เข้าสู่ระบบด้วย Facebook เข้าสู่ระบบด้วย Google

สารคดีและมินิซีรีส์ในรายการ

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 16 ก.พ. 2549

  • 1:10:10 ละครพญาโปริสาท โอวาทพระเจ้าสุตโสมก่อนอำลา สร้างโรงทานห้าแห่งและตั้งมั่นในราชธรรม
    ข่าวแพร่ไปทุกทิศว่าพระเจ้าสุตโสมฝึกโจรโปริสาทให้กลับใจ ปล่อยกษัตริย์คืนทั้งหมด ชาวเมืองอินทปัตและเมืองอื่นส่งทูตมาทูลเชิญกษัตริย์ของตนกลับ พระเจ้าสุตโสมประทับที่พาราณสีราวเดือนครึ่งแล้วอำลา พระเจ้าพรหมทัตทัดทานไม่สำเร็จจึงขอพระดำรัสเป็นเครื่องเตือนสติ พระเจ้าสุตโสมโอวาทว่าอย่าประมาทในการปกครอง ให้สร้างโรงทานห้าแห่งที่ประตูเมืองสี่ทิศและประตูพระราชวัง ที่ประตูวังให้บริจาคทานด้วยพระองค์เอง ให้มั่นในศีลและทศพิธราชธรรม ไม่ลำเอียง แล้วจะเป็นที่รักของทุกคน พระเจ้าพรหมทัตรับคำแล้วก้มกราบพระบาท กษัตริย์ทั้งหมดแยกย้ายกลับเมืองของตน โดยพระเจ้าพรหมทัตตามส่งครึ่งทาง แต่ละเมืองจัดขบวนต้อนรับและมหรสพสมโภช
  • 1:16:04 ละครพญาโปริสาท พลีกรรมแด่รุกขเทวดาและตั้งบ้านกัมมาสบาท
    เมื่อเมฆหมอกแห่งความชั่วร้ายผ่านพ้นไป พระเจ้าพรหมทัตระลึกถึงอุปการคุณของรุกขเทวดา จึงทำพลีกรรมด้วยวิธีใหม่ตามวิสัยผู้มีกตัญญูกตเวที ให้ขุดสระใหญ่ใกล้ต้นไทร ให้ผู้คนไปตั้งถิ่นฐานดูแลต้นไทร ถากถางให้ราบเรียบ สร้างกำแพงมีเสาระเนียดล้อมรอบ ตั้งแท่นบูชา ต่อมาที่นั่นขยายเป็นตำบลใหญ่มีตลาดร้านค้า ท้าวเธอพระราชทานนามหมู่บ้านว่าบ้านกัมมาสบาท เป็นอนุสรณ์ครั้งที่ถูกตอตะเคียนแทงพระบาทจนทะลุเป็นแผลด่าง
  • 1:17:42 ประชุมชาดกพญาโปริสาท ข้อคิดเรื่องคบกัลยาณมิตร และชวนสร้างเสาแก้วพันปี
    ละครสรุปว่าพระพุทธเจ้าตรัสเล่าเรื่องโปริสาทคนกินคนเมื่อภิกษุทูลถามถึงอดีตชาติของพระองคุลิมาล แล้วประชุมชาดกว่าพระเจ้าโปริสาทมาเป็นพระองคุลิมาล กาลหัตถีเสนาบดีมาเป็นพระสารีบุตร นันทพราหมณ์มาเป็นพระอานนท์ รุกขเทวดามาเป็นพระมหากัสสปะ ท้าวสักกะมาเป็นพระอนุรุทธะ พระราชาร้อยเอ็ดพระองค์มาเป็นพุทธบริษัท พระราชมารดาบิดามาเป็นมหาราชตระกูล และพระเจ้าสุตโสมคืออดีตชาติของพระพุทธองค์ ข้อคิดคือพระเจ้าพรหมทัตแม้ติดในรสเนื้อมนุษย์และฆ่าคนมามาก แต่มีกตัญญูต่อครูอาจารย์ ไม่ประทุษร้ายกัลยาณมิตร และยอมทำตามธรรมแม้ต้องเอาชีวิตเป็นเดิมพัน จึงกลับมาครองราชย์ มั่นในศีล บำเพ็ญมหาทาน การคบกัลยาณมิตรจึงสำคัญยิ่ง ท้ายเทปเชิญชวนร่วมสร้างเสาแก้วพันปีตามที่หลวงพ่อชักชวน เพื่อความสำเร็จของมหารัตนวิหารคดที่รองรับพระภิกษุและสาธุชนทั่วโลก ชื่อบางชื่อในประชุมชาดกถอดเสียงเพี้ยนและเรียบเรียงตามบริบท

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 20 ก.พ. 2549

  • 37:15 ละครพระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี ตอนที่ 1 บทนำเรื่องบารมีสามสิบทัศ
    ไตเติ้ลมินิซีรีส์เตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี ตอนที่ 1 ตามด้วยบรรทัดคั่นที่ Whisper ถอดซ้ำ แล้วบทนำว่าวิชาชีพเปลี่ยนได้ไม่ยาก แต่วิชาชีวิตคนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่าต้นแบบชีวิตที่ดีที่สุดเป็นอย่างไร ต้องศึกษาผู้ประสบความสำเร็จสูงสุดคือพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่าในอดีตชาติดำเนินชีวิตอย่างไร บารมีคือบุญที่กลั่นตัวเป็นพลังความบริสุทธิ์ มีสิบประการ ทาน ศีล เนกขัมมะ ปัญญา วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐาน เมตตา อุเบกขา แต่ละข้อแบ่งสามระดับ บารมี อุปบารมี ปรมัตถบารมี รวมเป็นบารมีสามสิบทัศ ผู้ปรารถนาเป็นพระอรหันตสาวก พระปัจเจกพุทธเจ้า และพระสัมมาสัมพุทธเจ้าต้องบำเพ็ญในระดับต่างกัน พระเตมีย์เป็นชาติหนึ่งในทศชาติชาดกที่บำเพ็ญเนกขัมมบารมีอย่างยิ่งยวดโดยเอาชีวิตเป็นเดิมพัน
  • 47:49 ละครพระเตมีย์ ภิกษุสนทนาเรื่องการออกผนวชที่ธรรมสภาพระเชตวัน
    หลังบรรทัดคั่นช่วงพักราวสองนาที เทปละครเล่าต่อว่าในธรรมสภาภายในพระเชตวันมหาวิหาร ภิกษุหมู่ใหญ่มาประชุมสนทนากันว่าการเสด็จออกผนวชของพระบรมโพธิสัตว์ขณะยังเป็นเจ้าชายที่พร้อมด้วยมนุษย์สมบัติและทุกคนหวังให้เสวยสมบัติจักรพรรดินั้นน่าอัศจรรย์ พระบรมศาสดาทรงสดับด้วยทิพยโสตแล้วเสด็จมาประทับ ตรัสว่าการที่ตถาคตผู้มีบารมีเต็มเปี่ยมสละราชสมบัติออกผนวชในชาตินี้ไม่น่าอัศจรรย์ แต่เมื่อครั้งยังบำเพ็ญบารมีอยู่แล้วสละราชสมบัติออกบวชนั้นน่าอัศจรรย์ยิ่งกว่า ภิกษุจึงทูลขอให้ทรงเล่า แล้วเทปตัดจบว่าโปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 21 ก.พ. 2549

