ep117 ผังเวลา 34 ช่วง
ผลการปฏิบัติธรรม (136) ดุสิตบุรี (80) มหารัตนวิหารคด (64) พระธรรมกายประจำตัว (49) กัลยาณมิตร (45) วันคุ้มครองโลก 2549 (44) มหาธรรมกายเจดีย์ (33) ศีลห้า (30) ความตระหนี่ (28) พระมหาชนก (24) วันพระ (20) ภาษาบาลี (17) พุทธบุตร (16) ครอบครัวธรรมกาย (9) พระโปลชนก (9) วิริยบารมี (7) ครอบครัวนักบุญตระกูลหยาง (6) ฟังธรรม (6) ลูกเหนื่อยไหมหนอ (5) อุปกรณ์สร้างบารมี (5) โยชน์ (5) ดวงธรรมเท่าไข่แดงของไก่ (4) รวมพุทธบุตรทั่วโลก (4) สิงคโปร์ (4) องค์พระใส (4) เจ้าอาวาสหนึ่งหมื่นวัด (4) ทำนุบำรุงวัดใกล้บ้าน (3) เปลี่ยนแปลงตัวเอง (3) DMC News (2) ฟังเทศน์ (2) มารดาเป็นพรหมของบุตร (2) ลูกแม่ม่าย (2) สร้างคุณภาพไม่ใช่สร้างภาพ (2) เรือแตกกลางมหาสมุทร (2) โรงเรียนพระปริยัติธรรม (2) ถวายกำลังใจพระ (1) ธุดงค์ปีใหม่ 2538 (1) บวชอุบาสิกาแก้วหนึ่งแสนคน (1) พุทธมณฑล (1) วันคุ้มครองโลก 2542 (1) วันคุ้มครองโลก 2544 (1) สุวรรณภูมิ (1) เลิกเที่ยวกลางคืน (1) เห็นความสว่างรอบตัว (1) เห็นองค์พระได้ทุกทิศ (1)
ไฟล์เริ่มกลางรายการ ไม่มีช่วงเปิดรายการ คาถา และการบ้าน บรรทัดแรกเป็นท้ายเพลงไปกับฉัน แล้วครูไม่ใหญ่บอกว่าเหลืออีก 25 วันถึงวันคุ้มครองโลก ให้รักษาใจให้ใสเพื่อรองรับบุญใหญ่ที่ไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ๆ คือพระธรรมกายประจำตัวหนึ่งแสนองค์ที่จะนำไปประดิษฐานในมหาธรรมกายเจดีย์ และถ้าทุกอย่างลงตัว ซึ่งวันนี้หารือกันเสร็จไป 99% แล้ว อาจนิมนต์พระผู้มีบุญระดับพระสังฆาธิการเจ้าอาวาสหนึ่งหมื่นวัด (ถอดเสียงเพี้ยน) ไม่ใช่หนึ่งหมื่นรูป เพราะแต่ละวัดมีพระติดตามมาด้วย ยาวไปถึงหนึ่งโยชน์ เท่ากับ 16 กิโลเมตร ระยะจากวัดพระธรรมกายถึงดอนเมือง ให้คิดเตรียมถวายไทยธรรม มีปัจจัย ย่าม และอื่น ๆ อีกมาก บอกหมดเดี๋ยวไม่ตื่นเต้น
ในวันนั้นจะถวายไทยธรรมกันใต้มหารัตนวิหารคด ซึ่งกลั่นกรองให้สะอาดบริสุทธิ์ เหมาะเป็นที่รองรับพุทธบริษัทสี่ที่จะมาชุมนุมกันจากทั่วโลกในปี 2550 ถ้าไม่มีอุปสรรค มหารัตนวิหารคดพร้อมในระดับหนึ่งแล้วจึงเริ่มเตรียมงาน เตรียมห้องน้ำ บุญบันเทิงทีเดียว จะได้ต้อนรับท่าน ถวายไทยธรรม และรับพร ผู้ประสานงานฝ่ายพุทธบุตรบอกมาแว่ว ๆ ว่าจะไปกราบอาราธนาพุทธบุตรที่อายุร้อยปีขึ้นไปหลายรูป ครูไม่ใหญ่อยากมีอายุถึงร้อยเหมือนท่าน ช่วงกลางถอดเป็นคำซ้ำอ่านไม่ได้ราวครึ่งนาที แล้วย้ำให้รักษาใจให้ใสตลอด 25 วัน กลั่นกายวาจาใจให้บริสุทธิ์ เหมาะเป็นภาชนะรองรับบุญใหญ่ และชวนมาหล่อ(พระ)กัน
