เข้าสู่ระบบด้วย Facebook เข้าสู่ระบบด้วย Google

สารคดีและมินิซีรีส์ในรายการ

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 15 มี.ค. 2549

  • 1:31:44 ละครพระเตมีย์: พระนางจันทาเทวีรอข่าวที่ช่องพระแกล เห็นรถเปล่ากลับมาก็กันแสง สารถีทูลว่าพระราชกุมารเดินได้
    พระนางจันทาเทวีนับแต่ถูกพรากพระราชกุมารก็กันแสงร่ำไห้ แทบไม่เสวยจนพระกายซูบซีด ไม่ตรัสกับพระเจ้ากาสิกราชเลย ประทับที่ช่องพระแกลคอยทอดพระเนตรการกลับมาของสุนันทสารถี เมื่อเห็นเขากลับมาลำพังกับราชรถว่างเปล่าก็ยิ่งกันแสง คร่ำครวญว่าลูกรักคงถูกฝังทั้งเป็นแล้ว รับสั่งให้เข้าเฝ้าแล้วซักถามว่าลูกเป็นใบ้เป็นง่อยหรือเปล่า ตอนฝังลูกร้องหรือขยับมือเท้าบ้างไหม สารถีขอพระราชทานอภัยแล้วกราบทูลความจริงว่าพระราชกุมารที่ไม่ขยับกายมาสิบหกปี บัดนี้เดินได้คล่องแคล่ว อวัยวะสมบูรณ์ รูปโฉมงามสง่า ตรัสไพเราะน่าฟัง พระนางตรัสถามย้ำด้วยความตื่นเต้นระคนสงสัย เพราะทรงทดลองพระราชกุมารอย่างอุกฤษฏ์มาตลอดก็ไม่เคยเห็นขยับ โปรดติดตามตอนต่อไป ไฟล์จบที่ท้ายละครตอนนี้พอดี ไม่มีช่วงปิดรายการ

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 17 มี.ค. 2549

  • 1:01:46 ละครพระเตมีย์: สารถีทูลพระนางจันทาเทวีว่าพระราชกุมารไม่ได้ง่อยเปลี้ย พระเจ้ากาสิกราชจัดขบวนสามวันเสด็จไปชายป่า
    มินิซีรีส์พระเตมีย์ ถอดเสียงเริ่มกลางฉาก (ช่วงเปิดละครไม่มีบรรทัดถอดเสียง) สุนันทสารถีกราบทูลพระนางจันทาเทวีว่าพระราชกุมารมิได้เป็นง่อยเปลี้ย แต่ไม่ปรารถนาครองราชสมบัติเพราะระลึกชาติได้ว่าชาติก่อนเคยครองราชย์แล้วต้องไปชดใช้กรรมในนรกถึงแปดหมื่นปี จึงอดทนนิ่งเฉยไม่ขยับพระหัตถ์พระบาท ไม่ตรัสอะไร ให้คนเข้าใจว่าง่อยเปลี้ยใบ้ เพื่อจะได้ออกจากพระนครไปผนวช ตอนนี้ปลอดภัยดีและรับปฏิญญาว่าจะรออยู่ที่ชายป่า สารถีรับอาสานำเสด็จ พระเจ้ากาสิกราชทรงดีพระทัย รับสั่งอำมาตย์เสนาบดีเตรียมรถ ประดับช้าง ป่าวประกาศชวนชาวพระนคร จัดขบวนอยู่สามวันจึงเคลื่อนพลไปพร้อมชาวเมืองเกือบทั้งหมด ถึงราวป่าสารถีชี้บรรณศาลาที่ประทับของพระเตมีย์
  • 1:04:28 ละครพระเตมีย์: พระเตมีย์ฤๅษีต้อนรับพระราชบิดาที่หน้าอาศรม ต่างไต่ถามทุกข์สุข ทูลถามว่ายังรักษาศีลห้างดสุราอยู่หรือ
    พระเจ้ากาสิกราชรีบเสด็จเข้าอาศรมก่อน พระนางจันทาเทวีกับนางสนมตามมาภายหลัง พระเตมีย์ซึ่งบัดนี้ผนวชเป็นฤๅษีแล้วเสด็จลงมาต้อนรับหน้าอาศรม ตรัสถามพระพลานามัย พระราชาตอบว่าสบายดี แล้วถามว่าเคยสุขสบายในวัง มาอยู่ป่าเปลี่ยวลำบากจะอยู่ได้อย่างไร พระเตมีย์ตอบว่าป่าสงบสงัดทำให้สงัดทั้งกายและใจ โรคภัยไม่เบียดเบียน ละครอธิบายว่าเป็นธรรมเนียมบัณฑิตที่พบกันแล้วถามทุกข์สุข เพราะรู้ว่าชีวิตเป็นทุกข์ ความทุกข์เป็นพื้นฐานของชีวิต จากนั้นพระเตมีย์ทูลถามว่ายังรักษาศีลห้า งดสุราเมรัยได้ดีอยู่หรือ ชนบท เมืองหลวง และท้องพระคลังยังบริบูรณ์หรือ พระราชาตอบว่ามั่นคงในศีลห้า ไม่ได้ดื่มสุรา บ้านเมืองสมบูรณ์ดี
  • 1:08:26 ละครพระเตมีย์: พระราชาไม่ยอมประทับบนอาสนะด้วยความเคารพ พระเตมีย์ถวายใบหมากเม่านึ่ง อยู่ในที่สงัดกินอะไรก็มีรส
    พระเตมีย์เห็นพระราชบิดายืนนานแล้วจึงเชิญขึ้นอาศรม ให้เจ้าพนักงานจัดพระราชบัลลังก์ แต่พระราชาไม่ประทับด้วยความเคารพในพระฤๅษี จึงให้ปูอาสนะใบไม้ถวาย พระราชาก็ยังไม่ประทับ นั่งที่พื้นแทน พระเตมีย์นำใบหมากเม่าที่นึ่งสุกแล้ว ไม่มีรสเปรี้ยวรสเค็ม มาถวายแขกผู้มาไกล พระราชาปฏิเสธว่ามีอาหารรสโอชาเตรียมมาแล้ว แต่ก็หยิบใบหมากเม่ามากำไว้ด้วยความเคารพแล้วถามว่าลูกกินอาหารอย่างนี้หรือ พระเตมีย์ตรัสว่าบุคคลอยู่ในที่สงัด มีใจสงบ แม้บริโภคอาหารเช่นไรก็ย่อมมีรสโอชา
  • 1:11:17 ละครพระเตมีย์: พระนางจันทาเทวีกันแสงที่พระบาท พระราชาถามว่าทำไมผิวพรรณผ่องใส เพราะไม่เศร้าถึงอดีตไม่หวังอนาคต
    พระนางจันทาเทวีกับนางสนมตามมาถึง เห็นพระโอรสก็ตื้นตันสุดพรรณนา คลานเข้าไปจับพระบาทของพระเตมีย์ แลดูด้วยความรัก ตรัสอะไรไม่ออกได้แต่กันแสง พระราชาสังเกตว่าพระวรกายของพระเตมีย์ผุดผ่องแจ่มใส จึงถามว่ากินแต่พืชผักผลไม้ในป่าแต่ทำไมผิวพรรณผุดผ่อง แล้วชี้ใบหมากเม่าให้พระราชเทวีดูว่านี่คืออาหารของลูกเธอ พระเตมีย์ตอบว่านอนบนใบไม้ผู้เดียว ยินดีในการอยู่คนเดียว ไม่ต้องมีองครักษ์ถือดาบคอยเฝ้าก็อยู่อย่างปลอดภัย ไม่หวาดระแวง ไม่ห่วงทรัพย์สิน ไม่เศร้าโศกถึงอดีต ไม่คาดหวังความสุขในอนาคต ใช้ชีวิตในปัจจุบันรักษาใจให้ผ่องใส ส่วนคนพาลผิวพรรณซูบซีดเหมือนไม้อ้อที่ถูกตัดทิ้งกลางแดด เพราะมัวรอคอยอนาคตและเศร้าโศกถึงอดีต
  • 1:14:51 ละครพระเตมีย์: พระราชาชวนกลับไปครองราชย์ สัญญาหาพระชายาให้ ครองราชย์ก่อนแล้วค่อยบวช พระเตมีย์ยังยืนยันจะบวช
    พระราชาชื่นชมว่าลูกทำสิ่งที่ใครทำได้ยาก แต่อย่าลืมว่าเป็นลูกพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ จะอยู่ป่าผู้เดียวได้อย่างไร จึงเชิญให้กลับไปครองราชสมบัติพร้อมเสนาสี่เหล่า มีนางสนมผู้ฉลาดฟ้อนรำขับร้องคอยบำเรอ ลูกยังหนุ่มแน่นแข็งแรง ควรเป็นที่พึ่งของราษฎร อยากอภิเษกกับเจ้าหญิงองค์ใดก็เลือกได้ พ่อจะหาพระชายาให้ เมื่อครองราชย์มีโอรสธิดาแล้วค่อยออกบวชภายหลัง ยังอยู่ในปฐมวัยจะมาบวชอยู่ป่าผู้เดียวมีประโยชน์อะไร พระเตมีย์ยังยืนยันจะถือเพศดาบสประพฤติพรหมจรรย์ต่อไป แต่ทั้งพระราชบิดา พระราชมารดา และพระประยูรญาติต่างหวังให้พระองค์เพียงองค์เดียวกลับไปครองราชย์ ละครจบตอนด้วยคำถามว่าจะตรัสอธิบายให้ทุกคนเข้าใจได้อย่างไร โปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 18 มี.ค. 2549

