เข้าสู่ระบบด้วย Facebook เข้าสู่ระบบด้วย Google

พระเตมีย์

tag ที่มักมาด้วยกัน: ทศชาติชาดก พระเจ้ากาสิกราช สุนันทสารถี พระนางจันทาเทวี เนกขัมมบารมี นิ่งอย่างพระเตมีย์ คาถาบูชาคุณมิตร พระโพธิสัตว์

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 17 ก.พ. 2549

  • 5:52 เกริ่นเรื่องคนใบ้ ครูไม่ใหญ่เคยพูดไม่ได้เจ็ดเดือน และมินิซีรีส์พระเตมีย์
    เกริ่นว่าวันนี้มีเรื่องราวดี ๆ ให้เข้าใจกฎแห่งกรรม หยอกว่าชื่อเรื่องวันนี้ยาว มีเรื่องกลัวขึ้นคานและอธิษฐานให้เจอเนื้อคู่ ซึ่งตรงกับกรณีศึกษาช่วงท้ายรายการ (ถอดเสียงไม่ชัด ไม่ได้ชื่อเรื่องที่แน่นอน) แล้วชวนคิดว่าไม่มีใครอยากเป็นคนใบ้ แม้คนใบ้เองก็ไม่อยากเพราะสื่อสารลำบาก แต่มีผู้ที่สมัครใจทำตัวเป็นใบ้ ครูไม่ใหญ่เล่าว่าตนเองเคยพูดไม่ออกราวเจ็ดเดือนช่วงปี 2542-2543 ต้องสื่อสารด้วยการเขียนหนังสือ แต่ใจเฉย ๆ เพราะนึกถึงผู้ยิ่งใหญ่ที่เคยทำตัวเป็นใบ้ทั้งที่ปกติดี แล้วบอกว่าคืนนี้จะได้ติดตามเรื่องของท่านจากมินิซีรีส์พระเตมีย์ หลังจากนั้นราวสี่นาทีเป็นเสียงที่ถอดไม่ได้

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 20 ก.พ. 2549

  • 5:56 เกริ่นเรื่องของวันนี้ พระราชาผู้พูดได้แต่ยอมเป็นคนใบ้ แล้วชวนแต่งเนื้อแต่งตัว
    เกริ่นชื่อเรื่องกรณีศึกษาของวันนี้ว่ายิ่งงอนก็ยิ่งงาม และบอกว่าวันนี้มีเรื่องพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ที่พูดได้แต่ไม่ปรารถนาจะพูด ยอมตนเป็นคนใบ้เพราะเห็นประโยชน์อย่างไร ซึ่งคือพระเตมีย์ แต่ก่อนจะไปถึงเรื่องนั้นชวนให้แต่งเนื้อแต่งตัวให้เสร็จเรียบร้อยก่อน หลังจากนั้นราวสี่นาทีครึ่งไม่มีบรรทัดถอดเสียงเลย
  • 35:27 เข้าถึงพระในตัวแล้วหายสงสัย ปีติ สุข และปัญญาเกิด แล้วเข้าเรื่องพระราชาผู้ปรารถนาเป็นคนใบ้
    หยุดนิ่งไปเรื่อย ๆ อย่างสบาย ๆ แล้วจะรู้ในตัวเองว่ามีหรือไม่มี ถ้าเข้าถึงพระเจ้าที่อยู่ในตัว ท่านตอบได้ทุกคำถาม เมื่อหายสงสัยปีติปราโมทย์ก็เกิด เหมือนเดินออกจากที่มืด ปัสสัทธิทำให้กายใจสงบไม่ซัดส่าย ความสุขเกิด ใจเป็นหนึ่ง ดวงปัญญาเกิดความรอบรู้ ทำความเห็นให้ถูกว่าจุดหมายปลายทางของชีวิตคืออะไรและจะไปถึงอย่างไร แล้วบอกว่าวันนี้จะเรียนเรื่องชาติหนึ่งของพระบรมโพธิสัตว์ที่เป็นพระราชามหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ มีกองทัพและเสนาอำมาตย์พร้อม แต่ปรารถนาจะเป็นคนใบ้ทั้งที่พูดได้
  • 37:15 ละครพระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี ตอนที่ 1 บทนำเรื่องบารมีสามสิบทัศ
    ไตเติ้ลมินิซีรีส์เตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี ตอนที่ 1 ตามด้วยบรรทัดคั่นที่ Whisper ถอดซ้ำ แล้วบทนำว่าวิชาชีพเปลี่ยนได้ไม่ยาก แต่วิชาชีวิตคนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่าต้นแบบชีวิตที่ดีที่สุดเป็นอย่างไร ต้องศึกษาผู้ประสบความสำเร็จสูงสุดคือพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่าในอดีตชาติดำเนินชีวิตอย่างไร บารมีคือบุญที่กลั่นตัวเป็นพลังความบริสุทธิ์ มีสิบประการ ทาน ศีล เนกขัมมะ ปัญญา วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐาน เมตตา อุเบกขา แต่ละข้อแบ่งสามระดับ บารมี อุปบารมี ปรมัตถบารมี รวมเป็นบารมีสามสิบทัศ ผู้ปรารถนาเป็นพระอรหันตสาวก พระปัจเจกพุทธเจ้า และพระสัมมาสัมพุทธเจ้าต้องบำเพ็ญในระดับต่างกัน พระเตมีย์เป็นชาติหนึ่งในทศชาติชาดกที่บำเพ็ญเนกขัมมบารมีอย่างยิ่งยวดโดยเอาชีวิตเป็นเดิมพัน
  • 47:49 ละครพระเตมีย์ ภิกษุสนทนาเรื่องการออกผนวชที่ธรรมสภาพระเชตวัน
    หลังบรรทัดคั่นช่วงพักราวสองนาที เทปละครเล่าต่อว่าในธรรมสภาภายในพระเชตวันมหาวิหาร ภิกษุหมู่ใหญ่มาประชุมสนทนากันว่าการเสด็จออกผนวชของพระบรมโพธิสัตว์ขณะยังเป็นเจ้าชายที่พร้อมด้วยมนุษย์สมบัติและทุกคนหวังให้เสวยสมบัติจักรพรรดินั้นน่าอัศจรรย์ พระบรมศาสดาทรงสดับด้วยทิพยโสตแล้วเสด็จมาประทับ ตรัสว่าการที่ตถาคตผู้มีบารมีเต็มเปี่ยมสละราชสมบัติออกผนวชในชาตินี้ไม่น่าอัศจรรย์ แต่เมื่อครั้งยังบำเพ็ญบารมีอยู่แล้วสละราชสมบัติออกบวชนั้นน่าอัศจรรย์ยิ่งกว่า ภิกษุจึงทูลขอให้ทรงเล่า แล้วเทปตัดจบว่าโปรดติดตามตอนต่อไป
  • 51:44 ศึกษาประวัติพระพุทธองค์สมัยสร้างบารมีเพื่อเดินรอยตาม แล้วชวนไปหมู่เกาะโซโลมอน
    ครูไม่ใหญ่บอกหลังจบเทปว่าจะนำประวัติของพระพุทธองค์สมัยกำลังสร้างบารมีมาให้ฟังเพื่อจะได้เดินรอยตาม แล้วบ่นว่าเวลาหมดไปเร็ว ชวนไปหมู่เกาะโซโลมอนกันต่อ

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 21 ก.พ. 2549

  • 2:29 เกริ่นเรื่องกฎแห่งกรรมของวันนี้และพระเตมีย์ตอนที่สอง แล้วชวนแต่งเนื้อแต่งตัวด้วยรอยยิ้ม
    เกริ่นว่าวันนี้มีเรื่องราวดี ๆ ที่จะทำให้เข้าใจกฎแห่งกรรมดีขึ้น มีคำพูดหยอกว่ารักเขาต้องบอก โรแมนติกหน่อย (ถ้อยคำช่วงนี้ถอดเสียงไม่ชัด ยังไม่รู้ชื่อเรื่อง) และจะมีละครพระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมีตอนที่สอง ก่อนนั้นชวนแต่งเนื้อแต่งตัวให้เสร็จ ช่วงนี้มีบรรทัดคั่นที่ Whisper ถอดซ้ำหลายช่วง แล้วกลับมาว่าคนไม่ยิ้มเหมือนแต่งตัวไม่เสร็จ นุ่งผ้าแต่สวมรองเท้าแตะ หรือเขียนคิ้วข้างเดียวออกจากบ้าน จึงต้องนำรอยยิ้มมาปรากฏบนใบหน้าทั้งในบ้านและนอกบ้าน และมีคำถามเรื่องเรียนภาษาอังกฤษวันละคำ
  • 18:29 บางจังหวะชีวิตต้องทำอย่างพระเตมีย์ ได้ยินเสียงจิ้งจกตุ๊กแกก็นิ่งเฉย
    เกริ่นว่าจะศึกษาทศชาติชาดก ช่วงนี้เป็นเรื่องพระเตมีย์ใบ้ แล้วเปรียบว่าบางจังหวะของชีวิตต้องทำอย่างท่าน ได้เห็น ได้ฟัง แล้วนิ่งเฉย ทำเป็นใบ้ไปก่อน แม้อยู่ในฐานะผู้ปกครองบริหารบ้านเมือง ใครจะตะโกนโหวกเหวกก็เหมือนเสียงจิ้งจกตุ๊กแกหรือใบตองแห้งดังก๊อบแก๊บ ถ้าประเทศใดเจออย่างนี้ควรศึกษาพระเตมีย์ไว้ ไม่พูดก็เหมือนถือบวชภายในใจสักช่วงหนึ่ง ทำใจให้เบิกบาน เปิด DMC ดู ครูไม่ใหญ่ย้ำว่าไม่ได้พูดถึงประเทศใดประเทศหนึ่ง
  • 20:45 พูดได้แต่ไม่พูด ปล่อยให้เขาพูดไปก่อน แล้วเจริญเมตตาและพาครอบครัวไปเที่ยว
    ทำไมพระเตมีย์ทำเป็นใบ้ทั้งที่พูดได้ ในยุคนี้ประเทศไหนเจอเรื่องที่ไม่เข้าทางก็ควรทำอย่างพระเตมีย์ พูดได้แต่ไม่พูด ปล่อยให้เขาพูดไปก่อนเพราะมีเรื่องพูดไม่กี่เรื่อง เดี๋ยวก็จบไปเอง พอเขาสงบแล้วค่อยออกมาพูด พระเตมีย์ตอนหลังก็เลิกใบ้ ท่านพูดแต่สิ่งที่มีประโยชน์ ช่วงที่มีอะไรผ่านมาให้สวดมนต์ เจริญเมตตา พาครอบครัวไปเที่ยว หาของอร่อยกิน แล้วบำเพ็ญเนกขัมมบารมี จากนั้นชวนชมละครตอนที่สอง
  • 23:05 ละครพระเตมีย์ตอนที่สอง บทนำ ทุกคนต้องสร้างบารมี และภิกษุทูลถามเรื่องสละราชสมบัติ
    เทปละครทศชาติชาดกพระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมีตอนที่สอง บทนำว่าคนยังไม่รู้ว่าต้นแบบชีวิตที่ดีที่สุดเป็นอย่างไร ผู้ประสบความสำเร็จสูงสุดไม่มีใครเกินพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงควรศึกษาอดีตชาติของพระองค์ และตัดความสงสัยว่าคนธรรมดาไม่ต้องสร้างบารมี ที่จริงทั้งผู้ปรารถนาพุทธภูมิ ปัจเจกพุทธเจ้า และอรหันตสาวกต้องสร้างบารมีทั้งหมด ต่างกันที่ความเข้มข้น เลือกเรื่องพระเตมีย์ก่อนเพราะเนกขัมมบารมีทำได้ยากและสวนกระแสกิเลส แล้วทวนว่าภิกษุทูลถามพระพุทธองค์เรื่องการสละราชสมบัติออกบวช
  • 25:53 ละครพระเตมีย์ พระเจ้ากาสิกราชไม่มีรัชทายาท ชาวเมืองชุมนุมขอให้ปรารถนาพระโอรส
    ในอดีตกาลที่นครพาราณสีแคว้นกาสี พระเจ้ากาสิกราชตั้งมั่นในทศพิธราชธรรมและเสด็จตรวจตราทุกข์สุขของราษฎรจนเป็นที่รัก มีพระสนมหนึ่งหมื่นหกพันนาง แต่ไม่มีใครให้กำเนิดรัชทายาท แม้พระนางจันทาเทวีพระอัครมเหสี จึงทรงกังวลว่าราชวงศ์จะสิ้นและเมืองจะถูกกษัตริย์อื่นยึด วันหนึ่งชาวเมืองมาชุมนุมที่ลานหลวง พระองค์เสด็จไปฟังเองที่สถานรับร้องทุกข์ ชาวเมืองทูลว่าทุกข์ร้อนที่ไม่มีพระโอรส เกรงบ้านเมืองจะระส่ำระสายเมื่อไร้กษัตริย์ ขอให้ตั้งจิตอธิษฐานปรารถนาพระโอรส
  • 32:00 ละครพระเตมีย์ พระสนมบวงสรวงไม่สำเร็จ พระนางจันทาเทวีรักษาอุโบสถศีลแล้วตั้งสัจจาธิษฐาน
    พระราชาทรงนิ่งด้วยเป็นปมด้อยในใจที่ครองราชย์มานานยังไม่มีโอรสธิดา รับสั่งว่าเรื่องนั้นให้เป็นหน้าที่ของพระองค์ แล้วเรียกพระสนมทั้งหมดให้ตั้งความปรารถนาพระโอรส และให้พราหมณ์จัดพิธีบวงสรวงเทวดา พระสนมต่างไปบนบานเทวดา พระจันทร์ พระอาทิตย์ หลายเดือนก็ไม่สำเร็จ ฝ่ายพระนางจันทาเทวีผู้พร้อมด้วยศีลดำริว่านอกจากบุญแล้วไม่มีที่พึ่งอื่น วันอุโบสถขึ้นสิบห้าค่ำจึงสรงสนาน นุ่งผ้าขาว รักษาอุโบสถศีลตลอดวันคืน รุ่งเช้าระลึกถึงศีลด้วยปีติ ตั้งสัจจาธิษฐานขอบุตร ละครจบตอนด้วยคำถามว่าจะร้อนไปถึงเทวดาองค์ใดหรือไม่ โปรดติดตามตอนต่อไป
  • 36:34 หลังละคร ให้ศีลทำงานสักคืน พระราชาไม่มีโอรสประชาชนยังเดือดร้อน และเสียงใบตองแห้ง
    ครูไม่ใหญ่ว่าหลังจากให้หนึ่งหมื่นหกพันนางอธิษฐานแล้ว พระอัครมเหสีให้ระลึกถึงศีล ให้ศีลทำงานสักคืนแล้วพรุ่งนี้ดูว่าจะเกิดอะไร ขำว่าเป็นพระราชาแต่ไม่มีโอรสประชาชนยังเดือดร้อน แล้ววกกลับมาว่าพระเตมีย์พูดได้แต่ไม่พูดเพราะไม่เกิดประโยชน์ ตอนนี้ประเทศไหนก็อย่าเพิ่งพูด เหมือนดงกล้วยใบตองแห้งลมพัดดังก๊อบแก๊บ จิ้งจกตุ๊กแกก็หันไปสนใจเสียง แล้วชวนไปหมู่เกาะโซโลมอน