ครูไม่ใหญ่ชวนดูภาพวันคุ้มครองโลกปี 2542 ที่พุทธบุตรมารวมกันเต็มพื้นที่ ปีนั้นกับปี 2543 เป็นช่วงที่ครูไม่ใหญ่ดังไปทั่วโลกเพราะสื่อทุกแขนงช่วยกันเอ่ยถึงทั้งวันทั้งคืนอยู่ปีครึ่ง แต่พุทธบุตรผู้มีหัวใจดวงเดียวกันยังรักและเข้าใจกัน ใครจะไม่เข้าใจก็ไม่สำคัญ บางคนว่าภาพนี้แต่งขึ้นมา เป็นการสร้างภาพ ครูไม่ใหญ่ตอบว่าไม่ใช่สร้างภาพ แต่เป็นการสร้างคุณภาพ ให้คนรู้ว่าพุทธบุตรรักกันอยู่
ต่อด้วยภาพปี 2544 ที่มีงานวันคุ้มครองโลกเช่นกัน แสดงว่าพุทธบุตรมารวมกันในวันคุ้มครองโลกเป็นเรื่องปกติธรรมดา ตอนนั้นยังไม่มีมหารัตนวิหารคดท่านก็ยังมา อยู่วัดตัวเองสบายกว่า แต่เพื่องานพระศาสนาต้องมา เรื่องส่วนตัววางอุเบกขาได้ แต่เรื่องพระศาสนามากันหมด ภาพแบบนี้ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นได้ง่าย ๆ ในโลก
ปี 2549 ที่ว่างเว้นมาหลายปีจะกลับมามีแบบนี้อีก และคราวนี้มีที่มุงที่บัง มีหลังคา คือข้างใต้ชั้นสองของมหารัตนวิหารคดที่ช่วยกันสร้าง ยาวเหยียดรอบละสามกิโลเศษ ต้องหลายรอบกว่าจะได้ 16 กิโลเมตร ใครอยากเป็นบุคคลประวัติศาสตร์ที่มาสร้างบุญใหญ่ให้เตรียมตัว อีกหนึ่งเปอร์เซ็นต์ที่เหลือให้คอยดูวันพรุ่งนี้ คืนนี้ให้ฝันไปก่อนว่า 99.94 เหมือนทองคำบริสุทธิ์ (ถอดว่า ทองสวิส) มีแนวโน้มเป็นไปได้ ส่วนที่เป็นไปได้แน่แล้วคือหนึ่งแสนองค์ ก่อนถึงวันนั้นให้ทบทวนบุญ คลำหัวใจดูว่าปีติและภาคภูมิใจกับภาพประวัติศาสตร์
ต่อจากชวนดูภาพประวัติศาสตร์ มีท่อนร้องที่ Whisper ถอดเพี้ยนอ่านไม่ได้สองบรรทัด แล้วเป็นบรรทัด jingle ก็กลับมาแล้ว ของช่วงพัก ตามด้วยช่วงที่ไม่มีบรรทัดถอดเสียงราวสองนาทีก่อนกลับเข้าเนื้อหา ไม่ทราบชื่อเพลง
ช่วงแรกถอดได้บรรทัดเดียวว่าปีนั้นเป็นปีที่อยู่ธุดงค์ปีใหม่กัน วันที่ 30 ธันวาคม 2537 ถึง 1 มกราคม 2538 สิบสองปีผ่านไป ครูไม่ใหญ่ถามว่าใครได้อยู่ในธุดงค์ครั้งนั้นบ้าง (ชื่องานถอดว่า ธุดงค์กลั่นแผ่นดิน ยังไม่ยืนยัน) ใครไม่ได้อยู่ก็ย้อนกลับไปไม่ได้ เพราะงานนั้นทำเพื่อสร้างมหาธรรมกายเจดีย์ ซึ่งวันนี้สร้างเสร็จแล้วจะรื้อแล้วทำใหม่ไม่ได้ ดังนั้นถ้าทุกอย่างลงตัว วันคุ้มครองโลก 22 เมษายนที่จะถึงนี้จะมีพิธีที่มหารัตนวิหารคด ให้คอยดูอีกนิด อีกไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ ความฝันตอนนี้อยู่ที่ 99.94 แล้ว
