เข้าสู่ระบบด้วย Facebook เข้าสู่ระบบด้วย Google

คุณยายอาจารย์จันทร์ ขนนกยูง

tag ที่มักมาด้วยกัน: คุณยายอาจารย์จันทร์ ขนนกยูง มหาวิหารคุณยายอาจารย์

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 18 ม.ค. 2549

  • 1:16:31 ชีวิตคุณยายอาจารย์ระหว่างโรงงานทำวิชชากับหอจันทร์ และคำตอบเรื่องทุเรียน
    เล่าว่าคุณยายอาจารย์มีชีวิตอยู่ระหว่างโรงงานทำวิชชากับหอจันทร์ ไม่ออกไปไหน บางครั้งมีอารมณ์ร่วมกับทีมงานที่ออกไปรับแขกแล้วได้ขนมอร่อยมาถวาย จึงอยากเปลี่ยนบรรยากาศ แต่เข้าโรงงานทำวิชชาแล้วเขาเอากุญแจขังไว้ข้างนอก ออกไม่ได้นอกจากเหาะหรือดำดิน เคยขออนุญาตหลวงปู่ว่าอยากไปฟังธรรมในพระนครหรือไปหาทุเรียนหาขนม หลวงปู่ตอบว่าพรุ่งนี้เดี๋ยวจะเอามาให้ซึ่งแปลว่าอด หรือตอบว่าทุเรียนอยู่ในท้องเจ้าแล้ว ท่านอยู่อย่างนั้นไม่ใช่เป็นวันเป็นเดือนแต่หลายปีตลอดเวลา ต้องรักการปฏิบัติธรรมจึงอยู่เป็นสุข ยินดีตามมีตามได้ ได้เตียงเก่ามาก็ทำความสะอาดและซ่อม เจอตัวเรือดก็จับใส่กระโถนแล้วเช้าไปปล่อย จึงชวนให้พรุ่งนี้มาเชื่อมสายบุญกับคุณยายอาจารย์

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 19 ม.ค. 2549

  • 4:27 วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดคุณยายอาจารย์ ครบ 97 ปี
    บอกว่าวันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของคุณยายอาจารย์ ถ้าท่านยังมีชีวิตอยู่จะครบ 97 ปี และผ่านมาห้าปีแล้วตั้งแต่ท่านละสังขาร แม้ท่านจะไม่อยู่แล้วลูกหลานก็ยังรู้สึกเหมือนท่านอยู่กับพวกเราตลอดเวลา เรื่องราวของท่านหยิบมาเล่าตอนไหนก็เหมือนใหม่เสมอ
  • 5:06 คุณยายถ่ายทอดคุณธรรมและวิชชาธรรมกาย โดยมีหลักว่าหยุดให้ได้ก่อน
    เล่าว่าคุณยายอบรมสั่งสอนทั้งข้อวัตรปฏิบัติ การถ่ายทอดคุณธรรม และเล่าเรื่องวิชชาธรรมกายซึ่งหมายถึงคุณวิเศษภายในตัวท่าน ท่านไม่บอกว่าเป็นคุณวิเศษอะไร บอกเพียงว่าถ้าใครเข้าถึงอย่างนี้ก็จะเป็นอย่างนี้ เพราะธรรมกายมีอยู่แล้วในตัว เข้าถึงแล้วจะไปนรกได้ ไปสวรรค์ได้ ไปนิพพานได้ ฟังคำซ้ำ ๆ ของท่านทีไรก็มีปีติและมีกำลังใจทุกครั้ง ท่านบอกว่าหลักการทำวิชชาคือหยุดให้ได้ หยุดได้ก่อนจึงจะศึกษาวิชชาธรรมกายได้ ถ้าหยุดไม่ได้ก็ไม่สว่าง ไม่สว่างก็มองไม่เห็น ไม่เห็นแล้วจะไปคุยกับใครให้รู้เรื่องก็ไม่ได้ วิชชาธรรมกายต้องเห็นอย่างเดียว จะไปเดาไปคาดคะเนไม่ได้
  • 7:35 คุณยายถางหญ้าไปก็ระลึกชาติไปด้วย
    การเห็นเป็นเรื่องปกติของคุณยาย เวลาท่านสวมงอบถางหญ้าตามลำพัง ครูไม่ใหญ่เดินไปเป็นเพื่อน นึกว่าท่านจะคุยเรื่องถางหญ้า แต่ท่านบอกว่ายายถางหญ้าไปยายก็ระลึกชาติไป ไม่ต้องตั้งท่าให้ดูมีมาดก็ระลึกชาติได้ ถ้าทำเป็นแล้วก็เห็นตลอด เพราะมือกับใจเป็นสองส่วนที่ไม่เกี่ยวกัน
  • 8:40 คุณยายดูอดีตชาติตัวเองและตั้งใจว่าชาติต่อไปจะเป็นผู้ชาย
    คุณยายบอกว่าท่านระลึกชาติดูเรื่องของท่านเอง เพื่อจะได้แก้ไขข้อผิดพลาดในชาตินี้ซึ่งเป็นชาติสุดท้ายของท่าน และท่านมักพูดว่าชาติต่อไปยายจะเป็นผู้ชาย จะบวชตั้งแต่ยังเยาว์วัย จะปฏิบัติธรรม และจะรู้หนังสือรู้ทุกภาษา เพราะชาตินี้ยายไม่รู้หนังสือเลย ท่านว่าถ้ารู้หนังสือด้วยก็จะดี ชาติต่อไปจะไม่ต้องเสียเวลาเรียนเพราะอ่านได้เอง ฟังแล้วครูไม่ใหญ่ก็มีกำลังใจอยากได้อย่างนั้นด้วย และอยากระลึกชาติได้ด้วย
  • 19:17 ผ่อนคลายด้วยการปั้นรูปเหมือนครูบาอาจารย์
    ครูไม่ใหญ่เล่าว่าชาตินี้ถ้าจะผ่อนคลาย ท่านผ่อนคลายด้วยการปั้นและระลึกถึงครูบาอาจารย์ มีอยู่สามรูปคือพระพุทธรูป หลวงปู่ และคุณยายอาจารย์ ปั้นแล้วรู้สึกสบายจนภายหลังทำได้ง่าย ทดสอบด้วยการดับไฟหลับตาปั้นดินน้ำมันก็ยังได้เหมือน แต่ให้คนอื่นดูไม่ได้ วิธีปั้นคือขูดกับพอกสลับกันไป ทำแค่สองอย่างนี้ค้างอยู่สี่ห้าชั่วโมงจนแขนเมื่อยทั้งที่ไม่ได้ถือเสียมถือพลั่วอะไรเลย
  • 26:05 ศิษย์ยุคแรกที่มาอยู่ใกล้คุณยายที่บ้านธรรมประสิทธิ์
    เล่าเรื่องศิษย์ยุคแรกที่อยากอยู่ใกล้คุณยาย เป็นนักศึกษาที่มาหาท่านถึงสี่ทุ่มเพราะคิดถึงยาย และพาเพื่อนนักศึกษาทั้งชายหญิงมานั่งธรรมะกันเต็มบ้านธรรมประสิทธิ์ จบการศึกษาแล้วก็ไปซื้อบ้านติดวัดพระธรรมกายเพื่ออยู่ใกล้ท่าน ครูไม่ใหญ่ชื่นชมผู้ที่ดูแลครูบาอาจารย์ได้ดี รู้ว่าอะไรควรพูดควรทำ เหมือนที่หลวงปู่ก็มีอุบาสกคอยอยู่ใกล้ ๆ เป็นความสมปรารถนาที่ได้อยู่ใกล้มหาปูชนียาจารย์ (ช่วงนี้เสียงถอดได้ไม่ชัดหลายจุด ชื่อคนที่เอ่ยถึงยังไม่ยืนยันการสะกด)

