-
1:11:25
เกริ่นสารคดีโชติกเศรษฐีตอนสอง และตั้งคำถามเรื่องนางแก้วจากอุตรกุรุทวีป
เกริ่นว่าตอนนี้จะมาศึกษาว่าท่านโชติกเศรษฐีทำอย่างไรจึงได้มีสมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่อง แล้วบอกว่าตอนแรกน่าศึกษามาก มีรายละเอียดเยอะแต่รวบมา คือทำไมภรรยาของท่านต้องอยู่ที่อุตรกุรุทวีป เทวดาไปบอกพ่อแม่ของเธออย่างไร มีการส่งขันหมากหรือไม่ ทำไมพ่อแม่ยอมให้มา และทำไมเธอยอมมา มาด้วยเทวรถแบบไหนหรือไม่ได้นั่งเทวรถ
-
1:13:16
สารคดี: พระเจ้าพิมพิสารเสด็จชมปราสาทแก้ว และอชาตศัตรูคิดจะยึด
สารคดีเล่าว่าเมื่อผู้คนที่มาชมสมบัติของท่านโชติกเศรษฐีน้อยลง พระเจ้าพิมพิสารจึงเสด็จไปพร้อมข้าราชบริพาร เมื่อถึงซุ้มประตูที่หนึ่ง หญิงรับใช้ถวายมือให้พระราชาเพื่อนำเสด็จ แต่พระองค์ทรงละอายเพราะเข้าพระทัยว่าเป็นภรรยาของเศรษฐี จึงไม่วางพระหัตถ์บนแขนของนาง และเป็นอย่างนี้ทุกประตู เมื่อถึงหน้าปราสาท พื้นที่ประดับด้วยแก้วมณีปรากฏเหมือนเหวที่ลึก พระราชาทรงแคลงพระทัยว่าเศรษฐีขุดบ่อล่อให้ตกลงไป เศรษฐีจึงกราบทูลว่าไม่ใช่บ่อแล้วเดินนำเสด็จเอง ในครั้งนั้นพระราชกุมารอชาตศัตรูซึ่งยังทรงพระเยาว์ตามเสด็จมาด้วย เมื่อเห็นสมบัติก็ทรงดำริว่าพระบิดาเป็นถึงพระราชาแต่ประทับในพระราชมณเฑียรที่ทำด้วยไม้ ขณะที่คหบดียังได้อยู่ปราสาทแก้วเจ็ดประการ จึงตั้งใจว่าเมื่อได้เป็นพระราชาจะยึดเอาปราสาทนี้มาเป็นของตน
-
1:15:45
ข้าวปายาสเปียกในภาชนะทองคำที่ใช้ให้ความร้อน และอาหารที่ไม่มีวันหมด
เล่าว่าเมื่อถึงเวลาเสวย คนรับใช้ตักข้าวปายาสเปียกใส่ภาชนะทองคำวางไว้ตรงหน้าพระราชา พระองค์ทรงเริ่มจะเสวยเพราะคิดว่าเป็นอาหาร เศรษฐีจึงทูลห้ามว่านี่ไม่ใช่อาหารแต่เป็นข้าวปายาสเปียกสำหรับให้ความร้อน แล้วจึงตักอาหารใส่ภาชนะทองคำอีกใบวางบนถาดนั้น และแนะนำการเสวยด้วยไออุ่นที่ฟุ้งขึ้นมา พระราชาเสวยอาหารรสแปลกใหม่จนเพลิดเพลิน เศรษฐีต้องกราบทูลว่าเพียงเท่านี้ก็พอแล้ว เพราะจะย่อยไม่ได้และจะเกิดความอึดอัด เมื่อพระราชาเสวยเสร็จ ข้าราชบริพารก็รับประทานอาหารนั้นต่อ ซึ่งแม้ทุกคนกินหมดแล้วก็ยังปรากฏเต็มภาชนะอยู่เช่นเดิม
-
1:17:35
อชาตศัตรูยกทัพไปยึดปราสาท แต่กำแพงแก้วสะท้อนกองทัพและยักษ์ไล่จนแตกพ่าย
เล่าว่าพระเจ้าอชาตศัตรูยังคิดจะยึดปราสาทเรื่อยมา กระทั่งเจริญวัยเป็นเจ้าชายผู้มีร่างกายแข็งแกร่ง เมื่อได้คบกับพระเทวทัตและปลงพระชนม์พระราชบิดาคือพระเจ้าพิมพิสารแล้วขึ้นครองราชสมบัติ ก็ยกทหารจำนวนมากไปยึดปราสาทและสมบัติของโชติกเศรษฐี แต่พอไปถึง กำแพงแก้วที่ใสกระจ่างสะท้อนให้เห็นภาพกองทัพของพระองค์เอง จึงสำคัญว่าเศรษฐีเตรียมการตอบโต้ ไม่อาจเสด็จเข้าไปได้ ฝ่ายยักษ์ที่รักษาซุ้มประตูซุ้มแรกก็เนรมิตกายให้ใหญ่โตแล้วไล่ตะเพิดพระเจ้าอชาตศัตรูและทหารจนแตกพ่ายกระจัดกระจายไปทั่วสารทิศ
-
1:19:10
ถอดแหวนของเศรษฐีไม่ออกแม้วงเดียว จนต้องลาดผ้าแล้วแหวนก็เคลื่อนออกเอง
