เข้าสู่ระบบด้วย Facebook เข้าสู่ระบบด้วย Google

สารคดีและมินิซีรีส์ในรายการ

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 12 ม.ค. 2549

  • 37:05 พญาโปริสาท ตอนที่ 1: เข้าสำนักอาจารย์ทิสาปาโมกข์ เมืองตักกสิลา
    ทั้งสองถามทางจากชาวบ้านจนถึงเมืองตักกสิลาในตอนเย็น เข้าไปแสดงตัวและมอบทองคำแท่งเป็นค่าเล่าเรียน ค่ากิน ค่าที่พัก อาจารย์รับไว้ในสำนักตามประสงค์ เล่าถึงกติกาของสำนักที่ราชกุมารและสามัญชนเท่าเทียมกันหมด ใครทำผิดกฎถูกลงโทษเสมอกัน จึงมีชื่อเสียงไปทั่วทุกภูมิภาค
  • 1:07:52 พระภัททชิเถระ: ลูกมหาเศรษฐีผู้ฟังธรรมครั้งเดียวแล้วบรรลุอรหันต์
    สารคดีเล่าประวัติพระภัททชิ บุตรมหาเศรษฐีแห่งภัททิยนคร ผู้มีปราสาทสามหลังสำหรับสามฤดู มีบริวารและหญิงงามคอยบำรุงบำเรอ วันที่ย้ายปราสาทตามฤดูกลับไม่มีมหาชนมามุงดูเพราะไปฟังธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ราวป่านอกเมือง เมื่อไปฟังด้วยเพียงครั้งเดียวก็บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ พระบรมศาสดาจึงขอให้บิดาอนุญาตให้บวช เพราะเพศคฤหัสถ์รองรับคุณธรรมของพระอรหันต์ไม่ได้
  • 1:12:06 พระภัททชิแสดงฤทธิ์ยกปราสาทของพระเจ้ามหาปนาทะขึ้นจากแม่น้ำคงคา
    ที่โกติคามริมแม่น้ำคงคา พระภัททชิเข้าสมาบัติรอจนพระบรมศาสดาเสด็จมาถึงจึงออก ทำให้ภิกษุปุถุชนติว่ากระด้างถือตัวว่ามาจากตระกูลมหาเศรษฐี พระพุทธองค์จึงให้ขึ้นเรือขนานลำเดียวกันแล้วถามถึงปราสาทแก้วที่เคยอยู่เมื่อเป็นพระเจ้ามหาปนาทะ ท่านทูลว่าจมอยู่ตรงนั้น แล้วเหาะขึ้นดำลงไปใช้ปลายเท้าเกี่ยวยกยอดปราสาทขึ้นมาให้มหาชนเห็น เหล่าญาติในชาติที่เป็นพระเจ้าจักรพรรดิซึ่งเกิดเป็นเต่าเป็นปลาเพราะยึดติดทรัพย์ต่างเดือดร้อน ท่านจึงปล่อยปราสาทกลับที่เดิม

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 13 ม.ค. 2549

  • 1:30:36 เรื่องเล่าสองราชกุมาร: สุตโสมกับพรหมทัตพบกันที่กระท่อมร้าง
    ตอนต่อของเรื่องเล่าชาดก ชายหนุ่มสองคนเดินทางไกลจากเมืองของตน คนหนึ่งมีวงหน้างดงามดังดวงจันทร์เพ็ญ ดูมีอายุมากกว่า นามว่าสุตโสม โอรสของพระเจ้าโกรัพยะ กษัตริย์แห่งนครอินทปัตต์ แคว้นกุรุ อีกคนหน้าตาผิวพรรณดี นามว่าพรหมทัต โอรสของพระเจ้ากาสิกราช แคว้นกาสี ทั้งสองมาพบกันที่กระท่อมร้างข้างทาง หลังอาหารค่ำจึงพูดคุยทำความรู้จักและนับถือกันฉันเพื่อน โดยพรหมทัตนับถือสุตโสมเป็นท่านพี่เพราะเห็นว่าอายุมากกว่าและสุขุมลุ่มลึกกว่า
  • 1:32:01 สองราชกุมารไปเรียนที่ตักกสิลา สุตโสมเป็นทั้งพี่และผู้ช่วยอาจารย์
    รุ่งเช้าทั้งคู่ออกเดินทางไปศึกษาวิชาในสำนักอาจารย์ทิศาปาโมกข์ด้วยกัน เมื่อถึงเมืองตักกสิลาก็เข้ารายงานตัวสมัครเป็นศิษย์สำนักเดียวกัน พร้อมมอบทองคำแท่งเป็นค่าเล่าเรียน ค่าอาหาร และค่าที่พัก ปรากฏว่าสุตโสมราชกุมารมีอาวุโสกว่าราชกุมารและศิษย์อื่นทั้งหมด อาจารย์จึงให้ช่วยแนะนำศิษย์รุ่นเดียวกันที่ยังไม่จบ ซึ่งท่านก็ไม่ขัดข้องเพราะจะรออีกฝ่ายให้เรียนจบพร้อมกันอยู่แล้ว จึงอยู่ในฐานะทั้งเพื่อนสนิทและอาจารย์ที่คอยช่วยเหลือ
  • 1:34:40 คำปฏิญาณก่อนแยกทาง: รักษาอุโบสถศีลและไม่เบียดเบียนผู้อื่น
    เมื่อเรียนจบพร้อมกันและร่ำลาอาจารย์แล้ว พอพ้นประตูเมืองตักกสิลาที่ทุกคนต้องแยกย้ายกันไป สุตโสมราชกุมารผู้เป็นทั้งอาวุโสและอาจารย์ของศิษย์คนอื่นได้กล่าวเตือนสติว่าพวกเราได้วิชาตามที่ต้องการแล้ว พ่อแม่รอคอยความสำเร็จอยู่ ผู้ที่เป็นโอรสกษัตริย์ก็ขอให้แสดงศิลปวิทยาให้ประจักษ์จนเป็นที่ยอมรับว่าปกครองบ้านเมืองได้ และเมื่อได้รับมอบราชสมบัติแล้วขอให้รักษาอุโบสถศีลทุกกึ่งเดือนอย่าให้ขาด และอย่าเบียดเบียนผู้อื่นให้เดือดร้อนไม่ว่ากรณีใด ทุกคนขานรับว่ารับได้ และศิษย์คนรองยืนยันว่าหลักวิชาการปกครองก็ระบุไว้ชัดว่าต้องไม่เบียดเบียนไม่เอาเปรียบผู้อยู่ใต้ปกครอง
  • 1:37:50 ศิษย์ทุกคนได้ครองราชสมบัติ และส่งข่าวเตือนกันไม่ให้ประมาท
    เมื่อกลับถึงนครของตน หลายท่านได้รับราชสมบัติจากพระราชบิดา ได้เป็นกษัตริย์บ้างเป็นเจ้าผู้ครองนครบ้าง แล้วส่งข่าวสารไปยังสุตโสมราชกุมารซึ่งได้รับมอบราชสมบัติจากพระเจ้าโกรัพยะให้เป็นกษัตริย์แห่งอินทปัตต์นครเช่นกัน รวมทั้งพรหมทัตราชกุมารที่ได้เป็นพระเจ้าแผ่นดินแห่งเมืองพาราณสีก็ส่งข่าวมาด้วย พระเจ้าสุตโสมจึงส่งข่าวตอบไปว่าขอให้ทุกพระองค์ไม่ประมาทในการครองราชสมบัติ และให้นึกถึงคำปฏิญาณก่อนจากกัน
  • 1:39:11 พระเจ้าพรหมทัตรักษาอุโบสถศีลได้ แต่ขาดเนื้อสัตว์ทุกมื้อไม่ได้
    พระเจ้าพรหมทัตปกครองประชาราษฎร์ให้อยู่ด้วยความสงบสุข มีพระโอรสพระธิดามากมาย และรักษาอุโบสถศีลทุกกึ่งเดือนไม่ขาด แต่ทรงขาดเนื้อสัตว์ไม่ได้ พระกระยาหารทุกมื้อต้องมีเนื้อประกอบด้วยเสมอ ไม่มีแล้วเสวยไม่ได้เลย คนทำครัวทราบดี แม้ในวันอุโบสถที่คนทั้งหลายงดฆ่าสัตว์จนไม่มีเนื้อจำหน่าย ก็ยังนำเนื้อที่เก็บไว้วันก่อนมาปรุงถวายได้ จึงเป็นที่วางพระทัยมาตลอด
  • 1:40:05 สุนัขกินเนื้อที่เก็บไว้หมดในวันอุโบสถ พ่อครัวหาเนื้อไม่ได้
    วันอุโบสถวันหนึ่ง เนื้อที่เก็บไว้ถูกสุนัขที่เลี้ยงไว้ในวังหลวงกินหมดเพราะความเผลอเรอของคนทำครัว เขาจึงรีบออกไปหาซื้อเนื้อในตลาดมาทดแทน แต่เพราะเป็นวันอุโบสถคนไม่ฆ่าสัตว์กันจึงไม่มีเนื้อจำหน่าย เขาตกใจจนเหงื่อไหล วิ่งไปทุกตลาดที่คิดว่าจะมีขายแต่ก็สิ้นหวัง นั่งทอดอาลัยคิดว่าคราวนี้เห็นทีจะต้องตายแน่ แล้วตัดจบว่าโปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 14 ม.ค. 2549