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 2 ก.พ. 2549

  • 2:09:48 ต้อหินหายได้ด้วยคุณยาย: คุณป้าเป็นต้อหินจนหมอว่าจะบอด คุณยายบอกว่าเรื่องเล็ก
    คุณป้ากัลยาณมิตรที่รู้จักกันตั้งแต่ปี 2543 เจอกันที่ตู้โทรศัพท์จึงรู้ว่ามาวัดเดียวกัน แล้วทำบุญด้วยกันตลอด คุณป้ามีปัญหาดวงตาทั้งสองข้างเป็นต้อหิน หมอถามว่ามีลูกไหม ถ้ามีให้ไปอยู่กับลูก คล้ายบอกว่าตาต้องบอดแน่ คุณป้าจึงมากราบคุณยายอาจารย์ คุณยายบอกว่าเรื่องเล็ก ให้นั่งสมาธิมาก ๆ และสวดมนต์ ยายจะช่วย คุณป้าทำตามและสร้างบุญมาตลอด ปัจจุบันดีขึ้นมาก ตาไม่บอดอย่างที่หมอว่า ผู้เขียนอาศัยอยู่กับคุณป้าและมาวัดด้วยกันตลอด ช่วงต้นเสียงถอดเพี้ยน

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 3 ก.พ. 2549

  • 37:18 คุณยายอาจารย์กับคุณยายทองสุขไม่รู้หนังสือแต่สอนด็อกเตอร์ได้
    หลังช่วงตามติดยาย ครูไม่ใหญ่เล่าว่าคุณยายอาจารย์กับคุณยายทองสุขไม่รู้หนังสือทั้งคู่แต่สอนด็อกเตอร์ได้ เล่าเกร็ดตอนสองท่านขึ้นรถไปวัดปากน้ำ คนหนึ่งยืนยันว่าจำคันรถได้ อีกคนไม่ขัดใจ อยู่กันอย่างมีความสุข ช่วงต่อจากนั้นเสียงถอดเพี้ยนเป็นภาษาอังกฤษปนหลายบรรทัด

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 6 ก.พ. 2549

  • 19:37 มาฆบูชาปีนี้วัดพระธรรมกายครบ 36 ปี คุณยายถือแชลงปลูกกล้วยเลี้ยงพระ และรุ่นสร้างวัด
    มาฆบูชาปีนี้เป็นวันสำคัญของผู้ร่วมสร้างวัดพระธรรมกาย ครบสามรอบ ถ้าเป็นคนก็อายุ 36 กำลังหนุ่มแน่น เล่าย้อนยุคปลูกต้นไม้ เทปูน คุณยายอาจารย์ถือแชลงปลูกกล้วยปลูกมะละกอ สวมงอบ เอากล้วยไปเลี้ยงพระที่มีไม่กี่องค์และลูกหลานที่มาช่วยงาน ใครไปหาก็แจกกล้วย บอกว่ากล้วยยายปลูกเองอร่อยนะ ที่เหลือทำกล้วยตาก คุณยายเริ่มสร้างวัดตอนอายุหกสิบกว่าแต่เบิกบานมีความสุข อยู่กลางแดดก็ไม่ร้อน ครูไม่ใหญ่ถามในห้องว่ามีรุ่นสร้างวัดบ้างไหม ไม่มีเลย สมัยบุกเบิกบวชองค์เดียวนั่งบนกองฟาง บางคนยังไม่เกิด ใครมาทีหลังให้รีบสร้างบุญให้ทัน