  • 23:05 ละครพระเตมีย์ตอนที่สอง บทนำ ทุกคนต้องสร้างบารมี และภิกษุทูลถามเรื่องสละราชสมบัติ
    เทปละครทศชาติชาดกพระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมีตอนที่สอง บทนำว่าคนยังไม่รู้ว่าต้นแบบชีวิตที่ดีที่สุดเป็นอย่างไร ผู้ประสบความสำเร็จสูงสุดไม่มีใครเกินพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงควรศึกษาอดีตชาติของพระองค์ และตัดความสงสัยว่าคนธรรมดาไม่ต้องสร้างบารมี ที่จริงทั้งผู้ปรารถนาพุทธภูมิ ปัจเจกพุทธเจ้า และอรหันตสาวกต้องสร้างบารมีทั้งหมด ต่างกันที่ความเข้มข้น เลือกเรื่องพระเตมีย์ก่อนเพราะเนกขัมมบารมีทำได้ยากและสวนกระแสกิเลส แล้วทวนว่าภิกษุทูลถามพระพุทธองค์เรื่องการสละราชสมบัติออกบวช
  • 25:53 ละครพระเตมีย์ พระเจ้ากาสิกราชไม่มีรัชทายาท ชาวเมืองชุมนุมขอให้ปรารถนาพระโอรส
    ในอดีตกาลที่นครพาราณสีแคว้นกาสี พระเจ้ากาสิกราชตั้งมั่นในทศพิธราชธรรมและเสด็จตรวจตราทุกข์สุขของราษฎรจนเป็นที่รัก มีพระสนมหนึ่งหมื่นหกพันนาง แต่ไม่มีใครให้กำเนิดรัชทายาท แม้พระนางจันทาเทวีพระอัครมเหสี จึงทรงกังวลว่าราชวงศ์จะสิ้นและเมืองจะถูกกษัตริย์อื่นยึด วันหนึ่งชาวเมืองมาชุมนุมที่ลานหลวง พระองค์เสด็จไปฟังเองที่สถานรับร้องทุกข์ ชาวเมืองทูลว่าทุกข์ร้อนที่ไม่มีพระโอรส เกรงบ้านเมืองจะระส่ำระสายเมื่อไร้กษัตริย์ ขอให้ตั้งจิตอธิษฐานปรารถนาพระโอรส
  • 32:00 ละครพระเตมีย์ พระสนมบวงสรวงไม่สำเร็จ พระนางจันทาเทวีรักษาอุโบสถศีลแล้วตั้งสัจจาธิษฐาน
    พระราชาทรงนิ่งด้วยเป็นปมด้อยในใจที่ครองราชย์มานานยังไม่มีโอรสธิดา รับสั่งว่าเรื่องนั้นให้เป็นหน้าที่ของพระองค์ แล้วเรียกพระสนมทั้งหมดให้ตั้งความปรารถนาพระโอรส และให้พราหมณ์จัดพิธีบวงสรวงเทวดา พระสนมต่างไปบนบานเทวดา พระจันทร์ พระอาทิตย์ หลายเดือนก็ไม่สำเร็จ ฝ่ายพระนางจันทาเทวีผู้พร้อมด้วยศีลดำริว่านอกจากบุญแล้วไม่มีที่พึ่งอื่น วันอุโบสถขึ้นสิบห้าค่ำจึงสรงสนาน นุ่งผ้าขาว รักษาอุโบสถศีลตลอดวันคืน รุ่งเช้าระลึกถึงศีลด้วยปีติ ตั้งสัจจาธิษฐานขอบุตร ละครจบตอนด้วยคำถามว่าจะร้อนไปถึงเทวดาองค์ใดหรือไม่ โปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 22 ก.พ. 2549

  • 1:11:10 ละครพระเตมีย์ตอนที่สาม พระนางจันทาเทวีอธิษฐาน ท้าวสักกะเชิญเทพบุตรโพธิสัตว์ลงมาเกิด
    ละครทศชาติชาดก พระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี ตอนที่สาม ทบทวนว่าพระเจ้ากาสิกราชแห่งกรุงพาราณสีไม่มีโอรสธิดา ชาวเมืองร้องเรียน พระสนมทำพิธีบวงสรวงไม่สำเร็จ พระนางจันทาเทวีอัครมเหสีสมาทานอุโบสถศีลในวันเพ็ญแล้วตั้งสัจจาธิษฐานขอพระโอรส อานุภาพศีลทำให้บัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ของท้าวสักกะร้อน ท้าวสักกะเห็นเหตุแล้วพิจารณาหาเทพบุตรผู้มีบุญ พบเทพบุตรที่ชาติก่อนเป็นพระเจ้ากรุงพาราณสียี่สิบปี สั่งลงโทษประหารนักโทษจึงไปเกิดในอุสสุทนรกบริวารของสัญชีวมหานรกแปดหมื่นปี แล้วมาเกิดในดาวดึงส์และใกล้จุติ ท้าวสักกะเสด็จไปเชิญให้ลงไปเกิดในครรภ์พระนางจันทาเทวีเพื่อบำเพ็ญบารมี เทพบุตรโพธิสัตว์รับคำ และเทพบุตรบริวารห้าร้อยองค์ขออาสาลงไปเกิดเป็นบริวาร
  • 1:17:36 ละครพระเตมีย์ โพธิสัตว์จุติลงครรภ์ ประสูติพร้อมกุมารบุตรอำมาตย์ห้าร้อยคน
    คืนนั้นเทพบุตรโพธิสัตว์จุติลงสู่ครรภ์พระนางจันทาเทวี เทพบุตรบริวารห้าร้อยองค์ลงไปเกิดในครรภ์ภรรยาของอำมาตย์ พระนางรู้สึกว่าพระอุทรเต็มไปด้วยแก้ววิเชียร จึงแน่พระทัยว่าทรงครรภ์ แล้วกราบทูลพระราชสวามี พระเจ้ากาสิกราชดีพระทัยยิ่ง พระราชทานเครื่องบริหารพระครรภ์และให้นางสนมดูแล ชาวเมืองปลื้มปีติทั่วหน้า ครบสิบเดือนพระนางประสูติพระราชกุมารผู้สมบูรณ์ด้วยบุญลักษณะ พระราชาดำริว่าผู้มีบุญย่อมมีบริวารตามมา จึงให้เสนาบดีตรวจเรือนอำมาตย์ ก็พบว่าวันนั้นมีกุมารเกิดพร้อมกันห้าร้อยคน พระราชายินดียิ่ง ละครจบตอนด้วยคำว่าโปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 23 ก.พ. 2549

  • 33:51 สกู๊ปพิธีจุดมาฆประทีปครั้งประวัติศาสตร์ คืนแห่งแสงธรรมสว่างไสว รัฐสุลต่านโอมาน
    สกู๊ปพิเศษรายงานพิธีจุดมาฆประทีปครั้งแรกในโอมาน วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2549 พระภิกษุจากวัดพระธรรมกายชื่อที่ถอดได้ว่าพระนิโคลัส ฐานิสฺสโร เดินทางไปถึงกรุงมัสกัตเป็นครั้งแรก (ชื่อสถานที่จัดงานถอดเสียงไม่ชัด) บรรยายว่าเป็นก้าวแรกของพระภิกษุบนคาบสมุทรอาหรับ ชาวพุทธที่นั่นตั้งแถวต้อนรับและนำผ้าชุบน้ำสะอาดมาเช็ดเท้าพระอาจารย์ พระอาจารย์แสดงธรรมเรื่องความสำคัญของวันมาฆบูชาและโอวาทปาติโมกข์ ประกอบพิธีจุดโคมประทีปเวียนประทักษิณรอบพระเจดีย์ แล้วนำนั่งสมาธิ มีช่วงสัมภาษณ์ผู้ร่วมงานที่บอกว่าดูรายการ DMC ทุกวันและอยากให้มีรายการภาษาอังกฤษเพราะไม่เข้าใจภาษาไทย ปิดท้ายว่าสันติสุขภายในจะนำมาซึ่งสันติภาพของโลก ช่วงกลางมีบรรทัดคั่นที่ถอดเสียงไม่ได้ราวหนึ่งนาที
  • 1:14:56 ละครพระเตมีย์ตอนที่สี่ ท้าวสักกะเชิญเทพบุตรลงจุติ ประสูติพร้อมกุมารห้าร้อย และคุณสมบัติแม่นมสิบประการ
    ละครทศชาติชาดกเรื่องพระเตมีย์ตอนที่สี่ ท้าวสักกะร้อนอาสน์ด้วยเดชศีลและสัจจาธิษฐานของพระนางจันทาเทวี จึงเลือกเทพบุตรที่ชาติก่อนเป็นพระเจ้ากรุงพาราณสี ตกอุสสทนรกแปดหมื่นปีแล้วมาเกิดในดาวดึงส์ ให้ลงมาเกิดในพระครรภ์ เทพบุตรรับคำพร้อมบริวารห้าร้อยองค์ที่ไปเกิดในครรภ์ภรรยาอำมาตย์ พระนางรู้สึกเหมือนพระครรภ์เต็มด้วยแก้วใส สิบเดือนต่อมาประสูติพระโอรส มีทารกเกิดวันเดียวกันห้าร้อยคน พระเจ้ากาสิกราชพระราชทานเครื่องประดับและแม่นมห้าร้อยนาง ส่วนพระกุมารได้แม่นมหกสิบสี่นางที่ปราศจากโทษสิบประการ ไม่ขาวหรือดำเกินไป ไม่ผอมไม่อ้วน ไม่สูงไม่เตี้ย น้ำนมรสหวานกลมกล่อม ถันไม่หย่อนยาน ไม่เป็นโรคหืดหอบและโรคไอ
  • 1:21:41 ละครพระเตมีย์ พยากรณ์บุญลักษณะ ตั้งพระนามเตมีย์ และพระกุมารเห็นพระราชบิดาลงโทษโจรสี่คน
    พราหมณ์ปุโรหิตและโหราจารย์พยากรณ์ว่าพระกุมารจะเป็นพระราชาธิราชเหนือมหาทวีปทั้งสี่ พระเจ้ากาสิกราชตั้งพระนามว่าเตมียกุมาร เพราะวันประสูติฝนตกชุ่มฉ่ำทั่วพระนคร เมื่อพระกุมารอายุหนึ่งเดือนถูกอุ้มขึ้นเฝ้าในท้องพระโรงขณะว่าราชการ พระราชาอุ้มไว้บนตักแล้วตัดสินมหาโจรสี่คน ให้โบยด้วยหวายหนามแช่น้ำเกลือพันครั้งจนตาย จองจำให้ตายในเรือนจำ แทงด้วยหอก และเสียบหลาวทั้งเป็นประจานหน้าประตูเมือง พระเตมีย์ผู้สั่งสมปัญญาบารมีมาดีสะดุ้งสลดใจ ดำริว่าพระราชบิดาทำบาปใหญ่คงไม่พ้นนรก และถ้าตนครองราชย์ก็ต้องตัดสินคดีเช่นเดียวกัน จบตอนด้วยให้ติดตามว่าจะทำอย่างไรกับชีวิต