  • 1:13:55 การ์ตูนสอนนิวรณ์ 5: เครื่องกั้นความดีห้าอย่าง
    ช่วงการ์ตูนที่มีตัวละครเด็กกับกระต่ายบนดวงจันทร์ อธิบายว่านิวรณ์คือเครื่องกั้นความดี มีห้าอย่างคือกามฉันทะ ความพอใจในกาม พยาบาท ความคิดร้ายขัดเคืองใจ วิจิกิจฉา ความลังเลสงสัย อุทธัจจกุกกุจจะ ความฟุ้งซ่านรำคาญใจ และถีนมิทธะ ความหดหู่ท้อถอยง่วงเหงา เมื่อจิตเศร้าหมองไม่ผ่องใสก็มีทุคติเป็นที่ไป (ชื่อข้อที่สี่และห้าในเสียงถอดเพี้ยน เทียบจากบริบท)

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 18 ม.ค. 2549

  • 12:33 โปริสาทคนกินคน ตอนที่สาม: สุตโสมเรียนจบก่อนเพื่อนและเตือนสติตอนแยกทาง
    เริ่มเทปตอนที่สาม สุตโสมราชกุมารเข้ารับการศึกษาแล้วปรากฏว่าอาวุโสและเฉลียวฉลาดกว่าศิษย์ทั้งหมด ขยันหมั่นเพียรจนเรียนจบก่อนใคร อาจารย์จึงขอให้อยู่ต่อช่วยสอนศิษย์คนอื่นให้จบพร้อมกัน เมื่อทุกคนจบแล้วจึงอำลาอาจารย์เดินทางกลับบ้านเมืองพร้อมกัน ถึงประตูเมืองตักกสิลาที่ต้องแยกทาง สุตโสมในฐานะอาจารย์เตือนให้ทุกคนรักษาอุโบสถศีลทุกกึ่งเดือน อย่าเบียดเบียนใคร และทำประโยชน์แก่ผู้อยู่ใต้ปกครองให้มาก
  • 14:21 พระเจ้าพรหมทัตรักษาอุโบสถศีลแต่เว้นเนื้อไม่ได้ พ่อครัวจึงไปแร่เนื้อศพ
    หลายปีผ่านไป ศิษย์หลายท่านได้ครองราชย์เป็นกษัตริย์และเจ้าเมือง สุตโสมและพรหมทัตก็ได้ครองราชย์ด้วย พระเจ้าพรหมทัตรักษาอุโบสถศีลไม่ขาดแต่เว้นการเสวยเนื้อไม่ได้ วันอุโบสถวันหนึ่งสุนัขในวังขโมยกินเนื้อจนหมด พ่อครัวหาซื้อเนื้อในตลาดไม่ได้ จึงตัดสินใจเสี่ยงไปที่ป่าช้าผีดิบนอกเมือง ขุดศพชายที่เพิ่งฝังใหม่ขึ้นมาแร่เนื้อโคนขาทั้งสองข้าง แล้วกลบฝังไว้เหมือนเดิม
  • 16:00 พรหมทัตติดใจรสเนื้อมนุษย์ตั้งแต่คำแรกเพราะอาจิณกรรมจากอดีตชาติ
    พ่อครัวปรุงเนื้อนั้นอย่างพิเศษสุดฝีมือ พอชิ้นเนื้อแตะปลายลิ้น รสชาติก็แผ่ซ่านทั่วพระสรีระ พระเจ้าพรหมทัตหยุดชะงักด้วยความพอพระทัย เพราะไม่เคยลิ้มลองเนื้อเช่นนี้มาก่อน เทปอธิบายว่าเป็นเพราะอดีตชาติเคยเกิดเป็นยักษ์ที่กินเนื้อมนุษย์ ความเคยชินที่เรียกว่าอาจิณกรรมจึงติดตามมา เทียบกับคนที่เคยเกิดเป็นงูซึ่งมักง่วงหรือหลับเวลาฟังธรรม
  • 17:28 แกล้งพิโรธให้พ่อครัวสารภาพ แล้วสั่งให้ปรุงเนื้อมนุษย์ถวายทุกวัน
    พระเจ้าพรหมทัตแกล้งทำเป็นพิโรธ ทิ้งอาหารคำนั้นและไล่นางสนมกำนัลออกไปให้หมด เหลือพ่อครัวคนเดียว ซักถามจนพ่อครัวยอมเปิดเผยความจริงและขอพระราชทานอภัยโทษ แต่กลับสั่งห้ามบอกใคร ให้พ่อครัวกินอาหารเนื้อธรรมดาเสียเอง ส่วนอาหารที่ถวายให้ปรุงด้วยเนื้อมนุษย์เหมือนวันนี้ พ่อครัวทูลว่าหาเนื้อมนุษย์ทุกวันไม่ได้ จึงรับสั่งให้ไปรับศพนักโทษประหารในคุกหลวงมาใช้
  • 20:14 นักโทษประหารหมดคุก จึงใช้อุบายถุงเงินและตีกลองล่อคนมาฆ่า
    นักโทษประหารในคุกหลวงหมดไปวันละคน จนต้องนำนักโทษจากคุกในชนบทและหัวเมืองต่าง ๆ มาใช้จนหมดอีก พระเจ้าพรหมทัตจึงสั่งทหารคนสนิทนำถุงเงินของหลวงไปทิ้งตามถนนหลวงแล้วแอบซ่อนตัว ใครมาหยิบก็จับประหารด้วยข้อหาขโมยทรัพย์ของหลวง จนผู้คนไม่กล้าหยิบของที่วางในที่สาธารณะ ต่อมาจึงบอกอุบายให้พ่อครัวตีกลองให้ดังทั้งเมืองให้คนแตกตื่นวิ่งหนี แล้วแอบฆ่าคนที่วิ่งเข้ามาใกล้เอาเนื้อไปทำอาหาร ซากศพที่ถูกแร่เนื้อถูกทิ้งเกลื่อนจนชาวเมืองพาราณสีวุ่นวายไปทั่ว
  • 59:39 พระภัททชิเถระ เจ้าของปราสาทสามฤดู ตอนที่สาม: ยกปราสาทแก้วจากใต้แม่น้ำคงคา