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 8 ก.พ. 2549

  • 20:05 คนเห็นองค์พระลอยในอากาศด้วยตาเนื้อวันมาฆบูชา ตั้งแต่สมัยหลวงปู่วัดปากน้ำและคุณยายอาจารย์
    ในแต่ละปีมีผู้เข้าถึงความสว่างภายในในวันมาฆบูชามาก สมัยหลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญ ตอนเวียนเทียนท่านบอกให้มองท้องฟ้าจะเห็นพระพุทธเจ้าเสด็จลงมาด้วยตาเนื้อ แล้วชี้ชวนกันดู คนยุคนั้นเล่าให้ครูไม่ใหญ่ฟังว่าเห็นองค์พระใสเหมือนกระจก เหมือนแก้ว เหมือนเพชร องค์เล็กองค์ใหญ่ สมัยคุณยายอาจารย์ยังมีชีวิตก็เวียนเทียนที่มหาธรรมกายเจดีย์ มีคนเห็นท้องฟ้าเหมือนทะลุเป็นโพรงแล้วเห็นองค์พระเป็นแถว ตอนนี้คุณยายเป็นกายละเอียดแล้วคงทำได้ง่ายขึ้น ครูไม่ใหญ่ย้ำว่าไม่เกี่ยวกับตัวท่าน แล้วเล่าว่าสมัยคุณยายนั่งที่โบสถ์ ครูไม่ใหญ่ถามคุณยายว่าเห็นอย่างไร คุณยายตอบง่าย ๆ ว่าท่านอยู่ตรงไหนก็ไปอาราธนาตรงนั้น ถ้าอยากเห็นต้องทำใจให้บริสุทธิ์ในห้าวันนี้ ช่วงกลางมีบรรทัดเสียงหัวเราะและถอดเสียงเพี้ยนราวครึ่งนาที
  • 1:52:18 กรณีศึกษา: คุณพ่อถูกสะเก็ดกระสุนปืนใหญ่ตอนกบฏแมนฮัตตัน ต่อมาไตวายและผ่าตัดเปลี่ยนไตสำเร็จ
    ผู้เขียนเล่าว่าคุณพ่อเกือบเสียชีวิตหลายครั้ง ครั้งแรกอายุราวยี่สิบปีเกิดกบฏแมนฮัตตัน ทหารเรือนำเรือปิดล้อมท่าเตียนและยิงปืนใหญ่ใส่อู่ซ่อมเรือ คุณพ่อถูกสะเก็ดกระสุนที่หลัง ฝังที่กระดูกสะโพก โรงพยาบาลปล่อยนอนเจ็ดวันจนพิษบาดแผลเกือบตาย คุณลุงต้องย้ายไปผ่าตัดที่คลินิกอื่น แผลใหญ่จนเอามือล้วงได้ รอดมาแต่เกือบเดินไม่ได้เพราะเอ็นขาเกือบขาด ครั้งที่สองที่เมืองจีนไตวายต้องฟอกเลือดด่วน หมอว่าถ้าขึ้นเครื่องบินกลับจะหัวใจวายแน่ ต่อมาตัดสินใจเปลี่ยนไต ผู้เขียนพาไปขอบารมีคุณยายอาจารย์ คุณยายขอจับมือคุณพ่อ การผ่าตัดที่หมอคาดสี่ชั่วโมงเสร็จในชั่วโมงครึ่ง ตอนนี้คุณพ่ออายุ 75 ไตยังใช้ได้ดีไม่มีอาการข้างเคียง

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 20 ก.พ. 2549

  • 1:03:34 วิชาช่วยญาติที่ตกนรกสืบจากคุณยายอาจารย์ มอบให้เฉพาะผู้สมัครใจ ทอมมี่ยินดีมอบชีวิต
    ครูไม่ใหญ่บอกทอมมี่ ธิรา ว่าได้ศึกษาวิธีไปช่วยหมู่ญาติที่ตกนรกจากคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ซึ่งศึกษามาจากหลวงปู่พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย และคุณยายเคยไปช่วยพ่อของท่านในอบายมาแล้ว ท่านสั่งให้มอบวิธีนี้แก่ผู้สมัครใจที่จะเรียนด้วยความเคารพและจริงจังเท่านั้น ทอมมี่ตอบว่ายินดีมอบชีวิตทั้งหมดให้กับคำแนะนำของหลวงพ่อ เชื่อลึก ๆ ว่าจะช่วยพวกเขาได้ ครูไม่ใหญ่ขีดเส้นใต้ประโยคนั้น แล้วสอนให้ทำอย่างเดิม นิ่งเฉย ๆ อยู่ตรงกลางดวงตะวันภายในหรือร่างโครงกระดูกใสเป็นแก้ว มองไปเรื่อย ๆ แล้วส่งการบ้านมา หลังจากนั้นราวหนึ่งนาทีครึ่งไม่มีบรรทัดถอดเสียง

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 21 ก.พ. 2549

  • 43:12 ความรู้วิธีช่วยญาติที่ตกนรกสืบจากคุณยายอาจารย์และหลวงปู่ บันทึกไว้มอบให้ผู้มีบุญ
    ครูไม่ใหญ่เล่าว่าคุยกับทอมมี่สองคนผ่านจานดาวธรรม DMC แล้วบอกว่าครูไม่ใหญ่ได้ทรงจำความรู้วิธีไปช่วยพ่อแม่ บรรพบุรุษ และหมู่ญาติที่ตายแล้วตกนรก จากคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ซึ่งเคยไปช่วยพ่อของท่านในอบายมาแล้ว และท่านศึกษามาจากหลวงปู่วัดปากน้ำผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย ท่านมีเวลาอยู่ในโลกจำกัดจึงถ่ายทอดไว้ให้ผู้มีบุญรุ่นหลัง ครูไม่ใหญ่จึงรวบรวมบันทึกไว้ เพื่อมอบให้ผู้มีบุญที่เหมาะสมได้ศึกษาความจริงของชีวิตและวิธีสื่อสารกับบรรพบุรุษที่ประมาทพลาดพลั้งไปอบาย

