-
38:48
การ์ตูนน้องแป้งเรียนอกุศลกรรมบถ 10 ทำชั่วทางกายสาม วาจาสี่ ใจสาม
พี่สาวสอนน้องแป้งว่าคนทำความชั่วใจหมอง ความชั่วทำได้สามทาง ทางกายมีสามคือฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม ทางวาจามีสี่คือพูดเท็จ พูดส่อเสียด พูดคำหยาบ พูดเพ้อเจ้อ ทางใจมีสามคือโลภอยากได้ของผู้อื่น คิดพยาบาท และมีความเห็นผิด สิบข้อนี้เรียกว่าอกุศลกรรมบถสิบ แล้วยกบาลีว่าเมื่อจิตเศร้าหมองทุคติเป็นที่ไป (ช่วงกลางเสียงถอดหลุดไปราวครึ่งนาที)
-
40:53
การ์ตูนน้องแป้งเรียนกุศลกรรมบถ 10 ทำตามแล้วใจใสไม่ต้องไปอบาย
น้องแป้งไม่อยากไปอบาย พี่สาวบอกวิธีทำให้ใจใสคือทำตามกุศลกรรมบถสิบ ซึ่งตรงข้ามกับอกุศลกรรมบถ ทางกายไม่ฆ่าสัตว์ให้มีเมตตา ไม่ลักทรัพย์ให้รู้จักให้ทาน ไม่ประพฤติผิดในกาม ทางวาจาไม่พูดเท็จ ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดคำหยาบ ไม่พูดเพ้อเจ้อ ทางใจไม่โลภ ไม่พยาบาท และมีความเห็นชอบ น้องแป้งอยากไปสวรรค์ดุสิตบุรี จบด้วยบาลีว่าเมื่อจิตไม่เศร้าหมองสุคติเป็นที่หวังได้
-
45:50
ทศชาติชาดก พระมหาชนกตอนที่สอง ทบทวนว่าความเพียรต้องอาศัยความกล้า
มินิซีรีส์ทศชาติชาดก เรื่องพระมหาชนกผู้ยิ่งด้วยวิริยบารมี ตอนที่สอง ทบทวนตอนแรกว่าความเพียรเป็นอุปนิสัยที่ฝังแน่นในใจพระโพธิสัตว์ เพราะความเพียรเท่านั้นเอาชนะความเกียจคร้านได้ ใจคนคุ้นกับกิเลสเหมือนปลาคุ้นน้ำ จะพรากจากนิสัยไม่ดีต้องอาศัยความกล้า กล้าตัดใจเลิกสิ่งไม่ดี ฝึกนิสัยดีที่ยังไม่มี และทำนิสัยดีที่มีอยู่ให้ยิ่งขึ้น ทำได้เรื่อยไปวิริยบารมีก็เริ่มเกิด ความเพียรแบบเอาชีวิตเป็นเดิมพันอุปมาดังพญาราชสีห์ที่ไม่ย่อหย่อนในอิริยาบถทั้งปวง
-
49:37
พระเจ้าอริฏฐชนกหูเบาเชื่ออำมาตย์ยุแหย่ จับพระโปลชนกผู้เป็นอุปราชตีตรวน
ภิกษุสนทนากันในโรงธรรมสภาแล้วทูลขอให้พระพุทธองค์เล่าเรื่องในอดีตที่ทรงสละราชสมบัติออกผนวชด้วยความเพียร พระองค์ตรัสเล่าว่า พระเจ้ามหาชนกครองกรุงมิถิลา แคว้นวิเทหะ มีโอรสสององค์คือพระอริฏฐชนกและพระโปลชนก เมื่อพระมหาชนกสวรรคต พระอริฏฐชนกครองราชย์และตั้งพระโปลชนกเป็นอุปราช สองพี่น้องช่วยกันปกครองจนบ้านเมืองร่มเย็น ต่อมาอำมาตย์คนหนึ่งที่ชอบยุให้คนแตกกันกราบทูลว่าอุปราชคิดปลงพระชนม์เพื่อชิงบัลลังก์ ครั้งแรกไม่เชื่อ แต่ได้ยินบ่อยเข้าก็หวั่นไหว สั่งจับพระโปลชนกตีตรวนขังไว้ในคฤหาสน์ใกล้พระราชนิเวศน์ รอสำเร็จโทษ