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 24 ก.พ. 2549

  • 45:26 ละครพระเตมีย์ตอนที่ห้า พระราชทานแม่นมหกสิบสี่นาง และพระเตมีย์สลดใจเมื่อพระราชบิดาลงโทษมหาโจรสี่คน
    ครูไม่ใหญ่บอกว่าต่อไปเป็นทศชาติชาดก พระชาติที่เป็นพระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี ตอนที่ห้า เทปละครเล่าต่อจากตอนที่แล้วว่ามีกุมารเกิดวันเดียวกันห้าร้อยคน พระราชาพระราชทานเครื่องประดับและแม่นมให้ ส่วนพระราชกุมารได้แม่นมงดงามหกสิบสี่นางที่เว้นจากโทษสิบประการ ไม่สูงไม่ต่ำ ไม่ดำไม่ขาว ไม่อ้วนไม่ผอม ถันไม่แบนไม่หย่อน ไม่เป็นโรคหืดและโรคไอ เมื่อพระกุมารอายุหนึ่งเดือนประทับบนพระเพลาพระราชบิดาขณะว่าราชการ พระราชาสั่งลงโทษมหาโจรสี่คน โบยด้วยหวายหนามแช่น้ำเกลือจนตาย จองจำด้วยขื่อคา ประหารด้วยหอก และเสียบหลาวทั้งเป็น พระเตมีย์สะดุ้งสลดใจว่าพระราชบิดาทำบาปใหญ่คงต้องตกนรก และตนเองก็ต้องตัดสินคดีเช่นเดียวกันในภายหน้า ผู้บรรยายชี้ว่าแม้ตัดสินโดยไม่ลำเอียงด้วยอคติสี่ การประหารและทำร้ายผู้อื่นก็ไม่พ้นบาปตามกฎแห่งกรรม ช่วงต้นมีบรรทัดที่ Whisper ถอดเป็นภาษาอังกฤษปน
  • 50:06 ละครพระเตมีย์ ระลึกชาติได้ว่าเคยเป็นกษัตริย์แล้วตกนรกแปดหมื่นปี เทพธิดาที่เศวตฉัตรแนะให้แสร้งเป็นง่อย หูหนวก และใบ้
    วันรุ่งขึ้นนางนมนำพระกุมารไปบรรทมใต้เศวตฉัตร ทอดพระเนตรเห็นราชสมบัติแล้วนึกว่าเรามาจากไหน ด้วยบุญเก่าจึงระลึกชาติได้ว่าเคยเป็นกษัตริย์ครองนครนี้ยี่สิบปี ตัดสินประหารคนไว้มาก ตายแล้วไปเกิดในอุสสุทนรกแปดหมื่นปี พ้นแล้วไปเกิดในดาวดึงส์ก่อนกลับมาเกิดที่นี่ ทรงหวาดกลัวว่าถ้าได้ครองราชย์ต่อจะต้องทำบาปแล้วตกนรกอีก เห็นพระราชบิดาสั่งลงโทษโจรด้วยวาจาหยาบคาย จึงคิดหาทางพ้นจากราชมณเฑียรที่เปรียบเหมือนเรือนโจร พระกายซูบซีดเหมือนดอกบัวถูกขยำ เทพธิดาผู้สถิตที่เศวตฉัตรซึ่งเคยเป็นพระมารดาในอดีตชาติปรากฏตัวปลอบ แนะให้แสร้งทำเป็นคนง่อยเปลี้ย หูหนวก และใบ้ อย่าแสดงว่าเป็นบัณฑิต ให้คนเห็นว่าเป็นกาลกิณีแล้วจะถูกขับไล่ออกไป พระเตมีย์ยินดีและตั้งจิตอธิษฐานแน่วแน่ว่าจะทำตามจนกว่าจะสำเร็จ
  • 56:33 ละครพระเตมีย์ ไม่ตรัส ไม่ขยับ ไม่ร้องไห้ขอนม แม้พระราชาให้นำกุมารห้าร้อยคนมาเป็นเพื่อนเล่น
    นับจากนั้นพระกุมารไม่ตรัสอะไรอีก ไม่ขยับพระหัตถ์และพระบาท แม้เมื่อยล้าก็อดกลั้นยึดมั่นคำอธิษฐาน ไม่ร้องไห้ ไม่แสดงอาการหิวนม เสวยนมเฉพาะเวลาที่นางนมถวาย คนทั้งหลายฉงนและเศร้าแทน พระราชบิดามารดาแปลกพระทัยเพราะไม่มีลักษณะคนง่อยเปลี้ยเลย (บรรทัดราว 3486-3518 ถอดซ้ำเพี้ยน) พระเจ้ากาสิกราชรับสั่งให้นำกุมารที่เกิดวันเดียวกันมาอยู่ในวังเป็นเพื่อนเล่น พระกุมารแม้อยากหัวเราะเล่นด้วยก็อดทน กุมารอื่นหิวก็ร้องไห้ได้ดื่มนม แต่พระกุมารนึกถึงภัยในนรก สอนตนว่าจะไม่ร้องไห้เพื่อดื่มนมแม้ร่างกายจะซูบผอมตายไปก็ประเสริฐกว่า นางนมทั้งสงสารและกังวล จบตอนด้วยการให้ติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 1 มี.ค. 2549

  • 1:36:00 ละครพระเตมีย์ ทศชาติชาดก ตอนที่ 8 ทดลองด้วยผลไม้ ของเล่น อาหาร ไฟ ช้าง และงู
    เทปละครเรื่องพระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี ตอนที่ 8 ต่อจากตอนที่แล้ว อำมาตย์แนะนำพระเจ้ากาสิกราชให้ทดลองด้วยผลไม้ใส่ถาดอยู่หนึ่งปีพระราชกุมารก็ไม่แสดงอาการ ต่อด้วยของเล่นตุ๊กตาช้าง ตุ๊กตาหมา รถ เรือเล็ก ๆ กุมารห้าร้อยคนแย่งกันแต่พระราชกุมารไม่ทอดพระเนตร อายุสี่ขวบทดลองด้วยอาหารรสเลิศ พระนางจันทาเทวีต้องป้อนด้วยพระหัตถ์เอง อายุห้าขวบจุดไฟเรือนใบตาลที่ประทับ พระราชกุมารบรรทมนิ่งจนอำมาตย์ต้องอุ้มออกจากเปลวไฟ อายุหกขวบปล่อยพญาช้างที่ฝึกดีแล้วมาจับชูพระองค์ขึ้นก็ไม่ขยับมือเท้า อายุเจ็ดขวบปล่อยงูที่ถอนเขี้ยวเย็บปากมาพันพระกายแผ่พังพานบนพระเศียร พระราชกุมารระงับความกลัวด้วยนึกว่าตายในปากสัตว์ร้ายยังดีกว่าตกนรก ทดลองนานนับปีก็ไม่เห็นความเคลื่อนไหว
  • 1:43:29 ละครพระเตมีย์ ตอนที่ 8 ต่อ ทดลองด้วยการฟ้อนรำ ดาบ แมลงวัน และของโสโครก
    เทปละครพระเตมีย์ตอนที่ 8 ต่อ อายุแปดขวบอำมาตย์ทดลองด้วยการฟ้อนรำ กุมารห้าร้อยสนุกสนานแต่พระราชกุมารนึกว่าในนรกไม่มีความรื่นเริงแม้ขณะเดียว ผู้บรรยายสอนว่าสัตบุรุษจะยินดีในสิ่งชวนหลงแต่พองามโดยนึกถึงทุกข์ในอดีตและอนาคต อายุเก้าขวบให้บุรุษร่างใหญ่ถือดาบทำทีจะตัดศีรษะเด็กกาลกิณีที่ง่อยเปลี้ยใบ้ คมดาบจดพระศอก็ไม่สะดุ้ง จากนั้นเอาน้ำอ้อยปนข้าวยาคูทาทั่วพระวรกายแล้ววางไว้ในที่มีแมลงวันมาก อายุสิบขวบทดลองด้วยของโสโครก ไม่สรงสนานให้ ปล่อยให้ถ่ายหนักเบาในที่บรรทมจนแมลงวันรุมตอม พระเจ้ากาสิกราชกับพระนางจันทาเทวีทุกข์ทรมานไม่น้อยกว่าพระโอรส ละอายต่อข้าราชบริพารจนพระทัยแทบแตกสลาย จบตอนด้วยโปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 2 มี.ค. 2549