    เทปตอนที่สามเริ่มจากท่านภัททชิบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์และบวชเป็นพระภิกษุหลังได้รับอนุญาตจากเศรษฐีผู้เป็นบิดา พระบรมศาสดานำเดินทางต่อไปถึงโกฏิคามหมู่บ้านใกล้ฝั่งแม่น้ำคงคา พระภัททชิล่วงหน้าไปนั่งเข้าฌานอยู่ริมฝั่งจึงไม่ลุกขึ้นต้อนรับพระเถระ เพื่อนสหธรรมิกตำหนิว่ามีมานะทิฏฐิ พระพุทธองค์ประสงค์ให้คณะสงฆ์ทราบอานุภาพของท่าน จึงเรียกให้ขึ้นเรือลำเดียวกันแล้วรับสั่งให้ยกปราสาทแก้วที่เคยใช้สอยเมื่อเกิดเป็นพระเจ้ามหาปนาทะขึ้นมา ท่านเหาะขึ้นอากาศแล้วแหวกน้ำลงไปใช้เท้าเกี่ยวยอดปราสาทยกขึ้นมา มหาชนสองฝั่งแม่น้ำจึงหมดความสงสัยในคุณวิเศษของท่าน
  • 1:03:44 อดีตชาติของพระภัททชิ: ฤษีถวายน้ำเกสรบัวแด่พระปทุมุตตรพุทธเจ้า
    เล่าเหตุที่ท่านประกอบมาในอดีต สมัยพระปทุมุตตรพุทธเจ้าท่านเกิดก่อนที่พระพุทธเจ้าจะอุบัติ ออกบวชเป็นฤษีบำเพ็ญพรตกลางป่า วันหนึ่งลงไปในสระเพื่อหาเหง้าบัวและดอกบัวแล้วเห็นพระพุทธเจ้าเสด็จเหาะผ่านมา เกิดอัศจรรย์ใจและปรารถนาจะถวายภักษาหารอย่างแรงกล้า พระพุทธองค์ทรงทราบจึงเสด็จลงมาที่ฝั่งสระ ท่านฤษีนำน้ำที่เกิดจากเกสรบัวกับน้ำนมและเนยใสที่ไหลจากเหง้าบัวมาถวาย เมื่อกลับถึงอาศรมเกิดพายุฝนและสายฟ้าฟาดลงกลางศีรษะสิ้นชีวิตทันที ด้วยอำนาจฌาน ศีล และภาวนา จึงไปเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิต
  • 1:06:05 สร้างกุฏิถวายพระปัจเจกพุทธเจ้าเจ็ดพระองค์ในชาติที่เป็นช่างจักสาน
    สมัยพระวิปัสสีพุทธเจ้าท่านมาเกิดในตระกูลมหาเศรษฐี ถวายมหาทานแด่พระสงฆ์จำนวนมากโดยมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประธาน ทั้งถวายผ้าไตรจีวรเนื้อละเอียดแก่ภิกษุทุกรูป สั่งสมบุญจนตลอดชีวิตแล้วไปบังเกิดในเทวโลก ต่อมาเกิดในตระกูลช่างจักสาน วันหนึ่งไปลำเลียงไม้ไผ่ใกล้ฝั่งแม่น้ำคงคากับบิดา เห็นพระปัจเจกพุทธเจ้าแล้วเกิดความเลื่อมใส เมื่อทราบว่าท่านกำลังหาที่จำพรรษา สองพ่อลูกจึงสร้างกุฏิและทางเดินจงกรมนิมนต์ให้อยู่จำพรรษาพร้อมอุปถัมภ์ด้วยปัจจัยสี่ ทำอย่างนี้กับพระปัจเจกพุทธเจ้าถึงเจ็ดพระองค์ ละโลกแล้วไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ (จำนวนพระสงฆ์ที่รับมหาทานในเทปฟังไม่ชัด)
  • 1:08:05 พระเจ้ามหาปนาทะและปราสาทแก้วที่วิศวกรรมเทพบุตรเนรมิตถวาย
    ต่อมาท่านมาเกิดในราชตระกูลมีพระนามว่ามหาปนาทะ เมื่อพระชนม์ครบกำหนดพระราชบิดาสร้างปราสาทที่ประทับให้และยกราชสมบัติให้ครอบครอง ด้วยอานุภาพบุญที่เคยสร้างกุฏิถวายพระปัจเจกพุทธเจ้าเจ็ดพระองค์ วิศวกรรมเทพบุตรจึงมาเนรมิตปราสาทแก้วถวาย สูง 25 โยชน์ ดาดาษด้วยรัตนชาติทั้งสิ้น ท้าวสักกเทวราชส่งนางเทพอัปสรมาฟ้อนรำขับกล่อม พระเจ้ามหาปนาทะปกครองมหาชนโดยธรรมและบำเพ็ญกุศลเสมอ เมื่อสิ้นพระชนม์ไปบังเกิดในเทวโลกอีกครั้ง ส่วนปราสาทแก้วค่อย ๆ จมลงใต้ท้องแม่น้ำคงคา
  • 1:09:59 บทสรุป: พระภัททชิเป็นผู้ฉลาดในการหาบุญ ไม่ปล่อยโอกาสทองให้ผ่านไป
    สรุปว่าพระภัททชิเป็นผู้ฉลาดในการหาบุญ เมื่อพบเนื้อนาบุญอันเลิศคือพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระปัจเจกพุทธเจ้าก็ไม่ปล่อยโอกาสทองให้ผ่านเลยไป สั่งสมบุญเต็มกำลัง จึงได้เสวยสมบัติอันประณีตทั้งในเทวโลกและมนุษย์โลกทุกภพทุกชาติ แล้วโยงมาถึงผู้ฟังว่าโอกาสทองของเราก็ยังมีอยู่เพราะยังมีพระสงฆ์ผู้เป็นเนื้อนาบุญให้สั่งสมบุญได้ จึงควรสั่งสมบุญเต็มที่จนวันสุดท้ายของชีวิต เพื่อเป็นบุญต่อบุญ สมบัติต่อสมบัติ เข้าถึงมนุษย์สมบัติ ทิพยสมบัติ และนิพพานสมบัติ

