เข้าสู่ระบบด้วย Facebook เข้าสู่ระบบด้วย Google

สารคดีและมินิซีรีส์ในรายการ

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 28 ม.ค. 2549

  • 1:26:52 คนกินคน: โปริสาทซ่อนในสระมงคลโบกขรณี ขณะพระเจ้าสุตโสมเสด็จด้วยขบวนพลทั้งสี่เหล่า
    วันรุ่งขึ้นเป็นวันมงคลที่พระเจ้าสุตโสมจะลงสรงน้ำในสระมงคลโบกขรณี โปริสาทแอบซ่อนในสระก่อนฟ้าสางโดยใช้ใบบัวคลุมศีรษะ ทหารรักษาการเป็นชั้น ๆ ไกลถึงสามโยชน์ พระเจ้าสุตโสมเสวยพระกระยาหารเช้าแล้วทรงเครื่องเต็มพระอิสริยยศ ประทับช้างเผือกมงคล เสด็จตามถนนหลวงที่ประดับธงชัย รายล้อมด้วยกระบวนช้าง ม้า รถ และพลเดินเท้า ประชาชนสองข้างทางเปล่งเสียงสาธุการถวายพระพรชัย
  • 1:28:41 คนกินคน: นันทพราหมณ์จากตักกสิลานำสตารหคาถาของพระกัสสปพุทธเจ้ามาถวาย พระเจ้าสุตโสมผัดไว้วันพรุ่งนี้
    ชายหนุ่มชื่อนันทะเดินทางมาจากนครตักกสิลาพร้อมคาถาชื่อสตารหะ มีค่าหนึ่งร้อย ที่พระกัสสปพุทธเจ้าแสดงไว้และทรงจำมาจากสำนักอาจารย์ มุ่งมาแสดงแด่พระเจ้าสุตโสมผู้ใฝ่ในธรรม เมื่อขบวนเสด็จมาถึงเขายื่นมือถวายพระพร พระเจ้าสุตโสมให้เคลื่อนช้างเข้าไปถาม เมื่อทราบแล้วตรัสว่าเป็นบุญของพระองค์ แต่ต้องไปทำพิธีสรงสนานให้เสร็จก่อน ขอผัดไว้วันพรุ่งนี้ รับสั่งให้นำพราหมณ์ไปพักและจัดสถานที่ฟังคาถา ช่วงกลางมีจิงเกิลคั่นและเสียงถอดเพี้ยนบางส่วน ชื่อคาถายังไม่ยืนยันการสะกด
  • 1:31:42 คนกินคน: ราชพิธีสรงสนาน โปริสาทกระโจนขึ้นจากสระ แบกพระเจ้าสุตโสมข้ามกำแพงสิบแปดศอกไป
    พระเจ้าสุตโสมเสด็จสู่มณฑลพิธีในพระราชอุทยานที่ล้อมด้วยกำแพงสูงสิบแปดศอก อารักขาเป็นชั้นด้วยขบวนช้าง ม้า รถ พลธนู และพลดาบ ทรงเปลื้องเครื่องทรง สระพระเกศาด้วยน้ำผสมจุณจันทน์หอม ลงสรงในสระมงคลโบกขรณีแล้วขึ้นเปลี่ยนภูษา โปริสาทเห็นว่าถ้ารอให้ทรงเครื่องเสร็จจะหนักและต้านลม จึงร่ายมนต์กระโจนขึ้นจากสระ ควงดาบประกาศว่าข้าคือโจรโปริสาท ทุกคนตกใจเหมือนถูกมนต์สะกดหมดแรง โปริสาทยกพระเจ้าสุตโสมขึ้นประทับบนบ่าอย่างเคารพเพราะเป็นสหายและอาจารย์เก่า ไม่จับห้อยหัวเหมือนกษัตริย์อื่น แล้วกระโดดข้ามกำแพงเหยียบหลังช้างม้ารถหนีไปพ้นเขตสามโยชน์ จะกล้าปลงพระชนม์หรือไม่ติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 30 ม.ค. 2549

  • 1:12:08 สกู๊ปเกาหลี: คณะพระอาจารย์ติดตั้งจานดาวธรรมดวงแรก ๆ ในเกาหลีท่ามกลางอากาศติดลบสิบองศา
    ผู้ดำเนินรายการชวนดูสกู๊ปเกาหลี (ช่วงต้นไม่มีบรรทัดถอดเสียงราวสามนาที) อากาศติดลบประมาณสิบองศา แต่ด้วยความพยายาม บ้านของเจ้าของบ้านและเพื่อนบ้านได้ชมช่อง DMC เป็นแห่งแรกในเกาหลี วันที่ 30 ธันวาคม 2548 คณะพระอาจารย์ติดจานดวงที่สอง 2 มกราคม 2549 ดวงที่สาม แล้วเดินทางเข้ากรุงโซลติดดวงแรกของกรุงโซลซึ่งเป็นดวงที่สี่ของเกาหลี คนไทยที่นั่นต้องต่อสู้ทำมาหาเลี้ยงครอบครัว ปรับตัวกับอากาศหนาวและอาหาร ไกลวัดแต่ยังผูกพัน DMC ทำให้กายห่างแต่ใจไม่ห่าง พระอาจารย์ที่ไปติดบอกว่าเป็นครั้งแรกที่ได้มาเผยแพร่พระพุทธศาสนาให้คนไทยในเกาหลี ชื่อเจ้าของบ้านแต่ละหลังถอดเสียงไม่ชัด
  • 1:18:34 คนกินคน: โปริสาทกระโจนขึ้นจากสระมงคลโบกขรณี แบกพระเจ้าสุตโสมหนีไป
    สารคดีต่อจากตอนที่แล้ว โปริสาทตั้งใจจับพระเจ้าสุตโสมไปบูชายัญตามคำแนะนำของรุกขเทวดา ซ่อนตัวในสระมงคลโบกขรณีตั้งแต่เช้า พระเจ้าสุตโสมเสด็จด้วยช้างทรง ประชาชนแซ่ซ้อง ทรงสรงสนานในสระ ขณะเปลี่ยนเครื่องทรงโปริสาทร่ายมนต์กระโจนขึ้นจากสระ ประกาศนามตน ทหารตกใจล้มสลบ จึงแบกพระเจ้าสุตโสมข้ามกำแพงเหยียบหลังช้างม้าหนีไป พ้นเขตอารักขาสามโยชน์ ในพระราชอุทยานผู้คนร่ำไห้แช่งด่า ท่านเสนาบดีตั้งสติปลอบว่าพระราชาประพฤติธรรม ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม ให้รอการเสด็จกลับ นับเป็นผู้นำที่ดี
  • 1:25:18 คนกินคน: พระเจ้าสุตโสมกันแสงเพราะเกรงเสียสัจจะที่นัดฟังสตารหคาถา
    ขณะถูกแบกไป น้ำพระเนตรของพระเจ้าสุตโสมหยดลงบนอกโปริสาท ซึ่งคิดว่ากลัวตาย จึงทูลถามว่าบัณฑิตไม่ควรร้องไห้ ทรงคิดถึงตัวเอง พระญาติ พระมเหสี หรือราชสมบัติ พระเจ้าสุตโสมตรัสว่าไม่ได้เศร้าถึงสิ่งเหล่านั้น แต่นัดหมายพราหมณ์ไว้เมื่อเช้าว่าจะกลับไปฟังสตารหคาถาของพระกัสสปพุทธเจ้า เกรงจะเสียสัจจะเพราะไม่ได้ไปตามนัด
  • 1:28:45 คนกินคน: ผู้มีศีลยินดีรับความตายมากกว่าทำบาป พระเจ้าสุตโสมสาบานต่อดาบว่าจะกลับมา
    โปริสาทไม่วางใจว่าคนที่พ้นความตายไปเสวยสุขแล้วจะกลับมาหาศัตรูอีก พระเจ้าสุตโสมตรัสด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่าผู้มีศีลบริสุทธิ์ยินดีรับความตายมากกว่าทำบาปเพราะเห็นแก่ชีวิต คำเท็จไม่คุ้มครองให้พ้นทุคติ แม้ลมพัดภูเขาเอน ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์ตกลงดิน หรือแม่น้ำไหลย้อน ก็จะไม่เปลี่ยนคำพูด แล้วขอให้วางลงจากบ่า ทรงเอาดาบเป็นพยานทำสัตย์สาบานว่าทำตามนัดแล้วจะกลับมา โปริสาทจะปล่อยหรือไม่ โปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 31 ม.ค. 2549