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 22 ก.พ. 2549

  • 5:41 เกริ่นเรื่องกฎแห่งกรรมชื่อโรแมนติกของวันนี้และพระเตมีย์ แล้วชวนแต่งเนื้อแต่งตัว
    เกริ่นว่าวันนี้มีเรื่องราวดี ๆ ของเคสที่จะทำให้เข้าใจกฎแห่งกรรมดีขึ้น ชื่อเรื่องโรแมนติกหน่อย (ถ้อยคำถอดเสียงไม่ชัด ไม่ได้ยินชื่อเรื่อง) และมีเรื่องพระเตมีย์ แต่ก่อนนั้นให้แต่งเนื้อแต่งตัวให้เสร็จเรียบร้อยก่อน หลังจากนั้นราวหนึ่งนาทีเศษไม่มีบรรทัดถอดเสียง
  • 1:09:43 ทำงานใหญ่แล้วเจอเสียงใบตองแห้งหรือจิ้งจกตุ๊กแก พูดได้ก็ต้องนิ่งอย่างพระเตมีย์
    หลังเพลงว่าแค่นี้ก็หยุดใจได้ แล้วเข้าสู่ทศชาติชาดก เปรียบว่าที่ปลูกกล้วยไว้มากใบตองจะแห้ง ลมพัดดังก๊อบแก๊บ จิ้งจกตุ๊กแกก็ร้องจุ๊จ๊ะ ใครทำงานใหญ่ก็จะเจอเสียงใบตองแห้งหรือเสียงจิ้งจกตุ๊กแก แม้พูดได้ก็ต้องทำอย่างพระเตมีย์ ซึ่งพูดได้แต่นิ่งทำตัวเหมือนคนใบ้ ควรเอาท่านผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมีเป็นตัวอย่าง แล้วชวนติดตามละครตอนที่สาม
  • 1:11:10 ละครพระเตมีย์ตอนที่สาม พระนางจันทาเทวีอธิษฐาน ท้าวสักกะเชิญเทพบุตรโพธิสัตว์ลงมาเกิด
    ละครทศชาติชาดก พระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี ตอนที่สาม ทบทวนว่าพระเจ้ากาสิกราชแห่งกรุงพาราณสีไม่มีโอรสธิดา ชาวเมืองร้องเรียน พระสนมทำพิธีบวงสรวงไม่สำเร็จ พระนางจันทาเทวีอัครมเหสีสมาทานอุโบสถศีลในวันเพ็ญแล้วตั้งสัจจาธิษฐานขอพระโอรส อานุภาพศีลทำให้บัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ของท้าวสักกะร้อน ท้าวสักกะเห็นเหตุแล้วพิจารณาหาเทพบุตรผู้มีบุญ พบเทพบุตรที่ชาติก่อนเป็นพระเจ้ากรุงพาราณสียี่สิบปี สั่งลงโทษประหารนักโทษจึงไปเกิดในอุสสุทนรกบริวารของสัญชีวมหานรกแปดหมื่นปี แล้วมาเกิดในดาวดึงส์และใกล้จุติ ท้าวสักกะเสด็จไปเชิญให้ลงไปเกิดในครรภ์พระนางจันทาเทวีเพื่อบำเพ็ญบารมี เทพบุตรโพธิสัตว์รับคำ และเทพบุตรบริวารห้าร้อยองค์ขออาสาลงไปเกิดเป็นบริวาร
  • 1:17:36 ละครพระเตมีย์ โพธิสัตว์จุติลงครรภ์ ประสูติพร้อมกุมารบุตรอำมาตย์ห้าร้อยคน
    คืนนั้นเทพบุตรโพธิสัตว์จุติลงสู่ครรภ์พระนางจันทาเทวี เทพบุตรบริวารห้าร้อยองค์ลงไปเกิดในครรภ์ภรรยาของอำมาตย์ พระนางรู้สึกว่าพระอุทรเต็มไปด้วยแก้ววิเชียร จึงแน่พระทัยว่าทรงครรภ์ แล้วกราบทูลพระราชสวามี พระเจ้ากาสิกราชดีพระทัยยิ่ง พระราชทานเครื่องบริหารพระครรภ์และให้นางสนมดูแล ชาวเมืองปลื้มปีติทั่วหน้า ครบสิบเดือนพระนางประสูติพระราชกุมารผู้สมบูรณ์ด้วยบุญลักษณะ พระราชาดำริว่าผู้มีบุญย่อมมีบริวารตามมา จึงให้เสนาบดีตรวจเรือนอำมาตย์ ก็พบว่าวันนั้นมีกุมารเกิดพร้อมกันห้าร้อยคน พระราชายินดียิ่ง ละครจบตอนด้วยคำว่าโปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 23 ก.พ. 2549

  • 1:14:56 ละครพระเตมีย์ตอนที่สี่ ท้าวสักกะเชิญเทพบุตรลงจุติ ประสูติพร้อมกุมารห้าร้อย และคุณสมบัติแม่นมสิบประการ
    ละครทศชาติชาดกเรื่องพระเตมีย์ตอนที่สี่ ท้าวสักกะร้อนอาสน์ด้วยเดชศีลและสัจจาธิษฐานของพระนางจันทาเทวี จึงเลือกเทพบุตรที่ชาติก่อนเป็นพระเจ้ากรุงพาราณสี ตกอุสสทนรกแปดหมื่นปีแล้วมาเกิดในดาวดึงส์ ให้ลงมาเกิดในพระครรภ์ เทพบุตรรับคำพร้อมบริวารห้าร้อยองค์ที่ไปเกิดในครรภ์ภรรยาอำมาตย์ พระนางรู้สึกเหมือนพระครรภ์เต็มด้วยแก้วใส สิบเดือนต่อมาประสูติพระโอรส มีทารกเกิดวันเดียวกันห้าร้อยคน พระเจ้ากาสิกราชพระราชทานเครื่องประดับและแม่นมห้าร้อยนาง ส่วนพระกุมารได้แม่นมหกสิบสี่นางที่ปราศจากโทษสิบประการ ไม่ขาวหรือดำเกินไป ไม่ผอมไม่อ้วน ไม่สูงไม่เตี้ย น้ำนมรสหวานกลมกล่อม ถันไม่หย่อนยาน ไม่เป็นโรคหืดหอบและโรคไอ
  • 1:21:41 ละครพระเตมีย์ พยากรณ์บุญลักษณะ ตั้งพระนามเตมีย์ และพระกุมารเห็นพระราชบิดาลงโทษโจรสี่คน
    พราหมณ์ปุโรหิตและโหราจารย์พยากรณ์ว่าพระกุมารจะเป็นพระราชาธิราชเหนือมหาทวีปทั้งสี่ พระเจ้ากาสิกราชตั้งพระนามว่าเตมียกุมาร เพราะวันประสูติฝนตกชุ่มฉ่ำทั่วพระนคร เมื่อพระกุมารอายุหนึ่งเดือนถูกอุ้มขึ้นเฝ้าในท้องพระโรงขณะว่าราชการ พระราชาอุ้มไว้บนตักแล้วตัดสินมหาโจรสี่คน ให้โบยด้วยหวายหนามแช่น้ำเกลือพันครั้งจนตาย จองจำให้ตายในเรือนจำ แทงด้วยหอก และเสียบหลาวทั้งเป็นประจานหน้าประตูเมือง พระเตมีย์ผู้สั่งสมปัญญาบารมีมาดีสะดุ้งสลดใจ ดำริว่าพระราชบิดาทำบาปใหญ่คงไม่พ้นนรก และถ้าตนครองราชย์ก็ต้องตัดสินคดีเช่นเดียวกัน จบตอนด้วยให้ติดตามว่าจะทำอย่างไรกับชีวิต
  • 1:30:03 หลังละครพระเตมีย์ บอกข้อสอบปีหน้าเรื่องคุณสมบัติแม่นม แล้วเข้าช่วงกรณีศึกษา
    หลังละครครูไม่ใหญ่บอกว่าข้อสอบปัญหาธรรมปีหน้าสำหรับคุณครูจะมีข้อคุณสมบัติของแม่นมที่เลี้ยงพระเตมีย์ ถือเป็นการบอกข้อสอบข้ามปี แล้วเข้าสู่ช่วงกรณีศึกษาโดยเปิดด้วยเพลงยิ้มแล้วรวย