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 23 พ.ค. 2549

  • 11:12 คำถามค้างใจครูไม่ใหญ่ตั้งแต่เด็ก คุณยายตอบว่านรกสวรรค์มีจริง ยายไปมาแล้ว ไปช่วยพ่อ
    ผู้ที่เข้าถึงและเห็นอย่างนี้มีมากมายตั้งแต่ยุคหลวงปู่วัดปากน้ำ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ถ้าไม่มีผู้รู้ผู้เห็นสืบทอด คำสอนคงไม่ยืนยาวมาสองพันห้าร้อยกว่าปี คุณยายอาจารย์เป็นลูกศิษย์ที่หลวงปู่ยกย่องว่าหนึ่งไม่มีสองในเรื่องธรรมปฏิบัติภายใน และเคยไปช่วยพ่อที่ละโลกไปอบายขึ้นมาด้วยธรรมกาย ครูไม่ใหญ่เล่าว่าคำถามว่านรกสวรรค์มีจริงไหมค้างใจมาตั้งแต่เด็ก หาคำตอบจากตำราและครูบาอาจารย์ก็ไม่ถูกใจ จนพบคุณยายซึ่งตอบอย่างเรียบง่ายว่ามีจริง ยายไปมาแล้ว ไปช่วยพ่อซึ่งตอนมีชีวิตดื่มเหล้าจนตายแล้วไปอบาย คุณอยากไปไหม เดี๋ยวยายสอนให้แล้วไปด้วยกัน แค่นี้ก็ชื่นใจ
  • 1:32:36 คำว่าปัจจัตตังสะกิดใจ พลาดรถไปเที่ยวจังหวัดเลยจึงมาวัดพระธรรมกาย ประทับใจคุณยายไปช่วยพ่อในนรก
    วัยเด็กผู้เขียนซึมซับคำสอนคริสต์เต็มหัวใจจนเคยคิดจะอุทิศตัวในศาสนานั้น จนตอนเรียน ม.ปลาย อ่านหนังสือวิชาศีลธรรมเจอคำว่าปัจจัตตัง รู้ได้เฉพาะตน ใครทำแทนไม่ได้ ก็สะกิดใจอย่างประหลาด ครูไม่ใหญ่เปรียบว่าใครกินก๋วยเตี๋ยวคนนั้นก็อร่อยเอง ต่อมามาวัดพระธรรมกายโดยไม่ได้ตั้งใจ วันนั้นพี่ ๆ ชมรมพุทธชวนไปอยู่ธุดงค์ แต่ผู้เขียนนัดเพื่อนไปเที่ยวจังหวัดเลยแล้วไปไม่ทันรถ เซ็งมากจึงตัดสินใจมาวัดกับชมรมพุทธของมหาวิทยาลัย ครูไม่ใหญ่ว่าดูเหมือนโชคร้ายแต่กลายเป็นโชคดี มาครั้งแรกเห็นภาพคุณยายอาจารย์ผู้ก่อตั้งวัด ฟังเรื่องแล้วประทับใจมาก โดยเฉพาะเรื่องคุณยายไปช่วยพ่อในนรกได้ (ครูไม่ใหญ่ชี้ว่าประโยคเดียวกับที่พูดไว้ต้นรายการ) อยากทำได้อย่างคุณยาย จึงขอติดตามยาย ช่วงต่อจากนั้นถอดเสียงเพี้ยน แล้วเริ่มมาสวดมนต์ที่ชมรมพุทธเป็นประจำโดยยังไม่บอกทางบ้าน จะบอกเมื่อถึงเวลาอันควร ต่อมาได้เป็นประธานชมรม

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 12 ก.ค. 2549

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 3 ส.ค. 2549

  • 1:30:31 ครูไม่ใหญ่เล่าตอนเก็บกระเป๋าออกจากบ้านมาวัดปากน้ำโดยไม่มีเงินสักสลึง และคุณยายอาจารย์ที่ออกจากบ้านแต่ตัว
    ครูไม่ใหญ่ชมเด็กในเพลงว่าน่ารัก แล้วว่าเจ้าของเรื่องเก็บเสื้อผ้าออกจากบ้านมุ่งอินเดียนี้คล้ายครูไม่ใหญ่ ที่เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า นอนนอกชาน ตีสี่เก็บมุ้งแล้วออกจากบ้าน ขึ้นรถโดยสารมาวัดปากน้ำภาษีเจริญเพื่อหาคุณยายอาจารย์โดยไม่มีเงินสักสลึง ตั้งใจว่าถ้ากระเป๋ารถเก็บเงินจะบอกตรง ๆ แล้วจะเดินไป เพื่อนรักที่เรียนธรรมศาสตร์ชวนไปพักด้วยและแบ่งเงินให้ครึ่งหนึ่งได้มาร้อยห้าสิบบาท พักห้องชั้นบนที่ข้างล่างเก็บกระสอบน้ำตาล แมลงสาบเยอะ แล้วเล่าว่าคุณยายอาจารย์ก็ออกจากบ้านแบบนี้ ถอดสร้อยทองคืน ไม่รับเงินที่แม่ให้ ยกที่ดินสมบัติให้น้องชายหมด กลับมาแต่ตัวกับหัวใจกับศูนย์กลางกาย และยอมเป็นคนรับใช้เพื่อเรียนธรรมะกับหลวงปู่วัดปากน้ำ (ตัวเลขบางจุดฟังไม่ชัด)
  • 1:36:49 ครูไม่ใหญ่มาวัดปากน้ำตามหาคุณแม่อาจารย์ลูกจันทร์ ไม่มีใครรู้จัก จนเห็นอุบาสิกานั่งหันหลังหน้าหีบศพ
    ครูไม่ใหญ่เทียบกับที่เจ้าของเรื่องได้เห็นแค่ห้องนอน เล่าว่าตอนมาวัดปากน้ำภาษีเจริญ ถามหาที่พักของคุณแม่อาจารย์ลูกจันทร์ตามที่อ่านในหนังสือ ถามทั้งพระทั้งใครในวัดก็ไม่มีใครรู้จัก เดินไปเห็นอุบาสิกาท่านหนึ่งนั่งหันหลังอยู่หน้าหีบศพ ภายหลังจึงรู้ว่าคือคุณยายอาจารย์ (ท้ายช่วงถอดเพี้ยนปนภาษาอังกฤษ)