  • 1:29:01 คนกินคน: โปริสาทแบกพระเจ้าสุตโสมหนี พระองค์สาบานต่อดาบว่าจะกลับมา
    ละครชาดกต่อจากตอนที่แล้ว โปริสาทซุ่มในสระมงคลโบกขรณี เมื่อพระเจ้าสุตโสมสรงสนานเสร็จก็กระโจนขึ้นแบกพระองค์ข้ามกำแพงหนีไป เสนาบดีปลอบข้าราชบริพารว่าพระองค์ประพฤติธรรมจะปลอดภัยกลับมา โปริสาทเห็นเหงื่อไหลนึกว่าน้ำตาเพราะกลัวตาย พระเจ้าสุตโสมตรัสว่าเสียใจเพราะนัดฟังสตารหคาถาของพระกัสสปพุทธเจ้าไว้กับพราหมณ์ จะเสียสัจจะ จึงสาบานต่อดาบว่าจะกลับมา โปริสาทนิ่งอึ้งแล้วยอมปล่อย และคิดว่าถ้าไม่กลับมาจะเชือดแขนตนเอาเลือดทำพลีกรรมแทน
  • 1:34:09 คนกินคน: พระเจ้าสุตโสมเสด็จกลับอินทปัตถ์ บูชานันทพราหมณ์ฟังสตารหคาถา
    โปริสาทย้ำเรื่องคำสาบาน พระเจ้าสุตโสมตรัสว่าตั้งแต่เป็นหนุ่มไม่เคยพูดเท็จแม้เพียงล้อเลียน โปริสาทจึงนำทางไปส่ง พระองค์รีบกลับถึงพระนครอินทปัตถ์ เล่าเรื่องให้เสนาอำมาตย์ฟังเว้นเรื่องที่ต้องกลับไปหาโปริสาท ประชาชนแซ่ซ้องสาธุการ แล้วยังไม่เข้าเฝ้าพระราชบิดามารดา รีบให้เชิญนันทพราหมณ์มาอาบน้ำหอม แต่งกายใหม่ เลี้ยงอาหาร ให้นั่งบนบัลลังก์ ส่วนพระองค์ประทับบนอาสนะต่ำกว่าด้วยความเคารพในธรรม บูชาด้วยดอกไม้ของหอม แล้วอาราธนาให้แสดงสตารหคาถา
  • 1:38:30 คนกินคน: สตารหคาถาสี่บท ธรรมของสัตบุรุษกับอสัตบุรุษไกลกันยิ่งกว่าฟ้ากับดิน
    นันทพราหมณ์เช็ดมือด้วยผ้าหอม ยกคัมภีร์ขึ้นอ่านสตารหคาถาสี่บทของพระกัสสปพุทธเจ้า บทที่หนึ่ง การคบสัตบุรุษครั้งเดียวย่อมคุ้มครองผู้คบได้ คบอสัตบุรุษแม้มากครั้งก็คุ้มครองไม่ได้ บทที่สอง พึงคบและสนิทกับสัตบุรุษเพราะรู้ธรรมของท่านแล้วมีแต่เจริญ บทที่สาม ราชรถที่วิจิตรยังเก่าคร่ำคร่า สรีระก็ถึงความชรา แต่ธรรมของสัตบุรุษไม่เก่า บทที่สี่ ฟ้ากับดินและฝั่งมหาสมุทรว่าไกล ธรรมของสัตบุรุษกับอสัตบุรุษไกลกันยิ่งกว่า พระเจ้าสุตโสมทรงปีติ รู้ว่าเป็นพุทธภาษิต มีค่ายิ่งกว่ารัตนะทั้งปวง ตรวจวาสนาของพราหมณ์แล้วบูชาด้วยทรัพย์สี่พันกหาปณะ แล้วทิ้งค้างว่าจะรักษาสัจจะกลับไปหาโปริสาทหรือไม่ โปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 1 ก.พ. 2549

  • 1:28:03 คนกินคน ตอนที่ 14: พระเจ้าสุตโสมกลับวังฟังนันทพราหมณ์แสดงคาถาสี่บท บูชาธรรมสี่พัน
    ละครชุดคนกินคนตอนที่ 14 โปริสาทปล่อยพระเจ้าสุตโสมกลับไปฟังธรรมตามคำสาบาน เมื่อถึงวังทรงให้นันทพราหมณ์บริโภคอาหาร ประทับนั่งต่ำกว่า สดับคาถาสี่บท การคบสัตบุรุษเป็นความดี รู้ธรรมของสัตบุรุษแล้วมีแต่เจริญ ร่างกายและราชรถยังเก่าได้แต่ธรรมของสัตบุรุษไม่ตาย ธรรมของสัตบุรุษกับอสัตบุรุษห่างกันยิ่งกว่าฟ้ากับดิน ทรงบูชาธรรมถุงละพันกหาปณะสี่ถุง เมื่อทราบว่าเดิมได้คาถาละร้อยจึงเรียกสตารหคาถา ทรงตั้งชื่อใหม่ว่าสหัสสารหคาถา มีค่าคาถาละพัน
  • 1:32:49 คนกินคน: พระราชบิดามารดาน้อยพระทัยและเสียดายทรัพย์ ข้อคิดโรคน้อยใจกับความตระหนี่
    พระราชบิดามารดาของพระเจ้าสุตโสมได้ยินเสียงแซ่ซ้องแล้วทราบเรื่อง ทรงกริ้วเพราะเสียดายทรัพย์ และน้อยพระทัยที่พระโอรสไม่มาเฝ้าก่อนกลับเรียกพราหมณ์มาแสดงธรรม ละครแทรกข้อคิดว่าพ่อแม่ยิ่งชรายิ่งต้องการการเอาใจ อาการปั้นปึ่งคือโรคน้อยใจ ลูกแก้ได้ด้วยการอยู่ใกล้ปรนนิบัติถามไถ่ และคนตระหนี่เห็นคนที่ตนรักให้ผู้อื่นก็ไม่พอใจ แก้ได้ด้วยการพลอยยินดีเมื่อเห็นคนอื่นให้
  • 1:35:59 คนกินคน: พระเจ้าสุตโสมไม่อิ่มในสุภาษิต ทูลลากลับไปหาโปริสาทตามคำสาบาน
    พระราชบิดาตัดพ้อว่าคาถานั้นควรค่าแค่แปดสิบถึงร้อยกหาปณะ พระเจ้าสุตโสมทูลว่าปรารถนาให้สัตบุรุษมาคบหาและไม่เคยอิ่มในสุภาษิต แล้วทูลลากลับไปหาโจรโปริสาทตามคำสาบาน พระราชบิดาจะยกกองทัพช้างม้าไปจับโจรมาประหาร แต่พระองค์ยืนยันว่าถ้าไม่ไปจะเสียสัจจะแล้วใครจะนับถือ พระราชบิดามารดา พระสนม และข้าราชบริพารร่ำไห้ขอไม่ให้เสด็จ จบตอนด้วยโปรดติดตามตอนต่อไป
  • 1:54:12 สกู๊ปเกาหลีตะวันออกไม่ห่างไกลตอนที่สอง: ติดตั้งจานดาวธรรม ตักบาตรปีใหม่ และตั้งใจสถาปนาวัดไทย
    ครูไม่ใหญ่ประกาศสกู๊ปพิเศษเกาหลีตะวันออกไม่ห่างไกลตอนที่สอง รายงานว่ากิจกรรมต้อนรับศักราชใหม่ในเกาหลี นอกจากเจ้าของบ้านผู้มีบุญติดตั้งจานดาวธรรมเพื่อมีธรรมะไว้ในบ้าน ยังชวนชาวพุทธไทยในพื้นที่ใกล้เคียงมาร่วมตักบาตรเช้าวันที่ 1 มกราคม 2549 ผู้ร่วมงานให้สัมภาษณ์ว่าอยู่มาหลายปีไม่เคยมีพระเข้ามาเกาหลีเลย ขนลุกซู่ซ่า ปลื้มปีติ และหวังว่าพุทธศาสนาแบบไทยจะมาเผยแผ่ในเกาหลี ความสามัคคีเกิดขึ้นพร้อมคำมั่นว่าจะสถาปนาวัดไทยเป็นศูนย์รวมใจชาวพุทธในเกาหลี เจ้าของบ้านชาวเกาหลีมาร่วมและฝากความในใจ ท้ายสกู๊ปว่าวันนี้เกาหลีมีดาวธรรมแล้ว บางช่วงถอดเสียงเพี้ยนเป็นภาษาอื่นอ่านไม่ได้