  • 58:38 ละครพระเตมีย์: ทวนฉากหน้าอาศรม พระราชาชวนกลับไปครองราชย์ พระเตมีย์ว่าควรบวชตั้งแต่ปฐมวัย ชาติก่อนครองราชย์ 20 ปีตกนรก 8 หมื่นปี
    มินิซีรีส์พระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี (ช่วงเปิดถอดเสียงหลุดเป็นคำมั่ว) ทวนฉากที่พระเจ้ากาสิกราชเสด็จถึงอาศรมด้วยขบวนทัพยิ่งใหญ่ พระเตมีย์ฤๅษีลงมาต้อนรับ ต่างถามทุกข์สุข พระเตมีย์ว่าป่าสงบสงัดทำให้สงัดกายใจ แล้วนำใบหมากเม่านึ่งมาถวาย บุคคลอยู่ในที่สงัดมีใจสงบ บริโภคอะไรก็มีรส พระนางจันทาเทวีเสด็จมาถึง พระราชาชวนพระเตมีย์กลับไปครองราชย์เพราะยังหนุ่มรูปงาม ควรเป็นที่พึ่งของราษฎร จะหาเจ้าหญิงให้อภิเษก มีโอรสธิดาแล้วค่อยบวช พระเตมีย์ทูลว่าผู้จะบวชประพฤติพรหมจรรย์ควรบวชตั้งแต่ปฐมวัย นักปราชญ์มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นต้นสรรเสริญการบวชของคนหนุ่ม ราชสมบัติเป็นเหตุให้ก่ออกุศลกรรมมาก ชาติก่อนพระองค์เคยเป็นกษัตริย์ครองราชย์เพียงยี่สิบปี แต่ต้องเสวยทุกข์ในนรกนานแปดหมื่นปี เห็นภัยนั้นน่ากลัว ชีวิตมนุษย์น้อยนัก ทุกคนต้องบ่ายหน้าสู่ความตาย จึงปรารถนาจะพ้นจากภัย
  • 1:04:14 ละครพระเตมีย์: โลกถูกความตายครอบงำ ถูกชรารุมล้อม วันคืนไม่ล่วงไปเปล่า อุปมาช่างหูกทอผ้าและห้วงน้ำไหลไม่หวนกลับ
    พระเตมีย์แสดงธรรมชี้แจงสภาพสัตว์โลกแก่พระราชบิดา คนบางคนตายตั้งแต่ยังเด็ก บางคนตายตอนหนุ่ม บางคนตายตอนแก่ ที่ไม่ตายเลยยังไม่มี โลกมนุษย์ถูกพญามัจจุราชครอบงำให้เวียนเกิดเวียนตายในสังสารวัฏ ความเป็นหนุ่มสาวเหมือนฝูงปลาในแอ่งน้ำที่กำลังแห้งกลางแดด จะมามัวเมาในชีวิตอันน้อยนิดทำไม พระราชาถามว่าโลกถูกอะไรครอบงำ ถูกอะไรรุมล้อม วันคืนไม่ล่วงไปเปล่าอย่างไร พระเตมีย์ตอบว่าโลกถูกความตายครอบงำ ถูกชรารุมล้อม วันคืนผ่านไปพร้อมความเสื่อมของผิวพรรณและกำลังวังชา อุปมาเหมือนช่างหูกทอผ้า ยิ่งทอไปเส้นด้ายที่เหลือก็น้อยลง ห้วงน้ำที่ไหลไปไม่ย้อนกลับฉันใด อายุมนุษย์ก็ไม่หวนคืนฉันนั้น กระแสน้ำเชี่ยวพัดต้นไม้ริมฝั่งให้โค่นลง สัตว์โลกก็ถูกชราและมรณะพัดพาไปฉันนั้น ขอพระองค์อย่าประมาทมัวเมาในชีวิต
  • 1:09:01 ละครพระเตมีย์: พระเจ้ากาสิกราชเบื่อหน่ายโลกอยากบวชเอง แต่ยังขอให้พระเตมีย์กลับไปครองราชย์ก่อน พระเตมีย์ยืนยันไม่กลับสู่เครื่องผูก
    พระราชาฟังธรรมแล้วเบื่อหน่ายในกามคุณ น้อมใจไปในการบรรพชา ดำริว่าตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยฟังคติธรรมจากใครแจ่มแจ้งเท่าที่ฟังจากลูกวันนี้ ตนเข้าสู่วัยชราแล้วสมควรบวชที่นี่ไม่กลับพระนคร แต่พระโอรสยังหนุ่มควรกลับไปครองราชย์ มีพระชายา มีบุตรธิดาก่อนแล้วค่อยบวช จึงมอบราชสมบัติ สนมนารี และราชนิเวศให้ พระเตมีย์ตรัสว่าทรัพย์สมบัติ ปราสาท ช้างม้าวัวควาย ไร่นา บางคราวจากเราไปก่อน บางทีเราก็จากไปก่อน พระชายาอาจสิ้นก่อนหรือเราอาจสิ้นก่อน ความเป็นหนุ่มสาวต้องแก่ทุกวันคืน บุตรธิดาก็ต้องพลัดพรากกันในที่สุด สัตว์ที่เกิดมาต้องตายเหมือนผลไม้แก่ต้องหล่น เห็นกันตอนเช้า ตอนเย็นตายจากกันก็มี ผู้พ้นจากเครื่องผูกคือราชสมบัติแล้วไม่ปรารถนากลับไปอีก ขอพระองค์ออกผนวชประพฤติพรหมจรรย์เถิด ละครจบด้วยคำถามว่าพระเจ้ากาสิกราชจะมีพระราชดำรัสอย่างไร โปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 20 มี.ค. 2549

