เข้าสู่ระบบด้วย Facebook เข้าสู่ระบบด้วย Google

สารคดีและมินิซีรีส์ในรายการ

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 22 พ.ค. 2549

  • 1:20:38 สุวรรณสามฟื้นขึ้นกล่าวกับบิดามารดา อานุภาพความดีผนวกสัจจกิริยาขับไล่พิษ ความดีจึงควรทำ
    ทุกคนร่าเริงยินดี สุวรรณสามฟื้นคืนสติแล้วกล่าวครั้งแรกว่าขอความเจริญจงมีแก่ท่านพ่อท่านแม่ พยุงกายลุกขึ้นบอกว่าลุกขึ้นได้แล้วโดยสวัสดี ขออย่าคร่ำครวญอีก ผู้บรรยายสรุปว่าอานุภาพคุณความดีที่บำเพ็ญมาผนวกกับสัจจกิริยาเกิดพลังขับไล่พิษร้ายของลูกศรอาบยาพิษ ความดีจึงควรทำ เพราะหากปราศจากความดีแล้ว ยามทุกข์เข็ญจะกล่าวอ้างสิ่งใด แล้วบอกให้ติดตามตอนต่อไป
  • 1:23:42 เทปเหตุอัศจรรย์วันประสูติที่แผ่นดินจีน กษัตริย์ราชวงศ์โจวให้จารึกบนศิลา พุทธศาสนาจากอินเดียสู่จีน
    เทปเล่าว่าในวันประสูติเกิดเหตุอัศจรรย์ที่แผ่นดินจีน มีแผ่นดินไหว น้ำผุดล้นขึ้นมาในแหล่งน้ำทุกแห่ง แสงสว่างห้าสีจ้าบนท้องฟ้า กษัตริย์จีนสมัยนั้น (ถอดได้ว่ากษัตริย์โจว) ให้โหรพยากรณ์ แล้วเหตุอัศจรรย์เกิดอีกครั้งจนกษัตริย์รับสั่งให้จารึกไว้บนแผ่นศิลา แปดสิบปีต่อมานับจากวันประสูติก็เห็นเหตุอัศจรรย์อีกในวันปรินิพพาน พันปีต่อมากษัตริย์จีนฝันเห็นบุรุษทองคำ แล้วพระพุทธศาสนาจึงเดินทางจากอินเดียมาประดิษฐานในแผ่นดินจีน ชื่อกษัตริย์และบางช่วงถอดเพี้ยนจนอ่านไม่ได้ จึงยังไม่ยืนยัน

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 23 พ.ค. 2549

  • 53:07 สุวรรณสาม ตอนสุดท้าย นางปาริกา ทุกูลฤษี และเทพธิดาพหุสุนทรีตั้งสัจจกิริยา สุวรรณสามฟื้น พ่อแม่หายตาบอด
    ครูไม่ใหญ่บอกว่าติดตามสุวรรณสามตอนสุดท้าย เทปเล่าต่อจากตอนก่อนว่านางปาริกาเอามืออังที่อกสุวรรณสามแล้วรู้สึกไออุ่น จึงตั้งสัจจกิริยาว่าลูกประพฤติธรรม กล่าวคำสัตย์ เลี้ยงดูบิดามารดา ขอให้พิษหายไป ร่างที่แข็งก็อ่อนและขยับได้ ทุกูลฤษีตั้งสัจจกิริยาตาม พระโพธิสัตว์พลิกตัว เทพธิดาพหุสุนทรีแห่งเขาคันธมาทน์ตั้งสัจจกิริยาเป็นคนสุดท้าย ร่างกลับเป็นปกติ รอยแผลเลือนหาย ฤษีทั้งสองมองเห็นดังเดิม ทุกคนปรากฏที่อาศรมพร้อมแสงอรุณ สุวรรณสามทักทายบิดามารดาแล้วทูลปฏิสันถารพระราชาด้วยมหากรุณาไม่มีความแค้นเคือง เชิญเสวยผลไม้และน้ำจากแม่น้ำมิคสัมมตา
  • 57:54 สุวรรณสาม ผู้เลี้ยงดูบิดามารดาโดยธรรมเทวดาคุ้มครอง ถวายโอวาททศพิธราชธรรมและศีลห้าแก่พระเจ้าปิลยักขราช
    พระเจ้าปิลยักขราชอัศจรรย์ว่าสุวรรณสามตายไปแล้วมิใช่หรือ สุวรรณสามทูลว่าผู้ใดเลี้ยงดูบิดามารดาโดยธรรม เทวดาและมนุษย์ย่อมคุ้มครอง นักปราชญ์สรรเสริญ ละโลกไปแล้วย่อมบันเทิงในสวรรค์ พระราชาเพิ่งประจักษ์อานุภาพของความกตัญญูกตเวที ขอถึงสุวรรณสามเป็นสรณะ พระโพธิสัตว์ถวายโอวาทให้ประพฤติธรรมในพระชนกชนนี บุตรภรรยา มิตรอำมาตย์ ชาวบ้าน สมณพราหมณ์ และฝูงเนื้อฝูงนก ชี้ว่าพระอินทร์และเทพพรหมเข้าถึงทิพยสถานด้วยธรรมที่ประพฤติ แล้วถวายศีลห้า พระราชาขอขมาแล้วเสด็จกลับกรุงพาราณสี ปกครองด้วยทศพิธราชธรรม ทำทานรักษาศีลจนสวรรคตไปสุคติ
  • 1:04:37 สุวรรณสามบำเพ็ญสมณธรรมไปเกิดในพรหมโลก ภิกษุผู้เลี้ยงบิดามารดาบรรลุโสดาบัน และประชุมชาดก
    แม้บิดามารดาได้ดวงตาคืนแล้ว สุวรรณสามยังปฏิบัติบำรุงเหมือนเดิม ทั้งสามบำเพ็ญสมณธรรม เจริญเมตตาภาวนาจนได้อภิญญาห้าและสมาบัติ ละอัตภาพแล้วไปเกิดในพรหมโลก พระบรมศาสดาตรัสว่าการเลี้ยงดูบิดามารดาเป็นวงศ์ของบัณฑิต แล้วทรงประกาศอริยสัจสี่ ภิกษุผู้เลี้ยงบิดามารดาบรรลุโสดาปัตติผล จากนั้นประชุมชาดก พระเจ้าปิลยักขราชมาเป็นพระอานนท์ เทพธิดาพหุสุนทรีเป็นพระอุบลวรรณาเถรี ท้าวสักกะเป็นพระอนุรุทธะ ทุกูลฤษีเป็นพระมหากัสสปะ นางปาริกาเป็นพระภัททากาปิลานีเถรี และสุวรรณสามคือพระพุทธองค์
  • 1:07:53 ข้อคิดจากสุวรรณสาม เมตตาบารมี เจริญเมตตาแล้วไม่มีเวรภัย สัตว์ร้ายเชื่อง หลับตื่นเป็นสุข
    ท้ายเทปสรุปว่าเรื่องสุวรรณสามเป็นแบบอย่างการบำเพ็ญเมตตาบารมี ผู้เจริญเมตตาภาวนาสม่ำเสมอย่อมไม่มีเวรไม่มีภัย แม้สัตว์ร้ายสัมผัสกระแสเมตตาก็เชื่อง การเจริญเมตตาต่อเนื่องกลั่นเป็นบารมี คุ้มครองภัยในปัจจุบัน หลับเป็นสุขตื่นเป็นสุข เป็นที่รักของมนุษย์ เทวดา และสัตว์ เมื่อละโลกใจผ่องใสไปเกิดในเทวโลก วิธีเจริญเมตตาคือนึกถึงความรักตัวเองแล้วแผ่ขยายความปรารถนาดีไปยังผู้อื่น ผู้เป็นที่รักของมหาชนทำการใดก็มีผู้ช่วยค้ำจุน สร้างบารมีก็มีผู้สนับสนุนจนถึงพระนิพพาน