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 12 ส.ค. 2549

  • 1:56:45 เห็นคุณยายอาจารย์ลอยอยู่หลังศีรษะกัลยาณมิตร และนิมิตคุณยายเดินนำเข้าวัดพระธรรมกาย
    ต่อมาเพื่อนแนะนำให้รู้จักกัลยาณมิตรท่านหนึ่งที่ชวนขึ้นไปที่แห่งหนึ่ง (ชื่อถอดเพี้ยน) ระหว่างนั่งสมาธิอยู่หลังรถ เห็นคุณยายอาจารย์ซึ่งตอนนั้นยังไม่รู้จักลอยอยู่หลังศีรษะของพี่ท่านนั้น พอเล่าให้ฟัง พี่เขาบอกว่ามีล็อกเก็ตคุณยายติดตัวมาซึ่งรับมาจากมือคุณยาย คุณยายเคยบอกว่าไปไหนยายจะไปอยู่กับคุณ ก่อนเข้าวัดพระธรรมกายเขาสงสัยว่ามีบุญทำกับวัดไหม ก็ปรากฏนิมิตคุณยายอาจารย์ยืนหน้าวัดแล้วเดินนำเข้าวัด เหมือนได้ยินว่าทุกคนยินดีต้อนรับแต่จะเข้ามาหรือไม่อยู่ที่ตัวคุณ ครูบาอาจารย์ในสมาธิบอกให้รีบเข้าไปหาบุญกับหลวงพ่อธัมมชโยอย่าคิดมาก มีช่วงที่ครูไม่ใหญ่ข้ามไม่อ่าน แล้วเล่าว่าวันหนึ่งนั่งสมาธิด้วยความหงุดหงิด สักครู่เห็นมหาปูชนียาจารย์เดินลงมายืนตรงหน้า บอกว่าทำใจสบายอย่าวุ่นวายใจ วันนั้นนั่งสมาธิได้ดีที่สุด ชุ่มชื่นใจจึงยังคงมาวัด (ช่วงชื่อผู้ปรากฏในนิมิตมีบรรทัดถอดซ้ำ)

ทบทวนฝันในฝันวิทยา 24 พ.ค.2555

  • 24:17 ประกาศเจ็ดบุญใหญ่วันวิสาขบูชา 2555 และเวียนประทักษิณรอบอุโบสถครั้งแรก
    ประกาศกำหนดการวันวิสาขบูชา วันแห่งการตรัสรู้ธรรม เรียกว่าเจ็ดบุญใหญ่ในวันพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่อ่านชัดคือ 13.30 น. พิธีสักการะมหารัตนอัฐิธาตุคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ณ ห้องแก้วสารพัดนึก 14.45 น. พิธีอุปสมบทอุทิศชีวิตสามเณรเปรียญธรรมสิบสองรูป ณ อุโบสถวัดพระธรรมกาย 15.30 น. พิธีอัญเชิญมหารัตนอัฐิธาตุไปประดิษฐานในมหาวิหารคุณยายอาจารย์ โดยลูกหลานถือสายศีลก้าวเดินตามรอยเท้าท่าน และ 19.00 น. พิธีจุดวิสาขประทีปกับเวียนประทักษิณรอบอุโบสถวัดพระธรรมกาย ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นเลยในวันวิสาขบูชา นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์วัดพระธรรมกาย