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 2 ก.พ. 2549

  • 1:30:58 คนกินคน ตอนที่ 15: พระเจ้าสุตโสมทูลลาพระราชบิดามารดา ขีดเส้นห้ามมหาชนตาม
    ครูไม่ใหญ่บอกว่าชาวโซโลมอนกำลังจะเป็นพุทธมามกะ แล้วเข้าละครชาดกคนกินคนตอนที่สิบห้า ทวนตอนที่แล้วที่เทวดาสาธุการ พระราชบิดามารดาเสียดายทรัพย์สี่พันที่บูชาคาถา พระเจ้าสุตโสมทูลว่าไม่อิ่มในสุภาษิต และต้องกลับไปหาโจรโปริสาทตามคำสาบาน พระราชบิดาจะยกทัพไปจับ ทั้งวังและพระนครร่ำไห้ รุ่งเช้าเสด็จออกจากประตูพระนคร มหาชนตามไม่ยอมกลับ จึงเอาไม้ขีดเส้นขวางทาง ประกาศว่าผู้จงรักภักดีอย่าข้ามเส้น มหาชนร้องไห้อยู่แค่เส้นนั้น (ช่วงต้นมีบรรทัดถอดเสียงซ้ำ)
  • 1:38:11 คนกินคน: พระเจ้าสุตโสมกลับมาตามสัญญา โปริสาทขอฟังคาถาระหว่างรอไฟหมดควัน
    โปริสาทตั้งใจไว้ว่าพระเจ้าสุตโสมจะกลับหรือไม่ก็ช่าง ถ้าไม่กลับรุกขเทวดาจะลงโทษก็ยอม รุ่งเช้าก่อเชิงตะกอนจุดไฟ พอดีพระเจ้าสุตโสมเสด็จมาถึง ตรัสว่าได้ฟังคาถาของพระกัสสปพุทธเจ้าและบูชาด้วยทรัพย์สี่พันแล้ว เชิญบูชายัญตามปรารถนา โปริสาทคิดว่าที่ไม่กลัวตายเพราะอานุภาพคาถา จึงอ้างว่าเนื้อย่างบนถ่านที่มีควันไม่อร่อย ขอฟังคาถาระหว่างรอ พระเจ้าสุตโสมจะกำราบให้ละอาย จึงตรัสว่าท่านเป็นคนบาปถูกเนรเทศ มือเปื้อนเลือด ธรรมะกับอธรรมจะลงรอยกันได้อย่างไร
  • 1:42:20 คนกินคน: โปริสาทโต้ว่าพรานและทหารก็ฆ่า พระเจ้าสุตโสมยกเนื้อสิบชนิดที่กษัตริย์ไม่พึงเสวย
    โปริสาทนิ่งฟังไม่โกรธด้วยอำนาจเมตตาของพระเจ้าสุตโสม แล้วโต้ว่าพรานป่า พระราชาที่ล่าสัตว์เพื่อความสนุก และทหารที่ฆ่าศัตรูก็เป็นนักฆ่าเหมือนกัน ทำไมไม่ประณามคนเหล่านั้น พระเจ้าสุตโสมตรัสแก้ว่ามีเนื้อสิบชนิดที่กษัตริย์ไม่พึงเสวย คือช้าง ม้า งู สุนัข ราชสีห์ หมี เสือโคร่ง เสือดาว เสือเหลือง และมนุษย์ โปริสาทถูกแทงใจดำจึงเบี่ยงประเด็นว่าพระองค์ไม่รู้หลักขัตติยธรรม พ้นมือแล้วยังกลับมาให้ฆ่า เป็นลักษณะคนพาลที่มองไม่เห็นใครดีกว่าตน จบตอนด้วยโปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 3 ก.พ. 2549

  • 1:31:18 คนกินคน: พระเจ้าสุตโสมขีดเส้นห้ามมหาชนตาม กลับมาหาโปริสาทซึ่งขอฟังคาถา
    ละครชาดกคนกินคนตอนต่อ (ถอดได้ว่าตอนที่สิบหก ฟังไม่ชัด) ทวนว่าพระเจ้าสุตโสมถวายบังคมลาพระราชบิดามารดาและพระมเหสี มหาชนร้องไห้ตามส่งไม่ยอมกลับ จึงขีดเส้นขวางทางว่าใครจงรักภักดีอย่าข้ามมา ฝ่ายโปริสาทก่อไฟรอจนเป็นถ่าน เห็นพระองค์กลับมาตามสัญญาและเชิญให้ฆ่าบูชายัญ จึงคิดว่าไม่กลัวตายเพราะอานุภาพของคาถา ขอฟังบ้างระหว่างรอไฟหมดควัน พระเจ้าสุตโสมตรัสว่าคนบาปกับคาถาที่ยกย่องธรรมลงรอยกันไม่ได้
  • 1:34:16 คนกินคน: โปริสาทว่าพระเจ้าสุตโสมไม่รู้ขัตติยธรรม พระองค์ตอบว่าสัจจะเป็นรสที่เลิศกว่าทุกรส
    โปริสาทถูกแทงใจดำจึงเบี่ยงประเด็นว่าพระองค์หลุดมือไปแล้วยังกลับมา ไม่รู้หลักขัตติยธรรม พระเจ้าสุตโสมตอบว่าขัตติยธรรมในความหมายนั้นคือความฉลาดเอาตัวรอดโดยไม่คำนึงศีลธรรม ผู้ยึดถือจึงตกนรกกันมามาก ถ้าพระองค์ไม่กลับมาก็จะตกนรกเพราะเสียสัจจะ โปริสาทเริ่มสนุกกับการสนทนา ถามว่าทำไมทิ้งปราสาท แผ่นดิน และกามสุขทั้งหมดเพียงเพื่อรักษาสัจจะ พระองค์ตอบว่าบรรดารสอร่อยในโลก สัจจะเป็นรสที่ดีกว่า
  • 1:39:15 คนกินคน: โปริสาทถามว่าไม่กลัวตายหรือ พระเจ้าสุตโสมตอบว่าทางไปสู่ปรโลกชำระบริสุทธิ์แล้ว
    พระเจ้าสุตโสมอธิบายต่อว่าผู้มั่นคงในสัจจะทั้งกายและวาจาย่อมข้ามชราและมรณะถึงพระนิพพาน รสอาหารจะอร่อยได้ก็ต่อเมื่อสามีภรรยามีสัจจะต่อกัน โปริสาทถามว่าได้เสวยกามสุขแล้วยังกลับมา ไม่กลัวตายบ้างหรือ พระองค์ตอบว่าได้บริจาคทาน บำรุงพระชนกชนนี ปกครองแผ่นดินโดยธรรม อุปการะญาติมิตร และบำรุงสมณพราหมณ์แล้ว ทางไปสู่ปรโลกชำระให้บริสุทธิ์แล้ว ผู้ดำรงอยู่ในธรรมเช่นนี้จะกลัวตายทำไม แล้วเชิญให้โปริสาทบูชายัญ
  • 1:41:40 คนกินคน: โปริสาทกลัวศีรษะแตกเจ็ดเสี่ยง ไม่กล้ากินพระเจ้าสุตโสม และอ้อนวอนขอฟังสตารหคาถา
    โปริสาทฟังแล้วตกใจกลัว คิดว่าถ้ากินสัตบุรุษผู้ทรงคุณธรรมเช่นนี้ศีรษะจะแตกเจ็ดเสี่ยงหรือถูกแผ่นดินสูบ จึงทูลว่าพระองค์เปรียบเหมือนยาพิษและอสรพิษ ใครจะกินลงคอ แล้วขอฟังสตารหคาถา พระเจ้าสุตโสมปฏิเสธว่าโปริสาทไม่ใช่ภาชนะที่ควรรองรับคาถา เพื่อให้เห็นว่าธรรมะมีค่าหาฟังยาก โปริสาทยิ่งเคารพและกระหายจะฟัง อ้อนวอนว่าฟังแล้วใจอาจยินดีในธรรมได้ ละครจบด้วยคำถามว่าพระองค์จะแสดงธรรมหรือไม่ โปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 6 ก.พ. 2549