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 24 พ.ค. 2549

  • 1:06:43 ทศชาติชาดก พระเนมิราชตอนที่หนึ่ง ทบทวนสามพระชาติ และความหมายของอธิษฐานบารมี
    มินิซีรีส์ทศชาติชาดก เรื่องเนมิราช ผู้ยิ่งด้วยอธิษฐานบารมี ตอนที่หนึ่ง ทบทวนสามพระชาติที่ศึกษามาแล้ว พระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมีที่ระลึกชาติได้ว่าเคยตกอุสสุทนรกจึงแกล้งทำเป็นใบ้ พระมหาชนกผู้ยิ่งด้วยวิริยบารมีที่ว่ายน้ำในทะเลเจ็ดวันและได้ข้อคิดจากต้นมะม่วงสองต้น และสุวรรณสามผู้ยิ่งด้วยเมตตาบารมีที่ไม่โกรธพระเจ้ากบิลยักขราชที่ยิงด้วยศรอาบยาพิษ วันนี้เป็นพระเจ้าเนมิราชผู้ยิ่งด้วยอธิษฐานบารมี คือความตั้งใจมั่นแน่วแน่ในการทำความดี ตั้งใจแล้วต้องทำให้สำเร็จ ไม่เลิกกลางคันไม่ลดเป้าหมาย เหมือนภูเขาหินที่ไม่หวั่นไหวด้วยแรงพายุ ยอมตายไม่ยอมเปลี่ยนใจ
  • 1:10:57 พระพุทธเจ้าแย้มพระโอษฐ์ที่สวนมะม่วงอดีตพระราชอุทยานของพระเจ้ามฆเทวราช พระอานนท์ทูลถามเหตุ
    สมัยพุทธกาล เย็นวันหนึ่งพระบรมศาสดาพร้อมพระอานนท์และภิกษุจำนวนมากประทับที่สวนมะม่วงซึ่งในอดีตเคยเป็นพระราชอุทยานอัมพวันของพระเจ้ามฆเทวราช กษัตริย์กรุงมิถิลาแคว้นวิเทหะ ทรงระลึกถึงเรื่องในอดีตแล้วแย้มพระโอษฐ์ แสงตะวันกระทบพระเขี้ยวแก้วเกิดรัศมีสี่สายเวียนขวารอบพระเศียรสามรอบแล้วอันตรธานไป พระอานนท์ผู้เป็นปัจฉาสมณะทูลถามเหตุ ทรงตรัสว่าเคยอาศัยอยู่ที่นี่เจริญฌานเมื่อครั้งเป็นพระเจ้ามฆเทวราช ภิกษุทั้งหลายจึงทูลอาราธนาให้เล่าเรื่อง
  • 1:14:18 มนุษย์อายุยืนสี่แสนปีจึงประมาท พระเจ้ามฆเทวราชไม่ประมาท อธิษฐานว่าผมหงอกเมื่อไหร่จะออกบวช
    อดีตกาลมนุษย์อายุยืนมากจึงประมาทมัวเมาใช้ชีวิตไปวัน ๆ ด้วยการกิน ดื่ม เที่ยว แต่บัณฑิตบางพวกไม่ประมาท ใช้ลมหายใจสั่งสมบุญ เพราะเห็นว่าแม้อายุยืนก็แก่ลงทุกวัน ตายวันไหนไม่รู้ ดังเช่นพระเจ้ามฆเทวราช กษัตริย์กรุงมิถิลา แคว้นวิเทหะ เกิดในยุคที่มนุษย์อายุเฉลี่ยสี่แสนปี ทรงเล่นในฐานะพระราชกุมาร 84,000 ปี ครองราชย์ 84,000 ปี และเป็นมหาราชาอีก 84,000 ปี ทรงอธิษฐานจิตมั่นว่าหากผมหงอกงอกขึ้นแม้เส้นเดียวจะออกบวชเป็นดาบสทันที และรับสั่งให้ช่างกัลบกบอกทันทีที่เห็นผมหงอก
  • 1:17:19 ช่างกัลบกพบผมหงอก พระเจ้ามฆเทวราชเห็นความตายอยู่ตรงหน้า มอบราชสมบัติให้โอรสแล้วออกบวช
    หลายร้อยปีต่อมา ช่างกัลบกเห็นพระเกศาหงอกเส้นหนึ่งจึงกราบทูล พระเจ้ามฆเทวราชให้ถอนด้วยแหนบทองคำวางบนพระหัตถ์ พิจารณาเหมือนเห็นความตายมายืนอยู่เบื้องหน้า เบื่อหน่ายในความไม่เที่ยงของสังขาร ทรงพระราชทานบ้านส่วยหนึ่งตำบลให้ช่างกัลบกเลี้ยงชีพตลอดชีวิต ตรัสกับโอรสว่าผมหงอกคือเทวทูตแห่งความตาย ถึงคราวพ่อออกบวช อภิเษกโอรสองค์โตพร้อมให้โอวาทให้ครองราชย์โดยธรรม ไม่ประมาท และเมื่อผมหงอกก็ให้บวชเหมือนพ่อ ข้อคิดคือการสอนตนเองได้ไม่ได้อยู่ที่อายุยืนหรือสั้น แต่อยู่ที่การคบบัณฑิต ฟังธรรมและประพฤติธรรมของบัณฑิต ติดตามวงศ์กษัตริย์ของพระเจ้ามฆเทวราชในตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 25 พ.ค. 2549

  • 47:00 สารคดีพระพุทธศาสนาเข้าสู่จีน กษัตริย์ราชวงศ์โจวจารึกเหตุอัศจรรย์ จักรพรรดิฮั่นหมิงตี้ฝันเห็นบุรุษสีทอง
    สารคดีเล่าว่าเมื่อพระบรมศาสดาเกิดขึ้นทางทิศตะวันตก อีกพันปีคำสอนจะเข้ามาในแผ่นดินจีน คืนวันเพ็ญเกิดเหตุอัศจรรย์ กษัตริย์ราชวงศ์โจวรับสั่งให้จารึกไว้บนแผ่นศิลา แปดสิบปีต่อมานับจากวันประสูติ กษัตริย์ราชวงศ์โจวเห็นเหตุอัศจรรย์อีกในคืนวันเพ็ญซึ่งเป็นวันปรินิพพาน พันปีต่อมาจากวันประสูติ จักรพรรดิฮั่นหมิงตี้ทรงฝันเห็นบุรุษร่างสีทองมีรัศมี อำมาตย์กราบทูลว่าคือพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงส่งคณะทูตไปอัญเชิญพระพุทธศาสนาจากอินเดียมาสู่แผ่นดินจีน นับแต่นั้นพระพุทธศาสนาจึงประดิษฐานในแผ่นดินจีน (ชื่อกษัตริย์ถอดเพี้ยน ใช้ชื่อราชวงศ์ตามที่จับได้)
  • 1:10:19 ทศชาติชาดก พระเนมิราชตอนที่สอง พระพุทธเจ้าแย้มพระโอษฐ์ที่อัมพวัน เล่าเรื่องพระเจ้ามฆเทวราชเห็นผมหงอกเส้นเดียวออกบวช
    ทศชาติชาดก เรื่องเนมิราช ผู้ยิ่งด้วยอธิษฐานบารมี ตอนที่สอง ทบทวนว่าอธิษฐานบารมีคือความตั้งใจมั่นเหมือนภูเขาหินไม่หวั่นไหวด้วยแรงลม ยอมตายไม่ยอมเปลี่ยนใจ พระพุทธเจ้าเสด็จในอัมพวัน สวนมะม่วงของพระเจ้ามฆเทวราช ทรงแย้มพระโอษฐ์ พระอานนท์ทูลถามเหตุ ตรัสว่าเคยเกิดเป็นพระเจ้ามฆเทวราช กษัตริย์กรุงมิถิลา ยุคที่มนุษย์อายุสี่แสนปี เป็นพระราชกุมาร ครองราชย์ และเป็นมหาราชอย่างละแปดหมื่นสี่พันปี วันหนึ่งเห็นพระเกศาหงอกเพียงเส้นเดียวก็ตัดสินพระทัยออกบวช อภิเษกพระโอรสองค์โตพร้อมโอวาทว่าเมื่อผมหงอกให้บวชเหมือนพ่อ แล้วอธิษฐานให้วงศ์กษัตริย์สืบเชื้อสายวงศ์บรรพชิตตลอดไป ออกบวชเป็นฤๅษีเจริญพรหมวิหารสี่ ได้ฌานอภิญญาแล้วไปเกิดในพรหมโลก พระโอรสก็ถือนิมิตผมหงอกออกบวชตาม สืบต่อกันมาราวแปดหมื่นสี่พันพระองค์
  • 1:15:28 ท้าวมฆเทวราชในพรหมโลกเห็นวงศ์จะขาด จึงจุติลงมาเกิดเอง พราหมณ์ทำนาย และได้พระนามเนมิราชกุมาร ผู้เหมือนล้อรถ
    ท้าวมฆเทวราชที่อยู่ในพรหมโลกตรวจดูพระวงศ์ เห็นว่าสืบการออกบวชไม่ขาดสายถึงแปดหมื่นสี่พันพระองค์ก็ปีติ แต่เห็นด้วยฌานว่ากษัตริย์องค์ต่อไปจะรักษาประเพณีนี้ไม่ได้ จึงดำริจะสืบวงศ์เอง อธิษฐานจิตจุติจากพรหมโลกลงมาปฏิสนธิในพระครรภ์พระอัครมเหสีของพระราชากรุงมิถิลา ครบสิบเดือนก็ประสูติ วันขนานพระนาม พราหมณ์ทำนายว่าพระกุมารจะมาสืบวงศ์บรรพชิต และหลังจากพระองค์จะไม่มีพระราชาองค์ใดออกบวชอีก พระราชาปีติ เปรียบว่าลูกมาเกิดเพื่อสืบวงศ์เหมือนล้อรถที่หมุนตามกันมา จึงขนานพระนามว่าเนมิราชกุมาร แปลว่ากุมารผู้เป็นเหมือนล้อรถที่หมุนเวียนมารักษาประเพณีอันดีงามของวงศ์ตระกูล
  • 1:18:36 เนมิราชกุมารรักการทำบุญตั้งแต่เยาว์ พระชนกเห็นผมหงอกแล้วมอบราชสมบัติออกบวช กษัตริย์ทั้งวงศ์ไม่เคยพบพระพุทธเจ้า ได้โอกาสบวชจงฉวยไว้
    เนมิราชกุมารรักการบำเพ็ญบุญ ให้ทาน รักษาศีลห้าและอุโบสถศีลตั้งแต่ทรงพระเยาว์ เจริญวัยก็ไม่ยินดีในเบญจกามคุณ เมื่อพระชนกครองราชย์ได้แปดหมื่นสี่พันปี ทอดพระเนตรเห็นพระเกศาหงอก เห็นความไม่เที่ยงของสังขารว่าความตายคืบคลานเข้ามา จึงพระราชทานบ้านส่วยแก่ช่างกัลบก มอบราชสมบัติแก่เนมิราชกุมาร แล้วออกผนวชเป็นดาบสในอัมพวัน เจริญภาวนาแปดหมื่นสี่พันปี แล้วไปเกิดในพรหมโลก การที่กษัตริย์ทุกองค์ออกบวชตามกันเป็นเพราะคำอธิษฐานของพระเจ้ามฆเทวราชและวาสนาบารมีที่สั่งสมมาทางเดียวกัน แต่ตลอดเวลาอันยาวนานนั้นไม่มีกษัตริย์องค์ใดได้พบพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและบวชในพระพุทธศาสนาเลย ได้แต่บวชเป็นดาบสแล้ววนเวียนไปพรหมโลก ช่วงที่พระสัทธรรมดำรงอยู่นั้นสั้นนักเหมือนฟ้าแลบแปลบเดียวในคืนมืด ผู้ที่ได้มาพบคำสอนแล้วหากมีโอกาสบวชก็จงฉวยโอกาสนั้นไว้ โปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 26 พ.ค. 2549