ครูไม่ใหญ่ขึ้นว่า พึงจำไว้เสมอว่าเราคือผู้... แล้วต่อเข้าเพลงเราคือผู้ออกแบบชีวิต ถอดได้ท่อนเดียวว่าอยากเป็นอะไรก็แล้วแต่ใจของเรา เพลงบอกว่าชีวิตในอนาคตเป็นไปตามที่เราออกแบบด้วยการกระทำของตัวเองในวันนี้
ท้ายเพลง ครูไม่ใหญ่สรุปว่าถ้าตระหนี่ หวงแหนทรัพย์ ไม่นำออกบริจาคทาน ก็จะได้เป็นยาจก อยากจะรวยก็ต้องให้ แล้วบอกว่างานใหญ่ ๆ เป็นเรื่องปกติของเรา ยกตัวอย่างงานหนึ่งที่ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถึงวันที่ 31 มกราคม (ชื่องานและตัวเลขช่วงนี้ถอดเพี้ยนอ่านไม่ได้) และบวชอุบาสิกาแก้วหนึ่งแสนคนถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ วันที่ 7-9 สิงหาคม 2542 ถามว่ามีที่ไหนในโลกทำแบบนี้บ้าง เราทำกันมาแล้วทั้งสิ้น เรื่องเยอะ ๆ เป็นปกติ
การถวายไทยธรรมแด่เนื้อนาบุญผู้เป็นอายุพระศาสนายาวหนึ่งโยชน์จึงเป็นเรื่องปกติธรรมดา ตอนนี้ค่อย ๆ อุ่นเครื่องไป เพราะหัวใจคือจะรวมพุทธบุตรทั่วโลกหลายล้านรูปหลากนิกายมาชุมนุมกัน การอุ่นเครื่องแต่ละครั้งเป็นทางมาแห่งบุญ เป็นประวัติศาสตร์ชีวิตอันงดงามที่มนุษย์และเทวดาอนุโมทนา ต่อไปต้องชวนทุกคนในโลกหกเจ็ดพันล้านคน ไม่งั้นมาเกิดทำไม ทุกภูมิภาคสั่งสมบุญได้ผ่านจานดาวเทียม ช่อง DMC รับผิดชอบต่อความใสและความหมองของเพื่อนมนุษย์ เพราะเป็นสื่อมวลชนเหมือนกัน รู้ว่าความใสสำคัญต่อการเดินทางไปสู่ปรโลก จึงมอบแต่ความใสให้ทุกคน เป็นเหมือนยานพาหนะไปสู่สุคติภูมิ
ถาม-ตอบสั้น ๆ อะไรเอ่ยมันที่สุด คำตอบคือการสร้างบารมี มันกว่าอะไรทั้งหมด แต่ต้องมีอุปกรณ์สร้างบารมีดี ๆ ซึ่งต้องลงมือทำจึงจะได้ บุญหล่นทับพูดกันสนุกปากได้แต่จริง ๆ ต้องทำ ครูไม่ใหญ่อยากให้ทุกคนมีอุปกรณ์สร้างบารมีสมบูรณ์ เพราะเป้าหมายคือไปสู่ที่สุด จึงชวนสร้างบุญตลอดและบอกหลักวิชาตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ย่อยให้ง่ายไว้หมด อย่าบ่นที่ชวนทำบุญบ่อย ชวนทำบุญแล้วมีบุญมาก มีสมบัติมาก ก็มีอุปกรณ์สร้างบารมีมาก
เพลงลูกเหนื่อยไหมหนอ ถอดได้แค่คำว่าเหนื่อยไหมหนอตอนขึ้นเพลง เนื้อเพลงที่เหลือไม่มีบรรทัดถอดเสียง (มีบรรทัดเพี้ยนสั้น ๆ หนึ่งบรรทัด) เป็นเพลงที่ถามลูกผู้สร้างความดีว่าเหนื่อยไหม ชวนสร้างความดีจนไม่มีเวลาพัก ครูไม่ใหญ่ยืนยันชื่อเพลงหลังเพลงจบ