  • 1:25:57 คนกินคน: พระเจ้าสุตโสมอธิบายขัตติยธรรม สัจจะเป็นรสอันเลิศ และตรัสว่าโปริสาทไม่ใช่ภาชนะรองรับธรรม
    ละครชาดกคนกินคนตอนต่อ ทวนว่าโปริสาทกล่าวหาว่าพระเจ้าสุตโสมไม่รู้หลักขัตติยธรรม หลุดมือไปแล้วยังกลับมาหาความตาย พระองค์ตรัสว่ารู้ดีแต่ไม่ยึดมั่น เพราะขัตติยธรรมแบบนั้นคือความฉลาดเอาตัวรอดโดยเบียดเบียนผู้อื่น ผู้ยึดถือจะตกนรกเพราะเสียสัจจะ โปริสาทถามว่าทำไมละปราสาทและกามสุขเพื่อรักษาสัจจะ พระองค์ตอบว่าสัจจะเป็นรสอันเลิศ รสทั้งหลายอร่อยได้เมื่อมีสัจจะต่อกัน ผู้รักษาสัจจะข้ามชราและมรณะถึงพระนิพพาน ส่วนที่ไม่กลัวตายเพราะทำแต่ความดี บำรุงบิดามารดาญาติมิตร ทำหน้าที่พระเจ้าแผ่นดินไม่บกพร่อง ให้ทานมาก แล้วตรัสว่าคนเช่นท่านไม่ใช่ภาชนะรองรับธรรม เชิญบูชายัญเถิด โปริสาทยิ่งเคารพและอ้อนวอนขอฟังธรรม
  • 1:29:50 คนกินคน: พระเจ้าสุตโสมแสดงสตารหคาถาสี่บท โปริสาทใจอ่อนโยนลงและขอถวายพรสี่ประการ
    พระเจ้าสุตโสมทรงทราบว่าโปริสาทใจอ่อนลงและปรารถนาฟังธรรมอย่างแรงกล้า จึงตรัสพระคาถาที่สดับมาจากนันทพราหมณ์ บทที่หนึ่ง การคบสัตบุรุษครั้งเดียวย่อมคุ้มครองได้ คบอสัตบุรุษแม้หลายครั้งก็คุ้มครองไม่ได้ บทที่สอง พึงคบและสนิทสนมกับสัตบุรุษ รู้ธรรมของสัตบุรุษแล้วมีแต่เจริญ บทที่สาม ราชรถที่วิจิตรยังเก่าคร่ำคร่า สรีระยังถึงความชรา แต่ธรรมของสัตบุรุษไม่เก่า บทที่สี่ ฟ้ากับดิน ฝั่งนี้กับฝั่งโน้นของมหาสมุทรไกลกัน แต่ธรรมของสัตบุรุษกับอสัตบุรุษไกลกันยิ่งกว่า โปริสาทปลื้มปีติเหมือนพระพุทธเจ้าแสดงเอง ช่วงหนึ่งเสียงถอดเพี้ยน แล้วบรรยายว่าธรรมะทำใจที่ดำมืดให้สว่าง ใจร้ายให้ใจดี โปริสาทไม่มีสมบัติบูชาธรรมจึงขอถวายพรสี่ประการ
  • 1:34:25 คนกินคน: พระเจ้าสุตโสมขอพรสามข้อแรก อายุยืนร้อยปี ไม่กินกษัตริย์ ปล่อยกษัตริย์ร้อยเอ็ดนคร แล้วขอข้อสุดท้ายให้เลิกกินเนื้อมนุษย์
    พระเจ้าสุตโสมตรัสว่าโปริสาทไม่รู้จักความตาย ไม่รู้ประโยชน์ นรกสวรรค์ก็ไม่รู้ อาจกลับคำภายหลังได้ โปริสาทยืนยันว่าจะไม่กลับคำ แม้ชีวิตก็สละถวายได้ พระองค์ทรงเห็นว่าถ้าขอให้เลิกกินเนื้อคนเป็นข้อแรกจะลำบากใจ จึงขอข้อง่ายก่อน ข้อหนึ่งให้โปริสาทมีอายุยืนร้อยปีในฐานะผู้มีศักดิ์ศรีเสมอกัน โปริสาทชื่นชมยินดี ข้อสองให้เว้นการกินกษัตริย์ทั้งหลายในชมพูทวีป ข้อสามให้ปล่อยกษัตริย์ร้อยเอ็ดพระองค์กลับนครโดยสวัสดี โปริสาทรับทั้งหมด แล้วพระองค์ทรงนิ่งจนโปริสาทอึดอัด ก่อนตรัสช้า ๆ ว่าแคว้นกาสีจะร้างเพราะผู้คนหนีภัยโจร ขอให้งดเสวยเนื้อมนุษย์เป็นพรข้อสุดท้าย ละครจบด้วยคำถามว่าโปริสาทจะกล้าให้พรข้อนี้หรือไม่ โปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 7 ก.พ. 2549

  • 55:19 สารคดีทอดผ้าป่าสามัคคีสร้างวัดไทยในเกาหลีครั้งแรกในประวัติศาสตร์
    ก่อนช่วงนี้ราวหกนาทีบรรทัดถอดเสียงมีแต่คำอุทานบรรทัดเดียวและบรรทัดเพี้ยนปนหลายภาษา ฟังไม่ได้ความ จากนั้นเป็นเทปสารคดีว่าการเดินทางมาเกาหลีของพระไทยและการฟังธรรมผ่านจานดาวธรรมทุกวันปลุกศรัทธาชาวไทยในเกาหลี วันที่ 30 มกราคม 2549 สาธุชนไทยในเกาหลีเกือบร้อยคนจากทั่วประเทศรวมใจนิมนต์พระจากวัดพระธรรมกายจัดพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อสร้างวัดไทยในเกาหลีเป็นครั้งแรก นำโดยกัลยาณมิตรชื่อปริชา (นามสกุลถอดเสียงเพี้ยน ยังไม่ยืนยันการสะกด) มีตักบาตรถวายภัตตาหาร สวดมนต์ทำวัตรเช้าผ่าน DMC ชมภาพตักบาตรครั้งแรกในเกาหลีเมื่อ 1 มกราคม 2549 นั่งสมาธิ แล้วทอดถวายผ้าป่า ท้ายเทปสัมภาษณ์คนไทยที่ทำงานและเปิดร้านในเกาหลีว่าอยากให้มีวัดไทย ดีใจที่ได้ทำบุญครั้งแรก