  • 1:16:28 ทศชาติชาดก พระเนมิราชตอนที่สาม มฆเทวราชจุติจากพรหมโลกมาสืบวงศ์ และอธิมุตตกาลกิริยาทำได้เฉพาะพระโพธิสัตว์บารมีแก่กล้า
    สารคดีทศชาติชาดก ผู้ยิ่งด้วยอธิษฐานบารมี ตอนที่สาม ทบทวนว่าพระเจ้ามฆเทวราชออกผนวชเป็นดาบส เจริญพรหมวิหารสี่ได้ฌานสมาบัติ แล้วไปบังเกิดในพรหมโลก ตรวจดูวงศ์กษัตริย์ที่ออกบวชสืบต่อมาแปดหมื่นสี่พันพระองค์ เห็นว่าองค์ต่อไปจะรักษาประเพณีไม่ได้ จึงอธิษฐานจุติลงมาเกิดในครรภ์พระอัครมเหสีแห่งกรุงมิถิลา พราหมณ์ทำนายว่าเป็นผู้มาสืบวงศ์ จึงได้พระนามเนมิราชกุมาร ผู้เหมือนล้อรถที่หมุนมาตามรอยเดิม พระชนกเห็นพระเกศาหงอกแล้วมอบราชสมบัติออกผนวชในอัมพวัน ผู้บรรยายอธิบายว่าอธิมุตตกาลกิริยา คือการอธิษฐานจิตดับชีพลงมาเกิดสร้างบารมี ปกติทำได้เฉพาะพระโพธิสัตว์ในสวรรค์ชั้นดุสิต พรหมทั่วไปทำไม่ได้ แต่มหาพรหมเนมิราชเป็นพระโพธิสัตว์ที่อธิษฐานบารมีแก่กล้าใกล้เต็มเปี่ยมจึงทำได้
  • 1:20:33 พระเจ้าเนมิราชสร้างโรงทานห้าแห่ง บริจาควันละห้าแสนกหาปณะ รักษาอุโบสถศีล ชักชวนมหาชนจนนรกว่างเปล่า
    พระเจ้าเนมิราชครองราชย์แล้วโปรดให้สร้างโรงทานห้าแห่ง ที่ประตูพระนครสี่ทิศและกลางพระนคร พระราชทานทรัพย์แห่งละแสนกหาปณะทุกวัน รวมวันละห้าแสนกหาปณะไม่เคยขาด ทรงรักษาศีลห้าเป็นปกติและอุโบสถศีลทุกวันพระ ชักชวนมหาชนให้ทำทาน สอนทางสวรรค์และให้ห่างอบาย ประชาชนส่วนมากตั้งอยู่ในพระราชโอวาท ตายแล้วไปเกิดในเทวโลกจนสวรรค์แน่นด้วยเทวดา ผู้ประมาททำบาปมีน้อย นรกจึงว่างเปล่าเหมือนห้องโถงร้าง พระเกียรติแผ่ไปทั่วชมพูทวีป ใครกล่าวพระนามก็ประนมมือไหว้ จนพระนามเป็นสัญลักษณ์แห่งการทำความดีและชักชวนคนทำดี
  • 1:23:51 เทวดาในสุธรรมาเทวสภาสรรเสริญพระเจ้าเนมิราช และพระเนมิราชสงสัยว่าทานกับศีลพรหมจรรย์อย่างไหนอานิสงส์มากกว่า
    มหาชนรักษาศีลห้าและสรรเสริญพระเกียรติคุณจนแพร่ถึงสวรรค์ เทวดาในดาวดึงส์ที่ประชุมกันในสุธรรมาเทวสภาล้วนเคยสั่งสมบุญเพราะพระเจ้าเนมิราชชักชวน ต่างสนทนาว่าพระเจ้าเนมิราชสอนอะไรวิมานจึงสว่างไสว แล้วผลัดกันเล่ากุศลกรรมและสรรเสริญพระคุณผู้เป็นต้นบุญ (มีบรรทัดถอดซ้ำคั่นช่วงหนึ่ง) ครั้งหนึ่งพระเจ้าเนมิราชทรงสมาทานอุโบสถศีลวันขึ้นสิบห้าค่ำ ทรงชุดขาว ตื่นในปัจฉิมยามนั่งสมาธิแล้วดำริว่า ทานที่ให้โดยไม่เสียดายกับการรักษาศีลประพฤติพรหมจรรย์ อย่างไหนมีอานิสงส์มากกว่า ขจัดความสงสัยไม่ได้ จนทิพยอาสน์ของท้าวสักกะเกิดร้อน ท้าวสักกะทอดพระเนตรเห็นต้นเหตุ จะเสด็จลงมาแก้ปัญหาอย่างไรโปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 27 พ.ค. 2549