หลังเพลงครูไม่ใหญ่ถามว่าเหนื่อยไหม แล้วชมผู้แต่งเพลง (ถอดได้ว่า น้องมิกซี่ อายุสิบเจ็ดปี ยังไม่ยืนยันการสะกด) ว่านอกจากตัวสูงสง่าสมาร์ทแล้วยังแต่งทำนองเก่ง จนเจ้าตัวอัศจรรย์ใจที่ทำนองของตัวเองถูกนำไปร้องและเผยแพร่ไปทั่วโลก แล้วบอกว่าจะพาไปเมืองสิงคโปร์หาครอบครัวนักบุญ แต่ช่วงถัดจากนั้นราวสองนาทีครึ่งถอดได้แค่คำว่าเปิดรายการด้วยกับบรรทัดเพี้ยนอ่านไม่ได้ เรื่องสิงคโปร์มาทีหลังในรายการ
ครูไม่ใหญ่ว่าฟังแล้วสบายใจ แล้วบอกว่าพรุ่งนี้วันพระ (ถอดว่า กรรมสิบห้าข้ามเดือนสี่ น่าจะเป็นแรม 15 ค่ำ เดือน 4) ให้พร้อมเพรียงสามัคคีกัน บ้านใครอยู่ใกล้วัดไหนให้ไปทำนุบำรุงวัดนั้นให้ดี พระพุทธศาสนาจะอยู่ได้ต้องมีพุทธบริษัทที่รักการสร้างบารมี อย่าให้วัดที่ปู่ย่าตายายสร้างขึ้นมาว่างเว้นจากการสร้างบารมี ทั้งพระเณร อุบาสกอุบาสิกา สาธุชนทั้งหลายต้องไปรวมกัน ท้ายช่วงถอดเพี้ยนอ่านไม่ได้ราวครึ่งนาที
เวลาพระท่านแสดงธรรม ให้เป็นนักฟังที่ดี สาธุให้กำลังใจท่านเรื่อย ๆ ท่านเทศน์จบ ไม่ว่าฟังรู้เรื่องหรือไม่ ให้ไปกราบเรียนท่านว่าสุดยอดชั้นหนึ่ง ไม่ใช่ชั้นสอง นักกีฬายังต้องการกองเชียร์ การถวายกำลังใจทำให้เรามีกำลังใจเกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ เวลาเราพูดใครก็อยากฟัง ได้รับความชื่นชมทุกที่ ความรู้สึกว่ามีอุปสรรคในชีวิตจะไม่เกิด ส่วนพระท่านก็ได้กำลังใจไปศึกษาต่อ วันพระแรกให้ดูปกคัมภีร์ก่อน วันพระต่อไปอยากฟังเทศน์บทไหนให้ไปกราบเรียนหลวงพ่อ หลวงปู่ หลวงตา หลวงพี่ล่วงหน้าให้ท่านมีเวลาเตรียมตัว
ครูไม่ใหญ่แนะนำอาจารย์ลูกที่นั่งอยู่ข้างหน้า (ครูไม่ใหญ่ตั้งเป็นอาจารย์ลูก ส่วนอาจารย์แม่ก็มีแล้ว) เธอรายงานตัวด้วยชื่อที่ถอดได้ว่า อุบาสิกาศิริมาตร พัฒนาศรี (ยังไม่ยืนยันการสะกด) ครูไม่ใหญ่ว่าแค่ฟังเสียงก็รู้ว่าจบเก้าประโยค ทำกิจกรรมบุญตลอดแต่ยังเรียนบาลีได้ เธอบอกว่ายากกว่าตอนเรียนเภสัชศาสตร์ซึ่งจบมาแล้วแต่เห็นว่าไปนิพพานไม่ได้จึงมาเรียนบาลี (คำว่าเก้าประโยคและเภสัช อนุมานจากคำที่ถอดเพี้ยนว่า ป่าท้อเก้า และ เพศัตริย์)
ครูไม่ใหญ่บอกว่าตอนแรกลมยังขึ้น ตอนนี้ติดลมแล้ว เวลาพระท่านขึ้นภาษาบาลี นั่นเป็นภาษาของพระพุทธเจ้า ต้องทำใจนิ่ง ๆ แม้ฟังไม่รู้เรื่องให้รู้ว่าท่านกำลังอ้างอิงคำศักดิ์สิทธิ์ ไม่ได้พูดเอง แม้เทวดาก็เลื่อมใส ในอากาศมีเทวดา ยักษ์ คนธรรพ์มาฟังธรรมมาก แล้วเล่าถึงสัตว์ที่ไม่ต้องผ่านการเป็นมนุษย์ แค่ฟังธรรมภาษาบาลีแล้วจิตเลื่อมใส ใสกระจ่างเหมือนเพชร ก็ไปเป็นเทพบุตรทันที (ช่วงเล่าเรื่องนี้ถอดเพี้ยนปนภาษาต่างประเทศ ไม่ได้ยินชื่อสัตว์) จึงให้ตั้งใจฟังพระสวดบาลี ถ้าไม่รู้เรื่องก็ไปศึกษาเสีย ดูอย่างอาจารย์ลูกเป็นตัวอย่าง