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 8 ก.พ. 2549

  • 1:18:24 คนกินคนตอนที่ 18: พระเจ้าสุตโสมแสดงสตารหคาถา โปริสาทใจอ่อนถวายพรสี่ประการ ได้พรสามข้อแรก
    ละครพญาโปริสาทคนกินคนตอนที่ 18 พระเจ้าสุตโสมทรงเห็นว่าโปริสาทใจอ่อนลงและอยากฟังธรรม จึงตรัสสตารหคาถาที่ได้ฟังจากนันทพราหมณ์ คาถาที่หนึ่งการคบสัตบุรุษเป็นความดี คาถาที่สองคบสัตบุรุษแล้วมีแต่ความเจริญ คาถาที่สามร่างกายแก่ชราเหมือนราชรถยังเก่าคร่ำคร่า คาถาที่สี่ธรรมของสัตบุรุษกับอสัตบุรุษห่างกันยิ่งกว่าฟ้ากับดิน โปริสาทอิ่มใจแต่ไม่มีสมบัติบูชาธรรม จึงถวายพรสี่ประการ พระเจ้าสุตโสมทรงประสงค์ให้เลิกกินเนื้อมนุษย์ แต่ขอพรที่ง่ายก่อน ข้อหนึ่งให้โปริสาทอายุยืนร้อยปี ข้อสองให้งดกินกษัตริย์ ข้อสามให้ปล่อยกษัตริย์ร้อยเอ็ดนครกลับบ้านเมือง โปริสาทให้ด้วยความยินดี
  • 1:22:24 คนกินคน: พรข้อสี่ให้งดกินเนื้อมนุษย์ โปริสาทร้องไห้อ้อนวอน พระเจ้าสุตโสมทวงสัจจะ
    เมื่อทรงขอพรข้อสุดท้ายให้งดกินเนื้อมนุษย์ โปริสาทหัวเราะแล้วทูลว่าพรข้อนี้เสมอกับชีวิต ยอมสละราชบัลลังก์เข้าป่ามาก็เพราะอาหารนี้ ขอให้เลือกพรข้ออื่น พระเจ้าสุตโสมตรัสว่าคนที่มัวรักษาของรักแล้วห่างจากประโยชน์คือความดี เหมือนคอสุราดื่มสุราเจือยาพิษจะเป็นทุกข์ภายหน้า ส่วนผู้ละของรักได้แม้ยากเหมือนคนไข้ฝืนดื่มยาขมจะมีสุขภายหน้า โปริสาทร้องไห้อ้อนวอนว่าทิ้งพระชนกชนนีมาเพราะเนื้อมนุษย์ ต้องเสื่อมยศเสื่อมเกียรติเพราะมัน พระเจ้าสุตโสมทวนว่าบัณฑิตไม่กล่าววาจาเป็นสอง โปริสาทเคยบอกว่าจะให้ทุกพรที่ขอ สัตบุรุษยอมสละชีวิตแต่ไม่สละธรรม พึงสละทรัพย์รักษาอวัยวะ สละอวัยวะรักษาชีวิต และสละทั้งหมดเพื่อรักษาธรรม
  • 1:29:27 คนกินคน: พระเจ้าสุตโสมยกความเป็นอาจารย์ โปริสาทยอมเลิกกินเนื้อมนุษย์และขอรับศีลห้า
    พระเจ้าสุตโสมทรงยกความหลังว่าเคยเป็นอาจารย์ให้ศิลปวิทยาแก่โปริสาทที่สำนักทิศาปาโมกข์ และแสดงสตารหคาถาให้อีก ถ้อยคำของอาจารย์ผู้มีคุณศิษย์ไม่ควรทำลาย โปริสาทไตร่ตรองแล้วเห็นว่าพระองค์ไม่เคยทอดทิ้งแม้ตนทำบาปหยาบช้า ยึดมิตรธรรมอย่างมั่นคง คนเกิดมาต้องตาย ตายเพื่อรักษาสัจจะและบูชาคุณอาจารย์ก็สมควร จึงกราบทูลทั้งน้ำตาว่ายอมถวายพรข้อนี้ พระเจ้าสุตโสมรับพรและขอให้สมาทานศีลห้า โปริสาทรับจะตั้งมั่นตลอดชีวิต พระองค์ตรัสว่าศีลห้าจะเป็นเกราะป้องกันภัย คนจะหายกลัว หายเกลียด หายโกรธ แล้วกลับมานับถือ ท้ายตอนทิ้งคำถามว่าเมื่อปล่อยกษัตริย์ร้อยเอ็ดนครแล้วพวกนั้นจะไว้ชีวิตโปริสาทหรือไม่ โปรดติดตามต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 9 ก.พ. 2549

  • 27:14 เทปความสำคัญของวันมาฆบูชา องค์สี่ และอุดมการณ์กับหลักการในโอวาทปาติโมกข์
    เทปอธิบายความสำคัญของวันมาฆบูชา 13 กุมภาพันธ์ 2549 วันขึ้นสิบห้าค่ำเดือนสาม พระบรมศาสดาประชุมพระสาวก ณ พระวิหารเวฬุวัน เกิดเหตุอัศจรรย์ประกอบด้วยองค์สี่ คือเป็นวันเพ็ญมาฆฤกษ์ พระภิกษุ 1250 รูปมาประชุมโดยไม่ได้นัดหมาย ทั้งหมดเป็นพระอรหันต์ผู้ทรงอภิญญา และเป็นเอหิภิกขุ แล้วพระองค์ประทานโอวาทปาติโมกข์ อธิบายอุดมการณ์สามข้อ คือความอดทน นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง และนักบวชไม่เบียดเบียนผู้อื่น กับหลักการสามข้อ คือไม่ทำบาปทุกชนิด ทำความดีให้ถึงพร้อม และทำใจให้ใสด้วยการนั่งสมาธิทุกวัน
  • 31:34 เทปวิธีการหกข้อในโอวาทปาติโมกข์ และเชิญร่วมจุดโคมมาฆประทีป
    เทปต่อเรื่องวิธีการหกข้อในโอวาทปาติโมกข์ ไม่ว่าร้าย ไม่ทำร้าย สำรวมในศีล รู้ประมาณในการบริโภค เลือกนั่งนอนในที่สงบ และรักษาใจให้ใสด้วยการทำสมาธิทุกอิริยาบถ แล้วเชิญผู้มีบุญชวนคนที่รักมาร่วมจุดโคมมาฆประทีปเป็นพุทธบูชา ณ ลานมหาธรรมกายเจดีย์
  • 34:42 เทปอานิสงส์การจุดประทีปเป็นพุทธบูชา การให้ประทีปชื่อว่าให้จักษุ และอานิสงส์เก้าประการ
    เทปอธิบายว่าการให้ประทีปชื่อว่าให้จักษุ คนตาดีอยู่ในที่มืดก็มองไม่เห็น การจุดประทีปเป็นพุทธบูชาจึงเป็นการบูชาด้วยดวงตา ทบทวนเหตุอัศจรรย์สี่ประการของวันมาฆบูชา แล้วไล่อานิสงส์ ได้ทิพยวิมานทิพยสมบัติ เกิดเป็นมนุษย์ได้พบพระพุทธศาสนา มีสัมมาคารวะ ดวงตาสดใสเห็นไกล ได้ทิพยจักษุ ผิวพรรณผ่องใส รัศมีกายสว่าง มีปัญญาเฉลียวฉลาด ไม่ไปเกิดในอบายภูมิ และบรรลุธรรมได้เร็ว
  • 38:51 เทปพระมังคลโพธิสัตว์พันร่างด้วยไส้ประทีปจุดไฟบูชาพระเจดีย์ตลอดคืน
    เทปเล่าเรื่องพระมังคลพุทธเจ้าผู้มีรัศมีพระกายแผ่ไปตลอดหมื่นโลกธาตุ ในอดีตชาติพระบรมโพธิสัตว์เป็นมาณพหนุ่ม เห็นพระเจดีย์ของพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งแล้วเลื่อมใส จึงพันร่างกายด้วยไส้ประทีปชุบเนยใส ทูนถาดทองคำราคาแสนกหาปณะใส่เนยใสจุดประทีปไว้บนศีรษะ แล้วจุดไฟที่ร่างกาย เดินเวียนประทักษิณรอบพระเจดีย์ตลอดทั้งคืนจนถึงเช้า ด้วยอานุภาพแห่งบุญ ไฟไม่ไหม้แม้เส้นขนเส้นเดียว เป็นอานิสงส์ให้มีรัศมีแผ่ไปตลอดหมื่นโลกธาตุ
  • 1:15:56 คนกินคนตอนที่ 19: โปริสาทร้องไห้ขอให้เปลี่ยนพร พระเจ้าสุตโสมทวงสัจจะและความเป็นอาจารย์
    มินิซีรีส์คนกินคนตอนที่ 19 ต่อจากที่พระเจ้าสุตโสมขอพรข้อสุดท้ายให้งดกินเนื้อมนุษย์ พระเจ้าสุตโสมเปรียบคนที่เสพสิ่งเป็นที่รักทั้งที่ห่างไกลความดีว่าเหมือนคอสุราดื่มสุราเจือยาพิษ โปริสาทร้องไห้อ้อนวอนให้ขอพรข้ออื่น พระเจ้าสุตโสมทวงว่าท่านกล่าวเองว่าออกปากให้พรแล้วกลับคำไม่ควร และเตือนว่าตนเป็นอาจารย์ผู้ให้ศิลปวิทยาตั้งแต่อยู่สำนักทิสาปาโมกข์ โปริสาทตรองแล้วเห็นว่าตายเพื่อรักษาสัจจะและบูชาคุณอาจารย์ก็สมควร จึงยอมถวายพร พระเจ้าสุตโสมประทานศีลห้าให้รักษามั่นคง ช่วงต้นมีบรรทัด jingle คั่นราวครึ่งนาที
  • 1:20:56 คนกินคน: เทวดาสาธุการพระเจ้าสุตโสมต่อกันไปจนถึงพรหมโลก และกษัตริย์ร้อยเอ็ดพระองค์ดีใจ
    ภุมมเทวาเห็นเหตุการณ์แล้วชื่นชมว่าไม่มีใครตั้งแต่อเวจีถึงพรหมที่หยุดโปริสาทไม่ให้กินเนื้อมนุษย์ได้ นอกจากพระเจ้าสุตโสม เทวดาชั้นจาตุมหาราชิกาและชั้นสูงขึ้นไปสาธุการต่อ ๆ กันจนถึงพรหมโลก รุกขเทวาก็สาธุการทั่วทุกทิศ กษัตริย์ร้อยเอ็ดพระองค์ที่ถูกร้อยมือแขวนไว้กับต้นไม้ได้ยินเสียงก็ดีใจสาธุการ เพราะรู้ว่าพระองค์ประทานชีวิตใหม่ให้
  • 1:23:31 คนกินคน: พระเจ้าสุตโสมให้กษัตริย์ร้อยเอ็ดนครรับสัจจะไม่แค้นโปริสาทก่อนปล่อยตัว
    โปริสาทรับศีลแล้วไม่รู้จะทำอย่างไร พระเจ้าสุตโสมให้ปล่อยกษัตริย์ แต่โปริสาทกลัวถูกรุมทำร้ายจึงขอไปปล่อยพร้อมกัน พระเจ้าสุตโสมดำริว่ากษัตริย์มีทิฐิมานะแรง อาจทุบตีโปริสาทจนตาย จึงไปขอให้ทุกพระองค์รับปฏิญญาว่าจะไม่โกรธแค้นและไม่ทำร้ายโปริสาท ทุกพระองค์รับสัจจะ พระเจ้าสุตโสมสอนว่าโปริสาทจะอนุเคราะห์พวกท่านเหมือนบิดามารดาต่อบุตร ให้ปฏิบัติต่อเขาเหมือนเป็นบุตร
  • 1:27:27 คนกินคน: ตัดเชือกรักษาแผลกษัตริย์สามวันจนหาย แล้วโปริสาทขออยู่ป่ากินรากไม้ต่อ
    โปริสาทตัดเชือกที่ร้อยพระหัตถ์ พระเจ้าสุตโสมอุ้มประคองวางลงอย่างเมตตาเหมือนประคองโอรส ทุกพระองค์อ่อนแรงเพราะอดข้าวอดน้ำหลายวัน ทั้งสองช่วยกันดึงเชือก ล้างหนองเลือด พอกแผลด้วยเปลือกไม้ฝนกับหินพร้อมตั้งสัจจาธิษฐาน และกรอกน้ำผลไม้ต้ม สามวันแผลก็แห้ง พระเจ้าสุตโสมชวนกลับบ้านเมืองพร้อมกัน แต่โปริสาทหมอบร้องไห้ขอให้พากษัตริย์กลับไป ส่วนตนจะกินรากไม้ผลไม้อยู่ในป่า ทิ้งท้ายว่าพระเจ้าสุตโสมจะทรงทิ้งโปริสาทไว้หรือไม่ ติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 10 ก.พ. 2549