  • 54:46 ทศชาติชาดก เนมิราชชาดก ตอนที่สี่ พระเจ้าเนมิราชสงสัยว่าทานกับพรหมจรรย์อย่างไหนอานิสงส์มากกว่า ท้าวสักกะเสด็จมาตอบ
    สารคดีทศชาติชาดก ผู้ยิ่งด้วยอธิษฐานบารมี ตอนที่สี่ ต่อจากตอนที่แล้ว พระเจ้าเนมิราชครองราชย์ต่อจากพระราชบิดา โปรดให้สร้างโรงทานห้าแห่ง พระราชทานทรัพย์แห่งละหนึ่งแสนกหาปณะทุกวัน ทรงรักษาศีลห้าและอุโบสถศีลทุกวันพระ ชักชวนมหาชนให้สั่งสมบุญ ประชาชนตายไปเกิดในเทวโลกจนสวรรค์เนืองแน่นด้วยเทวดา พระเกียรติคุณแผ่ขึ้นไปถึงสวรรค์ทุกชั้น ครั้งหนึ่งในวันอุโบสถขึ้นสิบห้าค่ำ ทรงดำริว่าการให้ทานที่ไม่มีประมาณกับการรักษาศีลประพฤติพรหมจรรย์อย่างไหนมีอานิสงส์มากกว่า ขจัดความสงสัยไม่ได้ ทำให้ทิพยอาสน์ของท้าวสักกะร้อน ท้าวสักกะจึงเสด็จมาเพียงลำพัง ทำพระราชนิเวศน์ให้สว่างไสว ประทับยืนกลางอากาศในห้องบรรทม พระเจ้าเนมิราชทูลถามปัญหา ท้าวสักกะตอบว่าประพฤติพรหมจรรย์อย่างต่ำได้เกิดในตระกูลกษัตริย์ อย่างกลางได้เกิดเป็นเทวดา อย่างสูงสุดย่อมหลุดพ้น การประพฤติพรหมจรรย์มีอานิสงส์มากกว่าทานพันเท่าแสนเท่า
  • 1:01:26 ท้าวสักกะยกเรื่องในอดีต ฤๅษีหมื่นตนที่กาญจนบรรพต และปุโรหิตกรุงพาราณสีที่อยากบวชเป็นฤๅษี
    ท้าวสักกะยกเรื่องในอดีตมาเป็นตัวอย่าง ป่าหิมพานต์เป็นที่บำเพ็ญพรตของฤๅษีดาบส ทางเหนือมีแม่น้ำสีทาที่ลึกกว้างข้ามยากแต่ใสสะอาด ใกล้กันมีกาญจนบรรพตภูเขาทองสีเหมือนเปลวไฟ มีฤๅษีหนึ่งหมื่นตนบำเพ็ญเพียรภาวนา ศีลบริสุทธิ์ มุ่งเจริญสมาธิ วันหนึ่งฤๅษีตนหนึ่งเหาะมากรุงพาราณสีเพื่อบิณฑบาต ปุโรหิตเห็นอาการสงบก็เลื่อมใส นิมนต์เข้าเรือนถวายอาหารอยู่สองสามวัน เมื่อทราบว่าที่กาญจนบรรพตมีฤๅษีนับหมื่นตนล้วนได้อภิญญาสมาบัติเหาะเหินได้ ก็อยากบวชเป็นฤๅษีบ้าง แต่ฤๅษีปฏิเสธเพราะปุโรหิตเป็นผู้สนองงานของพระราชา ยังไม่เป็นอิสระแก่ตน ความปรารถนาจะบวชของปุโรหิตก็ไม่เสื่อมคลาย โปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 29 พ.ค. 2549

  • 23:24 ทศชาติชาดก เนมิราชชาดก ตอนที่ห้า ท้าวสักกะตอบว่าพรหมจรรย์มีอานิสงส์มากกว่าทาน และเล่าเรื่องปุโรหิตอยากบวชเป็นฤๅษี
    ทศชาติชาดก เรื่องพระเนมิราช ผู้ยิ่งด้วยอธิษฐานบารมี ตอนที่ 5 ท้าวสักกะทราบความสงสัยของพระเจ้าเนมิราช จึงเสด็จมาห้องบรรทม แผ่รัศมียืนกลางอากาศ พระเนมิราชถามว่าระหว่างทานกับการประพฤติพรหมจรรย์อย่างไหนมีอานิสงส์มากกว่า ท้าวสักกะตอบว่าพรหมจรรย์อย่างต่ำให้เกิดในตระกูลกษัตริย์ อย่างกลางให้เกิดในสวรรค์ อย่างสูงให้บริสุทธิ์หลุดพ้น พรหมจรรย์มีอานิสงส์มากกว่าทานหลายแสนเท่า แล้วเล่าเรื่องในอดีตว่ามีฤๅษีหลายหมื่นตนอยู่ที่กาญจนบรรพตในป่าหิมพานต์ ฤๅษีตนหนึ่งเหาะมาบิณฑบาตที่กรุงพาราณสี ปุโรหิตเลื่อมใส นิมนต์เข้าเรือน อยากบวชเป็นฤๅษีบ้าง ฤๅษีห้ามว่าเป็นคนของพระราชา ปุโรหิตจึงขอไปทูลลาพระราชาก่อนและนัดให้มารับวันรุ่งขึ้น
  • 27:26 ปุโรหิตทูลลาพระราชาเพราะเห็นโทษในกาม มอบสมบัติแก่บุตรภรรยา แล้วฤๅษีพาเหาะไปบวชที่หิมพานต์
    ปุโรหิตเข้าเฝ้าพระราชา ทูลว่าเห็นโทษในกามทั้งหลายและเห็นอานิสงส์ของเนกขัมมะ ทางฆราวาสคับแคบเป็นทางมาแห่งธุลีคือกิเลส ทางบรรพชาปลอดโปร่งกว่า พระราชาทรงอนุญาตและขอให้บวชแล้วมาเยี่ยมบ้าง ปุโรหิตกลับเรือนสอนบุตรภรรยาให้ไม่ประมาท ตั้งมั่นในกุศล มอบสมบัติทั้งหมดให้ รุ่งขึ้นเตรียมภัตตาหารถวายฤๅษีและเตรียมบริขารรอไว้ ฤๅษีพาเดินออกนอกเมือง จับข้อมือเหาะไปป่าหิมพานต์และบวชให้ในวันนั้น ผ่านไปสองสามวันฤๅษีใหม่ทำอภิญญาห้าและสมาบัติแปดให้เกิดขึ้น
  • 30:53 ฤๅษีอดีตปุโรหิตไปโปรดพระเจ้าพาราณสี พระราชาไปประทับริมแม่น้ำถวายภิกษาแก่ฤๅษีหมื่นตนตลอดหมื่นปี
    ฤๅษีอดีตปุโรหิตนึกถึงคำปฏิญญาที่ให้ไว้แก่พระราชา จึงเหาะไปกรุงพาราณสี พระราชาจำได้ ปีติ นิมนต์เข้าพระราชนิเวศน์ ถวายอาหารประณีต และอยากถวายภิกษาแก่ฤๅษีทั้งหมื่นตน ฤๅษีทูลว่าฤๅษีเหล่านั้นไม่ยินดีในรสอาหาร นำมาในเมืองไม่ได้ แนะให้พระราชาเสด็จออกไปประทับริมฝั่งแม่น้ำ (Whisper ถอดชื่อแม่น้ำว่า ศรีธา ยังไม่ยืนยันการสะกด) แล้วถวายทานที่นั่น พระราชาตั้งค่ายหลวงริมแม่น้ำ ฤๅษีทั้งหลายรับนิมนต์มาฉัน พระราชาเลื่อมใสในอิริยาบถและคุณวิเศษ นิมนต์ต่อทุกวันและถวายภัตตาหารตลอดพระชนมชีพเป็นเวลาหมื่นปี ท้าวสักกะเล่าอุทาหรณ์นี้จบแล้วจะสรุปอย่างไรให้ติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 31 พ.ค. 2549

  • 52:21 ทศชาติชาดก เนมิราชชาดก ตอนที่เจ็ด ท้าวสักกะส่งมาตลีเทพสารถีนำเวชยันตราชรถมารับพระเนมิราช
    สารคดีทศชาติชาดก เรื่องพระเนมิราชผู้ยิ่งด้วยอธิษฐานบารมี ตอนที่เจ็ด ต่อจากตอนก่อน ท้าวสักกะสรุปว่าพระเจ้ากรุงพาราณสีคือตนเอง แต่ไม่อาจก้าวล่วงกามภพไปเกิดในพรหมโลก ส่วนฤๅษีทั้งหมดไปได้ พรหมจรรย์จึงประเสริฐกว่าทาน แล้วกลับเทวโลกเล่าให้เทวดาฟัง เทวดาอยากเห็นพระเนมิราชผู้เป็นอาจารย์ ท้าวสักกะจึงให้มาตลีเทพสารถีนำเวชยันตราชรถลงมารับ ชาวพาราณสีเห็นรถทิพย์ในคืนวันเพ็ญนึกว่าดวงจันทร์ขึ้นอีกดวง พระเนมิราชสั่งมหาชนอย่าประมาท หมั่นสั่งสมบุญแล้วเสด็จขึ้นรถ มาตลีทูลว่าทางไปดาวดึงส์มีสองทาง คือผ่านนรกก่อนหรือตรงไปสวรรค์ พระเนมิราชเลือกดูนรกก่อนเพื่อนำมาสอนประชาชน
  • 1:00:41 พระเนมิราชชมนรก แม่น้ำเวตรณีในอุสสทนรกขุมแรกของสัญชีวมหานรก เถาวัลย์หนาม หลาวเหล็ก ใบบัวเหล็ก น้ำกรด
    มาตลีเทพบุตรนำพระเนมิราชไปแม่น้ำเวตรณี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอุสสทนรก (Whisper ถอดได้ อุสุธานรก) นรกบริวารขุมที่หนึ่งของสัญชีวมหานรก มหานรกขุมบนสุดจากแปดขุม สัตว์นรกอายุเฉลี่ยห้าร้อยปีนรกแล้วแต่กำลังวิบากกรรม อุสสทนรกล้อมมหานรกทิศละสี่ขุม รวมทั้งหมด 128 ขุม แม่น้ำเวตรณีข้ามยาก น้ำเค็มแสบร้อนเดือดพล่าน มีเถาวัลย์หนามแหลมไฟลุก หลาวเหล็กเท่าลำตาล ใบบัวเหล็กคมเหมือนมีดโกน และเครื่องประหารใต้น้ำ สัตว์นรกที่พ้นจากกำแพงสัญชีวมหานรกนึกว่าเป็นน้ำเย็นจึงกระโจนลง ถูกบาดเฉือนเป็นชิ้น ถูกเสียบหลาว ตกลงใบบัว แล้วเจอน้ำกรดกัดกิน เกิดตายนับครั้งไม่ถ้วน จบตอนด้วยโปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 1 มิ.ย. 2549