  • 1:02:38 ละครพระเตมีย์ ทดลองด้วยการฟ้อนรำ ดาบ แมลงวัน และสิ่งปฏิกูล พระมารดาวิงวอน ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์
    เทปละครทศชาติชาดกเรื่องพระเตมีย์ เข้าหลังช่วงพักกลางเรื่อง (ไม่มีบรรทัดขึ้นต้นหรือเลขตอน) ทดลองด้วยการฟ้อนรำขับร้อง พระราชกุมารนึกว่าในนรกไม่มีความรื่นรมย์จึงนิ่งเฉย ปีถัดมาให้บุรุษกำยำเงื้อดาบทำทีจะตัดศีรษะ ต่อมาทาน้ำอ้อยให้แมลงวันไต่ตอม และไม่สรงสนานปล่อยให้อยู่กับสิ่งปฏิกูล พระราชบิดามารดาทุกข์และละอายจนแหวกฝูงแมลงวันเข้าไปกอด วิงวอนว่ารู้ว่าลูกไม่ได้พิการ การครองเรือนเป็นทุกข์ ไม่มีลูกก็ทุกข์ มีลูกก็ทุกข์ ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์ พระโพธิสัตว์ทรงวางอารมณ์เป็นกลางด้วยนึกถึงกลิ่นเหม็นของคูถนรก และอดกลั้นเพื่อเป้าหมายจะออกบวช เนื้อหาช่วงนี้ตรงกับละครที่ออกอากาศในตอนวันที่ 1 มี.ค. 2549
  • 1:08:57 ละครพระเตมีย์ ทดลองด้วยกระเบื้องไฟใต้แท่นบรรทม ความร้อนในนรกร้อยเท่าพันเท่า ผ่านไปสิบห้าปี
    ปีต่อมาอำมาตย์วางกระเบื้องเต็มด้วยไฟไว้ใต้พระแท่นบรรทม พระราชกุมารรับทุกขเวทนาแต่ไม่ขยับพระหัตถ์พระบาท สอนพระองค์เองว่าความร้อนในนรกแผ่ไปร้อยโยชน์ ไฟนี้ยังดีกว่าร้อยเท่าพันเท่าแสนเท่า นิ่งเหมือนพระเถระเข้านิโรธสมาบัติ พระราชชนกชนนีวิงวอนอีกว่าอย่าให้ต้องอัปยศต่อพระราชาทั่วชมพูทวีป (กลางช่วงราว 4239-4269 มีบรรทัด jingle ถอดซ้ำแทรก) แต่พระโพธิสัตว์ยังบรรทมนิ่ง อำมาตย์เพียรทดลองทุกวิถีทางผ่านไปสิบห้าปีไม่เกิดผล
  • 1:12:36 ละครพระเตมีย์ อำมาตย์เสนอทดลองด้วยหญิงนักฟ้อน พระเจ้ากาสิกราชสัญญาตำแหน่งอัครมเหสี โปรดติดตามตอนต่อไป
    เมื่อพระราชกุมารมีพระชนมายุสิบหกพรรษา อำมาตย์ผู้ฉลาดเสนอว่าชายแรกหนุ่มย่อมยินดีในกาม และยอดแห่งกามคุณสำหรับบุรุษคือสตรี จึงควรทดลองด้วยนางสนมนักฟ้อน ที่ประชุมเห็นด้วยและกราบทูลพระเจ้ากาสิกราชผู้ท้อพระทัย พระราชารับสั่งให้เรียกหญิงนักฟ้อนรูปงามดังนางอัปสร และตรัสว่าหญิงใดทำให้พระราชกุมารร่าเริงและผูกพันด้วยตัณหาได้จะอภิเษกเป็นอัครมเหสี นางนมสรงสนานด้วยน้ำหอม แต่งองค์ให้บรรทมในห้องประดับดังทิพยวิมาน แล้วให้หญิงนักฟ้อนนวดเฟ้นเล้าโลมด้วยการฟ้อนรำขับร้อง พระโพธิสัตว์ยังไม่หมดกิเลสจะทรงทำอย่างไร ละครจบด้วยคำว่าโปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 4 มี.ค. 2549

  • 1:26:01 ละครพระเตมีย์ ตอนที่ 10 ทดลองด้วยไฟใต้แท่นบรรทม และหญิงนักฟ้อนจนพระกายแข็งเหมือนท่อนไม้
    ละครทศชาติชาดกเรื่องพระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี ตอนที่สิบ ทวนตอนที่แล้วที่ทดลองด้วยสิ่งปฏิกูลจนแมลงวันรุมตอม ปีต่อมาทดลองด้วยกระเบื้องไฟใต้พระแท่นบรรทม พระราชกุมารร้อนทั่วกายแต่ไม่ขยับ พระราชบิดาพระราชมารดาทนไม่ได้เข้าไปอุ้มออกมา ผ่านไปสิบห้าปีไม่เป็นผล อำมาตย์เห็นว่าพระกุมารอายุสิบหกแล้วจึงเสนอทดลองด้วยหญิงนักฟ้อน พระเจ้ากาสิกราชสัญญาว่าหญิงใดผูกใจได้จะอภิเษกเป็นอัครมเหสี พระโพธิสัตว์พิจารณาเห็นร่างกายเป็นเพียงกระดูกเนื้อเลือดเอ็นหนังหุ้มด้วยอาภรณ์ เหมือนบ่วงที่เนื้อเห็นแล้วหนี แล้วอธิษฐานด้วยบารมีไม่ให้หญิงเหล่านั้นแตะต้องกาย กลั้นลมหายใจจนพระสรีระแข็งเหมือนท่อนไม้ หญิงนักฟ้อนตกใจคิดว่าเป็นยักษ์จำแลงแล้ววิ่งหนี ทดลองสลับกันอยู่หนึ่งปีเต็มก็ไม่หวั่นไหว
  • 1:33:06 ละครพระเตมีย์ ตอนที่ 10 ต่อ โหราจารย์ทูลเท็จว่าพระกุมารเป็นกาลกิณี ต้องกำจัด ไฟล์จบที่คำว่าพักสักหน่อย
    พระเจ้ากาสิกราชสิ้นหวังว่าราชวงศ์จะดับสูญ จึงเรียกโหราจารย์มาถามด้วยความพิโรธว่าเหตุใดพระกุมารไม่เป็นไปตามคำทำนายว่าจะเป็นใหญ่เหนือทวีปทั้งสี่ โหราจารย์ตอบไม่ตรงคำถามจนทรงกริ้วหนัก สุดท้ายโหราจารย์คนหนึ่งเอาตัวรอดด้วยการทูลเท็จว่ารู้แต่แรกว่าพระกุมารเป็นกาลกิณี แต่ไม่กล้าทูลเพราะเกรงพระทัย ละครสอดแทรกว่าคนพูดเท็จมักอ้างความจำเป็นโดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของผู้อื่น แล้วโหราจารย์ยกเมฆต่อว่าถ้ายังเลี้ยงไว้จะเกิดอาเพทสามประการ อันตรายต่อพระชนม์ชีพ ราชบัลลังก์ล่มสลาย และพระอัครมเหสีสิ้นพระชนม์ ต้องรีบกำจัด พระราชาทรงเชื่อ แต่ยังตัดสินไม่ได้เพราะมีพระนางจันทาเทวีผู้เป็นพระมารดา ละครจบด้วยคำว่าโปรดติดตามตอนต่อไป ไฟล์จบที่ 6156 ตรงคำว่าพักสักหน่อย ไม่มีกรณีศึกษาที่เกริ่นไว้ตอนต้นรายการ ไม่มีบทประจำวันและช่วงปิดรายการในไฟล์ จึงเป็นไฟล์ที่ขาดท้ายรายการ (ต้นรายการครบ)