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 19 ม.ค. 2549

  • 32:42 ทบทวนตอนที่แล้ว: พ่อครัวขุดศพมาปรุงถวายพระเจ้าพรหมทัต
    ทบทวนว่าคนทำครัวของพระเจ้าพรหมทัตหาซื้อเนื้อในตลาดไม่ได้ จึงไปขุดศพคนที่เพิ่งตายใหม่ที่ป่าช้าผีดิบนอกเมืองมาแล่เนื้อปรุงถวาย พระราชาติดใจรสตั้งแต่คำแรกจนสอบถามได้ความจริง แล้วสั่งให้ทำถวายเป็นประจำ โดยให้พ่อครัวรับหน้าที่นำศพนักโทษประหารไปฝัง เมื่อนักโทษในคุกหลวงและในชนบทหมดลง ก็ทรงแนะอุบายนำถุงทรัพย์ของหลวงไปวางตามถนนหลวง ใครหยิบก็ให้จับประหารทันที
  • 34:31 ตีกลองกลางดึกล่อคนออกมาแล้วดักฆ่า
    เมื่อหานักโทษไม่ได้ จึงทรงรับสั่งให้ตีกลองสนั่นเมืองในเวลาดึก ผู้คนวิ่งออกมาด้วยคิดว่าเมืองถูกปล้น พ่อครัวก็ไปซุ่มดักฆ่าคนที่วิ่งเข้ามาใกล้แล้วนำเนื้อไปทำอาหาร ทำให้กรุงพาราณสีวุ่นวายสับสน ผู้คนหวาดกลัวเพราะไม่รู้ว่าจะเจอกับตัวเองเมื่อไร ข่าวเลื่องลือไปทั่วว่าในพระนครมีมนุษย์กินคนแอบซ่อนอยู่ เพราะชันสูตรศพแล้วพบว่าฆาตกรแล่เนื้อไปกิน
  • 35:37 ชาวเมืองร้องทุกข์แล้วไปพึ่งท่านกาลหัตถีเสนาบดี
    มหาชนมาประชุมกันที่พระลานหลวงเพื่อร้องทุกข์ต่อพระราชาว่ามีคนกินคนเที่ยวฆ่าคนแล่เนื้อไปกินทุกวัน ขอให้จับโจรมาลงโทษ พระราชาทรงทราบเรื่องดีด้วยพระองค์เองแต่ต้องเห็นแก่พระองค์ก่อน จึงบ่ายเบี่ยงให้ประชาชนบอกมาว่าเป็นใคร ประชาชนผิดหวังจึงรวมตัวเดินขบวนไปขอความช่วยเหลือจากท่านกาลหัตถีเสนาบดี ข้าราชการผู้ใหญ่ที่ซื่อสัตย์ยุติธรรมจนพระราชาก็ยังเกรงใจ ท่านรับปากว่าภายในเจ็ดวันจะจัดการคดีให้ได้
  • 37:07 จับพ่อครัวได้ขณะฆ่าหญิงสาว แล้วถูกชาวเมืองรุมประชาทัณฑ์
    เสนาบดีเรียกประชุมเจ้าหน้าที่แล้วส่งกำลังไปดักซุ่มตามที่ต่าง ๆ ฆาตกรในคราบคนทำครัวต้องระวังตัวเป็นพิเศษแต่ก็หนีสายตาเจ้าหน้าที่ไม่พ้น คืนหนึ่งขณะกำลังฆ่าหญิงสาวแล้วแล่เนื้อสะโพกใส่กระเช้า เจ้าหน้าที่ก็กรูเข้ามาจับมัดมือไพล่หลัง โบยแล้วลากไปตามถนนพร้อมร้องประกาศว่าจับโจรได้แล้ว ชาวเมืองแตกตื่นมาดูและโกรธแค้นจนรุมประชาทัณฑ์ด้วยก้อนหินท่อนไม้จนเลือดท่วมตัว
  • 40:03 ยึดพระนครก่อนนำพ่อครัวไปให้การต่อพระพักตร์
    เสนาบดีจำได้ว่าพ่อครัวเป็นคนของพระราชา งานนี้จะละเลยไม่ได้เพราะเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จึงถามว่ากล้าให้การอย่างนี้ต่อเบื้องพระพักตร์หรือไม่ เขายืนยันหนักแน่นว่าจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้ทุกคนทราบ ท่านจึงสั่งขังเขาไว้และจัดเวรยามแน่นหนา รุ่งขึ้นเชิญอำมาตย์ราชบริพารและชาวเมืองมาประชุม ตกลงกันว่าจะยึดพระนครไว้ก่อนเพื่อป้องกันจลาจล แล้วแขวนตะกร้าใส่เนื้อคนที่คอพ่อครัวนำตัวไปยังพระราชนิเวศน์ ปิดท้ายด้วยคำชวนติดตามตอนต่อไป
  • 1:22:12 อดีตชาติพระมหากัสสปเถระ: อุบาสกเวเทหะสร้างเจดีย์บูชาพระบรมศาสดา
    ยกอดีตชาติของพระมหากัสสปเถระผู้ได้รับยกย่องว่าเป็นเลิศในด้านถือธุดงควัตร ในสมัยพระปทุมุตตรพุทธเจ้าท่านเกิดในตระกูลมั่งคั่งชื่อเวเทหะ อยู่ในกรุงหังสวดี เป็นอุบาสกที่ให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนาเป็นประจำ วันพระก็อธิษฐานอุโบสถศีลแต่เช้าและไปฟังธรรมที่พระวิหาร เมื่อพระพุทธองค์ปรินิพพานแล้ว มหาชนสร้างพระมหาเจดีย์สูงสิบสองโยชน์ด้วยอิฐทองคำ ส่วนอุบาสกเวเทหะไม่ปล่อยใจให้เศร้าสลด แต่ชักชวนหมู่ญาติสร้างเจดีย์ด้วยรัตนชาติสูงหนึ่งร้อยศอกใกล้เรือนของตน แล้วสักการะบูชาด้วยประทีปและดอกไม้ของหอมเป็นประจำจนตลอดชีวิต
  • 1:25:47 ผลบุญของอุบาสกเวเทหะจนถึงชาติที่บรรลุธรรมเป็นพระมหากัสสปะ
    เมื่อละโลกแล้วอุบาสกเวเทหะไปบังเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มีเทวรถทองเทียมม้าทิพย์หนึ่งพันตัว มีปราสาทวิมานหนึ่งพันยอดสำเร็จจากทองคำและอัญมณี ท่องเที่ยวในเทวโลกหลายหมื่นกัป ในกัปที่หกหมื่นได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิครอบครองทวีปทั้งสี่ แล้วเวียนเกิดในเทวโลกและมนุษย์โลกสั่งสมบุญกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอีกหลายชาติ ชาติสุดท้ายมาเกิดในตระกูลอำมาตย์ใกล้กรุงพาราณสี ออกบวชด้วยตนเอง พระพุทธองค์เสด็จมาต้อนรับและประทานอุปสมบทให้ วันที่แปดจากวันอุปสมบทก็บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ ได้รับแต่งตั้งว่าเป็นผู้เลิศในทางถือธุดงค์และกล่าวสอนธุดงค์