  • 1:04:13 ทศชาติชาดก เนมิราชชาดก ตอนที่แปด พระเนมิราชขอไปดูนรกก่อน แม่น้ำเวตรณีในอุสสทนรก
    เทปทศชาติชาดก เรื่องพระเนมิราช ผู้ยิ่งด้วยอธิษฐานบารมี ตอนที่แปด มาตลีเทพสารถีขับเทวรถมาจอดที่สีหบัญชร พระเจ้าเนมิราชทรงปีติรับคำเชิญ มาตลีทูลถามว่าจะไปนรกหรือสวรรค์ก่อน พระองค์เลือกดูนรกก่อนเพื่อนำมาสอนประชาชน มาตลีนำไปที่แม่น้ำเวตรณีในอุสสทนรกขุมบริวารขุมที่หนึ่งของสัญชีวมหานรก เต็มไปด้วยเถาวัลย์หนามคม หลาวเหล็กและใบดาบลุกเป็นไฟ สัตว์นรกหิวกระหายกระโจนลงน้ำแล้วถูกเฉือนร่าง นายนิรยบาลยืนริมฝั่งพุ่งหอกหลาวเหมือนแทงปลา เอาเบ็ดเหล็กร้อนเกี่ยวขึ้นมางัดปากยัดก้อนเหล็กแดง ไหม้ตั้งแต่ปากจนไส้ มาตลีทูลว่าสัตว์นรกเหล่านี้สมัยเป็นมนุษย์มีเรี่ยวแรงมากแต่ใช้เบียดเบียนรังแกผู้อ่อนแอกว่า
  • 1:12:19 พระเนมิราชชมนรกขุมสุนัขนรกและฝูงแร้งกาเหล็ก กรรมของคนปากกล้าด่าบิดามารดา แล้วไปสโชตินรก
    เนมิราชชาดกตอนที่แปดต่อ มาตลีนำชมนรกขุมที่สองของอุสสทนรก สุนัขนรกไล่กัดทึ้งเนื้อสัตว์นรกจนเหลือแต่กระดูก ฝูงแร้ง กา และนกตะกรุมที่ปากและตีนเป็นเหล็กลุกเป็นไฟจิกตาและแหวกอกสัตว์นรก ตายแล้วเกิดวนตามกระแสกรรม กรรมคือมนุษย์ปากกล้า ด่าบิดามารดา ปู่ย่าตายาย พี่ชายพี่สาว ด้วยคำหยาบ ด่าไม่เว้นแม้สมณพราหมณ์ และห้ามผู้อื่นให้ทาน จากนั้นไปสโชตินรกขุมที่สาม สัตว์นรกเหยียบแผ่นดินเหล็กร้อน ถูกนายนิรยบาลเอาท่อนเหล็กลุกเป็นไฟตีจนแหลก จบด้วยโปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 2 มิ.ย. 2549

  • 1:07:23 ทศชาติชาดก เนมิราชชาดก ตอนที่เก้า เบ็ดเหล็กเกี่ยวสัตว์นรกจากแม่น้ำ นรกฝูงสุนัข และสโชตินรกของคนใส่ร้ายผู้มีศีล
    เทปทศชาติชาดก เรื่องพระเนมิราชผู้ยิ่งด้วยอธิษฐานบารมี ตอนที่เก้า ทบทวนว่าสัตว์นรกในแม่น้ำลอยไปตามกระแสกรรม นายนิรยบาลริมฝั่งคอยทิ่มให้กลับลงน้ำ ตนใดวิบากเบาบางก็ถูกเบ็ดเหล็กเกี่ยวขึ้นมานอนบนแผ่นเหล็กร้อน งัดปากยัดก้อนเหล็กแดงจนไส้ทะลัก มาตลีเทพสารถีทูลว่าเป็นกรรมของคนชอบประทุษร้ายคนและสัตว์ ต่อมาถึงอุสสทนรกขุมที่สองซึ่งมีสุนัขนรกหลายฝูงเหยียบอกกัดกินเนื้อจนเหลือแต่กระดูก และขุมที่สามสโชตินรก สัตว์นรกถูกไล่ตีด้วยท่อนเหล็กร้อนบนแผ่นดินเหล็กลุกเป็นไฟจนแหลกเป็นจุณ เป็นกรรมของคนที่ใส่ร้ายผู้มีศีลมีธรรมที่บริสุทธิ์ ทำให้คนอื่นเข้าใจผิดติฉินนินทาจนท่านได้รับความอับอาย
  • 1:11:46 พระเนมิราชชมนรกขุมที่สี่หลุมถ่านเพลิงของคนยักยอกเงินทำบุญ และขุมที่ห้าหม้อโลหกุมภีของคนด่าสมณพราหมณ์
    มาตลีนำเวชยันตรถชมนรกต่อ ถึงอุสสทนรกขุมที่สี่ (ถอดได้ว่าอังคารกาสุนรก) นายนิรยบาลไล่ตีสัตว์นรกให้ตกลงหลุมถ่านเพลิงที่ท่วมถึงสะดือ แล้วโปรยถ่านเพลิงบนหัวซ้ำ เป็นกรรมของคนที่เรี่ยไรทรัพย์ผู้อื่นอ้างว่าจะนำไปทำบุญสร้างวิหาร แต่กลับนำไปใช้ตามใจ สร้างหลักฐานเท็จปกปิดการใช้จ่ายและหลอกเรี่ยไรต่อ ขุมที่ห้าโลหกุมภีนรก มีหม้อเหล็กใหญ่เท่าภูเขาเต็มด้วยน้ำเหล็กแดง นายนิรยบาลจับเท้าสัตว์นรกโยนหัวลงไป เป็นกรรมของคนที่ด่าสมณพราหมณ์ผู้มีศีล และตีสัตว์เลี้ยงของตนโดยไม่ปรานี
  • 1:15:23 นรกขุมที่หกตัดคอคนฆ่าสัตว์ ขุมที่เจ็ดแม่น้ำแกลบของพ่อค้าข้าวเปลือกปลอมปน ขุมที่แปดของคนขโมยทรัพย์ โปรดติดตามตอนต่อไป
    พระเนมิราชทอดพระเนตรอุสสทนรกขุมที่หก นายนิรยบาลเอาเชือกเหล็กลุกเป็นไฟผูกคอสัตว์นรกดึงจนคอขาด แต่ไม่ตาย ถูกไล่ให้ตกน้ำร้อนแล้วหัวงอกใหม่ เป็นกรรมของคนที่ตัดปีกผูกคอนกฆ่าสัตว์ด้วยการตัดหัวไว้กินและขาย ขุมที่เจ็ดเป็นแม่น้ำที่ดูน่ารื่นรมย์ สัตว์นรกหิวกระหายวิ่งลงไป น้ำกลับกลายเป็นแกลบและใบไม้ลุกเป็นไฟ กินเข้าไปแล้วเผาทั้งตัว เป็นกรรมของพ่อค้าข้าวเปลือกที่ผสมใบไม้ แกลบ ดินลงในข้าวเปลือกหลอกขาย ขุมที่แปด นายนิรยบาลล้อมสัตว์นรกเหมือนพรานล้อมเนื้อแล้วทิ่มแทงจนพรุนทั้งร่าง เป็นกรรมของคนขโมยทรัพย์ เงินทอง แพะแกะวัวควายของผู้อื่น พระเนมิราชสลดพระทัย ตรัสให้มาตลีรีบไปข้างหน้า แล้วบอกให้ติดตามตอนต่อไป ชื่อนรกแต่ละขุมถอดเสียงเพี้ยน

