งแผ่นดินและให้พ่อแม่ตัวเอง

  48. 1:36:52 บวชแล้วจะสึกหรือไม่สึกก็ได้ ยกอนาถบิณฑิกเศรษฐี มหาอุบาสิกาวิสาขา และพระเจ้าพิมพิสาร

    บอกว่าหลังบวชแล้วจะอยู่ในพระศาสนาหรือจะสึกก็ไม่ว่ากัน เพราะตั้งแต่สมัยพุทธกาลผู้ที่เป็นพระโสดาบัน ก็ครองเรือนได้ เช่นท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี มหาอุบาสิกาวิสาขา และพระเจ้าพิมพิสารที่ปกครองประเทศ จึงบอกแม่บ้านว่าไม่ต้องห่วงว่าพ่อบ้านมาบวชแล้วจะไม่สึก ถ้าไม่สึกก็ได้เนื้อนาบุญชั้นเยี่ยม ถ้าสึกก็ได้สามีแก้ว ได้พ่อแก้วให้ลูก และประเทศไทยก็ได้บุรุษแก้วไว้ค้ำชูพระพุทธศาสนา

  49. 1:38:56 ชวนให้พรุ่งนี้รีบมาสมัครบวช และชวนลูกหลานญาติเพื่อนบ้านเพื่อนที่ทำงานมาด้วย

    ชวนคนที่ฟังอยู่ที่บ้านให้พรุ่งนี้รีบมาสมัครบวช ใครบอกว่าอายุยังไม่ครบหรือยังเป็นนักเรียนอนุบาลอยู่ ท่านบอกว่าครบแล้วรีบมาได้แล้ว อย่างุ่มง่าม และให้นึกถึงลูกหลาน ญาติ เพื่อน เพื่อนบ้าน เพื่อนที่ทำงาน ที่ดูแล้วน่าจะวางภารกิจได้ ให้รีบเชิญรีบคว้าข้อมือมาสมัคร รวมทั้งลูกหลานที่มีแววจะเป็นเว้งเป็นแว้นก็ให้คว้าตัวมา ถ้ายังไม่ถึงขั้นสักหน้า

  50. 1:41:00 สรุปหลักการชวนบวช ดูพื้นใจคนที่จะชวน และเตือนว่าใกล้เข้าพรรษาแล้วอย่านอนตามน้ำ

    สรุปหลักการเชื้อเชิญว่าให้ดูพื้นใจของคนที่เราจะชวน ใครมีเชื้อเด็กแว้นก็รู้ว่าควรชวนอย่างไร ใครมีเชื้อนักสร้างบารมีอยู่แล้วก็รู้ว่าควรชวนอย่างไร ทั้งที่เรายังระลึกชาติไม่ได้และไม่รู้วาระจิตใคร แต่โดยหลักธรรมมันมาอย่างนี้ แล้วเตือนคนที่ยังไม่ได้ไปชวนใครเลยว่าใกล้เข้าพรรษาแล้ว ถ้าบอกว่าจะตามหลวงปู่ ตามครูไม่ใหญ่ ตามคุณยาย แต่นอนตามเฉย ๆ ก็ตามไม่ทัน

  51. 1:42:58 ปิดรายการ: สวดสรรเสริญพระรัตนตรัย กราบ และอธิษฐานให้อยู่ในอู่ทะเลบุญ

    นำสวดสรรเสริญคุณของพระรัตนตรัยว่าพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งของเรา พระธรรมเป็นที่พึ่งของเรา พระสงฆ์เป็นที่พึ่งของเรา แล้วเรียนเชิญนักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาทุกท่านกราบพระเดชพระคุณหลวงพ่อ และคณะสงฆ์ ปิดท้ายด้วยการให้ทุกคนอยู่ในอู่ทะเลบุญ ใครเข้าถึงองค์พระก็ไปนอนในองค์พระ ใครเข้าถึงดวงแก้วก็ไปนอนในดวงแก้ว ใครยังมืดตื้อก็ทำใจนิ่ง ๆ ใส ๆ อยู่กลางความมืดนั่นเอง

  52. 1:46:31 เพลงปิดรายการ ฝันในฝันวิทยา เมื่อเราสว่างโลกก็สว่างด้วย

    เพลงปิดท้ายรายการ มีเนื้อร้องถึงโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาและการศึกษาความรู้ภายใน ปิดด้วยประโยคว่าเมื่อเราสว่าง โลกก็สว่างด้วย

ตอนอื่นในปี 2555