เข้าสู่ระบบด้วย Facebook เข้าสู่ระบบด้วย Google

พรหมทัต

tag ที่มักมาด้วยกัน: สุตโสม เมืองพาราณสี พ่อครัวหาเนื้อไม่ได้ อุโบสถศีล กาลหัตถีเสนาบดี นักโทษประหาร ปรุงเนื้อมนุษย์ถวายพระราชา อุบายถุงเงินของหลวง

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 12 ม.ค. 2549

  • 30:03 พญาโปริสาท ตอนที่ 1: สองราชกุมารพบกันที่กระท่อมร้าง
    มินิซีรีส์เปิดด้วยข้อคิดว่าเมื่อสร้างกรรมก็กลายเป็นวิบาก แต่ผู้ที่เคยผิดพลาดถ้ายอมเชื่อฟังกัลยาณมิตรก็กลับตนเป็นคนดีได้ แล้วเข้าเรื่องชายหนุ่มสองคนที่มาพบกันในกระท่อมร้างริมทาง ต่างเปิดเผยว่าเป็นราชโอรส คนหนึ่งมาจากนครพาราณสีแขวงกาสี อีกคนจากนครอินทปัตย์แขวงกุรุ ทั้งคู่มุ่งไปเรียนที่สำนักอาจารย์ทิสาปาโมกข์เมืองตักกสิลาเหมือนกัน จึงตกลงเดินทางร่วมกันและเรียกกันว่าท่านพี่

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 13 ม.ค. 2549

  • 1:30:36 เรื่องเล่าสองราชกุมาร: สุตโสมกับพรหมทัตพบกันที่กระท่อมร้าง
    ตอนต่อของเรื่องเล่าชาดก ชายหนุ่มสองคนเดินทางไกลจากเมืองของตน คนหนึ่งมีวงหน้างดงามดังดวงจันทร์เพ็ญ ดูมีอายุมากกว่า นามว่าสุตโสม โอรสของพระเจ้าโกรัพยะ กษัตริย์แห่งนครอินทปัตต์ แคว้นกุรุ อีกคนหน้าตาผิวพรรณดี นามว่าพรหมทัต โอรสของพระเจ้ากาสิกราช แคว้นกาสี ทั้งสองมาพบกันที่กระท่อมร้างข้างทาง หลังอาหารค่ำจึงพูดคุยทำความรู้จักและนับถือกันฉันเพื่อน โดยพรหมทัตนับถือสุตโสมเป็นท่านพี่เพราะเห็นว่าอายุมากกว่าและสุขุมลุ่มลึกกว่า
  • 1:32:01 สองราชกุมารไปเรียนที่ตักกสิลา สุตโสมเป็นทั้งพี่และผู้ช่วยอาจารย์
    รุ่งเช้าทั้งคู่ออกเดินทางไปศึกษาวิชาในสำนักอาจารย์ทิศาปาโมกข์ด้วยกัน เมื่อถึงเมืองตักกสิลาก็เข้ารายงานตัวสมัครเป็นศิษย์สำนักเดียวกัน พร้อมมอบทองคำแท่งเป็นค่าเล่าเรียน ค่าอาหาร และค่าที่พัก ปรากฏว่าสุตโสมราชกุมารมีอาวุโสกว่าราชกุมารและศิษย์อื่นทั้งหมด อาจารย์จึงให้ช่วยแนะนำศิษย์รุ่นเดียวกันที่ยังไม่จบ ซึ่งท่านก็ไม่ขัดข้องเพราะจะรออีกฝ่ายให้เรียนจบพร้อมกันอยู่แล้ว จึงอยู่ในฐานะทั้งเพื่อนสนิทและอาจารย์ที่คอยช่วยเหลือ
  • 1:37:50 ศิษย์ทุกคนได้ครองราชสมบัติ และส่งข่าวเตือนกันไม่ให้ประมาท
    เมื่อกลับถึงนครของตน หลายท่านได้รับราชสมบัติจากพระราชบิดา ได้เป็นกษัตริย์บ้างเป็นเจ้าผู้ครองนครบ้าง แล้วส่งข่าวสารไปยังสุตโสมราชกุมารซึ่งได้รับมอบราชสมบัติจากพระเจ้าโกรัพยะให้เป็นกษัตริย์แห่งอินทปัตต์นครเช่นกัน รวมทั้งพรหมทัตราชกุมารที่ได้เป็นพระเจ้าแผ่นดินแห่งเมืองพาราณสีก็ส่งข่าวมาด้วย พระเจ้าสุตโสมจึงส่งข่าวตอบไปว่าขอให้ทุกพระองค์ไม่ประมาทในการครองราชสมบัติ และให้นึกถึงคำปฏิญาณก่อนจากกัน
  • 1:39:11 พระเจ้าพรหมทัตรักษาอุโบสถศีลได้ แต่ขาดเนื้อสัตว์ทุกมื้อไม่ได้
    พระเจ้าพรหมทัตปกครองประชาราษฎร์ให้อยู่ด้วยความสงบสุข มีพระโอรสพระธิดามากมาย และรักษาอุโบสถศีลทุกกึ่งเดือนไม่ขาด แต่ทรงขาดเนื้อสัตว์ไม่ได้ พระกระยาหารทุกมื้อต้องมีเนื้อประกอบด้วยเสมอ ไม่มีแล้วเสวยไม่ได้เลย คนทำครัวทราบดี แม้ในวันอุโบสถที่คนทั้งหลายงดฆ่าสัตว์จนไม่มีเนื้อจำหน่าย ก็ยังนำเนื้อที่เก็บไว้วันก่อนมาปรุงถวายได้ จึงเป็นที่วางพระทัยมาตลอด
  • 1:40:05 สุนัขกินเนื้อที่เก็บไว้หมดในวันอุโบสถ พ่อครัวหาเนื้อไม่ได้
    วันอุโบสถวันหนึ่ง เนื้อที่เก็บไว้ถูกสุนัขที่เลี้ยงไว้ในวังหลวงกินหมดเพราะความเผลอเรอของคนทำครัว เขาจึงรีบออกไปหาซื้อเนื้อในตลาดมาทดแทน แต่เพราะเป็นวันอุโบสถคนไม่ฆ่าสัตว์กันจึงไม่มีเนื้อจำหน่าย เขาตกใจจนเหงื่อไหล วิ่งไปทุกตลาดที่คิดว่าจะมีขายแต่ก็สิ้นหวัง นั่งทอดอาลัยคิดว่าคราวนี้เห็นทีจะต้องตายแน่ แล้วตัดจบว่าโปรดติดตามตอนต่อไป