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 24 ก.พ. 2549

  • 45:26 ละครพระเตมีย์ตอนที่ห้า พระราชทานแม่นมหกสิบสี่นาง และพระเตมีย์สลดใจเมื่อพระราชบิดาลงโทษมหาโจรสี่คน
    ครูไม่ใหญ่บอกว่าต่อไปเป็นทศชาติชาดก พระชาติที่เป็นพระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี ตอนที่ห้า เทปละครเล่าต่อจากตอนที่แล้วว่ามีกุมารเกิดวันเดียวกันห้าร้อยคน พระราชาพระราชทานเครื่องประดับและแม่นมให้ ส่วนพระราชกุมารได้แม่นมงดงามหกสิบสี่นางที่เว้นจากโทษสิบประการ ไม่สูงไม่ต่ำ ไม่ดำไม่ขาว ไม่อ้วนไม่ผอม ถันไม่แบนไม่หย่อน ไม่เป็นโรคหืดและโรคไอ เมื่อพระกุมารอายุหนึ่งเดือนประทับบนพระเพลาพระราชบิดาขณะว่าราชการ พระราชาสั่งลงโทษมหาโจรสี่คน โบยด้วยหวายหนามแช่น้ำเกลือจนตาย จองจำด้วยขื่อคา ประหารด้วยหอก และเสียบหลาวทั้งเป็น พระเตมีย์สะดุ้งสลดใจว่าพระราชบิดาทำบาปใหญ่คงต้องตกนรก และตนเองก็ต้องตัดสินคดีเช่นเดียวกันในภายหน้า ผู้บรรยายชี้ว่าแม้ตัดสินโดยไม่ลำเอียงด้วยอคติสี่ การประหารและทำร้ายผู้อื่นก็ไม่พ้นบาปตามกฎแห่งกรรม ช่วงต้นมีบรรทัดที่ Whisper ถอดเป็นภาษาอังกฤษปน
  • 50:06 ละครพระเตมีย์ ระลึกชาติได้ว่าเคยเป็นกษัตริย์แล้วตกนรกแปดหมื่นปี เทพธิดาที่เศวตฉัตรแนะให้แสร้งเป็นง่อย หูหนวก และใบ้
    วันรุ่งขึ้นนางนมนำพระกุมารไปบรรทมใต้เศวตฉัตร ทอดพระเนตรเห็นราชสมบัติแล้วนึกว่าเรามาจากไหน ด้วยบุญเก่าจึงระลึกชาติได้ว่าเคยเป็นกษัตริย์ครองนครนี้ยี่สิบปี ตัดสินประหารคนไว้มาก ตายแล้วไปเกิดในอุสสุทนรกแปดหมื่นปี พ้นแล้วไปเกิดในดาวดึงส์ก่อนกลับมาเกิดที่นี่ ทรงหวาดกลัวว่าถ้าได้ครองราชย์ต่อจะต้องทำบาปแล้วตกนรกอีก เห็นพระราชบิดาสั่งลงโทษโจรด้วยวาจาหยาบคาย จึงคิดหาทางพ้นจากราชมณเฑียรที่เปรียบเหมือนเรือนโจร พระกายซูบซีดเหมือนดอกบัวถูกขยำ เทพธิดาผู้สถิตที่เศวตฉัตรซึ่งเคยเป็นพระมารดาในอดีตชาติปรากฏตัวปลอบ แนะให้แสร้งทำเป็นคนง่อยเปลี้ย หูหนวก และใบ้ อย่าแสดงว่าเป็นบัณฑิต ให้คนเห็นว่าเป็นกาลกิณีแล้วจะถูกขับไล่ออกไป พระเตมีย์ยินดีและตั้งจิตอธิษฐานแน่วแน่ว่าจะทำตามจนกว่าจะสำเร็จ
  • 56:33 ละครพระเตมีย์ ไม่ตรัส ไม่ขยับ ไม่ร้องไห้ขอนม แม้พระราชาให้นำกุมารห้าร้อยคนมาเป็นเพื่อนเล่น
    นับจากนั้นพระกุมารไม่ตรัสอะไรอีก ไม่ขยับพระหัตถ์และพระบาท แม้เมื่อยล้าก็อดกลั้นยึดมั่นคำอธิษฐาน ไม่ร้องไห้ ไม่แสดงอาการหิวนม เสวยนมเฉพาะเวลาที่นางนมถวาย คนทั้งหลายฉงนและเศร้าแทน พระราชบิดามารดาแปลกพระทัยเพราะไม่มีลักษณะคนง่อยเปลี้ยเลย (บรรทัดราว 3486-3518 ถอดซ้ำเพี้ยน) พระเจ้ากาสิกราชรับสั่งให้นำกุมารที่เกิดวันเดียวกันมาอยู่ในวังเป็นเพื่อนเล่น พระกุมารแม้อยากหัวเราะเล่นด้วยก็อดทน กุมารอื่นหิวก็ร้องไห้ได้ดื่มนม แต่พระกุมารนึกถึงภัยในนรก สอนตนว่าจะไม่ร้องไห้เพื่อดื่มนมแม้ร่างกายจะซูบผอมตายไปก็ประเสริฐกว่า นางนมทั้งสงสารและกังวล จบตอนด้วยการให้ติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 1 มี.ค. 2549

  • 1:36:00 ละครพระเตมีย์ ทศชาติชาดก ตอนที่ 8 ทดลองด้วยผลไม้ ของเล่น อาหาร ไฟ ช้าง และงู
    เทปละครเรื่องพระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี ตอนที่ 8 ต่อจากตอนที่แล้ว อำมาตย์แนะนำพระเจ้ากาสิกราชให้ทดลองด้วยผลไม้ใส่ถาดอยู่หนึ่งปีพระราชกุมารก็ไม่แสดงอาการ ต่อด้วยของเล่นตุ๊กตาช้าง ตุ๊กตาหมา รถ เรือเล็ก ๆ กุมารห้าร้อยคนแย่งกันแต่พระราชกุมารไม่ทอดพระเนตร อายุสี่ขวบทดลองด้วยอาหารรสเลิศ พระนางจันทาเทวีต้องป้อนด้วยพระหัตถ์เอง อายุห้าขวบจุดไฟเรือนใบตาลที่ประทับ พระราชกุมารบรรทมนิ่งจนอำมาตย์ต้องอุ้มออกจากเปลวไฟ อายุหกขวบปล่อยพญาช้างที่ฝึกดีแล้วมาจับชูพระองค์ขึ้นก็ไม่ขยับมือเท้า อายุเจ็ดขวบปล่อยงูที่ถอนเขี้ยวเย็บปากมาพันพระกายแผ่พังพานบนพระเศียร พระราชกุมารระงับความกลัวด้วยนึกว่าตายในปากสัตว์ร้ายยังดีกว่าตกนรก ทดลองนานนับปีก็ไม่เห็นความเคลื่อนไหว
  • 1:43:29 ละครพระเตมีย์ ตอนที่ 8 ต่อ ทดลองด้วยการฟ้อนรำ ดาบ แมลงวัน และของโสโครก
    เทปละครพระเตมีย์ตอนที่ 8 ต่อ อายุแปดขวบอำมาตย์ทดลองด้วยการฟ้อนรำ กุมารห้าร้อยสนุกสนานแต่พระราชกุมารนึกว่าในนรกไม่มีความรื่นเริงแม้ขณะเดียว ผู้บรรยายสอนว่าสัตบุรุษจะยินดีในสิ่งชวนหลงแต่พองามโดยนึกถึงทุกข์ในอดีตและอนาคต อายุเก้าขวบให้บุรุษร่างใหญ่ถือดาบทำทีจะตัดศีรษะเด็กกาลกิณีที่ง่อยเปลี้ยใบ้ คมดาบจดพระศอก็ไม่สะดุ้ง จากนั้นเอาน้ำอ้อยปนข้าวยาคูทาทั่วพระวรกายแล้ววางไว้ในที่มีแมลงวันมาก อายุสิบขวบทดลองด้วยของโสโครก ไม่สรงสนานให้ ปล่อยให้ถ่ายหนักเบาในที่บรรทมจนแมลงวันรุมตอม พระเจ้ากาสิกราชกับพระนางจันทาเทวีทุกข์ทรมานไม่น้อยกว่าพระโอรส ละอายต่อข้าราชบริพารจนพระทัยแทบแตกสลาย จบตอนด้วยโปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 2 มี.ค. 2549

  • 1:02:38 ละครพระเตมีย์ ทดลองด้วยการฟ้อนรำ ดาบ แมลงวัน และสิ่งปฏิกูล พระมารดาวิงวอน ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์
    เทปละครทศชาติชาดกเรื่องพระเตมีย์ เข้าหลังช่วงพักกลางเรื่อง (ไม่มีบรรทัดขึ้นต้นหรือเลขตอน) ทดลองด้วยการฟ้อนรำขับร้อง พระราชกุมารนึกว่าในนรกไม่มีความรื่นรมย์จึงนิ่งเฉย ปีถัดมาให้บุรุษกำยำเงื้อดาบทำทีจะตัดศีรษะ ต่อมาทาน้ำอ้อยให้แมลงวันไต่ตอม และไม่สรงสนานปล่อยให้อยู่กับสิ่งปฏิกูล พระราชบิดามารดาทุกข์และละอายจนแหวกฝูงแมลงวันเข้าไปกอด วิงวอนว่ารู้ว่าลูกไม่ได้พิการ การครองเรือนเป็นทุกข์ ไม่มีลูกก็ทุกข์ มีลูกก็ทุกข์ ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์ พระโพธิสัตว์ทรงวางอารมณ์เป็นกลางด้วยนึกถึงกลิ่นเหม็นของคูถนรก และอดกลั้นเพื่อเป้าหมายจะออกบวช เนื้อหาช่วงนี้ตรงกับละครที่ออกอากาศในตอนวันที่ 1 มี.ค. 2549
  • 1:08:57 ละครพระเตมีย์ ทดลองด้วยกระเบื้องไฟใต้แท่นบรรทม ความร้อนในนรกร้อยเท่าพันเท่า ผ่านไปสิบห้าปี
    ปีต่อมาอำมาตย์วางกระเบื้องเต็มด้วยไฟไว้ใต้พระแท่นบรรทม พระราชกุมารรับทุกขเวทนาแต่ไม่ขยับพระหัตถ์พระบาท สอนพระองค์เองว่าความร้อนในนรกแผ่ไปร้อยโยชน์ ไฟนี้ยังดีกว่าร้อยเท่าพันเท่าแสนเท่า นิ่งเหมือนพระเถระเข้านิโรธสมาบัติ พระราชชนกชนนีวิงวอนอีกว่าอย่าให้ต้องอัปยศต่อพระราชาทั่วชมพูทวีป (กลางช่วงราว 4239-4269 มีบรรทัด jingle ถอดซ้ำแทรก) แต่พระโพธิสัตว์ยังบรรทมนิ่ง อำมาตย์เพียรทดลองทุกวิถีทางผ่านไปสิบห้าปีไม่เกิดผล
  • 1:12:36 ละครพระเตมีย์ อำมาตย์เสนอทดลองด้วยหญิงนักฟ้อน พระเจ้ากาสิกราชสัญญาตำแหน่งอัครมเหสี โปรดติดตามตอนต่อไป
    เมื่อพระราชกุมารมีพระชนมายุสิบหกพรรษา อำมาตย์ผู้ฉลาดเสนอว่าชายแรกหนุ่มย่อมยินดีในกาม และยอดแห่งกามคุณสำหรับบุรุษคือสตรี จึงควรทดลองด้วยนางสนมนักฟ้อน ที่ประชุมเห็นด้วยและกราบทูลพระเจ้ากาสิกราชผู้ท้อพระทัย พระราชารับสั่งให้เรียกหญิงนักฟ้อนรูปงามดังนางอัปสร และตรัสว่าหญิงใดทำให้พระราชกุมารร่าเริงและผูกพันด้วยตัณหาได้จะอภิเษกเป็นอัครมเหสี นางนมสรงสนานด้วยน้ำหอม แต่งองค์ให้บรรทมในห้องประดับดังทิพยวิมาน แล้วให้หญิงนักฟ้อนนวดเฟ้นเล้าโลมด้วยการฟ้อนรำขับร้อง พระโพธิสัตว์ยังไม่หมดกิเลสจะทรงทำอย่างไร ละครจบด้วยคำว่าโปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 4 มี.ค. 2549

  • 1:25:17 เพิ่งเปิดประตูเมืองจีน จะทยอยเล่าต่อ แล้วเข้าสู่ละครพระเตมีย์ตอนที่สิบ
    ครูไม่ใหญ่บอกว่าเพิ่งนำเปิดประตูเมืองจีนเข้าไป จะค่อย ๆ ทยอยเล่าต่อ วันนี้น้ำเยอะหน่อยเพราะพรุ่งนี้เป็นวันอาทิตย์ต้นเดือนและคล่องคอคล่องใจ แล้วชวนติดตามทศชาติชาดก พระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี ตอนที่สิบ
  • 1:26:01 ละครพระเตมีย์ ตอนที่ 10 ทดลองด้วยไฟใต้แท่นบรรทม และหญิงนักฟ้อนจนพระกายแข็งเหมือนท่อนไม้
    ละครทศชาติชาดกเรื่องพระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี ตอนที่สิบ ทวนตอนที่แล้วที่ทดลองด้วยสิ่งปฏิกูลจนแมลงวันรุมตอม ปีต่อมาทดลองด้วยกระเบื้องไฟใต้พระแท่นบรรทม พระราชกุมารร้อนทั่วกายแต่ไม่ขยับ พระราชบิดาพระราชมารดาทนไม่ได้เข้าไปอุ้มออกมา ผ่านไปสิบห้าปีไม่เป็นผล อำมาตย์เห็นว่าพระกุมารอายุสิบหกแล้วจึงเสนอทดลองด้วยหญิงนักฟ้อน พระเจ้ากาสิกราชสัญญาว่าหญิงใดผูกใจได้จะอภิเษกเป็นอัครมเหสี พระโพธิสัตว์พิจารณาเห็นร่างกายเป็นเพียงกระดูกเนื้อเลือดเอ็นหนังหุ้มด้วยอาภรณ์ เหมือนบ่วงที่เนื้อเห็นแล้วหนี แล้วอธิษฐานด้วยบารมีไม่ให้หญิงเหล่านั้นแตะต้องกาย กลั้นลมหายใจจนพระสรีระแข็งเหมือนท่อนไม้ หญิงนักฟ้อนตกใจคิดว่าเป็นยักษ์จำแลงแล้ววิ่งหนี ทดลองสลับกันอยู่หนึ่งปีเต็มก็ไม่หวั่นไหว
  • 1:33:06 ละครพระเตมีย์ ตอนที่ 10 ต่อ โหราจารย์ทูลเท็จว่าพระกุมารเป็นกาลกิณี ต้องกำจัด ไฟล์จบที่คำว่าพักสักหน่อย
    พระเจ้ากาสิกราชสิ้นหวังว่าราชวงศ์จะดับสูญ จึงเรียกโหราจารย์มาถามด้วยความพิโรธว่าเหตุใดพระกุมารไม่เป็นไปตามคำทำนายว่าจะเป็นใหญ่เหนือทวีปทั้งสี่ โหราจารย์ตอบไม่ตรงคำถามจนทรงกริ้วหนัก สุดท้ายโหราจารย์คนหนึ่งเอาตัวรอดด้วยการทูลเท็จว่ารู้แต่แรกว่าพระกุมารเป็นกาลกิณี แต่ไม่กล้าทูลเพราะเกรงพระทัย ละครสอดแทรกว่าคนพูดเท็จมักอ้างความจำเป็นโดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของผู้อื่น แล้วโหราจารย์ยกเมฆต่อว่าถ้ายังเลี้ยงไว้จะเกิดอาเพทสามประการ อันตรายต่อพระชนม์ชีพ ราชบัลลังก์ล่มสลาย และพระอัครมเหสีสิ้นพระชนม์ ต้องรีบกำจัด พระราชาทรงเชื่อ แต่ยังตัดสินไม่ได้เพราะมีพระนางจันทาเทวีผู้เป็นพระมารดา ละครจบด้วยคำว่าโปรดติดตามตอนต่อไป ไฟล์จบที่ 6156 ตรงคำว่าพักสักหน่อย ไม่มีกรณีศึกษาที่เกริ่นไว้ตอนต้นรายการ ไม่มีบทประจำวันและช่วงปิดรายการในไฟล์ จึงเป็นไฟล์ที่ขาดท้ายรายการ (ต้นรายการครบ)