-
53:25
พระโปลชนกตั้งสัจจาธิษฐาน เครื่องจองจำหลุด หนีไปอยู่ตำบลชายแดน
พระโปลชนกผู้ไม่มีความผิดรู้ว่าภัยเกิดจากพระเชษฐาหูเบา จึงตั้งสัจจาธิษฐานว่าตั้งแต่เกิดมาไม่เคยคิดเป็นศัตรูต่อพระเชษฐา ช่วยบริหารบ้านเมืองด้วยใจบริสุทธิ์ ด้วยสัจวาจานี้ขอให้เครื่องจองจำหลุดและประตูเปิด เทวดาที่ดูแลจึงบันดาลให้เครื่องจองจำแตกหักและประตูเปิด พระองค์ควบม้าหนีไปอยู่ตำบลบ้านชายพระราชอาณาเขต ชาวบ้านจำได้ก็บำรุงอย่างดีและมาสวามิภักดิ์ พระเจ้าอริฏฐชนกเห็นว่าหนีไปองค์เดียวคงไม่มีภัยจึงไม่ไล่ล่า พระโปลชนกปกครองจนตำบลนั้นเจริญขึ้นตามลำดับ
-
56:10
ชาวบ้านชายแดนแค้นแทนพระโปลชนก ฝึกทหารลับ ๆ จนปล้นด่านของพระราชา
ผู้ปกครองตำบลและหัวหน้าหมู่บ้านรู้ว่าพระโปลชนกถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏทั้งที่ไม่เคยคิด จึงแค้นแทนและแอบรวบรวมกำลังฝึกชาวบ้านเป็นทหาร พระโปลชนกถามว่าฝึกคนไว้มากมายทำไม ก็ตอบว่าไว้เป็นทหารรักษาพระองค์และกองกำลังป้องกันโจร เมื่อกำลังมากขึ้นก็ฮึกเหิม ทหารกลุ่มหนึ่งบุกปล้นกองทหารรักษาชายแดนของพระราชาตอนกลางคืน ฆ่าทหารตายจำนวนมาก ผู้รอดหนีไปทูลพระเจ้าอริฏฐชนกว่าเกิดกองกำลังกบฏนำโดยพระโปลชนก หัวหน้ากองทหารจึงรีบทูลพระโปลชนกให้ตัดสินใจชิงลงมือก่อน เพราะไม่ถึงเจ็ดวันทัพหลวงจะมาปราบ
-
1:00:33
คบคนเช่นไรย่อมเป็นคนเช่นนั้น พระโปลชนกต้องเลือกหนีหรือรบ โปรดติดตามตอนต่อไป
ผู้บรรยายสอนว่าการคบคนเช่นไรย่อมเป็นคนเช่นนั้น พระโปลชนกเดิมไม่ได้คิดชั่ว หวังอยู่อย่างสงบ แต่กองกำลังที่มาเสริมไปก่อเรื่องร้ายก็เดือดร้อนถึงพระองค์ ผู้เป็นใหญ่คุมกำลังพึงสังวรว่าถ้าไม่ฝึกกองกำลังให้มีศีลธรรมและระเบียบวินัย ไม่ช้าจะทำให้ตนเดือดร้อน พระโปลชนกดำริว่ามีสองทาง ถ้าหนีคงไม่รอดเพราะพระเชษฐาปล่อยมาครั้งหนึ่งแล้ว ถ้ารีบยกกำลังล้อมพระนครก่อนก็มีสิทธิ์ชนะ เพราะรู้กำลังและกระบวนรบของทัพหลวงดี จบตอนด้วยคำถามว่าจะเสี่ยงหนีตายหรือรบเพื่อชิงราชบัลลังก์ โปรดติดตามตอนต่อไป