  • 35:17 เทปความสำคัญของวันมาฆบูชา องค์สี่ อุดมการณ์ หลักการ วิธีการในโอวาทปาติโมกข์ และเชิญจุดโคมมาฆประทีป
    เทปบรรยายความสำคัญของวันมาฆบูชา 13 กุมภาพันธ์ 2549 วันขึ้นสิบห้าค่ำเดือนสาม ที่พระวิหารเวฬุวัน เหตุอัศจรรย์ประกอบด้วยองค์สี่ คือวันเพ็ญมาฆฤกษ์ พระภิกษุ 1250 รูปมาประชุมโดยไม่ได้นัดหมาย ทั้งหมดเป็นพระอรหันต์ผู้ทรงอภิญญา และเป็นเอหิภิกขุ แล้วอธิบายโอวาทปาติโมกข์ อุดมการณ์สามข้อ คือความอดทน พระนิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง และนักบวชไม่เบียดเบียน หลักการสามข้อ คือไม่ทำบาป ทำความดีให้ถึงพร้อม และทำใจให้ใส วิธีการหกข้อ คือไม่ว่าร้าย ไม่ทำร้าย สำรวมในศีล รู้ประมาณในการบริโภค อยู่ในที่สงบ และทำใจให้ใสทุกอิริยาบถ ท้ายเทปเชิญชวนบุคคลอันเป็นที่รักมาร่วมจุดโคมมาฆประทีปเป็นพุทธบูชาที่ลานมหาธรรมกายเจดีย์
  • 48:48 เทปพระอนุรุทธเถระ ผู้เลิศด้านทิพยจักษุ ด้วยบุญจุดประทีปบูชาพระเจดีย์ข้ามพุทธันดร
    เทปเรื่องอานิสงส์การจุดประทีปเป็นพุทธบูชา ว่าเป็นบ่อเกิดแห่งทิพยสมบัติ มนุษยสมบัติ และนิพพานสมบัติ ทำให้ได้ทิพยจักษุ สมัยพระปทุมุตตรพุทธเจ้า พระอนุรุทธะเกิดเป็นกุฎุมพี เห็นภิกษุได้ตำแหน่งเลิศด้านทิพยจักษุ จึงถวายมหาทานเจ็ดวันแล้วตั้งความปรารถนา พระพุทธเจ้าพยากรณ์ว่าอีกแสนกัปจะได้เป็นผู้เลิศด้านทิพยจักษุในศาสนาพระโคดม เมื่อพระพุทธเจ้าปรินิพพานได้ทำประทีปใหญ่พันต้นบูชาพระเจดีย์ทอง ไปเกิดในเทวโลก เป็นท้าวสักกะสามสิบครั้ง พระเจ้าจักรพรรดิยี่สิบแปดครั้ง สมัยพระกัสสปพุทธเจ้าเทินถาดสำริดบรรจุเนยใสจุดไส้พันไส้เดินเวียนรอบพระเจดีย์ ชาติสุดท้ายเป็นโอรสพระเจ้าอาของพระพุทธองค์ ออกบวชเรียนกรรมฐานกับพระสารีบุตร บรรลุอรหัตผลพร้อมปฏิสัมภิทาสี่และอภิญญาหก ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้เลิศด้านทิพยจักษุ และเป็นผู้เดียวที่ติดตามเห็นทุกขั้นตอนของการเสด็จดับขันธปรินิพพาน