  • 44:31 ละครพระเตมีย์ตอนอวสาน: พระเจ้ากาสิกราชมอบราชสมบัติให้กลับไปครองก่อน พระเตมีย์ตอบว่าทรัพย์กับเราต้องพลัดพรากกัน สัตว์เกิดมาต้องตาย
    มินิซีรีส์พระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี ตอนอวสาน ทวนความจากตอนที่แล้วว่าพระเตมีย์ราชฤๅษีถูกพระราชบิดาเชื้อเชิญให้กลับไปครองราชย์เพราะยังหนุ่ม พระเตมีย์ทูลว่าผู้จะบวชควรบวชตั้งแต่ยังหนุ่ม ราชสมบัติเป็นเหตุให้ก่ออกุศลกรรมมาก ชาติก่อนเคยครองราชย์ยี่สิบปีแต่ต้องเสวยทุกข์ในนรกแปดหมื่นปี พระราชาฟังธรรมแล้วน้อมใจไปในการบรรพชา ดำริว่าจะบวชเสียแต่ในบัดนี้ไม่กลับพระนคร แต่ยังห่วงว่าพระโอรสควรกลับไปครองราชย์ มีพระชายาและบุตรธิดาก่อนแล้วค่อยบวช จึงมอบราชสมบัติ สนมนารี และราชนิเวศให้ พระเตมีย์ทูลว่าอย่าเชื้อเชิญด้วยราชสมบัติเลย เพราะบางคราวทรัพย์ก็พลัดพรากจากเราไปก่อน บางทีเราก็พลัดพรากจากทรัพย์ไปก่อน สัตว์ที่เกิดมาล้วนต้องตาย เหมือนผลไม้แก่ต้องหล่น เห็นกันเวลาเช้า เวลาเย็นตายจากกันก็มี
  • 48:32 ละครพระเตมีย์: พระเจ้ากาสิกราชออกผนวช เปิดท้องพระคลังให้ขนไปแต่ไม่มีใครเอา ชาวเมืองพาราณสีออกบวชเป็นฤๅษีทั้งหมด เมืองกลายเป็นเมืองร้าง
    พระเจ้ากาสิกราชทรงทราบว่าพระโอรสไม่มีเยื่อใยในราชสมบัติเลย จึงตัดอาลัยในราชบัลลังก์ ตั้งใจออกผนวชอย่างแน่วแน่ รับสั่งให้ตีกลองป่าวประกาศทั่วพระนครว่าผู้ใดศรัทธาจะบวชตามพระเตมีย์ก็จงบวชเถิด แล้วให้เปิดท้องพระคลังทั้งหมด จารึกแผ่นทองคำติดไว้ที่ท้องพระโรงว่าผู้ใดต้องการทรัพย์ก็จงมาขนไป แต่ไม่มีใครต้องการ ชาวเมืองกลับทิ้งบ้านทิ้งเมืองไปสู่สำนักพระเตมีย์เป็นจำนวนมาก พระราชา พระอัครมเหสี เสนามหาอำมาตย์ และมหาชนชาวพาราณสีพากันออกบวชเป็นฤๅษีและฤๅษิณีทั้งหมด ในพื้นที่ราวหนึ่งโยชน์ที่ท้าวสักกเทวราชประทานให้ ซึ่งมีป่าไม้ออกดอกออกผลไม่จำกัดฤดูกาล พระโพธิสัตว์ให้ฤๅษิณีสร้างอาศรมอยู่ตอนกลาง ฤๅษีชายอยู่รอบนอก เมื่อผู้ใดเกิดความคิดในกามหรือพยาบาท พระเตมีย์จะประทับนั่งบนอากาศประทานโอวาท ผู้ทำตามต่างสำเร็จอภิญญาห้า สมาบัติแปด ส่วนพาราณสีเมื่อไร้พระราชาและรัชทายาทก็กลายเป็นเมืองร้าง เหลือแต่เด็ก คนแก่ และนักเลงสุราที่ยังตกอยู่ในความประมาท
  • 52:24 ละครพระเตมีย์: ท้าวสามนตราชยกทัพมาพบพาราณสีเป็นเมืองร้าง ตามไปขอบวชที่อาศรม กษัตริย์อีกสามพระองค์ออกผนวช ป่ากลายเป็นเมืองฤๅษี
    ท้าวสามนตราช กษัตริย์เมืองใกล้เคียง ทราบว่าพระเจ้ากาสิกราชสละราชสมบัติออกผนวชพร้อมอำมาตย์และชาวเมือง จึงยกทัพมาประชิดหมายยึดพาราณสี แต่พบว่ากลายเป็นเมืองร้าง เสด็จขึ้นปราสาทเห็นกองรัตนะถูกทิ้งไว้ไม่มีคนเหลียวแล ทรงสงสัยว่าคงมีภัยเพราะทรัพย์ จึงเรียกพวกนักเลงสุรามาถามว่ามีภัยเกิดแก่พระราชาหรือ พวกนั้นทูลว่าไม่มีภัยอะไร แล้วเล่าเรื่องทั้งหมดและบอกทางที่พระราชาเสด็จไป ท้าวสามนตราชตามไปถึงอาศรม เห็นพระราชา พระราชินี และข้าราชบริพารทั้งปวงทรงเพศฤๅษีบำเพ็ญพรตอยู่มากมาย ได้ฟังเหตุผลและโอวาทของพระเตมีย์แล้วเกิดศรัทธา ขอบวชพร้อมบริวาร ต่อมามีกษัตริย์ต่างเมืองอีกสามพระองค์สละราชสมบัติทิ้งแก้วแหวนเงินทองมาบวชในทำนองเดียวกัน ช้างม้าพาหนะที่ไม่มีใครดูแลกลายเป็นช้างป่าม้าป่าที่คุ้นเชื่องและเลื่อมใสในหมู่ฤๅษี สิ้นอายุแล้วไปเกิดในสวรรค์หกชั้นตามกำลังความเลื่อมใส ป่าที่ฤๅษีอยู่ขยายกว้างออกไปถึงสิบโยชน์ กลายเป็นเมืองฤๅษี ทุกคนตั้งใจประพฤติพรหมจรรย์ สำเร็จอภิญญาสมาบัติ ดับจิตแล้วไปเกิดในพรหมโลก
  • 58:23 ละครพระเตมีย์: ประชุมชาดก สุนันทสารถีคือพระสารีบุตร ท้าวสักกะคือพระอนุรุทธะ เทพธิดาที่เศวตฉัตรคือพระอุบลวรรณาเถรี พระเตมีย์คือพระพุทธเจ้า
    พระบรมศาสดาตรัสเล่าเตมิยชาดกจบแล้วตรัสแก่ภิกษุทั้งหลายว่า มิใช่ในบัดนี้เท่านั้นที่เราสละราชสมบัติออกบวช แม้ในกาลก่อนก็เคยสละราชสมบัติออกบวชมาแล้ว แล้วประกาศอริยสัจและประชุมชาดกว่า เทพธิดาผู้สถิตที่เศวตฉัตรในกาลนั้นมาเป็นภิกษุณีอุบลวรรณาเถรี นายสุนันทสารถีมาเป็นพระสารีบุตรเถระ ท้าวสักกะมาเป็นพระอนุรุทธเถระ พระชนกและพระชนนีมาเป็นมหาราชสกุล ข้าราชบริพารมาเป็นพุทธบริษัท ส่วนพระเตมีย์ราชกุมารผู้แสร้งทำเป็นใบ้ทำเป็นง่อยเปลี้ยคือพระตถาคตเอง
  • 1:00:06 ข้อคิดท้ายละครพระเตมีย์: เนกขัมมบารมีขั้นปรมัตถบารมี ผู้ไม่มีภาระควรบวช และเชิญร่วมหล่อพระธรรมกายแสนองค์ 22 เมษายน 2549
    บทสรุปท้ายมินิซีรีส์ว่าเรื่องพระเตมีย์เป็นการบำเพ็ญเนกขัมมบารมีขั้นสูงสุดที่เรียกว่าปรมัตถบารมี แม้ยังทรงพระเยาว์ก็มีพระทัยแน่วแน่จะออกบรรพชา ทนบททดสอบที่ยากยิ่งและรอคอยยาวนาน ไม่ละขันติธรรม จนออกผนวชสำเร็จและผู้คนพากันบวชตาม พวกเราเคยสร้างบารมีเป็นทีมใหญ่มาหลายชาติ เมื่อหวังบุญบารมีอันไพบูลย์ต้องเข้มแข็งหนักแน่น ไม่ละความตั้งใจเดิม การสร้างบารมีให้ดีที่สุดควรอยู่ในเพศนักบวชซึ่งเป็นอุดมเพศ ผู้ไม่มีภาระครอบครัวจึงควรออกบวช ส่วนผู้มีภาระครอบครัวและสังคมให้ตั้งตนในทางที่ชอบ มีศีลห้าบริสุทธิ์ ไม่ยุ่งเกี่ยวอบายมุข เว้นอคติสี่ ขวนขวายสร้างมหาทานบารมีเต็มกำลัง เพราะทานบารมีเป็นอุปการะทั้งแก่มนุษย์ เทวดา และบรรพชิต จึงขอเชิญนักสร้างบารมีทุกท่านมาร่วมพิธีหล่อพระธรรมกายหนึ่งแสนองค์เพื่อประดิษฐานภายในมหาธรรมกายเจดีย์ วันที่ 22 เมษายน 2549 เพื่อขยายสันติสุขในใจมนุษย์และสร้างสันติภาพที่แท้จริงแก่โลก