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 6 มี.ค. 2549

  • 1:18:30 ละครพระเตมีย์ พระกายแข็งเหมือนท่อนไม้ต่อหน้าหญิงนักฟ้อน และโหราจารย์ทูลเท็จว่าพระกุมารเป็นกาลกิณี
    ละครทศชาติชาดกเรื่องพระเตมีย์ ต้นช่วงไม่มีบรรทัดถอดเสียงจึงไม่รู้ว่าละครเริ่มตรงไหนและเป็นตอนที่เท่าไร ส่วนที่ถอดได้เริ่มที่พระโพธิสัตว์พิจารณาหญิงงามว่าเป็นเพียงเนื้อเลือดกระดูกหนัง อธิษฐานไม่ให้หญิงเหล่านั้นแตะต้องกาย กลั้นลมหายใจจนพระสรีระแข็งกระด้าง หญิงงามคิดว่าเป็นยักษ์จำแลงแล้ววิ่งหนี พระเจ้ากาสิกราชสิ้นหวังและขัดเคืองคำทำนายว่าพระกุมารจะเป็นใหญ่เหนือทวีปทั้งสี่ เรียกพราหมณ์ปุโรหิตมาถาม โหราจารย์คนหนึ่งเอาตัวรอดด้วยการทูลว่าพระกุมารเป็นกาลกิณี ถ้าเลี้ยงไว้จะเกิดอาเพทต่อพระชนม์ชีพ ราชบัลลังก์ และพระอัครมเหสี ละครสอดแทรกว่าความกลัวทำให้คนทำผิดได้ทุกอย่างแม้เสียสัจจะ ขาดความจงรักภักดี และทำบาปโดยไม่รู้ตัว
  • 1:23:01 ละครพระเตมีย์ โหราจารย์ทูลให้นำพระกุมารไปฝังทั้งเป็นที่ป่าช้า พระราชาลังเลแล้วทรงยอม
    พระราชาหวาดหวั่นภัยจึงถามว่าควรทำอย่างไร โหราจารย์คิดว่าตนเกือบไม่รอดเพราะพระกุมาร ละครสอดแทรกว่าทุกคนรักตน การโยนความทุกข์ให้ผู้อื่นโดยไม่คำนึงว่าเขาก็รักตัวเองไม่เป็นธรรม โหราจารย์ทูลขอพระราชทานอภัยแล้วเสนอให้นำพระเตมิยกุมารขึ้นบรรทมบนรถเทียมม้าอัปมงคล ให้สารถีขับออกประตูทิศตะวันตก ไปฝังทั้งเป็นที่ป่าช้านอกเมือง แล้วสวัสดิมงคลจะเกิดแก่พระองค์ พระราชาสะเทือนพระทัยเพราะเท่ากับยอมให้ฆ่าพระโอรสเอง ทรงลังเล พระพักตร์หมองและพระเนตรแดงก่ำ โหราจารย์เร่งถามอีก พระเจ้ากาสิกราชจึงตั้งสติ ลุกขึ้นตรัสว่าความสงบสุขของบ้านเมืองสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ให้ทำตามที่เห็นสมควร แล้วเสด็จกลับพระตำหนัก เหล่าอำมาตย์สรรเสริญ (ช่วงนี้ถอดเสียงเพี้ยน) แล้วโหราจารย์กับเสนาบดีปรึกษากันเพื่อทำตามรับสั่ง
  • 1:30:10 ละครพระเตมีย์ พระนางจันทาเทวีทูลขอชีวิตพระโอรส พระราชายืนกรานไม่คืนคำ
    พระนางจันทาเทวีทรงทราบเรื่องก็ตกพระทัยแทบสิ้นสติ รีบเข้าเฝ้าพระสวามีทูลทั้งน้ำตาขอให้ยับยั้งไว้ก่อน พระเจ้ากาสิกราชปฏิเสธว่ากษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำ พระนางต่อรองว่าพระโอรสไม่เคยทำความเดือดร้อนให้ใคร มีแต่พวกเราที่ทำทุกข์ให้พระกุมาร ขอเลี้ยงดูพระโอรสเองโดยไม่ให้ระคายเคือง แต่พระราชายืนกรานว่าถ้าไม่ทำตามคำที่ตรัสไว้คนทั้งหลายจะไม่เชื่อถือ ละครจบด้วยว่าพระเทวีจะมีวิธีการอย่างไรโปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 9 มี.ค. 2549

  • 55:25 เวลาจำกัด ชั่งระหว่างพระเตมีย์ตอนที่ 13 กับผลการปฏิบัติธรรมของสองแผ่นดิน
    หลังช่วงไม่มีถ้อยคำถอดเสียง ครูไม่ใหญ่บอกว่าเวลามีจำกัด ต้องเลือกระหว่างละครพระเตมีย์ตอนที่ 13 กับผลการปฏิบัติธรรมของสองแผ่นดิน คือตัวแทนจากจีนแผ่นดินใหญ่กับตัวแทนจีนเล็กที่ไต้หวัน (สุดท้ายได้ออกอากาศทั้งสองอย่างในตอนนี้) แล้วพูดถึงวัดต้าฉือก่อนเข้าเทป ช่วงท้ายถอดเสียงเพี้ยนปนภาษาอังกฤษ
  • 1:49:35 ละครพระเตมีย์ตอนที่ 13 พระนางจันทาเทวีต่อรองขอราชสมบัติให้พระโอรสเจ็ดวัน
    มินิซีรีส์ทศชาติชาดก พระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี ตอนที่ 13 พระนางจันทาเทวีทราบว่าพระราชาจะให้นำพระโอรสไปฝังจึงเข้าเฝ้าขอให้ยับยั้ง แต่ถูกปฏิเสธ จึงทูลขอพรที่พระราชาเคยพระราชทานไว้ ขอให้ราชสมบัติแก่พระเตมียกุมาร พระราชาปฏิเสธว่าลูกเป็นกาลกิณีเป็นมิ่งขวัญของแว่นแคว้นไม่ได้ พระนางต่อรองลดจากตลอดชีวิตเป็นเจ็ดปี หกปี จนครึ่งเดือนก็ถูกปฏิเสธ สุดท้ายขอเจ็ดวันจึงได้รับอนุญาต จัดพิธีราชาภิเษกให้พระกุมารประทับหลังช้างเลียบพระนคร แต่พระนางยังทุกข์เพราะพระโอรสยังไม่กลับเป็นปกติ ผู้บรรยายกล่าวถึงใจแม่ที่ทุกข์สุขตามลูก และมารดาเป็นพรหมของบุตร เป็นเทวดาในเรือน เป็นบุรพาจารย์ ควรเคารพบูชาดุจพระอรหันต์
  • 1:56:39 พระนางจันทาเทวีวิงวอนพระเตมีย์ทั้งคืน พระโพธิสัตว์มั่นในปณิธานออกผนวช
    หลังพิธีราชาภิเษก พระนางจันทาเทวีให้เชิญพระกุมารขึ้นพระแท่นบรรทม สวมกอดคลำพระกายวิงวอนทั้งคืนทั้งวันว่าตลอดสิบหกปีแม่ไม่เป็นอันหลับนอน ร้องไห้จนตาช้ำ แม่รู้ว่าลูกไม่ใช่คนง่อยเปลี้ย ไม่ใช่คนใบ้ ไม่ใช่คนหูหนวก ขอให้พูดอะไรบ้าง พระโพธิสัตว์รับรู้ความทุกข์ของพระมารดาทุกอย่าง ยิ่งรักและสงสาร สำนึกในพระคุณเกินประมาณ แต่มั่นคงในมหาปณิธานที่จะออกผนวชบำเพ็ญเนกขัมมบารมี จึงบรรทมนิ่ง นึกขออภัยพระมารดาที่ต้องแกล้งทำเป็นไม่รับรู้เพื่อรอวันที่จะถูกนำออกจากพระราชวัง และนึกว่าพรุ่งนี้ความพยายามสิบหกปีจะถึงที่สุดแล้ว
  • 2:01:02 พระเจ้ากาสิกราชสั่งสุนันทสารถีนำพระเตมีย์ไปฝังที่ป่าช้า
    ถึงวันที่หกใกล้ครบกำหนด พระเจ้ากาสิกราชเรียกสุนันทสารถีเข้าเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์ มอบหมายให้เตรียมรถเทียมม้าอัปมงคล รุ่งเช้ามารับพระเตมียกุมารออกทางประตูทิศตะวันตก ประกาศไปตลอดทางว่านำตัวกาลกิณีไปป่าช้าผีดิบ แล้วขุดหลุม ใช้จอบทุบศีรษะให้สิ้นพระชนม์ก่อนกลบดินเพื่อไม่ให้ทรมานจากการถูกฝังทั้งเป็น แล้วอาบน้ำเปลี่ยนชุดกลับมารายงาน สุนันทสารถีหน้าซีดไม่สบายใจที่ต้องทำหน้าที่เพชฌฆาตต่อพระกุมารผู้ไม่เคยทำร้ายใคร แต่ด้วยความจงรักภักดีจึงรับพระบัญชา นอนกระสับกระส่ายทั้งคืน รุ่งเช้าเดินเข้าโรงเก็บราชรถ ละครจบตอนด้วยคำว่าโปรดติดตามตอนต่อไป ไฟล์จบที่ 7561 ตรงจุดนี้พอดี จึงไม่มีช่วงบทประจำวัน รายนามเจ้าภาพ และปิดรายการที่ตอนอื่นมี ไฟล์น่าจะขาดท้ายรายการ

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 11 มี.ค. 2549

  • 1:13:11 ละครพระเตมีย์ตอนที่ 15 สุนันทสารถีพาไปขุดหลุม พระวิสสุกรรมนำเครื่องประดับทิพย์มาประดับ
    มินิซีรีส์ทศชาติชาดก พระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี ถอดเสียงได้ว่าตอนที่สิบห้า สุนันทสารถีเลือกรถแต่เช้า เทวดาดลใจให้เลือกรถมงคลเทียมม้ามงคล ขึ้นปราสาทกราบทูลขอพระราชทานอภัยพระนางจันทาเทวี แล้วอุ้มพระราชกุมารลงไป พระโพธิสัตว์ได้ยินพระมารดากันแสงก็ต้องตัดใจนิ่งด้วยนึกถึงความพยายามสิบหกปี รถแล่นออกจากพระนครสามโยชน์ถึงชายป่า สารถีจอดรถแล้วลงมือขุดหลุมสี่เหลี่ยม พระโพธิสัตว์เห็นว่าถึงเวลาเคลื่อนไหว จึงลูบพระหัตถ์ นวดพระบาท ลงจากรถเดินกลับไปกลับมา แล้วทดลองยกรถได้อย่างอัศจรรย์ ทรงดำริจะแต่งเครื่องประดับก่อนออกบวช วิมานท้าวสักกะร้อนขึ้น ท้าวสักกะจึงให้พระวิสสุกรรมเทพบุตรนำเครื่องประดับทิพย์ลงมาประดับพระกายให้งดงามดุจท้าวสักกะ
  • 1:17:57 พระเตมีย์เผยตัวต่อสารถีที่ปากหลุม ผู้อาศัยร่มไม้ไม่หักกิ่ง ผู้ประทุษร้ายมิตรเป็นคนเลว
    พระโพธิสัตว์ยืนที่ปากหลุมถามสารถีว่าขุดหลุมไปทำไม สารถีตอบโดยไม่เงยหน้าว่าพระราชาให้ฝังพระโอรสที่เป็นง่อยเปลี้ยเหมือนไม่มีจิตใจ พระโพธิสัตว์ตรัสว่าเราไม่ได้หนวก ไม่ได้ใบ้ ไม่ได้ง่อยเปลี้ย ถ้าฝังเราก็ทำสิ่งไม่เป็นธรรม สารถีเงยหน้าเห็นรูปงามดุจท้าวสักกะก็อัศจรรย์และจำไม่ได้ ถามว่าเป็นเทวดาหรือคนธรรพ์ พระโพธิสัตว์ตรัสว่าเราเป็นโอรสพระเจ้ากาสิกราชผู้ที่ท่านอาศัยร่มพระบารมีเลี้ยงชีวิต บุคคลนั่งนอนใต้ร่มไม้ใดไม่พึงหักรานกิ่งไม้นั้น ผู้ประทุษร้ายมิตรเป็นคนเลว พระราชาเหมือนต้นไม้ เราเหมือนกิ่ง ท่านเหมือนผู้อาศัยร่มเงา ผู้บรรยายเล่าธรรมเนียมโบราณที่ไม่ตัดต้นไม้ที่เคยอาศัยร่มเงา และชาวนาที่ไม่ฆ่าไม่ขายวัวควายแก่ที่เคยทำงานให้ เพราะผู้ประทุษร้ายผู้มีพระคุณเป็นคนอกตัญญู ชีวิตไม่เจริญ
  • 1:25:06 พระเตมีย์ตรัสคาถาบูชาคุณมิตรสิบคาถา ยกพระสีวลี สามเณรสังกิจจะ โชติกเศรษฐีเป็นตัวอย่าง
    สารถียังไม่เชื่อ พระโพธิสัตว์จึงประกาศพระบารมีจนชัฏป่ากึกก้องด้วยเสียงสาธุการของเทวดา แล้วตรัสคาถาบูชาคุณของมิตรสิบคาถา ละครยกตัวอย่างประกอบ คาถาที่หนึ่งผู้ไม่ประทุษร้ายมิตรไปที่ไหนย่อมมีอาหารมาก เช่นพระสีวลีที่ชาติก่อนชวนคนรักษาศีลห้าและแจกทาน ไปถิ่นกันดารก็อุดมสมบูรณ์ คาถาที่สองย่อมได้รับการบูชาจากชนทุกถิ่น เช่นสามเณรสังกิจจะที่บวชตั้งแต่เจ็ดขวบ บรรลุอรหันต์วันที่แปด โจรจะฆ่าบูชายัญก็ฆ่าไม่สำเร็จจนทิ้งดาบมอบตัวเป็นศิษย์ คาถาที่สามโจรและกษัตริย์เบียดเบียนไม่ได้ เช่นโชติกเศรษฐีที่พระเจ้าอชาตศัตรูยกทัพมายึดปราสาทแต่ถูกยักษ์เฝ้าสมบัติขับไล่ คาถาที่สี่ย่อมเป็นผู้สูงสุดในหมู่ญาติและได้รับความยินดีในสภา คาถาที่ห้าสักการะผู้อื่นย่อมได้รับสักการะตอบ ละครจบตอนโดยคาถายังไม่ครบ ครูไม่ใหญ่บอกให้คอยฟังคาถาที่เหลือในวันจันทร์