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 11 ก.พ. 2549

  • 21:31 เทปความสำคัญของวันมาฆบูชา องค์สี่ อุดมการณ์ หลักการ วิธีการในโอวาทปาติโมกข์
    เทปความสำคัญของวันมาฆบูชา 13 กุมภาพันธ์ 2549 วันเพ็ญเดือนสามที่พระบรมศาสดาประชุมพระสาวก ณ พระวิหารเวฬุวัน เกิดองค์สี่ คือวันเพ็ญมาฆฤกษ์ พระภิกษุ 1250 รูปมาประชุมโดยไม่ได้นัดหมาย ล้วนเป็นพระอรหันต์ทรงอภิญญา และล้วนเป็นเอหิภิกขุ แล้วทรงประทานโอวาทปาติโมกข์ อุดมการณ์สามข้อคืออดทน นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง นักบวชไม่เบียดเบียน หลักการสามข้อคือไม่ทำบาป ทำความดีให้ถึงพร้อม ทำใจให้ใส และวิธีการหกข้อ ไม่ว่าร้าย ไม่ทำร้าย สำรวมในศีล รู้ประมาณในการบริโภค อยู่ในที่สงบ ทำใจให้ใสทุกอิริยาบถ ท้ายเทปเชิญชวนคนที่รักมาร่วมจุดโคมมาฆประทีป ณ มหาธรรมกายเจดีย์
  • 42:48 เทปพระปัญจทีปิกาเถรี จุดประทีปห้าดวงบูชาต้นโพ บรรลุอรหันต์ตั้งแต่เจ็ดขวบ
    เทปอานิสงส์การจุดประทีปเป็นพุทธบูชา ต่อจากเรื่องพระมังคลพุทธเจ้าและพระอนุรุทธเถระ วันนี้เป็นประวัติพระเถรีนามปัญจทีปิกา ในอดีตชาติเป็นหญิงนักแสวงบุญในนครหังสวดี พบต้นโพธิ์ในวันพระข้างแรม อธิษฐานขอให้ต้นโพธิ์เปล่งรัศมีถ้าพระพุทธคุณไม่มีใครเสมอ ต้นโพธิ์ก็เปล่งแสงสีทอง นั่งมีพุทธคุณเป็นอารมณ์เจ็ดวันเจ็ดคืนแล้วจุดประทีปห้าดวงสว่างตลอดคืน ด้วยอานิสงส์นั้นเกิดในดาวดึงส์ มีรัศมีกายและทิพยจักษุ เป็นพระอัครมเหสีท้าวสักกะ 80 ชาติ อัครมเหสีพระเจ้าจักรพรรดิ 100 ชาติ อยู่ในครรภ์ก็สว่าง ทุกชาติมีโคมประทีปนับแสนดวง ชาติสุดท้ายฟังธรรมบรรลุอรหันต์ตอนเจ็ดขวบ ได้อุปสมบทเป็นภิกษุณี นั่งเข้าฌานที่ใดมีประทีปห้าดวงเกิดขึ้นเอง ไม่ไปทุคติเลย ท้ายเทปเชิญจุดประทีปวันมาฆบูชาจันทร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ ที่มหาธรรมกายเจดีย์ ชื่อพระเถรีถอดได้เพี้ยนหลายแบบ ใช้ตามรูปบาลีที่ใกล้ที่สุด
  • 1:16:46 ละครพญาโปริสาท: เทวดาสาธุการสุตโสม ปล่อยกษัตริย์ร้อยเอ็ดนคร โปริสาทไม่กล้ากลับพาราณสี
    ละครต่อจากตอนที่แล้ว รุกขเทวดาเห็นพระเจ้าสุตโสมทำให้โปริสาทงดเนื้อมนุษย์และตั้งอยู่ในศีลห้า จึงสาธุการ เทวดาชั้นจาตุมหาราชิกาและชั้นสูงขึ้นไปสาธุการต่อกันจนถึงพรหมโลก พระเจ้าสุตโสมขอให้ปล่อยกษัตริย์ โปริสาทกลัวถูกทำร้ายจึงขอให้ปล่อยพร้อมกัน สุตโสมขอปฏิญญาจากกษัตริย์ว่าจะไม่โกรธไม่ทำร้ายโปริสาท แล้วให้ตัดเชือกร้อยพระหัตถ์ ล้างแผล โปริสาทต้มน้ำผลไม้ถวาย สามวันแผลหาย เมื่อถึงเวลาจากกัน โปริสาทร่ำไห้ขออยู่ป่ากินรากไม้ เพราะชาวพาราณสีเป็นศัตรูที่ถูกตนกินพ่อแม่ญาติพี่น้อง ถ้ากลับไปจะถูกทุบตีฆ่าฟัน แต่ตนรับศีลแล้วจะทำร้ายใครไม่ได้ สุตโสมว่าคนดุร้ายอย่างท่านยังทำให้ใจอ่อนได้ ชาวพาราณสีไม่หนักหนา ถ้าไม่สำเร็จจะแบ่งราชสมบัติให้ครึ่งหนึ่ง โปริสาทว่าแม้ในเมืองของสุตโสมก็มีคนไม่ชอบตน
  • 1:22:55 ละครพญาโปริสาท: สุตโสมโน้มใจด้วยความสุขในวัง โปริสาทสรรเสริญการคบสัตบุรุษ ขบวนถึงประตูพาราณสี
    พระเจ้าสุตโสมเห็นใจโปริสาทที่ยอมอดเนื้อมนุษย์เท่ากับมอบชีวิตให้ จึงพรรณนาความสุขเก่าให้คิดถึง ทั้งอาหารเลิศที่พ่อครัวปรุง นางสนมแวดล้อมดุจนางอัปสร พระแท่นบรรทมวิจิตร การฟ้อนรำขับร้องยามค่ำ พระราชอุทยานและทรัพย์สมบัติ แล้วถามว่าไม่เสียดายหรือ โปริสาทใจคล้อยตามจึงยอมกลับ และกล่าวชมคุณของกัลยาณมิตรว่าคบอสัตบุรุษเสื่อมลงเหมือนจันทร์ข้างแรม ตนคบพ่อครัวใจเลวจึงทำบาป คบสัตบุรุษเจริญขึ้นเหมือนจันทร์ข้างขึ้น เหมือนน้ำฝนตกในสระอยู่ได้นาน ส่วนตกบนที่ดอนอยู่ไม่นาน จากนั้นพระเจ้าสุตโสม โปริสาท และกษัตริย์ร้อยเอ็ดนครออกจากดงมุ่งพาราณสี ชาวชนบทรู้ว่าโจรโปริสาทหายดุร้ายก็ยินดี จัดที่พักอาหารและตามขบวนมามาก ถึงประตูพระนครจึงหยุดพักส่งข่าวเข้าเมือง จะเข้าพาราณสีได้หรือไม่โปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 15 ก.พ. 2549