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 21 ม.ค. 2549

  • 23:54 น้องแป้งเรียนอกุศลกรรมบถ 10 และกุศลกรรมบถ 10
    เทปสนทนาสอนเด็ก พี่ถามน้องแป้งว่ารู้ไหมว่าการทำความชั่วทำได้สามทาง คือกาย วาจา ใจ ความชั่วทางกายสามอย่าง ทางวาจาสี่อย่าง ทางใจสามอย่าง คือโลภอยากได้ของผู้อื่น คิดพยาบาท และเห็นผิด รวมสิบข้อเรียกว่าอกุศลกรรมบถ 10 ทำแล้วใจหมองไปอบาย ยกบาลีจิตเต สังกิลิฏเฐ ทุคติ ปาฏิกังขา แล้วสอนกุศลกรรมบถ 10 ที่ตรงกันข้าม ทางกายคือไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดในกาม ทางวาจาคือพูดคำจริงและพูดเรื่องที่ควรพูด ทางใจคือไม่โลภ ไม่พยาบาท และเห็นชอบ น้องแป้งอยากไปสวรรค์ชั้นดุสิตจึงรับว่าจะทำตาม (ช่วงกลางเสียงถอดหลุดเป็นภาษาอังกฤษสั้น ๆ)
  • 1:07:50 โปริสาทคนกินคน: ท่านเสนาบดีจับพ่อครัวได้และนำตัวไปเฝ้าพระเจ้าพรหมทัต
    ทบทวนตอนที่แล้วที่ชาวเมืองพาราณสีเดือดร้อนเพราะญาติถูกฆ่าหั่นศพทุกวัน พระราชาตรัสบ่ายเบี่ยงจึงไปร้องเรียนท่านกาลหัตถีเสนาบดี ไม่กี่คืนเจ้าหน้าที่จับคนทำครัวได้ขณะฆ่าหญิงคนหนึ่งหั่นศพใส่ตะกร้า เสนาบดีจำได้ว่าเป็นพ่อครัวในวัง สอบสวนจนรู้ว่าฆ่าคนเพื่อทำอาหารถวายพระราชา รุ่งเช้าจึงประชุมอำมาตย์ สั่งทหารยึดพระนคร และนำพ่อครัวไปยังพระราชนิเวศน์ ฝ่ายพระเจ้าพรหมทัตบรรทมไม่หลับเพราะไม่ได้เสวยเนื้อ เห็นพ่อครัวถูกจองจำก็รู้ว่าความลับแตก แต่ด้วยมานะจึงประทับบนบัลลังก์รอ เมื่อเสนาบดีทูลถาม พระองค์ตรัสยอมรับว่าเสวยเนื้อมนุษย์จริงและพ่อครัวทำตามรับสั่ง
  • 1:13:33 พระราชาตำหนิเสนาบดีและยืนกรานว่าอดเนื้อมนุษย์ไม่ได้
    ทุกคนขนลุกเงียบงันที่พระราชายอมรับง่ายดาย พระองค์ตำหนิว่าโจรปล้นฆ่าข่มขืนมีมากมายไม่จับ แต่มาจับคนของเรา ท่านกาลหัตถีเสนาบดีคิดว่าด้วยความจงรักภักดี ถ้าพระองค์งดได้จะขอชาวเมืองให้อภัยโทษ ถ้างดไม่ได้จะเนรเทศ จึงทูลขอให้งดเสวยเนื้อมนุษย์เพื่อเป็นที่พึ่งของประชา แต่พระราชาตรัสว่าถ้าไม่ได้กินเนื้อมนุษย์ชีวิตคงสิ้น แม้บ้านเมืองจะพินาศก็อดไม่ได้
  • 1:16:37 นิทานปลาอานนท์ที่กินปลาด้วยกันจนกินหางตัวเองตาย
    เสนาบดีเล่าเรื่องในอดีตถวาย ในมหาสมุทรมีปลาใหญ่หกตัว ปลาอานนท์เป็นราชาแห่งปลาทั้งปวง กินหินและสาหร่ายเป็นอาหาร วันหนึ่งกินปลาที่ติดมากับสาหร่ายโดยไม่รู้ตัว ติดใจรส จึงแอบกินปลาตัวสุดท้ายที่มาคำนับทุกเช้าเย็น นานเข้าฝูงปลาร่อยหรอ ปลาฉลาดตัวหนึ่งแอบดูแล้วบอกเพื่อน ปลาทั้งหลายจึงหนีไปหมด ปลาอานนท์ใช้หางโอบภูเขาใต้น้ำหาปลา เห็นหางตัวเองโผล่นึกว่าเป็นปลาอื่นจึงงับกิน เลือดพุ่งจนปลาอื่นมารุมกินจนตาย เสนาบดีทูลว่าอย่าทำบ้านเมืองว่างเปล่าเหมือนปลาอานนท์ แล้วทิ้งท้ายให้ติดตามตอนต่อไปว่าพระราชาจะอดได้หรือไม่

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 23 ม.ค. 2549

  • 1:22:34 โปริสาทคนกินคน: พระเจ้าพรหมทัตรับว่าให้ฆ่าคนมาทำอาหาร เสนาบดีเล่าเรื่องปลาอานนท์
    เทปละครเล่าเรื่องต่อจากตอนที่แล้ว พระเจ้าพรหมทัตบรรทมไม่หลับทั้งคืนเพราะไม่ได้เสวยอาหารค่ำ เห็นพ่อครัวถูกคุมตัวมาจึงรู้ว่าความลับแตก เสด็จออกท้องพระโรง เสนาบดีทูลถามตรง ๆ ว่าใช้เขาไปฆ่าคนมาทำอาหารจริงหรือ พระราชาทรงรับ ช่วงกลางเสียงถอดหลุดราวครึ่งนาที จากนั้นเสนาบดีเล่าเรื่องปลาอานนท์ราชาแห่งปลาที่ติดใจรสปลาจนแอบกินปลาทุกวัน ปลาอื่นหนีหมด ใช้หางโอบภูเขาตามหาแล้วกัดกินหางตัวเองจนตาย และขอให้พระราชางดเนื้อมนุษย์ อย่าทำพระนครให้ว่างคนเหมือนปลาอานนท์ทำมหาสมุทรให้ว่างจากปลา
  • 1:25:26 พระราชายืนกรานว่าเนื้อมนุษย์รสเลิศ เสนาบดีเล่าเรื่องลูกเศรษฐีถูกเพื่อนหลอกดื่มสุราในห่อใบบัว
    พระเจ้าพรหมทัตยืนกรานว่าเนื้อมนุษย์รสเลิศ ถ้าไม่ได้กินคงสิ้นชีวิต เสนาบดีเห็นว่าพระราชาติดในรสจนยอมสละครอบครัวและประชาชน จึงเล่าอีกเรื่องถวาย: เศรษฐีมีลูกชายคนเดียว ทั้งบ้านรักษาศีลห้า แต่เพื่อนของลูกชายเป็นนักดื่ม คบคิดกันจะให้เขาดื่มเพื่อจะมีคนจ่ายค่าสุราไปทั้งชาติ จึงห่อสุราและน้ำนมไว้ในใบบัว ให้ลูกเศรษฐีดื่มน้ำนม ส่วนตัวเองเจาะก้นห่อดื่มสุรา แล้วบอกว่าเป็นน้ำผึ้งใบบัว ลูกเศรษฐีลองดื่มจนติดใจ เมาหลับไป ตื่นมาขอให้หามาอีก ดื่มหลายครั้งเข้าก็ติดสุราโดยไม่รู้ตัว เพื่อนจึงงดโดยอ้างว่าไม่มีเงิน ลูกเศรษฐีรู้ไม่ทันมิตรเทียมจึงรับจะจ่ายเอง
  • 1:30:21 ลูกเศรษฐีติดสุราจนถูกพ่อขับออกจากบ้าน เพื่อนทิ้ง ตายเป็นศพอนาถา
    ลูกเศรษฐีขอเงินพ่อบ่อยขึ้นโดยอ้างว่าซื้อน้ำผึ้งใบบัว แม้ภายหลังรู้ว่าเป็นสุราก็เลิกไม่ได้ ผิดทั้งศีลข้อ 5 และต้องโกหก เศรษฐีให้คนติดตามจนรู้ความจริง ยอมรับว่าตนผิดที่ไม่เคยสอนลูกให้เว้นจากอบายมุข จึงเรียกมาสั่งสอน แต่ลูกเถียงว่ามีเงินมาก และชวนพ่อลองดื่ม สุดท้ายพ่อยื่นคำขาดให้เลิกหรือออกจากบ้าน ลูกเลือกออกไปอยู่กับเพื่อน แต่เพื่อนรู้ว่าหมดประโยชน์ก็ขับไล่ทีละคน จนต้องขอทาน มีเงินก็ซื้อสุรา ร่างกายผ่ายผอมจนตายเป็นศพอนาถาโดยพ่อแม่ไม่รู้ เสนาบดีทูลขอให้พระราชางดเสวยเนื้อมนุษย์ อย่าให้ข้าราชบริพารต้องเนรเทศพระองค์เหมือนเศรษฐีขับลูกออกจากบ้าน ทิ้งท้ายให้ติดตามตอนต่อไปว่าพระราชาจะรับสั่งอย่างไร