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 15 มิ.ย. 2549

  • 50:40 ทศชาติชาดก มโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่สอง ภิกษุสรรเสริญพระปัญญาในธรรมสภา
    มินิซีรีส์ทศชาติชาดก เรื่องมโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่สอง ทบทวนตอนที่แล้วว่าการแสวงหาปัญญาสำคัญยิ่ง มีผลต่อชีวิตนี้และชาติหน้า จึงควรหาอาจารย์ที่มีคุณธรรมให้พบ ฟังคำสอน ไตร่ตรอง แล้วฝึกฝนให้ได้อย่างท่าน การเพิ่มพูนปัญญาบารมีเปรียบเหมือนภิกษุออกบิณฑบาตไม่เลือกชนชั้น พระโพธิสัตว์ก็ไปถามผู้รู้ไม่เลือกเช่นกัน แล้วเข้าเรื่อง ภิกษุสนทนาสรรเสริญพระปัญญาของพระพุทธองค์ในธรรมสภาที่พระเชตวันมหาวิหาร พระพุทธองค์เสด็จมาตรัสว่ามิใช่แต่ในชาตินี้ แม้ในอดีตขณะบำเพ็ญบารมีก็มีปัญญามาก ภิกษุจึงทูลอาราธนาให้ตรัสเล่า
  • 54:20 มโหสถบัณฑิต กรุงมิถิลาแคว้นวิเทหะ พระเจ้าวิเทหราชกับปุโรหิตาจารย์สี่ท่าน เสนกะ ปุกกุสะ กามินทะ เทวินทะ
    บรรยายแผ่นดินอุดมสมบูรณ์อันเป็นที่ตั้งแคว้นวิเทหะ ราชธานีชื่อกรุงมิถิลา มหานครคับคั่งด้วยผู้คนค้าขาย ปราสาทราชฐานงดงามดั่งทิพยวิมาน พระราชาทรงพระนามว่าพระเจ้าวิเทหราช โปรดให้แต่งตั้งปุโรหิตาจารย์ที่ปรึกษาราชการแผ่นดินในฐานะราชบัณฑิตประจำราชสำนักสี่ท่าน ตามลำดับอาวุโสคืออาจารย์เสนกะ อาจารย์ปุกกุสะ อาจารย์กามินทะ และอาจารย์เทวินทะ บ้านเมืองสงบร่มเย็นรุ่งเรือง แต่พระองค์ยังใฝ่หานักปราชญ์ผู้มีปัญญามาช่วยทำนุบำรุงแว่นแคว้นอยู่เสมอ
  • 56:55 พระเจ้าวิเทหราชทรงสุบินเห็นกองเพลิงสี่มุมพระลาน และกองที่ห้าเล็กเท่าหิ่งห้อยแต่สว่างถึงพรหมโลก
    ราตรีหนึ่งใกล้รุ่ง พระเจ้าวิเทหราชทรงพระสุบินว่าที่มุมพระลานทั้งสี่ทิศมีกองเพลิงสี่กองลุกโชติช่วงสูงเทียมกำแพงเมือง แล้วมีกองเพลิงกองที่ห้าผุดขึ้นกลาง แรกเป็นจุดเล็กเท่าหิ่งห้อย แต่ไม่ช้าก็พุ่งสว่างกลบกองเพลิงทั้งสี่ แสงเจิดจ้าทั่วจักรวาลถึงพรหมโลก แต่เป็นแสงเย็นฉ่ำนวลตาดั่งแสงจันทร์ เทวดาและมนุษย์มาแวดล้อมนำดอกไม้ของหอมมาสักการะ พระราชาสะดุ้งตื่น พระพักตร์ชุ่มเหงื่อ ทรงกังวลว่าเป็นนิมิตร้ายต่อแว่นแคว้นหรือราชบัลลังก์
  • 59:41 อาจารย์เสนกะทูลถามความสุขในการบรรทม แล้วทำนายพระสุบินว่าเป็นมหามงคล (ติดตามตอนต่อไป)
    รุ่งเช้าปุโรหิตาจารย์ทั้งสี่นำโดยอาจารย์เสนกะเข้าเฝ้า อาจารย์เสนกะเห็นพระพักตร์หมองหม่นจึงทูลถามว่าทรงบรรทมเป็นสุขดีหรือ พระราชาตรัสว่าจะหลับเป็นสุขได้อย่างไร แล้วเล่าพระสุบินให้ช่วยทำนาย อาจารย์เสนกะพิจารณาดวงชะตาของพระองค์และดวงเมืองแล้วทูลว่าเป็นมหามงคล ไม่มีภัยใดแก่พระองค์และราชอาณาจักร พระราชาทรงให้ตรวจดูอีกครั้งให้ถี่ถ้วน โดยมีปุโรหิตาจารย์อีกสามคนคอยเชียร์อยู่ข้าง ๆ แล้วจบตอนว่าอาจารย์เสนกะจะกราบทูลอย่างไร โปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 19 มิ.ย. 2549

  • 38:41 ทศชาติชาดก มโหสถบัณฑิต ตอนที่ห้า สหายพันคน ชวนกันสร้างศาลาหลบฝน มโหสถขึงเชือกแทนนายช่าง
    มินิซีรีส์ทศชาติชาดก เรื่องมโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่ห้า ท่านสิริวัฒกเศรษฐีทราบว่าบ้านอนุเศรษฐีมีกุมารเกิดวันเดียวกับมโหสถถึงหนึ่งพันคน จึงส่งของและนางนมไปดูแลให้มาเป็นเพื่อนเล่นและบริวาร มโหสถเติบโตจนอายุเจ็ดปี เกียรติคุณเรื่องความฉลาดเลื่องลือ วันหนึ่งฝนตกเพื่อน ๆ วิ่งหนีฝนชนกันหกล้มเข่าแตก มโหสถจึงชวนกันออกเงินคนละหนึ่งกหาปณะสร้างศาลา นายช่างขึงเชือกผิดแบบ มโหสถทักสองครั้งนายช่างก็ไม่ใส่ใจเพราะเห็นเป็นเด็ก จนมโหสถรับเชือกมาขึงเอง ด้วยบุญญานุภาพของพระโพธิสัตว์เชือกที่ขึงเหมือนท้าววิสสุกรรมมาขึงให้ นายช่างทั้งหลายยอมรับในความสามารถ
  • 44:19 มโหสถวางผังศาลาแบ่งห้องให้คนยากไร้ นักบวช คนเดินทาง พ่อค้า หญิงคลอดบุตร และขุดสระโบกขรณีพันคุ้ง
    มโหสถวางแผนและควบคุมการก่อสร้างเองทุกขั้นตอน แบ่งศาลาเป็นห้องสำหรับคนยากไร้ นักบวชอาคันตุกะจากแดนไกล คนเดินทาง ห้องเก็บสินค้าของพ่อค้าวาณิช และห้องให้หญิงอนาถาคลอดบุตร มีห้องโถงเป็นสนามเล่น โรงวินิจฉัยคดี และธรรมสภา ผนังมีจิตรกรรมงดงาม แล้วให้ขุดสระโบกขรณีคดเคี้ยวนับพันคุ้งรอบศาลา มีท่าน้ำร้อยท่า ปลูกไม้ดอกไม้ผล โดยขอทรัพย์เพิ่มจากท่านสิริวัฒกเศรษฐีผู้เป็นบิดาอีกหลายพันกหาปณะ ศาลาจึงงามเปรียบสุธรรมาเทวสภาบนสวรรค์
  • 48:00 ศาลาเป็นประโยชน์แก่มหาชน มโหสถชี้แจงกรณียกิจให้ผู้มาพัก พระเจ้าวิเทหราชยังรอบัณฑิตน้อยเจ็ดปี
    ประชาชนมาพักที่ศาลาเนืองแน่นทุกวัน คนสัญจรได้รับความสะดวก มโหสถบัณฑิตยังชี้แจงข้ออรรถข้อธรรม แนะนำสิ่งที่ควรทำคือกรณียกิจ และให้เว้นอกรณียกิจที่เป็นเหตุแห่งความเสื่อม มหาชนอนุโมทนาสรรเสริญ เกียรติคุณของพระโพธิสัตว์ขจรไปทั่วทิศ ได้รับความเคารพเหมือนพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์น้อยเสด็จอุบัติ ย้อนไปที่พระเจ้าวิเทหราช นับแต่อาจารย์เสนกะทำนายพระสุบิน ก็ทรงปรารภถึงบัณฑิตน้อยบ่อยครั้ง แม้ล่วงมาเจ็ดปีก็ยังเฝ้ารอให้มาสู่ราชสำนัก จบตอนด้วยโปรดติดตามตอนต่อไป
  • 51:50 ตัวเล็ก ๆ ก็ช่วยได้ เด็กสนทนาธรรมเรื่องอกุศลกรรมบถ 10 และกุศลกรรมบถ 10
    เทปเด็กเล็กสนทนาธรรมกัน (ต้นช่วงมีบรรทัดที่ถอดเป็นภาษาปนอ่านไม่ได้) พี่ถามน้องว่าคนทำความชั่วใจใสหรือหมอง แล้วสอนว่าความชั่วทำได้สามทาง ทางกายสามอย่าง คือฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม ทางวาจาสี่อย่าง คือพูดเท็จ พูดส่อเสียด พูดคำหยาบ พูดเพ้อเจ้อ ทางใจสามอย่าง คือโลภอยากได้ของผู้อื่น คิดพยาบาท และมีความเห็นผิด รวมเรียกอกุศลกรรมบถ 10 ใครทำใจจะหมองต้องไปอบาย น้องท่องบาลี จิตเต สังกิลิฏเฐ ทุคติ ปาฏิกังขา ได้ แล้วพี่สอนกุศลกรรมบถ 10 ซึ่งเป็นฝ่ายทำความดี ทำแล้วใจใสไปสวรรค์ ปิดท้ายด้วยชื่อช่วง ตัวเล็ก ๆ ก็ช่วยได้