  • 46:35 ละครพญาโปริสาทตอนที่ 21: โปริสาทไม่กล้ากลับพาราณสี สุตโสมโน้มใจจนยอมกลับ
    ละครตอนที่ 21 พระเจ้าสุตโสมตรัสให้โปริสาทกลับไปครองราชสมบัติที่พาราณสี แต่โปริสาทว่ากลับไม่ได้เพราะเคยกินพ่อแม่ญาติพี่น้องของชาวเมืองจนถูกประณามว่าเป็นมหาโจร พระเจ้าสุตโสมสัญญาว่าจะทำให้ได้เป็นพระราชาอีก ถ้าทำไม่ได้จะแบ่งราชสมบัติให้ครึ่งหนึ่ง พูดโน้มใจให้ระลึกถึงความสุขในวัง จนโปริสาทยอมกลับและสรรเสริญว่าการคบสัตบุรุษย่อมเจริญขึ้นเหมือนดวงจันทร์ข้างขึ้น แล้วขบวนกษัตริย์ร้อยเอ็ดนครกับชาวชนบทก็ออกจากดงไปถึงประตูพาราณสี
  • 50:16 ละครพญาโปริสาท: กาลหัตถีเสนาบดีปิดประตูเมือง โอรสโปริสาทเปิดรับพระเจ้าสุตโสม
    ขณะนั้นพระราชโอรสของโปริสาทครองพาราณสีอยู่ และกาลหัตถียังเป็นเสนาบดี เมื่อทราบว่ามีขบวนผู้คนมากมายพักหน้าประตูเมือง กาลหัตถีสั่งปิดประตูไว้ก่อนเพื่อความไม่ประมาท ละครชี้ว่าการทำตามหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบป้องกันเหตุร้ายได้ ถ้าทำเพราะเกรงใจหรือเห็นแก่หน้าอาจผิดพลาด และไม่ควรตำหนิคนที่ทำตามหน้าที่แม้ไม่ถูกใจเรา พระเจ้าสุตโสมให้กษัตริย์ร้อยเอ็ดนครรอ แล้วเสด็จไปขอเข้าเฝ้ากับผู้ติดตามไม่กี่คน พระราชาทรงทราบว่าพระเจ้าสุตโสมเป็นกษัตริย์ผู้ทรงธรรม จึงรีบเปิดประตูต้อนรับ เชิญประทับในท้องพระโรง และให้เชิญพระอัครมเหสีกับอำมาตย์เก่าของพระเจ้าพรหมทัตมาเฝ้าพร้อมกัน
  • 54:02 ละครพญาโปริสาท: สุตโสมรับรองว่าโปริสาทตั้งอยู่ในศีลแล้ว และธรรมะว่าด้วยสภาที่ไม่มีสัตบุรุษ
    พระเจ้าสุตโสมบอกเสนาบดีว่าไม่ต้องกังวล ได้ฝึกโปริสาทให้หยุดทำบาปและตั้งอยู่ในศีลแล้ว แม้ต้องสละชีวิตก็จะไม่ละเมิดศีล ทรงสอนว่าลูกต้องเลี้ยงดูพ่อแม่จึงไปสวรรค์ ไม่เลี้ยงดูไปนรก เสนาบดีอำมาตย์และพระเทวีต้องประพฤติประโยชน์แก่พระราชาตอบแทน แล้วแสดงธรรมว่าพระราชาที่ชนะคนไม่ควรชนะไม่ชื่อว่าพระราชา ภรรยาที่ไม่ยำเกรงสามี ลูกที่ไม่เลี้ยงพ่อแม่ สภาที่ไม่มีสัตบุรุษ ไม่ชื่อว่าเป็นอย่างนั้น บัณฑิตพึงกล่าวธรรมให้กระจ่าง ผู้รู้มีคำสุภาษิตเป็นธง ชาวเมืองจึงตกลงเชิญพระเจ้าพรหมทัตกลับครองเมือง ตีกลองประกาศว่างดเสวยเนื้อมนุษย์เด็ดขาดแล้ว จบตอนด้วยให้ติดตามเหตุการณ์ที่สุตโสมนำกษัตริย์ร้อยเอ็ดนครเข้าเมืองในตอนต่อไป ช่วงต้นมีบรรทัดถอดเสียงซ้ำ
  • 2:12:30 มินิซีรีส์วิบากกรรมบิดเบือน: สื่อดาบสองคมในโลกไร้พรมแดน และบาปตามกระแสเหมือนกรณีนางสุนทรี
    มินิซีรีส์ชุดวิบากกรรมบิดเบือน ตอนสื่อ ดาบสองคม ในโลกไร้พรมแดน สื่อมีอิทธิพลต่อชีวิตมนุษย์ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ ภาพยนตร์ ละคร อินเทอร์เน็ต เป็นธุรกิจแสวงกำไรที่แข่งขันรุนแรง จึงเป็นดาบสองคม ถ้าผู้มีสื่อในมือมีอคติ ริษยา อาฆาต หรือผลประโยชน์เบื้องหลัง อาจสร้างกระแสให้มหาชนเกลียดชังและร่วมกันทำร้ายคนดี บาปที่ต้องระวังคือบาปตามกระแส ได้ยินการว่าร้ายต่อเนื่องแต่ไม่เคยไปดูเอง ซึ่งน่ากลัวเพราะทำโดยไม่รู้ตัว ตัวอย่างสมัยพุทธกาลคือเดียรถีย์ให้นางสุนทรีปริพาชิกาทำทีไปค้างที่วัดพระเชตวัน แล้วจ้างนักเลงฆ่านางหมกไว้ในวัด เปิดประเด็นว่านางหายตัวไป ชี้นำให้พระราชาไปค้นจนพบศพ แล้วแห่ประจานให้มหาชนเข้าใจผิดพระศาสดา สมัยนี้ยังใช้วิธีเดียวกัน ต่างแค่สื่อที่ใช้
  • 2:17:20 มินิซีรีส์วิบากกรรมบิดเบือน: ผู้ใช้สื่อใส่ร้ายตกมหานรกขุมที่สี่
    คนที่ใช้สื่อใส่ร้ายบิดเบือนผู้อื่นมักมีใจขุ่นมัว คิดจับผิดและหาผลกำไร ตายแล้วจิตเศร้าหมองไปเกิดในมหานรกขุมที่สี่ นายนิรยบาลใช้คีมเหล็กร้อนถอนฟันจนหมดปาก เอามีดคล้ายปากกาชำแหละตัวเหมือนชำแหละหมู เอาไฟกรดเผาปากและร่าง นายนิรยบาลที่ลิ้นเหมือนดาบกรีดทั่วร่าง หรือลิ้นเหมือนเหล็กแหลมสลักร่างเป็นภาษาที่เคยใส่ร้ายเขาไว้แล้วบิดร่างเหมือนบิดผ้า พวกริษยาใส่ร้ายถูกพ่นเข็มเหล็กร้อน พวกใส่ความถูกอาเจียนอาจมกรดร้อนใส่ บางตัวถูกบิดนิ้ว มือ แขน ขา ทีละส่วน พวกวางแผนคิดร้ายมีไฟไหม้จากในหัวลุกออกทางหู จมูก ปาก ถูกทรมานยาวนานตามอำนาจกรรม
  • 2:20:17 มินิซีรีส์วิบากกรรมบิดเบือน: รับกรรมต่อในอุสสทนรก ทะเลคูถเน่าร้อน
    พ้นมหานรกขุมที่สี่แล้วต้องรับกรรมต่อในอุสสทนรก นายนิรยบาลโยนสัตว์นรกลงทะเลคูถเน่าเหม็นร้อน มีปลาปากแหลมเหมือนปากกาคอยทิ่มแทง ปลาปากเหมือนดาบเชือดเฉือน ปลาปากเหมือนกรรไกรตัดร่างเป็นท่อน นายนิรยบาลเดินบนทะเลน้ำมูตรคูถ ดึงหัวขึ้นมาแล้วใช้ลิ้นเหมือนดาบตัดคอหรือลิ้นยาวรัดคอ พ่นเข็มใส่ บางพวกถูกถอนฟันซ้ำทุกครั้งที่งอกใหม่ ถูกลากลิ้นออกมาตัด ถูกปลาฟันแหลมรุมกัด ถูกบิดแขนขาแล้วโยนลงน้ำให้ว่ายต่อ เมื่อตะเกียกตะกายขึ้นฝั่งก็ถูกตัดคอ ถูกพ่นเข็มเหล็กร้อน หรือถูกบิดร่างทีละส่วนจนตาย
  • 2:23:46 มินิซีรีส์วิบากกรรมบิดเบือน: ยมโลก เปรต สัตว์ปากยาว และมนุษย์ที่ถูกใส่ร้าย แล้วชวนผลิตสื่อสร้างสรรค์
    พ้นอุสสทนรกถูกนำไปพิพากษาที่บัลลังก์พญายมราช ถ้ายังไม่หมดกรรมต้องรับกรรมในยมโลก ถูกถลกหนังราดน้ำกรด ถูกบังคับให้เขียนคำสารภาพที่เคยใส่ร้ายบิดเบือน ไม่เขียนก็ถูกบิดแขนขา เขียนเสร็จถูกราดกรด บางพวกถูกถอนฟันแหกปากเฉือนลิ้นทีละนิด ถูกฟาดกับพื้นขวากหนาม หรือถูกปาคูถกรดร้อน พ้นยมโลกไปเกิดเป็นเปรตผอมสูงมีหนอนชอนไช ตัวบิดเป็นเกลียว ถูกคูถหรือเหล็กแหลมคล้ายปากกาตกใส่ มีไฟออกจากตาหูจมูกปาก หรือใช้มือเดินต่างเท้าเพราะเขียนผิดให้เป็นถูก แล้วเกิดเป็นหนอนในส้วมหรือสัตว์ปากยาวเช่นจระเข้ เป็นมนุษย์ก็เกิดในตระกูลต่ำ ปากเหม็น ฟันห่างฟันเก และถูกใส่ร้ายเหมือนที่ทำมา ปิดท้ายว่าผู้มีสื่อในมือควรเสนอความจริง เพราะสื่อพาคนลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ได้ ผู้ผลิตสื่อสีดำให้รีบกลับใจหันมาผลิตสื่อสร้างสรรค์ อย่ากลัวเสียหน้า และตั้งมั่นในทาน ศีล ภาวนา

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 16 ก.พ. 2549

  • 1:04:05 ละครพญาโปริสาท สุตโสมพาพระเจ้าพรหมทัตกลับพาราณสีและสถาปนาเป็นกษัตริย์อีกครั้ง
    เทปละครต่อจากตอนก่อน ต้นช่วงถอดเสียงวนซ้ำชื่อพระเจ้าสุตโสม เมื่อเห็นว่าเมืองพาราณสีปิดประตูพระนคร พระเจ้าสุตโสมให้กษัตริย์ร้อยเอ็ดนครพักรอ แล้วเสด็จไปขอเข้าเฝ้าพระราชาองค์ใหม่ซึ่งออกมาต้อนรับ ตรัสถามเสนาบดีว่าเหตุใดปิดประตูไม่ให้พระราชาของตนเข้าเมือง เสนาบดีทูลว่าเพราะเคยกินคนจำนวนมาก พระเจ้าสุตโสมประทานโอวาทว่าต่อไปไม่ต้องกลัวภัย เพราะท้าวเธอจะไม่เบียดเบียนใครอีกแม้ต้องสละชีวิต ทุกคนปีติ ตีกลองประกาศทั่วเมือง แล้วเชิญพระเจ้าพรหมทัตพร้อมกษัตริย์ทั้งหมดเข้าพระนครด้วยขบวนต้อนรับ ประชาชนมาอนุโมทนาและให้อโหสิกรรม ช่างกัลบกแต่งพระมัสสุพระเกศา แล้วประกาศสถาปนาพระเจ้าพรหมทัตเป็นกษัตริย์แห่งพาราณสีดังเดิม ท้าวเธอถวายเครื่องราชสักการะแก่พระเจ้าสุตโสมและกษัตริย์ร้อยเอ็ดพระองค์ มีมหรสพสมโภชหลายวัน