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 13 มี.ค. 2549

  • 1:13:42 ละครพระเตมีย์: เผยตัวที่ปากหลุม ทบทวนคาถาบูชาคุณมิตรห้าคาถาแรก มิตรภาพที่ดีสร้างยาก
    มินิซีรีส์ทศชาติชาดก พระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี ตอนต่อจากวันเสาร์ ช่วงต้นถอดเสียงเพี้ยนปนภาษาอังกฤษ พระโพธิสัตว์ประทับยืนริมปากหลุม ตรัสถามสารถีว่าขุดหลุมทำไม แล้วตรัสว่าเราไม่ได้ใบ้ ไม่ได้ง่อยเปลี้ย ถ้าฝังเราในป่าเท่ากับทำสิ่งไม่เป็นธรรม ทรงเหยียดพระหัตถ์ให้ดูแขนขาและฟังคำพูด สุนันทสารถีเงยหน้าเห็นผู้แต่งกายงามดุจเทวดาก็อัศจรรย์ ถามว่าเป็นเทวดา คนธรรพ์ หรือท้าวสักกะ พระโพธิสัตว์ตรัสว่าเป็นโอรสพระเจ้ากาสิกราช ผู้อาศัยร่มไม้ไม่พึงหักกิ่ง ผู้ประทุษร้ายมิตรเป็นคนเลว สารถียังไม่เชื่อ จึงตรัสคาถาบูชาคุณของมิตร ห้าคาถาแรกว่าผู้ไม่ประทุษร้ายมิตรไปที่ใดย่อมมีอาหารมาก ได้รับการบูชา โจรไม่ทำร้าย กษัตริย์เบียดเบียนไม่ได้ เข้าที่ประชุมย่อมได้รับการยกย่อง ผู้บรรยายเสริมว่ามิตรภาพที่ดีสร้างยาก ต้องใช้เวลานาน แม้มีมิตรดีเพียงคนเดียวแต่รักษาไว้ได้ย่อมมีที่พึ่งอันอบอุ่นดุจบุตรกลับสู่อ้อมอกมารดา
  • 1:17:40 ละครพระเตมีย์: คาถาบูชาคุณมิตรที่หกถึงสิบ ผู้บูชามิตรย่อมเกิดในตระกูลสูง
    พระเตมิยราชกุมารเห็นสารถียังฟังอยู่จึงตรัสคาถาต่อ คาถาที่หกผู้ไม่ประทุษร้ายมิตร บูชาผู้อื่นย่อมได้รับการบูชาตอบ ไหว้ผู้อื่นย่อมได้รับการไหว้ตอบ ได้เกียรติยศมาก คาถาที่เจ็ดย่อมรุ่งเรืองดังกองเพลิง ดุจเทวดาผู้มีสิริ คาถาที่แปดโคย่อมตกลูกบ่อย พืชที่หว่านย่อมงอกงามได้บริโภคผล คาถาที่เก้าแม้ตกเหว ตกภูเขา หรือตกต้นไม้ย่อมมีที่พึ่ง ไม่เป็นอันตราย คาถาที่สิบเหล่าอมิตรย่ำยีไม่ได้ ดุจต้นไทรใหญ่ที่รากงอกงามซึ่งพายุพัดไม่ล้ม ผู้บรรยายสรุปว่าผู้มีปกติสักการะบูชากัลยาณมิตร มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นต้น ในชาติต่อไปย่อมเกิดในตระกูลสูงและได้รับการสักการะบูชา
  • 1:20:28 ละครพระเตมีย์: สารถีจำได้ หมอบทูลเชิญกลับไปครองราชย์ อ้างรางวัลจากทุกฝ่าย
    สุนันทสารถีฟังสิบคาถาแล้วยังสงสัย จึงขึ้นจากหลุมไปดูที่รถ ไม่เห็นพระโพธิสัตว์ กลับมาแลดูจึงจำได้ว่าเป็นพระเตมิยราชกุมารแน่ หมอบลงแทบพระบาท ทูลวิงวอนให้เสด็จกลับพระนครครองราชสมบัติ พระโพธิสัตว์ตรัสว่าไม่ต้องการราชสมบัติที่พรั่งพร้อมด้วยญาติและโภคทรัพย์ซึ่งต้องได้มาพร้อมกับการประพฤติอธรรม สารถียังหวังว่าจะเสด็จกลับเพื่อให้ตนได้รางวัล จึงทูลซ้ำว่าพระชนกพระชนนี นางสนม กุมาร พ่อค้า พราหมณ์ กองทัพช้าง ม้า รถ ราบ ชาวนิคมชาวชนบท จะยินดีให้รางวัลแก่ตน ผู้บรรยายชี้ว่าเป็นธรรมดาของคนที่พูดหรือทำอะไรก็หวังผลตอบแทน
  • 1:24:20 ละครพระเตมีย์: พ่อแม่สละเราแล้ว จะบวชอยู่ในป่า อุทานว่าความหวังของผู้ไม่รีบร้อนย่อมสำเร็จ
    พระราชกุมารผู้หลุดพ้นจากพันธนาการแห่งราชสมบัติมาได้อย่างแสนลำบาก ตรัสบอกสารถีว่าพระชนกพระชนนี ชาวเมือง ชาวนิคม และกุมารที่เป็นเพื่อนสละเราแล้ว เราไม่มีเหย้าเรือนของตน จะบวชอยู่คนเดียวในป่า ไม่ปรารถนากามคุณ ทรงเกิดปีติโสมนัสล้นพ้นจึงเปล่งอุทานว่า ความหวังของบุคคลผู้ไม่รีบร้อนย่อมสำเร็จแน่นอน ความประพฤติชอบที่พยายามมาเนิ่นนานบัดนี้สำเร็จผลแล้ว เราออกบวชแล้วมีแต่ความปลอดโปร่งใจ ไม่มีภัยจากที่ไหน ผู้บรรยายว่าความปรารถนาที่ตั้งไว้สิบหกปีสำเร็จถึงที่สุด แม้ต้องลำบากนานแต่ความสำเร็จนั้นงดงาม ควรค่าแก่การรอคอย สุนันทสารถียังไม่สิ้นหวังที่จะเชิญเสด็จกลับ โปรดติดตามตอนต่อไป
  • 1:27:06 พระเตมีย์ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี ผู้หมดกิเลสแล้วไม่กลับมาเกิด เหมือนตาลยอดด้วน
    ครูไม่ใหญ่สรุปเรื่องพระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี ใช้เวลาสิบหกปีผ่านการทดลองสารพัดจนสำเร็จในที่สุด (ช่วงต้นถอดเสียงเพี้ยนปนภาษาอังกฤษ) แล้วย้ำนิยามพระโพธิสัตว์ว่าคือบุรุษผู้ตั้งใจแน่วแน่จะสร้างบารมีเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสรู้ด้วยพระองค์เองแล้วนำความรู้มาสั่งสอนมนุษย์และเทวดา พ้นแล้วไม่กลับมาเกิดอีก ใครที่ว่าผู้หมดกิเลสแล้วกลับมาเกิดใหม่เป็นพระโพธิสัตว์ได้ชื่อว่ากล่าวตู่พุทธพจน์ เพราะหมดกิเลสแล้วกลับมาไม่ได้ เหมือนต้นตาลยอดด้วนที่ไม่มีโอกาสงอกอีก นอกจากลูกตาลที่เอาไปปลูกใหม่ นักเรียนพึงทำความเข้าใจเช่นนี้