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 21 มี.ค. 2549

  • 22:20 ละครสั้นบุญกิริยาวัตถุ 10 พี่สาวอธิบายให้น้องแป้ง ข้อหนึ่งถึงข้อสี่
    เทปละครสั้นเรื่องบุญกิริยาวัตถุสิบ พี่สาวปลุกน้องแป้งไปตักบาตรแล้วชมว่าหนูรักการทำบุญ อธิบายว่าทำกันอยู่ทุกวันแล้ว ข้อหนึ่งทานมัย บุญจากการให้ทาน เช่นตักบาตรตอนเช้า ถวายภัตตาหารที่วัด เก็บค่าขนมหยอดกระปุกมณีทวีบุญ (ช่วงข้อสองศีลมัย Whisper ถอดซ้ำวนจนอ่านไม่ได้) ข้อสามภาวนามัย เช่นนั่งสมาธิก่อนนอน ไปวัดนั่งสมาธิวันอาทิตย์ นึกถึงองค์พระกลางท้องทั้งวัน ข้อสี่อปจายนมัย บุญจากการประพฤติอ่อนน้อม เช่นสวัสดีพ่อแม่ก่อนออกจากบ้าน กราบเท้าพ่อแม่ก่อนนอน นั่งพนมมือรอพระเดินผ่าน พูดจาไพเราะมีหางเสียง
  • 26:30 ละครสั้นบุญกิริยาวัตถุ 10 ต่อ ข้อห้าถึงข้อสิบ แล้วชวนไปทำความสะอาด
    ละครสั้นต่อ ข้อห้าไวยาวัจจมัย บุญจากการช่วยเหลือกิจที่ชอบ เช่นตื่นช่วยพ่อแม่เตรียมอาหารตักบาตร ทำความสะอาดบ้าน เก็บขยะที่วัด ข้อหกปัตติทานมัย บุญจากการให้ส่วนบุญ เช่นกรวดน้ำหลังตักบาตร แผ่เมตตาก่อนนอน ข้อเจ็ดปัตตานุโมทนามัย บุญจากการอนุโมทนา ช่วงข้อแปดถึงข้อเก้า Whisper ถอดมั่วปนภาษาต่างประเทศจนอ่านไม่ได้ ข้อสิบฟังธรรม เช่นเปิดดีเอ็มซีดูฝันในฝันทุกวัน จากนั้นมีบรรทัด jingle ซ้ำราวหนึ่งนาทีก่อนตัวละครชวนกันไปรับบุญทำความสะอาด
  • 1:05:18 ทศชาติชาดก ทบทวนพระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี แล้วเกริ่นพระมหาชนกผู้ยิ่งด้วยวิริยบารมี
    หลังคำถามเคสไม่มีบรรทัดถอดเสียงราวสองนาทีครึ่ง แล้วเริ่มเทปมินิซีรีส์ทศชาติชาดก ผู้บรรยายทบทวนพระชาติที่ผ่านมาคือพระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี ที่เกรงกลัวภัยในมหานรกยิ่งกว่ากลัวตาย แม้ถูกทดลองอย่างหนักก็ไม่ละทิ้งมโนปณิธาน จนอายุสิบหกพรรษาได้เสด็จออกผนวช มีพระญาติ ข้าราชบริพาร และกษัตริย์ต่างเมืองบวชตามจำนวนมาก วันนี้จะศึกษาพระมหาชนกผู้ยิ่งด้วยวิริยบารมี ความเพียรอย่างเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ถ้าถามว่าทำไมต้องเพียรอย่างอุกฤษฏ์ แม้เพียรไปก็ตายเปล่า คำตอบคือความเพียรเป็นอุปนิสัยที่ฝังแน่นในใจพระโพธิสัตว์ เพราะความเพียรเท่านั้นที่เอาชนะความเกียจคร้านที่ฝังลึกในใจมนุษย์ได้ ถ้าชีวิตยังไม่สิ้นก็ต้องเพียรต่อไปจนสำเร็จ
  • 1:09:32 ใจคุ้นกับกิเลสเหมือนปลาคุ้นน้ำ ความเพียรต้องมีความกล้า ละชั่วที่ทำอยู่ เริ่มดีที่ยังไม่ทำ
    เทปทศชาติชาดกต่อ ใจมนุษย์คุ้นกับกิเลสเหมือนปลาคุ้นน้ำ จะหักดิบจากนิสัยไม่ดีต้องอาศัยความกล้าหาญอย่างแรงกล้า เพราะใจจะดิ้นรนกลับไปทำสิ่งที่คุ้นเคยและต่อต้านความดี ผู้มีความเพียรจึงต้องมีความกล้าในตัว นิสัยไม่ดีที่ยังไม่เคยทำก็สงวนตนไว้ ที่ทำอยู่รู้ว่าไม่ดีก็ต้องเพียรเลิกให้ได้ นิสัยดีที่ยังไม่เคยทำต้องเริ่มทำ ที่ทำอยู่แล้วก็ทำให้ยิ่งขึ้นไป บารมีจะก่อตัวขึ้นและใจนิ่งมากขึ้น เรียกว่าวิริยบารมีเริ่มเกิด อุปมาดังพญาราชสีห์ที่ไม่ย่อหย่อนในอิริยาบถทั้งปวง นักสร้างบารมีต้องเพิ่มพูนความเพียรจนกว่าจะสมปรารถนา ไม่สำเร็จไม่เลิก
  • 1:13:01 คาถาพระมหาชนก บุคคลเมื่อทำความเพียรแม้จะตายก็ไม่เป็นหนี้ และต้นแบบที่ดีที่สุดคือพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
    เทปยกธรรมภาษิตในมหาชนกชาดกว่า บุคคลเมื่อทำความเพียร แม้จะตายก็ชื่อว่าไม่เป็นหนี้ในหมู่ญาติ เทวดา และบิดามารดา บุคคลเมื่อทำกิจอย่างลูกผู้ชายย่อมไม่เดือดร้อนใจภายหลัง เป็นคาถาที่พระมหาชนกตรัสขณะว่ายน้ำอยู่กลางมหาสมุทรที่มองไม่เห็นฝั่ง ผู้หวังความสำเร็จยิ่งใหญ่ควรตระหนักไว้เพื่อไม่ท้อกลางคัน ชีวิตที่ทุ่มเททำความดีจะเป็นประวัติอันงดงามให้ปลื้มใจเมื่อนึกย้อน และเป็นแรงบันดาลใจให้อนุชนรุ่นหลัง คนทั่วไปต้องการต้นแบบ และต้นแบบชีวิตที่ดีงามไม่มีใครเกินพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงควรศึกษาอดีตชาติของพระองค์ แล้วเชิญติดตามเรื่องพระมหาชนกผู้ยิ่งด้วยวิริยบารมี
  • 1:17:41 พระมหาชนกเริ่มเรื่อง ภิกษุสนทนาที่ธรรมสภาเชตวันเรื่องการเสด็จออกผนวช พระพุทธองค์ตรัสว่าในอดีตก็เคยออกบวชด้วยความเพียร
    เรื่องพระมหาชนกเริ่มที่ธรรมสภาภายในพระเชตวันมหาวิหาร วันหนึ่งภิกษุสงฆ์สนทนากันถึงการเสด็จออกบำเพ็ญเนกขัมมบารมีของพระพุทธองค์ ที่ทรงละเบญจกามคุณ ออกบำเพ็ญเพียรเอาชีวิตเป็นเดิมพันจนบรรลุสัมมาสัมโพธิญาณ พระบรมศาสดาทรงสดับด้วยทิพโสตจึงเสด็จมาประทับแล้วตรัสถาม เมื่อทราบแล้วตรัสว่ามิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้น แม้ในกาลก่อนที่ยังเป็นพระโพธิสัตว์ก็ได้ออกบวชด้วยความเพียรอันยิ่งใหญ่ แล้วประทับนิ่ง ภิกษุจึงกราบทูลอาราธนาให้เล่าเรื่องในอดีตที่ทรงสละราชสมบัติออกผนวช เทปจบตอนที่หนึ่งด้วยคำว่าโปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 22 มี.ค. 2549

  • 38:48 การ์ตูนน้องแป้งเรียนอกุศลกรรมบถ 10 ทำชั่วทางกายสาม วาจาสี่ ใจสาม
    พี่สาวสอนน้องแป้งว่าคนทำความชั่วใจหมอง ความชั่วทำได้สามทาง ทางกายมีสามคือฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม ทางวาจามีสี่คือพูดเท็จ พูดส่อเสียด พูดคำหยาบ พูดเพ้อเจ้อ ทางใจมีสามคือโลภอยากได้ของผู้อื่น คิดพยาบาท และมีความเห็นผิด สิบข้อนี้เรียกว่าอกุศลกรรมบถสิบ แล้วยกบาลีว่าเมื่อจิตเศร้าหมองทุคติเป็นที่ไป (ช่วงกลางเสียงถอดหลุดไปราวครึ่งนาที)
  • 40:53 การ์ตูนน้องแป้งเรียนกุศลกรรมบถ 10 ทำตามแล้วใจใสไม่ต้องไปอบาย
    น้องแป้งไม่อยากไปอบาย พี่สาวบอกวิธีทำให้ใจใสคือทำตามกุศลกรรมบถสิบ ซึ่งตรงข้ามกับอกุศลกรรมบถ ทางกายไม่ฆ่าสัตว์ให้มีเมตตา ไม่ลักทรัพย์ให้รู้จักให้ทาน ไม่ประพฤติผิดในกาม ทางวาจาไม่พูดเท็จ ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดคำหยาบ ไม่พูดเพ้อเจ้อ ทางใจไม่โลภ ไม่พยาบาท และมีความเห็นชอบ น้องแป้งอยากไปสวรรค์ดุสิตบุรี จบด้วยบาลีว่าเมื่อจิตไม่เศร้าหมองสุคติเป็นที่หวังได้
  • 45:50 ทศชาติชาดก พระมหาชนกตอนที่สอง ทบทวนว่าความเพียรต้องอาศัยความกล้า
    มินิซีรีส์ทศชาติชาดก เรื่องพระมหาชนกผู้ยิ่งด้วยวิริยบารมี ตอนที่สอง ทบทวนตอนแรกว่าความเพียรเป็นอุปนิสัยที่ฝังแน่นในใจพระโพธิสัตว์ เพราะความเพียรเท่านั้นเอาชนะความเกียจคร้านได้ ใจคนคุ้นกับกิเลสเหมือนปลาคุ้นน้ำ จะพรากจากนิสัยไม่ดีต้องอาศัยความกล้า กล้าตัดใจเลิกสิ่งไม่ดี ฝึกนิสัยดีที่ยังไม่มี และทำนิสัยดีที่มีอยู่ให้ยิ่งขึ้น ทำได้เรื่อยไปวิริยบารมีก็เริ่มเกิด ความเพียรแบบเอาชีวิตเป็นเดิมพันอุปมาดังพญาราชสีห์ที่ไม่ย่อหย่อนในอิริยาบถทั้งปวง
  • 49:37 พระเจ้าอริฏฐชนกหูเบาเชื่ออำมาตย์ยุแหย่ จับพระโปลชนกผู้เป็นอุปราชตีตรวน
    ภิกษุสนทนากันในโรงธรรมสภาแล้วทูลขอให้พระพุทธองค์เล่าเรื่องในอดีตที่ทรงสละราชสมบัติออกผนวชด้วยความเพียร พระองค์ตรัสเล่าว่า พระเจ้ามหาชนกครองกรุงมิถิลา แคว้นวิเทหะ มีโอรสสององค์คือพระอริฏฐชนกและพระโปลชนก เมื่อพระมหาชนกสวรรคต พระอริฏฐชนกครองราชย์และตั้งพระโปลชนกเป็นอุปราช สองพี่น้องช่วยกันปกครองจนบ้านเมืองร่มเย็น ต่อมาอำมาตย์คนหนึ่งที่ชอบยุให้คนแตกกันกราบทูลว่าอุปราชคิดปลงพระชนม์เพื่อชิงบัลลังก์ ครั้งแรกไม่เชื่อ แต่ได้ยินบ่อยเข้าก็หวั่นไหว สั่งจับพระโปลชนกตีตรวนขังไว้ในคฤหาสน์ใกล้พระราชนิเวศน์ รอสำเร็จโทษ
  • 53:25 พระโปลชนกตั้งสัจจาธิษฐาน เครื่องจองจำหลุด หนีไปอยู่ตำบลชายแดน
    พระโปลชนกผู้ไม่มีความผิดรู้ว่าภัยเกิดจากพระเชษฐาหูเบา จึงตั้งสัจจาธิษฐานว่าตั้งแต่เกิดมาไม่เคยคิดเป็นศัตรูต่อพระเชษฐา ช่วยบริหารบ้านเมืองด้วยใจบริสุทธิ์ ด้วยสัจวาจานี้ขอให้เครื่องจองจำหลุดและประตูเปิด เทวดาที่ดูแลจึงบันดาลให้เครื่องจองจำแตกหักและประตูเปิด พระองค์ควบม้าหนีไปอยู่ตำบลบ้านชายพระราชอาณาเขต ชาวบ้านจำได้ก็บำรุงอย่างดีและมาสวามิภักดิ์ พระเจ้าอริฏฐชนกเห็นว่าหนีไปองค์เดียวคงไม่มีภัยจึงไม่ไล่ล่า พระโปลชนกปกครองจนตำบลนั้นเจริญขึ้นตามลำดับ
  • 56:10 ชาวบ้านชายแดนแค้นแทนพระโปลชนก ฝึกทหารลับ ๆ จนปล้นด่านของพระราชา
    ผู้ปกครองตำบลและหัวหน้าหมู่บ้านรู้ว่าพระโปลชนกถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏทั้งที่ไม่เคยคิด จึงแค้นแทนและแอบรวบรวมกำลังฝึกชาวบ้านเป็นทหาร พระโปลชนกถามว่าฝึกคนไว้มากมายทำไม ก็ตอบว่าไว้เป็นทหารรักษาพระองค์และกองกำลังป้องกันโจร เมื่อกำลังมากขึ้นก็ฮึกเหิม ทหารกลุ่มหนึ่งบุกปล้นกองทหารรักษาชายแดนของพระราชาตอนกลางคืน ฆ่าทหารตายจำนวนมาก ผู้รอดหนีไปทูลพระเจ้าอริฏฐชนกว่าเกิดกองกำลังกบฏนำโดยพระโปลชนก หัวหน้ากองทหารจึงรีบทูลพระโปลชนกให้ตัดสินใจชิงลงมือก่อน เพราะไม่ถึงเจ็ดวันทัพหลวงจะมาปราบ
  • 1:00:33 คบคนเช่นไรย่อมเป็นคนเช่นนั้น พระโปลชนกต้องเลือกหนีหรือรบ โปรดติดตามตอนต่อไป
    ผู้บรรยายสอนว่าการคบคนเช่นไรย่อมเป็นคนเช่นนั้น พระโปลชนกเดิมไม่ได้คิดชั่ว หวังอยู่อย่างสงบ แต่กองกำลังที่มาเสริมไปก่อเรื่องร้ายก็เดือดร้อนถึงพระองค์ ผู้เป็นใหญ่คุมกำลังพึงสังวรว่าถ้าไม่ฝึกกองกำลังให้มีศีลธรรมและระเบียบวินัย ไม่ช้าจะทำให้ตนเดือดร้อน พระโปลชนกดำริว่ามีสองทาง ถ้าหนีคงไม่รอดเพราะพระเชษฐาปล่อยมาครั้งหนึ่งแล้ว ถ้ารีบยกกำลังล้อมพระนครก่อนก็มีสิทธิ์ชนะ เพราะรู้กำลังและกระบวนรบของทัพหลวงดี จบตอนด้วยคำถามว่าจะเสี่ยงหนีตายหรือรบเพื่อชิงราชบัลลังก์ โปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 23 มี.ค. 2549