ครูไม่ใหญ่พาไปสิงคโปร์ตามที่เกริ่นไว้ ชมว่าเป็นวัดพระธรรมกายอีกวัดหนึ่ง แล้วอ่านจดหมายของคุณหยาง (ชื่อเต็มถอดได้ว่า ยางเทียน หรือ หยางเทียนเหอ ยังไม่ยืนยันการสะกด) ชาวจีนสิงคโปร์ อายุ 52 ปี รับราชการ เคยศึกษาตำราพุทธศาสนาแบบจีนมาสิบกว่าปี อ่านพระสูตรมามาก รู้ดีรู้ชั่วหมดแต่ไม่มีกำลังใจแม้แต่รักษาศีลห้า ยังเที่ยวกลางคืนตลอด ครูไม่ใหญ่เสริมว่าไม่ว่าศึกษาแบบไหน ถ้าไม่ลงมือปฏิบัติก็ไม่มีกำลังใจเอาชนะใจตัวเอง เมื่อสองปีก่อนเพื่อนแนะนำให้ไปฝึกสมาธิที่ศูนย์ในสิงคโปร์ (ชื่อศูนย์ถอดเพี้ยน) เริ่มแล้วสบายทั้งกายและใจจึงติดใจ ศรัทธาพามาร่วมงานบุญที่เมืองไทยครั้งแรกเมื่อปี 2547 (ชื่องานถอดเพี้ยน) ประทับใจความเป็นระเบียบ กลับไปจึงนั่งสมาธิทุกวันอย่างน้อยวันละชั่วโมง ปล่อยใจนิ่งที่ศูนย์กลางกายไม่คาดหวังจะเห็นอะไร นิ่งนานขึ้นก็เห็นความสว่างเหมือนหลอดไฟในท้อง ใจมีความสุขสงบอยู่ภายใน
ช่วงพักคั่นรายการกลางการอ่านจดหมายผลการปฏิบัติธรรมจากสิงคโปร์ ถอดได้เป็นบรรทัด jingle นี่คือประโยคแรก พักสักหน่อย ก็กลับมาแล้ว ซ้ำสองรอบ กับท่อนร้องสั้น ๆ ที่ถอดเพี้ยนอ่านไม่ได้ ไม่ทราบชื่อเพลง
จดหมายคุณหยางต่อ ใครไม่สบายใจให้ใจจรดกับศูนย์กลางกายไว้ ประเสริฐนัก ทำให้เบิกบานสบายใจตลอดวัน ยิ่งได้ฟังธรรมจากครูไม่ใหญ่ทุกวันผ่าน DMC ก็เปลี่ยนนิสัยที่ไม่ดีได้สำเร็จ รักษาศีลห้าได้ครบถ้วนบริบูรณ์ หยุดเที่ยวกลางคืนได้เด็ดขาด ความเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ภรรยาและลูกชายประหลาดใจจนอยากลองมานั่งสมาธิบ้าง ครูไม่ใหญ่สรุปว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงอยู่ที่เราเปลี่ยนแปลงก่อน ถ้าเราเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น โลกก็จะดีขึ้น เริ่มจากผู้ใกล้ชิดก่อน
ต่อด้วยประสบการณ์ของภรรยาคุณหยาง ก่อนหน้านี้ไม่เคยสนใจพระพุทธศาสนา ไม่สนใจศึกษาธรรมะหรือนั่งสมาธิเลย ชอบร้องเพลงซึ่งร้องเพราะมาก ชอบเต้นรำและเที่ยวเล่นกับเพื่อนฝูง (บางบรรทัดถอดปนภาษาต่างประเทศ) แต่แล้วก็รีบมาถวายภัตตาหารพระและฝึกสมาธิ เธอเล่าว่าเริ่มจากปรับร่างกายทุกส่วนให้สบาย ทำใจนิ่ง ๆ บ่อยครั้งก็ฟุ้ง แต่ภาวนาสัมมาอะระหังไปเรื่อย ๆ จนใจไม่คิดอะไร ครูไม่ใหญ่ชี้ว่าเริ่มจากความคิดไปสู่ความไม่คิด แล้วอยู่ดี ๆ ก็เห็นความสว่างรอบตัวเหมือนแสงอาทิตย์ส่องลงมาในห้อง เหมือนบ้านไม่มีหลังคาไม่มีฝาผนัง จนต้องลืมตาดูว่าลืมปิดม่านหรือเปล่า ช่วงถัดมาถอดเพี้ยนปนภาษาต่างประเทศอ่านไม่ได้ ท้ายช่วงเธอบอกว่าชอบนั่งสมาธิแล้ว และอยากแนะนำว่านั่งสมาธิไม่ยาก