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 14 มี.ค. 2549

  • 1:09:00 ละครพระเตมีย์ ตอน 17: ทวนคาถาที่หกถึงสิบ สารถีจำได้ หมอบทูลเชิญกลับพระนครเพื่อหวังรางวัล
    มินิซีรีส์พระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี ตอนที่ 17 ทวนเรื่องจากตอนที่แล้วว่าพระเตมิยราชกุมารตรัสคาถาที่หกถึงสิบ ผู้ไม่ประทุษร้ายมิตรไหว้ผู้อื่นย่อมได้รับการไหว้ตอบ รุ่งเรืองดุจเทวดา โคตกลูกบ่อย พืชงอกงาม ตกเขาหรือต้นไม้ไม่เป็นอันตราย อมิตรย่ำยีไม่ได้ดุจต้นไทรที่ลมพัดไม่ล้ม สุนันทสารถียังไม่แน่ใจ ขึ้นจากหลุมไปดูที่รถไม่เห็นพระโพธิสัตว์ กลับมาจึงจำได้ หมอบลงแทบพระบาททูลเชิญเสด็จกลับพระนคร พระโพธิสัตว์ตรัสว่าไม่ต้องการราชสมบัติที่ได้มาพร้อมการประพฤติอธรรม สารถียังหวังว่าจะเสด็จกลับจึงทูลว่าพระชนกพระชนนีจะพระราชทานรางวัลให้ตน
  • 1:12:16 ละครพระเตมีย์: พ่อแม่สละเราแล้ว จะบวชอยู่ในป่า ความหวังของผู้ไม่รีบร้อนย่อมสำเร็จ
    พระราชกุมารผู้หลุดพ้นจากพันธนาการแห่งราชสมบัติมาอย่างแสนลำเค็ญ ตรัสบอกสารถีว่าพระชนกพระชนนี ชาวแว่นแคว้น ชาวนิคม และกุมารที่เป็นเพื่อนสละเราแล้ว เราจะบวชอยู่คนเดียวในป่า ไม่ปรารถนากามคุณ เมื่อทรงนึกถึงความสำเร็จแห่งความเพียรที่ทำมายาวนานก็เกิดปีติโสมนัส ทรงเปล่งอุทานว่าความหวังของผู้ไม่รีบร้อนย่อมสำเร็จแน่นอน ความประพฤติชอบที่พยายามมาเนิ่นนานสำเร็จผลแล้ว เราออกบวชแล้วย่อมปลอดโปร่งใจ ไม่มีภัยจากที่ไหนอีก
  • 1:13:58 ละครพระเตมีย์: สารถีไม่เห็นคุณค่าการบวช ทูลว่าพูดไพเราะขนาดนี้ทำไมไม่พูดกับพ่อแม่
    สุนันทสารถียังมองไม่เห็นคุณค่าของการบวชอยู่ผู้เดียว เที่ยวกินใบไม้ผลไม้ในป่า ไร้ทรัพย์สมบัติ เห็นแต่ประโยชน์ที่จะเกิดแก่พระราชา พระราชเทวี และประเทศชาติ ถ้าพระราชกุมารเสด็จกลับไปครองราชย์ ประเทศจะรุ่งเรือง ราชาต่างเมืองข่มขี่ไม่ได้ ราชสมบัติประจำตระกูลที่ใคร ๆ ปรารถนาก็รออยู่แต่กลับไม่เอา จึงทูลว่าพระวาจาไพเราะสละสลวยถึงเพียงนี้ เหตุใดก่อนนี้ไม่ตรัสกับพระชนกพระชนนีเลย ขอให้เสด็จกลับ อยู่ป่าคนเดียวจะมีประโยชน์อะไร
  • 1:16:04 ละครพระเตมีย์: เล่าว่าระลึกชาติได้ เคยครองราชย์ยี่สิบปีแล้วตกนรกแปดหมื่นปี จึงแกล้งใบ้สิบหกปี
    พระเตมียราชกุมารเห็นว่าสารถียังไม่เข้าใจมโนปณิธาน จึงตรัสอธิบายว่าไม่ได้เป็นง่อยเปลี้ย หูหนวก หรือใบ้ ที่ต้องแกล้งทำเช่นนั้นเพราะระลึกชาติหนหลังได้ว่าเคยครองราชย์ในพระนครนี้เพียงยี่สิบปี แต่เมื่อละโลกไปกลับตกนรก ถูกทรมานเร่าร้อนหมกไหม้อยู่ถึงแปดหมื่นปี จึงไม่ปรารถนาจะพูดกับพระชนกพระชนนี อดทนมาสิบหกปีเพียงเพื่อพ้นจากความเป็นกษัตริย์ บัดนี้ทำสำเร็จแล้ว จะไม่หวนคืนพระนคร แต่จะบวชบำเพ็ญพรตอยู่ในป่า
  • 1:18:01 ละครพระเตมีย์: เพศนักบวชไม่มีภัยเพราะไม่แสวงโลกิยทรัพย์ สารถีแย้งว่าครองราชย์ก็ทำบุญได้
    สุนันทสารถีเกรงว่าประทับในป่าลำพังจะลำบากและมีอันตราย พระโพธิสัตว์ตรัสว่าผู้ออกบวชต้องสละทุกสิ่ง ทั้งทรัพย์ บุตรภรรยา ยศถาบรรดาศักดิ์ แล้วมุ่งแสวงอริยทรัพย์ภายใน ไม่แสวงผลประโยชน์อันเป็นโลกิยทรัพย์ จึงไม่คิดเบียดเบียนใคร ไม่กระทบกระทั่ง ไม่มีศัตรูมาทำร้าย เพศนักบวชจึงเป็นเพศของผู้ไม่มีภัยจากที่ไหน สารถีแย้งว่าบวชอยู่ป่าไร้ทรัพย์ ไร้บุตรภรรยาที่เอาใจให้ความอบอุ่นจะมีความสุขได้อย่างไร ถ้าครองราชย์มีทรัพย์มากก็ทำบุญให้ทาน รักษาศีล ทำทางสวรรค์ให้กระจ่างได้ บวชแต่ยังหนุ่มจะมีประโยชน์อะไร
  • 1:20:04 ละครพระเตมีย์: พระบิดาอุ้มบนตักแล้วสั่งประหารโจร ชีวิตน้อยนิดไม่ควรก่อเวรใหม่ การบวชเป็นทางว่าง
    พระโพธิสัตว์เล่าว่าครั้งยังเป็นทารก พระชนกอุ้มให้นั่งบนตักแล้วตรัสสั่งให้ฆ่าโจรคนหนึ่งด้วยหอก จองจำโจรคนหนึ่งด้วยขื่อคา เฆี่ยนโจรคนหนึ่งด้วยหวายหนาม และเสียบโจรคนหนึ่งบนหลาว ได้ฟังแล้วสะดุ้งกลัว ไม่ต้องการเสวยราชสมบัติ จึงแกล้งทำเป็นง่อยเปลี้ย ใบ้ หูหนวก เพื่อพ้นราชมณเฑียร ชีวิตนี้เป็นของน้อย มีความปลื้มใจนิดหน่อยแต่ทุกข์มาก จะอาศัยชีวิตนิดเดียวก่อเวรใหม่แล้วไปตกอบายนานเพื่ออะไร การบวชเป็นหนทางว่างที่ทำให้พ้นจากอกุศลกรรม มีปาณาติบาตเป็นต้น และมีโอกาสบำเพ็ญฌานและอภิญญา พรหมจรรย์ของเราสำเร็จแล้ว
  • 1:22:19 ละครพระเตมีย์: สารถีเลื่อมใส ขอบวชตาม พระราชกุมารลังเลเพราะพ่อแม่จะโศกเศร้า
    สุนันทสารถีใคร่ครวญตามพระดำรัสแล้วเห็นจริงทุกประการ เกิดความเลื่อมใสแรงกล้า เตือนตนว่าพระราชกุมารทิ้งราชสมบัติไม่มีเยื่อใยเหมือนบ้วนก้อนเขฬะ ยอมทนทุกข์นานเพื่อพ้นราชมณเฑียร แล้วตัวเราจะมัวห่วงชีวิตที่บ่ายหน้าไปสู่ความตายทำไม จึงตัดสินใจทูลขอบวชตามในวันนั้น พระราชกุมารทรงทราบว่าเขาต้องการบวชจริง แต่ถ้าอนุญาต ทั้งสองจะหายสาบสูญจากพระนครเหมือนตายจากไป พระราชบิดาพระราชมารดาจะเศร้าโศกเหมือนเดิม โปรดติดตามตอนต่อไป
  • 1:25:16 พระโพธิสัตว์ในความหมายของพระพุทธเจ้า ผู้หมดกิเลสแล้วไม่อวตารกลับมาเกิด
    ครูไม่ใหญ่อธิบายว่าเรื่องพระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมีคือช่วงที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังสร้างบารมีเป็นพระโพธิสัตว์ คำว่าพระโพธิสัตว์ที่พระองค์หมายถึงคือตอนที่ยังเป็นปุถุชนสร้างบารมีอยู่ จนบารมีเต็มเปี่ยมแล้วตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หมดกิเลส ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ต้องทำยิ่งกว่านี้ไม่มีอีก ไม่มีกิจอวตารลงมาเป็นพระราชา เศรษฐี หรือยาจก เพราะสร้างบารมีมาเพื่อไม่กลับมาเกิด ใครกล่าวว่าอวตารลงมาเท่ากับกล่าวตู่คำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ส่วนพระโพธิสัตว์แบบที่ผู้ยังไม่หมดกิเลสคิดจินตนาการเป็นอีกเรื่อง ให้ไปศึกษาและตัดสินใจกันเอง แล้วบอกว่าจะเข้าสู่ช่วงเคสสตัดดี้ เปิดด้วยเพลงยิ้มแล้วรวย จากนั้นเป็นช่วงพักที่มีบรรทัด jingle ราวหนึ่งนาที

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 15 มี.ค. 2549

  • 1:21:19 ละครพระเตมีย์ ตอน 18: ทวนเรื่องที่ไม่ยอมกลับพระนคร เล่าเหตุที่แกล้งใบ้ สารถีเลื่อมใสขอบวชตาม
    มินิซีรีส์พระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี ตอนที่ 18 ทวนจากตอนที่แล้วว่าพระเตมิยราชกุมารไม่ยินดีกลับพระนครเพราะมุ่งจะผนวช ตรัสว่าพระชนกพระชนนีสละเราแล้ว จะบวชอยู่คนเดียวในป่า สุนันทสารถีมองไม่เห็นคุณค่าการบวช เห็นแต่ประโยชน์ที่ประเทศจะรุ่งเรืองถ้าพระราชกุมารกลับไปครองราชย์ พระราชกุมารจึงอธิบายว่าที่แกล้งเป็นง่อยเปลี้ยเพราะระลึกชาติหนหลังได้ (ช่วงนี้ถูกบรรทัด jingle กลบราวครึ่งนาที) ครั้งยังเป็นทารกพระชนกอุ้มนั่งบนตักแล้วสั่งฆ่าโจรสี่คนด้วยเครื่องประหารต่าง ๆ ได้ฟังแล้วสะดุ้งกลัว ไม่ต้องการราชสมบัติ ชีวิตนี้น้อยนัก จะก่อเวรใหม่แล้วตกอบายนานทำไม สุนันทสารถีเข้าใจและเลื่อมใส เห็นว่าแม้รัชทายาทยังจะผนวช ตัวเราจะครองเรือนไปทำไม จึงทูลขอบวชตาม
  • 1:25:29 ละครพระเตมีย์: ทรงยับยั้งการบวชของสารถี ต้องนำราชรถไปคืนก่อนเพราะคนไม่มีหนี้จึงบวชได้
    พระโพธิสัตว์ยินดีแต่ทรงดำริว่า ถ้าให้สารถีบวชเสียตอนนี้ ผู้คนจะคิดว่าพระราชกุมารหายสาบสูญไปพร้อมสารถี คงถูกยักษ์จับกินแล้ว พระชนกพระชนนีจะไม่สร่างจากความเศร้าโศก การบวชจะไม่เกิดประโยชน์ยิ่งใหญ่ ควรบอกข่าวแก่พระชนก พระชนนี พระพี่เลี้ยงนางนม และกุมารห้าร้อยผู้เป็นสหาย เมื่อพระประยูรญาติทราบก็จะรีบเสด็จมา จะได้แสดงธรรมโปรดให้เจริญในกุศลธรรม จึงตรัสยับยั้งว่าเธอยังไม่ควรบวช เพราะยังเป็นหนี้หลวงอยู่ ให้นำราชรถกลับไปคืนและกราบทูลความจริงก่อน ถ้ายังศรัทธาค่อยกลับมาบวช เพราะคนไม่มีหนี้จึงบวชได้ บวชโดยความเป็นไทคนจะไม่นินทา ผู้แสวงหาคุณธรรมก็สรรเสริญ
  • 1:28:19 ละครพระเตมีย์: สารถีขอปฏิญญาให้ประทับรอ พระโพธิสัตว์ถวายบังคมพระชนกชนนีทางทิศพาราณสี
    สุนันทสารถียังหวั่นว่าถ้าพระเจ้ากาสิกราชและพระราชมารดาทราบความจริงคงเสด็จมาพบพระราชกุมาร ตนต้องนำเสด็จ ถ้าได้พบก็เป็นความดีความชอบ แต่ถ้ามาแล้วไม่พบคงถูกลงพระราชอาญา จึงทูลขอปฏิญญาให้ประทับอยู่ที่นี่จนกว่าจะนำเสด็จพระราชบิดาพระราชมารดามาถึง พระโพธิสัตว์ตรัสรับ เพราะพระองค์เองก็ปรารถนาจะเห็นพระชนกพระชนนีเสด็จมาเช่นกัน ให้แจ้งว่ายังมีชีวิตอยู่และร่างกายสมบูรณ์ดี แล้วฝากกราบบังคมทูล ทรงหันพระพักตร์ไปทางพระนครพาราณสี ถวายบังคมพระชนกพระชนนีด้วยเบญจางคประดิษฐ์ สารถีกระทำประทักษิณ ถวายบังคม แล้วขับราชรถกลับพระนครพาราณสีโดยเร็ว
  • 1:31:44 ละครพระเตมีย์: พระนางจันทาเทวีรอข่าวที่ช่องพระแกล เห็นรถเปล่ากลับมาก็กันแสง สารถีทูลว่าพระราชกุมารเดินได้
    พระนางจันทาเทวีนับแต่ถูกพรากพระราชกุมารก็กันแสงร่ำไห้ แทบไม่เสวยจนพระกายซูบซีด ไม่ตรัสกับพระเจ้ากาสิกราชเลย ประทับที่ช่องพระแกลคอยทอดพระเนตรการกลับมาของสุนันทสารถี เมื่อเห็นเขากลับมาลำพังกับราชรถว่างเปล่าก็ยิ่งกันแสง คร่ำครวญว่าลูกรักคงถูกฝังทั้งเป็นแล้ว รับสั่งให้เข้าเฝ้าแล้วซักถามว่าลูกเป็นใบ้เป็นง่อยหรือเปล่า ตอนฝังลูกร้องหรือขยับมือเท้าบ้างไหม สารถีขอพระราชทานอภัยแล้วกราบทูลความจริงว่าพระราชกุมารที่ไม่ขยับกายมาสิบหกปี บัดนี้เดินได้คล่องแคล่ว อวัยวะสมบูรณ์ รูปโฉมงามสง่า ตรัสไพเราะน่าฟัง พระนางตรัสถามย้ำด้วยความตื่นเต้นระคนสงสัย เพราะทรงทดลองพระราชกุมารอย่างอุกฤษฏ์มาตลอดก็ไม่เคยเห็นขยับ โปรดติดตามตอนต่อไป ไฟล์จบที่ท้ายละครตอนนี้พอดี ไม่มีช่วงปิดรายการ