  • 1:24:43 พระมหาชนก ตอนที่สาม อำมาตย์ยุยงจนพระเจ้าอริฏฐชนกจับพระโปลชนก สัจจาธิษฐานให้เครื่องจองจำหลุด
    มินิซีรีส์ทศชาติชาดก พระมหาชนก ผู้ยิ่งด้วยวิริยบารมี ตอนที่สาม ทบทวนว่าพระเจ้ามหาชนกแห่งกรุงมิถิลาตั้งพระอริฏฐชนกเป็นอุปราช พระโปลชนกเป็นเสนาบดี เมื่อพระมหาชนกสวรรคต พระอริฏฐชนกครองราชย์และตั้งพระโปลชนกเป็นอุปราช อำมาตย์ผู้ใกล้ชิดกราบทูลยุยงว่าอุปราชคิดปลงพระชนม์ ถูกทูลบ่อยเข้าก็เชื่อ สั่งจับพระโปลชนกไว้รอสำเร็จโทษ พระโปลชนกตั้งสัจจาธิษฐานว่าไม่เคยคิดเป็นศัตรูต่อเจ้าพี่ ขอให้เครื่องจองจำหลุด เทวดาบันดาลให้เครื่องจองจำแตกและเปิดประตูให้ พระองค์หนีไปอยู่หมู่บ้านชายแดน ได้รับการสนับสนุนจนมีสมัครพรรคพวกมาก
  • 1:27:26 ทหารพระโปลชนกปล้นด่านหน้า จำต้องยกทัพล้อมกรุงมิถิลาและส่งสารขอราชสมบัติ
    ทหารของพระโปลชนกบุกปล้นด่านหน้าของพระราชาและฆ่าทหารตายจำนวนมาก หัวหน้ากองทูลให้รีบยึดพระนคร พระโปลชนกดำริว่าถ้าหนีจะต้องสู้ศึกสองด้าน แต่ถ้ารีบล้อมพระนครก็มีสิทธิ์ชนะเพราะทหารในเมืองที่ภักดีมีมาก แม้ไม่เคยคิดร้ายต่อเจ้าพี่แต่เหตุการณ์บังคับ จึงยกทัพช้าง ม้า รถ ราบ ไปล้อมกรุงมิถิลาก่อนกองทัพปราบกบฏจะเคลื่อนออก แล้วส่งสารถึงพระเชษฐาว่าไม่เคยคิดแย่งราชสมบัติ แต่พระเจ้าพี่เชื่อคำยุยงจะสำเร็จโทษ บัดนี้จะมอบราชสมบัติหรือจะรบ ทหารและชาวเมืองมิถิลาที่ภักดีพากันมาเข้าร่วมทัพจำนวนมาก
  • 1:31:48 พระเจ้าอริฏฐชนกเลือกรบ สั่งเสียพระอัครมเหสี แล้วต้องธนูสิ้นพระชนม์บนคอช้าง
    พระเจ้าอริฏฐชนกไม่สบายพระทัยที่ต้องรบกับพระอนุชาและรู้สึกว่าตนเป็นฝ่ายผิด แต่เกรงชาวเมืองครหาว่าไม่ใช่ชายชาตินักรบ จึงตอบว่าจะรบ ก่อนออกรบตรัสกับพระอัครมเหสีว่าแพ้ชนะไม่อาจรู้ ถ้าพระองค์ประสบภัยให้รักษาครรภ์ไว้ให้ดี แล้วแนะอุบายรักษาชีวิตและทางหนีออกจากพระนคร การรบเพียงวันแรกทหารของพระโปลชนกก็ยิงธนูถูกพระเจ้าอริฏฐชนกสิ้นพระชนม์บนคอช้างกลางสนามรบ ข้าราชบริพารไม่มีใครต่อสู้อีก เปิดประตูเมืองรับทัพ แล้วอภิเษกพระโปลชนกครองราชสมบัติ
  • 1:34:29 พระอัครมเหสีปลอมเป็นหญิงชาวบ้านหนีออกจากเมือง ท้าวสักกะแปลงเป็นชายแก่ขับเกวียนมารับ
    พระอัครมเหสีทราบว่าพระราชสวามีสวรรคต จึงเก็บของสำคัญใส่กระเช้า ปิดด้วยผ้าเก่าและข้าวสารข้างบน นุ่งผ้าเก่าปลอมเป็นหญิงชาวบ้าน ทูนกระเช้าออกทางประตูทิศเหนือ แต่ไม่เคยไปไหนลำพังจึงไม่รู้ทาง นั่งถามที่ศาลาว่ามีใครไปนครกาลจัมปากะบ้าง เพราะผู้ที่อยู่ในครรภ์คือพระโพธิสัตว์ บัลลังก์ของท้าวสักกะจึงร้อน ท้าวสักกะเนรมิตเกวียนมีประทุนและเตียงน้อย แปลงเป็นชายแก่ขับมารับ พระเทวีครรภ์แก่ขึ้นไม่ได้ แผ่นดินจึงนูนขึ้นถึงท้ายเกวียน พระนางบรรทมบนแท่นทิพย์หลับไป ท้าวสักกะขับไปราวสามสิบโยชน์ถึงแม่น้ำ ปลุกให้สรง ให้ผ้าเนื้อละเอียดและอาหารประณีต แล้วบรรทมต่อ การเดินทางจะเป็นอย่างไรให้ติดตามตอนต่อไป (ช่วงหนึ่ง Whisper ถอดคำว่าท้าวสักกะซ้ำยาวราวครึ่งนาที)