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 18 ม.ค. 2549

  • 14:21 พระเจ้าพรหมทัตรักษาอุโบสถศีลแต่เว้นเนื้อไม่ได้ พ่อครัวจึงไปแร่เนื้อศพ
    หลายปีผ่านไป ศิษย์หลายท่านได้ครองราชย์เป็นกษัตริย์และเจ้าเมือง สุตโสมและพรหมทัตก็ได้ครองราชย์ด้วย พระเจ้าพรหมทัตรักษาอุโบสถศีลไม่ขาดแต่เว้นการเสวยเนื้อไม่ได้ วันอุโบสถวันหนึ่งสุนัขในวังขโมยกินเนื้อจนหมด พ่อครัวหาซื้อเนื้อในตลาดไม่ได้ จึงตัดสินใจเสี่ยงไปที่ป่าช้าผีดิบนอกเมือง ขุดศพชายที่เพิ่งฝังใหม่ขึ้นมาแร่เนื้อโคนขาทั้งสองข้าง แล้วกลบฝังไว้เหมือนเดิม
  • 16:00 พรหมทัตติดใจรสเนื้อมนุษย์ตั้งแต่คำแรกเพราะอาจิณกรรมจากอดีตชาติ
    พ่อครัวปรุงเนื้อนั้นอย่างพิเศษสุดฝีมือ พอชิ้นเนื้อแตะปลายลิ้น รสชาติก็แผ่ซ่านทั่วพระสรีระ พระเจ้าพรหมทัตหยุดชะงักด้วยความพอพระทัย เพราะไม่เคยลิ้มลองเนื้อเช่นนี้มาก่อน เทปอธิบายว่าเป็นเพราะอดีตชาติเคยเกิดเป็นยักษ์ที่กินเนื้อมนุษย์ ความเคยชินที่เรียกว่าอาจิณกรรมจึงติดตามมา เทียบกับคนที่เคยเกิดเป็นงูซึ่งมักง่วงหรือหลับเวลาฟังธรรม
  • 17:28 แกล้งพิโรธให้พ่อครัวสารภาพ แล้วสั่งให้ปรุงเนื้อมนุษย์ถวายทุกวัน
    พระเจ้าพรหมทัตแกล้งทำเป็นพิโรธ ทิ้งอาหารคำนั้นและไล่นางสนมกำนัลออกไปให้หมด เหลือพ่อครัวคนเดียว ซักถามจนพ่อครัวยอมเปิดเผยความจริงและขอพระราชทานอภัยโทษ แต่กลับสั่งห้ามบอกใคร ให้พ่อครัวกินอาหารเนื้อธรรมดาเสียเอง ส่วนอาหารที่ถวายให้ปรุงด้วยเนื้อมนุษย์เหมือนวันนี้ พ่อครัวทูลว่าหาเนื้อมนุษย์ทุกวันไม่ได้ จึงรับสั่งให้ไปรับศพนักโทษประหารในคุกหลวงมาใช้
  • 20:14 นักโทษประหารหมดคุก จึงใช้อุบายถุงเงินและตีกลองล่อคนมาฆ่า
    นักโทษประหารในคุกหลวงหมดไปวันละคน จนต้องนำนักโทษจากคุกในชนบทและหัวเมืองต่าง ๆ มาใช้จนหมดอีก พระเจ้าพรหมทัตจึงสั่งทหารคนสนิทนำถุงเงินของหลวงไปทิ้งตามถนนหลวงแล้วแอบซ่อนตัว ใครมาหยิบก็จับประหารด้วยข้อหาขโมยทรัพย์ของหลวง จนผู้คนไม่กล้าหยิบของที่วางในที่สาธารณะ ต่อมาจึงบอกอุบายให้พ่อครัวตีกลองให้ดังทั้งเมืองให้คนแตกตื่นวิ่งหนี แล้วแอบฆ่าคนที่วิ่งเข้ามาใกล้เอาเนื้อไปทำอาหาร ซากศพที่ถูกแร่เนื้อถูกทิ้งเกลื่อนจนชาวเมืองพาราณสีวุ่นวายไปทั่ว