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 6 มี.ค. 2549

  • 1:18:30 ละครพระเตมีย์ พระกายแข็งเหมือนท่อนไม้ต่อหน้าหญิงนักฟ้อน และโหราจารย์ทูลเท็จว่าพระกุมารเป็นกาลกิณี
    ละครทศชาติชาดกเรื่องพระเตมีย์ ต้นช่วงไม่มีบรรทัดถอดเสียงจึงไม่รู้ว่าละครเริ่มตรงไหนและเป็นตอนที่เท่าไร ส่วนที่ถอดได้เริ่มที่พระโพธิสัตว์พิจารณาหญิงงามว่าเป็นเพียงเนื้อเลือดกระดูกหนัง อธิษฐานไม่ให้หญิงเหล่านั้นแตะต้องกาย กลั้นลมหายใจจนพระสรีระแข็งกระด้าง หญิงงามคิดว่าเป็นยักษ์จำแลงแล้ววิ่งหนี พระเจ้ากาสิกราชสิ้นหวังและขัดเคืองคำทำนายว่าพระกุมารจะเป็นใหญ่เหนือทวีปทั้งสี่ เรียกพราหมณ์ปุโรหิตมาถาม โหราจารย์คนหนึ่งเอาตัวรอดด้วยการทูลว่าพระกุมารเป็นกาลกิณี ถ้าเลี้ยงไว้จะเกิดอาเพทต่อพระชนม์ชีพ ราชบัลลังก์ และพระอัครมเหสี ละครสอดแทรกว่าความกลัวทำให้คนทำผิดได้ทุกอย่างแม้เสียสัจจะ ขาดความจงรักภักดี และทำบาปโดยไม่รู้ตัว
  • 1:23:01 ละครพระเตมีย์ โหราจารย์ทูลให้นำพระกุมารไปฝังทั้งเป็นที่ป่าช้า พระราชาลังเลแล้วทรงยอม
    พระราชาหวาดหวั่นภัยจึงถามว่าควรทำอย่างไร โหราจารย์คิดว่าตนเกือบไม่รอดเพราะพระกุมาร ละครสอดแทรกว่าทุกคนรักตน การโยนความทุกข์ให้ผู้อื่นโดยไม่คำนึงว่าเขาก็รักตัวเองไม่เป็นธรรม โหราจารย์ทูลขอพระราชทานอภัยแล้วเสนอให้นำพระเตมิยกุมารขึ้นบรรทมบนรถเทียมม้าอัปมงคล ให้สารถีขับออกประตูทิศตะวันตก ไปฝังทั้งเป็นที่ป่าช้านอกเมือง แล้วสวัสดิมงคลจะเกิดแก่พระองค์ พระราชาสะเทือนพระทัยเพราะเท่ากับยอมให้ฆ่าพระโอรสเอง ทรงลังเล พระพักตร์หมองและพระเนตรแดงก่ำ โหราจารย์เร่งถามอีก พระเจ้ากาสิกราชจึงตั้งสติ ลุกขึ้นตรัสว่าความสงบสุขของบ้านเมืองสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ให้ทำตามที่เห็นสมควร แล้วเสด็จกลับพระตำหนัก เหล่าอำมาตย์สรรเสริญ (ช่วงนี้ถอดเสียงเพี้ยน) แล้วโหราจารย์กับเสนาบดีปรึกษากันเพื่อทำตามรับสั่ง
  • 1:30:10 ละครพระเตมีย์ พระนางจันทาเทวีทูลขอชีวิตพระโอรส พระราชายืนกรานไม่คืนคำ
    พระนางจันทาเทวีทรงทราบเรื่องก็ตกพระทัยแทบสิ้นสติ รีบเข้าเฝ้าพระสวามีทูลทั้งน้ำตาขอให้ยับยั้งไว้ก่อน พระเจ้ากาสิกราชปฏิเสธว่ากษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำ พระนางต่อรองว่าพระโอรสไม่เคยทำความเดือดร้อนให้ใคร มีแต่พวกเราที่ทำทุกข์ให้พระกุมาร ขอเลี้ยงดูพระโอรสเองโดยไม่ให้ระคายเคือง แต่พระราชายืนกรานว่าถ้าไม่ทำตามคำที่ตรัสไว้คนทั้งหลายจะไม่เชื่อถือ ละครจบด้วยว่าพระเทวีจะมีวิธีการอย่างไรโปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 8 มี.ค. 2549

  • 46:01 สารคดีวัดต้าฉือ เมืองเฉิงตู วัดที่พระถังซัมจั๋งอุปสมบท ฟื้นจากพิพิธภัณฑ์กลับเป็นวัด
    เทปสารคดีผู้บรรยายหญิง วัดต้าฉือมีประวัติยาวนานกว่าพันหกร้อยปี เป็นที่พระถังซัมจั๋งอุปสมบท ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเฉิงตู สมัยรุ่งเรืองมีเนื้อที่ราวครึ่งเมืองและรองรับพระภิกษุได้สามหมื่นรูป เมื่อจีนเปลี่ยนการปกครองและมีการปฏิวัติวัฒนธรรม วัดกลายเป็นพิพิธภัณฑ์เก็บโบราณวัตถุ จน พ.ศ. 2546 ทางการคืนพื้นที่ให้สมาคมพระพุทธศาสนาแห่งเมืองเฉิงตู เปิดวัดอย่างเป็นทางการเดือนเมษายน 2547 วันที่ 25 มิถุนายน 2548 สมาคมมีมติอาราธนาท่านต้าเอินเป็นเจ้าอาวาส ท่านวางแผนบูรณะวัด ตลอดสิบกว่าปีที่เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสอีกวัดหนึ่ง (ถอดได้ราววัดมันชูศรี) ได้พาศิษย์มาร่วมงานวันมาฆบูชาและบวชเรียนที่วัดพระธรรมกายจนหลายท่านมีประสบการณ์ภายในดี และเล่าว่า พ.ศ. 2538 วัดพระธรรมกายเคยส่งพระประธานสูง 2.4 เมตร หน้าตัก 1.2 เมตร หนึ่งองค์ไปถวาย ปิดท้ายด้วยคำขวัญพุทธบุตรต้องเป็นหนึ่งเดียวกันเหมือนดวงตะวันที่มีดวงเดียว

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 9 มี.ค. 2549

  • 57:07 เทปวัดต้าฉือ เมืองเฉิงตู พิธีสถาปนาท่านต้าเอินเป็นเจ้าอาวาส
    เทปสารคดีเล่าว่าวัดต้าฉือกลางเมืองเฉิงตูเป็นวัดที่พระถังซัมจั๋งเคยศึกษา เคยรุ่งเรืองมีเนื้อที่ถึงครึ่งเมืองรองรับพระได้สามหมื่นรูป หลังปฏิวัติวัฒนธรรมกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ ปี 2546 ทางการคืนพื้นที่ให้สมาคมพุทธศาสนาเมืองเฉิงตู เปิดวัดอย่างเป็นทางการเมษายน 2547 และวันที่ 25 มิถุนายน 2548 สมาคมมีมติอาราธนาท่านต้าเอินเป็นเจ้าอาวาส ท่านเคยเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมันซูซื่อ สัมพันธ์ดีกับวัดพระธรรมกาย ส่งพระและศิษย์มาร่วมงานมาฆบูชาและบวชเรียนปฏิบัติธรรม ปี 2538 วัดพระธรรมกายเคยมอบพระประธานสูง 2.4 เมตรและองค์พระอีกสององค์ให้วัดนั้น ในพิธีสถาปนาครั้งนี้พระราชภาวนาวิสุทธิ์มอบหมายให้พระภาวนาวิริยคุณนำคณะไปร่วม จบด้วยคำขวัญพุทธบุตรต้องเป็นหนึ่งเดียวกันเหมือนดวงตะวันที่มีดวงเดียว (เทปชุดเดียวกับที่ออกอากาศในตอนวันก่อน)
  • 1:49:35 ละครพระเตมีย์ตอนที่ 13 พระนางจันทาเทวีต่อรองขอราชสมบัติให้พระโอรสเจ็ดวัน
    มินิซีรีส์ทศชาติชาดก พระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี ตอนที่ 13 พระนางจันทาเทวีทราบว่าพระราชาจะให้นำพระโอรสไปฝังจึงเข้าเฝ้าขอให้ยับยั้ง แต่ถูกปฏิเสธ จึงทูลขอพรที่พระราชาเคยพระราชทานไว้ ขอให้ราชสมบัติแก่พระเตมียกุมาร พระราชาปฏิเสธว่าลูกเป็นกาลกิณีเป็นมิ่งขวัญของแว่นแคว้นไม่ได้ พระนางต่อรองลดจากตลอดชีวิตเป็นเจ็ดปี หกปี จนครึ่งเดือนก็ถูกปฏิเสธ สุดท้ายขอเจ็ดวันจึงได้รับอนุญาต จัดพิธีราชาภิเษกให้พระกุมารประทับหลังช้างเลียบพระนคร แต่พระนางยังทุกข์เพราะพระโอรสยังไม่กลับเป็นปกติ ผู้บรรยายกล่าวถึงใจแม่ที่ทุกข์สุขตามลูก และมารดาเป็นพรหมของบุตร เป็นเทวดาในเรือน เป็นบุรพาจารย์ ควรเคารพบูชาดุจพระอรหันต์
  • 1:56:39 พระนางจันทาเทวีวิงวอนพระเตมีย์ทั้งคืน พระโพธิสัตว์มั่นในปณิธานออกผนวช
    หลังพิธีราชาภิเษก พระนางจันทาเทวีให้เชิญพระกุมารขึ้นพระแท่นบรรทม สวมกอดคลำพระกายวิงวอนทั้งคืนทั้งวันว่าตลอดสิบหกปีแม่ไม่เป็นอันหลับนอน ร้องไห้จนตาช้ำ แม่รู้ว่าลูกไม่ใช่คนง่อยเปลี้ย ไม่ใช่คนใบ้ ไม่ใช่คนหูหนวก ขอให้พูดอะไรบ้าง พระโพธิสัตว์รับรู้ความทุกข์ของพระมารดาทุกอย่าง ยิ่งรักและสงสาร สำนึกในพระคุณเกินประมาณ แต่มั่นคงในมหาปณิธานที่จะออกผนวชบำเพ็ญเนกขัมมบารมี จึงบรรทมนิ่ง นึกขออภัยพระมารดาที่ต้องแกล้งทำเป็นไม่รับรู้เพื่อรอวันที่จะถูกนำออกจากพระราชวัง และนึกว่าพรุ่งนี้ความพยายามสิบหกปีจะถึงที่สุดแล้ว
  • 2:01:02 พระเจ้ากาสิกราชสั่งสุนันทสารถีนำพระเตมีย์ไปฝังที่ป่าช้า
    ถึงวันที่หกใกล้ครบกำหนด พระเจ้ากาสิกราชเรียกสุนันทสารถีเข้าเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์ มอบหมายให้เตรียมรถเทียมม้าอัปมงคล รุ่งเช้ามารับพระเตมียกุมารออกทางประตูทิศตะวันตก ประกาศไปตลอดทางว่านำตัวกาลกิณีไปป่าช้าผีดิบ แล้วขุดหลุม ใช้จอบทุบศีรษะให้สิ้นพระชนม์ก่อนกลบดินเพื่อไม่ให้ทรมานจากการถูกฝังทั้งเป็น แล้วอาบน้ำเปลี่ยนชุดกลับมารายงาน สุนันทสารถีหน้าซีดไม่สบายใจที่ต้องทำหน้าที่เพชฌฆาตต่อพระกุมารผู้ไม่เคยทำร้ายใคร แต่ด้วยความจงรักภักดีจึงรับพระบัญชา นอนกระสับกระส่ายทั้งคืน รุ่งเช้าเดินเข้าโรงเก็บราชรถ ละครจบตอนด้วยคำว่าโปรดติดตามตอนต่อไป ไฟล์จบที่ 7561 ตรงจุดนี้พอดี จึงไม่มีช่วงบทประจำวัน รายนามเจ้าภาพ และปิดรายการที่ตอนอื่นมี ไฟล์น่าจะขาดท้ายรายการ