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 27 มี.ค. 2549

  • 1:19:25 พระมหาชนก ตอนที่ห้า พระเทวีถึงนครกาลจัมปากะ มหาพราหมณ์รับไว้ในฐานะน้องสาว
    มินิซีรีส์ทศชาติชาดก พระมหาชนกผู้ยิ่งด้วยวิริยบารมี ตอนที่ห้า ทบทวนว่าพระอัครมเหสีของพระเจ้าอริฏฐชนกได้ท้าวสักกะเทวราชอนุเคราะห์ให้ขึ้นเกวียนไปถึงนครกาลจัมปากะในเย็นวันนั้น พระเทวีไม่รู้จักใครจึงนั่งที่ศาลาพักร้อน มหาพราหมณ์อาจารย์ทิศาปาโมกข์ที่มีศิษย์ห้าร้อยคนผ่านมาทักถาม พระนางเห็นลักษณะน่าไว้วางใจจึงเล่าความจริง มหาพราหมณ์สงสารจึงรับไปอยู่ด้วย โดยออกอุบายว่าเป็นน้องสาวที่พลัดพรากกันตั้งแต่เล็ก นางพราหมณีแม้สงสัยแต่เคารพสามีจึงดูแลอย่างดี พระเทวีอยู่อย่างมีความสุข
  • 1:23:39 มหาชนกกุมารประสูติ ถูกเพื่อนล้อว่าลูกแม่ม่าย พระมารดาปิดความจริงว่ามหาพราหมณ์คือพ่อ
    ไม่กี่เดือนพระเทวีประสูติพระโอรสผิวดังทองคำ ขนานนามตามพระอัยกาว่ามหาชนกกุมาร เมื่อเจริญวัยมีพละกำลังมาก เล่นกับเด็กวัยเดียวกันแล้วใครขัดใจก็ทุบตี เด็กที่สู้ไม่ได้ร้องไห้และถากถางว่าไอ้ลูกแม่ม่าย พระกุมารสงสัยจึงถามพระมารดาว่าใครเป็นพ่อ พระนางเห็นว่ายังไม่ถึงเวลาจึงตรัสลวงว่ามหาพราหมณ์คือพ่อ แต่เด็กที่โตกว่าบอกว่าแม่ของเจ้าเป็นน้องสาวท่านพราหมณ์ ตั้งท้องมาจากไหนไม่มีใครรู้ ท่านพราหมณ์เป็นลุง พระกุมารจึงสับสนและตั้งใจจะถามความจริงให้ได้
  • 1:27:04 มหาชนกกุมารกัดพระถันถามความจริง ตั้งใจยึดราชสมบัติกรุงมิถิลาคืน และศึกษาศิลปศาสตร์สิบแปด
    ขณะดื่มนม พระกุมารกัดพระถันไว้แล้วขู่ว่าถ้าไม่บอกว่าใครเป็นพ่อจะกัดให้ขาด พระนางรู้ว่าพระโอรสพูดจริงทำจริงจึงเล่าว่าเป็นโอรสของพระเจ้าอริฏฐชนกแห่งกรุงมิถิลา ถูกพระโปลชนกผู้เป็นพระเจ้าอายกทัพมาแย่งราชสมบัติและปลงพระชนม์ตั้งแต่ลูกยังอยู่ในครรภ์ แล้วสอนให้ตั้งใจศึกษาฝึกฝนตนทุกด้าน เพื่อกลับไปยึดราชสมบัติคืน ตั้งแต่นั้นพระกุมารไม่โกรธเมื่อถูกล้อ เอื้อเฟื้อต่อทุกคนจนเป็นที่รักของเพื่อน ศึกษาไตรเพทจนชำนาญ อายุสิบหกพรรษาสำเร็จศิลปศาสตร์สิบแปดสาขา และถึงเวลาทำตามเป้าหมาย โปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 28 มี.ค. 2549

  • 1:04:44 พระมหาชนก มหาชนกกุมารถูกล้อว่าลูกแม่ม่าย กัดพระถันถามความจริง แล้วเรียนศิลปศาสตร์สิบแปดสาขา
    สารคดีพระมหาชนกต่อจากตอนก่อน (ทวนเหตุการณ์ที่ตอนก่อนฉายไปแล้ว) มหาชนกกุมารเติบโตมีพละกำลังมาก เวลาทะเลาะกับเด็กอื่นที่สู้แรงไม่ได้ก็ถูกถากถางว่าลูกแม่ม่าย จึงสงสัยว่าพ่อคือมหาพราหมณ์จริงหรือ ถามพระมารดาแรก ๆ พระนางตรัสลวงว่ามหาพราหมณ์เป็นพ่อ แต่ต่อมาทรงรู้จากผู้อื่นว่าไม่ใช่ วันหนึ่งขณะดื่มน้ำนมจึงกัดพระถันไว้แล้วตรัสถามความจริง พระเทวีจึงเล่าให้ฟังทั้งหมด พระกุมารมุ่งมั่นจะยึดราชสมบัติคืน ตั้งใจศึกษาจนพระชนมายุ 16 พรรษา มีรูปโฉมงดงาม สำเร็จศิลปศาสตร์สิบแปดสาขาเป็นที่ยอมรับของครูอาจารย์และเพื่อนร่วมสำนัก
  • 1:06:54 พระมหาชนก ขอทรัพย์ครึ่งหนึ่งจากพระมารดาไปค้าขายที่สุวรรณภูมิ แม้พระมารดาห้ามเพราะมหาสมุทรอันตราย
    มหาชนกกุมารเห็นว่าถึงเวลาชิงราชสมบัติของพระบิดาคืน จึงถามพระมารดาว่ามีทรัพย์ติดตัวมาบ้างไหม จะนำไปลงทุนค้าขาย พระมารดาบอกว่ามีแก้วมณี แก้วมุกดา และแก้ววิเชียร แต่ละดวงมีค่าพอจะเป็นทุนสร้างกองทัพได้ ไม่ต้องค้าขาย พระโอรสขอเพียงครึ่งเดียว แปลงเป็นสินค้าขนขึ้นเรือพร้อมพ่อค้าที่จะไปเมืองสุวรรณภูมิ แล้วกราบลา พระเทวีห้ามว่ามหาสมุทรสำเร็จประโยชน์น้อยมีอันตรายมาก เคยเห็นเรือใหญ่หายไปไม่กลับมามากแล้ว แต่พระโอรสยืนกรานจะไป โดยไม่เฉลียวใจถึงความห่วงใยและลางสังหรณ์ของพระมารดา ก่อนเรือออกยังให้สัญญาว่าไม่นานจะกลับมา
  • 1:11:28 คำของมารดาหนักแน่นดุจขุนเขา มารดาบิดาเป็นพรหม บุรพเทพ บุรพาจารย์ และอาหุไนยบุคคลของบุตร
    สารคดีพระมหาชนกสอดแทรกคำสอนว่า คำของมารดามีความหนักแน่นดุจขุนเขา บุตรไม่ควรฟังผ่าน ๆ เพราะมารดารักและห่วงใยบุตรเทียบด้วยชีวิตของตน แล้วยกภาษิตของสัตบุรุษเรื่องความพิเศษของมารดาบิดาต่อบุตรสี่ประการ หนึ่ง เป็นพรหมของบุตร มีพรหมวิหารสี่คือเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขาต่อบุตร สอง เป็นบุรพเทพ คือเทวดาของบุตรก่อนเทวดาองค์ใด ปรารถนาให้บุตรปราศจากโรคภัยและเจริญรุ่งเรือง สาม เป็นบุรพาจารย์ คืออาจารย์คนแรกที่สอนให้นั่ง ยืน เดิน กิน และสอนว่าอะไรควรไม่ควร สี่ เป็นอาหุไนยบุคคล ผู้ที่บุตรควรนำข้าวของมาสักการะบูชายิ่งกว่าเทวดาองค์ใด
  • 1:14:36 พระโพธิสัตว์ต้องอาศัยกัลยาณมิตร พระโปลชนกประชวรในวันที่พระมหาชนกออกเรือพร้อมพ่อค้าเจ็ดร้อยคน
    ผู้บรรยายกล่าวว่าพระโพธิสัตว์แม้มีปัญญาสั่งสมข้ามชาติ ก็ยังขึ้นอยู่กับกัลยาณมิตรและสภาพแวดล้อมในชาตินั้นที่จะชี้ทางชีวิตดุจเข็มทิศ แล้วกล่าวถึงพระเจ้าโปลชนก (ถอดเพี้ยนว่า โปรรัชนกษ์) ที่ครองราชย์ในกรุงมิถิลา ในวันที่พระมหาชนกออกเดินทางก็ทรงประชวร หมอหลวงเยียวยาอย่างไรก็ไม่หาย ส่วนพระโพธิสัตว์กับพ่อค้าประมาณเจ็ดร้อยคนลาครอบครัวและหมู่ญาติแล้วขึ้นเรือออกเดินทางทันที
  • 1:15:41 พระมหาชนก เรือแตกกลางมหาสมุทรในวันที่เจ็ด พ่อค้าเจ็ดร้อยคนร่ำไห้ แต่พระมหาชนกไม่หวั่นมรณภัย
    เรือลำใหญ่แล่นไปในมหาสมุทรหกวันตามปกติ วันที่เจ็ดเมื่อแล่นไปได้ราวเจ็ดร้อยโยชน์ (ถอดว่า เจ็ดหรอโยค) ก็เจอพายุร้าย คลื่นใหญ่ซัดจนแผ่นกระดานข้างเรือแตก น้ำทะเลทะลักเข้า เรือค่อย ๆ จมกลางมหาสมุทร พ่อค้าเจ็ดร้อยคนรู้ว่าต้องจมน้ำตายจึงหวาดหวั่น บ้างร้องไห้คร่ำครวญ บ้างอ้อนวอนเทวดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่พระมหาชนกไม่ทรงกันแสง ไม่ไหว้เทวดาองค์ใด ไม่หวาดหวั่นต่อมรณภัย มองข้ามความตายมุ่งเป้าหมายจะยึดราชสมบัติคืน ผู้บรรยายชี้ว่าพระโพธิสัตว์มีกำลังใจเต็มเปี่ยมและความเพียรไม่มีที่สิ้นสุด แล้วจบว่าเมื่อเรือจมจะช่วยตัวเองอย่างไรโปรดติดตามตอนต่อไป ไฟล์จบที่ท้ายสารคดีนี้ ไม่มีช่วงปิดรายการ

