-
59:22
หมอดูทำนายสองทาง ตั้งชื่อสังกิจจะ แล้วขอบวชเพื่อแสวงหาทางที่ไม่ต้องตาย
เพราะเป็นเรื่องอัศจรรย์จึงต้องหาคนที่มีความรู้มาดู หมอดูทำนายว่าถ้าทารกนี้อยู่ครองเรือน หมู่ญาติตลอดเจ็ดชั่วเครือสกุลจะไม่ยากจน แต่ถ้าออกบวชจะได้บรรลุธรรมและมีสมณะห้าร้อยรูปเป็นลูกศิษย์ หมู่ญาติตั้งชื่อว่าสังกิจจะเพราะไฟไหม้ไม่ตายและหางตาถูกหลาวแทง แล้วมอบให้เป็นลูกศิษย์ของพระสารีบุตร เมื่ออายุเจ็ดปีท่านเพิ่งได้ยินเรื่องของตัวเอง จึงเกิดความสลดสังเวชในการเกิดบ่อย ๆ บอกหมู่ญาติว่าแม้รอดพ้นจากความตายมาได้ สักวันก็ต้องตายอยู่ดี จะขอบวชเพื่อแสวงหาทางที่ไม่ต้องตายอีกต่อไป เพราะถ้าไม่เกิดก็ไม่ตาย หมู่ญาติก็อนุโมทนาว่าตั้งใจไว้อย่างนั้นเหมือนกัน
-
1:02:20
พระสารีบุตรบอกกรรมฐาน โกนผมเสร็จสังกิจจะก็บรรลุพระอรหันต์พร้อมปฏิสัมภิทา
หมู่ญาตินำสังกิจจะไปหาพระสารีบุตรและขอร้องให้ท่านช่วยบวชให้ ท่านให้กรรมฐานคือแนะนำวิธีเจริญภาวนาโดยมีผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เป็นอารมณ์ไปพร้อมกับปลงผม ครูไม่ใหญ่เทียบกับที่หลวงปู่สอนให้นึกปอยผมไว้ในกลางกาย นึกว่าโคนชี้ไปทางไหนปลายชี้ไปทางไหน จนใจหยุดนิ่งเห็นปอยผมใสเป็นแก้ว แล้วปอยผมนั้นรวมตัวเป็นดวงใส คือเข้าถึงดวงธรรม สังกิจจะก็ทำตามไปเรื่อย ๆ ใจหยุดนิ่งอยู่ภายใน พอปลงผมเสร็จก็ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์พร้อมปฏิสัมภิทาทันที เพราะมีบารมีมาก
-
1:03:49
ภิกษุสามสิบรูปจะเข้าป่า พระพุทธเจ้าให้พาสังกิจจะไปกันภัย แต่ภิกษุปฏิเสธ
วันหนึ่งมีพระภิกษุสามสิบรูปปรารถนาจะเข้าไปบำเพ็ญสมณธรรมในราวป่า จึงเข้าไปทูลลาพระบรมศาสดา พระองค์ทรงเห็นด้วยพุทธญาณว่าภัยของภิกษุจะเกิดจากชายชั่วคนหนึ่ง ถ้าพาสังกิจจะสามเณรไปด้วยก็จะช่วยป้องกันภัยนั้นได้ และภิกษุจะได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ด้วย จึงรับสั่งให้ไปลาพระสารีบุตรก่อน เมื่อไปถึงสำนัก พระเถระถามว่าจะไปไหนและมีสามเณรอุปัฏฐากหรือยัง เมื่อบอกว่ายังไม่มี ท่านจึงให้นำสังกิจจะไปด้วย ภิกษุทั้งสามสิบรูปหันมามองสามเณรตัวเล็กแล้วปฏิเสธว่าจะพลอยกังวลใจเปล่า ๆ พระสารีบุตรจึงเตือนว่ากลับเป็นพวกท่านที่จะต้องอาศัยสามเณร แม้พระบรมศาสดาก็ทรงเห็นการณ์ไกลจึงให้ส่งสามเณรไป และย้ำว่าพาไปเถิด ตัวเล็ก ๆ ก็ช่วยได้
-
1:12:13
เศรษฐีอดีตมหาทุคตะถวายมหาทานตลอดชีวิต ไปเทวโลก แล้วมาเกิดในตระกูลอุปัฏฐากพระสารีบุตร