ช่วงพักคั่นกลางผลการปฏิบัติธรรมของครอบครัวคุณหยาง Whisper ถอดได้แต่บรรทัด jingle นี่คือประโยคแรก และนี่คืออันที่สอง พักสักหน่อย ก็กลับมาแล้ว ซ้ำต่อกันสิบกว่าบรรทัดราวสี่นาที ไม่ทราบชื่อเพลง
ประสบการณ์ของลูกชายคุณหยาง เห็นดวงใสที่ต้องเรียกว่าเท่าไข่แดงของไก่ เอาความรู้สึกทั้งหมดหยุดลงกลางดวงนั้น ครูไม่ใหญ่ชมว่าเขาสอนตัวเองได้ แม้บอกว่าไม่รู้ว่าทำถูกหรือเปล่าก็ถูกแล้ว ถ้าจัดสิ่งแวดล้อมภายในกลางกายให้ดี ดวงจะมีชีวิตขยายตัวได้เหมือนจุลินทรีย์ ต่อมาเห็นศีรษะคนใส ๆ มีดอกบัวอยู่ข้างบน ดูไปจนเห็นครบจึงรู้ว่าเป็นองค์พระใสนั่งขัดสมาธิ มีแสงสว่างเย็นตา มีดอกบัวบนพระเศียรซึ่งเขาไม่เคยเห็นพระพุทธรูปแบบนี้มาก่อนในชีวิต ครูไม่ใหญ่ชี้ว่าแม้ไม่เคยเห็นก็เห็นตรงกัน แปลว่าเป็นของสากลที่มีอยู่ในทุกคน การศึกษาวิชชาธรรมกายง่ายมาก แค่หลับตาเบา ๆ ให้หนังตาชนกันเบา ๆ แล้วเขาก็รวมความรู้สึกหยุดที่ศูนย์กลางกายขององค์พระ องค์พระค่อย ๆ ขยายจนเท่าตัวมนุษย์และสว่างมากขึ้น
ครูไม่ใหญ่ไม่อยากอ่านภาษาอังกฤษเองจึงให้ช่วยกันแปลประโยค I can see the Buddha from all angles, all the dimensions, without moving or thinking about it แล้วชมว่าแปลถูก ลูกชายคุณหยางเห็นองค์พระได้ทุกทิศ ทุกมุม ทุกองศา ทุกมิติเอง โดยไม่ต้องขยับตัวดูข้างหน้าข้างหลัง ไม่ต้องเลื่อน ไม่ต้องเคลื่อน ไม่ต้องคิดใด ๆ เลย ง่ายขนาดนั้น มีความสุขเต็มอิ่มในใจแบบไม่ต้องพึ่งพาสิ่งใดและมากขึ้นเรื่อย ๆ รักการนั่งสมาธิมาก สมาธิทำให้ใจเย็นขึ้น รอบคอบในเรื่องที่ต้องรับผิดชอบ และระมัดระวังคำพูดการกระทำไม่ให้ผู้อื่นเดือดร้อน
กลับมาที่จดหมายของคุณพ่อ (ของลูกชายจบไปแล้ว) กลางปี 2548 คุณหยางได้มาอบรมโครงการนานาชาติ (ถอดว่า ธรรมธรรมนาชาติ น่าจะเป็นธรรมทายาทนานาชาติ ยังไม่ยืนยัน) ยิ่งเข้าใจหลักธรรมมากขึ้น ปีนี้ตั้งใจลาพักงานบินมาช่วยโครงการนั้น ครอบครัวมีชีวิตใหม่ได้เป็นครอบครัวธรรมกาย เพราะวิธีปฏิบัติที่หลวงพ่อและครูไม่ใหญ่แนะนำ ตั้งใจสร้างบุญให้สมบูรณ์เพื่อติดตามหมู่คณะไปดุสิตบุรี วงบุญพิเศษ ครูไม่ใหญ่ให้ดูภาพครอบครัวนักบุญตระกูลหยางที่สดใสกันทั้งบ้าน (ภาพวันมาฆบูชา) ชวนสาธุ แล้วบอกว่าพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งปัญญาและเหตุผลที่ต้องรักษาไว้
