-
12:33
โปริสาทคนกินคน ตอนที่สาม: สุตโสมเรียนจบก่อนเพื่อนและเตือนสติตอนแยกทาง
เริ่มเทปตอนที่สาม สุตโสมราชกุมารเข้ารับการศึกษาแล้วปรากฏว่าอาวุโสและเฉลียวฉลาดกว่าศิษย์ทั้งหมด ขยันหมั่นเพียรจนเรียนจบก่อนใคร อาจารย์จึงขอให้อยู่ต่อช่วยสอนศิษย์คนอื่นให้จบพร้อมกัน เมื่อทุกคนจบแล้วจึงอำลาอาจารย์เดินทางกลับบ้านเมืองพร้อมกัน ถึงประตูเมืองตักกสิลาที่ต้องแยกทาง สุตโสมในฐานะอาจารย์เตือนให้ทุกคนรักษาอุโบสถศีลทุกกึ่งเดือน อย่าเบียดเบียนใคร และทำประโยชน์แก่ผู้อยู่ใต้ปกครองให้มาก
-
14:21
พระเจ้าพรหมทัตรักษาอุโบสถศีลแต่เว้นเนื้อไม่ได้ พ่อครัวจึงไปแร่เนื้อศพ
หลายปีผ่านไป ศิษย์หลายท่านได้ครองราชย์เป็นกษัตริย์และเจ้าเมือง สุตโสมและพรหมทัตก็ได้ครองราชย์ด้วย พระเจ้าพรหมทัตรักษาอุโบสถศีลไม่ขาดแต่เว้นการเสวยเนื้อไม่ได้ วันอุโบสถวันหนึ่งสุนัขในวังขโมยกินเนื้อจนหมด พ่อครัวหาซื้อเนื้อในตลาดไม่ได้ จึงตัดสินใจเสี่ยงไปที่ป่าช้าผีดิบนอกเมือง ขุดศพชายที่เพิ่งฝังใหม่ขึ้นมาแร่เนื้อโคนขาทั้งสองข้าง แล้วกลบฝังไว้เหมือนเดิม
-
16:00
พรหมทัตติดใจรสเนื้อมนุษย์ตั้งแต่คำแรกเพราะอาจิณกรรมจากอดีตชาติ
พ่อครัวปรุงเนื้อนั้นอย่างพิเศษสุดฝีมือ พอชิ้นเนื้อแตะปลายลิ้น รสชาติก็แผ่ซ่านทั่วพระสรีระ พระเจ้าพรหมทัตหยุดชะงักด้วยความพอพระทัย เพราะไม่เคยลิ้มลองเนื้อเช่นนี้มาก่อน เทปอธิบายว่าเป็นเพราะอดีตชาติเคยเกิดเป็นยักษ์ที่กินเนื้อมนุษย์ ความเคยชินที่เรียกว่าอาจิณกรรมจึงติดตามมา เทียบกับคนที่เคยเกิดเป็นงูซึ่งมักง่วงหรือหลับเวลาฟังธรรม
-
17:28
แกล้งพิโรธให้พ่อครัวสารภาพ แล้วสั่งให้ปรุงเนื้อมนุษย์ถวายทุกวัน
พระเจ้าพรหมทัตแกล้งทำเป็นพิโรธ ทิ้งอาหารคำนั้นและไล่นางสนมกำนัลออกไปให้หมด เหลือพ่อครัวคนเดียว ซักถามจนพ่อครัวยอมเปิดเผยความจริงและขอพระราชทานอภัยโทษ แต่กลับสั่งห้ามบอกใคร ให้พ่อครัวกินอาหารเนื้อธรรมดาเสียเอง ส่วนอาหารที่ถวายให้ปรุงด้วยเนื้อมนุษย์เหมือนวันนี้ พ่อครัวทูลว่าหาเนื้อมนุษย์ทุกวันไม่ได้ จึงรับสั่งให้ไปรับศพนักโทษประหารในคุกหลวงมาใช้
-
20:14
นักโทษประหารหมดคุก จึงใช้อุบายถุงเงินและตีกลองล่อคนมาฆ่า
นักโทษประหารในคุกหลวงหมดไปวันละคน จนต้องนำนักโทษจากคุกในชนบทและหัวเมืองต่าง ๆ มาใช้จนหมดอีก พระเจ้าพรหมทัตจึงสั่งทหารคนสนิทนำถุงเงินของหลวงไปทิ้งตามถนนหลวงแล้วแอบซ่อนตัว ใครมาหยิบก็จับประหารด้วยข้อหาขโมยทรัพย์ของหลวง จนผู้คนไม่กล้าหยิบของที่วางในที่สาธารณะ ต่อมาจึงบอกอุบายให้พ่อครัวตีกลองให้ดังทั้งเมืองให้คนแตกตื่นวิ่งหนี แล้วแอบฆ่าคนที่วิ่งเข้ามาใกล้เอาเนื้อไปทำอาหาร ซากศพที่ถูกแร่เนื้อถูกทิ้งเกลื่อนจนชาวเมืองพาราณสีวุ่นวายไปทั่ว
-
59:39
พระภัททชิเถระ เจ้าของปราสาทสามฤดู ตอนที่สาม: ยกปราสาทแก้วจากใต้แม่น้ำคงคา
เทปตอนที่สามเริ่มจากท่านภัททชิบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์และบวชเป็นพระภิกษุหลังได้รับอนุญาตจากเศรษฐีผู้เป็นบิดา พระบรมศาสดานำเดินทางต่อไปถึงโกฏิคามหมู่บ้านใกล้ฝั่งแม่น้ำคงคา พระภัททชิล่วงหน้าไปนั่งเข้าฌานอยู่ริมฝั่งจึงไม่ลุกขึ้นต้อนรับพระเถระ เพื่อนสหธรรมิกตำหนิว่ามีมานะทิฏฐิ พระพุทธองค์ประสงค์ให้คณะสงฆ์ทราบอานุภาพของท่าน จึงเรียกให้ขึ้นเรือลำเดียวกันแล้วรับสั่งให้ยกปราสาทแก้วที่เคยใช้สอยเมื่อเกิดเป็นพระเจ้ามหาปนาทะขึ้นมา ท่านเหาะขึ้นอากาศแล้วแหวกน้ำลงไปใช้เท้าเกี่ยวยอดปราสาทยกขึ้นมา มหาชนสองฝั่งแม่น้ำจึงหมดความสงสัยในคุณวิเศษของท่าน