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 17 มี.ค. 2549

  • 1:01:46 ละครพระเตมีย์: สารถีทูลพระนางจันทาเทวีว่าพระราชกุมารไม่ได้ง่อยเปลี้ย พระเจ้ากาสิกราชจัดขบวนสามวันเสด็จไปชายป่า
    มินิซีรีส์พระเตมีย์ ถอดเสียงเริ่มกลางฉาก (ช่วงเปิดละครไม่มีบรรทัดถอดเสียง) สุนันทสารถีกราบทูลพระนางจันทาเทวีว่าพระราชกุมารมิได้เป็นง่อยเปลี้ย แต่ไม่ปรารถนาครองราชสมบัติเพราะระลึกชาติได้ว่าชาติก่อนเคยครองราชย์แล้วต้องไปชดใช้กรรมในนรกถึงแปดหมื่นปี จึงอดทนนิ่งเฉยไม่ขยับพระหัตถ์พระบาท ไม่ตรัสอะไร ให้คนเข้าใจว่าง่อยเปลี้ยใบ้ เพื่อจะได้ออกจากพระนครไปผนวช ตอนนี้ปลอดภัยดีและรับปฏิญญาว่าจะรออยู่ที่ชายป่า สารถีรับอาสานำเสด็จ พระเจ้ากาสิกราชทรงดีพระทัย รับสั่งอำมาตย์เสนาบดีเตรียมรถ ประดับช้าง ป่าวประกาศชวนชาวพระนคร จัดขบวนอยู่สามวันจึงเคลื่อนพลไปพร้อมชาวเมืองเกือบทั้งหมด ถึงราวป่าสารถีชี้บรรณศาลาที่ประทับของพระเตมีย์
  • 1:04:28 ละครพระเตมีย์: พระเตมีย์ฤๅษีต้อนรับพระราชบิดาที่หน้าอาศรม ต่างไต่ถามทุกข์สุข ทูลถามว่ายังรักษาศีลห้างดสุราอยู่หรือ
    พระเจ้ากาสิกราชรีบเสด็จเข้าอาศรมก่อน พระนางจันทาเทวีกับนางสนมตามมาภายหลัง พระเตมีย์ซึ่งบัดนี้ผนวชเป็นฤๅษีแล้วเสด็จลงมาต้อนรับหน้าอาศรม ตรัสถามพระพลานามัย พระราชาตอบว่าสบายดี แล้วถามว่าเคยสุขสบายในวัง มาอยู่ป่าเปลี่ยวลำบากจะอยู่ได้อย่างไร พระเตมีย์ตอบว่าป่าสงบสงัดทำให้สงัดทั้งกายและใจ โรคภัยไม่เบียดเบียน ละครอธิบายว่าเป็นธรรมเนียมบัณฑิตที่พบกันแล้วถามทุกข์สุข เพราะรู้ว่าชีวิตเป็นทุกข์ ความทุกข์เป็นพื้นฐานของชีวิต จากนั้นพระเตมีย์ทูลถามว่ายังรักษาศีลห้า งดสุราเมรัยได้ดีอยู่หรือ ชนบท เมืองหลวง และท้องพระคลังยังบริบูรณ์หรือ พระราชาตอบว่ามั่นคงในศีลห้า ไม่ได้ดื่มสุรา บ้านเมืองสมบูรณ์ดี
  • 1:08:26 ละครพระเตมีย์: พระราชาไม่ยอมประทับบนอาสนะด้วยความเคารพ พระเตมีย์ถวายใบหมากเม่านึ่ง อยู่ในที่สงัดกินอะไรก็มีรส
    พระเตมีย์เห็นพระราชบิดายืนนานแล้วจึงเชิญขึ้นอาศรม ให้เจ้าพนักงานจัดพระราชบัลลังก์ แต่พระราชาไม่ประทับด้วยความเคารพในพระฤๅษี จึงให้ปูอาสนะใบไม้ถวาย พระราชาก็ยังไม่ประทับ นั่งที่พื้นแทน พระเตมีย์นำใบหมากเม่าที่นึ่งสุกแล้ว ไม่มีรสเปรี้ยวรสเค็ม มาถวายแขกผู้มาไกล พระราชาปฏิเสธว่ามีอาหารรสโอชาเตรียมมาแล้ว แต่ก็หยิบใบหมากเม่ามากำไว้ด้วยความเคารพแล้วถามว่าลูกกินอาหารอย่างนี้หรือ พระเตมีย์ตรัสว่าบุคคลอยู่ในที่สงัด มีใจสงบ แม้บริโภคอาหารเช่นไรก็ย่อมมีรสโอชา
  • 1:11:17 ละครพระเตมีย์: พระนางจันทาเทวีกันแสงที่พระบาท พระราชาถามว่าทำไมผิวพรรณผ่องใส เพราะไม่เศร้าถึงอดีตไม่หวังอนาคต
    พระนางจันทาเทวีกับนางสนมตามมาถึง เห็นพระโอรสก็ตื้นตันสุดพรรณนา คลานเข้าไปจับพระบาทของพระเตมีย์ แลดูด้วยความรัก ตรัสอะไรไม่ออกได้แต่กันแสง พระราชาสังเกตว่าพระวรกายของพระเตมีย์ผุดผ่องแจ่มใส จึงถามว่ากินแต่พืชผักผลไม้ในป่าแต่ทำไมผิวพรรณผุดผ่อง แล้วชี้ใบหมากเม่าให้พระราชเทวีดูว่านี่คืออาหารของลูกเธอ พระเตมีย์ตอบว่านอนบนใบไม้ผู้เดียว ยินดีในการอยู่คนเดียว ไม่ต้องมีองครักษ์ถือดาบคอยเฝ้าก็อยู่อย่างปลอดภัย ไม่หวาดระแวง ไม่ห่วงทรัพย์สิน ไม่เศร้าโศกถึงอดีต ไม่คาดหวังความสุขในอนาคต ใช้ชีวิตในปัจจุบันรักษาใจให้ผ่องใส ส่วนคนพาลผิวพรรณซูบซีดเหมือนไม้อ้อที่ถูกตัดทิ้งกลางแดด เพราะมัวรอคอยอนาคตและเศร้าโศกถึงอดีต
  • 1:14:51 ละครพระเตมีย์: พระราชาชวนกลับไปครองราชย์ สัญญาหาพระชายาให้ ครองราชย์ก่อนแล้วค่อยบวช พระเตมีย์ยังยืนยันจะบวช
    พระราชาชื่นชมว่าลูกทำสิ่งที่ใครทำได้ยาก แต่อย่าลืมว่าเป็นลูกพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ จะอยู่ป่าผู้เดียวได้อย่างไร จึงเชิญให้กลับไปครองราชสมบัติพร้อมเสนาสี่เหล่า มีนางสนมผู้ฉลาดฟ้อนรำขับร้องคอยบำเรอ ลูกยังหนุ่มแน่นแข็งแรง ควรเป็นที่พึ่งของราษฎร อยากอภิเษกกับเจ้าหญิงองค์ใดก็เลือกได้ พ่อจะหาพระชายาให้ เมื่อครองราชย์มีโอรสธิดาแล้วค่อยออกบวชภายหลัง ยังอยู่ในปฐมวัยจะมาบวชอยู่ป่าผู้เดียวมีประโยชน์อะไร พระเตมีย์ยังยืนยันจะถือเพศดาบสประพฤติพรหมจรรย์ต่อไป แต่ทั้งพระราชบิดา พระราชมารดา และพระประยูรญาติต่างหวังให้พระองค์เพียงองค์เดียวกลับไปครองราชย์ ละครจบตอนด้วยคำถามว่าจะตรัสอธิบายให้ทุกคนเข้าใจได้อย่างไร โปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 18 มี.ค. 2549

  • 58:38 ละครพระเตมีย์: ทวนฉากหน้าอาศรม พระราชาชวนกลับไปครองราชย์ พระเตมีย์ว่าควรบวชตั้งแต่ปฐมวัย ชาติก่อนครองราชย์ 20 ปีตกนรก 8 หมื่นปี
    มินิซีรีส์พระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี (ช่วงเปิดถอดเสียงหลุดเป็นคำมั่ว) ทวนฉากที่พระเจ้ากาสิกราชเสด็จถึงอาศรมด้วยขบวนทัพยิ่งใหญ่ พระเตมีย์ฤๅษีลงมาต้อนรับ ต่างถามทุกข์สุข พระเตมีย์ว่าป่าสงบสงัดทำให้สงัดกายใจ แล้วนำใบหมากเม่านึ่งมาถวาย บุคคลอยู่ในที่สงัดมีใจสงบ บริโภคอะไรก็มีรส พระนางจันทาเทวีเสด็จมาถึง พระราชาชวนพระเตมีย์กลับไปครองราชย์เพราะยังหนุ่มรูปงาม ควรเป็นที่พึ่งของราษฎร จะหาเจ้าหญิงให้อภิเษก มีโอรสธิดาแล้วค่อยบวช พระเตมีย์ทูลว่าผู้จะบวชประพฤติพรหมจรรย์ควรบวชตั้งแต่ปฐมวัย นักปราชญ์มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นต้นสรรเสริญการบวชของคนหนุ่ม ราชสมบัติเป็นเหตุให้ก่ออกุศลกรรมมาก ชาติก่อนพระองค์เคยเป็นกษัตริย์ครองราชย์เพียงยี่สิบปี แต่ต้องเสวยทุกข์ในนรกนานแปดหมื่นปี เห็นภัยนั้นน่ากลัว ชีวิตมนุษย์น้อยนัก ทุกคนต้องบ่ายหน้าสู่ความตาย จึงปรารถนาจะพ้นจากภัย
  • 1:04:14 ละครพระเตมีย์: โลกถูกความตายครอบงำ ถูกชรารุมล้อม วันคืนไม่ล่วงไปเปล่า อุปมาช่างหูกทอผ้าและห้วงน้ำไหลไม่หวนกลับ
    พระเตมีย์แสดงธรรมชี้แจงสภาพสัตว์โลกแก่พระราชบิดา คนบางคนตายตั้งแต่ยังเด็ก บางคนตายตอนหนุ่ม บางคนตายตอนแก่ ที่ไม่ตายเลยยังไม่มี โลกมนุษย์ถูกพญามัจจุราชครอบงำให้เวียนเกิดเวียนตายในสังสารวัฏ ความเป็นหนุ่มสาวเหมือนฝูงปลาในแอ่งน้ำที่กำลังแห้งกลางแดด จะมามัวเมาในชีวิตอันน้อยนิดทำไม พระราชาถามว่าโลกถูกอะไรครอบงำ ถูกอะไรรุมล้อม วันคืนไม่ล่วงไปเปล่าอย่างไร พระเตมีย์ตอบว่าโลกถูกความตายครอบงำ ถูกชรารุมล้อม วันคืนผ่านไปพร้อมความเสื่อมของผิวพรรณและกำลังวังชา อุปมาเหมือนช่างหูกทอผ้า ยิ่งทอไปเส้นด้ายที่เหลือก็น้อยลง ห้วงน้ำที่ไหลไปไม่ย้อนกลับฉันใด อายุมนุษย์ก็ไม่หวนคืนฉันนั้น กระแสน้ำเชี่ยวพัดต้นไม้ริมฝั่งให้โค่นลง สัตว์โลกก็ถูกชราและมรณะพัดพาไปฉันนั้น ขอพระองค์อย่าประมาทมัวเมาในชีวิต
  • 1:09:01 ละครพระเตมีย์: พระเจ้ากาสิกราชเบื่อหน่ายโลกอยากบวชเอง แต่ยังขอให้พระเตมีย์กลับไปครองราชย์ก่อน พระเตมีย์ยืนยันไม่กลับสู่เครื่องผูก
    พระราชาฟังธรรมแล้วเบื่อหน่ายในกามคุณ น้อมใจไปในการบรรพชา ดำริว่าตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยฟังคติธรรมจากใครแจ่มแจ้งเท่าที่ฟังจากลูกวันนี้ ตนเข้าสู่วัยชราแล้วสมควรบวชที่นี่ไม่กลับพระนคร แต่พระโอรสยังหนุ่มควรกลับไปครองราชย์ มีพระชายา มีบุตรธิดาก่อนแล้วค่อยบวช จึงมอบราชสมบัติ สนมนารี และราชนิเวศให้ พระเตมีย์ตรัสว่าทรัพย์สมบัติ ปราสาท ช้างม้าวัวควาย ไร่นา บางคราวจากเราไปก่อน บางทีเราก็จากไปก่อน พระชายาอาจสิ้นก่อนหรือเราอาจสิ้นก่อน ความเป็นหนุ่มสาวต้องแก่ทุกวันคืน บุตรธิดาก็ต้องพลัดพรากกันในที่สุด สัตว์ที่เกิดมาต้องตายเหมือนผลไม้แก่ต้องหล่น เห็นกันตอนเช้า ตอนเย็นตายจากกันก็มี ผู้พ้นจากเครื่องผูกคือราชสมบัติแล้วไม่ปรารถนากลับไปอีก ขอพระองค์ออกผนวชประพฤติพรหมจรรย์เถิด ละครจบด้วยคำถามว่าพระเจ้ากาสิกราชจะมีพระราชดำรัสอย่างไร โปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 20 มี.ค. 2549