หลังคำอำลาสั้น ๆ มีสปอตของสถานีถอดได้ว่า DMC The Only One Channel ตามด้วยเสียงประกาศ And Now The DMC News เป็นสปอตคั่นก่อนเข้าช่วงข่าว
DMC News ช่วงเวลา 10 นาฬิกา ผู้ประกาศหญิงรายงานว่าเมื่อวานนี้บุตรหลานของข้าราชการสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการจำนวน 32 คนได้ทัศนศึกษาที่พุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม โดยมีนักประชาสัมพันธ์ของสำนักงานพุทธมณฑล สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ชื่อถอดได้ว่า คุณสุนทรี เรืองหิรัญ ยังไม่ยืนยันการสะกด) เป็นวิทยากรบรรยาย ช่วงถัดมาราวครึ่งนาทีถอดเพี้ยนอ่านไม่ได้ แล้วมีบรรทัด jingle คั่น
ข่าวที่สองของ DMC News ต้นข่าวถอดเพี้ยนปนภาษาต่างประเทศอ่านไม่ได้ จับความได้ว่าการประชาสัมพันธ์เป็นหัวใจสำคัญอีกอย่างหนึ่ง ทำหน้าที่สร้างความรู้ความเข้าใจและทัศนคติที่ดีต่อการศึกษาในระบบโรงเรียนพระปริยัติธรรมให้ประชาชน พ่อแม่ ผู้ปกครอง เด็กและเยาวชน รวมถึงประสานแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างหน่วยงาน คาดว่าการประชุมจะได้แนวทางและยุทธศาสตร์ในการพัฒนาและประชาสัมพันธ์โรงเรียนพระปริยัติธรรม (ไม่ได้ยินชื่อผู้จัดและสถานที่ประชุม) แล้วผู้ประกาศนัดพบใหม่ช่วง 12 นาฬิกา
หลังจบ DMC News มีช่วงที่ไม่มีบรรทัดถอดเสียงราวหนึ่งนาที แล้วเป็นบรรทัด jingle และนี่คืออันที่สอง พักสักหน่อย ซ้ำกันก่อนเข้าสารคดีพระมหาชนก ไม่ทราบชื่อเพลง
สารคดีพระมหาชนกต่อจากตอนก่อน (ทวนเหตุการณ์ที่ตอนก่อนฉายไปแล้ว) มหาชนกกุมารเติบโตมีพละกำลังมาก เวลาทะเลาะกับเด็กอื่นที่สู้แรงไม่ได้ก็ถูกถากถางว่าลูกแม่ม่าย จึงสงสัยว่าพ่อคือมหาพราหมณ์จริงหรือ ถามพระมารดาแรก ๆ พระนางตรัสลวงว่ามหาพราหมณ์เป็นพ่อ แต่ต่อมาทรงรู้จากผู้อื่นว่าไม่ใช่ วันหนึ่งขณะดื่มน้ำนมจึงกัดพระถันไว้แล้วตรัสถามความจริง พระเทวีจึงเล่าให้ฟังทั้งหมด พระกุมารมุ่งมั่นจะยึดราชสมบัติคืน ตั้งใจศึกษาจนพระชนมายุ 16 พรรษา มีรูปโฉมงดงาม สำเร็จศิลปศาสตร์สิบแปดสาขาเป็นที่ยอมรับของครูอาจารย์และเพื่อนร่วมสำนัก