เล่าว่าเช้าวันนั้นโชติกเศรษฐีบริโภคอาหารแต่เช้าตรู่แล้วไปพระวิหารเพื่อเข้าเฝ้าพระบรมศาสดา พระเจ้าอชาตศัตรูแม้พ่ายแพ้แก่ยักษ์ก็ไม่ท้อถอย ตามเศรษฐีไปยังพระอารามเพื่อจะยึดทรัพย์ให้ได้ เศรษฐีจึงทูลว่าหากตนไม่ปรารถนาแล้ว แม้พระราชาผู้มีอานุภาพมากนับพันก็ไม่สามารถยึดเรือนและทรัพย์ของตนไปได้แม้เพียงเส้นด้าย แล้วทูลเชิญให้ทรงพิสูจน์ด้วยการถอดแหวนที่นิ้วมือของท่าน ปรากฏว่าแม้พระเจ้าอชาตศัตรูมีพละกำลังมหาศาลก็ถอดออกไม่ได้แม้วงเดียว ครั้นแล้วเศรษฐีให้ลาดผ้าสาฎกลงแล้วทำนิ้วทุกนิ้วให้ตรง แหวนเหล่านั้นก็เคลื่อนออกจากนิ้วมือเองอย่างน่าอัศจรรย์
-
1:20:47
เศรษฐีสลดใจในความโลภของพระราชา จึงออกบวชจนสมบัติอันตรธานหมด
เล่าว่าเมื่อเศรษฐีเห็นความโลภของพระราชาของตนก็รู้สึกสลดใจยิ่ง จึงปรารถนาจะออกบวชและทูลขอพระราชานุญาต พระเจ้าอชาตศัตรูรีบอนุญาตทันทีเพราะดำริว่าถ้าเศรษฐีบวชแล้วจะยึดปราสาทได้ง่ายขึ้น แต่ครั้นบวชแล้วไม่นานท่านก็ได้บรรลุอรหัตผลเป็นพระอรหันต์ ปราสาทเจ็ดชั้นพร้อมขุมสมบัติมหาศาลก็อันตรธานไปจนสิ้น แม้ภรรยาของท่านเทวดาก็นำนางกลับคืนสู่อุตรกุรุทวีปดังเดิม เพราะเป็นสมบัติเฉพาะตัวที่เกิดขึ้นด้วยอานุภาพบุญของท่านเท่านั้น สารคดีสรุปว่าท่านเป็นเจ้าของสมบัติจักรพรรดิที่ตักไม่พร่อง อยู่อย่างมีความสุขเยี่ยงชาวสวรรค์ แต่เมื่อถึงคราวออกบวชก็สลัดตัดใจได้ เป็นผู้สมบูรณ์พร้อมทั้งทางโลกและทางธรรม
-
1:22:36
รวยจนเบื่อแล้วออกบวช เพราะเพศนักบวชมีค่ากว่าสมบัติจักรพรรดิ
สรุปว่าท่านเป็นมนุษย์มหัศจรรย์ มีสมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่อง รวยกว่าพระราชา อยู่อย่างเทวดาบนสวรรค์เหมือนจำลองสวรรค์มาอยู่ในเมืองมนุษย์ แต่รวยจนเบื่อจนอิ่มตัวแล้วออกบวช แปลว่าเพศนักบวชมีคุณค่ามากกว่าการมีสมบัติจักรพรรดิ จึงเตือนว่าบวชแล้วอย่ากลับไปหา เพราะท่านโชติกเศรษฐียังเห็นว่าเพศนักบวชดีกว่าสมบัติจักรพรรดิ ปราสาทแก้ว นางแก้ว ดวงแก้ว แล้วเล่าย้อนว่าพระเจ้าอชาตศัตรูมีกำลังมหาศาล นั่งยอง ๆ ยังกระโดดได้ถึงสี่สิบศอก คิดเป็นสิบวาหรือยี่สิบเมตร เท่ากับดาดฟ้าตึกเจ็ดชั้น แต่ยังดึงแหวนจากนิ้วมือของท่านโชติกเศรษฐีไม่ออกเลยจนเหงื่อพลั่งพรูออกมา
-
1:29:55
ชฎิลเศรษฐีและโชติกเศรษฐีรวยด้วยบุญบันดาล ไม่ต้องขยายทุนขยายปัญหา
ชวนมาเอาบุญ ย้ำว่าบุญเป็นทุกสิ่งของชีวิตตั้งแต่ผู้ตัวชนจนกระทั่งเป็นพระอรหันต์ ยกชฎิลเศรษฐีและโชติกเศรษฐีว่ารวยด้วยบุญบันดาลจริง ๆ สั่งสมบุญเพียงอย่างเดียว พอเกิดมาทุกสิ่งก็มีแล้ว ต่างจากคนที่มีบริษัทในเครือซึ่งปวดหัว เพราะแค่คิดขยายงานก็ต้องขยายที่ ขยายทีม ขยายทุน ขยายดอก ขยายปัญหา ขยายแรงกดดัน ส่วนสมบัติแบบนี้ใครปล้นก็ไม่ได้ ยกทัพไปก็ยึดไม่ได้ แถมโดนยักษ์เฝ้าสมบัติไล่ด้วย และยืนยันว่าเรื่องนี้ควรศึกษาและมีจริง ไม่ได้แต่งขึ้น เพราะสิ่งใดที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้เป็นเรื่องจริงแท้