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 22 มิ.ย. 2549

  • 1:06:05 ทศชาติชาดก มโหสถบัณฑิต ตอนที่แปด มโหสถแย่งชิ้นเนื้อจากเหยี่ยวด้วยการวิ่งตามเงา
    มินิซีรีส์ทศชาติชาดก เรื่องมโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่แปด เหยี่ยวโฉบชิ้นเนื้อของคนขายเนื้อบินผ่านสนามที่มโหสถกุมารกับสหายเล่นอยู่ เด็ก ๆ วิ่งไล่ตะโกนจนสะดุดตอไม้ ตกหลุม ขาถลอก มโหสถห้ามเพื่อนแล้วอาสาวิ่งไล่เองโดยสังเกตเงาเหยี่ยวบนพื้น เหยียบเงาแล้วตบมือร้องเสียงดังจนเหยี่ยวตกใจทิ้งชิ้นเนื้อ มโหสถดูเงาแล้วเอามือรองรับไว้ได้ มหาชนโห่ร้องปรบมือ อำมาตย์ที่เฝ้าดูส่งทูตไปกราบทูลพระเจ้าวิเทหราช แต่อาจารย์เสนกะทูลค้านให้รอดูต่อไปก่อน พระราชาจึงจำยอมรอ
  • 1:09:14 มโหสถบัณฑิต คดีโค โจรลักโคขณะเจ้าของหลับใต้ต้นไม้ แล้วอ้างว่าเป็นโคของตน
    ต่อในตอนที่แปด ต้นฤดูฝน ชายหนุ่มในปาจีนยวมัชฌคามซื้อโคจากตำบลอื่นมาเลี้ยงเตรียมไถนา พาไปกินหญ้าที่ชายทุ่งแล้วเผลอหลับใต้โคนไม้ โจรคนหนึ่งเอาดอกหญ้าแหย่จมูกทดสอบว่าหลับสนิทแล้วจูงโคไป ชายหนุ่มตื่นมาเห็นรอยเท้าคนจูงโคจึงวิ่งตามจนทัน ทวงโคคืน โจรตีหน้าเฉยอ้างว่าเป็นโคของตน ทั้งสองเถียงกันจวนจะลงไม้ลงมือ มหาชนมามุงดู
  • 1:13:56 มโหสถสอบสวนคดีโค ถามว่าให้โคกินอะไร โจรตอบยาคู งา แป้ง ขนม เจ้าของตอบหญ้าอย่างเดียว
    มโหสถบัณฑิตได้ยินเสียงวิวาทจึงเรียกทั้งสองมาที่ศาลา เห็นหน้าตากิริยาก็รู้ทันทีว่าใครเป็นโจร แต่ต้องการสอบสวนให้ความจริงปรากฏแก่มหาชน เจ้าของโคเล่าว่าซื้อมาแล้วถูกลักขณะหลับ มีเจ้าของเดิมและชาวบ้านเป็นพยานได้ โจรยืนยันว่าเป็นโคของตน มโหสถให้ทั้งสองรับคำว่าจะยอมฟังคำวินิจฉัยตามมติมหาชน แล้วถามว่าให้โคกินและดื่มอะไร โจรตอบว่าให้ดื่มยาคู กินงา แป้ง และขนม เจ้าของโคตอบว่าให้กินหญ้าอย่างเดียว คนจนจะหายาคู งา แป้ง ขนมมาจากไหน ตอนจบค้างไว้ว่ามโหสถจะตัดสินอย่างไร โปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 23 มิ.ย. 2549

  • 54:41 ทศชาติชาดก มโหสถบัณฑิต ตอนที่เก้า คดีโค ให้โคกินใบประยงค์จนสำรอกออกมาเป็นหญ้าล้วน
    มินิซีรีส์ทศชาติชาดก เรื่องมโหสถบัณฑิตผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่เก้า เล่าคดีโคต่อจากตอนที่แล้ว ชายหนุ่มในปาจีนยวมัชฌคามซื้อโคมาเตรียมไถนา พาไปกินหญ้าแล้วเผลอหลับ ตื่นมาโคหายเห็นรอยเท้าคนจูงโคจึงวิ่งตามทัน โจรอ้างว่าเป็นโคของตน มโหสถให้ทั้งสองมาที่ศาลาแล้วถามว่าให้โคกินอะไร โจรตอบยาคู งา แป้ง และขนม เจ้าของโคตอบว่าให้กินหญ้าอย่างเดียวเพราะเป็นคนจน มโหสถให้ตำใบประยงค์ขยำน้ำกรอกปากโค โคสำรอกออกมาเป็นหญ้าล้วน โจรจำต้องรับสารภาพ มหาชนรุมทุบตีจนบอบช้ำ มโหสถห้ามไว้แล้วสอนด้วยเมตตาว่าโทษชาตินี้ยังน้อยกว่าทุกข์ในนรก ให้ละกรรมนั้นและรักษาศีล โจรรับคำและกลับตัวทำมาหากินสุจริต
  • 1:01:34 พระเจ้าวิเทหราชพอพระทัยคดีโค แต่อาจารย์เสนกะทูลทัดทานว่ายังเป็นเหตุเล็กน้อย ให้รอดูต่อไป
    มโหสถบัณฑิตต่อ พระเจ้าวิเทหราชทรงสดับรายงานคดีโคด้วยความปราโมทย์ แต่ยังไม่ตรัสชมมาก ทรงถามอาจารย์เสนกะว่าควรรับมโหสถเข้าวังได้หรือยัง เสนกะเห็นพระราชาชื่นชมมโหสถมากก็ขุ่นเคืองและกลัวว่าตนกับสหายจะหมดความสำคัญ จึงทูลว่าคดีตู่ความเป็นเจ้าของทรัพย์เป็นคดีธรรมดา บัณฑิตที่มีปัญญาเพียงเล็กน้อยก็วินิจฉัยได้ มโหสถอาจฉลาดกว่าเด็กทั่วไปแต่ยังไม่ใช่ยอดบัณฑิต ขอให้รอพิจารณาปรีชาญาณต่อไปก่อน พระราชาคล้อยตามและสั่งให้อำมาตย์เฝ้าสังเกตต่อ ผู้บรรยายว่าเสนกะคงไม่ยอมให้มโหสถเข้าวังง่าย ๆ เพราะจะทำให้รัศมีของตนอ่อนลง โปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 26 มิ.ย. 2549

  • 56:44 ทศชาติชาดก มโหสถบัณฑิต ตอนที่สิบเอ็ด นางยักษิณีแปลงกายมาแย่งทารกจากมารดา
    ทศชาติชาดก เรื่องมโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่สิบเอ็ด หญิงคนหนึ่งเพิ่งคลอดบุตรคนแรกได้ไม่กี่เดือน อุ้มลูกไปเที่ยวชมศาลาของมโหสถ ปูผ้าให้ลูกนั่งใต้ต้นไม้ริมสระแล้วลงไปล้างหน้า นางยักษิณีตนหนึ่งอยากกินทารกจึงแปลงเป็นหญิงชาวบ้านมาขออุ้ม พอแม่อนุญาตก็คว้าทารกวิ่งหนี แม่วิ่งตามไปคว้าผ้านุ่งไว้ได้ ต่างทะเลาะกันว่าเป็นลูกของตนจนถึงประตูศาลา มโหสถให้พูดทีละคน ต่างยืนยันว่าตนเป็นแม่ มหาชนที่มุงดูก็ยิ่งสงสัย
  • 1:00:41 มโหสถให้ยื้อแย่งเด็กข้ามเส้น แม่แท้ปล่อยมือเพราะสงสารลูก เปิดโปงนางยักษิณี
    มโหสถพิจารณาแล้วรู้ว่าใครเป็นแม่ เห็นว่านางยักษิณีตาแดงไม่กะพริบและไม่มีเงา แต่เพื่อให้มหาชนประจักษ์ จึงให้ทั้งสองยอมรับคำตัดสิน ขีดเส้นบนพื้น วางทารกตรงกลาง ให้ยักษิณีจับมือ แม่จับเท้า ใครดึงข้ามเส้นได้ถือเป็นลูกของผู้นั้น ทารกถูกยื้อจนร้องไห้จ้า แม่ทนไม่ได้จึงปล่อยมือแล้วยืนร้องไห้ มโหสถถามฝูงชนว่าใจใครอ่อนไหวไปตามลูก ฝูงชนตอบว่าใจแม่ มโหสถสรุปว่าแม่รักลูกสุดจิตสุดใจ ลูกเจ็บป่วยแม่ทุกข์ยิ่งกว่า แล้วประกาศว่าหญิงที่แย่งไปได้คือยักษิณีจะเอาเด็กไปกินเป็นอาหาร นางยักษ์สะดุ้งก้มหน้า ส่วนจะยอมคืนเด็กหรือไม่ โปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 27 มิ.ย. 2549