  • 0:04 วันนี้ละครพระเตมีย์ตอนสุดท้ายตอนที่ 22 ต่อไปเป็นพระมหาชนก และปรับเวลารายการให้เร็วขึ้นราวครึ่งชั่วโมง
    ไฟล์เริ่มที่ท้ายประโยคว่าเป็นมนุษย์กันนะจ๊ะ ช่วงเปิดรายการและบทประจำต้นรายการไม่อยู่ในไฟล์นี้ ครูไม่ใหญ่บอกว่าวันนี้เป็นละครพระเตมีย์ตอนสุดท้าย จากทั้งหมดยี่สิบสองตอน ยาวราวยี่สิบนาที ตอนต่อไปจะเป็นเรื่องพระมหาชนก ผู้ยิ่งด้วยวิริยบารมี และอาจปรับเวลาของรายการฝันในฝันให้ร่นกลับมาราวครึ่งชั่วโมง เพื่อให้มีโอกาสนั่งสมาธิได้นานขึ้น ได้พักผ่อน แล้วมาใส่บาตรตอนเช้า เพราะทางวัดพระธรรมกายเลื่อนเวลาฉันมาเป็นหกโมงครึ่ง และอาจสลับวันหนึ่งเป็นเคสสตัดดี้ อีกวันหนึ่งเป็นเรื่องอื่น ก่อนจะไปถึงตรงนั้นให้มาแต่งเนื้อแต่งตัวให้เสร็จเรียบร้อยก่อน
  • 43:23 ก่อนละครตอนอวสาน ครูไม่ใหญ่อธิบายว่าพระโพธิสัตว์คือผู้สร้างบารมีเพื่อเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
    ช่วงแรกราวครึ่งนาที Whisper ถอดเป็นคำมั่วปนภาษาอังกฤษ จับความได้เพียงคำว่าอายุสิบเจ็ดปี แล้วครูไม่ใหญ่เกริ่นเรื่องการสร้างบารมีของพระเตมีย์ พระบรมโพธิสัตว์ ซึ่งในอดีตชาติพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเกิดเป็นพระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี พระโพธิสัตว์หมายถึงผู้สร้างบารมีเพื่อจะไปเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อหมดกิเลสแล้วไม่มีกิจอื่นอีก ไม่ต้องกลับมาเกิดอีก ต่างจากผู้ที่ยังไม่หมดกิเลส แล้วบอกว่าวันนี้เป็นตอนที่ยี่สิบสอง ตอนสุดท้าย
  • 44:31 ละครพระเตมีย์ตอนอวสาน: พระเจ้ากาสิกราชมอบราชสมบัติให้กลับไปครองก่อน พระเตมีย์ตอบว่าทรัพย์กับเราต้องพลัดพรากกัน สัตว์เกิดมาต้องตาย
    มินิซีรีส์พระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี ตอนอวสาน ทวนความจากตอนที่แล้วว่าพระเตมีย์ราชฤๅษีถูกพระราชบิดาเชื้อเชิญให้กลับไปครองราชย์เพราะยังหนุ่ม พระเตมีย์ทูลว่าผู้จะบวชควรบวชตั้งแต่ยังหนุ่ม ราชสมบัติเป็นเหตุให้ก่ออกุศลกรรมมาก ชาติก่อนเคยครองราชย์ยี่สิบปีแต่ต้องเสวยทุกข์ในนรกแปดหมื่นปี พระราชาฟังธรรมแล้วน้อมใจไปในการบรรพชา ดำริว่าจะบวชเสียแต่ในบัดนี้ไม่กลับพระนคร แต่ยังห่วงว่าพระโอรสควรกลับไปครองราชย์ มีพระชายาและบุตรธิดาก่อนแล้วค่อยบวช จึงมอบราชสมบัติ สนมนารี และราชนิเวศให้ พระเตมีย์ทูลว่าอย่าเชื้อเชิญด้วยราชสมบัติเลย เพราะบางคราวทรัพย์ก็พลัดพรากจากเราไปก่อน บางทีเราก็พลัดพรากจากทรัพย์ไปก่อน สัตว์ที่เกิดมาล้วนต้องตาย เหมือนผลไม้แก่ต้องหล่น เห็นกันเวลาเช้า เวลาเย็นตายจากกันก็มี
  • 48:32 ละครพระเตมีย์: พระเจ้ากาสิกราชออกผนวช เปิดท้องพระคลังให้ขนไปแต่ไม่มีใครเอา ชาวเมืองพาราณสีออกบวชเป็นฤๅษีทั้งหมด เมืองกลายเป็นเมืองร้าง
    พระเจ้ากาสิกราชทรงทราบว่าพระโอรสไม่มีเยื่อใยในราชสมบัติเลย จึงตัดอาลัยในราชบัลลังก์ ตั้งใจออกผนวชอย่างแน่วแน่ รับสั่งให้ตีกลองป่าวประกาศทั่วพระนครว่าผู้ใดศรัทธาจะบวชตามพระเตมีย์ก็จงบวชเถิด แล้วให้เปิดท้องพระคลังทั้งหมด จารึกแผ่นทองคำติดไว้ที่ท้องพระโรงว่าผู้ใดต้องการทรัพย์ก็จงมาขนไป แต่ไม่มีใครต้องการ ชาวเมืองกลับทิ้งบ้านทิ้งเมืองไปสู่สำนักพระเตมีย์เป็นจำนวนมาก พระราชา พระอัครมเหสี เสนามหาอำมาตย์ และมหาชนชาวพาราณสีพากันออกบวชเป็นฤๅษีและฤๅษิณีทั้งหมด ในพื้นที่ราวหนึ่งโยชน์ที่ท้าวสักกเทวราชประทานให้ ซึ่งมีป่าไม้ออกดอกออกผลไม่จำกัดฤดูกาล พระโพธิสัตว์ให้ฤๅษิณีสร้างอาศรมอยู่ตอนกลาง ฤๅษีชายอยู่รอบนอก เมื่อผู้ใดเกิดความคิดในกามหรือพยาบาท พระเตมีย์จะประทับนั่งบนอากาศประทานโอวาท ผู้ทำตามต่างสำเร็จอภิญญาห้า สมาบัติแปด ส่วนพาราณสีเมื่อไร้พระราชาและรัชทายาทก็กลายเป็นเมืองร้าง เหลือแต่เด็ก คนแก่ และนักเลงสุราที่ยังตกอยู่ในความประมาท
  • 52:24 ละครพระเตมีย์: ท้าวสามนตราชยกทัพมาพบพาราณสีเป็นเมืองร้าง ตามไปขอบวชที่อาศรม กษัตริย์อีกสามพระองค์ออกผนวช ป่ากลายเป็นเมืองฤๅษี
    ท้าวสามนตราช กษัตริย์เมืองใกล้เคียง ทราบว่าพระเจ้ากาสิกราชสละราชสมบัติออกผนวชพร้อมอำมาตย์และชาวเมือง จึงยกทัพมาประชิดหมายยึดพาราณสี แต่พบว่ากลายเป็นเมืองร้าง เสด็จขึ้นปราสาทเห็นกองรัตนะถูกทิ้งไว้ไม่มีคนเหลียวแล ทรงสงสัยว่าคงมีภัยเพราะทรัพย์ จึงเรียกพวกนักเลงสุรามาถามว่ามีภัยเกิดแก่พระราชาหรือ พวกนั้นทูลว่าไม่มีภัยอะไร แล้วเล่าเรื่องทั้งหมดและบอกทางที่พระราชาเสด็จไป ท้าวสามนตราชตามไปถึงอาศรม เห็นพระราชา พระราชินี และข้าราชบริพารทั้งปวงทรงเพศฤๅษีบำเพ็ญพรตอยู่มากมาย ได้ฟังเหตุผลและโอวาทของพระเตมีย์แล้วเกิดศรัทธา ขอบวชพร้อมบริวาร ต่อมามีกษัตริย์ต่างเมืองอีกสามพระองค์สละราชสมบัติทิ้งแก้วแหวนเงินทองมาบวชในทำนองเดียวกัน ช้างม้าพาหนะที่ไม่มีใครดูแลกลายเป็นช้างป่าม้าป่าที่คุ้นเชื่องและเลื่อมใสในหมู่ฤๅษี สิ้นอายุแล้วไปเกิดในสวรรค์หกชั้นตามกำลังความเลื่อมใส ป่าที่ฤๅษีอยู่ขยายกว้างออกไปถึงสิบโยชน์ กลายเป็นเมืองฤๅษี ทุกคนตั้งใจประพฤติพรหมจรรย์ สำเร็จอภิญญาสมาบัติ ดับจิตแล้วไปเกิดในพรหมโลก
  • 58:23 ละครพระเตมีย์: ประชุมชาดก สุนันทสารถีคือพระสารีบุตร ท้าวสักกะคือพระอนุรุทธะ เทพธิดาที่เศวตฉัตรคือพระอุบลวรรณาเถรี พระเตมีย์คือพระพุทธเจ้า
    พระบรมศาสดาตรัสเล่าเตมิยชาดกจบแล้วตรัสแก่ภิกษุทั้งหลายว่า มิใช่ในบัดนี้เท่านั้นที่เราสละราชสมบัติออกบวช แม้ในกาลก่อนก็เคยสละราชสมบัติออกบวชมาแล้ว แล้วประกาศอริยสัจและประชุมชาดกว่า เทพธิดาผู้สถิตที่เศวตฉัตรในกาลนั้นมาเป็นภิกษุณีอุบลวรรณาเถรี นายสุนันทสารถีมาเป็นพระสารีบุตรเถระ ท้าวสักกะมาเป็นพระอนุรุทธเถระ พระชนกและพระชนนีมาเป็นมหาราชสกุล ข้าราชบริพารมาเป็นพุทธบริษัท ส่วนพระเตมีย์ราชกุมารผู้แสร้งทำเป็นใบ้ทำเป็นง่อยเปลี้ยคือพระตถาคตเอง
  • 1:00:06 ข้อคิดท้ายละครพระเตมีย์: เนกขัมมบารมีขั้นปรมัตถบารมี ผู้ไม่มีภาระควรบวช และเชิญร่วมหล่อพระธรรมกายแสนองค์ 22 เมษายน 2549
    บทสรุปท้ายมินิซีรีส์ว่าเรื่องพระเตมีย์เป็นการบำเพ็ญเนกขัมมบารมีขั้นสูงสุดที่เรียกว่าปรมัตถบารมี แม้ยังทรงพระเยาว์ก็มีพระทัยแน่วแน่จะออกบรรพชา ทนบททดสอบที่ยากยิ่งและรอคอยยาวนาน ไม่ละขันติธรรม จนออกผนวชสำเร็จและผู้คนพากันบวชตาม พวกเราเคยสร้างบารมีเป็นทีมใหญ่มาหลายชาติ เมื่อหวังบุญบารมีอันไพบูลย์ต้องเข้มแข็งหนักแน่น ไม่ละความตั้งใจเดิม การสร้างบารมีให้ดีที่สุดควรอยู่ในเพศนักบวชซึ่งเป็นอุดมเพศ ผู้ไม่มีภาระครอบครัวจึงควรออกบวช ส่วนผู้มีภาระครอบครัวและสังคมให้ตั้งตนในทางที่ชอบ มีศีลห้าบริสุทธิ์ ไม่ยุ่งเกี่ยวอบายมุข เว้นอคติสี่ ขวนขวายสร้างมหาทานบารมีเต็มกำลัง เพราะทานบารมีเป็นอุปการะทั้งแก่มนุษย์ เทวดา และบรรพชิต จึงขอเชิญนักสร้างบารมีทุกท่านมาร่วมพิธีหล่อพระธรรมกายหนึ่งแสนองค์เพื่อประดิษฐานภายในมหาธรรมกายเจดีย์ วันที่ 22 เมษายน 2549 เพื่อขยายสันติสุขในใจมนุษย์และสร้างสันติภาพที่แท้จริงแก่โลก

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 21 มี.ค. 2549

  • 1:05:18 ทศชาติชาดก ทบทวนพระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี แล้วเกริ่นพระมหาชนกผู้ยิ่งด้วยวิริยบารมี
    หลังคำถามเคสไม่มีบรรทัดถอดเสียงราวสองนาทีครึ่ง แล้วเริ่มเทปมินิซีรีส์ทศชาติชาดก ผู้บรรยายทบทวนพระชาติที่ผ่านมาคือพระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี ที่เกรงกลัวภัยในมหานรกยิ่งกว่ากลัวตาย แม้ถูกทดลองอย่างหนักก็ไม่ละทิ้งมโนปณิธาน จนอายุสิบหกพรรษาได้เสด็จออกผนวช มีพระญาติ ข้าราชบริพาร และกษัตริย์ต่างเมืองบวชตามจำนวนมาก วันนี้จะศึกษาพระมหาชนกผู้ยิ่งด้วยวิริยบารมี ความเพียรอย่างเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ถ้าถามว่าทำไมต้องเพียรอย่างอุกฤษฏ์ แม้เพียรไปก็ตายเปล่า คำตอบคือความเพียรเป็นอุปนิสัยที่ฝังแน่นในใจพระโพธิสัตว์ เพราะความเพียรเท่านั้นที่เอาชนะความเกียจคร้านที่ฝังลึกในใจมนุษย์ได้ ถ้าชีวิตยังไม่สิ้นก็ต้องเพียรต่อไปจนสำเร็จ