ทบทวนฝันในฝันวิทยา 19 มิ.ย. 2555 | โดย หลวงพ่อทัตตชีโว

  • 19:01 คุณยายถอดโอวาทหลวงปู่มาตั้งโรงทานที่วัดพระธรรมกาย ใครมาถึงวัดต้องดูให้อิ่ม
    พอลงมือสร้างวัดพระธรรมกาย คุณยายก็ถอดโอวาทที่หลวงปู่ให้ไว้ในโรงงานทำวิชชา มาเป็นข้อปฏิบัติของวัดพระธรรมกายเลย เรื่องนี้ลูกหลานรุ่นหลังมักไม่ค่อยได้ยินกัน คุณยายจึงตั้งโรงทานขึ้นมาและมีต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้ แม้เป็นโรงครัวเล็ก ๆ ก็ตั้งเตรียมไว้ เพราะใครมาถึงวัดแล้วต้องดูกันให้อิ่ม จะได้ไม่มีความกังวลอะไร
  • 22:45 คุณยายสั่งห้ามเอาอาหารเข้ามาขายในโรงทาน เพราะบรรยากาศการค้าจะเข้ามาแทนบรรยากาศบุญ
    คุณยายกำเนิดโรงทานเอาไว้แล้วสั่งฝากไว้ด้วยว่า ให้รักษาให้ดีและอย่าให้ใครเข้ามาขายของขายอาหารในนี้ เพราะบุญที่ยายจะพึงได้และบุญของพวกเราจะถูกตัดตอนไป บรรยากาศของบุญจะหาย บรรยากาศของการค้าจะเข้ามาแทน และบรรยากาศการปฏิบัติธรรมของคนทั้งวัดจะหย่อนไปเหมือนหลาย ๆ วัด ท่านให้ช่วยกันจดบันทึกไว้ ตั้งวัดมา 42 ปี จึงไม่ยอมให้มีการเอาอาหารเข้ามาขายกัน มีแต่เอามาเลี้ยงกัน เป็นนโยบายที่ขอให้รักษาไว้ให้ดี
  • 31:38 คุณยายตราเป็นกฎห้ามอบายมุขเข้าวัด ฝากถึงวัดสาขาทั่วโลกว่าให้รวมคนด้วยธรรมะ
    ด้วยเหตุนี้ตั้งแต่เริ่มสร้างวัด คุณยายก็ตราเป็นกฎเอาไว้ว่าอย่าเอาอบายมุขเข้าวัด ห้ามเด็ดขาด เรื่องหนัง ละคร การพนัน ไม่ต้องมาคุยกันในวัดพระธรรมกาย และการรวมคนที่วัดอย่าเอาอบายมุขเป็นตัวล่อ เหมือนบางแห่งที่พลาดไปทำกัน วันนี้ถือว่ารับทั้งของหลวงปู่ ของคุณยาย และของหลวงพ่อ ฝากถึงวัดสาขาของเราที่มีอยู่ทั่วโลกอีก 70 วัดให้รับรู้ด้วย เมื่อไม่รวมด้วยอบายมุขแล้วจะรวมด้วยอะไร คำตอบคือรวมด้วยธรรมะ รวมโดยธรรม
  • 41:00 สิ่งที่อยากได้คือวินัย อดทน เคารพ แต่ถ้าไม่ได้ทำมากับมือ ขั้นตอนจะหลุด
    ปัจจุบันได้ยินว่าลูกไม่ค่อยเคารพพ่อแม่ ศิษย์ไม่ค่อยเคารพครูที่โรงเรียน ประชาชนห่างเหินวัด จนไม่ค่อยเคารพพระ สิ่งที่อยากได้จึงหนีไม่พ้นความมีวินัย ความอดทน และความเคารพ ท่านซักต่อว่าแล้วทำอย่างไร ตรงนี้คือความยาก เพราะอะไรที่ก้าวเข้าสู่ภาคปฏิบัติ ถ้าไม่ได้ทำอย่างจริงจังมากับมือก็ตอบไม่ได้ หรือแม้ตอบได้ขั้นตอนก็จะหลุด จุดที่ฝึกวินัยของวัดพระธรรมกายเริ่มจากอาคารจาตุมหาราชหลังนี้ ที่คุณยายลงมานำฝึกอย่างหนัก ตอนที่สมัยเริ่มแรกมีอาคารอยู่หลังเดียว วันนี้จึงขอถือโอกาสเอามาเล่าให้ฟัง รับรองไม่ใช่ฉายหนังซ้ำ
  • 43:32 วินัยขั้นต้นสี่เรื่อง สะอาด ระเบียบ สุภาพ ตรงต่อเวลา ไม่ได้เสกไม่ได้รดน้ำมนต์
    กราบถวายท่านว่าเมื่อเริ่มสร้างวัด คุณยายเริ่มฝึกวินัยขั้นต้นด้วยการรักษาความสะอาด แล้วต่อด้วยความเป็นระเบียบ ความสุภาพ และความตรงต่อเวลา สี่เรื่องนี้เป็นพื้นฐาน ที่ทำให้สร้างวัดและสร้างคนมาถึงปัจจุบัน ไม่ได้เสกไม่ได้เป่า ไม่ได้รดน้ำมนต์อะไร ถ้าจะมีก็คือแจกผ้าขี้ริ้ว ส่งไม้กวาดถึงมือ และส่งแปรงขัดให้ถึงมือ
  • 49:10 ประเมินจากปัจจัยก็ไม่แฟร์ คุณยายจึงระดมคนไปขัดห้องน้ำตอนบ่ายสองสี่สิบห้า
    อีกวิธีหนึ่งคือดูปัจจัยถวายมากน้อย แต่ถ้าผู้มีฐานะมาวันนั้นมากก็ได้มาก ถ้าเด็ก ๆ มาก็ไม่ค่อยมี จึงไม่แฟร์กับผู้เทศน์ ที่วัดเราคุณยายเป็นผู้ให้วิธีประเมินขั้นต้น สมัยนั้นหลวงพ่อเทศน์บ่ายโมงถึงสามโมง แล้วเปิดโอกาสให้ซักถาม พอประมาณบ่ายสองโมงสี่สิบห้า คุณยายก็เริ่มระดมคนที่คุ้นวัด นำไปขัดห้องน้ำเอง ไม่ต้องรอให้สรุปการเทศน์ ท่านชวนว่าถ้าไม่ขัดห้องน้ำกันตอนนี้ จะรอให้พระขัดให้หรืออย่างไร เดี๋ยวจะบาป
  • 58:24 คุณยายนำขัดห้องน้ำเอง ต้องเทศน์แก้ความคิดว่าปัดกวาดเช็ดถูเป็นงานคนใช้
    ห้องน้ำคุณยายนำเอง กวาดศาลาก็ต้องเตรียมไม้กวาดและเตรียมคนถือส่งถึงมือ เพราะยังไม่เป็นนิสัย บางคนอยากทำแต่ติดว่าที่บ้านมีคนใช้ทำ กลัวถูกมองว่ามาทำงานคนใช้แล้วจะเสียศักดิ์ศรี ไม่ใช่ว่าไม่อยากให้สะอาด จึงต้องมาเทศน์เรื่องนี้อยู่หลายเวลา ต่อจากนั้นก็ไม่มีใครรังเกียจ ไม่ถึงปีก็ค่อย ๆ ได้มา ได้ชุดกวาดศาลา ชุดเช็ดเสื่อ ชุดถูศาลา จนนิสัยรักความสะอาดเกิดขึ้น อีกอย่างคือก่อนบ่ายสามโมง คุณยายให้ลูกหลานที่คุ้นวัดไปช่วยล้างถ้วยล้างจานให้เสร็จภายในหนึ่งชั่วโมง ครบชั่วโมงก็ลงมือขัดห้องน้ำโดยคุณยายลงเอง เมื่อครูบาอาจารย์ลงเองการถือทิฐิของใครก็ไม่มี ส่วนการปัดกวาดเช็ดถูข้างบนศาลาหลวงพ่อดูแล ทั้งหมดนี้ใช้เวลาเป็นปี
  • 1:00:46 ประเมินผลการเทศน์จากความสะอาดที่เกิดจากน้ำมือคนมาฟังเทศน์ และครัวที่ไม่มีกลิ่นอับ
    การประเมินผลของการเทศน์การสอนจึงอยู่ที่ความสะอาดของวัด อันเกิดจากน้ำมือของพวกเราที่มาฟังเทศน์ และมาปฏิบัติธรรม มิได้ประเมินจากปัจจัยที่ถวาย มิได้ประเมินจากเสียงสาธุ และมิได้ประเมินจากกระดาษที่ให้กรอกข้อความ ยังไม่พอ ใครเข้าไปในครัวคุณยายก็จะฝึกความสะอาดอีก ท่านชี้ให้ดูว่าครัวทั่วไปมักมีกลิ่นอับจากเขียง แต่ครัวในวัดพระธรรมกายที่คุณยายดูแลไม่มีกลิ่น เพราะยายใช้เขียงเสร็จก็ล้างทันทีแล้วเอาไปผึ่งแดด ไม่ยอมให้ชื้นค้างไว้ กลิ่นในครัวต้องสะอาดเหมือนห้องอื่น จนเดินผ่านก็ไม่รู้ว่าเป็นครัว