  • 1:01:00 ทศชาติชาดก มโหสถบัณฑิต ตอนที่สิบสอง มโหสถชี้ว่านางยักษิณีตาแข็งไม่กะพริบ ไม่มีเงา นางสารภาพว่าจะเอาเด็กไปกิน
    มินิซีรีส์ทศชาติชาดก เรื่องมโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่สิบสอง ทวนตอนที่แล้วว่ามโหสถให้หญิงทั้งสองยื้อแย่งทารกข้ามเส้น แม่แท้ทนเสียงร้องของลูกไม่ได้จึงปล่อยมือ มโหสถถามฝูงชนว่าใจของใครจะอ่อนไหวไปตามอาการของลูก ทุกคนตอบว่าใจแม่ จึงชี้ไปที่หญิงอีกคนแล้วถามว่าเจ้าเป็นใคร นางสารภาพว่าเป็นยักษิณี ฝูงชนแตกตื่นถอยห่าง มโหสถอธิบายว่ารู้เพราะนางตาแข็งไม่กะพริบ ตาแดงก่ำ และไม่มีเงา แม่ที่ไหนจะใจโหดได้ถึงเพียงนี้ นางยักษิณีตอบว่าจะเอาเด็กไปกินให้หายอยาก มโหสถตำหนิว่านางไม่เคยสำนึกเลยว่าที่ต้องเกิดเป็นยักษิณีเพราะผลบาปในอดีต ซึ่งบีบคั้นให้ทำบาปไม่รู้จบ
  • 1:06:29 มโหสถสอนนางยักษิณีด้วยเมตตา ใครก็รักชีวิต นางคืนเด็กให้แม่และรับศีลห้าไปตลอดชีวิต
    มโหสถเห็นนางนิ่งเงียบจึงพูดเบา ๆ ด้วยเมตตาว่าใครก็รักชีวิตและหวงแหนทรัพย์สมบัติของตัว การพรากลูกจากอ้อมอกแม่ก็เท่ากับพรากชีวิตแม่ ถ้ายังทำกรรมชั่วต่อไปจะพ้นจากกำเนิดยักษิณีได้อย่างไร นางยักษิณีตัดสินใจยื่นเด็กคืนให้แม่ ใคร่ครวญแล้วละอายใจ มโหสถจึงให้โอวาทให้สมาทานศีลห้า รักษาให้บริสุทธิ์ตลอดชีวิต เว้นจากการเบียดเบียนชีวิตและทรัพย์สินผู้อื่น นางคิดว่าเกิดเป็นยักษิณีก็ต่ำพอแล้ว ไม่ควรซ้ำเติมตัวเองให้ตกต่ำในชาติหน้า จึงรับปาก มโหสถบอกว่าศีลนี้จะพาให้ประสบความสุขแล้วปล่อยนางไป ส่วนแม่ได้ลูกคืนก็ดีใจร่ำไห้รำพันถึงพระคุณของมโหสถ
  • 1:09:59 พระเจ้าวิเทหราชชมบัณฑิตน้อยอยากรับตัวมา อาจารย์เสนกะทูลทัดทานว่าคดีนี้แค่ดูว่าใครปล่อยเด็กก่อน
    ทูตกราบทูลเรื่องจบ พระเจ้าวิเทหราชทรงเปล่งอุทานว่าบัณฑิตน้อยช่างหลักแหลม ควรรับตัวมาเสียที แล้วหันไปทางอาจารย์เสนกะ อาจารย์เสนกะรู้ว่าจะตรัสอะไรและตระหนี่ในลาภยศ จึงทูลให้รอก่อน อ้างว่าคดีนางยักษิณีแม้ซ่อนเงื่อนแต่เงื่อนสำคัญไม่มีอะไรพิเศษ แค่ดูว่าใครปล่อยเด็กก่อน ถ้านางยักษิณีมีปัญญาแกล้งปล่อยบ้างจะเอาอะไรตัดสิน ที่มโหสถดูฉลาดเพราะนางยักษิณีโง่เพราะความหิว ควรหรือที่จะยกย่องใครว่ามีปัญญาโดยเอาคนโง่เป็นมาตรวัด พระเจ้าวิเทหราชทรงเข้าพระทัยว่าอย่างไรเสนกะก็จะทูลให้รอ จึงตรัสให้ทูตกลับไปบอกอำมาตย์ให้เฝ้าดูต่อไป โปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 29 มิ.ย. 2549

  • 1:07:39 ทศชาติชาดก มโหสถบัณฑิต ตอนที่สิบสี่ ชายรูปร่างเตี้ยดำยากจนรับใช้พ่อแม่หญิงงามเจ็ดปี แล้วถูกชายอื่นลวงเอาภรรยากลางแม่น้ำ
    มินิซีรีส์ มโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี ตอนที่สิบสี่ ทวนจากตอนที่แล้วว่ามีชายหนุ่มชื่อนายโคลกาล (ชื่อตัวละครตามที่ถอดได้) รูปร่างเตี้ย ผิวดำ ยากจน ตกหลุมรักสาวงามชื่อนางทีฆตาลา ยอมไปรับใช้พ่อแม่ของนางอยู่เจ็ดปีจนได้นางเป็นภรรยา วันหนึ่งพาภรรยาไปเยี่ยมพ่อแม่ ถึงแม่น้ำที่ไม่ลึกแต่ทั้งคู่กลัวไม่กล้าข้าม ชายชื่อทีฆปิฏฐิอาสาพาข้าม พาภรรยาและเสบียงไปก่อน ถึงกลางน้ำก็เกี้ยวว่าจะเลี้ยงดูอย่างดี มีทาสหญิงชายรับใช้ นางหลงเชื่อ ตัดรักสามี ไปถึงฝั่งโน้นก็กินขนมกันต่อหน้าสามีที่ชะเง้อรออยู่อีกฝั่ง แล้วพากันเดินจากไป
  • 1:10:28 สามีวิ่งลงน้ำกลับไปกลับมาเพราะกลัว สุดท้ายยอมตายข้ามไปตามทัน ยื้อแย่งภรรยาจนมาถึงศาลาของมโหสถ
    นายโคลกาลเห็นภรรยาถูกพาหนีต่อหน้าต่อตาก็ร้อนใจ ตะโกนให้กลับมารับ วิ่งกลับไปกลับมาบนฝั่ง วิ่งลงน้ำไปหน่อยก็กลับขึ้นมาเพราะกลัว สุดท้ายรวบรวมความกล้าด้วยความโกรธ ปลงใจว่าจะเป็นหรือตายก็ช่าง พอลงไปจึงรู้ว่าน้ำตื้น รีบข้ามไปตามทัน ด่าว่าจะพาเมียไปไหน อีกฝ่ายกลับว่านางเป็นเมียตัวเองแล้วผลักล้ม ทั้งสามยื้อแย่งทะเลาะกันไปจนถึงที่ใกล้ศาลาของมโหสถบัณฑิต
  • 1:12:41 มโหสถแยกถามชื่อภรรยาและพ่อแม่ทั้งสองฝ่าย คำของนางตรงกับสามีตัวจริง ชายผู้ลวงรับสารภาพว่าเป็นโจร
    มโหสถบัณฑิตได้ยินเสียงทะเลาะจึงเรียกทั้งสามมา ถามว่าจะยอมรับคำตัดสินหรือไม่ แล้วแยกถามทีละคน ชายผู้ลวงบอกชื่อตัวเองถูก แต่ไม่รู้ชื่อภรรยาและพ่อแม่ของนางจึงบอกชื่ออื่นไปเรื่อย ๆ ให้คนจดถ้อยคำไว้ ส่วนสามีตัวจริงบอกชื่อทุกคนตามความจริง นางเองบอกชื่อพ่อแม่ตัวเองถูก แต่ไม่รู้ชื่อชายผู้ลวงและพ่อแม่ของเขา มโหสถถามมหาชนว่าคำของนางตรงกับใคร มหาชนตอบว่าตรงกับสามีตัวจริง จึงตัดสินว่าเขาเป็นสามี อีกคนเป็นโจร ซึ่งรับสารภาพ สามีได้ภรรยาคืนดีใจเหมือนได้แก้วคืน ชื่นชมมโหสถ ส่วนโจรถูกตักเตือนว่าอย่าทำอีกแล้วปล่อยตัวไป