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 11 มี.ค. 2549

  • 1:13:11 ละครพระเตมีย์ตอนที่ 15 สุนันทสารถีพาไปขุดหลุม พระวิสสุกรรมนำเครื่องประดับทิพย์มาประดับ
    มินิซีรีส์ทศชาติชาดก พระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี ถอดเสียงได้ว่าตอนที่สิบห้า สุนันทสารถีเลือกรถแต่เช้า เทวดาดลใจให้เลือกรถมงคลเทียมม้ามงคล ขึ้นปราสาทกราบทูลขอพระราชทานอภัยพระนางจันทาเทวี แล้วอุ้มพระราชกุมารลงไป พระโพธิสัตว์ได้ยินพระมารดากันแสงก็ต้องตัดใจนิ่งด้วยนึกถึงความพยายามสิบหกปี รถแล่นออกจากพระนครสามโยชน์ถึงชายป่า สารถีจอดรถแล้วลงมือขุดหลุมสี่เหลี่ยม พระโพธิสัตว์เห็นว่าถึงเวลาเคลื่อนไหว จึงลูบพระหัตถ์ นวดพระบาท ลงจากรถเดินกลับไปกลับมา แล้วทดลองยกรถได้อย่างอัศจรรย์ ทรงดำริจะแต่งเครื่องประดับก่อนออกบวช วิมานท้าวสักกะร้อนขึ้น ท้าวสักกะจึงให้พระวิสสุกรรมเทพบุตรนำเครื่องประดับทิพย์ลงมาประดับพระกายให้งดงามดุจท้าวสักกะ
  • 1:17:57 พระเตมีย์เผยตัวต่อสารถีที่ปากหลุม ผู้อาศัยร่มไม้ไม่หักกิ่ง ผู้ประทุษร้ายมิตรเป็นคนเลว
    พระโพธิสัตว์ยืนที่ปากหลุมถามสารถีว่าขุดหลุมไปทำไม สารถีตอบโดยไม่เงยหน้าว่าพระราชาให้ฝังพระโอรสที่เป็นง่อยเปลี้ยเหมือนไม่มีจิตใจ พระโพธิสัตว์ตรัสว่าเราไม่ได้หนวก ไม่ได้ใบ้ ไม่ได้ง่อยเปลี้ย ถ้าฝังเราก็ทำสิ่งไม่เป็นธรรม สารถีเงยหน้าเห็นรูปงามดุจท้าวสักกะก็อัศจรรย์และจำไม่ได้ ถามว่าเป็นเทวดาหรือคนธรรพ์ พระโพธิสัตว์ตรัสว่าเราเป็นโอรสพระเจ้ากาสิกราชผู้ที่ท่านอาศัยร่มพระบารมีเลี้ยงชีวิต บุคคลนั่งนอนใต้ร่มไม้ใดไม่พึงหักรานกิ่งไม้นั้น ผู้ประทุษร้ายมิตรเป็นคนเลว พระราชาเหมือนต้นไม้ เราเหมือนกิ่ง ท่านเหมือนผู้อาศัยร่มเงา ผู้บรรยายเล่าธรรมเนียมโบราณที่ไม่ตัดต้นไม้ที่เคยอาศัยร่มเงา และชาวนาที่ไม่ฆ่าไม่ขายวัวควายแก่ที่เคยทำงานให้ เพราะผู้ประทุษร้ายผู้มีพระคุณเป็นคนอกตัญญู ชีวิตไม่เจริญ
  • 1:25:06 พระเตมีย์ตรัสคาถาบูชาคุณมิตรสิบคาถา ยกพระสีวลี สามเณรสังกิจจะ โชติกเศรษฐีเป็นตัวอย่าง
    สารถียังไม่เชื่อ พระโพธิสัตว์จึงประกาศพระบารมีจนชัฏป่ากึกก้องด้วยเสียงสาธุการของเทวดา แล้วตรัสคาถาบูชาคุณของมิตรสิบคาถา ละครยกตัวอย่างประกอบ คาถาที่หนึ่งผู้ไม่ประทุษร้ายมิตรไปที่ไหนย่อมมีอาหารมาก เช่นพระสีวลีที่ชาติก่อนชวนคนรักษาศีลห้าและแจกทาน ไปถิ่นกันดารก็อุดมสมบูรณ์ คาถาที่สองย่อมได้รับการบูชาจากชนทุกถิ่น เช่นสามเณรสังกิจจะที่บวชตั้งแต่เจ็ดขวบ บรรลุอรหันต์วันที่แปด โจรจะฆ่าบูชายัญก็ฆ่าไม่สำเร็จจนทิ้งดาบมอบตัวเป็นศิษย์ คาถาที่สามโจรและกษัตริย์เบียดเบียนไม่ได้ เช่นโชติกเศรษฐีที่พระเจ้าอชาตศัตรูยกทัพมายึดปราสาทแต่ถูกยักษ์เฝ้าสมบัติขับไล่ คาถาที่สี่ย่อมเป็นผู้สูงสุดในหมู่ญาติและได้รับความยินดีในสภา คาถาที่ห้าสักการะผู้อื่นย่อมได้รับสักการะตอบ ละครจบตอนโดยคาถายังไม่ครบ ครูไม่ใหญ่บอกให้คอยฟังคาถาที่เหลือในวันจันทร์