  • 1:02:57 คุณยายสอนให้ถ้วยชามช้อนจานเรียงพี่เรียงน้อง และสั่งพระว่าจะสอนจะดุได้แต่อย่าไปด่าเขา
    เรื่องความเป็นระเบียบ คุณยายจะจัดระเบียบให้ดู เวลาจัดข้าวของในครัวท่านใช้คำว่า ถ้วย ชาม ช้อน จาน จับมันเรียงพี่เรียงน้องให้ดี คือใบเล็กใบใหญ่จับเรียงให้เป็นลำดับ นอกจากนี้ยายยังสั่งว่าทุกคนรักดี คนที่มาวัดเพราะเขารักดีและรู้ตัวว่าไม่รู้จึงมาให้สอน ท่านจึงขอกับพระทุกรูปว่าเขาผิดเขาพลาด จะดุจะว่าจะสอนกันไปก็ได้ แต่อย่าไปด่าเขา หลวงพ่อจึงเคร่งครัดไม่ด่าใคร ส่วนเรื่องตรงต่อเวลายายก็เข้มงวดกวดขัน
  • 1:07:12 เด็กวัดรุ่นแรกถูกเคี่ยวเข็นหลายปี ใครเก็บกลดม้วนเสื่อไม่เรียบร้อยคุณยายเรียกมาอบรม
    ชี้ให้พระเถระดูเส้นทางของความสกปรก คนที่มาอยู่วัดถูกเคี่ยวเข็นกันทุกคนรวมทั้งเด็กวัด เด็กวัดรุ่นแรก ๆ อยู่ห้าปีก็ยังได้บวชน้อย บางท่านสิบปียังไม่ได้บวช ฝึกกันอย่างนั้น คุณยายฝึกความสะอาดและชี้โทษของความสกปรกไว้ชัดเจนหมด ส่วนหลวงพ่อมีหน้าที่นำมาขยายความ ใครมาค้างที่วัดพระธรรมกายแล้วเก็บกลดไม่เรียบร้อยหรือม้วนเสื่อไม่เรียบร้อย คุณยายก็จัดการเรียกมาอบรมเรียบร้อยหมด ระหว่างเล่าหลวงพ่อทักว่าจะสามทุ่มแล้วแต่ก็เล่าต่อ
  • 1:09:19 ที่ไหนมีความสกปรกที่นั่นต้องมีการฆ่าสัตว์ ที่ไหนไร้ระเบียบที่นั่นเป็นที่มาของการลักขโมย
    คุณยายชี้ประเด็นว่า ที่ไหนมีความสกปรก ที่นั่นจะต้องมีการฆ่า คือการฆ่าสัตว์ ให้ช่วยจดไว้ และที่ไหนไร้ระเบียบ นอกจากของจะเสียหายและหายไปแล้ว ยังเป็นที่มาของการลักขโมย และการไม่รับผิดชอบต่อทรัพย์สมบัติ ทรัพย์สมบัติจะหมดไปก็เพราะความไม่เป็นระเบียบนี่เอง
  • 1:10:32 ที่ไหนไม่สุภาพที่นั่นเรื่องชู้สาวจะเกิด คุณยายจึงขอให้คนที่ค้างวัดถือศีลแปด
    ยายสั่งนักสั่งหนาว่าพวกที่ไม่สุภาพ เมื่อปนเข้ามาในหมู่คณะเมื่อไรเรื่องชู้สาวจะเกิด คือการผิดศีลข้อที่สาม เพราะคนไม่สุภาพจะพูดไม่สุภาพ แต่งตัวไม่สุภาพ มีอาการไม่สุภาพ ตอนนั้นหลวงพ่อยังโยงไม่ถึงว่าจะเป็นอย่างไร แต่เชื่อครูบาอาจารย์ที่ผ่านโลกมาก่อน ยายจึงสั่งว่าใครค้างวัดให้ถือศีลแปดดีที่สุด ครูไม่ใหญ่ก็มาจี้เรื่องนี้ด้วย ชุดขาวช่วยให้ดูสะอาด ดูเป็นระเบียบ และบังคับให้สุภาพง่ายขึ้น บรรยากาศการปฏิบัติธรรมก็จะเกิด อาการคึกคะนอง กระทืบปึงปัง โยนของโครมคราม แต่งตัวไม่เหมาะไม่สม หรือมาแหกปากร้องเพลงกันในวัดก็คือไม่สุภาพ ยกเว้นเพลงธรรมะที่ให้เด็กร้อง
  • 1:13:11 ที่ไหนไม่ตรงต่อเวลาที่นั่นต้องมีการพูดเท็จ ยายพูดรวม ๆ ลูกหลานต้องโยงหาเหตุเอง
    ที่ไหนไม่ตรงต่อเวลา ที่นั่นจะต้องมีการพูดเท็จพูดโกหก จำไว้เลย เพราะต้องผัดผ่อน และการผัดผ่อนก็ต้องมีข้ออ้างแก้ตัว มันเป็นสายรับกันอยู่ คุณยายพูดไว้รวม ๆ ไม่ละเอียด หน้าที่ของลูกหลานคือต้องโยงหาเหตุให้เจอเอง หลวงพ่อก็โยงเอง ได้ทีละก้าวสองก้าว เพราะยังไม่ได้เป็นอัจฉริยะ ต้องฝึกกันไป
  • 1:14:04 ยายสั่งให้เก็บที่นอนม้วนเสื่อให้ดี เพราะเหงื่อคืนเดียวมีไขมันและโปรตีนติดออกมาด้วย
    ตรงนี้ยายไม่ได้พูดอธิบาย แต่สั่งให้ทำ คือเก็บที่นอนให้ดี ม้วนเสื่อให้ดี ไม่งั้นเดี๋ยวศีลจะเอาไม่อยู่สักข้อ ยายพูดแบบสรุป หลวงพ่อจึงมาจับแยกให้เห็นภาพ ว่าคืนหนึ่งที่เรานอนแล้วเหงื่อออก เหงื่อของมนุษย์จะมีไขมันออกมาด้วย มีโปรตีนติดมาด้วย เศษไขมันเศษโปรตีนเล็ก ๆ นั้นเอากล้องส่องก็ไม่เห็น แต่มันพอจะเป็นอาหารของไรฝุ่นได้
  • 1:25:55 ที่มาของชุดอุบาสิกา เพราะเสื้อคอลึกตอนรับประเคน และพุทธพจน์ว่านุ่งชั่วห่มชั่ว
    เรื่องความไม่สุภาพต้องพูดตรง ๆ เมื่อก่อนหลวงพ่อนั่งรับแขกบนอาสนะ มีคนเอาของมาถวายก็ต้องรับประเคน ถ้าไม่มองหน้าก็กระไรอยู่ แต่พอมองก็เจอเสื้อคอลึก คนอื่นเห็นก็จะคิดไปต่าง ๆ จึงไปเล่าให้คุณยายฟัง ท่านบอกว่าก็ออกแบบเสื้อเสียสิ จึงเป็นที่มาของการดีไซน์ชุดอุบาสิกาขึ้นมา ที่ไหนไม่สุภาพก็เพราะแต่งกายไม่ค่อยเหมาะไม่ค่อยสม พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงใช้คำว่านุ่งชั่วห่มชั่ว ขนาดเป็นพระท่านยังให้นุ่งสบงถึงครึ่งแข้ง ถ้าให้พระนุ่งสบงเหนือหัวเข่าก็ดูไม่จืด จึงขอให้เอากระโปรงลงมาต่ำกว่าหัวเข่าหน่อย เป็นเพื่อนกับพระ
  • 1:32:27 คุณยายพูดรวม ๆ ว่าถ้าทำไม่ดีศีลจะเอาไม่อยู่ และคำโต้ว่ายุคนี้รักษาศีลไม่ได้เพราะครัวต้องใช้ยาฆ่าแมลง
    คุณยายไม่ได้จำแนกละเอียดอย่างที่หลวงพ่อจำแนก ท่านพูดรวม ๆ ว่าถ้าสิ่งเหล่านี้ทำไม่ดีศีลจะรักษาไม่อยู่ ยายเคยเล่าว่าเวลาหลวงพ่อเทศน์ให้เขารักษาศีลกันให้ดี มีคนบอกว่ายุคนี้มันรักษาไม่ได้หรอก เพราะแค่ในครัวก็ต้องใช้ดีดีทีฉีดยาฆ่าแมลงแล้ว จะไปรักษาศีลได้อย่างไร สมัยนั้นหลวงพ่อยังหาคำอธิบายที่ชัดเจนอย่างนี้ไม่ได้ แต่เมื่อพระเถระถามจี้ก็เหมือนไหลออกมาได้เอง จึงเล่าให้ท่านฟังว่าเราแจงกันมาอย่างนี้ เท่าที่สติปัญญาในแต่ละช่วงที่เรามี