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 29 มี.ค. 2549

  • 1:14:47 พระมหาชนก ตอนที่เจ็ด พระมารดาให้แก้วสามดวงแต่ห้ามค้าขาย มหาชนกกุมารขนสินค้าขึ้นเรือกับพ่อค้า
    มินิซีรีส์ทศชาติชาดก พระมหาชนก ตอนที่เจ็ด ช่วงแรกไม่มีบรรทัดถอดเสียงราวครึ่งนาที แล้วทวนตอนที่แล้วว่าพระราชกุมารขอทรัพย์จากพระมารดาไปลงทุนค้าขายเพื่อชิงราชสมบัติของพระราชบิดากลับคืน พระมารดามอบแก้วสำคัญมีค่ามากให้สามดวง แต่ตรัสห้ามว่าทรัพย์นี้พอจะใช้ชิงราชสมบัติคืนได้ อย่าคิดทำการค้าเลย พระโอรสไม่ทรงเปลี่ยนพระทัย แปลงทรัพย์เป็นต้นทุนซื้อสินค้าจำนวนมากขนขึ้นเรือพร้อมพวกพ่อค้า โดยไม่รู้ถึงความสังหรณ์พระทัยของพระมารดาว่าจะมีภัย ทูลลาพระมารดาแล้วรีบออกเดินทางทันที
  • 1:16:52 พระมหาชนก เรือแตกกลางมหาสมุทรในวันที่เจ็ด พ่อค้าเจ็ดร้อยคนร่ำไห้ พระโพธิสัตว์ปีนเสากระโดงแล้วกระโดดไปทางมิถิลา
    ถึงวันที่เจ็ดของการเดินทาง เรือประสบพายุร้าย คลื่นลูกใหญ่ซัดข้างเรือจนแผ่นกระดานปริแตก น้ำทะเลทะลักเข้า ในที่สุดเรือแตกและค่อย ๆ จมกลางมหาสมุทร พวกพ่อค้าเจ็ดร้อยคนรู้ว่าต้องจมน้ำตายแน่ บ้างร้องไห้คร่ำครวญ บ้างไหว้อ้อนวอนเทวดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนนับถือ ส่วนพระโพธิสัตว์ไม่หวั่นไหว เสวยข้าวคลุกน้ำตาลกรวดกับเนยจนอิ่ม นำผ้าเนื้อเกลี้ยงสองผืนชุบน้ำมันจนชุ่มมานุ่งห่มกันน้ำเค็ม แล้วปีนขึ้นยืนบนยอดเสากระโดง เมื่อเรือจม พ่อค้าบางพวกถูกกระแสน้ำดูดลงตายพร้อมเรือ บางพวกหลุดจากแรงดูดแต่หมดแรงว่ายก็จมน้ำเป็นอาหารปลาและเต่า ไม่มีใครรอด มีเพียงพระมหาชนกที่ตั้งสติมั่น กำหนดทิศของเมืองมิถิลาแล้วกระโดดจากยอดเสากระโดงไปทางทิศนั้น ข้ามพ้นฝูงปลาร้ายไปตกไกลจากเรือ พ้นแรงดูดของน้ำเพราะมีพละกำลังมาก
  • 1:20:00 พระเจ้าโปลชนกสวรรคตวันเดียวกัน พระมหาชนกว่ายข้ามมหาสมุทรเจ็ดวันด้วยความเพียรไม่ลดละ
    ในวันเดียวกันนั้นพระเจ้าโปลชนกสวรรคตโดยไม่มีรัชทายาทที่เหมาะสมสืบราชสมบัติ ส่วนพระมหาชนกเมื่อพ้นแรงดูดของน้ำและสัตว์ร้ายแล้ว ก็แหวกว่ายไปดุจท่อนทองคำที่ลอยอยู่ในคลื่น เพียรว่ายข้ามมหาสมุทรด้วยกำลังแขนถึงเจ็ดวัน แม้เหนื่อยอ่อนล้าเพียงใด เมื่อนึกถึงเป้าหมายคือราชสมบัติที่รออยู่ก็เกิดกำลังใจว่ายต่อไปแม้มองไม่เห็นฝั่ง ผู้บรรยายอธิบายวิสัยของพระบรมโพธิสัตว์ว่ามีความเพียรไม่ลดละ ไม่ท้อถอยแม้รู้ว่าสิ่งที่ทุ่มเทอาจไร้ผล ถ้าเป็นความเพียรที่ไม่มีโทษและบรรลุแล้วเกิดประโยชน์ใหญ่ก็ไม่หยุดแม้ต้องพลีชีวิต อย่างน้อยจะเป็นต้นแบบความเพียรให้อนุชนรุ่นหลัง และเป็นผังสำเร็จติดตัวข้ามชาติ ชีวิตเปี่ยมด้วยความหวังและพลังใจ ปัญหาหนักเพียงใดก็มีแต่คำว่าทำได้และสำเร็จ พระโพธิสัตว์ทั้งหลายจึงประสบความสำเร็จเรื่อยมา
  • 1:23:31 พระมหาชนกเห็นพระจันทร์เต็มดวงรู้ว่าเป็นวันอุโบสถ อธิษฐานอุโบสถศีลกลางทะเล และนางมณีเมขลาผู้ลืมตรวจมหาสมุทร
    เมื่อว่ายมาถึงวันที่เจ็ด พระมหาชนกเห็นพระจันทร์เต็มดวง รู้ว่าเป็นวันอุโบสถ จึงบ้วนพระโอษฐ์ด้วยน้ำเค็มแล้วอธิษฐานอุโบสถศีลด้วยใจตั้งมั่น แล้วว่ายต่อไปโดยไม่คำนึงถึงความทุกข์ยาก สมัยนั้นท้าวโลกบาลทั้งสี่มอบหมายให้เทพธิดาชื่อมณีเมขลาคอยคุ้มครองมนุษย์ผู้มีคุณธรรม เช่นผู้บำรุงบิดามารดา ไม่ให้ตายในมหาสมุทร แต่นางเพลิดเพลินเสวยทิพยสมบัติจนไม่ได้ตรวจตรามหาสมุทรถึงเจ็ดวัน พอนึกขึ้นได้จึงตรวจดู เห็นพระมหาชนกโพธิสัตว์ดำผุดดำว่ายอยู่กลางมหาสมุทรตามลำพัง คิดว่าถ้ามหาชนกกุมารสิ้นพระชนม์ในมหาสมุทร นางจะมีความผิดมหันต์ อาจหมดสิทธิ์เข้าเทวสมาคม จึงรีบเหาะมาสถิตในอากาศเหนือที่พระโพธิสัตว์ว่ายอยู่
  • 1:25:50 นางมณีเมขลาถามว่าเห็นประโยชน์อะไรจึงว่ายทั้งที่มองไม่เห็นฝั่ง พระมหาชนกตอบเรื่องอานิสงส์ความเพียร
    นางมณีเมขลาอัศจรรย์ใจที่คนทั้งหลายจมน้ำตายหมดแล้วแต่พระองค์ยังว่ายต่อไปแม้มองไม่เห็นฝั่ง จึงเปล่งเสียงถามว่าใครหนอแม้แลไม่เห็นฝั่งก็ยังพยายามว่ายอยู่กลางมหาสมุทร เห็นประโยชน์อะไร พระโพธิสัตว์ทรงนึกว่าว่ายมาเจ็ดวันยังไม่เคยเห็นใคร ใครมาพูดกับเรา เมื่อมองขึ้นไปเห็นเทพธิดามณีเมขลาจึงตรัสตอบว่า เราพิจารณาเห็นวัตรปฏิบัติของโลกและอานิสงส์แห่งความเพียร จึงพยายามว่ายแม้มองไม่เห็นฝั่ง ความเพียรที่ไม่มีโทษ เมื่อบุรุษทำความเพียรไปย่อมไม่เสียหาย ย่อมดำรงอยู่ในความสุขได้ หากไม่ทำความเพียรแล้วจะพบความสำเร็จได้อย่างไร นางชื่นชมในความเพียร แต่จะรีบช่วยทันทีหรือไม่ให้ติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 19 พ.ค. 2549