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 24 ม.ค. 2549

  • 1:12:42 คนกินคน ตอนที่ 7: ลูกเศรษฐีติดสุราถูกขับจนตาย และชาวเมืองเรียกร้องให้เนรเทศพระเจ้าพรหมทัต
    สารคดีชุดคนกินคนต่อจากตอนที่แล้ว เสนาบดีเล่าเรื่องลูกชายเศรษฐีที่เกิดในตระกูลรักษาศีลห้า แต่มีเพื่อนเป็นคนพาลหลอกให้ดื่มสุราว่าเป็นน้ำผึ้ง ติดจนถอนตัวไม่ขึ้น พ่อห้ามไม่ฟังจึงถูกตัดขาดไล่ออกจากบ้าน เพื่อนก็ขับไล่เมื่อไม่มีประโยชน์ กลายเป็นยาจกขอทาน ได้เงินก็ซื้อเหล้าจนตายอย่างไร้ที่พึ่ง เสนาบดีขอให้พระราชาเลิกเสวยเนื้อมนุษย์ อย่าให้ถูกเนรเทศเหมือนลูกเศรษฐี แต่พระราชายืนกรานว่าแม้ถูกเนรเทศก็งดไม่ได้ ข้าราชบริพารและชาวเมืองจึงลุกขึ้นส่งเสียงให้เนรเทศพระองค์ไป พระเจ้าพรหมทัตตกพระทัยนิ่งอึ้ง เสนาบดีสลดใจว่ารสอร่อยแค่ปลายลิ้นเป็นยางเหนียวที่ตัดได้ยาก
  • 1:18:30 พระเจ้าพรหมทัตถูกเนรเทศ ขอเพียงดาบกับคนครัว เข้าป่าฆ่าคนกินจนได้ชื่อโจรโปริสาท
    เสนาบดีให้เชิญพระราชบิดามารดา มเหสี และโอรสธิดามาให้สั่งลา แล้วทูลว่าพาราณสีจะไม่มีพระองค์เป็นกษัตริย์อีก จะเสด็จไปที่ใดก็ได้ พระราชาเกิดขัตติยมานะ ขอเพียงดาบเล่มหนึ่ง คนทำครัวหนึ่งคน และภาชนะใส่อาหาร แล้วพาคนครัวเข้าป่าใหญ่ ฆ่าคนที่เดินสวนทางวันละคนให้ปรุงเสวย พักใต้ต้นไม้ใหญ่กลางดงคอยดักจับคน ร้องว่าโปริสาท คนกินคนมาแล้ว จนคนที่ถูกไล่เข่าอ่อนหนีไม่ได้ ผู้คนจึงเรียกว่าโจรโปริสาท เมื่อไม่มีใครกล้าผ่านและเสบียงหมด ก็ฆ่าคนครัวผู้ซื่อสัตย์กินเสีย แล้วต้องออกตามล่าคนเอง ชื่อเสียงเลื่องลือจนคนหวาดกลัวไปทั่ว
  • 1:22:35 พราหมณ์พ่อค้าเกวียนจ้างคนคุ้มกันกองเกวียนห้าร้อยเล่ม แต่โจรโปริสาทเลือกจับตัวไป
    พราหมณ์พ่อค้าเกวียนผู้ร่ำรวยต้องผ่านเส้นทางที่โจรโปริสาทซุ่มอยู่ ครั้งก่อนผ่านได้เพราะโจรยังมีอาหาร แต่ครั้งนี้โจรหิวมาหลายวัน พ่อค้าจึงจ้างคนแข็งแรงวิ่งเร็วจำนวนมากคุ้มกันกองเกวียนห้าร้อยเล่ม แต่งตัวด้วยเครื่องประดับนั่งบนเกวียนคันสุดท้ายอย่างสบายใจ โจรปีนต้นไม้ดูขบวน ไม่พบคนน่ากินจนถึงเกวียนคันสุดท้ายเห็นพ่อค้าหน้าตาดีแต่งตัวสะอาด จึงกระโจนลงมาจับตัว ช่วงนี้เสียงถอดหลุดราวครึ่งนาที แล้วจบตอนที่โจรแบกพ่อค้าวิ่งออกไป ทิ้งคำถามว่าคนคุ้มกันจะตามไปช่วยหรือไม่ ติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 25 ม.ค. 2549