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 19 ม.ค. 2549

  • 32:42 ทบทวนตอนที่แล้ว: พ่อครัวขุดศพมาปรุงถวายพระเจ้าพรหมทัต
    ทบทวนว่าคนทำครัวของพระเจ้าพรหมทัตหาซื้อเนื้อในตลาดไม่ได้ จึงไปขุดศพคนที่เพิ่งตายใหม่ที่ป่าช้าผีดิบนอกเมืองมาแล่เนื้อปรุงถวาย พระราชาติดใจรสตั้งแต่คำแรกจนสอบถามได้ความจริง แล้วสั่งให้ทำถวายเป็นประจำ โดยให้พ่อครัวรับหน้าที่นำศพนักโทษประหารไปฝัง เมื่อนักโทษในคุกหลวงและในชนบทหมดลง ก็ทรงแนะอุบายนำถุงทรัพย์ของหลวงไปวางตามถนนหลวง ใครหยิบก็ให้จับประหารทันที
  • 34:31 ตีกลองกลางดึกล่อคนออกมาแล้วดักฆ่า
    เมื่อหานักโทษไม่ได้ จึงทรงรับสั่งให้ตีกลองสนั่นเมืองในเวลาดึก ผู้คนวิ่งออกมาด้วยคิดว่าเมืองถูกปล้น พ่อครัวก็ไปซุ่มดักฆ่าคนที่วิ่งเข้ามาใกล้แล้วนำเนื้อไปทำอาหาร ทำให้กรุงพาราณสีวุ่นวายสับสน ผู้คนหวาดกลัวเพราะไม่รู้ว่าจะเจอกับตัวเองเมื่อไร ข่าวเลื่องลือไปทั่วว่าในพระนครมีมนุษย์กินคนแอบซ่อนอยู่ เพราะชันสูตรศพแล้วพบว่าฆาตกรแล่เนื้อไปกิน
  • 35:37 ชาวเมืองร้องทุกข์แล้วไปพึ่งท่านกาลหัตถีเสนาบดี
    มหาชนมาประชุมกันที่พระลานหลวงเพื่อร้องทุกข์ต่อพระราชาว่ามีคนกินคนเที่ยวฆ่าคนแล่เนื้อไปกินทุกวัน ขอให้จับโจรมาลงโทษ พระราชาทรงทราบเรื่องดีด้วยพระองค์เองแต่ต้องเห็นแก่พระองค์ก่อน จึงบ่ายเบี่ยงให้ประชาชนบอกมาว่าเป็นใคร ประชาชนผิดหวังจึงรวมตัวเดินขบวนไปขอความช่วยเหลือจากท่านกาลหัตถีเสนาบดี ข้าราชการผู้ใหญ่ที่ซื่อสัตย์ยุติธรรมจนพระราชาก็ยังเกรงใจ ท่านรับปากว่าภายในเจ็ดวันจะจัดการคดีให้ได้
  • 40:03 ยึดพระนครก่อนนำพ่อครัวไปให้การต่อพระพักตร์
    เสนาบดีจำได้ว่าพ่อครัวเป็นคนของพระราชา งานนี้จะละเลยไม่ได้เพราะเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จึงถามว่ากล้าให้การอย่างนี้ต่อเบื้องพระพักตร์หรือไม่ เขายืนยันหนักแน่นว่าจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้ทุกคนทราบ ท่านจึงสั่งขังเขาไว้และจัดเวรยามแน่นหนา รุ่งขึ้นเชิญอำมาตย์ราชบริพารและชาวเมืองมาประชุม ตกลงกันว่าจะยึดพระนครไว้ก่อนเพื่อป้องกันจลาจล แล้วแขวนตะกร้าใส่เนื้อคนที่คอพ่อครัวนำตัวไปยังพระราชนิเวศน์ ปิดท้ายด้วยคำชวนติดตามตอนต่อไป