เมื่อได้ตำแหน่งเศรษฐี ชีวิตก็มีความสุขสะดวกสบายขึ้น ไม่ต้องทำงานรับจ้างเหนื่อยยากดังแต่ก่อน แต่ก็ไม่ลืมคุณค่าของบุญ ได้ถวายมหาทานแด่ภิกษุสงฆ์โดยมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประธาน และสั่งสมทานบารมีเรื่อยมาจนตลอดอายุขัย เมื่อละโลกแล้วได้ไปบังเกิดในเทวโลก เสวยทิพยสมบัติท่องเที่ยวอยู่ในเทวโลกชั้นต่าง ๆ สิ้นพุทธันดรหนึ่ง มาถึงสมัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา จึงจุติมาเกิดในครรภ์ธิดาคนโตของตระกูลอุปัฏฐากพระสารีบุตรในกรุงสาวัตถี ด้วยบุญของเด็กในครรภ์ทำให้มารดาแพ้ท้อง อยากถวายทานแก่ภิกษุห้าร้อยรูปโดยมีพระสารีบุตรเป็นประธาน ด้วยอาหารที่ปรุงด้วยปลาตะเพียน และตัวเองก็อยากนุ่งผ้ากาสาวพัสตร์นั่งบนอาสนะต่อท้ายพระภิกษุ เมื่อทำตามแล้วอาการแพ้ท้องก็ระงับไป มารดาบิดายังทำบุญอย่างนั้นถึงเจ็ดครั้งขณะตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นผลบุญจากการถวายอาหารปรุงด้วยปลาตะเพียนตอนเกิดเป็นมหาทุคตะนั่นเอง
-
1:15:00
ตั้งชื่อว่าบัณฑิตเพราะคนในเรือนกลายเป็นคนฉลาด และอายุเจ็ดขวบขออนุญาตมารดาบวช
ในงานอันเป็นมงคลวันตั้งชื่อ มารดาขอให้พระสารีบุตรให้ไตรสรณคมน์และให้ศีลแก่เด็ก เมื่อพระเถระถามชื่อ มารดาบอกว่าตั้งแต่เขามาเกิดอยู่ในครรภ์ คนที่ไม่ฉลาดพูดไม่ค่อยรู้เรื่องในเรือนนี้กลับกลายเป็นคนฉลาดพูดรู้เรื่องขึ้น เพราะเหตุนี้ลูกจึงควรมีชื่อว่าบัณฑิต พระเถระจึงให้เขารับศีลโดยให้มารดารับแทน มารดารู้ว่าลูกมีอัธยาศัยในการบวชจึงตั้งใจว่าถ้าลูกจะบวชก็จะไม่ทำลายอัธยาศัยของเขา เมื่ออายุได้เจ็ดขวบเขาจึงขออนุญาตมารดาว่าอยากบวชอยู่กับพระเถระ และมารดาก็อนุญาตตามที่ตั้งใจไว้
-
1:17:46
พระสารีบุตรเตือนว่าการบวชทำได้ยาก แล้วบวชให้เป็นสามเณรในเย็นวันนั้น
มารดานิมนต์พระเถระมาฉันที่บ้าน แล้วประชุมหมู่ญาติให้ช่วยทำสักการะแก่ลูก ภายในวันนั้นมารดาบิดาและหมู่ญาติก็ทำการเฉลิมฉลองให้อย่างยิ่งใหญ่ ถึงเวลาเย็นก็พาไปสู่พระวิหารและมอบถวายแก่พระเถระ พระสารีบุตรบอกให้เขาทราบว่าการบวชเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก เป็นอยู่ด้วยความลำบาก ต้องนอนคนเดียว ฉันมื้อเดียว เมื่อเขารับรองว่าจะทำตามโอวาท ท่านจึงบอกกรรมฐานโดยให้พิจารณาผม ขน เล็บ ฟัน หนัง แล้วให้รับไตรสรณคมน์ รับศีล และบวชเป็นสามเณรในเย็นวันนั้น ส่วนมารดาบิดาพักอยู่ในพระวิหารเพื่อถวายภัตตาหารแก่ภิกษุสงฆ์โดยมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประมุข ด้วยอาหารที่ปรุงด้วยปลาตะเพียนอย่างเดียวตลอดเจ็ดวัน แล้วจึงกลับไปยังเรือนของตน