  • 1:04:45 ทศชาติชาดก สุวรรณสาม ตอนที่ 16 พระราชาสารภาพกับฤๅษีตาบอดว่าฆ่าสามะ
    มินิซีรีส์ทศชาติชาดก เรื่องสุวรรณสาม ผู้ยิ่งด้วยเมตตาบารมี ตอนที่สิบหก พระเจ้าปิลยักขราช (ถอดได้ว่า ปิละยักขรา) ถือหม้อน้ำไปอาศรมตั้งใจจะเลี้ยงดูฤๅษีตาบอดทั้งสองโดยปิดเรื่องที่ฆ่าสุวรรณสาม แต่ทุกูลฤๅษีฟังเสียงฝีเท้าแล้วรู้ว่าไม่ใช่สามะ พระราชาจึงสารภาพว่าเป็นกษัตริย์ชาวกาสีและได้ยิงสามะตายที่ริมแม่น้ำ ปาริกาฤๅษีณีตกใจแทบสิ้นสติ ทุกูลฤๅษีสอนให้ไม่โกรธผู้ฆ่าลูก เพราะผู้รักษาเมตตาจิตไม่หวั่นไหวด้วยโทสะบัณฑิตย่อมสรรเสริญ นางคร่ำครวญถึงคุณของลูก พระราชาสงสารจึงขอสละราชสมบัติมาเลี้ยงดูทั้งสองในป่า ฤๅษีทูลว่าไม่สมควร พระราชาเลื่อมใสที่ไม่มีคำหยาบแม้แต่น้อยจึงขอให้เป็นบิดามารดา ฤๅษีขอเพียงให้ทรงจูงปลายไม้เท้าพาไปหาสุวรรณสาม จบด้วยโปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 20 พ.ค. 2549

  • 31:19 เทปเทพธิดาเลือกแหวนทิพย์ แหวนวชิรมณีจากถวายน้ำฉัน แหวนดอกกล้วยไม้จากสร้างพระวิหาร
    ครูไม่ใหญ่เกริ่นว่าทิพยสมบัติแต่ละชนิดดี ใส่แหวนไม่ต้องเอามือสวมเอง แล้วถามว่าเทปยาวหกนาทีทนดูได้ไหม จากนั้นเปิดเทปละครจำลองชีวิตบนสวรรค์ เทพธิดาเล่าที่มาของแหวนทิพย์แต่ละวง แหวนวงหนึ่งมาจากบุญถวายน้ำฉันน้ำใช้แด่พระภิกษุสงฆ์ในเมืองเป็นประจำ บริวารเห็นว่าเหมือนเปลวเพลิงจึงทายว่าคงถวายประทีป แหวนดอกกล้วยไม้เป็นเสี้ยวหนึ่งของผลบุญสร้างพระวิหาร เพราะสมัยเป็นมนุษย์ชอบดอกกล้วยไม้ นำไปถวายเป็นบริวารทุกครั้งที่ไปถวายภัตตาหารพร้อมบิดามารดา และนำไปปลูกให้วัดสวยงามเจริญตาเจริญใจผู้มาสั่งสมบุญ บริวารชมว่าแหวนทุกวงเหมาะกับนิ้วของแม่เจ้า ชื่อแหวนแต่ละวงถอดเพี้ยนสะกดไม่ได้ ช่วงกลางเทปถอดเพี้ยนปนภาษาอื่นราวหนึ่งนาที
  • 1:07:42 ทศชาติชาดก สุวรรณสาม ตอนต่อ สองฤษีตาบอดรู้ว่าพระราชายิงสามะ ขอให้พาไปหาศพลูก
    เทปทศชาติชาดกเรื่องสุวรรณสามตอนต่อจากตอนที่แล้ว ปาริกาฤษินีได้ยินพระราชาตรัสว่าฆ่าสุวรรณสามก็ตกใจ ทุกูลฤษีบอกว่าท่านผู้นี้คือพระเจ้ากาสี ยิงสามะด้วยลูกศรอาบยาพิษ อย่าโกรธพระองค์เลย สองฤษีร่ำไห้ พระเจ้าปิลยักษราชสงสาร ขอเลี้ยงดูแทน ทุกูลฤษีทูลว่าพระราชาไม่ต้องลำบากปรนนิบัติ ขอเพียงถือปลายไม้เท้าพาไปหาสุวรรณสาม ปาริกาขอสัมผัสเท้าและใบหน้าลูกอีกครั้งแล้วจะตายตาม พระราชาเกรงว่าหากเห็นศพเปื้อนเลือดในป่าหัวใจสองฤษีจะแตกสลาย และพระองค์จะตกนรก จึงอ้างว่าใกล้ค่ำ ป่ามีสัตว์ร้าย ขอให้รออยู่ที่อาศรม แต่ฤษีทั้งสองไม่กลัวเพราะอานุภาพเมตตาจิตที่เจริญอยู่เนืองนิตย์ทำให้สัตว์ร้ายอ่อนโยน
  • 1:14:50 สุวรรณสาม สองฤษีร่ำไห้กับร่างลูกที่ท่าน้ำ ความโศกเกิดจากสิ่งอันเป็นที่รัก
    ต่อจากบรรทัด jingle สั้น ๆ พระราชาจูงมือสองฤษีตาบอดคลำทางเข้าป่าจนถึงที่สุวรรณสามนอนนิ่งริมหาดทรายท่าน้ำมิคสัมมตา ฤษีผู้บิดาช้อนศีรษะขึ้นประคองบนตัก ฤษินีผู้มารดากอดเท้าทั้งสองแนบอก ร่ำรำพันว่าเหมือนดวงจันทร์ดวงอาทิตย์ตกลงสู่ผืนดิน ต่อไปใครจะชำระชฎา ใครจะกวาดอาศรม พ่อแม่จะหาผลไม้กินอย่างไร ผู้บรรยายสรุปว่าชีวิตมีสุขบ้างทุกข์บ้าง ความรักผูกพันระหว่างพ่อแม่กับลูกทำให้เศร้าโศกเมื่อพลัดพราก ยกพุทธพจน์ว่าความโศกย่อมเกิดจากสิ่งอันเป็นที่รัก ผู้ตัดความผูกพันได้แล้วย่อมไม่มีความโศก สองฤษีคิดว่าออกบวชเพื่อตัดอาลัยแต่ท้าวสักกเทวราชยังประทานบุตรมาให้แล้วต้องพลัดพราก จบด้วยโปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 22 พ.ค. 2549

  • 1:08:56 สุวรรณสาม ตอนที่ 18 สองฤษีตาบอดตามพระราชาไปหาร่างลูก ร่ำไห้ แล้วนางปาริกาสัมผัสว่ากายลูกยังอุ่น
    ทศชาติชาดก สุวรรณสาม ผู้ยิ่งด้วยเมตตาบารมี ตอนที่ 18 ต่อจากตอนที่แล้ว นางปาริกาปฏิเสธที่พระเจ้าปิลยักษ์จะอยู่รับใช้ พระราชาทัดทานว่าใกล้มืดและป่าเต็มไปด้วยสัตว์ร้าย แต่สองฤษียืนยันจะไปหาลูก พระราชาจึงจูงมือพาไป เมื่อถึงร่างลูก ทุกูลฤษีช้อนศีรษะขึ้นวางบนตัก นางปาริกากอดเท้าลูกรำพันว่าเจ้าโกรธใครจึงไม่พูดกับแม่ ต่อไปใครจะคอยปัดกวาดอาศรม ใครจะชำระชฎา นางคลำหน้าและร่างลูก แล้วสัมผัสความอบอุ่นที่อกจึงรู้ว่าลูกยังไม่ตาย ช่วงกลางมีบรรทัดถอดซ้ำ นี่คือประโยคแรก ราวครึ่งนาที
  • 1:13:55 สุวรรณสาม นางปาริกา ทุกูลฤษี และเทพธิดาพหุสุนทรีตั้งสัจจกิริยา พิษหาย ตาบอดหาย ทั้งหมดไปปรากฏที่อาศรม
    ด้วยความรักลูก นางปาริกาประนมมือระลึกถึงบุญของสุวรรณสามแล้วตั้งสัจจกิริยาว่าลูกเป็นผู้ประพฤติธรรม ประพฤติพรหมจรรย์ กล่าวคำสัตย์ เลี้ยงดูบิดามารดา ยำเกรงผู้ใหญ่ในตระกูล ด้วยสัจวาจานี้ขอพิษจงหายไป ร่างที่แข็งเริ่มอ่อนนุ่มและขยับได้ ทุกูลฤษีตั้งสัจจกิริยาซ้ำ ร่างพลิกตัวแต่ยังไม่ฟื้น เทพธิดาที่เคยเป็นมารดาในอดีตชาติ อยู่ที่ภูเขาคันธมาทน์ (ชื่อถอดได้ว่าพหุสุนทรี) มาปรากฏบนอากาศแล้วกล่าวสัจวาจาอีกคน จึงเกิดอัศจรรย์พร้อมกันคือ พิษและบาดแผลจากลูกศรหายไป ฤษีทั้งสองได้ดวงตาคืน ทุกคนหายจากริมแม่น้ำมิคสัมมตาไปปรากฏที่อาศรม พร้อมกับแสงอรุณรุ่ง