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 13 มี.ค. 2549

  • 1:13:42 ละครพระเตมีย์: เผยตัวที่ปากหลุม ทบทวนคาถาบูชาคุณมิตรห้าคาถาแรก มิตรภาพที่ดีสร้างยาก
    มินิซีรีส์ทศชาติชาดก พระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี ตอนต่อจากวันเสาร์ ช่วงต้นถอดเสียงเพี้ยนปนภาษาอังกฤษ พระโพธิสัตว์ประทับยืนริมปากหลุม ตรัสถามสารถีว่าขุดหลุมทำไม แล้วตรัสว่าเราไม่ได้ใบ้ ไม่ได้ง่อยเปลี้ย ถ้าฝังเราในป่าเท่ากับทำสิ่งไม่เป็นธรรม ทรงเหยียดพระหัตถ์ให้ดูแขนขาและฟังคำพูด สุนันทสารถีเงยหน้าเห็นผู้แต่งกายงามดุจเทวดาก็อัศจรรย์ ถามว่าเป็นเทวดา คนธรรพ์ หรือท้าวสักกะ พระโพธิสัตว์ตรัสว่าเป็นโอรสพระเจ้ากาสิกราช ผู้อาศัยร่มไม้ไม่พึงหักกิ่ง ผู้ประทุษร้ายมิตรเป็นคนเลว สารถียังไม่เชื่อ จึงตรัสคาถาบูชาคุณของมิตร ห้าคาถาแรกว่าผู้ไม่ประทุษร้ายมิตรไปที่ใดย่อมมีอาหารมาก ได้รับการบูชา โจรไม่ทำร้าย กษัตริย์เบียดเบียนไม่ได้ เข้าที่ประชุมย่อมได้รับการยกย่อง ผู้บรรยายเสริมว่ามิตรภาพที่ดีสร้างยาก ต้องใช้เวลานาน แม้มีมิตรดีเพียงคนเดียวแต่รักษาไว้ได้ย่อมมีที่พึ่งอันอบอุ่นดุจบุตรกลับสู่อ้อมอกมารดา
  • 1:17:40 ละครพระเตมีย์: คาถาบูชาคุณมิตรที่หกถึงสิบ ผู้บูชามิตรย่อมเกิดในตระกูลสูง
    พระเตมิยราชกุมารเห็นสารถียังฟังอยู่จึงตรัสคาถาต่อ คาถาที่หกผู้ไม่ประทุษร้ายมิตร บูชาผู้อื่นย่อมได้รับการบูชาตอบ ไหว้ผู้อื่นย่อมได้รับการไหว้ตอบ ได้เกียรติยศมาก คาถาที่เจ็ดย่อมรุ่งเรืองดังกองเพลิง ดุจเทวดาผู้มีสิริ คาถาที่แปดโคย่อมตกลูกบ่อย พืชที่หว่านย่อมงอกงามได้บริโภคผล คาถาที่เก้าแม้ตกเหว ตกภูเขา หรือตกต้นไม้ย่อมมีที่พึ่ง ไม่เป็นอันตราย คาถาที่สิบเหล่าอมิตรย่ำยีไม่ได้ ดุจต้นไทรใหญ่ที่รากงอกงามซึ่งพายุพัดไม่ล้ม ผู้บรรยายสรุปว่าผู้มีปกติสักการะบูชากัลยาณมิตร มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นต้น ในชาติต่อไปย่อมเกิดในตระกูลสูงและได้รับการสักการะบูชา
  • 1:20:28 ละครพระเตมีย์: สารถีจำได้ หมอบทูลเชิญกลับไปครองราชย์ อ้างรางวัลจากทุกฝ่าย
    สุนันทสารถีฟังสิบคาถาแล้วยังสงสัย จึงขึ้นจากหลุมไปดูที่รถ ไม่เห็นพระโพธิสัตว์ กลับมาแลดูจึงจำได้ว่าเป็นพระเตมิยราชกุมารแน่ หมอบลงแทบพระบาท ทูลวิงวอนให้เสด็จกลับพระนครครองราชสมบัติ พระโพธิสัตว์ตรัสว่าไม่ต้องการราชสมบัติที่พรั่งพร้อมด้วยญาติและโภคทรัพย์ซึ่งต้องได้มาพร้อมกับการประพฤติอธรรม สารถียังหวังว่าจะเสด็จกลับเพื่อให้ตนได้รางวัล จึงทูลซ้ำว่าพระชนกพระชนนี นางสนม กุมาร พ่อค้า พราหมณ์ กองทัพช้าง ม้า รถ ราบ ชาวนิคมชาวชนบท จะยินดีให้รางวัลแก่ตน ผู้บรรยายชี้ว่าเป็นธรรมดาของคนที่พูดหรือทำอะไรก็หวังผลตอบแทน
  • 1:24:20 ละครพระเตมีย์: พ่อแม่สละเราแล้ว จะบวชอยู่ในป่า อุทานว่าความหวังของผู้ไม่รีบร้อนย่อมสำเร็จ
    พระราชกุมารผู้หลุดพ้นจากพันธนาการแห่งราชสมบัติมาได้อย่างแสนลำบาก ตรัสบอกสารถีว่าพระชนกพระชนนี ชาวเมือง ชาวนิคม และกุมารที่เป็นเพื่อนสละเราแล้ว เราไม่มีเหย้าเรือนของตน จะบวชอยู่คนเดียวในป่า ไม่ปรารถนากามคุณ ทรงเกิดปีติโสมนัสล้นพ้นจึงเปล่งอุทานว่า ความหวังของบุคคลผู้ไม่รีบร้อนย่อมสำเร็จแน่นอน ความประพฤติชอบที่พยายามมาเนิ่นนานบัดนี้สำเร็จผลแล้ว เราออกบวชแล้วมีแต่ความปลอดโปร่งใจ ไม่มีภัยจากที่ไหน ผู้บรรยายว่าความปรารถนาที่ตั้งไว้สิบหกปีสำเร็จถึงที่สุด แม้ต้องลำบากนานแต่ความสำเร็จนั้นงดงาม ควรค่าแก่การรอคอย สุนันทสารถียังไม่สิ้นหวังที่จะเชิญเสด็จกลับ โปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 14 มี.ค. 2549

  • 24:07 ภาษาบาลีวันพระสำหรับนักเรียนใหม่ การ์ตูนน้องแป้งเรียนอกุศลกรรมบถ 10
    ครูไม่ใหญ่ว่าวันนี้วันพระ มาศึกษาภาษาบาลีง่าย ๆ สั้น ๆ สำหรับนักเรียนใหม่ เรื่องกุศลกับอกุศลกรรมบถ แล้วเป็นการ์ตูนสอนน้องแป้ง ช่วงต้นถอดเสียงเพี้ยนและขาดหายราวครึ่งนาที พี่อธิบายว่ากรรมทางวาจามีสี่อย่าง พูดเท็จ พูดส่อเสียด พูดคำหยาบ พูดเพ้อเจ้อ ทางใจมีสามอย่าง โลภอยากได้ของผู้อื่น คิดพยาบาทผู้อื่น และมีความเห็นผิด รวมสิบข้อเรียกว่าอกุศลกรรมบถสิบ ทำแล้วใจหมอง ใจหมองต้องไปอบาย แล้วท่องบาลีบทจิตเต สังกิลิฏเฐ (ถอดเสียงเพี้ยนจนอ่านไม่ได้)
  • 26:24 การ์ตูนน้องแป้งเรียนกุศลกรรมบถ 10 ทำตามแล้วใจใสไม่ต้องไปอบาย
    น้องแป้งกลัวไปอบาย พี่บอกว่ามีวิธีทำให้ใจใสไม่ต้องไปอบาย คือทำตามกุศลกรรมบถสิบ ซึ่งเป็นการทำความดีสิบอย่างตรงข้ามกับอกุศลกรรมบถ ทางกายไม่ฆ่าสัตว์และมีเมตตา ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดในกาม ทางวาจาไม่พูดเท็จ ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดคำหยาบ ไม่พูดเพ้อเจ้อ ทางใจไม่โลภ ไม่พยาบาท และมีความเห็นชอบ น้องแป้งว่าทำได้และอยากไปสวรรค์ดุสิตบุรี จากนั้นเป็นช่วงพักที่มีบรรทัด jingle ซ้ำราวสามนาที
  • 1:09:00 ละครพระเตมีย์ ตอน 17: ทวนคาถาที่หกถึงสิบ สารถีจำได้ หมอบทูลเชิญกลับพระนครเพื่อหวังรางวัล
    มินิซีรีส์พระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี ตอนที่ 17 ทวนเรื่องจากตอนที่แล้วว่าพระเตมิยราชกุมารตรัสคาถาที่หกถึงสิบ ผู้ไม่ประทุษร้ายมิตรไหว้ผู้อื่นย่อมได้รับการไหว้ตอบ รุ่งเรืองดุจเทวดา โคตกลูกบ่อย พืชงอกงาม ตกเขาหรือต้นไม้ไม่เป็นอันตราย อมิตรย่ำยีไม่ได้ดุจต้นไทรที่ลมพัดไม่ล้ม สุนันทสารถียังไม่แน่ใจ ขึ้นจากหลุมไปดูที่รถไม่เห็นพระโพธิสัตว์ กลับมาจึงจำได้ หมอบลงแทบพระบาททูลเชิญเสด็จกลับพระนคร พระโพธิสัตว์ตรัสว่าไม่ต้องการราชสมบัติที่ได้มาพร้อมการประพฤติอธรรม สารถียังหวังว่าจะเสด็จกลับจึงทูลว่าพระชนกพระชนนีจะพระราชทานรางวัลให้ตน
  • 1:12:16 ละครพระเตมีย์: พ่อแม่สละเราแล้ว จะบวชอยู่ในป่า ความหวังของผู้ไม่รีบร้อนย่อมสำเร็จ
    พระราชกุมารผู้หลุดพ้นจากพันธนาการแห่งราชสมบัติมาอย่างแสนลำเค็ญ ตรัสบอกสารถีว่าพระชนกพระชนนี ชาวแว่นแคว้น ชาวนิคม และกุมารที่เป็นเพื่อนสละเราแล้ว เราจะบวชอยู่คนเดียวในป่า ไม่ปรารถนากามคุณ เมื่อทรงนึกถึงความสำเร็จแห่งความเพียรที่ทำมายาวนานก็เกิดปีติโสมนัส ทรงเปล่งอุทานว่าความหวังของผู้ไม่รีบร้อนย่อมสำเร็จแน่นอน ความประพฤติชอบที่พยายามมาเนิ่นนานสำเร็จผลแล้ว เราออกบวชแล้วย่อมปลอดโปร่งใจ ไม่มีภัยจากที่ไหนอีก
  • 1:13:58 ละครพระเตมีย์: สารถีไม่เห็นคุณค่าการบวช ทูลว่าพูดไพเราะขนาดนี้ทำไมไม่พูดกับพ่อแม่
    สุนันทสารถียังมองไม่เห็นคุณค่าของการบวชอยู่ผู้เดียว เที่ยวกินใบไม้ผลไม้ในป่า ไร้ทรัพย์สมบัติ เห็นแต่ประโยชน์ที่จะเกิดแก่พระราชา พระราชเทวี และประเทศชาติ ถ้าพระราชกุมารเสด็จกลับไปครองราชย์ ประเทศจะรุ่งเรือง ราชาต่างเมืองข่มขี่ไม่ได้ ราชสมบัติประจำตระกูลที่ใคร ๆ ปรารถนาก็รออยู่แต่กลับไม่เอา จึงทูลว่าพระวาจาไพเราะสละสลวยถึงเพียงนี้ เหตุใดก่อนนี้ไม่ตรัสกับพระชนกพระชนนีเลย ขอให้เสด็จกลับ อยู่ป่าคนเดียวจะมีประโยชน์อะไร
  • 1:16:04 ละครพระเตมีย์: เล่าว่าระลึกชาติได้ เคยครองราชย์ยี่สิบปีแล้วตกนรกแปดหมื่นปี จึงแกล้งใบ้สิบหกปี
    พระเตมียราชกุมารเห็นว่าสารถียังไม่เข้าใจมโนปณิธาน จึงตรัสอธิบายว่าไม่ได้เป็นง่อยเปลี้ย หูหนวก หรือใบ้ ที่ต้องแกล้งทำเช่นนั้นเพราะระลึกชาติหนหลังได้ว่าเคยครองราชย์ในพระนครนี้เพียงยี่สิบปี แต่เมื่อละโลกไปกลับตกนรก ถูกทรมานเร่าร้อนหมกไหม้อยู่ถึงแปดหมื่นปี จึงไม่ปรารถนาจะพูดกับพระชนกพระชนนี อดทนมาสิบหกปีเพียงเพื่อพ้นจากความเป็นกษัตริย์ บัดนี้ทำสำเร็จแล้ว จะไม่หวนคืนพระนคร แต่จะบวชบำเพ็ญพรตอยู่ในป่า
  • 1:18:01 ละครพระเตมีย์: เพศนักบวชไม่มีภัยเพราะไม่แสวงโลกิยทรัพย์ สารถีแย้งว่าครองราชย์ก็ทำบุญได้
    สุนันทสารถีเกรงว่าประทับในป่าลำพังจะลำบากและมีอันตราย พระโพธิสัตว์ตรัสว่าผู้ออกบวชต้องสละทุกสิ่ง ทั้งทรัพย์ บุตรภรรยา ยศถาบรรดาศักดิ์ แล้วมุ่งแสวงอริยทรัพย์ภายใน ไม่แสวงผลประโยชน์อันเป็นโลกิยทรัพย์ จึงไม่คิดเบียดเบียนใคร ไม่กระทบกระทั่ง ไม่มีศัตรูมาทำร้าย เพศนักบวชจึงเป็นเพศของผู้ไม่มีภัยจากที่ไหน สารถีแย้งว่าบวชอยู่ป่าไร้ทรัพย์ ไร้บุตรภรรยาที่เอาใจให้ความอบอุ่นจะมีความสุขได้อย่างไร ถ้าครองราชย์มีทรัพย์มากก็ทำบุญให้ทาน รักษาศีล ทำทางสวรรค์ให้กระจ่างได้ บวชแต่ยังหนุ่มจะมีประโยชน์อะไร
  • 1:20:04 ละครพระเตมีย์: พระบิดาอุ้มบนตักแล้วสั่งประหารโจร ชีวิตน้อยนิดไม่ควรก่อเวรใหม่ การบวชเป็นทางว่าง
    พระโพธิสัตว์เล่าว่าครั้งยังเป็นทารก พระชนกอุ้มให้นั่งบนตักแล้วตรัสสั่งให้ฆ่าโจรคนหนึ่งด้วยหอก จองจำโจรคนหนึ่งด้วยขื่อคา เฆี่ยนโจรคนหนึ่งด้วยหวายหนาม และเสียบโจรคนหนึ่งบนหลาว ได้ฟังแล้วสะดุ้งกลัว ไม่ต้องการเสวยราชสมบัติ จึงแกล้งทำเป็นง่อยเปลี้ย ใบ้ หูหนวก เพื่อพ้นราชมณเฑียร ชีวิตนี้เป็นของน้อย มีความปลื้มใจนิดหน่อยแต่ทุกข์มาก จะอาศัยชีวิตนิดเดียวก่อเวรใหม่แล้วไปตกอบายนานเพื่ออะไร การบวชเป็นหนทางว่างที่ทำให้พ้นจากอกุศลกรรม มีปาณาติบาตเป็นต้น และมีโอกาสบำเพ็ญฌานและอภิญญา พรหมจรรย์ของเราสำเร็จแล้ว
  • 1:22:19 ละครพระเตมีย์: สารถีเลื่อมใส ขอบวชตาม พระราชกุมารลังเลเพราะพ่อแม่จะโศกเศร้า
    สุนันทสารถีใคร่ครวญตามพระดำรัสแล้วเห็นจริงทุกประการ เกิดความเลื่อมใสแรงกล้า เตือนตนว่าพระราชกุมารทิ้งราชสมบัติไม่มีเยื่อใยเหมือนบ้วนก้อนเขฬะ ยอมทนทุกข์นานเพื่อพ้นราชมณเฑียร แล้วตัวเราจะมัวห่วงชีวิตที่บ่ายหน้าไปสู่ความตายทำไม จึงตัดสินใจทูลขอบวชตามในวันนั้น พระราชกุมารทรงทราบว่าเขาต้องการบวชจริง แต่ถ้าอนุญาต ทั้งสองจะหายสาบสูญจากพระนครเหมือนตายจากไป พระราชบิดาพระราชมารดาจะเศร้าโศกเหมือนเดิม โปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 15 มี.ค. 2549