ทบทวนฝันในฝันวิทยา 25 มิ.ย. 2555 | โดย หลวงพ่อทัตตชีโว

  • 10:02 สำนวนคุณยาย ขอยืมปากท่านเทศน์ให้ยายได้บุญด้วยเถอะ
    ยืมคำพูดของคุณยายอาจารย์มาฝาก ว่าเวลาญาติโยมมาวัดมาก ๆ แล้วท่านเหนื่อย ท่านจะบอกพระบวชใหม่ ว่าสิ่งใดที่ยายอบรมให้ท่านมาแล้ว ขอยืมปากท่านไปเทศน์ให้เขาฟังแทนยาย ยายจะได้บุญด้วย ผู้เทศน์เล่าว่าตอนนั้นเพิ่งบวชได้ไม่กี่วันก็กล้า ๆ กลัว ๆ แต่วันหลังไม่ต้องรอให้คุณยายเอ่ยปาก ขึ้นธรรมาสน์แล้วก็ไม่ยอมลงง่าย ๆ
  • 44:34 ได้วิชาเทศน์จากคุณยาย ถามว่าจะเทศน์เรื่องอะไร ท่านตอบว่าก็ถามตัวเองสิ
    เล่าว่าท่านได้วิชาเทศน์มาจากคุณยายอาจารย์ ตอนบวชได้ประมาณเจ็ดวันไม่เกินหนึ่งเดือน คุณยายรบเร้าให้ช่วยเทศน์แทนเพราะท่านอายุมากแล้ว เมื่อถามว่าจะเทศน์เรื่องอะไรจึงจะได้ประโยชน์ ทั้งคนฟังและตัวเอง คุณยายตอบสั้น ๆ ว่าก็ถามตัวเองสิ
  • 1:07:41 คุณยายสอนในครัวว่าจับมันเรียงพี่เรียงน้องให้ดี คือฝึกจัดระเบียบ
    ยกคำคุณยายอาจารย์ที่พูดในครัววันอาทิตย์ตอนที่ญาติโยมช่วยกันล้างถ้วยล้างจานว่า จับมันเรียงพี่เรียงน้องให้ดี คือถ้วยจานช้อนชามของคุณยายมีพี่มีน้อง เรียงจากใหญ่ไปเล็กหรือตามที่ใช้บ่อย ท่านชี้ว่าแท้จริงคืออะไรจัดระเบียบได้ต้องจัด ถ้าเบื่อการจัดระเบียบก็ได้เชื้อเด็กแว้นเด็กสก๊อยมา แต่ถ้าจัดระเบียบก็ได้วัคซีนป้องกัน

ทบทวนฝันในฝันวิทยา 26 มิ.ย. 2555