  • 57:25 คนกินคน: ทบทวนตอนที่แล้ว พระเจ้าพรหมทัตไม่ยอมงดเนื้อมนุษย์จนถูกขับออกจากเมือง
    สารคดีทบทวนตอนที่แล้วว่าพระเจ้าพรหมทัตทรงสดับเรื่องลูกชายเศรษฐีที่คบเพื่อนขี้เมาจนถูกขับออกจากบ้านและอดตายเป็นศพไร้ญาติ แต่ยังตรัสยืนยันว่าตัดใจงดเนื้อมนุษย์ไม่ได้ ชาวเมืองจึงลุกฮือขับไล่ ท่านเสนาบดีสั่งทหารไปเชิญครอบครัวของพระราชามาให้ทรงสั่งลา และถวายคนทำครัว ดาบคู่พระทัย และภาชนะอาหารตามที่ทรงขอ พระองค์เสด็จเข้าป่า พบใครก็ฆ่ากินเป็นอาหาร จนมาพักที่ต้นไทรใหญ่กลางป่า ดักฆ่าคนกินจนชื่อโปริสาทเป็นที่หวาดกลัว
  • 1:00:59 คนกินคน: โปริสาทชิงตัวพราหมณ์พ่อค้าเกวียน แต่ถูกตอตะเคียนแทงเท้าจนต้องทิ้งพ่อค้าหนี
    สารคดีเล่าว่ามีพราหมณ์พ่อค้าที่ต้องนำเกวียนห้าร้อยเล่มผ่านป่านั้นเป็นประจำ คราวนี้โปริสาทหิวมาหลายวันจึงควงดาบวิ่งชิงตัวพ่อค้าจากเกวียนคันสุดท้ายไป พวกคนคุ้มกันติดตามห่าง ๆ แต่ไม่มีใครกล้าจนชายหนุ่มร่างแข็งแรงคนหนึ่งร้องว่ารับหน้าที่คุ้มกันแล้วคุ้มกันไม่ได้ต่อไปใครจะจ้าง แล้วนำพวกวิ่งไล่ โปริสาทวิ่งหนีไปเหยียบตอตะเคียนแทงทะลุหลังเท้า เลือดพุ่ง เจ็บปวดสาหัส จึงทิ้งพ่อค้าแล้ววิ่งกะเผลกหนีไป พวกที่ตามมาได้พ่อค้าคืนก็ไม่ตามโจรต่อเพราะอาจมีคนต้องตาย แล้วช่วยกันหามพ่อค้ากลับ
  • 1:03:51 คนกินคน: โปริสาทบนบานรุกขเทวดาจะเอาเลือดกษัตริย์ร้อยเอ็ดนครมาล้างต้นไทร
    โปริสาทตะเกียกตะกายกลับถึงต้นไทรใหญ่ คุกเข่าบนบานรุกขเทวดาว่าถ้ารักษาแผลให้หายในเจ็ดวัน จะล้างลำต้นด้วยเลือดในลำคอของกษัตริย์ร้อยเอ็ดนครในชมพูทวีป เอาลำไส้มาพันรอบต้น และทำพลีกรรมด้วยเนื้อของกษัตริย์เหล่านั้น สารคดีชี้ว่าเป็นธรรมดาของปุถุชนที่เข้าตาจนแล้วหวังพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โปริสาทนอนนิ่งไม่ให้แผลกระเทือนและอดอาหาร แผลจึงแห้งหายในเจ็ดวัน แต่เข้าใจผิดว่าหายเพราะอานุภาพเทวดา เมื่อกินคนอีกสองสามคนจนแข็งแรงก็คิดจะไปจับกษัตริย์ร้อยเอ็ดนครมาแก้บนให้ได้โดยเร็ว
  • 1:06:49 คนกินคน: ยักษ์สหายเก่าบอกมนต์ให้วิ่งเร็วปานลม วิชาอยู่กับบัณฑิตหรือคนพาล
    ยักษ์ตนหนึ่งหากินมาถึงถิ่นนั้น รู้ว่าโปริสาทเป็นมนุษย์กินคนเหมือนกันจึงสนิทกันเร็วเพราะเคยเกิดเป็นยักษ์กินคนด้วยกันมาหลายชาติ เมื่อฟังเรื่องแก้บนแล้วจึงบอกมนต์บทหนึ่งที่ร่ายแล้ววิ่งได้เร็วปานลมพัดไม่เหน็ดเหนื่อย (ชื่อมนต์เสียงถอดเพี้ยน ยังไม่ยืนยัน) โปริสาทได้มนต์ก็เหมือนเสือติดปีก สารคดีสอนว่าวิชาความรู้อยู่กับบัณฑิตก็ใช้สร้างสรรค์ อยู่กับคนพาลก็ใช้ทำลายเบียดเบียน แต่จะโทษวิชาไม่ได้ โปริสาทฮึกเหิมมั่นใจว่าจะจับกษัตริย์ร้อยเอ็ดนครมาแก้บนได้ แล้วจบด้วยโปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 26 ม.ค. 2549

  • 1:03:44 คนกินคน: โปริสาทถูกตอตะเคียนแทงเท้า บนบานเทวดาต้นไทรจะเอาเลือดกษัตริย์ร้อยเอ็ดนคร
    สารคดีคนกินคนต่อจากตอนที่แล้ว โจรโปริสาทจับพราหมณ์พ่อค้าเกวียนวิ่งหนีเข้าป่า เหยียบตอตะเคียนทะลุหลังเท้า คนคุมเกวียนเห็นเดินกะเผลกจึงกรูเข้าไป โปริสาทต้องทิ้งพ่อค้าหนี ไปพักที่ต้นไทรใหญ่แล้วบนบานว่าถ้าแผลหายในเจ็ดวันจะแก้บนด้วยเลือดเนื้อกษัตริย์ร้อยเอ็ดนคร นอนนิ่งอดอาหารจนแผลแห้งหายเอง แต่สำคัญผิดว่าเป็นอานุภาพของเทวดา ต้นช่วงราวสองนาทีไม่มีคำถอด
  • 1:07:03 คนกินคน: ได้มนต์วิ่งเร็วปานลม จับกษัตริย์ครบร้อยเอ็ดนครในเจ็ดวัน เว้นพระเจ้าสุตโสม
    ยักษ์ที่ถูกอัธยาศัยกันบอกมนต์ให้วิ่งเร็วปานลมและมีกำลังดุจช้างสาร โปริสาทฝึกจนเชี่ยวชาญแล้วออกจับกษัตริย์ขณะประพาสอุทยานหรือว่าราชการ จับข้อพระบาทพาดบ่า เจาะฝ่าพระหัตถ์ร้อยเชือกแบกมาเหมือนพวงไก่ ผูกไว้ใกล้ต้นไทร ภายในเจ็ดวันได้ครบร้อยเอ็ดนคร เว้นแต่พระเจ้าสุตโสมแห่งอินทปัตนคร เพราะเคยเป็นพระสหายและอาจารย์ และเป็นกษัตริย์คุณธรรมสูงที่ควรเป็นแบบอย่าง จับไปแล้วชมพูทวีปจะหมดเชื้อสายกษัตริย์ เหล่ากษัตริย์ร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด ขณะโปริสาทนั่งเหลาหลาวเตรียมเชือดเอาพระโลหิตมาล้างต้นไทร
  • 1:10:38 คนกินคน: รุกขเทวดาขอให้ท้าวมหาราชและท้าวสักกะห้าม ท้าวสักกะบอกให้ไปหาพระเจ้าสุตโสม
    รุกขเทวดาประจำต้นไทรเห็นว่าการแก้บนจะสร้างความพินาศแก่วงศ์กษัตริย์ทั่วชมพูทวีปแต่ไม่มีอำนาจห้าม จึงไปเฝ้าท้าวมหาราชทั้งสี่ซึ่งปฏิเสธว่าห้ามไม่ได้ แล้วไปเฝ้าท้าวสักกะเทวราชที่ดาวดึงส์ ซึ่งก็ห้ามไม่ได้ แต่บอกว่าในมนุษย์โลกและเทวโลกมีเพียงพระเจ้าสุตโสมแห่งอินทปัตนคร แคว้นกุรุ ที่อาจทำให้โปริสาทละพยศและปล่อยกษัตริย์ทั้งร้อยเอ็ดนครได้
  • 1:12:46 คนกินคน: รุกขเทวดาแปลงเป็นฤๅษี โปริสาทวิ่งตามไม่ทัน เราหยุดแล้ว ท่านสิยังไม่หยุด
    รุกขเทวดาแปลงเป็นฤๅษีเดินใกล้ ๆ โปริสาทคิดว่านักบวชส่วนใหญ่เคยเป็นพระราชา เดินมาให้จับเองเป็นกำไร จึงคว้าดาบวิ่งตาม แต่ตามไปราวสามโยชน์ก็ไม่ทันทั้งที่ฤๅษีเดินปกติ ทั้งที่แต่ก่อนวิ่งไล่ช้าง ม้า รถ ได้ จึงตะโกนให้สมณะหยุด ฤๅษีตอบว่าเราหยุดแล้ว ท่านนั่นแหละจงหยุด โปริสาทต่อว่าว่านักบวชไม่พูดโกหกแต่เดินอยู่กลับว่าหยุดแล้ว ฤๅษีย้ำคำเดิม จบตอนด้วยคำถามว่าโปริสาทจะเข้าใจความหมายหรือไม่ โปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 27 ม.ค. 2549