มหาชนกกุมารเห็นว่าถึงเวลาชิงราชสมบัติของพระบิดาคืน จึงถามพระมารดาว่ามีทรัพย์ติดตัวมาบ้างไหม จะนำไปลงทุนค้าขาย พระมารดาบอกว่ามีแก้วมณี แก้วมุกดา และแก้ววิเชียร แต่ละดวงมีค่าพอจะเป็นทุนสร้างกองทัพได้ ไม่ต้องค้าขาย พระโอรสขอเพียงครึ่งเดียว แปลงเป็นสินค้าขนขึ้นเรือพร้อมพ่อค้าที่จะไปเมืองสุวรรณภูมิ แล้วกราบลา พระเทวีห้ามว่ามหาสมุทรสำเร็จประโยชน์น้อยมีอันตรายมาก เคยเห็นเรือใหญ่หายไปไม่กลับมามากแล้ว แต่พระโอรสยืนกรานจะไป โดยไม่เฉลียวใจถึงความห่วงใยและลางสังหรณ์ของพระมารดา ก่อนเรือออกยังให้สัญญาว่าไม่นานจะกลับมา
สารคดีพระมหาชนกสอดแทรกคำสอนว่า คำของมารดามีความหนักแน่นดุจขุนเขา บุตรไม่ควรฟังผ่าน ๆ เพราะมารดารักและห่วงใยบุตรเทียบด้วยชีวิตของตน แล้วยกภาษิตของสัตบุรุษเรื่องความพิเศษของมารดาบิดาต่อบุตรสี่ประการ หนึ่ง เป็นพรหมของบุตร มีพรหมวิหารสี่คือเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขาต่อบุตร สอง เป็นบุรพเทพ คือเทวดาของบุตรก่อนเทวดาองค์ใด ปรารถนาให้บุตรปราศจากโรคภัยและเจริญรุ่งเรือง สาม เป็นบุรพาจารย์ คืออาจารย์คนแรกที่สอนให้นั่ง ยืน เดิน กิน และสอนว่าอะไรควรไม่ควร สี่ เป็นอาหุไนยบุคคล ผู้ที่บุตรควรนำข้าวของมาสักการะบูชายิ่งกว่าเทวดาองค์ใด
ผู้บรรยายกล่าวว่าพระโพธิสัตว์แม้มีปัญญาสั่งสมข้ามชาติ ก็ยังขึ้นอยู่กับกัลยาณมิตรและสภาพแวดล้อมในชาตินั้นที่จะชี้ทางชีวิตดุจเข็มทิศ แล้วกล่าวถึงพระเจ้าโปลชนก (ถอดเพี้ยนว่า โปรรัชนกษ์) ที่ครองราชย์ในกรุงมิถิลา ในวันที่พระมหาชนกออกเดินทางก็ทรงประชวร หมอหลวงเยียวยาอย่างไรก็ไม่หาย ส่วนพระโพธิสัตว์กับพ่อค้าประมาณเจ็ดร้อยคนลาครอบครัวและหมู่ญาติแล้วขึ้นเรือออกเดินทางทันที
เรือลำใหญ่แล่นไปในมหาสมุทรหกวันตามปกติ วันที่เจ็ดเมื่อแล่นไปได้ราวเจ็ดร้อยโยชน์ (ถอดว่า เจ็ดหรอโยค) ก็เจอพายุร้าย คลื่นใหญ่ซัดจนแผ่นกระดานข้างเรือแตก น้ำทะเลทะลักเข้า เรือค่อย ๆ จมกลางมหาสมุทร พ่อค้าเจ็ดร้อยคนรู้ว่าต้องจมน้ำตายจึงหวาดหวั่น บ้างร้องไห้คร่ำครวญ บ้างอ้อนวอนเทวดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่พระมหาชนกไม่ทรงกันแสง ไม่ไหว้เทวดาองค์ใด ไม่หวาดหวั่นต่อมรณภัย มองข้ามความตายมุ่งเป้าหมายจะยึดราชสมบัติคืน ผู้บรรยายชี้ว่าพระโพธิสัตว์มีกำลังใจเต็มเปี่ยมและความเพียรไม่มีที่สิ้นสุด แล้วจบว่าเมื่อเรือจมจะช่วยตัวเองอย่างไรโปรดติดตามตอนต่อไป ไฟล์จบที่ท้ายสารคดีนี้ ไม่มีช่วงปิดรายการ
เวลาเริ่มของช่วง คำสะกด tag ที่ขาด ช่วงที่ยังไม่มีในผัง หรือลิงก์เสีย บอกได้ที่นี่ - คนที่ฟังจริงเห็นสิ่งที่คลังนี้มองไม่เห็น
เข้าสู่ระบบด้วยปุ่มด้านบนของหน้าก่อน แล้วช่องเขียนถึงผู้ดูแลจะขึ้นที่นี่