  • 1:21:19 ละครพระเตมีย์ ตอน 18: ทวนเรื่องที่ไม่ยอมกลับพระนคร เล่าเหตุที่แกล้งใบ้ สารถีเลื่อมใสขอบวชตาม
    มินิซีรีส์พระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี ตอนที่ 18 ทวนจากตอนที่แล้วว่าพระเตมิยราชกุมารไม่ยินดีกลับพระนครเพราะมุ่งจะผนวช ตรัสว่าพระชนกพระชนนีสละเราแล้ว จะบวชอยู่คนเดียวในป่า สุนันทสารถีมองไม่เห็นคุณค่าการบวช เห็นแต่ประโยชน์ที่ประเทศจะรุ่งเรืองถ้าพระราชกุมารกลับไปครองราชย์ พระราชกุมารจึงอธิบายว่าที่แกล้งเป็นง่อยเปลี้ยเพราะระลึกชาติหนหลังได้ (ช่วงนี้ถูกบรรทัด jingle กลบราวครึ่งนาที) ครั้งยังเป็นทารกพระชนกอุ้มนั่งบนตักแล้วสั่งฆ่าโจรสี่คนด้วยเครื่องประหารต่าง ๆ ได้ฟังแล้วสะดุ้งกลัว ไม่ต้องการราชสมบัติ ชีวิตนี้น้อยนัก จะก่อเวรใหม่แล้วตกอบายนานทำไม สุนันทสารถีเข้าใจและเลื่อมใส เห็นว่าแม้รัชทายาทยังจะผนวช ตัวเราจะครองเรือนไปทำไม จึงทูลขอบวชตาม
  • 1:25:29 ละครพระเตมีย์: ทรงยับยั้งการบวชของสารถี ต้องนำราชรถไปคืนก่อนเพราะคนไม่มีหนี้จึงบวชได้
    พระโพธิสัตว์ยินดีแต่ทรงดำริว่า ถ้าให้สารถีบวชเสียตอนนี้ ผู้คนจะคิดว่าพระราชกุมารหายสาบสูญไปพร้อมสารถี คงถูกยักษ์จับกินแล้ว พระชนกพระชนนีจะไม่สร่างจากความเศร้าโศก การบวชจะไม่เกิดประโยชน์ยิ่งใหญ่ ควรบอกข่าวแก่พระชนก พระชนนี พระพี่เลี้ยงนางนม และกุมารห้าร้อยผู้เป็นสหาย เมื่อพระประยูรญาติทราบก็จะรีบเสด็จมา จะได้แสดงธรรมโปรดให้เจริญในกุศลธรรม จึงตรัสยับยั้งว่าเธอยังไม่ควรบวช เพราะยังเป็นหนี้หลวงอยู่ ให้นำราชรถกลับไปคืนและกราบทูลความจริงก่อน ถ้ายังศรัทธาค่อยกลับมาบวช เพราะคนไม่มีหนี้จึงบวชได้ บวชโดยความเป็นไทคนจะไม่นินทา ผู้แสวงหาคุณธรรมก็สรรเสริญ
  • 1:28:19 ละครพระเตมีย์: สารถีขอปฏิญญาให้ประทับรอ พระโพธิสัตว์ถวายบังคมพระชนกชนนีทางทิศพาราณสี
    สุนันทสารถียังหวั่นว่าถ้าพระเจ้ากาสิกราชและพระราชมารดาทราบความจริงคงเสด็จมาพบพระราชกุมาร ตนต้องนำเสด็จ ถ้าได้พบก็เป็นความดีความชอบ แต่ถ้ามาแล้วไม่พบคงถูกลงพระราชอาญา จึงทูลขอปฏิญญาให้ประทับอยู่ที่นี่จนกว่าจะนำเสด็จพระราชบิดาพระราชมารดามาถึง พระโพธิสัตว์ตรัสรับ เพราะพระองค์เองก็ปรารถนาจะเห็นพระชนกพระชนนีเสด็จมาเช่นกัน ให้แจ้งว่ายังมีชีวิตอยู่และร่างกายสมบูรณ์ดี แล้วฝากกราบบังคมทูล ทรงหันพระพักตร์ไปทางพระนครพาราณสี ถวายบังคมพระชนกพระชนนีด้วยเบญจางคประดิษฐ์ สารถีกระทำประทักษิณ ถวายบังคม แล้วขับราชรถกลับพระนครพาราณสีโดยเร็ว