-
1:03:44
อดีตชาติของพระภัททชิ: ฤษีถวายน้ำเกสรบัวแด่พระปทุมุตตรพุทธเจ้า
เล่าเหตุที่ท่านประกอบมาในอดีต สมัยพระปทุมุตตรพุทธเจ้าท่านเกิดก่อนที่พระพุทธเจ้าจะอุบัติ ออกบวชเป็นฤษีบำเพ็ญพรตกลางป่า วันหนึ่งลงไปในสระเพื่อหาเหง้าบัวและดอกบัวแล้วเห็นพระพุทธเจ้าเสด็จเหาะผ่านมา เกิดอัศจรรย์ใจและปรารถนาจะถวายภักษาหารอย่างแรงกล้า พระพุทธองค์ทรงทราบจึงเสด็จลงมาที่ฝั่งสระ ท่านฤษีนำน้ำที่เกิดจากเกสรบัวกับน้ำนมและเนยใสที่ไหลจากเหง้าบัวมาถวาย เมื่อกลับถึงอาศรมเกิดพายุฝนและสายฟ้าฟาดลงกลางศีรษะสิ้นชีวิตทันที ด้วยอำนาจฌาน ศีล และภาวนา จึงไปเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิต
-
1:06:05
สร้างกุฏิถวายพระปัจเจกพุทธเจ้าเจ็ดพระองค์ในชาติที่เป็นช่างจักสาน
สมัยพระวิปัสสีพุทธเจ้าท่านมาเกิดในตระกูลมหาเศรษฐี ถวายมหาทานแด่พระสงฆ์จำนวนมากโดยมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประธาน ทั้งถวายผ้าไตรจีวรเนื้อละเอียดแก่ภิกษุทุกรูป สั่งสมบุญจนตลอดชีวิตแล้วไปบังเกิดในเทวโลก ต่อมาเกิดในตระกูลช่างจักสาน วันหนึ่งไปลำเลียงไม้ไผ่ใกล้ฝั่งแม่น้ำคงคากับบิดา เห็นพระปัจเจกพุทธเจ้าแล้วเกิดความเลื่อมใส เมื่อทราบว่าท่านกำลังหาที่จำพรรษา สองพ่อลูกจึงสร้างกุฏิและทางเดินจงกรมนิมนต์ให้อยู่จำพรรษาพร้อมอุปถัมภ์ด้วยปัจจัยสี่ ทำอย่างนี้กับพระปัจเจกพุทธเจ้าถึงเจ็ดพระองค์ ละโลกแล้วไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ (จำนวนพระสงฆ์ที่รับมหาทานในเทปฟังไม่ชัด)
-
1:08:05
พระเจ้ามหาปนาทะและปราสาทแก้วที่วิศวกรรมเทพบุตรเนรมิตถวาย
ต่อมาท่านมาเกิดในราชตระกูลมีพระนามว่ามหาปนาทะ เมื่อพระชนม์ครบกำหนดพระราชบิดาสร้างปราสาทที่ประทับให้และยกราชสมบัติให้ครอบครอง ด้วยอานุภาพบุญที่เคยสร้างกุฏิถวายพระปัจเจกพุทธเจ้าเจ็ดพระองค์ วิศวกรรมเทพบุตรจึงมาเนรมิตปราสาทแก้วถวาย สูง 25 โยชน์ ดาดาษด้วยรัตนชาติทั้งสิ้น ท้าวสักกเทวราชส่งนางเทพอัปสรมาฟ้อนรำขับกล่อม พระเจ้ามหาปนาทะปกครองมหาชนโดยธรรมและบำเพ็ญกุศลเสมอ เมื่อสิ้นพระชนม์ไปบังเกิดในเทวโลกอีกครั้ง ส่วนปราสาทแก้วค่อย ๆ จมลงใต้ท้องแม่น้ำคงคา
-
1:09:59
บทสรุป: พระภัททชิเป็นผู้ฉลาดในการหาบุญ ไม่ปล่อยโอกาสทองให้ผ่านไป
สรุปว่าพระภัททชิเป็นผู้ฉลาดในการหาบุญ เมื่อพบเนื้อนาบุญอันเลิศคือพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระปัจเจกพุทธเจ้าก็ไม่ปล่อยโอกาสทองให้ผ่านเลยไป สั่งสมบุญเต็มกำลัง จึงได้เสวยสมบัติอันประณีตทั้งในเทวโลกและมนุษย์โลกทุกภพทุกชาติ แล้วโยงมาถึงผู้ฟังว่าโอกาสทองของเราก็ยังมีอยู่เพราะยังมีพระสงฆ์ผู้เป็นเนื้อนาบุญให้สั่งสมบุญได้ จึงควรสั่งสมบุญเต็มที่จนวันสุดท้ายของชีวิต เพื่อเป็นบุญต่อบุญ สมบัติต่อสมบัติ เข้าถึงมนุษย์สมบัติ ทิพยสมบัติ และนิพพานสมบัติ