  • 1:23:00 คนกินคน: โปริสาทจับกษัตริย์ครบร้อยเอ็ดนคร รุกขเทวดาแปลงเป็นฤๅษีให้วิ่งตามไม่ทัน
    สารคดีโปริสาทคนกินคนตอนต่อ ทบทวนว่าโปริสาทได้มนต์วิ่งเร็ว จับพระราชามาเจาะพระหัตถ์ร้อยแขวนไว้กับต้นไทร เจ็ดวันครบร้อยเอ็ดพระองค์ แล้วเตรียมพิธีบูชายัญ รุกขเทวดาไปขอท้าวมหาราชทั้งสี่และท้าวสักกะให้ช่วยห้าม แต่ห้ามไม่ได้ ท้าวสักกะแนะให้ไปหาพระเจ้าสุตโสมแห่งอินทปัตถนคร รุกขเทวดาจึงแปลงเป็นฤๅษีเดินใกล้ต้นไทร โปริสาทคว้าดาบวิ่งไล่สามโยชน์ก็ตามไม่ทัน ตะโกนให้หยุด ฤๅษีตอบว่าเราหยุดแล้ว ท่านนั่นแหละจงหยุดเถิด
  • 1:27:42 คนกินคน: ฤๅษีว่าหยุดแล้วจากอกุศลกรรมบถ ส่วนโปริสาทเปลี่ยนชื่อมาตลอด และยุให้จับพระเจ้าสุตโสม
    ฤๅษีแปลงอธิบายว่าตนหยุดแล้วจากอกุศลกรรมบถสิบมีการฆ่าสัตว์เป็นต้น ไม่เหมือนโปริสาทที่เปลี่ยนแปลงตลอด เดิมเป็นพระเจ้าพรหมทัต แล้วเป็นโจรโปริสาทแปลว่าคนกินคน บัดนี้ชื่อกัมมาสบาทแปลว่าผู้มีเท้าด่าง ยังละกรรมไม่ได้ ตายแล้วต้องไปอบาย ฤๅษีบอกว่ากษัตริย์ร้อยเอ็ดองค์เป็นเพียงเจ้าครองนครธรรมดา ยังขาดพระเจ้าสุตโสมผู้เป็นใหญ่ที่ละไว้ ถ้าจับมาบูชายัญเทวดาจึงพอใจ แล้วกลับร่างเป็นรุกขเทวดา โปริสาทดีใจคิดว่าเทวดาพอใจการบวงสรวง รับปากว่าจับพระเจ้าสุตโสมไม่ใช่เรื่องยาก
  • 1:30:47 คนกินคน: โปริสาทรู้จากดวงดาวว่าพระเจ้าสุตโสมจะสรงสนาน จึงลอบไปซ่อนในสระมงคลโบกขรณี
    คืนเดือนมืดในป่าได้ยินเสียงโอดโอยของกษัตริย์ร้อยเอ็ดนคร โปริสาทนอนไม่หลับ ใช้ความรู้เรื่องการโคจรของดวงดาวรู้ว่าพรุ่งนี้เป็นวันมหามงคล พระเจ้าสุตโสมจะเสด็จสรงสนานที่สระมงคลโบกขรณีนอกพระนคร และมีช่วงปลอดยามอยู่ขณะหนึ่ง ย่ำรุ่งจึงวิ่งด้วยมนต์ไปถึงอินทปัตถนครในไม่กี่อึดใจ ลอบลงไปยืนแช่น้ำในสระ ใช้ใบบัวคลุมศีรษะ ฝูงปลาและเต่าไม่ตกใจกลัว ว่ายวนเหมือนเปิดทางให้
  • 1:34:21 คนกินคน: โปริสาทมีกำลังและทนหนาวเพราะบุญถวายสลากภัตน้ำนมและสร้างโรงไฟในสมัยพระกัสสปพุทธเจ้า
    สารคดีตอบว่าโปริสาทผู้ทำบาปมานานมีเดชานุภาพเพราะบุญเก่าในสมัยพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า เคยถวายสลากภัตน้ำนมแด่ภิกษุผู้ทรงศีลจึงมีกำลังมาก และสร้างโรงไฟพร้อมฟืน มีด ขวาน ถวายสงฆ์เพื่อบรรเทาความหนาว จึงทนความหนาวเย็นในน้ำได้ ปลาเต่าไม่รบกวน รุ่งเช้าเจ้าพนักงานเตรียมพิธีสรงสนาน ทหารรักษาความปลอดภัยเป็นชั้น ๆ ไกลถึงสามโยชน์ ชาวเมืองรอรับเสด็จสองข้างทาง ปิดท้ายว่าโปริสาทจะจับพระเจ้าสุตโสมผ่านออกไปได้อย่างไร โปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 28 ม.ค. 2549

  • 1:23:00 คนกินคน: ฤๅษีว่าเราหยุดแล้วจากการทำบาป ท่านยังไม่หยุด แล้วยุให้จับพระเจ้าสุตโสม
    สารคดีคนกินคนต่อจากตอนที่แล้ว โจรโปริสาทวิ่งไล่รุกขเทวดาที่แปลงเป็นฤๅษีสามโยชน์ก็ไม่ทัน จึงตะโกนให้หยุด ฤๅษีว่าเราหยุดแล้ว ท่านจงหยุดเถิด โปริสาทหาว่านักบวชโกหก ฤๅษีอธิบายว่าหยุดแล้วจากอกุศลกรรมบถ แต่ท่านยังเสวยเนื้อมนุษย์จึงยังไม่หยุด ต้องไปเกิดในอบายต่อไป ถ้ายังจะบูชายัญ แม้จับพระราชาครบร้อยเอ็ดนครก็เป็นเจ้านครธรรมดา ต้องจับพระเจ้าสุตโสมแห่งอินทปัตถ์นครซึ่งเหนือกว่าพระราชาทั้งหลายมาจึงจะพอใจ